คัดลอกลิงก์เเล้ว

I can see your voice. [Yaoi][END]

โดย Xiaoai

เด็กหนุ่มตาบอดแต่กำเนิดตกหลุมรักเสียงพี่ชายเตียงข้างๆ รู้ตัวอีกที ก็ต้องแอบฟังเสียงนุ่มๆ นั้นทั้งตอนเช้าและก่อนเข้านอน (แนวฟีลกู้ด)

ยอดวิวรวม

3,005

ยอดวิวเดือนนี้

55

ยอดวิวรวม


3,005

ความคิดเห็น


36

คนติดตาม


242
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 เม.ย. 60 / 21:03 น.
นิยาย I can see your voice. [Yaoi][END] I can see your voice. [Yaoi][END] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
นิยายฟีลกู้ด เขียนจบแล้วมิค้างคา ^^

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 เม.ย. 60 / 21:03


I can see your voice

แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวในเพจfacebookเพจหนึ่ง
น่าจะเป็น 'Bright side' ค่ะ ประทับใจมาก อ่านแล้วเลยอยากลองเขียนเป็นฟิคสั้นๆ




อาชวินสูญเสียการมองเห็นมาตั้งแต่เกิด รอบตัวเขามองไม่เห็นอะไร แต่ตอนเด็กๆ ยังมีคนเคยปลอบใจว่าอย่างน้อยเขาก็เห็น 'สีดำ' อาชวินเลยมีความรู้เกี่ยวกับสีเข้มๆ ทะมึนนี้ 

จนตอนนี้ถึงวัยเข้ามหาวิทยาลัย บางที เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า 'สี' อื่นๆ ในโลกจะว่างเปล่าและว้าเหว่เช่นนี้หรือไม่

มนุษย์ทั่วไปกำเนิดมาพร้อมประสาทสัมผัสทั้งห้า ดังนั้นเมื่อมีอย่างหนึ่งที่หายไป จึงเหลือเพียงสี่อย่างให้จดจ่อ นั่นคือ สัมผัส ดมกลิ่น รับรส และ 'การฟัง'

อาชวินเป็นคนชื่นชอบการฟัง ชอบแยกแยะเสียงต่างๆ เล่น เขาชอบเสียงน้ำไหล เสียงลม เสียงฝน เสียงหัวเราะ แต่ที่ชอบที่สุดคือเสียงของการพูดคุย มันทำให้รู้ว่าในโลกที่มืดมิดนี้ยังมีคนอื่นๆ นอกจากเขา

เพราะมองไม่เห็น จึงจำต้องเฝ้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อยู่บ่อยๆ ครั้งก่อนการผ่าตัดไม่ค่อยราบลื่นนัก ส่งผลให้เขาต้องมานอนแหมบอยู่บนเตียงอย่างนี้อีกครั้ง

พ่อแม่ของเขาเป็นคนมีเงิน แต่ก็ไม่ได้รวยล้นฟ้า ดังนั้นเขาจึงไม่ได้อยู่ในห้องพิเศษวีไอพี แต่มีเพื่อนข้างเตียงเคียงกันหลายคน

ในบรรดาเพื่อนข้างเตียง คนที่เขาคิดว่ามีเสียงที่ฟังแล้วสบายใจที่สุดคือคนทางขวามือ 

'พี่กฤษณ์' มักพูดจาด้วยเสียงนุ่มๆ น่าฟัง เจือด้วยความอ่อนโยน ถึงพูดกันไม่กี่ครั้งแต่อาชวินกลับชอบเสียงเขามาก ก็เลยจำได้แม่นกว่าคนอื่น

อีกทั้งพี่กฤษณ์อาจเรียกได้ว่าเป็นดาวเด่นในห้องนี้ คุณพยาบาลเธอแอบกรี๊ดกร้าดกันว่าพี่กฤษณ์หน้าตาดี แถมยังสุภาพ ยิ้มเก่ง แค่ยิ้มก็ทำให้โลกสดใสไปทั้งใบ

คุณพยาบาลยังเล่าให้อาชวินที่ขี้สงสัยฟังอีกว่า พี่กฤษณ์เคยเป็นครูสอนดนตรีมาก่อน จนกระทั่งเมื่อประสบอุบัติเหตุณ์ทำให้ขาเดินไม่ได้ทั้งสองข้าง ต้องเฝ้ารับการรักษาและทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง

ด้วยความที่ชอบฟัง อาชวินจึงอดไม่ได้ที่จะแอบฟังคุณพยาบาลซุบซิบกันด้วยในเรื่องที่นอกเหนือไปจากนี้

"คุณหมอว่าที่คุณกฤษณ์ยังเดินไม่ได้ เพราะสภาพจิตใจด้วยส่วนหนึ่ง"

อาชวินรู้สึกสงสัยใคร่รู้ ใครๆ ในห้องก็รู้ว่าพี่กฤษณ์เป็นคนร่าเริงแจ่มใส กายภาพบำบัดก็เข้าทำประจำ อาการดีขึ้นเรื่อยๆ น่าจะออกจากรพ.ได้เป็นคนแรกๆ ในห้อง

แล้วพี่กฤษณ์คนนั้นมีอะไรให้กลุ้มใจนะ เขาได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ

พ่อแม่ของอาชวินมักไม่ค่อยว่าง จึงไม่ค่อยได้มาเยี่ยม เพื่อนเขาก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ส่วนพี่กฤษณ์ก็คล้ายๆ กับเขา คือมีญาติและคนรู้จักแวะมาบ้าง แต่นานๆ ครั้งเหมือนกัน

บางทีพี่กฤษณ์อาจจะเหงาเหมือนกับเขาก็ได้มั้ง

เวลาผ่านไปอย่างไม่มีอะไรสำคัญ สิ่งที่คลายความเบื่อคือคนข้างเตียงของเขา พี่กฤษณ์มักชอบฮัมเพลงตอนเช้าและก่อนนอนอยู่เบาๆ ไม่ได้รบกวนคนอื่นเพราะคล้ายจะกระซิบร้องกับตัวเองเพียงคนเดียว

เป็นอาชวินเสียอีก ที่เมื่อไหร่ไม่ทราบต้องตื่นมาแอบฟังเพลงทุกเช้า และแอบแกล้งหลับเพื่อฟังนักร้องข้างเตียงก่อนนอนให้ถนัด จนสุดท้ายก็เคลิ้มหลับไป

น่าแปลก เสียงพี่กฤษณ์ที่แทบไม่ได้คุยกันกลับทำให้คลายเหงา บางครั้งรู้สึกมีพลังและความหวัง บางครั้งก็รู้สึกเหงาและเศร้า บางครั้งก็ทำให้รู้สึกอกหักและคิดถึงแฟนเก่า ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยมีแฟน… เอ้อ อันนี้ตลกดีแต่เขารู้สึกอย่างนั่นจริงๆ

เวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง อาชวินก็เพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองกลายเป็นแฟนคลับอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ ไปแล้ว

อาชวินอยู่ในช่วงรักษาตัวหลังผ่าตัดเพื่อเตรียมผ่าตัดครั้งใหม่ วันหนึ่งเขาก็ได้ยินเสียงฮัมเพลงคลอไปกับดนตรีที่เปิดเบาๆ จากนอกหน้าต่าง

"Well open up your mind and see like me
(ช่วยเปิดใจของคุณ แล้วมองมาที่ผมหน่อย)

Open up your plans and damn you're free
(เปิดแผนของคุณและทำลายมันเสีย ทำใจให้เป็นอิสระ)

Look into your heart and you'll find love love love
(มองเข้าไปข้างในหัวใจคุณ แล้วคุณจะพบความรัก)"

เพลง l'm yours ของ Jason Mraz ดังขึ้น แม้ว่าฟังมาหลายเพลง แต่เพลงนี้เสียงดีจนต้องเอ่ยปากชื่นชมอย่างทึ่งๆ ออกมา

"เพราะมากเลยครับ"

"อ้อ ขอบคุณครับ นั่น น้องวิน… ใช่ไหม?"

อีกฝ่ายชะงัก ก่อนตอบกลับมาอย่างเขินๆ เหมือนไม่คิดว่าเขาจะสนใจฟัง อาชวินซึ่งกระอักกระอ่วนที่หลุดทักไปจึงค่อยโล่งใจ… เมื่อพี่กฤษณ์ดูเหมือนจะอารมณ์ดี ตามเพลงที่ร้องจริงๆ

"ครับ ส่วนพี่ชื่อพี่กฤษณ์… ที่อยู่ข้างหน้าต่างใช่ไหมครับ"

"ใช่ครับ อยู่ตรงนี้ลมเย็นดี มองลงไปก็เห็นคนทำนู่นนี่ เพลินๆ ดี"

"เขาทำอะไรกันบ้างเหรอครับ"

"เหมือนจะมีมินิคอนเสิร์ต เล่นเพลงอะคูสคิกสบายๆ กัน"

"วงไหนเหรอครับ"

"เป็นนักร้องจากมหาวิทยาลัยน่ะ น่าจะเป็นการกุศล" ถึงมองไม่เห็น แต่อาชวินเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มอยู่แน่ๆ เสียงคล้ายรำลึกความหลัง 

"พี่กฤษณ์ เอ่อ เคยฝึกร้องเพลงมาก่อนใช่ไหมครับ?"

"รู้ได้ไงน่ะ" อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ

"เมื่อกี้พี่ร้องเพราะมากจริงๆ ครับ ผมชอบ" อาชวินที่รู้สึกถูกชะตาด้วยรู้สึกดีใจที่เริ่มคุยถูกคอ เขาเองก็ยิ้มออกมาเหมือนกัน ต้องโทษความตื่นเต้นภาษาแฟนคลับเลยเก็บคำชมไม่อยู่

"ชอบพี่?"

อยู่ๆ อาชวินก็รู้สึกเหมือนโดนอะไรสักอย่างตีหัว สะอึกไปก่อนรีบโบกไม้โบกมือ ร้องเสียงดังกว่าปกติโดยใช่เหตุแม้รู้ว่าโดนล้อเล่นอยู่ก็ตาม 

"ไม่ใช่ครับ เอ่อ ผมหมายถึงผมชอบเสียงพี่แต่ไม่ได้คิดอะไรแปลกๆ"

"จะชอบพี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร พี่ยังชอบน้องเลย"

เดี๋ยว

เดี๋ยวนะพี่...

เดี้ยว เมื่อกี้ว่าไงนะ อาชวินอ้าปากค้างไป หน้าหลุดเหวอออกมา

"หน้าแดงหมดละ" จู่ๆ คนสุภาพก็เผยมาดกวนๆ ออกมาก่อนหัวเราะดังอย่างเป็นธรรมชาติ "นักร้องจะไม่ชอบแฟนคลับได้ไง ขนาดแอบร้องเพลงก็ยังมีคนแอบฟังเช้าเย็น พี่ล่ะปลื้มจริงๆ"

อ๋อ…!

"พี่นี่..." อาชวินเกือบสบถแล้ว หน้าร้อนขึ้นอีก ที่อีกฝ่ายร้องเพลงก็คล้ายจะรู้ว่าเขาแอบฟัง ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้ว สุดท้ายจึงถอนใจสารภาพออกมา

"ผมชอบเสียงพี่จริงๆ แหละครับ ฟังแล้วสบายใจ แต่เท่าที่ฟังมาหลายๆ เพลง พี่คงชอบเพลง I'm yours มากๆ ฟังแล้วเสียงดีจริงๆ"

"อืม ชอบมาก" ได้ยินเสียงรับคำในลำคอ "พี่จะร้องเพลงจีบคนเพราะเป็นพิเศษ"

"แฟนพี่คงดีใจแย่"

"พี่โสดครับ" 

"อ่า..." ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ "แต่มีคนบอกว่าพี่หน้าตาดี คุยสนุก ผมเลยคิดว่า..."

"หล่อแต่ขาเป๋สาวก็ไม่แลหรอกมั้ง" เจ้าตัวแซวตัวเองอย่างอารมณ์ดี "เราล่ะ อายุประมาณ 17 18 ใช่ไหม มีแฟนรึยัง"

"ยังครับ" อะไรไม่รู้ดลใจเขาเลยตัดพ้อออกไป "โสดมาตลอดชีวิตครับ วนเวียนระหว่างบ้านกับรพ. เพื่อนยังไม่ค่อยมีเลย"

"อยากได้เพื่อนหรือแฟนมากกว่ากันล่ะฮึวัยรุ่น"

เรียกเขาวัยรุ่น แต่เอาจริงๆ อีกฝ่ายก็คงอายุไม่เกินสามสิบหรอก

"ทั้งสองอย่างครับ ชีวิตคงมีสีสันขึ้นเยอะ"

"พี่เป็นให้เราได้ทั้งสอง เอาอย่างไหนเลือกเลย"

"พี่ต้องเหงาขนาดไหนเนี่ย หยอดตลอด" อาชวินหัวเราะอย่างเริ่มชินกับความเสี่ยวที่เป็นคล้ายนิสัยในการพูด กลายเป็นว่าเขาทั้งคู่เริ่มคุยอย่างสนิทสนมในเวลาไม่นาน

"พี่เหงามว้าก แล้วเราล่ะ ไม่เหงาบ้างเหรอ"

มว้ากด้วยนะ ถ้าอ้อนสาวๆ ละก็ อาชวินพนันว่าอ่อนระทวยเป็นแถบ ถึงยังไม่เห็นหน้าพี่แกก็เถอะ

"จีบคุณพยาบาลเลยพี่"

"หืม อย่ายุผู้ใหญ่ ถ้าจีบได้แล้วกลัวคนแถวนี้จะตาร้อนผ่าว"

"มั่นใจไปอีก"

"แน่นอน พี่อะหล่อมาก วินรู้ป่ะ" อาชวินถึงกับลั่น มั่นใจว่ามากแล้วมั่นหน้ายิ่งกว่าอีก

จากการคุยครั้งนั้น ความคุ้นเคยใกล้ชิดก็เพิ่มขึ้น พี่กฤษณ์คอยเล่าเรื่องนอกหน้าต่างนั้นให้ฟัง คอยร้องเพลงให้ฟัง ความเหงาหายไป ความอุ่นใจเข้ามาแทนที่

"ถ้ามองเห็นแล้วจะเรียนอะไร"

"ไม่รู้สิครับ เรียนสายดนตรีก็ดีนะ" อาชวินยิ้ม "นี่ๆ ผมเคยเล่นไวโอลินได้ด้วย พ่อแม่ผมชมว่ามีพรสวรรค์เลยล่ะ น่าเสียดายที่เข้าๆ ออกรพ.อย่างนี้เลยต้องเลิกไป"

"แล้ว… อยากลองเล่นกีตาร์บ้างไหม"

"พี่จะสอนผมเหรอ!?" อาชวินดีใจออกนอกหน้า

"อื้อ แต่ค่าเรียนแพงนะ" 

"เอ้า นึกว่าฟรี" พี่กฤษณ์หัวเราะนุ่มๆ ตามสไตล์ยกมือบีบปลายจมูกเขา "ไอ่เด็กงก!"

อีกฝ่ายเหมือนนิ่งมองรอบตัว ก่อนที่จู่ๆ จะแตะริมฝีปากจุ๊บเขาที่หน้าผาก จนอาชวินผงะตกใจ หน้าเห่อร้อนทันที มือแตะยังจุดที่คล้ายถูกไฟจี้ลนเมื่อกี้

"พี่ทำไรเนี่ย"

"ค่ามัดจำ" 

"พี่นี่ ถ้าใครเห็นเข้า เขาจะคิดว่าไงเล่า"

"บอกเขาไปว่าเรารักกัน" อารมณ์ดีตลอดจริงๆ อาชวินเลยแกล้งขัด หัวเราะกึกๆ

"ผมจะรักคนที่ไม่เคยเห็นหน้าได้ไง"

"งั้นก็โสดไปจนตายไป มีคนดีขนาดนี้แล้วยังเล่นตัว ฮึ่ย" พี่กฤษณ์อยู่บนเตียงเอามือขยี้แก้มเขาอย่างเมามัน จนอาชวินต้องรีบเผ่นแน่บกลับที่ตัวเอง

แม้รู้ว่าหยอกเล่นเหมือนทุกที แต่หัวใจเขากลับไม่ฟัง มันเต้นแรง เลือดสูบฉีด ริมฝีปากหุบยิ้มไม่ได้

พ่อแม่อาชวินได้รู้จักกับพี่กฤษณ์ ด้วยเสน่ห์ส่วนตัว ขนาดผู้ปกครองเขายังชอบครูสอนดนตรีคนนี้ไปด้วย บอกอย่างยินดีว่าดีแล้วที่พวกเขารู้จักกันไว้ อาชวินจะได้ไม่เบื่อ

อาชวินยิ่งรู้สึกดีกับครูจำเป็นคนนี้เรื่อยๆ จนรู้สึกว่าดีเกินไปเป็นพิเศษ 

ตอนนี้ แค่คิดถึงอีกฝ่าย เขาก็ยิ้มได้คนเดียวแล้ว จนตอนที่พยาบาลพาไปเดินเล่นในสวน ยังอดทักไม่ได้ว่าช่วงนี้เขาอารมณ์ดีเหลือเกิน

พี่กฤษณ์นำกีตาร์โปร่งเนื้อดีราคาค่อนข้างแพงมาให้เขาฝึกเล่น

เวลาฝึกกีตาร์ ยิ่งทำให้หวั่นไหวกว่า

"คอร์ดG จับอย่างนี้"

มือใหญ่ นิ้วเรียวแต่สากกุมมือเขาไว้ ไม่แปลกเลยที่เขาจะเล่นอยากเงอะงอะไม่เป็นสับปะรดเสียที ท่ามกลางความเอ็นดูของหมอและพยาบาลทั้งหลาย

มีหลายครั้งที่เขากลัว สิ้นหวัง แผลผ่าตัดเจ็บขึ้น ดวงตาไม่มีทีท่าว่าจะมองเห็น เขาแอบได้ยินพ่อแม่ทะเลาะกันเรื่องค่าใช้จ่ายที่บานปลาย ตกลงกันไม่ได้ว่าจะให้เขาอยู่รักษาต่อหรือยอมแพ้ดี

แต่อาชวินอยากมองเห็น เขาอยากรู้จักสีอื่นนอกจากสีดำ

แต่ความอยากนั้นกลับกลายเป็นความเห็นแก่ตัวไปเสียแล้ว

คืนนั้น อาชวินแอบร้องไห้ ฝนตกยิ่งได้อารมณ์ เขาได้ยินเสียงวีลเเชร์เลื่อนเข้าใกล้ พร้อมเสียงดีดกีตาร์โปร่งเบาๆ จนได้ยินกันแค่สองคน

"อดทนเวลาที่ฝนพรำ 
อย่างน้อยก็ทำให้เห็นถึงความแตกต่าง 
เมื่อวันที่ฝนจาง ฟ้าก็คงทำให้สว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ"

เสียงเพลง 'ฤดูที่แตกต่าง' นี้ยิ่งทำให้น้ำตาไหลเช่นเขื่อนแตก เพราะดึกแล้ว อีกฝ่ายจึงไม่ได้ร้องเต็มเพลง มือที่ไม่คุ้นเคยเอื้อมมาลูบที่เส้นผมปลอบโยน

"สู้ๆ"

"…"

"เป็นกำลังให้"

"…"

"พี่ยังไม่ยอมแพ้เลย"

"…"

"เราก็ห้ามยอมแพ้นะ"

"พี่" อาชวินลุกขึ้น เสียงสั่นเครือ ก่อนน้ำตาหยดแหมะลงมา "กอดหน่อยได้ไหม"

"…เอ่อ"

"แปบนึงก็พอ" อาชวินกระซิบ "นะครับพี่กฤษณ์"

อีกฝ่ายไม่มีทางเลือก ขยับแขนรับ ความอุ่นกลบไอแอร์ที่เย็นขึ้นจากวายฝนเบื้องนอก

เป็นครั้งแรกที่กอดคนอื่นนอกจากพ่อแม่ แต่ใครจะรู้ แค่สัมผัสและกำลังใจนี้ ทำให้คืนนั้นอาชวินสามารถนอนหลับได้เต็มตาและไม่ฝันร้าย

ที่ๆ เต็มไปด้วยกลิ่นยาฆ่าเชื้อกลับอบอุ่น จนคนมาเยี่ยมเขายังเต็มไปด้วยความประหลาดใจ สุดท้ายเมื่อพ่อแม่เขาเห็นท่าทางที่ไม่อิดออดและยอมรับการผ่าตัดโดยดี จึงตัดสินใจทุ่มเงินให้

จนก่อนวันผ่าตัดดวงตาครั้งใหญ่ที่สุดของเขาสามวัน พี่กฤษณ์เดินได้อย่างสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในโรงพยาบาลอีกแล้ว

ในห้องมีการเลี้ยงเล็กๆ ทุกคนที่นี่ดูอาลัยอาวรณ์และคิดถึงเขาจริงๆ

"ยินดีด้วยนะครับ" แม้จะใจหายอย่างมาก แต่ใบหน้าของอาชวินเต็มไปด้วยความยินดี

ฝ่ามือใหญ่ลูบศีรษะ 

"ขอให้เราผ่านการผ่าตัดครั้งนี้ไปได้นะ" 

อาชวินไม่กล้าแม้แต่จะถามวิธีติดต่อ เขายิ่งยิ้มค้างน้ำท่วมปาก เมื่อได้ยินพี่กฤษณ์คุยมือถือกับเพื่อนว่าจะได้ไปต่างประเทศเสียที หลังจากที่เลื่อนมานาน

"ขอให้โชคดีนะครับ" อาชวินอ้อมแอ้ม "เสียดายจัง พี่เป็นทั้งเพื่อนและพี่ชายคนแรกของผมเลย"

"…" พี่กฤษณ์เงียบไปสักพัก รับเบาๆ ในลำคอ "อื้ม พี่ไปนะ ถ้ามีโอกาสคงได้เจอกัน"

อาชวินเอื้อมมือไปข้างหน้า

"เอ่อ พี่จับมือผมได้ไหม"

"ได้สิ" ไม่รู้คิดไปเองหรือไม่ อาชวินสัมผัสได้ถึงความหวั่นไหวในน้ำเสียง

ความอบอุ่นนี้ นอกจากการ 'ฟัง' เขาอาจเสพติดการสัมผัสด้วย 

กอบกุมมืออีกฝ่ายไว้ อาชวินจึงรวบรวมความกล้า กระตุกแขนเบาๆ พี่กฤษณ์โน้มร่างมาอย่างว่าง่าย 

"ขอทีาอยู่ที่ติดต่อของพี่ได้ไหม ถ้า... ถ้าหายแล้วผมอยากเรียนดนตรีกับพี่ ถึงจะเป็นที่ต่างประเทศก็เถอะ"

"พี่" พี่กฤษณ์เว้นไป คล้ายคิดบางอย่าง "อืม เอาสิ"

แต่สิ่งที่เขาได้คือสมุดเล่มหนึ่งที่ว่าเป็นของขวัญ เป็นสมุดปกแข็งซีลพลาสติกอย่างดี

"อ่านหลังมองเห็นนะ พี่เชื่อว่าเราต้องมองเห็น โชคดีนะครับ" มือบีบแน่นเป็นครั้งสุดท้าย

แล้วพี่กฤษณ์ก็จากไป

ระหว่างสามวันก่อนผ่าตัด อาชวินนอนกอดสมุดเล่มนั้น ในใจโหวงเหวง แต่เขาอยากอ่านสมุดเล่มนี้ ดังนั้นเขาจะตั้งใจและอดทน

การผ่าตัดดำเนินไป พ่อแม่เขาลุ้นใจหาย เขาเองก็เกร็งตัวลีบก่อนถูกวางยาสลบ

ในที่สุด ความพยายามของทุกฝ่ายก็สัมฤทธิ์ผล

อาชวินมองเห็นในที่สุด

แสงสว่าง...

สีสัน...

ผู้คน...

พ่อแม่...

แม้จะพร่ามัว แต่เขาค่อยๆ เรียนรู้ได้ เขาเข้าเรียนถึงสิ่งต่างๆ ในโลกที่อยู่มาตลอด พอเริ่ใรู้ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งนี้ เขาก็เริ่มเรียนการเขียนอ่านแบบคนมองเห็น

สีของโลกไม่ได้มีเพียงสีดำอีก

อาชวินลากเท้าไปยืนข้างหน้าต่าง

ก้มลงไปพบกับการจัดมินิคอนเสิร์ตในสวนหย่อม มีกลุ่มนักศึกษาร้องเพลงอยู่ข้างล่าง

น้ำตาเขาไหล

คงจะแสบตาเพราะแสงจ้า

เขาตั้งใจเรียนและรักษาตัวเพื่อให้อ่านหนังสือเล่มนั้นได้โดยไม่ตีความผิดเพี้ยนไป ระหว่างนั้น จึงยังคงเก็บรักษามันไว้ในพลาสติกอย่างดี

เขาผ่านคอร์สเรียนรู้ กลับบ้าน และเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย

ได้เวลาเปิดหนังสือเสียที

สมุดนี้เป็นเหมือนไดอารี่ที่ทำด้วยมือ ไม่รู้ว่าพี่กฤษณ์ชอบอะไรอย่างนี้ด้วย ถึงดูหยาบๆ ไปบ้างเหมือนรีบทำ แต่ก็สวยเหลือเกินในสายตาอาชวิน

พอเปิดเข้าไปพบกับรูปภาพของคนๆ หนึ่งในอิริยาบถต่างๆ

ทั้งยิ้ม หัวเราะ สะดุด กำลังเหม่อ หรือทำท่าประหลาด มีทั้งอยู่ในสวนหย่อม ระเบียง แอบกินขนมอยู่ในซอกตึก แต่ส่วนมากจะเป็นมุมสองมุม คือในห้องพักและเบื้องล่างหน้าต่าง

คนๆ นั้นหน้าตาคุ้นมาก

อาชวินยกมือขึ้นแตะหน้าตัวเอง ก่อนที่จะรีบลุกพรวดไปยังกระจก

หัวใจเต้นแรงแทบหลุดจากอก

ภาพเหล่านี้เป็นใบหน้าของเขา

เปิดไปหน้าหลัง พบกับข้อความเขียนอย่างหวัดๆ

'ใครบางคน ที่แอบฟังคนอื่นร้องเพลงทุกวัน'

'ใครบางคน ที่ไม่รู้ตัวว่าทำให้คนอื่นใจสั่น'

'ใครบางคน ที่ไม่รู้ว่ายิ้มแล้วน่ารักแค่ไหน'

'ใครบางคน ที่ไม่รู้ว่า... มีคนหล่อกำลังแอบชอบ'

มีแฟลชไดร์ฟแปะอยู่ด้านหลังอีกด้าน พร้อมข้อความว่า

'สแกนแล้วไร้ไวรัส อิอิ :)'

อาชวินรีบพรวดพราดไปเปิดคอม แล้วเปิดดูข้อมูลทันที

ในนั้นมีไฟล์วิดีโออยู่ไฟล์หนึ่งชื่อว่า

'จากกฤษณ์ถึงวิน'

[สวัสดีครับ]

ผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ยังเก้าอี้ในมุมหนึ่งของสวนหย่อม ในมือมีกีตาร์โปร่งสีอ่อน กรอบแว่นสีดำเข้ากับหน้าตาดีสะอาดสะอ้านชวนมอง ผมสั้นปรกหน้าผากออกแนวแบดบอยเล็กน้อย ต่างหูเงินสองข้างวิบวับสะท้อนแสงแดดซึ่งสาดย้อมเสี้ยวใบหน้าให้ยิ่งดูดี

เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว พับแขนสีขาว นิ้วเรียวสวยยกโบก รอยยิ้มนั้นลามจากริมฝีปากไปถึงดวงตา ทำให้โลกทั้งใบสดใสขึ้นจริงๆ

อาชวินไม่เคยเห็นเขา แต่แค่ได้ยินเสียงก็รู้ได้ทันที

[นี่พี่กฤษณ์เองนะ หล่ออะดิ อึ้งไปเลยช้ะ บอกแล้วว่าหล่อก็ไม่ยอมเชื่อ] พี่กฤษณ์ใช้นิ้วชี้จิ้มเข้ามาในจอ พูดไปก็ยิ้มไป

[แน่ะๆ รู้นะว่ายิ้มอยู่ พี่หล่อแบบเห็นแล้วรักเลยใช่ไหม?]

อาชวินยิ้มอยู่จริงๆ ใครจะอดใจให้ไม่ยิ้มตามได้

[ก่อนอื่น ยินดีด้วยนะ เพราะถ้าทำตามสัญญา แสดงว่าตอนนี้เราก็มองเห็นแล้ว]

พี่กฤษณ์หยิบอะไรบางอย่างรูปกรวยขึ้นมาก่อนดึง เสียงปุ้งดังขึ้น สายรุ้งและกระดาษสีตกลงมา อาชวินยิ้มแก้มปริ ส่ายหน้าไปมาในความเป็นเด็กน้อยนี้

[เดี๋ยวเก็บกวาดทีหลังครับ] แต่ก่อนจะพูดต่อ พี่แกก็ชะโงกหน้าไปบอกใครบางคน แล้วจึงเคลื่อนใบหน้ากลับมาใกล้กล้อง ป้องปากกระซิบนินทา

[ป้านวยแม่บ้านตึกเราไง ตอนนี้มองพี่ตาเขียวปั้ดละ ถ้าคลิปสั้นหน่อยก็ขอโทษนะ]

เสียงป้านวยดังมาอีก

[ครับๆ รู้แล้ว เดี๋ยวผมไปจะทำกายภาพ ฝากบอกพี่มะลิด้วยว่าไม่เบี้ยวหรอก]

พี่มะลิคือพยาบาลที่ดูแลพี่กฤษณ์ ดูดุแต่ก็ดุเพราะรัก จริงๆ แล้วประคบประหงมอย่างกับเป็นลูกแท้ๆ

[อาชวินครับ]

"…ครับ" อาชวินเผลอตอบรับเบาๆ 

[พอขาหายแล้ว พี่ก็ต้องไปต่างประเทศ สี่ห้าปีถึงจะกลับ]

[แต่.]

[พี่หวั่นไหวกะเราง่าย]

[ถ้าได้คุย]

[หรือได้ยินเสียง]

[อาจหนีงานกลับไปหาเลย ใจแตกมากๆ ฮ่าๆๆ]

พี่กฤษณ์ว่า ก่อนสีหน้าจะจริงจังขึ้น

[พี่อยากให้เราพร้อมก่อน พร้อมทุกๆ ด้าน รับผิดชอบตัวเองได้ ค้นหาตัวเองเจอ ว่าชอบอะไรจริงๆ มีเวลากับโลกใบใหม่ของเราให้เยอะๆ]

[แต่เพื่อความบริสุทธิ์ใจ จะให้ที่อยู่อีเมล์ไปนะ บอกหลังคลิปนะครับ เดี๋ยวๆ ห้ามกดข้ามด้วย ไม่งั้นโกรธ]

พี่กฤษณ์กระแอมไอ

[ในฐานะอาจารย์ พี่มีเพลงสุดท้ายจะให้]

[จะสอนเพลง 'ไม่ต้องกลัว' ของ lipta]

[เพราะมาก แต่ที่สำคัญคือความหมายของเพลง]

[พี่ตั้งใจร้องให้เรา]

[พร้อมนะ]

ในคลิป พี่กฤษณ์สอนเล่นแต่ท่อนและการจับคอร์ดก่อนรอบหนึ่ง ก่อนที่จะร้องเต็มเพลง

ดวงตาและเสียงนุ่มทุ้มนั่นซึมผ่านหัวใจ

[ไม่ว่าเมื่อไหร่ วันเวลาก็ยังคงหมุนไป
ไม่ว่าเมื่อไหร่ ทุกๆ อย่างก็ต้องเปลี่ยนผันไป
เพราะชีวิต ก็เปลี่ยนแปลงทุกวัน

แต่ใจของฉัน จะมั่นคงและคงเดิมอย่างนั้น
อ้อมกอดของฉัน จะประครองเธอในทุกๆ วัน
และตัวฉัน จะไม่ยอมเปลี่ยนไป

และตอนนี้ ที่เธอต้องทุกข์ใจ
มันไม่ต่างอะไร กับความรู้สึกของฉัน

จะดูแลเธอคนเดียวตลอดไป
จะคอยเคียงข้างไม่ว่าเธออยู่ที่ใด
จะอยู่เป็นคนสุดท้ายและจะไม่ไปไหน
ให้เธอจงเชื่อใจคนอย่างฉัน

จะรักเธอคนเดียวขอสัญญา
เพราะกาลเวลาไม่อาจจะเปลี่ยนใจฉัน
เธอไม่ต้องกลัว เราจะผ่านพ้นไปด้วยกัน

อาจมีบางคน ที่เข้ามาแล้วต้องร้างลาไกล
บางคนเพียงพบ แล้วเวลาก็ได้พรากจากกัน
แต่ว่าฉัน ไม่ใช่หนึ่งในนั้น

และตอนนี้ ที่เธอต้องทุกข์ใจ
มันไม่ต่างอะไร กับความรู้สึกของฉัน

จะดูแลเธอคนเดียวตลอดไป
จะคอยเคียงข้างไม่ว่าเธออยู่ที่ใด
จะอยู่เป็นคนสุดท้ายและจะไม่ไปไหน
ให้เธอจงเชื่อใจคนอย่างฉัน

จะรักเธอคนเดียวขอสัญญา
เพราะกาลเวลาไม่อาจจะเปลี่ยนใจฉัน
เธอไม่ต้องกลัว เราจะผ่านพ้นไปด้วยกัน

เธอไม่ต้องกลัว เราจะผ่านพ้นไปด้วยกัน]

(...อ้างอิง https://www.siamzone.com/music/thailyric/9033)

[…รักนะครับ]

เป็นอีกครั้ง ที่อาชวินสัมผัสได้ถึงน้ำอุ่นๆ ที่ไหลลงยังแก้ม



สี่ปีต่อมา...


อาชวินเรียนจบวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ สาขาดนตรีสมัยนิยม กระทั่งในที่สุดมีโอกาสได้ร่วมงานในงานมินิคอนเสิร์ตในสวนหย่อมข้างตึกรพ.ที่เขาเคยรักษา

เขารอเล่นกีตาร์โปร่งตามคิว ขณะนั่งรอนักรอนักร้องที่เป็นเพื่อนสนิท ปรากฏว่าพอใกล้ถึงคิวอีกฝ่ายกลับหายไปไหนไม่ทราบ จนคิววุ่นไปหมด โชคดีที่มีใครคนหนึ่งอาสาเป็นนักร้องให้

คนมาใหม่ตัวสูงโปร่ง ผิวขาว ขนาดใส่หน้ากากให้ลึกลับตามกระแสรายการโชว์ที่มาแรงยังดูออกว่าน่าจะหน้าตาดีเอาการ

หน้ากากที่ว่าเป็นหน้ากากหน้าคนสีขาวเกลี้ยงๆ เห็นตาสีดำวาวๆ แล้วมีเสน่ห์ประหลาด

อาชวินรู้สึกคุ้นขึ้นมาเสียเฉยๆ

"พี่พร้อมนะครับ ผมรบกวนด้วยแล้วกัน" เขาน้อมศีรษะให้ยิ้มๆ ก่อนขึ้นเวที

"อืม"

แค่เสียงอืมเท่านั้น อาชวินกลับอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้าง แต่อีกฝ่ายสาวเท้าเดินไปก่อนเสียแล้ว

พอขึ้นเวที มืออาชวินสั่นและเย็น ดวงตาพะวงมองแต่คนข้างๆ อีกฝ่ายเอื้อมมือมาจับมือเขา แวบเดียวแต่เพิ่มความกล้าอย่างประหลาด

"ตั้งใจนะครับ พี่รู้เราทำได้"

"ครับ" อาชวินรับเสียงเบา น้ำตาจะร่วงรอมร่อ

นิ้วเรียวดีดกีตาร์ คนดูเพิ่มจากปีก่อนขึ้นมาก พาให้ประหม่าและตื้นตันพร้อมกัน

"ไม่ว่าเมื่อไหร่ วันเวลาก็ยังคงหมุนไป
ไม่ว่าเมื่อไหร่ ทุกๆ อย่างก็ต้องเปลี่ยนผันไป
เพราะชีวิต ก็เปลี่ยนแปลงทุกวัน

แต่ใจของฉัน จะมั่นคงและคงเดิมอย่างนั้น
อ้อมกอดของฉัน จะประครองเธอในทุกๆ วัน
และตัวฉัน จะไม่ยอมเปลี่ยนไป…"

เสียงนุ้มทุ้มนี้ก้องกังวาน อาชวินฟังในคลิปวิดีโอมานับไม่ถ้วน แต่ไม่อาจเทียบได้กับของจริงได้

"…เธอไม่ต้องกลัว เราจะผ่านพ้นไปด้วยกัน"

เพลงจบอย่างสวยงาม เสียงปรบมือดังอย่างชื่นชมและมีเสียงโห่ร้องเป่าปากว่าเพราะเกินความคาดหมาย

อาชวินรีบลงจากเวที หิ้วกีตาร์หนีไปท่ามกลางงงงวยของเพื่อนๆ

นักร้องรีบรุดตามมา คนดูคล้ายจะเสียดายที่เจ้าของเสียงดีๆ ขนาดนี้ร้องแค่เพลงเดียว 

"วิน วิน"

อาชวินหยุดฝีเท้าที่มุมอับสายตาของสวนหย่อม มีโต๊ะเก้าอี้หินอ่อนชุดหนึ่งใต้เงาไม้รำไร

คนตามหอบแฮก ในที่สุดก็คว้าข้อมือเขาไว้ได้

ปลดหน้ากากแล้ววางบนโต๊ะ ก่อนที่จะรวบตัวคนหนีมาไว้ในอ้อมกอด

"พี่กฤษณ์แม่ง..."

อาชวินร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆ ฝุ่นเข้าหรือไงก็ไม่รู้

"โอ๋ๆ" ปากว่ามือก็ลูบหลังปลอบ แต่มีรอยยิ้มบนหน้า พี่กฤษณ์ดูแทบจะไม่เปลี่ยน เว้นแต่ดูเซอร์ขึ้นเล็กน้อยเมื่อผมยาวขึ้น ตอนนี้เปลี่ยนจากแว่นไปใส่คอนแทคเลนส์ ต่างหูเงินก็เปลี่ยนเป็นสีดำ

หล่อจนน่าเตะอยู่ดี

"โอ๊ยๆๆๆ"

อาชวินยกมือดึงแก้มออกสุดแรงด้วยความหมั่นไส้

"เจ็บ นี่คิดถึงกันจริงเหรอ"

"พี่แม่งขี้โกหก" อาชวินแยกเขี้ยว ก่อนจะเข้าไปกอดอีกฝ่ายแน่น แทบจะฝังหน้าลงในเสื้อที่มีกลิ่ยปรับผ้านุ่มสะอาดๆ นั้น "ไหนว่ากลับมาเดือนหน้า นี่อะไร"

"แค่ชอบเซอไพรซ์"

"เออ ผมรู้" อดกระแทกเสียงไม่ได้ "มีไรน่าตกใจอีกไหมฮึ"

"มี" อีกฝ่ายยิ้มเจ้าเล่ห์ ตลอดสี่ปีทั้งสองติดต่อกันตลอด เรื่องคบกันพ่อแม่สองฝ่ายก็รู้ แรกๆ พ่อแม่อาชงินก็ตกใจ แต่ไม่รู้อิตาคนตรงหน้าไปประจบเอาใจยังไง ตอนนี้จึงแทบกลายเป็นลูกรักอีกคนไปแล้ว

ส่วนพ่อแม่พี่กฤษณ์ฝ่ายนู้นเป็นสายชิลล์ เรื่อยๆ สบายๆ จนอาชวินรู้ได้เลยว่าสโลว์ไลฟ์เป็นยังไง ดังนั้น ระหว่างพวกเขาจึงไม่มีปัญหา

ตลอดเวลาทะเลาะกันบ้าง แต่มักเป็นเรื่องเล็กน้อย มาจนตอนนี้ การเจอกันอีกทียิ่งอิ่มเอิบจนบอกไม่ถูก

"หลับตาหน่อย"

"ที่นี่เนี่ยนะ?" อาชวินระแวง

"ไม่ทำไรหรอกน่า พี่เป็นผู้ชายที่หล่อและใจบริสุทธิ์มาก"

"เพลียกะคนหลงตัวเอง"

"หลับตานะเด็กดี"

เขาละเกลียดเวลาพี่กฤษณ์อ้อนจริงๆ อาชวินหลับตาลงอย่างเสียมิได้

มือเขาถูกดึงไป บางอย่างถูกสวมเข้ามาอย่างนิ้วนางซ้าย หัวใจเขาแทบจะกระโดดออกจากปาก

อาชวินไม่กล้าลืมตา กลัวว่าจะตื่นขึ้นหากเป็นความฝัน

ไออุ่นอีกคนชิดใกล้ กระซิบเบาๆ ข้างหูให้จั๊กจี้เล่น

"มีไรจะสารภาพ"

"…"

"สี่ปีก่อน พี่เจอใครบางคน"

"น่ารัก รั่ว ชอบทำท่าตลก เห็นชอบเต้นส่ายตูดหน้ากระจกในห้องน้ำตอนแปรงฟันด้วย"

"เข้ พี่เห็นอ่อ!" อาชวินอยากมุดดินเหลือเกิน พี่กฤษณ์ยิ่งหัวเราะ

"เออ แต่ที่ชอบ ชอบตั้งแต่ตอนชนกันแล้วพี่ทำกาแฟดำหก"

"แต่กลับมีคนฝากพยาบาลซื้อนมชมพูมาแทน"

"แล้วก็ไม่รู้ด้วยนะ ว่าคนที่ชนอะ อยู่เตียงข้างๆ"

หน้าเขาแดงแค่ไหน เอาเป็นว่าแดงสู้แรงแดดประเทศไทยได้แล้วกัน

"จริงดิ"

"ใช่ โคตรเด๋อ ที่พี่นั่งวีลแชร์อยู่น่ะ"

"ก็มองไม่เห็นนี่พี่" อาชวินงึมงำ

"นั่นแหละเป็นสาเหตุให้ไม่อยากเดินได้ซะที" อีกฝ่ายอมยิ้ม

"พี่นี่น้ำเน่าพอตัวเลย" อาชวินสบถอุบ

"น้ำเน่าแล้วรักไหมละ"


อาชวินค่อยๆ ลืมตา

"รัก"

โน้มคออีกฝ่ายลงมา หน้าผากชนหน้าผาก ประสานลมหายใจ

วันเวลานี้ เราจะผ่านพ้นไปด้วยกัน…

"รักที่สุดในโลก"



------[END] ??’?✨??’?

พิมพ์มาราธอนมากค่า555556จู่ๆ พล็อตก็ไหลเป็นสายน้ำ
ของคุณ joox Thailand มา ณ ที่นี้ด้วย
เรื่องเเรกที่จบสมบูรณ์ค่ะ เป็นเรื่องสั้นฟีลกู้ด
ฟินแรวง โอ้ มีผลงานที่จบแล้ว ฮาา







ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Xiaoai จากทั้งหมด 9 บทความ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

36 ความคิดเห็น

  1. #36 Superpoom (@Ssupperpoom) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 08:05
    อ่านบ่ได้เด้อ
    #36
    0
  2. #35 Make_Y (@Make_Y) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 15:34
    เรื่องนี้ดีมากอ่ะชอบบบ
    #35
    0
  3. วันที่ 23 มกราคม 2562 / 07:03
    ไม่มีเนื้อหาอ่านหรอคะ อดเลย
    #34
    1
    • 25 มกราคม 2562 / 23:12
      โอ้ นักเขียนลองเช็คในคอมพิวเตอร์แล้วยังเห็นเนื้อหาแฮะ รบกวนลองดูอีกครั้งนะคะ
      #34-1
  4. #33 Hitamai (@Hitamai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 00:02

    เป็นเรื่องทีน่ารักกมากกด
    #33
    0
  5. วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 11:03
    น่ารักสุดๆ อ่านแล้วอบอุ่นมาก ฮื้อออ #กัดผ้าเช็ดหน้า #เขิลแรงส์
    #32
    0
  6. #31 Meen2495 (@ding2017) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 02:00
    น่ารักมากกกกกกก
    พี่ลื่นมากกกกกกก ด้วยนะเนี่ย
    #31
    0
  7. #30 +++DOUBLE B++++ (@yangblue) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 23:22
    กริ้วววววว พี่กฤษณคนเจ้าเล่ห์ ไม่อยากเดินได้เพราะชอบน้อง แล้วทำไมไม่ทักน้องก่อนเล่าาาาาาาา โถ้วว
    #30
    0
  8. #29 gu_gak (@gu_gak) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 16:23
    มันดีมากกกกกกกก
    #29
    0
  9. วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 20:25
    เขินแทนวิน พี่กฤษณ์น่ารักมากก
    #28
    0
  10. #27 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 20:53
    เอ็นดูน้อง หมั่นไส้ตาพี่ อ่านแล้วฟีลกู้ดจริงๆค่ะ
    #27
    0
  11. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:34
    มันดีมากและเยียวยาหัวใจในวันที่ท้อแท้ 
    #26
    0
  12. #25 ( . * M o O Y o N g * . ) (@seraph) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 17:43
    ยิ้มมมม
    #25
    0
  13. วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 00:54
    Good ????
    #24
    0
  14. #23 May_montira (@minniemintra96) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 02:28
    น่ารักดีค่ะ
    #23
    0
  15. วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 01:04
    ดีต่อใจ อบอุ่น
    เหมือนได้รับการเยียวยาในวันที่แย่ๆเลยค่ะ
    ขอบคุณที่แต่งเรื่องราวดีๆนี้ขึ้นมานะคะ
    #22
    0
  16. #21 pop
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 10:54
    น่ารักของดูเลยย ดีต่อใจ ฮีลได้ไปอีกหลายวัน ขอบคุณนะคะะะ //////
    #21
    0
  17. #20 TANG_7 (@TANG_7) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 09:22
    ขอพี่กฤษณ์เบอร์ให้เราคนนึงค่ะ ต้องการมาก55555
    #20
    0
  18. #19 junenior03 (@junenior03) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 17:36
    ชอบบบบบบบ ติดตามมมๆๆ
    #19
    0
  19. วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 10:05
    น่ารักจังเลยค่ะ ต่อเป็นเรื่องยาวได้จะดีมาก!!!
    #18
    0
  20. #17 Kaning Guliko (@prinkaning) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 09:28
    โอ๊ยยยย ชอบค้าาา ฟินมากก
    #17
    0
  21. #16 INGPANG (@INGPANG) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 23:49
    ชอบบบบบ (?????)
    #16
    0
  22. วันที่ 28 เมษายน 2560 / 18:12
    ชอบมากค่ะ ฟีลกู๊ดดด~~ ไปอีกนะเออ
    #15
    0
  23. วันที่ 23 เมษายน 2560 / 21:12
    โอ็ยยยย น่ารักจังเลยค่าาา
    #14
    0
  24. #13 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 20:56
    น่ารัก ตะมุตะมิมาก
    #13
    0
  25. #12 Cr-eam (@Cr-eam) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 22:51
    ชอบมากกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยค่ะถึงกับน้ำตาไหล
    #12
    0