[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 970,118 Views

  • 10,188 Comments

  • 30,012 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,559

    Overall
    970,118

ตอนที่ 16 : บทที่ 16 : หลบหน่อย ตัวจริงจะเดิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 509 ครั้ง
    26 มิ.ย. 59

**** อ่านใหม่ตั้งเเต่ต้นเพื่อฟีลลิ่งที่ติดต่อ แฮ่



นิเทศตัวร้ายกับสถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ 16

ตอน หลบหน่อย ตัวจริงจะเดิน






 



                “ วันนี้พอแค่นี้ ”


                เสียงเด็ดขาดของหญิงสาววัยกลางคนเอ่ยเบาๆผ่านไมค์แต่มันกลับดังสนั่นเข้าไปในความรู้สึกเด็กสถาปัตย์นับร้อย อยากจะกระโดดโลดเต้นกับความทรมานกว่าสามชั่วโมง ผมถอนหายใจเฮือกกะพริบตาถี่ๆไล่ความล้าเพราะจ้องโปรเจกเตอร์ หน้าห้องเป็นเวลานาน  ตรงหน้าคือกระดาษเอสี่นับสิบแผ่นถูกขีดเขียนด้วยลายมือตีนไก่เขี่ย มันเป็นแบบงานที่อาจารย์จะให้ทำเป็นงานต่อไป...

                กลับจากทริปหรรษาสิ้นสุดการประกาศหยุดของมหาลัยที่สั่งปรับปรุงเหวอะไรสักอย่างก็ไม่รู้ พอกลับมาเรียนก็ไม่เห็นมีอะไรเพิ่มเติม

แต่งานกูเนี่ยเพิ่มเติมบานตะไท


                “ งานชิ้นต่อไป... ”


                เสียงนรกมาอีกแล้ว เพื่อนร่วมชะตาผมเริ่มส่งเสียงร้องครางแผ่วในลำคอ บ้างก็เอาหัวโขกโต๊ะไปแล้ว แต่ก็ต้องรีบลุกขึ้นมาจดและจด จดยิกเลยกับหัวข้อและที่น่าตกใจเอี้ยๆคืองานกลุ่ม ตาลีตาเหลือกมองหน้ากัน ผมมองหน้าไอ้เพื่อนตัวดีสองคนก่อนเลยแล้วเบนสายตากลับมายังกระดาษแล้วเริ่มแจงดีเทลงานลงไป

                “ กำหนดส่ง... ” เสียงกลืนน้ำลายเริ่มมาเหงื่อเริ่มตกแม้แอร์จะเย็นชิบหาย “ งานกลุ่มสามคน งานคงไวขึ้น ส่งวันศุกร์หน้าเวลาตีสองตรง ”

                เสียงโห่ร้องกระหึ่มในใจอย่างดังแต่หนังหน้าคือนิ่ง นิ่งแล้วใช่ว่าน้ำตากูจะไม่ซึม...

                วันนี้วันจันทร์...เหลือเวลาอีก 12 วัน

                “ อาจารย์หวังว่าจะได้รับผลงานที่ดีนะคะนักศึกษา ” ปีศาจนางมารชัดๆ อาจารย์สาวโปรยยิ้มสวยให้แล้วเดินถือกระเป๋าออกไป ...คราวก่อนผมโดนหักเพราะใส่เสื้อผิด คิดแล้วเคือง เป็นคนที่ระเบียบจัดเกิน!

                พ้นอาจารย์เท่านั้นแหละเสียงกรี๊ดร้องมาทันที


                “ โอ๊ยยยยย!! กูจะได้นอนมั้ยวะเนี่ย!

                “ ไอ้ธี! มึงไปเอารถ ไปซื้อของเว้ย!

                “ ไอ้เพรียว! ไอ้ผึ้ง! ไปเก็บกระเป๋า กูจองห้องD8!

                “ ฮัลโหล แม่! เก็บกระเป๋าให้มิ้นท์ที นอนคณะ!

                “ เฮ้ยมึง ขาดหนึ่งคน ใครยังไม่มีกลุ่ม!


                เสียงแย่งพื้นที่ทำงานแย่งห้องของคณะเริ่มมา อย่างที่ผมเคยบอกตึกคณะผมค่อนข้างมีห้องเยอะมาก มีตึกเฉพาะอีกต่างหาก คงเพราะผู้ใหญ่เห็นใจเด็กคณะนี้มั้งครับ บ้านช่องไม่กลับ หอไม่กลับ กินนอนอยู่คณะ

                ถึงมีห้องเยอะแค่ไหน อย่าลืมว่าเด็กทั้งคณะมีตั้งอีกคน แล้วมันไม่ได้มีชั้นปีเดียว

                ส่วนผมที่มีห้องประจำอยู่แล้ว หรือง่ายๆ คือใช้ความโหดบนหน้าข่มขู่ไปก็ไม่มีใครมาเข้าใกล้ห้องผมแล้ว

                เพื่อนฝูงเริ่มพากันหอบหิ้วกันไปซื้อของส่วนผมเหรอ อยากรีบนะ แต่เหนื่อย ค่อยๆเก็บกระดาษอย่างช้าๆ หันซ้ายหันขวามองรอบตัวว่าลืมอะไรมั้ย

                แต่แล้วก็สะดุดเข้ากับของบางอย่างใต้โต๊ะ อะไรเนี่ย...


                ไอโฟน5S กับปากกา2แท่ง...


                ประกายแววตาเจิดจ้าทันทีราวกับเห็นของมีค่าที่ตามหามา มือรีบตะปบคว้าของขึ้นมายัดใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็วกลัวว่าใครจะมาเห็น

                แม่งใครวะกล้าลืม


                ปากกาเขียนแบบมันสำคัญ รู้มั้ย ...เสร็จโจรสิงานนี้


                ส่วนโทรศัพท์ช่างแม่ง ไม่สำคัญพอ... ผมยกยิ้มอย่างพอใจได้ของดีมาครองแล้วหันไปหาเพื่อนสนิทสองคนที่กำลังพูดคุยกันอยู่

                “ เอาไงดีไอ้อุ่น งานช้างชิบหาย ”

                “ ไม่ไง นอนคณะ ” กลอกตาแล้วสะพายเป้ดีๆ

                “ กูกลับบ้านไปขนของก่อนแล้วกัน ” ไอ้ไผ่ส่ายหน้านิดๆ “ ไม้กูยังเหลือๆ กระดาษก็เอาที่เหลือใช้แล้วกัน ”

                “ กูเหลือกระดาษจากงานคราวก่อน แล้วที่ยังไม่ได้ใช้อีกเยอะ แต่กาวกับสีกูไม่มีวะ ”

                ไอ้คิมว่าต่อก่อนจะหันมาหาผมที่ยืนคิด...ไอ้ห่าพวกนี่ แบบมึงยังไม่มีแต่จะทำแหละ

                “ กูว่าจะไปซื้อสีวาดรูปวันนี้ แต่ดูท่าต้องไปซื้อของอีกบาน ” ไม่คิดว่าจะมีงานกลุ่มมาเซอร์ไพร์สนี่หว่า “ แบบพวกมึงก็ลองวาดคร่าวๆก่อน เดี๋ยวกูมาเก็บดีเทล ไม่ก็เอามารวมแล้วสเก็ตใหม่ ”

                “ เจอกันทุ่ม ”ไผ่มันว่าตัดสรุปแล้วเดินหายไปอย่างรวดเร็ว แล้วหันกลับมาตะโกน “ ไอ้คิม มารับกูที่บ้านด้วยนะมึง!

คนโดนเรียกหันตามไปแล้วพยักหน้ารับรู้ก่อนจะกลับมาคุยกับผม

                “ แล้วมึงจะไปซื้อที่ไหน กูไปช่วยมั้ย ”

                “ กูมีคนช่วยแล้ว ” กระตุกยิ้มสนุกเมื่อคิดถึงสีหน้าโวยวายของใครอีกคนเวลาโดนจิกใช้ คิดเงียบๆได้ครู่ก็รู้สึกถึงสายตาล้อเล่นแบบไม่ปิดบัง

                “ แหมๆ ใช่พี่วินรึเปล่า ”

                “ เสือก ”

                ด่าไปแล้วเดินชนไหล่ออกจากห้องทันที ไม่วายเสียงเจ้าเล่ห์ก็ดังตามมาส่งท้ายอีก

                “ เอ๊ะๆ แล้วนั่นจะไปไหน ”

                “ คณะนิเทศ จบมั้ยสัด!

                อยากรู้กูก็บอก แค่นั้นเสียงแซวก็ดังมาอีกระลอก ...รอถึงทีมึงบ้างเถอะ ยุไอ้ไผ่ให้ชอบคนอื่นแม่ง อยากเห็นหมาแถวนี้น้ำตาเช็ดหัวเข่า

                ผมเดินเอื่อยๆไปตามทางเดินเท้ากลางแดดร้อนๆ เพื่อไปหาขี้ข้าที่เรียนอยู่คณะนิเทศ ทำไงได้ผมไม่มีรถแล้วห้าง A ก็อยู่ไกล ค่าแท็กซี่แพง แบกของคนเดียวไม่หมด

                เดินมาสิบนาทีได้ผมก็มาถึงคณะนิเทศที่มีคนสวยๆหล่อๆเดินโฉบเฉี่ยวกันเหมือนเดินอยู่บนแฟชั่นวีค กระเป๋ารองเท้ามาอย่างจัดเต็มที่ไม่มีให้เห็นในคณะผม


                โห... ปราด้า ชาแนท หลุยส์


                แล้วดูที่วันนี้กูใส่มา...


                น้องช้างดาว กับ เป้เก่าๆขาดๆ...


                ผมคิดเล็กน้อยว่าจะเดินขึ้นไปดีหรือโทรหามันดี ระหว่างคิดก็บังเอิญเจอคนรู้จัก...

                “ ธารา!

                หันควับ ใครเรียกกูครับ ยังจะมีคนรู้จักอีกเหรอ ขนาดอยู่แต่ในถ้ำ

พอหันไปก็เจอรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาก่อนเลย ใบหน้าขาวเนียนที่ดูจะเนียนมากกว่าเดิมของไอ้วาเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมัธยม ออร่ามันกระจายฟุ้งมากจริงๆ สาวมองตามเป็นระวิง แต่น่าเสียดาย มีเมียแล้ว แถมเมียดุอย่างกับเสืออีก

                “ ไงมึง ” ผมทักมันทำหน้าเมื่อยใส่

                “ มาหาไอ้วินเหรอ ” แววตาวาวแสงขึ้นมาคล้ายจะหยอกล้อ คือ ว่างกันนักรึไงวะ

                พยักหน้าไป “ อืม เห็นมันมั้ย ”

                “ ปีสามเลิกแล้ว เมื่อกี้เห็นแวบๆ อยู่ที่โรงอาหาร...  

                “ ขอบใจ ” บอกตัดประโยคแล้วเดินๆ ไปทางโรงอาหารของคณะทันที จริงๆผมไม่ควรเสียเวลามาก เพราะกว่าจะซื้อของเสร็จกว่าผมจะไปเก็บของที่หออีก เสียเวลาทำงานทำการ

                “ เฮ้ย เดี๋ยวเด้! คุยกันก่อน ” ไอ้วาวิ่งตามมาเดินข้างผม ...เห็นถึงความต่างระดับ เทพบุตรกับยาจก “ ไม่คิดจะเหลาๆเรื่องมึงกับไอ้วินให้กูฟังบ้างเหรอ ”

                “ ไม่ขี้เสือกสิว่ะ ”

                “ แล้วเฮียๆแกรู้เรื่องยัง ”

                “ รู้แล้ว ” โดนตีนมาหลายครั้งแล้วด้วย

                “ โดนกระทืบบ้างยัง ” พยักหน้าไปเพราะเจ็บมาเยอะแหละ

แล้วคณะมึงจะใหญ่ไปไหน โรงอาหารมันอยู่ไหนฟะ! ไอ้วาเหมือนจะรู้ว่าผมกำลังหงุดหงิดเลยรีบคว้าต้นแขนแล้วลากไปทางที่ควรไปอย่างว่องไว

                “ งั้นภาวนาให้ไอ้พี่วินมันมีชีวิตรอดนะ ” น้ำเสียงเป็นห่วงแต่หน้ามึงยิ้มคืออะไรและจู่ๆรอยยิ้มมันก็หาบวูบไป “ อีกแล้วเหรอวะ ”

                “ อะไร ”

                ผมครางถามอย่างสงสัยแล้วหันไปมองทางที่มันกำลังมองอยู่... ไอ้วินกำลังยืนอยู่หน้าร้านน้ำแล้วก็มีอีกคนที่ยืนอยู่ด้วย...จะใครอีก ถ้าไม่ใช่ซี

                “ ยังไม่เลิกยุ่งอีกเหรอวะ น่ารำคาญ ”

                เสียงบ่นเป็นหมีกินผึ้งของไอ้วาเรียกความสนใจให้ผมนิ่งฟัง “ ทำไม? ”

                “ ตอนแรกก็ตามตื๊อพี่ฝุ่น เพื่อนไอ้วิน แต่เห็นว่าพี่ฝุ่นมีแฟนแล้ว แต่ใครนี่กูก็ไม่รู้ ”


                กูรู้ พี่กูนี่ไง เหี้ยลมวิดวะคนโฉด


                “ พอไม่ได้ก็มาตามติดไอ้วินแบบที่เห็น ”

                “ ทุกวัน? ”

                “ เออ ” แววตาไม่ชอบใจหนักเบ้ปากใส่แล้วลากสายตามาสบเข้ากับผม “ ไอ้วินชอบมึงกูว่าแปลกแล้ว แต่กูยอมให้มันชอบคนแปลกๆแบบมึงดีกว่าไปชอบคนตีสองหน้าแบบมัน ...ไปๆ เข้าไปประกาศตัวไป ”

                ผลักไหล่กันเลยทีเดียว ชี้หน้าคาดโทษมันไว้ข้อหาว่าผมแปลก ผมปกติที่สุดแล้วเถอะ

                ถอนหายใจแล้วคิดว่าต้องรีบแล้ว ถ้ามีรถจะไม่พึ่งมันให้เสียเวลาหรอก เดินเร่งเท้าเข้าไปหามันก่อนจะชะงักกับประโยคเด็ดดวง

                “ พี่วิน วันนี้พี่ว่างมั้ย ” น้ำเสียงอ่อยกว่านี้มีอีกมั้ย

                ความคิดแรกที่จะเดินเข้าไปทักไอ้วินสลายหายไปเปลี่ยนมาเป็นการยืนผิงกำแพงกอดอกรอฟังบทสนทนา อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้วินจะตอบยังไง

                “ ทำไมครับ? 

                “ ซีว่าจะไปซื้อของที่ห้าง A หน่อย ” ห้างเดียวกับกูเลยนี่หว่า

                “ พี่ไม่ว่าง โทษที ” วินยิ้มอ่อนโยนให้ เห็นแล้วหมั่นไส้ว่ะ เพราะผมยืนอยู่ไกลพอควรมันเลยไม่เห็น “ ชวนเพื่อนเรายัง แล้วเพื่อนล่ะ? ”

                สีหน้าซีสลดลงเล็กน้อย “ กลับบ้านไปหมดแล้ว พี่วินไปเป็นเพื่อนซีหน่อยนะครับ ซีไม่อยากไปคนเดียว


                ทีเดินมาหาคนของกู เดินมาคนเดียวได้

                เดินห้างเดินคนเดียวไม่ได้


                เอาที่มึงพอใจเลยนะ

                วินทำหน้าลำบากใจตามฉบับคนแสนดีอีกแล้ว มันทำหน้าครุ่นคิดอึกอักไม่ตอบในทันที ผมก็ว่าจะรอดูว่ามันจะตอบอะไร แต่ความอดทนมันขาดผึงลงก็ตอน ฝ่ามือขาวทั้งสองข้างจับหมับเข้ายังต้นแขนของวินเขย่าเบาๆ

                “ ไปเป็นส่งซีที่ห้างก็ได้ เดี๋ยวซีกลับเอง ”

                “ วันนี้พี่เอาบิ๊กไบค์มา พี่ว่า ”

                “ ซีซ้อนท้ายก็ได้ ” ตอบแทบจะทันที โอ้โห ตอบแบบนี้ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ “ น่านะ ไปส่งซีแปปเดียว ”

                “ พี่ไม่ว่างจริงๆ พี่ต้องไปหาอุ่น ” เสียงจริงจังว่าแถมยังมีชื่อผมในประโยค เลิกคิ้วประหลาดใจเพราะผมกับมันไม่ได้นัดกันก่อนเลย “ อุ่นน่าจะเลิกเรียนแล้ว พี่ว่าจะไปรับ ”

                “ แต่เมื่อกี้ซีเห็นพวกเด็กสถาปัตย์ปีสองออกจากตึกหมดแล้วนะ ”


                มันรู้ด้วยเฮ้ย นอกจากมันจะรู้ว่าไอ้วินอยู่ที่ไหนของโลก มันยังรู้ความเป็นไปของชาวบ้านอีกเหรอ


                สีหน้าของไอ้วินดูตกใจแล้วพึมพำ “ หรือว่ากลับหอแล้ว พี่กลับไปหอดีกว่า ”

                “ เดี๋ยวสิครับ ธาราก็คงกลับหอแล้ว ตอนนี้พี่ก็ว่างแล้ว ไปเป็นเพื่อนซีหน่อยนะครับ แปปเดียว ” ฉีกยิ้มสวยให้แล้วออดอ้อน... บอกเลย


                กูไม่ทน!!


                ผมเดินผ่ากลางวง ย้ำว่า ผ่า!


                สองคนผละออกกันอย่างตกใจยิ่งซียิ่งตะลึงจัดส่วนวินที่อึ้งไปครู่ก็ยิ้มกว้าง “ มาได้ไงเนี่ย ”

                “ เดินมา ”

                “ ก็เดี๋ยวไปรับรับ เดินมาทำไม แดดร้อน ” มันว่าแล้วส่งน้ำเย็นๆให้ผมดื่ม “ เมื่อเช้าข้าวก็ไม่กิน กลางวันได้กินมั้ย ทายว่าไม่ได้กิน เป็นลมตายกลางทางขึ้นมาทำไง ”

                “ ยุ่ง ” ผมตอบไปสั้นกระชับพลางเปิดน้ำดื่มดับร้อนหางตาเห็นตัวประกอบยืนกำมือแน่นสีหน้าเดาอารมณ์ไม่ได้ หลังจากดื่มน้ำไปก็เข้าเรื่องสำคัญ


                เริ่มต้นด้วยประโยคที่คล้ายกัน


“ เหี้ยวินว่างปะ ” แค่สรรนามก็ต่างแหละ

“ ว่างอยู่แล้ว ”


แต่คำตอบมันต่างกัน


“ ไปห้าง A เป็นเพื่อนกูหน่อย ” ผมว่าแล้วส่งน้ำคืนให้มัน “ จะซื้อสีวาดรูปกับกระดาษ ”

“ ได้ครับ ไปเลยมั้ย ” วินถามพลางเดินคุยไปด้วยเพื่อไม่ให้เสียเวลาแต่ผมกลับคิดว่ามันกำลังเนียนเดินหนีใครอีกคน “ แต่วันนี้เอาบิ๊กไบค์มา นั่งแท็กซี่ไปดีกว่า ร้อน ”

“ ไม่เอา แพง ” ผมแย้ง “ ไปรถมึง ไวกว่า ”

“ ธาราจะไปห้าง A ด้วยเหรอ ”

ผมกับวินที่เดินคุยกันหันหลังไปตามต้นเสียงพบว่าซียังคงเดินตามมา แล้วเดี๋ยวนะ ไอ้ประโยคเมื่อกี้มันทะแม่งๆไปมั้ย คือมันพูดเหมือนมันจะไปกับวินแล้วมีผมเป็นมือที่สามเข้ามาติดสอยไปด้วย

             ผิดแล้วมั้งมึง...

“ เออ ”

“ ดีจัง เรากับพี่วินว่าจะไปกันอยู่เลย ” ซียิ้มให้ผมแล้วหันไปมองหน้าวินที่เอ๋อมึนไปแล้ว “ เราไปด้วยกันเลยเนอะ อย่าลืมพาผมไปซื้อเสื้อด้วยนะพี่วิน ”

ผมยืนใบ้แดกกับคนตรงหน้า มึงสรุปเองเออเองงี้เลย ปรึกษาใครก่อนมั้ย แม่ให้กินยางมะตอยผสมซีเมนต์ตราอะไรวะ


กูจะไปสั่งปิดโรงงาน


พอได้สติก่อนอื่นเลยคือถอนหายใจแล้วหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับมันตรงๆ ซียิ้มซื่อให้ผม แต่ผมกลับมองว่ามันเป็นยิ้มเสแสร้ง

“ อยากไปกันสองคน ” ผมพูดตรงๆไม่เกรงใจใคร “ ชัดเจนมั้ย ”

ซีทำหน้างงใส่ผมแล้วยิ้มขำๆคล้ายๆจะเยาะเย้ยนิดให้ผมแน่นอนว่ามันทำแบบไวมาก วินแม่งมองไม่เห็นชัวร์เล่นใช้ความเตี้ยเป็นประโยชน์ให้ผมบังตัวมัน...แล้วขำอะไร เมาปูนซีเมนต์ที่กินมาเมื่อเช้ารึไง

“ เราแค่จะติดรถแท็กซี่ไปด้วยเอง ...ไม่ได้เหรอ? ” ทำเสียงหางลู่หูตกใส่ไอ้วิน “ เดี๋ยวผมช่วยหารค่ารถให้ก็ได้ เด็กสถาปัตย์ส่วนมากไม่ค่อยมีเงินอยู่นี่ แถมยังต้องใช้เงินเยอะด้วย ”

“ พูดงี้ก็สวยสิว่ะ!

ผมเหวอไปเล็กน้อยก่อนจะคำรามเสียงเข้มเตรียมคว้าคออีกฝ่ายที่หลอกด่าหน้าซื่อหน้าใส แต่ไอ้วินมันคว้าเอวผมไว้ได้ทัน

 เงินบ้านกูมีเยอะ แต่กูไม่อยากแบมือขอถ้าไม่จำเป็น! พวกผมสี่คนได้เงินเป็นรายเดือน พยายามจะใช้เท่าที่พ่อแม่ให้ ไม่อยากขอเพิ่ม ถ้าอยากได้เพิ่มก็ไปของานทำ พวกท่านถึงจะให้                  

                “ ธาราโกรธเหรอ ” ยังมีหน้ามาตกใจอีก ผมกัดฟันกรอดกับความรู้สึกที่ร้อนในอก “ เราไม่ได้ว่านะ เราแค่ว่าตามความคิดเรา ”

                ความคิดมึงก็ด่ากูอยู่ไง! แล้วไอ้วินมึงจะจับทำไมวะ!

                “ พี่ว่าเรารีบไปกันเถอะ ” วินถอนหายใจคล้ายจะเบื่อ แล้วดึงตัวผมให้ห่างจากซีพอควร ผมตวัดตามองมันด้วยแววตาแบบไหนไม่รู้แต่ที่เห็นคือไอ้วินมันนิ่งไป

                “ บ้าชิบ ” ผมสบถเสียงดังยกมือกุมหน้าตัวเองแล้วจับข้อมือไอ้วินแน่น ก่อนจะปล่อยเมื่อผู้คนในมหาลัยเต็มไปหมด  “ เดินเร็วๆ กูรีบ ” หันไปมองซีแล้วเบือนหน้าหนี

                แอบหวังอยู่ลึกๆว่ามันจะไม่เดินตามมา แต่มันเสือกเดินตามมายันหน้ามหาลัย  ยืนรอแท็กซี่ได้สองนาทีก็เคลื่อนมาจอด ผมเปิดประตูด้านหลังกำลังจะเข้าไปหลังแต่ซีกลับไวก่อนสอดตัวเข้าไปนั่งหน้าตาเฉย...

                เอาน้ำกรดมาสาดไล่ได้มั้ยวะ!!

                ผมเม้มปากแน่นสงบอารมณ์แล้วเอาตัวเองเข้าไปนั่งข้างมัน ส่วนไอ้วินก็นั่งหน้าไป แล้วเรื่องรถมันก็โทรบอกไอ้ฟรานคนเอ๋อเพื่อนมันให้ขับกลับไปจอดที่หอ

                บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความมืดมนเพราะผมที่อารมณ์บูดไปแล้ว วินมันคงรู้อยู่ไม่น้อยเลือกที่จะเงียบ แต่ไอ้ตัวประกอบมันก็ยังไม่เลิก

                “ พี่วิน มีร้านอาหารเปิดใหม่ด้วย เราไปกินกันมั้ยครับ ” มันถามไม่พอ ยังเสนอหน้ายืดตัวโน้มไปเบาะหน้ายื่นโทรศัพท์โชว์ร้านอาหารที่ว่า

                “ น่ากินดี ” วินเหล่ตามองก่อนจะเหลือบมามองผม “ หาอะไรกินมั้ย ”

                “ ไม่ว่าง ทำงาน ข้าวเซเว่น ”

                เป็นอันรู้เรื่อง...

                “ งั้นเราไปกินกันสอง... ” ยังไม่ทันได้จบประโยคดีผมก็ดันเกิดอาการร้อนกะทันหัน ขยับตัวไปกระแทกคนตัวเล็กกว่าไปนั่งตรงกลางๆเบาะให้ได้รับลมแอร์เย็นๆ ส่วนซีก็โดนกระแทกไปนั่งชิดหน้าต่างเลย

                “ ลุงเร่งแอร์หน่อย ร้อน ” ด้วยท่าทีคุกคามหรือน้ำเสียงจะฆ่าคนทำให้ลุงคนขับกุลีกุจอปรับแอร์ให้ผมทันที

                “ ธารา มันเจ็บนะ ”

                “ วิน มึงว่ากูเปลี่ยนสีผมดีมั้ยวะ ” แทรกโพล่งขึ้นแม่ง เสียงผมย่อมดังกว่าอยู่แล้ว วินมองหน้าผมเล็กน้อยเหมือนกำลังพิจารณาอยู่

                ส่ายหน้านิดๆ “ ผมสีนี้แหละ ดีอยู่แล้ว ”

                “ เหรอ ” ครางงึมงำรับพยักหน้าไปที จริงๆก็ไม่ได้มีความคิดจะเปลี่ยนอะไรอยู่แล้ว แค่เบื่อไอ้ตัวประกอบ เมื่อไหร่จะไปสักที รำคาญ

                ผมชวนไอ้วินคุยตั้งแต่สากะเบือยันเรือไททานิคแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันแปลกใจย้อนถามผมวากินยาผิดมารึเปล่า


                กูแดกยาผิดก็ดีกว่ามันที่แดกยางมะตอยมาเกินขนาด


                กูก็ยังแปลกใจตัวเองเลย กูแม่งไม่ใช่คนพูดมากแต่เวลานี้มันต้องพูดไง

                รู้สึกวันนี้ผมกินยามาผิดขนาดจริงๆนั่นแหละ

                คุยเพลินหรือคือผมเอาแต่พูดมาตลอดทางจนกระทั่งมาถึงห้าง A ค่าแท็กซี่ก็หารสามจะได้จบๆ มาถึงที่ผมก็ก้าวยาวพุ่งเข้าไปหาซื้อของทันที แต่ก็บอกไอ้วินทิ้งไว้ก่อนไป

                “ กูไปร้านมาติณน์ชั้นล่าง จะไปไหนก็แล้วแต่ ”

                เพราะผมจะเลือกของนานพอๆกับผู้หญิงเดินช้อปเลย ไอ้วินฟังทันไม่ทันก็ช่างแม่ง เวลากูเป็นโมเดลเป็นงานเป็นคะแนน เดินเร็วแทบจะวิ่งลงไปยังชั้นล่างของห้างที่จะเป็นร้านค้าใหญ่ทั่วไปเสื้อผ้าราคาถูก ของมือสอง ส่วนร้านที่ผมต้องการก็อยู่นู้นในสุด ร้านสารพัดอุปกรณ์สำหรับเด็กสถาปัตย์

                “ ไงมึง ” เสียงทักทายจากด้านขวาพาให้หันไปมอง พบว่าเป็นไอ้ทิว เพื่อนร่วมคณะที่สนิทอยู่ในขั้นพอประมาณ ในมือมันถือไม้ไว้เกือบสิบแผ่น

                “ มาเร็วนะมึง ” ผมตอบกลับแล้วเดินเข้าไปในร้าน คว้าตะกร้าของร้านมาเริ่มช้อปของ “ มากับใครวะ ”

                “ แฟนกูสิครับ ” มันชี้ไปที่โซนกระดาษ เห็นผู้หญิงหน้าตาคุ้นๆ ไม่คุ้นได้ไงนั่นมันไอ้นาว เพื่อนผู้หญิงที่ผมสนิทด้วยอีกคน แถมมันก็ชอบทักเฟซมาถามไถ่เรื่องผมกับไอ้วินบ่อยๆอีก

                “ ไงนาว ” ผมเดินเข้าไปทักแล้วยืดมือหยิบกระดาษลูกฟูกมาห้าแผ่นใหญ่ นาวมันหันมามองเล็กน้อยไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่กับการเจอะเจอเด็กสถาปัตย์ด้วยกันในร้านแบบนี้

                “ เออ มึงคิดแบบออกยัง ”

                “ ยัง ” เราต่างคุยกันโดยที่ไม่ได้มองหน้าต่างคนต่างเลือกกระดาษแล้วพึมพำคนเดียว “ เหี้ย ราคาขึ้นเหรอวะ ”

                “ เออดิแม่ง! กูยิ่งไม่มีเงินอยู่ ” ผู้หญิงคณะผมหาเรียบร้อยเหรอ ไม่มี ขอบอก นาวมันตีหน้าหงุดหงิดแล้ววางกระดาษคืนไปสองสี่ใบ “ เอาโมเดลปีหนึ่งมางัดแงะรีไซใหม่แทนแล้วกัน ”

                ผมพยักหน้าไปเพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติของเด็กคณะนี้ที่จะเอาของเก่ามาแกะๆทำใหม่ ผมยังเคยไปรื้อโมเดลเก่ามางัดเอาไม้ออกทาสีใหม่ส่งจารย์เลย

                “ แล้วนี่มึงมากับใคร ” นาวมันถามหลังจากยืนคุยมานานหันซ้ายหันขวา “ แฟนมึงอ่ะ ”

                “ ไม่มี ” ตอบไปเพราะยังไม่มีแฟนจริงๆ

                “ งั้นผัวอยู่ไหน ”

                “ อยู่กับกิ๊ก ” ผมตอบไปด้วยความหงุดหงิดก่อนจะชะงัก... เมื่อกี้กูตอบอะไรไปวะ

                “ ฮั่นแน่ ไม่ใช่แฟนแต่เป็นผัวเลย ข้ามขั้นไว๊ไวนะธารา ” เป็นผู้หญฺงที่ไม่กระดากปากเลยรึไงกับคำว่าผัวเนี่ย มันยืนล้อผมพักใหญ่ก่อนจะกลับมาจริงจัง “ เออ ธารา ไอ้เด็กอักษรอ่ะ ”

                “ ซี? ”

                “ เออ นั่นแหละ เอบีซีดีอีอะไรนั่นแหละ ” นาวเบ้ปากบ่นอุบอิบ แต่ตามันยังเลือกกระดาษอยู่ไม่ละ “ มโนไปปะ เพื่อนมันก็เยอะว่ะ ด่ามึงเสียๆหาย ๆ ”

                “ ปล่อยไปสิ ก็ทำได้แค่ด่า ” ว่าแล้วเดินไปโซนสีสารพัดทั้งน้ำทั้งอะคริลิค อืม... สีโทนไหนดีวะ ขาวดำ? น้ำเงินขาว?

                “ ธารา ถ้าวันไหนกูเจอพวกมัน กูสัญญาว่ากูจะต่อยให้ปากแตก ” นาวทำหน้าจริงและตบไหล่ผมปุๆ “ กูเลือกของเสร็จแล้ว แล้วเจอกัน ”

                มันยิ้มส่งให้ก่อนจะเดินไปหาไอ้ทิวที่รออยู่ ผมมองตามไปแล้วยิ้มให้กับคู่นี้ บางทีเด็กสถาปัตย์คบกันเองก็ดีไปเพราะเข้าใจเวลางานเยอะจนไม่มีเวลาพักไม่มีเวลาให้ใคร

                ผมหันกลับมาสนใจตัวเองแล้วเริ่มกวาดของที่คิดว่าจำเป็นลงไป ของเกินดีกว่าขาด เกินก็เก็บไว้งานหน้าได้ แต่ของขาดนี่ ถ้าเสือกมาขาดตอนตีหนึ่งคืองานหยุดเดิน เสียเวลามาก

                ใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมงกับการเดินไปเดินมาเลือกของเพราะไอ้คิมมันดันโทรมาสั่งของเพิ่มอีกเป็นตะกร้าเนื่องจากอาจารย์กำหนดงานใหม่ให้ใหญ่ขึ้น... พอเห็นว่าเป็นงานกลุ่มเล่นสั่งใหญ่เลยนะ!

                สองมือตอนนี้คือหนักกับตะกร้ามาก มีทั้งไม้ทั้งม้วนกระดาษทั้งสีทั้งกาว ระหว่างที่กำลังเดินหาของตกแต่งเพิ่มตะกร้าในมือข้างหนึ่งก็โดนดึงไป


                เหี้ย! ขโมยเหรอ!


                “ ช่วยถือนะครับ ” ใบหน้ายิ้มแย้มน่ารำคาญลูกตาของคนที่ผมไม่อยากเจอ... “ โห ของเยอะจังเลย งานใหญ่เหรอ ”

                “ เอาตะกร้าคืนมา ”  แบบมือแดงก่ำจากการยกของหนัก

                ซีคลี่ยิ้มให้แต่ยังไม่คืนของให้ “ อวดเก่งจังเลยนะครับ ”

                “ ไอ้วินไปไหน ” ห่านี่ไปไหนก็น่าจะเอาไอ้ตัวปัญหาไปด้วย ปล่อยให้มันมากับผมเดี๋ยวเกิดกระทืบมันตายกลางห้างทำไง ยิ่งไม่อยู่ในอารมณ์ควบคุมได้ด้วย

                “ พี่วินบอกว่า จะไปซื้อพิซซ่ากับไก่เตรียมไว้ให้ธาราเพราะเห็นว่าวันนี้ต้องทำงานดึก ”

                ความหงุดหงิดผมอ่อนลงทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น เกือบหลุดยิ้มแล้ว

                “ น่าอิจฉาจังเลยนะครับ ”


                เคร้ง!


จู่ๆซีมันก็โยนตะกร้าลงพื้นเต็มแรงจนของกระเด็นกระดอนออกหมด โชคดีที่ตะกร้านั่นไม่ใช่ตะกร้าสี เลยไม่เสียหายอะไรมาก แต่ทำแบบนี้คิดเหรอผมจะเย็นไว้

                “ มึงทำเหี้ยอะไรวะ! ” ถ้าไม่ติดว่าถือตะกร้าสีอยู่จะกระชากมาต่อยแน่

                “ ก็เปล่า หลุดมือ ” รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าแถมเชิดขึ้นสบตาผมอย่างไม่เกรงกลัว “ เมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับพี่วิน ”

                “ เมื่อมันเลิกยุ่งกับกู ” ทุกวันนี้กูไปยุ่งกับมันก่อนมั้ง

                “ จะบอกว่าพี่วินชอบมึงมากว่างั้น ” แอบตกใจกับสรรพนามที่เปลี่ยนไป หน้ากากหลุดแล้ว ใบหน้าน่ารักเริ่มบูดเบี้ยว “ มาทีหลังแล้วยังจะแย่ง หน้าด้านหน้าไม่อาย!


                ด่าตัวเองเจ็บมั้ย


                “ คนมาก่อนต้องได้เท่านั้นรึไง ” ผมสวนกลับหน้าตายทั้งที่ในใจเริ่มจะไม่ไหวแล้ว

                “ ของมันแน่อยู่แล้ว ” สีหน้าของซีดูจะเป็นต่อผมมาก ผมเลิกคิ้วนิดๆแล้วถามมัน

                “ มึงรู้จักวินตอนไหน ”

                “ ตั้งแต่ปีหนึ่ง ” มั่นใจจริงๆนะ “ กูเจอก่อน ”

                ผมยกไหล่ขึ้นเล็กน้อยแล้วพ่นลมหายใจหงุดหงิดทิ้งไป ก้มลงกวาดของกลับเข้าตะกร้าลวกๆอย่างใจเย็น แล้วค่อยกลับมามองหน้ามันใช้สายตามองกรวดหินกรวดทรายมองมัน

                จากนั้นค่อยๆยิ้มเหยียดให้มัน แล้วค่อยๆพูดช้าๆชัดๆให้มันรู้...


                “ แต่พอดี...กูรู้จักพี่วินของมึงมาห้าปีแล้วว่ะ ”


                ใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูซีดลงทันตา... แววตาสั่นระริกมองผมอย่างไม่เชื่อ

                ผมยักไหล่แล้วเดินผ่านมันไป... ไม่ลืมที่จะทิ้งท้ายให้อีกคนเจ็บใจเล่น


                “ หลบหน่อย ตัวจริงจะเดินครับ ”



-------------50%------------


 

รู้สึกอยากตีปากตัวเองให้ตายก็วันนี้แหละ...


                อยากจะเอาหัวกระแทกกับเคาน์เตอร์ร้านให้รู้แล้วรู้รอดกับความพลั้งปาก... แม่งเอ๊ย ดีนะ มันไม่อยู่แถวนี้ ผมเม้มปากเข้าหากันอย่างหงุดหงิดกับความรู้สึกที่ไหลออกมา อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นกุมหน้าอกสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อผ่อนคลายกลับสู่สภาวะนิ่งต่อไป

                ผมเดินหนีมันมาจ่ายเงิน ซึ่งไอ้ตัวประกอบจะเป็นจะตายยังไงก็เชิญจะวิ่งร้องไห้ไปก็เรื่องของมัน ยืนเคาะโต๊ะรอการจ่ายเงินที่ช้าบรรลัย จริงๆก็ว่าเขาไม่ได้หรอกเพราะของที่ผมซื้อก็เหมือนจะเหมาร้านเขาทั้งร้าน

                สิบนาทีก็ไม่เสร็จสักที ผมเลยขอตัวไปเดินดูของนอกร้านแล้วเดี๋ยววกกลับมาจ่าย เพราะมาบ่อยพี่เจ้าของร้านแกก็พยักหน้ารับรู้แล้วบรรจงหยิบสารพัดอุปกรณ์ลงถุงอย่างใจเย็น

                บางทีก็เย็นไปนะ...

                ถอนหายใจทิ้งไปแล้วเดินออกจากร้านเผอิญดันเจอกับผู้หญิงหน้าคุ้นๆที่แม่งจำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน แล้วยังมายืนจ้องหน้าผมเขม็งมองตั้งแต่หัวจรดแม่ตีนและสะบัดหน้าไป อ้าวเฮ้ย แม่คุณ สวยตายแหละครับ

ขยับไหล่เล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจจากนั้นค่อยหันไปสนใจร้านกิ๊ฟช้อปสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ เป็นร้านขายจำพวกจิวต่างหูกับสร้อยคอแบบแมนๆเถื่อนๆซะส่วนใหญ่... อืม ต่างหูเหรอ


                เหมือนใครแถวๆนี้ใกล้ๆไม่ไกลจะชอบต่างหูไม่น้อย...


                ไม่รู้อะไรดลใจให้เดินเข้าไป...


                กวาดตามองดูอย่างเพลินเพลิดดูจนทั่วร้านผมก็สะดุดเข้ากับจิวรูปหัวกะโหลกอาร์ตๆ เห็นแล้วนึกถึงไอ้ดินขึ้นมา มันทั้งเจาะหูทั้งสัก ไม่มีความน่าเป็นหมอสักนิด แต่เอาๆจริงๆเคยได้ยินมันเปรยๆเหมือนกันว่าจบหมอก็คงไม่ทำงานหมอ ผมก็แล้วแต่มันเลย ชีวิตมันจะทำอะไรก็ทำเถอะ

                คิดไปคิดมาถ้าซื้อไปฝากดินคนเดียวเดี๋ยวไอ้สองตัวที่เหลือได้วิ่งพล่านไปหูแล้วเดินมาโชว์ให้รู้เผื่อผมจะซื้อให้มันบ้าง คิดแล้วส่ายหน้าล้มเลิกโครงการซื้อต่างหูไป


                ไม่ซื้อดีกว่า


                ปากกูบอกไม่แต่กูเสือกเดินไปคว้าจิวมาคู่หนึ่งที่แม่งชอบตั้งแต่เห็นรอบแรก ยื่นมือไปหยิบแต่มีมือมืดฉกคว้าตัดหน้าไปอย่างไร้มารยาท ผมอึ้งไปครู่แล้วหันไปมองหน้าคนตัดหน้าจากนั้นค่อยพบกับรอยยิ้มร้าย... ยังไม่ตายอีกเหรอ

                “ ขอโทษนะ แต่เรื่องแบบนี้ใครดีใครได้ ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นราวกับจะเยาะหยันชูจิวคู่สวยในมือส่ายไปมา ใบหน้าน่ารักมองผมด้วยสายตาไม่พอใจอย่างเปิดเผย

                “ ยังจะตามมาอีกเหรอ ” ผมเปรยหางตาแล้วกลับมาสนใจจิวแบบอื่นแทน แต่หันไปได้แค่แปบผมก็โดนกระชากตัวแขนให้หันไปเผชิญหน้ากับมัน

                “ เรายังคุยกันไม่จบ! ” ซีว่าด้วยเสียงเดือดดาลกำต้นแขนผมแน่นยิ่งขึ้นจนเริ่มเจ็บแต่สีหน้าของผมยังคงเฉยเมยต่อทุกสิ่ง

                “ จบแล้ว และไม่มีอะไรต้องคุย ” ว่าไปเสียงเรียบจ้องตากรุ่นแค้นอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ ตัวเท่าลูกหมาแบบนี้จะเอาอะไรมาสู้กับผม

                “ มึงรู้จักพี่วินได้ยังไง!

                “ เสือก ”

                สิ้นคำด่าสั้นๆกระเป๋าถือแบรนด์ดังในมือเล็กก็สะบัดทิ้งลงพื้นตามอารมณ์พุ่งสูงของเจ้าของ ท่าทางเหมือนคุณหนูขาวีนเอาแต่ใจบ้านขาดความอบอุ่นชะมัดยาด

                “ กล้าด่ากู รู้มั้ย กูเป็นใคร ”

                “ มึงไม่รู้แล้วกูจะรู้มั้ย ” ผมถามกลับด้วยสีหน้ามึนอึน ถามอะไรของมัน ความจำเสื่อมเหรอ

                ซีเชิดหน้าขึ้นแล้วยิ้มเห็นอกเห็นใจ ไม่วายยกมือขึ้นปิดปาก “ โทดที ลืมไป พวกรากหญ้าก็คงไม่รู้จักผู้ดีอยู่แล้ว ”

                ถ้าเอากระจกมาส่องหน้าผมตอนนี้คงจะรู้ได้ว่ามึน งง และอึนสุดๆ อะไรของมันวะ นี่คือ ผู้ดี? เหรอ? โห ...โคตรเชื่อเลยว่ะ

                “ เถียงไม่ออกสิ หึ ” ซีเห็นผมเงียบก็ยิ่งข่มใหญ่ ไม่ใช่ว่ายอมรับอะไร แต่กำลังนึกและรื้อรายชื่อคุณหญิงคุณนายตระกูลดังๆผู้ดงผู้ดีอยู่ว่าไอ้ซีมันลูกบ้านไหน จะได้ไม่ไปดองญาติกับบ้านนั้น

                “ พี่วินเขาควรคบกับคนที่ดี และฐานะเท่าเทียมกัน ” ซียิ้มเหมือนตัวเองจะชนะมาก คือที่ยังตามมาเพื่อถากถางยกตัวเองให้สูงกว่าผมว่างั้น?  “ คนไม่มีอะไรแบบมึง ถอยไปดีกว่ามั้ง ”

                ผมพยักหน้าไปที... ก็ถูกของมัน “ ตอนนี้กูยังไม่มีอะไรก็จริง ”

                “ หึ... ”

                “ แต่ใช่ว่าอนาคตกูจะไม่มี ” เงียบไปนิด “ เผลอๆ อาจจะดีกว่ามึงก็ได้นะ ”

                “ ไม่มีทาง ” ส่ายหน้าราวกับคำพูดผมแม่งโคตรละเมอเพ้อฝัน เอาจริงยังดูมีทางเป็นไปได้กว่าคำพูดมันแล้วกัน “ ยังไงกูก็รู้จักรู้ใจพี่วินดีกว่ามึงแน่ๆ ”


                หือ.. ห้าปีที่กูพูดไปนี่ไม่เข้าสมองบ้างรึไง


                รู้จักดีจนรู้ว่ามันเปลี่ยนไปแล้ว...


                อดไม่ได้ที่จะค่อนแขวะ “ ก็แค่รู้จักปีกว่าๆ จะสู้ห้าปีได้ไง ”


                ไหนๆก็รู้จักเยอะกว่า ขอใช้ให้คุ้มดิ๊


                “ กูไม่สนใจ! ” น้ำเสียงขุ่นตวาดใส่หน้า “ กูไม่สนเรื่องที่มึงรู้จักพี่วินมากี่ปี มึงโกหก! กูไม่เชื่อ! ยังไงกูก็มาก่อน!

                ผมนิ่งแล้วกระตุกยิ้มเบาบางให้กับซี “ เรื่องของมึงเถอะ ไม่ได้ขอให้เชื่อ ” ไหวไหล่ไปด้านหลังแล้ววางมือซ้อนทับมือเล็กที่กำต้นแขนผมอยู่กระชากออกอย่างแรงแล้วบีบมือเล็กไว้แน่นจนสีหน้าพลัน

                “ นี่...  ” ผมทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะถามตรงๆ “ ไปหาพบจิตแพทย์หน่อยมั้ย ”

                “ มึงหาว่ากูบ้าเหรอ! ” ซีถลึงตาใส่เหมือนผมยิ่งเพิ่มน้ำมันลงในกองเพลิงให้ลุกโชนหนักกว่าเดิม

                “ มึงไม่ได้บ้า ” ส่ายหน้าแล้วตอบตามความคิด “ แค่จะให้ไปปรึกษาเรื่องโรคชอบเพ้อ โรคชอบคิดไปเองฝ่ายเดียวมันมีวิธีรักษามั้ยก็แค่นั้น ”

                “ หยุด... ” มือที่ผมจับไว้แน่นสั่นระริกด้วยความอับอายปนแค้นเคือง

                “ เป็นห่วงน่ะเนี่ย เลยแนะนำ กูรู้จักจิตแพทย์ดีๆหลายคนนะ มึง... ”

                “ ไอ้ธารา!! ” เสียงแหลมบาดหูไม่พอแรงกระทบอย่างแรงที่ถูกของแข็งปาใส่เข้าลำคอ ลืมตาขึ้นมองดูสิ่งที่โดนปาใส่ก็ไม่พ้นแผ่นพลาสติกสีขาวแข็งที่ใส่จิวคู่สวย ถึงมันจะเล็กแต่ถูกปาใส่เต็มเหนี่ยว แถมยังปาใส่บริเวณลูกกะเดือกอีกมันยิ่งเพิ่มความเจ็บจนเผลอปล่อยมือมันแล้วกุมคอตัวเองทันที

                “ อยากมีเรื่องนักรึไงวะ!! ” ผมคำรามเสียงดังแล้วกระชากคอเสื้อมันเหวี่ยงตัวมันไปกระแทกกำแพงว่างๆของร้านอย่างแรง ภายในร้านที่มีเสียงพูดคุยอยู่บ้างก็พลันเงียบกริบ

                “ เอาสิ! เอาเลย!  ” ซีแสยะยิ้มให้ผม “ ต่อยสิ พี่วินจะได้รู้ว่ามึงมันแย่!

                ผมชะงักมืออีกข้างที่กำลังกำหมัดแน่นจากนั้นใช้สมองประมวลผลบางอย่าง... ไต้ฝุ่นเคยบอกว่ามันกับไอ้ลมเคยทะเลาะกันหนักมากเพราะซี แล้วตอนที่ลมมันเป็นบ้าขังตัวเองก็คงเป็นเพราะความเจ้าเล่ห์เพทุบายของซี... พิจารณารอบตัวดูแล้วยังไงตอนนี้ผมก็ถูกตัดสินว่าผิดไปแล้ว เล่นกระชากคนตัวเล็กบอบบางหน้าตาน่ารักมากระแทกกำแพงนี่ค่อนข้างจะดูหาเรื่องสุดๆ ฝ่ายผิดยังไงก็ผมอยู่แล้ว

                ...ตัดสินใจสะบัดมือปล่อยคอมัน เบือนหน้าหนีมันพยายามกัดปากสะกดอารมณ์เดือดพล่านไว้... แต่หมาก็ยังเห่าไม่เลิก

                “ ไม่แน่จริงนี่ครับ ” ซีก้มเก็บจิวคู่สวยขึ้นมาแล้วทำหน้ายียวนใส่ผม “ เฮ้อ พี่วินคงต้องชอบจิวที่ผมเลือกให้แน่ๆเลยเนอะ ”

                ส่งเสียงเฮอะเบาๆด้วยความหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้...

เอาที่มึงสบายใจเลย! ถ้ากูเอาจริงขึ้นมา มึงได้ไปนอนไอซียูแน่ สบถด่าหยาบในใจอยู่นานตัวปัญหาหลักก็เดินหน้ายิ้มโลกสว่างเข้ามาหยุดสถานการณ์มาคุ มาตอนนี้ก็ดี จะได้มายั้งไม่ให้ผมกระทืบมัน


                “ มาทำอะไรร้านจิวกันเนี่ย ”


วินเดินเข้ามาถามหน้าซื่อไม่ได้สนใจคนอื่นๆในร้านที่ส่งสายตาผวาๆมาให้ เหลือบมองดูจิวในร้านอย่างสนอกสนใจ “ มึงเจาะหูเหรออุ่น ”

                “ เปล่า ” เออนั่นสิ แล้วกูเข้ามาทำไม ใช่ ใช่ มาซื้อให้ไอ้ดิน

                “ พี่วินครับ ” เสียงหมาแมวข้างทางมาอีกแล้ว ผมถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย พอที่จะสงบอารมณ์ตัวเองได้บ้างแล้ว “ ซีมาซื้อจิวต่างหูให้พี่ แต่ไม่รู้ว่าพี่จะชอบมั้ย ”

                “ ตอ ” ผมพูดเสียงดัง สองคนข้างๆหันควับมาเลย ผมเลยตอบไปด้วยเสียงมึนๆ “ กูอยากกินผัดสตอ ”

                วินร้องอ้อแล้วยิ้ม “ เดี๋ยวก่อนถึงหอแวะซื้อให้มั้ย ”

                “ เอาดิ ”

                เพราะวินไม่ได้สนใจจิวต่างหูในมือซีสักนิดเอาแต่ถามผมว่าจะทำอะไรจะกินอะไรไปเรื่อย พาให้ตัวประกอบต้องโพล่งขึ้นขัด

                “ พี่วิน!

                วินหันไปทำหน้างงๆใส่ “ มีอะไร หือ? ”

                “ พี่ชอบมั้ย ผมซื้อให้เอามั้ย ” ซีพยายามปั้นหน้ายิ้มหวานแบจิวสวยๆในมือให้ดูแถมยังอวยออกนอกหน้า “ ซีว่ามันเหมาะกับพี่นะ ”

                “ งั้นเหรอ ” วินครางงึมงำรับแล้วเพ่งมองจิวที่ว่า มันไม่เหมาะได้ไง กูเลือกเองกับมือ!

                คิดแล้วก็หงุดหงิด... ไปเอาของดีกว่า...

                หมับ!

                จังหวะที่หมุนตัวจะเดินออกจากสถานการณ์บ้าบอก็โดนข้อมือรั้งไว้ก่อน คิ้วเลิกขึ้นนิดๆแล้วหันกลับมาพบสายตาบังคับของไอ้วิน เออ อยู่ก็อยู่ว่ะ!

                “ พี่ชอบนะ จิวสวยดี ” ตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน สีหน้าผิดกับผมที่ตึง

                “ งั้นซีซื้อให้... ” ใบหน้าน่ารักยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม กูจะอ้วก!

                “ แต่พี่คงใส่ไม่ได้หรอก ”

                ซียิ้มค้างถามกลับไวลิ้นเทเบพัน “ ทำไมครับ ”

                มึงจะตอบอะไรก็ตอบไปสิ มามองหน้ากูทำไม หน้ากูมีคำตอบให้มึงรึไง

“ ถ้าใส่จิวที่คนอื่นให้ พี่กลัวว่าจะมีคนหึงน่ะสิ ”

                !!

                หัวไม่ทันได้ประมวลผลใดๆร่างกายก็มีปฏิกิริยาก่อนเลย สะบัดมือราวกับไอ้วินคือเชื้อไวรัสร้ายแรงแล้วตะเบ็งเสียงเขียวใส่กลบเกลื่อนความนึกคิด

                “ ใครหึง ละเมออยู่รึไงวะ! ” พูดได้แค่นั้นรีบจ้ำอ้าวออกจากร้านทันทีด้วยความเร่งรีบ... รีบไปเอาของไง!

 แต่ก็ยังไม่เร็วพอให้พ้นรัศมีการพูดคุย...

 

                “ แยกกันตรงนี้นะซี กลับบ้านดีๆล่ะ ”

                “ เดี๋ยวสิครับ พี่วิน ไปส่ง... ”

                “ ซี พี่ไม่ว่าง ”

                “ แต่... ”

                “ พี่ต้องไปง้อเมียขี้หึงครับ ”

               

ใครหึง! ไม่มีเว้ย!

 

 

ธาราขอคืนพื้นที่ชั่วคราว

 



ซีได้รับพื้นที่พิเศษ...

 

                ผมมองตามหลังร่างสูงไปด้วยแววตาเจ็บปวด

                ...อีกแล้ว อีกแล้วที่ถูกปฏิเสธ!

               เมียเหรอ ตำเเหน่งนั้นมันควรจะเป็นของผม!

               ตำเเหน่งที่ถูกแย่งไปง่ายๆ ผมที่พยายามมาเกือบปียังไม่ได้เลย เเล้วเขาเพิ่งรู้จักกันมาสองสามอาทิตย์ ห้าปีเหรอ ตลกสิ้นดี เชื่อก็ไปกินหญ้าเถอะ!

                ขบกรามแน่นจนรู้สึกว่าเส้นเลือดบนหัวจะแตก... ผมมองตามพี่วินไปด้วยความน้อยใจ มองเลยไปยังคนตัวสูงพอๆกับพี่วินแต่ผมยาวกระเซิงไม่เป็นทรง คิดว่าตัวเองสวยมากหนังหน้าดีมากมั่นใจในตัวเองมากถึงกล้าไว้ผมยาวแบบผู้หญิงด้วยความแค้นเคืองที่สุมอก

                ทั้งมันและพี่มัน นิสัยเหมือนกันไม่มีผิด แย่งทุกอย่างแย่งความสนใจจากทั้งพี่ฝุ่นทั้งพี่วินไปจากผมทั้งหมด  ไม่มีอะไรที่น่าสนใจแถมดูไม่น่าจะเอาสเปกสักนิด... แต่ทำไมพวกพี่ต้องเลือกมัน!

                ผมมักชนะทุกอย่างแต่ทำไมผมถึงแพ้พี่น้องคู่นี้ได้นะ ผมไม่ดีตรงไหน! หน้าตาใช่ว่าผมจะไม่ดี รูปร่างก็น่าทะนุถนอมน่าปกป้องมากกว่า ชาติตระกูลก็คงดีกว่าพวกมันแล้วกัน หน้าตาบ้านๆราศีไม่มี เถื่อน ถ่อยทั้งพี่ทั้งน้อง ก็คงลูกคนธรรมดาชาวบ้าน

                ทั้งที่ดีกว่าทุกอย่าง...ทำไมไม่มีใครมองผมบ้าง...

                แวบหนึ่งมีความเสียใจเจืออยู่แต่แล้วต้องหยุดลงเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น... ผมหยิบขึ้นมาดูแล้วพบว่าเป็นเพื่อนสนิทไม่กี่คนจึงรีบกดรับสายกรอกเสียงสั่นๆลงไป

                “ ฮะ ฮัลโหลดี้ ” แม้เสียงจะสั่นเครือมากแค่ไหนแต่สีหน้าผมยังคงนิ่งมองดูคนสองคนเดินตีคู่เย้าแหย่กันไม่หยุดด้วยสายตาอิจฉาปนริษยา... คนข้างๆพี่วินมันควรเป็นผม! ไม่ใช่มัน!

                ( ซี! ฉันเห็นแกกับธาราทะเลาะกัน แต่ฉันหาแกไม่เจอ แกอยู่ไหน! ) น้ำเสียงเป็นห่วงจนโอเว่อร์พาให้ผมกลอกตามองบน

                “ ระ เราอยู่ร้าน XXX ดี้ เธออยู่ไหน เราไม่โอเค เรา ฮึก ”

                ( รอฉันแปบ เดี๋ยวจะไปหา! )

                แล้วเธอก็ตัดสายไป ผมมองสายที่ตัดไปนิ่งแล้วมองข้อมือขาวเนียนของตัวเองที่แดงนิดจากแรงบีบของธารา มุมปากสวยหยักยกขึ้นช้าๆพร้อมกับมืออีกข้างค่อยๆกำรอบข้อมือวางซ้ำรอยแดงนั้นจากนั้นค่อยๆบีบแน่นขึ้นแน่นขึ้นไปอีกจากเจ็บเป็นปวดจนมันชาไม่รู้สึกและเห็นหัวเพื่อนสนิทมาแต่ไกลก็รีบปล่อยมือ...

                ข้อมือจากที่แดงเล็กน้อยกลายเป็นแดงเถือกจนน่ากลัว...

                “ ซี!! ” เสียงตะโกนมาพร้อมร่างอรชรสูงยาวเข่าดีใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดีเผยใบหน้าเนียนสวยหมดจด เธอเข้ามาจับตัวผมแล้วร้องถาม “ แกโอเคมั้ย เจ็บตรงไหนรึเปล่า!

                “ เราเจ็บ ดี้ เราเจ็บ ” ภาพใบหน้าของหญิงสาวเพื่อนคนสนิทพร่าเบลอไปด้วยหยาดน้ำ

                “ ไม่ต้องร้องซี ” เธอรีบจูงมือผมไปหามุมสงบร้านกาแฟเงียบๆให้ผมนั่งสงบจิตสงบใจ เธอปลอบจนผมรู้สึกดีขึ้น ผมก็ค่อยๆเล่าเรื่องให้เธอฟัง

                สีหน้าห่วงใยแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธฝ่ามือเรียวตบโต๊ะเสียงดัง

                “ มันจะมากไปแล้วนะ! ” ดี้คำรามเสียงต่ำมองข้อมือสวยของผมที่แดงมากๆแล้วถาม “ ทำไมแกไม่ให้พี่วินดูสิ่งที่มันทำกับแกว่ะ!

                “ เรา กลัว เราไม่กล้าบอก ธาราเขา ” แล้วผมก็สะอื้นฮักร่ำไป...

                สีหน้าของดี้ทะมึนตึงหนักกว่าเดิม “ หยาบคาย! คนป่าเถื่อนแบบนั้น พี่วินไม่น่าไปเข้าไกลเลยจริงๆ!  ” แล้วเสียงสบถเป็นภาษาอิตาลีก็มาเป็นระลอก “ ซี แกไม่ต้องกลัว มีฉันอยู่ทั้งคน!

                ดี้ระบายยิ้มร้ายแล้วหยิบไอโฟนขึ้นมาชูรูป... ผมเงยหน้ามองแล้วชะงัก มันเป็นรูปที่ผมกับธารากำลังเถียงกันที่ร้านมาติณน์...

                “ ดี้ มาตั้งแต่ตอนไหน ” ผมใจหายวาบ

                “ มาเห็นตอนที่ธาราหาเรื่องแกพอดี ” เสียงหวานดูคับแค้นอย่างหนัก ฟังแล้วผมก็เบาใจที่เธอมาไม่ทันตอนผมโยนตะกร้าลงพื้น มาเห็นตอนธารากำลังเถียงพอดี โชคดีจริงๆเลยนะ ผมเนี่ย

                เล็บสีสดเลื่อนไปเปิดแอพพลิเคชั่นถ่ายรูป ดึงมือข้างที่เจ็บเบาๆ แล้วกดถ่าย...

                ผมเงยหน้าสบตาเธอพบว่าเธอกำลังยิ้มร้ายเหมือนทุกที...

                “ ดี้... ไม่ต้อง ” ผมแสร้งเอ่ยห้าม

                “ แกดีขนาดนี้ ทำไมพี่วินถึงตาบอดว่ะ ” เธอบ่นอย่างไม่เข้าใจ เม้มปากแน่น “ ฉันไม่ชอบที่เห็นแกซึม เห็นแกร้องไห้ เราเป็นเพื่อนกัน ยังไงเพื่อนก็ต้องช่วยเพื่อน ”

                อยากจะขำให้ฟันร่วงจริงๆ...เพื่อน? เหรอ? คงเป็นเพราะธุรกิจล่ะมั้งที่ทำให้เราเป็นเพื่อนกันได้... คบกันด้วยเงินจะว่าแบบนั้นก็ได้

                “ ขอบใจนะดี้ ” ผมเอ่ยจากใจที่กำลังเหยียดขยะแขยงหากแต่ใบหน้ากลับซาบซึ้ง

                “ ไม่เป็นไรซี ”

                เธอยิ้มหวานให้ผมแล้วกดเข้าเฟซบุ๊ค...

                ผมมองเธอด้วยแววตาพอใจก่อนจะสอดนิ้วคล้องหูแก้วโกโก้ร้อนขึ้นจิบอย่างสบายใจรอดูผลงานดีๆ...

 

                วินดี้ สแตนเดล : ...ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ เพื่อนเราไปทำอะไรให้ -ZEEzee V

                ภาพสองรูปถูกโพส...หนึ่งรูปที่มีผมกับธารายืนทะเลาะกัน

กับอีกหนึ่ง...ข้อมือแดงก่ำขึ้นสีเลือดจนน่ากลัวของผม...

 

                ถึงแรงจะสู้ธาราไม่ได้...แต่สงครามประสาท ผมต้องชนะ!

 

ซีขอคืนพื้นที่...

 



ธาราได้รับพื้นที่อีกครั้ง....

 


                “ จะนั่งเบียดทำไมวะ ร้อน!

                ผมบ่นรอบที่เจ็ดตั้งแต่ขึ้นรถมาแล้วเพราะไอ้คนข้างๆที่แม่งไม่นั่งนิ่งสักที ดุ๊กดิ๊กเอนหัวมาซบมาคลอเคลียไม่เลิกเอาหัวทุยๆมาไถกับไหล่อีก ถ้าผมเป็นผู้หญิงจะไม่ด่ามันสักคำ แล้วถ้าอยู่บนแท็กซี่ก็จะยังกลั้นใจไม่ด่า แต่นี่...รถเมล์!!

                มึงแคร์สายตาป้าๆน้องๆที่จ้องเขม็งหน่อยได้มั้ย!

                “ น้องเขาเบียดมา ” โยนความผิดไปให้เด็กมัธยมผู้ชายใส่แว่นที่กำลังเสียบหูฟังนั่งอ่านหนังสือเล่มโตไม่สนใจโลก เห็นแล้วขอโบกหัวมันหน่อยดิ

                “ พื้นที่เหลือเป็นกิโล เว้นให้ควายนั่งรึไง ”

                วินทำตาโตส่ายหน้าพรืด “ เปล่า ให้ควายถามต่างหาก ”

                “ มึง! ” ถลึงตาใส่แยกเขี้ยวเขาแทบผุดควันจะออกหูถ้าไม่ติดว่าอยู่บนรถจะถีบปลิวแน่

                “ พ่อหนุ่มสองคนกันแฟนกันหรือ ” มนุษย์ป้าเบาะข้างหน้าหันมาถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ ไม่ต้องอายหรอก หลานป้าก็เป็นแบบนี้แหละ คบแฟนผู้หญิงสองเดือนก็เลิก แต่พอคบกับพ่อผัดไท อ้อ ชื่อแฟนตาหนูของป้าจ๊ะ คบมาเป็นปีๆแล้ว ยังรักกันดี ”

                วินผู้มีอัธยาศัยดีกับทุกคนก็ยิ้มสว่างไสวกลับไป “ ดีจังเลยนะครับ ผมอยากโชคดีแบบนั่นบ้าง ” แล้วหันมามองกูทำไม มองที่อื่นไป๊!

                “ ป้าว่าเราสองคนดูเหมาะกันดีนะ ” จริงๆป้าควรเลิกยุ่งกับผมได้แล้ว แล้วรถเมล์เนี่ยเร็วๆได้มั้ย จะถึงป้ายยังวะ! “ หน้าตาดีทั้งคู่ เหมาะกันจริงๆ ”

                “ ขอบคุณครับ ” วินฉีกยิ้มกว้างถ้ามีหางโผล่มาได้มันคงกระดิกไปมาแล้ว ส่วนผมยังคงคอนเซปเดิมคือ นิ่งเงียบ กูเป็นอากาศธาตุ กูไม่ได้นั่งตรงนี้

                “ เดี๋ยวจะถึงป้ายที่ป้าจะลงแล้ว ” ดี ลงไปเร็วๆ! ให้ไว โดดลงไปเลยป้า! “ ป้าขออวยพรให้พ่อหนุ่มสองคนรักกันนานๆนะ หากคนนึงใจร้อน คนนึงต้องใจเย็น ทะเลาะกันได้แต่อย่าปล่อยข้ามวันข้ามคืน ”

                ผมกับไอ้วินกะพริบตาปริบๆมองหน้าตาแล้วมองหน้ากัน...ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปคนละทาง พูดเหมือนผมกับมันเป็นแฟนกันแล้วซะงั้น

                บอกเลย เจ้านาย กับ ขี้ข้า ครับป้า!

                “ ถึงป้ายแล้ว ” ป้าพูดมากว่าขึ้นเบาๆแล้วหันมาส่งยิ้มให้พวกผม  “ โชคดีนะพ่อหนุ่ม ”

                ผมก็ยังมีมารยาทพอ ผู้ใหญ่อวยพรมาก็ขอยกมือไหว้แกหน่อย ไม่ได้อยากรับพรเลยจริงๆ (จริ๊ง) พอป้าแกไปแล้วทั้งผมกับวินก็ยังคงเงียบใส่กัน ผมเทความสนใจทั้งหมดเพ่งไปนอกหน้าต่างพยายามมากที่จะบังคับก้อนอกให้สงบ

                ยังไม่ทันสงบมารผจญอีก...

                แชะ!

                “ อุ๊ย ลืมปิดเสียง ” สีหน้าทะเล้นของมันชวนปัดเป่าบรรยากาศหวานๆเลี่ยนๆออกไป ผมกลอกตาขึ้นบนบ่งบอกว่าเบื่อที่จะต่อล้อต่อเถียงกับมัน

                “ ทำอะไรก็ทำไป ”

                วันนี้ผมเหนื่อยเกินกว่าจะทะเลาะกับมันแล้ว แค่ทะเลาะกับไอ้เหี้ยซีก็จะประสาทกิน ไหนจะงานอีก ยังคิดแบบไม่ออกอยู่ดี ตัดเรื่องรกสมองไร้สาระทิ้งไปแล้วเริ่มจมลงสู่ห้วงความคิด

                แต่จมไปได้เสี้ยววินาทีก็ถูกสะกิดไหล่อีกแหละ หันไปเตรียมจะแดกหัวมันก็หยุดชะงักขมวดคิ้วกับสายตาที่มันมองจ้องมา

                “ มองอะไร ”

                “ ไปโดนอะไรมา ” มันถามเสียงเข้มมองดูแถวๆคอผมไม่พอยังเอามือมาจับคางผมเงยขึ้นอีก วินนิ่งไปนิด “ เลือดซิบขนาดนี้เลยเหรอ ”

                “ เลือดออกเหรอ ” ผมทวนถามเสียงเข้มมืออีกข้างแอบกำแน่นด้วยความโกรธคุกรุ่น สาบานเลยว่ารอบหน้าจะไม่ปล่อยมันให้ลอยหน้าลอยตา!

                “ ไหนดูเล็บดิ๊ ” ไอ้วินมันคว้ามือผมไปพลิกๆดู แล้วทำเสียงดุเด็ก “ นี่ไง เล็บยาว ”

                “ เล็บมันเกี่ยวอะไรวะ ”

                “ เอ้า! เล็บยาวแล้วเกาแรงๆ เลือดก็ออกได้ไง! ” มันมองผมประมาณว่านี่ไม่รู้จริงๆหรือแกล้งโง่

                “ ถ้าบอกว่ามีคนทำกูจะเชื่อมั้ย ” ถามกลับจริงจัง วินดุนลิ้นในปากเหมือนใช้ความคิดแล้วไหวไหล่

                “ ไม่ว่ะ ”

                “ ทำไม ” รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเหมือนมีมดมากัด เจ็บนิดๆ

                “ ก่อนเขาจะทำมึง มึงน่าจะกระทืบเขาก่อนน่ะสิ ” วินกลั้วหัวเราะว่าไป “ ถามอะไรแปลกๆ เป็นอะไรรึเปล่า หรือมีคนทำ? ” สีหน้าเกร็งขรึมมาเลย

                ผมส่ายหน้า “ ผม กูคันคอ เหนียวตัว เกาแรงไปหน่อย ”

                คนไม่ใช่เด็กที่ต้องมานั่งฟ้องกันแล้ว ปัญญาอ่อน

                “ กลับไปเดี๋ยวตัดเล็บให้ ” เอ่ยอย่างกระตือรือร้น

                “ กูทำเองได้ ”

                “ กูอยากทำให้ ”

                “ กูทำเอง ”

                “ กูทำให้ ”

                “ กูตัดเล็บเองได้!

                “ กูตัดให้ ”

                “ กูบอกว่า...! ” ผมเงียบหุบปากสนิทเมื่อใบหน้าหล่อคนข้างๆยื่นมาแทบชิดริมฝีปากผม แววตาวาวลึกเจืออ่อนโยนทอดมองผมนิ่งก่อนปากมันจะแตะปากผมเบาๆนุ่มนวลแล้วผละออก...

                “ ให้พี่ทำให้นะครับ ”

                “ ... ”

                “ นะ ”

               

                บอกเลยว่า...

 

                ช็อตนี้ กูตายว่ะ

 

 

 

                ผมกลับมาถึงหอตอนห้าโมงกว่าๆ มาถึงก็ต่างคนต่างแยกย้ายห้องใครห้องมัน ถ้าจะไปคณะก็ค่อยโทรตามไอ้วิน ถึงห้องแสนจะรกของตัวเองปุ๊บก็จัดแจงคว้าหาถุงก๊อบแก๊บใหญ่ๆมาใส่ของที่น่าจะใช้ประโยชน์ได้กองรวมๆกันไป ส่วนอุปกรณ์วาดก็เทใส่เป้ใบเก่ง ไม้เมตรไม้ทีก็ไปกองๆรวมๆ จากนั้นค่อยเอาตัวเองไปวิ่งผ่านน้ำ

                ทุกอย่างดูจะราบรื่นถ้าไม่ใช่...

                “ ไอ้พี่เหี้ย!!!

                แทบกรี๊ดลั่นหอเป็นตุ๊ดเมื่อตู้เสื้อผ้าที่น่าจะแน่นขนัดไปด้วยเสื้อผ้าสบายๆกลับว่างเปล่าในตู้เหลือเพียงชุดนอนแฟนซีเท่านั้น คนที่ชอบมาวุ่นวายกับเสื้อผ้าผมก็มีคนเดียวคือไอ้ดิน!! ยืนกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจ กัดปากล่างขบเม้มแน่นแล้วจำใจหยิบชุด...อะไรวะเนี่ย

                จำไม่เห็นได้ว่าบ้านมีชุดนี้... ช่างเถอะ ใส่ๆไป

                ชุดจิงโจ้พร้อมฮู้ด...

                มือหยาบเลื่อนไปคว้าชั้นในกับบ็อกเซอร์มาใส่ก่อนจะสวมไอ้ชุดจิงโจ้ทับไป มองในตู้ดูว่ามีรองเท้าสำหรับชุดมั้ยก็พบว่ามี ปกติชุดของผมจะเป็นเซตๆที่ไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่ไปคนละทางแบบไอ้พี่ปาย

                หารองเท้าเจอก็คว้ามาใส่แล้วเดินไปหน้ากระจกที่สะท้อนเงาตัวเอง ยืนขมวดคิ้วอยู่ครู่แล้วเกิดคำถาม...

                เป็นจิงโจ้...แต่งหน้าไงวะ

                คว้าโทรศัพท์มาเปิดหารูปจิงโจ้ได้ก็มองอยู่นาน... วาดจมูกแล้วก็ตรงปาก แล้วก็หนวดแล้วกัน คิดเออจบก็เดิน...เดินไปสองก้าวเดี๋ยวๆ จิงโจ้ต้องกระโดดดิว่ะ

                อ่ะกระโดด!

                กระโดดไปทางตู้อีกมุมของห้องแล้วหยุดก้มหยิบกระเป๋าสีดำออกมาและกระโดดกลับไปหน้ากระจกเทอุปกรณ์แต่งหน้าสารพัดออกมาและลงมือปฏิบัติการเป็นจิงโจ้

                เวลาเครียดๆ องทำตัวบ้าๆดู หายเลย

                หายจากปกติ มาเป้นคนบ้าเลย

                ผ่านไปสิบนาทีหน้าผมก็มีจมูกน้ำตาลเข้มๆ แล้วก็วาดปากให้เหมือนจิงโจ้เติมหนวดไปตามแก้ม แล้วลองเอาฮู้ดสวมดู โอเค!! แต่มันยังขาดอะไรไป... ก้มมองกระเป๋าหน้าท้องชุดที่ว่างเปล่า

                ลูกจิงโจ้ไม่มี เอาลูกหมีไปแทนแล้วกัน กระโดดไปหยิบตุ๊กตาหมีสีขาวตัวพอประมาณยัดลงกระเป๋าหน้าท้อง เป็นอันเสร็จ พร้อมไปทำงาน

                คิดแบบบ้านไม่ออก เดี่ยวค่อยไปสาดส่องเพื่อนกลุ่มอื่นดูแล้วกัน...

                ตอนแรกจะโทรตามไอ้วินขี้ข้าส่วนตัวแต่เสียงเคาะประตูดังขึ้นซะก่อน ก็เลยกระโดดไปเปิดประตูดูว่าใครมา


                “ เฮ้ย!


                ร้องลั่นแล้วกระโดดถอยกรูไปเลย... ตกใจอะไรครับ นี่คนครับ ไม่ใช่จิงโจ้ เฮ้ย ไม่ดี จิงโจ้เว้ย ไม่ใช่คน ตกใจอะไร            

                “ ตกใจเสร็จก็มาช่วยยกของด้วย ” สั่งไปอย่างเบื่อหน่ายแล้วเดินกลับเข้ามาในห้องหยิบแบกของที่ต้องใช้ขึ้นมา ไอ้วินเดินหน้าหล่อผมเซตปาดเจลชุดธรรมด๊าธรรมดาแต่โคตรดูดีตามเข้ามาจ้องผมตาไม่กะพริบ

                “ ไปชุดนี้ ” ถามไม่มั่นใจ “ เอาจริงดิ ”

                “ เชิญมึงดูตู้เสื้อผ้ากูครับ ” เสียงขุ่นสุด

วินเสตามองตามไปแล้วขำพรืดกับความว่างเปล่าจริงอะไรจริง “ น่ารักดี เว้ย! กูชมยังจะมาปารองเท้าใส่อีก ”

“ หุบปากแล้วยกของ!

เปิดสงครามกันยกหนึ่งก่อนจะช่วยกันขนของไปใส่รถไปคณะผม 

                “ วันนี้อยู่ถึงสี่ทุ่ม เดี๋ยวกูต้องกลับเข้าบ้านไปดูอินอินสักหน่อย ” น้ำเสียงทุ้มว่าขึ้นหลังจากออกจากหอมาได้นาทีหนึ่ง

                “ ทำไม อินอินเป็นไร ” ผมถามมันอย่างตื่นตกใจ จำได้ว่าเมื่อวานยังสบายดี น้องเวียร์ยังส่งคลิปสั้นๆมาให้ดูว่ามันวิ่งดุ๊กดิ๊กอย่างร่าเริงอยู่เลย

                “ เหมือนจะปวดท้อง กินอะไรผิดๆไปมั้ง ”

                “ ส่งกูเสร็จมึงรีบไปดูอินอินเลยนะเว้ย แล้วโทรมารายงานกูด้วยว่าลูกกูเป็นยังไง ”

                ผมสั่งมันเสียงเด็ดขาด อยากไปดูแต่ว่างานผมก็เยอะ ไอ้วินส่งยิ้มมาให้แล้วโยกหัวผมเล่น

                “ ไปดูอินอินบ้านพี่ก่อนมั้ยครับ ”

                “ ไปให้โดนมึงลากขึ้นห้องไปปล้ำเหรอ ไม่เอา ”

                วินทำเสียงเสียดายตาละห้อย “ แหม รู้ใจจริงๆ อ่านใจเค้าได้เหรอเตง ”

                “ ดูหน้ามึงก็รู้แล้ว ” หาโอกาสทุกสิบวินาทีจริงๆ

                “ ไยที่รักมองเค้าเป็นตาแก่บ้ากามงี้อ่ะค่ะ เสียใจนะคะ ” วินบีบเสียงเล็กเสียงน้อยไปพลางยิ้มไป “ ง้อหน่อยสิค่ะ เดี๋ยวเค้าร้องไห้โดดจากรถเลยนี่ ”

                ผมส่งเสียงหึไปทีและส่ายหน้า “ ปัญญาอ่อน ”

                วินยังคงมีรอยยิ้มประดับบนหน้าหันมามองผมเล็กน้อย แม้จะมืดแล้วแต่แสงไฟจากท้ายรถของคันด้านหน้าก็สาดเข้ามาให้เห็นลางๆว่าผมกำลังยิ้มอยู่

“ปัญญาอ่อนแล้วมึงยิ้มได้  

“ ... ”

“ กูยอมนะ ”


ได้เเต่คิด... มุกสามบาทห้าสิบที่แป้กตลอด

ทำไมวันนี้มันพาให้ใจสั่นๆได้วะ

 

ผมกับไอ้วินเดินหิ้วของเข้ามาในคณะที่ตอนนี้สว่างแจ้งเด็กถาปัตย์เดินแทบจะชนกันตาย ดูแล้วไม่ได้มีแค่ปีสอง มีปีสามกับปีหนึ่งด้วย สงสัยงานเข้ากันทุกคน เสียงดังสนั่นค่อยๆเงียบลงเมื่อผมเดินเข้ามา...

ทุกคนหยุดงานของตัวเองแล้วหันมามองผมเป็นตาเดียว ทำไม ผมมีอะไรประหลาด...

สำรวจตัวเองแล้วก็พบว่ามันก็ปกตินะ

“ มองหน้ามีปัญหาอะไรก็ว่ามา ” ส่วนใหญ่ตรงนี้ดูแล้วน่าจะมีแค่ปีหนึ่ง กวาดตาจ้องเรียงคนก็พากันหลบตาจ้าละหวั่นจนมีเด็กหน้ากวนตีนเดินถือไม้ทีมาทางผม

“ มีครับเฮีย มีแน่ๆ ”

“ มีอะไร ”

เด็กสูงโย่งหน้าเนียนใสกิ๊งแต่เสือกตัดสกินเฮดเดินอาดมาทางผมและ...พึ่บ!

“ เฮียคร้าบบบบ ช่วยพีชด้วย พีชตัดโมไม่ทันอ่าคร้าบ T^T ” เดินมามาดดีแต่มาทรุดกอดขาผมแล้วเขย่าอ้อนวอนผมไม่เกรงสายตาประชาชี “ อีกสามวันส่ง เฮียช่วยผมเถิดดดด ”

ไอ้เด็กหน้าหล่อที่เขย่าผมอยู่ไม่ใช่ใครที่ไหน น้องรหัสผมเอง... พีช คนกาก ทำห่าอะไรไม่เป็นสักอย่าง

สะบัดขาหนีมัน

“ ช่วยห่าอะไรวะ กูแม่งยังเอาตัวเองไม่รอด โทรตามพี่ปายนู้น ว่างจัด! ” โยนขี้ไปทางพี่ปีสี่ที่งานจะเริ่มแผ่วๆ “ ไม่มึงก็โทรตามเฮียนัท รายนั้นจะจบแล้ว ว่างพอกัน! ” โยนไปทางพี่ปีห้าที่ใกล้จบ คณะผมเรียนกันห้าปีไง

“ ไอ้เฮียใจร้ายยยยย ” ทำเสียงน่าสงสารยังไงให้ตายก็ไม่สน แล้วมันก็หันไปหาคนข้างหลังผมแทนด้วยท่าทีสนใจ “ ใครอ่ะเฮีย แฟนเฮียปะ ”

“ ใช่ครับ ” ไอ้นี่ก็เสนอหน้ามาเลยแทบจะเบียดผมกระเด็น เดินมายืนตรงข้ามน้องรหัสผมฉีกยิ้มหล่อ “ วิน ”

“ ผมชื่อ พีชนะเฮีย  เป็นน้องรหัสเฮียธารา ” ไอ้เด็กบ้าพลังพลังงานด้านบวกล้นแนะนำตัวอย่างเป็นมิตร มึงเป็นมิตรกับทุกคนแหละ กูเห็นบางวันมึงก็คุยกับก้อนหิน ทะเลาะกับต้นไม้ “ แต่เดี๋ยว ”

                ไอ้พีชคว้าไหล่ผมไว้ก่อนเพราะนึกอะไรขึ้นมาได้

                “ มีอะไร กูรีบนะเฮ้ย ”

                “ ผมจะถามเฮีย ไม่รู้ว่าเฮียเห็นยัง ” มันว่าแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มๆๆ เปิดอะไรบางอย่างให้ผมดู... “ ใช่เฮียจริงรึเปล่า ”

                ผมกวาดตาดูข้อความแคปชั่นกับรูปที่ชัดมากแล้วนิ่งงัน... ไอ้วินเองก็สงสัยชะโงกหน้ามาดูเหมือนกัน...เกิดความเงียบขึ้นทันที...

               

วินดี้ สแตนเดล : ...ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ เพื่อนเราไปทำอะไรให้ -ZEEzee V

                ภาพสองรูปถูกโพส...หนึ่งรูปที่มีผมกับธารายืนทะเลาะกัน

กับอีกหนึ่ง...ข้อมือแดงก่ำขึ้นสีเลือดจนน่ากลัวของผม...

               

                5890 likes and 904 comments

Jody Deer : หายไวๆนะคะพี่ซี @/Thara ดีแต่ใช้กำลัง พี่วินไม่น่าจะไปยุ่งกับคนนี้เลยจริงๆ

                หมีพูอยากกินน้ำผึ้ง : จำเป็นต้องทำร้ายกันขนาดนี้เลยเหรอ!

                แมวหน้าหมู : ไม่คิดมาก่อนว่าเด็กถาปัตย์จะเถื่อนแบบนี้

                ZEEzee V : พอเถอะครับ ซีไม่เป็นไร อย่าว่าธาราเลยนะครับ

Codyyyy : ซีก็ดีเกินไปจริงๆ เป็นพี่ พี่ตบคืนจริงๆนะ

พริกเขียวเผ็ดจี๊ด : ฟ้องพี่วินยัง ให้พี่วินรู้ไปเลยว่าคนนี้มันเลวแค่ไหน!

 

ความรู้สึกผมตอนนี้คือหน้าชามาก...ชาดิกเลย กระบอกตาเริ่มร้อนพอๆกับหัวที่เหมือนเอาไฟมาสุม ยืนกัดฟันกรอดจนเส้นเลือดบนขมับปูดโปนออกมา...

“ อุ่น ” เสียงเรียกจากด้านข้างพาให้ผมหันหน้าแววตาแข็งกร้าวไปมองมันด้วยความลืมตัว “ เรามีเรื่องกับซีเมื่อไหร่ ”

แววตานิ่งเรียบที่วินใช้มองผมตอนนี้มันคาดเดาไม่ได้...

“ อุ่น อย่าเงียบ ”

ผมยังคงเงียบเหมือนเดิม สีหน้าของคนตรงหน้าก็นิ่งรอคำตอบ

“ อุ่น มึง... ”

“ ถ้าคิดว่ากูทำ ก็ไม่ต้องถาม ” ผมโพล่งขึ้นตัดหน้ามันน้ำเสียงฟังแล้วแข็งกระด้างและหยาบ ผมจ้องตามันไม่หลบแล้วเบ้ปาก... ผมดึงข้าวของออกจากมือมันแล้วกระตุกยิ้มให้ไปราวกับเยาะหยัน...

ให้กับตัวเอง...

“ อุ่น มันไม่ใช่ ” ร่างสูงเบิกตาขึ้นเล็กน้อยปฏิเสธ

                “ ในสายตามึง ”

                “ ... ”

                “ กูก็ไม่เคยดีอยู่แล้ว ”

 

                ภาพกระดาษที่ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่ในถังขยะวันนั้นยังคงฝังแน่นอยู่ในหัว...

 

                ตอนนี้ดูไม่ดีในสายตา ก็ยังดีกว่าเมื่อก่อน...

 

                ที่ไม่เคยอยู่ในสายตา

               

 

 

 


-------------------100%------------------


รอคอยเราอยู่ในมั้ยยยย คิดถึงเรามั้ยยย

อนุญาตให้ฆ่าซีได้ค่ะ ทำครอบครัวเขาร้าวฉาน

อุ่น คนดีของเรา ต่อยเลยลูก เเม่จะไม่ทน

และปมตะละปมป่มป๊มก็มา มันคืออารายยยย #งงเอง

ใครว่ามาม่า โนๆ มาม่าไม่ดีต่อสุขภาพ แค่เป็นความน้อยใจของคนปากแข็งมากกว่า

และอุ่นไม่ใช่คนที่มานั่งเศร้าโศกร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร อุ่นเขาแกร่ง


มาช้านิสนึงน่าาา งานเเยะ ป่วยก็เเยะ  ไม่สนุกต้องขออภัย ป่วยเลยมึนๆตึงๆ หัวเบลอไปนิด (ไม่นิดเเหละ) ขอโทษไว้ล่วงหน้าค่ะ




ชอบไม่ชอบกัน ติชมกันหน่อยนะ สกรีมกันหน่อยนะคะ อย่าลืมกด Fav. ไว้น่าาาา

1 คอมเม้น = 1 กำลังใจ = เเรงขับเคลื่อนปั่นนิยาย

แท็ก #นิเทศตัวร้ายกับสถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ กับ #พี่เทศน้องปัตย์  




 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 509 ครั้ง

278 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 เมษายน 2562 / 22:45
    ความติสท์จนเป็นจิงโจ้นี้ แต่อุ่นรักวินมาตลอด?
    #10156
    0
  2. #10122 malin964 (@malin964) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 13:00
    อิซีคงไบโพล่าแน่อ่ะ
    #10122
    0
  3. #10112 Piawriku_MN (@Piawriku_MN) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 21:55
    อีซีเมิงต๊ายยยย//โดดใส่
    #10112
    0
  4. #10104 Abam_lalana (@Abam_lalana) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 12:29
    เกลียดอีซีวะ สมควรตายย
    #10104
    0
  5. #10073 CarrotSirirvarin (@CarrotSirirvarin) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 16:38
    ซีโครตน่าเบื่อ
    #10073
    0
  6. #10059 preamy2500 (@preamy2500) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 13:16
    ซี-หน้าด้านว่ะสัส
    #10059
    0
  7. #10039 anukool__ple (@anukool__ple) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:53
    รำคาญยยย
    #10039
    0
  8. #10013 686814123new (@686814123new) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 15:38
    ยกที่1กำลังจะเริ่มในไม่ช้า
    #10013
    0
  9. #10012 686814123new (@686814123new) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 15:37
    อุ่นนไปเอาสปาต้าจากดินดินมาเร็ววเราพร้อมรบแล้วรอหัวหน้าอยู่นานคนสตอแบบมันเหมาะกับสปาต้า+น้ำกรด+หนามต้นงิ้ว+นอแรด+พิษแมงป่องเท่านั้นนไรท์บ้านอิซีอยู่ไหนบอกมาจะเอาคนไปรุมมหึ้ยยอินจัด
    #10012
    0
  10. #9985 diizzpop2107 (@diizzpop2107) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:39

    เห้อ คนแบบซีในสังคมปัจจุบันมีเยอะมากกกกก น่าตบบ

    #9985
    0
  11. #9951 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 10:05
    วินจะเชื่ออุ่นมั้ยน้อ
    #9951
    0
  12. #9904 Payupat (@Payupat) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 21:13
    เคยมีม่าม่ากะวินแน่เลยยย
    #9904
    0
  13. #9814 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 05:55

    ใจเย็นๆๆๆน่ะ อุ่น
    #9814
    0
  14. #9777 ผู้ลึกลับ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 14:35

    อีซี อีเด็กดอกเอ้ย ก๊จะฆ่า-งงงง ทำครอบครัวคนอื่นเขาร้าวฉาน *วย!!! หมั่นไส้อีซีชิปหาย

    #9777
    0
  15. #9771 motanoy-naruk (@motanoy-naruk) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 15:42
    ตบอิซีกับอิวินดี้แสนโง่ได้ม่ะ หมั่นไส้
    #9771
    0
  16. #9747 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 17:01
    มา! อิซีมาตบกับกรูมา อิเวรรรรร ตอ....กว่านี้มีอีกมั้ย
    #9747
    0
  17. #9735 34257766 (@34257766) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 23:26
    ตบEซีผิดมะเหอะ Eกะหลั่ว
    #9735
    0
  18. #9723 joker555666 (@joker555666) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 01:10
    ถ้าหนูจะฆ่าตัวตาย หนูคงจะโดมาจากความมั่นหน้าของซี กระโดดลงมา ที่สามัญสำนึกของหล่อน
    #9723
    0
  19. #9698 ㅡ; Optimaskrman (@98019801) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 20:45
    ขึ้นเลย ขึ้นเล้ยยย ผมนี่ลุกขึ้นเลยอยากจะต่อยปากซีสักที ตอเเหลเก่งนักใช่มั้ยมึ๊งงงงง เดี๋ยว-จะโดนดีไม่ใช่น้อยจรั้มมม!!
    #9698
    0
  20. #9691 galaxysecret🌈🌈 (@galaxy_secret) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 21:42
    แสดงว่าวินเคยทำน้องอุ่นเจ็บช้ำน้ำใจมาก่อนใช่มั้ย
    #9691
    0
  21. #9659 passapron1312 (@passapron1312) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 19:19
    อิสตอ!!! เลวมากก ดิฉันอยากจะเอาฝ่าเท้าอันงามๆของดิฉันมาขยี้!บนหน้าคุณ-จริงเลยค่ะ!! โบกบีบีมากี่ชั้นเหรอค่ะขนาดรถสิบล้อชนยังไม่เสทือนถึงชั้นผิวหนัง!! หมั่นไส้นางซี//มองบน
    #9659
    0
  22. #9636 กาฬวาต (@0950055865) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 20:40
    ตบไหม!!มันต้องตบอ่ะ!!!พูดแล้วขึ้น!!!!#ตบเถอะ
    #9636
    0
  23. #9600 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 08:26
    โอ้ยยยซีเป็นบ้าปะโอ้ยยย
    #9600
    0
  24. #9550 Srnoey (@Srnoey) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 22:01
    ยกพี่น้องไปกระทืบมันนนนพี่อุ่นนนนน
    #9550
    0
  25. #9549 Srnoey (@Srnoey) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 22:01
    ยกพี่น้องไปกระทืบมันนนนพี่อุ่นนนนน
    #9549
    0