[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 967,491 Views

  • 10,166 Comments

  • 29,933 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8,932

    Overall
    967,491

ตอนที่ 27 : บทที่ 27 : แปดคนในหนึ่งห้อง 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25641
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 451 ครั้ง
    23 ธ.ค. 59

 

**** ตอนนี้ทุกคนคงคิดว่าทำไมพิมไม่ครบ 100 สักที!!! มาเเบบนิดน้อยเลื่อนสองที อ้าว หมดเเล้ว คือพูดกันตามตรงเลยนะคะ เเขนขวาของพิมมีปัญหาเเละมันต้องใช้เวลารักษานาน ทำให้เลยพิมพ์คอมนานๆไม่ได้ คือจะสามารถพิมพ์ได้เเค่ 2-3 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น เกินลิมิตชั่วโมงเเล้วร่างกายจะไม่ไหว ขอให้เข้าใจตรงนี้กันหน่อยนะคะ 

แต่พิมก็พยายามเเต่งทุกวันนะคะไม่อยากห่างหายนานกลัวทุกคนคิดถึงใคร่อยากจะเผาบ้านคนเขียน 555555 ก็เลยต้องขออนุญาตอัพเเบบมาทีละเล็กทีละน้อยนะคะ เเต่จบชัวร์ค่ะ เอาหัวสามหมาเป็นประกัน  (จบเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน สองปีเนาะ 55555 )

***  อ่านขำๆหัวเราะกันเเล้วอย่าลืมเม้นให้เค้าด้วยนะ T^T จะได้มีกำลังใจปั่นต่อทุกวัน มาทุกวัน (เม้นหน่อยนะ กราบค่ะกราบ สักนิดให้รู้ว่าชอบไม่ชอบกันจะได้ปรับปรุงนะคะ มุกไม่ฮาจะได้เเก้ไขค่ะ อยากให้ทุกคนยิ้มได้ T0T) เรื่องนี้มันยาวมากและมากกกก หลากอารมณ์มากกก มากกก ต้องตามให้ทันนนน

ปล.เสิร์ฟไฟเวียร์สักนิด ดูจะมีคนซุ่มคู่นี้เยอะ 


-------------------------


บทที่ 27 : แปดคนในหนึ่งห้อง 2




กรยาวีย์ได้รับพื้นที่อย่างช่วยไม่ได้ (น้องเวียร์)



 

                “ พี่ปาย ”

                “ หือ? ”

                “ ทำไมมีผ้าพันแผล ”

                ผมละสายตาจากหนังสือธุรกิจเล่มหนาแล้วมองไปยังเตียงข้างๆที่มีคนเจ็บนั่งเอนพิงหมอนมองดูคนนั่งเฝ้าตัวเองที่กำลังปอกแอปเปิ้ลด้วยสีหน้าสงสัยผ้าพันผ้ารอบมือที่มาจากไหน

                เหอะ มาจากตัวเองไง คนที่นอนพะงาบขาแขนเดี้ยงคอก็มีเฝือกหน้าเถื่อนที่ไม่เจียมสังขารสติแตกไปผลักพี่ปายเข้าจนได้รับบาดเจ็บเมื่อสองชั่วโมงก่อน

                หลังจากที่ไอ้พี่ดินกับไอ้เชี่ยไฟมันหยุดโวยวายใส่พี่ลมแล้วก็โดนผมลากกลับมาโยนนอนลงเตียงสงบอารมณ์กันไป

                แล้วก็อย่างที่เห็นพอมีสติสงบอารมณ์ไปแล้วมันก็เริ่มมองเห็นคนอื่น... พี่ปายแลบลิ้นแบบกวนประสาทแล้วเอ่ยเสียงใสเย้าแหย่

                “ อุ๊ย ห่วงเค้าเหรอ ดินดิน ”

                “ เหอะ อย่าคิดไปเองได้มั้ย รำคาญ ”

                “ รำคาญเมียตัวเองได้ไง เอ้าๆ กินผลไม้หน่อย ” พี่ปายยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มประหนึ่งไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรมาก่อน ผมหันสายตากลับมาอ่านตัวอักษรบนหนังสือในมือต่อ

                จะเรียกโชคดีของไอ้พี่ดินหรือโชคร้ายของพี่ปายดีนะ

                โชคดีที่ตัวเองเจ็บแค่ไหนเขาก็ยังทนไม่ไปไหน โชคร้ายที่เขาเสียงร้องไห้ไม่เคยถึงคนที่สมควรฟัง...

                ผมไม่ควรเอาเรื่องคนอื่นมาใส่ใจ แต่เห็นแล้วมันหงุดหงิดเป็นบ้า ผมเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีชนิดที่ดีมาก แต่พอมาเจอคนพวกนี้ดูแล้วเส้นประสาทผมมันจะวิ่งตุ้บๆพาให้สติจะแตกทุกที

                เหลือบมองไอ้คนที่ผมนอนเฝ้าอยู่มันก็นั่งอมยิ้มอยู่กับโทรศัพท์แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร... มันติดโซเซี่ยลเป็นบ้า ไม่รู้ดูอะไรนักหนา

                อ่านหนังสือไปได้ไม่นานก็ได้รับแรงสั่นในกระเป๋ากางเกง ผมปิดหนังสือลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความ

 

                เฮียวิน : ไม่เกินเที่ยงถึง รพ.

 

                ผมถอนหายใจทิ้งแล้วจรดปลายนิ้วพิมพ์ข้อความลงไป

 

                วีเวียร์ : เร็วๆ พี่อุ่นจะกระโดดคึกอยู่แล้ว ถ้ายังอยากมีเมียก็รีบมาให้ไว

 

                กดส่งข้อความไปพอเงยหน้ามาก็เจอกับใบหน้ายักษ์... อะไรของมัน

                “ มองทำไม ” มันก็ชอบหาเรื่องตลอด ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน

                “ คุยกับใคร ”

                “ อย่าสาระแน เล่นโทรศัพท์มึงไป ” ผมส่ายหน้าแล้วยัดโทรศัพท์คืนใส่กระเป๋ากางเกงไม่ได้สนใจใบหน้ายักษ์เขียวคล้ำของคนหน้าเลอะบนเตียงเลย

                มันเม้มปากแน่นอ้าปากจะพูดอะไรแต่ก็หุบปากสะยัดหน้าไปบ่นอุบอิบอีกด้านเหมือนเด็กเวลางอนผู้ใหญ่ไม่ยอมซื้อขนมให้ มันคงจะน่ารักอยู่นะถ้าคนทำไม่ได้ตัวเท่าควายแบบนี้

                กลอกตาไปมาแล้วลุกขึ้นไปดูพี่ลมที่อยู่เตียงอีกฝั่งเหมือนจะเพิ่งตื่นทำท่าจะลุกนั่งแต่สภาพปางตายขนาดนี้พี่แกยังไม่คิดจะขอความช่วยเหลือใครเลยให้ตายสิ

                ผมเดินไปปรับเตียงแล้วช่วยประคองเขานั่งดีๆ

                “ ขอบใจ ” เสียงแหบแห้งเบาหวิว

                “ น้ำสักหน่อยนะครับพี่ลม ”

                ผมว่าด้วยเสียงอบอุ่นไม่รอคำตอบหันไปเทน้ำแล้วเอาหลอดจ่อปากเป็นการบังคับอยู่กลายๆ พี่ลมเลื่อนแววตาลอยๆมาไล่มองแล้วดื่มอย่างจำใจยอมดื่มไปครึ่งแก้ว

                “ พี่ยังเจ็บหรือปวดตรงไหนอีกมั้ยครับ ” ผมถาม

                “ ไม่เจ็บหรอก แค่นี้เอง ” พี่ลมว่าแล้วยกยิ้มมุมปากนิดๆคล้ายย้ำว่าไม่เจ็บไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น

                “ อยากกินอะไรมั้ยครับ ”

                “ ไม่ พี่ขอนอน ”

                ผมไม่ได้พูดอะไรแต่ก็ขัดใจ เพิ่งลืมตามาสองนาทีก็ข่มตาหลับต่อ ไหวไหล่ช่วยไม่ได้ก็ปรับเตียงให้เข้าที่ตามเดิมแล้วเดินไปดูเตียงข้างๆที่น่าห่วงไม่แพ้กัน หมายถึง สภาพจิตใจอ่าน่า ผมนั่งลงบนโซฟาแล้วเท้าคางมองดูคนที่กำลังหลับ...

                “ ผมรู้ว่าพี่ตื่นอยู่ ” ผมว่าเบาๆแล้วถอนหายใจ “ แต่ตอนนี้พี่ยังไม่อยากลืมตาสินะครับ ”

                “ ... ” นิ่งสนิท เฮ้อ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเฮียผมนักหรอกนะว่าทำไมถึงได้ชอบคนคนนี้มาเป็นปีๆจนจะสิบปีแล้ว ผมแอบย่องไปดูห้องนอนพี่หลายรอบแล้ว ก็เจอแต่รูปของคนคนนี้ ล้วนเป็นรูปแอบถ่าย แต่ละสีหน้าไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ ดูบึ้งตึงนิ่งเฉยตลอด เคยถามหาเหตุผลว่าทำไมถึงชอบขนาดนี้

                จริงๆคนที่ถามเป็นม๊ามากกว่าที่ถามถึงเหตุผล เขารู้เรื่องที่เฮียวินเขาชอบพี่อุ่นมาตลอด วันหนึ่งในโต๊ะอาหารเป็นวันที่ค่อนข้างพร้อมหน้าพร้อมตาไอ้เฮียวาฬตัวดีก็ได้ฤกษ์เสด็จกลับบ้านสักทีนานทีปีหนมันถึงได้กลับ

                ผมยังจำสีหน้าของทุกคนได้ดีตอนที่ได้ฟังคำตอบของมัน...

                เหตุผลที่เฮียวินคอยตามดูตลอดตามตื๊อบ้างแต่ก็ไม่เคยเข้าถึงสักเท่าไหร่มันทำให้ป๊าม๊าอึ้งทึ่งน้ำตาไหลพรากเลย ทั้งที่น่าจะรู้อยู่ว่ามันเรียนการแสดงมา ปั้นคำตอบหวานหูสวยหรูจนผมกับเฮียวาฬแทบอ้วกอาหารมื้อนั่นออกมา

                ถึงเฮียผมมันจะกะล่อนเล่นลิ้นแสดงตบตาหลอกคนอื่นเก่งแค่ไหน... สุดท้ายความจริงที่ไม่สามารถหลอกใครได้คือ เขารักผู้ชายนิสัยห่ามๆที่กำลังนอนหลับตานิ่งตรงหน้าผม...

                ผู้ชายที่ผมเคยสงสัยว่าทำไมถึงหลงรัก ทำไมพี่น้องต้องบ้าระห่ำหวงกันขนาดนี้... พอได้เรียนรู้มาเรื่อยๆเป็นเดือนๆ ผมก็รู้ว่าพี่อุ่นน่ะเป็นคนที่แคร์คนรอบข้างเสมอจะคอยมองอยู่ข้างหลังตลอด แสดงออกมาแบบห่ามๆเถื่อนๆ แต่ในความเถื่อนห่ามนั้นก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยน แล้วยังนิสัยแปลกๆอึนๆซึนๆมึนๆของพี่แกอีก เฮียผมมันถึงได้หลงจนโงหัวไม่ขึ้น

                แล้วไหนจะอีกคนที่ผมมองผิดไปถนัดตาเลย... เหลือบหางตาไปมองเจ้าบ้าทนายที่ยังหนังหน้าตึงกดโทรศัพท์ด้วยสีหน้าขุ่นๆ ...ผมลอบยิ้มนิดๆ มันเป็นอีกคนที่เหนือการคาดหมายของผม ตอนแรกก็เห็นเก๊กท่าเก๊กเท่นิ่งสุขุม แต่พอรู้จักจริงๆ มันก็แค่เด็กที่โตแต่ตัว กระแดะทำเป็นผู้ใหญ่มาดขรึมแค่นั้นเอง

                “ พี่บอกว่ามาถึงไม่เกินเที่ยง ” ผมว่าต่อสังเกตเห็นเปลือกตาขยุกขยิกนิดๆแต่ยังไม่ยอมเปิดตาลืมขึ้น “ ตอนนี้ก็สิบเอ็ดโมงแล้ว อีกแปปก็น่าจะถึงแล้วครับ ”

                “ ... ”

                ผมพ่นลมหายใจที่พี่เขายังไม่ยอมลืมตาสักทีแต่ก็นะมันเรื่องจริงที่ตอนนี้สิบเอ็ดโมงกว่าเล้ว อีกสักพักหมอคงมาตรวจอาการ แต่ถามพี่อุ่นไม่ตื่นก็ตรวจไม่ได้

                นั่นไงพูดไม่ทันขาดคำ เสียงประตูเปิดออกพร้อมหมอสองคนกับพยาบาลอีกสามสี่คนเดินเข้ามาเพื่อเช็คอาการ... ผมปล่อยให้พวกเขาตรวจเช็คความดันเปลี่ยนน้ำเกลือเปลี่ยนถุงเลือดอย่างเงียบ แล้วต้องมาเป็นคนตอบคำถามเรื่องอาการของทั้งพี่ลมและพี่อุ่น ก็แน่สิ สองคนนี้นอนนิ่งเป็นผักเป็นปลาจะตายกันอยู่แล้ว

                “ เฮ้อ ถ้าไม่กินแบบนี้ก็แย่ยเอาสิ ” หมอหนุ่มเอ่ยท้วงสีหน้าลำบากใจ “ ยังไงมื้อเที่ยงอีกสิบห้านาทีก็ต้องให้พวกเขากินนะ ”

                “ ครับ ”

ก้มหน้ารับปากไปงั้น เพราะสุดท้ายถ้าไอ้พวกพี่บ้ามันไม่มาก็จบ ไม่ยอมปริปากอ้าปากกินข้าวกันแน่ๆ ผมเลยควักโทรศัพท์มากดส่งข้อความไปอีกรอบ

 

วีเวียร์ : พี่อุ่นอดข้าวประท้วง ยังไม่ได้กินอะไรมาจะสองสามวันแล้ว จะมาได้รึยัง

วีเวียร์ : ฝากบอกพี่ฝุ่นด้วย พี่ลมก็อดข้าวไม่ยอมกิน ทั้งพี่ทั้งน้องเลย รีบมาให้ไว

 

ข้อความยังไม่ได้ถูกอ่านในทันที ผมก็ช่างหัวไปแล้ว หมุนตัวกลับไปนั่งโซนของไอ้ไฟเพราะข้าวของผมอยู่ตรงนั้นแทบทุกอย่าง ยังไม่ทันได้หย่อนก้นแตะเก้าอี้เสียงกวนตีนก็มา

“ เฮอะ เป็นเด็กเป็นเล็กริอาจมีแฟนเหรอวะเตี้ย ” ไอ้ไฟมีสีหน้าเคืองแปลกๆ

“ แฟนห่าอะไรของมึง ” ผมส่ายหน้าไม่ได้สนใจเพราะมันชอบเอาเรื่องไร้สาระตั้งแต่สากะเบือยันเรือรบมาถกเถียงกวนประสาทผมตลอด “ เมายาก็นอนไป อย่ามาสร้างความรำคาญ ”

“ เอาแต่จิ้มๆโทรศัพท์ กูหิวน้ำจะตายห่าแล้ว มึงเห็นกูเป็นกระบองเพชรรึไง ไม่คิดจะให้น้ำกูสักนิดเหรอห่ะ ทีไอ้ลมมึงยัง แล้วไหนจะพี่อุ่นอีก ทำไมมึง... ”

ผมถอนหายใจแล้วลุกขึ้นไปรินน้ำใส่แก้ว แล้วหันไปทำหน้าตายใส่คนโวยวาย

“ อยากให้ป้อนน้ำก็บอกดีๆ ไม่ต้องมาอ้างนู่นนี่ มันอ้อมโลก ”

คนพูดมากเหวอไปเลย ผมยักไหล่รับคำด่าไม่ยอมรับของมันแล้วจับหลอดให้มันดื่มน้ำได้สะดวก และมันก็กินนิดหน่อย คิดจะกวนตีนกันรึไง พูดหิวน้ำจะตายห่าแต่แดกไปเท่ามด

ส่ายหน้าแล้วเอาแก้วไปวางที่โต๊ะพร้อมแรงสั่นโทรศัพท์ที่สั่นต่อเนื่อง...

ยกโทรศัพท์ขึ้นมารับ

 “ มีอะไร ”

“ เออ อย่ามาโวยวายใส่ได้มั้ย ”

“ รออีกครึ่งชั่วโมง จะให้คนไปรับ เออๆ ไม่ใช่เว้ย ”

“ อย่าประสาทมาก ”

“ เออๆ คิดถึง พอใจยัง ”

ผมกดตัดสายแล้วหันมามองคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนจ้องมาที่ผมเขม็ง...

“ ใคร ” มันถามเสียงเขียว “ แฟนเหรอ ”

“ แล้วทำไม ” ผมเลิกคิ้วกวนประสาท “ อ้อ พูดถึงแฟนๆตลอดนี่คือขาดความรักเหรอครับ อ้อ! ได้ข่าวว่าสาวทิ้งนี่ครับ หึๆ ”

“ ไอ้เวียร์!! ” สงสัยแทงใจดำไปหน่อย “ หล่อๆอย่างกู หาเมื่อไหร่ก็ได้เว้ย ใครถูกทิ้ง มึงอย่ามโน เขาเรียกว่าจบกันด้วยดีเข้ากันไม่ได้เลยเซย์กู๊ดบาย ”

“ แก้ตัวไปเถอะ ” ผมยักไหล่ไม่ถือสา “ ยังไงถูกทิ้งก็คือถูกทิ้ง ”

“ ไม่ได้ถูกทิ้งเฟ้ย!

ผมยังคงหัวเราะเยาะ “ อ้อเหรอ น่าเชื่อเนาะ แหม ได้ข่าวด้วยว่าแฟนเก่ามึงควงหนุ่มฝรั่งมอข้างๆ นั่นสิน่า... หล่อกว่ามึงเยอะ ดูเป็นผู้ใหญ่อีก คงไม่สนเด็กแบบมึงหรอก ”

“ มึงผู้ใหญ่ตายห่าแหละเตี้ย!

“ เยอะกว่ามึงแล้วกัน ”

เห็นไอ้ไฟกัดฟันกรอดแล้วยกยิ้มชัยชนะ มันเงียบลงแล้วเบือนหน้าไปอีกทาง แล้วกลับมาที่คำถามแรก

“ ตกลงมึงคุยกับใคร ”

“ เรื่องส่วนตัว อย่าเสือกครับ ” ผมนั่งลงแล้วเปิดหนังสืออ่านต่อ

ไฟเงียบไปแล้วพึมพำเบาๆ “ เออ... จะใคร...มันก็ไม่เกี่ยวกับกูสักหน่อย ” ท่าทางมันสลดลงทันตาก่อนมันจะทิ้งตัวนอนหลับไปดื้อๆ

อะไรของมัน

แล้วผมคุยกับใครนี่มันจำเป็นต้องบอกด้วยเหรอ ทำอย่างกับหึงยังงั้น ตลกว่ะ

ผมส่ายหน้าน้อยๆแล้วเปิดหนังสืออ่านต่อพลางพูดขึ้นเบาๆ

“ พี่ชายคนโตกูโทรมา ก็แค่นั้น ”

                สวนมาทันที “ แล้วบอกกูทำไม ” น้ำเสียงดูดีขึ้นกว่าเดิม


                “ นั่นสิ ”

                “ ... ”

                “ มีเด็กชอบมโนไปเอง เลยต้องอธิบาย...ก็แค่นั้น ”





----ต่อจ้า-----




หลังจากรบรากับไอ้ไฟอยู่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากไอ้พี่ประสาทอีกคนที่บอกให้ออกมารับทีโดนกักตัวไว้ ตอนแรกก็งงว่ามีการกักตัวตรวจโรคหรือกักตัวเพราะมันเป็นต่างด้าววะ แต่พอออกมาแล้วหน้าห้องก็ต้องผงะ...

“ เอ่อ... ”

กลืนน้ำลายลงคอพลางกวาดตามองชายหนุ่มวัยทำงานร่างใหญ่กำยำในชุดสูทดำเนี้ยบยืนนิ่งเป็นหุ่นกว่ายี่สิบคนแถมใส่แว่นดำติดบลูทูธตรงหูกันหมด พอผมก้าวออกจากประตูห้องเท่านั้นแหละทุกสายตาหันมาจ้องเขม็งแม้จะมีแว่นดำอำพรางดวงตาดุดันแต่มันก็ไม่ได้ลดความน่ากลัวลงเลย...

“ มีคนขอเข้าเยี่ยมบอกว่าเป็นญาติกับคุณ ” การ์ดคนหนึ่งที่สูงโย่งเดินมาหยุดตรงหน้าผมพูดด้วยเสียงนิ่ง “ ต้องตรวจสอบให้เน่ใจว่าเป็นญาติคุณจริงๆ รบกวนสักครู่ เชิญทางนี้ครับ ”

มือใหญ่ผายออกให้ผมเดินไปทางเคาน์เตอร์กลางโถงติดกับลิฟต์ มองจากตรงนี้ก็เห็นชายรูปร่างดีสมส่วนในชุดเสื้อขนสัตว์อย่างหนา... ไหนจะผมสีทองแซมม่วงอีก มันยืนหน้างอหน้ามู่ทู่มีการ์ดสองคนขนาบข้าง

“ เวียร์ นี่มันอะไรกันห่ะ ” เมื่อมันเจอหน้าน้องเช่นผมก็ว้ากทันที “ เมียไอ้วินมันเป็นลูกนักการเมืองหรือนักโทษข้ามชาติวะ ถ้าบอดี้การ์ดจะเยอะขนาดนี้!

“ เผื่อความปลอดภัยของคุณหนูครับ เราจึงจำเป็นต้องทำตามหน้าที่ ” คนที่เป็นคนเชิญผมมาเป็นคนเอ่ยตอบแต่เฮียมันก็อารมณ์เสียไปแล้ว “ ถ้าไม่ใช่คนสนิทหรือคนรู้จักห้ามเข้าเยี่ยมเด็ดขาด ”

“ พอดีว่า คนที่นอนอยู่ในห้องน่ะน้องสะใภ้กูครับ เข้าใจมั้ยครับ อนาคตคือ กูจะเป็นครอบครัวเดียวกันกับพวกเจ้านายมึงครับ ” เฮียหลุดหยาบออกมาจนได้คงเพราะเหนื่อยจากเดินทางแล้วยังมาโดนกักตัวอยู่อีก ในมือก็ถือตะกร้าผลไม้หลากชนิด “ แล้วก็เอาประวัติกูไปเช็คก็ได้ไป ลูกชายสามคนของคุณนายวาเลนเซียน่ะ ไปค้นไป๊!

“ เฮียใจเย็นหน่อย ” ผมปรามเพราะกลัวว่าเฮียจะโดนเท้าใครสักคนปลิวใส่หน้า

“ ไม่เย็น! เหนื่อยเว้ย รอที่สนามบินตั้งสองชั่วโมง แถมยังโดนสั่งให้เอาของมาเยี่ยมน้องสะใภ้อีก แทนที่จะได้กลับไปนอนสบายที่บ้าน ไหนจะรถติดอีก ข้าวก็ยังไม่ได้กิน! ” รัวมายิ่งกว่าปืนกลพาให้ผมถอนหายใจเฮือก

“ สรุป เป็นคนที่คุณรู้จักรึเปล่าครับ ” ไอ้คนหน้านิ่งแม่งก็เนียนหูทวนลมหันมาถามผมแทน

ผมพยักหน้า “ พี่ชายแท้ๆผมกับเฮียวินครับ ไม่มีพิษภัย ถึงมันจะดูประหลาดๆ ” แอบแขวะตอนท้ายหน่อย

การ์ดคนเดิมหันไปทางพี่วาฬ “ งั้นเชิญครับ ” หลบทางให้เป็นเชิงอนุญาต เฮียวาฬแสยะยิ้มชนะแถมเบะปากไปอีกสามทีไม่ได้ดูสภาพหนังหน้าเลยว่าเหมาะกับการทำอะไรมุ้งมิ้งเป็นเด็กรึเปล่า

กำลังจะส่ายหน้าเสียงลิฟต์ก็เปิดออกอีกครั้ง...


“ อ้าว เฮียวาฬ!!! ”


เสียงสดใสของพี่ชายคนกลางดังออกมาด้วยความดีใจพร้อมหน้าหล่อๆที่ยังคงมีแผลแห้งติดตามหน้า ร่างสูงอยู่ในชุดไปรเวทสบายๆไม่ใช่ตัวเมื่อวานแถมของในมือก็เต็มไปหมด

พี่ไต้ฝุ่นเองก็เดินออกมาพร้อมกันพยักหน้าทักทายเฮียวาฬนิดหน่อย “ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ”

“ สองสามสี่ชั่วโมงที่แล้วได้ ” มันตอบ “ แล้วทำไมหน้าพวกแกมันเละอย่างงี้ฟะ ”

“ เดี๋ยวค่อยเล่าแล้วกัน ” วินตอบไปหัวเราะไป “ โดนม๊าสั่งให้มาเยี่ยมลูกสะใภ้ล่ะซี้ ไปๆ ขออวดเมียหน่อย ดีกว่าพวกเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีที่เฮียสอนเต้นอีก!

หัวเราะไปเถอะ เดี๋ยวเจอหน้าเมียแล้วจะหัวเราะไม่ออก

“ เหรอ โห อยากเห็นจัง ” เฮียวาฬพูดด้วยน้ำเสียงโคตรจะตื่นเต้น(ตรงไหน)

ผมถอนหายใจทิ้ง “ รีบเข้าไปดูเมียพวกพี่เถอะ อดอาหารประท้วงอยู่รู้มั้ย ” สองหนุ่มหล่อหยุดการเสวนากับคนทที่เพิ่งกลับมาจากต่างแดนแล้วรีบเดินเข้าห้องพัก

เฮียวาฬกับผมเดินตามหลังไปเงียบๆ... เราสองคนช่วยกันเอาผลไม้ไปล้าง เตรียมปอกให้คนป่วยกิน กำลังจะล้างน้ำก็หันไปมองพี่คนโต...

“ จะถอดได้ยัง โค๊ตน่ะ ” ชี้ไปยังเสื้อขนสั้นหนาบรรลัย คือที่นี่คือประเทศไทยครับเฮีย

ส่ายหน้า “ ไม่รู้รึไง เฮียต้องเพอร์เฟคทุกนาที ”

"ผมมีคนหนึ่งอยากเเนะนำให้พี่รู้จัก น่าจะเข้ากับพี่ได้นะ เรื่องการเเต่งตัว " จะใครอีกเล่า ถ้าไม่ใช่พี่ปาย

" มีคนเจ๋งๆเหมือนกันนี่ อยากเจอเเฮะ"หันไปหยิบจานแล้วถาม “ แล้วนี่...มียไอ้วินมันน่ารักมั้ย ” 

ผมส่งเสียงหัวเราะในลำคอพลางล้างแอปเปิ้ลไปด้วย

 “ รอดูเองเถอะ ”

เฮียวาฬทำหน้าฉงนใจไปแวบหนึ่งก่อนจะยักไหล่แล้วเริ่มหั่นแบ่งแตงโม และด้วยตัวห้องครัวที่ถูกแยกโซนออกมาอยู่ด้านหน้าจะทำให้ไม่เห็นภายในของเตียงผู้ป่วย ยังไม่ทันปอกเสร็จเฮียวินกับพี่ฝุ่นก็เดินเอาข้าวของของกินมาวางเต็มโต๊ะ แล้วยังมามีอารมณ์หยิบของเเยกของอีก 

“ อ้าว ไม่ได้คุยกับพี่ลมพี่อุ่นอยู่เหรอ ”ผมามอย่างงงปนไม่เข้าใจ

ทั้งคู่ส่ายหน้า พี่ฝุ่นเป็นคนตอบ “ เห็นหลับกันอยู่ เลยไม่กล้าปลุก ”


โอ๊ย กูอยากจะเอามีดแทงหัวเว้ย!!


คิดเสร็จก็กระแทกมีดเสียงดังจ้องพี่สองคนที่ยังคงมัวแต่เอาของออกจากถุง เห็นเเล้วมันขัดลูกตา!

 “ อย่าโง่ได้มั้ยเฮีย สองคนนั่นน่ะตื่นอยู่ แต่เพราะไม่มีพวกพี่เขาถึงยังไม่ยอมลืมตาไง เข้าใจยัง กินข้าวหรือกินหญ้าสนามมาวะ

วินหันขวับท่าทางซึมหายไปเลย “ จริงเหรอ ตื่นเเล้วจริงดิ!

 เท่านั้นเเหละของในมือก็ไร้ค่าทันควัน ... มันทิ้งถุงกับข้าวในมือแล้วพรวดพราดออกไปทันที ตามด้วยพี่ฝุ่น ผมชินกับเฮียแล้วที่มีปฏิกิริยาเร็วขนาดนี้ ถ้าเป็นเรื่องพี่อุ่น ส่วนเฮียวาฬเพิ่งมาเห็นก็ยังมองตามแล้วพึมพำ

“ เพิ่งเห็นน้องชายขี้เก๊กหลุดฟอร์ม น้องสะใภท่าจะเจ๋ง” 

มันไม่มีฟอร์มเลยสักนิดเวลาอยู่กับเมีย คอยดูต่อจากนี้เถอะ...


 “ อุ่นนนนนนน เค้ากลับมาแล้ววววว ”


เสียงหวานเจี๊ยบดังสนั่น “ นี่ๆ ไม่ต้องแกล้งหลับเลย อดอาหารประท้วงนี่เพราะไม่มีเค้าอยู่เหรอ โอ๊ย ทำไมน่ารักแบบนี้ ไหนๆ สามีที่น่ารักมาแล้ว ลืมตามาสิ จะได้หายคิดถึง ”

ไม่ถึงสามวินาทีดี


ผัวะ!!


“ โอ๊ยยย อุ่นตบหัวเค้าทำไม ”

“ สมควร ”


ผัวะ!!


“ หัวคนเว้ยไม่ใช่ลูกบอลเล่ย์!

“ ช่างหัวมึงสิ ”


ผัวะ!!


“ จะตบให้ตายเลยรึไงห๊ะ!

“ เออ มันก็น่าตบให้ตายอยู่ ”

“ กูทำอะไรผิดวะ ตบไม่ยั้งขนาดนี้ ”

“ ยังไม่รู้ตัวว่าผิดอะไร ตบอีกสักทีดีมั้ยเพื่อจะรู้สึก ”

“ บอกมาก่อนว่าผิดอะไร ถ้าผิดจริงจะให้ตบเลย ” เสียงจริงจัง

ทั้งห้องเงียบไปพักส่วนผมก็ยังคงหั่นปอกผลไม้ไปเรื่อยๆ หูก็ได้ยินพวกเขาคุยกัน(ไม่น่าจะเรียกว่าคุย) เล่นเสียงดังสนั่นห้องคงไม่ต้องเสียมารยาทแอบฟัง ฟังมันตรงๆนี่แหละ


“ มึงผิด ”

“ ... ”

“ ผิดที่ทำให้กูรอจนเป็นบ้าแบบนี้ไง ”



**************ต่อเด้อออ************



ธารายึดพื้นที่คืน

 

                จ้องหน้าคนที่มีรอยยิ้มแห้งๆส่งมาให้กุมหัวที่โดนผมซัดไม่ยั้ง มันน่าโดนหนักกว่านี้ด้วยซะให้ตายสิ ผมคำรามในลำคอแยกเขี้ยวใส่ไอ้วินที่ยังทำตัวหน้าระรื่นสลับซีดไป

                “ มึงไม่มาชาติหน้าเลยล่ะ ” ผมถามเสียงห้วน สาบานไม่ได้ประชด

                " เฮียขอโทษ ธุระมันยื้อยาว ใจจริงเฮียอยากจะมาเฝ้าเมียใจจะขาดรอนๆ เเต่มีงานจริงๆ อย่าโกรธเฮียเลย " มันรีบกระโจนมาเกาะขอบเตียงแล้วส่ายหน้าเบะปากแววตาละห้อยมาทันควัน “ เค้าขอโทษ เค้าผิดไปแล้ว ”

                " งานอะไร "

                " ก็เอ่อ... งานโปรเจคละครไง เข้าไปมหา'ลัย อาจารย์เรียกคุยน๊านนานเเล้วยังสักให้จัดการเรื่องซื้อของทำฉากละครที่ปีสามต้องทำก่อนจบเทอมนี้ " วินร่ายยาวด้วยสีหน้าจริงบจัง ผมหรี่ตามองนิ่งไม่เชื่อ " ไม่เชื่อ ถภามไอ้ฝุ่นดูก็ได้ "

               เพื่อนกันยังไงก็ช่วยกันโกหกอยู่ดี

                “ ช่างเถอะ ไปทำห่าอะไรมาก็เรื่องของมึง  ” ผมถอนหายใจเฮือกทิ้งความไม่สบายใจก้อนใหญ่ทิ้งไป ความกังวลหมดลงเมื่อหน้ามันโผล่มาแล้ว " แค่ตอนนี้กลับมาก็พอแล้ว " เสียงงึมงำในลำคอ

                ผมกระตุกยิ้มมุมปากเล็กๆเย้ยหยันตัวเองที่นับวันเป็นฝ่ายที่เรียกร้องไม่อยากห่างจากมันเองซะมากกว่า...

                วินทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้แล้วกุมมือผมไว้แน่น “ ยังไงก็ขอโทษนะที่มาช้า ต่อไปจะไม่มีเเบบนี้อีกแล้ว ไม่มีเเล้ว ” ซบหน้าลงกับฝ่ามือหยาบของผมคล้ายง้องอน ซึ่งผม ไม่ ได้ งอน!

                “ มึงก็มาแล้วนี่ไง ช่างมันเถอะ หุบปากได้เเล้ว ” ผมบอกปัดสีหน้าเฉยชา

                บอกให้เงียบเสือกถามไม่หยุด เดี๋ยวพ่อถีบปลิวเลยห่า

                “ แล้วผ่าตัดเป็นยังไงบ้าง ตามองเห็นยัง ” น้ำเสียงเป็นห่วงถามพลางจ้องหน้าจ้องหัวสำรวจผมไปด้วยตอนนี้มันก็มีผ้าพันแผลรอบหัวยังดีที่การผ่าตัดไม่ต้องโดนโกนหัวแค่ตัดแถวๆหลังคอพอดี ขืนลองโกนหัวผมหมดสิได้พังโรงพยาบาลแน่ ไว้มายาวขนาดนี้ใครมันจะยอมให้ตัดง่ายๆกัน

                พยักหน้า “ ก็ดี เห็นแล้ว ”

                “ ดีแล้ว ” วินกุมมือผมแน่นขึ้นไปอีกแล้วยิ้มกว้าง

                “ เห็นแล้วว่ามึงไม่อยู่เฝ้าเป็นวัน ” ผมร้องหึในลำคอแล้วดึงแขนหนีมัน

                “ อุ่นอ่า! เลิกงอนได้แล้ว! เลิกประชด! 

                ผมตวัดหางตาไปมองมันนิ่งๆ “ คนผิดมีสิทธิ์มาเรียกร้องเหรอ  ”

                " ครับ " น้ำตาตกในสิมึง

                นิ่งสนิทหน้าซีดไปเลยทำเอาผมแอบขำในใจแล้วเลิกสนใจมันเมื่อเวียร์เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มบวกล้อแซวผมพ่วงตามหลังมาด้วยใครที่ผมไม่รู้จัก

                “ แหม่ พอเฮียมา พี่ก็ยอมตื่นเลยนะ ”

                “ หุบปากเวียร์ ” ส่งสายตาเขียวปั๊ดให้น้องไป 

               น้องหัวเราะชอบใจก่อนจะส่งจนผลไม้ให้ไอ้วิน “ พี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย กินผลไม้สักหน่อยก็ดีนะครับ ”

                “ อืม ก็ได้ ”

                ผมพยักหน้าปากตอบเวียร์ไปแต่โฟกัสของสายตากลับอยู่ที่ชายร่างสูงในโค๊ตขนสัตว์สีเข้มทำผมสีแสบสันอีกต่างหาก สายตาคมกวาดมองผมอย่างพิจารณามันเป็นสายตาที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดเป็นบ้า พบจ้องคนแปลกอยู่นานจนเวียร์เอ่ยแทรก

                “ จริงสิ! ลืมแนะนำไปเลย! ” ร้องลั่นแล้วขยับดึงคนแปลกหน้าให้เข้ามาใกล้เตียงผม “ นี่เฮียวาฬ พี่ชายคนโตของบ้านผมครับ เฮียทำงานอยู่ที่เกาหลี นานๆจะเสนอหน้ากลับมาที ”

                “ โย่ว น้องสะใภ้! ” คนแปลกหน้าคลายสีหน้าวางท่าแล้วยิ้มทะเล้นไม่ต่างจากไอ้วิน สมแล้วที่เป็นพี่น้องกัน ทั้งท่าทางกริยาสายตาแพรวพราวไม่ใช่ย่อย ดูแล้วจะเยอะกว่าคนน้องด้วยซ้ำ “ เห ก็น่ารักดีนี่ ”

                “ อยากปากแตกรึไง ” ผมสวนกลับอย่างปากดี คำนั้นมันสมควรใช้กับผมรึไงกัน สภาพเละเเบบนี้ก็ใจนักเลงอยู่ไม่สาง

                “ โนๆ เฮียยังไม่อยากให้หนุ่มน้อยทั้งหลายต้องร้องไห้นะ ” ยิ้มกว้างแล้วส่งสายตาแทะโลมมายังผมแบบไม่มีปิดบัง

                “ เฮีย... คนนี้ของผม! อย่ายุ่ง! ห้ามมอง! ห้ามคุย! ห้ามเข้าใกล้เกินห้าเมตร!  

                ผมละสายตาจากคนมาใหม่แล้วหันกลับมาดูไอ้คนที่มันหายหัวไปเป็นวันนั่งกำส้อมที่อยู่ในจานผลไม้แน่นแววตาเอาเรื่องไม่น้อย

                “ แค่หยอกเล่นเองน่า ทำตัวเยอะระวังเขารำคาญจะทิ้งเอา ” สายตาแทะโลมหายไปอย่างรวดเร็วเหลือเพียงแววตาอ่อนโยนแล้วยิ้มน้อยให้ผม “ ยังไงก็หายไวๆนะคุณน้องสะใภ้ แล้วก็น้องชายเฮียคนนี้มันงี่เง่าไปบ้างขี้หึงไปบ้างก็อย่าไปถือมันแล้วกัน รักมากก็งี้เเหละ ”

                 วงคิ้วเลิกขึ้นอย่างตามไม่ทัน โลมเลียทางสายตาเสร็จมาอ่อนโยส่งเสียงสั่งเสียฝากฝังไอ้วินไว้กับผมราวกับผมกับมันเป็นคนรักกัน ...เออ คนรักที่ยังหาสถานะกันไม่ได้ แฟนแม่งก็ไม่ใช่ ผัวเมียก็ไม่ใช่ รุ่นพี่รุ่นน้องก็ไม่ใช่ เพื่อนก็ไม่ใช่ สรุปผมกับมันก็ยังคงคลุมเครือกับความรู้สึก

                " หุบปากได้มั้ยเฮีย อย่ามาสอดไม่เข้าเรื่อง " วินหน้าเเดงหูเเดงอย่างอับอาย 

                จริงๆผมน่ะชัดเจนแล้ว แต่แค่มันยังไม่ถึงเวลาของมัน...

                ยังมีเรื่องที่ผมต้องทำอีกเยอะก่อนจะบอกรักมัน

                อย่างเช่น... เด็ดหัวคนขับรถชนผมก่อนไง

                เป็นผู้หญิง ผมก็ไม่เว้นให้หรอก เฮอะ!

                " ไรวะ นี่อุตส่าห์ชี้นำน้องสะใภ้ให้อยู่กับเเกนานๆยังจะมาไล่กันอีก ไม่สำนึกบุญคุณ "

                “ เออ ไล่ ไปเลย ” วินออกปากไล่แล้วหันมาส่งเสียงงอแงกับผม “ อุ่น มากินแอปเปิ้ลดีกว่า เฮียไปลำบากบุกป่าไปเก็บสดๆมาจากไร่เลยนะ อยากให้อุ่นได้กินของดีๆ ”

                “ ไอ้น้องตอแหล กูซื้อมา ไอ้ห่า ” พี่วาฬจิกกัดไปอีกทีแล้วเบะปากอย่างหมั่นไส้ “ เวียร์แล้วไหนแฟนมึงวะ ”

                “ แฟนอะไรของเฮีย ผมไม่มี ” เวียร์ส่ายหน้าเนือยๆ “ ไปเอาข่าวมาจากไหนไม่ทราบ ”

                “ แกคิดว่าการกระทำพวกแกมันรอดสายตาลูกน้องที่เป็นยิ่งกว่าหมาล่าเนื้อจมูกไวยิ่งกว่าเสืออีก คิดว่ามันจะไม่บอกอะไรเฮียเลยรึไง ”

                “ แล้วไงต่อ ” เวียร์ยังคงไม่ทุกข์ร้อนใดๆ “ ยังไงเฮียก็มาอยู่ไม่กี่วันก็เสด็จกลับ ไม่มีทางมาเจอใครทั้งนั้น ไสหัวกลับบ้านไปได้แล้วไป ”

                พี่คนโตยิ้มหวานแล้วดีดหน้าผากน้องไปอย่างแรงทีหนึ่ง “ เสียใจด้วยน้องรัก หลังจากนี้เฮียจะอยู่ไทย ไม่กลับเกาหลีแล้ว ”

                “ อะไรนะ!! ” สองพี่น้องตะโกนใส่หน้าอย่างตกใจ

                พี่วาฒหัวเราะชอบใจในปฏิกิริยา “ แหม ไม่เห็นต้องแสดงความดีใจกันขนาดนั้นเลย น้องๆคงคิดถึงเฮียมากสินะ นี่ไง เฮียกลับมาแล้ว ไม่ไปไหนแล้ว ม๊าเล่าให้ฟังแล้วว่าเวลาเฮียไม่อยู่นั้นทั้งสองก็เอาแต่น้ำตาเช็ดหัวเข่ามองดูรูปพี่ทุกวันตั้งหน้าจอโทรศัพท์เป็นรูปเฮียอีก แถม... ”

                “ อุ่น แอปเปิ้ลหวานไปมั้ย ” วินถามผมพลางจิ้มแอปเปิ้ลชิ้นที่สามเข้าปากผม

                ส่ายหน้าพลางเคี้ยวอย่างช้าๆเพราะปากมันแตกจนระบมสุดๆ “ ก็ใช้ได้ อึก น้ำหน่อย คอแห้ง”

                “ ไอ้ห่าไฟ มึงหิวน้ำใช่มั้ย เรียกกูสิ เดี้ยงขนาดนี้ยังอวดเก่งทำเป็นหยิบเอง ”

                “ หา?

                ผมมองน้องชายตัวเองที่อยู่เตียงตรงข้ามกำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ดีๆก็ร้องออกมาอย่างมึนงงส่งสายตาไม่เข้าใจมาให้แต่ไม่ทันได้ถามอะไร เวียร์ก็จัดการเอาน้ำกระแทกปากไม่ให้พูดแล้ว

                “ โอ๊ย! ไอ้เตี้ย อยู่ๆเป็นห่าอะไรเนี้ย ป้อนดีๆได้มั้ย มึงกระแทกมาขนาดนี้กะจะให้ฟันสวยๆของกูหักรึไง ” ไฟที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็เอะอะโวยวายไปตามเรื่อง

                “ อืม ” เวียร์ที่ไม่เคยไหลไปตามคลื่นอารมณ์ของใครก็ยังคงมีสีหน้านิ่งป้อนน้ำต่อ เรียกว่ายัดน่าจะเหมาะกว่า

                “ ไอ้พวกน้องเวร น้องทรพี ไม่ฟังกันเลย! ฮึ่ม!

                ผมเหลือบหางตาไปทางพี่วาฬทำหน้ามุ่ยงอนน้องทั้งสองที่ไม่สนใจตัวเอง เลยได้แต่เดินสะบัดโค๊ตเตรียมจะไปทางโซนห้องนั่งเล่นด้านหน้าเพื่อหาที่นั่งพักนอนพักมั้ง ส่วนผมก็อ้าปากรับผลไม้กินไปเงียบๆ

...แต่ความสงบมันก็มักจะอยู่กับผมได้ไม่นาน


                “ เฮ้ หนุ่มน้อย สีผมสวยมากนะครับ ”


                ทุกคนในห้องหันไปมองจุดเกิดเหตุทันที เห็นพี่วาฬเดินไปหยุดตรงหน้าพี่ปายที่กำลังทำหน้างงๆใส่ ไม่ใช่แค่นั้นยังลูบผมจับผมเล่นราวกับสนิทมาสามชาติได้ จากตอนแรกที่พี่ปายมึนไปสักเสี้ยววิก็กลับมายิ้มร่ากระโดดดึ๋งลุกขึ้นพรวดแทบจะชนพี่วาฬอยู่แล้ว

                “ ผมสีม่วง! สวยอ่ะ! ว้าว ต่างหู สวยเป็นบ้า! ” พี่ปายเข้าประชิดแล้วเงยหน้ามองสีผมแสบสันแต่ก็น้อยกว่าตัวเองอยู่หลายขุม จากนั้นก็สำรวจเสื้อผ้าเครื่องประดับต่อ “ โค๊ตสวยอยู่ แต่สีนี้มันไม่เจ๋งเลย แถมรองเท้าไม่เก๋ สร้อยไม่โอ เชยจริงๆ  แต่งตัวยแบบนี้ออกจากบ้านมาได้ไง ”

                พี่ปาย...พี่ควรส่องกระจกก่อนใครเลยนะ

                แอบเห็นคิ้วคนโดนวิจารณ์กระตุก “ แต่พี่ว่าออกจะสวยแล้วก็เข้ากันดีนะ ” พยายามกัดฟันยิ้มแล้วนั่งลงบนโซฟายาวข้าวเตียงไอ้ดินที่ตอนนี้สายตามันโคตรจะอาฆาต

                ดูเหมือนผมกำลังจะได้ดูอะไรสนุกๆแล้วสิ

                “ ไม่ ของผมสวยกว่าเยอะ เข้ากันหลายขุม แถมแฟชั่นมันต้องมีศิลปะและจิตวิญญาณ ” พี่ปายชี้เข้าหาตัวเองที่อยู่ในชุดคนไข้โรงพยาบาลสีชมพูครึ่งสีเขียวสะท้อนแสงครึ่งไม่พอยังเอาไปย่ำยีสกรีนลายคิตตี้อีก นี่มันเอาเวลาที่ไหนไปทำวะ “ แต่ผมว่าพี่ก็น่าจะมีเซ้นต์ที่ดีกว่านี้หน่อยนะ แต่งสีจืดๆแต่นี้ไม่ชอบ ”

                “ แล้วโค๊ตสีอะไรถึงสวยเหรอครับ ”

                “ สีชมพูบานเย็นสิ!!

                พี่วาฬอึ้งหน่อยๆทึ่งอีกเยอะก่อนจะปรับมาเป็นยิ้มถูกใจดูจะฝืนเหลือเกิน “ เลือกสีจัดจ้านดีนะ ถ้าคนใส่ตัวขาวก็น่าจะเข้ากันอยู่ ”

                “ แน่นอน! เพราะโค๊ตตัวนั้นผมมีแล้วยังเคยใส่ไปเดินปารีส มีแต่คนมอง แสดงว่าชุดผมเจ๋งมาก! อ้อ ลืมบอกไป ทุกชุดผมทำเองหมดเลยนะ! ไม่ได้เรียนดีไซเนอร์นะ แต่ทำชุดเองได้ เก่งใช่ปะพี่!!  ” พี่ปายทรุดนั่งลงแล้วหันหน้าคุยโวกับคนแปลกหน้าทิ้งให้ไอ้ดินจ้องเขม็งไม่เลิก ไอ้ดินคงลืมไปมั้งว่าพี่ปายมีความสามารถในการพูดคุยตีสนิทกับทุกคนไม่เว้นแม้กับคนที่เพิ่งเจอหน้าได้สามวิ “ อ้อใช่ ผมชื่อ ปาย น่าจะอายุน้อยกว่าพี่ ”

                “ พี่ชื่อวาฬ เป็นพี่ไอ้วินกับเวียร์ ” ฉีกยิ้มหล่อสว่าง “ ยินดีที่ได้รู้จักนะน้องปาย ”

                “ เป็นพี่ไอ้วินเหรอ งั้นแสดงว่าก็ต้องเข้าใจในแฟชั่นของผมใช่ปะ! คืองี้ๆๆ ไอ้วินมันชื่นชมผมตลอดเลยว่าแต่งตัวเข้ากันสุดๆ ”

                “ ฮ่าๆ เข้ากันงั้นเหรอ ” เสียงหัวเราะแห้งเหลือเกิน

                ผมเคี้ยวแอปเปิ้ลเสร็จกลืนลงคอไปแล้วหันไปถามไอ้วิน

                “ นี่มึงชอบแฟชั่นพี่ปายจริงดิ ”

                “ มึงจะบ้าเหรออุ่น ” วินสวนแทบไม่ทัน “ ไม่เคยพูดเลยสักคำ เฮียแกตัดบทชมตัวเองก่อนตลอด ”

                ผมหัวเราะนิดๆเพราะมันแน่อยู่แล้วที่ไม่มีใครชม ใครชมคือประสาทเสียมาก พี่ปายก็ชอบโมเมมั่วนิ่มชมตัวเองอยู่เสมอแล้ว ผมไม่น่าถามอะไรโง่ๆเลย

                “ หรือพี่ว่ามันไม่สวย ” พี่ปายจับน้ำเสียงได้แล้วถามเสียงขุ่น “ ทำเสียงหัวเราะแบบนั้นหมายความว่าไง ”

                “ เฮ้ย คือพี่ไม่ได้จะ ” พี่วาฬโบกมือปฏิเสธก่อนที่พี่ปายจะโกรธ... เหรอ

                “ อ่ะ มันแน่อยู่แล้ว ที่พี่หัวเราะก็เพราะแฟชั่นผมมันล้ำหน้าพี่จนคิดไม่ถึงไง กำลังชื่นชมผมอยู่ล่ะซี้~ พี่นี่ตาแหลมจริงๆเลยที่มองออก เนี้ยนะ ผมเอาชุดของโรงพยาบาลไปย้อมแล้วก็ไป... บลาๆๆๆๆๆ ”

                สาธยายการทำชุดทุกขั้นจนคนฟังที่ตอนแรกนึกว่าโดนโกรธก็ทำหน้าไม่ถูกเพราะพี่ปายลั้ลล้าเล่าประวัติชุดด้วยสีหน้าภูมิใจและหุบยิ้มไม่ได้

                พี่วาฬดูจะค่อยๆปรับตัวๆเลือกนั่งเงียบแล้วยิ้มรับพยักหน้ารับฟังด้วยสีหน้าอ่อนโยน...

                “ เฮ้ ฟังอยู่เปล่า! ” เสียงเล็กถามขึ้นเพราะเริ่มรู้สึกตัวว่าโดนจ้องหน้าอยู่เกือบสิบนาทีแล้ว... จ้องจนท้องได้อยู่แล้วเพิ่งรู้สึกตัวเนอะ

                พี่วาฬพยักหน้า “ ฟังสิครับ เสียงน้องปายเพราะดี เลยฟังเพลินไปหน่อย ” ยิ้มละลายโลกให้อีกต่อ

                “ โอ๊ะ แน่นอน เสียงผมที่หนึ่งเลยแหละ! ตอนร้องเกะกับเพื่อนมีแต่ชมว่าเฮียปายเสียงสวรรค์ ” พี่แกเล่าไปหัวเราะไปไม่พอยังมาวอร์มเสียงโชว์อีก

                แต่เรื่องนี้ก็จริง พี่แกร้องเพลงเพราะจริงๆ ไม่เถียง

                “ ไอ้ดินเจอดีเข้าแล้วสิ หึ ” เสียงสมน้ำหน้าสุดๆ ทำให้ผมสงสัย

                “ ทำไมวะ ”

                “ รอดู ” วินทิ้งระเบิดไว้ลูกใหญ่แล้วบอกจะลุกไปของกินที่ผมชอบมาให้

                พยักหน้ารับคำมันไปแล้วหันกลับไปดูเตียงเจ้าปัญหาต่ออย่างสนใจ ก็ดูหน้าไอ้ดินสิ เหมือนกำลังจะลุกขึ้นมาฉีกอกคนซะให้ได้ สีหน้าที่ไม่ค่อยจะได้เห็นสักเท่าไหร่ แสดงว่าพี่ปายมีผลกับไอ้ดินอยู่มากสินะ แต่มันยังไม่รู้ตัว เฮ้อ น่าสงสารๆ

                “ เสียงเพราะจริงๆด้วย ” พี่วาฬฟังแค่ท่อนเพลงสั้นๆก็เอ่ยชมยิ้มให้ตาปิด

                “ ของมันแน่อยู่... ”

                เปลือกเปิดขึ้นใหม่พร้อมสายตาหื่นกระหายอย่างรุนแรง “ ถ้าอยู่บนเตียง เสียงครางจะเพราะแบบนี้มั้ยนะ อยากได้ยินจัง ”


                “ มึงพูดว่าไงนะ ไอ้เหี้ย!!!


                โอ๊ะโอ... เสียงใครกันนะ คงไม่ต้องเดาหรอกมั้ง หึ


*******ต่อเน้อ


ขอที่พื้นสักนิดให้นายปฐพีอย่างด่วน


 


ผมตวาดออกไปอย่างลืมตาและทนไม่ไหว! ดู ดูสายตาไอ้เวรนี่สิ ทำท่าจะเขมือบไอ้คนบ้าเข้าไปอยู่แล้วไม่พอ ยังจะมาฟังเสียงคงเสียงคราง


คนที่จะฟังมีได้แค่กูคนเดียวเว้ย! คนอื่นอย่าเสือก!


ไอ้คนแปลกตาแถมหื่นกามชนิดออกนอกหน้ามันจ้องผมกลับด้วยสายตามึนๆแล้วหันไปถามพี่ปายที่เอียงคอมองผมอย่างไม่เข้าใจ


“ ดินดิน ตะโกนทำไม เดี๋ยวก็เจ็บคอหรอก ” ไอ้พี่มันก็ยังคงไม่รู้ห่าอะไรก็ทำหน้าดุใส่ผมแล้วลุกไปรินแก้วเทใส่แก้ว “ เอ้า กินหน่อย ”


ผมปรายตามองมือขาวที่ถือแก้วแล้วแม่งหงุดหงิด ผมเบือนหน้าหนีบ่งบอกว่าไม่กิน พี่ปายถอนหายใจทิ้งเบาๆก่อนจะยิ้มร่าเสียงใส “ แหม บทอยากเรียกร้องความสนใจนี่เอง ”


ใช่ที่ไหนกันเล่า!


เสียงแก้ววางลงที่โต๊ะตามเดิม แล้วมันก็เดินกลับไปนั่งที่เดิมข้างไอ้หัวสีประหลาดที่ให้เดาว่ามันต้องเป็นห่าอะไรสักอย่างเกี่ยวกับไอ้วินไอ้เวียร์ แล้วมันเป็นใครวะ!


“ ดูแลดีจัง น้องชายเหรอ ” ไอ้คนที่ทำสายตาโลมเลียพี่ปายอยู่ตลอดถามเสียงอ่อนโยน


“ น้องชายบ้านมึงสิ!! ” ผมสวนเสียงแหบอยากจะลุกไปตะกุยหน้าหนาๆแต่ติดที่สังขารมันย่ำแย่เกินไป ได้แต่นอนจ้องตาเขม็งข่มขู่


“ งั้นก็พี่ชาย? ”


“ ไม่ใช่!


“ เพื่อนข้างบ้านเหรอ ”


“ ไม่ใช่เว้ย!!! ” กูอยากจะฆ่ามึงงงงง


สาบานด้วยสปาต้าลูกรักเลย ถ้าไอ้ดินคนนี้ไม่นอนหยอดข้าวต้มอยู่จะลุกไปเสยหน้าให้พังแล้วเอาตัวมันมาแยกชิ้นส่วนดองเค็มแล้วโยนให้หมาแดกเลย!


“ อืมมม งั้นเป็นอะไรกันเหรอ ” เสียงเรียบๆจากอีกฟากของห้องจากน้องรักสุดสวาทใจขาดดิ้นดุ๊กดิ๊ก เห็นหน้าพังยับของน้องอุ่นแสนแก้วตาดวงใจแล้วไอ้ดินอยากจะเอามีดมาเสียบหัวใจตัวเองจริงๆ โอ๊ย หน้าสวยๆของน้องกู ฮือ


ใครทำน้องกู กูจะไปกรีดหน้ามันมาเป็นแผ่นๆแล่ให้เสือกิน!


“ นั้นดิ เป็นอะไรกันเหนอ ” เสียงกวนตีนจากเตียงข้างๆทำเอาผมอยากประเคนตีนใส่มัน ไอ้ไฟมันเป็นน้องเล็กของบ้านก็จริงแต่ มันเกลียดหน้ามัน! หน้าตาคนละชั้นกับอุ่นเลย เพราะงั้นการให้ความสำคัญของมันต้องนอนกว่าอุ่น ซึ่งไอ้ไฟมันก็ไม่เคยเห็นหัวพวกผมเป็นพี่อยู่แล้ว เห็นแต่พี่อุ่น พี่อุ่น ผมเลยมีแต่ น้องอุ่น น้องอุ่นเหมือนกัน ยุติธรรม!!


“ รีบๆพูดดิ ” เสียงเฉยๆของเตียงตรงข้ามเป็นไอ้ลมที่นั่งเลิกคิ้วกระดิกเท้าอารมณ์ดีข้างๆก็เป็นไอ้เชี่ยไต้ฝุ่นศัตรูครอบครัวไม่พอยังเป็นคนชิงตำแหน่งเดือนมหาลัยไปจากผมอีก คิดแล้วแม่งแค้น


แหม ตอนอยู่กับน้อง ปากนี่ไม่กระดิก ผัวมาแค่เนี้ยเปิดปากได้นะ เห็นแล้วมันหมั่นไส้!!


“ พวกมึงเสือกไร ” ผมตอบสวนไปอย่างลืมสนิท


สายตาเรียวตวัดมาทางผมจนผมกลืนน้ำลายพลิกลิ้นอีกรอบ “ มึงว่ากูเสือกเหรอดิน ”


“ อุ๊ย เปล่าเลยจ้ะ อุ่นน้องรัก ใครกันมันจะกล้าว่าน้องกัน ” ผมคลี่ยิ้มอ่อนโยนที่มีให้อุ่นเสมอแล้วเบะปากใส่อีกสองเตียง “ กูด่าพวกมึงสองตัวต่างหาก!


                “ อ้อเหรอ ” ไฟทำท่าแคะหูไม่รู้ไม่ชี้


                ลมกลอกตาขึ้นบน “ ด่าไปเถอะ กูรอสมน้ำหน้าอย่างเดียว ”


                “ สมน้ำหน้าห่าอะไร!


                ลมเบือนไปทางไต้ฝุ่น “ เอาหนังสือมาอ่านให้ฟังหน่อย ขี้เกียจฟังหมาโง่ๆเห่าแล้ว ”


                ไอ้พี่บรรลัย มึงกล้าด่ากูโง่เหรอ ทั้งบ้านกู กูฉลาดสุด(ถ้าไม่นับลูกพี่ลูกน้อง) แพทย์ระดับท็อปว่าที่หมออันดับหนึ่งเลยนะเว้ย มึงกล้าด่ากูโง่อีกเหรอ!!


“ ไม่รีบพูด ระวังปลาวาฬคาบไปแดกนะ ” เสียงประสาทเสียอีกหนึ่งของไอ้เชี่ยไอ้ห่าวินที่จิ้มผลไม้ป้อนน้องผมอยู่ว่ายิ้มๆ แล้วใครมันอนุญาตให้มึงป้อนผลไม้ให้น้องกู๊!! กูไม่ยอมมมมมมมม


“ เฮ้ น้องชาย เห็นเฮียชอบแย่งของชาวบ้านรึไงกัน ” เสียงเขียวของคนที่ผมตั้งเป้าหมายเป็นอาจารย์ใหญ่เปิดปากพูดเคืองๆใส่ไอ้วิน


อ้อ พี่น้องกันนี่เอง มิน่าเล่า กูถึงได้เกลียดอย่างไร้สาเหตุ โมโหแบบไม่ต้องหาเหตุผลประกอบ!!


 “ ก็ที่ผมเห็นมันเป็นแบบนั้น ” วินยักไหล่แล้ววางจานเปล่าลง “ เจ็บปากมากมั้ยอุ่น กูซื้อยามาด้วย ”


“ เออ ทาให้ที ถ้ามึงกล้าลงหนักกูยันแน่ ” น้องผมทำหน้าขู่ได้น่ารักบาดใจมาก แต่ทำไมต้องไปทำใส่ไอ้วิน ไอ้มารสิบปีเห็นจะได้


“ ถ้ามึงแตะหน้าน้องกู มึงเตรียมตาย!! ” ผมชี้หน้าเด็ดขาดใส่ไอ้วิน มันปรายตามาแล้วส่ายหน้า


“ มึงดูสังขารตัวเองก่อนเถอะ ” มันว่าเสียงหน่ายแล้วเดินหายออกไปโซนห้องนั่งเล่นข้างหน้า “ รีบๆพูด คนรอฟังอยู่ไม่เห็นรึไง ”


ผมหันไปข้างๆก็เจอสายตาคาดหวังของพี่ปาย มันยิ้มร่ารอฟังแถมยังมีเสียงหัวเราะคิกคักในลำคอที่ทำให้ผมเริ่มหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเฉยๆ


“ เงียบแบบนี้ สงสัยก็แค่คนรู้จักล่ะมั้ง ” ไอ้เชี่ยปลาวงปลาวาฬอะไรสักอย่างมันแสยะยิ้มแล้วลูบหัวไอ้พี่ปาย แถมไอ้พี่ปายคนบ้าก็ยืนให้เขาลูบอีก มันชักจะมากไปแล้วนะเว้ย!


“ มึงเอามือออกไปเลย ” ผมกดเสียงต่ำพยายามฝืนลุกขึ้นนั่งแล้วใช้มือข้างหนึ่งที่ยังดีกระชากต้นแขนเล้กเข้าหาตัวเอง


ปึก!!


เพราะแรงเหวี่ยงที่ผมทำลงไปมันรุนแรงจนพี่มันเองก็ไม่ตั้งตัวเซล้มทับผมทั้งตัวและ...


“ อ๊ากกกกกกกกกก!!!


“ ว๊ากกกก ดินดิน!!


“ เจ็บ เจ็บ!!!!


พี่ปายกระโดดออกจากตัวผมแทบจะทันทีรีบจับตัวผมที่ดิ้นพล่านยิ่งกว่าถูกน้ำกรดสาดซะอีก มันทับลงมาทั้งแขนทั้งคอ ไหนจะท้องผมที่ช้ำอีก หัวก็โขกอีก


มันกะจะฆ่าผมรึไงเนี่ย!!


“ ดินดิน เค้าขอโทษ เจ้บมากมั้ย โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะ ” พี่ปายทำหน้าตื่นไม่รู้จะทำไง ก็ได้แต่ปลอบผมเสียงแผ่วลูบหัวไหล่ผมให้สงบสติ


แต่นาทีนี้มันเจ้บเกินกว่าจะสงบได้ทันที ผมร้องดอดครวญร่วมห้านาทีโดยมีสีหน้าเป็นห่วงของพี่ปายดูอยู่ตลอด ส่วนไอ้พี่น้องผมก็แสนจะรักใคร่จริงๆ เอาหูไปนาตาไปไร่ก็ยังพอทนแต่แม่ง...


“ แหกปากจะเป็นจะตาย ตอนโดดจากชั้นสองขาหักที่บ้านยังไม่เห็นจะร้อง ” ไอ้ไฟมันบ่น แล้วไอ้คนที่มันผลักผมจากชั้นสองของบ้านคือใครเหรอ ก็มันไง!! ใครมันจะบ้าโดดลงมาตาย ไอ้น้องเวรมันเล่นทีเผลอผลักตกลงมาแทบเดี้ยง ข้อหา ผมเหยียบรถบังคับมันพังแล้วไม่ซื้อใช้


“ ร้องเป็นหมาโดนน้ำร้อนลวกไปได้ ” ไอ้พี่เหี้ยก็อีกคน


แม้กระทั่ง “ ดิน หยุดแหกปากสักที รำคาญ ” น้องรักสุดใจขาดรอนอย่างอุ่นก็ไม่เว้น


เกิดเป็นไอ้ดินทำไมถึงช้ำใจแบบนี้!


ผมกัดฟันทนความเจ็บปวดพยายามหยุดแหกปากจนรู้สึกว่าฝ่ามือกำลังกำหมัดเล็บจิกเนื้อจนเริ่มเจ็บก็ถูกมือเล็กนุ่มแกะออกแล้วปล่อยให้ผมจิกเล็บลงบนมือขาวแทน


“ โอ๋ๆ ไม่เจ็บเนอะ เค้าขอโทษ ฟู่ๆๆ ไม่เจ็บๆๆ หายเจ็บ เพี้ยงๆๆ!


ผมปรือตามองคนพูดคนมีสีผมสว่างจ้าทำท่าทางเป็นเด็กเป่าลมเบาๆไปทั่วหน้าตามตัวผมเหมือนโอ๋เด็กเล็กๆ เสียงเบาๆนุ่มนวลพาให้ผมเริ่มสงบใจลงบ้าง


“ เจ็บก็กดลงมาเลย ไม่ต้องกลัวเค้าเจ็บ ” พี่ปายว่ายิ้มๆ พลางลูบหัวผมไปด้วย ส่วนมืออีกข้างก็ถูกผมกำยึดจิกไว้แน่นเพราะความเจ็บยากจะทน


สงบปากได้แต่กว่าจะสงบความเจ็บปวดได้ก็ปาไปเกือบครึ่งชั่วโมง แล้วผมก็ปล่อยแขนเล็กออก เผยให้เห็นเลือดติดมือมาด้วยแล้วก็ตกใจอ้าปากค้าง


พี่ปายทำตางงใส่แล้วยกแขนที่โดนผมจิกเป็นที่ระบายความเจ็บปวดขึ้นมาดูก็เห็นเลือดไหลออกมาห้าจุดเป็นรอยเล็บรอยมือผมทั้งนั้น


“ พี่ปาย... ” เหมือนปากคอมันแห้งขึ้นมาทันควัน


“ หือ แผลนิดเดียวเอง ” มันยิ้มให้ผมไม่ทุกข์ร้อนอะไรแต่กลับบีบตรึงหัวใจผมแทบจะหายใจไม่ออก “ แค่ทำแผลนิดเดียวไม่ต้องกังวลหรอก ”


“ งั้นพี่ทำแผลให้เอามั้ยครับ ”


เสียงสาระแนมาอีกระลอก ผมตวัดตาไปมองไอ้หัวทองแซมม่วงที่มันยังหน้าทนไม่ไปไหนสักที่เหมือนน้องมันไม่มีผิดเพี้ยน!


“ เอ่อ... คือ ผมเกรงใจ ”


“ ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย คนกันเอง จะได้สนิทแนบชิดกันไวๆ ”


“ โห ไม่ต้องหรอกพี่ ผมสนิทได้กับทุกคนอยู่แล้ว ไม่ต้องลำบากหรอก ” พี่ปายคนบ้าที่ยังไม่รู้ตัวว่าโดนลวนลามก็มีท่าทีเฉยเมย “ เดี๋ยวทำแผลเอง เร็วกว่าเยอะ ”


“ แต่พี่อยากทำให้... ” ไอ้นี่ก็หน้าด้าน


ถ้ามันยังไม่เลิกตื๊อ ดินจะไม่ทน!


“ เกรงใจครับ ”


“ อย่าเกรงใจเลย...ให้พี่ ”


                ไม่ต้องทนกันแล้ว!!!


                “ หูตึงรึไงวะ บอกว่าเกรงใจ! แปลว่าอย่าเสือก เข้าใจยัง! ” ผมแทรกบทสนทนาอย่างไม่ไว้หน้า ทั้งคู่หันมาทางผม พี่ปายไม่ได้พูดอะไร แต่ไอ้คนหน้าทนก็ยิ้มละไม


                “ ทำไมต้องเกรงใจด้วยครับ ผมออกจะยินดี ” ส่งยิ้มให้พี่ปายอีก มันจะเรียกหาสปาต้าเกินไปแล้วนะ


                “ คนที่มึงต้องเกรงใจน่ะ ” ผมฉีกยิ้มเหนือกว่า “ ไม่ใช่พี่ปาย ”


                “ หือ? ”


                “ เกรงใจกูนี่แหละ!!


“ ผัวเขานอนอยู่ทนโท่ยังจะกล้ามายุ่งกับเมียคนอื่นอีกเหรอวะ!!


“ เมียกู กูทำแผลให้เองได้ คนอื่นอย่าเสือก!!


ผมปล่อยหมดแม็กเลยทีเดียวไอ้คนหน้าด้านก็อึ้งไปนิดส่วนไอ้คนที่ผมไม่อยากจะให้มันได้ยินที่สุดก็...


“ โฮ ดินดินของปาย มาให้จูบสิ ม๊วบบบบบ  


“ ม่ายเอาเว้ยยยยย!


“ ดินดิน มาเร็ว จุ๊บๆๆๆกัน ม๊วบๆๆ ”


 


กู...ไม่น่าพลาดเลยให้ตายสิ ฮือ



********





นายวายุได้รับพื้นที่...


               


                “ พี่จะไม่พูดกับผมจริงเหรอ ”


                ตอนนี้ผมกำลังนั่งใบ้มองไอ้ลูกแมวลูกหมาทำตาละห้อยหน้าโศกเศร้ากุมมือผมไว้เบาๆไม่กล้ากุมแน่นเพราะกลัวมันจะทำให้ผมเจ็บ มันเป็นคนที่น่าเจ็บใจเป็นบ้า ทำเหมือนผมเป็นเด็กตัวเล็กๆน่าทะนุถนอม


                มันทำให้ผมหงุดหงิด!


                “ พี่ลม ผมขอโทษ ” คำขอโทษที่นับมาได้ประมาณยี่สิบครั้งแล้วมันเต็มไปด้วยความจริงใจที่สั่นหัวใจผมตลอดเวลา ไม่ใช่ไม่อยากพูดด้วย


                แต่กูสะเทือนแผลจนกระดิกลิ้นยังแทบไม่ได้เลย


                “ พี่จะตบผมแบบอุ่นก็ได้นะ ถ้ามันทำให้พี่ยอมพูดกับผม ”


                ผมเปรยตามองหน้าตาจริงจังของมันแล้วถอนหายใจเฮือก ส่ายหน้าเบาๆเป็นเชิงไม่เอา ผมไม่ได้มีนิสัยนิยมใช้ความรุนแรงกับคนรัก ไม่ได้อะไรหรอก คือ ฝีมือมันต่างกันโดยสิ้นเชิง เคยโดนมันฟาดก้านคอเข้าหลังจากไปยั่วโมโหหึงมัน สลบไปเป็นวันสิครับท่าน


                ยิ่งมารู้ว่าบ้านมันเป็นมาเฟียแถมตัวมันยังถูกส่งฝึกการต่อสู้มาแบบฉบับนักฆ่าเลยก็ว่าได้ ส่วนผมมันก็แค่มีพื้นฐานทั่วไปไม่ได้เรียนจริงจังเพราะสุดท้ายแม่งก็มวยข้างทางตลอด ใช้สองมือสองขา แต่คว้าไม้ได้ก็อีกเรื่อง


                แล้วที่ไอ้ฝุ่นมันถนอมผมอย่างกับอะไรดีส่วนหนึ่งเพราะมันเคยทำผมเจ็บหนักทั้งร่างกายและจิตใจและยิ่งเป็นมาเฟียศักดิ์ศรียิ่งค้ำคอ เมียข้า ใครห้ามแตะอีก ไปไหว้พ่อมันมาแล้ว มันก็ถูกสั่งให้ดูแลผมให้ดีเพราะจุดอ่อนของคน ยังไงก็ต้องเป็นคนรัก  ไต้ฝุ่นเสียแม่ไปตั้งแต่เล็กเพราะเหตุการณ์พวกธุรกิจเบื้องหลังมาเฟีย มันก็ขอสาบานกับพ่อว่าจะไม่มีวันให้ใครมาทำร้ายผมได้


                ผมคบมันมาแบบเงียบเหยียบมิดแทบจมดินมาสามปีกว่าๆเกือบสี่ปีได้ ก็อย่างที่บอก ผมไม่สามารถยืนแสดงตัวให้เป็นเป้าได้ หลบๆซ่อนๆนั่นแหละดีที่สุด แถมศัตรูหน้าไหนมันจะมาสนใจผมเวลาอยู่กับมัน ผมก็โคตรหล่อ ตัวก็เท่ามัน


                ใครมันจะคิดเล่าว่า ไอ้กล้ามสวยมีซิกแพค หน้าเข้ม สูงโย่ง เป็นเมียสุดรักของมาเฟีย


                ลองให้ผมเป็นอริมันสิ ยังต้องส่ายหน้าคิดหนักเลย


                “ พี่ลม คุยกับผมเถอะ ได้โปรด ”


                หลุดจากภวังค์ความคิดแล้วหันไปจ้องตาเศร้าของไอ้ฝุ่นที่ไม่รู้เศร้าเกินไปประหนึ่งกูตายไปแล้วซะยังงั้น อยากจะยกมือตีแก้มเรียกสติมันอยู่หลอกแต่แค่หายใจเข้าออกยังสะเทือนไปทั่วตัว


                “ ขอร้องนะ พูดกับผมเถอะ ” มันบีบมือไร้แรงผมแน่นขึ้นอย่างสั่นๆ


                ผมกัดฟันฝืนยิ้มแล้วปล่อยเสียงออกมาอย่างลำบาก “ มาทำไม ”


                “ พี่พูดแบบนี้หมายความว่าไง ” ไต้ฝุ่นมองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจนัก


                “ บอกจะไม่มาให้เห็นหน้าสักห้าวันไม่ใช่เหรอ ” ผมหัวเราะหึในลำคอนึกถึงประโยคชวนหงุดหงิดที่มันตัดสายใส่ผม ก็วันที่ผมเหาะมาซัดกับไอ้เหี้ยโซ่ที่โรงพยาบาลไง แล้วดันออกจากมหาลัยมาโดยลืมสนิทว่ามีไอ้เด็กนี่นั่งรออยู่ที่คณะเป็นวันๆ “ แล้วมาทำไม ”


                ไม่อยากชวนทะเลาะแต่อดไม่ได้ เออ น้อยใจไง ประชดไงครับ!!


                “ มาเฝ้าพี่ ”


                “ ไม่เห็นจำเป็น ” ผมส่งเสียงเฮอะ “ กลับไปได้แล้วไป ไม่อยากเห็นหน้า ”


                “ พี่ลม... ” เสียงทุ้มอ่อนล้าลงอย่างสำนึกผิด ประโยคคุ้นๆที่มันเคยตวาดใส่ผมเมื่อวันก่อนไง “ ผมขอโทษ ตอนนั้น... ผมแค่ห่วงพี่ พี่หายไปไหนก็ไม่บอก แล้วยังไม่รับโทรศัพท์ ”


                “ กูผิด? ” ผมถามเสียงเรียบ เอ่อ...เอาจริงก็ผิดแหละ


                “ ใช่ พี่ผิด ”


                ผมอ้าปากเหวอทันที มันจะมาง้อหรือมันจะมาซ้ำเติมวะ พระเอกบ้านไหนสอนมึงมาให้พูดอย่างงี้กัน


                “ เออ ผิดแล้วไง แล้วมาทำไม โกรธไม่ใช่รึไง มาทำไมวะ ” ผมถามไปด้วยเสียงกวนตีนรู้สึกเจ็บหนึบไปทั่วตัวเพราะยิ่งพูดก็ยิ่งสะเทือนแผล “โกรธมาก ก็กลับไปสิ กลับไปสิ!


                ฝ่ามืออุ่นปล่อยมือผมกะทันหันแล้วยกขึ้นมาไกล่แถวๆหางตาผมอย่างอ่อนโยนจนผมสะอึก...


                “ ไล่ผม แต่พี่ร้องไห้ มันหมายความว่ายังไงครับ ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามอย่างจริงจังยิ่งมันพูดแบบนั้นผมก็ยิ่งน้ำตาซึม


                ยอมรับเลยว่าผมแม่งถึงจะเหี้ย จะเถื่อน จะเก่งแค่ไหน... แต่โดนยำเละเป็นโจ๊ก ชีวิตก็ไม่รู้จะเป็นหรือตาย ก่อนที่จะสลบไปในตรอกแคบสกปรก คนแรกที่ผมคิดถึงก็คือมัน...ไต้ฝุ่น


                ผมกลัวที่จะตื่นมาแล้วไม่เจอมัน หรือไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย


                “ กู ไม่ได้ร้อง ” ผมบังคับเสียงไม่ให้สั่นพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อกลั้นเสียงไม่ให้ใครได้ยิน ขืนไอ้น้องเวรได้ยินมันได้เอามาล้อผมยันตายแน่ๆ


                “ ครับ ” ไต้ฝุ่นระบายยิ้มอ่อนใจแล้วพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาออกจากหน้าผมเบาๆไม่ได้พูดอะไรแค่ทำเพียงอยู่ข้างๆแล้วซับน้ำตาผมไปเรื่อยจนมันหยุดลงได้ในที่สุด


                “ กูอยากนอนแล้ว ” ทันทีที่หยุดร้องไห้ผมก็ทำทีจะนอนหนีมัน แต่อีกคนไม่ได้ยอมให้เป็นแบบนั้นง่ายๆ


                “ ไม่ได้ครับ พี่ต้องกินข้าวก่อน ไหนจะยาอีก ” เสียงดุมา


                ผมก็หาได้สนใจไม่ “ แล้วไง ไม่กิน ”


                “ พี่จะโกรธผมต่อไปก็ได้ ผมไม่ว่า ” ไต้ฝุ่นว่าอย่างจริงจัง ซึ่งมันแน่นอนว่าผมก็จะโกรธมันต่อไปตามที่มันพูดจนกว่าผมจะพอใจ


                “ แต่ผมขอให้พี่รู้ไว้อย่าง ”


                “ อะไร ”


                “ ตอนนี้ผมโกรธตัวเองมากกว่าที่พี่โกรธผมหลายเท่า ผมโกรธที่ผมดูแลพี่ไม่ได้ตามสัญญา ” เด็กเมื่อวานซืนเก่งไปซะทุกอย่างกำลังยอมจำนนต่อผม ลูกชายมาเฟียที่ต้องเข้มแข็ง


                กำลังร้องไห้....


                “ ผมมันไม่ได้เรื่อง ผมมันงี่เง่า ” ไม่มีเสียงสะอื้นไม่เห็นว่ามันร้องไห้หรือทำหน้ายังไงเพราะหน้าหล่อๆมันซบฝังอยู่ที่ฝ่ามือผมให้รับได้ความรู้สึกน้ำอุ่นๆเป็นทาง


                ผมเงียบ ให้ตายสิ...เด็กบ้า


                พยายามขยับมืออีกข้างไปวางบนทรงผมฟูๆไม่ได้จัดทรงเบาๆ... คนเจ็บปางตายทำไมต้องมานั่งปลอบมันด้วยวะ


                “ เฮ้อ มาร้องไห้ใส่กันแบบนี้ก็แย่สิ ”


                “ ... ”


                “ ไอ้เด็กบ้า เลิกร้องซะ เป็นผัวกู เข้มแข็งหน่อยสิว่ะ!!


                ทำไมกลายเป็นผมต้องปลอบมัน... ให้ตายสิ มีแฟนเด็กมันลำบากชะมัด        


******ต่อเน้อ


คืนพื้นที่ให้แก่ธาราครอบครองเช่นเดิม

 



                “ มึงได้ยินแล้วก็ไสหัวกลับบ้านไป๊!

                “ ดินดินใจเย็นก่อน ไปไล่พี่เขาทำไม ขอโทษแทนด้วยนะพี่วาฬ ”

                “ ไอ้พี่ปาย จะขอโทษทำไมวะ แล้วจะปล่อยมือเมียกูได้ยัง!

                “ พูดเองเออเองแบบนี้ไม่ได้นะน้อง น้องปายยังไม่ได้บอกว่าเป็นอะไรกับคุณมึงเลย ”

                “ อ้อ ลืมแนะนำเลย นี่ดินดิน สามีทึ่น่ารักผมเองพี่ ”

                “ ได้ยินชัดยัง!!

                “ เออ! คิดว่าโง่รึไงถึงไม่รู้ ”

                “ รู้แล้วก็ถอยไปห่างๆสิว่ะ!!

 


                “ เตี้ย หิวขนม ”

                “ ... ”

                “ เตี้ย หิวน้ำ ”

                “ ... ”

                “ ไอ้เวียร์! กูหิวน้ำ!

                “ หยิบเองดิ มือไม่ว่าง ตาไม่ว่าง ” ง่ายๆคือกำลังนั่งอ่านหนังสือธุรกิจเล่มโตอยู่

                “ มึงเสียสละเวลาเจียดมาสักเสี้ยวส่งแก้วน้ำมาให้กูนี่มันจะตายเหรอวะ ”

                “ มึงไม่ได้เดี้ยงขนาดนั้น กูรู้มึงเก่ง ”

                “ อ่ะ แน่นอน กูทั้งเก่งทั้งหล่อ ”

                “ งั้นเชิญคนหล่อหยิบน้ำแดกเองนะครับ ”

                “ มึงกวนตีนกูเหรอเวียร์!

                “ เงียบๆ กูจะอ่านหนังสือ พรุ่งนี้กูมีสอบ ”

                “ เตี้ยๆๆๆๆๆ หิวน้ำๆๆๆๆๆๆ ”

                “ เวียยยยยร์”

 


                “ พี่ลม ค่อยๆลุกได้มั้ย!

                “ แผลแค่นี้ ไม่ตายเว้ย!

                “ ไม่ตายแล้วใครมันนอนสลบเป็นวันๆครับ จะเอาอะไรก็บอกผมสิ จะฝืนลุกทำไม!

                “ กูไม่ได้แข้งขาหักนะ แค่ถูกแทง ลุกกระโดดตบก็ยังได้!

                “ พี่อย่าเพิ่งทำตัวเก่งได้มั้ย ดูสังขารหน่อย ”

                “ มึงจะให้กูนอนเป็นผักเป็นปลาไม่ขยับเลยรึไง ”

                “ ทำแบบนั้นจะดีมากครับ อยู่นิ่งๆ อย่าซน ”

                “ กูไม่ใช่เด็ก!!

 


                เพล้ง!!


                “ หุบปากกันได้ยัง ห๊า!!

                ผมคำรามเสียงห้าวตวัดตามองคนรกห้องที่กำลังเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายไม่สนใจว่ามันเสียงดังจนน่าหนวกหูแค่ไหน และเส้นความอดทนผมมันก็โคตรจะหนาทนต่อเสียงได้ดีสุดๆ... ไอ้วินที่กำลังนั่งตักโจ๊กหมูให้ผมกินก็มองตาปริบๆปิดปากสงบเสงี่ยมอย่างรู้ตัว แจกันเปล่าหัวเตียงถูกผมจัดการโยนเหวี่ยงไปกลางพื้นห้อง

                เรียกหาความสงบให้กลับมาสักที...

                “ ถ้ายังไม่เงียบ ก็ไสหัวออกไปหาห้องอื่นนอนไป!

                ผมจ้องตาเขม็งเรียกได้ว่าพี่น้องผมมันสะดุ้งไปตามๆกันแล้วรีบประจบประแจงทันที

                “ ไม่เอ้าไม่เอา ลมจะอยู่ข้างอุ่น ไม่ไปไหนทั้งนั้น ” ทำตาปริบๆผลักผัวมันที่ยืนนิ่งให้หลบทางเพื่อมองหาผมชัดๆ แล้วยกมือปิดปากทำหน้าจะร้องไห้ “ โอ๊ย ทำใจไม่ได้ หน้าสวยๆของน้องพี่ ฮือ ”

                “ ไอ้ลมไม่ไป ดินก็ไม่ไป ดินจะอยู่กับอุ่น ดินจะดูแลอุ่นเอง! ” มึงดูแลตัวเองยังไม่ได้เลยดิน

                “ ในเมื่อไอ้สองเหี้ยมันอยู่ ไฟก็อยู่ แต่จะอยู่แบบสงบเงียบกริบแบบที่พี่อุ่นชอบเลย ไม่แหกปากเหมือนไอ้สองคนนั้นหร๊อกกก ” มึงตัวดีเลยแหกปากงอแงยิ่งกว่าเด็ก

                “ อ้าว แล้วเมื่อกี้หมาตัวไหนมันร้องหิวน้ำๆๆๆๆ อยู่นั่นแหละว่ะ ” ดินหันไปใส่สีสาดโคลน

                “ กูนี่แหละ จะทำไม ” ไฟสวนกลับเสียงดังแล้วก็รีบหุบปาก “ มึงว่าไงนะคุณพี่ดิน ” ปรับเสียงให้แผ่วลง

                ไอ้นี่ก็เบาตาม “ ถุย มาทำเสียงค่อยเสียงเบา เรียกพี่อีก เพิ่งสำนึกรึไง ” ลมมันเบะปากใส่

                “ มึงก็เสียงอ่อนเหมือนกันแหละว่ะ ” ดินกัดตอบอีกคน

                บรรยากาศปั่นป่วนเริ่มกลับมาอีกครั้งความน่ารำคาญความวุ่นวายเข้ามาแทนที่ความโศกเศร้าเหมือนจะตายจางหายไปสักที่ ต้องให้ใช้วิธีรุนแรงทุกครั้งสิให้ตาย

                ผมปล่อยให้ไอ้สามตัวนั่นมันกัดกันแบบเบาๆแล้วตัวเองก็กินโจ๊กต่อได้ไม่ถึงสี่คำดีก็โวยวายเสียงดังอีก

                “ ใครเสียงดังอีกวะ!! เดี๋ยวพ่อโยนออกนอกห้องเลย  

                “ มัน!!!

                ทุกคนหันไปชี้ทางผู้เคราะห์ร้ายมาใหม่ที่ไม่รู้วิธีการเอาตัวรอด เหมือนเกมส์นี้ต้องเป็นผู้รอดเท่านั้นถึงจะอยู่ในห้องได้ ไอ้หัวทองที่ถูกปรักปรำได้แต่อ้าปากพะงาบๆไม่อยากจะเชื่อ เพราะจริงๆแล้วเสียงเมื่อกี้มันเป็นเสียงไอ้พี่ปายแต่มันกลับโบยไปให้คนอื่นแทน และพวกที่เหลือที่รุมกันชี้

                “ เฮียกลับไปก่อนเถอะ ” วินวางช้อนลงแล้วบอกเสียงเรียบ

                “ เออ กูไม่อยู่แล้ว ประสาทจะเสีย ไอ้พวกบ้า ” ไอ้พี่วาฬส่ายหน้ากุมขมับแล้วเดินออกไปทันที มาสร้างความหงุดหงิดให้บางคนเสร็จก็กลับ ไอ้วินกับน้องเวียร์ก็ดูจะไม่ใส่ใจไปส่งพี่มันสักนิด

                จังหวะเดียวกันที่ประตูเปิดออก หน้าคนที่ผมไม่ค่อยอยากจะเจอก็โผล่มาพร้อมรถเข็นที่มีคนไข้คุ้นหน้านั่งอยู่ ไอ้พี่วาฬก็ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากเดินออกไปอย่างเดียว แววตาเสือล่าเนื้อหันมองตามอย่างพิจารณาพึมพำหน่อยๆแล้วเข็นรถคนไข้เข้ามา นึกว่ามาสองที่ไหนได้มาพร้อมกับพ่อบ้านแม่นมแม่บ้านอีกฝูงหนึ่ง

                “ สบายดีมั้ยไอ้เด็กแสบทั้งหลาย ” 

               อาชินถามเสียงเรียบหยุดรถเข็นที่มีไอ้เปลวเทียนนั่งอยู่ตรงกลางห้อง เพราะเศษกระเบื้องแจกันยังกระจายอยู่ไม่ได้เก็บ

                แม่บ้านที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยก็รีบจัดแจงเข้ามาเก็บกวาดแล้วค่อยพากันออกไปรอข้างนอกอย่างรู้หน้าที่

                เมื่อห้องเหลือแต่ตัวหลักๆแล้วอาก็ถามอีกครั้ง

                “ ฉันถามว่าสบายดีมั้ย ”

                “ ก็ดีครับ ” ผมตอบ

                “ ยังไม่ตาย ” ลมว่า

                “ แค่นี้สิวๆ ” ดินเอ่ย

                “ นรกยังไม่อยากได้คนหล่อครับอา ” ไฟหัวเราะเยาะหยัน

                “ แกมันบาปเกินเยียวยา ถึงตายนรกก็ไม่เอาแกหรอก! ” ลมแขวะเข้าให้ก่อนจะโดนอีกคนทับถมไปตามประสา

                อาชินกวาดมองดูแล้วถอนหายใจ “ พูดกันได้ขนาดนี้แล้วก็คงไม่มีอะไรต้องห่วง ”

                “ ผมเป็นห่วงแทบแย่ ” เปลวเทียนแทรกขึ้นเอามือทาบอกแล้วมองหน้าทุกคน “ ผมบอกแล้วก็ไม่เชื่อว่าให้เช่าพระรุ่น... ”

                “ หยุดขายพระสักนาทีเถอะไอ้เทียน ” ผมห้ามปรามเพื่อนคนนี้ทันที อยากจะรู้จริงๆว่าอาผมมันไม่ได้เลี้ยงเลยรึไงถึงให้เด็กมาหาเงินจากการขายพระเนี่ย

                “ เพราะคุณมึงไม่เช่าไง สภาพถึงเป็นแบบนี้ ” คราวนี้ไอ้เพื่อนมันเถียง “ ดูอย่างคุณอาสิ ไม่เจ็บไม่ป่วย เพราะเช่าพระจากกูทั้งหมด ของบ้านกูดีนะเฮ้ย ”

                ...แหม ร้ายเนอะ ล่อเด็กด้วยการซื้อพระสะสมเป็นว่าเล่น ผมแสยะยิ้มรู้ทันความคิดอา ร่างสูงในชุดสูทถึงกับกระแอมไอเหมือนให้เด็กตัวเองหยุดพูดอะไรๆออกมา

                “ แล้วอามาทำไม ” ผมถามคำถามโง่ๆเพื่อหลีกเลี่ยงประเด็นของแก

                “ มาเยี่ยมและส่งข่าว ” อาว่าแล้วเข็นรถให้ไอ้เทียนมาอยู่ข้างเตียงผมอีกฝั่งที่ว่าง ส่วนอาก็ยืนเต็มส่วนสูงไล่มองหน้าหลานตัวเองทีละคน

                “ ส่งข่าวอะไร ” ดินถามขึ้นก่อนใคร

                “อย่างแรก คือ พวกแกต้องรักษาตัวจนกว่าจะหายสนิท หมอจากอเมริกาจะมาถึงพรุ่งนี้ ”

                ไฟอ้าปากค้าง “ งั้นแสดงว่า... ”

                “ อืม แม่พวกนายรู้เรื่องแล้ว ”

                ซีดกันไปทุกคน ส่วนผมก็เฉยๆเพราะลูกสี่คนปางตายขนาดนี้พ่อแม่ไม่รู้เรื่องก็ควรเรียกว่าพ่อแม่แล้ว แต่ความสำคัญมันอยู่ตรงที่แม่รู้เรื่องการบาดเจ็บของพวกผมนี่แหละ

                “ ทุกคนยกเว้นลม ถูกสั่งให้ดร็อปเรียนหนึ่งปีเพื่อรักษาตัว ” อาเอ่ยต่อยิ่งทำให้พวกผมตาโตเท่าไข่ห่าน “ คำสั่งของแม่พวกแก คราวนี้อาช่วยไม่ได้ ”

                “ ได้ไง!!! ” ผมดินไฟประสานเสียงกันทันที

                “ เจ็บแค่นี้ สองอาทิตย์ผมก็ไปเรียนได้แล้ว! ” ดินที่อาการหนักไม่ได้ดูเลยว่าคอมันมีเฝือกอยู่ แต่ให้พักเรียนก็โหดเอาเรื่องจากที่ไอ้ดินต้องเรียนหกปีก็ต้องยืดเวลาออกไปอีก

                “ แกไม่รู้รึไงวะ ว่าขาพวกแกมันหักมันแตกแล้วจะเดินได้รึเปล่าก็ยังไม่รู้ ต้องทำกายภาพบำบัด เข้าใจกันรึยัง!!

                “ อาพูดอะไร ”  ไฟถามอย่างไม่เข้าใจแล้วมองขาตัวเองที่ใส่เฝือกหนา “ จากที่ดูมันก็แค่กระดูกหักธรรมดา... ”

                “ แกน่ะ แย่กว่าคนอื่นเลยไอ้ไฟ ” ผู้ใหญ่ถอนหายใจเฮือกเหมือนไม่อยากจะพูดแต่ก็ต้องพูด “ ฉันถามหมอมาหมดเปลือกแล้ว ขาแกนอกจากกระดูกหักมันดันทิ่มเข้าไปยังเส้นประสาทการเคลื่อนไหวอะไรสักอย่าง เปอร์เซ็นต์ที่แกจะหายช้ากว่าคนอื่นก็เยอะ อัมพาตช่วงล่างก็เป็นไปได้ แกยังดื้อไปเรียนอีกมั้ย  ”

                “ ไม่จริงน่า... ”

                “ ส่วนดิน ” ปรายตาไปทางว่าที่หมอที่หน้าซีดก้มมองร่างกายตัวเองแล้วนิ่งเงียบ “ เป็นว่าที่หมอ คงเดาได้นะว่าตัวเองร้ายแรงแค่ไหน”

                “ ผม...เข้าใจแล้วครับ ” ดินเบือนหน้าไปอีกทาง

                “ ก็ดี พวกแกรถคว่ำรอดมาแต่อาการสาหัสเกือบตาย ก็คงต้องรู้ว่าคงไม่กลับเป็นปกติเร็วๆนี้แน่ ”

                ผมแย้งขึ้น “ แล้วทำไมผมต้องหยุดด้วย ”

                “ เหตุผลสั้นๆเลยนะอุ่น ” มืออบอุ่นวางแหมะบนหัวผม “ เพราะแกเป็นไข่ในหินของบ้านเราไง ทุกคนรักแกมากนะ ”

                “ ผมรู้แล้ว ” ผมถอนหายใจเฮือกกับประโยคนี้ที่ฟังมาจนเบื่อ “ ทำไมไข่ในหินไม่เป็นพี่ซันซัน ”

                “ ซันมันแกร่งกว่าแกเยอะ ก็น่าจะรู้ แถมตอนนี้ก็เป็นฝั่งเป็นฝาไม่มีอะไรให้ห่วง ”

                ซันซันที่ว่าคือลูกพี่ลูกน้องผมเอง เธอเป็นพี่สาวของไอ้แฝดงูนรกนั่น ถือว่าเป็นพี่ใหญ่เลย แถมเป็นผู้หญิงคนเดียวอีกด้วย แต่เจ๊แกเล่นเอาดีเอ็นเอที่ผู้หญิงไม่ควรจะมีไปเยอะพอสมควร ง่ายๆก็เรียกสาวเถื่อนถึกห้าวหาญหญิงแกร่งประมาณนั่น ไปคว้าพ่อของลูกมาได้ รู้สึกจะเป็นมาเฟียแถบฮ่องกง... พี่คนนี้มันชอบท้าทายอันตรายทุกรูปแบบ ตอนแรกที่ได้ยินได้ข่าวมาว่าว่าที่พี่เขยอย่างโหดอย่างเหี้ยมเพราะต้องคุมลูกน้องเป็นหมื่นด้วยอายุที่ยังน้อยๆไม่ถึงสามสิบ ไอ้พวกผมที่อยู่ประเทศไทยไม่รู้เรื่องราวสักเท่าไหร่ก็จินตนาการไปกันว่าต้องเป็นยักษ์เป็นมารหน้าดุเป็นหมาร็อตไวท์เลอร์แน่ๆ ถึงได้จับพี่สาวแก่นแก้วได้อยู่มัด

                จนมาถึงวันงานแต่ง... ภาพมาเฟียมหาเหี้ยมโยนลงคลองทันที เดินตามพี่สาวต้อยๆชี้สั่งอะไรก็ได้ตามนั้นไม่หือไม่อื้อ ไม่พอใจก็โดนฝ่ามือฟาดเข้าหน้าหล่อๆแบบไม่เกรงใจแขกในงาน

                ตอนนี้ก็มีลูกแล้ว สงสัยจะโหดน้อยลงล่ะมั้ง แค่มั้งนะ

                เพราะแบบนี้ผมที่ดันเกิดมาพร้อมหน้าตาแบบนี้ เออ ยอมรับว่ามันไม่เหมาะกับผู้ชาย แถมตอนเด็กก็เจ็บออดๆแอดๆเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นแล้วยังบินไปมาตระเวนหาหมอจากทุกมุมโลก จนเพิ่งมาแข็งแรงเอาช่วงมัธยมนั่นแหละ มันคงสาเหตุที่ทำให้ทุกคนประคบประหงมผมยิ่งกว่าอะไรดี

                แต่ตอนนี้ผมคือธาราคนที่แข็งแรงเว่อร์ ไม่ใช่เด็กแห้งอ่อนแอแล้ว ทำไมทุกคนยังคิดว่าผมอ่อนแออยู่ได้ น่ารำคาญ!

                “ แล้วทำไมไอ้ลมถึงได้เรียนต่อ ” ไฟที่ยังไม่อยากรับสภาพตัวเองถาม

                “ ปีนี้มันจะเรียนจบอยู่แล้ว ก็ให้มันจบไปเถอะ แถมอาการก็ไม่น่าห่วงเท่าพวกแก ” อาตอบพลางลูบคางครุ่นคิด “ แต่คงต้องมีการ์ดประกบตัวตลอดจนเรียนจบ เข้าใจมั้ยลม เพราะเรายังจับคนว่าจ้างไม่ได้ ”

                ท้ายประโยคคล้ายจะมีสองคนตากระตุกนิ่งใบ้ ผมมองท่าทางอึกอักของไอ้วินแล้วมันก็รีบกลบเกลื่อนป้อนโจ๊กผมต่อหน้าตาเฉยซะงั้น

                “ พวกแกสามคนก็พักไปซะ หายไวก็ได้เที่ยวเล่นตั้งหนึ่งปี หรือจะเข้าไปเรียนรู้งานที่บริษัทก็ได้ ถ้าขี้เกียจจะเรียนต่อแล้ว ” ยุยงจริงๆ

                พวกผมส่ายหน้าพรืดไม่เอาด้วยหรอกให้ไปก้มหน้าเซ็นน์เอกสารอ่านงบประมาณประชุมการตลาดอีก วุ่นวายน่ารำคาญจะตายชัก

                “ แล้วแม่จะมาเยี่ยมมั้ย ” ลมกลืนน้ำลายอย่างเสียววาบ

                “ เลิกประชุมก็คงมา ” ว่าอย่างสบายใจทั้งที่แอบสะใจอยู่เพราะเขารู้ดีว่าไอ้พวกสามหมาต้องโดนแม่เทศน์ไม่รู้จบแน่ๆที่ดูแลน้องรักไม่ดี แล้วเดี๋ยวจะได้เห็นภาพสามพี่น้องรักใคร่ปานจะกลืนกินร่วมมือกันตอแหลแถสดหน้าด้านๆเลย “ หาข้อแก้ตัวกันไว้เลย ”

                “ รู้แล้ว ” ลมบ่นอย่างหัวเสียส่งสายตาไปยังไอ้ดินที่ยังมองขาตัวเองไม่เลิก “ ดิน มึงคิดดิ จะแก้ตัวยังไง ”

                “ มึงก็คิดสิ มึงเป็นพี่ ” ดินหน้าเงยมึนๆมาตอบ

                “ ผมเป็นน้อง ผมไม่เกี่ยว ” ไฟรีบโยนงานทันที

                “ ไอ้น้องเหี้ย! ” ลมกัดฟันกรอดๆแล้วสบถในลำคอต่ออีกเป็นโขยง

อาชินบอกอะไรอีกหลายอย่างก่อนจะพาไอ้เทียนกลับลงไปพักผ่อนที่ห้องของมันแต่ไม่ได้พูดถึงพวกที่ทำร้ายผมสักนิด แค่บอกคร่าวๆเรื่องเรียน การรักษาตัวกับพวกพ่อบ้านแม่บ้านจะให้มาดูแลเรื่องอาหารการกิน และมาร้องรับความเอาแต่ใจของพวกผมที่อาแกรู้ดีว่าการขังพวกผมสี่หน่อไว้ในห้องแบบนี้มันจะทำให้พวกผมประสาทเสียสติแตกแน่ๆ ยิ่งร่างกายไม่ได้ขยับเขยื้อนอีก แม่งโคตรลำบาก อึดอัด

                หลังจากเสียงประตูปิดลงพวกผมก็ส่งเสียงดังลั่นประหนึ่งควายโดนฆ่า ยิ่งไอ้ไฟถ้าเวียร์ไม่รั้งไว้มันคงกระโดดตึกแน่ๆ ก็ไม่คิดว่าอาการพวกผมจะสาหัสกันขนาดนี้นะ

                ได้พักมันก็ดี เอาเป็นว่ารักษาตัวให้หายแล้วค่อยคิดต่อว่าจะทำอะไรยังไง

                “ แก้ตัวว่าไงดีวะ ” ลมถามขึ้นในความเงียบ

                “ บอกความจริงไปสิ ” ผมไม่ได้สนใจอะไร “ บอกไปสิ กูบังเอิญหยิบปากกาตัดเส้นกลางถนนแล้วโดนรถชน ส่วนมึงก็บังเอิญโดนดักจี้จากกุ๊ยข้างถนน แล้วก็พวกมึงบังเอิญลืมเช็คสภาพตัวให้ดี บังเอิญเบรกเสียเบรกแตก ”

                “ ดูบังเอิญเยอะไปมั้ย ” พี่ปายขัดขึ้นแล้วส่ายหน้า “ งั้นต้องบังเอิญก่อนถูกรถชน มึงไปมีเรื่องชกต่อย เหตุบังเอิญมีคนจ้างมากระทืบด้วยมั้ย เอางี้เลยมั้ย ”

                “ คงงั้น ” โคลงหัวรับคำไป

                “ กูประชดล้วนๆ ” พี่ปายทำเสียงเอือมระอาแล้วหันไปส่งสายตาปิ๊งๆกับคนที่นอนนิ่ง “ แม่ดินดินจะมา แบบนี้เค้าก็ต้องแนะนำตัวซะแล้ว ลูกสะใภ้คนงาม อิอิ ดินดินว่าชุดนี้สวยยัง ”

                “ มึงอย่ามาพูดอะไรไร้สาระต่อหน้าแม่กูเชียวนะ!

                “ เอ้า ก็เราเป็นสามีภรรยากัน ก็ต้องบอกผู้ใหญ่ให้รับรู้ไว้สิถึงจะถูก ” คนน่ารักว่า “ เอ๊ะ หรือว่ากูควรไปซื้อธูปเทียนว่าขอขมาพ่อแม่มึงก่อนที่ได้ล่วงเกินมึงไปแล้ว ”

                “ เฮ้ยๆๆ หมายความว่า! ” ไฟแทบตาถลน “  มึง ไอ้ดิน มึง... ”

                “ ไม่ใช่เว้ย มึงดูหน้ามันดิ หน้างี้ใครจะเอาลง! ดินว่าหน้าแดงก่ำ

                “ เฮียวาฬของผมสนนะ ” ไอ้วินแทรกขึ้นยิ้มกริ่ม

                “ ถ้ามึงอยากมีพี่ชายอยู่ หุบปากมึงไปซะ! เดี๋ยวปั๊ดเอาน้องต้าเสียบเลย” ดินแยกเขี้ยว “ ถ้าพี่ปายจะขอขมานะ ไอ้ฝุ่น มึงสิต้องขอก่อนใคร แดกพี่กูไปกี่สิบรอบแล้วห๊ะ!

                เข้าตัวเองไม่พอยังจะโยนไปหาคนอื่น ลมอ้าปากค้างส้มในปากร่วงทันที...

                “ แค่กๆ มึงอย่ามาพูดอะไรมั่วๆได้มั้ย ”

                “ อ้อเหรอ ไม่มั่วหรอก ผู้ชายเขารู้กัน มึงไม่ต้องอาย ” ไฟเสริมแทรกแล้วหันไปทางฝุ่น “ มึงไปซื้อธูปเทียนมาขอขมาพ่อแม่กูเลย กูจะได้มั่นใจว่าจะไม่ทิ้งไอ้เหี้ยนี่ ”

                “ ลองทิ้งดิ กูเสียบแหลก ” ดินยิ้มสว่างให้ จริงๆพวกผมก็รักกันอยู่หรอกแค่แสดงออกกันไม่เก่งเท่าไหร่ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายงี้แหละ

                “ งั้นเดี๋ยวพี่ลงไปซื้อเองแล้วกัน เดี๋ยวซื้อมาเผื่อทั้งฝุ่นมั้งวินแล้วก็น้องเวียร์ด้วยเลยแล้วกันนะ ” พี่ปายว่าอย่างกระตือรือร้นแล้งวิ่งปรู๊ดออกไป

                “ เฮ้ย ผมเกี่ยวอะไรครับ! ” เวียร์ร้องลั่น

                “ พี่ปาย มึงหยุด มึงไม่ต้องไป ไอ้พี่ประสาท ไอ้สยเกวสดาเมวสกก ”

                ดินด่าตามหลังไปแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรจะลุกวิ่งตามไปแบบทุกทีก็ทำไม่ได้ น่าขำชะมัด

                วุ่นวายๆ จะหาความสงบได้จากไหนกัน...คิดแล้วก็ถอนหายใจ เครียด กินน้ำ...


                แหวะ!


                “ น้ำอะไรวะ! ” ผมแลบลิ้นออกมาอย่างฝาดๆลิ้นรสชาติชวนอ้วกอีก ไล่สายตามองแก้วที่ไอ้วินมันถือ “ นี่มันน้ำอะไร ”

                “ อาหารเสริมบำรุงกระดูกชนิดผง ชงกับน้ำแล้วดื่ม ” คนถือแก้วว่าอย่างภูมิใจก่อนที่ผมจะปัดมันไปไกลๆ

                “ ไม่กิน ”

                “ ต้องกิน ”

                “ จะกินโค๊ก ” ตอนนี้เสี้ยนอยากกินอะไรซ่าๆเช่นเป๊ปซี่โค๊กโคล่าทำนองนี้สุดๆ ไม่ได้อยากแดกน้ำล้างผักเว้ย

                “ ไม่มี ”

                “ ไปซื้อ ”

                “ ไม่มีตังค์ ”

                “ กูมี ”

                “ แต่กูไม่ไปซื้อ ”

                “ งั้นกูไปเอง ”

                ผมว่าอย่างท้าทายแล้วผุดลุกขึ้นไม่สนใจแผลตัวเองหรอก ทำท่าจะพลิกตัวลงจากเตียงเตรียมพร้อมไปมาก ไอ้วินรีบเข้ามารั้งทันที

                “ มึงจะบ้าเหรอ ขาหักอยู่จะเดินได้ไง ”

                ก็เดินไม่ได้ไง แค่นี้ทำไมกูจะไม่รู้

                “ ก็มึงไม่ไปซื้อ กูก็จะไปเองไง ” ทำสีหน้ามึนงงให้เนียนสุดๆ

                วินเม้มปากเหมือนขัดใจและพ่ายแพ้ “ เออ กูซื้อโค๊กมาด้วย ”

                เสียงฉุนเฉียวได้อีก มันกดตัวผมให้อยู่ที่เตียงกำชับห้ามเดินห้ามลุก คิดว่าใครมันจะโง่ลุกกันวะ ถ้าไม่ทำแบบนี้ไอ้วินมันก็ไม่ยอมให้กินโค๊กแน่ๆ มันหายไปทางห้องครัวแล้วกลับมาพร้อมกระป๋องโค๊กเย็นๆ  สีหน้าบึงตึ้งมากๆ

                “ ทำหน้าให้มันดีๆ ” ยื่นมือไปเตรียมรับมากิน แต่มันชักหลบ

                “ กินอาหารเสริมให้หมดก่อน ” แววตามันจริงจังเด็ดขาดจนผมเริ่มหงุดหงิดบ้าง

                “ ไม่กิน!

                “ มึงกระดูกหักอยู่นะ มึงต้องกิน!! ” เสียงดุเด็ก

                เหตุผลที่ไม่กินมันก็มี! “ ก็มันไม่อร่อย! ” ผมตอบกลับทันควันแล้วชี้ที่กระป๋องโค๊ก “ เอาโค๊กมา!

                “ อยากกิน ก็ต้องกินอาหารเสริมบำรุงกระดูกให้หมดก่อน!

                ตาต่อตา ฟันต่อฟันกันเลยทีนี้ ผมกัดฟันกรอดๆอยากลุกไปบีบคอมันแต่คราวนี้ทำอะไรไม่ได้นอกจากคว้าแก้วไอ้อาหารเสริมรสเหมือนน้ำล้างผักมากระดกจนหมด

                ...รอกูหายก่อนเถอะมึง กูจะจับกรอกปากมึงแน่  

                “ หมดแล้ว เอาโค๊กมาได้ยัง ” ผมมุ่ยหน้าอย่างรำคาญใจปนงอแงนิดๆ

                “ ได้ ” วินยิ้มหวานแล้วเปิดกระป๋องให้จากนั้นเทลงแก้วใหม่ที่มันเอาติดมือมาด้วย “ แต่แค่หนึ่งส่วนสี่ของแก้วเท่านั้นนะ ”

                รอยยิ้มเป็นประกายของผมจางหายวับไปเลยเมื่อโดนมันเล่นกลับแบบนี้ แก้วใสใบเล็กมีโค๊กอยู่แค่นิดเดียว แค่นั้นยังไม่ทันจะได้รู้รสเลยด้วยซ้ำ

                “ มึงแกล้งกู!!

                “ เปล่าสักหน่อย ใครจะกล้าแกล้งเมียสุดที่รักกันเล่า ” มีหน้ามาทำหน้าหงอๆใส่อีก ไอ้เวร!

                “ ก็มึงจะให้กูกิน!

                “ แต่ไม่ได้บอกว่าจะให้กินทั้งหมด ”

                ผมเม้มปากกัดปากอยากจะเคี้ยวปากตัวเองเลยด้วยซ้ำด้วยความคับแคบใจมันจุกอกจนแทบระเบิด

                คราวนี้ผมแพ้มัน!! แพ้ราบคาบด้วย!

                มันเห็นผมเงียบก็เลยชูแก้วขึ้นส่ายเบาๆ “ หรือจะไม่กิน ”

                “ กิน!

                กำขี้ดีกว่ากำตดแล้วกัน ผมรับแก้วใบเล็กมาด้วยความอยากจะปาใส่กระแทกหน้าไอ้วินสักที แต่ก่อนปาขอกินให้ชื่นใจสักนิด...


                แอ๊ด...


                ลิ้นกำลังรับรสแสบซ่าส์สดชื่นของน้ำอัดลมถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเปิดประตูห้อง คนกำลังทำสมาธิจดจ่อกับการดื่มด่ำอยู่มาขัดทำไมวะ ไม่มีธุระอะไรพ่อจะขว้างแก้วให้หัวมันแตกเลย

                กระดกรวดเดียวแล้วกลืนลงคอไปจากนั้นก็หันไปทางประตูก็เห็นการ์ดในชุดสูทแว่นดำยืนอยู่

                “ มีอะไร ” ผมถามเสียงขุ่น ไม่คิดเลยจริงๆว่าอาชินจะให้คนมาเฝ้าแบบนี้ ผมยื่นแก้วคืนให้ไอ้วินแล้วมองหน้าการ์ดหนุ่มใหญ่เลิกคิ้วนิด “ ให้ไว จะพักผ่อน ”

                “ มีคนมาขอเข้าเยี่ยมครับ ”

                “ ถ้าไม่อยู่ในลิสต์รายชื่อก็ไล่กลับไป ” ดินว่าแทนในขณะที่มือกับตาก็ไม่ได้ละจากจอมือถือเลย สงสัยเล่นเกมส์อยู่ก็เป็นได้

                “ ไม่อยู่ในรายชื่อครับ แต่เธอจะขอเข้าพบให้ได้ครับ ” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างลำบากใจ “ ไล่ก็ไม่กลับ ผมเลยต้อง... ”

                “ เออๆ ให้เข้ามา จะได้จบๆ ” ไฟโบกมือรำคาญ “ สงสัยจะเป็นแฟนคลับกูแหงๆ ”

                “ หน้าอย่างมึงมีแต่ขับไล่สิไม่ว่า ” เวียร์สวนขึ้นเงยหน้ามาจากหนังสือแล้วเบ้ปากมองบน

                “ อิจฉาพี่ก็บอกมาน้อง ” ยักคิ้วใส่อีก

                “ ใครน้องมึง ”

                แดกจุดไป... เวียร์ถอนหายใจแล้วสนใจหนังสือต่อปล่อยให้ไอ้ไฟมันพรรณนาอยู่นั้นแหละว่าเป็นแฟนคลับมัน ผมกับวินส่ายหน้าเนือยๆแล้วหันไปทางประตูห้องพบกับรอยยิ้มหวานหยดย้อย...


                ที่โคตะระน่าถีบเหี้ยๆ ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิง...


                “ ดี้ผ่านมาแถวนี้พอดี เลยเอากระเช้ามาเยี่ยมน่ะค่ะ ”

                




อ่านสักนิดจะเดาทางได้(รึเปล่า)


ฉลองสักทีดีมั้ย พรายพิมพิมพรายมาเเบบครบ 100 OMG!!!!! เป็นไปไม่ได้ พายุพัดเเน่เลย ต๊ายตาย เอ่อ เเละ เอือม กับคุณดี้จริงจัง...... นิยายเรื่องนี้มันบังเอิญทั้งนั้นค่ะ.... (ในที่สุด...เราก็อัพครบเเละก็ไม่ค้าง เอ๊ะ หรือค้างกว่าเดิมหว่า)


ช่วงนี้มาเเบบบหอยทากคลานนิสนึง สุขภาพคนเขียนก็ยิ่งกว่าสิบล้อทับ


ปล.สงสัยอารายตรงไหน คู่ไหนจะมาเมื่อใด รวมเล่มหรืออื่นๆ คนเขียนบ้านอยู่ไหนจะไปเผาอะไรอย่างงี้ก็ทิ้งคำถามไว้เลยนะค่า ไม่ก็ตามไปถามในทวิตเตอร์จ้าาา

******ขอเรียนให้ทุกคนเข้าใจว่า ปีนี้พิมชง 100% ทำอะไรก็เจ็บ เดินไปก็ล้ม ฮือ บวกความซุ่มซ่ามส่วนตัวไปอีก เเล้วยังความบ้าอีก มาอัพไม่ได้หรือหายไปนานๆก็ให้คิดว่าเดินตกท่อตกทางล้มหัวฟาดไปนะคะ ถ้าไม่บ้านี่เขียนพี่ปายไม่ได้ #พี่ปายถีบ


เข้ามาเเล้วมาอินไปด้วยกันเเละบ้าไปกับคนเขียนกันเถ๊อะะะะะ  อย่าลืมคอมเม้นนะตัวเองงงงงง

ปล.ส่งท้าย.เรื่องนี้ไม่มีอะไรเเน่นอนหรือคงเส้นคงวา ถ้าจะให้คงที่คงเป็นความกวนบาทาของคนเขียนที่มีเพิ่มขึ้นทุกวัน (อย่าปามีดค่ะ! เเพง! เดี๋ยวไม่มีใช้! ) เราเป็นนิยายหักมุมตลบพลิกหลอกตาได้ตลอด อย่าไปเชื่ออะไรทั้งนั้น คนเขียนมันร้ายมากค่ะ! เเต่ท่องไว้ค่ะ


*** ถ้ารักถ้าชอบกันอย่าลืมกดเฟบคอมเม้นให้กำลังใจกันไว้นะคะ


ขอบคุณทุกคอมเม้นอีกเช่นเคย อ่านของทุกคนเน้อออ รักทุกคนนนน

อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจสักนิดน่าจะได้มีเเรงปั่นต่อ ขอบคุณมากๆค่ะที่ยังรอกัน 

ติดตามพูดคุยกันได้ที่เพจ เดือนพราย

ติดเเท็กนิยายพูดคุยในทวิตเตอร์ #พี่เทศน้องปัตย์ หรือ #นิเทศตัวร้ายกับสถาปัตย์อาร์ตัวพ่อ ได้สองเเท็กเลยยยย


ติดต่อจิกหัวคนเขียนโดยตรง : TW : @Phraipimmy_  ต้องมี _ ต่อท้าย y นะคะ

มาพูดคุยกันได้เน้อออ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 451 ครั้ง

492 ความคิดเห็น

  1. #10020 686814123new (@686814123new) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 10:24
    อิดี้มุงยังไม่ตายอีกเหรอออลำไยอิดี้สุดๆล่ะตัวละครในเรื่องนี้.

    วินนนฆ่ามานนนน
    #10020
    0
  2. #9830 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 20:52
    ทำมั้ยนรก ส่งยัยดี้มาเกิด รีบเอากลับลงหลุมไปเถอะ
    #9830
    0
  3. #9790 บุคคลลึกลับ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 16:49

    ไม่ตายซักทีวะอีเชี่ยดี้เนี่ยยยย วินฆ่ามันเลยลูกรัก

    #9790
    0
  4. #9740 34257766 (@34257766) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 04:14
    อีนี่มุงาอนตายนะคะ
    #9740
    0
  5. #9605 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 16:06
    อหหหหดี้
    #9605
    0
  6. #9560 เพลิงเทียน (@Larves) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 11:42
    อ้าว คนนี้อยู่ในลิสต์นะ ลิสต์รายชื่อคนที่สมควรส่งไปเกิดใหม่หมายเลข2 ฮือ อุ่นกระซวกมันน
    #9560
    0
  7. #9559 Srnoey (@Srnoey) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 08:13
    อยู่นอกลิสต์จริงๆ ถีบหัวส่งงง
    #9559
    0
  8. #9501 koy_incle (@orasa1732) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 23:01
    โอ๊ยอีนังดี้อีผีไม่ไปผุดไปเกิดซักที
    #9501
    0
  9. #9411 milkysmile (@milkysmile) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 22:01
    เกลียดอีดี้😠
    #9411
    0
  10. #9379 milking7727 (@milking7727) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 15:08
    ว้าอยากดักตบดี้จัง อย่าตอเเหลไห้มากสิจ้ะ😄😄
    #9379
    0
  11. #9298 MapleMable (@MapleMable) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 00:50
    นี่คนหรือปลิงจ้ะ
    #9298
    0
  12. #9113 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:41
    ดี้มาปุ้ปนี้หลุดคำว่าอีเลยจ้า5555555
    #9113
    0
  13. #8634 plengkanlayawat (@plengkanlayawat) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 12:13
    อีดี้อีตอแหลม
    #8634
    0
  14. วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 08:22
    โอ๊ยย หมั่นไส้!
    #8360
    0
  15. #8319 nam-tao-hu (@nam-tao-hu) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 12:48
    ฆ่าดี้ได้มั้ย555
    #8319
    0
  16. #8149 elleonoell (@Minrt) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 22:31
    คำแรกที่ผุดมาจากหลุมลึกสุดในใจเมื่อรู้ว่าอีดี้มา คือ อี+ดอก
    #8149
    0
  17. #6948 Lirilarisa (@Lirilarisa) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 17:08
    โอ้ยย อีดี้เกลียด
    #6948
    0
  18. #6894 Gammmmmmmmmm (@Gammmmmmmmmm) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 11:29
    มาทำไมคะ หน้า-นี่หนาไปมั้ย
    #6894
    0
  19. #6841 memory28231 (@memory28231) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 20:06
    และเราก็ยังสงสารพี่ปายเหมือนเดิม พี่มันต้องเข็มแข็งขนาดไหนวะ ในเรื่องของพี่ปายจะมีมุมอ่อนแอของพี่ปายให้เห็นมั้ย อยากรู้จริงๆ
    #6841
    0
  20. #6687 Dear|thun:) (@dearthunthima) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 19:59
    พอรู้ว่าดี้มา me//หลุดคำว่าอีด**ในใจ..........
    #6687
    0
  21. #6042 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 10:21
    ซีกับดี้น่าไปคู่กันเองเนอะ ร้ายเหมาะสมกันดีจริง ๆ
    #6042
    0
  22. #5968 Padazzaaar (@papandaazz) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 22:52
    โอ้ยยย ชอบคู่ฝุ่นลมมมม ดินยอมรับแล้วแหมมมม
    #5968
    0
  23. #5944 brownieplanet (@brownieplanet) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 19:10
    อยากจะซื้อน้องต้าของเฮียดินมากเลย
    #5944
    0
  24. #5875 LKabmalee (@LKabmalee) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 12:02
    กำลังหวานได้ที่ ดี้มานี่พาความมืดมนมาด้วยเลย มาทำไม! อีตัวอันตราย!
    #5875
    0
  25. #5577 Fern258 (@panithan258) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 01:39
    ตอนนี้ทำเอาน้ำตาซึมไปนิดนึงเลย ????????
    #5577
    0