Heavenly Fox

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,182 Views

  • 186 Comments

  • 758 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    308

    Overall
    15,182

ตอนที่ 28 : Chapter 27 Iris vs Twin Dragon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 800
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    7 เม.ย. 62

Chapter 27 Iris vs Twin Dragon


มุมมองของ ไอริส เอสเธอร์เรีย แอสโทรเฟล


  “เห่อ~ ทำไมมีแต่พวกที่ชอบดูถูกเผ่าพันธุ์ที่ต่ำกว่าตัวเองนะ


หลังจากที่เมอริสทำพันธะสัญญาเลือดเสร็จแล้ว เราก็บ่นออกมาด้วยความเหนื่อยใจ


  “ก็ช่วยไม่ได้หรอกค่ะ ก็เผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นอ่อนแอกว่าหลายๆเผ่า เลยทำให้เผ่าอื่นๆดูถูกเราเป็นธรรมดาค่ะ


  ‘นั่นสินะก็ถูกอย่างที่เมอริสว่านั่นแหละ ก็โลกนี้มันใช้กฎปลาใหญ่กินปลาเล็กนี่นา แต่ถ้าเราอัญเชิญตัวที่นิสัยแบบเมื่อกี้มา แม่จะตัดปีกสักข้างสองข้างเลยคอยดูสิ


  “Heal(ฮิล)


เราคิดพร้อมกับใช้เวทรักษาให้กับเมอริส เพราะถึงเธอจะรักษาบาดแผลของตัวเองแล้ว แต่เธอก็ไม่สามารถที่จะเอาเลือดที่เสียไปกลับคืนมาได้ เราเลยรักษาให้อีกครั้ง


  “ขอบคุณนะคะท่านพี่


เมอริสโค้งหัวขอบคุณเรา แล้วคาร์ริสก็เข้าไปตรวจสอบสอบร่างกายของเมอริสว่าหายดีรึยัง


  “เมอริสเธอก็ได้สัตว์อัญเชิญระดับSSS เหมือนคาร์ริสเลยนะ ว่าแล้วเชียวพลังแฝงในตัวของพวกเธอนี่เยอะจริงๆนะ ที่สามารถอัญเชิญตัวระดับนั้นมาได้


เราชมพวกเธอด้วยร้อยยิ้มที่อ่อนโยนพร้อมกับลูบหัวของพวกเธอไปด้วย


  “ก็ไม่เท่าท่านพี่ที่เพอร์เฟคในทุกด้านหรอกค่ะ ทั้งความรู้ ทั้งความสวย ทั้งเก่ง ทั้งใจดีอ่อนโยน และมีความเป็นผู้นำ ท่านพี่สุดยอดที่สุดแล้วค่ะ


  “………”


  “ท่านพี่ไอริส! เป็นอะไรรึป่าวคะ?”


เราที่ได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไปสักพักจนคาร์ริสเข้ามาสะกิดตัวเรา เราค่อยๆหันไปยิ้มให้คาร์ริสนิดหน่อย แล้วเดินไปที่วงเวทพร้อมกับหันไปพูดกับเมอริสว่า


  “นี่เมอริส พี่ไม่ได้เก่งแบบนี้ตั้งแต่แรกหรอกนะ พี่ไม่เหมือนกับพวกเธอที่ฝึกนิดหน่อยก็ทำได้แล้วหรอกนะ


  “ท่านพี่…?”


ใช้แล้วแหละ ตัวเราน่ะไม่ได้มีพรสวรรค์เหมือนพวกเมอริสเลยแม้แต่น้อย ทั้งในโลกนี้หรือแม้แต่โลกเก่าเราก็ไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์แต่อย่างใด การที่เราได้เป็นหัวหน้าหน่อยพิเศษก็เพราะความพยายามของเรา ทั้งอ่านหนังสืออย่างหนักทั้งวันทั้งคืน ฝึกร่างกาย เพื่อที่จะได้ไปสู่เป้าหมายเราเลยพยายามมาตลอด และพอมาโลกนี้การที่เราเก่ง รู้เรื่องต่างๆนาๆ และสามารถจำได้หมดทุกอย่างก็เพราะ พรและความทรงจำจากโลกเก่าก็เท่านั้น


เราต้องพยายามหลายเท่าเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น เพื่อจะปกป้องสิ่งสำคัญ ไม่ใด้ทำเพราะหน้าที่ของการ์เดี้ยน แต่เป็นความตั้งใจของเราเอง ส่วนหน้าที่การ์เดี้ยนนั้นเราจะทำหรือไม่ทำก็ได้ เพราะเราไม่ได้เป็นการ์เดี้ยนอย่างเต็มตัว การ์เดี้ยนคนอื่นๆไม่รู้หรอกว่ามีการ์เดี้ยนคนที่สี่อยู่ด้วย เราอยู่ในฐานะผู้ปกป้องการ์เดี้ยนเพราะเซเลียรู้ถึงอนาคตที่กำลังมาเธอจึงขอให้เราเป็นการ์เดี้ยนเพื่อปกป้องการ์เดี้ยนคนอื่นๆ


เอาแหละนอกเรื่องไปมากแล้ว เมื่อเราเดินไปถึงวงเวทแล้ว เราก็หยิบมีดขึ้นมาและกลีดข้อมือตัวเอง ทำให้เลือดของเราใหลไปผสมเข้ากับวงเวท เมื่อเห็นว่าเลือดผสมเข้ากับวงเวทเรียบร้อยแล้ว เราก็เริ่มร่ายเวท 


  ‘อือ~ขี้เกียจร่ายอะ ย่อมันเลยละกัน


  “ทาสรับใช้แห่งข้า จงออกมาซะ


เมื่อเราว่าจบเมอริสและคาร์ริสแสดงสีหน้าประมาณว่า


  ‘เอ๋~~!! ร่ายแบบนั้นได้ด้วยหรอX2’


การใช้เวทของโลกนี้มีหลักการที่ไม่แน่นอน คำร่ายมีไว้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เวทนึกภาพออกเพียงแค่นั้น ถ้ามีจินตนาการที่สูงพอก็จะสามารถใช้เวทโดยไม่ต้องพูดคำร่ายก็ได้ แล้วทำไมเราถึงร่ายน่ะหรอ ก็เพราะมันเท่ยังไงล่ะ เมื่อเราร่ายจบวงเวทก็เรืองแสงสีทองและดำสลับกันไปมา แล้วก็มีควันสีดำออกมาจากวงเวทลอยขึ้นไปรวมตัวกันอยู่กลางอากาศ


  “ห่ะ!! สามตัวเลยหรอ


เราพูดด้วยน้ำเสียงที่ตกใจนิดหน่อย เพราะควันที่ลอยออกมาจากวงเวทนั้นได้รวมตัวกันอยู่กลางอากาศ แล้วมันก็แยกออกจากกันเป็นสามกลุ่ม ผ่านไปสักพักกลุ่มควันทางซ้ายและขวาก็มีสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าฟีนิกซ์และมังกรของพวกเมอริสออกมา ส่วนกลุ่มควันตรงกลางนั้นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง


  “เจ้างั้นรึ ที่เป็นคนเรียกข้าที่เป็นถึงราชามังกรดำ ด้วยคำร่ายที่ดูหมิ่นเช่นนั้น


เจ้าของเสียงนี้คือสัตว์ที่ออกมาจากกลุ่มควันด้านซ้าย มันมีเกล็ดสีดำที่ดูแข็งแกร่ง มีดวงตาสีขาว หน้าตาน่ากลัวแต่ไม่ใช้สำหรับเรา มันมีตัวขนาดใหญ่กว่ามังกรปกติ มันคือราชามังกรดำนั่นเอง



  “การเรียกพวกข้าออกมาด้วยคำร่ายแบบนั้น ช่างไร้มารยาทเสียจริงนะเจ้ามนุษย์


ต่อมาก็มีอีกเสียงดังขึ้น เจ้าของเสียงก็คือ มังกรที่มีเกล็ดสีทอง มีดวงตาสีขาว มีปีกสองคู่ มีขนาดตัวเท่ากับราชามังกรดำ เมื่อเรารองเช็คสเตตัสของมันดู มันก็คือราชามังกรขาว



  ‘ชิ ทำไมถึงมีแต่พวกนิสัยแบบนี้ล่ะเนี่ย ฆ่าทิ้งเพื่อเอาเวลดีมั้ยนะ เวลของพวกมันตั้งห้าร้อยน่ะ แต่ไม่เอาดีกว่าเอาไปฝึกให้เชื่องดีกว่า เป็นถึงราชามังกรอาจจะมีประโยชน์ในอนาคตก็เป็นได้


เราคิดในใจด้วยความโมโหนิดหน่อย ที่เจอแต่พวกมีนิสัยที่ชอบดูถูกคนอ่อนแอแบบนี้


  “เห่อ~ ใช้แล้วแหละเราเป็นคนเรียกพวกท่านออกมา เรามีนามว่า ไอริส เอสเธอร์เรีย


เราพูดด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย แต่เป็นถึงราชาของเหล่ามังกร ถึงจะไม่ใช่มังกรที่มีอำนาจมากที่สุดแต่ก็ต้องให้เกียรติหน่อยสินะ


  “ไอริสงั้นสินะ ข้าจะจำชื่อของเจ้าไว้ก็แล้วกัน


  “การที่เจ้าสามารถอันเชิญพวกข้ามาได้พร้อมกันถึงสองตน แสดงว่าเจ้ามีพลังเวทที่สูงมากเลยสินะ


  “พวกข้าจะทำพันธะสัญญาเลือดกับเจ้า แต่เจ้าต้องทำตามที่พวกข้าสั่งทุกอย่างเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน แล้วข้าจะปกป้องเจ้าและคนที่เจ้ารักให้ เจ้าจงมองชื่อให้พวกข้าสิ


  “ห่ะ??”


เราร้องออกมาด้วยความตกใจกับคำพูดที่จิ้งเหลนดำพูดออกมา หือ~ ช่างไร้สาระสิ้นดี


  “ข้อปฏิเสธ! การที่เราเรียกพวกแกออกมา ไม่ใช่ให้พวกแกเป็นคนเลือกเรา แต่เราจะเป็นคนเลือกคู่พันธะสัญญาเอง พวกแกไม่มีสิทธิ์เลือกเข้าใจมั้ย


เราพูดด้วยเสียงเรียบนิ่งและเย็นชา นั่นทำให้ราชามังกรทั้งสองเงียบไปและกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเป็นอย่างมาก เราเห็นแบบนั้นก็เริ่มพูดต่อ


  “จงมาสู้กับเราซะ ถ้าพวกแกทำให้เราเอาจริงได้ เราจะปล่อยพวกแกไป แต่ถ้าพวกแกแพ้ให้กับเรา ก็ตามคำร่ายพวกแกต้องมาเป็นทาสที่ทำตามคำสั่งทุกอย่างของเรา


เราทำแบบนี้เพื่อ เราอยากรู้ว่าพลังของสัตว์อัญเชิญระดับX มันจะแกร่งแค่ไหนกัน เราไม่ได้อยากเอาพวกที่มีนิสัยแบบนี้มาเป็นคู่พันธะสัญญาหรอกนะ อยากจะฆ่าทิ้งเพื่อเอาเวลด้วยซ้ำไป


  “หึ ทำไมราชามังกรอย่างพวกข้าต้องทำตามสัตว์ชั้นต่ำอย่างมนุษย์ด้วยล่ะ


ราชามังกรดำยืนกอดอกพร้อมกับพูดออกมาด้วยเสียงที่ดูถูกแบบสุดๆ


  “เอ๋~ นี่ราชามังกรผู้ยิ่งใหญ่อย่างราชามังกรดำและราชามังกรขาว ไม่กล้าสู้กับมนุษย์ที่สุดแสนจะต่ำต้อยอย่างงั้นหรอคะ ช่างเป็นเรื่องที่น่าขำจังเลยนะคะ คิคิ


เราทำท่าตกใจแล้วพูดออกมาด้วยเสียงร่าเริงพร้อมกับทำท่าทางเยาะเย้ย แล้วหัวเราะออกมา ราชามังกรทั้งสองที่คิดว่าตนแข็งแกร่งกว่าเผ่าอื่น แต่ถูกเด็กสิบขวบที่แสนจะบอบบาง ที่ตนคิดว่าเป็นมนุษย์ที่สุดแสนจะต่ำต้อยพูดเยาะเย้ยแบบนี้ ทำให้มังกรทั้งสองปล่อยจิตสังหารออกมาด้วยความโกรธ


  “หึ ก็ได้ข้าจะสอนให้เจ้ารู้ถึงความน่ากลัวของราชา ถ้าเจ้าตายอย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน เจ้ามนุษย์


  ‘หือ~ ความน่ากลัวของราชาหรอ น่าสนใจแหละ


เราคิดในใจพร้อมกับหันไปหาเมอริสและคาร์ริส แล้วพูดว่า


  “ถอยไปก่อนสิทั้งสองคน


  “มันจะไม่เป็นอะไรแน่หรอคะ ถึงท่านพี่จะแข็งแกร่งแต่ต้องสู้กับมังกรถึงสองตัวแบบนี้ แถมยังเป็นถึงราชาของเหล่ามังกรอีก ไม่ไหวหรอกค่ะ อย่าเลยนะคะท่านพี่


เมอริสพูดกับเราด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะร้องไห้ และแสดงสีหน้าเป็นห่วงออกมาอย่างชัดเจน เราจึงลูบหัวของเธอเพื่อให้เธอใจเย็นลง


  “พี่ไม่เป็นอะไรหรอกน่า และนี่จะเป็นการแสดงตัวตนจริงๆของพี่ให้พวกเธอรู้เป็นครั้งแรก ช่วยตั้งใจดูให้ดีล่ะ ราชามังกรพวกนั้นทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก


เมื่อเราพูดจบเมอริสก็พยักหน้าแล้วเข้ามากอดเรา ส่วนคาร์ริสยืนอึ้งกับการแสดงออกของเมอริสที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เธอได้แต่อึ้งเลยไม่ได้พูดอะไรหรอกมา ได้แต่พยักหน้าเพียงแค่นั้น แล้วทั้งสองคนก็เดินห่างออกไป เราก็ทำการกางบาเรียให้พวกเธอทั้งหมดสี่ชั้นเพื่อความปลอดภัย แล้วเราก็เดินไปอยู่ระหว่างกลางของราชามังกรทั้งสอง และเริ่มร่ายเวท


  “Ile Vernier(อีเล เวอร์เนียร์)


  “Ile Arms(อีเล อาม์มส)


  “Ile Armor(อีเล อาร์มเมอร์)


  “Enhanced(เอนชานท์)


[เวทEnhanced(เอนชานท์)เป็นเวทเสริมพลังให้กับร่างกาย สิ่งของ หรือเวทมนต์]


เราใช้เวทเอนชานท์ใส่เวทเสริมพลังทั้งสาม ทำให้ความเร็ว พลังโจมตี และพลังป้องกันของเราในตอนนี้เพิ่มเป็นสี่เท่า ร่างกายของเราเรืองแสงสีเขียว สีน้ำตาล และสีแดงออกมา เราทำการหลับตาตั้งสมาธิ


  “Limit Off(ลิมิต ออฟ)


เมื่อเราพูดจบก็มีพลังเวทสีทองและสีดำจำนวนมหาศาลออกมาจากร่างกายของเรา พวกมันก็ค่อยๆห่อหุ้มตัวเราเอาไว้แล้วเรืองแสงสีขาวออกมา


  ‘นานแล้วสินะที่ไม่ได้ปลดผนึก อ่า~พลังนี่เอ่อล้นออกมาแบบนี้ ทำให้รู้สึกดีจังแฮะ ถึงจะปลดแค่50%ก็เถอะ


เราควบคุมพลังเวทไปที่แผ่นหลังของเรา สักพักก็มีปีกนกขนาดใหญ่และวงแหวนสีทองที่มีละอองเวทสีดำลอยออกจากปีกมันงอกออกมาจากแผ่นหลังของเรา มันโอบตัวเราไว้เหมือนจะพยายามปกป้องเราอย่างเต็มที่ เรายิ้มที่มุมปากและลูบมันอย่างอ่อนโยน แล้วเราก็ค่อยๆลืมตาพร้อมกับกางปีกออก ปีกนกสีทองถูกกางอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดแรงลมมหาศาลพัดราชามังกรทั้งสองที่อยู่ใกล้ๆลอยกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้า ราชามังกรกางปีกออกแล้วลอยตัวอยู่กลางอากาศด้วยอาการตกใจ พวกเมอริสก็เช่นกัน


  “ปีกแบบนี้ เผ่าเทวดางั้นหรอ!!”


  “ไม่ใช่!! ดูบนหัวของเธอสิ


  “บ้าน่า~ วงแหวนนั่น เธอเป็นเผ่านางฟ้าโบราณงั้นหรอ


ราชามังกรทั้งสองถามเราด้วยความตกใจ เพราะเผ่าของเรานั้นหายากและแข็งแกร่ง


  “ใช่แล้วค่ะแต่ยังไงก็ชั่งมันเถอะค่ะ รีบๆเข้ามาได้แล้วค่ะ เรามีธุระที่ต้องไปทำ


  ‘ไอกะนี่ชอบทำอะไรเกินตัวจังเลยนะคะ ก็รู้ว่าได้ปลดปล่อยหลังจากเก็บกดอยู่ที่นี่มาตลอดสิบปีไม่ได้ไปไหน เพราะโดนท่านแม่สั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน แต่ก็ไม่คิดว่าจะใช้เวทที่ใช้พลังชีวิตของตัวเองเป็นของแลกเปลี่ยนจนพลังเวทหมดแบบนี้ ถ้ากลับมาเมื่อไหร่ต้องลงโทษสักหน่อยแล้วสิ


เราบ่นในใจ เพราะจากความทรงจำที่ไอกะส่งผ่านมา อีกไม่นานเธอน่าจะมาที่นี่เพื่อเติมพลังเวท ในระหว่างที่เรากำลังคิดอยู่นั้น ราชามังกรดำก็พุ่งเข้ามาหาเราด้วยความเร็วสูง ราชามังกรดำยกมือขึ้นแล้วเหวี่ยงมาที่เรา เรารีบยกแขกทั้งสองข้างขึ้นมากันได้ทัน แต่ขนาดตัวที่ต่างกันแถมตัวเรายังรอยอยู่บนท้องฟ้าอีก ทำให้ตัวเราที่โดนฝ่ามือขนาดใหญ่ของราชามังกรดำก็พุ่งสู่พื้นดินทันที ก่อนที่เราจะถึงพื้นเราก็ทำการตีลังกากลางอากาศแล้วกระพือปีกอย่างรุนแรงทำให้เราถึงพื้นอย่างนุ่มนวล แล้วเงยหน้ามองไปที่ราชามังกรทั้งสองด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง


  “เจ้าคงไม่ใช่เด็กธรรมดาสินะ ถึงได้รับการโจมตีของข้าได้อย่างสบายๆแบบนั้น


  “อือ~ ก็ไม่รู้สินะคะ แต่ว่า…”


เราพูดด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทำให้ราชามังกรทั้งสองโกรธมากกว่าเดิม เราเรียกเคียวสีดำขาวออกมาและง้างเคียวขึ้นเหนือหัว


  “มันใช่เวลามาสงสัยเรื่องพวกนั้นหรอคะ


เสียงของเราดังขึ้นอยู่เหนือหัวของราชามังกรดำ ทำให้ราชามังกรดำรีบหันมาด้วยความตกใจ ก็พบกับเราที่กำลังเหวี่ยงเคียวลงไปที่คอของมัน


  “ของแบบนั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอก


ราชามังกรดำพูดด้วยเสียงหยิ่งผยอง และอยู่นิ่งรับการโจมตีของเราและไม่ขยับแม้แต่น้อย


   “อึก!!”


   “ชิ!!”


 เราเดาะลิ้นด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าราชามังกรขาวได้พุ่งมาชนเรากับราชามังกรดำให้กระเด็นไปคนละทิศคนละทาง


  “แกทำบ้าอะไรของแกน่ะราชามังกรขาว


เมื่อราชามังกรดำตั้งหลักได้ก็หันไปถามราชามังกรขาวทันที


  “แกน่ะประมาทเกินไปแล้วนะราชามังกรดำ


  “หมายความว่าไง?”


  “แกลองสังเกตดูที่เคียวของนางดีๆสิ เดี๋ยวแกก็รู้เอง


ราชามังกรดำที่ถูกบอกแบบนั้น ก็หันมาจ้องที่เคียวของเราทันที


  “อ่ะ!! นั่นมันหรือจะเป็น…”


  “เห่อ~ ดูออกด้วยหรอคะเนี่ย ตาดีจังเลยนะคะ ท่านราชามังกรขาว


เราพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมที่ราชามังกรขาวดูมันออก


  “ของแบบนั้นปกปิดราชาแห่งมังกรอย่างข้าไม่ได้หรอก นั่นเป็นเวทของไร้ธาตุสินะ


  “ใช่แล้วค่ะ เราจะบอกให้ก็ได้ค่ะ เป็นรางวัลที่ท่านมองเวทของเราออก เวทที่อยู่ตรงใบเคียวก็คือ เวทเทเลพอร์ตมันจะวาปสิ่งที่มันสัมผัสไปในเขตแดนในอีกโลกนึงของเรา สิ่งที่อยู่ภายในเขตแดนนั้นจะขยับไม่ได้และค่อยๆถูกดูดพลังเวทออกจากร่างกาย และจะอยู่ในสภาวะหลับใหลไปตลอดกาล จนกว่าเราจะปล่อยออกมา สรุปง่ายๆคือ ถ้าพวกท่านโดนเคียวของเราเพียงนิดเดียวก็เท่ากับชีวิตของพวกท่านอยู่ในกำมือของเราค่ะ


เราอธิบายพร้อมกับมองเคียวที่เรืองแสงสีขาวใสออกมานิดหน่อย


  “ข้าเริ่มสนใจในตัวท่านแล้วสิ ข้าขอยอมแพ้ เพราะด้วยการโจมตีเมื่อครู่นี้(เทเลพอร์ต:ไรท์) ข้าตามการเคลื่อนไหวของท่านไม่ทันแม้แต่น้อย ข้าจึงรับรู้ได้ว่าท่านสามารถฆ่าพวกข้าได้ตลอดเวลา เพียงแค่ท่านไม่ทำเพียงแค่นั้น ข้าขออภัยที่หยาบคายต่อท่านเมื่อก่อนหน้านี้ ข้าได้พรายแพ้ให้กับท่านแล้วท่านไอริส ข้าจะเป็นพลังให้แก่ท่าน ข้าฟังคำสั่งของท่านทุกอย่าง และจะปกป้องท่านตลอดไป ได้โปรดทำพันธะสัญญาเลือดกับข้าด้วยเถอะ


ราชามังกรขาวพูดด้วยเสียงรู้สึกผิดพร้อมกับค่อยๆลอยลงมาอยู่ข้างหน้าเรา แล้วก้มหัวขอโทษเรา


  ‘หือ~ เป็นคนดีใช้ได้นิ


  “ก็จริงที่เราจะฆ่าพวกท่านเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าเราต้องการ แต่เราก็มีเหตุผลอยู่เราเลยไม่ฆ่าพวกท่าน เราให้อภัยท่าน ราชามังกรขาว แต่อีกตัวข้าขอลงโทษมันก่อนละกัน ไปรอตรงที่พวกเมอริสอยู่ซะ


  “เข้าใจแล้ว ข้าจะไปเดี๋ยวนี้


ราชามังกรขาวว่าจบก็บินลงไปหาพวกเมอริสทันที


  “เหลือท่านตัวเดียวแล้วสินะคะ ท่านราชามังกรดำ


  “ชิ เจ้าราชามังกรขาวไม่มีศักดิ์ศรีเอาเสียเลย ก็ได้ข้าแค่คนเดียวก็ฆ่าเจ้าได้สบายอยู่แล้ว


  “เป็นราชามังกรประสาอะไร เห่าเหมือนหมาเลยนะคะ


  “หน๊อย~ แก~”


เราเก็บเคียวเข้าไปในเวทเก็บของพร้อมกับพูดด้วยเรียงร่าเริง ทำให้ราชามังกรดำคำรามออกมาด้วยความโกรธ แล้วพุ่งเข้ามาใช้หางฟาดมาที่เรา แต่หางของราชามังกรดำก็ทะลุผ่านตัวเราไป แล้วร่างของเราก็หายไป


  “ภาพลวงตางั้นหรอ แกอยู่ไหน ออกมาสิ!!”


ราชามังกรดำตะโกนออกมาพร้อมกับหันซ้ายหันขวาเพื่อหาว่าเราอยู่ไหน


  “หันไปทางไหนล่ะคะนั่น เราอยู่ทางนี้ค่ะ


เราพูดพร้อมกับโผล่ไปอยู่ทางด้านขวาของราชามังกรดำ เมื่อราชามังกรดำหันมาเราก็เตะไปทีแก้มของราชามังกรดำ ทำให้ราชามังกรดำหัวสะบัดทันที แล้วราชามังกรดำก็เหวี่ยงมือมาทางเรา แต่ก็เป็นเช่นเดิมการโจมตีทะลุตัวของเราไปอีกครั้ง


  “ช้าจังเลยนะคะ


เราโผล่ไปอยู่ตรงอกของราชามังกรดำ แล้วกระพือปีกพุ่งตัวขึ้นไปแล้วม้วนตัวเตะเสยคางของราชามังกรดำ ทำให้ราชามังกรดำหมุนตีลังกาลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วเราก็วาปไปอยู่เหนือหัวของราชามังกรดำ แล้วตีลังกากลับหน้าใช้ส้นเท้าตอกไปที่หัวของราชามังกรดำ ราชามังกรดำพุ่งตรงดิ่งสู่พื้นดินทันที ทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ พื้นดินแตกกระจายและเกิดควันแผ่กระจายไปทั่วบริเวณที่ราชามังกรดำตกลงไป


  “เห่อ~ ทำได้แค่นี้เองหรอคะ


เราพูดพร้อมกับทำหน้าผิดหวังอย่างชัดเจนออกมา เวลาผ่านไปสักพักควันก็เริ่มหายทำให้เห็นร่างของมังกรขนาดใหญ่กำลังพยายามยันร่างของตัวเองให้ลุกขึ้น เมื่อราชามังกรดำลุกขึ้นได้สำเร็จก็มองเราด้วยความโกรธที่มากกว่าเดิม


  “อย่าได้ใจไปหน่อยเลย ตายซะ~”


เมื่อราชามังกรดำว่าจบก็อ่าปาก และสักพักก็เกิดวงเวทสีดำขึ้นมาอยู่ด้านหน้าของราชามังกรดำ


  ‘มาแล้วสินะ ท่าที่แรงที่สุดของเผ่ามังกร จะทำยังไงกับมันดีน้า~ จะปัดมันออกหรือจะวาปมันไปที่อื่นดีนะ อือ~เอางี้ละกัน


เราคิดในใจพร้อมกับยิ้มออกมา และจ้องไปที่วงเวทอย่างไม่ละสายตา และยกมือขึ้นไปข้างหน้า แล้วเริ่มร่ายเวท


  “ทำการตรวจสอบขั้นตอนการทำงานของเวทมนต์


  “เสร็จสิ้น


เกิดวงเวทสีรุ้งข้างหน้าของเรา แล้วมันก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ


  “ทำการบันทึกสู่ความทรงจำและคัดลอก ทำการเขียนขึ้นใหม่


  “เสร็จสิ้น


เมื่อร่ายจบก็เกิดวงเวทสีดำที่เหมือนกับของราชามังกรดำทุกประการ เราทำแบบนี้เพราะเราต้องการเห็นพลังของราชามังกร และต้องการเรียนรู้เวทของเผ่ามังกร เพราะในห้องสมุดไม่ได้บันทึกเอาไว้


  “Mira Attack(มิร่า อะแทค)


(Mira ย่อมาจาก Mirror ซึ่งมีความว่า กระจกเงา:ไรท์)


เมื่อเราพูดจบก็มีเสาแสงสีดำขนาดใหญ่ออกมาจากวงเวทของพวกเรา เมื่อมันปะทะกันก็เกิดระเบิดขนาดใหญ่ขึ้น แรงระเบิดกระจายเป็นวงกว้างจนมาถึงเรา เราทำการกระพือปีกไปด้านหน้าอย่างรุนแรง ทำให้แรงระเบิดพุ่งไปหาราชามังกรดำทั้งหมด ราชามังกรดำรีบเอาปีกมาคุมตัวเองทันที ราชามังกรดำโดนแรงระเบิดไปเต็มทำให้ปีกมีรอยไหม้นิดหน่อย



  “ทนได้ด้วยแฮะ อึดไม่เบาเลยนิ แต่ว่าแกมันหมดประโยชน์แล้วค่ะ


เราพูดออกมาแบบนั้นเพราะเราได้เวทของเผ่ามังกรมาแล้ว เราไม่มีเหตุผลที่ต้องสู้แล้วแหละ เรายกแขนขวาขึ้นเหนือหัว แล้วสะบัดแขนลงมา ผ่านไปสักพักก็มีเสาแสงสีทองพุ่งลงมาจากท้องฟ้าและพุ่งไปที่ราชามังกรดำ ราชามังกรดำโดนเสาแสงนั้นเข้าไปเต็มๆ ผ่านไปสักพักเสาแสงก็หายไปแล้วก็เปลี่ยนเป็นโซ่สีทองขนาดใหญ่พันตัวของราชามังกรเอาไว้


  “เราจะแสดงอะไรให้ดู โปรดตั้งใจดูด้วยนะคะ ว่าการโจรตีทำลายล้างที่แท้จริงมันเป็นยังไง


เราพูดพร้อมกับค่อยๆลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า และเราก็หยุดก่อนจะถึงเมฆ แล้วยกแขนขวาขึ้น แล้วเร่งพลังเวทขึ้นแล้วเริ่มร่ายเวท


  “เหล่าพลังเวทที่กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณแห่งนี้ จงมารวมตัวที่มือเรา เพื่อเป็นพลังแห่งการทำลายล้างศัตรูแห่งเราให้สิ้นซาก


เมื่อเราร่ายจบก็เกิดวงเวทสีขาวใสขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมไปทั่วท้องฟ้า จากนั้นพลังเวทหลากสีขนาดเล็กๆก็ค่อยๆออกมาจากพื้นดิน แม่น้ำ ต้นไม้ ร่างของราชามังกรทั้งสอง เมอริส คาร์ริส เสื้อผ้า พวกมันก็ค่อยๆลอยขึ้นไปรวมตัวกันบนท้องฟ้าเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ที่ใหญ่กว่าราชามังกรดำหลายเท่า กลุ่มก้อนพลังเวทขนาดใหญ่ก็เรืองแสงสีรุ้งออกมา แล้วเราก็สะบัดแขนไปด้านหน้า


  “Explos…!!!”


  “กรร~~~~~~”


แต่ก่อนที่เราจะยิงออกไปก็มีเสียงมังกรคำรามออกมาจากควันสีดำที่อยู่ตรงเวทอันเชิญ แล้วร่างกายของเราก็หยุดชะงักทันที


  ‘เสียงนี้มัน ไม่จริง มันไม่น่าจะอยู่ที่นี่ได้นี่นา


เราคิดในใจด้วยความกระวนกระวายใจ เรารู้สึกได้ว่ามีความรู้สึกกลัวเสียงนี้อยู่ในใจของเรา เราค่อยๆหันไปมองสัตว์ขนาดใหญ่ที่ออกมาจากควันสีดำ ก็พบกับมังกรที่มีขนาดที่ใหญ่กว่ามังกรราชามังกรดำและราชามังขาวมาก มันมีผิวหนังสีดำและมีเกล็ดสีส้มปนทอง ดวงตาสีแดงเลือด มันก็คือ มังกรที่ทำลายอาณาจักรของจิ้งจอกสวรรค์รุ่นก่อน และเป็นตัวที่ฆ่าการ์เดี้ยนทั้งหมดอีกด้วย



ทันทีที่เราเห็นมัน ความแค้นในจิตใจของเราก็เพิ่มขึ้นเลื่อยๆ เรากำหมัดแน่น แล้วจ้องมองไปที่มังกรตัวนั้นด้วยสายตาโกรธแค้น


  ‘เดี๋ยวนะ!! นี่เราเป็นอะไรไป เดี๋ยว~ ทำไมร่างกายเราถึงขยับเองล่ะ


เราคิดในใจด้วยความกระวนกระวาย เพราะตอนนี้เราขยับร่างกายไม่ได้แล้ว ดวงตาสีน้ำเงินทะเลของเราก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด แล้วก็ยกแขนขึ้นไปเหนือหัว


  “ในที่สุดฉันก็เจอแก ฉันจะฆ่าแก แกที่แย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉัน


ร่างกายของเราพูดด้วยเสียงที่โกรธแค้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา แล้วร่างกายของเราก็สะบัดแขนไปด้านหน้า


  “Explosions


ร่างกายของเราตะโกนชื่อเวทออกมาด้วยความโกรธแค้นเป็นอย่างมาก เมื่อพูดจบก็เสาแสงสีรุ้งขนาดใหญ่กว่าราชามังกรถึงสี่เท่าก็พุ่งลงมากจากท้องฟ้าแล้วตรงเข้าไปหามังกรตัวนั้นด้วยความเร็วสูง


  ‘ไม่ดีแน่ๆ เมอริสกับคาร์ริสก็อยู่ตรงนั้นด้วยนะ


  ‘ไอกะช่วยเราด้วย~~~’


______________________________________________________________________

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #128 -NemuriHime- (@-NemuriHime-) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 23:36

    แนะนำให้หาหมาป่าสักตัวมาเลี้ยงแทน เพราะหมาเป็นสัตว์แสนเชื่อง(?)และซื่อสัตย์(?)

    ไอพวกมังกรมันถือในศักดิ์ศรีนักก็ให้มันตายไปพร้อมกับศักดิ์ศรีของมันไป :v

    #128
    1
    • #128-1 EinHarT (@EinHarT) (จากตอนที่ 28)
      13 พฤศจิกายน 2561 / 09:41
      สัตว์อัญเชิญของเบลล์(พระเอก) เพื่อนบอกให้เอากระต่าย 5555 //แต่ลองคิดภาพพระเอกผู้เงียบขรึมกำลังเล่นกับกระต่ายตัวน้อยด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน ก็น่ารักดีแหะ
      #128-1
  2. #127 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 10:18
    หยิ่งนัก ฆ่าทิ้งทุกตัวเลย เอากระต่ายมาเลี้ยงแทน
    #127
    2
    • #127-1 EinHarT (@EinHarT) (จากตอนที่ 28)
      10 พฤศจิกายน 2561 / 11:23
      เรื่องที่ไอจังมีเหตุผลที่ไม่ฆ่าราชามังกร มันไม่ใช่ปมอะไรทั้งนั้น เราจะบอกให้ก็แล้วกัน ราชามังกรทุกตัวในปัจจุบันไม่มีความคิดที่จะลุกลานเผ่าพันธุ์อื่น แต่ถ้าเกิดราชามังกรในปัจจุบันตายก็จะเกิดราชามังกรตัวใหม่ขึ้นมา แล้วราชามังกรตัวใหม่อาจจะคิดทำลายเผ่าพันธ์ุอื่นก็ได้ ถ้าเผ่าพันธุ์อื่นโดนทำลายอาจทำให้โลกเสียสมดุลได้ การรักษาสมดุลของโลกมันเป็นหน้าที่ของการ์เดี้ยน ด้วยเหตุนี้ไอจังเลยไม่ฆ่าราชามังกรทั้งสองทิ้ง แถมยังได้เป็นค่ารับใช้อีก5555
      #127-1