Heavenly Fox

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,210 Views

  • 186 Comments

  • 758 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    336

    Overall
    15,210

ตอนที่ 36 : Chapter 34 Introduce

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    6 ก.พ. 62

Chapter 34 Introduce 


มุมมองของไอริส เอสเธอร์เรีย แอสโทรเฟล


หลังจากที่เราตื้นขึ้นมาก็พบว่าตอนนี้เราอยู่ในห้องนอนที่คฤหาสน์ภายในMy worldของเรา พอเรายันตัวขึ้นความทรงจำของไอกะก็หลั่งไหลเข้าในหัวทันที หลังจากที่เราโดนแองเจลิก้ายึดร่างไปไอกะก็เข้ามาช่วยเอาไว้โดยการบังคับให้ร่างกายของเราเกิดอาการ ‘Mana Zero‘ จนเราสลบไป แล้วตอนนี้ไอกะกำลังไปทำพันธะสัญญากับสัตว์อัญเชิญอยู่อีกสักพักก็คงจะกลับมาแล้วแหละ เราทำการตัดการเชื่อมต่อกับไอกะเพื่อไม่ให้ไอกะอ่านความคิดของเราได้


เราทำการยกแขนทั้งสองข้างขึ้นแล้วบิดไปมาเพื่อคลายเส้น เมื่อเสร็จก็ลุกขึ้นออกจากเตียงมองออกไปนอกหน้าต่างดูจากดวงอาทิตย์แล้วน่าจะใกล้เที่ยงแล้วแหละ เราเดินตรงไปในห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างกายเพราะตามร่างกายยังมีคาบดินติดอยู่ พออาบน้ำเสร็จแล้วก็แต่งตัวโดยวันนี้ชุดที่เราใส่คือ ชุดโกธิคโลลิต้าสีดำชายกระโปรงเป็นสีน้ำเงินเข้ม และติดที่คาดผมดอกไม้สีดำไว้บนหัว ใส่ถุงน่องยาวถึงขาอ่อนสีดำ ใส่รองเท้าส้นตึกสีน้ำเงินเข้ม ผมสีขาวดังหิมะของเราก็ปล่อยตรงตามธรรมชาติ


  ก๊อกก๊อก!


  “ขออนุญาตค่ะ


เมื่อเราแต่งตัวเสร็จก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงหวานใสแบบเด็กๆดังขึ้นที่หลังประตู


  “เชิญจ่ะ


พอเราอนุญาตก็มีคนเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าดีใจนั่นก็คือ อาโกะ นั่นเอง


  “อาการเป็นยังไงบ้างคะ ท่านไอริส


  “ฟื้นฟูเต็มที่แล้วแหละ จริงๆก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรด้วย เพราะไอกะแทบจะไม่ได้ทำร้ายร่างกายนี้เลย นอกจากบังคับให้เกิดอาการ ‘Mana Zero’ ละนะไม่ต้องเป็นห่วงหรอก


  “งั้นหรอคะ ดีจริงๆที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก


เราเดิมเข้าไปใกล้อาโกะ ยกมือขวาขึ้นไปจับแก้มของอาโกะ แล้วพูดด้วยเสียงอ่อนโยนพร้อมกับส่งรอยยิ้มไปให้เธอ


  “ขอบคุณนะ ที่คอยเป็นห่วงเราอยู่เสมอนะ


  “ค่ะ


เธอตอบกลับมาพร้อมกับยกมือซ้ายขึ้นมาจับมือขวาของเราที่กำลังจับแก้มของเธออยู่ อาโกะหลับตาและรับไออุ่นจากมือของเราอย่างมีความสุข ผ่านไปสักพักเราก็ผละมือออกจากแก้มของอาโกะ


  “อา นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้วสิ อาโกะไปตามพวกเมอริสกับพวกยูคิให้ไปรวมกันที่ห้องทานอาหารหน่อยสิ เดี๋ยวเราไปรอไอกะที่หน้าคฤหาสน์ก่อน แล้วจะตามไปทีหลัง


  “ทราบแล้วค่ะ


ว่าจบพวกเราก็เดินออกจากห้อง แล้วเดินแยกออกไปคนละทาง ดูจากพลังเวทย์ภายในคฤหาสน์เมอริสกับคาร์ริสกำลังพักอยู่ที่ห้องของเมอริส ส่วนยูคิอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเพราะไม่มีอะไรทำละมั่ง แต่ว่าพวกเมอริสกลับบ้านช้าแบบนี้จะไม่เป็นอะไรหรอ ถ้านับจากที่ไอกะใช้เวทTaboo Magic Restorationตอนที่อยู่ในหมู่บ้านฮาชิก็เป็นเวลาหกโมงเย็นแล้ว หลังจากนั้นก็มาช่วยเราแล้วไปหาสัตว์อัญเชิญเป็นเวลาสองชั่วโมง งั้นแสดงว่าโลกภายนอกตอนนี้ก็สองทุ่มแล้วสินะ


ปกติแล้วเราจะให้พวกเมอริสกลับบ้านตอนหกโมงเย็นตลอด แต่วันนี้มีธุระหลายๆอย่างเลยไม่ได้ส่งพวกเธอกลับ พ่อแม่ของพวกเธอจะเป็นห่วงรึเปล่านะ อือ~ ช่างมันละกันเดี๋ยวเราไปพูดกับพ่อแม่ของพวกเธอเองละกัน พวกเขาเชื่อใจเรามากพอสมควรเลยแหละ ถ้าเราพูดเองคงไม่มีปัญหาอะไร เราเดินคิดในใจไปเลื่อยๆจบมาถึงหน้าคฤหาสน์ แล้วยืนพิงประตูรอไอกะ สักพักก็มีแสงสีขาวปรากฎขึ้นที่หน้าคฤหาสน์แล้วพวกไอกะก็ออกมาจากแสงนั้นโดยที่ไอกะกำลังหันหลังให้เราอยู่


  “ยินดีต้อนรับกลับนะไอกะ


ทันทีที่เธอมาถึงเราก็ทักไปทันที เมื่อไอกะได้ยินเสียงของเราก็หันมาด้วยสีหน้าดีใจทันที และเมื่อเห็นสีหน้าของเราตอนนี้ที่กำลังยิ้มให้เธออยู่สีหน้าของไอกะก็เปลี่ยนไปเป็นหวาดระแวงทันที


  “กลับมาแล้วค่ะ


ไอกะตอบรับด้วยเสียงสั่นกลัว เหมือนรู้ว่าตัวเองจะโดนอะไรหลังจากนี้ เราละสายตาจากไอกะไปมองพวกเรย์ที่กำลังมองหน้าของเรากับไอกะสลับไปมาอยู่ด้วยความสงสัย


  “เรารู้ว่าพวกเธอกำลังคิดอะไรอยู่ ไปแนะนำตัวกันในคฤหาสน์เถอะ คนอื่นๆไปรอที่ห้องอาหารหมดแล้ว


ว่าจบเราก็ผายมือไปทางประตูคฤหาสน์เพื่อเชิญพวกเธอเข้าไป


  “เข้าใจแล้วค่ะ


ไอกะตอบด้วยเสียงกล้าๆกลัวๆแล้วเดินนำเข้าไปเป็นคนแรก พอพวกเรามาถึงคาร์ริสก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้ววิ่งเข้ามากอดเราทันที


  “ดีจังเลยค่ะที่ท่านพี่ไอริสไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก หนูเป็นห่วงสุดๆเลยนะคะ


คาร์ริสพูดด้วยเสียงที่โล่งอกเอามากๆ แล้วยิ้มให้เรา ส่วนเมอริสก็แสดงสีหน้าโล่งอกออกมานิดหน่อยแต่ไม่ได้ลุกมาหาเราเพราะเธองอนเราอยู่ เพราะเราฟันเธอแบบไม่ลังเลเลยสักนิด ก็ไม่แปลกหรอกที่เมอริสจะงอนเรา เดี๋ยวค่อยจัดการทีหลังก็แล้วกัน


  “เอาแหละมากันครบแล้วสินะ งั้นก็แยกกันไปนั่งที่ก่อน แล้วค่อยแนะนำตัวกัน


  “ค่ะ


ว่าจบพวกเราทุกคนก็แยกกันไปนั่งรอบโต๊ะอาหาร โต๊ะอาหารเป็นแบบยาวมีเก้าอี้วางไว้ทั้งซ้ายและขวาจำนวนข้างละสิบเก้าอี้ ฝั่งขวามีเรา อาโกะ เมอริส คาร์ริส ตามลำดับจากหัวโต๊ะไปท้ายโต๊ะ ส่วนทางด้านซ้ายมีไอกะโดยมีฟุยุจังนั่งอยู่บนไหล่ ต่อมาคือเรย์ สุดท้ายก็ยูคิ ส่วนคุโระก็นั่งอยู่กับพื้นข้างๆไอกะ


  “เอาแหละมาเริ่มแนะนำตัวกันเลยเถอะ


เราพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน


  “เริ่มจากเราเลยก็แล้วกัน เรามีนามว่า ไอริส เอสเธอเรีย แอสโทนเฟล เป็นพี่สาวของไอกะค่ะ


ว่าจบเราก็เอามือไปจีบชายกระโปรงและยกขึ้นมานิดหน่อยแล้วย่อตัวลงอย่างอ่อนช้อย ซึ่งเป็นมารยาทของคนชั้นสูง ทั้งห้องมองเราอย่างหลงไหลในทันที เราผายมือไปทางไอกะเพื่อบอกว่า เชิญต่อเลย


  “เรามีนามว่า ไอกะ แอสโทรเฟล เป็นน้องสาวฝาแฝดกับไอริส ถ้าเป็นไปได้อย่าถามเรื่องนามสกุลของเรา มันเป็นเรื่องภายในตะกูลไม่สามารถพูดได้


ว่าจบทุกคนก็พยักหน้าเข้าใจทันที แล้วไอกะก็นั่งลง


  “สวัสดีค่ะ ดิฉันมีนามว่า อากิโกะ อิลูมิน่า ค่ะ


ทันทีที่ทุกคนยกเว้นเรากับไอกะเมื่อได้ยินนามสกุลของอาโกะ ทุกคนก็หันมามองอาโกะด้วยความสงสัยและตกใจทันที


  “รอสักครู่นะค่ะ


อาโกะหลับตาลงแล้วก็นิ่งไป ทำให้แต่ละคนแสดงสีหน้าสงสัยออกมาเต็มที


  “ได้รับคำอนุญาตจากท่านเซซิเลียแล้วค่ะ


  “ว่ายังไงหรอ


เราถามพร้อมกับยกถ้วยชาขึ้นมาดื่มอย่างสบายอารมณ์


  “ดิฉันสามารถบอกตัวตนที่แท้จริงของตัวเองให้คนกลุ่มนี้รู้ได้ แต่ต้องได้รับคำอนุญาตจากท่านไอริสเสียก่อนค่ะ


ทุกคนที่ได้ยินดังนั้นก็หันมาหาเราทันที ด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าอยากรู้เต็มที่แล้ว


  “ได้สิ


  “ถ้างั้นดิฉันขอแนะนำตัวใหม่อีกครั้งนะคะ ปัจจุบันดิฉันมีนามว่า อากิโกะ อิลูมิน่า แต่อดีตเคยเป็นทวยเทพที่คอยดูแลโลกใบนี้ นามเก่านั้นคือเทพแห่งสติปัญญา อาธีน่า อิลูมิน่า เนื่องจากได้ทำการละเลยหน้าที่ในการดูแลโลกนี้ไป ทำให้ท่านเซซิเลียผู้ซึ่งเป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่งได้ทำการลงโทษดิฉันค่ะ บทลงโทษที่เหมือนของขวัญนั้นก็คือ ถูกถอนออกจากผู้ดูแลโลกอิลูมิน่า และโดนมอบหมายให้มาดูแลห้องสมุดของท่านไอริสและคอยรับใช้ดูแลท่านไอริสไปตลอดการค่ะ ตอนนี้เลยมีฐานะเป็นแค่เมดเท่านั้นแหละค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ


เมื่อว่าจบอาโกะก็โค้งตัวทีนึงแล้วนั่งลงเพื่อบอกว่าการแนะนำตัวจบแล้ว เมื่อทุกคนได้ยินการแนะนำตัวของอาโกะก็แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาทันที


  “มีทวยเทพอยู่จริงๆด้วยสินะคะ


เมอริสถามออกมาด้วยสีหน้าอึ้งๆ


  “มีสิ


  “ท่านพี่รู้อยู่แล้วหรอคะ


  “พี่รู้ตั้งแต่ก่อนที่พี่จะเกิดมาอีกนะ แล้วที่พี่กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หลังจากที่พี่โดนยึดร่างไปก็ได้เซเลียเข้ามาช่วยไว้นั่นแหละ


  “เซเลีย?”


เมอริสเอียงคือสงสัย


  “ชื่อเล่นของเทพสูงสุดน่ะ


  “ท่านพี่สนิทกับท่านผู้นั้นมากเลยหรอคะ


  “ก็ในระดับนึง


  “ระดับนึงอะไรกันคะ ช่างพูดอะไรที่มันห่างเหินจังเลยนะคะ เราออกจะสนิทกันมากๆไม่ใช่หรอคะไอจัง~”


อยู่ๆเสียงของเซเลีย ดังขึ้นที่ข้างหูของเรา ตอนนี้เธออยู่ข้างหลังและยังอยู่ไกล้มากๆจนได้เสียงลมหายใจ ในตอนนี้เธอได้เอาคางมาวางไว้บนไหล่ขวาของเรา และเธอกำลังกอดคอเราอยู่ อาโกะเห็นดังนั้นก็ลุกออกจากที่นั้งและขยับออกจากโต๊ะอาหาร  แล้วคุกเข่าลงข้างนึงทันที


  “ยินดีต้อนรับค่ะ ท่านเซซิเลีย


ทุกคนที่ได้ยินอาโกะเรียกชื่อของหญิงสาวที่มาใหม่ก็ตกใจและรีบทำตามอาโกะทันที เหลือเพียงแค่เราและไอกะเท่านั้นที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้


  “มาด้วยหรอเซเลีย


ไอกะถามขึ้นพร้อมกับมองไปที่เซเลีย


  “ก็เค้าเหงานี่คะ ว่างๆก็เลยมาทักทายเพื่อนๆของไอจังสักหน่อย


เซเลียตอบด้วยเสียงขี้เล่นนิดๆ


  “แล้วให้พวกเมอริสรู้ตัวตนของพวกเธอจะไม่เป็นอะไรหรอ


เราถามด้วยความสงสัย เพราะถ้าเกิดพวกเมอริสเผลอพูดออกไปให้คนอื่นรู้มันจะไม่เป็นปัญหาเอาหรอ


  “ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เพราะว่าคนในโลกนี้เชื่ออยู่แล้วว่ามีทวยเทพอยู่จริงๆ ถึงจะรู้อีกว่าเทพสูงสุดกำลังดูแลโลกนี้อยู่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีละค่ะ แต่ก็มีพวกที่ได้รับผลประโยชน์เต็มๆอยู่ค่ะ


ทุกคนที่ได้ยินก็แสดงสีหน้าประมาณว่า มีคนที่ได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้ด้วยหรอ


  “โบสถ์ สินะ


เมื่อทุกคนได้ยินคำที่เราพูดออกไปก็ตกใจทันที


  “หมายความว่ายังไงหรอคะ


คาร์ริสถามด้วยความสงสัย ในขณะที่ตัวเองยังนั่งคุกเข่าอยู่ ไอกะจึงส่งสายตาไปหาเซเลียทันที


  “เดี๋ยวเค้าอธิบายให้ฟังค่ะ แต่ก่อนอื่นทุกคนลุกขึ้นก่อนเถอะค่ะ


เซเลียที่เห็นสายตาของไอกะก็ยิ้มแล้วบอกให้คนอื่นนั่งตามสบาย อาโกะให้เซเลียนั่งข้างๆเราแล้วเธอก็ไปนั่งต่อจากคาร์ริสแทน เมื่อเห็นว่าพร้อมแล้วเซเลียก็เริ่มอธิบายต่อ


  “เค้าพูดค้างไว้ถึงโบสถ์ได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆสินะคะ ก็อย่างที่พวกคุณรู้กันว่า โบสถ์เป็นสถานที่เอาไว้สวดอ้อนวอนต่อทวยเทพและรับคำทำนายของเหล่าทวยเทพเช่น การฟื้นคืนชีพของจอมมาร และมีพวกที่สามารถใช้เวทแสงได้อยู่ที่นั้นเช่น นักบุญ นักบวช ได้ก่อตั้งหลังจากจบยุคแห่งทวยเทพได้ไม่นาน โดยพวกที่ศัทธาทวยเทพ และยังมีคนศัทธาอยู่มากมายมาจนถึงทุกวันนี้ใช่ไหมละคะ แต่จริงๆแล้วคำทำนายอะไรนั่น พวกเค้ายังไม่เคยส่งลงมาเลยนะคะ ก็แหมพวกทวยเทพได้ละทิ้งหน้าที่ในการดูแลโลกนี้ไปเป็นแสนๆปี จะมีคำทำนายลงมาได้ยังไงคะ


เมอริสและคาร์ริสที่ได้ยินก็ตกใจทันที แล้วเมอริสก็ถามขึ้น


  “หมายความว่ายังไงหรอคะ


  “ก็หมายความว่าประชาชนทุกคนกำลังถูกหลอกยังไงละคะ


  “ไม่จริงน่า


เมอริสร้องออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง


  “มันเป็นความจริงค่ะ ปัจจุบันคนในโบสถ์แทบจะไม่มีใครเชื่อในทวยเทพแล้วค่ะ เวลาที่พวกเขาเกลียดใคร กลัวใคร หรืออิจฉาใคร พวกเขาก็จะอ้างชื่อทวยเทพขึ้นมาเพื่อทำให้คำพูดของตัวเองมีอำนาจมากขึ้น จนสามารถพิพากษาคนๆนั้นได้อย่างง่ายดายค่ะ พวกคุณก็ระวังตัวกันด้วยนะคะ เพราะถ้าเกิดพวกคุณพูดเรื่องพวกเค้าออกไป พวกคุณอาจจะโดนทางโบสถ์กล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีตก็ได้นะคะ


  “เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณที่เตือนนะคะ


คาร์ริสพยักหน้าเข้าใจแล้วกล่าวขอบคุณเซเลีย


  “งั้นเชิญแนะนำตัวกันต่อเลยค่ะ


  “งั้นต่อไปก็เป็นตาของฉันสินะคะ


ยูคิลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มแนะนำตัวเอง


  “ฉันมีนามว่า ยูคิ เป็นเทพมังกรที่ตอนนี้มีแค่ตนเดียวในโลก มีหน้าที่ควบคุมสมดุลของโลก และกำจัดการ์เดี้ยนที่ชั่วร้ายค่ะ และเป็นคู่พันธะสัญญากับท่านไอริสค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ


ยูคิว่าจบก็โค้งให้ทุกคนทีนึงแล้วนั่งลง ต่อไปคือ เมอริส กับ คาร์ริส ทั้งสองคนยืนขึ้นแล้วเริ่มแนะนำตัว


  “สวัสดีค่ะฉันมีนามว่า เมอริส มาริเบล แอสโทรเฟล เป็นมนุษย์ธรรมดาๆคนนึงที่อยู่ในตะกูลมาร์ควิสค่ะ


เมื่อเมอริสว่าจบก็หันไปหาคาร์ริสเพื่อให้คาร์ริสแนะนำตัวทันที


  “สวัสดีค่ะหนูมีนามว่า คาร์ริส มาริเบล แอสโทรเฟล เป็นเป็นน้องสาวฝาแฝดของท่านพี่เมอริสค่ะ และอยู่ในตะกูลมาร์ควิสเช่นกันค่ะ


  “ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะX2”


ว่าจบทั้งสองคนก็นั่งลง ต่อมาคือฟุยุจัง เธอลุกขึ้นแล้วค่อยๆบิบไปตรงกลางของโต๊ะอาหารแล้วเริ่มแนะนำตัว


  “สวัสดีค่ะ หนูมีนามว่า ฟุยุ ไม่มีนามสกุลค่ะ เป็นหนึ่งในราชินีของเผ่าแฟรี่ ตอนนี้เป็นสัตว์อัญเชิญของคุณไอกะค่ะ


ว่าจบฟุยุจังก็บินกลับมานั่งบนไหล่ของไอกะตามเดิม แล้วหลังจากนั้นเรย์ก็ลุกขึ้น


  “สวัสดีค่ะ ฉันมีนามว่า เรย์ย่า ปัจจุบันยังไม่มีนามสกุล ฉันเป็นเผ่าจิ้งจอกภูต หรือที่พวกมนุษย์รู้จักกันว่า จิ้งจอกศักดิ์สิทธิค่ะ ตอนนี้เป็นสัตว์อัญเชิญของท่านไอกะค่ะ ส่วนนี่…”


เรย์หยุดพูดแล้วผายมือไปทางคุโระ เมื่อเรย์เห็นว่าทุกคนหันไปมองหมดแล้ว จึงเริ่มแนะนำต่อ


  “ทางนี้คือน้องชายของฉันค่ะ เขามีชื่อว่าคุโระ เขาเป็นสัตว์อัญเชิญของท่านแม่ของท่านไอกะ และเป็นเผ่าเดียวกันกับฉันค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ


เรย์ย่อตัวลงทีนึงแล้วนั่งลง ทุกคนแสดงสีหน้าตกตะลึงเมื่อได้ยินชื่อเผ่าของเรย์


  “แป๊ะ! แป๊ะ!”


ทันทีที่เรย์ว่าจบ เราก็ตบมือทีนึงเพื่อให้ทุกคนหันมาสนใจเรา


  “ต่อจากนี้ไปพวกเธอจะได้เจอกันตลอด ยังไงก็สนิทกันไว้นะ


ว่าจบเราก็เอากำไลข้อมือออกมาจากเวทเก็บของทั้งหมดเจ็ดวง เป็นกำไลข้อมือที่มีสีขาวนวลขอบสีทองและมีตัวอักษรภาษาอังกฤษ ‘HF’ สีทองสลักอยู่ (ย่ามาจากชื่อเรื่อง:ไรท์) และกำไลข้อมือก็หายไป แล้วไปโผล่ที่ข้อมือของอาโกะ เมอริส คาร์ริส ยูคิ ฟุยุจัง เรย์ และคุโระ มันค่อยๆหดตัวลงเพื่อให้พอดีกับข้อมือของแต่ละคน ทุกคนมองมันอย่างตกใจ แล้วหันมามองเราด้วยแววตาสงสัย


  “มันคืออะไรหรอคะ


คาร์ริสถามขึ้น


  “มันคือกำไรข้อมือที่พี่สร้างขึ้นเองน่ะ ลองเอามือไปแตะที่ตัวอักษรสิ


ทุกคนมองมาที่เราอย่างสงสัย และเอานิ้วไปแตะที่ตัวอักษรสีทอง


  “เอ๊ะ!!X3”


เมอริส คาร์ริส ฟุยุจังร้องขึ้นมาอย่างตกใจ เพราะทันทีที่ทุกคนแตะตัวอักษรที่กำไลข้อมือ ก็มีหน้าจอสี่เหลี่ยมที่แสดงสเตตัสของตัวเองออกมา ทำไมถึงมีแค่สามคนที่ตกใจน่ะหรอ นั่นก็เพราะพวกเธอยังไม่เคยเห็นสเตตัสของตัวเองเลยยังไงล่ะ ในโลกนี้คนที่มีทักษะตรวจสอบมีน้อยมากแต่ก็เป็นทักษะLvต่ำๆละนะ อย่างมากก็Lv 3 เท่านั้นแหละ ดังนั้นถ้าเกิดอยากรู้สเตตัสตัวของตัวเองต้องไปที่กิลด์หรือที่โบสถ์เท่านั้น


  “เวทที่อยู่ในกำไลข้อมือนี้จะมี หนึ่งตรวจสอบสเตตัสสามารถตรวจสอบสเตตัสของคนที่ใส่กำไลนี้เท่านั้น สองคือGate(เกท)เวทนี้ต่างจากเวทGateแบบปกติ เพราะเราตั้งค่าให้สามารถเข้าออกMy Worldได้เท่านั้น และไม่สามารถเปิดประตูมิติไปที่อื่นได้ สามคือเวทเก็บของสามารถเก็บของได้แบบไม่จำกัด สุดท้ายก็คือเวทสื่อสารสามารถสื่อสารกับคนอื่นๆที่มีกำไลนี้ได้จากระยะไกล


ถึงจะมีเวทติดตามอีกอย่างก็เถอะแต่เราไม่บอกพวกเธอหรอก เมื่อเราว่าจบทุกคนก็มองกำไลข้อมืออย่างสนอกสนใจ โดยเฉพาะเมอริสเธอมองมันด้วยสายตาเป็นประกายแบบสุดๆ เธอชอบอุปกรณ์เวทมนต์ละนะ


  “เอาแหละ รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวเราไปทำอาหารมาให้นะ ทุกคนก็คุยเล่นกันไปก่อนนะ


  “จริงหรอ ไอจังจะทำอาหารให้ทานจริงๆหรอ


เซเลียลุกขึ้นและถามขึ้นด้วยเสียงที่ดีใจมากๆ


  “จริงสิ


เราและไอกะลุกขึ้น แล้วตรงไปที่ห้องครัว ทุกคนมองไปที่เซเลียด้วยความตกใจที่เห็นเทพสูงสุดนั่งรออาหารอย่างใจจดใจจ่อ


  ‘คุณ/ท่าน/ท่านพี่ไอริส เป็นใครกันแน่คะX6’

____________________________________________________________________


เอาไปสองตอนก่อนนะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #179 Haikui (@Haikui) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 10:51
    คุโระนร้ชหรือญนะอืมมมมรอต่อปายย
    #179
    0