[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 968,674 Views

  • 10,181 Comments

  • 29,965 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10,115

    Overall
    968,674

ตอนที่ 25 : บทที่ 25 : แค่บังเอิญ...เหรอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22076
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 465 ครั้ง
    16 พ.ย. 59

**** ตอนนี้ทุกคนคงคิดว่าทำไมพิมไม่ครบ 100 สักที!!! มาเเบบนิดน้อยเลื่อนสองที อ้าว หมดเเล้ว คือพูดกันตามตรงเลยนะคะ เเขนขวาของพิมมีปัญหาเเละมันต้องใช้เวลารักษานาน ทำให้เลยพิมพ์คอมนานๆไม่ได้ คือจะสามารถพิมพ์ได้เเค่ 2-3 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น เกินลิมิตชั่วโมงเเล้วร่างกายจะไม่ไหว ขอให้เข้าใจตรงนี้กันหน่อยนะคะ 

แต่พิมก็พยายามเเต่งทุกวันนะคะไม่อยากห่างหายนานกลัวทุกคนคิดถึงใคร่อยากจะเผาบ้านคนเขียน 555555 ก็เลยต้องขออนุญาตอัพเเบบมาทีละเล็กทีละน้อยนะคะ เเต่จบชัวร์ค่ะ เอาหัวสามหมาเป็นประกัน  (จบเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน สองปีเนาะ 55555 )

***  อ่านขำๆหัวเราะกันเเล้วอย่าลืมเม้นให้เค้าด้วยนะ T^T จะได้มีกำลังใจปั่นต่อทุกวัน มาทุกวัน (เม้นหน่อยนะ กราบค่ะกราบ สักนิดให้รู้ว่าชอบไม่ชอบกันจะได้ปรับปรุงนะคะ มุกไม่ฮาจะได้เเก้ไขค่ะ อยากให้ทุกคนยิ้มได้ T0T) เรื่องนี้มันยาวมากและมากกกก หลากอารมณ์มากกก มากกก ต้องตามให้ทันนนน

คำเตือน : อย่าบ้าตามทุกคนในเรื่องนะคะ 55555

ปล.เราเป็นนิยายตลกจริงจริ๊งงงง ตลกคลายเครียดค่ะไม่เครียดกันเนอะ ไม่เครียดจริ๊งจริงง (เครียดกะปมอ่ะค่ะ!)


-------------------


บทที่ 25 แค่บังเอิญ...เหรอ

 



                “ พักก่อนมั้ย ”


                สุรเสียงทุ้มกล่าวขึ้นเป็นรอบที่ห้าแล้ว ผมตวัดตาหางตาไปมองอย่างนึกหงุดหงิด เห็นมั้ยในมือทำอะไรอยู่ ทำโมเดล! ถ้าคิดจะมาห้ามก็หลีกทางไปได้เลย มือผมก็สาละวนอยู่กับการประกอบฐานไม่ได้ฟังไอ้คนข้างๆ


                ตอนนี้ตีสามกว่าได้ ไอ้คิมกลับเข้ามาแล้วก็นั่งทำโมเดลต่อไม่ปริปากพูดอะไรมาก ส่วนไอ้ไผ่ก็ยังคงไม่กลับมา ไม่รู้ว่าไปเขียนรายงานถึงดาวไหน


                “ มึงพังขนาดนี้ มึงพักเถอะ ” ไอ้วินร้องโอดครวญให้กับสภาพเละทั้งตัแต่เก่งไง มานั่งทำงานต่อ แค่วันนี้ไม่ได้เข้าไปพรีเซ้นต์งานเอฟกระโดดเกาะหัวแล้วมั้ง


                ผมไม่ตอบยังคงหยิบกาวมาติดมาต่อชิ้นส่วนต่างๆอย่างตั้งใจ


                “ คิม บอกเพื่อนมึงให้นอนหน่อยเถอะ ” หันไปขอความช่วยเหลือจากอีกหนึ่งสิ่งมีชีวิต


                คนโดนเรียกส่ายหน้า “ มันต่อไม่ได้ตามที่กำหนดไว้ มันไม่นอนหรอก ” ตอบทั้งที่ยังไม่เงยหน้ามอง เพราะกำลังเพ่งสมาธิไปที่แผ่นไม้ที่ต้องตัด


                “ มึงไม่ช่วยอะไรก็เงียบๆไป ” ผมสั่งเสียงเฉียบเพราะตั้งแต่ที่มันตัดโมเดลผมให้หมดแล้วก็มาง้องแง้งอยู่ข้างหูไม่เลิก


                “ จะต่อเสร็จเมื่อไหร่ ” มันถามผมกลับ


                ครุ่นคิดอยู่ครู่ “ ถ้ามึงหุบปากยี่สิบนาที มันจะเสร็จ ”


                วินพยักหน้ารับรู้แล้วเปลี่ยนจากการพูดจ้อมานั่งมองผมเงียบๆตาใสแป๋ว ผมพ่นลมหายใจรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อยที่ได้ความเงียบเข้ามา จริงๆก็ตามที่ไอ้คิมพูดถ้าต่อได้ตามกำหนดไว้ วันที่เหลือจะได้ต่อทัน เสร็จทัน ผมบอกไอ้วินยี่สิบนาทีคือยี่สิบนาทีจริงๆ ผมก็เร่งต่อ ไม่ใช่ไม่เร่งตัวเอง


                ก็รู้ว่ามันห่วง ก็ถึงรีบทำไง


                ดูเหมือนจะเสร็จไวกว่ากำหนดสักสองนาทีได้ ผมขยับคออย่างเมื่อยล้าหันไปหาไอ้คิมแล้วพูด “ วันนี้ต่อได้แค่นี้ กระดาษต้องรอไอ้ไผ่มาตัด ”


                ผมกับไอ้คิมคืองานหยาบสุดๆ คนเก็บรายละเอียดก็ไอ้เพื่อนตัวเล็ก ตัดกระดาษก็ตัดได้แต่แค่ชิ้นมันเล็กเกินมือใบตาลผมอ่ะดิเลยไม่เสี่ยง เดี๋ยววัสดุที่มีอยู่จำกัดจะไม่เหลือซาก


                “ เออ มึงนอนไป จะส่งงานเดี๋ยวกูเรียก ” ไอ้คิมว่าอย่างเหนื่อยๆ “ กูก็เริ่มไม่ไหวแล้ว วันนี้วิ่งไปทั่ว ” จบสิ้นประโยคแค่นั้นมันก็ปล่อยไม้ปล่อยมีดดินสอปากกาทิ้งข้างตัวแล้วนอนพิงกำแพงหลับตาทันที


                ผมส่ายหน้ากับสภาพยุ่งเหยิงของเพื่อนก่อนจะได้รับแรงสะกิดจากข้างๆ


                “ อะไร ” ถามเสียงห้วนเมื่อก้านนิ้วยาวยังคงจิ้มไหล่ผมไม่หยุด


                นัยน์ตาคมมองงานบนโต๊ะสลับกับหน้าผม “ เสร็จแล้ว? ”


                “ เออ ” ตอบแค่นั้นก่อนจะดันตัวออกจากโต๊ะญี่ปุ่นเตี้ย


                ล้มตัวนอนลงที่หนุนตักแข็งๆของอีกฝ่ายแบบไม่รอให้มันต้องตกใจ “ ยืม  จะนอน ” สั้นๆได้ใจความก่อนผมจะนอนเหยียดขาสบายแล้วหลับตาลง...


                เพียงแค่หลับตาความล้าและเจ็บทั่วร่างวิ่งไปมาเหมือนหาทางออกไม่เจอ วินมันตกใจไปแค่แปปเดียวก็ขยับร่างกายให้นั่งดีๆแล้วเอาอะไรนุ่มๆมาสอดใต้คอผมพร้อมกับผ้าผืนบางๆห่มไปได้ครึ่งตัว


                แล้วสัมผัสอุ่นก็จรดลงบนหน้าผากเบาๆก่อนจะได้ยินเสียงอบอุ่นพาให้ใจสั่นระริกขึ้นทุกวัน...


                “ ฝันดีนะครับ ”


 






                “ อ้าวๆๆ ตื่นๆๆ ส่งงานเว้ย!


                เสียงแหลมเล็กเสียดเข้าหูปลุกให้สิ่งมีชีวิตในห้องสามคนสะดุ้งมองซ้ายขวาอย่างมึนอึน... มองเจ้าของเสียงก็คือไอ้ไผ่ที่มีใบหน้าโทรมขอบตาดำยืนถือรายงานที่ดูจะเพิ่งปั่นเสร็จ


                ไอ้คิมสะลึมสะลือเหล่มองไอ้ไผ่เล็กน้อยแล้วยิ้มก่อนมันจะตีหน้านิ่งเดินไปคุ้ยหากระเป๋าตัวเองที่อยู่ในกองเศษไม้เศษกระดาษเพื่อหยิบรายงาน


                ผมที่เจ็บไปทั้งตัวก็ลุกไม่ขึ้นได้แต่นอนซี๊ดปากอยู่ครู่แล้วค่อยๆยันตัวลุกขึ้นโดยมีไอ้คุณผัวแห่งชาติประคองให้นั่ง ผ้าห่มเลื่อนตกไปอยู่แถวเอวผม มือหนายื่นมาหยิบออกให้เพราะมันคงเดาได้ว่าร่างผมกำลังช้ำได้ที่


                “ รายงานอยู่ไหน ” คนหล่อถาม ผมลากสายตาไปที่เล่มรายงานบางๆบนกระเป๋าเป้ ไอ้วินหันไปแล้วหยิบขึ้นมาชูเป็นการถามว่าอันนี้ใช่มั้ย พยักหน้าไปทีก่อนจะดันตัวเองให้ลุกขึ้น


                แล้วเหมือนโลกก็มืดขึ้นมาชั่วขณะ...


                “ เฮ้ยๆ ไหวมั้ยวะ! ” ไอ้ไผ่ร้องลั่นจะกระโจนเอามารับตัวผมแบบไม่รู้สภาพตัวเองเลย แต่คนที่รับตัวผมได้ก็คือไอ้วินมันรั้งให้ผมยืนดีๆหันไปหาก็เจอสีหน้ากังวล


                “ แค่นี้ไม่ตายหรอก ” ผมบ่นเบาๆ สะบัดหัวนิดๆเพราะเริ่มรู้สึกมึนๆงงๆเต็มที่ “ ไปส่งงาน ”


                บอกสั้นๆแล้วเดินไปแต่ละก้าวคือขาสั่นนิดๆ เมื่อวานกูได้แดกแค่หมูปิ้งไม่กี่ไม้หลังจากไปฟัดกับหมาเป็นหมู่แถมยังโดนไอ้สองพี่น้องประสาทโซ่ซียำเละอีก ระบมทั้งตัวยิ่งกว่าถูกรถทับ


                ระหว่างเดินก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจับเข้าที่ข้อมือ เอี้ยวคอไปดูก็เจอมือหนากำลังกุมมือสั่นน้อยๆของผมไว้


                “ เดินไปสิ ” มันว่าแล้วเดินจับมือตีคู่มากับผม อิดออดจะสะบัดมือก็โดนดุ  “ เกิดร่วงไปรับไม่ทันทำไง ไม่อยากให้เมียเสียโฉมครับ  


                “ กูไม่น่ารักอยู่แล้ว ล้มไปสักแผลสองแผลก็ไม่เห็นเป็นไร ” ประชดค้อนวงใหญ่แล้วก็ได้รับเสียงหัวเราะ


                “ เอาตัวเองไปเปรียบกับใครอยู่ เออ ก็ถูกของมึงนั่นเเหละ มึงมันไม่น่ารักสักนิด ”


                ผมหยุดเท้าชะงักกึก... อยากได้เเผลบนหน้าก็บอกกันดีๆ


                “ แต่ไม่รู้ทำไมกูถึงหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น ”


                วูบ... ไม่ได้เป็นลมหมดสติแต่หน้ากูเนี่ยครับวูบเลยร้อนฉ่า



“ เฮ้ย คิม มึงก็ไม่หล่อสักนิดเลยว่ะ ” เสียงแซวตามหลัง “ แต่กูโคตรจะรักมึงเลย ”


  “ รักกู แต่งกับกูมั้ย เรียนจบ ”


“ เหี้ย อย่ามาตลก!



เล่นเองจบเอง ไอ้ไผ่วิ่งหนีไปเลยโดยมีเสียงหัวเราะขันๆของไอ้คิมโคตรป๊อดตามหลัง ผมหันไปหามันเป็นเชิงไม่ตามไปรึไง


“ ปล่อยไปอีกสักพัก ” คิมว่าเสียงสนุก


ผมมองด้วยสายตาเหยียดหยาม “ สักพักนี่รู้สึกจะตั้งเเต่อนุบาลสามได้มั้งมึง ”


“ ไอ้เหี้ยอุ่น! ” คนหล่อหน้าแดงเถือกเป็นผลตำลึงสุก “ เออ ใครจะเหมือนมึง แอบชอบเขามาห้าปี... ”


“ หุบปากไอ้คิม!! ”คราวนี้ผมตวาดลั่นทันทีสะบัดมือไอ้วินอย่างเผลอตัว ไม่ใช่แค่ผมอึ้งแต่เป็นไอ้วินที่หน้าซีดไปเลย


“ กู กู ลืม กูไปดีกว่า ” มันทำหน้าตกใจเมื่อพลั้งปากพูดออกมา วางระเบิดเสร็จก็ติดปีกหนีทันที


เกิดความเงียบขึ้นระหว่างผมกับไอ้วิน... ริมฝีปากเผลอกัดเข้าหากันแน่นอย่างตื่นๆ รู้สึกจุกในคอเพราะความจริงมันก็ค้ำคออยู่ จะให้บอกตอนนี้แม่งก็ไม่ใช่เปล่าวะ


“ ชอบตั้งห้าปีเลยเหรอ ” มันครางถามเสียงแผ่ว


“ เสือก ” ผมไม่รู้จะหาคำไหนมาใช้


“ เลิกชอบมันยัง ”


ผมเงียบมองมันวูบหนึ่งแล้วหลบตา... “ เลิกชอบไปนานแล้ว ” เลิกชอบแล้วเปลี่ยนเป็น...รัก


สีหน้าคนฟังดูเหมือนจะโล่งอกไปแล้วยิ้มใหม่ “ ดีแล้ว คบซ้อนไม่ดีนะเมีย มีเค้าคนเดียวดีที่สุด ”


“ บอกตัวเองเถอะ เมียน้อยมึงเป็นพรวน ” ผมพึมพำไปพลางเดินไปตามทางเพื่อไปห้องพักอาจารย์ที่ตอนนี้มีเพื่อนยืนรอนอนรอหลับรออยู่หน้าห้องกว่าห้าสิบคนได้แล้ว สภาพก็พอๆกันทั้งหมด


“ ธารา เฮ้ย หน้าเละขนาดนี้ไปฟัดกับหมามารึไง! ” เสียงเพื่อนคนหนึ่งร้องทักเมื่อเห็นหน้าผมชัดๆ คนอื่นๆก็พากันหันมามองอย่างตกใจ


“ มึงไปต่อยกับไอ้ซีมาใช่เปล่าวะ โห ตัวเล็กขนาดนั้นต่อยมึงยับได้ไงวะ ” อีกคนรีบวิจารณ์


“ กูเพิ่งเห็นคลิป แม่ง! เป็นกูนะจะเด็ดหัวมันไปต้มยำแล้วเอาให้หมาแดก!


ผมสะกิดคนพูดแล้วพูดเสียงเรียบเชิงเตือน “ มึงเป็นผู้หญิงนะ มึงใจเย็น ดูหน้าแฟนมึงด้วย ”


ซีดยิ่งกว่าไก่ต้มน้ำปลายี่สิบตัวรวมกัน


อนาคตแต่งงานรู้เลย ใครใหญ่


“ กูไม่ได้ไปฟัดกับซี กูโดนดักตี ” ผมว่าอย่างเบื่อหน่าย “ วันนี้ยกคลาสใช่มั้ย ”


“ ใช่ ยกคลาสทั้งวัน อาจารย์ไม่อยู่ แต่สั่งงานในกลุ่มแล้ว มึงไปเปิดดู งานเดี่ยว ” ผู้หญิงอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลตะโกนบอก เสียงเธอค่อนข้างดัง จริงๆก็ไม่น่าจะบอกแค่ผมน่าจะบอกไอ้พวกที่หลับเป็นตายด้วย


พยักหน้ายื่นรายงานให้เพื่อน “ ฝากส่ง กูไม่ไหวแล้ว ”


“ สมควรไม่ไหว ดูสังขารดิ ” เพื่อนกันมันปลอบใจกันแบบนี้ใช่เหรอ “ หรือที่สำออยนี่ อ้อนผัว? ทีเตะบอลล้มแปดตลบตีลังก้ากลับหลังเก้าครั้งหลังเดาะเเขนหักขาหักยังวิ่งได้ แค่โดนดักตีทำมาไม่ไหว อ้อนผัวก็บอกสิ ”


“ มึงลองโดนตีนมั้ยจะได้รู้ว่ามันเทียบกับล้มได้มั้ย ”


ส่ายหน้าพรืดยิ้มตอแหล “ อย่าใช้กำลังสิเพื่อนธารา ไม่ดีๆ ต่อหน้าผัวมึง มึงให้เกียรติด้วยเป็นสุภาพชนหน่อย เถื่อนมากเดี๋ยวก็หนีหรอก ”


หันไปมองไอ้วินที่ยืนนิ่งเป็นเอ๋อ... ผมกระตุกยิ้มร้าย


“ ไม่ให้หนีอีกแล้ว ”


บอกทั้งมันและบอกหัวใจตัวเองให้หยุดหนี


“ ... ”


“ ถึงหนี.... กูจะตามกลับมาแล้วล่ามโซ่ไว้เลย ”


ผัวหรือหมาก็ไม่ค่อยแน่ใจ... สำหรับผมก็คล้ายๆกันแหละ


 


ด้วยความหิวของท้องไส้จำเป็นต้องลากคุณผัวทาสให้ลงตึกพาไปหาอะไรกิน วินบอกจะพามาส่งที่ตึกแปดโมงแล้วมันจะกลับไปอาบน้ำและไปเรียน เย็นอยากกินไรก็โทรบอกมันเดี๋ยวมันหิ้วมาให้


ผมก็เออออห่อหมกปลาเก๋าไปเดินไปที่ลานจอดรถแล้วเห็นอะไรบางอย่าง...


แววตามึนๆเปิดเต็มตาทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นอะไร... ไม่รีรอรีบเดินเข้าไปใกล้วัตถุที่ใครบังอาจทำหล่นได้ส่วนไอ้คนขับส่วนตัวก็มองตามอย่างสงสัยไม่ได้ห้ามอะไร ผมย่อตัวมองดูของที่น่าสงสารใครทำหล่นหาย ไหนดูดิ มันคือ...


ปากกาหมึกดำสำหรับตัดเส้นโดยเฉพาะ ยี่ห้อดังแถมแพงบรรลัยซะด้วย!


คนทำหล่นนี่โง่จริงๆ


มุมปากยกยิ้มขึ้นก่อนจะยืดตัวขึ้นพร้อมปากกาในมือแล้วแสงไฟก็สาดจ้าใส่ตาพร้อมเสียงบีบแตรเสียดหูและไหนจะเสียงตกใจสุดขีด...


ผมยืนค้างอยู่แบบนั้นและเพิ่งนึกขึ้นได้... ผมกำลังยืนอยู่กลางถนนของมหาลัย


ปัง!!


ตุ้บ...


“ อุ่น!!!


เสียงตะโกนไกลๆ พร้อมเสียงหวีดร้องไปทั่ว


“ รถชน!! เด็กถาปัตย์โดนรถชน!! เรียกรถพยาบาลเร็ว!!


“ กรี๊ดดดดดด เลือด!!


เสียงอะไรก็ไม่เข้าหูผมทั้งนั้นนอกจากเสียงของคนคนเดียวที่กอดร่างผมไว้ไหนจะน้ำเสียงจวนจะขาดใจนั้นอีก อยากจะยกมือขึ้นตบหัวให้เลิกเศร้าแต่ไม่มีแรงเลย ให้ตายสิ...


“ อุ่น ได้ยินมั้ย ได้ยินมั้ย ตื่นสิ! ลืมตา!


กูได้ยินเสียงมึงนะวิน...แต่เปลือกตาแม่งโคตรหนักเลยว่ะ


“ มีใครตามรถพยาบาลยัง!!


“ ไอ้คิม ฮือ มึงโทรตามพวกเฮียเดี๋ยวนี้ มึงโทร!! ฮือ!!


“ อุ่น มึงต้องไม่เป็นไร มึงต้องไม่ตาย เว้ย เฮีย ปิดเครื่องหาพระแสงเหรอ!!


ท่ามกลางความวุ่นวายเสียงหวานเล็กสะอื้นของใครก็ไม่รู้ดังขึ้นพร้อมสติของผมที่ดับไปทันที...



“ มะ ไม่นะ ดี้ ดี้ไม่ได้ตั้งใจ ธะ ธาราเขาเดินมาที่ถนนเอง ดี้ ดี้ ฮึก ดี้เปล่านะ ฮือ ”





******ต่อตรงนี้จ้า*******


 

กรกวินต์ได้รับพื้นที่

 

“ อุ่น ลืมตาสิ ลืมตา!

ผมกำลังคำรามด้วยเสียงทั้งหมดที่มีสองเท้าวิ่งตามเตียงเข็นของโรงพยาบาลไปด้วยสติที่ไม่ค่อยเต็มเท่าไหร่ ใบหน้าครึ่งหนึ่งซีกของคนบนเตียงอาบไปด้วยสีแดงของเลือดยิ่งกว่ามีดนับร้อยเสียบไปทั่วทั้งร่าง ผมมองร่างไร้สติด้วยหัวใจที่เจ็บร้าว พยายามปลุกให้ตื่นพยายามเรียกก็ไม่มีเสียงตอบกลับ....

“ คุณค่ะ กรุณารอข้างนอกค่ะ!!

พยาบาลสาวสองคนรีบเข้ามารั้งตัวผมไว้ไม่ให้ตามเข้าไปในห้องฉุกเฉิน นัยน์ตาคมมองเสี้ยวหน้าของคนเจ็บด้วยประกายตายากคาดเดา

“ เขาจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ” ผมถามพยาบาลตรงหน้าด้วยความหมดแรง “ เขาต้องไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ”

“ ค่ะ ถึงมือหมอแล้ว ปลอดภัยแล้วค่ะ ”

เธอกล่าวให้กำลังใจก่อนจะรีบเข้าไปช่วยในห้องฉุกเฉินปล่อยให้ผมยืนอยู่คนเดียวท่ามกลางความเงียบ...

ลากขาอ่อนแรงไปนั่งเก้าอี้อย่างเหม่อลอย มือทั้งสองข้างยังคงสั่นไม่หยุดและมันก็เปื้อนไปด้วยเลือดของคนรัก...ที่ผมปกป้องไม่ได้


พลั่ก!


ชกหัวตัวเองไปหนักๆให้กับความไม่รอบคอบให้กับความโง่ของผมเอง ถ้าผมเดินตามมันไป มันอาจจะไม่ถูกรถชนก็ได้ เสียงสะอื้นมันจุกอยู่ที่ลำคอหยาดน้ำในตาไม่ไหลออกมาไม่ใช่เพราะไม่รู้สึก แต่มันเจ็บปวดจนไม่มีน้ำตาให้แสดงออกมาแล้ว...

วิน... มึงมันแย่ มึงมันเหี้ย มึงมันไม่ดี

นั่งจมอยู่กับการโทษตัวเองได้ไม่นานเสียงตะโกนและเคลื่อนล้อเตียงคนเจ็บก็แล่นมา...


“ คนเจ็บโดนแทงมา อาการสาหัส!!


บุรุษพยาบาลกล่าวด้วยความเร่งรีบ “ ชาวบ้านแถวนั้นบอกถูกจี้ พอเด็กไม่ให้ก็แทงยับ ”

“ ตายจริง โหดร้ายที่สุด! ” พยาบาลสาวรีบเปิดประตูห้องฉุกเฉิน “ ส่วนเธอตามคุณหมอ! รอหน้าห้องก่อน ฉันจะไปเตรียมห้องผ่าตัด!

ผมเงยหน้ามองความวุ่นวายตรงหน้าแล้วมันก็ทำให้ผมตาค้างหัวใจตกไปอยู่แทบเท้าหรืออาจจะหาไม่เจอ...

ใบหน้าหล่อเหลาคุ้นตาบอบช้ำและเกรอะกรังไปด้วยเลือดแห้งแถมไม่ได้สติ ชุดนักศึกษาชุ่มไปด้วยเลือดอย่างน่าสยอง... ผมค่อยๆลุกขึ้นก้าวไปมองหน้าคนเจ็บด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ...

หวังว่าจะไม่...


“ พี่ลม!


เสียงผมออกมาแค่นั้นก่อนเข่าจะทรุดกองไปกับพื้นทันที... บุรุษพยาบาลมองผมเล็กน้อยด้วยความฉงนใจจะอ้าปากถามก็ต้องหุบปากรีบเข็นเตียงไปเมื่อห้องผ่าตัดพร้อม

ผมมองซ้ายมองขวามือสั่นทำอะไรไม่ถูก สมองเรียงลำดับไม่ทันคลำหาโทรศัพท์ต่อสายหาเพื่อนสนิททันที...

รออยู่นานกว่าจะรับสาย...

( ว่าไง โทรมาทำไมแต่เช้า ) เสียงงัวเงียเหมือนเพิ่งตื่น

“ ไอ้ฝุ่น มึง... ” ผมรู้สึกคอแห้งและทุกอย่างมันก็จุกอยู่ในลำคอ

( มีอะไร โทรมาปลุกรึไง ไม่มีอะไรกูจะนอนต่อ ) มันว่าเสียงเบื่อหน่าย

“ เดี๋ยวๆ ” ผมระรัวเสียงดัง “ อย่าวาง!

( ทำไมน้ำเสียงมึงแปลกๆ? ) ไอ้ฝุ่นเปลี่ยนเสียงงัวเงียให้จริงจัง (เกิดอะไรขึ้น)

“ พี่ลม... ”

( อ้อ วันนี้เขานอนคอนโดเขา ไม่ได้นอนกับกู เพราะกูยังไม่หายโกรธเขา ทิ้งกูเฝ้าคณะเป็นวัน ) ฝุ่นว่าอย่างอารมณ์เสียโดยที่ยังไม่รู้สภาพเมียมันตอนนี้

“ ... ” ผม...ควรพูดยังไงดี

( ไอ้วิน เงียบทำไม )

“ มึงมาหากูที่... ” ผมไม่ได้บอกอะไรมันบอกเพียงให้มาที่โรงพยาบาลเท่านั้น ฝุ่นมันก็งงๆ แต่ก็บอกว่าจะรีบมา...

ผมวางสายไปทั้งที่ปากคอยังสั่นไม่หาย... ไอ้เด็กสองคนนั้นก็ไปตามพี่น้องของอุ่น เพราะเสือกติดต่อไม่ได้สักคน

เผลอกำมือแน่นอย่างโมโห... เล่นกันขนาดนี้มันจะเกินไปมั้ย!!

ไม่ทันให้ได้ชกกำแพงเสียงโหวกเหวกหวีดร้องของรถกู้ภัย... ผมหันไปมองด้วยใจที่หวาดหวั่น คนของกู้ภัยก็เร่งรีบกันอย่างเป็นงาน

“ รถชนเสาไฟฟ้า เด็กนักศึกษาสองคน ”

 กู้ภัยแจ้งกับเจ้าหน้าที่แล้วแล่นเตียงมายังจุดที่ผมยืนอยู่ “ ดีที่เสาไฟไม่ล้มมาทับอีก ไม่งั้น จองโลงได้เลย ”

สภาพสองนักศึกษาที่ว่าถูกเข็นมาหน้าห้องฉุกเฉิน... สภาพถูกดามแขนขาคอเป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ผมเดินเลื่อนลอยไปผลักไหล่พี่กู้ภัยชุดสีน้ำเงินเบาๆ

“ อะไรวะ ” เขาสบถแล้วถอยอย่างตกใจ

สีหน้าผมจากที่ซีดอยู่แล้วยิ่งซีดมากกว่าเดิม... กลืนน้ำลายลงคออย่างกล้ำกลืนเสียงแผ่วเบาออกมาจากปากช้าๆ...

“ ไอ้ดิน... ไอ้ไฟ... ”

ชายร่างสูงหันมาถามผม “ รู้จักเหรอ ญาติน้อง? ”

“ ... ” พยักหน้าลงไป “ พวกเขาขับรถชนเหรอ... ”

“ สาเหตุยังต้องรอตำรวจตรวจสอบ ” กู้ภัยอีกคนว่าก่อนจะลดเสียงให้เบาลง “ แต่จากสอบถามคนเห็นเหตุการณ์เขาเล่าว่าไม่ได้ขับรถเร็วก็ขับปกติแต่ฝ่าไฟแดงแล้วหักหลบรถอีกทางจนไปชนเสาไฟฟ้า ”

เขาพูดจบแค่นั้นก่อนจะส่งตัวสองพี่น้องเขาห้องฉุกเฉินไป...


อุ่นโดนรถชนเพราะเดินไปเก็บปากกา...

พี่ลมถูกแทงเพราะโดนจี้...

ดินไฟขับรถฝ่าไฟแดงจนชนเสาไฟฟ้า...

 

สี่พี่น้องโดนทำร้ายพร้อมกันขนาดนี้...

มันคงไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญแล้ว




***ต่อๆๆ***




 


ผมกำโทรศัพท์แน่นเดินเป็นหนูติดจั่นอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน โทรตามไอ้สองเพื่อนอุ่นแล้วพอเด็กพวกนั้นได้รู้ก็ตกใจกันเป็นระเบียบบอกจะรีบบึ่งรถมา ผมก็ได้แต่ภาวนาอย่าให้พวกเด็กนี้ขับรถชนอะไรอีกแล้วกัน


ไอ้ฝุ่นมันก็ไปตายที่ไหนวะนี่ก็จะครึ่งชั่วโมงแล้วเว้ย กูไม่อยากบ้าคนเดียว มึงต้องมาเป็นบ้ากับกู!


มือกำลังจะกดโทรตามมันอีกรอบ เมียมันจะตายโหงอยู่แล้วยังเสือกช้าอีก


“ เฮ้! ” มือกำลังจะกดชะงักกึกเมื่อเสียงทุ้มแหบดังขึ้นก่อน พร้อมโยนหมวกกันน็อคใส่หัวผม ดีที่รู้ทันคว้าหมับเส้นยาแดงผ่าแปด


ผมหันไปมองมันด้วยสายตาเหี้ยมเกรียมมองดูสภาพเพื่อนตัวดีที่วันนี้มาแปลกตา จริงๆก็ไม่แปลกตาหรอกก็ปกติของมัน ใบหน้าหล่อที่แม่งหล่ออยู่แล้วยังเซตให้ดูดีอีกแถมยิ่งอยู่ในสภาพชุดเซอร์ๆแบดๆไม่เข้ากับหน้าหล่ออบอุ่นสักเท่าไหร่ แต่ก็นะ นี่แหละตัวจริงของนายพายุ...


“ วันนี้อุตส่าห์ไม่มีเรียน ยังจะตามกูมาอีก ” เพื่อนว่างั้นก่อนจะกวาดสายตามองตัวผมที่เต็มไปด้วยเลือดแถมยังหัวกระเซิงไม่หลงเหลือความหล่อ “ ไปฟัดกับใครมา ”


“ เมียกูโดนรถชน ”


ไอ้ฝุ่นเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะร้องลั่น “ ตลกแล้วมึง มึงล้อเล่นเหี้ยไรวะ เดี๋ยวลมได้ยินแม่งก็มาก็กระทืบมึงหรอก ”


“ นี่มึงไปอยู่ถ้ำไหนมาวะ! ” ปาหมวกกันน็อคราคาแพงยับใส่


“ เกี่ยวอะไร ”


ผมถอนหายใจเฮือก “ เมียมึงลุกขึ้นมากระทืบกูไม่ไหวหรอกตอนนี้น่ะ ”


“ ทำไม ” นัยน์ตาเรียบๆลุกขึ้นแทบจะทันที “ เกิดอะไรขึ้น ”


มันพึมพำแล้วหยิบไอโฟนขึ้นมากดๆโทรหาเมียมันทันที... แล้วมันก็บังเอิญ... เสียงโทรศัพท์ดังออกมาจากห้องฉุกเฉิน... เพื่อนผมหันไปมองห้องฉุกเฉินช้าๆก่อนจะได้รับสาย...


( สวัสดีค่ะ ตอนนี้เจ้าของโทรศัพท์อยู่ที่โรงพยาบาล... กำลังทำการเย็บแผลอยู่ ไม่ทราบว่าเป็นญาติคนไข้รึเปล่า... )


ไม่ต้องเปิดลำโพงก็ได้ยินเสียงพยาบาลสาวพูดไอ้ฝุ่นที่ตอนแรกมาหน้าดีๆก็พุ่งเข้าไปเปิดห้องฉุกเฉินท่ามกลางความตกใจของทั้งผมทั้งหมอทั้งพยาบาลข้างใน สีหน้าดำทะมึนของเพื่อนทำให้ผมไม่คิดจะห้ามแถมเดินเข้าไปไล่หาเมียผมที่เข้าไปทำแผลการรักษาคนแรก


“ พวกคุณ เข้ามาไม่ได้นะคะ!! ” พยาบาลละมือจากอุปกรณ์แล้วมาดันตัวคนที่อารมณ์ร้อนยิ่งกว่าใคร


“ คนเจ็บที่ชื่อวายุอยู่ไหน ” เสียงเข้มถามจ้องหน้าพยาบาลแบบจะฆ่าแกง “ เขาเป็นอะไรมากมั้ย ”


“ คุณวายุ... อีกสักพักจะถูกย้ายขึ้นไปห้องพักค่ะ กรุณาออกไปรอข้างนอกด้วยค่ะ ถ้าคุณเป็นญาติก็กรุณาไปจองห้องพัก เพราะเดี๋ยวมันจะเต็มซะก่อน โรงพยาบาลเราเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดและค่าใช้จ่ายก็คงรู้นะคะ ”


แววตาจิกกัดพร้อมคำแขวะทำให้ผมมองหน้าผู้หญิงคนนั้นแล้วส่งยิ้มให้... พูดผิดคนซะแล้ว


“ งั้นเหรอ เพิ่งรู้ว่าพยาบาลในเครือของพ่อมันแย่ลงทุกวัน ” ไต้ฝุ่นเอ่ยเสียงเย็นผิดกับหน้าพยาบาลสาวที่ซีดลงไปทันที “ วิน ตามกูมา กูจะไปเอาห้องที่ใหญ่และแพงที่สุดเลย ”


ประชดวงกว้างเอาหนาวยะเยือกไปทั้งห้องฉุกเฉิน หัวกำลังจะพ้นประตูมิวายมันหันกลับมา “ อ้อ แล้วถ้าคุณวายุไม่ฟื้น ผมไล่ออกทั้งชุด เข้าใจมั้ย ”


แววตามักอ่อนโยนกลับดุดันแล้วเดินนำผมออกไป...


“ เล่ามา เกิดห่าอะไรขึ้น ” เสียงเข้มถามขณะขึ้นลิฟต์ที่มีกันอยู่สองคน


ผมถอนหายใจตั้งสติ “ อุ่นโดนรถชน เฮียมึงโดนแทง ” แววตามันสั่นไหวอย่างรุนแรง “ ดินกับไฟขับรถชนเสาไฟฟ้า ”


“ ห๊ะ ” ฝุ่นร้องเสียงหลง “ งั้นในห้องฉุกเฉิน... ”


“ ใช่ มีสี่พี่น้องนอนสลบเหมือดอยู่ ” ผมกัดฟันกรอดแล้วชกไปที่กำแพงเหล็กระบายอารมณ์


“ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันวะ!!! ” สะบัดเสียงอย่างหัวเสีย


“ จะเอาไงต่อ... ” ผมครางแผ่วนึกถึงใบหน้าของหญิงสาวที่ไม่ได้ตั้งใจชนอุ่นแล้วมันเจ็บใจเพราะดูแล้วคืออุ่นผิดเต็มประตูที่เดินไปกลางถนน รถชนเพราะคนขับมองไม่เห็นเป็นข้ออ้างหลีกหนีได้ง่าย “ กูสั่งคนให้แอบไปเช็ครถพวกดินกับไฟแล้ว ...รถถูกตัดสายเบรก ยังแกะรอยคนทำไม่ได้ ”


“ แม่งเอ๊ย!


ฝุ่นพยายามผ่อนลมหายใจคุกรุ่นออกมาแล้วเดินออกจากลิฟต์เมื่อถึงชั้นบนสุดที่แทบจะล้างคน มันเดินหน้านิ่งเดาอารมณ์ไปถูกตรงไปหานางพยาบาลคนหนึ่งที่เคาน์เตอร์แล้วส่งบัตรการ์ดสีเงินให้


หญิงสาวเบิกตาโต “ จัดห้องซะ เอาห้องใหญ่สุด จัดสี่เตียง ”


ฝุ่นว่าสั่งเสร็จก็กดโทรศัพท์ต่อสายหาใครสักคน “ ไอ้เปรม สั่งคนตามรอย พี่ลมโดนทำร้าย เช็คสถานที่หาตัวคนทำเมียกูให้เจอ ดูจุดสุดท้ายที่โทรศัพท์มัน กูฝังชิปตามตัวไว้ที่มือถือมัน ”


“ ฝุ่น ” ผมเรียกมันแต่มันโบกมือให้หยุด นี่มันกลัวเมียหายขนาดนี้เลยเหรอ


“ ไอ้เปรม มีลูกน้องกี่ร้อยกี่พันมึงเอาออกไปตระเวนหาให้หมด ถ้าสามชั่วโมงกูไม่ได้ตัวคนทำร้ายเมียกู พวกมึงเจ็บเรียงตัวแน่ ”


เสียงเหี้ยมว่าก่อนจะกดตัดสายทิ้งไป...


อ่า... ผมว่าผมลืมบอกไปเลย...


บ้านไอ้ฝุ่นเป็นมาเฟีย... ส่วนบ้านผมก็คนธรรมด๊า : )



****ต่ออ****




 


หลังจากไปจัดการห้องเรียบร้อยพวกผมสองคนก็ลงลิฟต์ไปจัดการประวัติทั้งสี่พี่น้องและค่อยมานั่งรอหน้าห้องฉุกเฉินกันเงียบๆ ระหว่างที่เงียบอยู่เสียงเล็กคุ้นหูก็มาทันทีไหนจะกระเป๋าเป้หนักๆที่โยนใส่หัวผมอีก


“ ไอ้เวียร์! กูพี่มึงนะ!


คนน้องยักไหล่ไม่สนใจอะไรก่อนจะถอดเสื้อสูทของมหาลัยออกแล้วโยนไปให้คนที่ยืนข้างหลังเยื้องไปทางขวามือหน่อยๆ ลูกน้องที่โคตรจงรักภักดีก็รับเสื้อไปถือแล้วยืนนิ่งเป็นหุ่นต่อ


“ แล้วมานั่งทำไม กลับบ้านไป ” ผมไล่เพราะได้เสื้อผ้าที่ต้องการแล้ว เป็นไง คนดีมั้ย ใช้งานน้องเสร็จ ไล่กลับทันที


มันส่ายหน้า “ ไม่ไป จะอยู่ มีปัญหาอะไรมั้ย ” เสียงเรียบๆก่อนจะหันไปทางลูกน้องคนสนิท “ พี่เซฟเอารถกลับไปได้เลย ผมน่าจะนอนที่นี่หลายวัน ”


ผมงง “ ทำไมต้องนอนหลายวัน? เฝ้าใคร!


“ สาระแน ” เหลือบมามองด้วยหางตาไม่ตอบคำถามผม “ พี่เซฟ ถ้าผมจะกลับ เดี๋ยวโทรบอกอีกที ”


“ ครับคุณชายเล็ก ” โค้งให้เจ้าเด็กหน้าตายแล้วหันมาทางผม “ สวัสดีครับคุณชายกลาง ”


“ มึงไม่สวัสดีกูพรุ่งนี้เลยล่ะไอ้เซฟ ” สบถอย่างหัวเสีย “ เรื่องที่ให้ตามถึงไหนแล้ว ”


“ กำลังตรวจสอบครับ ไม่เกินคืนนี้จะจับตัวได้ครับ ”


ฝุ่นหันมามอง “ ติดต่อไอ้เปรมไป ช่วยกันทำงานจะได้เร็ว ”


พอคนรับคำสั่งได้ยินแบบนั้นถึงกับหน้ากระตุกทันที... ผมปรือตาไปมองเพื่อนตัวเองแล้วบ่น


“ มึงจะให้มันสองคนไปต่อยกันรึไงวะ ” ผมนึกถึงคราวก่อนที่ไปงานฉลองวันเกิดไอ้เพื่อนเวรนี่ ตอนไปไอ้เซฟมันก็ปกติ แต่ขากลับปากแตกคิ้วแตกยับกลับมา ถามไปถามมาก็บอกไอ้เปรมลูกน้องไอ้ฝุ่นมากวนตีนใส่เลยฟัดกันแหลก


“ ก็ต่อยไปสิ ” ฝุ่นพูดไม่แคร์อะไรใครทั้งนั้น “ กูต้องการรู้ตัวคนทำเมียกูให้เร็วที่สุด เข้าใจมั้ย พวกมึงจะยิงใส่กันก็ได้แต่ต้องลากคอคนทำร้ายเมียกูมาก่อน”


ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึกก่อนจะหันไปสั่งกำชับไอ้เซฟอีกที


“ ทำตามที่ไอ้ฝุ่นบอก ไปบอกไอ้เปรมที่รักของมึงว่ามันเป็นคำสั่งเจ้านายมัน แค่นี้ไอ้เปรมไม่กล้าหือแล้ว ” ผมถอนหายใจยังไงไอ้เซฟมันก็เป็นคนในสังกัดเห็นมาแต่ผมเล็กๆ มีมันเป็นเพื่อนเล่นนี่แหละก็เหมือนพี่ชายคนหนึ่ง ส่วนไอ้พี่ชายตัวจริงไปตายห่าอยู่ทวีปไหนแล้วก็ไม่รู้ “ จบงานค่อยซัดกัน ตามเรื่องคนทำร้ายเฮียลมไอ้ดินไอ้ไฟก่อน เข้าใจ? ”


“ ครับ ” พยักหน้าอย่างจำใจ “ ผมจะรีบจัดการครับ และจะพยายามระงับอารมณ์ไม่ให้ไปชกไอ้เวร เอ่อ หมายถึง คุณเปรมน่ะครับ ”


“ เรียกอะไรก็เรียกไป ” ฝุ่นโบกมือไม่ถือสา


“ ผมไปก่อนนะครับ ”


ร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทจะเดินหัวเสียออกจากโรงพยาบาลไป ผมจึงหันไปหาเพื่อนแล้วยักคิ้วให้เป็นเชิงกวนประสาทหน่อยๆ เพื่อนกันมานานก็รู้ว่าผมคิดอะไร


“ พนันกันมั้ย ”


“ อะไรดี ” ฝุ่นยิ้มมีเลศนัย


“ รถบ้านกู สีน้ำเงิน ” ผมเดาะลิ้นเมื่อคิดถึงรถในคอลเลคชั่นแล้วยังในโกดังคลังแสงอีกเยอะ


น้องชายตัวดีหันมาจิกตา “ อย่าเอาสินค้าไปพนันได้มั้ย ” สมแล้วว่าที่ผู้บริหารของบ้านผม


ผมหันไปมองหน้าน้องอย่างเหนื่อยใจ “ เราผลิตเอง ไอ้เวียร์ กูไม่ได้เอาน้องแลมโบลูกรักมึงมาขายนะ อย่ามาขัดลาภ ”


“ ถ้าเสียรถ จ่ายเงินคืนมาด้วย ขี้เกียจไปแอบแก้บัญชี ”


“ ครับพี่ครับ ” กูเป็นน้องมึงใช่มั้ย สรุป!


 " คิดถูกชะมัดที่ลงบริหาร เฮียวาฬก็พึ่งไม่ได้ เฮียวินก็โคตรจะไม่มีอะไรพึ่งได้ เหอะ "


 ด่าเข้าไป เต็มที่!


ถึงผมจะไม่ได้เรียนบริหารโดนตรงแต่คลุกคลีอยู่กับรถมานานกว่าไอ้เวียร์ที่ไม่ค่อยจะได้สนใจรายละเอียดธุรกิจบ้านเรามาก เพราะมันไม่ชอบเล่นรถ เเต่ผมนี่ตัวเล่นเลย! แถมป๊าก็สอนสั่งมาสารพัด แล้วนี่ใคร ไอ้วินคนฉลาดไง...  สอนแปบๆรู้เรื่อง ไม่ต้องไปเรียนหรอกบริหงบริหาร ผมเลยเลือกเรียนนิเทศตามที่ใจชอบ เพราะผมกะเรียนจบแล้วค่อยเข้าไปเรียนรู้งานทีหลังเพราะผมยังสนใจในเรื่องการผลิตด้านโฆษณาภาพยนตร์ ถ้าทำสำเร็จก็ถ่ายหนังถ่ายโฆษณาเอารถบ้านตัวเองมาใช้ เป็นไงเป็นการโปรโมทที่ดีใช่มั้ย ฉลาดโคตรๆ 


ลืมบอกไปเลยบ้านผมมันก็แค่ผู้ผลิตซุปเปอร์คาร์รายเล็กๆในเอเชีย... ก็ธรรมดานะ  


“ เหอะ ป๊าคิดถูกแล้วที่ไม่ให้เฮียมาบริหาร ” มีด่าครับ นี่กูพี่มึงนะ


ฝุ่นส่ายหน้า “ ไม่ลงทุนเอาซะเลย เหอะ ” ก่อนมันจะทำหน้านึก “ บ้านที่ลาสเวกัส ”


ผมอ้าปากค้างด้วยความตกใจปนเนื้อตัวสั่นด้วยความอยากได้ขึ้นมาทันทีจะพูดมาก็มีคนแทรก...


“ พนันเลยเฮีย!! ” น้องผมว่าด้วยตาเป็นประกายระยิบระยับ


“ ไหนมึงบอกไม่ให้พนัน ” ขอย้อนสักหน่อย


มุ่ยหน้า “ บ้านที่ลาสเวกัสเลยนะ!! ลาส เว กัส! ไม่ใช่ บ้านเชียงใหม่เชียงราย!


เออไง ไม่ใช่ถูกๆไง กูก็อยากได้ไง


หันไปทำหน้างอใส่เพื่อนที่แม่งโคตรทุ่มเท “ เออ งั้นกูเปลี่ยนก็ได้ถ้ามึงลงทุนขนาดนี้ ” ผมถอนหายใจแล้วหันมาถามความเห็นน้อง “ เอาบ้านที่ไหนให้มันดี ”


เวียร์กลอกตาไปมา “ บ้านที่สวีเดน ” กัดปากนิดเพราะเสียดายหน่อยๆ “ ที่นั่นสวยมาก แต่ลาสเวกัสน่าจะน่าสนใจกว่า ” และไหวไหล่


“ โอเคมั้ยมึง ” ผมหันไปถามความเห็นเพื่อนมันก็ยิ้มกริ่มเป็นพอใจ


เกิดความเงียบขึ้นก่อนเสียงเจ้าเล่ห์ของน้องชายผมจะดังขึ้น


“ พวกพี่คิดว่าใครจะเป็นเมีย ”


“ ไอ้เปรม! ” ผม


“ ไอ้เซฟ! ” ฝุ่น


ก่อนต่างคนต่างแสยะยิ้มแล้วมองตาประมาณว่า แล้วมาคอยดูกัน กูชนะแน่ๆ หึ...ยังไงผมก็มั่นใจในตัวไอ้เซฟโคตรๆ ห่ามๆเถื่อนๆงั้นไปเป็นเมียไอ้เปรมไม่ได้หรอก เหอะ งานนี้ผมชนะพนันใสๆ


กำลังยิ้มให้ชัยชนะประตูหน้าฉุกเฉินก็เปิดพอดีพร้อมหมอสี่ห้าหกคนที่เดินปิดหน้ากากออกมาในสภาพเหงื่อเต็มหน้าแววตาอ่อนล้าพอสมควรแต่ก็มีประกายความโล่งใจ


“ หมอ แฟนผมเป็นไงบ้างครับ!! ” ผมกับไอ้ฝุ่นกระโจนไปคว้าตัวหมอสักคนแล้วเขย่า


“ ไม่ทราบว่า คนไหนครับ พอดีมีคนไข้ถึงสี่คนพร้อมกัน ” หมอคนหนึ่งว่าขึ้นก่อนจะถอนหน้ากากออก “ แถมน่าประหลาดด้วยจากการเช็คประวัติที่พวกคุณให้มา พวกเขาเป็นพี่น้องกันถูกทำร้ายพร้อมกันขนาดนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะครับ หมอแนะนำให้แจ้งความนะ ”


“ เรื่องนั้นพวกผมจัดการเองได้ครับ ” เวียร์ยิ้มแสยะให้ทำนองว่าอย่ายื่นมือเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ พวกตำรวจน่ะ...วุ่นวายจะตาย


“ คนที่หน้าสวยๆ ผมยาวๆ คนเจ็บที่เข้าไปคนแรกอ่ะหมอ! ” ผมกระชากคอเสื้อ “ เขาเป็นอะไรมั้ย!!


“ แค่ก ปล่อยคอหมอก่อนครับ ” หมอว่าเบาๆมีสีหน้าย่ำแย่หน่อยๆกับการกระทำหยาบของผม “ ถ้าเป็นคุณธารา ปลอดภัยแล้วครับโชคดีที่กะโหลกไม่ร้าว แค่หัวแตกแต่แผลค่อนข้างใหญ่ ไหล่ซ้ายหลุดตอนนี้ก็เข้าที่ต้องยึดไว้ก่อน แล้วก็ขาขวาหักเข้าเฝือกเรียบร้อยไม่มีอะไรน่าห่วงครับ ”


ไม่น่าห่วงเพราะมันไม่ใช่เมียมึงไง แต่เป็นเมียบังเกิดเกล้าของผม ไอ้วินอยากจะก้มลงไปนอนตาย


“ แล้วนายวายุ? ” ฝุ่นรีบแทรกขึ้นมา


หมอผู้หญิงที่น่าจะเป็นคนดูแลเคสนี้มีสีหน้าที่ไม่ดีเท่าที่ควร “ คุณวายุมาถึงค่อนข้างช้าและเสียเลือดเยอะมาก ค่อนข้างอยู่ในภาวะติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนบาดแผลที่ถูกแทง โดนจุดสำคัญสองจุด ต้องนอนพักให้เลือดและต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ”


ผมรีบหิ้วคอเสื้อเพื่อนสนิทไว้ได้ทันไม่ให้มันล้มไปก่อนเพราะหน้ามันซีดจนแทบไม่เหลือสีแล้ว ผมก็ไม่ได้มีแรงมากมายเท่าไหร่


เพราะผมสองคนใบ้แดกไปแล้ว เวียร์น้องชายผู้ไม่เคยแยแสใครเป็นเรื่องปกติก็ถามต่อ


“ แล้วพี่ดิน เอ่อ หมายถึง คุณปฐพีกับไอ้ เอ่อ นายอัคคี อาการเป็นยังไงบ้างครับ ” เวียร์พยายามกัดฟันพูดถึงพูดคนสุดท้าย


“ สองคนนั้นแค่เข้าเฝือกปกติ อาการไม่น่าห่วง ” หมอตัวเล็กๆตอบ “ เดี๋ยวอีกสักพักจะย้ายผู้ป่วยทั้งสี่ไปห้องวีไอพีตามที่คุณพายุสั่งนะครับ ”


ก่อนทุกคนจะโค้งให้ไอ้ฝุ่นอย่างโล่งอกหายใจทั่วท้องขึ้นมาบ้างที่ช่วยชีวิตคนรักลูกชายท่านประธานโรงพยาบาลได้ ไม่งั้นได้โดนเนรเทศไปโรงพยาบาลอื่นแน่ๆ หมอทุกคนต่างรู้ดีที่นี่ให้เงินดีมาก ดีจนน่ากลัว ดีจนใครออกไปคือ โง่มาก


สติสตังพวกผมแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยิ่งตอนบุรุษพยาบาลเข็นเตียงออกมาให้เห็นหน้าของคนที่ผมเฝ้ามองมาตลอดคล้ายหัวใจถูกกระชากให้หลุดและเหยียบมันซ้ำ


ผมเอามือสั่นๆไปกุมมือข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บของมันแล้วเอ่ยพูด “ อุ่น อุ่น เป็นไงบ้าง ลืมตาได้มั้ย ได้ยินพี่มั้ย อุ่น... ”


“ ...หึ โคตรเจ็บเลยว่ะ... ”


คนที่นอนนิ่งค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ ยกยิ้มขึ้นน้อยๆแล้วจ้องหน้าผม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยช้ำจากการโดนดักตีวันก่อนแถมตอนนี้มาบวกเพิ่มด้วยผ้าพันรอบหัว แขนถูกผ้าคล้องไว้ไม่ให้ขยับ ส่วนขาที่มีเฝือกหนามันยิ่งทำให้ผมอยากร้องไห้


“ คุณไม่น่าฟื้นเร็วขนาดนี้ ” ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงสุภาพแล้วค่อยๆหลบให้ผมพูดคุย แล้วเข้าไปเข็นเตียงอื่นๆออกมา


ผมโน้มหน้าลงแล้วลูบหัวมันอย่างระวัง


“ ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว ” ผมไม่แน่ใจว่าปลอบมันหรือปลอบตัวเอง


“ เออ กูยังไม่ตาย ” มันว่าแล้วฝืนยิ้ม “ ก็แค่รถชนเอง ”


“ อุ่น มันไม่ใช่ แค่แต่มันคืออันตราย ไม่ใช่เรื่องเล่น ” ผมดุไปมันก็ค่อยๆหุบยิ้มแล้วอึกอักคล้ายคนจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก


“ ...กูแม่งโคตรกลัวเลยเอาจริงๆ ” มันเงียบอยู่นานระหว่างกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ผมรู้มันไม่อยากร้องไห้ไม่อยากแสดงว่าอ่อนแอ


“ ตอนนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้วอุ่น ” ผมปลอบมันด้วยเสียงอ่อนโยนที่สุด


“ แม่งโคตรกลัวเลยว่ะ ” มันไม่ได้ฟังผมเลยนอกจากพูดออกมาแล้วบีบมือผมแน่น


“ อุ่น... ”


“ กูกลัวว่าจะไม่ได้ตื่นมาเจอมึงอีกแล้ว... ” มันหยุดพูดแค่นั้นแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาด้วยความหวาดกลัวที่มันคงมากมายเกินจะรับไหว “ กูกลัวว่าตื่นมาแล้วจะไม่เจอมึง กูกลัวทั้งที่กูไม่ควรกลัว ”


“ คนเรามีความกลัวได้ อ่อนแอได้อุ่น ” ผมพยายามปลอบน้อง...เพราะตอนนี้มันเหมือนเด็กตัวโตที่กำลังหวาดกลัวกับทุกอย่าง นิสัยดั้งเดิม...ที่อยากเห็นอีกครั้ง


“ กูไม่กลัวแล้ว ” มันว่าแล้วสบตาผม


“ ทำไม? ”


“ เพราะกูตื่นมาเจอมึงแล้ว วิน ”


ประโยคที่ไม่ได้หวานเลี่ยนไม่ได้ปรุงแต่งกลับพาให้ใจมันพองโตและเริ่มเต้นอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ผมคิดว่าครั้งนี้มันหนักเกินไปที่มันจะแบกรับ มือหนาที่ผมยังเปื้อนเลือดมันแต่แห้งติดมือไปแล้ว เพราะมัวแต่ห่วงกังวลเลยไม่ได้ไปจัดการสภาพตัวเองเลย ค่อยๆแตะใบหน้าแล้วเช็ดน้ำตาให้เบาๆ


ผมกับมันยิ้มให้กันเงียบๆ ทุกอย่างมันกำลังดีถ้าไม่ใช่...


“ พี่วินคะ! ธาราเป็นยังไงบ้างคะ! เสียงหวานบวกหอบแฮ่กๆ “ ดี้เข้าไปคุยกับท่านอธิบดีแล้ว เขาบอกดี้ไม่ผิดอย่ากังวลแล้วให้ดี้ไปเรียน ดี้ ดี้เลยมาช้า ดี้ขอโทษ ”


สาวสวยนัยน์ตาฉ่ำไปด้วยน้ำตาแห่งความหวาดหวั่น...


“ มาทำไม อ้อ มาดูศพกูว่างั้นว่าตายยัง? ” คนบนเตียงถามเสียงห้วน “ เหอะ ขอโทษที ดวงกูแข็ง ”


ผมพยายามปรามให้อุ่นพอ เพราะขืนมันอารมณ์ขึ้นกระโดดมาเตะผู้หญิงแล้วจะซวยหนัก ไม่ใช่ผมกลัวผู้หญิงเจ็บ ผมกลัวมันเจ็บเพิ่มกระดูกหักเพิ่มต่างหาก


“ ธารา เราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เรามองไม่เห็นว่าธาราก้มอยู่ แถมมันบนถนน ธาราไม่ควรไปนั่งเล่นตรงนั้น ถูกรถชนมันก็คงไม่แปลก รถเราก็เสียหาย เราก็ตกใจแล้วมาที่นี่ก็เพื่อพบจิตแพทย์ด้วย เราขับรถชนนาย ใช่ว่าเราจะสบายใจ เราเสียใจจริงๆ ” สาวเจ้าพยายามพูดดีๆ ถ้าฟังแบบปกติก็เหมือนไม่ได้มีอะไร แต่ถ้ากับคนที่กำลังมีเรื่องด้วยมันคือการด่าอยู่กรายๆ ว่ารนหาที่ตายเอง แถมยังเหมือนรถสำคัญกว่าชีวิตเมียผมอีก เดี๋ยวได้มีต่อยผู้หญฺงก็งานนี้แหละ


สุดท้ายก็ห้ามคนอารมณ์ร้อนไม่ได้ มันลุกพรวดขึ้นนั่งแล้วจ้องหน้าอีกฝ่าย


“ เสียใจที่กูไม่ตายใช่มั้ย ”


“ เปล่านะ ” เธอน้ำตาคลอส่ายหน้า


“ รถเสียหาย? ”


วินดี้พยักหน้า “ แต่ แต่มันแค่เล็กน้อย ไม่... ”


“ ต้องให้กูไปกราบรถมึงมั้ย ”


 


เอ่อ ผมว่า เมียผมตามข่าวไวมาก


แต่มันผิดประเด็นแล้วเมียยยย






อ่านสักนิดจะเดาทางได้(รึเปล่า)

เราขอสาบานด้วยหัวของพี่วินว่านิยายเราเป็นนิยายตลก!  และมันก็ตลกจริงๆ เเม้ตอนนี้จะเครียดโมโหอาฆาต เเต่เรายังเเทรกความฮาได้ (หรือไม่ฮา) มุกแป้กไม่แป้ก เรางัดมาใช้หมดค่ะ เห็นมั้ย พี่วินเขาธรรมดา!!! กินข้าวเเกงข้างทาง ไม่ได้ผิดปกติเลยยยย เวียร์มาเเล้ววว อร๊ายย เฝ้าใคร เฝ้าใคร!! เเวร์พี่ปาย เเวร์! เเล้วคุณดี้ คุณมาทำไม!!


มาช้านิสนึง จริงๆจะลงเมื่อวานต่อเเต่ได้เเจ้งในทวิตไปแล้วว่าคนเขียนมันซุ่มซ่ามโง่สะดุดสายไฟล้ม หัวเข่าเกือบพัง เลยไม่ได้อัพ ถ้าอยากติดตามความเคลื่อนไหวจะอัพตอนไหนจะสปอยอะไร ก็ไปส่องทวิตกันน่าจ้า เเล้วมาคุยกันได้เสมออออ เฮฮาปาร์ตี้!!


แล้วก็ตอนหน้าเจอกันวันที่ 18 นะคะ 
เพราะ 16-17 พิมติดงานเเต่งญาติจ้า ต้องช่วยงาน ม่ายยยว่าง!


******ขอเรียนให้ทุกคนเข้าใจว่า ปีนี้พิมชง 100% ทำอะไรก็เจ็บ เดินไปก็ล้ม ฮือ บวกความซุ่มซ่ามส่วนตัวไปอีก เเล้วยังความบ้าอีก ถ้าไม่บ้านี่เขียนพี่ปายไม่ได้ #พี่ปายถีบ


เข้ามาเเล้วมาอินไปด้วยกันเเละบ้าไปกับคนเขียนกันเถ๊อะะะะะ  อย่าลืมคอมเม้นนะตัวเองงงงงง

ปล.ส่งท้าย.เรื่องนี้ไม่มีอะไรเเน่นอนหรือคงเส้นคงวา ถ้าจะให้คงที่คงเป็นความกวนบาทาของคนเขียนที่มีเพิ่มขึ้นทุกวัน (อย่าปามีดค่ะ! เเพง! เดี๋ยวไม่มีใช้! ) เราเป็นนิยายหักมุมตลบพลิกหลอกตาได้ตลอด อย่าไปเชื่ออะไรทั้งนั้น คนเขียนมันร้ายมากค่ะ! เเต่ท่องไว้ค่ะ


*** ถ้ารักถ้าชอบกันอย่าลืมกดเฟบคอมเม้นให้กำลังใจกันไว้นะคะ


ขอบคุณทุกคอมเม้นอีกเช่นเคย อ่านของทุกคนเน้อออ รักทุกคนนนน

อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจสักนิดน่าจะได้มีเเรงปั่นต่อ ขอบคุณมากๆค่ะที่ยังรอกัน

ติดตามพูดคุยกันได้ที่เพจ เดือนพราย

ติดเเท็กนิยายพูดคุยในทวิตเตอร์ #พี่เทศน้องปัตย์ หรือ #นิเทศตัวร้ายกับสถาปัตย์อาร์ตัวพ่อ ได้สองเเท็กเลยยยย


ติดต่อจิกหัวคนเขียนโดยตรง : TW : @Phraipimmy_  ต้องมี _ ต่อท้าย y นะคะ

มาพูดคุยกันได้เน้อออ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 465 ครั้ง

551 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 เมษายน 2562 / 20:47
    ไม่ชินกับไต้ฝุ่นโหมด นี้
    #10165
    0
  2. #10010 pee_1phiraphon (@pee_1phiraphon) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 21:19
    โห้ทํากันขนาดนี้อยากแปลงร่างเป็นมหากาลีแล้วใช้อาวุธฟันจากนั้นกินเลือดมันทีล่ะคน
    #10010
    0
  3. #9902 Phennapha (@psrixhan) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 16:39
    ไปเลยธาราไปกราบรถนังดี้! 55555555
    #9902
    0
  4. #9862 893901PK (@893901PK) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 12:25
    ยอมใจนักเขียน...ฟินสุด
    #9862
    0
  5. #9828 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 21:17

    ยัยวินดี้ มันชอบคัยในนี้ด้วย ถึงทำกับพี่น้องเค้าได้ขนาดนี้ เดือนพราย บอกมา เครียดนะ
    #9828
    0
  6. #9799 AdiOzTHELF (@AdiOzTHELF) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 18:24
    จัดการม๊านนนนนนน พี่วินว่าโหดแล้ว อย่าให้พี่ฝุ่นต้องขึ้นนะคะ อะไรนักหนาวะเห้ย นี่มันโรคจิตแล้ว
    #9799
    0
  7. #9734 kratao (@kratao) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 20:44
    คือพนันบ้านที่ ตปท.กับความผัวเมียของลูกน้องคนสนิท เราจะร้องไห้ด้วยความสงสารและความลุ้นระทึกอยู่แล้วววววววว
    #9734
    0
  8. #9730 oiLL (@oilkyumin) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 17:44
    เครียดดดดดดด ฆ่าเลยไหม ฮือออออ
    #9730
    0
  9. #9725 joker555666 (@joker555666) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 18:18
    มีดอยู่นี่ค่ะน้องเวียร์ พี่วิน พี่ฝุ่น เอาไปคนละเล่ม หนูให้ เอาไปฆ่ามันนนน
    #9725
    0
  10. #9709 veesudakao (@veesudakao) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 23:36
    ยอมรับว่าตกใจจริง ที่แรกก็ตกใจแล้วที่พี่ลมโดนแทง แต่พอบอกว่าดินไฟก็โดนนี่ อึ้ง!!
    มากไปแล้วค่ะ! ต้องเอาคืนให้หนัก //ใต้ฝุ่นเวอร์นี้กร้าวใจมาก
    #9709
    0
  11. #9623 Kamobee (@BeeSangprow) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 01:32
    จัดคืนเอาหนักๆนะพี่วิน อย่ายอม....ต้องเก็บให้ครบ
    #9623
    0
  12. #9558 Srnoey (@Srnoey) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 06:15
    แบบอ้าปากมากเมื่อพี่น้องทั้งสี่มาเจ็บพร้อมกัน มันไม่ปกติแล้ววว ฆ่าล้างโคตรไปเลยยยยยย
    #9558
    0
  13. #9521 Sadoria Dorn (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 13:47
    จะโคตรรวยกันไปไหน??? เล่นแรงเกิ๊นนน
    #9521
    0
  14. #9499 koy_incle (@orasa1732) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 21:13
    มันจะมากเกินไปแล้วนะกะเอาให้ตายยกครัวเลย พี่วินและฝุ่นอย่าปล่อยคนผิดไปนะเอาคืนแม่งให้หนักๆ
    #9499
    0
  15. #9464 JennyNeptune (@JennyNeptune) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 07:51
    คืออยากจะชมพี่คนเขียนเรื่องนี้หรือเรื่องอื่นๆมี่พี่เขียนมาก นี่เพิ่งมาตามแค่สามวันอ่านของพี่จบไปแล้วสองเรื่อง(เรื่องหมอดิน(ที่ยังแต่งไม่จบ)กับเรื่องพี่ลม(ที่ก็ยังไม่จบเช่นกัน รออัพอยู่นะคะฮี่ๆ)) ตอนนี้อ่านของวินอุ่น คือปกตินอนสามทุ่มนี่พอมาคิดเรื่องของพี่นอนมากค่ะ ชอบการเขียนแบบนี้มากๆ เป็นกำลังใจให้การเขียนงายเล่มต่อๆไปนะคะ ขอบคุณที่รังสรรค์งานดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ ร๊ากกกกกรักตัวละครทุกตัวที่พี่เขียนเลย ^^
    #9464
    0
  16. #9410 milkysmile (@milkysmile) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 17:56
    อีดี้ลอบกัดอ่ะ!!!!
    #9410
    0
  17. #9310 cncdwr (@cncdwr) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 12:19
    มีกราบรถกูซะด้วย ขำ555
    #9310
    0
  18. #9306 nutfloksong (@nutfloksong) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 14:11
    ถึงกับลั่น ช็อตนี้ถึงกับลั่น กราบรถกุ
    #9306
    0
  19. #9272 สล๊อตโลรี่ (@paer2277) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 17:17
    สรุป เปรมเซฟ หรือ เซฟเปรม อ่ะ อยากรู้ 55555555555
    #9272
    0
  20. #9111 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:51
    ห่วงคนดีกคนอ่ะบ่งตรงฮื่อออออ
    #9111
    0
  21. #9093 Sssaiparnnn (@Saipannewgens) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 19:38
    บอกฉันทีว่านี่นิยายคลายเครียด โอ้ยยยย
    #9093
    0
  22. #8789 20uary (@sandkiki) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 09:56
    โอ้ยเป็นห่วงพี่น้องบ้านนี้แล้ววว อุ่นกับฝุ่นทำอะไรสักทีเร็ว!!!!!
    #8789
    0
  23. #8145 elleonoell (@Minrt) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 21:42
    โอโมะ กราบรถกู
    #8145
    0
  24. #8116 moonui-ii (@moonui-ii) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 12:58
    อืม....มุกสุดท้าย ผ่านค่ะ 55555
    #8116
    0
  25. #8113 -Dark-Rana- (@-Dark-Rana-) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 12:35
    กราบรถกู!!
    #8113
    0