[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 970,388 Views

  • 10,190 Comments

  • 30,021 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,829

    Overall
    970,388

ตอนที่ 13 : บทที่ 13 : ทริปรวมพลคนประสาท 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 524 ครั้ง
    5 มิ.ย. 59


นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

ตอน ทริปรวมพลคนประสาท 4

 



                “ ทะเลาะอะไรกับพี่วินวะ ”

                “ นั้นสิ ตั้งแต่ตลาดน้ำมา มึงก็ไม่พูดไม่จากับพี่เขา ”

                “ แถมเมื่อกี้กูยังเห็นพี่เขาหอบกระเป๋าหน้าซึมไปหาพี่ไต้ฝุ่นอีก ”

                “ มึงไปทำอะไรพี่เขา / มึงไปทำอะไรพี่เขา ”

                ผมขมวดคิ้วให้กับประโยคสุดท้ายที่ดูแล้วเหมือนจะโยนความผิดให้ผมคนเดียวเต็มๆ นี่เพื่อนเหรอ

                “ ไม่คิดว่ากูจะถูกบ้างรึไง ”

                ส่ายหน้ากันพรืด

“ มึงมันไร้เหตุผล ”

“ มึงงี่เง่า ”

“ มึงไร้สาระ ”

“ มึง... ”

“ พอไอ้สัด!! กูเพื่อนพวกมึงนะเฮ้ย! ” ว๊ากไปพร้อมปาขวดน้ำใส่พวกมันที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย

                ผมจิ๊ปากอย่างขัดใจที่เพื่อนไม่เข้าข้าง ตั้งแต่ตลาดน้ำมาผมก็ไม่ได้เสวนาคุยกับมันอีก หน้าหล่อๆชวนสาวกรี๊ดบัดนี้มาก็หงอยซึมเครียดไปแล้ว ควรโทษความโง่มันเองจริงๆ

                ไอ้สามศรีพี่น้องผมก็ดีใจออกหน้าออกตาสุดๆ เสียงกัดแขวะก็ดังตลอดไม่เลิกไม่รา

                “ สมน้ำหน้า หน้าบ้านๆแบบนี้น้องกูไม่สนหรอก ”

                “ อกหักแล้วอย่าไปฆ่าตัวตายผิดๆล่ะ เดี๋ยวอาจารย์ใหญ่อย่างมึงจะสภาพไม่สวย ”

                “ พี่กูนับว่าตาแหลมมากที่ไม่สนใจคนอ่อนๆ แถมเจ้าชู้แบบนี้ด้วย ”

                ผมไม่ได้สนใจประโยคนั่นเท่าไหร่แต่ไอ้เพื่อนเตี้ยมันหูกระดิกทันที พึมพำเบาๆแล้วคลำหาโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มๆ แล้วชี้ให้ดู

                “ ที่มึงไม่คุยกับพี่เขาเพราะไอ้เวรนี่ปะ ”

                ผมเสสายตาไปมองตามปลายนิ้วนั่นก็ชะงัก เบือนหน้าหนีเหมือนไม่ได้สนใจหรือรับรู้ แต่มันก็ไม่พ้นสายตาไอ้เตี้ยนามว่าไผ่สักนิด

                “ ดูเหมือนคนแถวนี้จะหึงแรงว่ะ คิม ” ไปยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนเจออะไรสนุก

                หึงเหรอ บ้าไปแล้ว ไม่ได้เป็นห่าอะไรกันสักหน่อย จะหึงมันทำแป๊ะซะปลาช่อนต้มยำรึไง ผมก็แค่ แค่ แค่ แค่ รำคาญมัน! คุยโทรศัพท์ดังขนาดนั้น รำคาญ!

                คิมมันหยิบโทรศัพท์มาเลื่อนดู “ น่ารักดีจริงๆนั่นแหละ ”

                “ ไอ้เหี้ย!! ” คราวนี้ไม่ใช่แค่ไผ่ที่ตะโกนด่ามีผมด้วยอีกคน ไม่ได้แค่ด่าแต่ยกตีนยันไปด้วยเลย เพื่อนตัวสูงล้มคว่ำไปเลยตามมาด้วยเสียงโอดโอย

                ไผ่ตีหน้ายักษ์ดำมืดแล้วไปงัดโทรศัพท์ตัวเองออกจากมือคนกบฏเดินกลับมาลากมือผมไปอีกทาง มืดจะตายห่าแล้วยังจะลากออกมาอีก ใช่ ลืมบอกเลย ตอนนี้พวกผมมาถึงเพชรบูรณ์กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามที่ได้ความช่วยเหลือจากไต้ฝุ่นที่โคตรจะพึ่งพาได้จริงๆ มันพาปั่นข้ามได้จังหวัดมาเรื่อยๆจนเริ่มมืด นั่งรถต่ออีกหน่อยก็ถึงเพชรบูรณ์จุดหมายของเรา

                ผมปล่อยให้ไผ่มันลากกระชากออกมาจนไกลจากเต็นท์พอสมควรก่อนจะเปิดประเด็นตรงๆ

                “ เพราะซีใช่มั้ย ” ตรงกว่าไม้บรรทัดก็ไอ้เหี้ยไผ่นี่แหละ

                มึงอ้อมหน่อยก็ได้นะ

                ผมเงียบไม่ได้ตอบอะไรแต่คนฉลาดแบบมันก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร มันยืนก้มหน้าสไลด์แอพลิเคชั่นตัวเอฟสีฟ้าไปเบะปากสบถด่าไป

                “ คนบ้าอะไร มโนชิบหาย ” กลอกตาขึ้นบน “ แต่คนติ่งมันก็บ้าเกิน ด่ามึงเสียเลยว่ะ ”

                ผมพยักหน้าขอไปที มันก็เรื่องธรรมดาของสังคมโลกโซเซี่ยล ไม่ชอบก็ด่า เอาแค่ที่ตัวเองพอใจ แต่โชคดีที่สภาพจิตใจผมค่อนข้างแกร่งดั่งเหล็กไม่ระคายกับคำด่าที่ผมไม่ได้ผมหรอก

                ด่าว่าไม่หล่อ ก็ยังมีดีกรีเดือนสถาปัตย์ไว้กระแทกหน้า

                ด่าว่าไม่เก่ง ก็ยอมรับ แบบบ้านที่ออกแบบมาก็ยังไม่ดีพอ

                แต่ที่เขาด่าแล้วต้องยอมรับเลยจริงๆ คือ ผมไม่ได้ตัวเล็กน่าทะนุถนอม

                กูร้อยแปดสิบกว่า เล่นบอล กล้ามขาก็ไม่ใช่เล่น เตะทีสลบไปเป็นเดือน ผลงานคือเมื่อปีก่อนนู้น เตะก้านคอไอ้ไฟสลบไปเป็นวันๆ ข้อหามันแย่งดูบอล ผมจะดูบอล มันจะดูหนังเลยตีกันบ้านเกือบพัง ไอ้ดินก็พี่ดีวิ่งมาดูขาผมก่อนจะดูคนสลบเหมือด ไม่สมควรจะเป็นหมอจริงๆ

                คนแบบผมนี่มัน...ไม่จำเป็นต้องมีใครมาดูแลจริงๆนั่นแหละ

                “ ไอ้อุ่น ”

                ผมหลุดจากภวังค์ความคิด “ อะไรมึง ”

                “ มึงว่าพี่วินจริงจังกับมึงเปล่าวะ ” เป็นคำถามที่ผมยังหาคำตอบไม่ได้จริงๆ อยู่ๆมันก็เข้ามา แล้วผมก็ไม่ระวังเองปล่อยให้เข้ามาง่ายๆ ไม่ฉุกคิดอะไร

พอเห็นผมเริ่มขมวดคิ้วครุ่นคิดมันก็พูดขึ้น “ แต่กูว่าพี่เขาจริงจังกับมึงนะ ”

อ้าว แล้วมึงจะพูดให้กูคิดเครียดทำซากอะไรวะครับเพื่อน

“ กูสืบเสาะมาจากหลายคณะแล้ว ”

เอ่ยกัด “ เรื่องชาวบ้านนี่ไวจริงๆ ”

“ อ่ะแน่นอนครับ ” เชิดหน้าภูมิใจสุดๆ “ แต่เรื่องนี้มึงควรจะรับรู้สักหน่อย จะได้ไม่เข้าใจอะไรผิดๆ ”

วงคิ้วเริ่มขดปมอีกรอบแล้วหันไปมองหน้าไอ้ไผ่ที่จริงจังยิ่งกว่าตอนนั่งตัดโม... ผิด? เข้าใจอะไรผิด

“ ไหนจะเรื่องรูปที่มึงไปส่อง ”

“ กูไม่เคยส่อง!!

ทำหน้าไม่เชื่อไหวไหล่ “ ส่องไม่ส่องกูไม่รู้ แค่กูจะบอกว่าทุกที่ทุกรูป มีไอ้พี่ฝุ่นกับพี่ฟรานไปด้วยตลอด ”

หันขวับ “ มึงรู้ได้ไง ”

“ แน่ะ ก็อยากรู้นี่หว่า ” ทำสีหน้าพอใจในท่าทีแสดงออกของผม “ มาๆนั่งๆ เดี๋ยวพี่จะเหลาให้ฟังนะน้อง ” ฉุดให้ผมนั่งลงบนพื้นหญ้าตามมัน

“ พูดให้ดี ไม่งั้นเจอตีน ” ทำเสียงเหี้ยมนำไปก่อน

“ มึงพูดกับผู้มีพระคุณแบบนี้เหรอ ” ยกนิ้วมีดีดหน้าผากผมแรงๆ “ เพราะคุณมึงเป็นพวกไม่ทุกข์ร้อนสนใจไม่สืบไม่เสาะไม่เสือก พอไม่รู้ก็คิดเองเงียบอีก กูก็ต้องมาลำบากให้นี่ไง ”

“ กูมารยาทดี ไม่เสือก ” ทำหน้าเอือมระอาใส่เดี๋ยวเจอตีน

แยกเขี้ยว “ เงียบไม่งั้นกูไม่เล่า ”

มึงคิดว่ากูอยากรู้ขนาดนั้นเลย เหอะ... แต่ยอมเงียบก็ได้ ไม่ได้อยากรู้หรอก ขี้เกียจขัดมัน

พอผมเงียบไอ้ไผ่ก็เริ่มเปิดปากเผยเนื้อความที่สืบมา

“ พี่วินของมึง ปกติแล้วก็เป็นอย่างที่เห็น ”

พยักหน้า “ โง่ ”

มันจิ๊จ๊ะปากเพราะไม่อยากจะยอมรับ “ เออ โง่ในเรื่องที่ไม่ควรโง่ อันนี้พี่ฝุ่นบอกมา ”

“ แต่พี่เขาก็ไม่เคยเอาตัวไปติดหนึบ บริการใครดีเท่ามึงเลยนะเว้ยไอ้อุ่น ” ยังคงสนับสนุนมัน คือ มันติดสินบนไว้เท่าไหร่ อวยหนักไปนะ

“ แล้วไงต่อ ”

“ เมื่อวานกูไปหลอกถามความอีกหน่อยเรื่องไอ้ซี เขาก็บอกว่าไอ้ซีเนี่ยเป็นน้องรหัสพี่ฝุ่น ชอบพี่วินของมึงมาก พยายามใช้พี่ฝุ่นเป็นสะพานไปหาพี่วินของมึงตลอด อ้อ... มันเคยชอบพี่ฝุ่นด้วย! พอไม่ได้พี่ฝุ่นก็มาหาพี่วินของมึง ”

ผมทำหน้าหงุดหงิด “ ตัดคำว่า ของกู ทิ้งได้มั้ย ...ไม่ได้เป็นเหี้ยอะไรกัน”

ไผ่ทำหน้าไม่เข้าใจในความคิดผมแล้วถอนหายใจก่อนจะเอ่ยพูด “ เหี้ยอุ่น กูเหนื่อยใจกับมึงจริงๆ ”

“ จะหนีไปถึงไหนวะ หรือเพราะมึงเคย... ”

“ หุบปาก! ” ผมสั่งเสียงเฉียบหน้าตื่นนัยน์ตาสั่นนิดๆจ้องหน้าเพื่อนเขม็งเป็นเชิงสั่งให้เงียบเมื่อมันใกล้จะพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกมา

“ เออๆ กูไม่พูดหรอกน่า ” ไอ้เพื่อนเตี้ยยกมือยอมแพ้แล้วคลี่ยิ้มอ่อนใจ “ กูไม่รู้ว่ามึงคิดอะไรอยู่นะ แต่กูอยากบอกมึงประโยคนึง  

“ ... ”

“ ฟังหัวใจตัวเองบ้างก็ดี เลิกฟังสมองได้แล้ว! ไอ้โง่!

ทิ้งประโยคแทงใจไว้หนักอึ้งก่อนจะลุกพรวดกลับไปเพราะกลัวตีนหนักยันโครม แสงจากโทรศัพท์ก็ค่อยๆไกลออกไป ปล่อยผมนั่งจมอยู่กับความมืดมิดที่เงียบสงบให้คิดอะไรได้เยอะ แต่ตอนนี้สมองไม่ทำงาน... สุดท้ายก็ไม่รู้จะทำอะไรคิดอะไรทิ้งตัวนอนมองดาวบนท้องฟ้าแทน เวลาผ่านไปเรื่อยจนได้ยินเสียงเท้าที่เข้ามาใกล้...

“ นั่งด้วยคน ”

เสียงทุ้มแตกต่างจากเคยพาให้แปลกใจ หันไปมองยิ่งแปลกใจเพราะไม่ใช่คนที่คิด ผมหันสายตากลับไปมองฟ้ามืดเต็มไปด้วยดาวก่อนจะถาม

“ มันส่งมาเจรจารึไง ”

ไม่ตอบแต่มีเสียงหัวเราะกลับมาแทน “ เปล่าหรอก ”

“ แล้วมาทำไม ” ถามด้วยความระมัดระวังตัว

“ เพราะมีคนกำลังทำหน้าอมทุกข์เครียดโอเว่อร์เหมือนโลกจะแตกมานั่งจ้องตาปริบๆกดดันอยู่ ” ไต่ฝุ่นเล่าไปด้วยน้ำเสียงสบาย “ มันเลยอดไม่ได้ที่จะช่วย ”

“ คนดีเนอะ ” ขอสักหน่อย

“ ไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก ” เจ้าตัวดูจะไม่ได้สนใจในน้ำเสียงค่อนแขวะของผมสักเท่าไหร่ “ สนใจฟังอะไรหน่อยมั้ย ”

“ อยู่ที่ว่าหัวข้อเรื่องน่าสนใจมั้ย ” อืม นั่นดาวจระเข้ น่าจะเอากล้องดูดาวมาด้วยจริงๆ

“ เรื่องน้องรหัสของพี่ที่ชื่อซี ” เสียงลมหายใจผมสะดุดไปหน่อยแล้วทำตัวปกติต่อไป แต่คนข้างๆกลับสังเกตได้ง่าย “ น่าสนใจพอมั้ย ”

“ เฉยๆ ” ทำไมวันนี้มีแต่คนมีพูดชื่อ ซี มันน่ารำคาญ!

“ เป็นน้องรหัสที่หน้าตาน่ารักเอาเรื่องอยู่ ” เมื่อกี้กองอวยกู อย่าบอกนะนี่กองอวยซี “ แต่นิสัยไม่น่ารักเท่าไหร่ ”

ผมค่อยๆหันไปมองอีกคนที่เริ่มแปลกกับท้ายประโยคน้ำเสียงเจือความโมโหอยู่ไม่น้อย...

“ เขาทำให้พี่ต้องทะเลาะกับคนหนึ่งหนักมากๆ ” เล่าไปด้วยพลางคิดย้อนถึงอดีตของตัวเอง

รีบเบรก “ เฮ้ย ไม่ได้อยากรู้ ”

หัวดื้อด้านทุกคนเลยรึไง ฟังบ้างสิเฮ้ย!

“ เพราะไม่เชื่อใจเลยทำให้ต้องทะเลาะกัน คนหนึ่งก็น้องรหัส คนหนึ่งก็คนรัก ” ตั้งหน้าตั้งตาเล่า

“ เด็กนั่นถนัดทำให้คนแตกหักกัน ทำให้ความเชื่อใจลดหย่อนไปได้ง่ายๆ ”

แฉน้องรหัสตัวเองได้ดีจริงๆคนคนนี้ ดูแล้วไอ้ซีคงทำไต้ฝุ่นกับแฟนเขาไว้เจ็บแสบน่าดูสินะ

“ แล้วไม่โกรธซีบ้างเหรอ ฟังจากไอ้ไผ่ดูก็ยังสนิทตามแบบพี่น้อง ” ถามไปเหมือนเสือกรู้ทุกเรื่องจริงๆกู

คนที่นั่งอยู่เงียบไปก่อนจะพูดต่อ “ อืม โกรธสิ แต่โกรธตัวเองมากกว่าที่เชื่อใจละ ...เอ่อ คนรักน้อยไป ” ผมหันไปมองหน้าอีกฝ่ายหลังจากที่เขาพูดสะดุดแปลกๆแต่ไม่ได้ติดใจอะไร “ แต่เคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว เข้าใจดี...ซีเขาก็เลิกสนใจพี่แล้ว ไปสนใจไอ้คนหน้าอมทุกข์นั้นแทน ”

เอี้ยวคอหันไปทางด้านหลัง ผมชันศอกพยุงตัวลุกขึ้นหันไปมองตามก็เห็นคนกำลังนั่งหน้าซึมเล่นกล้องโปรอยู่... ขอบคุณที่มึงซึมจะตายซากแล้วยังมีอารมณ์มาเล่นกล้อง

“ ระหว่างซีกับพี่แทบไม่มีอะไรอีกเลย ส่วนใหญ่ก็ใช้พี่เป็นเหยื่อเรียกไอ้วินออกมา ” เสียงหัวเราะที่ฟังแล้วเหมือนจะชื่นชมในความพยายาม(หรือความหน้าด้านหน้าหนา) “ ซีพยายามตามติดทุกที่ที่วินไป ”

อันนี้เชื่อ...สาธารณะข้างหอมันก็ตามมาจนได้ ไม่รู้ว่าติดจีพีเอสไว้ตรงไหน หรือฝังชิพในตัวไอ้วินไปแล้วก็ไม่แน่ใจ

“ เรื่องรูปก็อย่าห่วงให้มาก เพราะไอ้วินไม่เคยไปไหนมาไหนสองคนกับซี ไม่พี่ก็ไอ้ฟรานไปด้วยตลอด ”

“ ดูห่วงไอ้วินมากเลยนะ ”

“ พี่สนิทกับไอ้วินมาตั้งแต่มานาน เป็นธรรมดาที่ต้องอยากให้เพื่อนเจอคนดีๆ ” กูดูคนดีมากสินะ...

“ อืม... ” แต่ยังไงก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆต้นคอแปลกๆกับต้นประโยค คราวนี้เริ่มใจสั่นรอดูประโยคต่อไปแต่ไต้ฝุ่นไม่ได้พูดอะไรออกมา ผมก็พลอยจะโล่งใจ

“ วินมันไม่รู้เรื่องระหว่างพี่กับซี เลยยังเห็นว่าซีเป็นรุ่นน้องที่ดีคนหนึ่ง ”

สวนกลับเพราะไม่เข้าใจ “ แล้วทำไมไม่เล่า ”\

“ มันมีเหตุผลที่ต้องแลกเปลี่ยน...บอกไม่ได้ ” สีหน้ากระอักกระอ่วนแม้ในความมืดยังสัมผัสได้ “ มีคนขอไว้ ”

“ แฟนพี่น่ะเหรอ ” พ่ายแพ้ต่อความเป็นผู้ใหญ่และความน่านับถือ น้อยคนที่ผมจะยอมเรียกพี่จริงๆ พี่ปายที่ยอมเรียกเพราะความสามารถจริงๆของเขาที่ไม่ใช่ไอ้ชุดหลุดโลกมันน่าตกใจจริงๆ

พยักหน้า “ ใช่ ”

ผมก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่เลยเงียบไป

ไต้ฝุ่นถามต่อ “ อยากรู้ข้อแลกเปลี่ยนมั้ย ”

“ ไม่ มันไม่ใช่เรื่องของผม ” ผมยังมีมารยาทอยู่นะคุณ

“ งั้นขอถามคำถามหนึ่ง แล้วจะไป ” น้ำเสียงสุภาพเริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจัง

โคตรไม่ไว้ใจมันเลยจริงๆ “ อะไร ”

For get or  Still

เหมือนโดนค้อนทุบลงหัวอย่างจังกับคำถามง่ายๆ หันเบิกตากว้างแล้วหันไปจ้องหน้าอีกคนแล้วถามกลับ “ You know?

“ พี่ถามเรา ไม่ได้ให้เรามาถามกลับนะ หึ ”

ผมมองด้วยสายตาเคืองแล้วสะบัดหน้าหนี...ทุกอย่างเงียบและไม่มีการเคลื่อนไหว นอกจากในอกของผมที่มันกำลังรัวแรงยิ่งกว่ากลองชุด... นานนับนาทีจนกลายเป็นสิบนาที

จนอีกฝ่ายลุกขึ้น... ผมยังคงเงียบ

“ ไม่ต้องตอบก็ได้ ”

ไต้ฝุ่นพูดให้สบายใจก่อนจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ผมก็พูดออกไปเบาๆ...

Still

“ หึหึ ”

เกลียดเสียงหัวเราะเป็นบ้า!!

ไม่ต้องรอให้ผมไล่ไอ้พี่ไต้ฝุ่นก็เดินติดจรวดไปทางกลุ่มเต็นท์แล้วก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกด่าทอของไอ้ลม ตามด้วยไอ้ดินแล้วก็ไฟ

ผมส่ายหน้าแล้วเตรียมจะลุกเดินกลับวงสังคมทริปประสาท เสียงเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นขัดขาที่กำลังก้าว มือล้วงหยิบขึ้นมาดูเล็กน้อยก่อนจะเห็นว่าเป็นข้อความความจากแอพสีน้ำเงินตัวเอฟ

“ ใครวะ ” บ่นพึมพำก่อนจะเปิดดูเผื่อเป็นเพื่อนในคณะส่งงานด่วนมา อาจารย์ยิ่งอินดี้อยู่ แต่พอเปิดแล้วก็อยากจะปิดเครื่องไปเลยจริงๆ

 

ZEEzee V ส่งข้อความถึงคุณ...

 

มีคนพูดถึงไม่พอ ยังจะมาหากูเองอีก

ไหนดูดิ๊ ทักอะไรมา

 

เป็นแฟนพี่วินจริงๆเหรอ


                สายแบ๊วไปอีก...


จะแย่งพี่วินไปจริงๆใช่มั้ย


อ้าว นี่กูแย่งผัวชาวบ้านมาเหรอ


เราไม่ยอมยกพี่วินให้หรอกนะ


อู๊ยยยย ประโยคแรงนะ แต่คำที่ใช้นี่ซอฟความแรงลงไปอีก


เลิกคิ้วมองประโยคนั่นอีกรอบด้วยความรู้สึกหลากหลายหนึ่งในนั้นคืออยากเอาชนะ... มุมปากกระตุกยิ้มแล้วกดตอบรับข้อความก่อนจะค่อยๆกดทีละตัวอักษร

 

 คิดว่าแย่งได้ ก็ทำนะ  

เหนื่อยหน่อยนะ...เพราะมันไม่ง่าย J

 

นายธาราขอประกาศสงคราม ตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป

เสียทองท่วมหัว กูไม่ยอมเสีย ขี้ข้าให้ใคร!

ตอนนี้เอาไปแค่นี้ก่อน

 


“ วิน!

คนโดนเรียกเงยหน้าซึมๆจากกล้องแล้วหันมาทางเสียงเรียก ผมเซ็งกับท่าทางหมาเมายาเบื่อเลยคว้าคอเสื้อด้านหลังแล้วกระชากให้ลุกตามมา แต่ไอ้คนปฏิกิริยาไวกว่ากลับเป็น...

“ อุ่น! จะไปไหน!

“ มึงเอาคอเสื้อออกจากน้องกูเดี๋ยวนี้!

“ มึงจะไปไหนกับพี่กูไม่ได้ทั้งนั้น! ถ้ามึงเกิดเปลี่ยวข่มขืนพี่กู มันผิดกฎ... ”

ผมไม่ฟังเสียงเห่าของบรรดาหมาบ้าเดินหิ้วคอไอ้วินให้ตามมาเงียบๆ เร่งเท้าให้ไวไปหาไอ้แฝดสักคนแบมือตรงหน้าไอ้ฟ้าครามไม่ก็ไอ้ท้องฟ้า มันทำหน้างงหน่อยก่อนจะวางกุญแจรถลงบนมือ

กำรับกุญแจแล้วลากคอไอ้วินให้เดินตามมา เปิดประตูแล้วโยนอีกคนเข้าไป ปิดประตูแล้วเดินอ้อมไปทางคนขับสอดตัวเข้าไปแล้วสตาร์ทรถรีบบึ่งทะยานตัวออกไปทันที...

ภายในรถเงียบนิ่งจนน่าอึดอัด ผมชินกับการอยู่เงียบๆอยู่แล้วเลยไม่ร็สึกอะไร ผิดกับคนนั่งข้างๆที่กระสับกระส่ายเลิ่กลั่กไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง

“ กูอยากกินบะหมี่ ” ผมพูดเสียงเรียบตายังคงจ้องมองไปข้างหน้า ไม่มอง คงรถคว่ำตายสิ

“ หา ” มันเกาหัวแล้วชี้ตัวเอง “ เลยลากพี่มาด้วย? ”

“ เออ ” หักพวงมาลัยรถเลี้ยวไปตามทางในหัว จำได้ว่าไปอีกสี่ห้าโลจะถึงตัวเมือง “ ใครบอกว่าอยากกินอะไรจะหาให้ ไม่ขัด ”

“ เอ่อ ” สมองรวนไปแล้วมั้ง ดูจากหน้ามัน “ คือ..โกรธอยู่ไม่ใช่เหรอ ”

ไม่ฟัง...

“ ตอนนี้ห้าทุ่ม ร้านน่าจะยังมี มึงมองหาร้านบะหมี่ไป ” สั่งไปแล้วเทความสนใจกลับมาที่การขับลม อีกฝ่ายนั่งเงียบเหมือนกำลังใช้ความคิด ผมเหลือบมองปฏิกิริยามันเป็นระยะๆ จนกระทั่งรอยยิ้มกว้างของมันหลุดออกมา

“ นี่คือการง้อรึเปล่า ”

เข้าข้างตัวเองไปมั้ย

“ เงียบ! ” ส่งเสียงดุไป “ หาร้านบะหมี่ไป!

“ ทำพี่ซึมมาทั้งวัน พอหายโกรธก็เนียนมาง้อง่ายๆเนี่ยนะ ” พอกูหายโกรธยังจะมาทำเล่นตัวอีก ทำเหมือนผมเป็นฝ่ายผิดซะงั้น “ ใจร้ายไปเปล่า ”

ถอนหายใจเมื่อรถหยุดลงเพราะสัญญาณไฟแดง...

“ โกรธอะไรก็ไม่พูด ยังไม่ทันได้ทำอะไรผิด ทำคนเขาใจเสียเป็นวัน แล้ว... ” ตัดพ้อกูไปอีก...

ผมเคาะนิ้วบนพวงมาลัยไปตามจังหวะความลังเล สุดท้ายหันไปกระชากกลุ่มผมสวยๆของมันแล้วดึงหน้ามาใกล้ๆผมไม่สนว่ามันจะเจ็บมั้ย...


ฟอด!


“ หายนอยด์ได้แล้วมึง ”

“ ... ”

“ ง้อ ”




 

 

                ผมค่อยๆปล่อยมือออกจากผมนุ่มมือแล้วผลักหัวมันไปไวพอๆกับตอนที่ผมกระชากมา ใบหน้าหล่อมักทะเล้นยิ้มเจ้าเล่ห์ตอนนี้เหวออ้าปากค้างหนักสติน่าจะหลุดไปไกลแล้ว...

                เพ่งสายตาไปข้างหน้าอีกครั้งแล้วขับต่อไปในความเงียบที่เงียบจนไม่น่าให้อภัย ไม่ให้อภัยกับเสียงตึกตักเหมือนกลองชุดในอกนี่แหละ นับเลขในใจไม่ถึงสิบวินาทีดี...

                “ โว้ย!!! ” เสียงคำรามเหมือนสัตว์บ้าคลั่งพร้อมแรงพุ่งตัวโน้มมากอดเอวผมในแรงที่แทบจะทั้งตัว ผมตกใจแวบหนึ่งรีบกำพวงมาลัยแน่นบังคับให้นิ่ง ถอนหายใจไปเมื่อการกระทำเมื่อกี้ไม่มีผลใดๆให้รถเสียหลัก ดีที่แรงผมที่แรงพอๆกับมันเลยไม่เป๋ยั้งแรงได้

                มันไม่หยุดแค่นี้นี่สิ

                “โอ๊ย!! อยากลากเข้าข้างทาง!!

มันว่าแล้วบ่นงุ้งงิ้งอยู่คนเดียวไม่เลิกแถมยังยุกยิกเอาหัวมาถูๆไถกับช่วงเอวผมไม่เลิก อย่าคิดว่าจะเขินงุ้งงิ้งเป็นสาวน้อย

ผัวะ!

“ เล่นห่าอะไรดูสถานที่ด้วย อยากตายนักรึไงวะ ” เสียงเหี้ยมหลังจากใช้สันมือสับกลางหัวมันจังๆ ใช้อีกมืองัดหน้ามันออกไปไกลๆ “ หาร้านบะหมี่!

“ เจ็บนะเว้ย! ” เสียงซี้ดซ้าดด้วยความเจ็บร้าวกะโหลกหัวดังแทรกมา ใบหน้าอีกฝ่ายดูแล้วเหมือนจะเจ็บเอาการอยู่ ผมไม่ยั้งแรงด้วยนี่สิ “ แต่ที่ตบแรงงี้ เขินเค้าเหรอ ”

มโนเพ้อพกอีกครั้งด้วยน้ำหน้าระรื่นลงมากอดเอวผมอีกครั้ง...

“ เขินบ้านมึงสิ ” พูดด้วยน้ำเสียงเอือมระอา “ ออกไปได้แล้ว ”

“ ไม่เอา ” เสียงพึมพำตอบกลับมาแล้วยังไม่คลายแรงโอบกอดลงซ้ำยังกระชับแน่นอีก

“ ... ”

“ ขออยู่แบบนี้สักพัก ” เสียงทุ้มนุ่มว่าเบาๆ “ นะ ”

ผมหลุบตาต่ำลงมองดูปฏิกิริยาอีกฝ่ายแล้วก็ดูไม่ออกเพราะมืด ไหวไหล่ไม่ได้ว่าอะไรก่อนจะพึมพำบ่นด้วยเสียงหงุดหงิด

“ งั้นอยู่เงียบๆนิ่งๆไปเลยมึง ” เกรี้ยวกราดสาดมีดใส่ “ พูดมาก รำคาญ กูหาร้านบะหมี่เองก็ได้สัด ”

สุดท้ายผมก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร พยายามสนใจแต่การขับรถ ไอ้ตัวประกอบที่นั่งมาด้วยก็ทำตามคำสั่งดีจริงๆ กอดเอวซุกหน้าเงียบ ระหว่างที่ผมกำลังตั้งใจสาดส่องสายตาไปตามข้างทางหาร้านบะหมี่ชายสี่หมี่เกี๊ยวเพลินๆ ความรู้สึกหนักๆ ทับร่างคลายออก...

“ อุ่น ”

“ กูบอกให้นั่งเงียบๆไง ”

“ เดี๋ยวเงียบ แต่ขอพูดเรื่องหนึ่งก่อน ” เสียงจริงจังและดูเครียดพาให้ละความสนใจจากนอกรถไปเหลือบมองมันเสี้ยวหนึ่งก่อนจะหันกลับไปตามเดิม

“ อะไร ”

“ กลับไปแล้ว... ”

จำเป็นต้องเสียงเครียดมากมั้ย พาให้เครียดตาม

“ อาบน้ำก่อนเลยนะ เหม็นเหงื่อมาก ”

!!

ผมหันไปจ้องเขม็งเพื่อตรวจดูว่ามันพูดเล่นหรือพูดจริงแต่ก็ไม่พบแววขี้เล่นซ้ำร้ายยังดูเครียดสุดๆ

“ ตัวเหม็นแบบนี้ นอนกอดไม่ลงว่ะ ”

เสียงมรณะพร้อมกับใบหน้าร้อนฉ่ากว่าครั้งไหนๆ “ มึง... ”

“ กลับไปอาบน้ำก่อนเลย เหม็นจริงๆ ”

“ ลงจากรถไปเลย ไอ้เหี้ยยยยยยยยยย!!!!

 

 




“ กูพูดเรื่องจริง โกรธทำไมวะ ”

ส่งสายตาหงุดหงิดปนสั่งให้เงียบไปให้คนนั่งตรงข้ามผู้นั่งแดกเงียบๆไม่เป็น พอง้อหน่อยกลับมาเริงร่าคนละคนกับไอ้คนซึมซังกะตายตลอดวันจริงๆ

“ เออ ใครมันจะตัวหอมฟรุ้งตลอดเวลาวะ ” พาลครับ กระแทกตะเกียบลงชามด้วยความไม่เข้าใจในตัวเอง “ เออไง กูไม่ใช่ซีไง ”

ไอ้วินที่กำลังดี๊ด๊ากับการแกล้งผมชะงักไปครู่แล้วขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

“ ซีเกี่ยวอะไร ” วินถามแล้วตีสีหน้าจริงจังขึ้นวางตะเกียบลงแล้วหยุดกิน “ ว่าจะถามหลายรอบแล้ว เวลามีอะไรเกี่ยวกับซีทีไร ทำไมมึงชอบหงุดหงิด ”

“ ใครหงุดหงิด! ” ผมขบเม้มปากแล้วถอนหายใจแรงๆ สีหน้าผมมันบ่งบอกทุกอย่างจริงๆนั้นแหละ

“ แต่ก็ดีใจนะที่ทำให้หึงได้ ” หัวเราะร่วน แล้วกลับมาพูดเสียงจริงจัง “ กูไม่ได้สนใจซีอยู่แล้ว อยู่ก็อยู่กับมึงเป็นปลิงขนาดนี้ ”

“ แต่ซีเขาชอบมึง ”

หลุดปากได้ก่อนจะได้รับแววตาแปลกใจกลับมาแทน... วินยังไม่ตอบโต้ในทันทีทำแค่หยิบน้ำขึ้นมาจิบแล้วค่อยพูด... บางทีก็อยากถามนะ ทำไมเวลาสำคัญๆต้องเล่นตัว คิดว่าเท่มากมั้ย

“ ผิดแล้ว ”

“ อะไรผิด ”

“ ซีไม่ได้ชอบกูหรอก ” หยิบตะเกียบขึ้นมาทำท่าจะกินต่อ “ ซีเขาชอบไอ้ฝุ่นต่างหาก ”

“ หา ”

เป็นควายงงก็วันนี้แหละ คือ...คุยกับไต้ฝุ่นมา นั่นก็บอกว่า ซีชอบวิน พอมาคุยกับไอ้วินก็บอก ซีชอบไต้ฝุ่น... สรุป มึงชอบใครวะ ซี

“ จะชอบไต้ฝุ่นได้ไง ” ก็เขามีแฟนแล้ว... ผมพึมพำงึมงำ

คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง “ ทำไมจะไม่ได้ ไอ้ฝุ่นมันก็โสดสนิท ”

หา...ตกลง...ใครมันพูดจริง แล้วใครมันโดนหลอกวะ

“ ซีก็คอยถามเรื่องไอ้ฝุ่นตลอด ”

“ แต่ในเฟสมันก็มีรูปมึงบานตะไทเลยนี่ ” สะบัดเสียงเสียงไปด้วยความลืมตัว ไอ้คนตรงหน้าก็หูไวหยิบเรื่องมากระแหนะกระแนผมต่อ

“ อุ๊ยๆมีส่องสืบเรื่องพี่ด้วย ” ยิ้มหน้าบานแล้วส่ายหน้าหน่อยๆ “ ใครมันจะไปกล้าถ่ายรูปคู่กับคนที่ชอบเล่า!

สมัยนี้แล้ว ยังจะเขินอายอีกเหรอ...

“ สบายใจเถอะ พี่ไม่มีทางชอบซีอยู่แล้ว ”

สบายใจกับมึง แต่ไม่สบายใจกับความโง่ตามมันไม่ทันมากกว่า...เฮ้อ ยาดมมีมั้ย

จากการคุยไปคุยมา สรุปได้เลยว่า...ไอ้วินมันถูกหลอกเข้าเต็มเป้าจากคนหน้าใสกิ๊ง แล้วมันก็ยังไม่รู้ตัวซะด้วย รู้สึกคล้ายจะวิงเวียนศีรษะและลมจะใส่

“ เอ้าๆ กินต่อๆ ” วินหยิบตะเกียบตัวเองขึ้นมาตั้งหน้าตั้งตากินต่อเงียบๆ

ผมปรือตามองไปรอบๆตัวแล้วอยากจะเป็นลมให้รู้แล้วรู้รอด  ปวดหัวจี๊ดสุดๆเกินจะบรรยายใดๆ มองไปทางไหนแล้วก็อยากจะตะโกนความอัดอั้นให้โลกรู้ แต่ก็ต้องกลั้นไว้

“ วิน ” ผมเรียกมันเสียงเข้ม

“หือ? ” เงยหน้ามาพร้อมเส้นก๋วยเตี๋ยวยังยาวยืดคาปาก “ อาอาย ”

ผมเอื้อมมือไปจับจมูกมันแล้วบีบเบาๆ... เส้นก๋วยเตี๋ยวในปากมันค่อยๆหล่นออกจากปากเพราะอาการค้าง...

“ โง่ๆแบบนี้ ”

“ ... ”

“ คงปล่อยห่างตัวไม่ได้แล้วมั้ง ”

 

 




อย่าคิดว่ายอมขนาดนี้แล้วจะได้ตัวและใจไป...

ใจยังคงเป็นของกู และตัวยังคงเป็นของกู

นายธาราไม่ง่ายนะครับ

ยังไม่ยกให้ใคร...

คิดว่าเมื่อคืนเข้าใจกันดีแล้วจะมามุ้งมิ้งเขินกันเหมือนคนอื่น มันไม่มีทาง มันไม่มีเขียนไว้บนพจนานุกรมของผม

“ ไอ้วิน ตื่น!

ปลุกด้วยวิถีแมนๆ ตีนไปก่อนเสียงด้วยซ้ำ ส่วนผมก็ลุกขึ้นมาคลำหาโทรศัพท์ดูเวลาแล้วเป็นเวลาเช้าแล้ว ฟ้าสว่างแล้ว

“ ปลุกดีๆ ไม่ได้เหรอวะ! ง่วง! ” ตื่นมาบ่นแล้วหลับต่อ

“ ตื่น และหยิบกล้องมา ” หันไปเขย่ามันอีกทีแล้วก็ยังไม่ลุก ถอนหายใจแล้ว “ เออ กูไปดูทะเลหมอกคนเดียวก็ได้ ”

พรึ่บ!

“ รอหนึ่งนาทีเดี๋ยวพี่เช็คกล้องแปบ ” จากง่วงๆมันตาสว่างขึ้นมารีบหากล้องโปรตัวแพงระยับของตัวเอง ส่วนผมมองนิ่งแล้วเดินออกมานอกเต็นท์

เหมือนจะดูโรแมนติก ตื่นมาดูทะเลหมอก...แต่เปล่าเลย

“ อุ่นจ๋าาา ”

ชีวิตจริงไม่ใช่นิยายที่จะได้มานั่งดูกันสองคน... ตราบใดที่ยังมีสามเกรียนอยู่ จงดับฝันหวานๆไปซะ

ผมเกาหัวเล็กน้อยแล้วมองเหล่าพี่น้องที่มีท่าทางเหมือนอดหลับอดนอนมา ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยก็ต้องถาม

“ ไปทำอะไรกันมา ตาแดงๆนะ ”

ถามแค่นั้นก่อนจะได้รับการตอบสนองเกินคาด ทั้งสามถลาตัวมากอดผมแล้วปล่อยเสียงครวญครางเหมือนหมาโดนรถทับ

“ โฮ นึกว่าจะไม่สังเกตแล้ว ” ดินเปิดฉากก่อนเลย “ เนี้ย เฮียนั่งอดหลับอดนอน นั่งรออุ่นเพื่อจะได้ไปดูทะเลหมอกด้วยกันสองคนเลยนะ ”

“ เฮียนั่งมาก่อนไอ้เชี่ยดินอีกนะอุ่น ” ตามด้วยลมที่กอดโอบใช้ทั้งตัวกอดผมไว้พูดอย่างไม่ยอม “ เฮียนั่งรอตั้งแต่ตีสอง ไม่หลับไม่นอนรออุ่นคนเดียว อยากไปดูทะเลหมอกด้วยกันเป็นคนแรก ”

“ ไม่ได้นะพี่อุ่น ไฟตั้งตารอคอยตั้งแต่วางแผนทริปแล้ว ตั้งใจจะพาพี่อุ่นไปดูคนเดียว โดยไม่มีไอ้สองคนนี้!! ” หันไปแยกเขี้ยวใส่สองพี่รักกระชับแขนที่กำลังกอดเอวเกี่ยวขาผมไว้ “ พี่ต้องไปดูกับผม!

นี่ถ้าตัวเตี้ยกว่าพวกมันเกินสามเซนคงล้มกลิ้งไปนานแล้ว เสียงซอกแซกของอีกคนดังจากด้านหลังคงไม่พ้นไอ้วิน

“ เอ่อ... ” อึกอัก

สามศรีพี่น้องหันไปถลึงตาใส่คนถือกล้องแยกเขี้ยว

“ หึ! ช้าไปนะ ไอ้หน้าปลาช่อน! ” ไฟดูจะพอใจที่สุด

“ งานนี้อุ่นเลือกพวกกู! ” ดินเสริมทัพ

“ อุ่นจะไปดูทะเลหมอกกับพวกกู! ” ลมยิ่งเกาะผมแน่น

เมื่อกี้ กู พอศึกนอกมา กลายเป็น พวกกู ทันที...เจริญจริงๆ

ผมถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะระบายยิ้มบางๆ... ผมเอี้ยวคอหันไปหาไอ้วินที่ยืนนิ่งประเมินสถานการณ์อยู่...

“ เดินตามหลังมาห่างสักสองเมตร ” เอ่ยเบาๆ แล้วดึงกระชากแขนกระชากตัวจากการเกาะกุม “ เข้าใกล้มากเดี๋ยวมีคนกัด ”

ตอนแรกสีหน้าพี่น้องผมเปลี่ยนสีกันไปเลยวินาทีที่คิดว่าผมจะเลือกไอ้วิน แต่เปล่าหรอก ผมเปลี่ยนมาเป็นข้อมือไอ้ดินกับไอ้ไฟคนละข้าง

ไอ้ลมเบะปากทำท่าจะร้องไห้ที่ผมไม่จับมือมัน...

“ ไหล่กับคอกูว่าง โอบไปสิ ” ผมพูดเรื่องหน่ายๆ ดึงให้ไอ้ดินเดินนำเพื่อให้ไอ้ลมมันเดินมาโอบผมสะดวก ถามว่าร้อนมั้ยที่ต้องมาอยู่กันเป็นก้อนกลมๆ ภาพผู้ชายตัวโตสี่คนเดินพากันไปเป็นก้อนคงไม่น่าดูเท่าไหร่หรอก

แต่มาคิดย้อนแล้วพวกผมก็ไม่ได้มีเวลามาเที่ยวกันแท็คทีมตามประสาพี่น้องแบบนี้กันเท่าไหร่ส่วนใหญ่ติดปัญหาที่ผมกับไอ้ดิน เรียนจนไม่มีเวลาว่าง

วันนี้อารมณ์ดี จะยอมเป็นน้องที่ดีสักวัน...

รอยยิ้มกว้างๆพร้อมตาเป็นประกายพราวระยับเป็นสิ่งที่ผมชอบแอบมองที่สุด... เราสี่ก้อนพากันเดินไปตามทางของรีสอร์ทที่เขาจะจัดไว้เพื่อไปจุดชมวิว...

หางตาเห็นไอ้วินเดินตามมาพลางยกกล้องขึ้นถ่ายรูปพวกเราสี่คนเงียบๆแต่มุมปากยังคงแต้มรอยยิ้ม...

บางทีไปดูทะเลหมอกแบบนี้ก็รู้สึกดีไม่น้อยเหมือนกัน

                ทุกอย่างเหมือนเกือบจะดี... แต่สงครามเขาก็สงบกันได้ไม่นานหรอก

                “ ไอ้ไฟ! มึงขัดขากู!

                “ ไอ้ดิน มึงเหยียบตีนกู!

                “ ไอ้ลม ศอกมึงชนกู!

                “ มึงอยู่ใกล้อุ่นไปล่ะ!

                “ มึงเบียดไปมั้ย ขาดความอบอุ่นเหรอสัด!

                “ จะเอามั้ยล่ะ!

                “ มาดิว่ะ รอมานานแหละ ไม่เห็นต่อยสักที ป๊อดนี่หว่า ”

                ผมคนอยู่ตรงกลางก็โยกเยกไปตามแรงเบียดของพวกมันขณะเดียวกันก็เป็นไม้กลางหมากัดกันไปในตัว ไม่ทันให้ได้ออกปากห้ามทัพก็ขัดขากันล้มระเนระนาด ผมล้มคว่ำหัวกระแทกพื้นเต็มๆ เพราะฝนตกปรอยๆตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วทำให้พื้นดินเปียแฉะ โครงหน้าของผมจึงเต็มไปด้วยคราบดิน...

                “ ไอ้พวกเวร... ”

                สงสัยทะเลหมอกจะไม่ได้ดูแหละ

                สงสัยว่าวันนี้จะทำตัวเป้นน้องที่ดี คงต้องยกเลิก...

                “ เอ่อ ใจเย็นก่อนนะอุ่น ” ดินออกตัวมาปลอบผมก่อน

                “ ความผิดมึงนั่นแหละ ไอ้หมอ! ” ไฟโยนความผิดก่อนชาวบ้าน

                ลมหันไปจ้องเขม็ง “ กูเห็นมึงขัดขาไอ้หมอก่อนนะ!

                “ เล่นพวกใช่มั้ย!

                “ คะ... ”

                “ เงียบ!! ” เอ็ดเสียงเข้มใช้สายตาเดือดปุดๆมองทีละคนๆ แล้ว... “ อย่าอยู่เลยมึง!!!

                มาดูทะเลเลือดกันดีกว่า!!

                ใช้สองมือปาดดินโคลนมาละเลงหน้าดีๆหล่อๆของสามหมาบ้าให้หายหงุดหงิด ตบต่อยกันไปคนละทีมันไม่สะใจ วิธีนี้แหละดีสุด และได้ผลดีเกินคาด

                “ ว๊ากกก อุ่นนน อย่าาา ”

                “ เดี๋ยวหน้าเฮียเป็นสิวววว ”

                “ แงงงง ไอ้พี่ลม ช่วยไฟด้วยยยย ”

                “ ตายกันให้หมดเลย!!

                ท่ามกลางสงครามเลอะเทอะดินโคลน มีหนึ่งคนที่เอาแต่หัวเราะบ้าคลั่งกดถ่ายรูปไม่ยั้ง...  มีครั้งไหนที่ผมจะได้ทำอะไรเรียบง่ายสำเร็จบ้าง

                กะอีแค่เดินไปดูทะเลหมอกง่ายๆ ยังทำไม่ได้


                กูจะบ้า!!

 




แทรกช่วงอัพเดท facebook by กรกวินต์

 

                Kornkavin : การชอบใครสักคน มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาต้องแสนดี น่ารัก หรือเหมาะสม ถ้าชอบแล้ว ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง... ผมก็ชอบอยู่ดี รูปของธาราที่กำลังยิ้มกว้างสะใจกับการปาดดินตามหน้าของพี่น้องสามหน่อแม้ใบหน้าตัวเองจะเละเทะไปด้วยคราบดินสกปรกก็ไม่ได้ใส่ใจ

               

                8,589 Likes and 2,746 Comments


                แพนด้าอยากกินไผ่ : วินอุ่นเขามาแรงค่ะคุณณณณ

                สาวิตีตะตี๊ตี่ตี๋ : อยากจะเป็นดินบนหน้าพี่ธาราเหลือเกิน ปล.หน้าพี่ดินตอนเหวอยังหล่อ T^T ตายสนิท

                Honey G : หวานจนมดขึ้นเฟสหมดแล้วพี่วิน!

Jody Deer : ...

QueenKim : เหมือนกำลังมีคนดิ้นอยู่ พูดไม่ออก

                Rika RIN : คงเล่นๆ

PissyCo : เล่นๆกับคนฝั่งเธออ่ะเหรอ ส่วนคนบนโพสจริงจัง อู้วววว

 



****************************************






“ ไปอาบน้ำไป ”

เสียงกวนประสาทดังขึ้นหลังจากผมเพิ่งล้างหน้าล้างตาเสร็จเอาคราบดินออกไปแล้ว แต่ตัวนี่เลอะเทอะยิ่งกว่าลูกแมวจมบ่อโคลนซะอีก

“ ไม่บอกกูก็ไปแน่ ” เสียงเขียวเพราะยังไม่หายโมโห อดดูทะเลหมอกไม่พอ ยังจะมาเปื้อนทั้งตัวแบบนี้อีก

“ หยิบของมาให้แล้ว เดินไปห้องน้ำไป ”

ไอ้วินชูผ้าเช็ดตัวกระเป๋าเสื้อผ้ามาพร้อม พยักหน้าลงไปทีก่อนจะเดินไปยังห้องอาบน้ำที่ทางรีสอร์ทมีให้ พอถึงก็ยื่นมือจะขอสารพัดของ มันก็ชักมือลบ แถมยิ้มเจ้าเล่ห์แถมมา

“ ใครบอกว่าจะให้อาบน้ำคนเดียว ” ยิ้มกรุ้มกริ่ม “ จะอาบให้ต่างหาก แถมโปรโมชั่นเสริมขัดผิวทุกซอกทุกมุม ”

“ ไอ้!

“ คิดราคาค่าบริการ สักน้ำสองน้ำ ” พูดสองง่ามสี่ง่ามไม่พอยังแสดงท่าทีหื่นกามอีก ผมเบิกตาโตถามกลับเสียงเข้ม

“ น้ำอะไร!!

รีบทำหน้างงไม่เข้าใจว่าผมตวาดทำไม “ คิดไปไหน ”

“ แล้วน้ำอะไร!

“ น้ำแดงโซดาไง เลี้ยงสักแก้วสองแก้วดิ ” กระตุกยิ้มพอใจหลังจากยั่วอารมณ์โมโหขึ้นได้ “ ไปๆไปอาบน้ำได้แล้ว ”

กวนตีนเสร็จก็มาลูบหลังทำดีต่อ ชี้หน้าคาดโทษไว้ไม่วายถีบส่งมันไปไกลๆลูกตา...

“ ไล่กันจริงๆ ถ้ามึงร้องหากูขึ้นมา กูจะเล่นตัว!!

ผมแต้มยิ้มแสยะมุมปาก “ ไม่มีทาง ให้ตายก็ไม่เรียก ”

“ เออ แล้วจะคอยดู ” สีหน้าเป็นต่อเหมือนรู้อะไรมาจนเหมือนคิ้วขวากระตุก

 เลิกสนใจมันแล้วปิดประตูห้องน้ำลง เอาผ้าเช็ดตัวแขวนราวไว้ดีๆ จากนั้นก็เอาสบู่ ยาสระออกจากกระเป๋า แขวนกระเป๋าไว้ที่สูงจะได้ไม่เปียก เปิดฝักบัวเริ่มล้างตัวก่อนเป็นอย่างแรง สายน้ำสาดกระเซ็นไปทั่วหน้าให้ความรู้สึกสดชื่น เปลือกตาปิดลงปล่อยสายน้ำเทราดตัวอยู่ครู่ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีตัวอะไรเคลื่อนไว้อยู่แถวพื้นห้องน้ำ

ผมก้มหน้าลงแล้วขยับเปลือกตาขึ้นมองเสียงแผ่วๆของการเคลื่อนไหวด้านล่างแล้วต้องขยายลูกตาโตเท่าไข่นกกระจอกเทศ... สิ่งมีชีวิตน่าขยะแขยงตัวอ้วนใหญ่กว่าจิ้งจก สีม่วงคล้ำแต่สิ่งที่เตะตาสุดคือเนื้อตัวขระขระไม่เรียบสีแดงสีส้มสีเหลืองมองดูแล้วยิ่งสยอง น่าหวาดหวั่นคือดวงตากลมสีเหลืองสว่าง... มันมองจ้องผมกลับแล้วค่อยๆอ้าปากกว้างๆ..

ตั๊บแก! ตั๊บแก!! ’

นาทีนี้...ความหยิ่งผยองมันกินไม่ได้...


“ เชี่ยวินนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!!





 

 

“ โอ๋เอ๋ เตงหายกลัวยัง ”

“ เตงพ่อง!

ผมทำหน้ายักษ์ใส่ไอ้วินที่สติลสตรองการยิ้มหวานอารมณ์ดีไม่เลิก มันน่าโมโหจนอยากแดกหัวคนแถวนี้จริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าผมกลัวสัตว์ประหลาดนามว่าตุ๊กแกชิบหาย เห็นแล้วมันก็ยังจะเชิญผมไปอาบน้ำห้องนั้นอีก

เรียกแล้วกว่าจะยอมมาช่วยเล่นซะขาสั่นพับ...

พอมาตอนนี้ก็ยังล้อเรื่องนี้ไม่เลิก ถ้ากูหัวใจวายตายจะตายไปเด็ดหัวมึงคนแรกเลยคอยดู!

“ โอเคๆ ไม่ล้อแล้ว ” ขำๆกับตัวเองแล้วนั่งขัดสมาธินั่งมองผมที่กำลังเตรียมของสารพัด “ จะไปวาดรูปเหรอ ”

“ เห็นกูจะไปปีนหน้าผารึไง ”

“ ปีนทำไมหน้าผา มาปีนอยู่ในหัวใจพี่ดีกว่า ” นอกจากมุกสามสลึงสองบาทก็มามุกเสี่ยวชวนอ้วก... ผมส่ายหน้าไม่สนใจแล้ว หยิบกระเป๋าสี่เหลี่ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาเปิดออก เผยให้เห็นสีน้ำนับร้อยหลอดเรียงเป็นแผงสวยชิดสี่ด้านเหลือพื้นที่ตรงกลางไว้ใสแก้วน้ำและพู่กันมากกว่ายี่สิบด้าม จานสีจะวางอยู่ก้นกระเป๋าเลย ดีไซน์กระเป๋าค่อนข้างจะเฉพาะและจัดส่วนได้อย่างลงตัว

ถามว่าใครออกแบบ... ไอ้พี่ปายคนปกตินั่นไง

อึ้งอ่ะดิ

เห็นบ้าๆแบบนั้นก็ทำอะไรดีๆเป็น แค่มันไม่ทำ

มือค้นๆรื้อๆเช็คๆแล้วรูดซิปปิดโยนให้ไอ้วินถือ ส่วนตัวเองหันไปหาแผ่นกระดานไม้สำหรับรองวาดภาพแล้วก็ม้วนกระดาษที่เตรียมไว้มาถือ จากนั้นค่อยลุกมุดออกจากเต็นท์

เดินออกมาก็เห็นเพื่อนสองตัวเริ่มเตรียมข้าวของเช่นเดียวกับผมแล้วเหมือนกัน มองไกลไปอีกหน่อยเห็นไอ้ดินมันมองซ้ายมองขวาเหมือนหาใครสักคนแต่ดูแล้วจะหาไม่เจอ มันยีผมเหมือนโดนขัดใจแล้วเดินไปไหนสักที่

ผมไหวไหล่แล้วนึกอะไรดีๆขึ้นมาได้ เลยเดินไปหาไอ้ไผ่ผู้กำลังกวาดสายตาหามุมเหมาะๆวาดรูป เสียงเท้าลงหนักของผมทำให้มันหันมาเลิกคิ้วสงสัย

“ มีอะไรมึง ”

ผมยื่นโทรศัพท์ของผมให้มัน มันก็รับไปแบบงงๆ

“ ไม่ได้อัพเฟสมาหลายวัน ” เสียงเนิบช้าๆ “ ถ่ายรูปให้ที ”

“ อะไรวะ ” ไอ้ไผ่ทำหน้าอึนอยู่ครู่ก่อนจะร้องอ้อ แล้วก็หัวเราะ จากนั้นค่อยคลี่ยิ้มคล้ายกำลังเจอเรื่องสนุก “ กูอัพเองเลยได้มั้ย ”

“ ตามสบาย ”

ไอ้ไผ่เป็นคนฉลาด และร้ายกาจต่างจากใบหน้าซื่อๆของมันโดยสิ้นเชิง

“ แล้วมึงจะไปวาดรูปแถวไหน กูจะได้ตามไปเป็นปาปารัสซี่ ”

ผมชี้ไปทางจุดชมวิวที่สาม “ แถวนู้น ”

ไผ่พยักหน้าเข้าใจแล้วเพิ่งนึกบางอย่างได้ “ เออ เมื่อกี้พี่ดินเขามาถามหาพี่ปายด้วย มึงเห็นพี่ปายบ้างปะ ”

“ ไอ้ดินอ่ะน่ะ ” ทวนด้วยความแปลกใจ ไอ้ไผ่พยักหน้า “ ไอ้พี่ปายมันเคยอยู่เป็นที่เป็นทางที่ไหน คงไปหาอะไรเล่นตามประสา ” ประสาคนบ้า

“ งั้นกูไปก่อนนะ ”

ตระเตรียมกับไอ้ไผ่เรียบร้อยก็เดินหอบของนำไอ้วินที่เล่นกล้องไม่เลิก เมมกล้องมึยังไม่เต็มอีกเหรอ โคตรบ้ากล้องเลยให้ตาย

เดินไปตามทางตัดแต่งแม้รีสอร์ทจะตั้งอยู่ในเนินเขาแต่ก็ยังคงอยู่แบบธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์พาให้รู้สึกดีเกินคาดจริงๆ หยุดเท้าลงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา นัยน์ตาคมเริ่มไล่หามุมสวยๆ แล้วค่อยๆนั่งลง เหยียดขายาวแล้วตั้งเข่าขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อวางกระดานไม้

ความคิดเริ่มดำดิ่งลงในโลกของตัวเอง แทบไม่รู้ตัวเลยว่าไอ้วินเดินมานั่งข้างๆ มันวางกระเป๋าสีและขวดน้ำเปล่าสองสามขวดน้ำอัดลมสามกระป๋องไว้ข้างผม ก่อนที่มันจะลุกไปเดินร่อนเข้าสู่โลกของมัน

 หางตาเหลืบมองใครอีกคนแล้วจุดระบายยิ้มเล็ก ผมหยิบดินสอมาเริ่มวาดโครงคร่าวๆ อยู่สักใหญ่แล้วเอากระดาษแผ่นใหม่มาวางทับแล้ววางโครงคร่าวๆเหมือนเมื่อครู่แล้วเริ่มเปิดคลังสี เอาแก้วน้ำ เอาพู่กันมาเทกระจายตามพื้น

เติมน้ำลงแก้วแล้วเริ่มละเลงศิลปะ...

 เข้าสู่โลกของตัวเองโดยสมบูรณ์

ไม่ได้สนใจใครอีกคนที่กำลังถ่ายรูปผมทุกมุมด้วยรอยยิ้ม...

 


ธาราคืนพื้นที่เพราะต้องการสมาธิบรรเลงศิลปะ

 




กรกวินต์ได้รับพื้นที่กะทันหัน


 


                คิดถึงผมกันรึเปล่า

                เหมือนเราจะไม่ได้เจอกันนานมากๆ เพราะไอ้คนหน้ามึนมันยึดครองพื้นที่ตลอดเวลา

                ตอนนี้ผมกำลังนั่งยิ้มเหมือนคนบ้ามองผู้ชายตัวโตแต่ผมก็ยังสูงกว่านิดนึงตั้งหน้าตั้งตาระบายละเลงพู่กันลงบนกระดาษสีขาว

                จากตอนแรกที่ดูเท่าไหร่ก็ดูไม่ออกว่ามันวาดอะไรก็เริ่มจะเห็นแบบในหัวมันบ้างแล้ว เล่นระเลงจนทั่วแล้วค่อยมาแต้มสีเก็บรายละเอียด

มันดูจะมีสมาธิมากเกินไป เกินไปจนลืมไปแล้วว่าผมก็ยังนั่งหัวโด่อยู่นี่ งอนได้นะเว้ย กระดาษแผ่นเดียวก็งอนได้ อย่าหาว่าพี่ประสาท พี่แค่อิจฉาเฉยๆ

                ไม่รู้จะทำอะไรเลยยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปมันต่อ ต่อให้เลนส์กล้องชนหน้ามัน มันก็ไม่รู้หรอก เพราะสายตามันจ้องเขม็งไม่ละไปจากกระดาษเลย ...รู้สึกอยากเป็นกระดาษขึ้นมาซะดื้อๆ

                อย่าหาว่าพี่เป็นเอามาก พี่แค่หลงมากกว่าเดิมเฉยๆ...

                ในสองวันที่ผ่านมามันเริ่มแปลก แปลกที่ว่าคือแปลกในทางที่ดี และผมได้กำไร อยู่ๆก็งอน แล้วหายงอนก็มาง้อด้วยความรักแสนดิบเถื่อนกระชากหัวด้วยแรงรักหรืออาฆาตก็ไม่แน่ใจ แต่ที่รู้ๆ ผมพี่หายไปเป็นกำครับ จะโกรธเรื่องกระชากผมแต่มาปลิวหายไปยามปากนุ่มๆหอมแก้มแสนนุ่มนิ่มเหมือนก้นเด็กแรกเกิดของผมด้วยหัวใจที่ร่ำร้องว่าวินคะวินขา พี่นั้นปลาบปลื้ม

                ไหนจะคำพูดมึนๆซึนๆตามอารมณ์มันที่มาเขย่าใจผมอีก มันน่าจับปล้ำทำเมียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยจริงๆ

                เมื่อเช้ามันอุตส่าห์ชวนผมไปดูทะเลหมอก แต่ดันมีมารขวางคอ หรือก็คือพี่เมียน้องเมียมันนั้นเอง เกือบจะโรแมนติกอยู่แล้ว น่าเสียใจจริงๆ

                บ่นเรื่องเก่าๆหน่อย เพราะปัจจุบัน คือ โดนเท ไม่สนใจไง กราซิก

                “ น้ำหน่อยมั้ย ” หยิบน้ำอัดลมไปชูกั้นขวางหน้ามันกับกระดาษ และผลที่ได้คือ ปัดทิ้งราวกับมันคือแมลงหวี่แมลงวัน พื้นนั่นช้ำใจเหลือคณา...

                “ ... ” (ตั้งหน้าตั้งตาวาดรูป)

                จะร้องไห้แล้วนะ!!

                นายกรกวินต์ไม่เคยโดนเมินแบบนนี้มาก่อนนะ... มึงเป้นใครทำไมมึงกล้าเมิน... อ้อ เป็นเมียบังเกิดเกล้า

                เล่นเอง ตบมุกเอง... คิดว่าว่างจัดแค่ไหน

                ผมทำหน้าเมื่อยเพราะขี้เกียจจะเล่น เลยยอมอยู่นิ่ง อัพโซเซี่ยลแสดงความเป็นเจ้าของดีกว่า ทิ้งตัวนอนลงบนพื้นหญ้าแล้วเอาโทรศัพท์มาจิ้มๆเข้าตัวเอฟสีฟ้า กดเลือกเปลี่ยนภาพปกของเฟสเพื่อใช้รูปใหม่ที่ได้มาสดๆร้อนๆ

               

                Kotnkavin อัพเดทภาพหน้าปกใหม่ เป็นรูปของใครอีกคนที่มัวแต่สนใจวาดรูปไม่เลิกไม่รา

 

                ผมอมยิ้มเล็กน้อยแล้วเลื่อนไปดูหน้าวอลตัวเองที่พักหลังมาเริ่มเงียบเป็นเป่าสาก หลังจากเริ่มมาวุ่นวายกับไอ้คนเรียนสถาปัตย์ สาวๆหนุ่มน้อยหายเกลี้ยง แต่ก็น่า เพื่อนๆกันทั้งนั้น ผมเรียนนิเทศก็ต้องตระเวนเจอผู้คน ทำงาน ไปเป็นหมามองแมวมองหาคนมาเล่นละครปลายปี แล้วปีนี้เป็นปีที่ผมต้องจัดแล้วด้วย แน่นอนว่า ยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย คนเขียนบทยังไม่ส่งมาเลย ถามว่าใคร ไอ้ฟรานไง

                พูดถึงมันแล้ว ตั้งแต่มาทริปก็เห็นอยู่แต่กับฝาแฝดสองคนนั้น ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า...

                ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของผม

                มาสนใจคอมเม้นรูปล่าสุดของเมื่อวานที่ผมอัพไปหลังไปกินบะหมี่ก๋วยเตี๋ยวกับอุ่น เป็นรูปเผลอๆหน้าแหยงๆตอนมันเผลอกัดพริก

 

                กิ่งแก้วกิ่งก้านใบ : เบื่อคนขี้อวดจังเลยค่ะ

                GEEMIN JINO : อวดอยู่นี่ เขารับรู้รึเปล่า มโนไปเองปะคะ

  

              ...เจอหน้าคณะจะต่อยผู้หญิงให้ดู


                น้องมิ้นท์อยากเป็นนางงาม : ไม่แปลกใจ ทำไมพี่วินถึงชอบพี่ธารา ก็น่ารักขนาดนี้!! อยากได้!


                โนวๆ คนนี้ของพี่ครับน้อง มาทางไหนไปทางนั้นครับ


                VINZEE’FC : ไยพี่วินนอกใจน้องซีแบบนี้ T^T


                ผมเอียงคอเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ... จะนอกใจยังไง ผมไม่ได้ชอบซี แล้วซีก็ไม่ได้ชอบผม ไหวไหล่มองข้ามไปอ่านคอมเม้นอื่นๆแทน ผมใช้เวลาอยู่หน้าโทรศัพท์นานจนรู้สึกตัวอีกที่ตอนกลิ่นฉุนจมูกหน่อยพร้อมความเปียกชื้นป้ายใต้จมูก ผมละสายตาจากตัวอักษรทั้งหลายมองกะพริบตามองดูสิ่งที่เกิดขึ้น

                ยังไม่ทันได้ตั้งสติ ความเปียกชื้นไล่ละเองตามหน้าอีกครั้งไม่ทันได้ตั้งตัว

                “ เล่นบ้าอะไรวะ ” แหวใส่อย่างอารมณ์เสีย เริ่มห่วงหน้าตัวเองว่าจะมีสิวขึ้นบานแน่ๆ มองคนทำที่ตอนนี้ยักคิ้วให้ถืออาวุธอย่างพู่กันชุ่มสีเขียวแสดงหลักฐานมัดตัว

                “ เล่นสี ” เวลามันจะกวนมันก็กวนหน้าตายจริงๆ

                “ ได้ ได้ ” ผมแกล้งทำเสียงหงุดหงิดคว้าพู่กันอันใหญ่สุดจุ่มลงจานสีสีใดสักสีหนึ่งแล้วพุ่งใส่ตัวคนเริ่มสงคราม มันเหวอไปเลย ไม่คิดว่าผมจะทุ่มสุดตัวโถมใส่มันนั่งเกยตักมันอยู่แล้วจัดการป้ายๆๆๆ ไปตามจมูก หน้าผาก แก้ม หันไปจุ่มอีกสีแล้วมาจัดการละเลงหน้ามันต่อ ไอ้อุ่นมันก็พยายามสะบัดตัวหนีเบือนหน้าหนีอาศัยจังหวะผมเผลอก็เหวี่ยงผมลงไปนอนราบกับพื้นหญ้าแล้วขึ้นคร่อม เอาพู่กันมาละเลงหน้าผมอย่างสนุก

                “ จะสู้เหรอ ” มันถามเชิงกวนแล้วหยิบจานสีมาถือเลย “ อยู่นิ่งๆดิว่ะ เชื่อมือกู หล่อเเน่”

                “ ไม่เอา! ” เดี๋ยวสิวขึ้นแล้วไม่หล่อ! “ เดี๋ยวสิวขึ้น!

                มันแสยะยิ้ม “ หน้ามึง ไม่ใช่หน้ากู ” จัดการยึดพู่กันในมือผมไปแล้ว แล้วมันก็เริ่มศิลปะบนหน้าผม เอ่อ น้องครับ อยากได้กระดาษก็บอกดีๆจะไปหาให้

                ตอนแรกอยากเป็นกระดาษแต่ตอนนี้ไม่แล้ว ถึงมันจะเพ่งความสนใจมาก็เถอะ

                อ้าปากจะร้องห้ามว่าพอแล้ว แต่เห็นมุมปากยกยิ้มของมันแล้วเสียงกลืนลงท้องแทบจะทันที แบบนี้ไม่เรียกว่าหลงแล้ว นี่มันความทาสแล้ว...

                พอผมนิ่งปล่อยให้มันเล่นตามใจชอบมันยิ่งยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม... มองนอนมองใบหน้าเปื้อนสีที่น่าจะน้อยกว่าผมเยอะอย่างเพลิดเพลิน

                ผมที่มัดยุ่งๆดูไม่เป็นทรงตกมาปรกหน้าบ้างระต้นคอบ้างยิ่งมองยิ่งดึงดูด...

                “ จูบมึงตอนนี้กูจะโดนถีบตกหน้าผาเปล่าวะ ” โพล่งขึ้นไปดื้อสร้างความตกใจนิดๆให้อีกฝ่าย

                มันไม่ได้ตอบรับอะไรนอกจากตั้งใจระบายสีหน้าผมต่อ ...นี่เรียกว่าไม่ปฏิเสธรึเปล่า

                เรียกว่าอ่อยได้มั้ย...

                ไหนๆน้องเขาก็อ่อยมาแหละ... ผงกหัวขึ้นไปกะจะจูบให้เต็มรัก...


                พลั่ก!!!


                “ อื้อ ปวดหลังชะมัด ”

                จู่ๆไอ้อุ่นมันก็เสยคางผมแล้วลุกออกจากตัวผมไปยืนทำหน้าซื่อบิดขี้เกียจหน้าตาเฉยๆ แต่แววตามันกำลังหัวเราะเยาะเย้ยผมอยู่ไม่น้อย ผมขมวดคิ้วด้วยความเสียดายปนอยากจะจับอีกคนมาตีก้นจริงๆ

                อ่อยแล้วหนี มันน่ามั้ยล่ะ... แถมเจ็บคางอีก

                ไอ้อุ่นมองดูจานสีที่ยังเหลือสีสลับกับมองหน้าผม รีบยกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

                “ พอเลยๆ ไปล้างหน้าแล้ว!

                “ เออ ” ตอบสั้นกระชับความสุดแต่ก็ยิ้มพอใจสุดๆสำหรับการแกล้งครั้งนี้ บทมันจะแกล้งก็แกล้ง บทมันจะนิ่งก็นิ่ง สักวันผมจะบ้า ผมว่านะ... มันต้องวาดอะไรประหลาดๆบนหน้าผมเป็นแน่ๆ ไม่งั้นไม่ทำหน้าเหมือนอยากจะขำซะเต็มประดาขนาดนั้นหรอก

 หลังจากนั้นมันถอนสายตาออกไปแล้วไปเริ่มก้มเก็บของ เพื่อกลับไปหาข้าวเที่ยงกิน

                ผมจิ๊จ๊ะในลำคอนิดหน่อยแอบรู้สึกเสียดายเวลาหลายชั่วโมงที่ได้อยู่สองคนแล้วแต่ยังไม่ได้ทำอะไรดีๆสักอย่าง สงสัยผมกับมันคงต้องอยู่กันแบบขมๆขื่นๆเถื่อนๆไร้ความมิ้ง


                เหมือนกับกาแฟ


ขมๆไม่หวานมาก


แต่กลมกล่อมมาก : )

               

กรกวินต์ตบมุกเสี่ยวได้สำเร็จเลยคืนพื้นที่ทันทีจะรีบไปล้างหน้า

 





ธาราได้รับพื้นที่คืนอีกครั้ง...


 

                ซ่าาา!

                เสียงน้ำกระทบกระเบื้องอย่างแรงเพราะผมเปิดจนสุด ก้มหน้าเอาหัวไปใต้ก๊อกให้เปียกไปทั่วก่อนจะเอามือมารองน้ำแล้วลูบๆถูๆไถล้างสีออก โชคดีที่สีที่ผมใช้มันไม่เป็นพิษเป็นภัยเลยไม่ต้องกลัวมะเร็งกิน

                ผมนิ่งค้างไว้แล้วนึกเจ็บใจตัวเอง...ยิ้มมากเกินไปจริงๆ

                ไม่รู้ทำไมถึงอยากแกล้งมันขึ้นมา จริงๆก็รู้หรอกว่ามันเรียกร้องความสนใจ แต่ผมดันสนใจรูปวาดมากกว่าไง พอวาดเสร็จก็ไม่รู้จะทำไงกับมัน เลยจัดการระบายสีหน้ามันเลย...

                แลดูทำตามความพอใจของตัวเองจริงๆ...

                แถมยังรู้สึกอุ่นๆร้อนๆในอกอีกแล้ว

                พยายามสะบัดหัวไล่ความอบอุ่นแปลกๆในออกออกไปแล้วเอาหัวเปียกซกออก ปิดก๊อกหันหลังจะไปหาผ้าก็ชะงักกับคนตัวเตี้ยกว่านามว่าไอ้ไผ่ยืนขวางยิ้มแป้นเล่นโทรศัพท์ผม

                “ ดูๆ แปดพันไลค์แล้ว กูเจ๋งไง! ” ยิ้มกว้างตื่นตาตื่นใจสุดๆแล้วให้ผมดู... เพ่งมองดู

 

Thara Sirikunchai : ไม่ได้ยิ้มมานานเเค่ไหนแล้วนะ

พร้อมแนบรูป... เป็นใบหน้าทั้งอุ่นเเละวินที่เปรอะเปื้อนไปด้วยสีสดใส อาวุธร้ายคือพู่กันคนละด้ามนั่งยื้อยุดบนพื้นหญ้าปาดสีกันไปมา

คนหนึ่งคลี่ยิ้มกับอีกคนนั่งอมยิ้ม

 

8,571 likes and 3,476 comments

 

                ตะหมูอ้วนกลม : ชัวร์ค่ะอีเเก้มมม เขาคบกัน!!! @กอแอมอไม้โทแก้มมมม

                สาวิตีตะตี๊ตี่ตี๋ : พี่ธารายิ้มน่ารักชิบหายยยยยยย >/////<

                Honey G : ยิ้มเพราะมีคนหล่ออยู่ด้วยรึเปล่าคะ อร๊ายยยย ฟิน!

 QueenKim : ชัดเจนนะคะ อุ๊ยๆ หน้าเเหก อุ๊ยๆ โดนบล็อก @Jody Deer  @Rika RIN

 แอนตี้ธารา : ก็เฉยๆ เพื่อนเล่นกันปะคะ มโน

 Jody Deeeeer : สร้างกระเเสเหรอคะ

 

 

                มองชื่อเฟสสองชื่อท้ายแล้วถอนหายใจ อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ ผมแค่อย่าไปใส่ใจก็พอ... ไอ้ไผ่ก็ดูจะไม่ได้ใส่ใจเลื่อนดูความเห็นอื่นๆแล้วหัวเราะคิกคัก

                โทรศัพท์กู คืนเถอะมึง

                ยืนรอมันคืนอยู่นานแม่งก็ไม่คืน เลยปล่อยๆไป ปกติผมก็ไม่ค่อยได้ใช้อยู่แล้ว

                “ ไปหาข้าวกินกันมึง ”

                ไผ่หยุดเสียงหัวเราะทำหน้าครุ่นคิด “ ไม่อยากกินที่นี่ว่ะ ไปหาข้างนอกกัน ”

                “ งั้นไปถามพนักงาน มีร้านไหนอร่อย จะได้ไป กูหิวจนจะแดกมึงได้ล่ะ ” บ่นด้วยความแสบท้องดันหลังไอ้เตี้ยให้เดินนำไป

                ความคิดที่จะย้อนไปเช็ดผมให้แห้งเป็นอันจบ เรื่องท้องเรื่องไส้ต้องมาก่อน ระหว่างทางเดินไปล็อบบี้ก็ปะเข้ากับไต้ฝุ่นกับไอ้พี่ลมที่เดินมาพร้อมกัน

                ไอ้ลมชะงักกึกแล้วรีบดี๊ด๊ามาหาผมทันที

                “ อุ่นนน เฮียกำลังจะชวนไปกินร้านอาหารส้มตำอีสานเจ๊มะเขือม่วงในเมืองอยู่เลย ” สาบานนั่นชื่อร้าน... “ พนักงานบอกว่าอร่อยมาก! ไม่ไปแล้วจะเสียใจ ”

                ผมหันไปถามความเห็นไอ้ไผ่ “ อาหารอีสานหน่อยมั้ย ”

                “ ได้หมด อยากกินปลาร้าพอดี ” แล้วหยิบโทรศัพท์(กู)ขึ้นมากดโทร เปลืองตังค์ค่าโทรกูมั้ย “ งั้นกูโทรตามไอ้คิมก่อน ไม่รู้ว่าไปตายอยู่แถวไหน ”

                “ ผมไปด้วยคน ” อีกหนึ่งเสียงแทรกว่าหรือก็คือไต้ฝุ่น หันไปยักคิ้วให้ไอ้ลมอีกสามที

                “ ใครชวนมึง!

                “ ผมชวนตัวเอง ”

                “ กูไม่ให้ไป!

                “ เรื่องของพี่ ” ไต้ฝุ่นเอาจริงๆเป็นคนที่กวนประสาทด้วยคำพูดเรียบๆได้ดีจริงๆ มันดูกวนตีนกว่าเดิมถึงสิบเท่า ไอ้ลมผู้เกลียดความสุภาพยิ่งเบะปากไม่พอใจ “ เดี๋ยวพี่เดินไปตามคนอื่นก่อน ”

                ผมพยักหน้ารับไปน้อยๆ แค่ไต้ฝุ่นหันหลังเท่านั้นแหละ ไอ้พี่ลมแม่งด่ากราดจะชวนทำไมนู้นนี่นั่นและตบท้ายด้วยการไม่ต้องเชิญไอ้ดินไอ้ไฟมารขวางคอเขา

                ด่าเสร็จก็หันมายิ้มแป้นให้ผม มาดพี่ว๊ากขาโหดที่น้องวิดวะต่างเล่าลือมันคือใคร...

                “ ไปรอหน้ารีสอร์ทกันดีกว่า อุ่น ” ควงแขนผมแล้วลาก แต่ก็ชะงัก “ ผมเปียกอยู่นี่อุ่น เดี๋ยวไม่สบาย ”

                เออออปลาร้าราดเกลือเข้าใจคนเดียวก็เดินลากไปขอผ้าขนหนูผ้าเล็กมาให้ผม รางวัลพี่แห่งชาติอยู่ไหน เอามาสิตอนแรกมันตั้งท่าจะเช็ดให้ แต่ผมแย่งมาเช็ดเอง มันเลยหน้าบูดไปเลย คิดว่าแคร์เหรอ

                ผมกับไอ้พี่ลมยืนรอกันอยู่ห้านาทีพลพรรคคนทั้งทริปก็พากันทยอยเดินตามๆกันมา ตอนแรกจะได้ไปแหละ แต่ไอ้แฝดบ้าบอดันลืมกุญแจรถเลยต้องวิ่งกลับไปหา

                ผมยืนรอจนผมจะแห้งแล้วเนี่ยยังไม่ได้ไปไหนเลย... ไอ้วินเดินมาตอนแรกจะเข้ามาเช็ดผมให้แต่โดนสามหมาขวางกั้น... น่าสงสารจริงๆ

                รอจนกระทั่งมีรถนักท่องเที่ยวเข้ามาไอ้พี่กูก็ยังไม่เสด็จกลับมา... บางคนหันไปมองดูตามประสาคนชอบเสือกไปทั่ว เช่นไอ้ไผ่ที่ยืนข้างๆ หันไปคนแรกแล้วกระตุกแขนเสื้อผมไม่หยุด

                อะไร รีสอร์ทฟไหม้รึไง...

                ผมเลยหันหลังไปมองดูยังจุดที่ไปไผ่มองไปแล้วต้องชะงักกึก...

                มึง...มาได้ไงวะเฮ้ย

                “ พี่วิน!!

                เสียงเล็กแหลมแต่ยังอยู่ในความน่ารักน่าฟังตะโกนขึ้นเรียกความสนใจจากเดอะแก๊งคนประสาทให้เทความสนใจไปมอง

                ไอ้วินผู้กำลังมึนงงได้ที่ก็ครางรับงงๆ “ ซี? มาได้ไง ”

                เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับเดินเข้ามาให้ทุ่งทานตะวันไม่ปาน.... ไอ้พี่ปายดูจะแปลกใจสะกิดถามไอ้ดิน แต่มันก็ดูจะไม่รู้ ไต้ฝุ่นกับฟรานมองหน้ากันแล้วส่ายหน้าพรืด เวียร์ส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจเท่าไหร่ พี่ไทม์นี่แกก็ไม่ได้รับรู้อะไรยืนเกาหัวแกรกส่งสายตาเอ๋อมาให้

                “ ผมอยากจะดูทะเลหมอกก็เลยมาเที่ยวแถวนี้ ” พูดลื่นไหลเหมือนเตรียมท่องสคริปมาอย่างดี “ ไม่คิดว่าจะเจอพี่ ”

                “ เอ่อ... ”

                “ บังเอิญจังเลยเนอะ ”

                สิ้นประโยคเท่านั้นแหละ...

                “ แค่กๆๆๆ!! แค่ก!

                ราวกับส้นตีนติดคอกันทุกคน... ผมเม้มปากขบกัดเพราะกลั้นเสียงหัวเราะ เหมือนจะมาผิดที่ผิดทางนะ

                จริงๆอยากจะเดินไปยืมสปาต้าไอ้ดินมาผ่าร่างไอ้วินดู

                ฝังเครื่องติดตามตัวไว้รึไงวะ

                แลจะตามมาได้ทุกที่ที่ทาง

                นับถือความพยายามจริงๆ

                แต่ซีดูจะไม่ใส่ใจโลกของพวกผมเท่าไหร่ สนแต่ไอ้วินที่ยืนเรียบเรียงสมองอยู่ หันมาทางผมพอเจอสายตาดุๆก็ถอยห่างจากซีไปสองก้าว แล้วค่อยพูดกัน

                “ อืม เออ บังเอิญเนอะ โลกกลมดีจัง ”

                มากกว่าเกลียดซี ผมก็เกลียดความโง่ของไอ้วิน

                “ ไปกันเถอะ หิวข้าว ”

                ผมพูดขึ้นเบาๆเมื่อเห็นแฝดมันเดินกลับมาแล้ว... หวังว่าซีมันคงจะรู้ตัวว่าไม่ควร...

                “ ผมไปด้วยนะ! ยังไม่ได้กินข้าวมาเลย ” แดกหญ้าหน้ารีสอร์ทมั้ย...

                วินมันหันไปมองทางไต้ฝุ่นก่อนจะทำหน้าเข้าใจ...

 อย่าบอกนะ

                “ ไปสิ ไอ้ฝุ่นมันก็ไป ” คลี่ยิ้มแล้วตบไหล่ซีอย่างให้กำลังใจ... กูอยากจะลั่น 5555555555555555

                ซีหน้าเหวอไปเลยแล้วยิ้มเก้อให้...

                “ ไปๆ ไปอยู่กับมันไป ” เสร็จแล้วพ่อคนโง่ก็ยิ้มหน้าบานผลักคนตัวเล็กไปให้เพื่อนตัวเองที่ยืนแข็งทื่อ...ส่วนผมจับไหล่ไอ้คิมบีบแน่นเพราะพยายามกลั้นขำสุดฤทธิ์

                บางทีความโง่ก็ไม่ได้ดูโง่เสมอไป

                ผมควรฟังที่ไอ้วินกับไต้ฝุ่นให้มากจริงๆนั่นแหละ...คิดเพลินๆก่อนจะมีอะไรมากระชากความคิดปลิว


                ปัง!!


                ทุกสายตาหันไปทางต้นเหตุของเสียงพบว่ามีคนเตะเก้าอี้ล้มไปแล้วสามสี่ตัว...

                “ โทษที ตีนกระตุกเฉยๆ ”

                แต่กูว่ามันไม่ใช่แค่กระตุกแล้วมั้ง...

                “ ไปเถอะ ก่อนที่ตีนกูจะกระตุกไปโดนคนแถวนี้ ”


                คนที่ควรหงุดหงิดน่าจะเป็นผม แล้วไหงกลายเป็น ไอ้ลม ไปได้วะ


                ...ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย...










********************************


เรามาครบ 100%  ตามสัญญา

นอกจากพี่วินจะโง่เเล้วพี่ยังโยนงานให้เพื่อนอีกนะคะ555555555555


ตั้งสติแล้วเตรียมตั้งรับกับซีนะคะ 555555

ชอบกันคอมเม้นต์เป็นกำลังใจด้วยน่า

1 คอมเม้น = 1 กำลังใจ


**แจ้งเรื่องโปสการ์ดน้า...

 ยังไม่ได้ลืมน่า เเต่เพราะไฟล์มีปัญหานิดหน่อย เพิ่งจะเเก้ได้วันนี้

คาดว่าพิมจะได้รับโปสการ์ดวินอุ่นอาทิตย์หน้า


 ใครที่ร่วมกิจกรรมบนเพจในโพสปักหมุดเเล้ว ส่ง ที่อยู่ใน INBOX เพจเลยนะคะ

 ส่วนใครยังไม่ได้เล่น ตามไปเล่นกันได้ที่



ใครอยากสกรีมคู่นี้ #นิเทศตัวร้ายกับสถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ หรืออยากได้สั้นๆ #พี่เทศน้องปัตย์ < ย่อเเท็กให้ 55555555

พูดคุยกับพิมได้ที่ทวิตเตอร์ @Phraipimmy_ นะคะ


ขอบคุณเเละฝันดีนะคะ!






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 524 ครั้ง

194 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 เมษายน 2562 / 21:48
    ฝุ่นลมคบ กัน ตอนไหน อะ
    #10152
    0
  2. #10111 Boonprasert S. (@angunpraio) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 18:10
    ความหวงนี้55555 เปิดเผยเถ๊อะอิพี่ล๊ม55555
    #10111
    0
  3. #10108 BLACKTAERs (@NTE1512EXO) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 13:54
    รู้สึกปริศนากระจ่างงงงง
    #10108
    0
  4. #10097 SRP-WT (@SRP-WT) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 12:45
    ชอบอ่ะพี่ลมจัดหนักเลย
    #10097
    0
  5. #10057 sharkwowll (@phuensongkram) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 09:24
    หึงก็บอกดิลม
    #10057
    0
  6. #10049 fangpakaporn (@fangpakaporn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:17
    อ๊ายยยยย ลมหึงหรอคะะะะ
    #10049
    0
  7. #10004 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 14:55
    เอาแล้วซีได้ตายแงง55
    #10004
    0
  8. #9943 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 20:35
    พี่ลมเคืองนะเออ55555
    #9943
    0
  9. #9921 Rew_David (@Dahae_Rew) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 21:02
    จะว่าไปน้องซีก็น่ารักนะเอออยากให้น้องมีคู่
    #9921
    0
  10. #9808 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 16:25
    วิน ใจร้าย ทำกับฝุ่น ด้ายงัย พี่ลมรมเสียเลย
    #9808
    0
  11. #9795 AdiOzTHELF (@AdiOzTHELF) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 13:13
    โอยยยย อีพี่วินน วงวารพี่ฝุ่นแทนเลยอะ โยนขี้ให้เฉย 55555
    #9795
    0
  12. #9722 Gamairu (@Gamairu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 22:51
    วิน ทำไม ทำม่ายยยยย เปนคนฉลาดทุกเรื่อง ยกเว้น เรื่องนี้หรอ เอาจริงดิ. เด่วรอเลย รอพี่ลม คนจริง ถีบจริง น่ารักแค่ไหน เฮียก็ถีบได้ เราต้องเชื่อใจเฮีย
    #9722
    0
  13. #9704 parabola321 (@parabola321) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:23
    กระตุกแรงง่า อยากอ่านเรื่องของพี่ลมแล้ว
    #9704
    0
  14. #9697 Jen1998 (@Jen1998) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 14:04
    โอ๊ยพี่ลม กระตุกแรงไป555
    #9697
    0
  15. #9687 galaxysecret🌈🌈 (@galaxy_secret) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 15:18
    กระตุกแรงเชียวนะพี่ลม55555
    #9687
    0
  16. #9657 passapron1312 (@passapron1312) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 15:18
    555ขำตีนกระตุก55555555
    #9657
    0
  17. #9598 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 07:31
    โง่แบบน่ารักก
    #9598
    0
  18. #9587 helloiamsd (@helloiamsd) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 21:34
    พี่วิ๊นนนนนน
    #9587
    0
  19. #9545 Srnoey (@Srnoey) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 07:03
    อยากรู้ความสัมพันธ์ของฝุ่นลมอ่าาาาาาาา
    #9545
    0
  20. #9517 Sadoria Dorn (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 21:42
    วินนี่ก็พระเอกหนังไทยดีๆ นี่เอง โง่จริงจัง
    #9517
    0
  21. #9484 koy_incle (@orasa1732) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 00:04
    งานเข้าไต้ฝุ่นแล้วงานนี้มีเคลียร์ยาว วินก็รอดไปแพร่บนึงโยนขี้ให้เพื่อนแล้วนิ
    #9484
    0
  22. #9458 UDiE47 (@UDiE47) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 16:18
    ขุ่นพี่ลมหึงเเรงจังคะ ขำพี่วินชั่งไม่รู้อะไรกับเค้าเล้ยยย5555555
    #9458
    0
  23. #9446 9SRAM (@gsraomam) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 04:11
    มีคนโง่ กับคนหึงแรง อย่างละ 1 อัตรา ค่าาาาา
    #9446
    0
  24. #9428 name.com (@benjarat-5345) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 22:00
    พี่ลมช่วยใจเย็นด้วยค่ะ เดี๋ยวมีคนแถวนั้นตาย
    #9428
    0
  25. #9348 $>.หมีลิง!. (@0490) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 14:53
    ขำไม่ไหวแล้วว55555555 ตลกมากอะ
    #9348
    0