[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 969,872 Views

  • 10,188 Comments

  • 30,006 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,313

    Overall
    969,872

ตอนที่ 29 : บทที่ 29 : กองละครเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19997
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 434 ครั้ง
    7 ม.ค. 60

*** ตอนนี้ทุกคนคงคิดว่าทำไมพิมไม่ครบ 100 สักที!!! มาเเบบนิดน้อยเลื่อนสองที อ้าว หมดเเล้ว คือพูดกันตามตรงเลยนะคะ เเขนขวาของพิมมีปัญหาเเละมันต้องใช้เวลารักษานาน ทำให้เลยพิมพ์คอมนานๆไม่ได้ คือจะสามารถพิมพ์ได้เเค่ 2-3 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น เกินลิมิตชั่วโมงเเล้วร่างกายจะไม่ไหว ขอให้เข้าใจตรงนี้กันหน่อยนะคะ 

***  อ่านขำๆหัวเราะกันเเล้วอย่าลืมเม้นให้เค้าด้วยนะ T^T จะได้มีกำลังใจปั่นต่อทุกวัน มาทุกวัน (เม้นหน่อยนะ กราบค่ะกราบ สักนิดให้รู้ว่าชอบไม่ชอบกันจะได้ปรับปรุงนะคะ มุกไม่ฮาจะได้เเก้ไขค่ะ อยากให้ทุกคนยิ้มได้ T0T) เรื่องนี้มันยาวมากและมากกกก หลากอารมณ์มากกก มากกก ต้องตามให้ทันนนน

********************


ตอนที่ 29 กองละครเดือด

 



            “ มึงลงมาต่อยกับกูมั้ยวิน!

            “ เอาเวลามาต่อยกู ไปทำแผลเถอะ ”

            “ ทำกูหัวแตกแล้วจะจบง่ายๆเหรอวะ!

            “ ขอโทษ พอดีมือลั่น ”

            “ ขอโทษแล้วจบมั้ย หัวกูแตก!

            “ เออ เสร็จงานจะให้มึงเอาไม้ฟาดหัวกู จะได้แตกเหมือนกัน พอใจมั้ย ”

            “ ไม่พอ!

            “ เออ งั้นก็ตามนั้น ยื่นข้อเสนอให้แล้วไม่เอาก็หาทางเอาคืนกูเองแล้วกัน ”

            “ ไอ้วิน ไอ้สัสหมา มึง!

            มองดูคนหัวแตกยืนกุมหัวโวยวายเอาเรื่องสีหน้าเดือดทะลุปรอทแต่ไอ้คนทำกลับนิ่งเฉยแล้วหันไปยืมโทรศัพท์คนอื่นโทรคุยต่อเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด รู้สึกนิสัยมันคลับคล้ายคลับคลาเหมือนใครที่รู้จักเลยว่ะ

            “ นีออน ไปทำแผลก่อน ” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาคว้าแขนไว้ก่อนคนเดือดจะบุกขึ้นเวทีไปซัดกับไอ้วิน

            “ มันทำเราหัวแตก จะให้เย็นเหรอ!

            “ จบงานค่อยเคลียร์ นายไปเตรียมทีมนายดีกว่า เอาชนะตรงนี้มันน่าจะสะใจกว่า ” ดูเป็นผู้หญิงที่ใจเย็นและมีสมองดีนะ ไม่ได้พูดเข้าข้างใคร “ ส่วนวิน นายก็ใจเย็นๆหน่อย เพื่อนกันนะ”

            “ ใครเพื่อนมั้ย ไม่เคยมีเพื่อนแบบมัน... แล้วเราก็เคยบอกแล้วว่าอย่าให้เราอารมณ์เสีย” วินตอบด้วยสีหน้าหงุดหงิดก่อนจะทำหน้ายิ้มแย้มใส่โทรศัพท์ “ พี่วิเวียนคร้าบบบ วินเองนะ คืองี้นะพี่ รบกวนพี่อีกครั้งนะครับ ช่วยมาที่โรงละครทีนะครับ คือ... ”

            กิ้งก่ายังเปลี่ยนสีไม่ไวเท่าการแสดงมันเลยจริงๆ

            “ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง ” คนหัวแตกก็ดูจะไม่เย็นเท่าไหร่แต่ก็ต้องยอมเดินไปทำแผลก่อน เลือดอาบไปซีกหน้าหนึ่งแล้ว มันไม่เจ็บรึไง

            คนข้างๆสะกิดผมยิกๆ “ อุ่น พนันกันปะ ”

            “ ไม่ต้องพนันหรอก จบงานคงซัดกันหลังเวทีชัวร์ ” ผมยักไหล่ว่าไปนั้นแล้วหันไปสนใจเสียงอินอิน

            “ หงิงๆ ” ร้องเรียกเบาๆพร้อมคาบของไว้ในปาก มันคาบมาวางตรงหว่างขาผมบนเบาะอย่างแสนรู้

            “ โทรศัพท์ไอ้ห่าวินนิ ” ลมชะโงกมาดู

            “ อืม ” พยักหน้าไปทีแล้วพลิกดู “ ต้องซื้อใหม่แหละ หน้าจอแตกขนาดนี้ ”

            ผมลองกดดูเห็นว่ายังเปิดเครื่องได้แต่ว่าหน้าจอนี่แตกร้าวจนต้องสไลด์อย่างระวังสุดๆไม่ให้บาดมือ หน้าจอสว่างขึ้นด้วยรูปวอลหลักที่เอาซะผมเกือบจะปาทิ้งอีกรอบ

            ก็รู้ว่ามันใช้รูปผมตั้งไว้เป็นหน้าจอหลักแถมยังเอาวันเกิดผมเป็นพินรหัสอีก เป็นเอามากจริงๆไอ้บ้านี่ ผมส่ายหน้าแล้วกดปลดล็อคเพื่อหาอะไรเล่นสักหน่อย เพราะโทรศัพท์ผมพังไปแล้วยังไม่ได้ซื้อใหม่ เรียกว่าพังไม่ได้หรอก เรียกว่าหายไปไหนก็ไม่รู้ต่างหาก รถชนเปรี้ยงหายไปพร้อมกับมือถือเลย

            ลองเข้าเฟซบุ๊คมันดูก็มีแจ้งเตือนมากมายแล้วไหนจะข้อความเป็นลังอีก ไม่ได้อยากเสือกนะ แต่ขอดูหน่อย ส่วนใหญ่หน้าวอลมันก็ให้กำลังใจผมกับมันทั้งนั้น แถมข้อความดูผ่านๆก็เป็นพวกเพื่อนมันที่ทักมาถามอาการผม ถามอาการมันเป็นยังไง ดูไปแล้วไอ้วินคงไม่ได้เล่นโทรศัพท์เล่นสินะ ถึงได้ปล่อยให้เฟซบุ๊คร้างขนาดนี้ ปกติอัพเดทตลอด

            “ เฮีย โทรตามเดลดิ๊ ” เอ่ยขึ้นหลังจากค้นโทรศัพท์ไอ้วินจนทั่วก็ไม่พบอะไร เอ๊ย ไม่ใช่ ผมแค่เล่นแก้เบื่อ

            “ น้องอุ่นครับ โทรศัพท์เฮียปาทิ้งไปเมื่อวันก่อนครับ ” เออว่ะ มันปาทิ้งตอนไอ้ไฟไอ้ดินจะโทรตามไต้ฝุ่นนี่หว่า

            นึกเบอร์มันอยู่ครู่ “ มันเบอร์ไรวะ ” สมองไม่เคยจำจริงๆ

            “ 08x-xxxxxxx ” ผมก็กดตามไปโชคดีที่ไอโฟนไอ้วินยังโทรออกได้ “ แล้วโทรตามันมาทำไม ”

            “หิวขนม ” ก็มันหิวจริงๆ จะจิกหัวใช้ไอ้วินก็สงสาร “ เดล กูเอง อุ่น มาที่มหาลัยกูหน่อย เออ เอาขนมมาด้วย กูหิว มึงมาคนเดียวไม่ต้องยกโขยงกันมา เข้าใจ๊ ”

            จบ ตัดสายทิ้งไม่ฟังคำโวยวาย... เดล มันเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดบ้านผม แต่งานจริงๆหลักๆมันคือพี่เลี้ยงพวกผมนี่แหละ อายุห่างกับผมแค่สิบปี แน่นอนว่าไม่เคยจะเคารพมันเลย ก็มันทำตัวไม่น่าเคารพเองนี่หว่า

            วางสายไปเงยหน้ามาอีกทีก็เห็นคนมาใหม่ออร่าฟุ้งกระจายไปทั่วเลย แต่ละคน ลมที่มันค่อนข้างเป็นที่รู้จักทั่วก็ไล่บอกผมทีละคนชี้ให้ดูเรียงคน

            “ นั่นวิเวียน นู้นเจน นั่นน้องโม คนผมสีดำสนิทนั่นนิวเยียร์ ” แต่ละคนดูมีราศีกว่าไอ้คนของทีมไอ้ห่านีออนมากจริงๆ เหมือนดาวกับเศษดินเลยก็ว่าได้

            ยิ่งตอนที่วินเรียกให้ขึ้นไปบนเวทีประจันหน้ากันแล้ว อือหือ... ทีมไอ้วินชนะเห็นๆ ถ้าวัดจากหน้าตานะ เรื่องความสามารถไม่รู้

            “ เรียกผมกลับมาทำไมครับ ตัดผมออกแล้ว ” คนที่ชื่อนิวเยียร์ดูหงุดหงิดพอประมาณมองหน้าวินอย่างต้องการคำตอบ

            “ ฟังนะ พี่ไม่ได้ตัดใครออกทั้งนั้น คนที่ตัดรายชื่อออกไม่ใช่พี่ แล้วที่ให้มากันจะให้แย่งตำแหน่งบทคืนนี่ไง ” วินว่าเสียงนิ่งพลางก้มหัวขอโทษ “ ยังไงก็ขอโทษด้วยที่ผมเอาแต่ใจ ถ้าอยากปล่อยบทของตัวเองไปง่ายๆก็เชิญครับ ”

            นี่มันขอร้องเขาหรือเยาะเย้ยเขาวะ ผมส่ายหน้ากับอีกด้านของไอ้วินที่ไม่เคยแสดงให้ผมเห็น...แม่งโคตรใช่เลยวะ

            “ งั้นผมจะคว้าบทมาให้พี่ดู ” นิวเยียร์เป็นเด็กหน้าตากวนตีนแต่ดูโมโหง่ายกระตุ้นนิดๆหน่อยๆก็ขึ้น

            “ งั้นฉันก็ต้องเล่นอ่ะสิ ถ้านายจะเล่น ” คนที่หน้าตาเหมือนกับนิวเยียร์แต่ต่างกันที่สีผมว่าสบายๆ “ เป็นน้องชายที่เอาแต่ใจจริงๆ ” รู้สึกคนนี้จะชื่อเรนเดียร์มั้ง สมองผมมันไม่จดจำใครที่ไม่สำคัญกับชีวิตอยู่แล้ว

            “ พี่ต้องทำให้เต็มที่นะ ผมไม่อยากจะยอมไอ้หน้าหอกนั่น ” ชี้ไปที่อีกฝั่ง

            “ เออๆ ”

            วิเวียน “ แต่พี่มีโปรเจคงานนี่สิ จะปลีกตัวได้ยังไง ”

            เจน “ เจนก็มีงานอื่นเข้ามาด้วยสิพี่วิน เจนคิดว่าพี่ตัดเจนออก เจนเลยรับงานถ่ายแบบช่วงแสดงละครไปแล้ว ”

            สถานการณ์ดูตึงเครียดจริงๆแต่ในนั่นมันคือความสนุกของผมกับไอ้ลม มองดูคนเล่นละครแย่งบทกันแล้วมันสนุก สีหน้ากระตือรือร้นไม่ยอมแพ้นี่มันกินกันไม่ลงเลยให้ตายสิ อยากจะได้ป๊อปคอนมากินฆ่าเวลาจริงๆ

            หลังเล่นจบไปบทหนึ่งแล้วก็เกิดปัญหาขึ้น

            “ น้องไอซ์เล่นดีกว่าเว้ย!

            “ แหกตาดูว่าน้องเมลเล่นดีกว่า!

            “ เล่นแข็งเป็นไม้กระดานเนี่ยนะ ดีของมึง!

            “ ในบทมันเป็นคนเย็นชา มึงอ่านดูดีๆ!

            “ ก็เย็นชาไง แล้วเด็กมึงเย็นชาตามบทมั้ย! แค่นี้ยังไม่เข้าใจยังจะให้เล่นได้อีกเหรอ! ” วินตอกกลับดุเดือดพร้อมสาธยายความผิดพลาด “ กูรู้ว่านี่เด็กมึง แน่นอนยังไงมึงก็อยากให้เด็กมึงได้บท แต่เด็กมึงเข้าไม่ถึงตัวละครเอง กูช่วยไม่ได้ ”

            “ เด็กกูเล่นไม่ดี ก็เลยเอาเด็กมึงว่างั้น แสดงดีตายห่าแหละ ”

            “ ก็ดีกว่าของมึงแล้วกัน ” วินฉุนขาดจนได้ “ ถ้ามึงยังใช้อคติตัดสินอยู่ มึงก็ไม่มีสิทธิ์เป็นผู้กำกับ!

            ผมตกใจสะดุ้งเมื่อนั่งดูการโต้เถียงอยู่ดีๆไอ้นีออนมันก็กระชากคอเสื้อไอ้วินด้วยสีหน้าอยากจะฆ่า

            “ มึงคิดว่าตัวเองท็อปคลาสแล้วจะกดหัวคนอื่นได้รึไงกัน อย่าอวดดีให้มากไอ้วิน!

            เธียร์เดินเข้ามาห้ามแต่โดนผลักออก “ โอ๊ย ใครมันจับไอ้บ้าสองคนมาทำงานด้วยกันวะ จะบ้าตาย!! ทะเลาะกันจนงานไม่เดินแล้ว!

            “ งั้นมึงให้คนอื่นตัดสินมั้ย!

            “ เอาสิ! ขอคนกลางๆด้วย ” นีออนว่าแล้วสะบัดคอเสื้อไอ้วินออกผลักอกไปไกล “ แล้วในนี้ก็มีเพื่อนมึงกับเพื่อนกู จะตัดสินยังไง ”

            “ สองคนนั้นไง ”

            วินชี้ที่หน้าเหวอๆของผมกับไอ้ลมก่อนที่ทุกคนจะหันมามองเป็นจุดเดียว มึงกำลังหาเรื่องให้คนเจ็บเพิ่มอีกเหรอฟะ แค่นี้กูกับไอ้ลมก็ปางตายกันอยู่แล้ว

            “ นั่นเมียมึง ยังไงก็เข้าข้างมึง ไม่เอาเว้ย!

            วินส่ายหน้า “ พอดีเมียกูแยกแยะสมองได้ เป็นคนกลางพอที่จะตัดสิน ทุกคนก็น่าจะรู้กิติศัพท์ของธาราเดือนสถาปัตย์ปีสองดีไม่ใช่รึไง ”

            เงียบกริบ...กิตติศัพท์กูมันกระฉ่อนขนาดนั้นเลยเหรอ อุตส่าห์หมกตัวอยู่แต่คณะนะเนี่ย ไม่คิดว่าตัวเองจะดัง

            “ ฉันว่าให้สองคนนั่นตัดสินก็ดีนะ ธาราเป็นคนที่เดาอารมณ์ยาก ส่วนพี่ลมก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับการตัดสิน ” ผู้หญิงคนเดิมที่เคยเข้ามาห้ามนีออนตอนแรกว่าขึ้น “ ฉันว่าก็เหมาะสมให้พวกเขาตัดสินนะ พวกเขาเป็นคนดูอยู่ตรงนั้นน่าจะมองเห็นมากกว่าเรา อย่างที่วินบอกด้วยธาราเป็นคนที่สนใจในงานมากกว่าผลประโยชน์  ” เหมือนจะแอบด่าใครอีกคน

            ไต้ฝุ่นพยักหน้ารับ “ เราก็เห็นด้วยอย่างที่จีนบอกนะ ”

            “ เออ ตามนั้น ” นีออนสบถในลำคออย่างไม่พอใจแต่ก็ต้องยอมรับ ดูๆแล้วผู้หญิงที่ชื่อจีนคงจะร้ายลึกแน่ๆถึงได้สั่งอะไรก็ได้ตามบัญชาทั้งที่ไม่ต้องออกแรงอะไรมาก

            ผมกับไอ้ลมมองหน้ากันแล้วเห็นคำคำหนึ่งแปะบนหน้าผากเด่นหรา...

         

             ซวย     


            “ งั้นบอกมา ใครควรได้บท ” นีออนกระชากเสียงขู่ใส่ผมกับไอ้ลมที่แม่งนั่งกันอยู่นิ่งเสือกมีเรื่องวิ่งมาชน แถมเรื่องใหญ่ระดับชาติอีก “ ตอบให้ดีนะคนสวย ”

            กูจะไม่เลือกเด็กมึงก็คำนี้แหละ

            “ อุ่น ตัดสินใจตามที่ชอบเลย ” วินยิ้มให้กำลังผมทั้งที่น่าจะรู้ดีว่ามันทำผมโมโหขั้นไหน

            แต่ช่างเถอะ... ถอนหายใจมองสลับระหว่างเด็กสองคนอยู่ห้านาที

            กระซิบถามพี่ชายตัวเอง “ มึงว่าไอซ์มั้ย ”

            “ เฮียก็ว่าไอซ์ ” ลูบคางแล้วพยักหน้าไม่สบตาผมแต่จ้องไปที่เด็กชื่อไอซ์ท่าทางมันนิ่งๆเป็นเอกลักษณ์อยู่แล้วสายตาก็ดูไม่ยินดียินร้ายกับการตัดสินเท่าไหร่

            “ สรุป? ” นีออนเผยยิ้มนิดๆ พอดีกับที่ผมเผลอไปสบตามันเข้าแวบนึง ถุย มึงอย่ามโน

            ตอบพร้อมกัน “ ไอซ์ ”

            เสียงร้องของไอ้วินกู่ก้องประหนึ่งได้รางวัลออสก้าสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมไม่ปาน เพื่อนมันก็แท็คมือดีใจกันไปส่วนไอ้เจ้าของชื่อแม่งก็ไอซ์สมชื่อ น้ำแข็งนิ่งเงียบเย็นยะเยือก...

            ผ่านความดีใจไปความไม่พอใจก็ต้องมา! “ ทำไม!! ขอเหตุผล!!

            ลมทำหน้าไม่พอใจกลับบ้าง “ เฮ้ย มึงกล้าขึ้นเสียงใส่น้องกูเหรอ มึงอยากตายตอนนี้เหรอ ” เลือดบ้าน้องขึ้นมาอะไรตอนนี้มิพลาดยังจะซ่าส์ลุกอีก ผมก็ใช้มือขวางไม่ให้ลุก

            “ เหตุผลง่ายๆเลย ไอซ์เข้าถึงบทได้ดีกว่าเห็น อืมม...บทคือเป็นคนเย็นชาแข็งกระด้าง แล้วไอซ์ก็แสดงออกมาเป็นธรรมชาติทั้งสีหน้านิ่งๆและแววตาเฉยเมย ส่วนเมล เข้าใจผิดไปมากกับบท คนเย็นชาไม่จำเป็นต้องทำหน้าไร้ความรู้สึก แววตาไร้ความรู้สึก เย็นชาไม่ใช่ไร้ความรู้สึก ยังเป็นคนไม่ใช่ผีหรือซอมบี้ที่จะไม่รู้สึกอะไร จริงๆมันง่ายมากนะบทนี้แค่ทำตัวนิ่งๆเฉยๆ น้ำเสียงปกติ ไม่ต้องพูดไรมาก แต่เมล...นายพูดเหมือนคนหลอดเสียงเป็นมะเร็งจะตายมะรืนนี้เป็นบ้า เอาจริงๆฉันก็ไม่อยากว่าว่านายแสดงห่วยหรอกนะ แค่ไอซ์เหมาะสมมากกว่า เข้าถึงบทตัวละครและอารมณ์ได้มากกว่าจริงๆ อาจจะเพราะนิสัยของเขาแล้วก็รูปลักษณ์เขาด้วย บทนี้ฉันเลยคิดว่ามันเหมาะกับไอซ์ที่สุด ”

            ผมร่ายยาวตามที่คิดทุกคนก็ได้แต่ฟังเงียบๆ ไอ้ที่เงียบสุดก็เห็นจะเป็นนีออน เจอฝีปากกูเข้าไปเป็นไง เจ็บจี๊ดสิมึง

            วินยกยิ้มลำพองใจในศึกยกแรก “ เหตุผลพอยังครับ ”

            “ พอแล้ว! ” นีออนกำหมัดแน่นกัดฟันหลบตาผมที่มองเยาะเย้ยอยู่ “ บทต่อไปเลย!

            “ วิน แฟนแกนี่เป็นนักวิจารณ์หนังรึไง เฉียบขาดมาก ” เธียร์ว่าเสียงดังก่อนที่ไอ้วินจะยกยออวดอวยผมซะไม่มี

            “ นั่นใครครับ ว่าที่เมียผู้กำกับชื่อดังในอนาคตครับ เรื่องนี้แค่นี้จิ๊บๆ ทำได้สบายอยู่แล้ว ”

            เสียงระลอกแซวๆ “ แหม แต่งเมื่อไหร่บอกนะคุณ ”

            “ หวานจริง อิจฉาเว้ยยยย ”

            แน่นอน... นกกาไก่ตะพาบน้ำก็มา “ ชิชะ ทำมาอวดดีอวดรู้ ”

            “ เอาหน้าจริงๆ ไม่เกี่ยวแล้วยังจะมาวิจารณ์อีก ”

            “ พี่วินนะพี่วิน ทำไมให้คนประหลาดๆมาตัดสิน ”

            จากเดอะแก๊งค์กะเทยลูกกระจ๊อกของวินดี้ ตอนนี้หัวหน้ามันกำลังเคร่งเครียดกับบทสุดๆ “ แล้วนี่ให้ตัดสินบท แล้วยัยดี้จะได้บทมั้ยเนี่ย ”

            “ ต้องได้สิ ดี้เก่งจะตาย!

            “ แต่ดี้ไม่เคยเรียนการแสดงนะ ”

            “ เออจริง ฉันลืมอ่ะแก ทำไงดี ”

            ...แน่ใจว่ามันไม่เคยเรียนการแสดง... กูอยากจะหัวเราะเป็นภาษารัสเซียจริงๆ!

            “ บทนางเอกให้วิเวียนเลยดีกว่ามั้ง ” ลมเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

            ผมยักไหล่ “ ก็ต้องรอดู ผมมันคนกลางอยู่แล้ว ถึงอยากจะคัดยัยบ้าประสาทแดกนั่นออกก็เถอะ ”

            แต่ฝีมือมันนำหน้าพี่วิเวียนเกินไป ตอแหลสิ้นดีเหมือนเพื่อนรักของมันสุดๆที่ไม่รู้ว่าหายเข้ากลีบเมฆไปสถิตตัวอยู่ไหนก็ไม่มีใครรู้

            บทที่สองคนของฝั่งนีออนได้ไป ระหว่างสองทีมก็สลับกันแพ้สลับชนะเพราะผมไม่ได้เข้าข้างฝั่งไหนเลย ในใจแค่คิดว่าเลือกคนที่ดีที่สุดเพื่อให้งานของไอ้วินออกมาดีที่สุดก็พอ ผมคิดแค่นั้นแหละ

ตอนนี้ก็กำลังจ้องดูเด็กที่ชื่อโมแคสติ้งบท จู่ๆก็มีชุดใบใหญ่มาวางตรงหน้าบังภาพตรงหน้าทั้งหมด

 

           “ เอ้า ขนม!


            เสียงห้าวว่าก่อนจะลดถุงลงทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ข้างๆผมแล้วส่งโค๊กกระป๋องเปิดฝาใส่หลอดให้ผมกับไอ้ลมตามความเคยชิน

            “ มานั่งดูอะไรกันเนี่ย น่าเบื่อจะตาย ” เดลมาถึงก็บ่นพลางจิบเบียร์กระป๋องไปด้วย “ นอนอยู่บ้านกันเฉยๆไม่ซนมันจะตายรึไงพวกแก ”

            “ นอนเฉยๆ ให้แกว่างไม่มีอะไรทำ นอนกินเงินเดือนเล่นเหรอ ไม่เอาว่ะ ” ผมตอบหน้าตายตาก็จ้องบนเวทีต่อ

            “ ทำอย่างกับฉันอยู่บ้านเฉยๆได้งั้นแหละ เดี๋ยวก็โดนสั่งให้ไปตัดหญ้าถอดรากตัดแต่งต้นไม้ปลูกตันไม้ขัดสระน้ำ ถามจริง บ้านพวกแกจ้างฉันมาเป็นยามเฝ้าบ้านดูแลคนหรือให้มาเป็นคนใช้กันแน่วะ ”

            ลมตอบให้ “ ทำไม แม่บ้านยังไม่บ่นเลลย ตอนฉันสั่งให้ปีนไปขัดกระเบื้องหลังคา หรือเป็นช่างซ่อมแอร์ซ่อมพัดลม บ้านฉันเขาเรียกว่าใช้งานให้คุ้มทุกด้าน เงินเดือนก็มากจะตายยังจะบ่น ”

            “ ครับ คุณชายยย ”ทำหน้าเมื่อยขี้เกียจเถียงแล้วปลดกระดุมเสื้อออกสองสามเม็ดอารมณ์หนุ่มใหญ่เจ้าสำราญ แล้วดูมันการ์ดบ้านไหนมันใส่เชิ๊ตขาวบางๆแน่นๆกับยีนส์ดำขาดๆรองเท้าผ้าใบหัวสีเขียวมิ้นท์แบบนี้บ้าง หูแม่งก็เจาะมาเป็นสิบ...

            ไอ้บ้านี่แหละตัวดีพาไอ้ดินไปเจาะหูมาเป็นแถบ

            ดูผ่านๆไม่มีใครรู้หรอกว่าไอ้ข้างๆเนี่ยเป็นบอดี้การ์ด เขาจะมองเป็นชายเจ้าเสน่ห์มากกว่า เจ้าตัวให้เหตุผลว่า แต่งทางการแล้วพวกผมชอบมั้ยให้เดินตามต้อยๆแบบนักการเมืองหรือมาเฟียนักธุรกิจใหญ่

            แน่นอนว่า ผมไม่ต้องการแบบนั้น...

            “ เออ ซื้อเค้กครีมมาให้ ” เดลดีดนิ้วแล้วก้มหาขนมอยู่ดีๆ เงามืดวิ่งผ่านหน้ามาอย่างรวดเร็วมองแทบไม่ทัน กะพริบตาอีกที ไอ้บอดี้การ์ดผมไปนอนวัดกับพื้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


            “ มึงเป็นใคร จีบเมียกูเหรอห๊ะ!!


            จับแล้วเหวี่ยงกระแทกกับตัวเวที เดลมันมึนๆอยู่ยังไม่ทันตั้งสติจะรุกเข้าใส่แต่ต้องชะงักเมื่อไอ้วินมันยกเท้าสูงห่างหน้าเดลแค่ไม่กี่มิล คนที่ฝึกการต่อสู้มาทุกแบบถึงกับหน้าซีดตกใจ เอาซะผมแทบลงไปขำกลิ้ง จะตกใจก็ไม่แปลกเพราะเดลมันสูงปรี๊ดแบบฝรั่งเลย มันเป็นลูกครึ่งไง แล้วไอ้วินมันยกตีนขึ้นมาได้ขนาดนั้นแสดงว่าไม่ธรรมดา...

            เพราะงั้นแหละ... ผมถึงบอกว่าวินมันเปลี่ยนไปจากตอนที่ผมรู้จักมาก

            ไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนไป หรือนี่เป็นอีกมุมที่ผมไม่เคยเห็นกันแน่

            “ วิน ” ผมเรียกก่อนเรื่องจะใหญ่ วันนี้มันสติแตกทำคนหัวแตกไปแล้วคน เดี๋ยวได้มีตายอีกคนกันพอดี

            “ เงียบก่อนอุ่น มันลวนลามอุ่น เมื่อกี้เค้าเห็น แล้วน้ำก็อย่ากิน มันอาจจะใส่ยาสลบก็ได้! ” ผู้กำกับกู... คงจะดูละครหลังข่าวเยอะจัด...

            “ อุ๊บ! ฮ่าๆๆ ” เดลหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกับสีหน้าสบายๆใช้มือปัดเท้าไอ้วินลงพื้นแล้วกอดคอสนิทสนม(ตั้งแต่เมื่อไหร่) “ คนนี้เองเหรอ แฟนคุณหนูอุ่นน่ะ ”

            “ เออใช่ จะทำไม!

            เดลแสยะยิ้มก่อนจะเสยหน้าเอาเต็มๆไม่ให้ตั้งตัว

“ เดล หยุด!!

            “ ขอโทษทีนะคุณหนู พอดีคุณชายสั่งมาให้สั่งสอนสักหน่อยจะได้ไม่กล้าหือกับท่านให้มากนัก ”

            บอกแล้ว... พ่อผมมันไม่ปล่อยง่ายๆหรอก

            เฮ้อ เป็นกองละครที่สนุกจริงๆ :)

            “ อุ่น กินเค้กมา ” ลมว่าไม่ได้ดูฉากหลังเลยที่เดลกับวินซัดกันอยู่ ผมเหลือบไปมองก่อนด้วยความ...เซ็ง จากนั้นก็หันกลับมากินขนม

            “ กินอันนี้เสร็จ แกะเลย์ให้ด้วย ” ผมว่าไปแล้วมองบนเวทีที่อ้ำอึ้งกับสถานการณ์ “ เอ้าๆ แคสติ้งต่อๆ ช่างหัวไอ้วินไป ”

            ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตกแตก็มองผมสลับกับคุณผู้กำกับที่กำลังอัดกับคนของพ่อผมไม่เลิก

            “ เร็วๆ ผู้กำกับไม่ว่าง เดี๋ยวว่าที่เมียรับช่วงงานต่อเอง ”

            “...”

            “ เพราะงั้นต่อบทเลย ถ้าเลยเที่ยงยังไม่เสร็จก็ไม่ต้องกินข้าว ”

            “ ครับ!/ค่ะ!” ขานรับลืมตัวกันไป

            เอาละ ตอนนี้กูใหญ่สุด ชี้นิ้วสั่งเลยเเล้วกัน...

            นั่งกินขนมพลางวิจารณ์คนแสดงไป จนมาคิดอีกที...นี่กูเรียนคณะไหนกันแน่วะเนี่ย

           


ส่วนทุกคนบนเวทีก็ต่างผวาหวาดหวั่นกับคู่รักคู่นี้เหลือเกิน มองดูคนเป็นเมียนั่งกินขนมสบายใจกับคนเป็นผัวที่ซัดกับใครก็ไม่รู้ ต่างฝ่ายต่างไม่แยแสกัน

นี่มันแฟนกันประเภทไหนวะ!!’




***ต่อเด้อ


 

            “ เฮ้ย น้องคนนั้น พูดอีกทีดิ ภาษไทยเว้ย พูดให้ชัด ”

            ผมชี้นิ้วไปที่น้องผู้ชายตัวเล็กๆที่กำกระดาษบทสั่นๆจ้องมองผมไปแล้วสะอึกสะอื้นในลำคอ เสียงแผ่วออกเสียงอ่านเป็นรอบที่แปด ย้ำว่า รอบที่แปด!!

            ผมส่ายหน้าแล้วหยิบมันฝรั่งเข้าปาก “ พอๆ กลับไปดึงสติก่อนไป กระแดะสำเนียงมากมึง รู้ว่าอยากอินเตอร์ แต่ภาษาไทยกรุณาพูดให้ชัด กูนึกว่าลิ้นไก่สั้น ไปๆ ใครก็ได้เอาไปซ้อมที หัดอ่านกอไก่ใหม่ได้ก็ดี ”

            แล้วเด็กผู้ชายคนนั้นก็โดนส่งต่อไปยังสตาฟสักคน สีหน้าทุกคนตอนนี้ตึงเครียดสุดๆ ไม่เครียดสิแปลก ผมจิกกัดไม่สนหน้าใครทั้งนั้น

            “ บทต่อไป ” ว่าต่อพลางกวาดตาอ่านบนต่อไปในมือ “ ออกมาสิ จะเล่นชาตินี้หรือชาติหน้าวะ ”

            จนตอนนี้ก็ยังคงสงสัยว่านี่กูเรียนคณะอะไร สถาปัตย์เอกการแสดงรึไงวะ มีให้มั้ยปริญญาสองใบควบเลย

            คราวนี้เป็นผู้หญิง... บทตัวประกอบเป็นหญิงสาวใสซื่อ

            มองดูสองสาวแคสบทไปนั่งเท้าคางมองวิจารณ์ไปในหัว... และมันก็จบลง สองคนถูกยืนข้างหน้าให้ผมเลือก

“ คนนี้ ” ปลายนิ้วชี้ไปที่ผู้หญิงผมตรงตัวเล็กรู้สึกจะชื่อข้าวอะไรสักอย่าง ช่างเหอะ “ บทต่อ... ”

“ ทำไมยัยเด็กหน้าจืดนี่ได้บท!! นี่มันเข้าข้างกันชัดๆ! ” เสียงแว้ดจากคนแพ้ดังผ่าแก้วหูมาเลย ไม่พอยังกระชากคอเสื้อคนตัวเตี้ยกว่าขึ้นมาเตรียมเงื้อมือตบ “ หน็อย แก แกแย่งบทฉัน!

“ หยุด หยุด!

“ ไอ้ธารา ไอ้บ้า ไอ้ไม่ยุติธรรม!!

วินดี้เป็นคนเข้าไปห้ามแล้วรั้งเอวผู้หญิงร้ายกาจไว้ ส่วนน้องผู้หญิงพูดน่าสงสารก็ถูกพี่วิเวียนดึงไปกอดปลอบแล้ว

“ ดี้ ปล่อย! ” จะพุ่งมาหาเรื่องผม

“ ไม่เอาน่าผึ้ง ใจเย็นหน่อยสิ ” วินดี้ทำหน้าลำบากใจพยายามเก็บมือเพื่อนที่จะพุ่งไปตะกุยหน้าผม

“ ละครเวทีของมหาลัยเลยนะ ใครมันจะยอมทิ้งง่ายๆกัน! ” แรงดูจะเยอะพอควรวินดี้ทำสีหน้าเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ยังพยายามหิ้วเพื่อนลงไปเพื่อสงบสติ “ บอกมาสิ ฉันเล่นไม่ดีตรงไหน!!

“ คาแรคเตอร์ไม่ได้ หน้าตาร้าย ไม่เหมาะกับบทสาวน้อย พอใจยัง ” เรียบราบเป็นน้ำนิ่ง

“ แกว่าหน้าฉันไม่ดีเหรอ! ” ตาลีตาเหลือกโมโหออกงิ้วเลย “ จะฆ่าแก๊!!

เสียงหวานไม่ยอมแพ้ “ ไปสงบสติก่อนนะผึ้ง อย่าไปทำธารานะ!

“ ไม่! ” จังหวะสะบัดแขนช่างเหมาะเหลือเกิน เหมาะกับการเอาหน้าไปหามันและ...


“ ว้ายยย!!


ขอตบมือให้ละครชุดเล็กสักสามที... วินดี้ล้มไปกับพื้นกุมหน้าตัวเองที่จงใจเอาเข้าไปรับศอกเพื่อนตัวเอง ภาพสาวสวยน้ำตาคลอกุมหน้าบาดเจ็บคงทำให้หลายคนตกใจ

" ดี้ ฉะ ฉันขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจเเก " ผึ้งเหมือนจะได้สติคืน

สตาฟชายคนหนึ่งได้สติก่อนเลยวิ่งแจ้นไปประคอง “ น้องวินดี้ โอเคมั้ยครับ ”

“ ไม่ค่ะ ดี้ไม่เป็นไรค่ะ ” ฝืนยิ้มตอแหลสุดๆ หันไปหาเพื่อนตัวเองที่ดูจะสงบลงแล้ว “ ไม่เป็นไรนะผึ้ง ผึ้งไม่ได้ตั้งใจ ไม่ต้องคิดมากนะ”

“ ดี้ ดี้ หน้าเป็นไงบ้างแก๊! ” กะเทยดำถึกถลาตัวมาทำเว่อร์สุด “ ต๊ายยย แดงเถือเลย ไปประคบหน้าเถอะแก เดี๋ยวช้ำหมด ”

พี่จีนคุมงานเงียบก็เดินเข้ามาหา “ ตามมาสิ ผ้าประคบอยู่ข้างหลังเวที ”

“ รำคาญเป็นบ้า ” ลมบ่นส่งสายตาเซ็งต่อท้ายลับหลังพวกนั้น

ผมไหวไหล่ชิลๆ “ นางเอกดีเด่นเลยว่ะ ”

“ บทถึงไหนแล้ว ”

พลิกหน้าดูรายชื่อ “ เหลืออีกสองคู่ ” จากนั้นหันไปหาสองตัวปัญหาที่ตอนนี้มันยังคง...


“ มีแรงแค่นี้เหรอวะ ”

“ แก่แล้วก็นั่งเฉยๆเถอะครับ ”

“ หมัดหนักดี แต่มันต้องแรงกว่านี้ ชกใหม่!

“ จะเอาให้หน้าหงายเลยเฮีย!


สองชั่วโมงกว่าก็เป็นอย่างที่เห็นกลายเป็นคู่ซ้อมกันซะงั้น ผู้กำกับกูแม่งก็เล่นเพลินเลยนะมึง คุยกันด้วยหมัดเสร็จเสือกถูกโฉลกกันผลัดกันสอนท่านั้นท่านี้

คือไอ้เหี้ยวิน หน้าตรงหน้ามึงเนี้ยช่วยกลับมาทำต่อได้มั้ยวะ!

“ อ้าวๆ ให้ไวครับ หิวข้าวกันมั้ยครับ ” ผมถามเสียงเมื่อย ตอนนี้เหนื่อยและเมื่อยสุดๆ

“ หิว! ” เออสิ บ่ายโมงแล้ว

“ บทต่อไปก็เชิญออกมาสิครับ ” กูโมโหแล้วเดี๋ยววงแตกนะมึง เพราะงั้นรีบๆ

ผู้หญิงที่ชื่อเจนยกมือขึ้นแล้วถอนหายใจ “ เราสละสิทธิ์ค่ะ รับงานนอกไว้แล้ว ”

ผมขมวดคิ้วแล้วพยักหน้า “ งั้นก็กลับไป เชิญ ”

เหวอสิ ไล่กันซึ่งหน้าขนาดนี้

เธอไม่ได้โกรธอะไรแค่หัวเราะส่ายหน้าแล้วเดินลงเวทีเข้ามาบอกลาผมบอกให้หายไวๆก่อนจะมีแฟนหนุ่มมารับตัวไป

“ เธอได้บทไปแล้ว ใช่ว่าจะเล่นดี ลองเล่นบทนี้สิ ” ผู้หญิงหนึ่งในกลุ่มของวินดี้ที่โล่งอกไปแล้วนึกว่ารอดแต่ก็ไม่รอด “ ไม่ดี หาใหม่ ” ยักคิ้วให้สามจึก

เจ้าหล่อนกัดฟันมองหน้าเอาเรื่องผม นิ่งค้างอยู่แบบนั้น

“ นี่แม่คุณ คนอื่นเขาหิวข้าว รีบๆหน่อย ” เอ่ยเสียงหงุดหงิดจนเจ้าตัวสะดุ้งหันมองรอบข้างที่ตอนนี้เริ่มจะแดกหัวกันเองแล้ว

เธอจิ๊ปากมุบมิบด่าผมแต่ก็ยอมแสดงไปตามบท... อืม ก็พอใช้

“ ผ่าน ” เอ่ยเสียงเรียบ “ บทสุดท้าย...นางเอกของเรื่อง ”

เงียบกริบสนิททั้งโรงละคร... แทบกลั้นหายใจกันเลยทีเดียว ผมเงยหน้าจากกระดาษในมือแล้วมองหน้าคนที่เพิ่งออกจากหลังเวทีเนื่องด้วยไปประคบหน้าหนาๆมา ดูก็ไม่เห็นจะช้ำ หน้าหนาก็งี้แหละ

“ จีน เดี๋ยวแคสบทนี้เสร็จก็เตรียมข้าวให้น้องๆเลยนะ ”

สายตาเย็นชาทิ่มแทงคนพูด “ กลับมาทำงานได้แล้วเหรอคะ ผู้กำกับ ”

“ น่า เดี๋ยวค่อยด่า ไปๆ ไปเตรียมข้าว เดี๋ยวกินเสร็จเริ่มซ้อมครั้งแรก ” ไอ้วินบ้าเลือดหน้ามึนเลือกต่อยตีเสร็จก็มานั่งข้างผมทิ้งตัวหมดแรงแล้วแย่งน้ำในถุงขนมผมไปกินอีกแล้วยังส่งต่อให้ไอ้คู่หูใหม่

“ เลิกเล่นได้สักที ” ผมเอาตาขวางๆไปมองมัน

ยิ้มร่า “ เพลินไปนิด เฮียเดลอย่างเจ๋ง ”

“ ตอนแรกกัดกันอย่างกับหมา ” ลมว่าพร้อมแกะถุงขนมใหม่กิน “ เดล ไปซื้อข้าวดิ กูไม่อยากกินข้าวในกอง”

คนที่นั่งหอบเหงื่อซกเปียกทั้งตัวร้องเสียงหลง “ อะไรวะ! กูยังไม่ทันพักเลยนะ!

“ เรื่องของมึงไปซื้อมาให้ไว สี่กล่อง ถ้ามึงจะกินด้วยก็ห้า ” ลมว่าพร้อมส่งเงินต่อๆไปให้บอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งพี่เลี้ยงที่กำลังทำหน้าจะแดกหัวพวกผมให้ได้แต่สุดท้ายก็ต้องลุกโซซัดโซเซกำเงินออกไปซื้อข้าว

“ ไหนๆ ที่รักทำงานถึงไหนแล้วคะ ” วินหายใจเข้าปอดไปได้สามวิก็เข้ามาออดอ้อนผมเล่น “ เหนื่อยมั้ยตะเอง ร้อนเปล่า ”

“ มึงดูแลตัวเองไปเถอะ” ว่าเสียงเขียวโยนปึกกระดาษใส่มัน บทสุดท้าย มึงตัดสินเองแล้วกัน “ เอางานมึงคืนไป เหนื่อย ”

ขี้เกียจจะยุ่ง...

เริ่มแรกพี่วิเวียนแสดงก่อน เข้าถึงอารมณ์ได้ดี แต่ไม่สุดเลยน่าเสียดาย ส่วนวินดี้คงไม่ต้องพูดหรอกมั้งตีบทแตกกระจายเสียงตบมือรัวดังอย่างชื่นชม สาวเจ้าก็เขินอายพูดอ้อมแอ้ม


“ แหม อายจัง เพิ่งจะเคยเล่นครั้งแรก ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้ ”


ผมกับลมพร้อมใจกันเอี้ยวคอไปหลังเบาะส่งเสียงอ้วกกันเลยทีเดียว ผู้หญิงบ้าอะไรโคตรของโคตรน่าถีบให้ปลิว

“ นางเอกของเรื่อง วินดี้ ” เสียงกวนบาทาอีกหนึ่งวิญญาณที่เงียบไปนาน “ หายข้องใจยังมึง ”

“ เออ! ” วินแสยะยิ้มเหยียด “ อย่างน้อยเด็กกูก็กินเกินครึ่งเว้ย!

“ หน็อย มึง!

“ พอๆ เลิกกัดกันแค่นี้ เด็กๆ ไปรับข้าวที่มุมนู้นได้เลย ” พี่จีนเข้ามาห้ามทัพอีกตามเคย แล้วชี้ไปที่มุมหนึ่งมีกล่องข้าวเรียงเป็นสิบห้าสิบ

“ งั้นเดี๋ยววินดี้ช่วยแจกนะคะ ” นางเอ๊กนางเอกเนอะ

ผมคืนโทรศัพท์พังๆให้เจ้าของ “ เอ้า ของมึง ”

“ แตกขนาดนี้ คุณเมียยังจะเก็บอีกเหรอครับ ” วินถามพลางรับโทรศัพท์ไปพลิกๆดู “ เดี๋ยวซื้อใหม่ มึงก็ต้องซื้อด้วยไม่ใช่เหรอ โทรศัพท์หายลับไปแล้ว ”

“ ก็ใช่ ” มันรู้ด้วยเว้ย

“ อุ่น พี่ว่านะ ย้ายมาเรียนนิเทศเถอะ ” เสียงร้องเรียกความสนใจของไต้ฝุ่นว่าขึ้นขณะที่เดินหอบข้าวกล่องมาสี่กล่อง “ ทำงานดีกว่าไอ้คนเรียนอีก ”

“ กูเพื่อนมึงนะฝุ่น ไม่ได้กู มึงไม่ได้บทพระเอกหรอก!

ไต้ฝุ่นยิ้มหวานให้ “ หน้าตากูก็ชนะขาดแล้วมึง ”

“ ถุย หลงตัวเอง! ” คนเป็นเมียว่าแล้วหยิกแขนหมั่นไส้ “ เอาข้าวไปคืน ไม่ต้องไปแย่งเด็กกิน กูสั่งคนไปซื้อข้าวแล้ว ”

“ อ้าว ซะงั้น ” ไต้ฝุ่นทำหน้าเสียดายก่อนจะหันไปเรียกเด็กคนอื่นที่ยังไม่ได้หยิบกล่องข้าว “ นิว เรน มาเอาข้าวนี่มา ”

สองแฝดเดินชิวมารับกล่องข้าวพร้อมสีหน้าเบิกบาน “ ขอเบิ้ลสองเลยนะครับพี่! ”สองหนุ่มแบ่งกันไปคนละสอง

แล้วมันก็เดินตรงมาหาผม

“ มีอะไร ” ไม่ชอบให้ใครมายืนจ้องหน้าเท่าไหร่

“ พี่ธารา ”

“ ขอบคุณมากนะครับ ”

“ ที่เลือกพวกผม!

จำเป็นต้องมาทีละวรรคทีละบทมั้ย ผมหัวเราะแล้วส่ายหน้า “ ก็แสดงดี ก็เลือก แค่นั้น ”

“ แล้วผมกับมัน ใครแสดงดีกว่ากัน! ” สองแฝดชี้นิ้วไปยังอีกคนแล้วจ้องหน้าผมด้วยสีหน้าที่ซีเรียสมากๆ

“ ก็ทั้งคู่ ”

“ ไม่เอาดิพี่ ไม่ต้องเกรงใจ ในใจเรียกผมก็บอก ”

แฝดอีกคนแยกเขี้ยว “ มึงอย่ามั่ว พี่เขาเลือกกูแต่กลัวมึงเสียใจเว้ย ”

“ ไปกัดกันที่อื่นไปน้อง รำคาญ ” ลมนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดแล้วมองหานาฬิกา “ ไอ้เดลมันไปซื้อข้าวที่สยามรึไงฟะ หิวชิบ ”

“ ก็ให้กินข้าวที่กองก็ไม่เอา ” ไต้ฝุ่นบ่น

“ กูเรื่องมาก กูพอใจ ”

“ งั้นทนหิวไปครับ อย่าบ่น ”

สองคนนี้มันลืมอะไรไปรึเปล่า...

“ มึงคิดเหมือนกูปะนิว ”

“ มึงคิดเหมือนกูต่างหากเรน ”

ก่อนจะถามสองคนที่มันนั่งคุยกันไม่แคร์สื่อด้วยความลืมตัว

“ พี่สองคนเป็นแฟนกันปะ ” เรนเดียร์เสนอหน้ายื่นเข้าไปแทรกถามด้วยแววตาซื่อแกมสอดรู้

ผัวะ!

“ โอ๊ย!

“ บ้าเหอะ! พูดห่าไรเดี๋ยวกูชกแม่ง! ” ลมคนโหดตบเปรี้ยงสีหน้าตกตระหนกทันที

ไต้ฝุ่นก็อมยิ้มไม่พูดอะไร

“ มันเจ็บนะ! แค่บอกว่าไม่ใช่ก็จบ ทำไมต้องโมโหเล่า! ” เด็กมันกล้าคนรับ “ คบกันก็บอกดิ ปกปิดทำไม ไม่ใจเลยวะ ”

“ เฮ้ย แม่งพูดถูกใจมานี่ดิ ” ผมกวักมือเรียกให้มาใกล้ๆแล้วเขย่ามือมันอย่างเห็นด้วย “ นั่งๆ ได้ข่าวมึงเรียนนิติใช่ปะ ”

ไอ้แฝดมันก็ง่ายๆติดดินนั่งแหมะกับพื้นแกะกล่องข้าวแล้วโซยไปอย่างหิวโหย

“ ครับ ” นิวเยียร์ตอบทั้งที่ข้าวเต็มปาก “ เป็นเพื่อนกับไอ้ห่าไฟด้วยครับ ”

“ ไฟเป็นยังไงบ้างครับ มันไลน์บอกเจ็บหนักจะตายอยู่แล้ว แล้วอยู่โรงพยาบาลไหน วันนี้พวกผมว่าจะไปเยี่ยม ” เรนเดียร์ว่าพลางแกะขวดน้ำส่งให้อีกคน

น้องกูมันนี่ตอแหลเรียกความสนใจทุกคนจริงๆ

“ มันอยู่โรงพยาบาลxxx ” ตอบไปแล้วคลำหาของหรือปากกาแต่ที่ตัวก็ไม่ได้ติดมาเลย “ จะไปเยี่ยมมันก็เอาปากกามา ”

“ หือ? ” แฝดมันร้องงงในลำคอแต่ก็คลำหาปากกาส่งให้ผม

“ ยื่นมือมาสักคน ” ไอ้นิวเยียร์อยู่ใกล้ก็ยื่นมือมา โชคดีที่มือข้างถนัดไม่เป็นไรก็เลยเขียนลายเซ็นตัวเองลงไป “ มันอยู่ชั้นบนสุด อย่าให้รอยลบแล้วกัน ไม่งั้นการ์ดหน้าห้องไม่ให้เข้า ”

“ นี่พวกพี่เป็นลูกนักการเมืองเหรอ มีการ์ดเฝ้าด้วย!

“ ไม่ใช่เรื่องต้องบอก ” ผมตัดบทสนทนาดื้อๆแล้วหันไปหาไต้ฝุ่นที่น่าจะมีโทรศัพท์คนเดียว “ พี่ฝุ่นถามรูปไอ้สองคนนี้ไว้ส่งไปทางโรงพยาบาล เผื่อไอ้พวกการ์ดงี่เง่ามันไม่ยอมให้เข้า บอกไป ผมสั่ง ใครขัดไล่ออก ”

“ ได้ ” นี่ก็รับคำสั่งง่ายเหลือเกิน ฝึกไอ้วินยังไงให้เชื่องแบบนี้บอกที

นิวเยียร์ฟาดข้าวเสร็จไปกล่องก็สนใจน้องหมาที่หลับอยู่ “ พี่ ผมขอเล่นกับหมาพี่หน่อยนะ ”

“ อืม ” ก็ดูเป็นเด็กที่ดี อย่างน้อยก็เพื่อนไอ้ไฟ ผมก็ปล่อยๆให้พวกมันพล่ามเล่าเรื่องพวกมันกับไฟไปเรื่อบย ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง

 ผ่านไปสามชาติ ชาวบ้านเขากินข้าวกันหมดแล้วเหลือแต่พวกผมสี่หน่อเนี่ย ข้าวยังไม่ถึงท้อง

และแล้วนรกก็มาเยือน...

“ ทุกคนกินเสร็จแล้วขึ้นเวลาเตรียมซ้อมครั้งแรกได้เลย ” นีออนตบมือเสียงดังเสียงความสนใจก่อนน้องๆพี่ๆจะทยอยกันเดินขึ้นบนเวที

วินกัดฟัน “ แม่งเอ๊ย ใครจะยอมให้มันแย่งหน้าแย่งซีนวะ ” มันลุกพรวดขึ้นเวทีพร้อมไต้ฝุ่นทั้งที่ยังไม่ได้กินข้าว “ น้องๆคงรู้คิวดีแล้วใช่มั้ยว่าเป็นยังไง เนื้อเรื่องถูกส่งให้อ่านตั้งนานแล้ว ”

“ ครับ/ค่ะ ”

“ นีออน มึงหลบไปดิ เกะกะ ” วินทำหน้าตายผลักนีออนออกจากกลางเวทีแล้วตัวเองเสียบแทนยืนเด่นกลางวง

ไม่ยอมใครจริงๆไอ้บ้านี่

นีออนแหวใส่ “ มึงจะแย่งซีนไปถึงไหนวะ ”

“ ก็กูเป็นผู้กำกับ กูจะยืนตรงไหนก็ได้ ” กวนตีนแล้วไง

“ แล้วหน้ากูเหมือนเบ๊ ผู้ช่วยผู้กำกับรึไง ” มันก็ไม่ยอม “ น้องอย่าไปสนใจ เรามาเริ่มที่บทเปิดเลย... ”

แล้วการแสดงละครก็เริ่มขึ้นโดยมีสองผู้กำกับสองคนยืนตรงกลางเถียงกัน... แค่เปิดตัวนักแสดงก็โดนสวดยับแล้ว

“ น้องโมต้องออกมาตอนที่น้องไอซ์ออกมาแล้วสองก้าว เมื่อกี้ก้าวผิดจังหวะ ” นีออนลูบคางแล้ววิจารณ์ “ เริ่มใหม่ ”

“ น้องโม ทำหน้าดีๆหน่อยครับ บทของเราคือแอบรักข้างเดียว แววตายังไม่สื่อ ” วินพูดบ้างแล้วโบกมือ “ เริ่มใหม่ ”

            กว่ามันจะทำงานเข้าขากัน...

            ปาไปค่อนวัน เลือดตกยางออกกันเลยทีเดียว

            ฉากเปิดตัวผ่านไปด้วยดี เสียงน้องโมร้องเพลงก็เพราะดี ละครเวทีมันธรรมดาที่ไหนเพลงก็ต้องร้อง พลังเสียงก็มี แสดงว่าคนที่ไอ้วินมันเลือกไว้คือสุดๆแล้ว แบบอารมณ์ที่ต้องไปจองตัวมานานกว่าหลายเดือน

            แต่กว่าจะผ่านเริ่มใหม่เกือบห้ารอบ สายตาไอ้เด็กน้ำแข็งแม่งจากเย็นชาอยู่แล้วยิ่งเย็นเป็นน้ำแข็งขั้วโลกเลยมึง

            แต่ก็ยังไม่ซ้อมจริงจังมาก แค่รู้คิวรู้จังหวะก็ผ่าน เพราะไอ้วินบอกเวลาซ้อมมีอีกเยอะ วันนี้ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องแข่งตัวนักแสดงแล้วก็แค่ซ้อมเข้าคู่เข้าขาก็พอ แล้วพรุ่งนี้จะเริ่มวอร์มเสียงกัน

            บทที่สองสามสี่ก็เข้าจังหวะถูกใจสองผู้กำกับยกเว้น...


            “ เริ่มใหม่!!


            ทุกคนหันไปสนใจเสียงของคนข้างตัวผมทันที เงยหน้าจากการเล่นกับอินอินไปขมวดคิ้วใส่พี่ชายตัวดี

            เกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมาอีก

            “ เอาใหม่ทำไม เมื่อกี้มันก็ ” นีออนจะเถียง

            ลมสวนทันที “ กูนั่งดู กูคนดู กูไม่พอใจ เอาใหม่เว้ย!

            “ แล้วมันผิดพลาดตรงไหน ” นีออนถามอย่างใจเย็นเพราะมันก็ไม่อยากจะมีเรื่องกับไอ้ลมแน่ๆ

            “ มึงเลย ไอ้ไต้ฝุ่น มือเว้ยมือ มึงจับตรงไหน กูอ่านบทมาแล้วต้องจับข้อมือ แล้วจับมือทำเหวอะไร!

            เงียบ...

            “ ลม... เหี้ยลม... ” ผมกระซิบเรียกมัน

            “ แล้วเธอ! วินดี้ ในบทไม่ได้มีจับมือ เธอจะจับทำไม แล้วเอาตัวไปเบียดติดทำไม ฉากนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องโดนตัวขนาดนี้ มันผิดจังหวะ มึงแหกตาอ่านบทกันใหม่ดิ๊!

            สองผู้กำกับถึงกับเปิดบทอ่านขมวดคิ้วมุ่ยเลย แล้วคุยกันสองคนประมาณว่ามันผิดคิวตรงไหนวะ

            “ ยังจะชิดกันอีก แยก!

            “ ลม... ไอ้พี่เวร มึงหยุด ”

            “ แล้วนั่นมึงจะจับมือกันอีกนานมั้ยห่ะ สั่งแยก สั่งคัตแล้ว ปล่อยเด้!! ” ไอ้ลม.. กูเตือนมึงแล้วนะ

            เสียงกระซิบกระซาบเริ่มมา วินดี้ก็ดูจะพอใจก็แสร้งจับมือไต้ฝุ่นแน่นขึ้นอีกแล้วยัง...

            “ อุ๊ย ส้นสูงพลิก ” โถมเข้าเต็มตัว สุภาพบุรุษเรียกพ่อก็รีบรับสิ เพียงแค่นี้ นรกก็บังเกิด

            ลมมันลุกพรวดกระโดดขึ้นเวทีไม่สนใจแผลจะฉีกเลย กระชากสองคนนี้ออกห่างกันเพราะลมหึงมันตีขึ้นอกสุดๆ

            “ ไอ้วิน กูขอสั่งให้มึงเปลี่ยนพระเอกเดี๋ยวนี้!

            “ แต่พี่มันไม่มีใคร พี่มีเหตุผล... ” วินพยายามจะเกลี่ยกล่อม

            “ ไม่มี! กูไม่ใช่มันเล่นแล้ว! ” ลมโวยวายไม่ยอมท่าเดียว “ ถ้ามึงไม่ถอดมันออก กูจะปิดบ้านไม่ให้มึงเข้าไปหาน้องกู!!

            วินเงียบแล้วพยักหน้า “ โอเคพี่ เดี๋ยวหาพระเอกใหม่เลย ”

            กูสำคัญกว่างานมันอีก รู้สึกปริ่ม... แต่คนที่ปริ่มกว่าก็พ่อสุภาพบุรุษพ่อพระเอกนู้น ยิ้มหน้าบาน

            “ ไม่ได้เว้ย! ” นีออนขัด “ มึงคิดจะหาใครอีก ไอ้ห่า กูไปโม้ไว้เยอะว่าไอ้ฝุ่นมันเล่นละคร ตั๋วเกลี้ยงแน่ แต่ถ้ามึงถอดมันออก แล้วใครจะเล่น! กูไม่ยอม!

            “ มึงยอมเถอะ ” วินทำเสียงอ่อย “ เดี๋ยวกูหาหล่อกว่าไอ้ฝุ่นให้ ”

            “ ไม่เอาเว้ย! กูยอมให้เด็กมึงเยอะแล้ว แต่คนนี้กูไม่ให้ถอด!! ” ไอ้นีออนช่างไม่รู้อะไรเลย ผมก็นั่งลั้ลล้าดูละครเวทีสนุกๆเคี้ยวมันฝรั่งลูบหัวอินอินไปด้วย

            เพลินเว่อร์ๆ

            “ มึงจะถอดมันออกมั้ย! ” ลมหน้าแดงก่ำเคืองแล้วกระชากคอเสื้อนีออนติดมือมา ไต้ฝุ่นก็รีบเข้ามาห้ามสีหน้ากังวลว่าไอ้ลมจะเจ็บตัว

            “ พี่เกี่ยวไรวะ ไม่ได้เป็นห่าอะไรจะมาถอดสุ่มสี่สุ่มห้าได้ไง!

            ลมผลักไต้ฝุ่นออกแล้วยื่นหน้าเข้าใกล้นีออนแล้วตะโกนใส่หน้าทีละคำอย่างชัดเจน


            “ เมียกู กูหึง เข้าใจยังสัส!!!


            !!!


            เดี๋ยวนะ เดี๋ยว มึงพูดอะไรผิดมั้ยลม


            ลม มึงวางกาวลงก่อนนะ




****ต่อเด้อ



               เงียบสัสรัสเซีย

                เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะก่อนอึดใจหนึ่งเสียงกดโทรศัพท์รัวยิ่งกว่าเอ็มสิบหกทั้งกองทัพมิวายถ่ายรูปทั้งไอ้ลมทั้งไอ้ไต้ฝุ่นที่ตอนนี้กูอยากบอกว่า...

                โลกไม่ได้มีแค่พวกมึงสองคน!!!

                “ พี่ลม ใจเย็นๆครับ ” หนุ่มหล่อไม่ดูสถานการณ์ไม่มีอาการโกรธเคืองเข้ามาเกี่ยวเอวไอ้ลมแล้วแกะมือออกจากคอเสื้อนีออนที่ค้างเติ้งตาเบิกโพล่ง

                “ จะให้เย็นยังไงวะ!! ” ทำท่าจะกระโจนใส่ผู้กำกับหน้าละอ่อนก่อนจะเบนเป้าหมายไปกัดตัวปัญหาระดับชาติ “ กูขอชกผู้หญิงสักทีเถอะ!!

                “ อย่าพี่!

                ข่าวใหญ่สิมึง... กลอกตากลิ้งไปมาดูไอ้บ้าลมที่ตอนนี้ตกไปอยู่ในอ้อมกอดเมียสุดที่รักเรียบร้อยแล้ว ทั้งปลอบทั้งโอ๋ทั้งลูบหลัง

                ชัดมากเลยว่าใครสามีใครภรรยา… 

                “ พี่ใจเย็นๆ ดูสิ เลือดออกแล้ว ” เสียงนุ่มตึงเครียดผละออกเล็กน้อยให้เห็นว่าเสื้อทั้งคู่เปื้อนเลือดคาดได้ว่าแผลที่เย็บมาฉีกขาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                เสียงอ่อนจนลืมไปเลยว่ามึงเป็นพี่ว๊ากคนโฉดมาก่อน “ ก็ ก็กู กูไม่ชอบให้มึงจับมือใคร กู กูหึงไงเว้ย! หวงด้วย ไม่ชอให้ใครเเตะต้องมึงอ่ะ ไม่ชอบๆๆๆ ”

               กล้าพูดเป็นผัวไต้ฝุ่นแต่มึงเสือกมุ้งมิ้งสะบัดสะดิ้ง ไอ้ห่าลม กูอายแทน ใครเอากาวให้มันดม หา!

                ณ เวลานี้สีหน้าทุกคนมองสลับไปมาแล้วมีความคิดค่อนข้างจะตรงไปในทิศเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย

 

                ลมเป็นผัวจริงดิ ใช่เหรอ แต่จะให้พี่ลมเป็นรับก็ไม่มีทาง เถื่อนกระทืบคนมาเยอะจะเป็นเมียเหรอ แต่ไต้ฝุ่นก็หล่อเหี้ยเพอร์เฟคสัสจะเป็นเมียเหรอ มันยังไงกันวะ มันได้กันอีกท่าไหนวะ ตัวก็เท่ากัน เดาไม่ถูกเว้ย!! ’

 

                “ มันแค่ละครครับ ” กุมมือไว้แน่นแล้วว่ายิ้มๆ มึงเกรงใจไอโฟนซัมซุงที่กำลังรัวถ่ายรูปถ่ายคลิปพวกมึงหน่อยมั้ย

                ลมส่ายหน้า “ ละครกูก็ไม่เอา กูไม่ชอบ เลิกเล่น!

                “ พี่มีเหตุผลหน่อยสิ นี่มันงาน... ”

                “ ก็กูหึง เหตุผลยังไม่พอเหรอ!! ” ตะโกนลั่นไม่อายฟ้าอายดิน สาววายก็กรี๊ดกันไปสิ

                ไต้ฝุ่นไม่อ่อนให้ง่ายๆ “ มันเป็นงาน พี่เป็นผู้ใหญ่นะ พี่ต้องแยกแยะให้ออก แล้วที่พี่ทำแบบนี้มันก็เหมือนว่าพี่ไม่ไว้ใจผม ”

                “ กูไว้ใจมึง! ” ลมรีบสวนหน้าเหวอ


                โอ๊ะ คดีพลิกว่ะ


                ผมเอียงคอแล้วโคลงหัวอย่างสนุกมือก็ลูบหัวอินอินลูกเลิฟไปด้วย... ไอ้วินที่ไม่รู้จะทำไงก็ได้แต่มองสลับหาจังหวะแทรกระหว่างสองคนนี้

                ไต้ฝุ่นยิ้มเศร้าส่ายหน้ากุมมือลมแน่นขึ้น “ แต่ที่พี่แสดงออกคือไม่ไว้ใจผม ถ้าไว้ใจผม พี่ต้องให้ผมเล่นละครต่อ ”

                “ แต่ แต่ ไม่เอาเว้ย!! ” ลมสติแตกอย่างเห็นได้ชัดดูจากสีหน้าที่เริ่มควบคุมไม่ได้ “ กูไว้ใจมึง แต่ไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนี้!

                ชี้หน้าวินดี้อย่างเอาเรื่อง เธอก็ปิดปากสะอื้นตกใจกลัวทันที “ ดี้ ไม่เคยคิดไม่ดีกับพี่ฝุ่นเลยนะคะ พี่เข้าใจผิด ”

                “ เชื่อใจคนที่ขับรถชนน้องกูก็บ้าแล้ว!!

                คลื่นเสียงดังอีกระลอกเบี่ยงเป้าหมายใหม่ไปที่วินดี้ที่หน้าซีด...

                เสียงใครสักคนดังขึ้น “ เฮ้ย ที่รถชนหน้าสถาปัตย์วันก่อน... ”

                “ คนโดนชนเป็นธาราน้องพี่ลม ”

                “ คนขับชน น้องวินดี้เหรอวะ!

                ทุกคนในกองดูตื่นตระหนก ซึ่งไม่แปลกถ้าข่าวของผมจะถูกปิดเงียบ มหาลัยดังเกิดการรถชนนักศึกษาเข้าจะเอาหน้าไปไว้ไหนแถมยังตอนโดนชนมันก็เช้าชิบหายใครมันจะตื่นมาส่งงานแบบเด็กสถาปัตย์ คนรู้เรื่องเลยน้อยมาก แล้วยิ่งเด็กสถาปัตย์ที่งานเยอะเป็นพระราชวังก็ไม่มีเวลามาจับมือถืออัพโซเซี่ยล รถชนกันหรอก

                สายตาทุกคนเปลี่ยนไปเมื่อมองที่สาวเจ้า เธอก็รีบปล่อยโฮ... “ ดี้ไม่ได้ตั้งใจนะคะพี่ๆ คือดี้มองไม่เห็น ดี้ไปขอโทษธาราแล้ว เขาให้อภัยดี้ไม่ติดใจแล้วค่ะ ”


                หะ! กูให้อภัยตอนไหน!


                ถ้าไม่ติดขาแข้งหักอยู่คงลุกสะดุ้งตะโกนด่าสวนแน่ แต่ตอนนี้สภาพไม่ช่วยเหลือก็ได้แต่สงบเสงี่ยมเจียมสังขารนั่งถอนหายใจกับคนตอแหลเหี้ยๆที่ยังไม่หยุดสักที

                “ คนเราผิดพลาดกันได้ พวกพี่จะไม่ให้อภัยวินดี้กันเลยเหรอคะ ฮึก ” คนสวยกับน้ำตานี่มันของคู่กันให้ผู้ชายแท้แมนทั้งแท่งต้องใจอ่อน

                สตาฟก็เริ่มเปลี่ยนกระแส... “ เอ้าๆ เรื่องผ่านมาแล้ว ตอนนี้น้องธาราก็สบายดีแล้ว ”

                ผมตาโตก้มมองสภาพตัวเอง ...ปกติ? มึงให้เล็บขบหัวแม่ตีนดูรึไงวะ

                “ นั้นสิๆ เรามาซ้อมต่อเถอะ ” คนเริ่มเอนเอียงหันไปดึงสติผู้กำกับ “ ไอ้วิน ซ้อมละครเว้ย!

                “ ซ้อมบ้าอะไร กูยังเคลียร์กับเมียกูไม่เสร็จ! ” ลมมึงก็ยังเต็มปากเต็มคำกับสถานะนี้เหลือเกิน “ ฝุ่น กูขอนะ ไม่เล่นละครได้มั้ยวะ ”

                “ พี่ไม่เชื่อใจผมขนาดนี้เลยเหรอ ”

                “ เชื่อ แต่มันก็... ” ลมอึกอัก

                ไต้ฝุ่นส่ายหน้าแล้วตบไหล่พี่ลมเบาๆ “ อย่ากังวลเลยพี่ มันไม่มีอะไรทั้งนั้น เดี๋ยวผมทำแผลห้ามเลือดให้ก่อน พี่ลงไปนั่งพักนะ แผลฉีกหมดแล้ว ” ทำท่าจะประคองลงไปนั่งข้างล่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

                “ ถะ ถ้าพี่สองคนไม่ชอบใจ ดี้ ดี้ไม่เล่นละครแล้วก็ได้ค่ะ ” ปิดปากสะอื้นหนักจนน่าสงสาร

                ไอ้ผู้กำกับเบอร์สอง (ผัวกูต้องเบอร์หนึ่งเว้ย) “ ไม่ได้! พี่ไม่ยอมให้วินดี้เลิกเล่น ”

                “ แต่พี่นีออน... ”

                นีออนนิ่งคิดแล้วหันไปมองหน้าไอ้วิน “ ไอ้วิน มึงไปเล่นบทพระเอกเเทนไอ้ฝุ่นไป ”


                “ อย่า!!!


                ไม่ใช่แค่ลมกับไต้ฝุ่นที่ห้ามกลับกลายเป็นทั้งกองรีบส่งเสียงห้ามหน้าซีดเป็นทิวแถวเหมือนนีออนมันพูดอะไรที่จะทำให้นรกบังเกิดได้ขึ้นมาและมันก็เกิดขึ้นจริงๆ


                แกรบ...


                กระป๋องโค๊กที่ยังกินไม่หมดดีถูกบีบโดยไม่รู้ตัวน้ำที่ยังเหลือกระเด็นออกมาเล็กน้อยเปื้อนมือผม... จากนั้นค่อยเงยหน้านิ่งๆเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเหมือนได้ยินอะไรผิดไป

                “ เมื่อกี้บอกว่าใครจะเป็นพระเอก? ” ลืมแคะหูมา รู้สึกหูไม่ดี

                “ ไต้ฝุ่นเล่นเป็นพระเอกครับน้องอุ่น ” ลมรีบออกตัวยิ้มเหงื่อตกกระทุ้งศอกใส่คนข้างๆ “ ใช่มั้ยๆ ”

                ไต้ฝุ่นได้สติรีบพยักหน้า “ ใช่ๆ พี่ยังเล่นบทพระเอก ไอ้วินมันหน้าปลวกไม่เหมาะกับพระเอกหรอก ”

                “ งั้นเหรอ ” ผมหรี่ตาจิกทุกคนก่อนจะรีบแย่งกันพูด

                “ อู้ววว ไอ้วินมันแสดงห่วยบรมใครจะเอามาเล่นกันค่ะ!

                คนที่สอง “ ไอ้วินมันดีแค่กำกับชี้นิ้วสั่ง แค่ให้เล่นบทก้อนหินยังทำไม่ได้เลย จะเล่นบทพระเอกได้ไง!

                คนที่สาม “ โอ๊ยยย หน้าตาไปฟัดกับหมามาใครจะเอามาเป็นพระเอก ”

                “ หน้าตาไม่ได้ครึ่งไต้ฝุ่น เอามาแล้วเดี๋ยวตั๋วขายไม่ออก ” และอีกมากมาย

                “ หุบปากเลยพวกมึง ด่ากูขนาดนี้ เอาตีนมาเหยียบหน้ากันเลยมั้ย!

                วินแหกปากด่ากราดเอากระดาษม้วนเป็นแท่งแล้วชี้หน้าเอาเรื่อง

                “ พวกกูช่วยชีวิตมึงอยู่นะเว้ย หรือมึงอยากตายคาตีนเมียมึง ” เพื่อนสักคนที่น่าจะสนิทกับไอ้วินพอสมควรก็ยกบุญคุณมา “ เหยียบหน้ายังน้อยไปเลยเพื่อนมึงครับ ”

                “ มึงพูดแบบนี้ มึงว่ากูกลัวเมียเหรอ!! ” วินผู้ไม่ยอมเสียหน้า “ ใครกลัวมิทราบ โด่ เอาบทพระเอกมาเลย เดี่ยวเล่นเอง ”

                แย่งบทในมือเพื่อนรักอย่างไต้ฝุ่นมาอ่านพร้อมกับเสียงกระแอมเบาๆของผม

                “ แค่ก!

                วินก็มัวแต่ก้มหน้าไม่ดูตาม้าตาเรือว่าเสียงใคร “ ตีนติดคอรึไงวะ!

                “ มึงพูดกับใคร ”

                “ มึงนั่นแหละ!


                โป๊ก!


                กระป๋องพังๆปาเข้ากลางหัวคนพูดอย่างแม่นยำโค๊กที่เหลืออยู่น้อยนิดก็หกราดหน้ามันพอดีจริงๆ ส่วนผมก็นั่งมองมันด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม

                “ พูดอีกทีสิ วิน ”

                วินเงยหน้าขึ้นมาจ้องเขม็งแล้วตอบเสียงดังฟังชัดเพราะได้สติขึ้นมาบ้าง “ คนพูดวิ่งไปนู้นแล้วจ้ะ!!

                ทุกคนในกองพากันส่ายหน้า... ไม่กลัวเมียเลย ไม่เลยสักนิด ถุย!’

                “ แต่รู้สึกเสียงจะเหมือนมึงเลยนะ ”

                วินหัวเราะแห้งๆ “ สงสัยคนเสียงเหมือนจ้ะ ใครมันจะไปพูดจาโหดร้ายกับตัวเองได้ลงกัน ” มันรีบลงจากเวทีมาเกาะขาผม

                “ แล้วมึงจะเล่นบทพระเอก? ”

                ส่ายหน้าพรืดทำหน้าตกใจได้เนียนจริง “ ใคร๊ ใครมันพูด!! เค้าเป็นผู้กำกับค่ะ!

                “ อ้าวเหรอ ” ผมทำหน้าเหมือนจะไม่เชื่อ ดูว่ามันจะแถให้ไส้ทะลักมาเลยมั้ย

                วินหันไปตวาดใส่เพื่อนในกอง “ ใครหน้าไหนไปบอกอุ่นว่ากูจะเป็นพระเอก เดี๋ยวพ่อถีบปลิวเลย กูนี่ระดับผู้กำกับเว้ย ไม่เคยคิดจะเป็นพระเอก!!

                ทุกคน “ อ้อเหรอ!

                “ เออ! ” มั่นหน้ามั่นใจกว่าไอ้วินไม่มีอีกแล้วก่อนมันจะกลับมายิ้มให้ผม “ เห็นมั้ย เค้าไม่ได้เป็นพระเอก เพราะงั้นอุ่นไม่ต้องหึงแบบพี่ลมนะ ”

                “ หึงมึง กูไปไถนาแทนควายดีกว่า ” หมั่นไส้มากมั้ยตอนนี้ บอกเลย มาก!

                ยกมือกุมอกราวหัวใจสลาย “ ทำไมพูดกับผู้ชายของตัวเองอย่างเน้! เสียใจที่สุด! 

                “ ไสหัวไปทำงานไป! ” ถีบหัวไปที ยังเหลือข้างที่ใช้งานได้ก็จัดการถีบเข้าที่ไหล่แต่มันเสือกอยากได้สุพรรณหงส์กลิ้งไปสามสี่เมตรโอดโอยอีก

                “ เมียไม่รัก ช้ำใจเหลือเกินนนนน ” วินร้องโหยหวนทำใจไม่ได้ “ กูหัวใจสลายต้องการซ่อมแซม เลิกกอง ไม่ทำมันแล้ว เจอพรุ่งนี้สิบโมงห้ามเลท!!

                “ ห๊ะ! ” มองซ้ายมองขวาเอ๋อกินกันสิ

                “ เลิกๆ กลับบ้านเว้ย ไม่มีอารมณ์ซ้อม ไปซ้อมบทพูดกับตัวเองหน้ากระจกที่บ้านแทนแล้วกัน ” วินลุกขึ้นปัดเนื้อตัวหน้าบึ้งอารมณ์บูดแล้วหันไปหาไอ้พี่ลมกับไต้ฝุ่น “ ไอ้ฝุ่นก็ไม่มีใจจะทำงานแล้ว เมียมันเลือดเต็มเสื้อขนาดนั้น ไปโรงพยาบาลเว้ย ส่วนอุ่น เฮียจะพาไปกินเป็ดปักกิ่งราดซอสแดงนะ ทนหิวหน่อยนะครับ ”

                มันตัดใจเอาเองแล้วเดินกลับมาหาผมทั้งหน้าตึงๆในตอนแรกคงเพราะเจ็บหลังกลิ้งหลายตลบย เสือกเล่นใหญ่เอง มันเอารถเข็นมาแล้วประคองผมขึ้นนั่งเอาอินอินวางบนตักผมแล้วเข็นพาออกจากโรงละครดื้อๆ โดยมีไต้ฝุ่นประคองไอ้พี่ลมตามหลังมาติดๆ

                ปล่อยฉากหลังไว้ให้วุ่นวาย...

                “ เมื่อกี้...ไอ้วินบอกว่า ฝุ่นห่วงเมีย แสดงว่าพี่ลม...”

                “ อ้าว แต่พี่ลมบอกว่าไต้ฝุ่นเป็นเมียนะ ”

                “ แล้วพวกมึงคิดว่าใครเป็นเมียวะ ”

                “ คนหนึ่งก็เดือนมหาลัย หล่อบัดซบสูงโย่ง อีกคนก็หล่อเถื่อนชิบหาย ”

                “ กูเดาไม่ออกเลยวะ ”

                “ เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งกลับ มาช่วยกันแก้ปัญหาใหญ่ก่อนดิ๊ ”

                และก็ยังคงจับกลุ่มคุยกันวิเคราะห์นิสัยหน้าตายันบนเตียงสุมหัวกันไม่เลิกไม่ราเถียงเหมือนโต้วาทีด้วยหัวข้อ

                ไต้ฝุ่นเป็นเมีย หรือ ลมเป็นเมีย

                เอาสิ ฝ่ายไหนจะเถียงชนะ... ระหว่างที่ทุกคนเถียงกัน บรรดาแก๊งสาวเจ้าปัญหาก็พากันส่ายหน้าทำหน้าเซ็งเบ้ปากแล้วแอบออกจากโรงละครกลับบ้านปล่อยให้คนอื่นซุบซิบเม้าท์กันต่อ

                ระหว่างกำลังเถียงกันมันส์ก็มีคนบุกเข้ามาทำเอาวงแตกกระเจิงเลย


                “ ไอ้ลมไอ้อุ่น กูซื้อข้าวมาให้แล้วเว้ยยยย!


                ร่างสูงเดินหอบๆจะเข้ามาที่นั่งข้างหน้าที่ธาราเคยนั่ง...

                “  กูไปซื้อร้านโปรดพวกมึงเลยนะ โคตรนาน ไม่ต้องมาด่ากูเลยนะ หิวก็แดกไป ” เดลเอาแต่พูดๆไม่ลืมหูลืมตาจนมาถึงเก้าอี้ที่ว่างเปล่าและซากถุงขนม(เด็กเหี้ยกินแล้วไม่ทิ้งขยะ! ทุกคนอย่าทำตามนะคะ)

                “ ... ” นิ่งเงียบ...เหมือนสายลมพัดสติไปช้าๆ

                ผู้หญิงชื่อจีนเดินเข้ามาบอก “ ถ้าเป็นพี่ลมกับน้องธารา ออกไปกับวินแล้วค่ะ ”

                “ ไปไหน ” บอดี้การ์ดหนุ่มเหงื่อตก

                “ ไต้ฝุ่นว่าจะพาพี่ลมไปโรงพยาบาล ส่วนวินจะพาอุ่นไปกินข้าวข้างนอก ”

                เงียบ และเงียบ... ก่อนจะ...


                “ ไอ้เด็กบ้า!! ถ้าจะไปกินข้างนอกจะมาสั่งกูไปซื้อข้าวยันลาดพร้าวเพื่ออะไร หา!


                ฟาดงวงฟาดงาเต็มที่กำลังจะสะบัดกล่องข้าวทิ้งแต่มีคนมาคว้ามือไว้ก่อนพร้อมจับแน่น เดลก้มมองดูด้วยสีหงุดหงิดว่าอะไรวะ

                เป็นเด็กหนุ่มฝาแฝดหน้าตาไม่แตกต่างกันมากนักกับตรึงแขนคนโมโหร้ายคนละข้าง

                “ จับทำห่าอะไร ปล่อย ” ดุเข้มแต่มีหรือแฝดเด็กจะกลัว

                ยิ้มกว้างตาแป๋ว “ นี่ๆ ลุง ”

                “ ใครลุง!

                “ ขอกินลุงได้มั้ย ”

                “ !!

                “ เอ๊ย ขอกินข้าวที่ลุงซื้อมาได้มั้ยครับ ผมสองคนหิ๊วหิว : ) ” 


                เหมือนลุงจะโดนเด็กเต๊าะซะเเล้ว ว้าวว


          

                

อ่านสักนิดจะเดาทางได้(รึเปล่า)

ตอนนี้เฮฮาจิปาโกะไม่เครียด ขำๆฮาๆ 555555555 ดี้ก็คงเส้นความน่าตบ ส่วนเดล อุ๊ยตาย เด็กเต๊าะ ว้าวๆ โคเเก่กินหญ้าอ่อน หรือหญ้าอ่อนกินโคเเก่ เอาสิ... ส่วนฝุ่นลมก็... นั่นสิ ใครผัวใครเมียวะ 55555555555 อย่างที่พวกเขาวิเคราะห์กันคือรูปร่างทั้งคู่ไม่มีใครน่าจะเป็นรับได้เลยยยย วินก็ไม่เคยกลัวเมียเหมือนเดิม อุ่นเราก็เป็นที่น่ารักที่ทุกคนหลงเเละเกรงใจเหลือเกิน...


มองในความเป็นจริงเเล้ว คนเราก็ต้องมีสังคม เพื่อนฝูงเป็นสิบเป็นร้อย คนรู้จักอีกเป็นพัน วินก็ต้องมีสังคมของวิน อุ่นก็มีสังคมของอุ่น เเละตอนนี้ก็เหมือนเอาทุกคนมายำรวมมิตรกันจนไม่รู้จะฆ่าใครทิ้งก่อน ส่วนซีเขาไปกับ...เเล้ว โชคดีไปเเล้วค่ะ เย้! ซีไปไหนเดี๋ยวค่อยมาเฉลย



ช่วงนี้มาเเบบบหอยทากคลานนิสนึง สุขภาพคนเขียนก็ยิ่งกว่าสิบล้อทับ



เข้ามาเเล้วมาอินไปด้วยกันเเละบ้าไปกับคนเขียนกันเถ๊อะะะะะ  อย่าลืมคอมเม้นนะตัวเองงงงงง

ปล.ส่งท้าย.เรื่องนี้ไม่มีอะไรเเน่นอนหรือคงเส้นคงวา ถ้าจะให้คงที่คงเป็นความกวนบาทาของคนเขียนที่มีเพิ่มขึ้นทุกวัน (อย่าปามีดค่ะ! เเพง! เดี๋ยวไม่มีใช้! ) เราเป็นนิยายหักมุมตลบพลิกหลอกตาได้ตลอด อย่าไปเชื่ออะไรทั้งนั้น คนเขียนมันร้ายมากค่ะ! เเต่ท่องไว้ค่ะ


*** ถ้ารักถ้าชอบกันอย่าลืมกดเฟบคอมเม้นให้กำลังใจกันไว้นะคะ


ขอบคุณทุกคอมเม้นอีกเช่นเคย อ่านของทุกคนเน้อออ รักทุกคนนนน

อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจสักนิดน่าจะได้มีเเรงปั่นต่อ ขอบคุณมากๆค่ะที่ยังรอกัน 

ติดตามพูดคุยกันได้ที่เพจ เดือนพราย

ติดเเท็กนิยายพูดคุยในทวิตเตอร์ #พี่เทศน้องปัตย์ หรือ #นิเทศตัวร้ายกับสถาปัตย์อาร์ตัวพ่อ ได้สองเเท็กเลยยยย


ติดต่อจิกหัวคนเขียนโดยตรง : TW : @Phraipimmy_  ต้องมี _ ต่อท้าย y นะคะ

มาพูดคุยกันได้เน้อออ


                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 434 ครั้ง

315 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 เมษายน 2562 / 21:45
    อห เพื่อนไฟใช่ย่อย ลมจยย นะ วางกาวลง อุ่นใหญ่สุดแล้ว55555
    #10169
    0
  2. #10162 K_preem (@Malonna) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 02:58
    คือแฝดมันต้องร้ายทุกคู่แบบนี้มั้ยครับมึ๊งงง
    #10162
    0
  3. #10110 BLACKTAERs (@NTE1512EXO) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:36
    ทำไมแฝดมันร้ายงี้อ่าาาา555555555555
    #10110
    0
  4. #10099 SRP-WT (@SRP-WT) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 06:41
    #ทีมแฝดกับลุง55555
    #10099
    0
  5. #10062 mona (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 11:10

    ชอบแฝดกับลุงอ่ะ

    #10062
    0
  6. #10022 686814123new (@686814123new) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 15:24
    เฮ้ยยเดี๋ยวๆแฝดแสบกับลุงง.....5555+
    #10022
    0
  7. #9992 Pure2548 (@Pure2548) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 16:18
    อยากเปลี่ยนชื่อ วินดี้ เพราะชื่อ เหมือนวิน😂
    #9992
    0
  8. #9989 diizzpop2107 (@diizzpop2107) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 14:19

    แฝดกับลุง555

    #9989
    0
  9. #9963 Xakas (@nattarikaair9) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 16:29
    น่ารักมาก ยิ้มไม่หุบเลย อยากอ่านของเด็กแฝดกับเดลเลยย
    #9963
    0
  10. #9864 893901PK (@893901PK) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 19:56
    หัวเราะดังมากกกกกกก
    #9864
    0
  11. #9832 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 12:29

    ค่อยไม่เคลียด อุ่นก้อสุดโด่จิงๆ บอกนก เปนหมา ยังได้เลย 555
    #9832
    0
  12. #9754 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 23:57
    ลั่นตรงทุกคนพร้อมใจกันห้าม ขนาดลมหึงโหดอยู่ยังกลับคำเลย555555
    #9754
    0
  13. #9738 kratao (@kratao) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 01:54
    ขำตอนทุกคนบอกว่า "อย่า!!" เหนื่อลมยังมีน้ำอุ่น 5555
    #9738
    0
  14. #9726 joker555666 (@joker555666) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 21:57
    แฝดเดล หรือ เดลแฝด เดลแฝดทีเถ้อะะะะะ แง๊งงงงงงง
    #9726
    0
  15. #9669 paer_bl (@paer_bl) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 16:17
    แฝดฟรานก็มีแล้ว มีแฝดเดลอีกจะเป็นไรไป เนอะๆ
    #9669
    0
  16. #9608 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 19:11
    ใจเย็นนน55555555555
    #9608
    0
  17. #9561 Srnoey (@Srnoey) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 20:30
    เมียมาคุมกองงงงงง
    #9561
    0
  18. #9503 koy_incle (@orasa1732) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 13:10
    พี่ลมใจเย็นพี่5555
    #9503
    0
  19. #9468 UDiE47 (@UDiE47) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 12:22
    ลุงกับคู่เเฝด กรีสสสส5555
    #9468
    0
  20. #9413 milkysmile (@milkysmile) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 00:33
    ฮั่นแน่~~~~ลุงกับเด็กแฝด
    #9413
    0
  21. #9381 milking7727 (@milking7727) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 22:31
    เกลี้ยดพวกซีมากอ้ะจ้ะตอไปไหนค่ะ
    *เป็นนิยายที่สนุกมากน่าร้ากกกมากคนเขียนสู้ๆค้า55
    #9381
    0
  22. #9299 MapleMable (@MapleMable) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 10:02
    แฝดน้อยกับลุงเดลผู้โดนเต๊าะะะ
    #9299
    0
  23. #9268 Bbicdrjm (@Bbicdrjm) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 16:36
    กรี้ดดดดลุงกับน้องแฝดดดดดแงงงงน่ารักอ่าา
    #9268
    0
  24. #9115 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:50
    โอ้ยขำฮื่อออ คูาใหม่ก็มาฮาาา
    #9115
    0
  25. #8822 20uary (@sandkiki) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:07
    เป็นนิยายที่แต่ละตอนยาวมากค่ะ ยอมไรท์เตอร์เลยที่สามารถแต่งได้ขนาดนี้ แล้วแต่ละตอนก็ซีนอารมณ์มาเพียบบบ สนับสนุนนะคะ
    #8822
    0