[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 969,884 Views

  • 10,188 Comments

  • 30,006 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,325

    Overall
    969,884

ตอนที่ 22 : บทที่ 22 : อย่าคิดมีเรื่องกับธารา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 453 ครั้ง
    22 ต.ค. 59

**** ตอนนี้ทุกคนคงคิดว่าทำไมพิมไม่ครบ 100 สักที!!! มาเเบบนิดน้อยเลื่อนสองที อ้าว หมดเเล้ว คือพูดกันตามตรงเลยนะคะ เเขนขวาของพิมมีปัญหาเเละมันต้องใช้เวลารักษานาน ทำให้เลยพิมพ์คอมนานๆไม่ได้ คือจะสามารถพิมพ์ได้เเค่ 2-3 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น เกินลิมิตชั่วโมงเเล้วร่างกายจะไม่ไหว ขอให้เข้าใจตรงนี้กันหน่อยนะคะ 

แต่พิมก็พยายามเเต่งทุกวันนะคะไม่อยากห่างหายนานกลัวทุกคนคิดถึงใคร่อยากจะเผาบ้านคนเขียน 555555 ก็เลยต้องขออนุญาตอัพเเบบมาทีละเล็กทีละน้อยนะคะ เเต่จบชัวร์ค่ะ เอาหัวสามหมาเป็นประกัน  (จบเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน สองปีเนาะ 55555 )

***  อ่านขำๆหัวเราะกันเเล้วอย่าลืมเม้นให้เค้าด้วยนะ T^T จะได้มีกำลังใจปั่นต่อทุกวัน มาทุกวัน (เม้นหน่อยนะ กราบค่ะกราบ สักนิดให้รู้ว่าชอบไม่ชอบกันจะได้ปรับปรุงนะคะ มุกไม่ฮาจะได้เเก้ไขค่ะ อยากให้ทุกคนยิ้มได้ T0T) เรื่องนี้มันยาวมากและมากกกก หลากอารมณ์มากกก มากกก ต้องตามให้ทันนนน

คำเตือน : อย่าบ้าตามทุกคนในเรื่องนะคะ 55555

ปล.เราเป็นนิยายตลกจริงจริ๊งงงง ตลกคลายเครียดค่ะไม่เครียดกันเนอะ ไม่เครียดจริ๊งจริงง (เครียดกะปมอ่ะค่ะ!)

------------------------------------------------------------------------------------------

นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

บทที่ 22 อย่าคิดมีเรื่องกับธารา

 

อย่ายุ่งกับผมเลยนะ ผมอันตรายกว่าที่คุณคิด

**************************************




                ผัวะ!

                เสียงหนักกระแทกลงบนหน้าของคนแปลกหน้าเป็นครั้งที่ห้าแล้ว ผมมองใบหน้าบูดเบี้ยวเต็มไปด้วยเลือดอย่างเฉยชา ไม่มีคำว่าปราณี ถ้าอีกฝ่ายคิดจะฆ่ากันขนาดนี้... ผมกำคอเสื้อคนที่อยู่ในกำมือแล้วเหวี่ยงลงพื้นก่อนจะใช้เท้าเตะเข้าท้องไปหนักๆอีกสามทีติดๆ เหลือบมองอีกคนหรือก็คือพี่ปายกำลังผิวปากพอใจกับสภาพของบุคคลผู้โชคร้ายสี่คนกำลังนอนหมอบกับพื้นมีเลือดตกยางออกกันพอสมควร

                “ ตอบมาได้ยังว่าใครจ้าง ” เสียงเหี้ยมว่า

                “ กูไม่บอก!

                “ อยากไม่มีฟันเคี้ยวข้าวก็บอกสิ ” พี่ปายยิ้มกว้างแล้ว

                ผัวะ!!

                และตามมาด้วยเสียงครางเหมือนสัตว์ตัวใหญ่กำลังร้องโอดครวญ

                ในมือของพี่ปายกำลังควงไม้ตะปูอยู่อย่างคุ้นมือ “ อยากฟันหักอีกสักซี่ดีมั้ย ผมกำลังอยากได้ของไปฝากผัวอยู่พอดี เป็นฟันสวยๆสักสี่ห้าดีมั้ย ”

 อย่าหาว่าพี่ผมเถื่อน มันแค่ติดเชื้อมาจากไอ้ดินอยู่เยอะพอควร แถมไม้อันนี้ก็ของพวกมันนั้นแหละฝีมือกระจอกขนาดนี้ยังกล้าไปรับจ้าง น่าสมเพช

ผมมองพี่ปายที่กำลังสนุกกับการเล่นครั้งนี้แล้วเหลือบไปมองไอ้ไผ่ที่ยืนอยู่ไกลๆตรงหน้าซอยมองซ้ายขวาคล้ายระวังตำรวจไม่มีผิด ตอนนี้พวกผมอยู่ในซอยตันมืดๆทึบๆห่างจากผู้คนและห่างจากมหาลัยพอควร ขืนต่อยกันหน้าป้ายรถ เรื่องผมได้แดงเดือดทะลุปรอทกว่าเดิม

หลังจากนั้นก็หันความสนใจมาที่ตัวคนที่น่าจะเป็นหัวหน้าแก๊ง

                “ นี่ลุง ผมไม่ได้มีเวลาเล่นมากหรอกนะ ” พูดจบก็กระทืบลงที่ขาของมันแล้วบดขยี้

                “ อ๊ากกก เจ็บ ไอ้ ไอ้เด็กเปรต! ” ยังคงปากดีทั้งที่สภาพหน้าและตัวก็สะบักสะบอมพอจะเข้าไอซียูได้เหมือนกัน

                ผมถอนหายใจ “ กระดูกหักเพิ่มอีกสักท่อนดีมั้ย ”

                “ แกไม่กล้าหรอก! ” มันแสยะยิ้ม เพราะที่ขามันกระดูกไม่หักแค่ร้าวนิดๆ

                “ ใครบอกว่าไม่กล้า ” แววตาวาววับเหมือนสิงโตที่กำลังจะกลืนกินเหยื่อไม่ให้เหลือแม้กระทั่งกระดูก เท้าทำงานตามสมองสั่งคือกระทืบลงที่มือแล้วเหยียบขยี้จนแน่ใจว่าหัก...

                “ ปี ปีศาจ แกมัน ! ” มันนอนครางกุมมือที่โดนผมขยี้แล้วมองผมตาขวางยังไม่ยอมแพ้               

                “ เมื่อก่อนก็เป็นแบบนั้น ” ไหวไหล่อย่างไม่คิดอะไรมาก “ ตอนนี้ก็ต้องขอบคุณที่เรียกปีศาจกลับมานะลุง ”

                “ กูจะฆ่ามึง! ” คำรามเสียงโหดปนเจ็บปวดร่างกายพยายามจะลุกแต่เท้าผมมันก็ไวเกินไปซัดเข้าหน้าทำให้ล้มไปกองกับพื้นเหมือนเดิม

                “ ผมว่าเราเลิกเล่นดีกว่า และลุงตอบผมมาสักทีเถอะ ” นั่งยองๆกับพื้นแล้วมองหน้าคนรับจ้างซ้อมคนแต่ดันไม่ดูฝีมือตัวเอง “ ใครจ้างมา ”

                “ กูไม่บอก!

                “ มือมันกระดูกแตกหมดขนาดนั้นแล้วยังไม่ตอบอีกเหรอ ” ผมถามเสียงเย็น “ ปางตายแล้วยังไม่ยอมพูดอีก ”

                “ ถุย!

              คนที่นอนหมดสภาพจู่ๆก็ถุยน้ำลายปนเลือดใส่หน้าผม... เหมือนหม้อต้มน้ำที่กำลังร้อนๆแล้วจู่ๆก็เดือดพุ่งขึ้นมาอย่างแรง

                คล้ายหน้ามืดแล้วกระชากคนที่นอนปวกเปียกขึ้นมาแล้วเหวี่ยงไปชนกับกำแพงสกปรก มันมีสีหน้าเหยเกด้วยความเจ็บแต่ก็ยังฝืนยืน ผมเดินเข้าไปเตรียมซ้ำมันรีบยกเท้าถีบเข้าที่ท้องด้วยแรงไม่มากนักเพราะแค่แรงจะพยุงตัวเองยังไม่มีเลย

                ผมเซแท่ดๆไปสองสามก้าวก้าว โชคดีที่เกร็งหน้าท้องรับทันเลยแค่เจ็บๆไม่จุก คนที่ผมคิดว่าจะสิ้นฤทธิ์แล้วกลับพยายามพยุงตัวขึ้นยืนตรงแล้วพุ่งมาจะต่อยผมอย่างไม่ยอมแพ้ด้วยมืออีกข้าง

                มันทำให้ผมนับถือความอึดแกนะ แต่เวลานี้ผมไม่มีอารมณ์มายืดเยื้อ

                เบี่ยงตัวหลบแล้วซัดเข่ากระแทกเข้าท้องจังๆ

                “ อ่อก! ” เสียงร้องออกมาแค่นั้นแล้ว “ โอ๊ย! ไอ้เด็กเวร!

                คนที่น่าจะล้มไปแต่กลับยังต้องฝืนยืนเพราะมือผมกำลังกำกลุมผมสีดำสนิทเขาไว้แน่นแล้วกระชากอย่างแรง

                “ จะตอบได้ยังครับ ” เส้นความอดทนมันหมดลงแล้ว “ ผมไม่อยากจะหักแขนอีกข้าง เพราะงั้นก็ตอบผมมาดีๆ ”

                “ อึก! ” เลื่อนไปจับมือข้างที่ยังปกติดีแล้วไพล่หลังกดไว้แน่น “ ปล่อยกู!

                “ มันจ้างมาเท่าไหร่ ผมให้มากกว่าสามเท่า ”

                คนที่อยู่ในการจับกุมของผมหยุดดิ้นแล้วถามเสียงสั่น “ กะ แกว่ายังไงนะ ”

                “ แค่บอกชื่อคนจ้างมา แล้วเอาเงินผมไป แถมค่ารักษาหมอให้ด้วย ” ผมพยายามเกลี่ยกล่อมแบบดีๆ

                แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ยอมเสียศักดิ์ศรี “ ต่อให้มึงให้มากกว่ากี่เท่า กูก็ไม่เอา! กูมีจรรยาบรรณ กูไม่พูด!

                โห คนดีเนอะ รับเงินมาแล้วไม่สาวไปถึงตัวคนจ้าง

                “ งั้นไปกินข้าวแดงในคุกเล่นแล้วกันนะครับลุง ”

                ว่าจบการเจรจาแล้วใช้สันมือสับเข้าหลังคอก่อนร่างบึกบึนสมชายกันหมดสตินอนกองกับพื้นอย่างสงบ... ยังไม่ตายหรอก แค่สลบ

                “ พี่ปาย มันหมดสติหมดแล้ว ” ผมบอกเรียกสติรุ่นพี่ที่ยังกระทืบคนใส่เสื้อสีขาวไม่หยุดแต่ตอนนี้มันเปรอะไปด้วยเลือดแล้วสิ คนโดยเรียกชะงักแล้วหยุดเท้ามือก็ปล่อยไม้ตะปูทิ้ง

                “ เรียบร้อยแล้วเหรอ งั้นไปหาเปลวเทียนกัน ” พี่ปายฉีกยิ้มสดใสสว่างเอาโล่แต่พื้นหลังพี่แกคือนองเลือดสงครามเดือด ดูแล้วก็เหมาะกับไอ้ดินดี เข้ากันได้เลยเถอะ

                “ ยังไม่รู้ว่าใครจ้าง ” ผมเดินออกมาจากซอยมืด “ มึงโอเคมั้ยไอ้ไผ่ ”

                “ อะ โอเค ” ว่าปากซีด “ มึงโหดกว่าแต่ก่อนอีกไอ้เหี้ย เอาซะ กูคิดว่าจะเล่นยันตาย ” บ่นด้วยความห่วงใยหรือด่ากูกันแน่วะ

                “ ไปโรงพยาบาลกันเถอะ พี่มีแผลด้วยอ่ะอุ่น งื้อ!

                ผมหันไปข้างๆก็เจอหน้าพี่ปายกำลังเบะปากชี้แขนขาวๆที่ถลอกเป็นทางยาวให้เห็นเลือดซิบๆ

“ พี่จะตายมั้ยอ่ะอุ่น เลือดออกด้วย ฮือ 

ผมกับไอ้ไผ่ถอนหายใจแทบอยากเอาหัวโขกกำแพงแล้วตัดสินใจมองหน้ากันเกี่ยวแขนพี่ปายที่เริ่มโวยวายร่ำไห้กับแผลตัวเองไปยังถนนเพื่อโบกรถแท็กซี่

“ อุ่น ถ้ากูตาย ดินต้องเสียใจมากชัวร์ๆ มึงรีบพากูไปหาหมอเลย ” ว่าแล้วทำท่าทีอ่อนปวกเปียกคล้ายคนจะเป็นลม

แล้วไอ้ที่โหดซัดแหลกเมื่อกี้ไม่ยักจะตาย... ปวดกะโหลกชิบหาย เดี๋ยวพ่อกระทืบให้ตายทั้งหมดเลย

“ เงียบปากได้แหละพี่ เดี๋ยวเลือดออกเยอะ ” ไอ้ว่าอย่างเบื่อหน่ายและมันก็ได้ผลทันทีพี่ปายเม้มปากกัดปากหุบปากตามคำสั่งราวกับเด็กอนุบาล

สมองอนุบาล ถูกต้องที่สุด

เดินมาถึงโซนผู้คนเดินทั่วมีบ้างที่หันมามองพวกผมแล้วส่ายหน้า มีบ้างที่บ่นเด็กสมัยนี้ยังตีกันอีกเหรอ ไม่ได้อยากตีหรอกแต่มันมันให้ตีเองครับ

ปล่อยแขนที่เกี่ยวพี่ปายแล้วไปโบกแท็กซี่...

แท็กซี่คันสีชมพูหวานเจี๊ยบจอดเทียบก่อนจะลดกระจกมาถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม...

“ จะไปไหนกันพ่อหนุ่มทะ... ” แล้วก็ชะงักปากเมื่อเห็นสภาพพวกผมชัดๆเหมือนไปฟัดกับหมามา และก็ใช่ฝูงหมาไร้น้ำยาด้วย “ เอ่อ ไม่รับทันมั้ยจ้ะ แหะๆ ”

“ ไม่ทันแล้วลุง ” ผมว่าเสียงโหดแล้วเปิดประตูสอดเข้าไปนั่งข้างคนขับอย่างว่องไว

อีกสองหน่อสองคนก็เดินประตูหลังเข้ามานั่งแผ่อย่างหมดสภาพ

“ ลุงเร่งแอร์ดิ๊ ” พี่ปายตะโกนมา

ลุงแกเริ่มเหงื่อตก ผมไม่ฆ่าชิงปล้นรถแท็กซี่หรอกครับ “ ครับๆ แล้วจะให้ไปส่งที่ไหนครับพ่อหนุ่ม ” มือเหี่ยวย่นเร่งแอร์ไปพลางปาดเหงื่อตัวเองไป

“ ไปโรงพยาบาล U ” ไผ่ตอบเบาๆแล้วหลับตาลงคล้ายจะพักผ่อน ส่วนผมเองก็หยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาก็ต้องตกใจกับจำนวนสายเรียกเข้า

 

ผัวโง่สุดหล่อ : 58 สายไม่ได้รับ

 

ตกใจกับจำนวนสายแล้วความรู้สึกมันก็ปั่นป่วนทั้งรู้สึกดีและรู้สึกแย่ผสมกันไป พอเหลือบดูเวลาก็เห็นว่าเป็นเที่ยงกว่าๆเกือบบ่ายโมงแล้ว.... ปานนี้มันสติแตกไปแล้วมั้ง

ผมควรทำไงดี... ไม่อยากให้มันห่วง แต่สภาพหน้าผมก็เละเอาเรื่อง จะหนีหน้ามันก็กลัวทะเลาะกันอีก ผมทำหน้าไม่ถูกมือก็ถือโทรศัพท์ค้างเพราะไม่รู้จะทำยังไงกับมัน

จนในที่สุดวัตถุในมือก็สั่นอีกครั้งพร้อมสายเดิม...

“ ฮัลโหล ” ผมว่าเสียงผมวันนี้มันโคตรอ่อย อ่อนอ่อยค่อยนะ ไม่ใช่อ่อยแบบยั่วๆ

(อุ่น! มึงอยู่ไหน! ห้องก็ไม่มี! เรียนก็ไม่เข้า! มึงไปไหน! ) มาเป็นชุดใหญ่แถมเสียงโคตรโหดพาให้สะดุ้งไปทั้งตัวเหมือนทำความผิดมา

“ มี...เรื่องนิดหน่อย ” จริงๆก็ไม่นิด ปากกูแตกทั้งสองข้าง คิ้วแตกด้วย มือก็แตก เลือดก็เปรอะแทบจะทั่วตัว

(มีเรื่อง? ตอนนี้มึงอยู่ไหน!!) เสียงตะโกนอย่างโมโหทำให้ผมพูดไม่ออก

“ มึงใจเย็นๆ กูไม่เป็นไร ”

(ใจเย็น?! ใจเย็นก็บ้าแล้ว มึงอยู่ไหน! กูจะไปหา! )

หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้แต่ผมก็เผลอยิ้มน้อยๆออกมาโดยไม่รู้ตัว...

“ เจอกันที่โรงพยาบาล U แล้วกัน ”

(ทำไมต้องโรงบาล หรือมึงเป็นไรมาก!! )

“ ก็นิดนึง ” ผมว่าเสียงแผ่วหน้าเริ่มร้อนนิดๆที่ต้องมานั่งพูดค่อยเบาอ้อนเหมือนสาวน้อย

(ปัดโธ่เว้ย! ) มันสบถคล้ายจะด่าตัวเองอยู่ครู่แล้วกรอกเสียงทุ้มลงมา (กูจะรีบไป)

และสายก็ถูกตัดไป...

ผมมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วอมยิ้มน้อยๆจนเสียงนกเสียงกาก็บินว่อน....


“ โอ๊ยยย อิจฉาจังเว้ยยย ”

“ เบื่อเว้ยยย เบื่อคนมีผัววว ”


ผมหันควับไปมองสองคนที่นั่งเบาะหลังแล้วแยกเขี้ยว “ อยากเป็นศพก่อนถึงโรงบาลมั้ย ”

“ ไม่อยาก! / ไม่อยาก! ” พร้อมเพรียงสุด ผมพยักหน้ารับก่อนจะหันหน้ากลับมามองข้างหน้า

“ งั้นก็นั่งเงียบๆปากไป ”

จบประโยคนี้ความเงียบเข้ามาปกคลุมอย่างรวดเร็วใช้เวลาอยู่ยี่สิบนาทีก็ถึงหน้าโรงพยาบาลแล้ว ควักเงินจ่ายไปแบบไม่รอตังค์ทอนเพราะถือว่าให้เป็นค่าทำขวัญแล้วกันนะลุง

เดินเอื่อยๆเข้ามาข้างในเหล่าพยาบาลก็รีบเข้ามาด้วยสีหน้าตกใจกันถ้วนหน้า รีบลากกระชากพวกผมไปห้องฉุกเฉินทำแผล จะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะคิ้วผมมันแตกต้องเย็บ ส่วนพี่ปายพอถึงเตียงก็ล้มร้องไห้งอเงงจะตายมั้ยอยู่นั้นแหละ พยาบาลกว่าสี่คนต้องช่วยกันทำแผลถลอกกันอย่างเหงื่อตกไหนจะต้องล็อคตัวพี่ปายไหนจะทำแผล เอาซะวุ่นวายไปทั้งห้องฉุกเฉิน คนปกติดีสุดก็เดินไปถามประวัติคนไข้ที่จะมาเยี่ยม...

“ อ้อ คุณเปลวเทียนเหรอคะ อยู่ห้องวีไอพี 913 ค่ะ ”

“ ขอบคุณครับ ”

ไผ่เดินกลับมาทิ้งตัวหน้าห้องฉุกเฉินข้างๆผมที่ตอนนี้เย็บแผลเสร็จแล้วทำแผลเรียบร้อยก็เหลือแต่ไอ้พี่ปายนี่แหละที่ยังไม่เสร็จ ถ้าเป็นไอ้ดินมาทำแผลให้มันคงจะเร็วขึ้น พี่ปายคงไม่กล้างอแงงแน่ๆ

รออยู่เกือบสิบนาทีพี่แกก็ออกมาในสภาพชุดคนไข้เจาะสายน้ำเกลือนั่งรถเข็นมีพยาบาลเข็นรถออกมาแถมสีหน้าเจ้าหล่อนก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“ อะไรของพี่เนี้ย ” ผมถามอย่างงงๆ สภาพก็ไม่ได้หนักหนาแค่แขนถลอกจะนอนโรงพยาบาลเลยรึไง

“ กูกลัวแผลติดเชื้อ เลยขอนอนสองสามวัน ” เขาว่างั้นแหละ “ โทรบอกดินดินให้ด้วย กูป่วย เข้าโรงพยาบาล มาเฝ้าที ”

...จุดประสงค์ที่แท้จริง เฮ้อ ผมยอมใจพี่แกจริงๆ

ผมกับไอ้ไผ่ทำหน้าเอือมระอาสุดก่อนจะพากันเดินไปหาลิฟต์ไปหาเพื่อนโดยมีพี่ปายนั่งรถเข็นตามหลังมา ขึ้นมาถึงชั้นวีไอพีที่โคตรเงียบเพราะราคาห้องมันแพงเฉียดแสน พี่ปายฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์แล้วคุยกับพยาบาลเรื่องจองห้อง ผมก็ปล่อยให้เขาคุยไป ส่วนตัวเองก็เดินไปเคาะประตูห้องไอ้เทียน

เปิดเข้าไปก็เจอผู้หญิงหน้าตาสะสวยกำลังนั่งปอกแอปเปิ้ลใส่จานอยู่ในโซนห้องนั่งเล่น พวกผมรีบยกมือไหว้


“ สวัสดีครับคุณแม่ ”


เธอยิ้มตอบรับแล้วลุกขึ้นมากอดผมกับไอ้ไผ่ ก่อนจะพูดน้ำเสียงเป็นห่วง “ แม่ก็ห่วงอยู่ว่าเราจะโดนด้วย ” แล้วก็ส่ายหน้า “ แล้วก็โดนจริงๆ เจ็บมากมั้ยลูก ”

แม่ของเปลวเทียนยังสาวและสวยมากมือขาวลูบโครงหน้าผมอย่างเอ็นดูปนห่วงใย

“ ไม่เท่าไหร่ครับ ” ยิ้มกระตุกยิ้มน้อยๆเพราะปากมันแตกทั้งสองข้างเลย

“ เราไปมีเรื่องกับใครมา หือ ”

“ ไม่รู้ครับ ”

เธอถอนหายใจ “ เรื่องของเด็ก เด็กก็คงไม่อยากบอก ” แล้วมุ่ยหน้าเหมือนเซ็งๆ “ เจ้าเทียนก็ปิดปากเงียบไม่พูดอะไร ไอ้กุมารก็อีก ไม่พูดเลย เจ้านายเจ็บปางตายขนาดนี้ ”

และเธอก็บ่นๆไปแล้วหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมา “ ฝากหนูดูเจ้าเทียนกันหน่อยนะ วันนี้แม่มีธุระ พรุ่งนี้ถึงจะมานอนเฝ้าได้ รบกวนลูกรึเปล่า ” สีหน้ากังวล 

“ ไม่ครับ เทียนก็เพื่อนผมครับ ”

แม่เทียนยิ้มรับในตามีหยาดน้ำคลอนิดๆ “ แม่ขอบคุณหนูมากนะ อุ่น ไผ่ ที่ยอมเป็นเพื่อนกับลูกแม่ ”

“ พวกผมยินดีมากๆครับ ” ไผ่ว่าด้วยสีหน้ายิ้มแป้น แม่เทียนพยักหน้าแล้วบอกลาอีกนิดหน่อยแล้วเดินออกจากห้องไป แอปเปิ้ลที่ปอกค้างไว้ก็โดนไอ้ไผ่จัดการทำต่อ ส่วนผมก็เดินไปหาคนป่วยแล้วต้องผงะ...

คนที่นอนอยู่บนเตียงว่าหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยาสีหน้าไม่ได้แย่เท่าไหร่แต่สภาพมัน... แขนซ้ายเข้าเฝือก ขาขวาเข้าเฝือก หหัวก็มีผ้าพันแผลรอบหัว มุมปากก็ช้ำ... เห็นสภาพเพื่อนเป็นขนาดนี้แล้วเหมือนเข่าอ่อน.... เดินเข้าไปใกล้ๆก็เห็นชัดทุกตารางนิ้วผิวของมันทั้งช้ำเลือดช้ำหนองดำเขียวอย่างน่ากลัว

ทุกอย่างมันบีบรัดจุกแน่นในอกคล้ายความรู้สึกผิด...

ต้นเหตุมันก็มาจากผม...

ถ้าไม่ใช่เพราะผม.... ไอ้เทียนไม่มีทางมานอนสภาพนี้แน่

และถ้าไม่ใช่เพราะมัน...ไอ้ซี! ไอ้หมาลอบกัด!!


*******ต่อตรงนี้เน้อ*******


ผมนั่งหลับคาโซฟาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้แต่ตื่นมาอีกทีก็บ่ายแก่ไปแล้วแถมคนเจ็บก็ตื่นขึ้นมาพูดเสียงใสคุยจ้อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมยกมือขึ้นนวดๆขมับเพื่อคลายความเหนื่อยล้าของร่างกายแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปร่วมวงสนทนา

“ เป็นไงบ้างวะมึง ” ถามเสียงเรียบแล้วเท้าแขนตรงเก้าอี้ที่ไอ้ไผ่นั่ง

เทียนเบ้ปากนิดๆ “ คุณดูสภาพผมสิ สบายดีมั้งครับเพื่อน ”

“ พูดแบบนี้แสดงว่าไม่เป็นอะไรแล้ว ” ผมยักไหล่แล้วเลิกห่วงมัน ปากแบบนี้ไม่ตายง่ายชัวร์ “ แล้วไปทำอีท่าไหนถึงพังยับขนาดนี้ ฝีมือมึงตกเหรอวะ ”

“ ตกเหวอะไร มึงลองโดนกระสอบคุมแล้วทุบด้วยไม้ ไม่สลบให้มันรู้ไปสิ ” เทียนเล่าไปพลางลูบหลังคาตัวเองที่มีรอยช้ำ จริงๆมันก็ช้ำทั้งตัว “ คนปกติไม่มีทางรอดหรอก ”

ผมกับไอ้ไผ่พยักหน้ารับ ก็รู้กันอยู่ว่ามันมีของดีแต่ใช่จะขนาดฟันแทงไม่เข้า ถึงฟันแทงไม่เข้าก็ทุบเข้าล่ะว่ะ ไผ่ป้อนแอปเปิ้ลเข้าปากคนป่วยบนเตียงก่อนจะพูดกับผมโดยไม่ได้หน้ามามอง

“ ก่อนมึงตื่น ห่าคิมมันเพิ่งออกไป ” ว่าพลางป้อนแอปเปิ้ลคนป่วยไป “ ไปเอาเสื้อผ้ามาให้มึงนอนเฝ้าไอ้เทียน ”

ผมทำหน้าฉงนใจ “ แล้วของมึง? จะทิ้งกูเหรอ ”

“ กูก็จะไปทำโมเดลต่อไง ไอ้ห่า! ” เพื่อนตัวเล็กโวยวาย “ วันนี้ก็โดดเรียน เอฟกระแทกหัวแน่ ไม่ได้พรีเซ้นต์งาน เพราะมึงเลยนะไอ้เทียน ”

“ อ้าว ไหงกูโดนวะ ” คนป่วยปากเต็มไปด้วยแอปเปิ้ลถึงกับอ้าค้างงงงวยกับความผิดที่มาโดยไม่ทันตั้งตัว “ กูจะรู้มั้ยว่าจะโดนดักซ้อม แล้วกูขอให้มึงมาเยี่ยมเหรอ ไอ้เตี้ย ”

“ พูดหมาๆงี้มึงลุกมาต่อยกับกูมั้ยไอ้หมอผี!

“ เขาไม่ได้เรียกหมอผี เขาเรียกคนมีบุญฟ้าประทานพลังพิเศษเว้ย ” คนป่วยช้ำไปทั้งทั่วยังปากดียิ้มกว้างกวนประสาท “ ว่าแต่เพื่อนไผ่ก็คงไม่ใจร้ายทำร้ายลงมือกับเพื่อนคนนี้หรอกใช่มั้ยครับ ”

“ เออ! รอมึงหายแล้วค่อยซ้ำก็ไม่สาย! ” กระแทกเสียงอย่างหมั่นไส้แล้วหันมาหาผมด้วยสีหน้าเครียด “ อุ่น เอาไง เรื่องงาน ”

“ บอกไอ้คิมให้เอาไม้กับกระดาษมา เดี๋ยวคืนนี้กูร่างแล้วจะตัดโม ถ้าเร็วกูจะประกอบเลย ” ผมพยายามเค้นสมองแล้วนึก “ อ้อ สั่งมันให้เอาโน๊ตบุ๊คกูมาด้วย ”

รอดจากดงตีนมาได้ก็ทำงานต่อครับ... ขอรางวัลคนขยันแห่งชาติได้มั้ย หายใจเข้าก็โมเดล หายใจออกก็งาน วนเวียนอยู่แค่นี้เหละ

“ ครับคุณชาย ครับๆ จะทำตามคำสั่งเดี๋ยวนี้แหละครับ ” ทำหน้าเอือมแล้ววางจานผลไม้ตรงตู้ข้างเตียงก่อนจะหยิบโทรศัพท์เปิดโปรแกรมแชท

เมื่อคนตัวเล็กเงียบไป ผมก็เลยเริ่มชวนไอ้เทียนคุยเล่นต่อ

“ มึงไปมีเรื่องกับใครมา ”

จริงๆก็ไม่ใช่คุยเล่นหรอก เรียกว่าสอบปากคำผู้รอดชีวิตดีกว่า

ส่ายหน้า “ ไม่รู้ กูไม่เคยไปเหยียบหางใครก่อน ” บ่นด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจกับชีวิต “ มีแต่โชคร้ายวิ่งเข้าหากู ทั้งที่กูอยู่นิ่งๆ ”

“ โทษกูว่างั้น ” ผมลากเสียงยาว

เทียนยิ้มอ่อนใส่ “ เปล๊าเล๊ย ใครจะกล้าว่าเพื่อนครับ ”

ผมพึมพำด่ามันในลำคอแยกเขี้ยวใส่ไปทีมันก็หัวเราะร่าอย่างไม่เกรงกลัว ทำหน้าเมื่อยใส่ประมาณว่าขำมากมั้ย พอมันหยุดก็ถามต่อ

“ แล้วมึงมองไม่เห็นเหรอวะ ว่าใครทำ ” ปกติมันตาทิพย์จะตาย มองนู่นมองนี่ออก แต่คราวนี้กลับส่ายหน้า

“ กูมองไม่เห็นเว้ย มึงเข้าใจว่าโดนกระสอบโดนถุงใบใหญ่คุมมั้ยแล้วโดนทุบสลบนอนให้มันกระทืบเล่น และด้วยสังขารสภาพกูตอนนี้ก็ไม่ได้มีสติมากขนาดมานั่งญาณทิพย์รู้ทุกอย่าง มึงดูสภาพกูก่อนสิ! ” คนเจ็บว้ากแล้วส่งสายตาไล่ตั้งแต่แขนไปยันขา “ แล้วมึงต่างหากที่ต้องระวัง อันตรายครอบอยู่รอบตัวมึง คนที่จะโดนหนักสุดคือมึง อุ่น ”

เลิกคิ้ว “ ระวังอะไร ”

“ เคราะห์หนักถึงหนักมาก ช่วงนี้ก็ระวังให้มาก ศํตรูมึงจะลุกขึ้นยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง คนรอบข้างยังเจ็บน้อย แต่ทำไมกูถึงเจ็บหนักวะ ” สังเกตตาไอ้เทียนจะเลื่อนลอยนิดๆก่อนมันจะกะพริบถี่ๆแล้วคลี่ยิ้ม “ ว่าแล้วเพื่อนอุ่นสนใจพระสักรุ่นมั้ย เพื่อนเทียนมีแนะนำรุ่น... ”

“ เพื่อนเทียนอยากคอหักเพิ่มมั้ย ไม่อยากก็เงียบได้แล้วครับ ” ผมถามเสียงเย็นกระตุกยิ้มโหดให้ก่อนเพื่อนบ้าขายตรงขายพระจะหุบปาก

ถอนหายใจปลงตกกับสภาพชีวิตคำทำนายของเทียน ผมรู้ มันไม่มีทางผิดพลาดแต่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ไข ชีวิตมันพลิกผันได้ตลอดเวลา และสิ่งที่ผมควรทำ คือ...เล่นงานพวกมันก่อน

แต่ก่อนจะเล่นงานใคร กูควรทำงานครับ

หันไปหาเพื่อนที่นั่งคุยแชทเงียบ “ ไอ้คิมว่าไง ตอบยัง จะเอาของมาให้ได้ตอนไหน มาไวๆก็ดี ”

ทำตาขวางใส่ก่อนตอบ “ มันไปเคลียร์กับอาจารย์ให้ก่อน แล้วเดี๋ยวเข้ามาดึกๆ ถ้ามึงรีบมาก มึงก็กลับไปเอาของเองเลยไป” ไผ่ยังคงก้มหน้าอ่านแชทแล้วมันก็เงยหน้าขึ้นมาจ้องผมเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก “ เออ ไอ้อุ่น ”

“ อะไร ” ผมหันหลังให้มันเพราะรู้สึกคอแห้งเลยเดินมาที่ตู้เย็นเปิดหาน้ำกินแล้วก็ได้น้ำอัดลมมากระป๋อง


“ มึงมานอนเฝ้าไอ้เทียน แล้วขออนุญาตผัวมึงยัง ”


พรืดด!!

น้ำที่กำลังจะไหลลงคอกลับถูกพ่นออกมาอย่างไม่มีสัญญาณบอกพร้อมเสียงร้อง...

“ สกปรกชิบ! ไอ้เหี้ย!

“ มึงไปหาผ้ามาเช็ดเลยไอ้ห่า!

เสียงบ่นเสียงด่าของไอ้สองตัวไม่ได้เข้าหูผมแม้แต่น้อย ยกมือขึ้นเช็ดปากอย่างเหม่อลอยวางกระป๋องน้ำอัดลมไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกจากห้องโดยไม่สนเสียงเรียกของเพื่อน ในหัวสมองตอนนนี้วิ่งวุ่นพร้อมใจที่เต้นระรัวยิ่งกว่ากลองชุด...

ไม่อยากจะบอกเลยว่า...

 

กูนอนเพลินจนลืมผัว

 ไอ้เชี่ยยย ลืมไปเลยว่ามีผัวเเล้ว

 



---------ต่อตรงนี้นะจ้าาา---------



หลังจากสติสตังค์เข้าที่เข้าทางวิ่งออกจากห้องพักไอ้เทียนมาได้ เม็ดเหงื่อเริ่มผุดพรายเต็มดวงหน้าแถมไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่าซีดเป็นไก่ถูกต้มไปแล้ว


สองเท้าเดินเร็วไปยังลิฟต์แล้วกดๆ มองตัวเลขแล้วสบถหยาบด้วยความหงุดหงิด ทำไมช้างี้วะ! ลิฟต์ค้างรึไง! ว่าแล้วก็กดย้ำๆไปอีก มือก็ตะปบกางเกงคลำหาโทรศัพท์ ความสว่างของจอปรากฏขึ้นสิ่งแรกที่เห็นก็คือจำนวนสายไม่ได้รับมากกว่าร้อยสาย


กลืนน้ำลายลงคอไปอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและเสียงลิฟต์ก็ดังขึ้น ผมก้าวเข้าไปแล้วรีบกดลงไปชั้นล่างสุด ตาก็มองรายชื่อคนโทร


ลม : 37 สายไม่ได้รับ


ดิน : 59 สายไม่ได้รับ


ไฟ : 38 สายไม่ได้รับ


มองสายไม่ได้รับของพี่น้องตัวเองอย่างเฉยๆแต่ชื่อที่พาให้สะดุ้งโหยงก็คือไอ้วินมันโทรมาใหม่อีกแปดสิบเจ็ดสาย... กูยอมใจ กูพ่ายแพ้ กูยอมเลยว่ะ ความรู้สึกผิดเริ่มเกาะกินหัวใจจนผมหายใจไม่ออก


รีบกดกดกลับ เผื่อมันจะยังอยู่ในโรงพยาบาล...


นิ้วกดโทรกลับปุ๊บ...


แบต...0 เปอร์เซ็นต์ทันที และ....ดับสนิท


เป็นวินาทีเดียวกันกับประตูลิฟต์เปิดออกเสียงมันดังติ้งเหมือนมันจะดังก้องไปทั้งโสตประสาทของผม... เดินออกจากลิฟต์มาเหมือนร่างไร้วิญญาณ ตาเบิกค้างมองโทรศัพท์แล้วก็ได้แต่...


ไอ้เหี้ยยยย มึงมาแบตหมดอะไรตอนนี้!!


คิดอย่างโมโหแกมอยากจะร้องไห้กับความบัดซบตรงหน้า ผมยืนทำหน้าหม่นคุกรุ่นไปด้วยความโมโหจนคนเดินผ่านไปมาถึงกับผวาหลีกหลบ


“ แล้วกูจะหามันยังไงวะ ” เกาหัวไม่สิ ทึ้งหัวเลยดีกว่า ยัดไอ้โทรศัพท์เฮงซวยกลับเข้ากระเป๋ากางเกงแล้วเดินวนๆอยู่ชั้นล่าง ก่อนจะนึกได้ว่ามีโทรศัพท์สาธารณะ


เหมือนแสงสว่างเกิดขึ้นท่ามกลางความมืดไร้หนทาง...


เกือบจะยิ้มออกโล่งใจแล้ว แต่ดันนึกได้ว่า


...กูจำเบอร์ผัวไม่ได้...


มึงต้องไม่ร้องไห้นะวิน กูไม่เคยจำเบอร์ใครได้อยู่แล้ว ปลอบมันดังๆในใจ เพราะต่อหน้าผมไม่ทางพูดดีกับมันอยู่แล้ว ยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความรู้สึกผิดและคาดหวังแปลกๆ...


ผมเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงแถวๆกลางโถงของโรงพยาบาลด้วยความเหนื่อยหน่ายล้าไปทั้งตัวและใจ เผลอคิดว่ามันจะยังรออยู่ แต่ใครมันจะบ้ารอตั้งสามสี่ชั่วโมงวะ


เสียงหัวเราะเยาะเย้ยตัวเองดังออกมาเบาๆ รู้สึกเหมือนมีมือมาบีบหัวใจจนรู้สึกมันเต้นช้าลงแถมทุกจังหวะยังเจ็บคล้ายถูกแล่ชิ้นเนื้อออกไปอย่างช้าๆให้ทรมานเล่น


พ่นลมหายใจทิ้งแล้วเดินออกไปสูดอากาศข้างนอกเผื่ออารมณ์หมองๆจะดีขึ้น ถ้าจะออกไปข้างนอกก็ต้องเดินผ่านห้องฉุกเฉินแล้วมันก็ทำให้ผมชะงักค้างอยู่กับที่อย่างตกใจ....


“ ผมขอเข้าไปหน่อย ให้ผมเข้าไปเถอะ!


“ ดิฉันบอกแล้ว ไม่มีคนไข้ชื่อธาราค่ะ ”


“ แต่เขาบอกผมว่าเขาอยู่ที่นี่! ” สีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและร้อนรน สภาพมันดูไม่ได้สักนิดทั้งเสื้อนักศึกษาสีขาวชุ่มเปียกไปด้วยเหงื่อบ่งบอกว่ามีการใช้แรงมากเกินไป


มัน...ไปทำอะไรมา


“ ให้ผมเข้าไปหน่อยนะ ผมขอร้อง ” วินทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่แล้วแต่พยาบาลสาวก็ยังคงกางแขนกันไม่ให้เข้าเพราะด้วยหน้าที่


ขาราวกับถูกแช่แข็งปากก็คล้ายคนเป็นใบ้หาเสียงตัวเองไม่เจอ... ผมมองมันยืนโวยวายอยู่ด้วยความรู้สึกผิดที่ถาโถมมาไม่ยั้ง


ในขณะที่เรากำลังหลับสบาย


กลับมาใครอีกคนร้อนรนจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน...


ทำไมผมมันแย่ขนาดนี้วะ


ไม่รู้ว่าพยาบาลพูดอะไรไปไอ้วินเลยยอมแพ้ถอยออกห่างจากห้องฉุกเฉินไปนั่งก้มหน้าหมดแรงหน้าห้อง มันนั่งก้มหน้าประหนึ่งคนเครียดจัด...


ผมมองดูนิ่งๆแล้วค่อยก้าวเดินไปหามัน... ตรงไปหยุดตรงหน้าแล้วทรุดตัวคุกเข่าลงให้หน้าเสมอกัน


พออยู่ใกล้กันขนาดนี้ผมได้ยินเสียงสะอื้นจากผู้ชายขี้เล่นคนหนึ่ง มันร้าวไปทั้งใจจริงๆ...


โดยไม่รู้ตัวผมสอดมือเข้าไปคว้าแผ่นหลังแล้วโน้มตัวกอดมันไว้แน่นๆ คนถูกกอดสะดุ้งโหยงแล้วกอดตอบผมอย่างรวดเร็ว...


“ ขอโทษ ” ผมพึมพำกระซิบข้างหูมันแล้วปล่อยให้น้ำตาหยดลงบนเสื้อของอีกฝ่าย


วินยิ่งกอดผมแน่นแล้วเสียงร้องไห้ของมันก็เงียบไปคล้ายจะกลั้นไว้แล้วตบหลังผม “ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร กูโอเค อย่าร้อง ไม่เอาครับอุ่น ไม่ร้อง ”


มันพยายามบอกผม แต่ผมก็เอาแต่กอดคอมันแล้วขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า


ความหวาดกลัวทุกอย่างมันพังทลายลงเมื่อไอ้วินยังอยู่ตรงนี้ มันไม่ไปไหน... มันยิ่งทำให้ผมปล่อยมือจากคนคนนี้ไม่ได้...


ผ่านไปเกือบสิบนาทีที่ผมแสดงความอ่อนแอออกไปก็ถูกงัดออกจากคนตัวใหญ่กว่า ตาแดงก่ำของผมมองหน้ามันอย่างซึมๆไม่กล้าจะปากดีใส่เลย


ใบหน้าหล่อเหลาเปียกท่วมไปด้วยเหงื่อและดวงตาเจ็บปวดทอดมองมาที่ผม มันสะท้อนภาพผมในแบบที่หน้าพังสุดๆ วินประคองให้ผมลุกขึ้นมานั่งข้างๆมันแล้วกุมมือผมแน่นแถมมือมันก็สั่นระริกพยายามบีบมือผมเป็นการตอกย้ำว่าตรงหน้ามันคือผมจริงๆไม่ได้เป็นภาพลวงตา


“ กูขอโทษ ” ผมว่าเสียงสั่น “ กูเผลอหลับ กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจลืมมึงนะ กู... ”


“ ไม่เอาครับ พอแล้ว ไม่พูดแล้ว ” เสียงนุ่มเป็นผู้ใหญ่ใจดีเอ่ยมาพร้อมปลายนิ้วออุ่นๆจะเกลี่ยหางตาผมเบาๆเพื่อปัดเป่าหยาดน้ำของความเศร้าโศก “ แค่ตอนนี้กูเจอมึงแล้ว มันก็พอแล้ว ”


มันยิ้มอ่อนโยนมาให้แต่ความอ่อนล้าก็แผ่ออกมาในรอยยิ้มที่มอบให้...


“ เจ็บมากมั้ย ” วินถามเสียงเบาจ้องไปที่คิ้วผมที่ได้รับการรักษาแล้ว


ผมส่ายหน้า “ กูไม่เป็นไร แค่นี้สบายๆ ” พยายามจะแสยะยิ้มอย่างทุกทีแต่มันยิ้มไม่ออก


“ ไม่ไหวก็อย่าฝืนยิ้ม ” วินทำหน้าดุใส่อย่างไม่ชอบใจ ผมผู้มีความผิดหลายกระทงก็พลอยจะหน้าจ๋อยหน้าหดเล็กลงไปกว่าหนึ่งมิลลิเมตรแล้ว


“ แล้วจะให้กูทำยังไงวะ ” ผมบ่นออกมาอย่างไม่รู้จะทำยังไง ก็มันไม่เคยที่จะต้องมาทำตัวอ่อนแอเจ็บโอดครวญเป็นสาวหวานสาวน้อย ผมเป็นผู้ชายนะเฮ้ย


" เปลี่ยนจากคำขอโทษเป็น... "วินยิ้มอ่อนโยนแล้วบีบมือผมแน่นขึ้น “ รับผิดชอบชีวิตกูต่อจากนี้ ”


“ รับผิดชอบห่าอะไร จะเอาอะไรอีก ” พูดเหมือนกูไปทำมึงท้องยังไงยังงั้น เเถมคนโดนต่อยกระทืบมาก็กู มึงก็ยังคงหล่อลากไร้ฟกช้ำ มึงยังจะให้กูรับผิดชอบอะไรอีก  “ ก็ขอโทษไปแล้วไง อย่ามาหาเรื่องงอนเป็นตุ๊ดได้มั้ยวะ กูขอโทษก็มากพอแล้วปะ ”

   เหี้ยกว่าผมไม่มีอีกเเล้ว บอกเลย ซึนกว่านี้ก็ไม่มีเเล้ว


“ ให้กูวิ่งหาทั่วโรงพยาบาลเเล้วขอโทษง่ายๆเนี้ยนะ " คนหล่อบ่นบ้าง  " เเค่คำขอดทษไม่พอหรอก กูต้องการมากกว่าคำขอโทษ ” แววตาเป็นประกายของมันเริ่มจะให้ความรู้สึกร้อนๆหนาวๆแล้วสิ


“ โลภมาก ” ผมด่าหลังจากนั้นก็เสสายตาไปทางอื่นเพราะจู่ๆก็รู้สึกหวั่นกับนัยน์ตาคมขึ้นมา ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆไม่ใช่แดกดันเยาะเย้ยแต่มันเป็นความเอ็นดู


ก่อนจะรู้สึกเหมือนอะไรนุ่มๆจรดลงบนมือผมเบาๆ “ ใช่ กูเป็นคนโลภมาก  เเต่ก็ขอไม่กี่อย่างหรอก มึงให้ได้อยู่เเล้ว ”


           " ขอคิดดูก่อน " ผมนิ่งคิด " ลองว่ามาดิ ทำได้จะทำให้ "


ปลายนิ้วมันเกลี่ยไล้อยู่ข้างเเก้มพาให้ขนเเขนลุกได้ไม่ยาก “ อยากให้มึงมองแค่กูคนเดียว ”


ก็มองอยู่คนเดียว ...เเต่เรื่องอะไรจะพูด


“ ให้กูได้ปกป้องมึง  ”


กูดูแลตัวเองได้เว้ย ไม่ต้องการ! ข้อนี้ขอไม่รับ นี่ใคร นี่ ธารา พ่อทุกสถาบันครับ...


                “ อยากให้มึงยิ้มให้กูคนเดียว ร้องไห้กับกูแค่คนเดียว ”


               " เยอะไปเเหละมึง เยอะไปแหละ " ใครร้องไห้ เดี๋ยวถีบ


                “ ไม่เยอะหรอก ” วินหัวเราะแล้วฉกหอมแก้มผมเบาๆเพราะโหนกเเก้มผมมันเเตกเป็นเเผล  “ ว่าไงครับ... จะรับผิดชอบทำตามความต้องการของคนโลภมากคนนี้มั้ย ”


                ผมมองฟ้ามองอากาศจนรู้สึกเหมือนตัวเองจะระเบิดคอมันแข็งแต่ก็ยังพยายามจะพยักหน้าลงแต่แล้ว...


                “ รับผิดชอบด้วยตีนกูมั้ย!


                “ มองมึงคนเดียว มึงฝันอยู่เหรอ!


                “ ปกป้องเหรอ พี่กู กูดูแลได้เว้ย!!


 


                “ มึงปล่อยมือน้องกู/พี่กูเดี๋ยวนี้ ไอ้สัดวิ๊นนนนน!!!


 


                เข้าด้ายเข้าเข็มทีไร มารต้องมาขัดเสมอ...

                ไหนๆก็อยู่โรงพยาบาลหน้าห้องฉุกเฉินเเล้ว ขอกระทืบไอ้สามตัวนี้ก่อนเลยได้มั้ย



-ต่อตรงนี้-


 


                นัยน์ตาคมกลอกเหลือกขึ้นอย่างเหนื่อยใจกับเสียงแปดประหลอดโทรโข่งสิบอันยิ่งต้องยอมแพ้ แถมที่นี่เป็นโรงพยาบาลหลังจากพวกหมาบ้าตะโกนออกมาก็ได้รับสายตาอาฆาตจากคุณพยาบาลทันที


                สามหนุ่มสะดุ้งเมื่อรู้สึกตัวรีบร้องขอโทษขอโพยก่อนจะตรงดิ่งหน้าดำเคร่งเครียดมากระชากไอ้วินออกไปจากเก้าอี้ แล้วก็ถูกแทนที่ด้วยไอ้ลม อีกข้างก็เป็นไอ้ดินตรงหน้าที่นั่งยองกับพื้นก็ไอ้ไฟ...


                “ โฮ น้องพี่ เจ็บมากมั้ย ฮือ ” ลมปล่อยโฮออกมาอย่างไม่มีการรักษามาดยกมือสั่นๆหยาบๆขึ้นมาลูบหน้าผมเบาชนิดที่แทบจะไม่ได้แตะใบหน้าผมเลย หน้าตาหล่อเถื่อนมันบูดเบี้ยวจะร้องไห้ก็ไม่ร้อง


                “ อุ่น ตกใจมากมั้ย เฮียรีบมาที่สุดแล้ว ฮึก เฮียขอโทษที่ไม่ได้ร่วมกระทืบพวกมัน ” หันมาอีกซีกก็เจอไอ้หมอเถื่อนกอดเอวซุกหน้าร่ำไห้ด่าทอตัวเอง “ น้องต้องเข้าใจ เฮียเรียนหมอ วันนี้มีสอบ เฮียออกมาช่วยไม่ได้ เฮียขอโทษ ฮือ ”


                มองมาข้างหน้าก็เจอไอ้ไฟนั่งคุกเข่าเหมือนสำนึกผิดสุดชีวิต หน้าตามันก็เริ่มจะเบะตาแดงก่ำจ้องมองหน้าผมแล้วก็ส่ายหน้าอย่างร้าวใจ หลังจากนั้นก็ฟุบหน้าลงบนตักผมกอดขาผมไว้แน่น กางเกงรู้สึกเปียกชื้นขึ้นมาคงเป็นเพราะเจ้าน้องชายมันบ่อน้ำตาแตกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


                ผมถอนหายใจแล้วยิ้มเนือยๆเหลือบตาไปมองคนที่ยืนมองสภาพอนาถของแล้วก็เห็นมันส่ายหน้ายิ้มก็เบาใจ วินมันคงชินชากับการกระทำพวกนี้แล้ว จะลุกขึ้นมาเตะเรียงตัวก็อ่อนใจใจอ่อนทำไม่ลงเพราะมันยังไงก็พี่น้องผม ห่วงหวงผมสุดชีวิต


               " หน้าสวยๆของน้องน้อยเรา บอบช้ำ ไอ้ลมอยากตาย!! "

              " อย่าให้รู้ว่าใครทำร้ายน้องเลิฟกูนะ กูจะจับมาผ่าทำอาจารย์ใหญ่ให้หมด! โฮ! คิ้วก็เเตก เฮียจะหายาดีๆมาให้ หน้าน้องต้องไม่มีเเผลเป็น "

             " อย่าให้เจอตัวพวกมันนะ จับยัดตารางขังลืมให้สาสามกับที่ทำพี่กู!! ฮืออ โหนกเเก้มก็เเตก โอ๊ยย ไอ้ไฟคนนี้อยากจะเข้าไปรับหมัดเเทนจริงๆ ฮือ "


               เเต่บางทีมันก็ห่วงเกินไปจนน่าขนลุก!!


                ถอนหายใจทำหูทวนลมไม่ได้ยินประโยคเเสนจะพร่ำเพ้อเว่อร์วังยื่นมือข้างหนึ่งไปลูบหัวทุยๆของน้องชายเพื่อปลอบโยนอีกข้างก็ลูบๆเเขนไอ้พี่สองตีวแล้วพูดติดตลก “ กูยังไม่ตาย ไม่ต้องมาร้องไห้ประหนึ่งกูตายได้มั้ยวะ ”

              " ไม่อ๊าววว ไม่พูดเรื่องตาย ลมใจจะขาด " ทำหน้าเจ็บปวดสุดใจ กูเห็นพ่อป่วยเป็นไข้ มึงยังไม่ห่วงเท่านี้เลยไอ้พี่เหี้ยลูกทรพี

             ดินส่ายหน้ารั้งเเขนผมไว้เเน่น " ถ้าน้องตาย พี่จะตายตามน้องไปด้วย เราจะเป็นพี่น้องกันทุกชาติไป " ขอพี่น้องกันเเค่ชาตินี้ก็พอเถอะ อย่าให้ไปยันทุกชาติเลยนะ


                “ ก็ไฟกลัว! กลัวจะไม่ได้เห็นหน้าพี่อีก ” เสียงอู้อี้บ่นออกมาปนเสียงสะอื้นซุกหน้าลงกับกางเกงผมไม่ปล่อย “ ผมมีพี่ชายอยู่คนเดียวนะ ถ้าพี่เป็นอะไรไป ผมจะอยู่ยังไง ” มันเงยหน้าขึ้นมาสบตาทำราวกับไอ้สองตัวข้างๆผมไม่มีความหมายเป็นเพียงอากาศธาตุ


                ไอ้ลมชะงักอารมณ์คร่ำครวญกับแผลบนหน้าผมหันควับไปแยกเขี้ยวใส่คนเพิ่งพูด “ เดี๋ยวๆ กูก็พี่มึงนะเฮ้ย ”


                “ กูไม่นับญาติกับมึง ” ไฟเบ้ปากใส่แล้วกระชากแขนลมออกจากตัวผมและหันไปแกะมือไอ้ดินต่อ “ พี่อุ่นเป็นของกูคนเดียว พวกมึงมันคนนอก!


                ดินหน้าเหวอลุกขึ้นมากระชากคอเสื้อน้องชายปากดีทันที “ พูดแบบนี้มันวอนหาตีนแล้ว สักยกมั้ย มีแผลจะได้ทำเลย เล่นไม่รู้เวลา เดี๋ยวพ่อสับเเหลกเลย จะลองดูก็ได้  ” ว่าอย่างดิบเถื่อนแล้วบุ้ยปากไปทางห้องฉุกเฉิน


                “ เอาดิ คิดว่าไม่กล้า? มึงมันบ้าเรียน ไม่ยอมมาช่วยพี่อุ่น!


                “ กูมีเรียนมั้ยห่า ” ดินสวน “ หรือมึงสองตัวไม่มีเรียน เเล้วมึงมาช่วยอุ่นกันมั้ย!! ” หันไปประชดพี่คนโตอีกระลอก


                ลมถึงกับขึ้น “ กูมีสอบไอ้สัด ถ้ารู้ว่าน้องอุ่นมีเรื่อง กูโดดสอบไปแล้ว! ไม่นั่งสอบคิดเลขหาสูตรสร้างบ้านสร้างตึกอยู่สามสี่ชั่วโมงหรอก”


                “ เออ ถ้ากูไม่มีแล็ปดูอาจารย์ใหญ่ กูคงเหาะไปช่วยอุ่นก่อนมึงแล้ว! ” ดินแย้งเอาหน้า


                ไฟหรือจะน้อยหน้า “ ถ้ากูไม่มีสอบสำคัญตอนเช้า กูไปก่อนพวกมึงเเน่! เเต่กูมีสอบตั้งเเต่เจ็ดโมง! ” น้องชายมองพี่อย่างเยาะเย้ย “ แต่ก็อย่างว่า มึงสองคนไปช่วยก็เกะกะพี่อุ่นเปล่าๆ ไร้น้ำยา! สู้กูไม่ได้!


                “ อ้าวเฮ้ย! ” ลมผลักอกน้องอย่างแรง


                “ ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่น่า ” ดินก็ยังมีอารมณ์มาเล่นก่อนจะถูกน้องรักสุดท้องเตะตัดขาจนล้มพับหน้าคะมำ


                “ ไอ้ไฟ!!! ” ดินกระโจนใส่น้องแล้วยื้อกระชากกันอย่างมันส์ ลมตอนแรกก็ไม่ได้จะเข้าร่วมวงแต่เสือกโดนลูกหลงก็เข้าไปรุมกัดกันอย่างคันเขี้ยว


                มองพวกมันแล้วถอนหายใจทิ้งปลงตก การแสดงออกของพวกมันก็เหมือนแสดงความรักที่ต่อยกันก็คงอยากให้ตัวพวกมันเองไม่รู้สึกแย่ กัดกันเพื่อให้ความรู้สึกพวกมันคงที่... เป้นวิธีที่ประสาทเอาเรื่อง เฮ้อ


                ไหวไหล่ก่อนจะพูดขึ้น “ กูไปหากาแฟแดกก่อน ไอ้เทียนอยู่ห้อง 913 ” ว่าจบก็เหยียดตัวลุกขึ้นมีเซนิดๆเพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เที่ยง


                วูบเหมือนจะล้มคนที่มองดูเหตุการณ์ความเป็นไปเงียบก็รีบปรี่เข้ามาประคอง ผมมองหน้าคนประคองเล็กน้อยไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้มันพาเดินประคองออกไปจากบริเวณหมาบ้ากัดกันไม่สนสายตาสมเพชเวทนาของเหล่าป้าๆลุงๆในโรงพยาบาล


                หน้าตาดีทั้งสามคน แต่ไม่น่าเสียสติเลย


                ผมหัวเราะในลำคออย่างขบขันแล้วเดินอ้อยอิ่งให้คนตัวหนากว่านิดนึงประคองประหนึ่งขาเจ็บ พอคิดไปคิดมาแล้ว ผมไม่ได้เจ็บขา


                ทำไม อยากอ้อนผัวบ้าง มีปัญหาปะ


                “ ยังไม่ได้กินข้าวสินะ ” เสียงแว่วข้างหูว่าเบาๆในขณะที่ก้าวขาไปอย่างช้าๆคอยระวังผมจนแอบรู้สึกเขินขึ้นมานิดๆ อยากจะสะบัดออกแล้วเดินแมนๆแต่แม่งอากาศเสือกเย็น โรงพยาบาลมีเงินเยอะใช่มั้ย เปิดแอร์แรงจนเกิดอาการหนาวกะทันหันเลยต้องการความอบอุ่นแบบทันท่วงทีครับ


                ตอบไม่เต็มเสียงนัก “ อื้อ ” ก่อนจะบ่นมุบมิบ “ หิว ”


                เสียงหัวเราะเบาๆ “ ก็สมควร ออกแรงไปเยอะสิท่า ” คล้ายจะแซว ผมพยายามจับน้ำเสียงมันก็พอรู้ว่ามันยังอารมณ์ไม่คงที่เท่าที่ควรแต่แสร้งปกติขี้เล่นให้ผมสบายใจ


                “ ก็ไม่เยอะเท่าไหร่ ” ผมหยุดเดินแล้วขยับตัวออกจากมัน วินหยุดเดินแล้วมองหน้าผมอย่างงงๆ “ แต่ก็อยากออกแรงเยอะๆเหมือนกัน ”


                “ หือ ” ยังคงงงเป็นไก่ตาแตก


                ผมยิ้มเล่น “ กลับไปออกแรงบนเตียงกันสักหน่อยมั้ยครับ ” ว่าแล้วก็ลูบคางมันอย่างเชิญชวน วินตะลึงไปครู่ก่อนจะกัดฟันกรอดคล้ายเคืองๆผม


                “ อย่ามาล้อเล่นแบบนี้ ”


                “ ไม่ชอบ? ”


                “ ชอบ! ” มันพยักหน้าทันควัน “ วันไหนดีจ๊ะ พี่พร้อมเสมอถ้าน้องต้องการ ” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์กลับมาเป็นปกติแล้วเข้ามากระแซะๆเบียดๆตัวผม


                “ ไม่ต้องมากอด! ” ผมว่าไปแต่ก็อมยิ้ม “ ร้อน!


                “ ร้อน? สักยกมั้ย ในห้องน้ำโรงพยาบาลก็ได้เปลี่ยนบรรยากาศ โอ๊ย!


                “ ไอ้หื่น!!


                วันนี้กูจะถึงฟู๊ดส์คอร์ดของโรงพยาบาลมั้ยวะ ผมก็มันเดินเบียดๆแซวๆด่าๆกันตลอดทางเดินจนกระทั่งเดินผ่านห้องรับยา สายตาผมเหลือบไปเห็นใครบางคน


                หุบยิ้มทันควันแล้วชะงักเท้าไปแวบเดียวก่อนจะเร่งเท้าเปลี่ยนทิศทางไปหาคนคุ้นตา มือจัดการคว้าไหล่บางอย่างแรงให้หันมาเผชิญหน้ากันตรงๆ ความสงบถูกสลัดทิ้งไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นหน้าคู่กรณี เหมือนกองไฟที่ยังไม่สงบดีพอถูกน้ำมันเพียงแค่นิดเดียวก็กระพือโหมลุกไหม้อีกครั้ง


                ผมกัดฟันกรอดก่อนจะเข่นขบเขี้ยวเอ่ยออกมาเสียงต่ำ...


                “ ซี ”


--------ต่อตรงนี้น้าา--------

 


                ใบหน้าน่ารักหันมาด้วยความงุนงงก่อนแววตาจะลุกโชนขึ้นฉับพลัน ผมเงื้อมือเตรียมซัดมันแล้วแต่ยังช้าไป... ร่างของผมถูกผลักอย่างแรงจนเซไปด้านข้าง พอหันคอกลับมาก็ต้องเบิกตาโต


                ผัวะ!!


                ร่างเล็กลงไปหมอบกับพื้นอย่างแรงด้วยน้ำมือของคนใจเย็นมาตลอด ผมมองไอ้วินตาค้างไม่คิดว่าเป็นมันจะลงมือทำต่อที่สาธารณะ


                ซีหยัดตัวขึ้นมาอย่างช้าๆใบหน้าตกตะลึงค้างไม่ต่างจากผม นัยน์ตาเบิกโตสั่นระริกเหมือนเจอผีเลื่อนมามองหน้าคนที่ทำร้ายตัวเองแล้วพึมพำออกมาทีละพยางค์อย่างกล้ำกลืน


                “...พี่วิน... พี่ต่อย...ผมเหรอ ” ครางออกมาด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อยกมือขึ้นแตะมุมปากก็รู้สึกถึงเลือด


                วินที่ผมคิดว่าใจเย็นมาตลอดกลับลุกขึ้นมาโมโหคว้าคอเสื้อคนตัวเล็กขึ้นมาแล้วตะคอกใส่ “ เมื่อไหร่มึงจะเลิกยุ่งกับพวกกูสักที!


                “ ไม่ ไม่! ” ร่างเล็กคล้ายจะคลุ้มคลั่ง “ ไม่มีวัน! ” มันเหยียดแล้วสะบัดหน้ามามองผมที่อยู่ในสภาพเละสายตามันกวาดมองแล้วยกยิ้ม “ ท่าทางดูดีชะมัดเลย ”


                “ สะใจมึงแล้วใช่มั้ยที่กูเละขนาดนี้ ” ผมย่างสามขุมไปหามันแล้วดึงมันให้มาคุยกับผม บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดไม่มีใครกล้าเข้ามาสอดแม้กระทั่งพวกยามยังได้แต่อยู่ห่างๆ “ คิดจะลงมือกับกู ช่วยจ้างมือโปรมากระทืบกูหน่อยนะ พอดีกูไม่ได้กระจอกว่ะ ”


                ซีเอียงคอคล้ายไม่เข้าใจ “ จ้างเหี้ยอะไรมึง ” มือเล็กแต่แรงไม่ได้น้อยผลักผมออก “ มึงพูดบ้าอะไร ”


                “ ซี ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ ” วินแทรกด้วยเสียงเข้ม “ ถึงกับส่งคนมารุมดักตี มันเกินไปรึเปล่า ”


                “ ใครดักตีมึง ” ซีหันมามองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจหนัก “ ดักตีทั้งที ทำไมไม่ตายวะ เสียดายจัง ”


                ท่าทางใสซื่อไม่เข้าใจของมันพาให้เส้นประสาทผมจะขาดอยู่รอมร่อ...


                “ มึงอย่าทำตัวเป็นหมาลอบกัด ” ผมตะคอกมันเสียงเหี้ยม “ มึงจะทำยังไงกับกูก็ได้ เพื่อนกูไม่เกี่ยว มึงไปดักตีทำไม!! ” อดทนไม่ไหวกระชากคอเสื้อมันแล้วเหวี่ยงไปกระแทกกำแพงใบหน้าเล็กเหยเกด้วยความเจ็บไม่เจ็บก็เกินไปผมสามารถผลักให้มันกระดูกหักได้ง่ายๆเพราะมือกับตีนผมหนักมาแต่ไหนแต่ไรแรงควายมาตั้งแต่เด็กจะให้ยั้งแรงก็ทำไม่เป็น


                ซีใช้เล็บทั้งสิบจิกเข้าที่แขนผมอย่างแรงแล้วตะโกนกลับ “ กูไม่ได้ทำ!! มึงใส่ร้ายกู!!


                “ อมพระทั้งวัดมากูก็ไม่เชื่อ!! ” แรงบีบที่คอก็หนักขึ้นพอๆกับแรงที่จิกของแขนมิหนำซ้ำมันยังกดจุดของเส้นเลือดได้อย่างแม่นยำจนความเจ็บแล่นมาแทบจะล้ม แต่ก็ยังฝืนต่อ “ ถ้าไม่ใช่มึงจ้างแล้วจะใคร!!


                ซีเงยหน้ายียวนแล้วทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “ กูจะรู้เหรอ กูไม่ใช่เทวดา ” เพราะมัวแต่กัดฟันทนความเจ็บไอ้คนที่อยู่ในกำมือมันก็ใช้ศอกงัดขึ้นฟาดเข้าหน้าผมอย่างแรงไม่พอยังใช้เท้าถีบเข้าที่เข่าซ้ายอย่างแรงจนผมล้มพับไปกับพื้น


                “ อุ่น!! ” วินเข้ามาดูผมประคองให้นั่งดีๆ ก่อนที่มันจะค่อยๆแตะใต้จมูกผมแล้วให้เห็นเลือด และมันก็ไหลผ่านปากก่อนจะหยดลงบนเสื้อสีขาวแมมมอมของผม


                “ ไอ้ซี ไอ้... ” ผมกัดฟันกรอดกุมจมูกตัวเองที่เลือดไหลพรากเป็นก๊อกแตกอย่างพูดไม่ออก จะลุกตอนนี้ก็ไม่ลุกไม่ขึ้นเพราะหัวเข่ามันจี๊ดขึ้นมา ได้แต่นั่งจมกับพื้นมองหน้ามันอย่างโมโหจนจะเผาโรงพยาบาลได้แล้ว


                “ ลุกขึ้นมาสิ ลุกมาดิ ” มันท้าแล้วหัวเราะอย่างจิต “ มึงคิดว่ามีแค่กูคนเดียวเหรอที่รักพี่วิน ” หันไปยิ้มหวานสยองให้คนที่กำลังประคองตัวผมไว้


                “ มึงจะพูดอะไร ” ผมเริ่มเวียนหัวเพราะเลือดยังไม่ยอมหยุดไหล


                มันเชิดหน้า “ บอกให้เอาบุญนะ ” หัวโคลงไปมาอย่างสนุก “ ศัตรูมึงไม่ได้มีแค่กูหรอก ฮ่าๆ ”


                “ ใครหน้าไหนก็ไม่ได้บ้าขนาดมึงหรอก!! ” วินสวนปล่อยมือผมแล้วกระชากข้อมือซีไว้ข้างจ้องหน้าจะกินเลือดกินเนื้อ


                “ ก็เพราะผมรักพี่ไง รักจนบ้าแบบนี้ไง!! ” ซีพุ่งเขากอดวินอย่างหน้าด้านๆ “ กลับมาหาซีนะ ถ้ามาหาซี ซีจะไม่วุ่นวายกับใครเลย กลับมาหาซีนะ ”


                “ ซี ปล่อย! ” วินแกะคนตัวเกที่ดูสติไม่สมประกอบนักออกจากตัวแต่มันก็มือกาวและหน้าหนาเกินไป ผมมองด้วยสายตาประกายเพลิงโทสะจะขึ้นไปกระชากตัวมันออกก็ไม่มีแรงจะลุก


                ผมตวาด “ มึงปล่อยผัวกูเดี๋ยวนี้!!


                “ ไม่! พี่วินเป็นของกู ของกู!! ” มันว่ายิ้มๆแล้วพยายามกอดตัววินไว้แน่น ไอ้วินมีสีหน้ามืดมนขึ้นเรื่อยๆ


                “ จะไม่ปล่อยดีๆใช่มั้ย ”


                เสียงทุ้มต่ำอย่างน่ากลัวก่อนอ้อมแขนแกร่งจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วตวัดล็อกคอระหงไว้อย่างแน่นหนารัดแน่นขึ้นไปอีกจนคนตัวเล็กเริ่มหายใจไม่ออก


                “ ปล่อย พี่วิน ปล่อย แค่ก! ” ซีว่าเสียงอ่อนค่อยมือปักป่ายข่วนแขนคนตัวสูงอย่างแรง แต่วินกลับมีสีหน้านิ่งแล้วรัดขึ้นแน่นขึ้นไปอีก


                มันกะจะให้ตายคาโรงพยาบาลเลยรึไงวะ!


                “ กูเคยบอกแล้วใช่มั้ย อย่าทำให้กูโมโห ”


                เสียงเข้มทุ้มต่ำลอดไรฟันพาให้คนฟังขนลุกชันได้ไม่ยากยิ่งบวกกับสีหน้าน่ากลัวอย่างกับจะฆ่าคนให้ได้ของมันทำเอาผมแทบลืมหายใจ


                “ ปล่อย แค่ก พะ พี่ โซ่ พี่โซ่ ” เมื่อเริ่มรับมือไม่ไหวดวงตากลมเริ่มเอ่อล้นด้วยน้ำตาแล้วพร่ำเพ้อถึงใครก็ไม่รู้ “ ช่วย ช่วย ซีด้วย แค่ก!


                วินแสยะยิ้ม “ ไม่มีใครช่วยมึงหรอก หึ ” กวาดมองสายตาทิ่มแทงไปรอบตัวแต่ก็ยังไม่ทันระวังหลัง


                ผัวะ!! ตั้บ!!


                ร่างสูงของวินทรุดลงไปกับพื้นอย่างไม่มีสัญญาณบอก แถมยังมีสีหน้าเจ็บปวด พอมันล้มมือก็ปล่อยคอซีออกให้เป็นอิสระ คนตัวเล็กนั่งหอบหายใจเข้าอย่างรวดเร็ว


                ผมที่ยังลุกขึ้นไม่ได้ก็มองการกระทำของผู้มาใหม่อย่างเอาเรื่อง เป็นผู้ชายที่ตัวสูงพอๆกับไอ้วินติดจะบางกว่าเล็กน้อยอยู่ในชุดสูทอย่างเป็นทางการแถมยังมีโครงหน้าที่สมบูรณ์แบบราวกับรูปปั้นมันงดงามจนยากที่จะละสายตาได้ ชายหนุ่มยังคงรอยยิ้มอ่อนโยนเดินข้ามตัววินที่นอนกองกับพื้นแล้วเข้ามาย่อตัวเช็ดน้ำตาให้กับคู่กรณีของผม


                “ ซีไม่ร้องไห้สิครับ ไม่ต้องกลัวนะครับ ”


                ก่อนอ้อมแขนแข็งแรงจะช้อนร่างเล็กขึ้นอย่างสบายๆ


                “ พี่โซ่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าพี่ไม่อนุญาต ใครหน้าไหนก็ทำร้ายน้องพี่ไม่ได้ครับ ”  




*****************************



********************

อ่านสักนิดจะเดาทางได้(รึเปล่า)

ครบสักที (เอาซะเเขนเเทบร่วง) มาได้น้อยนิดเเต่เราก็มา!!

ตอนนี้พี่โซ่มาค่ะ กรี๊ดดด พี่โซ่หล่อมากกก (จะดีกว่านี้ถ้าพี่ไม่มีน้องประสาทเเบบซี) อร๊ายยย พี่วินก็เข้มโหด โอ๊ย เลือกไม่ถูก #โดนเตะปลิว ผิดแหละๆ ฮือ เเต่สงสารอุ่นของเลา เป็นอะไรมากมั้ยลูก เลือกออกด้วยมาซบอกเเม่มาเดี๋ยวเเม่ซับเลือดให้ #วินเตะ 

 ตอนนี้เราพยายามมาทุกวัน เพราะเราคือตัวเเทนของความขำขันเเละเสียงหัวเราะ เราเลยต้องมาทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ!!! (หรือแม้เธอจะไม่ต้องการเราก็ตาม กราซิก T^T)

เข้ามาเเล้วมาอินไปด้วยกันเเละบ้าไปกับคนเขียนกันเถ๊อะะะะะ 


***ตอบคำถาม***

1.มีเรื่องฝุ่นลม ไฟเวียร์มั้ย

- มีเเน่นอนค่ะ

2.ดินปายจะเเต่งต่อมั้ย

- เริ่มอัพต่อเดือน พ.ย. จ้า

3.ทำหนังสือมั้ย

-ทำค่า เเต่ต้องให้เนื้อเรื่องเกิน 80 % ก่อนค่ะ

ตอนนี้ก็...ยังไม่ถึงครึ่งอ่าค่ะ 55555 (ขอเวลาสองปี) #ทุกคนหนีหายหมดค่ะ

************

เเละขอบคุณทุกคอมเม้นอีกเช่นเคย ทุกคอมเม้นเป็นเเรงกำลังให้เราปั่นนิยายเลยมีกำลังใจมาทุกวัน ขอบคุณจริงๆค่ะ ^^ (พรุ่งนี้จะรีบมาเยยยย ไม่เกินเที่ยงคืนพรุ่งนี้ #โดนเตะ)

เเละเรื่องสำคัญ!! พิมต้องขอบคุณทุกๆคนทุกๆคอมเม้นท์เเละนักอ่านทุกๆคนมากนะคะ ที่พานิยายบ้าๆบอๆของพิมมาไกลถึงขนาดนี้เเล้ว ขอบคุณมากๆค่ะ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะถึงขนาดนี้ ขอบคุณมากๆค่ะเป็นกำลังใจที่ดีมากเลย #ปั่นเเหลก

ตอนนี้ก็เลือดสาดนิดนึง อุ่นเขาสายเถื่อนโหด อดีตก่อนหน้านี้ก็เเสบใช่ย่อย พี่น้องเขาเถื่อนกันหมด ทำไมอุ่นจะไม่เถื่อนค่ะ ดีเอ็นเอความเถื่อนมันอยู่ในสายเลือด!! (เราเป็นนิยายตลกเเม้จะในฉากบู๊เราก็ยังมีมุกบ้าง เเม้จะเเป้ก เราก็ไม่สน55555) พี่วินก็โอ้โห 58สาย ขอเเฟนเเบบนี้ค่ะ ขอเเบบเน้!! อยากได้! #อุ่นกระทืบด้วยความหวง

ปล.ส่งท้าย.เรื่องนี้ไม่มีอะไรเเน่นอนหรือคงเส้นคงวา ถ้าจะให้คงที่คงเป็นความกวนบาทาของคนเขียนที่มีเพิ่มขึ้นทุกวัน (อย่าปามีดค่ะ! เเพง! เดี๋ยวไม่มีใช้! ) เราเป็นนิยายหักมุมตลบพลิกหลอกตาได้ตลอด อย่าไปเชื่ออะไรทั้งนั้น คนเขียนมันร้ายมากค่ะ! เเต่ท่องไว้ค่ะ


*** ถ้ารักถ้าชอบกันอย่าลืมกดเฟบไว้นะคะ


ขอบคุณทุกคอมเม้นอีกเช่นเคย อ่านของทุกคนเน้อออ รักทุกคนนนน

อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจสักนิดน่าจะได้มีเเรงปั่นต่อ ขอบคุณมากๆค่ะที่ยังรอกัน

ติดตามพูดคุยกันได้ที่เพจ เดือนพราย

ติดเเท็กนิยายพูดคุยในทวิตเตอร์ #พี่เทศน้องปัตย์ หรือ #นิเทศตัวร้ายกับสถาปัตย์อาร์ตัวพ่อ ได้สองเเท็กเลยยยย


ติดต่อจิกหัวคนเขียนโดยตรง : TW : @Phraipimmy_  ต้องมี _ ต่อท้าย y นะคะ

มาพูดคุยกันได้เน้อออ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 453 ครั้ง

387 ความคิดเห็น

  1. #10139 AtikarnKlaiplub (@AtikarnKlaiplub) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 13:17
    ดี้ชอบวินแน่เลยอะแล้วจ้างคนมาทำอุ่นน
    #10139
    0
  2. #10132 ข้าน้อย (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 10:23

    บรรยากาศสถานที่อวนเหมาะแก่การตืบเขยอิอิ

    #10132
    0
  3. #10116 Piawriku_MN (@Piawriku_MN) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:41
    โซ่!แต่ซีดื้อนะให้วินทำโทษอ่ะถูกแล้ว โซ่ไปเดทกับเค้าดีกว่าปะๆ~
    #10116
    0
  4. #10016 686814123new (@686814123new) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 10:26
    ไม่รู้จะเม้นอะไรแล้วอยากกระทืบๆแล้วเอาสปาต้าแทงมากกว่าแหลกว่านี้มีอีกไหม. อิดี้ก็คนโง่โดนหลอกใช้ยังไม่รู้ตัวเกลียดดด
    #10016
    0
  5. #9825 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 15:31

    คนบ้าน C เปนแบบนร้ทุกคนเกรอ โหด มาจาขุมไหนนี่
    #9825
    0
  6. #9759 Naey_Sy (@Naey_Sy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 12:56
    โซ่ซีนี่...ถ้าไม่ใช่พี่น้องแท้ๆกัน กูจับจิ้นเลยน่ะ
    #9759
    0
  7. #9739 34257766 (@34257766) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 01:59
    -ได้ตายคู่แน่อิโซ่อิซี
    #9739
    0
  8. #9496 koy_incle (@orasa1732) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 13:05
    อุ้นของพี่สะบักสะบอมไปหมดแล้ว
    #9496
    0
  9. #9422 Pimolphut Arjitnupap (@llukkpear) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 00:21
    เพื่อนซีละมั้งที่จ้างเนี่ย5555
    #9422
    0
  10. #9378 milking7727 (@milking7727) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 11:04
    เอาเเล้วไงงานนี้สนุกเเน่55
    #9378
    0
  11. #9296 MapleMable (@MapleMable) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 22:39
    ถ้าเป็นเราเราฆ่าซีไปแล้วนะ ยอมติดคุกจ้าา ทำร้ายเราเราไม่ว่ามาทำร้ายเพื่อนเราอยากตายใช่มั้ย คุณโซ่คะกรุณาดูแลน้อง-ให้ดีกว่านี้นะคะ
    #9296
    0
  12. #9253 Wansiri_PCY (@Wansiri_PCY) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 01:44
    ถ้าแต่งถึงสองปีมีเป็นร้อยตอนก็ตามอ่านค้าาาา
    สนุกมากๆเป็นกำลังใจให้คะ
    #9253
    0
  13. #9076 haranya (@haranya) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 15:02
    อิพี่ป๊ายยยยย โอ๊ยยย ขำหนักมาก
    #9076
    0
  14. #9010 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 18:20
    โว้ยยยยอะไรกันว่ะ
    #9010
    0
  15. #8134 elleonoell (@Minrt) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 19:49
    สรุป ประสาทแม่งทั้งพี่ทั้งน้อง
    #8134
    0
  16. #8018 mymiw15 (@mind483) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 21:54
    พี่แม่งก็บ้าพอๆกับน้องมันเลยแหะ -_-
    #8018
    0
  17. วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 00:02
    ไปพบจิตแพทย์ทั้งพี่ทั้งน้องเลยไป ครอบครัวเลี้ยงมายังไงวะ ปวดหัว
    #7127
    0
  18. #7070 YB229 (@YB229) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 15:27
    เห้ออออ ยืดเยื้อเกินนนนน 555555 เมื่อไหร่จะจบจะสิ้นสักทีเนี่ยยยบ โอ้ยยยบย 55555
    #7070
    0
  19. #6959 Lirilarisa (@Lirilarisa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 23:28
    โซ่ซี-.-
    #6959
    0
  20. #6958 Lirilarisa (@Lirilarisa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 23:28
    เกลียดอีวินดี้ที่สุดในเรื่อง เราขอให้เป็นโซ่ซีได้มั้ยอ่ะ????????
    #6958
    0
  21. #6876 Gammmmmmmmmm (@Gammmmmmmmmm) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 01:14
    เกลียดดดด
    #6876
    0
  22. #6027 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 21:22
    โอ๊ยยย เมื่อไหร่ซีจะไปผุดไปเกิดสักที ตามหลอกหลอนกันดีจัง!!
    #6027
    0
  23. #5421 ฉัน (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 02:19
    อันนี้เป็นการคาดเดาของตัวเองล้วนๆ(มั่วนั่นแหละ)

    วินดี้! มันต้องรู้แน่ๆว่าซีบ้าเลยแกล้งตีสนิทหลอกใช้ซี เกลียดดดดดดด ส่วนพี่โซ่..อาจจะรักซีแต่แบบคนรักรึเปล่าก็ไม่รู้นะ 555555555 ซีมันบ้า มันไม่โกหกหรอกว่าไม่ได้จ้าง วินดี้จ้างแน่นอน และดี้อาจจะชอบวินเหมือนกันก็เป็นไปได้

    จากใจจริงนะ...เรื่องนี้เป็นนิยายที่ทำให้ชอบตอนที่วินอุ่นแกล้งกันมากกว่ารักกันอ่ะ ขอโทษที่อ่านตอนโรแมนติกแบบผ่านๆนะคะ แหะๆ 55555555
    #5421
    0
  24. #5212 viewweeyong (@viewweeyong) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 23:32
    หึ ท่าทางจะจิตทั้งพีทั้งน้อง
    #5212
    0
  25. วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 00:05
    โอ้ยยย อีซี อยากจะเข้าไปในเนื้อเรื่อง แล้วไปจิกหัวอีซีแล้วจับกระแทกๆๆๆกับพื้นแรงๆ แล้วบอกว่า วินนะไม่ใช่ของ เลิกมโนได้แล้วว อีประสาท 55555555555555555
    #5174
    0