คัดลอกลิงก์เเล้ว

SweeT DreaM ...ขอให้เธอจงหลับฝันดี

โดย kaonashi

หญิงสาวบอบบางคนหนึ่งต้องวิปลาสไปเพราะถูกพยายามฆ่าด้วยการรัดคอ งานนี้ตำรวจสาวและตำรวจหนุ่มรุ่นน้องคู่หูต้องออกโรงค้นหาความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์สยอง โดยหารู้ไม่ว่าจุดจบของคดีที่รออยู่ดำมืดกว่าที่คิด!

ยอดวิวรวม

176

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


176

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  21 มี.ค. 57 / 22:32 น.
SweeT DreaM ...ขอให้เธอจงหลับฝันดี | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


หญิงสาวบอบบางคนหนึ่งต้องวิปลาสไปเพราะถูกพยายามฆ่าด้วยการรัดคอ งานนี้ตำรวจสาวและตำรวจหนุ่มรุ่นน้องคู่หูต้องออกโรงค้นหาความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์สยอง โดยหารู้ไม่ว่าจุดจบของคดีที่รออยู่ดำมืดกว่าที่คิด!

เนื้อเรื่อง อัปเดต 21 มี.ค. 57 / 22:32



ขอให้เธอจงหลับฝันดี

 

 

.

นี่...มีตำรวจมาหาผู้หญิงคนนั้นด้วย ตกลงเธอป่วยเป็นอะไรกันแน่?

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...แต่ได้ยินมาว่าอาการป่วยของเธอเกิดจากคน

...คน?

ใช่...ที่เธออาละวาด พยายามเอาเชือกรัดคอตัวเองอย่างที่เห็น เป็นเพราะก่อนหน้านี้...มีคนพยายามจะฆ่ารัดคอเธอ

เธอคงกลัวมากถึงได้เสียสติไปแบบนี้

หรือคนที่พยายามรัดคอเธออาจเป็นคนสำคัญ...สำคัญมากจนทำให้เธอเสียใจจนกระทั่งเลอะเลือน

น่าสงสารเนอะ

ใช่...น่าสงสาร...

.

 

 

                เพชรหยิบเครื่องบันทึกเสียงออกมาจากกระเป๋าถือ ก่อนจะหันไปพยักพเยิดกับปุณณ์ ตำรวจหนุ่มรุ่นน้องซึ่งได้รับคำสั่งให้มาช่วยเธอสืบในคดีนี้ ชายหนุ่มหน้าอ่อนตอบกลับด้วยการผงกหัวอย่างงกๆเงิ่นๆ ดูยังจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกสมกับเป็นมือใหม่ ทำให้เพชรอดคลี่ยิ้มอย่างกึ่งระอากึ่งเอ็นดูไม่ได้ ก่อนจะบอกให้เขาคอยจับตามองพฤติกรรมของพยานปากเอกซึ่งกำลังนั่งก้มหน้า กอดเข่าตัวเองแน่นอยู่บนเตียง...

                พลอย...สาวน้อยซึ่งสามารถรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์จากคดีฆ่ารัดคอ แม้ว่าจะต้องลงเอยด้วยการสติฟั่นเฟือนผู้นี้ มีรูปร่างบอบบางและเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนหยักเป็นลอนคลื่นยาวสยายถึงกลางหลัง ไม่ต่างอะไรไปจากตุ๊กตาตัวน้อยที่ช่างบอบบาง ช่างน่าทะนุถนอม...เพชรพนันได้เลยว่าชายหนุ่มคนใดก็ตามที่ได้เห็นพลอย ร้อยทั้งร้อยจะต้องตกหลุมรัก และอยากรับตุ๊กตาแสนสวยตัวนี้ไปดูแลอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะแม้แต่เธอเองซึ่งเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ก็ยังอดรู้สึกเอ็นดูหญิงสาวไม่ได้...

                แต่ช่างเป็นที่น่าเสียดายเหลือเกิน ว่าตุ๊กตาตัวนี้พังเสียแล้ว...

                ใครกันหนอที่ทำเรื่องเลวร้ายกับสาวน้อยผู้นี้ได้ลงคอ...??

                มือที่ถือเครื่องบันทึกเสียงของเพชรกำแน่นขึ้นขณะเธอเอ่ยประโยคเดิมซ้ำๆเหมือนเมื่อตลอดสามวันที่ผ่านมา  “คุณพลอยคะ...คุณพลอย...คุยกับเพชรหน่อยนะคะ ถ้าคุณพลอยไม่เล่าว่าเกิดอะไรขึ้น และใครเป็นคนทำร้ายคุณ เพชรก็หาตัวคนผิดมาลงโทษเพื่อคุณไม่ได้นะคะ”  เธอเลือกใช้น้ำเสียงอ่อนหวาน ราวกับแม่ที่กำลังปลอบประโลมลูกน้อย หวังให้คนที่กำลังจมดิ่งอยู่ในความดำมืดที่ลึกล้ำที่สุดได้รู้สึกถึงแสงสว่างบ้างแม้เพียงนิด 

                ทว่าพลอยยังคงเอาแต่นั่งนิ่ง ดวงตาคู่สวยที่อิดโรยและแดงก่ำเบิกกว้างแทบไม่กะพริบ ริมฝีปากซีดเซียวแตกระแหงของเธอขยับไปมาเบาๆราวกับกำลังท่องบทสวดไร้เสียง

                เพชรถอนหายใจยาว...ทั้งสงสารทั้งเวทนา เธอเข้าใจดีว่าหญิงสาวไม่อยากเล่า หรือแม้แต่นึกถึงเรื่องราวเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เธอบอบบางเสียจนกระทั่งยอมสูญเสียจิตใจไปกับเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อแลกกับการสร้างเกราะป้องกันตัวขึ้นมา แล้วเหตุใดตำรวจอย่างพวกเธอถึงยังใจร้าย พยายามที่จะทลายกำแพงเข้าไปกระชากเธอให้ออกมาเผชิญหน้ากับโลกแห่งความเป็นจริงอีกหนอ

                “ปุณณ์...”  สุดท้ายแล้วเพชรก็ตัดสินใจอย่างเดิม เธอเบือนหน้าไปทางด้านข้างแล้วส่งเสียงเรียกตำรวจหนุ่มรุ่นน้องเบาๆเหมือนกับไม่อยากรบกวนสาวน้อยที่กำลังซ่อนตัวอยู่หลังกำแพง  “วันนี้เรากลับกันเถอะ พี่ว่าคุณพลอยเธอยังไม่พร้อม”

                “แต่...พี่เพชรครับ เรากลับสถานีมือเปล่ามาสามวันแล้วนะครับ ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย”  ปุณณ์แสดงสีหน้าไม่เห็นด้วย  “ผมเองก็เห็นใจคุณพลอยนะ แต่ถ้าเรายังจับคนร้ายไม่ได้ คุณพลอยไม่ยิ่งน่าสงสารหรอกเหรอครับ”

                “พี่เองก็คิดแบบนั้น แต่พี่จนปัญญาที่จะหาคำตอบจากเธอ...ตั้งแต่เกิดเรื่อง คุณพลอยเอาแต่นั่งกอดเข่า พึมพำอยู่คนเดียว แม้แต่กับจิตแพทย์มือดีที่สุด เธอก็ยังไม่ยอมเปิดปาก...”


                “กับคุณฤทธิ์ก็ด้วยเหรอครับ?”  ตำรวจหนุ่มรุ่นน้องถามแทรกขึ้นมาด้วยความสงสัย และนั่นก็ทำให้คนที่ซ่อนตัวเองอยู่หลังเกราะป้องกันอันหนาแน่นเกิดปฏิกิริยาขึ้นมาทันที พลอยชะงักกึก ค่อยๆเอี้ยวคอมามองตำรวจทั้งสองด้วยดวงตาแดงก่ำเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้า ริมฝีปากบางของเธออ้ากว้างเผยให้เห็นน้ำลายที่ไหลยืดออกมาในขณะที่เปล่งเสียงร้องโหยหวนเยี่ยงสัตว์ป่า

            “อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

                “คุณพลอย!!”  เพชรอุทานด้วยความตกใจจนถึงขีดสุด แต่เธอก็กลับมาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว และพยายามที่จะเข้าไปกดกริ่งตรงหัวเตียงคนไข้เพื่อเรียกพยาบาลให้เข้ามา ทว่าพลอยไวกว่า...หญิงสาวกระโจนทีเดียวไปถึงกริ่ง กระชากมันออกมาและกดสายที่เชื่อมตัวกริ่งกับฐานเข้ากับลำคอบางของตัวเองอย่างรุนแรงจนน่ากลัวว่ามันอาจจะบาดเนื้อและตัดเข้าไปในลำคอของเธอได้จริงๆ

                “อั่กกกกกกกกก!!!”  พลอยกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดราวกับไม่ตระหนักว่าตนเป็นผู้ที่กำลังบั่นด้ายแห่งชีวิตด้วยมือของตนเอง ปุณณ์พุ่งตัวเข้าไปจับแขนของเธอ พยายามยื้อยุดดึงมันออกมาให้ห่างจากลำคอ พอดีกันกับที่หมอและพยาบาลจำนวนมากผลุนผลันเข้ามาในห้องเนื่องจากได้ยินเสียงดัง เพชรรีบกดลำตัวของพลอยเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอดิ้นในขณะที่นายแพทย์คนหนึ่งรีบใช้เข็มฉีดยานอนหลับเข้าไปในตัวเธอ ส่วนนางพยาบาลที่เหลือจัดการมัดแขนและขาของเธอไว้กับเตียงอย่างรวดเร็ว เผื่อว่ายานอนหลับอาจไม่ได้ผลและทำให้พลอยเริ่มอาละวาดอีก

                ทุกคนวุ่นวายอยู่เกือบสามนาที พลอยถึงหมดฤทธิ์และหลับลงในสภาพที่แขนขาถูกผูกไว้กับเตียงอย่างน่าสงสาร เพชรจับจ้องใบหน้ารูปไข่ที่ล้อมกรอบด้วยเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของหญิงสาวด้วยความเวทนาอย่างถึงที่สุด ยิ่งเมื่อเลื่อนสายตาลงมาและเห็นรอยแดงช้ำที่กลางลำคอจากการที่เธอพยายามจะรัดคอตัวเอง ตำรวจสาวก็ยิ่งสะเทือนใจ

                “ผมเห็นด้วยแล้วครับว่าคุณพลอยเธอยังไม่พร้อมจริงๆ...”  ปุณณ์ซึ่งขอตัวไปล้างหน้าล้างตากลับมายืนข้างเธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้พูดขึ้น สายตาที่เขาใช้มองหญิงสาวบนเตียงเต็มไปด้วยความเวทนาไม่แพ้กัน  “เราควรเริ่มสืบจากอะไรอย่างอื่นก่อน...อย่างเช่น...”

                “...คุณฤทธิ์”  เพชรเดาใจตำรวจหนุ่มรุ่นน้องได้ เนื่องจากเพียงแค่ได้ยินชื่อฤทธิ์ พลอยที่เอาแต่จมจ่อมอยู่ในโลกของตัวเองมาตลอดก็เกิดปฏิกิริยาอย่างที่พวกเขาคาดไม่ถึง

                “ไว้กลับไปผมจะรีบทำเรื่องติดต่อให้ครับ”  ปุณณ์อาสาอย่างหนักแน่น เพชรพยักหน้ารับ เธออยากให้คดีนี้จบลงเร็วๆ จะได้จับตัวคนผิดมาลงโทษ...

                และบางที...ตุ๊กตาแสนสวยตรงหน้าเธออาจจะตื่นจากฝันร้าย และมีฝันดีเหมือนอย่างคนอื่นเขาได้เสียที...

 

 

.

พวกตำรวจกลับไปกันหมดแล้วเหรอ?

ใช่...น่ากลัวจริงๆ วันนี้ตอนเปิดประตูห้องเข้าไปพร้อมกับคุณหมอ ฉันแทบจะร้องกรี๊ดตามไปด้วย

ฉันเองก็เหมือนกัน...ท่าทางเธอเหมือนไม่ใช่คน...ไม่ใช่แค่คนจิตป่วย...แต่เหมือนเป็นสัตว์ไปแล้ว

ถ้าตำรวจปิดคดีนี้ได้เร็วๆก็คงดี...ทุกครั้งที่ฉันได้ยินเสียงเธอ ฉันฝันร้ายทุกที

...ฉันเองก็ฝันร้ายเหมือนกัน

.



 

                เพชรเดินใช้ผ้าขนหนูขยี้ผมออกมาจากห้องน้ำ ขณะนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มครึ่ง ยังไม่ดึกมากสำหรับตำรวจที่บางครั้งต้องคอยวิ่งวุ่นหาหลักฐานนอกสถานที่อย่างเธอ ทว่าในยามนี้ เธอกลับรู้สึกว่าศีรษะและหนังตาของตัวเองหนักอึ้ง ถึงแม้ว่าคดีของพลอยจะไม่ได้คืบหน้าอะไรมาก...ไม่สิ ต้องบอกว่าแทบจะไม่คืบหน้าเลยมากกว่า...แต่มันก็ทำให้ตำรวจสาวรู้สึกเหมือนกับสูญเสียพลังงานไปครึ่งชีวิต

                ภาพและเสียงกรีดร้องอันบ้าคลั่งของพลอยยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เพชรพยายามส่ายหน้าไล่มันออกไปแต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายเธอจึงถอนหายใจ เดินไปหยิบน้ำส้มขวดจากตู้เย็นขึ้นมาดื่มเพื่อให้รู้สึกสดชื่นขึ้น ก่อนจะนั่งประจำที่ที่โต๊ะทำงานซึ่งอยู่ติดกับเตียง...ห้องในอพาร์ตเม้นต์ที่เธอเช่าอยู่มีขนาดคับแคบไม่ถึง 40 ตารางเมตรตามประสาอพาร์ตเม้นต์ในกรุงเทพฯ ทำให้หญิงสาวจำต้องวางเฟอร์นิเจอร์อย่างแออัด แต่คิดอีกแง่หนึ่งก็ดีเหมือนกัน เพราะทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งที่สามารถหยิบมาใช้สอย หรือใช้งานได้อย่างสะดวกสำหรับสาวบ้างานและไร้ระเบียบอย่างเธอ

                ตำรวจสาวเปิดลิ้นชัก หยิบเอาแฟ้มรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคดีของพลอยขึ้นมาวางบนโต๊ะ แวบหนึ่งเธอรู้สึกเหมือนกับเห็นนัยน์ตาแดงก่ำของหญิงสาวผู้ตกเป็นเหยื่อในคดีทอดมองมา แต่เมื่อหันไปทางด้านข้าง เธอก็ไม่พบอะไรเลยนอกจากตู้เสื้อผ้า

                ...สงสัยเราคงเหนื่อยมากเกินไป  เพชรถอนหายใจกับตัวเอง ใช้มือข้างหนึ่งนวดขมับเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าในขณะที่มืออีกข้างพลิกข้อมูลในแฟ้มเร็วๆ...พลอย น.ส. ปาณิศา กุลฉัตร อายุ 24 ปี กำลังเรียนต่อปริญญาโทด้านการแปลอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีอาชีพพาร์ทไทม์เป็นติวเตอร์สอนเด็กชั้นประถม บ้านเกิดอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา...เพชรกวาดตามองข้อมูลดังกล่าวผ่านๆเนื่องจากจำได้จนขึ้นใจตั้งแต่รับคดีมาเมื่อสัปดาห์ก่อน...แม่บ้านประจำอพาร์ตเม้นต์ที่พลอยจ้างมาทำความสะอาดได้ยินเสียงของตกดังโครมคราม จึงไขกุญแจสำรองเข้ามาและพบเธอในสภาพมีเชือกรัดคอ เกือบขาดอากาศหายใจตาย ในตอนเช้าของวันเสาร์ เวลาประมาณ นาฬิกา...เพชรมองผ่านข้อมูลพื้นฐานพวกนี้ไป และพลิกไปยังส่วนที่มีหัวข้อว่า “ผู้ต้องสงสัย” ซึ่งมีอยู่หลักๆเพียงสองคน คือ แม่บ้านผู้มีกุญแจสำรองและเปิดประตูเข้ามาเจอพลอย กับ ฤทธิ์ แฟนหนุ่มซึ่งพลอยคบหาดูใจมาตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี

                สาเหตุที่ทำให้ผู้ต้องสงสัยมีเพียงสองคน เนื่องจากเมื่อตำรวจขอดูกล้องวงจรปิดซึ่งติดอยู่ที่ทางเข้าอพาร์ตเม้นต์ในเวลาที่สันนิษฐานว่าพลอยน่าจะถูกทำร้ายแล้ว พวกเขากลับไม่พบคนที่พลอยรู้จักและมีแรงจูงใจที่จะบุกเข้าไปรัดคอเธอถึงในห้องเลยยกเว้นฤทธิ์กับแม่บ้านคนดังกล่าว จะว่าคนร้ายปีนหน้าต่างเข้ามาก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะห้องของพลอยอยู่ชั้นบนสุดคือชั้นสิบสอง แถมระเบียงของห้องเช่าแต่ละห้องยังอยู่ห่างกันมากจนไม่สามารถปีนข้ามไปมาได้...

                คิดถึงตรงนี้แล้วเพชรก็ต้องทอดถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ของวัน...ถ้าหากระเบียงของอพาร์ตเม้นต์ติดกันจนสามารถปีนข้ามไปหากันได้ ตัวเธอเอง...ก็คงต้องตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยของคดีนี้อย่างแน่นอน...

                ใช่แล้ว ความจริงเพชรอาศัยอยู่ห้องติดกันกับเหยื่อในคดี หรือก็คือพลอยมาโดยตลอดโดยที่เธอไม่รู้ตัว...

                มันเรียกว่าอะไรนะ...หญิงสาวพยายามทบทวนความทรงจำอย่างเหม่อลอย...ความเย็นชาของคนในเมืองหลวงกระมัง...สิ่งที่ทำให้เธอ ผู้อาศัยอยู่ห้องข้างพลอยมาตลอด ไม่เคยแม้แต่จะสนใจชื่อหรือใส่ใจที่จะรู้จักหน้าค่าตาของหญิงสาวมาก่อน  ในวันที่พลอยถูกรัดคอ เพชรก็ออกไปทำงานที่สถานีตำรวจตั้งแต่เช้า จนกระทั่งเมื่อได้รับแจ้งเรื่องว่ามีคนถูกทำร้าย เธอถึงได้รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุแล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าเป็นห้องที่อยู่ติดกันกับห้องพักของเธอนั่นเอง

                เพชรพยายามอาสาตัวเองอย่างแข็งขันเพื่อที่จะมาดูแลคดีของพลอย โดยอ้างเหตุผลว่า ตนพอจะคุ้นเคยกับสถานที่และเจ้าของอพาร์ตเม้นต์ดี น่าจะทำให้การสืบสวนเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น...แต่หญิงสาวรู้ดีอยู่แก่ใจ ความจริงแล้วเธอรู้สึกผิดที่เหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นกับคนที่เธอน่าจะให้การปกป้องได้มากที่สุดคนหนึ่งอย่างหญิงสาวผู้อาศัยอยู่ตัวคนเดียวข้างห้อง...อาศัยอยู่ใต้จมูกตำรวจอย่างเธอ...

                ตำรวจสาวยังคงใช้มือข้างหนึ่งนวดขมับตัวเองไปมาขณะจับจ้องไปยังหน้ากระดาษของแฟ้มที่ตนเปิดหาจนเจอในที่สุด...รูปถ่ายหน้าตรงของชายหนุ่มหน้าตาดีในเครื่องแบบเสื้อเชิ้ตขาวผูกเนกไทสี บ่งบอกว่าเป็นพนักงานประจำของธนาคารมีชื่อแห่งหนึ่งมองสบมาที่เพชรตรงๆพร้อมกับรอยยิ้มบางจนแทบจะมองไม่ออกว่ายิ้มอยู่...เพชรได้ยินมาว่า ฤทธิ์มีเสน่ห์เหลือร้ายเสมอไม่ว่าจะเป็นรูปถ่ายหรือตัวจริง...คิ้วเข้มดำ ผิวขาว ตาคมเฉียบแบบชาวจีนประกอบกับรูปร่างสูงโปร่งทำให้ชายหนุ่มมักมีหญิงสาวมาติดพันอยู่เนืองๆแม้ว่าเขาจะมีตัวจริงเป็นสาวที่หน้าตาดีไม่แพ้กันอย่างพลอยก็ตาม

                เพชรไม่รู้หรอกว่าโดยเนื้อแท้แล้วฤทธิ์เป็นคนดีหรือไม่ แต่หญิงสาวรู้สึกไม่ชอบใจชายหนุ่มขึ้นมาเสียเฉยๆเพียงแค่เห็นรูป...อาจเป็นเพราะสีหน้าเหมือนจะยิ้มก็ไม่ใช่จะเฉยเมยก็ไม่เชิงของเขา หรืออาจเป็นเพราะตลอดสามวันที่เธอเพียรไปสอบปากคำพลอยที่โรงพยาบาล เธอไม่เห็นแม้แต่เงาของชายหนุ่มมาเยี่ยมหญิงสาวผู้มีสถานะเป็นคนรักของเขาเลย   

                ตำรวจสาวพยายามสะบัดหัวเพื่อเรียบเรียงความคิดของตัวเองเสียใหม่ การตั้งแง่กับผู้ต้องสงสัยตั้งแต่ยังไม่ได้สอบปากคำไม่ใช่คุณสมบัติที่ดีสำหรับตำรวจมืออาชีพอย่างเธอ  เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็จะได้รู้...นัยน์ตาคมของเพชรมองตรงไปยังรูปของชายหนุ่มด้วยความแน่วแน่...ว่าจริงๆแล้วฤทธิ์เป็นคนอย่างไรกันแน่ และเหตุใด...พลอยถึงได้มีปฏิกิริยารุนแรงนักเมื่อได้ยินชื่อของเขา...

                ปึก

            จู่ๆเสียงประหลาดก็ดังก้องขึ้น ดึงให้เพชรหลุดออกจากห้วงความคิดของตน หญิงสาวมองไปรอบๆเพื่อหาต้นตอของเสียงแต่ก็ไม่พบอะไร เธอไม่ได้เปิดโทรทัศน์หรือวิทยุทิ้งไว้ และเมื่อกวาดสายตาไปตามพื้นห้อง เธอก็ไม่เห็นสิ่งใดที่น่าจะตกบนพื้นและก่อให้เกิดเสียงดังกล่าวได้ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไร หญิงสาวก็หันกลับไปสนใจแฟ้มงานบนโต๊ะต่อ

            ปึก ปึก

            ทันทีที่เพชรก้มหน้าลงมองแฟ้ม เสียงดังกล่าวก็ดังขึ้นอีกครั้งราวกับต้องการจะเรียกร้องความสนใจ ตำรวจสาวขมวดคิ้ว เริ่มลุกขึ้นจากโต๊ะและเดินวนไปรอบๆห้อง เงี่ยหูฟังว่าเสียงดังมาจากที่ไหน แต่ก็เหมือนกับกำลังเล่นตลก เพราะทันทีที่เธอทำเช่นนั้น เสียงก็เงียบหายไปราวกับจะแกล้ง

                อะไรกัน...เพชรเริ่มทำหน้ายุ่ง ตอนนี้ก็เลยเที่ยงคืนแล้ว ใครกันช่างไร้มารยาทมาทำเสียงดังเอาตอนดึกดื่นแบบนี้...ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดหาคำตอบ เพชรก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาเฉยๆเมื่อคิดขึ้นได้ว่าห้องของเธออยู่ริมสุดของชั้น และฝั่งตรงข้ามก็เป็นห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดของแม่บ้าน...กล่าวอีกนัยหนึ่ง ไม่มีห้องพักของใครอยู่ใกล้ๆกับห้องของเพชรเลย...เว้นก็แต่ห้องเดียว...

                ห้องของพลอย...

            ปึก ปึก ปึกปึกปึกปึกปึกปึกปึก

            เสียงปริศนาดังขึ้นอีกครั้ง...คราวนี้ดังขึ้นและรัวเร็วกว่าเดิมราวกับจะตอบรับความคิดของเพชร ตำรวจสาวเบิกตากว้าง ใจเต้นระรัวขณะค่อยๆย่างเท้าเงียบกริบกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองและเปิดลิ้นชักอย่างช้าๆ เพื่อหยิบเอาปืนประจำตัวออกมา ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องของพลอย...ห้องของพลอยถูกปิดตายตั้งแต่เกิดเหตุ และเพื่อนบ้าน แม่บ้านทุกคน รวมถึงเจ้าของอพาร์ตเม้นต์ก็ได้รับคำสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปยุ่งวุ่นวายจนกว่าตำรวจจะตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุทุกอย่างจนครบถ้วน ดังนั้น ข้อสันนิษฐานเดียวที่เพชรมีในตอนนี้ คือ สิ่งที่ทำให้เกิดเสียงในห้องนั้น...เป็นไปได้ว่า...อาจจะเป็นคนร้ายที่เข้ามาทำลายหลักฐาน

                มือที่จับด้ามปืนอยู่กระชับแน่นขึ้นในขณะที่เพชรแนบตัวติดกับผนังข้างประตูห้อง เงี่ยหูฟังเสียงข้างในอย่างตั้งใจ...แปลก เหมือนกับกำลังถูกเล่นตลกอีกแล้ว เมื่อเธอไม่ได้ยินเสียงอะไรจากในห้องนั้นเลยแม้แต่นิด ทุกอย่างเงียบกริบอย่างที่มันควรจะเป็น...หญิงสาวขมวดคิ้ว หรือว่าคนร้ายจะไหวตัวทันและหนีไปแล้ว...ไม่หรอกน่า ห้องนี้อยู่ชั้นสิบสอง ไม่มีทางที่คนร้ายจะกระโดดหนีลงไปได้ มันต้องกำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในห้องนี้ รอจนแน่ใจว่าเธอไม่สนใจแล้ว ถึงค่อยหาทางหนี...

                แอ๊ดด 

            ระหว่างที่หญิงสาวกำลังหาข้อสรุปให้ตัวเอง ประตูที่ควรจะปิดตายกลับค่อยๆเปิดออก เพชรสะดุ้งด้วยความตกใจกลัว แต่สัญชาตญาณความเป็นตำรวจยังทำหน้าที่ได้ดีเสมอ มันทำให้เธอกลับมาตั้งหลักได้ใหม่ในชั่วเสี้ยววินาทีและเล็งปืนเข้าไปในห้องทันที...ทว่า เพชรกลับต้องตกใจยิ่งกว่าเมื่อไม่พบใครอยู่ในห้องเลย เธอรีบค้นหาทั้งพื้นที่ด้านหลังประตู ห้องน้ำ หรือแม้แต่ระเบียง แต่เธอก็ยังไม่พบใคร...ไม่พบใครเลยแม้แต่คนเดียว...

                หญิงสาวเริ่มหายใจถี่กระชั้น ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้กันแน่

                ปึก

                ตอนนั้นเองที่เธอได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง...อะไรบางอย่างที่ทำให้ร่างกายหนาวยะเยือก

                เมื่อหันไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงอย่างชัดเจนที่สุด เพชรก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นเชือกเส้นหนึ่งตกอยู่บริเวณผนังด้านที่ติดกับห้องของเธอ...และถ้าหญิงสาวจำไม่ผิด มันเป็นเชือกแบบเดียวกันกับที่ถูกใช้รัดคอพลอย...จะต่างกันก็เพียงอย่างเดียว...

                ...ตรงส่วนกลางของเชือกอาบย้อมไปด้วยของเหลวสีแดงเข้ม...ราวกับว่าได้มีโอกาสบาดเนื้อเข้าไปตัดหลอดลมของผู้ที่ถูกมันรัดเรียบร้อยแล้ว

 

 

.

ทำยังไงดี...คนไข้คนนั้นเอาอีกแล้ว...

เธอทำอะไร?

เธอร้องเสียงดัง บอกว่าเลือด...เลือด...แล้วเอาหัวตัวเองโขกผนังไปมา...ดีที่เข้าไปหยุดไว้ได้ทัน

ฝันร้ายละมัง...คงฝันถึงตอนที่ถูกรัดคอ...

ทำยังไงดี...ฉันควรจะเล่าเรื่องนี้ให้พวกตำรวจฟังดีไหม...ฉันกลัวเหลือเกิน

นั่นสินะ...ทำยังไงดี...ทำยังไงดี...

.



 

            “ต่อ...เป็นไง ได้ผลการตรวจใหม่แล้วรึยัง.....ว่าไงนะ....ไม่สิ มันต้องมี พี่เห็นเองกับตา......ไม่ พี่ไม่ได้ตาฝาดไปเองแน่ๆ ไม่รู้ล่ะ...ต่อ....ช่วยพี่หน่อยนะ...ถือว่าเห็นแก่เหยื่อในคดีก็ได้...นะ ต่อ.....ลองตรวจดูอีกที....โอเค...ได้..ได้...งั้นแค่นี้แหละ...ขอบใจมาก”

                เพชรกดปุ่มวางสาย ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งนวดขมับอย่างที่ชอบทำเสมอเวลาปวดหัวหรือเครียด ปุณณ์เดินเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ พร้อมกับยื่นกาแฟกระป๋องเย็นเฉียบให้อย่างมีน้ำใจ

                “ขอบใจนะ”  เพชรรับมาเปิดแล้วดื่มอึกๆ เธอไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเหนื่อยและอิดโรยมากแค่ไหนจนกระทั่งรสชาติที่ทั้งหอมหวานและเข้มข้นของกาแฟเย็นสัมผัสลิ้น

                “ไอ้ต่อมันยังตรวจหาเลือดบนเชือกไม่เจออีกเหรอพี่?”  ปุณณ์สังเกตดูท่าทางเหน็ดเหนื่อยกึ่งหัวเสียของเพชรแล้วก็เดาออก  “อย่าหาว่าผมอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะ แต่พี่เพชร...เมื่อวานพี่อาจจะตกใจมากจน...ตาฝาดไป”

                มือที่จับกระป๋องกาแฟอยู่ของเพชรกำแน่น  “พี่มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด พี่อยู่กับไอ้เจ้าเชือกบ้าๆเส้นนั้นตลอดจนกระทั่งพวกนายมาหาแล้วเอามันไปตรวจ...ตอนนั้นพี่ยังเห็นเลือดเปื้อนเชือกอยู่เลย”

                ปุณณ์ชมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่ทอดสายตาไปไกล เพชรเดาว่าตำรวจหนุ่มรุ่นน้องคงกำลังคิดว่าเธอเพ้อเจ้อไปเอง และพยายามที่จะไม่แสดงออกว่าไม่เชื่อเพื่อที่จะรักษาน้ำใจรุ่นพี่อย่างเธอ แต่แล้วเขาก็พูดขึ้นมาเบาๆ

                “พี่เพชร...พี่เชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็นไหมครับ?

                ตำรวจสาวเอียงคออย่างไม่เข้าใจ ไม่ใช่ไม่เข้าใจที่เขาถาม แต่ผิดคาดที่ตำรวจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงและจริงจังกับทุกสิ่งทุกอย่างอย่างปุณณ์พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

                อันที่จริง...เธอครุ่นคิดถึงเรื่องนี้จนนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน...จะมีอะไรที่อธิบายปรากฏการณ์ประหลาดอย่างการได้ยินเสียงของเชือกกระทบผนังในห้องที่ไม่มีคนอยู่ได้ดีไปกว่า สิ่งที่มองไม่เห็น’ กันล่ะ แล้วยังเรื่องเลือดบนเชือกที่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันทีที่เพชรส่งมอบมันให้กับฝ่ายพิสูจน์หลักฐานอีก...อย่างไรก็ตาม หญิงสาวไม่อยากจะเทใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอเป็นตำรวจ และยังเป็นตำรวจผู้นำทีมสืบสวนคดี การโยนว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะสิ่งที่มองไม่เห็นออกจะดูไร้ความรับผิดชอบเกินไป และอาจทำให้มองไม่เห็นข้อเท็จจริงบางอย่างในคดี

                อีกอย่าง...

                “ปุณณ์...คุณพลอยยังไม่ตายเสียหน่อย”  เธอแย้งรุ่นน้องหนุ่มด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

                คนที่เริ่มยกสัมผัสที่หกขึ้นมาพูดหน้าม้านไปนิด ก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ  “ผมรู้...ผมโทรเช็คกับโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าแล้ว คุณพลอยเธอยังอยู่ดี มีแรงอาละวาดดี...”  ท้ายประโยคของตำรวจหนุ่มใหม่เสียงแผ่วลงเรื่อยๆ  “ผมก็ยังคิดอยู่เลยนะว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้...นั่นสิ...จะเป็นไปได้ยังไง โอย ผมนี่ไร้สาระชะมัดเลย ขอโทษนะครับพี่เพชร”

                เพชรส่งยิ้มให้รุ่นน้องอย่างใจดี ดีใจที่เธอไม่ได้เล่าเรื่องเสียงเชือกที่เธอได้ยินให้เขาฟังด้วย ไม่อย่างนั้นปุณณ์คงยิ่งจินตนาการไปไกล

                “อย่าคิดมากไปเลย ยังไงวันนี้เราคงได้เบาะแสอะไรใหม่เพิ่มขึ้นอีก...คุณฤทธิ์จะมาที่สถานีตอนกี่โมง?”  ตำรวจสาวดูเวลาบนนาฬิกาแล้วก็ขมวดคิ้ว จวนจะบ่ายสองแล้ว ถ้าเธอจำไม่ผิด เธอได้ยินว่าปุณณ์นัดเขาไว้ตอนบ่ายโมงตรง

                “รถคงติดมั้งครับ...อ๊ะ...นั่นไง มาแล้ว”  สายตาของเขามองไปทางหน้าต่าง ทำให้เพชรต้องหันไปมองตาม จากหน้าต่างชั้นสองของสถานีตำรวจที่พวกเขาทำงานอยู่ เห็นรถโตโยต้าสีบรอนซ์เลี้ยวเข้ามาอย่างชัดเจน ก่อนที่ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งจะเปิดประตูและก้าวลงมาจากรถ

                พวกเธอลงไปรับฤทธิ์ถึงที่ ก่อนจะพาไปยังห้องสอบปากคำ...เมื่อได้เห็นตัวจริงของคนที่เคยเห็นแต่จากในรูป เพชรก็ต้องยิ่งพยายามระงับอารมณ์ของตัวเอง เธอไม่เคยไม่ชอบใครตั้งแต่แรกเห็นได้เท่าฤทธิ์มาก่อน จริงอยู่ที่ชายหนุ่มหน้าตาดี  ดูสะอาดเรียบร้อยและภูมิฐาน แต่อะไรบางอย่างในตัวของเขาผู้นี้...อาจจะเป็นความนิ่ง หยิ่ง ติดจะรำคาญที่แสดงออกอย่างชัดเจนผ่านแววตา รวมถึงท่าทางไม่แยแส เอาแต่กดโทรศัพท์มือถือตลอดทางที่เดินมายังห้องสอบสวนที่ทำให้เพชรรู้สึกไม่ดี...มาสอบปากคำเพื่อแฟนสาวของตัวเองแท้ๆ ทำไมเขาถึงทำท่าไม่สนใจไยดีขนาดนี้นะ คุณพลอยน่าสงสาร...เพชรเอาแต่หวนคิดถึงภาพของหญิงสาวที่นั่งกอดเข่าโยกตัวอยู่บนเตียงด้วยความสิ้นหวัง

                “ขออนุญาตเก็บโทรศัพท์มือถือด้วยครับ”  ปุณณ์ว่าเสียงเรียบทันทีที่ฤทธิ์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พับที่ไม่ค่อยจะแข็งแรงนักในห้องสอบปากคำ แฟนหนุ่มของพลอยถอนหายใจดังๆราวกับจงใจจะแสดงออกถึงความไม่พอใจในขณะยื่นโทรศัพท์ใส่ตะกร้าให้ตำรวจหนุ่ม เพชรก้าวเข้ามายืนที่อีกฝั่งของโต๊ะทำให้เธอได้ประจันหน้ากับฤทธิ์ตรงๆ ทว่าชายหนุ่มกลับเบนหน้าไปอีกทาง มองเธอด้วยหางตา

                “มีอะไรจะถามก็รีบถามมาครับคุณตำรวจ”  ฤทธิ์พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พยายามจะปิดบังความไม่พอใจ  “แค่ผมลางานมาหาพวกคุณวันนี้ก็เสียหายมากพออยู่แล้ว ผมไม่อยากจะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์อีก”

                เพชรที่ตั้งใจจะคุยกับเขาอย่างใจเย็นและเป็นธรรมที่สุดถึงกับฉุนกึกขึ้นมา

                “คุณฤทธิ์คะ...นี่เรากำลังจะคุยกันเรื่องคุณพลอย...คนรักของคุณที่ต้องประสบกับเหตุเลวร้ายนะคะ...การคุยกันในวันนี้อาจนำเราไปสู่เบาะแสใหม่ๆที่จะทำให้จับตัวคนร้ายได้ คุณจึงควรให้ความร่วมมือกับเราอย่างเต็มที่ที่สุด...”  นัยน์ตาคู่คมของเพชรจ้องแฟนหนุ่มของพลอยอย่างเอาเรื่อง และโดยที่ไม่รู้ตัว เธอก็โพล่งออกมา  “...นอกเสียจากว่า คุณจะไม่อยากให้ใครสาวตัวไปถึงคนร้ายได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง...”

                “พี่เพชร”  ปุณณ์รีบดึงแขนหญิงสาวเป็นการเตือนสติ ทำให้เพชรกลับมารู้สึกตัวอีกครั้งว่าเผลอพูดอะไรออกไป หญิงสาวรู้สึกผิดในฐานะที่เป็นตำรวจ และตั้งใจจะขอโทษ ทว่าชายหนุ่มผู้โดนกล่าวหาไม่เปิดโอกาส เขาสวนกลับมาแทบจะในทันที

                “คุณกำลังจะบอกว่าผมเป็นคนร้ายงั้นสิ!?...บ้ากันไปใหญ่แล้ว แค่ไอ้กล้องบ้าๆจับภาพได้ว่าผมเข้าไปในอพาร์ตเม้นต์ของพลอยในช่วงเวลาที่เธอถูกรัดคอ คุณก็กล่าวหาว่าผมเป็นคนร้ายเลยเหรอ มีคนตั้งกี่คนกันที่เข้าออกอพาร์ตเม้นต์ในเวลานั้น แล้วไหนจะยัยแม่บ้านแก่ๆที่มีกุญแจห้องพลอยอีกล่ะ ถามจริง พวกคุณเรียกเธอมากล่าวหาเหมือนผมมั้ย!!?

                “ความจริง...ไม่ใช่แค่นั้นนะครับคุณฤทธิ์ เมื่อวานเราพบว่าคุณพลอยมีปฏิกิริยารุนแรงหลังได้ยินชื่อของคุณ...”  ปุณณ์พยายามอธิบายอย่างใจเย็น แต่กลับกลายเป็นว่าราดน้ำมันถังใหญ่เข้ากองไฟ

                ฤทธิ์ชะโงกตัวข้ามโต๊ะมาดึงคอเสื้อของปุณณ์ทันที ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำราวกับสัตว์ร้าย  “ผมจะตอบคำถามให้ทีละข้อนะครับคุณ-ตำ-รวจ”  เขาเน้นเสียงแต่ละพยางค์หนักๆด้วยสีหน้ากินเลือดกินเนื้อ  “...ผมมีพยานยืนยันที่อยู่ตอนที่พลอยถูกทำร้าย คุณอยากคุยเมื่อไรบอกผม เธออยู่อพาร์ตเม้นต์เดียวกับพลอยนี่แหละ...คงไม่ผิดนะครับที่ผมมีคนรู้จักคนอื่นที่อยู่อพาร์ตเม้นต์นี้นอกจากพลอย...”  แฟนหนุ่มของพลอยค่อยๆปล่อยคอเสื้อของปุณณ์ กลับมายืนที่เดิมขณะปัดมือสองสามทีราวกับกำลังปัดฝุ่น  “แล้วที่พลอยคลุ้มคลั่งตอนได้ยินชื่อผมก็เป็นเรื่องธรรมดา...เพราะผมเป็นคนรักของเธอ ไม่สิ...เป็นคนที่กำลังจะแต่งงานกับเธอเลยแหละ แต่เธอไม่มีสติแล้ว เธอรู้ว่าเธอแต่งงานกับผมไม่ได้ เธอเลยเสียใจจนคลุ้มคลั่ง...ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้...เข้าใจยาก ซับซ้อน อารมณ์รุนแรง ไม่เชื่อลองมองตำรวจสาวข้างๆคุณดูสิ” 

                เพชรรู้สึกเหมือนถูกไม้ทุบหัวเมื่อฤทธิ์ปรายตามองมาทางเธออย่างจงใจ เธอโกรธมากตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มแสดงความกราดเกรี้ยวออกมา...และยิ่งโกรธจนตัวสั่นเมื่อได้ยินว่าเขากำลังจะแต่งงานกับพลอย...กำลังจะแต่งงาน!! ร่างกายของหญิงสาวแทบระเบิดด้วยความโกรธและไม่เข้าใจ...คนที่กำลังจะแต่งงานกัน เขามีท่าทีต่อกันอย่างนี้เหรอ???

                “คุณจะทำยังไงเรื่องที่จะแต่งงานกับคุณพลอย”  เพชรถามคำถามที่ดูไม่น่าจะถาม ฤทธิ์เองก็ชะงักไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนที่สีหน้าของเขาจะกลับมาเฉยเมยดังเดิม

                “ทำยังไงได้ล่ะ...ก็ต้องยกเลิกน่ะสิ”  เขาแค่นเสียงในลำคอดัง เหอะ  “เสียดายพวกการ์ดกับของชำร่วยที่สั่งไป...เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แท้ๆ...เออนี่ ผมกลับได้รึยัง ผมว่าผมพูดสิ่งที่ควรจะพูดไปหมดแล้วนะ”

                ปุณณ์ที่กลับมามีสติได้เร็วกว่าเพชรหลังจากที่อ้ำอึ้งกับคำพูดไร้หัวจิตหัวใจของฤทธิ์อยู่พักหนึ่งจัดการซักถามเรื่องอื่นๆอีกเล็กน้อย และขอให้เขาพาตัวพยานที่อยู่คนที่ว่ามาให้ปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะคืนโทรศัพท์มือถือและอนุญาตให้เขากลับไป  หลังจากที่ฤทธิ์ออกไปจากห้อง ตำรวจหนุ่มก็หันมามองทางเพชรที่ยังยืนกำมือแน่น ตัวสั่นระริกด้วยสายตาเป็นห่วง

                “พี่เพชร...ใจเย็นๆ ผมว่าพี่อินกับเรื่องนี้มากไปแล้วนะครับ”  เขาว่า ก่อนจะถอนหายใจ  “ผมเชื่อว่าพี่เจอผู้ต้องสงสัยแย่ๆอย่างงี้มาหลายราย พี่น่าจะชินแล้ว...แต่ทำไมกับคุณฤทธิ์ พี่ถึงได้หัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนี้”

                เพชรพยายามหายใจเข้าออกลึกๆ และใช้มือข้างหนึ่งนวดขมับอย่างที่มักทำอยู่เสมอ...นั่นสิ ทำไมเธอถึงได้โกรธเกรี้ยวขนาดนี้เมื่อสอบปากคำฤทธิ์...จริงอยู่ที่เขาอาจจะเป็นคนไม่ดี แต่ไม่ใช่ว่าคนไม่ดีจะเป็นคนผิดในคดีเสมอไป คนดีๆบางคนก็สามารถเป็นได้ ใจเธอคงตัดสินไปเอง...มีอคติไปเอง...เพราะเธอสงสารพลอยมาก...พลอยที่เหมือนกับนกน้อยปีกหักไม่น่าจะมีคนรักที่ใจยักษ์ใจมารแบบนี้...ถ้าเป็นเธอ เธอจะไม่ปล่อยให้พลอยต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้...เธอจะปกป้องสาวน้อยคนนี้อย่างดีที่สุด...และจะตามล่าใครก็ตามที่ทำให้พลอยต้องเจ็บช้ำมาลงโทษอย่างสาสม!!

                “พี่ผิดเอง...ปุณณ์ คุณพลอยเธอเป็นเพื่อนข้างห้องของพี่ พี่เลยเห็นใจเธอมากไปหน่อย...”  เพชรถอนหายใจยาว ก่อนจะหันมองตำรวจหนุ่มรุ่นน้อง  “พี่ไม่ควรทำอย่างนั้นกับคุณฤทธิ์ พี่จะไปขอโทษ...เผื่อครั้งหน้าเขาอาจจะเต็มใจมาที่สถานีของเราบ้าง...สักนิด”

                ปุณณ์หัวเราะเล็กน้อยก่อนจะผงกหัวให้เธอ เพชรยิ้มให้เขาก่อนจะเดินออกจากห้องสอบปากคำไป...รุ่นน้องของเธอดูสงบเยือกเย็นและเป็นงานขึ้นมากในเวลาแค่ไม่กี่วัน บ่งบอกว่าเขาเป็นคนหัวไวและมีจิตใจเข้มแข็ง เพชรคิดว่าต่อไปในอนาคตปุณณ์ต้องได้เลื่อนขั้น มีตำแหน่งใหญ่โต เผลอๆอาจจะยิ่งกว่าเธอเสียอีก

                หญิงสาวเดินคิดเรื่องของปุณณ์มาจนเกือบจะถึงที่ที่รถของฤทธิ์จอดอยู่ ในตอนนั้นเองที่เธอได้ยินเสียงแฟนหนุ่มของพลอยกำลังกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างท่าทางมีพิรุธ เธอจึงตัดสินใจหลบตัวอยู่ที่มุมหนึ่ง ตั้งใจเงี่ยหูฟังว่าเขากำลังพูดอะไร

                “แนน...บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร เธอแค่มาเป็นพยานยืนยันที่อยู่ให้พี่ก็เท่านั้น...ไม่...ไม่...เขาไม่รู้เรื่องเราหรอก...พี่ไม่ได้พูดเลยสักนิด...เอาน่า...พอเรื่องนี้จบแล้วเราจะได้คบกันอย่างเปิดเผยเสียที...ใช่...จะไม่มีใครรู้หรอกว่าเธอเป็นคนทำ พี่สัญญา...”

                แล้วฤทธิ์ก็กดวางสายด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจ ก่อนจะสะดุ้งเฮือกและรีบกวาดตามองไปรอบๆอย่างหวาดระแวงเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเผลอพูดในสิ่งที่ไม่สมควรพูด ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสมที่สุด...แต่เมื่อมองไม่เห็นใครแถวนั้น ชายหนุ่มก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างโล่งใจ ก่อนจะเปิดประตู ก้าวขึ้นรถไป...

                เพชรค่อยๆก้าวออกมาจากมุมมืดที่ใช้หลบอยู่ ก่อนจะมองตามหลังรถที่ขับออกจากสถานีไปด้วยแววตาแข็งกร้าว

               

.

คนไข้คนนั้นเป็นอะไร ฉันได้ยินเสียงเธอร้อง...

คราวนี้ไม่ใช่แค่ร้องเหมือนอย่างเคยนะ แต่เธอหัวเราะด้วย...

หัวเราะเหรอถ้างั้นก็ดีน่ะสิ...บางทีเธออาจจะกำลังหาย...

ไม่หรอก เธอกรีดร้องสลับกับหัวเราะไปมา...สัญญาณความบ้าของแท้เลยทีเดียว

แล้วเธอหัวเราะทำไม...มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ?

ฉันก็ไม่รู้...รู้แต่ว่าได้ยินเธอพึมพำ “ฤทธิ์...ฤทธิ์...สมน้ำหน้า...ฤทธิ์...ตายซะ...!!

.

 

 

                เพชรทอดสายตามองดูพลอยที่กำลังหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมออยู่บนเตียงท่ามกลางความมืดมิด เปลือกตาของเธอปิดสนิท ขนตายาวสวยทอดลงบนผิวแก้มเนียน ดวงหน้ารูปไข่ล้อมกรอบด้วยเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่ม...ในยามหลับใหลพลอยยิ่งดูเหมือนตุ๊กตาแสนสวยตัวน้อย...ตัวตนแห่งความบริสุทธิ์สวยงามที่กอดเก็บเอาโลกแห่งความสุขทั้งใบไว้ในอ้อมแขน...ตำรวจสาวเกลี่ยผมหน้าม้าของผู้ที่ไม่น่าตกเป็นเหยื่อในคดีโหดร้ายอย่างแผ่วเบาก่อนจะลูบหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน ในตอนที่แอบเข้ามาในห้อง เพชรได้ยินนางพยาบาลคุยกันว่าช่วงเย็นพลอยคลุ้มคลั่งหนักมาก จึงโดนให้ยาสลบ ดังนั้นพลอยจึงไม่รู้สึกตัวสักนิดว่ามีเธอยืนอยู่ข้างเตียง...และคงจะไม่รู้สึกตัวเช่นนี้ไปอีกหลายชั่วโมง...

                ดีแล้ว...ตุ๊กตาน้อยของฉัน อย่าเพิ่งตื่นขึ้นมาเลย อย่าลืมตาจนกว่าโลกสกปรกโสมมใบนี้จะได้รับการชำระล้าง...เพชรโน้มใบหน้าลงไปใกล้หญิงสาวก่อนผุดยิ้มอ่อนโยนที่ริมฝีปาก...อีกไม่นานเกินรอหรอก ตุ๊กตาน้อย...

            แกรก...

            เสียงประตูห้องพักคนไข้ค่อยๆเปิดออก ตามด้วยเงาร่างตะคุ่มของใครคนหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ใครคนนั้นจะรีบงับประตูปิดลงอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าหากช้าไปสักวินาที อาจมีคนมาเห็นเข้า

                “พลอย...”  ฤทธิ์ค่อยๆก้าวไปยังเตียงผู้ป่วยที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางห้อง ความมืดทำให้เขามองเห็นอะไรไม่ค่อยชัดนัก  “พลอย...พลอยส่งข้อความหาพี่เหรอ...บอกว่าอยากคุยกับพี่ตอนนี้...ความจริงพลอยไม่ได้บ้าใช่ไหม ไม่ได้เสียสติอย่างที่ใครเขาว่ากัน พลอยแค่แกล้งทำไปอย่างนั้นเอง...พลอยทำอย่างนั้นทำไม พลอยมีอะไรอยู่ในใจรึเปล่า ตอบพี่สิครับคนดี...”  ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ข้างเตียงของหญิงสาวผู้เป็นที่รัก ร่างของเขาสั่นน้อยๆ ท่าทางสับสนอย่างหนัก น้ำเสียงที่ใช้พูดก็แผ่วลงอย่างอ่อนใจระคนเหนื่อยล้า ไม่เหลือคราบของชายหนุ่มผู้หยิ่งยโสเมื่อตอนกลางวันอีก  “พลอย...อย่าเอาแต่เงียบสิ พลอยรู้แล้วใช่มั้ยว่าใครเป็นคนที่ทำร้ายพลอย...พี่ขอโทษ ขอโทษจริงๆ พี่ไม่คิดว่าเขาจะคลั่งทำลงไปแบบนั้น...ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้...เข้าใจยาก ซับซ้อน อารมณ์รุนแรง พลอยยกโทษให้เขาเถอะนะ อย่าเอาเรื่องเขาเลย.....พลอย ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ หลับอยู่จริงๆหรือว่าแกล้งหลับ...พลอยทำแบบนี้พี่ลำบากใจนะ...พี่ไม่รู้จะทำยังไงกับพลอยดี...พี่มีหน้ามีตา มีหน้าที่การงาน พี่ปล่อยให้พลอยเอาความจริงไปเล่าให้ใครฟัง...ไม่ได้...หรอก...”  มือแข็งแกร่งของชายหนุ่มสั่นระริกขณะที่ค่อยๆล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง...สิ่งนั้นมีขนาดยาวและเป็นเส้น...เชือก...เขาชูมันขึ้นมา ปล่อยให้มันแกว่งไกวอยู่ตรงหน้าหญิงสาวที่กำลังหลับตาพริ้มอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว  “พลอย...เลิกแกล้งทำเป็นหลับเสียที ตื่นขึ้นมา เห็นนี่ไหม...เชือกที่พี่จะใช้ฆ่าพลอย...พี่ได้ยินมาว่าพลอยพยายามจะรัดคอตัวเองแต่พวกหมองี่เง่าพวกนั้นไม่ยอมปล่อยให้พลอยทำ เพราะฉะนั้นพี่จะช่วยพลอยเอง พี่จะช่วยพลอยเองนะครับคนดี...”

                สีหน้าของชายหนุ่มว่างเปล่าในขณะที่เขาบรรจงสอดมือทั้งสองข้างลงประคองลำคอบอบบางของหญิงคนรักที่นอนหายใจสม่ำเสมออยู่บนเตียง...เขารักพลอย เขารู้ใจตัวเองดี แต่น่าเสียดายที่เขารักตัวเองมากกว่า...รักจนต้องฉกฉวยโอกาสที่พลอยอาจจะนำเรื่องที่แนน...ชู้รักของเขาพยายามจะใช้เชือกรัดคอเธอโดยมีเขายืนดูอยู่เฉยๆเพราะเหนื่อยใจที่จะเข้าไปห้าม...ไปป่าวประกาศให้คนทั้งโลกรับรู้ไม่ได้ เขาจะยอมให้ชื่อเสียงและหน้าตาของตัวเองถูกทำลายลงไม่ได้!!       

                      “...ถ้าทำแบบนั้นแล้วเกิดมีคนจับได้ขึ้นมา หน้าตาที่คุณพยายามรักษาจะไม่ยิ่งพังยับเยินมากกว่าเหรอคะ...”  เสียงของผู้หญิงดังขึ้นที่อีกฝั่งของเตียง ทำให้ฤทธิ์เงยหน้าขึ้นมาแทบจะในทันทีด้วยความตกใจกลัว เขาไม่รู้สึกตัวมาก่อนเลยว่ามีคนอยู่ในห้องนี้กับเขาด้วยนอกจากพลอย ชายหนุ่มกำเชือกในมือแน่นเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ แต่ก็สายเกินไปเมื่ออีกฝ่ายใช้อะไรบางอย่าง...ทั้งหนักและเย็นเฉียบ...กดหน้าผากเขาเอาไว้

                ชายหนุ่มเหลือกตาดูอย่างกล้าๆกลัวๆ แล้วก็ต้องแทบแหกปากร้องเมื่อพบว่ามีปืนจ่อแนบหน้าผากตนอยู่ เขาเลื่อนสายตาไปตามมือของผู้ถือ แล้วก็ได้เห็นตำรวจสาวนามเพชรยืนหน้าเครียดอยู่

                “ยอมสารภาพความจริงมาเถอะค่ะ เรื่องจะได้จบๆ...คุณคงไม่ได้รักกิ๊กอีกคนของคุณมากจนกระทั่งยอมปกป้องเธอไปจนถึงวินาทีสุดท้ายหรอกนะคะ”

                “ฉันไม่มีอะไรจะสารภาพทั้งนั้นแหละ!”  ถึงแม้จะกลัว แต่ฤทธิ์ก็ยังสามารถโต้กลับได้ด้วยท่าทางฉุนเฉียว  “เธอนั่นแหละ ระวังตัวเองไว้ มาใช้ปืนจ่อหัวประชาชนแบบนี้ ไร้จริยธรรมที่สุด”

                “ฉันมีเหตุผลของฉัน...นั่นก็คือการปกป้องคุณพลอยจากคุณ”  เพชรแจกแจงอย่างใจเย็น  “เลิกโวยวายแล้วก็ยอมมอบตัวเสียดีๆเถอะค่ะคุณฤทธิ์”

                ฤทธิ์ถ่มน้ำลายลงบนพื้น  “ฉันไม่ได้ทำอะไรพลอยทั้งนั้นเลิกหาทางใส่ร้ายฉันได้แล้ว ดูเธอจะเกลียดฉันมากเลยนะ...ตั้งแต่เมื่อตอนกลางวันแล้ว เอาแต่มองหน้าฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อกันตลอด ดีฉันจะฟ้องเธอในข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบธรรม พยายามป้ายสีฉันเพราะอารมณ์ส่วนตะ...”

                ปัง

            ปืนเก็บเสียงยังคงทำหน้าที่ได้ดีเสมอ เพชรแทบไม่ได้ยินอะไรเลยในขณะที่จ้องมองร่างของฤทธิ์ซึ่งเบิกตาค้างด้วยความตกตะลึงค่อยๆทรุดตัวลงในท่าคุกเข่าข้างเตียงพลอย ก่อนที่จะโงนเงนหงายหลังลงไปบนพื้น เลือดแดงฉานไหลทะลักออกมาเอื่อยๆเหมือนลูกโป่งน้ำที่ถูกเจาะรู เพชรมองภาพอันน่าเอน็จอนาถนั้นด้วยสายตาเย็นชา เธอไม่รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อยเมื่อคิดว่าทำลงไปเพื่อใคร...ตุ๊กตาน้อยผู้แสนบอบบางและบริสุทธิ์บนเตียงควรจะได้เจอคนที่ดีกว่านี้...ไม่ใช่ไอ้ชาติชั่วที่กำลังตายเหมือนหมา!!

                เพชรเล็งปืนไปยังร่างของฤทธิ์ นึกอยากยิงซ้ำอีกสักครั้งสองครั้งให้สาแก่ใจ แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นอะไรแวบๆที่หางตา...สิ่งนั้นช่างดูเลือนลาง เหมือนกับวิญญาณที่พร้อมจะสลายหายไปกับอากาศได้ทุกเมื่อ...หญิงสาวหันขวับไปทันที แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นพลอยกำลังยืนจ้องเธอตาเขม็ง

                ตำรวจสาวเหลือบตามองไปยังเตียง...พลอยยังคงหลับอยู่ นี่มันอะไรกัน ทำไมพลอยถึงมีสองคน...?

                ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งสติคิดทำอะไร ร่างของพลอยที่ยืนอยู่ก็ค่อยๆก้มลงเก็บเชือกของฤทธิ์ที่ตกอยู่บนพื้น ก่อนจะหายวับไปกับตา เพชรผวาจะตามไปโดยอัตโนมัติ แต่แล้วเสียงครางเบาๆก็เหมือนมือที่มีพละกำลังมหาศาล ฉุดกระชากดึงให้เธอหันไปสนใจที่เตียงอย่างรวดเร็ว

                “อา...”  พลอยร้องครางเบาๆอย่างเจ็บปวด ก่อนจะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างยากลำบาก  “ที่นี่ที่ไหน...กรี๊ด!

                ดวงตาสีน้ำตาลใสของหญิงสาวเหลือบไปเห็นร่างของฤทธิ์ที่นอนหงายในสภาพพับขาไว้ข้างหลังพอดี ทำให้เธอต้องกรีดร้องด้วยความตกใจ เพชรรีบก้าวเข้าไปหาก่อนคว้าตัวพลอยเข้ามากอดไว้แนบอก หญิงสาวตัวสั่นระริกเหมือนลูกนกแรกเกิด

                “เกิดอะไรขึ้นคะ...ทำไมฤทธิ์ถึง...ฤทธิ์ถึง...”  เสียงหวานของเธอพึมพำอย่างตระหนก แต่แล้วก็สะดุดหายไปเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ประโยคต่อมาของเธอจึงเต็มไปด้วยความปวดร้าวในน้ำเสียง  “เขานอกใจฉัน...แล้วเขาก็ยืนดูชู้รักของเขาเอาเชือกรัดคอฉันโดยไม่ทำอะไรเลย...ฉัน...ฮึ่ก...ฮึ่ก...”

                เพชรกระชับกอดหญิงสาวที่เริ่มสะอึกสะอื้นจนตัวโยนไว้แน่น มือข้างหนึ่งลูบผมเธออย่างอ่อนโยนพลางเอ่ยปลอบ  “ไม่มีอะไรแล้วนะคะคุณพลอย...ไม่มีอะไรแล้ว...ฉันจัดการให้คุณหมดแล้ว...อย่าร้องไห้ไปเลย ตุ๊กตาน้อยของเพชร...ฝันร้ายของคุณจบลงแล้ว ต่อจากนี้คุณจะมีแต่ฝันดี...เพชรสัญญา”

                สิ้นคำ เพชรก็จุมพิตลงบนหน้าผากของหญิงสาวเบาๆ...

 

 

.

อา...สงบลงแล้ว ช่วงสองสามวันนี้เธอไม่อาละวาดอีกเลย

นั่นสิ เห็นทีไรก็เอาแต่หลับอยู่ตลอด

ดีแล้วล่ะ

ใช่...เธอมีความสุขแบบนี้ก็ดีแล้ว...

.



 

                ปุณณ์เดินทางมาถึงโรงพยาบาลพร้อมกับตำรวจคู่หูของเขาไม่นานนักหลังจากได้รับแจ้งว่าคนไข้สงบลงแล้ว เขาเปิดประตูห้องผู้ป่วย เดินนำเข้าไปหยุดอยู่ข้างเตียงซึ่งมีหญิงสาวนอนหลับตาพริ้ม หายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

                “หมอว่ายังไงบ้าง?”  เขาหันไปถามคู่หูที่เดินตามเข้ามาทีหลัง อีกฝ่ายแสดงสีหน้าเหน็ดเหนื่อยแทนคำตอบ

                “หมอบอกไม่ได้ให้ยา เธอหลับของเธอเอง ถ้าพวกเราปลุกก็กลัวว่าจะอาละวาดอีก...หรือที่แย่ที่สุด อาจจะทำให้อาการยิ่งทรุด”

                “แต่เราควรจะเสี่ยง...กี่วันแล้วที่มาที่นี่แล้วต้องกลับไปมือเปล่า”  ตำรวจหนุ่มไฟแรงมีสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวน และเขาก็อยากให้ผลงานออกมาดีที่สุด

                “ใจเย็นน่าปุณณ์ เอางี้ ฉันจะลองไปคุยกับหมอดูอีกทีว่ามีวิธีไหนที่จะปลุกเธอขึ้นมาแบบไม่กระทบกระเทือนได้บ้าง”  คู่หูของเขาเสนอ ปุณณ์พยักหน้ารับ มองตามร่างสูงของตำรวจหนุ่มผู้เป็นเพื่อนสนิทเดินหายไปทางประตู ก่อนที่เขาจะเลื่อนสายตากลับมายังใบหน้าซีดเซียวทว่าดูมีความสุขของหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง...

                ปุณณ์ไม่รู้จักเพชรดีนัก...เขาเคยเห็นหน้าเธอในฐานะรุ่นพี่ที่คอยมาช่วยอบรมชี้แนะในสมัยที่เขาเพิ่งบรรจุเข้าเป็นตำรวจที่สถานีแค่สองสามครั้ง หลังจากนั้นก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก แต่เท่าที่มองเห็นจากไกลๆ ชายหนุ่มรู้สึกว่าตำรวจสาวผู้มีฐานะเป็นรุ่นพี่ผู้นี้ค่อนข้างเป็นคนเงียบขรึม เก็บตัว ไม่เข้ากับใคร และมีหลายต่อหลายครั้งที่แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวออกมาอย่างรุนแรงเหมือนกับคนที่มักเก็บกดอยู่เสมอ ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่ค่อยตกอกตกใจเท่าไรนักเมื่อได้ยินว่าเธอตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีการตายของฤทธิ์ พนักงานธนาคารหนุ่ม ผู้เสียชีวิตโดยการถูกฆ่ารัดคอ...

                แต่หลักฐานที่หามาได้กลับไม่มากพอที่จะออกหมายจับ เพชรจึงถูกปล่อยให้ใช้ชีวิตตามปรกติ เรื่องมาแดงขึ้นเมื่อจู่ๆ พลอย แฟนสาวของฤทธิ์ผู้เป็นเพื่อนข้างห้องของเพชรฆ่าตัวตายหลังจากนั้นไม่นานนัก...ด้วยการผูกคอตาย

                คิดถึงตรงนี้แล้วปุณณ์ก็เสียวสันหลังวาบ...เขายังจำได้ดีตอนที่ตามแม่บ้านขึ้นไปดูศพพลอย ร่างของเธอห้อยต่องแต่งอยู่กลางห้อง ลิ้นจุกปาก ดวงตาเหลือกทะลัก...และที่น่ากลัวยิ่งกว่า คือ ดวงตาที่แตกพร่าไปด้วยเส้นเลือดของหญิงสาวจ้องเขม็งไปทางผนังห้องที่ใช้ร่วมกันกับห้องของเพชร...มือข้างหนึ่งยกขึ้นและชี้ไปในทางเดียวกัน ปุณณ์ได้ยินจากสัปปะเหร่อว่าตอนนำศพของเธอเข้าโลง ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไร เขาก็ไม่อาจกดแขนเธอกลับลงไปได้ ทำให้ต้องเผาทั้งๆที่ไม่ได้ปิดฝาโลง...

                แม้จะเป็นเรื่องที่ดูเหลวไหลอยู่สักหน่อยในสายตาคนรุ่นใหม่...แต่หลังจากที่พลอยฆ่าตัวตายและศพของเธอชี้มือมายังห้องของเพชร ปุณณ์ก็ตัดสินใจวิ่งเต้นขุดคดีที่เกือบจะได้ข้อสรุปว่าหาตัวคนร้ายไม่ได้ของฤทธิ์ขึ้นมาทำใหม่ โดยมีเป้าหมายในการสืบสวนคือเพชร แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าจะได้เบาะแสที่เป็นประโยชน์แทบทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำการสืบสวน...

                นั่นก็เพราะ...ทันทีที่ไปหาเพชรที่ห้อง พวกเขาก็พบว่าเธอได้เสียสติไปแล้ว...

                ปุณณ์ยังจำได้...ในตอนที่คู่หูของเขาพังประตูเข้าไป เขาเห็นเพชรนั่งคุกเข่าอยู่กลางห้อง นัยน์ตาเหม่อลอยของเธอมองไปอย่างไร้จุดหมายในทิศที่ห้องของพลอยตั้งอยู่

                และเมื่อพวกเขาเดินอย่างระมัดระวังผ่านรูปถ่ายมากมายที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นเพื่อที่จะเข้าไปหาหญิงสาว ปุณณ์ก็สังเกตเห็นว่ารูปถ่ายทั้งหมดนั้นเป็นรูปของพลอย...ที่น่ากลัวก็คือ เมื่อเขาเก็บมันขึ้นมา เขาพบว่าภาพถ่ายแต่ละใบถูกถ่ายในช่วงเวลาที่ต่างกัน ตั้งแต่สมัยพลอยอยู่มัธยมปลาย จนกระทั่งเธอเรียนจบและเข้าศึกษาต่อในชั้นปริญญาโท...

                นี่พี่เพชรตามคุณพลอยมาตั้งหลายปีแล้วเหรอเนี่ย...ตำรวจหนุ่มขมวดคิ้วอย่างไม่อยากจะเชื่อ แล้วเขาก็ค้นพบคำตอบทุกอย่างในสมุดบันทึกเล่มหนาที่หญิงสาวกอดไว้แน่นแนบอก หวงแหนราวกับแม่งูจงอางหวงไข่...



            พลอย...พลอย...แค่ฉันได้เห็นเธอครั้งแรกในวันปฐมนิเทศ ฉันก็ตกหลุมรักเธอ...และจะรักไปชั่วชีวิต...เธอสวยงาม น่ารัก เหมือนตุ๊กตาตัวน้อยๆ อา รู้แล้ว ต่อจากนี้ฉันจะเรียกเธอว่าตุ๊กตาน้อยของฉันก็แล้วกันนะ...พลอย

...

            พลอย ตุ๊กตาน้อยของฉัน...เธอไปคบกับไอ้ฤทธิ์นั่นไม่ได้นะ...ดูก็รู้ว่าหมอนั่นมันเสือผู้หญิง...ไม่...ไม่...พูดไปเธอก็ไม่เชื่อฉันหรอก...ก็ได้...ฉันจะเงียบไว้เพราะฉันไม่อยากทำให้เธอเกลียด เธอคงคบหมอนั่นได้ไม่นานเหมือนอย่างเคย...ฉันจะรอวันนั้นก็แล้วกันนะ วันที่เธอจะกลับมาหาฉันอีกครั้งโดยไม่มีบ่วงใดๆมาพันธนาการ...ตุ๊กตาน้อยของฉัน

...

            ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลาย...และฉันก็คงจะฆ่าตัวตายไปแล้วถ้าเกิดไม่คิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าฉันตายไป ฉันก็คงจะไม่ได้เห็นหน้าเธออีก...ตุ๊กตาน้อยของฉัน ฉันเฝ้ารอเธอมาตลอด...แล้วทำไม...ทำไมเธอถึงตกลงที่จะแต่งงานกับหมอนั่น หมอนั่นมันไม่ดี หมอนั่นมันคนเลว เป็นไอ้ชาติชั่วที่พรากของรักของฉันไป ฉันเกลียดมัน...เกลียดมัน...เกลียดมัน!!!

...

            ตุ๊กตาน้อยของฉัน...ฉันรอที่จะไปหาเธอไม่ไหวแล้ว ทำยังไงดี ตัวฉันสั่นไปหมดเลย ฮ่าๆ ฉันไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน พลอย เธอรู้มั้ย วันนี้ฉันเห็นคาตาเลยนะ ว่าไอ้ฤทธิ์...ไอ้หมอนั่นมันนอกใจเธอ มันมาที่อพาร์ตเม้นต์ของเรา แต่มันไม่ได้มาหาเธอ ทายซิว่ามันมาหาใคร...แนนไงล่ะ ยัยผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวเปรี้ยวๆ สวยก็ไม่สวยที่ชอบเดินเฉิดฉายไปมาให้ฉันรำคาญลูกตา ฉันอยากจะเอาเรื่องนี้ไปบอกเธอแทบแย่ อยากจะลากเธอไปดูให้เห็นกับตาไว้ไอ้ฤทธิ์นั่นมันชั่วยังไงบ้าง...แต่พอคิดดูอีกที ไม่เอาดีกว่า...ฉันควรจะจัดการอะไรๆให้ เรียบร้อย’ ก่อนแล้วค่อยพาเธอไปดูทีเดียว ความคิดฉันดีใช่ไหมล่ะ แต่น่าเสียดายอยู่อย่าง ที่ฉันเพิ่งมานึกขึ้นได้ทีหลังว่า เธอจะไม่ได้อยู่เห็นยัยแนนทุเรศนั่นกรีดร้องทุรนทุรายเป็นปลาโดนน้ำร้อนตอนฉันจับหัวมันโขกผนังอย่างไรบ้าง และที่สำคัญ เธอไม่ได้เห็นไอ้ฤทธิ์ทรมานจนขาดใจตอนฉันค่อยๆบรรจงเอาเชือกรัดคอมัน...เสียดายจริงๆนะ รู้งี้ฉันน่าจะถ่ายคลิปเก็บไว้ เพราะฉันเองก็อยากจะเอามานั่งดูอีกหลายๆรอบ...หน้าหมอนั่นตอนน้ำมูกน้ำตาไหลเพราะความกลัวตายนี่น่าสมเพชชะมัด อย่างกับหมาเลยล่ะฮ่าๆ         



                บันทึกจบลงตรงนั้น และเมื่อปุณณ์พลิกหน้าต่อไปและต่อๆไป เขาก็เห็นเพียงหมึกสีแดงละเลงเละบนหน้ากระดาษราวกับเลือดที่สาดกระจาย...เพชรคงเสียสติไปตั้งแต่ตอนที่ได้รู้ว่าพลอยฆ่าตัวตาย

                ปุณณ์ถอนหายใจพลางนวดขมับ แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เขาก็ไม่อาจปลดเปลื้องความหนักอึ้งอันดำมืดที่ก่อตัวขึ้นในใจให้คลายลงไปได้ ความจริงที่ได้รู้ทำให้เขานึกหวาดระแวงแกมขยะแขยงมนุษย์ด้วยกันเอง วันนั้นเขากับคู่หูช่วยกันเก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเท่าที่เห็น และพาเพชรที่ยังเหม่อลอยไม่ได้สติไปส่งโรงพยาบาล เฝ้ารอวันที่เธอจะกลับมามีสติและสามารถพูดคุยกับเขาได้...เขาอยากได้ยินคำตอบทุกอย่างจากปากของเธอเอง ไม่ใช่ถ้อยคำวิกลจริตที่ถูกเขียนไว้ในบันทึกเก่าๆ แต่เขาคงจะหวังมากเกินไป เพราะหลังจากนั้น อาการของเพชรก็ย่ำแย่ลงทุกวัน เธอพยายามจะรัดคอตัวเอง กรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่งและบางครั้งก็หัวเราะเสียงดังอย่างเสียสติ เมื่อได้ข่าวว่าเธอเริ่มสงบลง ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ปุณณ์กับคู่หูก็ต้องผิดหวังอีกครั้งเมื่อพบว่าเพชรเอาแต่นอนหลับโดยมีรอยยิ้มน้อยๆระบายอยู่บนหน้า ไม่ว่าจะทำอย่างไร เธอก็ไม่ลืมตาตื่น...

                “...เธอคงกำลังฝันดี”  หมอชราที่คู่หูของปุณณ์ไปคุยด้วยและตามตัวเข้ามาดูอาการของเพชรเอ่ยเบาๆขณะมองใบหน้าของหญิงสาวผ่านแว่นกรอบเงิน  “อย่าพยายามปลุกเธอเลย...”

                สุดท้ายแล้ววันนั้น ปุณณ์กับคู่หูก็ต้องกลับไปมือเปล่าเช่นเคย แต่ปุณณ์ก็ยังไม่ถอดใจ เขาเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่ง...ตำรวจสาวผู้เป็นรุ่นพี่จะได้สติขึ้นมาและสามารถพูดคุยกับพวกเขาได้...ใช่...สักวันหนึ่ง...พวกเขาเพียงแต่ต้องรอก็เท่านั้น

...

.


                ...เพชรลืมตาตื่นขึ้นจากความฝันอันยาวนานที่สุดในชีวิต วินาทีแรก หญิงสาวรู้สึกเหนื่อยจนอยากจะหลับไปอีกครั้ง แต่ในวินาทีต่อมาเธอก็ต้องคลี่ยิ้มเมื่อเห็นใครบางคนยืนสงบนิ่งอยู่ที่ปลายเตียง

                “พลอย...!  เพชรเรียกชื่อของคนที่ตนรักหมดหัวใจก่อนจะพยายามตะเกียกตะกายเข้าไปหา แต่สายน้ำเกลือรั้งเธอไว้ทำให้ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ดังใจ หญิงสาวหันไปกระชากมันออกจากหลังมืออย่างไม่รู้สึกเจ็บปวด ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่เรื่องพลอยเท่านั้น...เหมือนเมื่อก่อน...ใช่...ขอแค่มีพลอย ไม่ว่าเรื่องอะไรเธอก็ไม่สนใจ...

                “พลอย...ก่อนหน้านี้ฉันฝันด้วย...ฝันว่าฉันเป็นตำรวจที่เข้ามาสืบเรื่องคดีของเธอ และเราก็ไม่รู้จักกัน...เมื่อกี้พอนึกขึ้นได้ฉันเจ็บปวดเทียบแย่เลยรู้ไหม...ฉันจินตนาการไม่ออกจริงๆว่าชีวิตที่ไม่รู้จักเธอเป็นยังไง...”  เพชรค่อยๆคลานเข้าไปหาตุ๊กตาตัวน้อยของเธอที่ยังคงยืนรออยู่ที่ปลายเตียง เมื่อประชิดถึงตัว เธอก็คว้าเอามืออ่อนนุ่มของอีกฝ่ายมาแนบหน้าด้วยความรักใคร่  “แต่ในฝันแย่ๆก็มีเรื่องดีอยู่เหมือนกัน...พลอย...เธอรู้ไหม ในฝันฤทธิ์ก็ทำร้ายเธอ แล้วฉันก็ฆ่ามัน แต่เธอไม่ว่าฉันเลยสักคำ เธอเอาแต่พร่ำขอบคุณฉันแล้วก็กอดฉันไว้แน่น...ในวินาทีนั้นฉันเผลอคิดไปจริงๆว่าเธอเองก็อาจจะเริ่มรักฉันเหมือนกัน...ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงก็คงดี...”

                แววตาของเพชรหม่นแสงลง แต่แล้วก็กลับเป็นประกายเมื่อมืออันอ่อนนุ่มของผู้ที่ไม่เคยแยแสในตัวเธอเลยค่อยๆลูบแก้มของเธออย่างแผ่วเบาราวกับกำลังปลอบประโลม พลอยค่อยๆก้มหน้าลงมาใกล้ก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูเพชรแผ่วเบา...อะไรบางอย่างที่ทำให้เพชรถึงกับตาลุกวาว คลี่ยิ้มดีใจเหมือนกับเด็กๆ

                “จริงเหรอ!?...พลอยอยากอยู่กับฉันตลอดไปจริงๆน่ะเหรอ...แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างล่ะ พลอย ตุ๊กตาน้อยของฉัน ตอบฉันเร็วสิ”  เพชรร้อนรนจนทนไม่ไหว แต่หญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจของเธอเพียงแค่ยื่นมือมาตรงหน้าช้าๆราวกับตุ๊กตากลที่ระบบฟันเฟืองฝืดเคือง ก่อนจะค่อยๆปล่อยบางอย่างให้ทิ้งตัวลงมาจากกำมือ...


 

                ภาพเชือกเส้นยาวแกว่งไกว สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของเพชร

 

 

                แล้วพลอยก็คลี่ยิ้ม...เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต.


fin./




เรื่องสั้นเรื่องนี้เขียนเพื่อส่งประกวดโครงการเรื่องสั้นของ สนพ. ตะวันส่อง ในหัวข้อ "ฝันร้าย" ค่ะ
ผ่านเข้ารอบ 30 คนสุดท้าย ไม่ได้ชนะ แต่เท่านี้ก็ดีใจมากแล้ว เพราะยังใหม่ในด้านนี้ แล้วก็ลองใช้ภาษาแบบนี้เป็นครั้งแรก

มีอะไรประหลาดตรงไหนสามารถติชมมาได้นะคะ จะรับไปปรับปรุงค่ะ :D
ขอบคุณทุกความคิดเห็นค่ะ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ kaonashi จากทั้งหมด 18 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 ตุลาคม 2557 / 20:25
    สนุกมากเลยจ้าา
    #2
    0
  2. วันที่ 16 เมษายน 2557 / 10:55
    อ่านเพลิน สนุกมาๆครับ
    #1
    0