Star* of Radiance
ดู Blog ทั้งหมด

ไม่เข้าใจ...

เขียนโดย Star* of Radiance
(เป็นเอนทรี่หนีการอ่านหนังสือสอบ เพราะไม่เห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือวิชาเคมีอย่างถึงที่สุด...)

เราเพิ่งตระหนัก หลังจากคิดทบทวนดูหลายรอบ ว่าที่แท้แล้วเราไม่เคยเข้าใจสิ่งที่ตัวเองกำลังเขียนอยู่เลย (ฮา)

เราได้ความคิดมา เรียบเรียง ทิ้งให้ตกผลึก แล้วจึงนำความคิดที่เรียบเรียงนั้นมาเขียนเป็นนิยาย

แต่เราไม่เคยคิดให้ลึกซึ้งเลย ว่าความคิดเหล่านั้นมีคุณค่าอะไร จะสร้างอะไร และเกิดจากอะไร...ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เราต้องการที่สุดในนิยาย แต่เรากลับใจเร็วด่วนได้--เราฝืนเขียนนิยาย ทั้งที่ยังไม่เข้าใจว่าเราต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ รู้แค่ว่ามีความคิดอย่างนี้ จึงต้องเขียน จึงต้องเขียน...

และจนบัดนี้เราก็ยังไม่เข้าใจอยู่นั่นเอง ว่าแก่นเรื่องเรื่องนั้นที่แท้แล้วคืออะไรกันแน่

เรามีบางสิ่งต้องการจะบอก แต่เรายังไม่เข้าใจมัน เราอยากให้ตัวละครเป็นอย่างนี้ แต่เรายังกำหนดแม้กระทั่งตัวเราเองไม่ได้

ตอนนี้คิดว่าเรื่องที่เข้าใจแก่นโดยแท้จริงก็คือแฟนฟิคทั้งหลายที่เขียนไป...ส่วนoriginalนั้นยังทำได้ไม่ดีพอ

มีคนบอกว่านิยายก็เหมือนชีวิต เราไม่มีทางรู้ได้ว่าชีวิตจะดำเนินไปในทางไหน

แต่สำหรับเรานิยายไม่ใช่ชีวิต...เพราะอย่างไรเสียเราก็คือพระเจ้า--เราสร้างทั้งโลกนั้นขึ้นมา เรากำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง เราอาจจะไม่รู้การตัดสินใจของตัวละครหนึ่งตัว หรือหลายๆตัว ก็จริงอยู่ แต่เราต้องรู้ว่าแต่ละการกระทำจะกำหนดสิ่งใดต่อไปบ้าง ผลของอะไรเล็กน้อยสักอย่างเดียวอาจจะทำให้ทุกอย่างพังลงครืน หรืออาจจะสร้างอะไรใหม่ที่ต่างออกไปมากมายจนคาดไม่ถึงก็เป็นได้

นิยายก็เหมือนชีวิต...แต่ชีวิตไม่ใช่ทุกคนหรือทั้งโลก ไม่ใช่ลูกศรแห่งเวลาที่ชี้ไปในทิศทางเดียว คือจากอดีตไปอนาคต

แต่นิยาย คือการเสกให้ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดทั้งมวลประกอบกันอย่างสมบูรณ์

พระเจ้าที่ดีไม่ควรสร้างโลกครึ่งๆกลางๆแล้วกล่าวอ้างว่า มันก็คือชีวิต เราไม่มีทางรู้อนาคต แต่ควรพิถีพิถันในทุกรายละเอียด สร้างปัจจัยทุกอย่างให้พร้อม บรรจงประดิษฐ์เงื่อนไขมากมายวางไว้ให้เสร็จสรรพ ก่อนที่จะปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปในทางของมันเอง

อย่างนั้นจึงอ้างได้ว่าเป็นชีวิต--ชีวิตที่สมบูรณ์พร้อม เพราะพระเจ้านั้นได้ทำหน้าที่ของตนแล้วโดยแท้--เช่นนี้อนาคตจะเป็นอย่างไรก็ไม่สำคัญ เพราะเจตนารมณ์ของพระเจ้านั้นได้ถ่ายทอดลงสู่โลกใบนั้นหมดสิ้นแล้ว

เรายังเป็นพระเจ้าที่ดีไม่ได้

พระเจ้าที่ดีควรจะเข้าใจว่าตนสร้างโลกขึ้นมาทำไม และควรมีความฝันว่าอยากให้โลกนี้เป็นเช่นใด

แต่ในยามนี้เรายังไม่เข้าใจ...

ความคิดเห็น

daiong
daiong 17 ก.ย. 52 / 12:15
ข้าน้อยคิดว่าไม่ว่า "ความคิด" ที่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม มันก็คือ"ไอเดีย"นั่นแหละค่ะ และไอเดียนี้เองก็น่าจะเป็นสิ่งที่คนเขียนต้องการสื่อ ฉะนั้นบางครั้งก็อย่าไปคิดมากเลยค่ะว่ามันมีคุณค่าอะไรหรือจะสร้างอะไร เพราะเรื่องแบบนี้ก็ใช่ว่าจะจำกัดความได้เสมอไป

พระเจ้าที่ดีไม่ควรสร้างโลกครึ่งๆกลางๆแล้วกล่าวอ้างว่า มันก็คือชีวิต เราไม่มีทางรู้อนาคต แต่ควรพิถีพิถันในทุกรายละเอียด สร้างปัจจัยทุกอย่างให้พร้อม บรรจงประดิษฐ์เงื่อนไขมากมายวางไว้ให้เสร็จสรรพ ก่อนที่จะปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปในทางของมันเอง << กรี๊ดดด ประทับใจมากค่ะที่มีคนคิดแบบนี้ TTwTTb

ข้าน้อยคิดว่าถ้ามองอีกแง่... ถ้า"พระเจ้า"คือ"พ่อ" และ"โลก"ก็คือ"ลูก" คนเราอาจจะคิดว่าพ่อต้องรู้จักลูกเสมอไป ต้องรู้ว่าลูกทำอะไรอยู่ แต่ในชีวิตความเป็นจริงแล้วมันก็อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นหรอกมั้งคะ :) บางครั้งลูกก็ทำในสิ่งที่พ่อไม่คาดคิดได้เหมือนกัน

ฉะนั้นขอให้เริ่มเขียนและทำความรู้จักกับชีวิต คิดว่าบ่อเกิดของสิ่งที่ต้องการจะสื่อนั้น อยู่ในตัวจขบ.เองนั่นแหละค่า
Caje
Caje 18 ก.ย. 52 / 16:46
เราเขียนนิยาย (รวมทั้งงานเขียนประเภทอื่น) เพราะว่า เราบอกสิ่งที่ต้องการจะสื่อออกมาตรง ๆ ไม่ได้ วิธีการเขียนออกมา เป็นการแสดงออกที่ดีที่สุดสำหรับเรา แม้ว่าบางครั้ง เราเองก็ยังไม่เข้าใจความรู้สึก ความคิด หรือตัวเราเองดีนักก็ตาม

ก็อยู่ที่ผู้อ่านแหละว่า... เขาอยากรับอะไร

บางครั้งก็มีคนคิดเป็นตุเป็นตะว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่ความจริงมันไม่มีอะไรเลย...

ถ้าเข้าใจตัวเองได้ลึกซึ้งจริง ๆ ...ก็น่าจะถึงขั้นหลุดพ้นล่ะ

ลองมองในมุมกลับกัน โลกปัจจุบันที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบ มีคนโกรธแค้น ไม่พอใจพระเจ้าอยู่มากมายนี่นา

ดังนั้น เราก็ไม่จำเป็นพระเจ้าที่ดีในนิยายเราก็ได้ 55+
Findarato
Findarato 18 ก.ย. 52 / 17:29
ถ้าเข้าใจตัวเองได้ลึกซึ้งจริง ๆ ...ก็น่าจะถึงขั้นหลุดพ้นล่ะ

^หนทางสู่การตรัสรู้รึ? (ฮา)
allya
allya 18 ก.ย. 52 / 19:43

บอกแล้วพี่เอื้อน่ะปัจเจก 555+