[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 969,116 Views

  • 10,183 Comments

  • 29,989 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10,557

    Overall
    969,116

ตอนที่ 21 : บทที่ 21 : ยุ่งกับคนมีเจ้าของ มันไม่ดีนะครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22795
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 476 ครั้ง
    15 ต.ค. 59

***  อ่านขำๆหัวเราะกันเเล้วอย่าลืมเม้นให้เค้าด้วยนะ T^T จะได้มีกำลังใจปั่นต่อทุกวัน มาทุกวัน (เม้นหน่อยนะ กราบค่ะกราบ สักนิดให้รู้ว่าชอบไม่ชอบกันจะได้ปรับปรุงนะคะ มุกไม่ฮาจะได้เเก้ไขค่ะ อยากให้ทุกคนยิ้มได้ T0T) ตอนนี้ยาวมากและมากกกก หลากอารมณ์มากกก มากกก

คำเตือน : อย่าบ้าตามนะคะ 55555 ปล.เราเป็นนิยายตลกจริงจริ๊งงงง


------------------------------------------------------------------------------------------


นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

บทที่ 21 : ยุ่งกับคนมีเจ้าของ มันไม่ดีนะครับ



บ้านได้สอนมั้ยครับ ยุ่งกับคนมีเมียเเล้ว มันไม่ดีนะครับ : ) 

*****************************************



 

กรกวินต์ยังคงได้รับพื้นที่พิเศษ

 

                ถามว่าได้นอนมั้ย...ตอบเลย... ใครเจอเมียบอกรักแม่งไม่มีทางนอนลงหรอก แต่กับผมไอ้วินคนนี้....

                พออุ่นพูดเสร็จปุ๊บ กูหลับปั๊บ อุ่นนั่งทำงาน กูนอนกรนฟี้ๆอย่างสบายใจ

                คนมันเพลียนี่หว่า ไหนๆหลับแล้ว ก็ขอนอนยาวๆ เพราะมีเรียนแปดโมง ไม่ต้องรีบ...

                ผัวะ!!

                “ ตื่น!

                แรงอัดเต็มกลางหลังทำให้คนนอนฝันหวานเป็นสีชมพูกลิ้งตกเตียงไปด้วยแรงอารมณ์ คนถูกปลุกด้วยบาทาก็ลุกขึ้นมาโวยวายราวกับถูกน้ำสาด

                “ ปลุกดีๆจะตายมั้ยวะ!! ” เสียงเข้มเสียงเหี้ยมยีผมอย่างหงุดหงิดแล้วหันไปมองกระจกหน้าต่างฟ้ายังมืดอยู่ ตวัดตามองคนปลุกที่ยืนทำใจกล้าใส่ผม “ ยังสว่างเลย ”

                “ ตีห้า ” อุ่นว่าเสียงเรียบแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวๆ มึงรีบไปมั้ย

                “ กูเรียนแปดโมง ” ผมว่าเตรียมกระโดดขึ้นเตียง

                “ ไปส่งกู ”

                “ มีขาปะเมีย ” ผมหลับหูหลับตาพูดเพราะยังไม่สร่างง่วง

                “ ขามี เดี๋ยวขาจะลอยไปบนคอมึง ถ้ายังไม่ไปอาบน้ำ ” ทำโหดทำเข้มทำใจกล้าใส่ผัว เดี๋ยวๆ เดี๋ยวมีเรื่อง เป็นเมียอยู่เงียบๆก็พอ!

                “ เดี๋ยวไปส่งตอนนี้เลย ไม่ต้องรอหกโมงแล้ว ” อารมณ์เสียเป็นเหมือนกันนะ ได้ยินแบบนี้เป็นใครก็น้ำตาตกไปแล้ว คลับคล้ายเหมือนประโยคไล่ไม่มีผิด ใช่ ผมไล่เมียรักให้ไปคณะก่อนเลยแล้วจะได้กลับมานอนต่ออีกสักสองชั่วโมงแล้วค่อยไปเลย ได้แบบนี้แม่งอย่างฝันอ่ะ

                แต่เผอิญผมอยู่ในโลกความเป็นจริง...

                “ กูให้เวลายี่สิบนาที ไปอาบน้ำ ” เสียงแมวน้อยในกำมือไยมันเข้มอย่างกับพญาเสือวะ “ มึงจะไปกลับไปอาบห้องมึงดีๆ หรือมึงจะไปแบบเจ็บๆ ”

                เรามันชายชาติทหารเจ็บเท่าไหร่ก็ทนได้ แต่ทางที่ดี...

                “ ไปแล้วจ้ะ เดี๋ยวจะรีบวิ่งผ่านน้ำมาเลยจ้ะ ”

                ทหารควรหลบหนีทุกความเจ็บปวดเพื่อเกียรติอันยิ่งใหญ่... ถุย! กูควรหยุดเล่นสักห้านาทีแล้ววิ่งลงไปห้องตัวเอง ไม่รอให้เสียงสั่งมาเป็นรอบที่สามร่างก็ผมก็ถูกถีบออกจากห้องมาด้วยความรำคาญของเจ้าของห้องที่ผมเอาแต่สะลึมสะลือเดินสองก้าวเป๋ไปสามก้าวยิ่งกว่าคนเมา

                ผมว่านะ... ผมอยู่กับอุ่นมากไป... รู้จักโลกของอุ่นมากเกินไป

                กูแม่ง...บ้าไปแล้วแน่ๆ

 

                ใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวจัดข้าวของสารพัดชีทโดยรวมก็สิบนาที ฟันยังแทบจะไม่รู้สึกถึงยาสีฟันสบู่ยังไม่ทันได้สัมผัสตัวเลยมั้ง แต่ไม่เป็นไรคนหล่อแค่พรมน้ำหอมนิดๆก็ไม่มีใครรู้แล้ว

                ที่เร่งรีบนี่ไม่ใช่กลัวอุ่นนะ อย่าเข้าใจผิด ปกติผมก็ตื่นเช้าแบบนี้แหละตีห้าก็ตื่นแล้ว จริงจริ๊ง

                เดินมาห้องสุดที่เลิฟก็เห็นมันเอาแผ่นกระดาษแบบที่ขาดมากมายแต่ได้รับการแปะรักษาด้วยเทปใสแล้วยัดใส่กระบอกซูมจากนั้นก็หันไปหยิบเป้ใบเก่งของตัวเองขึ้นมาและ...

                “ ถือ ” สั้นๆ ได้ใจความ ผมแสยะยิ้มยื่นมือที่กำลังถือเป้ตัวเองออกไป... เป็นเมียต้องบริการอำนวยความสะดวกให้ผัว...

                ซะที่ไหนกัน!

                อุ่นเอาเป้ตัวเองห้อยคล้องกับมือแขนที่ผมยื่นไปแล้วเดินนำออกจากห้อง ไม่ลืมที่จะเก็บล็อคกุญแจอย่างดีสมเป็นภรรยาผู้มีหน้าที่ดูแลความเป็นไปของบ้าน และผมก็เดินสบายๆนำไปยังรถคู่ใจโดยมีอุ่นเดินตามหลังต้อยๆ

                เป็นเมียก็ต้องเป็นช้างเท้าหลัง จะเดินนำผัวไม่ได้!

                ผมยิ้มพอใจ(กูชนะเรื่องเดียว กูขอเถอะ) ขึ้นคร่อมมอไซด์เสร็จก็สั่งเสียงเบาๆเพราะกลัวเกรงผม

                “ ไปร้านโจ๊กซอยห้า ” อุ่นว่าอย่างเอาใจผม

 รู้ด้วยเฮ้ยว่าผมหิว แล้วเช้าๆแบบนี้โจ๊กนี่แหละดี๊ดี ช่างเป็นเมียที่ดีจริงๆ

“ คิดห่าอะไรอยู่ เดี๋ยวโบก จะไปได้ยัง ”

เมียขึ้นเสียงมา เราก็...

“ ไปเดี๋ยวนี้แหละจ้า ” ผัวก็ลงเสียงไง มันถึงจะเข้ากันได้

โปรดเข้าใจกันด้วยว่าไม่ได้กลัวเมีย แค่ให้เกียรติเมียมากกว่าครับ... แต่สุดท้ายแล้วคนที่ได้รับเกียรติมากที่สุดก็คือผม เกียรติได้รับมือรับตีนเมียไงครับ เจ็บร้าวจริงๆ

ไวเหมือนโกหกถึงแล้วโจ๊กซอยห้าที่กำลังร้างผู้คน เจ้าของร้านกำลังนั่งตบยุงพอดิบพอดี เมื่อสายตาฝ้าฟางมองเห็นลูกค้าสองหนุ่มมาก็รีบต้อนรับขับส่งอย่างดีประหนึ่งภัตตาคารหรูระดับแปดดาว

“ โจ๊กหมูสอง ” ร่างของเมียเด็กกว่าหนึ่งปีว่าสั่งพลอยให้ผมยิ้มตาม

“ โอเค รอแปปนะเด็กๆ ” คนแก่ว่าแล้วรีบไปทำโจ๊ก ซึ่งมันก็แค่ตักๆจากหม้อเท่านั้นเอง อุ่นมองตามไปอย่างฉงนใจแล้วหันมามองหน้าผมแปลกๆ

“ หน้าเฮียมีอะไรแปลกเหรอจ๊ะ ”

“ มึงไม่หิว? ”

ผมพยักหน้า “ หิวดิ ทำไมจะไม่หิว ” ถามแปลกๆ เมื่อวานผมแทบจะไม่ได้แตะข้าวเลย ตีสองกินบัวลอยไปใช่ว่ามันจะอิ่มท้อง

“ แล้วไม่สั่ง ” เสียงแหบดุหนักแล้วส่ายหน้า

“ อ้าวก็มึงสั่งสอง... ”

ยังไม่ทันจบประโยค ชามโจ๊กหมูร้อนๆสองที่ก็ถูกวางบนโต๊ะตรงกลางระหว่างผมกับมัน “ ได้แล้วๆ ร้อนๆเลย นี่เครื่องปรุง ” ว่าเสร็จเฮียแกก็ปลีกตัวไปรับลูกค้าใหม่

มือแสนจะนุ่มยื่นไปดึงชามเข้าหาตัวแต่คนนั่งตรงข้ามแม่งไวกว่าฉกไปอย่างหน้าด้านๆ! อ้าวเฮ้ย! ไหนละโจ๊กกู!

“ เมาบัวลอยรึไง ” คนหน้านิ่งผมยาวว่า

“ โจ๊ก... ” ชี้สองชาม

“ กูแดกสองชามปกติ มึงหายเมายัง ” น้ำเสียงกวนตีนติดหยอกเล่นของเมียพาให้เท้ากระตุกยิกๆ “ ยังเงียบอีก ไปสั่งดิ ”

อะดรีนาลีนทั้งตัวสั่นสะท้านแล้วลงขาอย่างว่องไวทำให้....

ครืด!

“ เฮียย โจ๊กหมูอีกสองไม่ใส่ผักชีครับ! ” ลุกพรวดเดินไปสั่งหน้าร้านแล้วเดินกลับมาโต๊ะก็เห็นผมเมียเด็กที่มาด้วยสวาปามโจ๊กอย่างหมดมาดหรือมันก็ไม่เคยมีมาดอยู่แล้ว

ผมเดินไปหยิบแก้วน้ำแล้วตักน้ำเย็นๆในกระติกใบยักษ์สำหรับบริการตัวเอง....

“ ค่อยๆกิน เดี๋ยวติดคอ ” ผมว่าเตือนด้วยความห่วงใย แล้ววางแก้วน้ำทั้งสองลง

อุ่นเหลือบหางตามองแก้วแล้วพึมพำ “ ขอบใจ ”

ทีงี้เสียงค่อยเบา ทีสั่งขู่ผมกระโชกโฮกฮาก นึกว่าตัวเองเป็นสิงโตรึไง! เป็นแค่แมวน้อยอย่ามากล้ากับพญาสิงโตเจ้าป่านะ!

หมายถึงผมใช่มั้ยสิงโต เปล่าเลย กูนี่แมวชัดๆ แค่ยังไม่อยากจะยอมรับ

“ วันนี้นอนคณะ ” บรรยากาศเงียบเหมือนป่าช้าได้จบลงเมื่ออุ่นเริ่มเปิดปากพูด “ ไม่รู้ดิ จะได้กลับห้องวันไหน ”

“ บอกทำไม ” ผมแกล้งตีหน้านิ่ง

มันเคี้ยวน้ำแข็งในปากดังกรอบๆ เอาซะกูหนาวเลย “ แค่...อยากบอก มีปัญหารึไง ”

ตอบสิ! “ ไม่มีปัญหาเลยจ้ะ เมียนอนคณะ ผัวก็มีงานที่คณะเช่นกันจ้ะ ”

“ โกหก กล้องมึงพัง ”

อ้าว ถ้ากล้องพังขึ้นมาดื้อๆ ใครจะรับผิดชอบ! เฮ้ยๆ ไม่ใช่ๆ ผมก็มีงานมีการกับเขาเหมือนกัน ไม่ได้ว่างจัดขนาดนั้นนะคุณ นี่อนาคตผู้กำกับมือทองเลยนะ เดี๋ยวต้องไปวางแผนการแสดงละครปีนี้ ตัวนักแสดงก็ยังไม่ได้หา แต่แม่งคนหน้าตาดีมีให้ทั่วมหาลัย สุ่มๆจับฉลากเลือกเอาก็ได้แล้ว ที่ยากคือบทที่มันแตกต่างจากปีก่อนๆ ทุกปีมักจะนำเสนอสิ่งแปลกใหม่น่าจดจำ ผมก็ได้ไปปรึกษาไอ้ฝุ่นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คนนั้นมือหนึ่งเลยด้านงานเขียน

เขียนเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ไม่เข้าใจที่หนึ่งครับ

ลายมือแพทย์ว่าย่ำแย่ เจอลายมือมันนี่ชิดซ้ายเลย

แต่โชคดีที่ตอนนี้มีเทคโนโลยีเข้ามาเลยทำให้มันใช้การพิมพ์แทนเขียน ไม่งั้นนะ... ตาย กว่าจะแกะตัวหนังสือออก ลูกเหลนหลานบวชไปเป็นสิบพรรษาแล้ว

เอาเป็นว่าที่อธิบายมายืดยาวคือ...ผมมีงานและจำเป็นต้องนอนคณะเช่นกัน

ไม่ได้หนีเที่ยวแน่นอนจ้ะ เพราะงั้นกล้องพี่ก็ไม่มีทางพังชัวร์

                “ จะโกหกทำไมครับ ” ผมตอบไปอย่างหนักแน่นแต่อีกฝ่ายดูจะไม่แยแสยความจริงใจผมเลย

                เสียงโหด “ ก็ดี ” ก่อนจะหยิบแก้วน้ำมาจิบตบท้ายแต่ไม่ท้ายสุดมีเรอด้วย

                ดังซะโต๊ะข้างๆแทบสำลักโจ๊ก... เมียผมครับ เมียผมเองครับ ใครมีปัญหากับเสียงเรอ เดี๋ยวมีเรื่องครับ แอบด่าเมียกูในใจกูก็รู้นะเว้ย!

                เพราะกูก็ด่าในใจ

                “ เฮียเก็บตังค์ ” อุ่นเรียกเฮียเจ้าของร้านแล้วควักกระเป๋าคุ้นตาคลับคล้ายจะใช่ของตูแล้วล้วงแบงค์ร้อยไปให้ก่อนจะได้รับเหรียญสิบมาหย่อนกระเป๋าเก็บ...

                เก็บที่มันเช่นเดิมด้วยหน้าตามึนๆประมาณว่า... กระเป๋าตังค์มึงแล้วไง?

                “ มองหน้าทำไม ลุกดิ ” เสียงเข้มจริงไรจัง “ รอล้างจานรึไงห่ะ เร็ว จะหกโมงแล้ว ”

                ผมก็ได้แต่คำรามในใจแล้วยิ้มหน้าแป้นไปยังรถแล้วเหาะพาคุณเมียโคตรหลากอารมณ์มายังตึกคณะสถาปัตย์มันลงจากรถแล้วนิ่งมองผม

                “ มีอะไรเปล่า ” ผมถามหวั่นๆเพราะแม่งจ้องเขม็งเลย

                “ เกือบลืม ” มันมองหน้าแล้วว่า จากนั้นก็ควักกระเป๋าตังค์ใบเดิมที่เป็นของผม มันก็มีอยู่แค่ใบเดียวนั่นแหละผมนี่ร้องเฮ้ยเลยทีเดียว

                “ ไม่ต้องๆ เก็บไปๆ ” ผมโบกไม้โบกมือเป็นพัลสิบวันเพราะนี่มันท่ามกลางสาธารณชนเลยนะ ขืนทุกคนรู้ว่าโดยแม่คนที่สองคุมการเงินอยู่ได้ยินไปถึงไหนอับอายเสียศักดิ์ศรีไปถึงโคตรเหง้าตระกูลเลยนะเฮ้ย!

                อุ่นยังคงทำตัวไม่แคร์สื่อใดๆที่เริ่มมองมา “ แล้วกลางวันจะแดกไร มีตังค์? รวย? ”

                อยากตอบเหลือเกิน บ้านกูรวยมาก แต่กลัวมือใหญ่ๆตรงหน้าฟาดทีมีเห็นดาว

                “ งั้นแล้วแต่ ” ยักไหล่ชิลๆ แบมือเตรียมรับกระเป๋าเงินคืนเพราะมันบอกว่าจะนอนคณะแสดงว่าไม่เจอกันหลายวัน ฉะนั้นลูกรักกลับมาหาพ่อมา

                อุ่นกลอกตาขึ้นมองบนราวกับใช้ความคิดแล้วเปิดกระเป๋าออกให้เห็นแบงค์สีเข้มๆแวบๆมีเลขศูนย์สามตัวแถมเลขหนึ่งนำหน้าตัว ปลายนิ้วก้านยาวแตะสัมผัสมันแล้ว...

                ผ่านไปหยิบแบงค์สีเขียว!!!

                เกิดมาไม่เคยเหวอขนาดนี้ให้ตายเถอะ...

                ผมกล้ำกลืนก้อนโมโหลงไปแล้วจ้องหน้าเมียเด็กที่ยืนจังก้าถือกระเป๋าตังค์อีกมือก็ส่งแบงค์ยี่สิบมาให้ตั้งสองใบ วินจะไม่ทน!

                “ สี่สิบ? ค่าข้าวก็เกลี้ยงแล้วปะ น้ำจะไม่ให้กิน? ” มีประชดประชัน

                ตวัดตาขึ้นมามองแล้วยกยิ้ม “ ก๊อกน้ำมี กินไปสิ ” มันถอนหายใจแล้วส่งสายตาเนือยๆมาให้ “ ใช้เงินเปลืองชิบ ”

                บ่นเสร็จก็ได้มาอีกหนึ่งร้อย...โอ๊ยยย น้ำตาจะไหล วันนี้ได้ร้อยสี่สิบ บวกกับที่เหลือติดตัวอีกสิบเอ็ดบาทก็เป็นร้อยห้าสิบเอ็ดบาทถ้วนไม่ขาดไม่เกินครับ

                ได้กินขนมแล้วกู หึๆ...

                “ ที่ให้ไปร้อยนึงคือค่าข้าวกลางวันกู ”

                “ ห่ะ!

                “ สี่สิบน่ะ ของมึง ”

                “ ให้มันน้อยๆหน่อยอุ่น ” ผมอดไม่ได้ที่จะปรามมัน เพราะสี่สิบนี่มันน้อยไปปะ

                มันพยักหน้าหงึกหงักเหมือนคนซื่อ “ ก็น้อยๆไง สี่สิบมากไปเนอะ งั้นยี่สิบพอ ”

                อุ่นทำหน้าทำตาเล่นหูเล่นหางแล้วฉกแบงค์ยี่สิบคืนไปใบนึงจริงๆ ไม่ใช้สริงค์ ไม่ใช่แสตนอิน!

                “ กลางวันอยากกินข้าวผัดกุ้ง ”

                “ ตังค์ทอนห้ามขาด ”

                “ เม้มเงิน มีเรื่อง ”

                “ เที่ยงตรงไม่เห็นข้าว มีตาย ”

                ผมฟังมันสั่งๆแล้วก็นิ่งฟังเงียบๆแต่ในใจก็โมโหสุดจนต้องตะโกนสุดเสียง...

                “ ครับเมีย!!

                เป็นทหารต้องรับใช้ชาติ

               เป็นผัวต้องรับใช้เมีย... มันก็ถูกนี่หว่า ฮึก  



********ต่อตรงนี้จ้า********

 

ธาราขอยึดพื้นที่คืน...

               

                ตอนนี้ผมกำลังทำอะไรอยู่... กำลังอดทนอดกลั้นกับบางอย่างอยู่ครับ....

                อดทนอะไรเหรอ อดทนไม่ให้เผลอยิ้มออกไปไง ผมกำลังพยายามกลั้นยิ้มยามมองใบหน้าหล่อลากไตแต่หงอเหมือนหมาป่วยของไอ้วิน ยิ่งตอนมันหน้าซีดยามแบงค์ยี่สิบถูกดึงกลับมาใบหนึ่งและในมือมันก็เหลือแค่ร้อยยี่สิบนะ แทบจะหลุดขำ แต่ดียั้งไว้ทัน

                นิ่งไว้ ใจใหญ่การใหญ่ หน้าต้องนิ่ง แกล้งคนต้องหน้าตายสนิท

                ร้อยยี่สิบ นี่ผมถือว่าให้เยอะแล้วนะ แค่ข้าวจานละยี่สิบยี่สิบห้าจะเอาไปเป็นพันรึไง ไม่รู้จักเก็บเงินตั้งแต่ตอนนี้แล้วจะรวยเมื่อไหร่ครับ อย่าว่าผมโหด ผมมันคนจริงจังกับชีวิต

                “ ยี่สิบของเค้าจริงอ่ะ ” เสียงเล็กเสียงค่อยไม่สมกับตัวของมันทำให้ไหล่ผมสั่นเพราะต้องกลั้นยิ้มกลั้นขำ น้ำตาแทบเล็ดเวลาแก้โหดใส่มันได้ มันขำจริงๆนั่นแหละ “ ขอแบงค์ยี่สิบอีกใบคืนเถอะ ” ทำหน้าจะร้องไห้

                การแสดงล้วนๆ...

                “ อ่อ จะคืนแบงค์ยี่สิบ ไม่เอา? ” ผมแกล้งหูทวนลมแล้วท่าทางจะฉกเงินคืน มันก็รีบสะดีดสะดิ้งหลบมือผม

                “ เงินของข้า เงินของข้า อย่ามาแตะ! ” ทำตาเหลือกใส่อีกเสียงกดต่ำขู่

                เล่นกับมันสิให้ตาย... นับวันยิ่งไม่มีสติ

                “ พอได้แล้ว ”

                สุดท้ายก็เป็นผมที่ทนไม่ไหวหลุดขำออกมา คนที่อยู่บนมอไซด์ก็ยิ้มระบายอย่างพึงพอใจกับสีหน้ายิ้มๆของผม พอรู้ตัวว่าหลุดเก๊กก็อะแฮ่มแกมไอแล้วนิ่งขรึมตามเดิม

                “ เห็นแก่จะไม่เจอหน้าหลายวัน เอาไป ” ผมว่าเสียงเรียบแล้วโยนกระเป๋าตังค์มันทั้งใบคืนไป วินทำหน้าเหวอแล้วรีบตะครุบอย่างว่องไว ตาหงอยๆวาวแววระยับขึ้นแทบจะในวินาทีเดียวกัน

                มันเปิดดูเช็คเงินแล้วหันมาฉีกยิ้มให้ผม “ ไมตังค์มันเยอะขนาดนี้อ่ะเมีย เงินใครอ่ะครับ ” รีบยัดกระเป๋าเงินลงกางเกง

                แหม เงินมึงกูไม่ใช่หรอก กูก็ใช้เงินกูนี่แหละครับ

                “ เงินมึงนั่นแหละ ” ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะตั้งแต่มันฝากฝังกระเป๋าเงินกับบัตรเครดิตไว้ที่ผม การเงินของมันก็นิ่ง ใช้จ่ายน้อยลง(ผมบังคับใครจะกล้าขัด) “ รู้จักเก็บเงินบ้างก็ดี ”

                “ เก็บไว้ทำอะไรจ๊ะ ” ตาปริบๆเหมือนลูกแมว

                “ สร้างบ้าน ”

                “ สร้างทำไมอ่ะครับ ” ถามหน้าซื่อ

                ผมเหลือบมองไปทางอื่น “ ไว้อยู่กับมึงแหละ ควาย ” พึมพำแทบจะได้ยินในลำคอ จะให้พูดไปก็น่าอายนี่หว่า เพราะงั้นไม่พูดครับ

                “ เมียว่าไงนะ ”

                “ กูบอกว่าสร้างบ้านให้มึงเสร็จก็เผาแม่งให้ตายเลย ” ยักคิ้วแสยะยิ้มกลบเกลื่อน

                วินทำหน้าโอเว่อร์จับอก “ ไม่ได้นะ ผัวยังอยากมีชีวิตอยู่ยาวๆ มาโดนเผาตายก็เสียดายความหล่อแย่ พี่ต้องอยู่ถึงอายุเก้าสิบนะรู้เปล่า! ” สะบัดผมไปอีก

โทษทีนี่หน้าคณะกู ไม่มีสาวมากรี๊ดมึงครับ

                “ หล่อตายห่า ” ส่ายหน้าเอือมๆกับท่าทางมันเตรียมจะหมุนเดินเข้าตึกแต่ไม่ลืมที่จะย้ำ “ อย่าลืมข้าวกลางวันกู เข้าใจมั้ย ”

                “ เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งไป ” จะไปทำงาน เวลาเป็นงานเป็นโมเดลเป็นคัตเตอร์น่ะเฮ้ย

                วินกระโดดลงจากรถมาจับต้นแขนผมให้หันมาคุย สิ่งที่พบบนใบหน้าของมันคือความสงสัยปนสับสน

                “ ทำไมอยู่ๆนึกกินข้าวกลางวัน ” มันถามเสียงเรียบจริงจังขึ้นมาราวกับคนละคนที่โดนผมจิกโดนกัดมา “ เช้าอีก เช้าก็กิน กลางวันก็กิน ปกติไม่เคยกินตรงเวลา แล้วทำไม... ”

                “ เผอิญว่าตอนนี้มีมึงไง ” ผมยักคิ้วให้มันไปสามที “ มันเลยต้องกินสามมื้อตามปกติ ”

                “ ทำตัวว่าง่ายก็ดีแล้ว ” วินคลี่ยิ้มหล่อแววตาเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมามันทำให้ผมรู้สึกใจกระตุก


                ไม่ว่ามันบุคลิกไหน...มันก็ยังคงนั่งอยู่ในใจผมมาตลอดห้าปี


                “ มึงว่ากูง่ายเหรอ ” ผมถามด้วยเสียงกวนประสาท มันก็รีบปรับสีหน้าน้ำเสียงใหม่แทบจะในเสี้ยววินาทีเดียวกัน

                “ เปล่าจ้ะ ใครจะกล้าว่าเมียสุดที่เลิฟกันจ้ะ ”

                ฉีกยิ้มตอแหลได้อย่างแนบเนียนจนน่าหมั่นไส้ มันยกนาฬิกาขึ้นดูแล้วโชว์ให้ผมดูว่าหกโมงแล้ว ผมพยักหน้าไปทีหมุนรองเท้าแตะคีบเข้าคณะก็ได้ยินเสียงตะโกนพอหันไปก็...


                “ ตั้งใจเรียนนะอุ่น เดี๋ยวกลางวันเค้าจะเอาข้าวมาส่งนะครับ!!


                มันไม่ได้แค่พูดแต่มันตะโกนโบกไม้โบกมือให้ประชาชีซอมบี้คณะผมรับรู้...

                คนอื่นคิดยังไง อิจฉา รำคาญ สงสัย อาย...ผมไม่สน

                สำหรับผมแล้ว...ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกว่ารู้สึกยังไง รู้แค่มันอุ่นวาบไปทั่วอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และรู้สึกดีมากกว่าคำปลอบโยนไหนๆ

                เป็นเอามากนะผมเนี่ย...

                ฟีลลิ่งดีๆมันก็ต้องเผลอยิ้มเป็นธรรมดา...


                “ โอ๊ยยย อิจฉาคนมีความรักจริ๊งจริง!


                เสียงทุ้มหวานดังเข้าหูไม่สิมีอะไรบางอย่างมากระแทกหน้าเข้าอย่างจังแต่ไม่เจ็บ ปมคิ้วเผลอขมวดเข้าหากันอย่างพิจารณาวัตถุประหลาดตรงหน้า

                “ ชุดเจ๋งปะ!

                พี่ปายเจ้าเก่าเจ้าเดิมไม่มีใครเหมือนกำลังยืนเท้าเอวมือชี้ๆชุดที่กำลังใส่... เอ่อ มันคือ... เหี้ยอะไรวะเนี้ย

                “ ชุดอะไรวะพี่ ”

                “ ชุดปาร์ตี้ฉลองงานเสร็จ! ” พี่ปายว่าอย่างอารมณ์ดีแล้วหมุนตัวราวกับตัวเองคือเจ้าหญิงตัวน้อย แต่ดูจากใต้ตาของพี่แกแล้วก็ยิ่งกว่าแพนด้าทั้งสวนสัตว์มารวมกันอีก “ กูคิดธีมงานเองเลยนะ ”

                ใครช่างกล้าให้พี่คิด...

                “ ธีมอะไร ” เราเป็นรุ่นน้องรุ่นหลานก็ถามไปตามมารยาท

                “ ธีมใต้ท้องทะเล! ” คนผมสีแดงสว่างฉีกยิ้มให้กับไอเดียสุดจะแจ้งเกิดแล้วส่ายตัวดุ๊กดิ๊ก “ นี่ชุดกู!

                “ มันคือ? ”

                ยังมองไม่ออก หรือกูเข้าไม่ถึงเฮียแกว่ะ

                “ นี่แดกหญ้าเป็นอาหารเสริมเหรอ ” สายตาเหยียดหยามสุดเบะปากใส่อีกจิกตาด้วย “ ดาวทะเลไง!

                ดาวทะเล?...

                เอากับมันเนอะ... พี่ปายผมสีแดงกับชุดปลาดาวทะเลห้าแฉกสีเขียวสะท้อนแสง...ใครกล้าปล่อยพี่มันออกจากบ้านวะ ความมั่นใจท่านพกมาจากไหน!

                แต่ดูแล้วจากสายตาของนักศึกษาร่วมคณะทั้งหลายก็หันมามองแล้วก็มองผ่านไป ผมก็ควรชินได้แล้ว แต่แค่ตกใจกับคอลเลกชั่นพี่แกนิดนึง คือไม่ซ้ำกันสักวันไง รู้จักมาสองปี ไม่เหมือนกันสักวัน เป็นเด็กสถาปัตย์ที่ไม่มีจิตวิญญาณสักนิด เขาต้องไม่อาบน้ำเปลี่ยนชุดจนกว่างานจะเสร็จเว้ย!

                ส่วนผมวันนี้มาชุดนักศึกษาเพราะต้องรายงายอีกวิชา และดูแล้วน่าจะได้ใส่ชุดนี้ทั้งอาทิตย์...

                “ เออแล้วแต่พี่เถอะ ” ไหวไหล่เดินหลบเตรียมไปห้องทำงานตัวเอง

                “ เดี๋ยวดิ๊ จะรีบไปไหนยังไม่ได้ถามสารทุกข์สุกดิบกันเล้ยยย ” พี่ปายลากเสียงทะเล้นแล้วเกี่ยวแขนผมไปทางมุมอับทางเดินไม่มีคนเพราะเป็นเวลาโคตรเช้าเลยไม่มีใคร

                รุ่นพี่น่าเคารพมองซ้ายเหล่ขวานิดๆก่อนจะหันมามองหน้าผม

                “ กูเห็นคลิปแล้ว ” เสียงเข้มต่ำกว่าปกตินิดนึง

                “ อืม ” ผมก็ไม่ใช่คนขี้ฟ้องอะไรก็พยักหน้ารับไป แต่ในใจมันแปลบขึ้นมาเมื่อภาพความทรงจำฉายชัดซีกำลังฉีกทึ้งงานผมทิ้ง เผลอยกมือขึ้นแตะกระบอกซูมที่อยู่บนไหล่ด้วยความหวาดกลัว กลัวว่ามันจะหายและพังอีกรอบ...

                พี่ปายเชิดหน้าแล้วยิ้มเย็น “ กูไม่อยู่เฉยหรอกนะอุ่น คลิปที่ดินดินให้ดู มันกล้ามากที่ฉีกแบบงานของเด็กถาปัตย์ แบบงานคือชีวิตเราเลยนะเฮ้ย!

                คำพูดมันกระตุ้นให้ผมเดือดขึ้นมาอีกรอบ แต่พอนึกถึงคำพูดอีกคนแล้วก็คล้ายน้ำเย็นๆราวลงบนกองไฟ ผมรู้ตัวว่าตัวเองเปลี่ยนไปเพราะมัน และกำลังจะเป็นเหมือนเดิมเพราะมัน...

                คนคนหนึ่งนี่สามารถเปลี่ยนใครอีกคนได้ขนาดนี้เลยเหรอ...

                “ อย่าไปทำอะไรมันเลย แค่พวกผมก็เอาอยู่แล้ว ” ผมยิ้มใจเย็นแล้วนึกถึงภาพเมื่อคืน... ผมก็ไม่ได้แสนดีขนาดนั้น บัญชีแค้นมีก็ต้องชำระ แถมเพิ่มของไอ้เหี้ยลมด้วยแล้วกัน...

                ผมเล่นไม่หนักหรอก...

                “ แต่กู... ” พี่ปายกำลังจะอ้าปากแย้ง


                “ ไอ้อุ่นนนนน!!! แฮ่กๆๆ!


เสียงของบุคคลที่สามก็ดังขึ้นขัดซะดังทั่วตึกกลัวจะไม่รู้รึไงว่ากูชื่ออุ่น พอหันไปก็พบว่าเป็นไอ้ไผ่เพื่อนซี้แนบแน่นด้วยมิตรภาพกว่าสิบปีกำลังเกาะราวบันไดเพื่อพยุงตัว ใบหน้ามันทั้งซีดทั้งโทรมแถมปากยังสั่นๆเหมือนกลัวจัด....

“ เป็นอะไรมากมั้ยวะ ” รุ่นพี่แสนเป็นมิตรกับทุกสิ่งมีชีวิตรีบเข้าไปประคอง

“ ผะ ผมไม่เป็นไร ” ไผ่ละล่ำละลักพูดเพราะแต่ละคำทีหลุดปากมามันก็หอบไปสองที คงฟังรู้เรื่องแหละ

ผมรู้สึกตาขวากระตุกยิกขึ้นมาดื้อๆ...

“ มองหน้ากูทำไมวะ ” ผมถามเพื่อนตัวเล็กที่แทบจะล้มไปกองกับพื้น

“ กู หะ หามึงทั้งตึก ไอ้เหี้ย ” เรื่องสำคัญแค่ไหน ด่าก็ต้องมาก่อนเสมอนะรู้ยัง “ โทรไปก็ไม่รับ ไอ้ สะ สัด ”

“ มีอะไรด่วนรึไง ” ผมถามเริ่มกระตือรือร้นขึ้นมาบ้างเพราะกลัวจะเป็นเรื่องงาน

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ มึงตั้งใจฟังดีๆนะ ”

“ เออ ” ตาขวากูก็กระตุกจัง


                “ ไอ้เทียน... ถูกทำร้าย อาการสาหัส  ”


                !!


ไผ่ว่าปากสั่น... “ กะ กูเพิ่งรู้เมื่อสิบนาทีก่อน มะ มันโดนทำร้ายหน้าหอ กูโทรหามึง โทรหาไอ้คิม กู ฮึก ”

เหมือนความอดทนอดกลั้นมันพังทลายลงยามผมเข้าไปกอดร่างเล็กกว่าของเพื่อน มันไม่รู้ตัวสักนิดว่ากำลังร้องไห้หนักแค่ไหน...

                “ ไอ้อุ่น ฮึก ”

                “ ว่าไง ” ผมพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อบังคับให้ตัวเองเข้มแข็งไม่ปล่อยให้น้ำตาไหลแสดงความอ่อนแอในเวลานี้ ผมไม่ควรอ่อนแอสักนิด

                “ กูกลัว กูกลัวมันจะมาทำร้ายกูว่ะอุ่น ”

                “ ... ” ผมตบหลังมันเบาๆแล้วมองไปทางพี่ปายที่ยืนทำหน้าไม่ถูกเพราะไม่เข้าใจเรื่องเท่าไหร่ “ มึงใจเย็นไผ่ ”

                “ กูกลัว กะ กูควรทำยังไงดี ฮึก ”

                ผมกอดเพื่อนตัวเล็กแน่นด้วยความรู้สึกที่หวาดหวั่นเกรงกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อ้อมกอดคลายลงแล้วมองสบนัยน์ตาหวานกำลังฉายแววความตกใจตื่นตะลึงและเจ็บปวดออกมา...

                “ จะเอายังไงอุ่น ” เสียงไกลๆดังเข้ามาในหูแต่มันไกลเกินไป

                “ ... ”

                “ อุ่น ” เสียงพร้อมแรงบีบตรงหัวไหล่เรียกสติผมให้กลับมา กะพริบตาถี่ๆแล้วฝืนกลืนน้ำลายหนืดๆลงคอแล้วพูดออกไป...

                “ ไปโรงบาลกันเถอะ ”


                ตอนนี้ผมไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น

                ผมรู้แค่ว่าผมต้องไปหาเพื่อน ผมต้องไปหาเปลวเทียน




*****ต่อตรงนี้จ้าา****



 

                กว่าจะปลอบไอ้ไผ่ให้หยุดร้องไห้ได้ก็เกือบสิบนาที หยุดร้องแล้วหัวเราะแทนจนจะสำลักอากาศตายเพราะพี่ปายแกก็แสนดีเต้นระบำท่าประหลาดให้น้องลืมเศร้า ผมสั่นหัวอย่างเหนื่อยอ่อนระหว่างที่ให้พี่ปายช่วยปลอบเพื่อนตัวเล็ก ผมก้ต่อสายหาไอ้คิมทันทีต่อสายได้ก็บอกให้ไปโรงพยาบาลเลยเดี๋ยวตามไป

                “ แล้วจะไปยังไง ” พี่ปายถามเมื่อเห็นว่าผมตัดสายโทรศัพท์แล้ว “ กูลืมเอารถมา นี่ขึ้นบีทีเอสมา ”

                บีทีเอสให้พี่ขึ้นด้วยเหรอครับ...

                ไผ่เสนอ “ โบกแท็กซี่หน้ามอ จบ ” สูดน้ำมูกสูดน้ำตากลับแล้วใช้หลังมือเช็ดๆถูๆหน้าตัวเองจนแดงเถือก

                ผมพยักหน้ารับแล้วหันไปหาพี่ปาย “ พี่ไม่ต้องไปนะ ” กูกลัวว่าไปโรงพยาบาลแล้วพี่จะโดนกักตัวครับ

                แต่พี่เขาก็...

                “ ได้ไง! เพื่อนมึง ก็คือเพื่อนกู น้องกู! ” รุ่นพี่แสนประสาทเสียว่าอย่างหนักแน่น แต่พี่ครับ พี่ยังไม่เคยเจอไอ้เทียนเลยครับ...

                “ จะไปก็รีบไป เดี๋ยวไม่ทันดูใจไอ้เทียน ” ไผ่ว่าแล้วผลักหลังผมกับพี่ปายให้เดินลงตึก

                มือไปไวกว่าสมองนิดนึงโบกหัวเพื่อนปากหมาไปทีก่อนจะกอดคอมันเดินนำพี่ปายที่เดินส่ายตัวดุ๊กดิ๊กฉีกยิ้มสวัสดีคนนั้นทีคนนี้ทีมีการถามว่าชุดสวยมั้ยอีก ให้ตายสิ เฮ้อ เครียดจนอยากเอาโมเดลทุ่มหัวตายจริงๆ

                พวกผมสามคนเดินผ่าวงสายตาทุกเสียงนินทามาอย่างกล้าแกร่งดุจหิน เริ่มเช้าก็มีนักศึกษาทยอยเข้ามาตามจุดต่างๆของมหาลัย บางคนเดินผ่านผมไปก็มองหน้าอย่างหวาดๆ พอสบตาเข้าก็รีบหลบตาราวกับผมเป็นโจรข้ามแดน หน้าผมออกจะดีขนาดนี้ยังจะกลัวอีก

                “ ป่าเถื่อน ”

                พวกใจกล้าหน่อยก็ด่าลอยๆขณะเดินสวนกัน แม่คุณครับไม่รู้จักกันแล้วมาด่ากันแบบนี้ ต่อยมั้ย กล้าท้าผู้หญิงต่อยนะ ถ้าจะปากดีขนาดนี้

                “ อย่าไปฟัง ” เสียงเย็นกัดฟันกรอดบ่งบอกอารมณ์ที่ไม่ดีสักเท่าไหร่ของคนพูดแถมมาจากคนอารมณ์ดีที่ดีจนใกล้เคียงกับคนบ้าแล้วมันยิ่งน่ากลัว

                ไอ้ไผ่ปิดปากเงียบเพราะไม่เคยเจอโหมดพี่ปายคนจริงจัง ส่วนคนก็เริ่มชะงักหลบทางหลีกหนียิ่งกว่าเดิมเพราะสีหน้าไม่สบอารมณ์ของรุ่นพี่ผม

                มันเป็นที่รู้จักทั่วมหาลัยอยู่แล้วชื่อเสียงเรียงนามเรื่องแฟชั่นจัดอารมณ์ดีจัด แต่วันนี้กลับหน้าบึ้งหน้าเหี้ยมแล้วยิ่งมาเดินกับผม คนที่กำลังเป็นประเด็นร้อนมีเรื่องชกต่อยคนผู้เป็นขวัญใจคนของมหาลัย

                ไอ้ซีมีดีอะไร เออ มันน่ารัก มันดูน่าทะนุถนอมไง ผิดกับผมลิบลับเลยไง ขนาดตัวก็คนละเรื่องแล้ว มีเรื่องก็โดนบอยคอตจากทุกสารทิศ

                “ ยังจะกล้ามีหน้ามาเดินอีก ” ผู้หญิงท่าทางจัดจ้านเดินสวนกับผมทำทีเหมือนคุยกับเพื่อนอีกคน

                รับมาต่อ “ หน้าด้าน ”

                คือเงินค่าเทอมก็จ่ายแล้วก็เงินบ้านกู กูเดินไม่ได้?

                ตอนนี้พาลครับ อารมณ์ไม่คงที่อยู่ในโหมดพร้อมรบสติแตก

                ผมเลือกที่จะเดินต่อพยายามคว้าคอเสื้อไอ้ไผ่ไม่ให้กระโจนไปต่อยกับพวกผู้ชายต่างคณะที่ซุบซิบนินทาไม่ต่างกับผู้หญิง ยิ่งบางคนเป็นแฟนคลับไอ้ซีขั้นหนักโคม่าสุดๆก็ตะโกนด่าบนชั้นสามของตึกก็มี

                จนมาถึงคณะวิศวะก็เจอคนกลุ่มใหญ่กำลังนั่งคุยเฮฮาอยู่ดีๆแล้วก็เงียบลงเมื่อมีคนหนึ่งสะกิดแล้วชี้ๆมาที่ผม ก่อนสารพัดเสียงจะมา

                “ นั่นมันธารานี่หว่า ที่ต่อยเด็กอักษรปะ! ” ท่าทางคนพูดก็ดูจะหาเรื่องแปลกขนาดเดินยังไม่ถึงโต๊ะมันแต่ตะโกนซะดังกะให้เข้าหูกูเลยใช่มั้ย

                ลูกคู่ต้องมา แสร้งตีหน้าตกใจ “ เฮ้ย จริงเหรอวะ! ” ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะ “ ในมอเลยเหรอวะ กล้าไปมั้ง จัดเหรอวะ ”

                อีกคนที่นั่งถือโทรศัพท์ก็ยื่นๆโชว์ๆให้เพื่อนในกลุ่ม “ มึงดูคลิปดิ ว่อนเต็มกลุ่ม แถมดูในคลิปแม่งทำไปได้เด็กอักษรตัวนิดเดียว น่าสงสารมาก ”

                มึงเป็นพี่เป็นแม่เป็นพ่อมันเหรอ แล้วเมื่อไหร่ผมจะเดินไปไกลๆจากเสียงพวกนี้วะ

                พี่ปายยิ่งเงียบหนักมีพึมพำเป็นบทสวดให้เดาคือกำลังสวดมนต์ให้ตัวเองใจเย็นอยู่ คนดีอะไรปานนี้สายรหัสกู

                “ เออ น่าสงสารว่ะ ถ้ากูอยู่ตรงนั้นน่ะมึง ” อีกคนตบตักเสียงดังแล้วหันมามองหน้าผม “ กูกระชากมาต่อยแล้ว โคตรหมา ไปต่อยกับคนไม่มีทางสู้ ”

                จี๊ดเลย...

                พวกผมสามคนหยุดเดินแล้วหันไปมองไอ้คนพูดเป็นตาเดียว...

                “ มองหน้าทำไม อยากมีเรื่องอีกเหรอ ” มันยักคิ้วให้ผมแล้วดุ้นกระพุงแก้มอย่างกวนหาเรียกตีน “ จัดเหรอ ตัวๆมั้ย ต่อยกับคนตัวเท่ากัน กล้ามั้ยวะ หรือกล้ากับคนตัวเล็ก ”

                น้ำเสียงเยาะเย้ยดูถูกแถมมีเสียงหัวเราะเสียงตบมุกเสียงด่าของเพื่อนมันอีกทั้งฝูง

                ผมยืนนิ่งเมื่อเห็นใครบางคน...ก่อนจะหน้าผมจะค่อยๆยิ้มออกมานิดๆ

                “ ยิ้มหาพ่อมึงเหรอครับ หรืออยากมีเรื่อง? ไหนๆมาถึงที่ขอต่อยสักทีดิ หมั่นไส้มานานแล้ว ” ผู้ชายตัวสูงลุกขึ้นจะตรงมาหาผมแต่มีคนมาจับไหล่ไว้ซะก่อน


                หมับ...


                “ เมื่อกี้มึงว่ายังไงนะ... ได้ยินไม่ชัดวะ ” เสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยเพลิงโทสะ “ ยิ้มหาพ่อ อืม ตอนนี้พ่อน่าจะนั่งทำงานอยู่ แล้วก็...จะต่อยน้องกู ”

                เสียงย้อนตอกราวกับมีดแทง เด็กท่าทางนักเลงเบ้งใส่ตอนแรกหน้าซีดเป็นไก่ต้มเพราะเสียงนี้ใครๆก็คงรู้จัก แล้วยิ่งเป็นเด็กวิศวะแล้วยิ่งต้องรู้จักฌฮดว๊ากมหาเหี้ย เอ๊ย โหดเหี้ยมอย่างไอ้ลม

                “ พะ พี่ลม ” เสียงข้างหลังจากเดอะแก๊งเพื่อนมันก็ซีดไม่ต่างกัน “ เวรแล้วไงเหี้ย ”

                “ ปีหนึ่ง ท่าทางพวกคุณจะจัดกันทุกคนนะ ” ลมว่ายิ้มๆแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพเกี่ยวคอไอ้ตัวหัวโจ๊กเข้าหาตัวเอง “ ดูเหมือนจะต้องอบรมกันอีกเยอะ ”

                “ คะ คือรุ่นพี่ครับ คือผม ไม่รู้ ว่าเขา เป็นน้องพี่... ” คนโดนรัดคอละล่ำละลักพูดท่าทางกร่างๆหายเกลี้ยงจนน่าขำ พี่ปายที่อยู่ข้างๆก็ยิ้มหัวเราะคิกคักอย่างสะใจ

                ลมส่ายหน้า “ เปล่าครับน้อง ถึงไม่ใช่น้องพี่ เป็นคนอื่น คุณก็มีความผิดที่หาเรื่องเขา คุณอยากให้คนเขามองว่าวิศวะมันกุ๊ยมันเถื่อนหาเรื่องเขากันนักเหรอครับ ”

                พูดดีนะ... แต่ยังไงมึงก็เถื่อนอยู่ดี

                “ ขอ ขอโทษครับ ”

                “ ปีสามมันดูแลน้องยังไง ปล่อยมากไปแล้ว ซ่อมดีมั้ย ” ลมถามเหมือนถามหาขนมกินเล่นไม่ปานแต่สำหรับเด็กวิศวะแล้วแทบจะลมจับ “ ซ่อมทั้งรุ่นเลย รับผิดชอบร่วมกัน ” หันไปส่งยิ้มให้เดอะแก๊งตัวประกอบข้างหลัง

                “ บ่ายสาม ตามปีหนึ่งให้ครบ ผมจะลงไปดูเอง เข้าใจมั้ยครับ ”

                “ เข้าใจ...ครับ ”

                “ ดังๆ ”

                “ เข้าใจครับ!!

                ลมพยักหน้าขรึมๆแล้วตบไหล่น้องผู้ดวงตกเบาๆ “ จะไปไหนก็ไป แล้วถ้าคุณคิดหนี คุณจะโดนหนักกว่าเดิม ”

                “ พี่ขู่ผมเหรอครับ ” กลัวแต่ก็ยังปากกล้า

                “ ผมไม่ได้แค่ขู่ ”

                “ ... ”

                “ ผมทำจริง ” ก่อนมันจะกระซิบข้างหูให้เด็กมันแข้งขาอ่อนเล่น “ นอกมหาลัย...มึงเตรียมตายได้เลย ”

                ผมก็ไม่รู้ว่าไอ้ลมมันกระซิบอะไรแต่รู้แค่ว่าสีหน้าน้องเขาแทบจะกลั้นใจตายแล้วลมก็ควักมือเรียกพรรคพวกมันให้ลากออกไปเพราะดูแล้วเพื่อนจะแขนขาอ่อนแรงกะทันหัน

                พอพ้นสายตารุ่นน้องมันก็เดินมาหาผม...

                “ อุ่นจ้า พวกมันว่าอะไรอุ่นมั้ย อุ่นโดนทำร้ายมั้ย ” จับตัวผมพลิกไปมาเหมือนกล้วยปิ้งหมูปิ้ง “ ไอ้พวกเวร เดี๋ยวมึงเจอกู ให้รู้บ้างว่าน้องข้า ใครอย่าแตะ!

                ขอคนสุภาพเก๊กขรึมเมื่อกี้คืนได้มั้ย...

                “ แล้วนี่จะไปไหนกัน หน้าเครียดเชียว ” ลมทำหน้างงๆ หันไปหาไอ้ไผ่

สองคนนี้ค่อนข้างสนิทกันดีเพราะพี่ผมมันให้ไอ้ไผ่เป็นสปายขอบอกว่าผมทำอะไรเรียนอะไรใครรังแก ผมก็หลับหูหลับตาข้างหนึ่งแหละ เพราะที่ลมมันทำก็เพราะห่วงผมล้วนๆ แล้วอย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่ามันมีสายเพื่อนไอ้ดินไอ้ไฟอีก ปากมันกัดไอ้สองตัวนี่เละแต่มันก็รักพวกมันไม่ยอมให้ใครแตะจริงๆ

                สมัยตอนไอ้ดินโดนยกพวกตี ไอ้ลมก็ไปตีเข้าซะเกือบเข้าตะราง แต่ดีที่ฝ่ายนู้นผิดเต็มประตูและไม่อยากเสียชื่อเสียงก็ปล่อยให้เรื่องเงียบๆไปเอง

                “ ไอ้เทียนถูกทำร้าย ”

                “ ห่ะ! ” สีหน้าตกใจมากถึงมากที่สุด “ เมื่อวานก็ยังเห็นดีๆอยู่ไม่ใช่เหรอวะ ใครทำน้องกู!

                “ ไม่รู้ ” ผมว่าไปตามความจริงเพราะไม่รู้จริงๆว่าใครทำ “ กำลังจะไปโรงพยาบาล ”

                “ เดี๋ยวเฮียตามไปเย็นๆค่ำๆ วันนี้มีสอบ ” ลมทำหน้าฮึดฮัดแล้วสบถ “ มีรับน้องเวรๆอีก ไปเยี่ยมมันช้าหน่อยแล้วกัน ฝากบอกมันด้วยนะอุ่น อย่าเพิ่งรีบตาย ”

                “ อืม ”

                รับปากไปแต่ใช่ว่าจะพูด ลมจะพูดต่อแต่มีเสียงเพื่อนตะโกนมาให้เข้าห้องเพราะอาจารย์มาแล้ว อะไรจะมาเช้าขนาดนี้ ลมหัวเสียนิดๆบอกลาผมแทบจะร้องไห้คือจากกันแปปเดียวพี่เดี๋ยวก็เจอแล้ว

                พวกผมเดินกันมาถึงหน้ามอตรงป้ายรถเมล์ที่โล่งไร้ผู้คนแปลกๆ...

                ยืนชะโงกมองหาแท็กซี่อยู่พักใหญ่ๆก็ยังไม่เห็น จะโบกวินมอไซด์ก็เกรงใจระยะทางกับสภาพอากาศ รอจนมีคนกลุ่มใหญ่เดินเข้ามา...ทำไมมันมองมาที่ผมแปลกๆวะ...

                “ มึง... ธาราใช่มั้ย ” ชายมีอายุนิดๆแต่น่าจะไม่แก่กว่าผมเกินสามปีหรอก น่าจะรุ่นๆไอ้ลม แต่หน้าอย่างโหดรอยแผลที่คิ้วแผลเป็นบนหน้าบอกให้รู้ว่าเฮียแกก็ใช่ย่อย

                “ ไม่ใช่ ” ผมตอบไป เริ่มรู้สึกไม่ดีแล้วไง พี่ปายมองตาปริบแล้วหันไปมองไอ้ไผ่ที่กัดปากยืนตัวเกร็งไปแล้ว

                “ คิดว่ากูโง่ ” เฮียเเกพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าผมอย่างหยาบคาย


                ท่าจะไม่ดีเเล้วสิ...


                “ พี่ปาย ”

                ผมกดเสียงต่ำส่งซิกให้รุ่นพี่ใส่ชุดประหลาดที่ตอนนี้สะบัดชุดประหลาดเหลือเกินบรรยายทิ้งไปแล้วอยู่ในสภาพกางเกงยีนส์สามส่วนกับเสื้อกล้ามสีเข้ม... เตรียมพร้อมมาก ให้ตายสิ...

“ มึงคือธารา ” คนแปลกหน้าว่าแบบนั้นแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปดู “ หน้าแบบนี้ใช่แน่ๆ รับเงินมาแล้วด้วย ดูแล้วก็คือมึง ยังไงก็ไม่ผิดตัว ”

“ ไม่ผิดตัวอะไรวะพี่ ” ผมถามอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็พอจะเริ่มรู้บ้างนิดๆ

พี่แกแสยะยิ้มแล้วทิ้งบุหรี่ลงพื้นก่อนจะใช้เท้าขยี้มัน “ ผิดตัวอะไรน่ะเหรอ ”


ผัวะ!!!


“ ต่อยไม่ผิดตัวไงไอ้น้อง!!

 

 


*******ต่อตรงนี้********



 


เพราะมัวแต่ห่วงเพื่อนตัวเล็กผมเลยไม่ทันได้ตั้งสติหรือตั้งตัว ดังนั้นพอโดนแรงอัดเข้าเต็มโหนกแก้มซ้ายถึงกับล้มตึงเลย เสียงร้องตกใจของไอ้ไผ่ไม่ได้เข้าหูผมสักเท่าไหร่แต่ที่ชัดมากคือ...เลือกเต็มปากกูเลย ไอ้ห่าเอ๊ย!


เฮียคิ้วมีรอยแผลเป็นที่ต่อยผมทำท่าจะมากระทืบซ้ำแต่ก็โดนคนถีบเข้าท้องอย่างจัง


“ น้องของผัวกู ใครก็ห้ามแตะ!! ” ใบหน้าน่ารักฉายแววเหี้ยมเกรียมแล้วหันมาหาผม “ จะนั่งอีกนานมั้ย รู้มาว่าเมื่อก่อนจัด ออกแรงซะบ้างสิ ”


น้ำเสียงเชิญชวนทำให้ผมหัวเราะหึในลำคอ ความสัมพันธ์ของไอ้ดินกับพี่ปายก้าวกระโดดไวดีจริงๆ ถึงกับเล่าเหลาเรื่องเก่าๆให้ฟัง สองขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงถุยน้ำลายปนเลือดลงพื้นอย่างนักเลงอันธพาลเก่า... รอยยิ้มเปื้อนบนหน้าด้วยความหรรษาแต่แววตาสวนทางกันสิ้นเชิงมันเต็มไปด้วยกองไฟขนาดใหญ่และมันก็กำลังจะลามทั่วทุ่ง...


“ ถ้าไม่บอกว่าใครจ้างมา คงต้องเลาะฟันกันสักหน่อย ”


“ คิดว่าชนะได้ก็ลอง ไอ้หนู!!


“ แล้วอย่ามาอ้อนวอนทีหลังแล้วกันครับลุง ”


ผัวะ!!



 -----------------



กรกวินต์ได้รับพื้นที่อย่างมึนงง


 


                หูฟังมือจดตามองหน้าอาจารย์ผู้มากความสามารถกำลังบรรยายเทคนิคขั้นตอนการทำหนังภาพยนตร์ สลับกับมองนาฬิกาข้อมือเป็นระยะๆ ผมเลิกคลาสสิบเอ็ดโมงตรงมีเวลาหนึ่งชั่วโมงไปซื้อข้าวให้อุ่น


                แล้วคิดว่าทั้งมหาลัยมึงต้องการแดกข้าวคนเดียวรึไง ต้องไปต่อคิว ถ้าไม่ได้คิวแรก ไม่เหลือแน่ๆ


                ข้าวอาจจะเหลือ แต่ชีวิตผมน่ะไม่เหลือ!!


                อย่าหาว่ากลัวเมีย เขาเรียกรักใคร่จะดูแลเอาใจใส่


                สำหรับผมแล้วถึงไอ้ธาราหรือไอ้น้ำอุ่นมันจะเผด็จการบ้าอำนาจเอาแต่ใจมากแค่ไหน ผมก็ยังคงยิ้มรับยอมทำตามนะ เพราะคิดดูสิชอบเขามาแปดปีมองไกลๆมาตั้งนานแล้วตอนนี้ได้รับโอกาสงามๆจากมัน เรียกว่าดีที่สุดในชีวิตเลยเถอะ ผมหลงมัน ยอมรับเลยจริงๆ


                คิดถึงมันแล้วก็เผลอยิ้มเคลิ้มออกมาจนเพื่อนข้างๆต้องสะกิด...


                “ เชี่ยวิน มึงหยุดทำหน้าฟินแปป หน้าแดงเถือกทั้งห้องแล้วสัด! ” เสียงพรายกระซิบจากไอ้ฟรานทำให้ผมลืมตาดูโลกความจริงที่ตอนนี้มีสายตาของเหล่าสาวน้อยเพื่อนร่วมคณะเหลือบๆมองผมแล้วหน้าแดงเถือกเป็นมะเขือเทศอย่างที่ไอ้ฟรานพูดจริงๆ


                ผมว่าผมก็ไม่ได้ทำหน้าสิบแปดบวกอะไรนะ แต่ความคิดสิบแปดบวกกับอีกคน อันนี้ไม่ปฏิเสธ


                คิดจะปล้ำมันทำเมียเลยจริงๆก็กลัวจะโดนซ้อมตายหลังจากเสร็จกิจกรรม เพราะงั้นคิดทบทวนแล้วถ้ายังอยากมีชีวิตต่อไปก็อดทน... แปดปีผมก็ทนมาแล้วจะทนอีกสักนิดจะเป็นอะไรไป


                “ แล้วทำไมมึงต้องหน้าแดงกับเขาด้วยวะ ” ผมหันไปสบตาเพื่อนอย่างเค้นคำตอบ หลายวันที่ไอ้เหี้ยตรงหน้าผมหายตัวไปไม่กลับห้อง... “ มึงเสร็จไอ้แฝดแล้วใช่มั้ย ”


                “ บ้า!!


                ด้วยความลืมตัวมันเผลอตะโกนออกมาอย่างดังแล้วนักศึกษาเป็นครึ่งร้อยก็หันควับมาจ้องเขม็ง แล้วยังท่านอาจารย์หน้าห้องอีก เธอหันมาส่งยิ้มแล้วพูดผ่านไมค์...


                “ เชิญนักศึกษาสองคนตรงนั้นไปบ้ากันข้างนอกนะคะ ”


                ผมเหวอไปนิดกับคำไล่แสนสุภาพก่อนจะประนมมือไหว้ขอโทษและค่อยเก็บข้าวของเดินออกจากห้อง โดยมีไอ้ฟรานเดินคอตกตามต้อยๆอย่างรู้สึกผิด ก่อนออกมาผมสะกิดให้เพื่อนผู้หญิงคงแก่เรียนจดโน้ตงานและเลคเชอร์ไว้ให้แล้ว เป็นไง ฉลาดมั้ย


                แน่นอนว่าผมทั้งหล่อและฉลาด


                “ ไอ้วิน ไอ้วินน!


                ผมเดินออกจากห้องมาก็เดินไวเหมือนควายไล่ขวิดลงจากตึกโดยมีไอ้เพื่อนสารเลวขาสั้นวิ่งตามมา มันคว้าแขนผมแล้วถามรัวๆ


                “ มึงโกรธกูเหรอวะ ”


                “ เปล่า ” ผมตอบแล้วบิดแขนออกจากมือมัน มันก็ยิ่งตกใจ เป็นอะไรวะ


                “ มึงต้องโกรธกูแน่ๆ ไม่งั้นไม่เดินหนีกูหรอก ” มันว่าแล้วบีบแขนผมแน่น หน้ามันซีดลงเรื่อยๆ “ กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจให้มึงโดนไล่... ”


                “ พอ ” ผมเบรกบทโศกสำนึกผิดของเพื่อนก่อนจะดีดหน้าผากมันไปที “ คิดเหี้ยอะไรอยู่ห่ะ กูไม่ได้โกรธมึง ”


                “ เจ็บนะเว้ย! ” มันลูบหน้าผากป้อยๆ “ ก็มึงเล่นเดินหนีกูขนาดนี้ กูก็คิดว่ามึงโกรธดิว่ะ กูสิต้องโกรธ ถามคำถามเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ ”


                ฟรานว่าหน้าดำหน้าแดงสะบัดมือผมทิ้งแล้วยกขึ้นไปกอดอก “ กูกับพี่เขาแค่พี่น้องเว้ย ”


                “ เขาคิดจะหลอกแดกมึง ยังไม่รู้ตัวรึไง ” ผมพูดตรงๆด้วยความห่วงใยและสงสารความโง่มองโลกแสนดีเกินไปทั้งที่โลกมันโหดร้ายกว่านั้นเยอะ


                ฟรานส่ายหน้า “ ไม่หรอก พี่เขาไม่มาเล่นกับเด็กแบบกูหรอก พวกเขาต้องสาวๆอกตู้มๆเว้ย ” มันยังคงเถียงสีหน้ายิ้มแย้มแต่แววตากลับสั่นๆ


                “ ฟราน กูเตือนมึงด้วยความห่วงใยเลยนะ ” ผมทำหน้าจริงจังถอนพ่นลมหายใจออกมาอย่างเครียดเคร่ง


                มันยังคงความซื่อ “ เตือนอะไร ”


                “ ถ้าไม่อยากเสียใจ มึงก็ถอยออกมา มึงดีเกินไปสำหรับพวกนั้น ถอยออกมาเถอะ ถือว่ากูขอ ”


                จบประโยคสะเทือนเตือนใจแล้วผมก็ปล่อยให้มันยืนเคว้งคิดวนเวียนอยู่แบบนั้นส่วนตัวผมนั้นก็เหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง


                อุ๊ยตายวายกรี๊ด! สิบเอ็ดโมงสิบหกนาที!


                ตาย! ตาย!


                จากที่เดินเร็วอยู่แล้วคราวนี้ถึงกับวิ่งสี่คูณร้อยเลยทีเดียวไม่ต้องรักษามันแล้วภาพลักษณ์ รักษาชีวิตก่อนเถอะ ขนาดที่อีกนิดเดียวก็จะก้าวเท้าสู่โรงอาหารเสียงจากที่ไหนไม่คุ้นชินหูก็ดังมา


                “ พี่วินค่ะ!


                สาวที่ไหนเรียกคะ เสียงหว๊านหวานชวนให้หลงจริงๆ


                เท้าหยุดอัตโนมัติแล้วหันไปทางต้นเสียงก็พบผู้หญิงหน้าตาสะสวยเข้าขั้นโคตรจะสวยเลยยืนทำหน้าเศร้าโศกเหมือนอกหัก แหมๆ ถ้าพี่โสดนะ พี่จะไปดามอกให้ แต่ตอนนี้สถานะพี่คือมีเมียแล้ว เป็นอันว่าเรื่องของเราไม่มีทางไปต่อนะคะคนสวย


                “ มีอะไรเหรอครับ ” เขามาสุภาพชนเราก็ต้องสุภาพไป


                “ วินดี้ไงค่ะ เพื่อนของซีไงค่ะ ” เธอพยายามบอกผมแล้วผมก็ต้องร้องอ้อเมื่อนึกได้แล้วว่าเธอคือเพื่อนสนิทซีอีกด้วย


                ผมตีหน้าเข้มทันที “ แล้วไงครับ พี่ขอตัวนะครับ ” เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้ผมขยาดและไม่อยากจะเสวนากับคนของเขา ผมเดินหนีแต่มือเธอช่างไวเหลือเกิน อย่ารั้งสิ เดี๋ยวเมียพี่เห็น! หูตามันยิ่งกว่าสับปะรดนะ!


                “ เดี๋ยวก่อนค่ะพี่วิน คุยกับดี้ก่อน ” เสียงอ่อนเสียงอ้อนไม่ได้ผลนะหนู


                ผมพยายามแกะมือเจ้าหล่อน มีคนสวยมาเกาะก็ดีอยู่หรอกแต่ไอ้กลางโรงอาหารที่มีนักศึกษาเต็มเอ๊ยดคืออะไร ยังอยากมีวันพรุ่งนี้นะเฮ้ย “ แต่พี่ไม่มีอะไรจะคุยครับ ”


                ผมพยายามพูดเบาๆอย่างสุภาพแต่เธอกลับตื๊อหนักกว่าเดิม


                “ คุยแปปเดียวค่ะพี่วิน ดี้ขอเวลานิดเดียว ” เธอทำหน้าจะร้องไห้จนในที่สุดผมก็เผลอใจอ่อน คนสวยบวกกับน้ำตาแล้วมันแพ้ “ เรื่องของซีค่ะ ”


                “ พี่ไม่อยากฟัง ” ผมสวนทันที พอกันทีกับเด็กคนนี้ ร้ายเกินจะรับมือจริงๆ


                เธอตาโตเล็กน้อยแล้วทำหน้าซึมพูดสะอื้นฮัก “ พี่อย่าโกรธซีเลยนะคะ ซีเขาทำเพราะรักพี่ พี่อย่าโกรธซีเลย ถือว่าดี้ขอร้องนะคะ ”


                ขอร้องแล้วจะร้องกี่เพลงจ๊ะ ป๋าจะได้เตรียมพวงมาลัยเงินถูก


                ถุย!


                ใช่เวลามั้ย เดี๋ยวโบกเลย (ตบตัวเองอ่ะเคยเห็นมั้ย)


                “ ถ้ามีเรื่องแค่นี้ พี่ขอตัวนะ ” แอบเห็นร้านข้าวตามสั่งมีคนต่อแถวประมาณล้านแปดก็ชักจะร้อนๆหนาวๆขึ้นมา


                มือเธอทำจากอะไรช่างเหนียวแน่น “ พี่วินค่ะ แต่ตอนนี้ซีกำลังแย่นะคะ ซีโดนรถเฉี่ยว!


                ผมสะดุ้งตกใจแล้วสบตาเธอประมาณว่าจริงเหรอ ถึงจะมีเรื่องโกรธเคืองกันแต่ถ้าอีกฝ่ายสภาพปางตาย ผมก็ไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะ พอเห็นผมเงียบเธอก็เริ่มพูดสาธยาย


                “ ซีเสียใจเรื่องพี่มากๆ คิดจะฆ่าตัวตายแต่ดี้วิ่งเข้าไปช่วยทัน เลยโดนแค่รถเฉี่ยว ” ทำเสียงสะอื้นไม่พอ น้ำตายังมาอีก บอกมาสิว่าเรียนการแสดงที่ไหนมาจะไปเรียนบ้าง สมจริงจนผมแทบจะเชื่อ “ ตอนนี้ซีนอนพักอยู่บ้าน พี่วินไปเยี่ยมหน่อยนะคะ ดี้ขอร้อง ”


                “ พี่ขอโทษ พี่ไปไม่ได้จริงๆ ” ให้ช้างสิบเชือกมาฉุด ผมก็ไม่ไปครับ


                “ แต่ซีเจ็บหนักมากเลยนะคะ! พี่ไปเยี่ยมสักนิดก็ยังดีค่ะ ” เธอขึ้นเสียงอย่างลืมด้วยแล้วปล่อยโฮ เดี๋ยวๆ เฮ้ย คนเริ่มมองจิกแล้วไง เปล่าครับ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยยยย “ ไปตอนนี้ได้มั้ยคะ ดี้กลัวซีจะคิดสั้นอีก ”


                “ พี่ไปไม่ได้ ” ผมย้ำ “ ตอนนี้พี่ต้องไปซื้อข้าวกลางวันให้อุ่น พี่ต้องไปแล้ว ” ชะโงกมองคนที่เริ่มบางตาแล้ว ณ ร้านข้าวตามสั่ง


                แวบหนึ่งในดวงตาใสคลอน้ำตาฉายแววโมโหแต่ก็ลบหายไป เอ๊ะ หรือผมตาฝาด “ พี่เห็นข้าวดีกว่าเพื่อนดี้งั้นเหรอคะ ”


                ไยพูดแบบนี้มันทำให้พี่ดูใจร้ายมากนะ!


                “ ตอนนี้ข้าวก็สำคัญกับชีวิตพี่มากเหมือนกัน ไม่ซื้อไม่ได้ ” ผมว่าเสียงอ่อนตัดสินใจบิดข้อมือเล็กขาวนุ่มเบาๆ(แต่ก็แรงอยู่)แกะออกจากแขนผม “ ถ้าไม่มีข้าว พี่ตายแน่ พี่ยังอยากมีชีวิตรอดครับน้อง ”


                “ พี่วิน แต่ซีกำลังแย่มากๆเลยนะคะ ” วินดี้ว่าทั้งน้ำตาและยังคงขวางผม “ เพราะพี่นะคะ!


                “ หลบไปครับ ” ผมพยายามพูดเสียงนุ่มที่สุด “ พี่บอกว่าพี่ไม่ว่าง ฝากบอกรักษาตัวดีๆด้วยแล้วกัน ”


                “ พี่วิน! พี่วิน! เดี๋ยวสิค่ะ!


                ร่างสูงเบี่ยงหลบมือกาวของวินดี้ได้ก็รีบวิ่งไปต่อแถวซื้อข้าว โดยไม่สนใจสายตาเดือดดาลด้วยเพลิงอารมณ์โกรธแค้นของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย


                 เธอปาดน้ำตาออกจากหน้าลวกๆแล้วเดินหลบไปทางห้องน้ำใกล้ๆที่ปลอดผู้คน มือเล็กเปิดกระเป๋าแบรนด์สะพายไหล่ออกหยิบแป้งมาเติมหน้าแล้วเขียนตาวาดตาใหม่เหมือนไม่เคยผ่านการร้องไห้หนักๆมา


                จนกระทั่งเสียงตลับแป้งปิดลงน้ำเสียงหวานก็เอ่ยขึ้นเบาๆแล้วจ้องเงาตัวเองในกระจกราวกับผู้ชนะ


                “ ข้าวกลางวันเหรอ...”


                คลี่ยิ้มสวยจนตาปิด...


                “ สงสัยจะต้องไปกินที่โรงพยาบาลแล้วมั้ง หึ”


 




********************

อ่านสักนิดจะเดาทางได้(รึเปล่า)


 มาทุกวันอีกเช่นเคยเลยยยย (ไม่ว่าสังขารเราจะป่วยเเค่ไหนเราก็มา เย้!) เราคือตัวเเทนของความขำขันเเละเสียงหัวเราะ เราจะมาทุกวัน!! (แม้เธอจะไม่ต้อง T^T) 


อยากจะกู่ร้องว่าครบ 100 เเล้วเว้ยยยยยยยยเฮ้ยยยยยยยยย #ซับน้ำตารัวๆ


อัพเลขยังคงงดงามสวยเสมอต้นเสมอปลายเเละไร้สติเช่นเคย จะมีวันเหมือนคนทั่วไปมั้ย ตอบไปอย่างเต็มเสียงเลย /ไม่มีวันนั้นค่ะ!

(นักเขียนบ้าตามตัวละคร @พี่ปาย #หลบตีน)


ตอนนี้ก็ไม่มีใครเดาทางถูกเลยยยย อร๊ายยย (ปลื้มค่ะ) เรามันนิยายสืบสวนซ่อนเงื่อนซ่อนปมซ่อนคน ถุย! ไม่ช่ายยย เราคือนิยายตลกตลบหลังคนอ่าน 555555 อย่าเชื่ออะไรกับที่อ่านเพราะมันยังมีอีกเยอะะะ เเละซับซ้อนเหลือทน ชีวิตอุ่นไยมันหนักหนาสาหัสปานนี้ยังกับนิยายน้ำเน่าลูกน้ำยุงลายวางไข่เต็ม (ก็มันคือนิยาย 555555 ) พอๆ เดี๋ยวหาว่านักเขียนไร้สติเกินไป

#สุดท้ายเเล้วใครคือใครใครร้ายสุด #เดาไม่ถูกหรอกกก #อย่าปามีดใส่เค้านะคะ 55555555555

ปล.เรื่องนี้ไม่มีอะไรเเน่นอนหรือคงเส้นคงวา ถ้าจะให้คงที่คงเป็นความกวนบาทาของคนเขียนที่มีเพิ่มขึ้นทุกวัน (อย่าปามีดค่ะ! เเพง! เดี๋ยวไม่มีใช้! ) เราเป็นนิยายหักมุมตลบพลิกหลอกตาได้ตลอด อย่าไปเชื่ออะไรทั้งนั้น คนเขียนมันร้ายมากค่ะ! เเต่ท่องไว้ค่ะ

เราเป็นนิยายตลกคลายเครียดค่ะไม่เครียดกันเนอะ ไม่เครียดจริ๊งจริงง (เครียดกะปมอ่ะค่ะ!)

*** ถ้ารักถ้าชอบกันอย่าลืมกดเฟบไว้นะคะ


ขอบคุณทุกคอมเม้นอีกเช่นเคย อ่านของทุกคนเน้อออ รักทุกคนนนน

อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจสักนิดน่าจะได้มีเเรงปั่นต่อ ขอบคุณมากๆค่ะที่ยังรอกัน

ติดตามพูดคุยกันได้ที่เพจ เดือนพราย

ติดเเท็กนิยายพูดคุยในทวิตเตอร์ #พี่เทศน้องปัตย์ หรือ #นิเทศตัวร้ายกับสถาปัตย์อาร์ตัวพ่อ ได้สองเเท็กเลยยยย


ติดต่อจิกหัวคนเขียนโดยตรง : TW : @Phraipimmy_  ต้องมี _ ต่อท้าย y นะคะ

มาพูดคุยกันได้เน้อออ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 476 ครั้ง

307 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 เมษายน 2562 / 21:15
    ชอบพี่ลมเวอชั่นขู่รุ่นน้อง ดิน ชอบมาแปดปี คือ?
    #10160
    0
  2. #10058 sharkwowll (@phuensongkram) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 18:44
    แวนดี้ชอบวินหรอ ...
    #10058
    0
  3. #10005 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 15:35
    -เฮี้ยยยย
    #10005
    0
  4. #9824 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 12:22

    สนุกแต่เคลียด ตัวร้ายมัยเยอะจัง รีบๆๆๆตายซะ ผู้เขียนอย่าหักมุม เดี๋ยวหายหมด 5555
    #9824
    0
  5. #9753 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 20:27
    ต่อให้เป็นบ้าจนหลอนชั้นก็ไม่สงสารอิผีซีหรอก อิเวรรร
    #9753
    0
  6. #9695 galaxysecret🌈🌈 (@galaxy_secret) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 19:04
    ถึงจะแอบสงสารซี แต่ตอนนี้อยากส่งคนไปฆ่ามันจริงๆ
    #9695
    0
  7. #9604 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 12:58
    โอ้ยยยยเพื่อนก็เป็นบ้าอ่อ
    #9604
    0
  8. #9555 Srnoey (@Srnoey) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 05:44
    พี่ปายกับดินดินได้เสียกันแล้วววววว
    #9555
    0
  9. #9495 koy_incle (@orasa1732) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 11:07
    ซีกับเพื่อนมันไม่ยอมจบจริงๆซินะ วินวินอุ่นกำลังโดนทำร้ายอยู่นะตอนนี้
    #9495
    0
  10. #9450 9SRAM (@gsraomam) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 07:27
    คือไรสนับสนุนให้เพื่อนทำเลวหรอ//เอิ่มมมมมม
    #9450
    0
  11. #9295 MapleMable (@MapleMable) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 22:00
    เลววววววว ทั้งดี้ทั้งซี หน้าหนา หน้าด้าน หน้าทน
    #9295
    0
  12. #9009 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 17:49
    ดี้นี้แน่ๆ ต้องมีส่วนแน่นอนน
    #9009
    0
  13. #8913 Hunbyun (@0822799256) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 21:27
    ปวดหัว แทนพี่วินนนน
    #8913
    0
  14. #8130 elleonoell (@Minrt) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 19:31
    ใช่ครับ เราเป็นไบโพล่า
    #8130
    0
  15. #7102 Fany_taetae (@Fany_taetae) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 04:11
    อ่านไปจะเป็นไบโพลาร์แล้วค่ะไรท์ ปรับอารมณ?ไม่ทัน????????????
    #7102
    0
  16. #7084 FanningF (@fanningf) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 10:38
    ชอบการเขียนของไรท์มากเลย ปมแน่นหนา เดายาก แต่ก็ไม่เครียดจนเกินไป บรรยายจนอินตามได้ง่าย โอ๊ยชอบ เป็นกลจให้นะคะ
    #7084
    0
  17. #7068 YB229 (@YB229) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 14:43
    อ่านแล้วประสาทจะกินค่ะไรท์ 5555555555 รำคาญความเยอะของซี ชองเพื่อนนางด้วย ดี้ๆเด้ๆ อะไรเนี่ยอะ ลำไยยยยบ เมื่อไหร่บทพวกนางจะหมดๆ ไปสักที -_____-
    #7068
    0
  18. #6961 พิททบูล (@youaremydestiny) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 23:58
    กรุว่าเพื่อนอีซีนี่หนักกว่าอ่ะ
    #6961
    0
  19. #6957 Lirilarisa (@Lirilarisa) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 23:08
    โอ้ยเกลียดความจริตจิตตกของนางอ่ะ ชอบพี่วิน555ถ้าเป็นพระเอกเรื่องอื่นต้องหลงกลไปกับอีรี่นี้แล้วอ่ะ
    #6957
    0
  20. #6858 Forensic_fair (@Forensic_fair) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 22:42
    โอ้ย-555555 วินดี้นี่ได้ซีเมนต่อจากเพื่อนเรอะะะ
    #6858
    0
  21. #6026 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 21:01
    ตลกวินดี้มากค่ะ เล่นใหญ่เนอะ
    #6026
    0
  22. #5935 brownieplanet (@brownieplanet) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 08:01
    ร้ายจังนะ หึๆ ไม่ตายดีแน่
    #5935
    0
  23. #4925 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 08:16
    อุ่นเป็นไงบ้างเนี่ยยยย!!! พี่วินนนน รีบไปหาอุ่นเร็ว T^T ฮืออออ ทำไมเป็นงี้ได้
    #4925
    0
  24. #4695 Azesw (@Azesw) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 22:28
    จะซับซ้อนเกินไปจะนะะ อ่านเเล้วเครียด55555555
    #4695
    0
  25. #4259 nisaratpromsan (@nisaratpromsan) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 05:59
    บอกทีว่านี่เป็นนิยายรัก โอ้ ปมมันเยอะมากเดาได้หลายทางอะ ยิ่งอ่านยิ่งมันส์ ลุ้นระทึกมากอะ
    #4259
    0