ในที่สุด ก็ได้เริ่มลงมือรีวิวเสียที (*′∀‵*)
ก่อนอื่น ต้องขอแนะนำวง Sound horizon ก่อนนะคะ เผื่อว่าใครอาจจะยังไม่รู้จัก
Sound horizon (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ซันโฮระ หรือ SH ก็ตามแต่) เป็นวงดนตรีแนว J-rock ของญี่ปุ่นค่ะ โดยเนื้อหาเพลงส่วนใหญ่จะเน้นไปทางแนวแฟนตาซี
ผู้ก่อตั้งวงคือ Revo (ไม่เปิดเผยชื่อจริงและอายุ แต่ได้ยินมาว่า ตอนนี้อายุสามสิบกว่า ๆ แล้วล่ะ อุอิ) ค่ะ ทั้งแต่งเพลงเอง เล่นดนตรี คิด theme และอัลบั้มหลัง ๆ มานี่ก็เริ่มร้องเองเลยด้วย ส่วนสมาชิกในวงคนอื่น ๆ ก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปค่ะ แล้วแต่ว่าเรโวซามะจะเชิญใครมาร่วมงาน

อา... ดูเหมือนว่าภาพนี้จะเป็นภาพมาตรฐานในการแนะนำวงนี้เลยทีเดียว (ฮา)
ภาพข้างบนมาจากอัลบั้ม Roman ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ 5 ค่ะ *จขบ.เริ่มชอบเพลงตั้งแต่อัลบั้มนี้นี่ล่ะค่ะ ชั่วโมงบินการทำเพลงเริ่มสูง*
หนุ่มชุดขาวตรงกลางคือเรโวซามะค่ะ ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มใหญ่คือ จิมัง สมาชิกที่อยู่ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งวง (รู้สึกจะก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2001 แล้วล่ะค่ะ)
แต่คนที่ร้องเพลงในอัลบั้ม Märchen จริง ๆ มีแค่เรโว จิมัง และเรมิ (ผู้หญิงชุดดำ คนที่ยืนอยู่ทางซ้ายสุด) เท่านั้น ส่วนยูกิ (กระโปรงฟ้าด้านขวา) กับคาโอริ (กระโปรงฟ้าด้านซ้าย) ... หายไปไหนอ่ะ คิดถึงสองคนนี้มาก ๆ เลยค่ะ
*รู้สึกว่ายูกิจะเคยเป็นสมาชิกวง SpringS มาก่อน ส่วนคาโอริคือหนึ่งในสมาชิกวง Fiction Junction ค่ะ ตอนแรกที่รู้นี่อึ้งเลยว่าตัวเองเคยนั่งฟังเพลงของคาโอริมาก่อนแบบไม่รู้ตัว*
ส่วนอัลบั้มอื่น ๆ ของวงนี้... จิ้ม เลยค่ะ
เอาล่ะ เกริ่นแบบหอมปากหอมคอแล้ว มาเริ่มกันเลยดีกว่า ≧△≦
หมายเหตุ ถ้าผิดพลาดตรงไหน อะไร ยังไง ก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ
เพราะส่วนหนึ่งเกิดจากการตีความของตัวเอง และอีกส่วน...ไม่มีความรู้ทางด้านภาษาญี่ปุ่นเท่าไหร่ค่ะ

อัลบั้มเซ็ตนี้ประเดิมด้วย MAXI album ที่ชื่อว่า "Ido e Itaru Mori e Itaru Ido" หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า IDO นั่นเอง
ทางฝั่งซ้ายเป็นปกอัลบั้มแบบธรรมดา ฝั่งขวาเป็นแบบ limited edition ค่ะ
#1 Hikari to Yami no Douwa 【A Fairytale of Light and Darkness】
|
|
[แปลเพลง] Hikari to Yami no Douwa เกริ่นเรื่อง: นิทานแห่งความมืดและแสงสว่าง 【Sound horizon: IDO】 |
Main Vocal: Revo (Märchen von Friedhof)

เรียกได้ว่าเพลงนี้เปรียบเสมือนกับโหมโรงของอัลบั้มทั้งหมดเลยล่ะค่ะ
เป็นการเล่าเรื่องในฝั่งของเมลเช่น วอน ลุดเดอวิก (เรียกสั้น ๆ ว่า เมล) เด็กน้อยผมสีขาวที่อาศัยอยู่ภายในป่ากับแม่ตามลำพัง
เรื่องมีอยู่ว่า เมล มีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ซึ่งก็คือ เอลิซาเบ็ธ (เดี๋ยวจะพูดถึงในเพลงถัดไป) ทั้งคู่ออกไปเล่นด้วยกันบ่อยมาก จนกระทั่งความสนิทสนมได้พัฒนาเป็นความรักแบบไม่รู้ตัว
อยู่มาวันหนึ่งมีคนแปลกหน้ามาถามหา เทเรซ่า แม่ของเมล หนูเมลก็ดันใสซื่อ อาสาจะพาสองคนนั้นไปหาแม่ แต่ปรากฏว่า พอไปถึงบ้าน ผู้ชายทั้งสองคนนั้นก็ผลักเมลตกลงไปในบ่อน้ำจนจมน้ำตาย ส่วนเทเรซ่าที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดก็โดนจับไป
# เนื้อหาในเพลงถูกตัดไปแค่นี้ค่ะ แต่เดี๋ยวจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมจาก track อื่น ๆ ในอัลบั้มอีก
ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้ชายสองคนนั้นเป็นใคร แต่ลักษณะการแต่งตัวเหมือนกับหมอที่รักษากาฬโรคในสมัยก่อนเลยค่ะ คือสวมผ้าคลุมสีดำ มีหน้ากากรูปอีกาสีขาวปิดหน้า มีถุงมือ รองเท้าบูธ ครบเซ็ต
ตามความเข้าใจของตัวเอง คงจะเป็นพวกล่าแม่มดล่ะมั้งคะ
## ส่วนตัวแล้ว ชอบเพลงนี้ตรงคนร้อง เอ่ย ไม่ใช่
ชอบดนตรีค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม  ̄ ˘  ̄
ทั้งที่ปกติไม่ค่อยชอบดนตรีหนัก ๆ แบบนี้เท่าไหร่
แต่สำหรับ SH คงจะเป็นข้อยกเว้นล่ะค่ะ ฮา
#2 Kono Semai Torikago no Naka de 【Within This Small Birdcage】
|
|
[แปลเพลง] Kono Semai Torikago no Naka de RECOMMEND ❤❤❤ เกริ่นเรื่อง: ภายในกรงนกอันคับแคบ【Sound horizon: IDO】 |
**ไฟล์เพลงฉบับออริจินัล จิ้ม ที่นี่ค่ะ ≧ω≦
Main Vocal: Joelle (Elisabeth von Wettin)


เพลงถัดมา เป็นเพลงที่เล่าเรื่องราวในมุมมองของเอลิซาเบ็ธค่ะ
เอลิซาเบ็ธ วอน วิทเท่น เป็นลูกสาวขุนนาง (หรือพระราชา ?) ที่ต้องอาศัยอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยว ทำให้เธอเหงามาก จนกระทั่งวันหนึ่ง เมลได้มาหา และชวนออกไปเล่นด้วยกัน เอลิซาเบ็ธเลยดีใจมาก
ต่อมา เมลจำเป็นต้องย้ายบ้าน เอลิซาเบ็ธเลยขอร้องให้เมลสัญญาว่าจะกลับมาหา พร้อมกับมอบตุ๊กตาของเธอเป็นหลักประกันว่าเมลจะทำตามนั้น ซึ่งเมลก็รับปาก
แต่ไม่นาน เอลิซาเบ็ธก็ได้ยินข่าวการตายของเมลและเทเรซ่า ทำให้เธอเสียใจมาก และเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองรักเมลแค่ไหน
# ประวัติความเป็นมาของเธอคนนี้ค่อนข้างคลุมเครือ หรือเป็นเพราะจขบ.แปลความในเนื้อเพลงไม่ออกเองก็ไม่รู้
ไม่แน่ใจว่าเอลิซาเบ็ธเป็นใครกันแน่
ลองไปช่วยกันตีความจากเนื้อเพลงดูนะคะ งงมากมาย
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญค่ะ เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือ...เพลงนี้เพราะอ่ะ อุอิ
## สาวลูกครึ่งอเมริกัน - ญี่ปุ่นคนนี้เสียงใสมาก ปลื้มจัง ❤
ส่วนหนึ่งคงจะเป็นเพราะชอบเสียงดนตรีในเพลงนี้ด้วยล่ะมั้งคะ
เป็นหนึ่งในเพลงที่ชอบเป็นอันดับต้น ๆ ของ SH เลยล่ะค่ะ เพราะซึ้งดี
#3 Kanojo ga Majo ni Natta Riyuu 【The Reason She Became a Witch】
|
[แปลเพลง] Kanojo ga Majo ni Natta Riyuu RECOMMEND ❤ เกริ่นเรื่อง: เหตุที่นางกลายเป็นแม่มด 【Sound horizon: IDO】 |
Main Vocal: MIKI (Therese von Ludowing)

เพลงสุดท้ายของ MAXI ว่าด้วยเรื่องราวของเทเรซ่าค่ะ
เป็นอีกคนที่มีประวัติคลุมเครืออีกแล้วล่ะ (*´・ェ・)っ
เนื้อหาทั้งหมดเริ่มต้นที่ "แอนนาลิเซ่" ตัวละครที่โผล่มาสิบวินาทีแล้วหายต๋อมไป เอ่อ.. เข้าเรื่อง
แอนนาลิเซ่เป็นสนมของพระราชาองค์หนึ่ง แต่พอเธอให้กำเนิดลูก เด็กคนนั้นกลับไม่ได้รับการยอมรับจากผู้เป็นพ่อ เจ้าหล่อนเลยถามว่าเป็นเพราะอะไร เพราะชาติกำเนิดของตัวเองต้อยต่ำ? เป็นเพราะเด็กคนนี้พิการ? บลา ๆ ๆ
ปิดท้ายด้วยการขอโทษลูกเพราะตัวเองคือคนบาป ทำให้ลูกเกิดมาด้อยวาสนา และ.. จบแค่นี้ค่ะ ( ̄ロ ̄lll)
จบแค่นี้จริง ๆ
เนื้อหาทั้งหมดตัดกลับมาที่เทเรซ่า และเจ้าหล่อนก็ได้พร่ำพรรณนาถึงความรักที่มีต่อลูกชายคนเดียวของเธอ และดูเหมือนว่าแต่ก่อน เมลจะตาบอดค่ะ เทเรซ่าเลยพร่ำขอโทษลูก บอกว่าตัวเองเป็นคนบาปหนา ถึงได้ทำให้เมลเกิดมาเป็นแบบนี้
กระทั่งวันหนึ่ง จู่ ๆ ตาของเมลก็มองเห็นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ตอนแรก เทเรซ่าดีใจมาก แต่ก่อนที่เธอจะถูกนำไปเผาทั้งเป็น เธอกลับไม่แน่ใจว่าการที่เมลมองเห็นได้นั้นมันดีแล้วหรือ
เมื่อรำลึกถึงอดีตเสร็จ ก็ตัดตอนมาที่ฉากเทเรซ่ากำลังจะโดนเผาทั้งเป็น ซึ่งเนื้อหาส่วนนี้จะต่อกับเพลงแรกค่ะ
เทเรซ่าถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่ ทำให้เธอเคียดแค้นมาก เลยอาฆาตและประกาศกร้าวว่าสักวัน เธอจะกลายเป็น "แม่มด" จริง ๆ เพื่อกลับมาสาปแช่งโลกใบนี้
# เพลงนี้ชวนให้งุนงงและก่งก๊งเล็กน้อยค่ะ
ตกลงว่าเทเรซ่าเป็นใครกันแน่ ??
ถ้าจะให้ลองเดา คิดว่าน่าจะเป็นคนเดียวกับแอนนาลิเซ่ล่ะมั้งคะ เพราะทั้งคู่ต่างก็บอกว่าตัวเองเป็นคนบาป
และในเนื้อเพลง เทเรซ่ายังบอกอีกด้วยว่าเหตุผลที่เธอมาใช้ชีวิตอยู่ในป่า ช่วยรักษาผู้คนนั้น เป็นเพราะต้องการล้างบาป และต้องการทิ้งอดีตที่ไม่น่าจดจำของตัวเอง
อืม.. จะใช่รึเปล่าน้า
## เป็นเพลงปิดอัลบั้ม MAXI ที่ทรงพลังมากค่ะ
แต่ปวดแก้วหูตอนท้ายที่เทเรซ่าถูกเผาทั้งเป็นนี่ล่ะ (¯▽¯;)
ในที่สุด ก็มาถึงตัวอัลบั้มหลัก "7th Story Märchen" เสียที
ธีมหลักของอัลบั้มนี้คือ บาปทั้งเจ็ดประการ ค่ะ ประกอบด้วยตะกละ, โลภ, ริษยา, เกียจคร้าน, อัตตา (ประมาณว่าเย่อหยิ่งน่ะค่ะ), ราคะ และความโกรธแค้น
เรื่องราวทั้งหมดมีประเทศเยอรมันเป็นพื้นหลังค่ะ เลยมีภาษาเยอรมันเยอะแยะไปหมด
*ฮ่วย.. หนูเรียนสายวิทย์มา ฟังไม่รู้เรื่อง*
เรามาเริ่มชำระแค้นกันเถอะ ♫

#1 Yoiyami no Uta 【Song of Twilight's Darkness】
|
|
[แปลเพลง] Yoiyami no Uta RECOMMEND ❤ เกริ่นเรื่อง: บทเพลงแห่งสนธยา【Sound horizon: 7th Story Märchen】 |
Main Vocal: Revo (Märchen von Friedhof), Vocaloid Miku Hatsune (Elize)
Vocals: Kanami Ayano, REMI, Tomoyo Kurosawa, Ceui, Mikuni Shimokawa, Minani Kuribayashi, Joelle


track แรกของอัลบั้ม
เป็นการเกริ่นนำเรื่องราวของเมลกับเอลิเซ่ ทำนองว่าทั้งคู่คือวิญญาณที่ยังมีความแค้นหลงเหลืออยู่ จึงอาศัย IDO ที่แปลว่าความปรารถนา ความต้องการ หรืออะไรทำนอง (ซึ่งไปพ้องเสียงกับคำว่า บ่อน้ำ ในภาษาญี่ปุ่น)
สรุปคือ เมลกับเทเรซ่ายังคงมีความปรารถนาที่จะแก้แค้นคนที่ฆ่าตัวเองอยู่ ทำให้เมลกับเทเรซ่าสามารถฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง โดย IDO ได้เข้าสิงร่างของเมล (ทำให้เมลโตเป็นเมลเวอร์ชั่นผู้ใหญ่?) ส่วนวิญญาณของเทเรซ่าได้ลอยไปสิงในตุ๊กตาที่เอลิซาเบ็ธได้ให้ไว้กับเมลก่อนจากกัน กลายเป็นตุ๊กตาหลอน (?) คอยร้องเพลงแห่งความตาย อะไรเทือก ๆ นั้น
หลังจากที่จัดการกับคนที่ฆ่าตัวเองแล้ว ทั้งคู่ได้เริ่มต้นช่วยคนอื่นชำระความแค้นต่อไป สำหรับเอลิเซ่นั้น ทำไปเพราะความเกลียดชังที่มีต่อมนุษย์ ส่วนเมลทำไปตามสัญชาตญาณ (คล้าย ๆ กับอารมณ์ที่ยังค้างคาก่อนตาย) เพราะเขาไม่สามารถจดจำอดีตของตัวเองได้เลย
# กรี๊ดกร๊าด ♫ เป็นการเปิดอัลบั้มที่ค่อนข้างประทับใจจขบ.ค่ะ ≧▽≦
เพราะเรโวซามะเป็นคนร้อง (เฮ่ย ออกนอกหน้าอีกแล้ว) ไม่ใช่ ๆ เป็นเพราะดนตรีค่ะ ส่วนหนึ่งที่ประทับใจอัลบั้มนี้เพราะเพลงนี้นี่ล่ะค่ะ
ทั้งเพลงร็อคและเพลงคลาสสิกมันเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ไม่เคยคิดเลยค่ะว่าเพลงของบีโธเฟ่น หรือโชแปง (คือ..รู้จักแค่ 2 คนนี้ แฮ่ ๆ) จะสามารถนำมาประยุกต์กับดนตรีแนวนี้ได้ด้วย
ทำเอาหลงอัลบั้ม Märchen ไปเลยล่ะค่ะ ฮา
#2 Kakei no Majo 【A Witch Burned to Death】
|
|
[แปลเพลง] Kakei no Majo เกริ่นเรื่อง: แม่มดผู้ถูกเผาจนถึงแก่ความตาย 【Sound horizon: 7th Story Märchen】 |
Main Vocal: Kanami Ayano
Vocal: MIKI (หญิงชรา), Kazuki Kiriyama (Hänsel), Seimi Kobayashi (Gretel)


นิทานเรื่องแรก เอาพื้นเดิมมาจากเรื่องเฮนเซลกับเกรเทลค่ะ ทุกคนคงรู้จักอยู่แล้ว ขอข้ามตัวนิทานต้นฉบับเลยนะคะ
สำหรับนิทานเวอร์ชั่น SH เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็กหญิงคนหนึ่งอาศัยอยู่กับแม่ตามลำพัง เธอจึงรักแม่ของตัวเองมาก แต่อยู่มาวันหนึ่ง เธอกลับถูกแม่ทอดทิ้ง เด็กหญิงจึงถูกแม่ชีจากโบสถ์ที่ไหนสักแห่งเก็บไปดูแล จนกระทั่งเธอเติบโตขึ้น และบวชเป็นแม่ชี กระทั่งเวลาผ่านไป ได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น โบสถ์ที่แม่ชีอาศัยอยู่นั้นก็พลอยโดนลูกหลง เธอจึงตัดสินใจกลับไปหาแม่ที่ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านกลางป่าที่เดิม
พอไปถึงบ้าน แม่ชีดีใจที่ได้พบกับแม่ของตัวเอง แต่คนเป็นแม่ไม่สามารถจดจำลูกได้ แถมยังหิวโซ จึงทำให้ยายเฒ่าเอามีดจ้วง เอ่อ แทงลูกสาวตัวเองจนตายเพื่อนำไปบูชาซาตาน
หลอนดีแท้ค่ะ... ⊙﹏⊙
การแก้แค้นในเพลงนี้คือการส่งเด็กนรก (?) เฮนเซลกับเกรเทลมาแก้แค้นค่ะ คือ คุณยายแกต้อนรับเด็ก ๆ ที่หลงทางเข้ามาในป่า และขุนเฮนเซลจนอ้วนเพื่อกะจะเก็บไว้เชือดกิน แต่เกรเทลผู้เป็นน้องสาวเอะใจขึ้นก่อน ทั้งคู่เลยช่วยกันผลักคุณยายไปในเตาผิง แล้วหนีออกมาพร้อมกับทรัพย์สมบัติ
อืม...
# ส่วนตัวแล้ว ไม่ได้รู้สึกประทับใจเพลงนี้หรืออะไรเป็นพิเศษ เพราะคิดว่ามันค่อนข้างธรรมดามาก และเสียงของนักร้องในอัลบั้มนี้ทุกคนมันก็ทรงพลังกันทั้งนั้น ทำให้เสียงของอายาโนะซังไม่โดดเด่นเอาเสียเลย
เอ่อ.. จขบ.หมายความว่าเธอเองก็เสียงดีนะคะ
ใครเป็น FC ของอายาโนะซังก็ต้องของโทษด้วยค่ะ (。・ω・)ノ゙
#3 Kuroki Okami no Yado 【The Dark Landlady's Inn】
|
|
[แปลเพลง] Kuroki Okami no Yado เกริ่นเรื่อง: เรือนเจ้าบ้านสีดำ 【Sound horizon: 7th Story Märchen】 |
Main Vocal: REMI
Vocal: Jimang (เจ้าบ้าน)


คิดว่าใครหลาย ๆ คนน่าจะยังไม่เคยได้ยินนิทานฉบับเดิมเรื่องนี้ค่ะ
เรื่อง The Man from the Gallows (ไม่รู้จักชื่อภาษาไทยเหมือนกัน)
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว หญิงชราคนหนึ่งจำเป็นต้องต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยียน แต่เธอไม่มีอาหาร และไม่รู้ว่าจะปรุงอะไรต้อนรับพวกเขาดี จึงเดินทางไปยังลานแขวนคอนักโทษและเอาตับของนักโทษคนนั้นออกมาเพื่อย่างให้แขกของเธอทาน (ซึ่งแขกพวกนั้นก็กินหมดซะด้วย... Σ( ̄ロ ̄lll) OMG!)
ในกลางดึกคืนหนึ่ง หญิงชราได้ยินเสียงคนเคาะประตู เธอจึงตื่นขึ้นมาและเปิดประตูออกไป เธอพบว่ามีร่างของชายปริศนาคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า ศีรษะของเขาล้านเลี่ยน ดวงตาทั้งสองข้างกลวงโบ๋ และมีบาดแผลทั่วร่างกาย
หญิงชรา: ผมของคุณหายไปไหนหมด?
ชายปริศนา: ถูกลมเป่าหายไปหมดแล้ว
หญิงชรา: แล้วดวงตาของคุณล่ะ?
ชายปริศนา: ถูกอีกาจิกกินไปหมดแล้ว
หญิงชรา: แล้วตับของคุณล่ะ?
ชายปริศนา: ถูกคุณกินไปแล้วยังไงล่ะ
เอ่อ... เป็นอิฉันคงจะวิ่งหนีไปตั้งแต่เห็นว่ามันไม่มีลูกตาแล้วล่ะค่ะ (;ノ゚Д゚)ノ
เอ้ย ไม่ใช่ เข้าเรื่อง ๆ สำหรับนิทานเวอร์ชั่น SH ก็คล้าย ๆ กับต้นตำรับนั่นล่ะค่ะ แค่เปลี่ยนตัวละครนิดหน่อยเท่านั้น นางเอกของเราหรือรู้จักกันในนาม Buran-ko เป็นเด็กสาวชาวไร่ที่สูญเสียครอบครัวและบ้านเพราะสงคราม เธอถูกขาย และต้องมาทำงานกับเจ้าของบ้านพัก (อารมณ์โรงเตี๊ยมล่ะมั้งคะ) ที่โรคจิตนิด ๆ (..อืม มันจิตจริง ๆ นะ ) ซึ่งโรงเตี๊ยมแห่งนี้มีอาหารขึ้นชื่ออย่างหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือตับย่าง ทำให้มีคนมากมายมากินตับ (!?) ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้จนตับสดจากร่างนักโทษประหารไม่พอ คุณเจ้าของโรงเตี๊ยมเลยจัดการแขวนคอหนู Buran-ko ประหนึ่งว่าเป็นนักโทษ และเอาตับของเธอมาย่างให้แขกกิน
และในคืนนั้นนั่นเอง Buran-ko และนักโทษที่ถูกขโมยตับไปก็กลับมาทวงตับจากเจ้าของโรงเตี๊ยมนั่นเอง
เอาตับหนูคืนมา!! (OωO;;)
# สำหรับความเห็นเกี่ยวกับเพลงนี้ ยังคงประทับใจเรมิเหมือนเดิมค่ะ ท่อนโซปราโน่ยังคงทรงพลังเหมือนเดิม สาวคนนี้เสียงดีจริง ๆ
แต่เป็นเพราะมีป๋าจิมังมาร่วมแจมในคราบกระเทยเฒ่า เลยกลายเป็นทำให้ฮาเงิบ ไม่มีอารมณ์สยองขวัญของนิทานต้นตำรับเหลืออยู่เลย (*´・д・`)
#4 Garasu no Hitsugi de Nemuru Himegimi 【The Princess Who Sleeps in a Glass Coffin】
|
|
[แปลเพลง] Garasu no Hitsugi de Nemuru Himegimi เกริ่นเรื่อง: เจ้าหญิงผู้หลับใหลในโลงแก้ว 【Sound horizon: 7th Story Märchen】 |
Main Vocal: Kurosawa Tomoyo
Vocal: MIKI (ราชินีใจร้าย), Jimang (กระจก / นายพราน), Suzuki Yume (เจ้าชายเททอเร่...หรือเจ้าชายเตร็ดเตร่นั่นเอง)


เพลงนี้แปลงมาจากเรื่องสโนว์ไวท์ ซึ่งก็เหมือนเดิมทุกอย่างเลยค่ะ ตั้งแต่ลักษณะสีผม สีผิวของสโนว์ไวท์ ยันการแก้แค้นก็ยังยึดตามนิทานกริมม์ต้นตำรับมาด้วย นั่นคือการลงโทษราชินีใจร้ายด้วยการจับใส่รองเท้าเหล็กที่ถูกทำให้ร้อนจัด (เห็นว่าเหล็กกลายเป็นสีแดงเลยทีเดียว) และเต้นระบำไปจนตาย
ความจริง... สาเหตุที่ราชินีต้องเต้นน่าจะเป็นเพราะร้อนเท้ามากกว่า (¯▽¯;)
เพราะตัวเองก็เคยเดินเท้าเปล่าบนพื้นหินอ่อนที่ตากแดด ณ มน. (ม.นเรศวร) มาทั้งวัน แทบจะกระโดดกันเลยทีเดียว เคยลองคิดเล่น ๆ ล่ะค่ะว่า ถ้าตอกไข่ลงไป เราจะทำไข่ดาวได้มั้ยนะ...
กลับเข้าเรื่อง การแก้แค้นของสโนว์ไวท์ในเพลงที่ 4 เกิดขึ้นได้เพราะรสนิยม (?) ของเจ้าชายเตร็ดเตร่ค่ะ ประมาณว่า ถ้าเจ้าชายไม่ปิ๊งศพของสโนว์ไวท์ เธอก็จะตื่นขึ้นมาแก้แค้นไม่ได้ หรืออะไรทำนองนั้น
## โทโมโยะจัง! เธอคนนี้เคยร่วมแสดงไลฟ์คอนเสิร์ตในอัลบั้มมิร่า (Moira) ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ 6 ก่อนหน้าอัลบั้ม Märchen ล่ะค่ะ
ยอมรับเลยว่าเสียงใสใช้ได้ *แต่อยากจะบอกว่าหน้าตาของเธอตอนขอชีวิตกับนายพรานในไลฟ์คอนเสิร์ตนี่...กวนบาทามาก หรือเรารู้สึกไปเองนะ...*
ส่วนเจ้าชายเตร็ดเตร่... ตอนแรกคิดว่าใช้ผู้ชายมาแสดงซะอีก แต่พอดูไปดูมา เอ๊ะ ผู้หญิงนี่นา คงจะอารมณ์เดียวกับทาคาระซึกะ (ละครเวทีของญี่ปุ่นที่ใช้ผู้หญิงแสดงทั้งหมดค่ะ) ล่ะมั้ง
#5 Sei to Shi wo Wakatsu Kyoukai no Furuido 【An Old Well that Divides Life and Death】
|
|
[แปลเพลง] Sei to Shi wo Wakatsu Kyoukai no Furuido เกริ่นเรื่อง: บ่อน้ำเก่าแก่ที่กั้นกลางระหว่างความเป็นและความตาย 【Sound horizon: 7th Story Märchen】 |
Main Vocal: Ceui
Vocal: MIKI (แม่เลี้ยง), Chinatsu Ishii (น้องสาว), Azumi Inoue (คุณแม่ฮุลด้า)
Vocal/Seiyuu: Revo (ขนมปัง ต้นไม้ และไก่แจ้ (หือ?), Märchen von Friedhof)


นิทานต้นฉบับคือเรื่องคุณแม่ฮุลด้าค่ะ
เป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงและน้องสาวคนละแม่ (ส่วนคุณพ่อไปสู่สุขคติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว) เธอถูกแม่เลี้ยงกลั่นแกล้งให้ทำงานบ้านทุกอย่าง ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ส่วนคุณน้องสาวจอมขี้เกียจไม่เคยทำงานอะไรเลย แถมบางครั้งยังจิกหัวใช้เธออีกต่างหาก
อยู่มาวันหนึ่ง ในขณะที่เด็กหญิงกำลังปั่นด้าย เธอถูกเข็มตำจนเลือดออกและเปื้อนแกนม้วนด้าย เธอจึงพยายามล้างมัน แต่ว่ากลับทำมันตกลงไปในบ่อน้ำ เด็กหญิงจึงวิ่งร้องห่มร้องไห้ไปหาแม่เลี้ยงเพื่อ...โดนแม่เลี้ยงด่า และไล่ให้ไปเก็บแกนม้วนด้าย เด็กหญิงเลยต้องไปเก็บแกนม้วนด้าย แต่เธอกลับพลาดตกลงไปในบ่อน้ำเสียอย่างนั้น
พอรู้สึกตัวอีกทีเธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่แปลกตา (มีทั้งขนมปัง, แอปเปิ้ล และดอกไม้พูดได้) เด็กหญิงได้เดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งพบบ้านหลังหนึ่ง และเมื่อประตูเปิดออก เธอก็พบกับหญิงชราคนหนึ่ง ซึ่งก็คือคุณแม่ฮุลด้านั่นเอง คุณแม่ฮุลด้าขอให้เด็กหญิงช่วยทำงานสะบัดผ้าห่มเพื่อให้ขนนกร่วงลงมา ซึ่งขนนกเหล่านั้นได้กลายเป็นหิมะร่วงลงสู่พื้นดิน คุณแม่ฮุลด้าพอใจกับความขยันของเธอมาก จึงเสกให้ฝนทองร่วงใส่เด็กหญิงก่อนอนุญาตให้เธอกลับบ้าน ทำให้นอกจากจะได้ทองกลับไปแล้ว เนื้อตัวของเธอก็อาบไปด้วยทองคำด้วย
พอแม่เลี้ยงใจร้ายเห็นเข้า ก็เลยอยากได้ทองบ้าง เลยบีบบังคับให้เด็กหญิงบอกวิธีการเอาทองมาและสั่งให้ลูกสาวตัวเองไปหาแม่ฮุลด้าบ้าง
แต่แม่หนูกลับขี้เกียจ คุณแม่ฮุลด้าสั่งให้ทำงานอะไรก็ไม่ทำ คุณแม่ฮุลด้าเลยไม่พอใจ เสกให้ฝนโคลนตกลงมาใส่ร่างของเด็กหญิงจอมขี้เกียจ อิหนูเลยวิ่งร้องห่มร้องไห้กลับมาหาแม่ เพราะโคลนนั้นเกาะติดแน่น ล้างไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว เอวัง จบลงด้วยประการฉะนี้...
เนื้อหาในเพลงก็ตามเนื้อเรื่องด้านบนเลยล่ะค่ะ อาจจะเปลี่ยนเนื้อหาเล็กน้อยตรงที่... Ido-ko ตัวเอกของเพลงจมน้ำตายค่ะ
# ถ้าดูจากไลฟ์คอนเสิร์ตแล้ว จะเห็นได้ว่าเธอช่างตายอนาถ เพราะตอนที่เก็บแกนม้วนด้ายนั้น เธอ...ปีนขึ้นไปบนขอบบ่อน้ำแล้วกระโดดลงไปเองชัด ๆ ( ̄▽ ̄*)>

อืมมม... ทุกคนต่างก็มีความเห็นกับภาพนี้ว่า เรโวซามะคงจะเครียดเกินไป (*・_ゝ・)ノ
(แต่จขบ.ว่ามันโมเอ้ดีนะ แอร๊ย ❤❤ เอาใจไปเลยค่ะ ฮา)
## เพลงนี้ให้อารมณ์สดใสอย่างกับเพลง OP อนิเมะเลยค่ะ ขัดอารมณ์ที่ค้างมาจากเพลงก่อน ๆ มาก ไม่หดหู่เลยสักนิด
Ceui เสียงใสดีค่ะ เคยดูคลิปตอนที่เธอให้สัมภาษณ์รายการอะไรสักอย่าง เสียงน่ารักมาก เหมือนเด็กน้อยเลย ≧ω≦
เห็นว่าเรโวซามะต้องปั้นอยู่นานเหมือนกัน ถึงจะหาโทนเสียงที่เหมาะกับเพลงนี้ได้
#6 Bara no Tou de Nemuru Himegimi 【The Princess Who Sleeps in a Tower of Roses】
|
|
[แปลเพลง] Bara no Tou de Nemuru Himegimi เกริ่นเรื่อง: เจ้าหญิงผู้หลับใหลในหอคอยกุหลาบ 【Sound horizon: 7th Story Märchen】 |
Main Vocal: Shimokawa Mikuni
Vocal: MIKI (เอลเต้โรเซ่ นางฟ้าใจร้าย), Inoue Azumi (เอปริโคเซ่ โนางฟ้าใจดี), Suzuki Yume (เจ้าชายเททอเร่)

เพลงเจ้าหญิงออโรร่า... เอ่อ ผิดสำนัก (?) แล้ว เจ้าหญิงนิทราก็ยังคงเค้าเดิมของเรื่องต้นตำรับของสองพี่น้องตระกูลกริมม์เช่นเดียวกับสโนว์ไวท์และคุณแม่ฮุลด้าค่ะ
คือ พระราชินีที่กำลังสรงน้ำอยู่ในสระได้รับคำทำนายจากกบ *อิกบนี่มันโรคจิตรึไงนะ ดูผู้หญิงอาบน้ำ (*´・ェ・)っ* ว่าภายในปีนี้ พระราชินีจะให้กำเนิดเจ้าหญิงพระองค์หนึ่ง ทำให้พระราชาดีใจมาก เพราะทั้งคู่อยากมีลูกมานานแล้ว พอเจ้าหญิงเกิดเลยจัดงานเสียใหญ่โต เชิญนางฟ้ามาร่วมงานมากมาย แต่พอดีว่าชามทองคำไม่ครบชุด ขาดไปหนึ่งที่ เลยไม่เชิญนางฟ้าเอลเต้โรเซ่มาร่วมงาน
ค่อนข้างงงกับเหตุผลนี้เล็กน้อย ถ้าไม่พอก็ซื้อมาเพิ่มเซ่! เอ่อ เอาเถอะค่ะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าเป็นนิทาน
เท่านั้นเอง เอลเต้โรเซ่ก็กริ้วขนานหนัก เพราะเธอหาว่าพระราชาไม่สนใจไยดีเธอ ทั้งที่เธอเองก็เป็นนางฟ้าผู้มีอาคมแก่กล้าเหมือนกัน เลยพาลสาปเจ้าหญิงให้มีชีวิตอยู่ได้ 15 ปี และตายเมื่อโดนเข็มปั่นด้ายตำ *สงสัยมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วล่ะค่ะว่า ทำไมถึงไม่โดนอย่างอื่นตำ มีด? ดาบ? ค้อน? ขวาน? เอ่อ แลดูจิตแต่เด็กเลยเรา* นางฟ้าเอปริโคเซ่ที่ยังไม่ทันได้ให้พรเลยรีบแก้คำสาปด้วยการขอให้เจ้าหญิงนอนหลับไปเป็นเวลา 100 ปีแทนที่จะตายตามคำสาปของเอลเต้โรเซ่
จากนั้น... ก็เป็นไปตามเนื้อเรื่องค่ะ เจ้าหญิงถูกเข็มปั่นด้ายตำในวันเกิดที่มีอายุครบ 15 ปีพอดี จากนั้นก็หลับไป
เวลาผ่านไป เจ้าชายเตร็ดเตร่ก็ผ่านมาแถวนี้พอดีค่ะ มาด้วยคอนเซ็ปต์เดิม คือตามหาเจ้าสาว จนกระทั่งมาเจอกับเจ้าหญิงนิทรา และได้มอบจุมพิตเพื่อปลุกให้เจ้าหญิงตื่นขึ้นมา
พอเจ้าหญิงนิทราตื่นขึ้นมาแล้ว เธอก็จัดการเนรเทศเอลเต้โรเซ่ออกไปจากอาณาจักร แต่เอลเต้โรเซ่ผู้หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีตัวเองก็ยังไม่วายสาปแช่งให้เจ้าหญิง...
ท้อง ( ̄ロ ̄) ... *เงิบกินเลยทีเดียว*
และสุดท้าย พอเด็กคลอดออกมาก็ถูกนำไปทิ้งไว้ในป่า
# เอ่อ งงกับบทสรุปของเรื่องเล็กน้อย เพื่ออะไร... ช่างมันเถอะ
## ด้วยความที่นักร้องในอัลบั้มนี้เสียงดีทุกคน เลยไม่มีความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับมิคุนิ นักร้องเพลงนี้อีกแล้วค่ะ (¯▽¯;)
เอาเป็นว่า จขบ.ชอบลีลาการแสดงของเธอแทนก็แล้วกัน สีหน้าแต่ละท่อนได้อารมณ์มากค่ะ *เสียดายที่หาคอนเสิร์ตมาแปะให้ไม่ได้*
แล้วก็...ชอบเอฟเฟ็กต์ในไลฟ์คอนเสิร์ตอีกแล้ว!!
เอลเต้โรเซ่กับเอปริโคเซ่ดวลกันด้วยล่ะค่ะ มีลำแสง (?) วูบวาบพุ่งออกมาปะทะกันด้วยอ่ะ สุโค่ย ❤

#7 Aoki Hakushaku no Shiro 【The Blue Count's Castle】
|
|
[แปลเพลง] Aoki Hakushaku no Shiro RECOMMEND ❤ เกริ่นเรื่อง: ปราสาทขุนนางเคราน้ำเงิน 【Sound horizon: 7th Story Märchen】 |
Main Vocal: Kuribayashi Minami
Vocal: Akio Ohtsuka (เคราน้ำเงิน)


นิทานดั้งเดิมคือเรื่องเคราน้ำเงินค่ะ
มีชายผู้ร่ำรวยถูกเรียกว่า "เคราน้ำเงิน" เนื่องจากรูปร่างหน้าตาของเขา เคราน้ำเงินได้ขอแต่งงานกับหญิงสาวแสนสวยคนหนึ่ง และเมื่อไปถึงปราสาท เคราน้ำเงินก็มอบพวงกุญแจให้ภรรยาของตนพร้อมกับบอกว่า เธอสามารถเข้าไปในห้องไหนก็ได้ ยกเว้นห้องที่ถูกล็อคด้วยกุญแจดอกเล็กที่สุดในพวงกุญแจนี้
แต่เมื่อเคราน้ำเงินไม่อยู่ ภรรยาของเขาก็เข้าไปยังห้องนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นและพบศพของภรรยาคนก่อน ๆ อยู่ในนั้น แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เคราน้ำเงินกลับมาพบเธอเข้าพอดี และพยายามจะฆ่าภรรยาของตน หากเธอก็ได้พี่ชายมาช่วยได้ทันท่วงที สุดท้าย เคราน้ำเงินก็ถูกพี่ภรรยาฆ่าตายนั่นเอง
ส่วนเนื้อเรื่องในเพลง ก็ตามต้นตำรับอีกแล้วล่ะค่ะ อาจจะต่างกันนิดหน่อยตรงที่สาว Aoki-ko ตัวเอกของเรื่องดันหลงรักเคราน้ำเงิน สามีของตัวเองเสียนี่
จากเนื้อเพลงที่ลองแปล ๆ ดู เจ้าเคราน้ำเงินนี่แอบโรคจิตเล็ก ๆ ทำไมตัวละครในเซ็ตนี้ถึงได้จิตไม่ปกติกันเลยนะ ●△●...
เพลงนี้ให้อารมณ์ประมาณว่าทั้งรักทั้งแค้นยังไงก็ไม่รู้ คือ Aoki-ko ได้ใช้ภรรยาคนใหม่ (หมายเลข 6!!) เป็นเครื่องมือช่วยแก้แค้นแทนตัวเองกับภรรยาคนก่อน ๆ หน้านี้ โดยยุแหย่ให้ภรรยาคนที่ 6 เปิดห้องลับ ซึ่งพอเคราน้ำเงินมาพบเข้า ก็ทำท่าจะฆ่าปิดปากเจ้าหล่อนไปอีกราย เธอเลยขอไปที่โบสถ์ก่อนตาย ซึ่งไม่รู้ว่าเคราน้ำเงินนี่คิดยังไง ดันอนุญาตเสียนี่ ฝ่ายสาวเจ้าเลยวิ่งกระหืดกระหอบไปขอความช่วยเหลือจากบรรดาพี่ชาย พี่ชายทั้งสามของเธอเลยมาช่วยด้วยการฆ่าเคราน้ำเงินตาย
และในไลฟ์คอนเสิร์ตก็ปิดท้ายด้วยการที่... Aoki-ko เดินมากอดศพของสามีพร้อมกับแย้มยิ้มและหลับตาพริ้ม!
# คุริบายาชิ มินามิ! จขบ.จำชื่อนี้ได้ตั้งแต่ฟังอัลบั้มมิร่าแล้วล่ะค่ะ
เสียงเธอตรึงตราตรึงใจมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว *แต่ยังไงก็ขอยืนยันว่าชอบโจเอลที่สุดอยู่ดีนะคะ อุอิ ≧▽≦*
ไม่ผิดหวังเลยค่ะ คงคุณภาพไว้ได้ดีเยี่ยม ♫
รู้สึกว่าเธอจะร้องเพลงประกอบอนิเมะอยู่เหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิด มี Macross frontier ด้วยล่ะ
#8 Takkei no Seijo 【A Crucified Maiden Who Became a Saint】
|
|
[แปลเพลง] Takkei no Seijo RECOMMEND ❤❤❤ เกริ่นเรื่อง: พรหมจารีย์บนไม้กางเขนผู้กลายเป็นนักบุญ【Sound horizon: 7th Story Märchen】 |
Main Vocal: Joelle
Vocal/Seiyuu: Revo


นิทานฉบับเดิมหรือเรื่อง นักบุญผู้กังวล มีอยู่ว่า...
หญิงสาวผู้เปี่ยมศรัทธาอยู่นางหนึ่งได้สาบานต่อพระเจ้าว่าจะไม่แต่งงาน แต่สุดท้ายแล้ว เธอถูกพ่อบังคับให้แต่งงาน หญิงสาวจึงขอพรพระเจ้าให้เธอมีหนวดงอกออกมา คำขอนั้นกลายเป็นจริง หากพระราชาก็สั่งประหารหญิงสาวด้วยการตรึงกางเขน แต่เธอก็กลายมาเป็นนักบุญในภายหลัง
วันหนึ่งมีนักดีดพิณยากจนมาคุกเข่าหน้ารูปปั้นของเธอ นักบุญดีใจมากจึงเสกรองเท้าทองคำให้เขาข้างหนึ่ง แต่ในไม่ช้าทุกคนก็มาตามหารองเท้าทองคำที่หายไปและพบว่าอยู่กับนักดีดพิณ เมื่อเขาถูกจับในฐานะขโมยก็ร้องขอว่าอยากจะไปที่โบสถ์อีกครั้ง พอไปถึงโบสถ์ นักดีดพิณก็เข้าไปคุกเข่าหน้ารูปปั้น แล้วนักบุญจึงเสกรองเท้าให้อีกข้าง นักดีดพิณจึงสามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์
ส่วนเนื้อเรื่องตำรับ SH นั้น เป็นภาคต่อของ Kono Semai Torikago no Naka de ในอัลบั้ม MAXI ค่ะ
เป็นเรื่องราวของเอลิซาเบ็ธที่โตเป็นสาว และกำลังจะถูกบังคับให้แต่งงานกับขุนนางคนหนึ่ง แต่เธอยังคงรักเมลอยู่ เลยปฏิเสธไป พร้อมกับบอกว่ายินยอมที่จะตายเสียดีกว่า ทำให้ราชาซึ่งเป็นพ่อ (หรือพี่? ตรงจุดนี้ก็ยังงงอยู่ค่ะ ใครรู้บอกหนูหน่อยน้า) โกรธมาก เลยสั่งประหารด้วยการตรึงกางเขน *nonsense มากค่ะ (o`з´o) *
เอลิซาเบ็ธที่ถูกตรึงกางเขนได้กลายเป็นนักบุญในภายหลัง และพอมีนักไวโอลินเร่ร่อนเดินทางมา เธอก็มอบรองเท้าทองคำเหมือนกับในนิทานต้นฉบับ เท่านั้นไม่พอ พอทหารมาจับนักไวโอลิน เธอก็ช่วยให้รองเท้าอีกข้างเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้อีกด้วยแน่ะ
เอาล่ะ กลับเข้าเรื่องค่ะ เมลเช่นปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเสนอตัวช่วยแก้แค้น มีการยั่วยุด้วยอีกนะว่า "คิดว่า 'เขา' อยากให้เรื่องมันจบลงเช่นนี้หรือ" หรืออะไรเทือก ๆ นั้นอีกด้วยแน่ะ โดยที่ไม่รู้เลยว่า 'เขา' คนนั้นน่ะคือตัวเอง...
เอลิซาเบ็ธปฏิเสธการแก้แค้นค่ะ พร้อมกับบอกว่า แค่เมลมาหาตามสัญญาที่เคยให้ไว้ตั้งแต่เด็ก เธอก็มีความสุขมากแล้ว ตอนนี้เอง ที่ความทรงจำทั้งหมดของเมลกลับคืนมา แต่ก็สายไปซะแล้ว เพราะเช้าวันใหม่กำลังจะมาถึง ซึ่งเมื่อแสงอาทิตย์เริ่มส่องเมื่อไหร่ วิญญาณของเอลิซาเบ็ธที่ยังคงรอคอยเมลก็จะหายไปตลอดกาล
# แง้ ดราม่า ดราม่า หนูชอบ หนูชอบ ✿
ความรักของคู่นี้มันกระชากใจ (-_-?) อย่างแรง ประทับใจมากค่ะ
ชอบเพลงนี้ (เกือบ) ที่สุดก็เพราะฉากตอนเกือบจบเพลงนี้แหละ
ส่วนท่อนสุดท้ายก่อนจบเพลงน่ะเหรอคะ... คือเสียงงุ้งงิ้งง้องแง้งของเอลิเซ่น่ะสิ ฟังแล้วปวดตรับแทน รัวอย่างกับปืนกลเลยทีเดียว
สุดท้าย... เมลก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะแก้แค้น และคืบคลาน (?) กลับลงไปในบ่อน้ำ ความคิดของเมลทำให้วิญญาณแค้นของเทเรซ่าหลุดออกจากตุ๊กตาเอลิเซ่ เพราะอะไรน่ะเหรอ...
ไม่รู้เหมือนกันค่ะ อย่าถามหนูเลย (¯▽¯;)
## ก..ก..กรี๊ดดดด! โจเอลซัง!! (กรุณาออกห่างมันเดี๋ยวนี้เลย ฮา)
เป็นอีก track ที่รอคอยเลยล่ะค่ะ ของดีมักจะอยู่สุดท้ายสินะ...สินะ...สินะ!
จขบ.อวยเพลงนี้อีกเพลงอย่างแน่นอนค่ะ ฮา
ถึงดนตรีจะคนละแนวกับเพลง Kono Semai Torikago no Naka de แต่ก็เพราะอยู่ดีค่ะ
ส่วนตัวแล้ว ชอบท่อนก่อนที่วิญญาณของเอลิซาเบ็ธจะหายไปมากเลย ซึ้งค่ะ ❤
#9 Gyoukou no Uta 【Song of Dawn's Light】
|
|
[แปลเพลง] Gyoukou no Uta RECOMMEND ❤ เกริ่นเรื่อง: บทเพลงแห่งรุ่งอรุณ【Sound horizon: 7th Story Märchen】 |
Main Vocal: Revo

เพลงนี้เปรียบเสมือนกับบทสรุปของทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ
หลังจากที่ความทรงจำในอดีตกลับมา และเอลิซาเบ็ธได้หายไป เมลก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าเวลาของเขาบนโลกนี้ได้สิ้นสุดลงไปนานแล้ว และเขายังตระหนักอีกว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการมาโดยตลอดไม่ใช่การแก้แค้น แต่เป็นความรักต่างหาก เมลจึงก้มหน้าก้มตายอมรับความจริง สำนึกผิดในสิ่งที่ได้ทำลงไป และวาดหวังว่าสักวันหนึ่ง เขาจะได้พบกับเอลิซาเบ็ธ เทเรซ่า และทุก ๆ คนที่เขารักอีกครั้ง
# ฮื่อ.. พอลองอ่านทวนแล้วรู้สึกว่าใช้สำนวนได้น้ำเน่ามาก ฮา
แต่ก็ไม่รู้จะเขียนอะไรเกี่ยวกับเพลงนี้แล้วค่ะ
เพลงนี้ช่างเป็นเพลงที่ฟังแล้วบีบคั้นอารมณ์ได้พอควร เรโวซามะใส่อารมณ์ลงไปแบบเต็มที่มากเลย  ̄▽ ̄❤
หวังว่ารีวิวฉ.นี้คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ ˚‿˚
เพราะสำหรับตัวเอง ยังไม่เคยอ่านรีวิวของใครแล้วถูกใจซะที (ยัยนี่มันเรื่องมากเอง) เพราะมีความรู้สึกว่ามันสั้นมาก แหะ ๆ
แต่... จขบ.ก็เขียนไม่ยาวเท่าไหร่แฮะ ตอนแรกที่เริ่มรีวิวตั้งใจจะเขียนให้ยาวกว่านี้อีกล่ะ
ไว้เจอกันในรีวิวอัลบั้มอื่น ๆ นะคะ <( っ '๐')づ
ซาโยนาระค่ะ
ความคิดเห็น
ถ้าตาม SH มาตั้งแต่อัลบั้มที่ 4 (Elysion) แล้วจะรู้ครับว่า ทำไมเจ้าหญิงกุหลาบ ถึงถูกสาบให้ทิ้งเด็กไว้ในป่า เพราะ Revo ผูกเรื่องให้โยงกับ El no Ehon 【Majo to Lafrenze】 ซึ่งแม่มด alte rose ชื่อภาษาเยอรมัน ถ้าแปลเป็นอังกฤษ ก็คือ old rose เป็นแม่มดที่เก็บเด็กน้อย Lafrenze มาเลี้ยงครับ
ส่วนในแทร็กที่ 5 ในเนื้อเพลง เด็กสาวจะพูดประมาณว่า พ่อของหล่อนเคยออกเดินเรือ และตายในบ่อน้ำ หล่อนเลยไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้บ่อน้ำซักเท่าไหร่ ซึ่งในแทร็กที่ 4 ระหว่างที่เจ้าหญิงร้องเพลงช่วงที่บรรยายว่าถูกแม่เลี้ยงพยายามกลั่นแกล้ง จะแอบมีบทของนักเดินเรือแทรกอยู่ และเรียกตัวเองว่า Idolfried Ehrenberg (Ido) ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับผีบ่อน้ำ จึงพอเดาได้ว่า พ่อของเด็กสาวก็คือ Idolfried Ehrenberg (Ido) > ตายในบ่อน้ำ > เข้าสิงเมล โดยมีคำสาปแช่งของแม่ของเขา ที่กลายเป็นตุ๊กตา Elize อีกทีนึง - -\' ดังนั้น ในตอนขึ้นต้นเพลง เมล จึงทักไปว่า \"นี่คงเป็นการพบกันครั้งแรกของพวกเรา แต่ความคุ้นเคยอันน่าประหลาดนี้มาจากไหนกัน?\"
แล้วก็.. ขอบคุณนะคะที่ช่วยทำให้กระจ่าง
ทั้งเรื่องของเพลงสโนว์ไวท์กับเจ้าหญิงนิทราเลยค่ะ
(ความจริงก็ฟังมาทุกอัลบั้มนะคะ แต่แปลไม่ออก ฮา)
สำหรับเรื่องของเจ้าหญิงนิทราคงต้องไปหาคำแปลมานั่งดูซะแล้ว
ส่วนเรื่่องของหนุ่ม Idolfried นี่ ตอนดูวิดีโอไลฟ์คอนก็ได้แต่นั่งเกาหัว
งงว่า Idolfried โผล่มาในเพลงของสโนว์ไวท์ได้ยังไง
ขอบคุณมาก ๆ นะคะ แง้ว >w<