The last one กับดักรักร้าย คุณชายสองหน้า

ตอนที่ 6 : Ch.4 หัวใจเต้นแรง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    28 เม.ย. 57


     เช้าวันเสาร์ที่แสนขี้เกียจ คนครึ่งค่อนเมืองกำลังนอนหลับไหลบนเตียงอย่างสบาย นขณะที่ฉันถูกลากลงมาจากเตียงด้วยฝีมือเฮียธันพี่ชายฝาแฝดที่อายุห่างกันแค่ 1 นาทีเท่านั้น

     เหตุผลก็คือ คิมหันต์ถ่อมารับฉันไปถ่ายแบบตั้งแต่ 7 โมงเช้า แล้วหมอนั่นก็ไม่มีบอกล่วงหน้าเลย นึกอยากจะมาก็มา แต่จะว่าอะไรได้ในเมื่อเขาเข้ากับเฮียได้ดี มีนาคนนี้ก็เลยต้องยอม TT

 

     “มีน หิวมั้ย” คิมเดินเข้ามาถามระหว่างที่ฉันกำลังนั่งเป็นตุ๊กตาให้รุ่นพี่จากคณะของเขาแต่งหน้าทำผมให้

     “ไม่หิวเลย ฉันเพิ่งกินพร้อมนายมาจากที่บ้านนะ กินอีกอ้วนแย่”

     “งั้นเดี๋ยวสักพักใหญ่ๆค่อยกินโจ๊กร้านหน้ามหาลัยนะ ฉันจะให้เด็กไปซื้อให้”

     “ก็บอกว่าไม่หิวไง ทำงานเสร็จแล้วค่อยกินก็ได้” บอกว่าไม่หิวๆยังจะอยากให้กินอยู่ได้ คิมหน้าหงิกเมื่อฉันเถียง ก็มันจริงอ่ะ ช่วงนี้ยิ่งน้ำหนักขึ้นอยูู่

     “แต่เธอต้องทำงานทั้งวันเลยน่ะสิ มันเหนื่อยนะ นั่งรออยู่ตรงนี้เดี๋ยวเชจะเข้ามาคุย เรื่องคอนเซ็ปงาน” คิมโหมดดุกลับมาอีกครั้ง เขาสั่งเหมือนฉันเป็นเด็กน้อยอย่างนั้นแหละ พวกพี่ๆช่างแต่งหน้าก็พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่พอยังหัวเราะกันเบาๆอีก จนฉันเองอดหันไปมองไม่ได้ ถึงได้พากันเงียบลง

     คิมมองหน้ารุ่นพี่เหมือนปรามๆอีกครั้ง สายตาของเขาค่อนข้างแตกต่างอย่างมากเมื่อใช้มองฉัน ไม่รู้สิ ฉันว่าเขาดูน่ากลัวเวลาคุยกับคนอื่น

     “ฉันไปเช็คกล้องก่อน มีอะไรก็เรียกได้ตลอด”

     ฉันพยักหน้าตอบส่งๆ ซึ่งคล้อยหลังคิมไปรุ่นพี่ต่างก็พากันซุบซิบต่อไป จะว่ารำคาญก็รำคาญนะ แต่อยากรู้มากกว่าว่าเค้าคุยอะไรกัน ลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่ามันต้องเกี่ยวกับฉันแน่นอน

     “ขอโทษนะค่ะ พี่ๆมีอะไรกันรึป่าวคะ?

     “จะให้พูดยังไงล่ะค่ะน้องมีนา ก็น้องคิมหันต์น่ะสิ พูดเยอะมากเลย พวกพี่ๆเพิ่งเคยเห็นนะค่ะเนี่ย” พี่ลิซซี่หญิงสาวในร่างผู้ชายอ้อมแอ้มตอบ แต่ว่าไงนะ คิมพูดเยอะ จะบอกว่าเมื่อกี้ยังไม่ได้ครึ่งนึงเวลาที่เขากวนฉันเลย

     “ปกติคิมพูดน้อยหรอคะ”

     “น้อยมากๆเลยล่ะน้องมีนา ปกติกับคนไม่สนิทจะคุยเฉพาะเรื่องงาน อย่างกับพวกพี่นี่ไง เจอหน้าทีก็มีแต่เรื่องงาน ถ้าเรื่องอื่นอย่าฝันเลยว่าน้องคิมหันต์จะมาเสียเวลาเสวนาด้วย”

     “ขนาดนั้นเลยหรอคะ” ฉันทำหน้าไม่เชื่อ พี่ลิลลี่คุณผู้ชายแต่ใจเป็นหญิงอีกคนเลยพยักหน้าช่วยยืนยัน

     “แล้วเราก็ไม่เคยเห็นน้องคิมหันต์คุยกับนางแบบผู้หญิงคนไหนเหมือนกับน้องมีนาเลยค่ะ มีแต่น้องเชเท่านั้นที่คอยมาเช็คนางแบบ เพราะงั้นน้องมีนาไม่ต้องห่วงนะค่ะว่าน้องคิมหันต์จะแอบมีใครนอกจาก น้องทั้งสองเหมาะสมกันสุดๆเลย สายตาที่น้องคิมหันต์ใช้มองก็อ่อนโยน”

    พี่ลิซซี่ทำหน้าเคลิ้มราวกับฝันหวานอยู่ พี่ลิลลี่ก็เป็นเหมือนกัน ที่พี่เค้าบอกเมื่อกี้น่ะมันมั่วชัดๆเลย เอาอะไรมาเหมาะสม

     “พี่ๆเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะค่ะ เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”

     “แหมม คุณน้องขา เมื่อกี้พี่ๆได้ยินเต็มสองหูเลยนะค่ะ ว่าหนูๆทั้งสองคนอยู่บ้านเดียวกัน กินข้าวเช้าด้วยกัน น่ารักมากเลยหนู”

     “ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ คิมแค่ไปรับมีนที่บ้าน แล้วก็แวะกินข้าวไปด้วยเลย” อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ถ้าไม่ติดว่าจะดูเสียมารยาทน่ะนะ ทำไมพี่ทั้งสองถึงคิดอะไรกันไปไกลขนาดนี้

     “อย่ามาปฎิเสธพวกพี่ๆเลยค่ะน้องมีนา เมื่อตอนนั้นน้องคิมหันต์เพิ่งมายืมโพลาลอยด์พวกพี่ไปถ่ายน้องมีนา แล้วก็ส่งไปให้เมื่อตอนวาเลนไทน์ไง อย่ามาบอกนะว่าไม่ได้รับน่ะ” พี่ลิซซี่ตอบเสียงเบาๆแค่พอได้ยินกันสามคนเท่านั้น

     หืม? โพลาลอยด์อะไร ใครส่ง ยังไง มีนาไม่เข้าใจ!

     “โพลาลอยด์อะไรคะ พวกพี่อย่ามาอำ”

     “อ้าวคุณน้องมีนาค่ะ ก็..”

     “ทำงานครับพี่ เดี๋ยวจะได้เวลาแล้ว” ยังไม่ทันที่พี่ๆกระเทยทั้งสองจะเอ่ยอะไรออกมาอีก เชก็พุ่งเข้ามาจากไหนไม่รู้ด้วยความเร็ว สั่งพวกพี่เสียงเข้มจนฉันเองอดกลัวไปด้วยไม่ได้ พวกเขาทั้งสอง นี่ดุเหมือนๆกันเลย อยู่ด้วยแล้วมันเกร็ง ขนาดรุ่นพี่ทั้งสองยังเงียบกริบ

    

     “อีกครึ่งชั่วโมงเราจะเริ่มถ่ายนะมีน อย่างที่บอกว่าเป็นคอนเซ็ปฤดูหนาว ถึงตอนนี้จะเป็นฤดูร้อนก็ตาม แต่กลุ่มเราแย่งหัวข้อฤดูร้อนมาไม่ทัน เธอไม่ต้องห่วงเรื่องเสื้อผ้าจะร้อน เพราะเราจะเน้นน่ารักใสๆ ราวสาววัยแรกแย้ม ออกโทนพาสเทลหน่อยๆ จะให้อารมณ์เย็นสบายตาดี เสื้อผ้าก็จะไม่หนา ไม่ยาวรุงรังเกินไป เดี๋ยวแต่งหน้าเสร็จก็ไปแต่งตัวทางห้องด้านนู้นนะ แล้วฉันจะมาเช็คความเรียบร้อยอีกที”

     “รับทราบ เออนี่เช เพื่อนพวกนายอีกคนที่ยิ้มง่ายๆ คราวที่แล้วโบกมือทักทายฉันน่ะ เค้าอยู่ไหนหรอ”

     “อ๋อ โนแอล หมอนั่นเรียนแพทย์น่ะ ไม่ค่อยได้เจอกันที่มหาลัยหรอก เธอมีอะไรกับมันรึป่าว” ฉันส่ายหน้าพัลวัน ที่ถามเพราะอยากรู้เฉยๆ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น

     “เธออย่าไปถามหาผู้ชายคนไหนกับคิมเด็ดขาดเลยนะ ไม่ว่าจะเพื่อนคนไหนของคิมก็ตาม”

     “ทำไมล่ะ” เชยิ้มมุมปากเล็กน้อยตามสไตล์ของเขาที่ฉันเห็นจนเริ่มจะชินเสียแล้ว

     “พวกพี่ทำงานไปนะครับ อย่าชวนนางแบบคุย” เชไม่ตอบแต่หันไปบอกพี่กระเทยทั้งสองแทน ซึ่งฟังดีๆมันเหมือนกับสั่งมากกว่าด้วยซ้ำ 

     ฉันหันไปมองตามเชที่เดินไปหาคิมซึ่งนั่งอยู่อีกฟากหนึ่งของห้อง คิมใส่เสื้อยืดสีดำธรรมดา กับกางเกงยีนส์สีซีดและรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลอ่อน ที่คอห้อยสร้อยไม้กางเขน แสงไฟจากภายในสตูดิโอทำให้ต่างหูสีเงินที่เขาใส่ไว้ข้างซ้ายนั้นกระทบแสง เขากำลังเช็ดเลนส์กล้องอยู่อย่างตั้งใจ  ท่าทางแบบนั้นก็ดูน่าหลงใหลไม่หยอก :)

     เอ๊ะ! น่าหลงใหลงั้นหรอ บ้าจริง เมื่อกี้ฉันไม่ได้ตั้งใจคิดอย่างนั้นเลยนะ สมองไม่รักดี!

     เชเข้าไปคุยอะไรไม่รู้กับคิม ซึ่งเขาก็ลุกขึ้นหันมามองทางฉันทันที ทำให้ฉันที่มองเขาอยู่ก่อนแล้วหลบสายตาเขาแทบไม่ทัน เป็นบ้าอะไรถึงต้องทำท่าตกใจขนาดนั้นด้วย!

 

     “พี่ลิลลี่กับพี่ลิซซี่ครับ ผมว่างานนี้พวกผมทำกันเองต่อได้ครับ ขอโทษที่รบกวนเวลาและขอบคุณมากที่แวะเข้า มาช่วย”

     “ไม่เป็นไรค่าน้องคิมหันต์ มีอะไรก็ช่วยๆกัน งั้นพี่สองคนไปแล้วนะ”

     พี่กระเทยทั้งสองพากันเก็บกระเป๋าเครื่องสำอาง แล้วรีบออกไปไม่มีแม้แต่คำลา ทิ้งให้ฉันนั่งสงสัยอยู่คนเดียวว่าคิมเป็นอะไร ที่เขาพูดมาเมื่อกี้นี่คือไล่พี่ทั้งสองใช่มั้ย

     แล้วไล่ทำไมล่ะ?

     “นายไล่พี่เค้าไปทำไม”

     “ไม่ได้ไล่ แต่พี่เค้าเสร็จงานแล้ว ที่เหลือเธอก็ทำต่อสิ แค่แต่งหน้าเอง” คิมพูดออกมาอย่างง่ายดาย ทำอย่างกับฉันแต่งหน้าเก่งงั้นแหละ เรื่องนี้บอกเลยไม่ไหวจริงๆ

     “ไม่แค่อ่ะ ไหนจะทำผมอีก ฉันไม่ทำด้วยหรอก” ฉันยกมือขึ้นกอดอกอย่างเซ็งๆ มีอย่างที่ไหนมาเป็น นางแบบให้ฟรีๆแล้วยังจะต้องมาแต่งหน้าทำผมเองอีก

     “งั้นนั่งเฉยๆ เดี๋ยวฉันเติมปากเธอให้ก็เสร็จแล้ว”

     “นายเนี่ยนะจะทาปากให้ฉัน ฮ่าๆ”

     “หัวเราะไร เดี๋ยวจะโดน” แหน่ะ มีขู่ด้วย ฉันขำตัวงอจนปวดท้อง แต่ไม่อยากคิดเลยว่าผู้ชายมาดนิ่งราวกับคุณชาย แถมยังดูเข้มๆดุรุ่นพี่เมื่อกี้จะจับลิปสติกมาทาปากให้ฉัน ฮ่าๆๆ

     “มีนา” เขาเริ่มอารมณ์เสีย ผู้ชายอะไรอารมณ์แปรปรวนอย่างกับคนวัยทอง ฉันลุกขึ้นมานั่งหลังตรง และยื่นหน้าไปใกล้ๆให้เขาทาได้อย่างสะดวก อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำหน้ายังไงเวลาทา มันต้องตลกมากแน่ๆเลย ฮ่าๆ

     “เธอว่าทาลิปสีนู้ดหรือลิปกลอสธรรมดาดี”

     “ฉันว่าลิปกลอสดีกว่านะ มันหอมดี อร่อยด้วย”

     “ไม่ได้จะให้กินนะ ว่าแต่เธอมีลิปกลอสมั้ย พี่สองคนนั้นเขาทิ้งไว้ให้แต่ลิปสีนู้ดแบบนี้” ฉันส่ายหน้า เหลือบมองเชที่เดินเข้ามาหา และยื่นลิปกลอสให้

     “ไปเอามาจากไหนวะเช หรือเปลี่ยนรสนิยมแล้ว?” คิมหยอก แต่เชไม่เล่นด้วย เขาเดินกลับไปนั่งเช็คไฟและฉากต่อ คนอะไรน่ากลัวชะมัด เดี๋ยวก็ยิ้ม เดี๋ยวก็นิ่ง

     “หมอนั่นเป็นแบบนั้นแหละ อย่านินทาเพื่อนฉันในใจ”
     "นายรู้ได้ไงอ่ะว่าฉันนินทาเชอยู่ในใจ" ฉันร้องเหวเสียงดังใส่ คิมยกมือบิดจมูกฉันไปมา โอ้ยย มันเจ็บนะ
     "นินทาเพื่อนฉันอยู่จริงๆด้วย เดี๋ยวเหอะ"
     "โอ้ยยยย ปล่อยจมูกฉันเดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยวมันก็แดงหรอก" ได้ผล เขาปล่อยทันที และรีบหยิบตลับแป้งมาตบบริเวณจมูกฉันเบาๆ กลัวมันแดงแล้วถ่ายรูปมาไม่สวยล่ะสิ
     "จะทาลิปแล้วนะ อยู่นิ่งๆล่ะอย่าเผลอไปกินเข้า"
     "รู้แล้วน่า!" คิมเปิดฝาลิปกลอสที่เชให้มาและบรรจงแต่งแต้มริมฝีปากของฉัน จะว่าไปเขาก็ใช้ได้นะ ไม่ทำเลอะเทอะเลย กลิ่นหอมอ่อนๆจากลิปกลิ่นสตอร์เบอร์รี่ทำให้รู้สึกดีไม่น้อย อยากกินจัง >w<
     "เสร็จแล้วครับคุณหญิงมีนา"
     "นายก็ใช้ได้นะเนี่ย" เขายิ้มรับ มือก็หมุนปิดฝาลิปกลอสไปด้วย
     "ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว"
     ฉันหยิบเสื้อผ้าที่คิมยื่นมาให้ และเข้าไปเปลี่ยนในห้องแต่งตัว ก่อนจะออกมาส่องกระจก ซึ่งในนั้นสะท้อนร่างบางเพรียวของตัวฉันเอง ผมสีดำขลับปล่อยยาวถูกดัดเป็นลอน ใบหน้าเรียวถูกแต่งแต้มจนดูสาวหวานเข้ากับโทนพาสเทลสีชมพู เสื้อที่ใส่คือสเวตเตอร์สีขาวสำหรับหน้าหนาวตามคอนเซ็ป ส่วนท่อนล่างเป็นประโปรงทรงเอลายดอกไม้สีชมพูดอกเล็กสลับสีขาว รองเท้าที่ใส่อยู่เป็นส้นสูงสีชมพูสูง 3 นิ้ว ยอมรับเลยว่าไม่เคยเห็นตัวเองแต่งตัวได้หวานเยิ้มขนาดนี้มาก่อน


 



     "บอกแล้วว่ายัยนี่แต่งหวานๆแล้วจะน่ารักมาก เป็นไงชอบล่ะสิ" บนกระจกยังสะท้อนหนุ่มๆทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านหลังฉันอีกด้วย เชเป็นคนพูดประโยคเมื่อกี้ ยัยนี่ที่พูด เขาหมายถึงฉันรึเปล่านะ? ดูจากสายตาทั้งคู่ที่มองมาทางนี้แล้วคงใช่
     "แต่งหวานๆแบบนี้แล้วก็สวยไปอีกแบบนะมีน"
     "ขอบคุณนะเช เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าแต่งแนวนี้แล้วก็ขึ้น ปกติไม่ค่อยใส่เสื้อผ้าโทนสีหวานๆเลย"
     "ลองแต่งบ่อยๆสิ แบบนี้ไอ้คิมมันชอบ ใช่ป่ะวะ" เชหันไปถามคิม ส่วนฉันกำมืออย่างลุ้นๆ แล้วนี่ฉันจะลุ้นทำไมล่ะ ไม่ได้อยากให้เขาชมเหมือนที่เชชมเลยนะ ไม่เลยจริงๆ แต่ไม่รู้ทำไมหัวใจไม่รักดีกลับรอคำตอบอย่างตื่นเต้น
     "เริ่มงานกันได้แล้ว" คิมไม่ตอบคำถามเช เขาทำหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ ในขณะที่เชยิ้มอย่างถูกใจอะไรสักอย่าง เชอะ! ไม่น่ารักก็บอกมาสิ ทำมาเป็นเปลี่ยนเรื่อง
     เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ฉันต้องเปลี่ยนชุดหลายชุด ส่วนใหญ่จะเป็นโทนพาสเทลหวานๆกับเสื้อไหมพรมแขนยาวตามคอนเซ็ป ฉันโพสท่าตามสบายไปเรื่อยๆตามที่คิมบอก เชมีหน้าที่นั่งเช็ครูปอยู่หน้ามอนิเตอร์ ส่วนคิมเป็นตากล้อง เขาคอยแนะนำหลายครั้งว่าฉันควรแสดงสีหน้ายังไง รวมไปถึงวิธีการโพสแบบใหม่ๆ ฉันได้เรียนรู้หลายๆอย่างจากเขา ซึ่งไม่ค่อยมีตากล้องคนไหนในมหาลัยที่ฉันเคยร่วมงานด้วยค่อยแนะนำแบบนี้มาก่อน
     มีหลายครั้งในระหว่างการถ่ายแบบที่สายตาของฉันและคิมเผอิญสบกัน ซึ่งมันก็ทำให้ฉันหัวใจเต้นรัวและเร็วราวกับจะหลุดออกมาให้ได้ มันเป็นเพราะอากาศร้อนแน่เลยที่ทำให้ร่างกายผิดปกติแบบนี้ ฉันคิดว่างั้นนะ
     และเซ็ทสุดท้ายก็มาถึง ฉันไปเปลี่ยนชุดสุดท้ายของวันนี้ ก่อนจะมานั่งข้างๆคิมที่กำลังเช็ครูปจากแมคบุ๊คอยู่ โห ไม่แปลกเลยที่โฮย่ารู้จักคิม เพราะไม่ใช่แค่เป็นที่รู้จักในมหาลัยเท่านั้น แต่ฝีมือการถ่ายรูปของเขามันเข้าขั้นโปรเลยล่ะ แถมยังถ่ายออกมาได้สวยกว่าตัวจริงอีก
     "นายถ่ายรูปสวยจัง วันหลังสอนบ้างสิ"
     "เธอต้องเติมปากแล้วล่ะ หลับตาลง" เขาไม่ตอบแต่กลับพูดเรื่องอื่นแทน ตลอดเลยผู้ชายคนนี้ เขาสามารถเปลี่ยนเรื่องได้ตลอดเวลา ฉันหลับตาลงและรอให้เขาทาลิปให้
     "ลืมตาได้" 
     ฉันลืมตาขึ้นมาสบเข้ากับตาคิมเต็มๆ เราอยู่ใกล้กันไม่ต่ำกว่าหนึ่งเซ็นต์ ราวกับทุกสิ่งอย่างหยุดนิ่งเมื่อคืมขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เราสบตากันอย่างมีความหมายบางอย่าง ในขณะที่ฉันทำอะไรไม่ถูก สัมผัสนุ่มถูกแตะลงเบาๆบนริมฝีปากของฉัน ส่งผลให้ฉันต้องหลับตาลงรับสัมผัสอ่อนหวานนั้นอย่างช่วยไม่ได้ ไม่มีการรุกรานเข้ามาในโพลงปากจากคนตรงหน้า เขาเพียงแตะริมฝีปากค้างไว้เท่านั้น มันเนิ่นนานจนหัวใจไม่รักดีกระชุ่มกระชวยขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีใครผละออก ฉันได้ยินเสียงหัวใจของเราทั้งคู่ดังประสารกันราวกับริมฝีปากที่แตะกันเบาๆอยู่นี้ สามารถเชื่อมให้เราได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันอย่างง่ายดาย ความรู้สึกอบอุ่นแผ่เข้าหัวใจที่เงียบเหงา ยอมรับไม่ได้เลยว่ารู้สึกดีมากจริงๆ
     รู้สึกดีมากจนลืมไปว่าในตอนนี้ควรทำอะไร หัวใจได้สั่งให้สมองลืมเรื่องของเหตุผลไปหมดสิ้น เราสบตากันอย่างไม่มีใครหลบใคร สองมือของฉันยกขึ้นคล้องคอคิมอย่างหักห้ามตัวเองไม่ได้ เหมือนเขาจะได้ใจ ลิ้นนุ่มของเขาละเลียดชิ้มรสจากรอบๆริมฝีปากฉันอย่างอ้อยอิ่ง แต่ไม่ทันที่จะเกิดอะไรไปมากกว่านี้ เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นซะก่อน
     "มีน เฮียมารอรับกลับบ้าน"
     เหมือนเสียงเฮียธันช่วยเตือนสติเราสองคน ฉันผละออกจากคิมอย่างรวดเร็ว เฉียธันไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา จนเดาไม่ถูกว่าโกรธหรือไม่
     "จะเสร็จรึยัง เฮียซื้อน้ำส้มมาให้ด้วย" เชรีบปรี่เข้าไปรับน้ำส้มจากเฮีย ฉันเหลือบมองคิมเห็นเขากำลังมองหน้าเฮียธันอยู่อย่างเงียบๆ ยอมรับว่าฉันไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ อยากหายตัวไปจากตรงนี้ให้ได้ อายก็อาย แต่สับสนมากกว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมคิมถึงทำแบบนั้น ทั้งๆที่เราทั้งสองคนต่างก็รู้กันดีว่าเราไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ หรือว่านี่คือสิ่งที่เขาอยากได้เป็นการตอบแทน 
     ฉันเดาอารมณ์ตัวเองตอนนี้ไม่ถูกเลยว่ารู้สึกยังไงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ ฉันเพิ่งจุ๊บกับผู้ชายไปครั้งแรกเลยนะ! 
     อะไรก็ไม่แย่เท่าฉันเสียจุ๊บแรกให้กับแฟนปลอมๆของตัวเอง!!!
     "เรามาถ่ายเซ็ทสุดท้ายของวันนี้กันดีกว่าเนอะ มีนเตรียมตัวๆ" เชตะโกนบอกเสียงดัง เหมือนเขาพยายามทำให้ห้องนี้มันครึกครื้น แต่ก็นะ.. ไม่มีใครมีอารมณ์มาสนุกครึกครื้นหรอก โดยเฉพาะฉัน มันกดดันสุดๆ แล้วก็สับสนอย่างมากกับความรู้สึกของตัวเอง
     "มีนขยับไปทางซ้ายนิดนึง แล้วห้อยขาลงมาจากเก้าอี้ บอกให้ห้อยนะไม่ใช่ให้ยกขึ้นไป"
     "ยกขาขึ้นนิดนึง ยกขึ้นๆ ไม่ใช่เอาลง"
     "มีสมาธิหน่อยสิมีน จะเสร็จแล้ว"
     "หันหลังเเล้วเอียงหน้ามาด้านขวาหน่อย ด้านขวาๆ ไม่ใช่ซ้าย"
     "ระวังสะดุดสายไฟ! เดินดูหน่อย"
     และอีกมากมายที่โดนคิมดุ วันนี้ทั้งวันมาโดนดุเอาเซ็ทสุดท้ายนี่แหละ ตั้งแต่เกิดเรื่องน่าอายนั่น ฉันแทบไม่มีสมาธิทำงานเลย พยายามหลบตาคิมตลอด เวลาที่เผลอสบตากับเขาหน้าฉันก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
     แต่เขากลับทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น และยังทำงานได้ดีจนฉันรู้สึกแย่ที่ทำให้พวกเขาต้องใช้เวลาในการถ่ายนานขนาดนี้

     หลังเสร็จงานฉันก็กลับบ้านมากับเฮียธัน ส่วนคิมกับเชอยู่ทำงานต่อที่คณะ ระหว่างทางกลัลล้านเฮียไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย หรือว่าเฮียจะไม่เห็น แต่ก็ไม่น่าจะไม่เห็นสิ ในเมื่อเปิดประตู้เข้ามาก็ต้องโฟกัสมาทางที่ฉันกับคิมนั่งอยู่อย่างแน่นอน เฮ้อออออ มีนาอยากหายตัวได้ TT
     แต่เท่าที่สังเกตมาเงียบๆคิดว่าเฮียไม่น่าจะคิดมาเรื่องนั้นนะ เพราะยังไงเฮียก็คิดว่าฉันกับคิมเป็นแฟนกัน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเป็นแฟนกันจะมีจุ๊บกันบ้านอะไรบ้าง ถึงแม้ว่าเรื่องจริงเราจะไม่ใช่แฟนกันจริงๆและฉันยังหาคำตอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ก็ตาม
     บางทีคิมแค่อาจจะอยากชิมลิปกลอสดูก็ได้มั้ง เขาเลยมาชิมจากริมฝีปากฉัน.. บ้าน่า ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย >_<
     "เฮียคะ"
     "หืม ว่าไง" เฮียหันมายิ้มให้เหมือนพระเอกในละคร เขาหล่อจริงๆนะพี่ชายฉันน่ะ เพราะเราหน้าเหมือนกัน ถ้าเฮียหล่อฉันก็สวยใช่มั้ยล่ะ ฮี่ๆ >///<
     "มีนอยากรู้ว่าเวลาเราอยู่ใกล้ใครสักคนแล้วหัวใจเต้นแรง มันดีใจเวลาอยู่ใกล้เค้า อยากให้เค้ามองเรา รู้สึกดีเวลาที่อยู่ใกล้กันด้วยค่ะ หรือแม้กระทั่งเวลารอฟังเค้าชมเราว่าน่ารักมั้ย ใจมันก็เต้นแรงอยากควบคุมไม่อยู่ เฮียว่ามันเป็นเพราะอะไรคะ"
     "อืม อาการแบบนี้มันเรียกว่าคนกำลังมีความรักนะมีน" ตอบอย่างมั่นใจ มะ..หมายความว่า ฉันรักคิมงั้นหรอ?!! รักแฟนปลอมๆของตัวเองเนี่ยนะ
     "แต่เฮียว่า บางทีก็แค่ชอบ"
     "อ้าว ยังไงกันแน่ ชอบหรือรักคะเฮีย"
     "ไม่รู้ดิ เรื่องแบบนี้อาจเป็นเพราะโรคหัวใจก็ได้มั้ง เราเป็นแบบนั้นหรอ" เฮียถามด้วยความเป็นห่วง
     "เปล่าค่ะ พรีมเป็นค่ะ มีนไม่ได้เป็น" ขอโทษนะพรีม TT
     "งั้นบอกให้พรีมลองไปหาหมอตรวจดูให้ละเอียกนะ เผื่อเป็นโรคอะไรร้ายแรงขึ้นมาแล้วจะรักษาไม่ทัน" เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าจริงจังจนฉันอดชื่นชมพี่ชายตัวเองไม่ได้ นอกจากตอบอย่างมีความรู้แล้วยังเป็นห่วงเพื่อนฉันอีกด้วย
     "แต่เดี๋ยวนะเฮีย มันไม่เกี่ยวกับเรื่องรักหรือชอบใครหรอกหรอ"
     "ก็อาจจะเกี่ยวล่ะมั้ง"
     "อ้าวเฮีย ยังไงกันแน่เนี่ย" ฉันโวยวาย
     "ก็เฮียไม่รู้ ไม่เคยเป็น ถามอะไรเซ้าซี้ไปนอนได้แล้วไป" ว่าแล้วก็ลุกหายไป ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่คนเดียวพร้อมกับความสงสัยกับอาการหัวใจเต้นแรงของตัวเองต่อไป สรุปคิดผิดหรือถูกที่มาถามเฮียธันเนี่ย
     ~ยังคงรอคอยความรักให้ผ่านเข้ามา ยังคงคอยตามค้นหาครึ่งนึงที่หล่นหาย~
      'คิมหันต์' หน้าจอไอโฟนแสดงชื่อคนที่โทรเข้ามา ซึ่งเป็นคนที่ฉันไม่อยากคุยด้วยมากที่สุดในตอนนี้ บ้าจริง! ในเวลาแบบนี้ฉันควรทำอะไรดี จะรับดีมั้ย หรือไม่รับดี
     ไม่นานเสียงริงโทนก็หายไป แต่ก็ดังขึ้นมาใหม่ จนฉันตกใจคิดว่าเขาวางไปแล้วจะไม่โทรมาอีก เป็นอันต้องโยนไอโฟนลงบนโซฟา
     ทำยังไงดีๆ TT จากเรื่องเมื่อกลางวันทำให้ฉันสับสนมาก และไม่กล้าคุยกับเขาเลย ไม่นานนักเสียงก็ดับลงอีกครั้ง
     ~ครืดครืด~ ระบบสั่นที่ฉันตั้งเตือนเอาไว้เวลาข้อความหรือไลน์เข้าดังขึ้น เมื่อชะโงกหน้าไปดูก็ปรากฎว่าเป็นคิมนั่นเอง คราวนี้ฉันไม่รอช้าหยิบไอโฟนสีขาวเครื่องโปรดสไลด์อ่านข้อความทันที
     ตึกตึกตึกตึกตึกตึก ตึกตึกตึกตึก เสียงหัวใจฉันดังขึ้นในขณะที่รอเครื่องเปิดข้อมูลเพื่ออ่าน อดตกใจไม่ได้ที่แค่เป็นข้อความจากคิมก็ทำให้เขาใจทรยศดวงนี้เต้นอย่างรุนแรง
   คิม: 'อาการหัวใจเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้ใครสักคน มันเป็นเพราะเราชอบคนๆนั้น ไม่ใช่เพราะอาการผิดปกติจากโรคร้ายอะไรสักอย่างหรอกนะ หึๆ อ้อ วันนี้เธอทำงานดีมาก แต่อย่าลืมว่าเราต้องไปถ่ายนอกสถานที่กันอีก ฝันดีนะ'
   อ๊ายยยยยย อยากจะกรี๊ดดังๆ >///< เขารู้ได้ไงว่าฉันกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ แบบนี้มันต้องเป็นเพราะเฮียธันไปบอกเขาแน่ๆเลย สองคนนี้สนิทกันขนาดนี้เลยงั้นหรอ ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง ตายแน่ๆอย่างนี้เขาต้องรู้แน่เลยว่าที่ฉันถามเฮียไปนี่ฉันหมายถึงเขา พระเจ้าช่วยมีนาด้วย ลูกอยากหายตัวได้ TT
     "อ้าวมัน ขย้ำหัวตัวเองทำไมน่ะ ไม่เจ็บหรอ" ฉันแสยะยิ้มก่อนจะพุ่งเข้าไปไล่กัดเฮียธันอย่างเคียดเเค้น ไอ้พี่บ้าา
     "อ๊ากกกกก เจ็บเว้ยยยยยยย!!!"
     เฮียธันเอามือยันหัวฉันออกด้วยใบหน้าแดงก่ำ เจ็บล่ะสิ สมน้ำหน้า!

     เสียงแหกปากดังขึ้นอีกเรื่อยๆ มีเสียงข้าวของหล่นบ้างเป็นระยะๆจากการหลบหนีของเฮียธัน แต่ในที่สุดเราก็ต้องเลิกเล่นและแยกย้ายกันไปนอน เพราะคุณลุงข้างบ้านโยนหม้อเข้ามาในบ้านเราพร้อมกับเสียงกร่นด่า มีนาขอโทษค่ะคุณลุง TT
   



     เสียงรถขายกับข้าวมาตอน 8 โมงเช้าเป็นเสียงปลุกอย่างดีสำหรับวันอาทิตย์ที่แสนขี้เกียจของหลายๆคน แสดงแดดอ่อนๆลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องนอน ฉันกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับให้เข้ากับแสง ก่อนจะบิดขี้เกียจสุดแขน เตียงทั้งนุ่มทั้งหอมทั้งอุ่น ใครจะอยากตื่นกันล่ะเนอะ
     ในขณะที่ผลิกตัวก็ต้องชะงัก เมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับชายร่างสูงผมสีดำสนิทที่นอนอยู่ข้างๆฉัน ได้ข่าวว่าพี่ชายฉันผมสีชมพูนะ แล้วไอ้หมอนี่เป็นใคร!!!! 
     "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด"

มุมทอล์ค 
มีใครฟินกับฉากเลิฟซีนแบบกุ๊กกิ๊กๆของมีนากับคิมหันต์บ้างเอ่ย> :)
แล้วดูสิใครช่างกล้าขึ้นมานอนบนห้องกับมีนา 

ลิตาอยากจะขอบคุณรีดเดอร์ที่เข้ามาเม้น มาโหวตและกดแอดแฟนมากเลยนะค่ะ
คุณคือกำลังใจดีๆของเรานี่เอง :))) ปล.ช่วงนี้ร้อนมาก ลดกินอาหารเผ็ด ลำไยและแอลกอฮอล์ด้วยนะค่ะ



 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #77 °My_Dear° (@7love) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 06:05
    โอ้ยน่ารักกก หวานนน 
    #77
    0
  2. #47 Pantakarn Promlok (@pantakarnpromlok) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 09:40
    เขินน -//-
    #47
    0
  3. #44 bt_omaga (@btpreeyapa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 00:14
    คิมหันต์น่ารักจัง 
    #44
    0
  4. #34 Rainbowlover (@tanapornlaptawee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 15:27
    รีบมาอัพต่อเร็วๆนะคะ
    #34
    0
  5. #33 jen_jira (@jenjirainon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 11:57
    เมื่อไรจะอัพต่ออออ??
    #33
    0
  6. #31 Ingkyblue (@napassorn14) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 10:38
    มาอัพต่อเร็วนะค้ะ ชอบมากกก >< 
    #31
    0
  7. #26 Zai_Punisher (@zai_zero) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 14:51
    น่าร้ากกกกกกกกกกก
    #26
    0
  8. #25 Mild Napatsorn (@mild_ni) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 13:25
    โอยยยย พี่อัพต่อไวๆนะ ยิ้มแก้มปริ >O< คุณคิมทำไมน่าร้ากอย่างเนี้ยยยย ละลายแทนอ่ะค่ะ ♥ ♥
    #25
    0
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #22 jen_jira (@jenjirainon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 11:43
    อร๊ายยยย lita คุนรีบอัพต่อเลยน่ะ fc รอ555
    #22
    0
  11. #21 -LoveEXO'- (@maplejab) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 09:55
    แอบฟิน อิ้อิ้ ถึงจะเล็กน้อยก็เถอะ
    ว่าแต่ใครมานอนในห้องงกับมีนา 5555555
    รอคับ บบ 
    #21
    0