The last one กับดักรักร้าย คุณชายสองหน้า

ตอนที่ 7 : Ch.5 ชายแปลกหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,045
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 พ.ค. 57

   
                                                 
                                                         ตอนที่ 5 ชายแปลกหน้า

   เสียงรถขายกับข้าวมาตอน 8 โมงเช้าซึ่งตรงเวลาเป๊ะๆไม่มีช้าแม้แต่วินาทีเดียว แสงแดดอ่อนๆลอด ผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอน ฉันกระพริบตาถี่ๆและเหยียดแขนออกบิดขี้เกียจ แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อ ลืมตาขึ้นเต็มๆทำให้เห็นร่างสูงผมสีดำที่นอนอยู่ข้างๆ ได้ข่าวว่าพี่ชายฉันผมสีชมพูนะ แล้วนี่ใคร!!!!

     “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

     กรี๊ดสุดเสียงชนิดที่ว่าอาจทำให้คออักเสบได้ แต่วินาทีนี้ฉันไม่สนใจอะไรแล้ว หวังว่าเฮียธันคงจะไม่ ขี้เซาและตื่นมาดูน้องสาวนะ

    ร่างสูงของชายที่นอนข้างๆฉันขยับตัวเล็กน้อย และไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเลย ด้วยความที่ฉันกลัว เอาจริงๆ คืออยากรู้ว่าใครมาบังอาจนอนบนที่นอนเดียวกับฉันได้ อาจจะเป็นเพื่อนเฮียธันสักคนที่หนีพ่อแม่มา นอนที่นี่ เลยตัดสินใจหยิบไม้บรรทัดเหล็กสมัยอนุบาลที่รักนักรักหนา มาจัดการรัวตีแรงๆเข้าที่เเขน ของไอ้บ้านี่ คนอะไรนอนคว่ำหน้าแบบนี้จะหายใจออกมั้ย เกิดตายในบ้านฉันได้ซวยแย่

     “แป๊ะๆๆๆๆ / โอ้ยย ๆๆๆ” เสียงไม้บรรทัดเหล็กกับเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของอีกคนสร้างความสะใจ ให้ฉันไม่น้อย หึ เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับมีนา

     “โอ้ยนี่เธอจะบ้าหรอ มาตีฉันทำไม”

     “ไอ้บ้า!!! ไอ้โรคจิต ลุกขึ้นมานะ!”

     “มันเจ็บนะมีน หยุดเว้ย!” เสียงคุ้นหูดังขึ้น ฉันหยุดตีซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ไอ้บ้านี่หันมาพอดี เห้ยยย นี่มัน!!

     “คิม!!”

     “ก็ใช่น่ะสิ จะตกใจอะไรนักหนา แล้วดูรอยบนแขนฉันสิ ฝีมือเธอทั้งนั้น”

     “อ้าว ก็นายมานอนบนห้องฉันได้ยังไง ที่ฉันตีนายน่ะถูกแล้ว” หมอนี่บ้าไปแล้วเเน่ๆ ทะเล่อทะล่าเข้ามานอนบนห้องคนอื่น แล้วยังทำเหมือนตัวเองถูกอีก อารมณ์เสียแต่เช้าเลยวันนี้

     “ก็พี่ชายเธอให้ฉันมาปลุกเธอ แต่ปลุกเท่าไหร่เธอก็ไม่ตื่น แถมยังลากฉันลงมานอนด้วยเฉยเลย”

     “ไม่มีทาง ฉันไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน” ฉันปฎิเสธเสียงแข็ง ขนาดเสียงนกบินชนกระจกเมื่อคืนก่อน ฉันยังสะดุ้งตื่นเลย แล้วปกติก็เป็นคนนอนตื่นง่ายอยู่แล้วด้วย

     “เธอคิดว่าอยู่ๆฉันจะมานอนบนที่นอนเธอเองหรอ ใครจะอยากทำแบบนั้นกันล่ะ”

     “แล้วทำอย่างกับฉันอยากให้นายมาปลุกฉันและนอนข้างฉันอย่างนั้นแหละ เฮียธันอยู่ไหน ทำไมต้องใช้นายเข้ามาในห้องฉันแบบนี้ด้วย”

     “พี่ชายเธอไปทำธุระ ฉันเลยรับหน้าที่ทำอาหารเช้าและดูแลเธอแทน”

     “หึ ไม่ต้องอ่ะ ฉันดูแลตัวเองได้” คิมทำหน้าเอือมเมื่อฉันตอบพร้อมกับกอดอกเชิดหน้า ก็มันจริงนี่นา ทำไมเขาต้องทำเหมือนฉันเป็นเด็กด้วย นิสัยแบบนี้มันเหมือนเฮียธันไม่มีผิด

     “แต่พี่เธอฝากฉันไว้ให้ดูแลเธอ แล้วฉันในฐานะแฟน เอ่อ..แฟนปลอมๆ เลยต้องทำตามอย่างช่วยไม่ ได้อ่ะนะ หรือเธออยากให้พี่ชายเธอรู้ความจริง”

     “แต่เฮียไม่อยู่บ้าน พอเฮียกลับมาฉันจะบอกว่านายเพิ่งกลับไป ส่วนตอนนี้นายกลับบ้านนายไปได้แล้ว โอเคนะ”

     “แต่ฉันไม่ชอบโกหก เธอแค่อยู่บ้านเฉยๆกับฉันจนกว่าพี่ชายเธอจะกลับมาไม่ได้รึไง”

     “ไม่ได้ อีกอย่างฉันจะเป็นคนโกหกเอง” ฉันตอบอย่างรำคาญ หมอนี่ทำไมอยู่กับฉันพูดมากจัง ปกติเห็นอยู่กับเพื่อนๆล่ะทำเป็นขรึม

     “เฮ้อออ ฉันเถียงกับเธอคงไม่ชนะ ต้องใช้ไม้แข็ง”

     “ไม้แข็งอะ.. วะ ว้ายยย O.O” ยังไม่ทันได้ถามจนจบคิมก็ผลักฉันจากที่นั่งอยู่บนเตียงดีๆ เป็นลงไปนอนแทน พร้อมกับตัวเขาคล่อมฉันเอาไว้ ท่าของเราตอนนี้มันล่อแหลมมาก อะ ไอ้บ้านี่!

     “นาย จะทำอะไรน่ะ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้นะ!”

     “ไม่ จนกว่าเธอจะยอมอยู่กับฉันจนกว่าพี่ชายเธอจะกลับบ้าน ไม่งั้นฉันจะ..” คิมค้างไว้ไม่ยอมพูดให้จบ หน้าเรียวที่ชอบปั้นหน้านิ่งขรึม ตอนนี้มันกลับเจ้าเล่ห์จนฉันอดหมันไส้เขาไม่ได้ สรุปแล้วหมอนี่เป็นคน นิสัยยังไงกันแน่ โอ้ยยย มีนาไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เลย

      คิ้วหนาหยักขึ้นอย่างท้าทาย ในขณะที่ริมฝีปากได้รูปนั่นก็ผิวปากไปด้วยเบาๆอย่างกับถูกใจอะไรอยู่

      “ไม่งั้นจะอะไร ทำไมไม่พูดต่อล่ะ”

     “^_^” ไม่ตอบแต่ค่อยๆเลื่อนใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขาที่เป่ารด ใบหน้า เขาฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบครบทุกซี่อย่างน่ารัก อ๊ะ! น่ารักงั้นหรอ ไม่ๆๆๆ ไม่น่ารัก ฉันเผลอ ชมเขาไปได้ยังไงกัน

     “ลองดูมั้ยล่ะ ว่าฉันจะทำอะไรเธอ” ว่าแล้วก็เปลี่ยนเป็นลงมากอดฉันแน่นๆแทน ไอ้บ้านี่คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงได้กล้ามากอดฉันแบบนี้!

     “ปล่อยยยยยย ไอ้บ้า!ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลย” ฉันพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขา แต่กลับไม่เป็นผลเลยสักนิด จนในที่สุดต้องนอนกัดฟันนิ่งๆด้วยความโกรธแค้น คอยดูเถอะถ้าฉันหลุดไปได้นะ ฉันจะวิ่งเอาไม้บรรทัดตีหมอนี่รอบบ้านเลย

     “อยู่แบบนี้สักพัก แล้วฉันจะลงไปทำอาหารเช้าให้”

     “....”

     “ทำไมไม่ตอบ งอนหรอ”

     “เหอะ ทำไมฉันจะต้องงอนนายด้วย นาย่เตรียมใจไว้เลยนะ ถ้าฉันหลุดออกไปได้นายเละแน่” เสียงหัวเราะเบาๆในลำคอของเขา ทำให้ฉันยิ่งโมโหขึ้นไปอีก แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าอยู่ในอ้อมกอด ของเขาแบบนี้ก็รู้สึกอบอุ่นจนฉันเผลอรู้สึกดีไม่ได้ กลิ่นบุหรี่อ่อนๆปนน้ำหอมลอยมาแตะจมูก มือหนาแกร่งทั้งสองข้างโอบกอดรอบตัวฉันไว้ให้ความรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ ไหนจะสายตาอ่อนโยน ที่เขามองมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นตัวเขานั้นมันทำให้ฉันรู้สึกดีอย่างช่วยไม่ได้

     หัวใจที่เคยสงบนิ่งต้องเต้นระรัวขึ้นอีกครั้งเมื่ออยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ ความรู้สึกมีผีเสื้อบินอยู่ในท้องเป็น ร้อยตัวกำลังเกิดขึ้น วันนี้เข้าใจแล้วว่าที่นางเอกในหนังชอบพูดเรื่องผีเสื้อบินในท้องเวลามีความรักนั้นเป็น อย่างไร เอ๊ะเดี๋ยวนะ เวลามีความรักงั้นหรอ?

     ไม่หรอก ฉันไม่มีทางรักแฟนปลอมๆของฉันแน่ๆ ส่วนความรู้สึกทั้งหมดที่มันเกิดนั่นก็แค่หวั่นไหว ใช่แล้ว ฉันแค่หวั่นไหวเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเคยเข้าใกล้ฉันได้อย่างคิมมาก่อน     ตั้งแต่วันนี้ฉันคงต้องระวังหัวใจตัวเองให้มากขึ้น ฉันจะรักคิมไม่ได้ วันใดวันหนึ่งฉันต้องเลิกกับเขา เพราะเราแค่เป็นแฟนหลอกๆกัน ถึงฉันจะยังไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงยอมช่วยฉันก็เถอะ และถึงเขาจะมีมุมใจดีแต่ก็ไม่น่าจะดีจนขนาดช่วยเรื่องแบบนี้ได้หรอก เพราะฉะนั้นฉันต้องถามเขาให้รู้เรื่อง ให้ได้ว่าจริงๆแล้วเขาต้องการอะไรตอบแทนกันแน่ หวังว่าจะไม่ใช่ตัวฉันอย่างที่เขาเคยพูดไว้หรอกนะ

 

     หลังจากที่คิดอะไรเพลินๆฉันก็เผลอหลับไปพร้อมๆกับคิมจนได้ เราตื่นกันอีกทีเกือบเที่ยง ซึ่งดีที่คิมตื่น ก่อนฉันสักพักนึงและทำกับข้าวรอไว้เรียบร้อย และอย่าคิดว่าฉันลืมเรื่องที่จะเอาคืนเขานะ แต่ไม้บรรทัด ที่คิดว่าจะไว้ตีเขามันดันหายไป ซึ่งเดาไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะว่าใครเป็นคนเอาไป

     “นี่นาย เมื่อไหร่เฮียฉันจะกลับอ่ะรู้มั้ย” ฉันถามขึ้นในขณะที่เรากำลังดูหนังกันอยู่ในห้องนั่งเล่น คิมนอนเหยียดขาบนพื้นพรม คือโซฟาก็ยังว่างอีกตัว ทำไมเขาไม่ขึ้นมานอนข้างบนดีๆฉันก็ไม่เข้าใจ

     “เย็นๆนู่น ทำไมหรอ”

     “ก็จะให้เฮียพาไปหาโฮย่าน่ะสิ”

     “ไม่ได้!” คิมเด้งตัวขึ้นมาจนฉันตกใจ หมอนี่ทำอะไรแต่ละอย่างแบบชาวบ้านเขาไม่ได้เลยสินะ บทจะตกใจก็เล่นซะเวอร์เชียว

     “นายจะตกใจอะไร แล้วทำไมจะไม่ได้”

     “ก็..ก็แดดมันร้อน เธอจะไปหาโฮย่าทำไม”

     “มีเรื่องต้องถามนิดหน่อย” เรื่องที่ว่าก็คืออาการน่าสงสัยของโฮย่า ฉันว่าจะต้องไปคาดคั้นให้มัน เรียบร้อย เชื่อสิไม่ว่าใครก็ต้องยอมมีนาคนนี้หมด

     “ค่อยถามพรุ่งนี้ก็ได้ วันนี้อยู่บ้านนี่แหละ”

     “ทำไมล่ะฉันอยากไปหาเพื่อนนี่นา นายอย่ามาอ้างแดดร้อนเลย นายก็เอารถมาเราก็นั่งรถไป ไม่โดนแดดสักนิด”

     “บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้ ดูหนังต่อไปซะ” เขาบอกและนอนลงอย่างเดิมด้วยสายตาดุๆ กลัวตายล่ะ :P

     “งั้นฉันไปเองก็ได้ นายก็อยู่เฝ้าบ้านไป”

      “ไม่ได้” เสียงดุๆติดห้วนนั่นทำให้ฉันเงียบลง กล้าดียังไงมาทำเป็นออกคำสั่งกับฉันแบบนี้นะหมอนี่ อย่างนี้มันน่าสงสัยชัดๆเลย ฉันลุกขึ้นยืนกอดอกด้วยสีหน้าไม่พอใจ เหมือนเขาจะรู้เลยเหลือบตามามอง

     “ฉันกำลังโกรธ ถ้าไม่อยากให้ฉันเขวี้ยงข้าวของใส่นายล่ะก็ ขึ้นไปเอาซีดีโดเรมอนในห้องเฮียธัน มาให้ฉันดูเดี๋ยวน!!ี้”

     “.....” คิมหันไปสนใจจอทีวี เมินฉันหรอยะ ฮึ่ยยย

     “จะไปไม่ไป” ฉันพยายามทำเสียงให้นิ่งๆเย็นๆ และจ้องเขาอย่างไม่ยอมแพ้ จนในที่สุดเขาก็ลุกขึ้น ไปบนบ้านอย่างกระฟัดกระเฟียด  หึๆ เสร็จแน่ ซีดีโดเรมอนนั่นหายังไงก็ไม่เจอหรอก ในเมื่อฉันกับเฮียไม่ดูการ์ตูนสักหน่อย ตอนนี้ได้โอกาสแล้ว ฉันไม่รอช้ารีบหยิบไอโฟนใส่กระเป๋า คว้ารองเท้ามาใส่และรีบออกจากบ้านอย่างเร็วที่สุด

     และแน่นอนจุดหมายปลายทางคือบ้านโฮย่า!

 โบกแท็กซี่ซอยหน้าบ้านอยู่ไม่นานก็มีแท็กซี่รับขึ้น ฉันรีบบอกที่อยู่ของโฮย่าและหยิบไอโฟนมาโทรออก หาคนที่กำลังจะไปหา เผื่อหมอนั่นไม่อยู่ห้องล่ะซวยแย่

     ‘หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ ตู้ดๆ’

     บ้าน่า ทำไมอยู่ๆติดต่อไม่ได้ ฉันกดลองโทรออกใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้อยู่ดี โอ้ยยย มันซวยอะไรเนี่ย ร้อยวันพันปีไม่เคยปิดเครื่อง หรือหมอนั่นจะนอนอยู่ แต่ก็ไม่น่าจะปิดเครื่องน่ีนา อารมณ์เสียๆ ให้มันได้อย่างนี้สิ อุตส่าห์หนีคิมมา เฮ้อ

     “น้องครับน้อง”

     “คะ” ฉันตอบกลับพี่โชเฟอร์ที่อยู่ๆก็หันมาคุยกับฉัน

     “รถบีเอ็มสีดำด้านหลังนั่นใช่เพื่อนน้องรึเปล่าครับ พี่เห็นเขาขับตามเรามาตั้งแต่ซอยบ้านน้องแล้ว”

     โดยทันที ฉันหันไปมองด้านหลังอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าจะเป็นคิมตามมา แต่ไม่ใช่ ผู้ชายที่นั่งด้านในนั่นไม่ใช่คิม ถึงคนขับจะใส่หมวกทำให้เห็นหน้าไม่ชัดก็เถอะนะ  อีกอย่างคิมไม่ขับบีเอ็มสีดำด้วย ฉันจำได้

     “ไม่ใช่ค่ะพี่ หนูไม่รู้จัก”

     “งั้นพี่คงคิดไปเอง แต่น้องระวังตัวไว้ก็ดีนะครับ เพราะตอนพี่วนรถแถวๆบ้านน้องหาลูกค้า พี่ก็เห็นรถคัน นี้จอดอยู่เฉยๆแถวหน้าบ้านน้อง แต่พอน้องออกมาขึ้นรถพี่เท่านั้นแหละเค้าก็ขับตามมาเลย”

     “หรอคะ พี่มั่นใจนะค่ะว่าเค้าขับตามเรามา” ฉันเริ่มตื่นตูมตามที่พี่โชเฟอร์บอก แต่เค้าจะมาตามฉัน กันล่ะทำไม  ไม่ใช่หรอกมั้ง

     “พี่มั่นใจนะน้อง เหมือนตอนนี้เค้าเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเรารู้ เพราะเค้าชะลอเครื่องลงและปล่อยให้คันอื่น เเซงมา แต่เท่าที่ดูนี่มันขับตามเราชัดๆเลย”

     “งั้นพี่เร่งความเร็วเลยค่ะ” พี่โชเฟอร์พยักหน้ารับและขับเร็วขึ้นจนฉันต้องใช้เล็บจิกเบาะเอาไว้ นี่ถ้าไม่รู้ ว่าเป็นคนขับแท็กซี่นี่ฉันคิดว่าพี่แกเป็นนักแข่งรถอยู่ในสนามแล้วล่ะ

     ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีก็มาถึงคอนโดของโฮย่า จนป่านนี้ก็ยังติดต่อไม่ได้เลย ส่วนรถบีเอ็มคันนั้นก็คง ไม่ได้ตามมาหรอก เพราะตอนเลี้ยงเข้าซอยมาทางซ้าย รถคันนั้นเลี้ยวไปทางขวา

     ฉันเดินขึ้นมาชั้นสองของตึกสูง โฮย่าอยู่ชั้นสองเพราะหมอนั่นบอกว่าถ้าไฟไหม้จะได้หนีทัน ซึ่งไม่รู้ว่า มันเป็นเหตุผลจริงๆหรือเปล่า แต่ฉันว่ามันดีเพราะว่าขึ้นบันได้มาได้ง่ายๆ ไม่ต้องมายืนรอลิฟต์ให้เสียเวลา ระหว่างเดินขึ้นมาฉันรู้สึกเหมือนมีใครเดินตาม แต่ก็คงรู้สึกไปเอง ที่นี่คนค่อนข้างพลุกพล่านด้วยเพราะอยู่ใกล้มหาลัยและย่านของกินกลางเมืองหลวง

     ถึงแล้วห้อง 222 ฉันกดออดลงรัวๆ เป็นการเอาคืนที่โทรหาโฮย่าไม่ติด หวังว่าเขาจะอยู่ห้องนะ ไม่งั้นฉัน คงมาเก้อเลย แต่กดรัวๆขนาดนี้ยังไม่ยอมมาเปิดประตูแสดงว่าคงไม่อยู่ห้อง เฮ้อออ ซวยจริงๆ

     ฉันลองหยิบไอโฟนมากดโทรหาโฮย่าอีกครั้ง แต่ระหว่างที่กดโทรออกก็มีผู้ชายเดินออกมาจากลิฟต์ ฉันจะไม่สนใจอะไรเลยถ้าเขาจะไม่ใส่หมวกสีดำที่มีสัยลักษณ์อินฟินิตี้สีขาวปักอยู่เด่นหรา ซึ่งถ้าจำไม่ผิดมันเหมือนกับคนขับรถบีเอ็มคันนั้นเลย

     ด้วยความเอะใจจึง้เหลียวไปมองด้วยหางตา ยิ่งเห็นยิ่งคุ้น หรือจะใช่คนๆนั้นนะ จริงๆแล้วเขาขับ รถตามฉันมาหรอ ไม่หรอกมั้ง เค้าอาจอยู่ที่นก็ได้ี่

  สูดหายใจเข้าลึกๆและทำเป็นไม่สนใจผู้ชายคนนั้น ทั้งๆที่สายมันก็ตัดไปแล้วเพราะติดต่อไม่ได้ แต่ฉันยังคงถือไอโฟนคาหูเอาไว้อย่างไม่รู้จะทำอะไรดีในเวลานี้

     เขาเดินผ่านห้อง 221 มา ซึ่งห้อง 222 ของโฮย่าที่ฉันยืนอยู่หน้าประตูนี้เป็นห้องสุดท้ายของชั้นสอง ถ้าเขาเดินมาอีกก็คงเจอกำแพง หรือว่าเขาจะเป็นเพื่อนโฮย่า ต้องใช่แน่ๆ

     “มาหาโฮย่าหรอ”

     “อ๋อค่ะ ใช่ๆมาหาโฮย่า คุณเป็นเพื่อนโฮย่าหรอคะ” ฉันเงยหน้าไปคุยด้วย เรายืนอยู่ห่างกันไม่มาก แต่ฉันไม่เห็นหน้าเขา เพราะเขาใส่หมวกปิดเอาไว้จนมันบังแทดหมอทั้งหน้า แถมเขายังก้มหน้าลงอีก

     “เป็นแค่คนรู้จักครับ แต่ตอนนี้โฮย่าไม่อยู่ที่นี่นะครับ ไปแลกเปลี่ยนที่ออสเตรเลีย 6 เดือน”

     “อะไรนะคะ รู้ได้ไงคะ แล้วไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลย”

     ฉันถามรัวๆในขณะที่เขายังคงก้มหน้ามองพื้นอยู่เหมือนเดิม นี่ตกลงเขาคุยกับฉันหรือกับมด บนพื้นกันแน่ หงุดหงิดแล้วนะ ไม่มีมารยาทเลยผู้ชายคนนี้

     เขายกเเขนขึ้นดูนาฬิกาที่ข้อมือ ก่อนจะเอ่ยตอบ

     “อีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง เค้าไม่ได้บอกคุณหรอครับ” ถามด้วยเสียงขึ้นจมูกราวกับ ว่ามันน่าตลก ผู้ชายคนนี้ยั่วโมโหฉันได้ดีจริงๆเลย ทำไมรอบตัวฉันถึงมีแต่ผู้ชายแบบนี้นะ

     “ไม่ได้บอกค่ะ ยังไงก็ขอบคุณนะค่ะที่บอก แล้วคุณชื่ออะไรหรอคะจะได้ไปบอกโฮย่าว่าอย่าคบ เพื่อนไร้มารยาทคนนี้ต่อ” ฉันต่อว่าเขาเล็กน้อย เอาจริงๆเพราะว่าไม่รู้จักเลยไม่จำเป็นต้องสนใจ เพราะขนาดเขายังไม่สนใจจะคุยกับฉันดีๆเลย ดูสิยังก้มมองพื้นอยู่อีก แถมยังหัวเราะเบาๆอีกด้วย ให้ตายเถอะ ไม่ได้สำนึกเลยสินะ

     “อยากรู้หรอว่าผมชื่ออะไร” ร่างสูงเขยิบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว เสื้อสีเทากับกางเกงขาดๆ แต่ดูราคาแพง ทำให้ฉันแอบหมันไส้ในความธรรมดาแต่ทำให้เขาดูดีได้

     กลิ่นน้ำหอมหวานนิดๆลอยมาเเตะจมูก ไม่เพียงแค่นั้นมันมีกลิ่นเย็นๆคล้ายสบู่โพแทค เฟรชเล็กน้อยปนมาด้วย ทำให้ฉันเงยหน้ามองเขาอย่างเร็ว กลิ่นน้ำหอมนี่มันมีเสน่ห์มากนะ  อีกอย่างกลิ่นเย็นๆปนหวานนิดๆแต่ไม่เลี่ยนมันเหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบนี้เลยล่ะ ส่วนใหญ่คนใกล้ตัวฉันจะรู้ว่าฉันเป็นพวกคลั่งน้ำหอมมาก และกลิ่นนี้มันก็ใช่สุดๆ

     “หอมล่ะสิ กลิ่น Davidoff Cool Water น่ะ วันหลังก็ซื้อไปให้พี่ชายใช้ดูสิ” บอกพร้อมกับขยับเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น จนฉันต้องผลักเขาออกไป แต่แรงผู้หญิงบอบบางก็สู้อะไรไม่ได้เลย ฉันคงต้องลงเรียนมวยไทยซะแล้ว ช่วงนี้โดนแต่ผู้ชายรังแก

     “นายเป็นใคร! รู้ได้ไงว่าฉันมีพี่ชาย รู้ได้ไงว่าฉันชอบกลิ่นน้ำหอมนาย”

     “อะไรที่เกี่ยวกับเธอฉันรู้ทั้งนั้นแหละ ไม่ต้องกลัวฉันหรอก อีกไม่เกิน 5 นาทีไอ้คิมหันต์ก็โผล่หัวมาช่วย เธอแล้ว อีกอย่างนะ ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก”

     “นายเป็นใครกันแน่ รู้จักคิมได้ไง”

     “เดี๋ยวเธอก็ได้รู้จักฉันในเร็วๆนี้ ่ไม่ต้องห่วงหรอกคนสวย”

     “นายใช่มั้ยที่ขับบีเอ็มสีดำตามฉันมา” ฉันพยายามมองหาทางหนี และแม้จะอยู่ใกล้กันแต่ฉันก็ยังมองหน้าเขาไม่ชัดอยู่ดี ถือว่าเขาเก่งมากที่ปกปิดไว้ได้

      “เธอก็ฉลาดดีนี่ แต่รู้มั้ยว่าความฉลาดของคนเราจะลดลงไปเมื่อเราไว้ใจ และไม่คิดว่าคนรอบข้างจะทำร้ายเรา”

      “นายพล่ามอะไร แล้วก็หลีกทางไป ฉันจะกลับ”

     “เดี๋ยวก่อนสิ ไม่อยากฟังฉันพูดต่อจริงๆหรอ”

     “ไม่” ฉันผลักเขาออกอย่างแรงด้วยแรงทั้งหมดที่มี เขาเซไปเล็กน้อย ซึ่งมันก็ทำให้ฉันเดินออกมาจากตรงนั้นได้ แต่ไม่ทันไรก็โดนกระชากแขนจนตัวปลิวไปกระแทกกับ กำแพง ฉันอ้าปากจะต่อว่าแต่ไม่ทัน เขาคนนั้นยกมือขึ้นปิดปากฉันไว้แน่น มืออีกข้างก็ยังจำแขนฉันไว้ ไม่ให้ดิ้นออกได้

     “จุ๊ๆใจเย็นๆน่าสาวน้อย อ๊ะนั่นไงไอ้คิมหันต์มาพอดี ฉันบอกแล้วไงว่าเดี๋ยวมันต้องมาช่วยเธอ”

     ฉันหันไปมองก็เจอคิมกำลังเดินเข้ามาด้วยท่าทางใจเย็น แต่ก็แฝงความดุดันไว้ในตัว ใบหน้าขรึมมอง มาทางฉันอย่างปลอบใจซึ่งฉันสัมผัสจากสายตาคู่นั้นของเขา

     ไอ้บ้านี่เอามือที่ปิดปากฉันไว้ออกแล้วดึงฉันไปอยู่ข้างหลังเขาแทน คิมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหมอนี่ เขาเงยหน้าขึ้นมองคิม ทีกับฉันทำเป็นก้มหน้าก้มตา อยากจะรู้นักหน้าตาเป็นยังไง แต่ฉันดันอยู่ข้างหลังเขา เลยมองไม่เห็นหน้าเขาสักที

     “ส่งมีนมา”

     “ส่งแน่ ฉันก็แค่มาทักทายหมากตัวสำคัญของเกมส์”

     “มึงหยุดพูดเลยนะ มีอะไรไวค่อยคุยกัน แต่ไม่ใช่ตอนนี้” คิมร้อนรนขึ้น แต่ยังรักษาท่าทีไว้นิ่งอย่างเคย เขาพูดถึงอะไรกัน หมากตัวสำคัญอะไร ไม่เข้าใจเลย

     “อยากจะรู้นัก ว่าถ้ายัยนี่รู้แล้วพวกมึงจะขอโทษยังไงกัน คงเสียความรู้สึกน่าดู”

      “กูบอกให้มึงปล่อยมีนมา อย่าลีลา ไม่งั้นกูจะไม่อยู่เฉยๆแน่”

     “แค่นี้ทำเป็นหวง มึงระวังไว้ดีๆแล้วกัน ไม่งั้นเสร็จกูแน่” ไอ้บ้าคนที่ใส่หมวกเดินกระแทกไหล่คิม เข้าลิฟต์ไป ฉันเห็นคิมกำมือไว้แน่น จนต้องเดินไปแตะมือเขาเบาๆ

     ฉันไม่รู้ว่าพวกเขามีเรื่องอะไรกัน แต่คิมไม่เคยแสดงท่าทางน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน คิ้วของเขาขมวดเป็น ปมแน่น เส้นเลือดเต้นตุบๆบริเวณแขน ส่วนมือก็ยังคงกำอยู่แน่น

     “ปัง!!!”

     “เป็นบ้าอะไรของนาย!” ฉันดุคิมที่อยู่ๆก็ตบประตูห้องโฮย่าเสียงดัง เขาสะบัดมือฉันออกและจ้องหน้าฉัน ชนิดว่าขนแขนยังต้องลุก ทะ ทำไมหมอนี่น่ากลัวจัง T^T

     “ฉันบอกเธอแล้วใช่มั้ยให้อยู่บ้านจนกว่าพี่ชายเธอจะกลับมา ถ้าอยากอยู่ข้างนอกนักก็นั่งแท็กซี่กลับ บ้านเองก็แล้วกัน ฉันไปล่ะ อยากทำอะไร อยากไปไหนก็ตามใจเธอ”

     “เดี๋ยว นายจะมาทิ้งฉันแบบนี้ไม่ได้นะ”

     “ทีตอนมาเธอยังมาเองเลย กลับเองแล้วกัน” เขาพูดแล้วก็เดินออกไปอย่างกับพายุ บอกทีฉันทำอะไร ผิดนักหนา เขาโกรธไอ้หมอนั่นแต่มาลงที่ฉันแบบนี้มันไม่แฟร์เลยนะ โถ่เว้ยยยย!

     ติ๊ด ติ๊ด’

     ฉันกระชากกระเป๋ามาควานหาไอโฟนอย่างอารมณ์เสีย ใครมาส่งข้อความหาตอนนี้ คอยดูนะถ้าเรื่องไม่สำคัญล่ะจะโทรไปโวยให้บ้านแตกเลย

     มือเรียวบางรีบกดเลื่อนอ่านข้อความทันทีเมื่อเห็นว่าโฮย่าเป็นคนส่งมา ทำไมฉันโทรหาไม่ติดแต่ตอนนี้ หมอนี่ดันส่งข้อความมาหาแทนที่จะโทรกลับหาฉันซะงั้น

     ‘เห้มีน ถ้าได้รับข้อความนี้แสดงว่าตอนนี้ฉันอยู่บนฟ้าเรียบร้อยแล้ว อย่าแปลกใจ ฉันแค่อยู่บนเครื่องบินเพื่อไปเรียนต่อครึ่งปีที่ออสเตรเลีย แกจำทุนที่ฉันยื่นขอมาแลกเปลี่ยนได้ใช่ป่ะ นั่นแหละตอนแรกฉันก็ไม่ได้ แต่มีคนสละสิทธิ์ เลยเป็นโชคดีของฉันไป ว่างๆจะโทรหาบ่อยๆ แล้วก็ขอโทษที่ไม่ได้ยืนอยู่ข้างแกในเวลานี้ ขอให้จำเอาไว้นะ ว่าคนที่ทำให้แกเสียใจ จริงๆแล้วเค้ารักแกมาก อย่าโกรธถ้าได้รู้ความจริงอะไรบางอย่าง เข้าใจมั้ย เพราะเรื่องทุกเรื่องมีที่มา ฉันอยากให้แกเปิดใจให้กับคนที่อยู่ข้างๆแกตอนนี้นะ คอยมองไว้ดีๆว่าใครจะอยู่ข้างแกในวันที่แกมีทุกข์ อีก 6 เดือนเจอกัน บาย’

     “O.O?” จากตอนแรกที่โกรธ ที่โฮย่าไม่บอกว่าจะไปออสเตรเลีย แต่ตอนนี้ฉันงงแทน ที่เขียนมาตอนท้ายๆหมอนั่นหมายถึงอะไร ฉันไม่เข้าใจเลย มาทิ้งคำพูดชวนงงให้คิดตามเองแบบนี้ ใครมันจะไปรู้ได้เองล่ะ โว๊ะ!

      เอาเป็นว่าอีก 6 เดือนหมอนั่นเจอฉันอัดเละแน่โทษฐานที่ไม่ยอมมาลากันก่อนจะไป แถมยังทิ้งข้อความปริศนาไว้ให้อีก T^T

     แต่คอยดูนะ ไม่ว่าใครจะทำตัวน่าสงสัยแค่ไหนก็ตาม ฉันจะต้องรู้ความจริงให้ได้!!












มุมทอล์ค
มาช้าไปนิดมีแฟนๆมาทวง ตอนนี้เลยลงให้เยอะกว่าปกตินิดนึง มั้ง? 55555
มีนาเราดูเเก่นๆแต่จริงๆแล้วอ่อนต่อโลกเหมือนกันนะ ใครว่างั้นบ้าง แถมยังไม่ยอมรับหัวใจตัวเองอีก
เรามาติดตามกันต่อไปนะค่ะว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร และมันมีเรื่องอะไรกันแน่

สุดท้ายต้อง
ขอบคุณแฟนคลับ นักอ่านทุกคนที่เม้น และนักอ่านเงานะค่ะ :D



ตอบเม้นคุณ
BMbaimon จากตอนที่4

เก่งมากค่ะ คิดว่าจะไม่มีใครเอะใจแล้วนะเนี่ย หุๆ

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #78 °My_Dear° (@7love) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2557 / 06:21
    เอิ่มมม คิมเป็นอะไร แล้วผู้ชายคนนี้ใครรรร
    #78
    0
  2. #35 jen_jira (@jenjirainon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 / 09:08
    ให้รีบๆๆๆ!!!!
    #35
    0