ข้ามมิติรักอลเวง (จบแล้วจ้า แค่ Re Up ให้อ่านฟรีอีกครั้ง)

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 20 โรงเตี๊ยมหนิงเฉิง (Re Up)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    1 ส.ค. 61

ตอนที่ 20 โรงเตี๊ยมหนิงเฉิง




     "พรุ่งนี้เย็นเจอกัน สาวน้อยของข้า" เฟ่ยไป๋ปิงกระซิบเสียงเบาแล้วก้มลงหอมแก้มนวลก่อนจะผละจากไปทางหน้าต่างของโรงเตีียมที่เปิดระบายอากาศ

     ด้านซื่อหย่งนั้นต่างพากันคลางแคลงใจ ท่านประมุขของพวกเขาถึงกับประพฤติตนเป็นโจรเด็ดบุปผา แอบเข้าไปหาว่าที่นายหญิงนานมาก ขามาท่านดูรีบร้อนมากสีหน้าก็ดูกระวนกระวายใจแต่ขากลับท่านดูกะปรี้กะเปร่าและมีความสุขยิ่งนัก ไม่รุ้ว่าคุณหนูฟางเซียนผู้นี้มีพลังวิเศษอันใดหนอที่สามารถเสกให้ท่านประมุขเป็นเช่นนี้ได้

     เช้าวันต่อมาฟางเซียนตื่นนอนอย่างไม่เต็มอิ่มนัก เมื่อคืนเธอเล่นนอนดึกไปมากเพราะมัวแต่โต้เถียงรับมือกับเฟ่ยไป๋ปิง วันนี้เธอต้องสรุปยอดรายรับรายจ่ายให้เสร็จและต้องเลือกร้านที่จะซื้อวัตถุดิบให้เสร็จก่อน จากนั้นเธอจะไปเดินเที่ยวในตลาดเผื่อจะมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่นี่ไปด้วย

     "คุณหนู น้ำอุ่นพร้อมแล้วเจ้าค่ะ" เสวี่ยเหมยเดินเข้ามารายงานหลังจากทำหน้าที่ของตนเสร็จ

     "ขอบใจจ่ะพี่เสวี่ยเหมย" ฟางเซียนลุกจากเตียงแล้วเดินกอดแขนออดอ้อนสาวใช้ของตนไปยังห้องอาบน้ำของโรงเตี๊ยมที่มีให้เธอโดยเฉพาะ

     "คุณหนูน่ะ ขี้อ้อนจังเลยนะเจ้าคะ แบบนี้แล้วข้ายังหลงคุณหนูเลย เช่นนั้นแล้วท่านประมุขก็คง...คิกๆ" เสวี่ยเหมยกล่าวล้อคุณหนูของตน

     "พี่เสวี่ยเหมย ท่านก็ล้อข้าอีกแล้ว แต่จะว่าไปลองเขาไปหลงคนอื่นสิ ข้าจะจัดการให้เละทั้งคู่เลย คอยดูเถอะ" ฟางเซียนพูดด้วยท่าทางเด็กๆ

     "ข้าว่าไม่หรอกเจ้าค่ะ คุณหนูฟางเซียนของข้าน่ะไม่มีใครเหมือน อย่างไรแล้วท่านประมุขก็ไปไหนไม่รอดหรอกเจ้าค่ะ แต่คนที่ไม่รอดก็น่าจะเป็นท่านด้วยนะเจ้าคะ คิกๆ" 

     "ไม่มีใครเหมือนนี่ยังไงกันเจ้าคะ แล้วข้าไม่รอดนี่ยังไงเจ้าคะ" ฟางเซียนถามอย่างสงสัย

     "ท่านน่ะพิเศษแตกต่างจากสตรีทั่วไปเจ้าค่ะ อ้อ ในทางที่ดีน่ะเจ้าค่ะ ฮ่าๆ ส่วนไม่รอดก็คือท่านประมุขอาจจะเคี่ยวกรำท่านจนท่านเหนื่อยไปไหนไม่รอดเช่นกันเจ้าค่ะ ฮ่าๆ" เสวี่ยเหมยด้วยความเป็นคนที่ขี้เล่นและตรงไปตรงมา นางจึงดูซุกซนมากกว่าพี่สาวของตนเสวี่ยฮวาที่จะเรียบร้อยอ่อนโยน เสวี่ยเหมยจึงพูดล้อคุณหนูของตนอยู่บ่อยครั้งด้วยความเอ็นดูฟางเซียน

     "ท่านน่ะ เหตุใดจึงคิดไปไกลถึงขนาดนั้นล่ะเจ้าคะ" ฟางเซียนโต้กลับอย่างกระเง้ากระงอด 

     "โอ๋ๆ ข้าไม่เล่นแล้วเจ้าค่ะ อาบน้ำกันเจ้าค่ะจะได้รีบไปทานข้าวทำงานกัน เสร็จแล้วคุณหนูจะได้มีเวลาเที่ยวเล่นในเมืองเยอะๆยังไงล่ะเจ้าคะ" เสวี่ยเหมยง้อร่างเล็กแล้วหลอกล่อให้คุยเรื่องอื่นแทน 

     "ข้าก็ไม่เล่นแล้วเจ้าค่ะ ฮ่าๆ" ฟางเซียนตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะ 

     วันนี้เสวี่ยฮวาเตรียมน้ำอุ่นและน้ำมันหอมระเหยที่จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นมีชีวิตชีวา แต่เนื่องจากนางรู้ว่าฟางเซียนนั้นมีกลิ่นกายประจำตัวที่หอมหวานเหมือนขนม นางจึงไม่เน้นกลิ่นที่ช่วยติดกายให้ร่างบางมากนักแต่จะเน้นไปในทางที่มีประโยชน์ต่อร่างบางเสียมากกว่า

     "คุณหนูเจ้าคะ ตัวท่านมีกลิ่นหอมเหมือนขนมหวานเพราะชอบทำและทานขนมหรือเจ้าคะ" เสวี่ยเหมยเอ่ยถามร่างเล็กในขณะที่ตนช่วยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้

     "อืม ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันเจ้าค่ะ หอมมากเลยหรือเจ้าคะ ข้าไม่ยักได้กลิ่นตัวเองเลย" ฟางเซียนสงสัยตลอดมาว่ากลิ่นกายของเธอมันหอมจริงๆหรือ ทำไมถึงมีแต่คนบอกว่าเธอใส่น้ำหอมกลิ่นขนมทุกวัน ทั้งๆที่เธอไม่เคยใส่น้ำหอม แล้วเธอก็ไม่ได้กลิ่นของตัวเองด้วยอาจเพราะเธอชินกับกลิ่นของตัวเอง

     "คุณหนู หน้าอกท่านอวบอิ่มเกินตัวมากเลยเจ้าค่ะ แบบนี้แล้วท่านประมุขเห็นคงชื่นชอบมาก" เสวี่ยเหมยถอดชุดให้ฟางเซียนจนหมดตัวแล้วก็อดใจไม่ไหวที่จะพูดชมร่างเล็ก นางเคยเห็นของฟางเซียนบ่อยหรอกแต่ทุกครั้งนางก็จะหน้าแดงและจินตนาการนึกถึงแต่ว่าถ้าหากท่านประมุขเห็นหน้าอกอวบอิ่มคู่นี้ของคุณหนูจะเป็นเช่นไรหนอ ขนาดนางยังหน้าแดงมากเสียขนาดนี้ ท่านประมุขจะขนาดไหนกันหนอ

     "พี่เสวี่ยฮวาก็" ฟางเซียนหน้าแดงแปร๊ด เมื่อเธอจินตนาการตาม ความจริงเขาก็เคยเห็นของเธอแล้วนั่นแหละ แต่เธอก็ยังหน้าแดงทุกครั้งเมื่อคิดถึงมัน

     "ฮ่าๆ ก็ข้าชอบคุณหนูกับท่านประมุขมาก ท่านทั้งสองเหมาะสมกันที่สุดในใต้หล้านี้แล้วเจ้าค่ะ" เสวี่ยฮวาช่วยพยุงร่างเล็กลงอ่างอาบน้ำแล้วพูดอธิบายสิ่งที่ทำให้ตนพูดแต่เรื่องเช่นนี้กับฟางเซียน

     "เราหยุดเรื่องนี้เถอะเจ้าค่ะ ท่านทำให้ข้าหน้าร้อนกว่าน้ำที่จะอาบแล้ว" ฟางเซียนเอ่ยตอบ หน้าของเธอแดงและเห่อร้อนมาก

     "เจ้าค่ะ ฮ่าๆ"

     เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว วันนี้ฟางเซียนไม่ได้สวมชุดบุรุษแต่ชวมชุดสตรีสีฟ้าและชมพู มัดผมเปียสองข้างแล้วรวบปลายเปียขึ้นมามัดอีกรอบเสร็จแล้วผูกโบว์สีชมพู ความจริงเธอไม่ได้เลือกชุดนี้มาหรอกแต่เนื่องจากชุดบุรุษมันมีชุดเดียวที่เธอเห็นในหีบผ้าที่เฟ่ยไป่ปิงบอกว่ามารดาของเขาเตรียมไว้ให้ลูกสะใภ้ ส่วนทรงผมนั้นเสวี่ยเหมยก็เป็นคนจัดการทั้งสิ้น

     "น่ารักมากเลยเจ้าค่ะ กลับจวนแล้วท่านประมุขคงจะชื่นชอบมาก" เสวี่ยฮวาเอ่ยชม

     "คำก็ท่านประมุขจะชื่นชอบ สองคำก็ท่านประมุขจะชื่นชอบ นี่ท่านเป็นผู้รู้ใจของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเจ้าคะ พี่เสวี่ยเหมย" ฟางเซียนพูดอย่างกระเง้ากระงอด

     "โธ่ คุณหนู ก็ท่านน่ะน่ารักมาก ข้าอยากให้ท่านประมุขรักท่านมากๆ ท่านจะได้มีความสุขอย่างไรล่ะเจ้าคะ" 

     "ข้ามีซานเจี่ยเจียที่รักข้า ข้าก็มีความสุขเจ้าค่ะ"

     "พวกข้ารักท่านแน่นอน แต่ว่าสำหรับท่านประมุแล้วหากรักท่านมากๆ ท่านก็จะปลอดภัยและมีความสุขที่สุดนะเจ้าคะ" 

     "เจ้าค่าๆ แม่สื่อความรัก ข้าเชื่อท่านแล้วๆ" 

     "ฮ่าๆ ไปทานข้าวกันเถอะเจ้าค่ะ"

     หลังจากที่ฟางเซียนทานมื้อเช้าเสร็จก็ลงมือสะสางงานที่ทำค้างไว้เมื่อวานเย็นต่อ จนกระทั่งเวลาล่วงเข้ายามอุ้ย(13.00 - 14.59 น.) ฟางเซียนก็บอกกับซานเจี่ยเจียว่าเธออยากลองไปทานข้าวที่โรงเตี๊ยมอื่นบ้างเพื่อสังเกตุและหยั่งเชิงการค้าของคู่แข่ง แล้วเธอก็ต้องการเดินไปด้วยตัวเอง ไม่อยากนั่งรถม้าไปเพื่อความเอิกเกริก 

     โรงเตี๊ยมที่เธอจะไปนั้นขึ้นชื่อเป็นอันดับหนึ่งในเมืองนี้ ส่วนโรงเตี๊ยมของเธอก็อย่างที่เฟ่ยไป๋ปิงบอกคือเขามีไว้เพื่อสืบข่าวสารเท่านั้นดังนั้นจึงไม่เน้นลูกค้าและบริการมากแต่เน้นไปที่คนในโรงเตี๊ยมต้องมีฝีมือต่อสู้และไหวพริบทำให้ตกเป็นรองของโรงเต๊๊ยมชื่อดัง แต่เธอก็อยากทำให้กิจการของว่าที่สามีเฟื่องฟูดังนั้นเธอจึงตั้งใจพยายามทำให้สำเร็จให้ได้

     "ซานเจี่ยเจีย ข้าต้องอำพรางใบหน้าก่อนเจ้าค่ะ พวกท่านก็ด้วยเจ้าค่ะ ช่วยหาบ้าผืนบางมาให้ข้าปิดบังใบหน้าด้วยนะเจ้าคะ" ฟางเซียนเอ่ยบอกความต้องการ เธอไม่อยากเป็นที่สังเกตมากแม้ว่าการปิดหน้าจะดูลึกลับเป็นที่สนใจแต่ใครๆก็ไม่สามารถจำเธอได้แน่นอนรวมถึงสาวใช้ทั้งสามของเธอด้วย

     "ได้เจ้าค่ะ" เสวี่ยฮวารับคำสั่ง

     "ท่านคงสงสัยสินะเจ้าคะ ฮิๆ" ฟางเซียนเอ่ยล้อเมื่อเห็นหน้าสาวใช้ทั้งสองที่มองเธออย่างสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถาม

     "เจ้าค่ะ" แม้ว่าเสวี่ยเหมยจะเป็นคนที่พูดมากที่สุดในสาวใช้ทั้งสองแต่นางก็รู้ดีว่าสิ่งใดที่คุณหนูทำและต้องการมักเป็นสิ่งที่ดีเสมอ จึงไม่อยากเอ่ยถามคุณหนูให้นางลำบากใจ

     "ข้าไม่อยากให้คู่แข่งของเราจำหน้าได้เจ้าค่ะ อีกอย่างข้าก็ไม่อยากแสดงตัวตนให้คนในเมืองเห็นเนื่องจากข้าเกี่ยวข้องกับพรรคของพี่ไป๋ปิง เขาน่ะคงมีศัตรูมากแบบนี้จะเกิดอันตรายได้ง่ายเจ้าค่ะ" ฟางเซียนอธิบายยิ้มๆ

     "บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ"

     "อีกอย่างซานเจี่ยเจียช่วยทำเหมือนกับพวกเราเป็นพี่น้องกันนะเจ้าคะ อย่าเรียกข้าว่าคุณหนูต่อหน้าคนอื่นเลยนะเจ้าค่ะ ทำเช่นนี้แล้วคงไม่มีใครจำเราได้แน่นอน" ฟางเซียนเอ่ยอธิบายอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเสวี่ยฮวากลับมาแล้วพร้อมกับผ้าผืนบางสีขาว

     "รับทราบเจ้าค่ะ" ทั้งสามตอบรับด้วยน้ำเสียงมั่นคง สาวใช้ของฟางเซียนนั้นแม้จะดูบอบบางไม่แพ้นายแต่พวกนางต่างมีความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยวและกล้าหาญ ยามที่มีอันตรายพวกนางสามารถรับมือได้ระดับนึงเช่นกัน

     "เช่นนั้นก็ไปโรงเตี๊ยมหนิงเฉิง(ความสำเร็จที่สงบสุข)กันเถอะเจ้าค่ะ" 

     ทั้งสี่คนต่างก็มีผ้าผืนบางสีขาวปิดบังใบหน้าอยู่ พวกนางพากันเดินออกมาจากโรงเตี๊ยมซือเสียนแล้วมุ่งหน้าไปโรงเตี๊ยมหนิงเฉิง ผู้คนในเมืองต่างมองพวกนางด้วยสายตาแปลกประหลาดบ้างก็เฉยๆ เนื่องจากแคว้นมี่ฮวนนี้มีบุคคลลึกลับมากมายที่ชอบอำพรางตนเอง แต่ที่บางคนสงสัยเนื่องจากน้อยมากที่จะเห็นสตรีทำตัวลึกลับส่วนคนที่เฉยๆก็เพราะพวกเขาคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องสงสัยพวกนางหากพวกนางยังไม่ได้นำเรื่องเดือดร้อนมาให้

     ระหว่างทางฟางเซียนได้สำรวจร้านค้าต่างๆที่นางสนใจไม่ว่าจะเป้นร้านผ้า ร้านขายขนมและเครื่องประดับตามประสาผู้หญิง เธอชื่นชอบที่จะมองดูแต่เธอไม่ชื่นชอบที่จะซื้อไว้ครอบครองแต่ถ้าหากมีคนให้เธอฟรีๆเธอก็ไม่ปฏิเสธ เมื่อทั้งสี่เดินมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมหนิงเฉิง เสี่ยวเอ้อร์ที่คอยต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านก็เอ่ยปากถาม

     "มิทราบว่าพวกท่านต้องการนั่งส่วนไหนของดรงเตี๊ยมเป็นพิเศษหรือไม่ขอรับ" ด้วยความที่ทั้งสี่แต่งตัวดูดีต่างจากชาวบ้านธรรมดาแม้ว่าพวกนางจะเดินมาแต่ความสูงศักดิ์ก็ไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย เสี่ยวเอ้อร์ผู้นี้จึงยังคงให้การต้อนรับประหนึ่งแขกคนสำคัญ

     "ข้าจะนั่งที่ชั้นล่างนี่แหละ" ฟางเซียนเอ่ยตอบ

     "เชิญทางนี้ขอรับ" เสี่ยวเอ้อร์เดินนำทางสตรีทั้งสี่ไปยังที่นั่งที่ดูมีความเป็นส่วนตัว ไม่พาพวกนางนั่งกลางโถงเนื่องจากเขาคิดว่าอย่างน้อยพวกนางน่าจะชื่นชอบที่ลับตาคนดูจากที่พวกนางอำพรางใบหน้าเสียมิดชิดอย่างนั้น

     "ขอบใจ เม่ยเม่ยเจ้าสั่งอาหารที่เจ้าอยากทานเถิด ข้าไม่ค่อยหิวนักจึงนึกไม่ค่อยออกว่าจะทานสิ่งใดดี" จูหลินเป็นคนตอบกลับเสี่ยวเอ้อร์ และหันมาคุยกับฟางเซียนอย่างเป็นกันเองตามที่ฟางเซียนต้องการ

     "เจ้าค่ะ เจี่ยเจียทั้งสองพวกท่านช่วยข้าเลือกหน่อยสิเจ้าคะ" ฟางเซียนหันไม่ขอความคิดเห็นกับสาวใช้อีกสองคน เธอไม่ถนัดเรื่องอาหารจีนจึงไม่รู้ว่าแบบไหนจะอร่อย

     "งั้นข้าเลือกอาหารชุดนี้ก็แล้วกัน" เสวี่ยฮวาเป็นคนสั่งอาหารซึ่งสิ่งที่นางเลือกนั้นประกอบไปด้วยน้ำซุปไก่ตุ๋น หมั่นโถว เนื้อหมูหมักนุ่ม ผัดผักคะน้าใส่เต้าหู้

     "ส่วนข้าขอน้ำชาที่ขึ้นชื่อของร้านแล้วก็ขอขนมหวานแบบนี้กับน้ำขิงด้วย" เสวี่ยเหมยเอ่ยสั่งน้ำชา น้ำขิงและขนมที่ทางร้านมี

     "ขอรับ ได้โปรดรอซักครู่ขอรับ" เสี่ยวเอ้อร์เมื่อรับรายการอาหารแล้วก็เดินไปที่โรงครัวทันทีเพื่อให้พ่อครัวรับรายการอาหาร

     เมื่ออาหารที่สั่งไปเสร็จแล้วเสี่ยวเอ้อร์ก็นำวางเรียงบนโต๊ะของทั้งสี่คน ฟางเซียนมองอาหารที่อยู่ตรงหน้า เธอกำลังคิดว่าที่นี่ไม่มีการตกแต่งจานอาหารให้ดูน่าสนใจแต่รสชาติอาจจะดีก็ได้ คิดได้ดังนั้นฟางเซียนจึงหันไปคุยกับสาวใช้ทั้งสาม

     "ที่นี่ไม่ตกแต่งหน้าตาอาหาร เช่นนั้นฝีมืออาจจะอร่อยก็เป็นได้เจ้าค่ะ พวกเขาจึงไม่สนใจเรื่องน่าตาของอาหารมากนัก ลองทานกันเถอะเจ้าค่ะเจี่ยเจีย" 

     ทั้งสี่ต่างพากันค่อยๆชิมอาหารโดยปลดผ้าปิดหน้าออก แม้ตรงนี้จะเป็นที่ชั้นล่างแต่ก็ลับตาคนจึงสามารถเปิดผ้าออกได้ที่ฟางเซียนไม่ต้องการนั่งในห้องที่ปิดมิดชิดเนื่องจากนางอยากเห็นบรรยากาศในโรงเตี๊ยมมากกว่า ทั้งสี่ไม่รีบร้อนทานเนื่องจากพวกนางต้องการค่อยๆซึมซับรสชาติและพิจารณาส่วนประกอบที่นำมาทำ เมื่อทานเสร็จแล้วฟางเซียนก็เอ่ยถามสาวใช้ทั้งสาม

     "เป็นอย่างไรบ้างเจี่ยเจีย" 

     "อืม รสชาติพอดีเจ้าค่ะไม่ถึงกับอร่อยมากและไม่ถึงกับแย่เจ้าค่ะ" เสวี่ยฮวาพูดถึงเรื่องอาหาร

     "ขนมหวานพวกนี้หวานมากเจ้าค่ะส่วนน้ำชากับน้ำขิงก็ไม่น่าจะมีการปรุงแต่งเพิ่มเจ้าค่ะ ต่างกับของคุณหนูที่มีส่วนผสมอื่นช่วยให้รสชาติดีขึ้นกว่าเดิมเจ้าค่ะ" เสวี่ยเหมยแสดงความเห็นในส่วนของของหวาน ของหวานที่โรงเตี๊ยมมีนั้นก็ทั่วๆไป ขนมเข่ง ขนมเปี๊ยะ ขนมโก๋

     "ส่วนข้าคิดว่าฝีมือคุณหนูชนะขาดลอยเจ้าค่ะ" จูหลินพูดยิ้มๆ

     "คิกๆ พวกท่านก็เป็นนักชิมตัวยงเช่นกันนะเนี่ยคิดเหมือนกับข้าเลยเจ้าค่ะ เช่นนั้นแล้วกิจการของเราน่าจะสู้ได้เจ้าค่ะ เอาล่ะวันนี้เรากลับกันเถิดเดี๋ยวจะถึงจวนค่ำเจ้าค่ะ" ฟางเซียนพูดเสร็จก็จ่ายเงิน หยิบผ้าคลุมขึ้นมาปิดบังใบหน้าแล้วพากันออกจากโรงเตี๊ยมหนิงเฉิง

     ในขณะที่ทั้งสี่เดินอยู่บนถนนในเมืองนั้น ก็มีเสียงจอแจดังมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากช่วงนี้ร้านค้าต่างพากันตั้งร้านเพื่อเปิดขายของในช่วงเย็นเหมือนตลาดนัดในงานเทศกาลแล้วก็มีผู้คนออกมาเดินเที่ยวชมกันมาก ซึ่งทางที่พวกนางจะต้องเดินผ่านไปเท่านั้นเพื่อกลับไปยังโรงเตี๊ยมซือเสียน

     "คนเยอะมากเลยเจ้าค่ะ คุณหนูระวงหลงทางจะเจ้าคะ จับมือข้าไว้ดีกว่านะเจ้าคะ" จูหลินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด นางไม่อยากให้คุณหนูของนางต้องไปเจอสถานการณ์แออัดเช่นนั้นเลย

     "ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ ข้าจะระวัง" ฟางเซียนตอบกลับด้วยรอยยิ้มแล้วเอื้อมมือไปจับมือที่หยาบกร้านเล็กน้อยของจูหลิน เธอไม่รู้จักทางที่นี่ดีก็จริงแต่เธอก็โตพอที่จะสังเกตุและระวังตัวเอง

     "อ๊ะ" ฟางเซียนโดนคนชนจนเสียหลักแล้วเผลอปล่อยมือจากจูหลิน ในขณะที่จูหลินเองก็พยายามมองหาร่างเล็กเนื่องจากฟางเซียนนั้นตัวเล็กมากๆจึงโดนคนอื่นๆบังหมด

     "พวกเจ้าตามหาคุณหนูก่อน ตอนนี้นางโดนคนอื่นเบียดจนปล่อยมือจากข้าไปแล้ว" จูหลินหันไปสั่งสองสาวที่เหลือ ทั้งสามจึงพากันเดินปนกับฝูงชนเพื่อตามหาฟางเซียน พวกนางจะตะโกนเรียกก็ไม่ได้เนื่องจากไม่อยากเปิดเผยชื่อของฟางเซียน

     "ทำไงดีล่ะเนี่ย ทำไมคนเยอะจัง ทางไปโรงเตี๊ยมยิ่งสลับซับซ้อนเสียด้วยสิ" ฟางเซียนบ่นพึมพำกับตัวเองแล้วพยายามเดินเบียดคนจนไปสะดุดขาของคนคนนึงเข้า

     "เฮ้ย! แม่จ๋า" เอาอีกแล้ว ทำไมเธอซุ่มซ่ามอย่างนี้ว้า หน้ายับแน่คราวนี้ คราวก่อนเอาก้นลงคราวนี้เอาหน้าลงเลยจ้า ฟางเซียนคิดในใจหลังอุทานออกมา

     "เฮ้ย! เจ้า!" เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้นมาก่อนจะคว้าร่างเล็กที่สะดุดขาตนเอาไว้




Talk : กด Favorite  share และ comment กันเยอะๆนะค้า

ไรท์ไม่ได้อัพต่อเนื่องนะคะ ต้องขออภัย เวลารีอัพมันจะไม่แจ้งเตือน ต้องขยันเข้ามาเปิดดูค่ะ ถ้าอ่านในเว็บ readawrite อาจจะสะดวกกว่า พอดีว่าอันนั้นเพิ่งจะลเวลาอัพก็จะแจ้งเตือนค่ะ พิมพ์ชื่อเรื่องนี้เข้าไปได้เลยค่ะ

     

ด้วยรักและใส่ใจ

เฟิงมี่ปิ่ง     



























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

836 ความคิดเห็น

  1. #459 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 02:58
    #459
    0
  2. #446 I don't get it (@why-not) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2560 / 21:56
    บางทีนางเอกทำตัวเสมอคนรับใช้ก็เวอร์ไปนิดค่ะ เรียกคนรับใช้ว่าท่านด้วย มันแปลกๆนะคะ

    อีกอย่าง ตอนแรกเอามาจากโรงค้าทาส สามคนนี่ไม่น่ากล้าเล่นหัวนางขนาดนี้ค่ะ

    คือให้ความกันเองได้ แต่บางทีก็ต้องวางตัวนิดนึง ทำขนมก็ให้คนอื่นชิมก่อนพระเอก บางทีรู้สึกถึงความไม่สมจริง ว่าคนครัวจะไม่รู้จักที่ต่ำที่สุดขนาดนี้ นางเอกเองก็ไม่ใช่อายุน้อยๆแล้ว ก่อนมาอยู่โลกนี้ ผ่านโลกมามาก น่าจะเข้าใจอะไรควรไม่ควรมากกว่านี้
    #446
    1
  3. #405 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 12:02
    ใครกันหนอ?.
    #405
    0
  4. #351 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 18:21
    ใครอ่ะตัวร้ายหรือดีน้า
    #351
    0
  5. #175 Sureepond9585 (@Sureepond9585) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 23:22
    รอ ใครมาทำให้ฉงน????????
    #175
    0
  6. #174 minminexo (@minminexo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 23:08
    ใครอะรอค่ะ
    #174
    0
  7. #173 คนผ่านมา (@ras21) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 21:18
    ใครๆๆๆๆๆ
    #173
    0
  8. #172 lookkaewfin (@lookkaewfin) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 20:40
    ผู้มาใหม่
    #172
    0
  9. #170 Protonnaja (@Best2559) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 17:23
    คู่แข่งของหัวจายยยยยรึป่าวว
    #170
    0
  10. #169 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 16:47
    ใครมาน้อ
    #169
    0
  11. #168 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 16:40
    ใครมาช่วยน้องเซียนเน้อ
    #168
    0
  12. #167 GladToSee (@GladToSee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 16:39
    ว๊าย ศัตรูหัวใจ นี่ๆพระนางอย่าผิดใจกันนะ ไม่ย้อมไม่ยอม
    #167
    0