Heavenly Fox

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,182 Views

  • 186 Comments

  • 758 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    308

    Overall
    15,182

ตอนที่ 12 : Chapter 12 To Wake Up

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 166 ครั้ง
    6 เม.ย. 62

Chapter 12 To Wake Up


ภายในเวท ‘My Worldหลังจากที่เด็กสาวคนนึงได้หลับไหลไป 2 ปี


  “ท…ท่าน!……ท่านไอริส!!


เราได้ยิงเสียงของเด็กสาวคนนึงที่กำลังเรียกเราอยู่ด้วยความดีใจ เราค่อยๆลืมตาขึ้นมาแล้วมองไปทางต้นเสียง ก็เห็นอาโกะจับมือเราแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ แล้วเราก็พูดกับเธอว่า


  “กลับมาแล้วนะ อาโกะ


  “ยินดีต้อนรับกลับค่ะ ท่านไอริส


  “ขอบคุณนะที่คอยดูแลเรามาตลอด


ตอนนี้เราไม่สามารถขยับร่างกลายได้เลยแม้แต่น้อย เพราะผลข้างเคียงของการปลูกธาตุ


  “ไม่เป็นไรค่ะมันเป็นหน้าที่ของดิฉันอยู่แล้วค่ะ


  “อาโกะ ในระหว่างที่เราหลับอยู่เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเราบ้าง


เราจะได้เอาไปบันทึกใส่สมุดพกของเรา ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้าเกิดเราคิดจะทำอีกครั้งจะได้เตรียมได้ถูกต้อง


  “ค่ะ หลังจากที่ท่านไอริสได้ร่ายเวทสองบทนั้น ร่างกายก็เริ่มมีเลือดไหลออกมาและมีบาทแผลเหมือนโดนมีดกรีด เมื่อรักษามันก็เกิดขึ้นอีกครั้งเป็นแบบนี้ไปเลื่อยๆจนครบหนึ่งอาทิตย์อาการนั้นก็หยุดลง และไม่เกิดอาการอะไรขึ้นอีกเลยจนเวลาผ่านไปครบ 1 ปี ร่างของท่านก็มีไอความมืดปกคลุมทั่วร่างแล้วค่อยๆหายเข้าไปในร่างของท่าน


  “ผ่านไปสักพักเวทMana DenudationและเวทMana Absorbก็ทำงานอีกครั้ง แล้วก็เกิดอาการเช่นเดียวกับรอบแรกค่ะ ผ่านไปอีก 1 ปีก็เกิดแสงสีทองขึ้นมาแล้วแสงสีทองก็หายเข้าไปในตัวของท่านไอริสจากนั้นผ่านไปหนึ่งวันท่านไอริสก็ตื่นขึ้นมาค่ะ


เมื่ออาโกะอธิบายเสร็จแล้ว อาโกะก็เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวเราและเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วป้อนอาหารให้เราเมื่อทำอะไรเสร็จแล้วอาโกะก็ออกจากห้องเพื่อเอาของไปเก็บ


ตอนนี้เรากำลังเช็คพลังเวทของเราอยู่ ซึ่งตอนนี้มันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เราปล่อยพลังเวทไปที่แผ่นหลังของเรา จากนั้นปีกและวงแหวนของเราก็โผล่ออกมาจากอากาศแต่มันเปลี่ยนไปพอสมควร จากปีกที่เป็นสีขาวกลายเป็นสีทองและมีละอองสีดำลอยออกมาจากปีก วงแหวนก็เปลี่ยนจากสีขาวกลายเป็นสีทองและมีละอองสีดำออกมาเช่นกัน


เป็นหลักฐานว่าเราทำการปลูกธาตุสำเร็จแน่นอน จากนั้นสักพักอาโกะที่เข้ามาเห็นเราใช้เวทอยู่ก็ทำหน้าเคลียดทันที แล้วบังคับให้เรานอนพักฟื้นทันที และห้ามเราใช้เวทอีกจนกว่าจะหาย เราก็ได้แต่พยักหน้ารับเพราะความรู้สึกผิดที่เราทิ้งอาโกะไว้คนเดียวตั้งสองปี


เราพักฟื้นเป็นเวลาสี่เดือน ตอนนี้ร่างกายของเราขยับได้แล้ว ตอนนี้ก็เช้าแล้วเราก็ลุกออกจากเตียงแล้วบิดตัวนิดหน่อยเพื่อคลายเส้น แล้วเดินไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ ภาพที่เราเห็นในกระจกนั้นคือ เด็กสาวผมสีเงินยาวถึงขาอ่อน ดวงตาสีน้ำเงินทะเล ใบหน้ารูไข่หน้าตาสวยงาม ใส่เสื้อเชิ้ตสายเดี่ยวเอวลอยสีดำ กางเกงขาสั้นสีฟ้า หน้าอกก็ใหญ่ขึ้นน่าจะคัฟC แล้วแหละ



ว่าวตอนเราผมยาวก็สวยใช่เล่นแฮะ เดี๋ยวค่อยไว้ผมยาวตอนกลับไปดีกว่า เมื่อเราดูร่างกายตัวเองที่เปลี่ยนไปเสร็จแล้วเราก็เดินตรงไปสนามฝึกข้างคฤหาสน์ทั้งๆชุดนั้นทันที ก็แหม่ที่นี่มันโลกของเราจะอายทำไมล่ะ เมื่อเดินมาถึงเราก็ไปยืนกลางสนามทันทีเพื่อจะลองทดลองการใช้เวท เราแบมือไปข้างหน้าแล้วร่ายเวท


  “อือถ้าจำไม่ผิดต้องพูดแบบนี้สินะแสงสว่างเอ่ย จงมาสถิตที่มือข้า


เมื่อสิ้นเสียงของเรา ก็มีแสงสีทองออกมาจากมือของเรา แล้วเราก็ยิ้มที่มุมปาก สำเร็จใช้ธาตุแสงได้แล้ว ต่อไปก็ธาตุความมืดสินะ งั้นมาลองกันเลย


  “ความมืดเอ่ย จงมาสถิตที่มือข้า


มีไอความมืดสีดำสนิทออกมา เรารีบทำให้มันหายไปแล้วร่ายเวทต่อไปด้วยความดีใจ


  “Darkness Spear(ดาร์คเนส สเพียร์)


เรานึกภาพหอกสีดำออกมา แล้วมันก็โผล่ออกมาตามที่เราคิด เราเร่งพลังเวทให้สูงสุดเพื่อทดสอบดูว่า ถ้าเราใช้แค่เวทโจมตีขั้นต้นด้วยพลังทั้งหมดมันจะแรงแค่ไหน เราเล็งไปที่ภูเขาที่มีขนาดเท่าภูเขาฟูจิแล้วปาออกไป พอหอกสีดำถึงภูเขาลูกนั้น ก็ระเบิดออกมาเกิดเป็นเสาแสงสีดำกว้าง 50 เมตรลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าและเมฆก็แยกออกจากกัน


เมื่อเสาแสงสีดำหายไปก็พบกับหลุมขนาดใหญ่อยู่ที่ภูเขา เราที่กำลังตะลึงอยู่ก็รีบตั้งสติ เราไม่คิดว่าแค่เวทโจมตีขั้นต้นจะแรงขนาดนี้ ถ้าเราใช้เวทขั้นสูงสุดมันจะไม่หายไปครึ่งโลกเลยหรอ เราตัดสินใจผนึกพลังของเรา80% เราจะใช้พลังแค่20%เท่านั้น จากนั้นเราก็ฝึกอะไรหลายๆอย่างให้คุ้นชินกับธาตุแสงและความมืด เมื่อถึงตอนเที่ยงเราก็พาอาโกะกลับไปที่ห้องสมุดแห่งพระเจ้า


หลังจากเราส่งอาโกะเสร็จแล้วเราก็ออกจากMy World(มาย เวิร์ลด)ไปที่ห้องของเราในปราสาทในอาณาจักรแอสโทรเฟล ทันทีที่มาถึงเราก็ร่ายเวทกันเสียงไม่ให้เสียงออกไปนอกห้องของเราทันที ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ้ม เราเดินไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนทันที เพื่อรอเวลานั้นมาถึง


  ‘อึก!…เริ่มแล้วสินะ


ร่างกายของเราเริ่มร้อนขึ้นเลื่อยๆ เหงื่อเริ่มไหลออกมา แล้วความเจ็บปวดก็ไหลเข้ามาตามร่างกาย เรากัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้ร้องออกมา แต่เราไม่สามารถทนได้จึงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่ก็ไม่เท่าตอนทำการปลูกธาตุแล้วเราก็สลบไป


เราตื่นขึ้นมาก็ถึงเช้าของวันใหม่แล้ว เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นน่ะหรอก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่ช่วงเวลาของร่างกายของเราไหลย้อนกลับ เพราะเวลาในMy Worldกับที่นี่มันต่างกันมากเกินไป


เลยทำให้เมื่อเราออกมาจากMy Worldเวลาในตัวเราจะไหลย้อนกลับไปในช่วงก่อนที่เราจะเข้าไปที่My Worldถึงร่างกายจะกลับเป็นเหมือนเดิม แต่ธาตุและทักษะที่ได้มายังคงอยู่ ถ้าเข้าไปแค่หนึ่งอาทิตย์สองอาทิตย์มันไม่เป็นอะไรหรอก แต่เราเล่นเข้าไปเป็นปีๆ เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ เอาแหละเรื่องนี้ชั่งมันเถอะ


เราเดินไปที่กระจกเพื่อดูตัวเอง และเราก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาทันที ผมสั้นไม่ค่อยเท่าไหล่ แต่หน้าอกนี้สิหดกลับไปคัฟAอีกแล้วอะ เราเปลี่ยนชุดให้เป็นชุดปกติที่เราใส่ประจำ แล้วปลดเวทมิติที่ทางเดินออก แล้วเดินไปห้องอาหารเพื่อทานอาหารเช้า เมื่อเรามาถึงก็พบกับท่านแม่นั่งอยู่


  “ท่านพ่อไปไหนหรอคะ ท่านแม่


  “ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะไอริสจัง ท่านพ่อก็ไปทำงานที่วังหลวงตามปกตินั้นแหละจ้ะ


ท่านแม่ตอบด้วยท่าทางปกติ ดีแล้วแหละค่ะปฏิบัติตัวตามปกตินั้นแหละที่เราต้องการ


  “แม่และท่านพ่อของลูกจะเลิกตามสืบเรื่องของลูกแล้วแหละ แต่ลูกสัญญาแล้วนะว่าลูกจะบอกพวกเราน่ะ


  “ค่ะ ถ้าถึงเวลานั้นหนูจะเป็นคนบอกเองค่ะ ขอบคุณที่ไม่บังคับหนูนะคะ


เมื่อพูดจบเราก็เข้าไปกอดเอวของท่านแม่ แล้วท่านแม่ก็ลูบหัวของเรา แล้วเราก็เริ่มทานอาหารกัน เมื่อพวกเราทานอาหารกันเสร็จท่านแม่ก็บอกว่า เดี๋ยวช่วงเย็นจะมีคนจากโบสถ์มาที่นี่เพื่อตรวจสอบพลังเวทของเรา เราก็พยักหน้าตอบท่านแม่ไป


  “ลูกจะไม่เป็นอะไรแน่หรอ ถึงลูกจะมีไร้ธาตุก็เถอะแต่คนธรรมดามองไม่เห็น แม่คิดว่าคนที่โบสถ์ส่งมาน่าจะมองไม่เห็นแน่นอน แล้วพวกเขาจะเอาไปประกาศว่าลูกเป็นพวกไร้พลังเวทเอานะ


  “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ


  “แต่ว่าถ้าเป็นอย่างงั้นแม่ยอมไม่ได้หรอกนะ


  “เอาเป็นว่า ท่านแม่เห็นด้วยตาตัวเองเถอะค่ะ


เราเดินไปจับมือของท่านแม่เพื่อให้ท่านใจเย็นลง ท่านแม่ที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเราก็พยักหน้าแต่ก็ยังคงแสดงสีหน้ากังวลอยู่


เมื่อเวลาผ่านไปถึงช่วงเย็นก็มีเมดคนนึงเข้ามาบอกเราว่าคนที่ทางโบสถ์ส่งมาได้มาถึงแล้ว เราก็เดินไปห้องรับแขกทันที


พอไปถึงก็พบกับท่านแม่และบาทหลวงสองคนถือลูกแก้วตรวจสอบพลังเวทรออยู่ พวกเราก็มีทักทายกันนิดหน่อย นักบวกก็บอกให้เราเอามือไปแตะลูกแก้ว เราก็เอามือไปแตะลูกแก้ว ท่านแม่และบาทหลวงอีกคนก็จ้องไปที่ลูกแก้ว ส่วนบาทหลวงอีกคนรู้สึกว่าเขาจะอยู่ที่โบสถ์ที่เราไปเพราะเขาทำหน้าไม่สนใจอะไรในตัวเรา คงคิดว่าเราไร้พลังเวทไปแล้วสินะ


เมื่อเราเอามือไปแตะลูกแก้ว ลูกแก้วก็ส่องแสงสีทองออกมา เรายิ้มออกมาที่มุมปาก ท่านแม่มองมาที่เราตาค้างเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง ส่วนบาทหลวงทั้งสองก็ตกตะลึงเช่นกัน หือยังไม่จบหรอกนะคะ จากนั้นลูกแก้วก็ปล่อยไอความมืดสีดำออกมา ทุกคนมองด้วยความตกตะลึงที่เรามีธาตุหายากถึงสองธาตุ


หลังจากที่ไอความมืดสีดำในลูกแก้วหายไป ในลูกแก้วก็มีอะไรขยับอยู่มันคือไร้ธาตุเราคิดว่ามีแค่เราและท่านแม่เท่านั้นที่เห็น แต่เราคิดผิดเมื่อเราหันไปมองบาทหลวงทั้งสอง ก็เห็นทั้งสองคนกำลังจ้องลูกแก้วด้วยความตกตะลึง


  ‘หือเห็นแล้วสินะ


  ‘เปรี๊ยะ


เราก็ทำลายลูกแก้วทันที แล้วหันไปหาพวกบาทหลวงทั้งสองคนที่ตอนนี้ตกใจจนพูดไม่ออก เราร่ายเวทLight Bond(ไลทฺ บอนดฺ)กิดโซ่สีทองขึ้นมาจากพื้นแล้วตลึงทั้งสองไม่ให้ขยับ แล้วเราก็เอามือไปแตะที่หน้าอกของทั้งสอง


เมื่อเราเอามือออกก็เกิดวงเวทสีดำขึ้นมาที่กลางอกแล้วมีโซ่สีดำออกมาจากวงเวทมันค่อยๆพันรอบตัวของบาทหลวงทั้งสองแล้วไปจบที่คอแล้วโซ่ก็หายไป จากนั้นเราก็สั่งด้วยเสียงเรียบนิ่งว่า


  “นี้เป็นคำสั่ง! ห้ามเอาเรื่องของเราไปบอกใครเด็ดขาด ถ้าบอกละก็คำสาปที่เราร่ายไปจะทำงานแล้วพวกเจ้าก็จะตายทันที และมันจะส่งคำสาปต่อไปที่คนที่พวกเจ้าบอกทันที


[เวทDeath Bondage(เดธ บอนจิด)เป็นเวทความมืดสายคำสาป คนที่โดนเวทนี้จะไม่สามารถบอกความลับกับใครได้ ถ้าฝืนบอกก็จะโดนโซ่รัดจนตาย ถ้าคนที่โดนเวทนี้บอกความลับกับใครมันจะส่งต่อคำสาปไปถึงคนคนนั้นด้วย]


เราปล่อยจิตสังหารออกไป ทำให้บาทหลวงทั้งสองคุกเข่าลงทันทีเพราะไม่สามารถทนได้ เราหันไปหาท่านแม่เพื่อดูว่าท่านคิดยังไงกับท่าทีของเราในตอนนี้ ท่านแม่ก็ตกใจกับท่าทีของเราแล้วกลับมายิ้มให้เราเพื่อบอกว่า


  ‘เชิญต่อเลยจ้ะ


  ‘หือท่านแม่ชอบเราแบบนี้หรอคะ’


ทางบาทหลวงทั้งสองที่รับรู้ได้ว่าเราทำจริงจากจิตสังหารที่มากกว่าคนปกติ ก็กราบลงกับพื้นแล้วพูดว่า


  “ข้าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครแน่นอน อย่าทำอะไรข้าเลย ปล่อยพวกข้าไปเถอะไม่สิแค่ข้าคนเดียวก็ได้ข้ามีอำนาจมากกว่าไอนี่ ข้าเป็นประโยชน์ให้เจ้าได้นะ


บาทหลวงคนที่ไม่ได้สนใจเราในตอนแรกพูดขึ้น บาทหลวงอีกคนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่กัดฟันและกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น


เมื่อเราได้ยินคำขอของบาทหลวงคนแรกก็อารมณ์เสียทันที ใบหน้าที่เรียบนิ่งเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าที่กำลังมองเศษขยะ เราดีดนิ้วหนึ่งที แล้วก็เกิดวงเวทสีดำขึ้นมาที่กลางอกของบาทหลวงคนแรกโซ่ที่พันรอบตัวในตอนแรกได้โผล่ขึ้นมาอีกครั้งแล้วรัดคอของบาทหลวงคนแรกอย่างรุนแรง บาทหลวงดิ้นทุรนทุรายไปมาแล้วสักพักร่างของบาทหลวงก็แน่นิ่งไป จากนั้นวงเวทและโซ่ก็หายไป


  ‘ยอมทำตามที่เราบอกไปแบบเงียบๆก็ไม่ตายแล้วแท้ๆ


แล้วเราก็เก็บร่างที่ไร้วิญญาณของบาทหลวงเข้าไปในเวทมิติ


  ‘เราน่ะเกลียดคนประเภทเจ้าที่สุด


เราคิดด้วยความโมโหในใจ แล้วเราก็หันไปหาบาทหลวงอีกคนซึ่งตอนนี้ตัวสั่นด้วยความกลัวเหมือนเจ้าเข้า แล้วเราก็พูดขึ้นด้วยเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ใดๆทั้งสิ้น


  “ข้าจะปล่อยเจ้าไป แต่ถ้าเจ้าบอกใครเจ้าก็จะเป็นเหมือนกับที่เจ้าเห็นเมื่อกี้


  “ครับ! ข้าเข้าใจแล้ว ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่บอกใคร เรื่องนี้มันจะลงหลุมไปพร้อมข้า


เมื่อบาทหลวงกลับไปแล้ว เราก็ไปคุยกับท่านแม่ต่อคราวนี้เราไปคุยกันที่ห้องของท่านแม่ ท่านแม่สั่งให้พวกคนใช้ออกไปให้หมด เมื่อพวกคนใช้ออกไปแล้วท่านแม่ก็เข้ามากอดเราด้วยความดีใจทันทีและถามด้วยสีหน้าจริงจัง


  “ทำไมลูกถึงได้มีธาตุแสงและธาตุความมืดได้ล่ะ ครั้งแรกยังไม่เห็นมีเลย


  “เรื่องนั้นหนูบอกไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าบอกมันจะไม่ดีต่อความรู้สึกของท่านแม่นะคะ


  ‘จะให้ไปบอกว่าหนูได้มาจากการทรมานตัวเองได้ไงกันคะ


  “งั้นหรอจ๊ะ ถ้าลูกไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร แต่ลูกนี่สุดยอดจริงๆที่มีถึงสามธาตุ


ท่านแม่พูดชมเราด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข แต่ว่านะคะท่านแม่ เราเปลี่ยนเป็นเสียงจริงจังและถามท่านแม่ว่า


  “นี่ท่านแม่ไม่ติดใจอะไรเลยหรอคะที่หนูฆ่าคนน่ะ


  “ไม่เลยจ้ะ ถ้าลูกไม่ฆ่าแม่ก็ฆ่าแทนอยู่แล้วไอคนแบบนั้นน่ะ เดี๋ยวแม่จัดการเรื่องนี้ให้นะ


  “ขอบคุณนะคะท่านแม่ งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ


เราที่กำลังก้าวเดินก็ต้องหยุดด้วยเสียงของท่านแม่


  “เดี๋ยวก่อนไอริสจัง


  “คะ? มีเรื่องอะไรอีกหรอคะ


เราหันมาถามท่านแม่ ก็เห็นท่านแม่ถือซองอะไรสักอย่างอยู่แล้วท่านแม่ก็ชี้ไปที่โต๊ะทำงานของท่าน เราก็เห็นซองที่คล้ายๆกับซองในมือของท่านแม่อยู่มากมาย


_____________________________________________________________________


ไอริสเก่งเรื่องการยัดเวทใส่สิ่งมีชีวิตและใส่สิ่งของนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 166 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #93 ♦Mo Chi ^Δ^ (@--Shadow--) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 23:56
    ไอริสโดนตามตอแยอยู่ซินะ
    #93
    1
    • #93-1 EinHarT (@EinHarT) (จากตอนที่ 12)
      19 ตุลาคม 2561 / 23:58
      ก็ไม่รู้สินะ
      #93-1
  2. #45 thenovar13srafzx (@thenovar13srafzx) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 22:27
    ซองจดหมายขายขนมจีบ?
    #45
    0
  3. #27 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 21:47
    ซองพวกตัวผู้
    #27
    0
  4. #8 spriteza2003 (@spriteza2003) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 19:11

    เป็นกำลังใจไห้ต่อไปน้าาชอบเรื้องนี่ที่สุดเลยยยยย

    #8
    0
  5. #7 schwicute (@schwicute) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 17:12
    ขยันมากครับ แบ่งมาทางนี้หน่อยครับ
    #7
    2
    • #7-1 EinHarT (@EinHarT) (จากตอนที่ 12)
      7 ตุลาคม 2561 / 17:28
      วันนี้คุณก็ลงหลายตอนเลยไม่ใช่หรอ ขยันสุดๆ ที่เราลงเยอะๆเพราะอาทิตหน้าเราไม่อยู่ ปิดเทอมทั้งทีแต่ไม่ว่างเลย
      #7-1