[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 969,087 Views

  • 10,183 Comments

  • 29,988 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10,528

    Overall
    969,087

ตอนที่ 15 : แฝดฟราน 2 ตอน เจอตัวเเล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 568 ครั้ง
    26 ม.ค. 61


ตอน เจอตัวแล้ว









  

 [พื้นที่ของฟ้าคราม]

               

                พวกผมมาทำอะไรที่นี่ในเวลาที่สมควรแก่การนอนอยู่บนเตียง... นั่นสิ มาทำอะไร... อ้อ โดนกระทืบโดนขู่โดนลากมาเป็นเบ๊ให้แก่ทริปของลูกพี่ลูกน้องสี่ตัวเกรียน พวกมันไม่ถามสักคำว่าพวกกูว่างกันรึเปล่าแน่นอนว่าคนมีการมีงานทำอย่างพวกผมแล้วต่อให้งานมาสูงเท่าตึกใบหยก

                พวกเราก็จะบอกว่าว่างอยู่ดี

                เห็นไหม ผมเป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องเลยนะ

                ว่าไปนั่น...แต่ก็แอบเซ็งที่จะไม่ได้เที่ยวสาวสองสามวัน แล้วไหนทริปนี้ก็ดันมีแต่ตัวผู้ด้วยกันอีก เฮ้อ เบื่อเว้ยยยย แถมตัวผู้ก็สูงพอกันทั้งนั้น สายรุกอีก แล้วไหนจะเพื่อนพี่น้องของญาติผมที่แตะไม่ได้ด้วย

“ เชี่ย! ไอ้คราม มึงดูนั่นดิ ”

เหี้ยแม่ง... โทรศัพท์เกือบตก พ่อมึงถูกหวยเหรอครับ

                “ ร้องตกใจอย่างกับถูกหวย มีไรวะ หรือมึงถูกหวยจริงๆ ” เออ เมื่อวานหวยออกอะไรวะ ซื้อไว้ยังไม่ได้ตรวจเลย

                แหม คนเราก็ธรรมดาที่จะมีหวังโชคบ้างนิดๆ (เหมาทั้งแผงยังถูกเลย ไอ้ห่าเอ๊ย) รู้ว่าโอกาสน้อยแต่ก็ยังซื้อ จนน้องผมมันระอาจะแย่แล้ว

                “แล้วเมื่อไหร่มึงจะเลิกเล่นหวยสักที ซื้อมาก็ไม่เคยจะถูก ” มีการด่าก่อนตามด้วยน้ำเสียงที่อะไรจะน้ำเสียงระริกระรี้ขนาดนั้น “แต่เรื่องนี้มันยิ่งกว่าหวยรางวัลที่หนึ่งอีก!!

                “ ขนาดนั้นเลย ” ทำเสียงประหนึ่งกูตกใจจริงๆนะ แต่ยังเฉย

                “ เลิกคุยกับแม่นมโตแล้ว เงยหน้าไปมองหาของเด็ดที่เราตามหากันอยู่ดีกว่ามั้ย ” มันไม่ว่าเปล่ายังจะเชิดคาง...เหรอ งัดหักคอกูเลยไหม

                ผมชะงักนิ้วที่กำลังคุยแชทกับสาวๆ เบ้ปากนิดๆเพราะไอ้เวรนี่มันจับหมุนคอแน่น ถอนหายใจทิ้งแล้วเอียงหน้าเหล่ตาไปตามนิ้วของน้องฝาแฝด กวาดมองเพ่งจนมองเห็นผู้ชายตัวสูงสมส่วนกำลังนอนซบกระเป๋าใบโตอยู่ไม่ไกลจากลูกพี่ลูกน้องของผมอย่าง น้ำอุ่นถึงตอนนี้จะเป็นเวลาตีสองตีสามมีแต่ความมืดมิด แต่เพราะเจ้าเด็กคนนั้นมันนั่งใต้ไฟของหอพักพอดีเลยเห็นใบหน้าอย่างชัดเจน

                ใบหน้าที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีวันลืมลง!!

                “ เหี้ย บอกที ...กูไม่ได้ตาฝาด ” เก็บโทรศัพท์ยัดลงกางเกงทันทีเมื่อเจออะไรที่น่าสนใจกว่าก่อนจะขมวดคิ้วพิจารณาจากไกลๆ “ หน้าตาคุ้นๆเหมือนน้องกวางน้อยคนสวยสุดเซ็กซี่ มึงว่าไง ”

                “ กูว่าแม่ง ใช่ ” น้องชายตัวดีตอบอย่างมั่นใจ “ ผับที่เราไปก็ถิ่นเด็กมอนี้อยู่แล้ว กูว่าใช่ คงไม่มีฝาแฝดหรอก ”

                “ ทีกูกับมึงยังเป็นฝาแฝด เขาอาจจะมีก็ได้ ” ผมยียวนมันแล้วมองดูอีกฝ่าย “ แต่ใช่คนเดียวกับคืนนั้นเหรอ ดูออร่าต่างกันลิบลับ ”

 “ เออ วันนี้ท่าทางดูติ๋มๆ เรียบร้อยแปลกๆ บรรยากาศรอบตัวไม่เหมือนคืนนั้นเลยจริงๆด้วยว่ะ ”

                “คิดว่ากูสนเหรอจะติ๋มจะแอ๊บติ๋มหรือจะแซ่บแสบ กูก็จะเอา”

                “ หึ นั่นสิ บอกแล้วอย่าให้เจอหน้า... พวกกูจับทำเมียแน่ ” น้องผมมันหื่นไปครับ อย่าสนมันครับ สนใจผมดีกว่า

                “ แต่คนเดียวแน่ใช่ไหมวะ หรือคนหน้าเหมือน หรือคนเดียวกัน สัด ปวดหัว!

                ผมว่าเบาๆเมื่อบรรยากาศรอบตัวเด็กคนนั้นดูเบาบางอ่อนโยนไม่มีความแซ่บแสบอยู่เลย แถมยังมานอนแบบนั้นไม่มีมาดเอาซะเลย ต่างจากในผับที่...แม่ง ราชินีมาเองก้มจูบเลียเท้า ณ ตรงนั้นก็ยอมครับ

                “ คิดไรมากวะ บางทีคนเราอาจจะมีมุมลึกลับรอให้เราขุด เอ๊ย ค้นหาอยู่ก็ได้ ” เหยียดยิ้มเล็กน้อย กระโดดขึ้นนั่งบนท้ายกระบะ “ วันนั้นท่าทางมันก็เมาหนัก อาจจะทำอะไรที่ไม่รู้ตัวก็ได้ ”

                “ มึงคิดว่าเป็นคนสองบุคลิกรึไง ” ผมถามน้องกลับแล้วส่ายหน้า “ หนังเมื่อคืนมันหลอกหลอนมึงขนาดนี้เลยเหรอวะ สติมึง แยกแยะ นี่เรื่องจริงไม่ใช่หนัง  ”

                ยื่นมือไปโบกหัวไอ้ท้องฟ้าเพื่อให้มันมีสติก่อนจะถูกน้องไม่รักดีตบกลับอย่างไร้เยื่อใย ใบหน้าพิมพ์เดียวกับผมแทบแยกไม่ออกมึนตึง

                “ งั้นมึงมาพนันกับกูไหม ”

                ผมงง “ พนันอะไรวะ ”

                “ เด็กนั่น ” พยักหน้าไปที่คนที่เราต้องตาต้องใจ “ เป็นคนสองบุคลิก เชื่อกู เวลาปกติก็คนธรรมดา เวลามีอะไรมากระตุ้นก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน กูดูหนังมาเยอะ!

                “ ดูหนังจนเพี้ยนสิไม่ว่า ” ผมถอนหายใจ “ กูว่านะ คนเมาแม่งก็ทำอะไรได้ทั้งนั้นแหละ ตัวจริงมันอาจจะเรียบร้อย แต่พอเหล้าเข้าปากก็มีความกล้าขึ้นไง ”

                “ ปกติคนเราเมาหนัก มีอยู่สองอย่าง คือเพ้อเป็นบ้าเดินไม่ไหว กับอ้วกเป็นหมา ” น้องชายผมมันยังไม่ยอมแพ้ “ แล้วมึงคิดสิ วันนั้นผมอยู่ใกล้มันมากที่สุด กลิ่นเหล้าแรงมาก ทั้งวอดก้า วิสดี้ เตกี ค็อกเทล แม่งอาบมาชัดๆ แต่ยังเดินได้ปกติดีเกินไปด้วย ”

                ผมเริ่มคิดตาม “ จะจริงเหรอวะ ”

                “ จริงไม่จริงไม่รู้เรามีเวลาพิสูจน์เยอะ!

                เอากับมัน “ ถ้ากูแพ้ เอาไร ”

                “ เอาเด็ก ” ท้องฟ้าพูดหน้าตาย “ และกูขอเสียบก่อน ”

                “ มึงนี่...ไม่เคยได้ยินภาษิตโบราณเหรอ น้องต้องเสียสละให้พี่ ” ว่าไปพลางกลั้วหัวเราะไปด้วย “ ยังไงมันก็ไม่มีทางเป็นแบบที่มึงพูดแน่ๆ แดกเหล้าแล้วกลายเป็นอีกคนเหรอ ตลก! มึงแพ้ กูเสียบก่อน ”

                “ กูได้ก่อน กูมั่นใจ!

                ผมขมวดคิ้ว “ ดูมึงจะชอบมากนะ ”

                “ เปล่า ” ส่ายหน้าแล้วกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ หุ่นน่าเอาดีก็แค่นั้น ท่าทางก็ยั่วดี คืนนั้นบอกชอบนั่งเทียนก็ว่าท่าแรกจับนั่งเทียนให้สมใจเลยแม่ง  ”

                “ มึงแม่งหื่น ”

                “ มึงต่างกันมากเลยยยย ”

                ได้ฟังแค่นั้นแล้วก็รู้สึกถูกใจพอสมควร ผมหันไปกวาดสายตามองร่างโปร่งในชุดแนบเนื้อนั้นแล้วรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาดื้อๆ หุ่นไม่ใช่เล่นน่ะเนี้ย ผมแลบลิ้นเลียมุมปากนิดๆ เริ่มคิดสิบแปดบวกแล้วสิ ผมหัวเราะให้ตัวเองก่อนจะเหลือบไปเห็นคนมาใหม่กำลังลงจากรถคันใหญ่ตัวเล็กพอสมควร...

                “ แล้วมึงไม่สนตัวเล็กๆแบบนั้นบ้างรึไง ” ชี้ไปที่คนมาใหม่ตัวค่อนข้างเตี้ยกว่าพวกที่เหลืออยู่มาก ท้องฟ้าส่ายหน้า

                “ เมื่อก่อนก็ชอบนะ แต่... ” ส่งสายตารู้กันมาที่ผม “ รับเราสองคนพร้อมกันบนเตียงไม่ไหวว่ะ ”

                ยกมือขึ้นไฮไฟท์กับแฝดผู้น้องด้วยความรู้ใจกัน เขาบอกว่าฝาแฝดมักมีอะไรสื่อถึงกันและเข้าใจกันเอง คงจะจริง เพราะเราไม่เคยโกหกอะไรกันได้เลย รู้ทันกันตลอด

                มองตาวาววับกันสื่อถึงแผนการครั้งนี้ในการหลอกกินลูกกวางตัวแสบที่กว่าจะเจอตัว ไม่รู้ว่าจะคนเดียวกันกับคืนนั้นรึเปล่า แต่พวกเขามั่นใจว่าใช่! พอหันไปมองอีกรอบก็เจอเข้ากับสายตาเย็นๆจากคนที่ผมรู้จักดี... แววตานั้นจ้องเขม็งมาที่พวกผมโดนที่มีเสื้อคลุมปิดถึงจมูกเหลือแค่ตากำลังนอนหนุนตักผู้ชายท่าทางร้ายลึกอยู่... จะเป็นใครได้ถ้าไม่ใช่ญาติผม... น้ำอุ่น

                “ ดูท่าจะยากแล้วว่ะ ” ท้องฟ้าว่าขึ้นมองไปยังจุดเดียวที่ผมมอง “ มีเสือตัวใหญ่รอขย้ำอยู่ซะด้วย ”

                “ ไอ้อุ่นมันไม่ชอบให้เราไปยุ่งกับคนรอบๆตัวมันนี่เนอะ ” ว่าอย่างสบายๆ

                ท้องฟ้าทำหน้าทำตาไม่เข้าใจ “ นั้นสิ มันชอบคิดว่าพวกเราร้ายกาจ ”

                ผมพยักหน้าก่อนจะคลี่ยิ้มใสซื่อเป็นเทพบุตรเอียงตัวพิงหลังแฝดน้องแล้วพูดขึ้นเสียงแผ่วด้วยเสียงใสไร้พิษสงอย่างพร้อมเพรียง...

                “ พวกเราร้ายกาจตรงไหนกัน ”

                “ เนอะ ”

                “ ออกจะหล่อ และแสนดีขนาดนี้ ”

                “ ถูก!

                พวกเราฝาแฝดออกจะ น่ารักน่าเอ็นดู

...เนอะ J

 

 

พื้นที่ของฟรานฟราน

 

                ผมกำลังรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ เอ่อ... ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจแรงมาก!! ไม่เข้าใจอะไรเหรอก็สถานการณ์ตรงหน้านี่ไงครับ!!

                “ น้องชื่อฟรานเหรอ ” เอ่อ... ฝาแฝดญาติของน้ำอุ่นชื่อท้องฟ้าเท้าคางนั่งจ้องผมไม่วางตา

                “ ชื่อเพราะเนอะ ” อันนี้ก็ ฝาแฝดคนพี่ชื่อฟ้าคราม พวกเขาหน้าตาเหมือนกันเกินไปจนหาจุดที่จะบ่งชี้แยกออกได้ยากมาก

                ผมหัวเราะเก้อๆ “ ต้องขอบคุณแม่กับพ่อนะครับที่ตั้งให้ ”

                ตอนนี้ทริปเที่ยวปั่นจักรยานสุดแปลกของว่าที่เมียไอ้วินได้มาหยุดพักกินข้าวกันที่ปั๊มน้ำมันอยู่ ผมยังไม่ทันได้หาใจหายคอ พวกพี่สองคนนี้ก็พุ่งพรวดมาแบบน่าตกใจ

                “ เหมือนโชคชะตาเลยนะที่ชื่อเราคล้ายๆกัน ” พี่ท้องฟ้ายิ้มอ่อนโยนมาให้

                เหมือนตรงไหนวะ กูไม่เข้าจายยย

                “ ก็ตัวฟอ ฟันไงครับ ” ทำไมพี่ต้องทำตากรุ้มกริ่มกับเน้นอึคำว่าฟันด้วยครับ หรือว่าพี่แกอยากโชว์ ฟันกูสวยนะไรงี้ ถึงได้ยิ้มไม่หยุด

                ใช่ มันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ

                “ ฟรานไม่กินเหรอ มันอืดหมดแล้วนะ ”

                ...ใครมันเอาแต่จ้องหน้าจ้องตาชวนคุยจนกูไม่เป็นอันได้แดกเล่าครับพี่มึงงงง

                “ ผม เอ่อ อิ่มแล้วครับ ” ไม่ต้องกินล่ะ กูขอลี้ภัยก่อนนะ เพื่อนชั่วก็ไปไหนแล้ว ไม่มีใครอยู่กับผมเลย ให้ตายสิ เอาไงดี

                “ แต่น้องฟรานกินไปนิดเดียวเองนะ ” เพราะใครเล่า!

                ใจอยากจะตอบเหวี่ยงๆแต่ทำไงได้ผมไม่กล้านี่น่า “ เดี๋ยวผมไปซื้อกาแฟขนมปังเซเว่นก็ได้ครับ ”

                ปล่อยกูไปไกลๆเถอะนะ

                “ โอเคครับ ” ดีครับพี่ครับ “ อ้อ พี่ฝากซื้อลาเต้แก้วสิ ”

                “ พี่เอาคาปูชิโน่นะ ”

                เดี๋ยวววววววว ไม่เดี๋ยวแล้วแม่งยัดเงินใส่มือกูเสร็จเลย

แล้วพวกเขาก็บอกว่าจะไปรอที่รถนะ ไปเฝ้าของเดี๋ยวมีขโมย ของอย่างกับย้ายบ้าน ผมถึงกับหัวเราะ มันก็จริงนะ คือเราเที่ยวแบบสบายๆแบกเป้ไปคนละใบก็พอ แต่นี้เลยเต็นท์ใหญ่ ผ้าหงผ้าห่ม เตาบาบีคิว สารพัดหม้อไฟกะละมัง

                ผมจะทำอะไรได้นอกจากจะเดินไปซื้อกาแฟให้พวกเขาแถมเจอกับน้ำอุ่นพอดี เด็กนี้สูงชะมัด หรือกูเตี้ยเอง น่าจะเป็นอย่างหลังนะ แล้วก็ตอนอยู่ด้วยก็พูดแปลกๆใส่ ห้ามเข้าใกล้พี่แฝดซะงั้น เอาซะผมงงเลย

                สงสัยจะหวงพี่มั้ง

                ก็น่าคิดมากรกสมองคิดให้มันน้อยๆบ้างก็ดี ชีวิตไม่ทุกข์

                แต่แปลกใจอยู่นิดๆนะ

ทำไมไยกูคุ้นหน้าพวกพี่เขาจัง

                เหมือนเคยเจอที่ไหนสักทีแต่มันที่ไหนก็ไม่รู้ จำไม่ได้ เออช่างเถอะๆ รีบเอากาแฟไปให้พวกพี่เขาดีกว่า แล้วไปหาขนมปังตุนสักหน่อยใกล้เริ่มทริปนรกแล้ว คิดว่าถ้าไม่กินอะไรเพิ่มไปคงเป็นลมแน่... เพราะงั้นต้องกินเยอะๆ!

                แต่...

                กินเยอะไป... กูก็ไม่สามารถต้านทานแดดอันแรงกล้าของประเทศไทยได้

                ผลสรุปคือ...ถ้าไม่หยุดนั่งพักกินข้าวเที่ยง กูเป็นลมล้มพับไปพร้อมจักรยานแล้วครับ หลังจากทุกคนเห็นว่าผมท่าไม่ดีจริงๆและผมก็ขอเอาเปรียบนั่งรถของใครสักคนแล้วกัน

                สัญญาว่ากลับหอไปจะเข้าฟิตเนสฟิตร่างกายให้มันแข็งแรงแบบชาวบ้าน

                กูดูแมนกว่าไอ้เวียร์แต่ทำไมกูล้มพับไปคนแรก โลกช่างไม่ยุติธรรมมมมมมมมม

                แต่กูไปรถคันไหนดีวะ...

               

 

พื้นที่ของฟ้าคราม

 

                หลังจากตกลงแบบหน้าด้านผมก็ฉกตัวลูกกวางหน้าซื่อที่ยังไม่ยอมเผยตัวตนสุดเซ็กซี่ให้เห็นเลย หรือเพื่อนเยอะเลยไม่กล้า ที่ผมพามาที่รถผมเหตุผลมันก็อยากพิสูจน์ดู เพื่อได้แดกบนรถ หึหึ

                รู้สึกฟินนิดๆ จริงๆก็ไม่นิดนะครับ ก็ดูสิตอนนี้ สภาพผมคือเป็นห่วงน้องมากประกบประชิดตัวเลยก็ว่าได้ อืม ได้กลิ่นตัวของน้องด้วย กลิ่นเหงื่อที่ชวนให้เคลิ้ม

                แถม... ผิวเนียนชะมัด ไม่มีรอยเลย แบบนี้ต้องทำรอยแล้วสิ

                “ พี่ฟ้าคราม ”

แถมจับไปตรงไหนก็พอดีมืออีกไปหมด

                “ พี่ฟ้าคราม!

                สรุปง่ายๆว่า ไม่ว่าไอ้เด็กตรงหน้าจะใช่ลูกกวางสุดแสบแซ่บรึเปล่า แต่ถ้ารูปร่างตัวน่าอร่อยขนาดนี้ ครามจะไม่ทน!!

                “ พี่ฟ้าครามครับ!!!

                ผมสะดุ้งหลุดจากมโนความคิดแสนจะใสสะอาดก้มหน้าเล็กน้อยมามองคนในอ้อมแขนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มกลบเกลื่อนเรื่องในหัว เสียงดีเสียงดัง อ่า... บนเตียงจะเป็นยังไงนะ

                “ เอ่อ มือครับ ปล่อยครับ ”

ฟรานฟรานน้อยเอ่ยตะกุกตะกักใช้สายตาเรียวของตัวเองพาไปมองมือใหญ่ข้างซ้ายกำลังบีบเอวอีกฝ่ายแน่น แล้วมือขวาผมก็กุมมือเล็กกว่าไว้เช่นกัน

ก็ตัวนุ่มนิ่มน่าฟัดน่ารัดหอมอีก ใครมันจะอยากปล่อยกัน เรื่องหยาบเราจะไม่พูด แต่ถ้าเรื่องตอแหลเราถนัด

                “ ไม่ได้ครับ เดี๋ยวฟรานเป็นลมไปจะทำยังไงครับ ให้พี่ประคองน่ะดีสุดแล้ว ” ทำเสียงดุเล็กน้อยแล้วพาเดินไปที่รถของผมช้าๆ... แม่งเอวคอดดีว่ะ

                คนตัวเตี้ยกว่าผมเล็กน้อยทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกสุดท้ายก็ยอมให้ผมจูงไปง่ายๆ จนมาถึงรถ ผมปล่อยมือเขาข้างหนึ่งแล้วเปิดประตูให้เขา จากนั้นค่อยๆย่อตัวทำจะอุ้มแล้วลูกกวางดันตื่นตระหนกซะก่อน

                “ จะทำอะไรครับ!?!

                “ อุ้มไง ” เผื่อจะได้เฉียดๆบั้นท้ายสักนิด

                “ มะ ไม่เป็นไรครับ! ผมโอเค! ” แล้วฟรานก็ใช้มือปรามๆผลักอกผมออกเบาๆรีบพุ่งขึ้นไปนั่งบนรถทันที แถมยังรีบปิดประตูอีกเหมือนจะกลัวผมไปแล้ว อืม ผมว่าก็ไม่ได้รุกหนักนะ หรือสายตาผมหื่นไป

                ยืนค้างแบบนั้นก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ให้กับความคิดแล้วมองดูใบหน้าปูเลี่ยนทำอะไรไม่ถูกมันดูตลกแถมยัง...น่ารักกชะมัด

                “ หัวแกคิดแต่อะไรลามกจริงๆ ” เสียงด้านหลังว่าขัดพร้อมแรงผลักอย่างแรงที่หัว

                ผมเงยหน้าขึ้นมาก่อนส่งสายตาเข้ม “ ผลักมาได้ ไอ้น้องเวร ”

                “ ก็หัวแกมันสกปรกไง มีแต่คนกลัว ” ไอ้น้องเวร ทำไมมันไม่รักษาน้ำใจพี่มันเลยวะ

                ผมกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย “ ใช่สิ... รสนิยมแกมันดีกว่าฉันมากนักนี่ ” เตรียมจะเดินอ้อมรถเข้าไปนั่งที่คนขับ “ ของเล่นก็เก็บไว้เล่นที่บ้านสิ เอามาไว้ในรถทำไม ”

                “ นี่มึง! ” ท้องฟ้าเบิกตาโพล่ง

                แสร้งทำหน้าซื่อ “ ใต้เตียงห้องมึง ในตู้เสื้อผ้ามึง เอ๋...ที่ไหนอีกนะ ”

                “ ไปไกลๆตีนเลยไอ้ห่า! ” และผมก็ยั่วอารมณ์น้องชายตัวเองสำเร็จ ส่งเสียงหึในลำคอเล็กน้อยก่อนจะเดินขึ้นมาสตาร์ทรถ เปิดแอร์ให้ลูกกวาง

                เหลือบมองคนป่วยที่ตอนนี้ผล็อยหลับไปแล้ว เร็วจริงๆ แต่ก็น่าจะเพลียอยู่หรอกเพราะจากสภาพอากาศที่ร้อนบรรลัยพอๆกับตอนผมไปเที่ยวแถบทะเลทรายในต่างประเทศ ไม่รู้ว่าไอ้อุ่นมันเอาอะไรคิดถึงให้เด็กตัวแค่นี้มาปั่นท้าแดด

                ปลายนิ้วผมค่อยๆไล้ไปตามโครงหน้าเรียว เกลี่ยเส้นผมออกไปให้เห็นหน้าผ่องซีดเต็มไปด้วยเหงื่อ ผมหยัดตัวลุกขึ้นก่อนจะมองหาทิชชูเมื่อเจอแล้วจึงโน้มตัวลงมาวางแขนตั้งศอกตรงพื้นที่เบาะที่เหลือ อีกมือค่อยๆซับไล่เอากระดาษสีขาวซีดกดลงตามหยาดน้ำบนดวงหน้า

                “ อืม... มองไม่ค่อยเห็นเลยแฮะ ” เสียงพึมพำบ่นแล้วขยับเพ่งสายตามองดู

                ซับเหงื่อบนเปลือกตาสีอ่อนเบาๆ... แต่ เอ๊ะ มีอะไรติดตรงขนตา

                “ อะไรเนี่ย ” มองไม่ค่อยเห็นจริงๆสินะ เข้าใกล้อีกหน่อยแล้วกัน

                อืมมมม ทำไมมันเล็กขนาดนี้ มองไม่ค่อยเห็นจริง

                เขยิบอีกนิดแล้วกัน...

                “ คิดจะทำอะไร ”

                เสียงแหบเย็นเอ่ยขึ้นขัดจังหวะสวยๆที่จะได้ประทับริมฝีปากลงกับเปลือกตาสวยๆแล้วแท้ๆ...แต่มาไม่ให้สุ่มให้เสียงแถมยังเปิดประตูได้เงียบเชียบขนาดนี้ คงมีแต่ลูกพี่ลูกน้องคนนี้เท่านั้น ผมดึงตัวเองลุกขึ้นก่อนจะหันไปฉีกยิ้มใจซื่อแบบเช่นเคย

                “ แค่เช็ดเหงื่อให้กวางน้อย ”

                “ กวาง? ” แววตานิ่งเรียบมองคนที่ถูกผมเรียกว่ากวางด้วยสายตาเฉยเมยก่อนจะหันกลับมามองผม “ กวางโง่กับงูสองตัวงั้นเหรอ เหอะ ”

                “ อ้าว อุ่น พูดอะไร งูเงออะไร ” ถามกลับอย่างไม่เข้าใจ งูกับกวางเนี่ยนะ มันต้องสิงโตกับกวาง เสือกับกวางทำนองนี้ไม่ใช่เหรอ

                ชายตัวสูงเกือบจะเท่าผมแต่ใบหน้าโคตรจะคมสวยถอดแบบคุณน้า น้องสาวของแม่ผมมาเปี๊ยบกระตุกยิ้มดูถูก มันเป็นที่รักของครอบครัวมาก ทุกคนโคตรหวงมันยิ่งกว่าไข่ในหิน รวมถึงพวกผมสองคน จริงๆก็อยากกระชากไอ้หน้าตี๋นั่นมาชกอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าให้ผมลงไปกัดจิกแบบไอ้สามเพี้ยนนั่นก็ไม่ไหว โดนอุ่นเกลียดกลับมาอีก ไม่คุ้มเท่าไหร่ เพราะงั้นต้องยอมทำดีเพื่อให้เด็กคนนี้ไว้ใจและเล่าทุกอย่างปรึกษาอย่างง่ายดาย

                ถึงหน้ามันจะสวย แต่ปากมันนี่...

                “ ก็เหมาะนะ เฒ่าหัวงู ” ทำหน้าลังเล “ หรืออยากเป็นโค โคแก่กินหญ้าอ่อน ก็ได้นะ ”

                รู้สึกคิ้วกระตุกจริงๆ...

                “ อุ่น มาทางไหนไปทางนั้นเลยไป ” ไล่มันไปก่อนที่ผมจะเผยลงไปวางมวย ถึงจะหวงมันในฐานะพี่ชาย แต่ปากมันก็งี้ นิสัยก็ไม่ได้น่ารัก

                มันยักไหล่ “ ก็แค่มาเตือน อย่ามายุ่มย่ามกับคนในทริป อยากมากก็ไปหาสาวในสต๊อกไป ”

                และร่างโปร่งก็เดินออกไปหน้าตายมีมารยาทอีกปิดประตูรถให้ด้วย จมูกโด่งพ่นลมหายใจออกมา ทิ้งแผ่นหลังกระแทกเบาะนั่งคนขับอย่างหงุดหงิด

                นั่งหงุดหงิดกับไอ้ญาติคนน้องได้ครู่ ไอ้น้องแฝดก็โผล่มาเคาะกระจก ยื่นมือไปกดปรับลงแล้วถามเสียงขุ่น

                “ มีอะไรอีก ”

                “ โอว โดนแม่เสือขย้ำแล้วสินะ ” ท้องฟ้ากลั้วหัวเราะก่อนจะเท้าแขนวางหน้าบนมือให้ระยะหน้าพอๆกับผม ปลายจมูกแทบจะชนกัน... แต่ที่เด่นชัดสุดกับแววตาที่เหมือนกับผมไม่มีผิดเพี้ยนใดๆ มันกำลังยิ้มเยาะผมอยู่

                “ แล้วคิดว่ากูจะยอมให้เสือมันขย้ำคอรึไง ” สบถตอบไป ไอ้ฟ้ามันส่ายหน้าจุ๊ปากเอ็ด

                “ อย่าหยาบคายสิพี่ชาย ไม่สุภาพเลย ”

                “ มึงกลับรถมึงไปเลยไป ”

                ท้องฟ้ายักไหล่ “ รู้แล้ว ไล่จริงๆ ” ก่อนจะชะเง้อเสนอหน้ามามองลูกกวางที่ยังหลับไม่รู้เรื่อง มันน่าลากขึ้นเตียงจริงๆสภาพนี้ “ ฝากไว้ก่อนแล้วกัน แล้วเย็นๆจะมารับตัวไป หึหึ ”

                ยิ้มเหยียดน่ากระทืบให้ผมหลังจากนั้นค่อยเดินผละไปขึ้นรถตัวเองเตรียมเดินทางต่อ ก้านนิ้วเคาะปุ่มกดเลื่อนปิดกระจกเตรียมออกรถปิดท้ายขบวนจักรยาน แต่ดันเหลือบไปเห็นกวางน้อยที่ยังไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยเพื่อเซฟความปลอดภัยแล้วก็อดใจไม่ไหว

                โน้มตัวไปดึงสายคาดลากดึงมาพาดตัวแล้วเข้าล็อคให้ แค่เงยหน้าขึ้นไปก็เจอกับใบหน้าเหมือนจะธรรมดา แต่ก็น่าดึงดูดในระยะประชิด เฮ้อ ถ้าเป็นคนอื่นเขาจะไม่มีทางทำอะไรคนหลับไม่รู้เรื่องหรอก

                แต่ว่า...ผมมันพวกฉวยโอกาสนี่สิ

จุดยิ้มพรายทั้งปากและตา จ้องมองเหยื่อที่น่ารักเลื่อนหน้าไปกดลงแก้มนิ่มหนักๆหนึ่งทีแล้วดึงตัวเองออก

1-0 นะน้องชาย หึหึ

 

 

[พื้นที่ของท้องฟ้า]

 

                หงุดหงิด

                หงุดหงิดใครเหรอ ไอ้ก็เหี้ยคราม พี่ชายฝาแฝดผมไง

                แย่งตลอด ตัดหน้าตลอด!!

                ทั้งๆที่ผมเห็นก่อนด้วยซ้ำ! แถมลูกกวางก็สนใจผมก่อนมันด้วย

                คิดถึงคืนนั้นที่มานั่งคร่อมตัก แค่มองหน้าก็ซี๊ดแล้ว

                ผมขบเขี้ยวขบฟันเข้าหากันแล้วทุบพวงมาลัยรถไปทีระบายความหงุดหงิด ผมถูกใจคนไหน มันก็ต้องกระแซะๆมาใกล้มาแย่งตลอด แต่แย่งกันไปมามันก็แค่เริ่มต้นให้มันไม่น่าเบื่อและปิดเกมส์ด้วยการแบ่งปันเสมอ...

                เปิดเพลงฟังให้ใจเย็นพยายามฮัมเพลงทำอารมณ์ไปด้วย พออารมณ์ดีขึ้นมาบ้างในหัวเริ่มประมวลวางแผนงามๆที่จะใช้กับลูกกวางน้อยฟราน จริงๆก็แอบสนใจเด็กที่ชื่อเวียร์อะไรนั่นเหมือนกัน แต่ท่าทางยากไปหน่อย หัวท่าจะแข็งน่าดู สู้เจ้ากวางน้อยไม่ได้ ซื่อชะมัด... แล้วก็น่าค้นหา กวางซื่อที่กลายร่างเป็นกวางแซ่บเมื่อไหร่กันนะ

                ขับรถตามจักรยานนับสิบไปอย่างมึนๆ เพราะมีปายเป็นคนนำทาง ผู้ชายคนนั่นถือว่าเป็นของแปลกที่น่าสนใจ แต่...เล่นด้วยยากชะมัด ถึงจะน่ารักอยู่มากก็ตาม แต่ขอบาย

                ไม่รู้นานเท่าไหร่ที่ขับตามเด็กบ้าๆบิ่นๆ จนได้โทรศัพท์จากไอ้คนพี่ว่าให้แวะตลาดซื้อของก่อน ผมก็เออๆออๆไปไม่ได้ฟังเท่าไหร่นัก ขับตามไอ้ครามไปแปบก็ถึงตลาดนัดของชาวบ้านแถวนี้

                “ จะซื้ออะไร เลือกไม่เป็น ” เดินเอื่อยมาหาทั้งคู่ด้วยใบหน้าง่วงๆ แต่พอฟรานหันมาทางผมพอดี ก็รีบยกยิ้มลืมง่วงไปเลย “ น้องฟราน สีหน้าดีขึ้นเยอะเลยนะครับ ”

                ยิ้มใจดีพลางยกมือจับแก้มอีกฝ่ายเนียนๆ “ แก้มมีสีขึ้นตั้งเยอะ ”

                “ ฮะ ฮะ งั้นเหรอครับ ” เด็กหัวเราะเสียงแห้งก่อนจะปัดมือผมออกเบาๆแล้วขมวดคิ้ว “ อุ่นบอกว่าจะทำบาร์บีคิวกับหมูกะทะ เรามีหม้อกับเตารึเปล่าครับ ”

                “ อยู่บนรถพี่ครับ ” ยกนิ้วไปทางรถ คนตัวเตี้ยกว่าเล็กน้อยพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันหน้าไปทางตลาดด้วยสีหน้าสนุก...

                “ ฮ่า ไม่ได้ทำอาหารนานแล้วสิ ของที่นี่เยอะชะมัด ”

                ดูเหมือนกวางน้อยจะแปลงร่างเป็นหมาบีเกิ้ลร่าเริงไปแล้วสิ ไปร้านนู้นทีร้านนี้ที ผมกับไอ้ครามเดินตามแทบจะไม่ทัน เมื่อถึงตัวไม่รีรอที่จะรีบคว้าข้อมืออีกฝ่ายไว้

                หมับ! หมับ!

                “ ดูเหมือนเราจะคิดเหมือนกันเลยนะ ” เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้น ผมเอียงคอก้มลงมองมือคู่เล็กที่ถือของเต็มมือกำลังโดนมือใหญ่คว้าไว้คนละข้าง

                “ ก็กลัวจะหลงนี่ครับ ต้องรีบจับไว้ก่อน เดี๋ยวมีคนลักพาตัวไป ” พูดไปแล้วมองสบตาคนที่ถูกจับตัวไว้ไปด้วย “ ยิ่งน่ารักอยู่ด้วย ”

                คนโดนชมมึนอึนไปเลย อ้าปากกว้างเหวอๆ “ หา ”

                “ เราเดินเร็วไป พวกพี่ตามไม่ทันนะครับ ” แสร้งเอ่ยตำหนิ “ ถ้าหายไปจะทำยังไงครับ ”

                “ เอ่อ ผม ขอโทษ ” อ่า ผมกำลังทำให้กวางน้อยกลัวรึเปล่า

                ฟ้าครามเสริมขึ้น “ ไม่เป็นไรครับ ไหนๆของหนักมั้ย เอามาให้พี่ถือดีกว่ามา ”

                มือของที่ว่างทั้งผมและมันพากันแกะแงะถุงพลาสติกจำนวนมากออกจากมือเล็กกว่า โดยที่ยังไม่มีใครยอมปล่อยข้อมือให้เป็นอิสระ

                “ ปล่อยมือผมได้แล้วมั้งครับ ” เสียงแหบว่าขึ้นอย่างหวาดๆ

                ทั้งผมและมันต่างยิ้มตาปิดให้ ดูแล้วมีปฏิกิริยากับอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย จากหน้าแดงๆนั่นละนะ

                “ ไม่ปล่อยครับ / ไม่ปล่อยครับ ”

                “ แต่... ” อึกอักมองรอบตัวที่คนเริ่มมอง อืม ทำใจ ผมหล่อ

                ฟ้าครามทำหน้าขรึม “ ไม่ดื้อสิฟราน เดี๋ยวได้หลงกันพอดี ”

                “ ไม่ดื้อกับพวกพี่นะครับ ” ผมว่าตบท้าย

“ ครับ ” ฟรานถอนหายใจเหมือนไม่รู้จะพูดยังไง “ เดี๋ยวไปซื้อน้ำจิ้มตรงร้านนู้นก่อนนะครับ แล้วค่อยไปอุทยานกัน ”

                ส่งสายตาไปทางร้านค้าเล็กร้านหนึ่ง ผมเลยเดินจำต้องเดินนำมาพาผู้โดยสารอีกสองคนตามมาด้วย เมื่อมาถึงก็ค่อยปล่อยมือให้ฟรานเลือกซื้ออย่างสบายใจ

                และปัญหาก็มาถึง...

                “ ฟราน ไปรถพี่แล้วกันนะ รอบนี้ ”

                ฟ้าครามส่งสายตามาทันที... ทำไมต้องทำตามที่แกสั่งแน่นอนว่าผมทำเป็นมองไม่เป็นและโยนของทุกอย่างไปให้มัน

                “ อ่า ได้ครับ ” เด็กมันก็คงไม่ได้คิดอะไรเท่าไหร่ แต่สีหน้าของไอ้ฟ้าครามแทบจะตีเป็นหน้ายักษ์ซะให้ได้

                ทีใครทีมันนะ พี่ชาย

                ผมวางมือลงบนผมนุ่ม “ ดีมากครับเด็กดี ปะ ”

                ช่างเป็นเด็กที่น่ารักจริงๆ เชื่อฟังดี

                เมื่อฟรานตอบรับมาแบบนั้น ฟ้าคราม(พยายามอย่างมาก)ก็ไม่ขัดข้อง ไหวไหล่แล้วเดินเอาของไปยัดใส่รถแล้วเตรียมกลับอุทยานไปหาที่นอนในค่ำคืนนี้

                “ ฟรานครับ พรุ่งนี้ไม่ต้องปั่นจักยานนะ หน้าเรายังดูไม่โอเคเท่าไหร่ ” เสียงทุ้มของผมว่าขึ้น ฟังดูเหมือนเป็นห่วง แต่ “ พรุ่งนี้ก็มานั่งรถกับพี่แล้วกัน ”

                “ ทำไมครับ พี่เหงาเหรอ ” เด็กถามด้วยความซื่อขณะกินขนมจากตลาดไปด้วย “ ขับรถคนเดียวก็น่าจะเหงาอยู่เหมือนกัน ” ท้ายประโยคเหมือนจะพูดกับตัวเอง

                อมยิ้มแล้วเลี้ยวรถไปตามทาง “ ถ้าบอกว่าเหงาล่ะครับ ฟรานจะมานั่งเป็นเพื่อนมั้ย ”

                “ อืม ปกติฝาแฝดต้องตัวติดกันเนอะ แต่นี่ขับรถคนละคัน คงเหงาน่าดู ” ไม่เหงาสักนิด! มีมันอยู่ด้วยก็เป็นมารขวางคอชัดๆ! “ แบบนี้พี่ฟ้าครามก็เหงาเหมือนกันสินะครับ ”

                “ ไม่หรอก หมอนั่นสาวเยอะจะตาย สับรางไม่ทันด้วยซ้ำ ” เรื่องชั่วนี่ถนัดนะครับ

                ฟรานทำตาโตแล้วพยักหน้าเข้าใจ “ ก็พี่เขาหล่อขนาดนั้น สาวเยอะเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ”

                “ พี่ก็หล่อนะครับ ” หันไปขยิบตาให้แต่กลับโดนเบะปากเป็ดใส่ซะงั้น

                เจ้าตัวส่ายหน้านิดๆ “ ก็ฝาแฝดกันนี่ หล่อเหมือนกันเด๊ะ ”

                “ พี่หล่อกว่าตั้งเยอะ ” สวนกลับไปเป็นปกติเพราะมักมีคนบอกว่าพวกผมหล่อเท่าๆกัน เพราะหน้าตาที่เหมือนกันหาส่วนต่างก็แทบไม่เจอ พ่อแม่ถูกให้กำเนิดยังเรียกสลับกันเลย ให้ตายเถอะ

                “ ฮ่าๆๆ ” ฟรานหัวเราะเบาๆ “ อืมมม พรุ่งนี้ผมไปขับรถของพี่ฟ้าครามให้มั้ยครับ พวกพี่จะได้มานั่งคันเดียวกัน ”

                หัวเราะแห้งปนขมขื่น “ อย่าดีกว่าฟราน ”

                “ อ่า แต่ดูพวกพี่อยากไปนั่งคุยกันเองมากกว่าคุยกับผมนะครับ ”

                นี่บื้อหรือโง่ครับ ลูกกวาง...

                “ เอาเป็นว่า พรุ่งนี้เรามานั่งรถพี่ก็พอครับ ” สรุปอย่างเอาแต่ใจ แต่เพราะผมที่ทำอะไรไม่ผลีผลามรุกแรงแบบไอ้ครามมันเลยทำให้ลูกกวางแสนซื่อตกหลุมอย่างง่ายดาย

                “ ได้ครับ ” ฟรานดูจะไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากสนใจขนมในมือ ช่างไม่มีความระวังตัวเสียจริง

                มือหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าอุทยานน้ำตกแล้วค่อยถามบางอย่างเมื่อนึกขึ้นได้

                “ คืนนี้ฟรานนอนกับใครเหรอครับ ”

                “ อ้อ นอนกับ... ” ยังไม่ทันได้จบประโยค

                ผมหันไปคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ นอนกับพี่มั้ยครับ พอดีเต็นท์ว่างครับ ”

                “ !!

                อ่า... ที่บอกไม่รุกแรงแบบไอ้คราม

                ช่วยทำเป็นไม่ได้ยินด้วยนะครับ J

 

 

 

 

[พื้นที่ของฟรานฟรานน้อย]

 

                ผมกะพริบตาปริบๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก กำลังวิเคราะห์ประโยคเมื่อครู่อีกรอบ...

                “ พี่ท้องฟ้าว่ายังไงนะครับ ” รู้สึกเหมือนหูเพี้ยนไปบ้าง... ตั้งแต่เจอหน้าสองฝาแฝดนี่ผมก็สัมผัสได้ถึงอันตรายแปลกๆอยู่กลายๆ ทั้งสายตาและการกระทำที่ผมไม่เข้าใจเลยสักอย่าง

                “ นอนกับพี่มั้ยครับ เต็นท์ว่างน้า ” น้ำเสียงสุภาพดูไม่มีพิษมีภัยอะไรว่าย้ำ ผมนิ่งคิดๆแล้วก็ร้องอ้อ สงสัยแค่แกล้งผมเล่นล่ะมั้ง

                ผมครุ่นคิดหาคำตอบดีๆ “ ไม่รบกวนดีกว่า ”

                “ รบกวนอะไรกัน คนกันเองทั้งนั้น ”

                แล้วก็เจอเข้ากับรอยยิ้มพิฆาตอีกรอบ ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทำเป็นเหมือนไม่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ ก้มหน้าหยิบขนมเข้าปากอีกชิ้นแล้วรีบเปิดประตูโยนตัวเองออกจากรถทันที

                ทำไมเวลาอยู่ต่อหน้าสองแฝดคู่นี้มันปั่นป่วนท้องไปหมด เป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยน่าเข้าใกล้สักเท่าไหร่ด้วยสิ ผมควรจะอยู่ห่างๆพวกเข้าสินะ

                กวาดสายตามองหาคนอื่นๆก็เห็นว่ากระจัดกระจายไปคนละทาง ที่เห็นมีปัญหาสุดก็คงเป็นสามคู่นั่น ผมโคลงหัวแล้วส่งเสียงหัวเราะ ดูเหมือนไอ้วินจะสบายเลยสิ มีคนกันพี่น้องธาราได้แล้ว

                “ เหม่อคิดอะไรอยู่ครับ ”

                เสียงชิดใบหูทำให้ผมเผลอหันไปหาต้นเสียงและบังเอิญสุดๆ...ว้ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!

                “ หอมแก้มพี่เหรอครับ? ”

                กะ กูเปล่า!!!

                ผมตาลีตาเหลือกส่ายหน้าเป็นพัลวันถอยเท้าออกจากคนตรงหน้าไปสองสามก้าว “ พี่ท้องฟ้า คือ เอ่อ ผม เปล่า ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ”

                “ เป็นอะไรไปครับ จะเป็นลมอีกเหรอ ” คนตัวสูงกว่าผมทำตาโตซื่อถลามาจะรับตัวผม แต่ผมรีบเบี่ยงหลบ ยกมือปัดๆโบกมือ

                ส่งยิ้มแห้งแล้งไปให้ “ ไม่เป็นไรครับ สะ สบายดี สบายมาก!

                ผมว่า ผมควรไปให้ไกลจากเขานะ... ระหว่างหาช่องทางจะหนี ตัวช่วยตัวเอ้ก็เดินเข้ามาพอดี

                “ ไปยกของไป๊ ” เอ่ยเรียบเย็นเป็นเอกลักษณ์เดินเข้ามาผ่ากลางช่องว่างหลายช่วงตัวระหว่างผมกับพี่ท้องฟ้า ตรงไปท้ายรถแล้วจัดการหยิบ ไม่สิ โยนกระเป๋าทุกคนลงจากรถ หลังจากโยนลงมาหมด ธาราเลยหันมาทางผม “ ยืนนิ่งทำไม กระเป๋าอยู่คันนู้น ตามมา ”

                ธาราเปรยหางตามองท้องฟ้าแวบหนึ่งก่อนจะเดินอ้อมไปรถพี่ฟ้าคราม ผมรีบตามธาราแทบจะสิงไปเลย ขอแค่หนีจากสายตาคู่แปลกนั้นได้ก็พอแล้ว ขอไปตั้งตัวก่อน

                บางทีพวกพี่เขาเจ้าชู้ เพล์บอยจัดสายตาท่าทางเลยเป็นแบบนั้นมากกว่า กูไม่น่าคิดมาก และเขาก็คงไม่มาคิดอะไรกับผู้ชายพื้นบ้านแบบผมแน่ๆ

                จริงๆพี่เขาก็ดีนะ ดูแลทุกอย่าง แบบพี่น้อง ผมก็ควรรับด้วยน้ำใจสิ ไม่ใช่มากลัว!

                “ ออกห่างพวกนั้นซะ ” เสียงทุ้มว่าหน้าตายสนิท ธาราพูดกับผมหลังจากเดินออกห่างพี่ท้องฟ้าได้พอสมควร ผมเอียงคอทำหน้ามึนใส่พลางหยิบกระเป๋าลงมาด้วย

                “ ทำไม ” เหลือบตาไปทางสองคนนั้น “ ดูเป็นคนใจดี ถึงจะก็มีอะไรแปลกๆ ก็เถอะ ” ว่าไปตามจริง ผมเป็นพวกมองโลกในแง่ดีซะด้วยสิ บางทีสองคนนั้นอาจจะไม่ชินกับคนแปลกหน้าอย่างผมก็ได้มั้งเลยจ้องเอาๆ ตลอดเวลา

                พูดไปแค่นั้นหันมาอีกทีเจอเข้ากับสายตาดุดันจ้องจะแดกหัวอีกรอบ... เอ่อ ผมไปเหยียบหางอะไรน้องเข้ารึเปล่า

                ส่ายหน้าแล้วระบายลมหายใจเหมือนอยากจะตาย “ ไม่แปลกใจที่ไอ้วินมันโง่ มีเพื่อนซื่อบื้อแบบนี้นี่เอง ”

                “ อ้าว ” โดนด่าเฉยเลยกู

                ธาราหยิบกระเป๋าใบใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นของเจ้าตัวเองลงมาแบบสบายๆ “ ไม่คิดว่าพวกนั้นทำอะไรแปลกๆใส่บ้างเลยรึไง ”

                “ แปลกๆ? ” สายตาพวกนั้นเรียกแปลกได้มั้ย สายตาคนเรามันก็ไม่ค่อยมีใครปกติด้วยสิ เขามองผมแปลก หรือว่าผมไปมองเขาแปลกก่อนหว่า... ผมยืนเอียงคอหมุนคอใช้ความคิดอย่างหนัก...จนคนฟังขี้เกียจเอาคำตอบ

                “ เอาเถอะ ” หยิบกระเป๋าใบสุดท้ายบนรถลงมา “ อยู่ห่างพวกนั้น ถ้ายังไม่อยากเจ็บ ”

                ทิ้งระเบิดคำพูดชิ้นโตไว้แล้วก็เดินจากไป

                ผมนิ่งงันกับคำพูดของเด็กนั่นอยู่ครู่หนึ่ง... ไม่ใช่แค่คำพูดแต่รวมถึงสายตาเตือนอยู่ลึกๆ ลึกจริงๆ กว่าจะมองเห็นในดวงตาดุๆนั้น ยกมือขึ้นเกาหัวเพราะความไม่เข้าใจ จะเจ็บอะไร ผมก็ไม่ได้มีเรื่องอะไรกับพวกนั่น แถมเราก็ไม่ได้สนิทกับพวกนั่นด้วย จบทริปนี้ก็คงไม่ได้เจออยู่แล้ว

                หรือธาราจะแค่หวงลูกพี่ลูกน้องตัวเอง แบบที่สามคนนั่นหวงมันหว่า อืม ก็เป็นไปได้ มีแต่พี่หล่อๆก็คงต้องหวงเป็นธรรมดา

                ชอบคิดง่ายๆ เพราะผมไม่ใช่คนที่คิดอะไรเยอะนัก มือหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วเดินตามหลังคนอื่นๆในทริปไป มองดูบรรยากาศรอบตัวแล้วรู้สึกสงบขึ้นมา ผมมองไปรอบๆแล้วยิ้มไปกับธรรมชาติ เฮ้อ เหลือบมองมือที่ถือกระเป๋ากระแล้วถอนหายใจ อีกข้างก็ถือถุงเต็นท์ แต่เดี๋ยวเก็บของเสร็จค่อยลงมาถ่ายก็ได้ ฟ้ายังไม่มืดเท่าไหร่

                เพราะมัวแต่เดินชมต้นไม้สายน้ำเลยถูกทิ้งไว้คนเดียวรั้งท้าย กับ...

                “ อยากถ่ายรูปเหรอ ” ยื่นหน้ามาแทบชนอีกคน ผมผงะเหงื่อปรากฏกะพริบตามองดูดีๆ...ใครล่ะเนี่ย

                “ เอ่อ...พี่ท้องฟ้า ระ เหรอ ”

                เป๊าะ!

                “ ผิดแล้ว ฟ้าครามต่างหาก ” ดีดนิ้วเสียงดังพร้อมทำหน้าป่วงใส่

                ใครใช้ให้แต่งเหมือนกันซะขนาดนี้ “ ขอโทษครับ ”

                “ พี่ช่วยถือมั้ย ”

                “ ไม่เป็นไรครับ ผมถือได้! ” เฮียแกควรดูของในมือสักนิดว่ามันหนักกี่ตัน... ผมส่งยิ้มเบาบางให้เป็นการบอกว่า สบายใจเถอะครับ ผมโอเค ผมไม่เป็นไร!

                ร่างสูงทำหน้าเหมือนจะขัดแต่ก็ไม่ได้ขัด “ เดี๋ยวเอาของเก็บแล้ว พี่พาลงมาถ่ายรูปแล้วกัน ”

                “ อ่า ครับ ” ดูพี่เขาจะพยายามมาวุ่นวายกับผมจริงๆนะ

                ผมไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ย?

                หรือบางทีพวกพี่เขาแค่อยากสนิทกับผมเหมือนรุ่นน้องทั่วไป... ก็เป็นไปได้เยอะ

                ผมคิดในใจได้แบบนั้นแล้วก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะไม่มีอะไรชวนให้คิดมาก เร่งเท้าเดินให้ไวขึ้นเพื่อไปรวมกลุ่มกับชาวบ้านให้ทัน มันก็ดีกว่าจะเดินรั้งท้ายพร้อมๆกับพี่แกอะนะ

                เมื่อเลือกพักตั้งแคมป์ได้สักที ผมก็โยนเหวี่ยงของลงด้วยความปวดเมื่อยทันที เตรียมตัวจะจัดการเอากล้องออกมาก็โดนธาราเรียกให้ไปทำอาหาร แล้วจะตั้งเต็นท์ให้ แอบเซ็งอยู่นิดๆที่ไม่ได้ถ่ายรูป วางกล้องในมือลงดีๆ แล้วหันไปหาไอ้วินชี้นิ้วให้มันเห็นกระเป๋ากล้องของผม มันพยักหน้ารับรู้เป็นสิ่งบ่งบอกว่าจะดูแลให้ สำหรับเด็กนิเทศอย่างพวกผมแล้วกล้องถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จริงๆ ผมกับไอ้วินเรียนสาขาเดียวกันคือภาพยนตร์ อยากทำหนัง ทำละคร ตากล้อง อยากจะ...

                อ่า นี่ผมกำลังพล่ามอะไรเนี่ย ต้องรีบทำอาหารสิ

                “ เดี๋ยวกูทำบาร์บีคิวแล้วกัน มึงไปก่อไฟไป๊ไอ้ฝุ่น ” เดินไปผลักหลังคนตัวสูงปรี๊ดเบาๆ ผมเพิ่งสนิทกับไอ้นี่ก็ตอนรู้จักกับไอ้วินตอนเข้ามอมานี่แหละ คนบ้าอะไรไม่รู้หล่อชิบหาย

                คนหล่อปรายตามามองต่ำลง (ก็ผมเตี้ยกว่านิสนึง!) “ ครับๆ คุณชายฟราน ”

                “ อย่ามากวนประสาทกันได้มั้ย ” กดเสียงเข้ม แล้วมันก็กระตุกยิ้มกวนเบื้องล่างกลับมาแล้วเดินไปก่อไฟเงียบ

                “ กระผมไม่ได้กวนนะครับคุณชาย ” ยิ้มใจดีมาให้ก่อนจะหันกลับไปทำงาน

                แม่ง...กวนตีน!!

                ทั้งไอ้ห่าฝุ่นไอ้เหี้ยวิน กวนตีนทั้งคู่ ถึงว่าทำไมถึงคบกันได้

                “ นี่คุณชาย ”

                “ อะไรมึงอีกไอ้คนใช้! ” หันไปว้ากใส่ถลึงตาใส่

มันหัวเราะและกดมุมปากยิ้มค่อยชี้นิ้ว “ หยิบไฟแช็กให้หน่อยได้มั้ยคุณชาย กระผมจะก่อไฟครับ ”

                “ เออ!

                “ หวังว่าจะรู้นะครับว่าอันไหนไฟแช็ก ”

                ผมขว้างไฟแช็กใส่หน้ามัน “ กูไม่ได้โง่ขนาดนั้น ไอ้ฟาย! ” แม่งเสือกรับได้อีก

                “ ด่าตัวเองทำไมวะ ” ไอ้ฝุ่นมันส่ายหน้าเศร้าแล้วหันไปก่อไฟ ปล่อยผมให้กระฟัดกระเฟียดไป

                ผมยืนเบ้ปากอุบอิบปากด่ามันอยู่ไม่นาน ไอ้น้องเวียร์ก็เดินมาหาผมพร้อมกะละมังที่เต็มไปด้วยผัก...

                “ พี่ฟรานครับ ผมล้างผักบาร์บีคิวให้แล้ว แต่ผมหั่นไม่สวย พี่หั่นได้มั้ยครับ ” เด็กน้อยทำหน้าสลดเหมือนทำผิดมาก ผมส่ายหน้าพรืดแล้วรับกะละมังมาไว้เอง

                “ ไม่เป็นไรๆ พี่ทำเองๆ เวียร์ไปหั่นหมูแทนก็แล้วกัน ” ผมว่าด้วยสีหน้าใจดี ก่อนที่น้องชายตัวเล็กที่เตี้ยกว่าผมไม่มากจะผละไปที่โต๊ะไม้ยาวที่เต็มไปด้วยจานชามของสารพัดที่ผมซื้อมา นับว่าเป็นทริปที่โคตรจะเตรียมพร้อมจริงๆ ฟีลลิ่งเข้าค่ายลูกเสือชัดๆ

                ก้มลงมองดูผักที่เวียร์หั่นมาค่อนข้างจะไม่เป็นรูปเป็นทรงซะเท่าไหร่ ผมอมยิ้มด้วยความเอ็นดู ยังไงมันก็น่ารักกว่าไอ้พี่มันแล้วกัน จริงๆแล้วคนที่ทำอาหารเก่งจริงๆมันก็...

                ติดเมีย

                ส่ายหน้าเอือมระอาใจกับไอ้เชี่ยวิน ปลงตกหันกลับมาหางานตัวเองแล้วเดินไปหาเขียงกับมีดเล็กอีกอันจากกองมรสุมของของทุกคน เมื่อหาเจอค่อยลากตัวเองไปโต๊ะไม้อีกตัวเพราะเวียร์เล่นครองพื้นที่เต็มโต๊ะจนหาที่ให้แทรกนั่งไม่ได้

                ขอชื่นชมกับตัวเองหน่อยแล้วกันที่เลือกผักมาสวยสดงดงามจริงๆ หยิบมะเขือเทศลูกใหญ่ออกมาหั่น แบ่งส่วนสวยๆพอดีคำ เนื่องจากไม่มีลูกเล็กเลยต้องใช้ลูกใหญ่แทน... ระหว่างหั่นไปก็พึมพำร้องเพลงในลำคอไปแก้เซ็ง...

                ร้องไปได้สองสามท่อนแล้วจำต้องหยุดกึก...

                โบราณเขาว่า ห้ามร้องเพลงตอนทำอาหารไม่งั้นจะได้แฟนแก่...

                เรื่องโบร่ำโบราณแบบนี้ ยังไงก็เชื่อ... ซะที่ไหน!!

                ยังไงแฟนผมมันก็ต้องขาว สวย หมวย อึ๋มชัวร์

                นั่งหั่นพริกหั่นสับปะรดไปได้ครู่ก็เริ่มรู้สึกร้อนวูบวาบตามลำตัวทั้งสองข้าง...

                “ ทำอะไรเหรอครับ ” เบียดมากระแซะแขนขวา

                “ ให้พี่ช่วยมั้ยครับ ” เบียดมากระแซะแขนซ้าย

                ผมมองหน้าสองคนด้วยความตกใจเกือบเอามีดเสียบหน้าหล่อๆอยู่แล้ว “ มาไม่ให้เสียง ผมตกใจนะครับ ” ถอนหายใจเล็กน้อยและขยับตัวไปมาอย่างไม่สบายตัวเท่าไหร่

                “ พี่มาตั้งนานแล้ว ฟรานไม่เห็นเองต่างหาก ” ท้องฟ้า หรือฟ้าครามก็ไม่รู้ว่าด้วยน้ำเสียงกร่อยๆ

                “ ใช่ๆ น่าน้อยใจจริงๆ ” ฟ้าคราม หรือท้องฟ้าว่าต่อจากนั้นเอื้อมมือมาล้วงหยิบมะเขือเทศในกะละมังไปกินดื้อๆ

                ผมมองพวกเขาสลับไปมาไม่ได้พูดอะไรเพราะกลัวว่าจะเรียกชื่อผิด ก็ดูดิ หน้าตาก็แกะ เสื้อผ้าก็แกะ ใครมันจะไปแยกออกฟะ!!

                “ เอ่อ... พวกพี่ไปนั่งตรงนู้นก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมทำเองได้ ” รู้สึกเกร็งจริงๆเวลาอยู่กับสองคนนี้ เหมือนเหงื่อจะแตกแล้วสิ...

                แฝดหนึ่ง...เรียกงี้แล้วกัน กูแยกหน้าไม่ออกครับ ทำหน้าขรึมหยิบหาไม้บาร์บีคิวมาแกะออกแล้วหยิบผักหมูมาเสียบตามลำดับ แฝดสองเองก็ไม่น้อยหน้าหยิบไม้มาเสียบบาร์บีคิวบ้าง คิดสภาพผมที่อยู่ตรงกลางกำลังโดนบีบจากสองฝั่งออกมั้ย โคตรจะน่าอึดอัดจริงๆ 

                “ ไอ้คราม เสียบอะไรของมึง เละเทะเป็นบ้า ” แฝดหนึ่งฝั่งขวาว่าจุดยิ้มสยองไปด้วย อ้าวนี่ ท้องฟ้าเหรอ นึกว่าฟ้าคราม

                “ ถุย ไอ้ฟ้า บาร์บีคิวบ้านมึงแดกแต่หมูรึไง ผักเนี่ยใส่บ้าง ”แฝดสองบ่นจิกกัดแล้วชูไม้บาร์บีคิวของตัวเองมาตรงหน้าผม  เย้ย! เกือบจิ้มตาแล้ว ไอ้บ้า!

                “ สวยมั้ย ” ทำหน้าลุ้นระลึกไม่ต่างจากเด็ก

                ผมกำลังจะอ้าปาก “ มันก็... ”

                “ แล้วอันนี้อ่ะ! ” คนขนาบข้างอีกคนก็ชูไม้มาอีก เกือบจิ้มแก้ม ดีนะ เบี่ยงหลบทัน ผมกวาดตามองบาร์บีคิวสองไม้แล้วถอนหายใจ สงสัยพวกเขาคงอยากจะเป็นเพื่อนกับผมสินะ ถึงได้มาช่วย น้ำตาจะไหลจริงๆ

                วางมีดในมือลงแล้วดึงไม้ออกจากแฝดคู่นี้...

                “ เละเทะทั้งคู่ครับ เพราะงั้น... ช่วยหยุดนะครับ เดี๋ยวจะไม่ได้กิน ” พยายามพูดให้นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แกมส่งยิ้มจางๆไปให้บ่งบอกว่า...มึงอย่าแตะอีกเลยนะครับ...เดี๋ยวจะไม่ได้แดก

                “ ปากร้าย ”

                เอ้า

                “ เสียใจนะ ”

                เชี่ยไรวะ

                “ ก็มันเละเทะจริงๆนี่ครับ แบบนี้เดี๋ยวก็ไม่ได้กิน ”

                “ ฮึ่ย!!!

สองคนทำหน้าหงุดหงิดแล้วลุกพรวดกันไปคนละทาง... ทำตัวเหมือนเด็กไม่มีผิด มองขวาซ้ายสลับไปมาด้วยความมึนสุดจิต ส่วนผมก็ได้แต่นั่งทำหน้าเอ๋อแดกใบ้กินกะพริบตาปริบๆ...

                กูทำอะไรผิดวะ

                ช่างเถอะ... ทำบาร์บีคิวต่อ คิดถูกแล้วที่เหมาของที่ตลาดมา ทริปมีแต่ผู้ชายร่างควายๆกินก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว บาร์บีคิวดูแล้วคงราวๆห้าสิบเจ็ดสิบไม้ กับคนสิบสี่คน... ถือว่าน้อยนะ

                ดีที่มีเตาถ่านหมูกระทะเลยเบาใจหน่อย เหลือบมองทางเวียร์ที่ตอนนี้เคร่งเครียดกับหมักสารพัดเนื้อที่มากมายเป็นตันๆ ละสายตาแล้วกลับมามองตัวเอง...ก็พบว่ามีสองหน่อโผล่มานั่งตรงข้ามพร้อมไอโฟนในมือทั้งคู่อีกรอบ แต่มาตอนไหนฟะ

                “ ต้องจับไม้แบบนี้... ” แฝดหนึ่ง

                แฝดสอง “ ค่อยๆจับสับปะรดเบาๆ ค่อยๆเสียบ ระวังอย่าให้ช้ำ ”

                ...สองชายหนุ่มหน้าตาเหมือนกันสุดๆกำลังนั่งคู่กันก้มหน้าแทบมุดเข้าไอโฟนมือก็ถือไม้และสับปะรด... ผมนิ่งมองแล้วค่อยๆคลี่ยิ้มแล้วกลั้นเสียง...

                “ ฮ่าๆๆๆ ” โอ๊ย มันเป็นภาพที่ค่อนข้างตลกอยู่พอสมควร น้ำตาเล็ดจริงๆ

                “ ขำอะไร!! ” ประสานเสียงพร้อมดึงหัวออกจากโทรศัพท์มาตีหน้าบึ้งใส่ผม ผมขำไปส่ายหน้าส่ายสะบัดมือปฏิเสธไป

                “ เปล่าครับ ฮ่าๆ ” หยุดยิ้มไม่ได้จริงๆแฮะ “ แค่คิดว่ามันน่ารักดีครับ ”

                “ !!

                ดูเหมือนแฝดจะอึ้งไปเลยกับคำพูดของผม จริงๆมาคิดดูแล้ว สองคนนี้น่าจะโดนชมว่าหล่อมากกว่าน่ารักอยู่แล้ว คงไม่แปลกที่จะตะลึงกับคำว่าน่ารัก

                “ พูดอะไร หน้าแบบพี่ออกจะหล่อ! ” แฝดหนึ่งถลึงตาใส่

                แฝดสอง “ พูดงี้ เดี๋ยวมีมวยหรอกน้องฟราน ” เสียงเหี้ยมมาเชียว “ มวยปล้ำอะนะ ”

                สองคนมองหน้ากันแล้วหันมาแสยะยิ้มให้ผม... ผมไหวไหล่ชิวๆ มวยปล้ำเคยเล่นกับไอ้วินมาแล้ว แถมชนะด้วย!

                แฝดหนึ่ง “ ทีหลังจะชมก็อย่าชมว่าน่ารัก ”

                “ ต้องชมว่าหล่อ ” แฝดสอง

                “ เข้าใจมั้ยครับ / เข้าใจมั้ยครับ ” และส่งยิ้มปิดท้ายประโยคมา มองสลับสังเกตอีกรอบ และถอนหายใจด้วยความจนปัญญา

                ผมก็ยังคงแยกสองคนนี้ไม่ออก ให้ตาย!

                “ งั้นถือว่าผมไม่ได้พูดอะไรแล้วกันครับ ” ใครมันจะไปคิดว่าจะจริงจังกันขนาดนี้ “ จะช่วยผมจริงๆสินะครับ ”

                “ก็อยากช่วย ” แฝดหนึ่ง

                “ เอาหน้าสิไม่ว่า ” แฝดสองเบ้ปากใส่อีกคน “ ตอนอยู่ห้อง ไม่เห็นคิดจะทำ มัวแต่คลุกวงในกับสาวๆอยู่... ”

                “ ต่อยกันสักยกก่อนมั้ยไอ้น้อง ”

                “ ได้ มึงอย่ามาร้องไห้แล้วกันไอ้พี่เวร ”

                ต่างคนต่างกระชากคอกันอย่างไม่ยอม ผมเห็นแล้วพานจะทำให้นึกถึง... ว่าแต่อยู่ตรงไหนกันหว่า กวาดสายตาให้ทั่วและ...นั่นไง รู้แล้วว่าเหมือนใคร

                “ ไอ้หมอกาก!! ” ลม

                “ แค่กๆๆ มึงสิกากไอ้วิดวะ!!

                “ มึงแม่งโคตรกากเลยไอ้ทนาย! แค่ก!

                ซ่าาา

                สองแฝดที่เหมือนหมาบ้าสามตัว...สินะ

                ...ตรงนั้นก็ยังคงไม่เลิกสงครามกลางน้ำตก เบี่ยงเสสายตากลับมามองตรงหน้าก็พบว่าสองแฝดยังคงดึงคอเสื้อจ้องหน้ากันอยู่ไม่ยอมลดละลดราวาศอกเลยสักนิด... เหมือนเด็กกันจริงๆ

                เขาเป็นญาติกันจะมีนิสัยเหมือนกันคงไม่แปลก...

                “ พอครับๆ ” วางของในมือลงแล้วโน้มตัวลุกขึ้นแกะมือออกจากคอกันและกัน “ เดี๋ยวผมสอนทำก็แล้วกันครับ เลิกตีกันเถอะครับ ”

                หยุดนิ่งค้างหันมองหน้าผมพรึ่บ... ผมยิ้มอ่อนใจให้แล้วทิ้งตัวนั่งลงแล้วเริ่มสอนทำดีๆเสียงมุมไหนเรียงยังไงให้สวย เหมือนเลี้ยงเด็กจริงๆนะเนี่ย ระหว่างทำก็แอบลอบมองสองคนนี้ไปด้วยและยักไหล่กับนิสัยที่เด็กจนน่ากลัว น่ากลัวว่ามันจะเป็นการแสดงนี่สิ...

                หลายคนมักว่าผมบื้อ... แต่อย่าลืมว่าคนบื้อที่นั่งอยู่เนี้ยเรียนนิเทศนะเฮ้ย...การแสดงห่วยๆยังไงก็ดูออก แต่สิ่งที่สองคนนี้ทำมันก็อ่านไม่ออกอยู่ดีว่าจริงหรือเล่น คนบางคนก็มีหลายมุม... สรุปพูดซะสวย สุดท้ายผมก็ดูไม่ออกว่าหลอกหรือจริง... ไยไอ้ฟรานมันกากขนาดเน้!

                คิดแล้วก็น้ำตาตกใจชี้ช้ำระกำหัใจจริงๆ...

                “ เสร็จแล้วครับ ” พูดขึ้นหลังจากทุกอย่างเรียบร้อยเหลือแค่ย่างมัน และกิน!...

                ลุกขึ้นบิดขี้เกียจเล็กน้อยเดินออกจากโต๊ะไปทางห้องน้ำเพื่อล้างมือล้างหน้าสักหน่อย หลังจากนั้นค่อยเดินกลับมาที่ลานสนามกว้างที่ทุกคนเริ่มพากันมาสุมหัวเตรียมมื้อเย็น.... ดูแล้วคิมกับไผ่จะเป็นคู่แรกที่สบายสุดไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดกันมาแล้ว ส่วนไอ้คนติดเมียก็ไม่รู้ไปทำอีท่าไหนมาหางคิ้วถึงดูช้ำเลือด แต่ก็คงไม่พ้นมือคนที่มันกำลังง้ออยู่ล่ะมั้ง นั่งหน้าทะมึนตัวเปียกซกปล่อยรังสีดำมืดมาซะขนาดนั้น แล้วสามหมาบ้าอยู่ไหนเนี่ย ...ยังคงไม่เลิกตีกันเช่นเคย ผู้นำทริปพาหลงสองหน่อไปไหนวะเนี่ย ช่างเถอะ คงไปปีนป่ายต้นไม้ชัวร์...

                “ เฮ้ย! ไอ้ไทม์ ช้าว่ะ! เคยปีนต้นไม้มั้ยมึง วู้ว อ่อน!

                “ มึงดึงเสื้อกูจนตกลงมาเนี่ย ไอ้พี่เหี้ย!!

                จะ จริงเหรอวะเนี่ย กูแค่ประช้ดดดดดดด

                คิดแล้วอยากจะเอาหัวโขกพื้นป่า ไม่น่าหลงกลไอ้วินเลยจริงๆ ไม่งั้นตอนนี้ผมคงนอนตีพุงอยู่ห้องแล้ว คงไม่มานั่งทำอาหารให้ชาวบ้านแบบนี้หรอก

                “ ตั้งเตาเสร็จยัง ” ถามไอ้คนสูงโย่งจากอักษรหรือก็คือไอ้ไต้ฝุ่นผู้กำลังก้มๆเงยๆมองดูไฟในเตา

                มันเงยหน้ามาพาสายตาเฉยชามาอีก “ รอนิดรอหน่อยเป็นมั้ยคุณชาย ”

                “ เลิกเล่นน่า คนยิ่งร้อนๆอยู่ หิว ” ฟาดไหล่ไปเปรี้ยง

                “ เจ็บนะ ” เจ็บก็กรุณาทำหน้าให้มันดูเจ็บด้วยสิว่ะไอ้บ้านี่ “ มึงไสหัวไปอาบน้ำก่อนเลยไปคุณชาย ”

                “ เออ คิดงั้นเหมือนกัน ” จริงๆไปอาบน้ำก่อนก็ดีนะ จะได้สบายตัว ตอนนี้ฟ้าก็เริ่มมืดแล้วซะด้วย

                ผมเดินกลับไปหากระเป๋าในเต็นท์ที่ธารากางให้ หยิบแชมพูกับครีมอาบน้ำแล้วก็ผ้าขนหนูผืน บ็อกเซอรกับชั้นในตัวเสื้อยืดกางเกงขายาวแล้วค่อยเดินไปทางห้องอาบน้ำที่เขามีไว้สำหรับนักท่องเที่ยวเวลาเล่นน้ำเสร็จ

                ย่างเท้าผ่านประตูไปเรื่อยจนถึงห้องสุดท้ายที่กว้างที่สุดค่อยสอดตัวเองเข้าไป ผมชอบห้องน้ำกว้างๆเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พาดผ้าไว้บนราวดีๆก่อนจะถอดเสื้อชุ่มเหงื่อมาทั้งวันโยนไปสักมุมของห้องเหลือไว้แค่กางเกง

                มือเอื้อมไปเปิดฝักบัวไม่ช้าสายน้ำเย็นๆก็ไหลกระแทกหน้าจนรู้สึกแสบขึ้นมา แต่ก็แสบๆคันๆนิดหน่อยไม่ได้ระคายผิวด้านๆหรอก ค่อยสดชื่นขึ้นมาหน่อย ผมยืนค้างให้น้ำเย็นๆเทลงบนหัวไปเรื่อยๆ...

                ไม่รู้ตัวว่าอยู่แบบนั้นนานแค่ไหนมารู้สึกตัวอีกทีก็...

                หมับ!!

                “ อะไรวะ! ” เผลอสบถเสียงหยาบออกมาหันคอไปมองด้านหลังทันควันก่อนที่จมูกงามๆจะกระแทกกับอะไรแข็งๆ ถอยหลังไปก้าวเพราะความเจ็บจมูก โอ๊ย จะหักมั้ยวะ

                “ เฮ้ๆ เจ็บเปล่าฟราน ” เสียงใครวะเนี่ย ลืมตามองจ้อง...

                “ พะ พี่ฟ้าครามเหรอ ” เสียงตะกุกตะกักใจสั่นขึ้นมาดื้อๆ “ พี่เข้ามาทำไมครับ เข้ามาได้ไง คือ ผมจะ อาบน้ำ ”

                ใบหน้าหล่อโน้มมาแทบชิด “ ฟ้าครามอะไร พี่ชื่อท้องฟ้าครับ ” เสียงเข้มไม่พอใจเท่าไหร่นัก “ ก็ประตูไม่ได้ล็อคสะเพร่าแบบนี้...น่าตีจริงๆ เด็กคนนี้ ถ้าคนไม่ดีเข้ามาตอนเราอาบน้ำจะทำไง ”

                ใครเด็กวะ!! มึงนี่ไงคนไม่ดี! เข้ามาทำซากไร!

                “ แล้วพี่เข้ามาทำไม ” แล้วมือ...จะจับเอวกูไปถึงไหนครับ!!

                “ ก็มาอาบน้ำไง ถามได้ ” ทำหน้าเหมือนผมโง่มาก มาห้องน้ำมาซื้อของเหรอไอ้โง่... ดูจากสายตาที่มองมา...อ่านได้ประการนี้

                มองซ้ายมองขวาหาตัวช่วย อยู่แบบนี้ไม่ดีเท่าไหร่ “ งั้นก็เดี๋ยวผมไปอาบห้องอื่นก็แล้วกันครับ ” เตรียมพุ่งไปคว้าของแต่อีกคนก็ไวกว่าจับข้อมือผมแน่น...

                “ อาบด้วยกันนี่แหละ จะได้กันไวๆ ”

                “ !! ” มึงว่าไงนะ!!

                “ จะได้ออกไปกินข้าวกันเร็วๆไวๆไง ” ยิ้มหน้าตายสนิท แต่เมื่อกี้มันไม่ใช่ประโยคนี้ไม่ใช่เหรอ ผมคิดว่าตอนนี้ผมกำลังทำหน้าตื่นอยู่แน่ๆ

                “ ไม่เป็นไรครับๆ ” กูต้องไปอาบห้องอื่นเดี๋ยวนี้! ถึงพวกพี่จะอยากสนิทกับผมขนาดนี้ก็เถอะ แต่เวลาวันเดียวจะให้มาอาบน้ำร่วมกันคงแปลกๆ แกะแงะตัวออกจากไอ้ตัวโตนามว่าท้องฟ้าได้ก็รีบหันไปคว้าของแต่เหมือนเดจาวูอีกรอบ มือถูกจับรั้งไว้อีกครั้ง...

                “ จะรีบไปไหนครับน้องฟราน ”

                “ พี่ฟ้าครามระ เหรอ ” แค่คนเดียวกูก็สลัดแทบไม่ออก มึงจะมาอีกทำซากไร!!

                เจ้าของชื่อยิงฟันยิ้มกว้าง “ ใช่แล้ว เราอาบน้ำด้วยกันก็ได้ พี่ไม่ถือหรอก ”

                แต่กูถือครับ!! T^T

                ทำไมจู่ๆถึงรู้สึกว่าสองคนนี้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนขึ้นมาได้ สายตาดูก็แปลกๆ มันมี เอ่อ ประกาย วิบวับๆวาวๆแปลกๆยังไงไม่รู้สิ ปากก็จะเลียอะไรกันบ่อยๆครับ มึงปากแห้งก็บอก เดี๋ยวน้องคนนี้จะออกไปหาลิปมันมาให้ ฉะนั้นแล้ว ปล่อยกูเถอะครับ ToT

                จะแกล้งกันเผื่อความสนิทสนมก็ขอให้อาบน้ำเสร็จก่อนไม่ได้รึไง

                ฟ้าคราม(ละมั้ง)ดึงตัวผมมาอยู่ใต้น้ำดังเดิมแล้วตัวเขาเองก็อยู่ประกบหน้าผมไม่ห่าง จะ จำเป็นจะต้องชิดขนาดนี้มั้ย พอจะถอยหลังหนี ข้างหลังก็โดนท้องฟ้าเข้ามาประกบเอาแขนข้างหนึ่งรัดเอวผมไว้...

                “ จะ ทำอะไรกัน...ครับ ”

ถ้าผมเป็นผู้หญิงคงคิดว่าพวกนี้จะปลุกปล้ำไปแล้ว แต่โชคดีที่ผมเป็นผู้ชาย... แต่ผู้ชายมันก็ทำกันได้นี่หว่า!!! ลืมไปเลย! เหี้ยแล้วไง! เผยสีหน้าตื่นตระหนกหนักกว่าเก่า หรือสองคนนี้จะมีรสนิยมอนุรักษ์ป่าไม้ หล่อแบบนี้เนี่ยนะ! บร้า เขาต้องชอบผู้หญิงอยู่แล้ว!

                “ หือ? ตัวสั่นไปแล้ว กลัวพวกพี่เหรอครับ ” เสียงด้านหลังว่าแล้ววางคางเกยไหล่กว้างของผม เหลือบตามองแล้วแทบช็อก ไม่ใช่คาง มันเอาจมูกวางต่างหาก!!

                พวกมึงน่ากลัวน้อยมากนี่ การกระทำน่ากลัวน้อยมากเลยเนอะ

                อยากรู้ว่าน่ากลัวมั้ย ลองมาเป็นกูสิครับ!! (TTOTT)

                “ มาๆ เรามาอาบน้ำกันดีกว่าครับ ” ฟ้าครามยิ้มไม่เลิกยื่นมือออกไปหยิบครีมอาบน้ำของผมมาบีบแล้วแปะไปตามตัวผมเบาๆ... สะท้านเฮือกสิ จะยกมือผลักแต่ต้องเบิกตาโตเมื่อรู้ว่าถูกยึดไปไว้ข้างหลังแน่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

                “ อยู่นิ่งๆนะครับ ” เสียงแหบแห้งเป็นปลาขาดน้ำนี่มันอะไรกัน! “ จะถูทุกซอกทุกมุมเลยนะครับลูกกวาง ”

                ลูกกวาง! ใคร! แถวนี้มีกวางด้วยเหรอ!

                “ อ๊ะ! ” เพราะมัวแต่สนใจข้างหลังเลยไม่ได้สนใจอีกคนที่เริ่มเลื้อยมือแล้ว สองมือใหญ่ลากไล้ถูกครีมอาบน้ำไปตามแผงอกแล้วเล็บยาวๆก็เผลอสะดุดเข้ากับยอดอก...

                “ เล็กชะมัด คิดถึงหน้าอกคัพซีจัง ”

เห็นมั้ย! มันแค่แกล้งผมเล่นนน

                “ แต่เล็กๆก็เร้าใจได้เหมือนกัน ” อ้าวเฮ้ย อย่าเขี่ยดิว่ะ!!

                “ เดี๋ยวๆ อ๊ะ หยะ หยุด ”

                หลุดเสียงครางแผ่วออกมาก็เหมือนเอาน้ำมันราดลงกองไฟไม่มีผิด ท้องฟ้าที่เหลือมืออีกข้างเริ่มทำงานบ้าง ลูบไล้กดหลังแล้วเอื้อมมาด้านหน้า คลำแปะๆ อยู่นานจน...

                “ อ๊ะ!! ” ตะปบลงกับยอดอกเต็มๆ เสียงหัวเราะดังออกมาทันทีแล้วเริ่มลงน้ำหนักมือไปกับสิ่งที่สัมผัสโดน “ อืม... ปล่อยครับ ไม่เล่นแล้วครับ อึก ”

                “ เล่น? ”

                “ ครับ เลิกแกล้งได้แล้ว ” สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

                “ ก็เราน่าแกล้งนี่น่า ”

                กัดฟันว่าออกไปข่มความอารมณ์หนักขึ้น หลับตาลงสงบอารมณ์แล้วจ้องหน้าฟ้าคราม “ หยุดเล่นเถอะครับ ”

                “ ผู้ชายเหมือนๆกัน ปล่อยๆบ้างก็ไม่เสียหายหรอก ” ฟ้าครามว่าพลางเบียดลำตัวท่อนล่างมาเบียดกับผมทำเอาหน้าร้อนวาบทันที...

                มีบางอย่างร้อนๆ...กำลังทิ่มต้นขาผมอยู่...

                “ พวกพี่อยากก็ใช้มือไปสิครับ มาลากผมไปด้วยทำไม ” ผมว่าเสียงขุ่น “ เลิกเล่นได้แล้วครับ วันนี้ผมไม่มีอารมณ์มาปล่อย พวกพี่คงห่างหญิงอ่ะดิ อยู่กลางป่าเลยเปลี่ยว แต่ไม่ต้องมาชวนผมไปร่วมวงด้วยเลย อยากทำก็ไปยืนชักนู้นไป ”

                “ คะ คิดว่านี่คือการแกล้ง? ” ฟ้าคราม(ใช่มั้ง)ถาม

                “ ก็ใช่น่ะสิครับ ” ผมยู่ปาก “ แกล้งกันแบบนี้ เป็นเด็กมัธยมรึไงครับ เล่นจับไข่แข่งว่าวเป็นเด็กไปได้”

                พ้นประโยคนั้นไปพาให้สีหน้าสองแฝดอึ้งเลยก่อนจะส่ายหน้ากันมองผมด้วยสายตาแปลกๆ...

                “ ยังคิดว่าเล่นอีกเหรอ ” ท้องฟ้าร้องถามเสียงปกติไม่แหบพร่าแล้ว มือที่หยอกล้อก็หยุดไป แล้วเลื่อนไปบีบสะโพกผมแทน

                “อ้าว ก็พวกพี่แกล้งผมอยู่ไม่ใช่รึไง” ถามย้อนกลับแล้วได้รับสีหน้าเหมือนโดนยาเบื่อหนูมาแทน มองสบตาทั้งคู่...

                สายตาสองคู่ฉายแววเหลือเชื่อกลับมา... นั้นไง!แสดงว่าเรื่องที่ผมคิดมันถูกต้อง!พอรู้แผนแกล้งก็อึ้งกันเลย ฮ่าๆๆ

                ฟ้าครามที่ยืนอยู่หน้าผมผละตัวออก ท้องฟ้าก็เช่นกันปล่อยมือผมแล้วถอยออก... ทั้งสองมองผมเล็กน้อยแล้วหันไปมองตากัน....

                “ แม่งโคตร... ”

                “ ใส ”

                “ โง่ ”

                “ บื้อ ”

                “ เด็ก ”

                “ แต่ก็... ” มองรูปร่างผม เอิ่ม มันหมายความว่าไง

                “ เอ็กซ์ ”

                “ ยั่ว ”

                “ โคตรเซ็กซี่ ”

                สองคนผลัดกันพูดใส่หน้าผม เฮ้ย ว่าผมแบบนั้นได้ไง ใครเป็นแบบนั้นกันวะ!! ก่อนที่สายตาทั้งคู่จะเปลี่ยนไป... ต่างฝ่ายต่างจ้องกันไม่หยุดแล้วเลื่อนลูกตาดำมาหาผมอีกรอบ...

                “ คนนี้... / คนนี้... ” เริ่มต้นประโยคพร้อมกัน

                “ เอ๋? ”

                “ ของกู!!! ” ต่างคนต่างกระโจนใส่ตัวผม...

                และ...ร่างผมปลิววูบอย่างแรงจนกระแทกเข้ากับอะไรแข็งๆ... คิดว่าจะสวยหรูแบบในหนังใช่มั้ยที่ต้องโดนแย่งไปกระแทกกับอกใครสักคนในสองคน แต่นี่...ชีวิตจริงไม่อิงนิยาย กระแทกเต็มๆ กับ...

                พื้นห้องน้ำเย็นๆ...

                “ พอดีอยากใช้ห้องนี้ว่ะ ” เสียงเรียบว่าขึ้น ก่อนจะรู้สึกเหมือนว่าจะมีใครโดนโยนออกจากห้องน้ำ... “ มึงสองคนไปที่อื่น ”

                “ โอ๊ย! ไอ้อุ่น กูพี่มึงนะ ถีบมาได้!!

                “ เชี่ยอุ่น ไอ้น้องเวร! ยันออกมาได้!

                และเสียงประตูก็ปิดลง... พร้อมคนใหม่ที่มาแทนสองแฝดขี้แกล้ง.... ธารายืนตัวเปียกในชุดปั่นจักรยานสีหน้าน่ากลัวอยู่ไม่น้อย ผมควรพาตัวเองออกไปมั้ย

                “ กูเตือนแล้วนะ แล้วยังจะอยู่ใกล้พวกมันอีก ”

                ดูท่าน้องเขาจะหวงพี่ชายจริงๆ สถานการณ์ไม่สู้ดี ขอตัวดีกว่า

                “ เอ่อ... พะ พี่ไปอาบห้องอื่นก็ได้ครับ ” พูดแค่นั้นสายตาทิ่มแทงยิ่งหนักกว่าเดิม

                “ ออกไปแม้แต่ก้าวเดียว กูกระทืบ ”

                “ เอ่อ... งั้น งั้น อาบก็ได้ครับ ” เป็นเด็กที่เดาใจยากจริงๆ สีหน้าธาราดูเคร่งเครียดกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

                “ กูช่วยไม่ได้ตลอดหรอกนะ ” อีกฝ่ายพูดขึ้นในขณะที่ผมก็ล้างตัวไปด้วย ยังไงอาบกับหมอนี่ก็สบายใจกว่าสองคนนั่นแล้วกัน “ เชี่ยวินห่วงมึงมากนะ ”

                ผมหัวเราะนิดๆแล้วโยกหัวไปมา “ ก็จะว่าไงดี มันชอบบอกว่าพี่โง่แล้วก็บื้อ ”

                “ อันนั้นกูรู้ ”

                ไอ้เด็กนี่!

                พยายามไม่ถือสา “ มันบอกน่าห่วงเป็นพิเศษ กลัวพี่โดนหลอกน่ะ ”

                “ ก็น่าโดน โง่ขนาดนี้ ” ต่อยกันสักยกมั้ยไอ้น้อง!! ธาราถอนหายใจเฮือกพึมพำเบาๆ “ เพราะเป็นเพื่อนไอ้เชี่ยวินหรอกนะ... ไม่งั้นกูไม่มีทางยื่นมือหาเรื่องวุ่นใส่ตัวเองแน่ ”

                “ ว่าไงนะ ”

                “ เปล่า ” ส่งสายตาอาฆาตรำคาญอีก “ อาบน้ำให้ไว ”

                “ ครับน้องครับ ” ไอ้วินชอบไอ้เด็กนี่จริงเหรอ ให้ตาย ดูแปรปรวนจริงๆ

                ห้องน้ำเริ่มเงียบอีกครั้งผมปล่อยให้สายน้ำดังคลอไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความเงียบงันมีแต่ความอึดอัดที่ธาราแผ่ออกมาไม่หยุด ไอ้ผมก็เกร็งจริงๆ...

                “ นี่ ” เสียงจากด้านข้างดังอีกครั้ง “ คิดว่าสองแฝดนั่นคิดยังไงกับมึง ”

                ย่นคิ้วให้กับคำถาม “ ก็...คงอยากเป็นเพื่อนกับพี่มั้ง ” ว่าไปตามความรู้สึก

                ธาราทำหน้าอึ้ง “ แล้ว...มึงชอบพวกมันรึเปล่า ”

                ผมมุ่ยปากไปมาแล้วพยักหน้า “ ก็ชอบนะ ” ทำให้นัยน์ตาเรียวเบิกโต “ ก็นิสัยดี น่ารัก แต่ขี้แกล้งไปหน่อย ” ว่าไปพลางคิดถึงเรื่องในห้องน้ำเมื่อกี้ แกล้งหนักจริงๆ

                สีหน้าคู่สนทนาดูจะอยากระเบิดอะไรออกมา “ เมื่อกี้? คิดว่าแกล้ง? งั้นเหรอ ”

                ผมพยักหน้าพลางเช็ดผมเปียกๆไปด้วย

“ ก็ใช่ พวกนั้นคงไม่รู้จะแกล้งใครมั้ง ”

                “ มึงนี่มัน... ”

                “ มัน? ”

                “ ซื่อบื้อ!!

เปรี้ยง!!

                รู้สึกเหมือนโดนถีบ...

                “ จะโง่ก็ขอให้มีขอบเขตบ้างสิว่ะ!!!

                เถียงครับ ไม่ยอม “ใครโง่กัน... ”

                “กูไม่ช่วยมึงแล้ว!” ธาราตะคอกใส่อย่างเดือดดาลหุนหันเดินออกจากห้องน้ำไป “ โง่ขนาดนี้ ก็เตรียมตัวโดนงูแดกได้เลย ไอ้ลูกกวางบื้อ!!

                ทำไมต้องย้ำว่าโง่ ผมโง่ตรงไหน!!

                งูอ่ะ พอเข้าใจ...

ในป่าก็ต้องมีงู ว่าแต่...แถวนี้มันมีกวางด้วยเหรอวะ?

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 568 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 เมษายน 2562 / 22:22
    ฟรานใสมาก
    #10154
    0
  2. #10124 Amporn-Melon (@Amporn-Melon) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 16:42
    55555ฟรานนนนขนาดนั้นเลย
    #10124
    0
  3. #10011 686814123new (@686814123new) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 13:31
    ฟรานเอ้ยยใสแท้คิดได้ไงว่า3ฝมันแกล้งงมันจ้องจะงาบแกไง-ลูกกวางง
    #10011
    0
  4. #10006 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 16:09
    ฟรานครับ....(==")
    #10006
    0
  5. #9960 Xakas (@nattarikaair9) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 22:09
    โอ้ยยย น้องเว้ยยยยยยย
    #9960
    0
  6. #9910 WaraphornSenagan (@WaraphornSenagan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 13:38

    ฟรานเอ้ย เจอ 2 ฟ้า 3 พี แน่ ๆ



    #9910
    0
  7. #9883 Ann_fang (@Ann_fang) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 15:12
    ฟรานจะรอดไหม
    #9883
    0
  8. #9812 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 21:13

    ฟราน แกล้งโง่ชะมะ
    #9812
    0
  9. #9702 mingdaya (@mingdaya) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 11:16
    โคตรโง่ 55555
    #9702
    0
  10. #9690 galaxysecret🌈🌈 (@galaxy_secret) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 21:05
    5555555
    #9690
    0
  11. #9547 Srnoey (@Srnoey) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 09:03
    ปีสามหรือปอสามครับพี่ฟรานนนนน
    #9547
    0
  12. #9487 koy_incle (@orasa1732) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 07:37
    โอ๊ยฟรานฟรานทำไมจะใสซื่อขนาดนี้
    #9487
    0
  13. #9459 UDiE47 (@UDiE47) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 18:03
    ฟรานลู๊กกกก เกือบปัยเเร้วววว
    #9459
    0
  14. #9346 Ztaazzz (@Ztaazzz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 22:31
    ฟรานนน ใสไปไหม๊
    #9346
    0
  15. #9203 birumu (@beam_bts) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:03
    อื้อหือ จะ3p หรอ
    #9203
    0
  16. #8707 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 17:37
    ฟรานใสๆ? พอเหล้าเข้าปากล่ะ อื้อหือ555555
    #8707
    0
  17. #8572 TukTIkinlove (@TukTIkinlove) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 18:47
    ตูขำว่ะ
    #8572
    0
  18. วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 00:34
    ฟรานนนนนน
    #8350
    0
  19. #8144 0826126243 (@0826126243) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 21:40
    เราสงสารฟรานอ่า
    #8144
    0
  20. #7359 พฤศจิธนู (@smat) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 00:31
    ฟราน หนูลูกกกกก
    #7359
    0
  21. #6927 ma_jung (@mameawxsoo2537) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 16:13
    =_=;;;;;
    #6927
    0
  22. #6851 มากิริจัง (@mikiri) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 17:03
    ตกลงกวางน้อยยังไม่เสร็จสองฟ้าชิมิ
    #6851
    0
  23. #6108 LomA_SsJR (@loma_ssjr) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:26
    แฝดมันร้ายยยยย ชอบคู่นี้อ่ะ 3p
    #6108
    0
  24. #5998 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 01:01
    เกลียดแฝดอ่ะ โคตรร้ายยยยย
    #5998
    0
  25. #5882 NBer (@narunpornb) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 20:43
    กรีด!!! เว็บไหนคะ ค้นๆๆๆ
    #5882
    0