[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 970,305 Views

  • 10,190 Comments

  • 30,021 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,746

    Overall
    970,305

ตอนที่ 31 : บทที่ 30 : ความชุลมุนยิ่งกว่าสงครามโลก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 421 ครั้ง
    1 ก.พ. 60

               

          

ตัวละครเยอะไปนิส อธิบายก่อน

พ่อเเม่สี่หน่อ = คุณสิงหราช คุณหยาดฟ้า

พ่อเเม่วิน = คุณไกรสร คุณวาเลนเซีย (พี่ชายชื่อวาฬ น้องชายชื่อเวียร์)

พ่อเเม่ไต้ฝุ่น = คุณเมฆา คุณศิรินาศ(น้องสาวเเม่ไต้ฝุ่น เเม่ฝุ่นตายเเล้ว) (ลูกคนเดียว)

พ่อเเม่พี่ปาย = คุณปิยะ คุณเอริน (พี่ชายชื่อปารีส)

พ่อเเม่เปลวเทียน = คุณเพลิงกัมปนาท คุณอัญญา (พี่ชายชื่อ เปลวเพลิง)

*** ตอนนี้อาการที่เเขนพิมดีขึ้นเเล้วนะคะกลับมาพิมพ์นิยายได้นานขึ้น เเต่ยังคงมาช้าในช่วงนี้เพราะเกิดเหตุ มีน้องเเมวจรจัดถูกรถชนมาหลบที่บ้านของพิมเมื่อวาน 8//1/60 พิมเลยไม่ได้มาอัพ เพราะมัวเเต่ดูเเมวอยู่ที่ รพ.สัตว์ ทำให้ตอนนี้ต้องวุ่นวายหาค่ารักษาหาเงินบริจาคให้น้องเเมว 

พิมเลยได้จัด โปรเจค วินอุ่น ดินปาย ช่วยน้องเเมว ขึ้น 

อ่านนิยายกันก่อนนะคะเเล้วค่อยอ่านรายละเอียดโปรเจคครั้งนี้  อย่าลืมโปรเจคช่วยเเมวนะคะ กระจายข่าวต่อได้ค่าา

***  อ่านขำๆหัวเราะกันเเล้วอย่าลืมเม้นให้เค้าด้วยนะ T^T จะได้มีกำลังใจปั่นต่อทุกวัน มาทุกวัน (เม้นหน่อยนะ กราบค่ะกราบ สักนิดให้รู้ว่าชอบไม่ชอบกันจะได้ปรับปรุงนะคะ มุกไม่ฮาจะได้เเก้ไขค่ะ อยากให้ทุกคนยิ้มได้ T0T) 

********************

บทที่ 30 : ความชุลมุนยิ่งกว่าสงครามโลก




                   หลังจากออกจากมหาลัย สถานที่แรกที่ต้องแวะไปก่อนเลยคือ โรงพยาบาล (รู้สึกช่วงนี้มาบ๊อยบ่อย) เอาไอ้ลมมาทำแผลใหม่ก่อน แล้วยังถูกหมอบ่นจนหูชาอีก เจ็บขนาดนี้ยังทำซ่าส์

                ระหว่างรอรับยาจ่ายเงิน...

                “ เพราะมึงนั่นแหละ ไอ้ฝุ่น!

                “ มันเกี่ยวกับผมตรงไหน พี่วู่วามเอง ”

                “ เพราะกูหึงไง!

                “ รู้ว่าหึง แต่ไปบบอกว่าผมเป็นเมียพี่ มันเสียหายนะครับ ”

                “ กูเป็นใคร เฮดว๊ากโคตรโหด เด็กวิศวะเห็นกูตั้งแต่สิบเมตรยังต้องหลีก มึงจะให้กูบอกว่ากูเป็นฝ่ายโดนกดรึไง!

                “ แล้วผมที่เป็นเดือนมหาลัย ไม่น่าอายกว่าเหรอครับ ”

                “ ไม่รู้ไม่ชี้เว้ย ”

                ผมกับไอ้วินนั่งฟังสองคนนี้ทะเลาะกันตั้งแต่บนรถยันทำแผลยันรอรับยา ไม่รู้มันจะเถียงกันไปถึงไหน ในมือผมกำลังถือกาแฟเย็นเข้มๆในตอนแรกมันก็เต็มแก้วนะ แต่รอคิวไอ้ลมจนมันเหลือแต่น้ำแข็งก้นแก้วแล้ว ข้าวกลางวันก็ยังไม่ได้กิน หิวจะแดกหัวคนได้แล้ว

                “ ทนหิวไหวมั้ย เอาขนมปังก่อนเปล่า ” คนข้างๆถามผมพลางอุ้มๆโยนๆอินอินเล่นไปด้วย

                ผมพยักหน้า “ อีกคิวเดียวก็จ่ายเงินแล้ว ทนไหวเว้ย กูไม่ได้เปราะบางขนาดนั้น ” อันนี้อยู่นิ่งๆไม่เป็น ปากหาเรื่องซวยจริงๆ

                “ คนเขาห่วง พูดดีๆเป็นมั้ย ” วินดุบ้างพลางดึงขนมหมาให้อินอินแทะเล่น

                ส่ายหน้า “ ไม่เป็น ”

                “ งั้นก็หัด ”

                “ ไม่จำเป็น ”

                “ บางทีก็อยากจะฟังอะไรหวานๆลื่นหู จะได้มีกำลังใจ ” เหลือบตามาจิกเหมือนผมผิดมาก

                ผมประชดค้อนวงใหญ่ “ เออ กูมันหยาบ กูมันไม่น่ารักแบบซีไง ”

                “ เฮ้ย มันผิดประเด็นแล้วปะอุ่น ”

                “ ใช่ซี้ กูมันเถื่อน กูมันโหด กูมันไม่น่ารัก ”

                เอาสิ ตอนแรกมีคู่เดียวที่ทะเลาะ ตอนนี้กลายเป็นสองคู่โดยมีหมาไม่รู้เรื่องรู้ราวหนึ่งตัวนั่งมองคนกำลังเถียงกันเอาเป็นเอาตายจนพยาบาลต้องเข้ามาเมื่อถึงคิวรับยาจ่ายเงินแล้วยังไม่มีใครกระดิก

                “ ขอโทษนะคะ ญาติคุณวายุกรุณาไปชำระเงินที่... ”

                สี่คนหันไปตวาด “ ไม่เห็นรึไงเคลียร์กันอยู่ อย่าเพิ่งยุ่ง!

                เอ๋อไปสิคุณพยาบาล ผมกับไอ้วินแยกเขี้ยวใส่กันอย่างไม่ยอมจนในที่สุดไอ้วินต้องเป็นฝ่ายยอมขอโทษก่อน(อีกแล้ว) ผมจึงอ่อนลงแล้วหันไปเรียกไอ้ลมให้พักทะเลาะไปรับยาจ่ายเงินและค่อยกลับมาทะเลาะต่อ


                “ น้องกูขอไว้นะมึง เดี๋ยวกูกลับมาด่าต่อ รอกูก่อน ”


                ชี้หน้าฝากไว้แล้วเดินพรวดไปช่องจ่ายเงินปล่อยให้พวกคนกับหนึ่งหมาส่ายหน้ากับความบ้าบอไร้สติขั้นสุดของมัน บอกพักการด่า มันพักจริงๆ พอขึ้นรถมาก็ด่าต่อ จนผมทนไม่ไหวเอาอินอินโยนใส่หน้ามันให้ตะกุยหน้าแหกเลย มันถึงได้สงบปากลงแล้วมางุ้งงิ้งกับอินอินแทน

                นี่รึพี่กู... กูเครียด

                ว่าแล้วแกะถุงยาไอ้ลมหายาแก้ปวดกิน รู้สึกมันจะแก้ปวดแผล แต่ผมปวดหัวน่าจะแทนๆกันได้ ก็กรอกปากไปกลืนลงไปทั้งที่ไม่มีน้ำนั้นแหละ ขมลิ้นเป็นบ้า

                “ ถึงแล้ว ร้านอาหารจีน ” รถหรูเลี้ยวเข้ามาจอดในที่จอดรถของร้านซึ่งมันเป็นดินหักเลี้ยวทีฝุ่นกระจาย ไม่กลัวรถเลอะเลย

                ลมแหวใส่ “ ไหนมึงบอกจะพาไปภัตตาคารอาหารจีน ”

                “ นาทีนี้ ร้านไหนก็กินได้หมดเว้ย หิว! ” ผมไม่ปล่อยให้สองคนนี้ตีกันหรอก รีบบอกความต้องการตัวเอง พวกมันก็รีบเปิดประตูลงไปเอารถเข็นมาอุ้มผมลงแล้วรีบพาเข้าร้าน...ก๋วยเตี๋ยวเป็ดชามยักษ์ใหญ่วิ่งไล่ยักษ์เล็กแสนอร่อยที่สุดในสามโล๊กกกก... ชื่อร้านอย่างเฟี้ยว

                “ กินอะไรดี ” ไต้ฝุ่นถามขึ้นเมื่อมานั่งโต๊ะกันเรียบร้อย หยิบปากกากับกระดาษให้จดเมนูเอง

                ลมเบ้ปาก “ ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กต้มยำโครงกระดูกคนเจ้าชู้ชาม ”

                “ พี่ว่าใครเจ้าชู้ ” ไต้ฝุ่นก็ดูจะมีอารมณ์ไม่น้อย อารมณ์โมโหไม่ใช่หื่น อย่าคิดไกลๆ

                “ ไม่ได้พูดชื่อ ร้อนตัวทำไมวะ ”

                “ ผมกับดี้ไม่มีอะไรทั้งนั้น ”

                “ ใครจะไปรู้ อยู่คณะเดียวกันอีก เหอะ ” ลมมันหึงทีก็เป็นไอ้เหี้ยที่ไม่ฟังห่าอะไร ไต้ฝุ่นถอนหายใจแล้วก้มลงเขียนเมนูไป ถามผมกับไอ้วินต่อ ผมก็สั่งไปสองชามปกติที่ผมกิน

                รอไม่นานนักก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ยักษ์กินสามคนไม่หมดก็ถูกวางตรงหน้าผมสองชาม... ซีดสิครับพี่น้อง... ไอ้วินเห็นผมหน้าซีดก็ขำก๊ากใหญ่ยกมืออุ่นมาลูบหลังผม

                “ กินให้หมดนะคร้าบ หิวแล้วต้องกินให้เกลี้ยงงง ” กวนตีน!

                ปากมุบมิบด่ามันแล้วใช้มือขวาพยายามคีบใช้ตะเกียบแต่มันก็ลำบากเพราะมือเดียวไง คีบได้ก็ร่วง คีบอีกก็ร่วงอีก จนไอ้สามีแห่งชาติของผมทนดูไม่ได้ดึงชามไปตัดๆเส้นให้ขาดใช้ช้อนตักให้พอดีคำแล้วจ่อปาก...

                “ กูกินเองได้ ” หลบตาหลบหน้ามุดโต๊ะได้มั้ย

                “ ชาตินี้ก็ไม่เสร็จอ่ะเมีย ” วินกลอกตาเบื่อๆแล้วกระตุกแขนยิกๆ “ อ้าปากดิ เร็วๆ ”

                “ เออๆๆ ”

                รับหูรับตาอ้าปากรับคำมาแล้วหลับตาเคี้ยวๆกลืนทั้งที่หน้าร้อนฉ่า นี่มันนอกสถานที่ปะวะ แล้วคนก็แน่นร้านยังจะมาออกสื่อให้ชาวบ้านมองอีก มันมีทั้งสายตาชื่นชมกับสายตารังเกียจ ของมันแน่อยู่แล้ว ผู้ชายตัวโตๆมานั่งป้อนก๋วยเตี๋ยวกันน่าชมมากมาย

                กินไปกันเงียบๆ ดูสงครามระหว่างพี่ผมกับไต้ฝุ่นจะจบลง(สักที) มันก็กลับมาคุยกันดีต่อ กินไปได้ครึ่งชามเสียงโทรศัพท์พร้อมระบบสั่นระดับแปดริกเตอร์โต๊ะถล่มจากไอโฟนพังแหล่มิพังแหล่ของไอ้วิน มันวางช้อนตะเกียบลงชามผมแล้วกดรับสาย

                “ สวัสดีครับ ” มันเงียบไปนิดนึงก่อนจะพูดต่อ “ ครับว่าไงครับคุณน้า เอ๊ย คุณแม่ ”

                ผมชะงักมือถือตะเกียบกำลังจะจิ้มลูกชิ้นหมู...

                “ ครับ น้องอุ่นกำลังทานข้าวกลางวันครับ เอ๊ย ข้าวบ่ายแก่ครับ แหะๆ ” วินพูดเสียงงนุ่มทุ้มชวนฟัง “ นั่งอยู่ข้างๆผมนี่แหละครับ จะคุยกับน้องอุ่น ครับๆ ”

                “ แม่กูเหรอ ” ผมถามพลางดื่มน้ำแก้คอแห้ง

“ ใช่แล้ว เอาไป ”และมันก็ยื่นไอโฟนแตกร้าวมาให้...แนบหูไปไฟจะช็อตมั้ยวะ

หยิบตะเกียบจิ้มลูกชิ้นเข้าปาก “ ฮัลโหล ว่าไงครับแม่ ”

( น้องอุ่นเหรอลูก คืองี้นะคะ ตอนนี้แม่อยู่บ้านแล้วพร้อมน้องดินและก็น้องไฟด้วย )

ผมเป็นงง “ ไหนบอกจะให้พวกมันนอนอยู่โรงพยาบาลก่อนไงแม่ ”

( พอดีน้องดินกับน้องไฟร้องไห้อยากกลับบ้าน คิดถึงข้าวฝีมือแม่ อยากนอนกับแม่ แม่เลยสงสารเลยจัดการย้ายออกมาพักที่บ้าน )

ในหัวผมคือ...ตอแหลทั้งพี่ทั้งน้อง แม่ก็เชื่ออีก ให้ตายดิ!

“ แล้วยังไงต่อครับ ”

เสียงฟังดูสดใสจนตาขวาเริ่มกระตุก ( เพราะงั้นวันนี้เป็นวันดีที่เราจะได้อยู่ครบหน้าครบตา แม่เลยจะจัดปาร์ตี้ขึ้น!! )

“ ฟังดูน่าตื่นเต้นนะครับ ” ปกติ แม่ก็จัดเป็นว่าเล่นอยู่แล้ว บ้านผมจะมีวันรวมนัดกินข้าวที่บ้านพร้อมหน้าพร้อตากันทุกเดือน “ แต่นี่ไม่ใช่วันครอบครัวของเรา จะจัดทำไมครับ ”

(ไม่ตื่นเต้นได้ไงคะลูก แม่นี่ตื่นเต้นสุดๆจนไม่รู้จะใส่ชุดอะไรดีเลย ทำหน้ายังไง พูดยังไง โอ๊ย ตื่นเต้น ) แม่รัวพูดจนลืมหายใจ

ผมรีบปรามก่อนคุณนายจะขาดลมหายใจไปก่อน “ แม่ค่อยๆพูด ผมไม่หนีไปไหน ”

( นอกจากจะฉลองพวกลูกออกจากโรงพยาบาลแล้ว อ้อ หนูเทียนก็ย้ายมาพักที่บ้านเราเหมือนกันลูก ) แม่ว่าเสียงสดใสไม่เลิก ( แถมวันนี้แม่ยังติดต่อไปที่บ้านของน้องปาย น้องวิน แล้วก็น้องไต้ฝุ่น เชิญคุณพ่อคุณแม่เขามาทานมื้อเย็นร่วมปาร์ตี้กัน ใช่ๆ ลืมไม่ได้เลย บ้านหนูเทียนด้วย! )

ตะเกียบหลุดมือสิน้ำที่ซดไปก็กระจายเต็มพร้อมเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ยังไม่ทันได้กลืน ยกแขนเสื้อถูๆปากแล้วร้องหน้าตื่นจนอีกสามคนถึงกับงง

“ แม่ทำอะไร ไปเชิญง่ายๆแบบนั้นใครจะมา ”

แม่ถามกลับไม่เข้าใจ ( เขาบอกยินดีมากๆเลยนะที่จะมาบ้านเรา )

“ จะให้เขามาฆ่าถึงบ้านรึไง จะเชิญมาทำไม!

( ก็มาคุยเรื่องพวกลูกๆให้ถูกต้องไงคะ แม่ทำอะไรผิดแค่ทำให้ถูกต้อง เห็นเด็กๆรักกันก็ต้องเปิดเผยให้ผู้ใหญ่รับรู้ทั้งสองฝ่ายสิ )

ไมเกรนขึ้นทันควัน...

“ ทำไมอยู่ๆถึงเพี้ยนขึ้นมาจัดงานบ้าๆขึ้นมาแบบนี้ครับแม่ ” ปกติแม่จะไม่ค่อยเชิญใครมาบ้าน จะจัดงานก็โรงแรมมากกว่า “ คิดว่าจะไม่มีปัญหาตามมารึไง ”

เช่นพ่อแม่อีกฝ่ายไม่ยอมรับ เกิดตัดขาดตัดกองมรดกแบบละคร จะทำไง!

แม่หัวเราะเสียงใส ( ไม่มีปัญหา! เพราะน้องปายบอกแม่แล้วว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ )

“ พี่ปาย? ” ผมทวนชื่ออีกครั้ง “ คำถามเดียวเลยนะ ...ใครเป็นคนต้นคิดจัดงาน ”

(น้องปายอยู่แล้ว ไอเดียดีๆแบบนี้ แม่ยังคิดไม่ถึงเลย แต่น้องปายคิดได้ แม่ปลื้มสุดๆ ) ดูท่าจะชอบมาก (น้องเขาขอจัดเพื่อความสนิทสนมของทุกครอบครัว อยากให้คุณพ่อคุณเเม่ตัวเองเจอกับบ้านเราด้วย เป็นเด็กที่มีความคิดดีจริงๆ แถมน่ารักมากๆเลย ดินดินช่างโชคดีอะไรเเบบนี้ โอ๊ย น้ำตาเเม่จะไหล )

ผมกัดฟันกรอดๆฟังแม่บรรยายความดีเลิศพี่ปายอยู่แล้วหันไปพูดกับวิน...

“ เดี๋ยวก่อนกลับ กูซื้อโทรศัพท์ให้ใหม่ ”

(ฮัลโหลๆ น้องอุ่น ฟังอยู่มั้ยคะ คือแม่ทำถูกต้องแล้ว... )


จ๋อม~


ไอโฟนเกือบพังและมันก็ได้พังสนิทเมื่อผมโยนมันลงใส่ชามก๋วยเตี๋ยว ไอโฟนจมลงไปก้นชามเป็นการบ่งบอกถึง...การดับสูญ ตายสนิท ซื้อใหม่ได้

“ เกิดอะไรขึ้นอุ่น ” ลมถามอย่างระแวงเพราะสีหน้าผมแทบจะล้มโต๊ะแล้วถ้าไม่ติดว่าเจ็บตัวอยู่

ผมตะคอกเต็มไปด้วยความโมโห “ ก็ไอ้พี่ปายน่ะสิ เกิดบ้าอะไรไม่รู้จัดงานที่บ้านเรา แล้วเชิญพ่อแม่ตัวเอง บ้านพี่ไต้ฝุ่น แล้วก็บ้านมึงไอ้วิน แถมไอ้เทียนอีก เชิญมาทำความรู้จักเพื่อความสนิทสนม!! ทำบ้าอะไรของมัน รู้ว่าบ้า แต่บ้าให้มีลิมิตหน่อย! ”

ลมตาค้าง “ จะบ้าเหรอ! เอามาให้บ้านแตกรึไง แล้วไอ้ปายมันสมองกลวงรึไงวะ คิดอะไรตื้นๆแบบนี้! ”

“ มันก็น่าจะรู้อยู่ว่าพ่อเรา ไม่ชอบหน้าพ่อไอ้พี่ปาย เเละพ่อมันก็ไม่ชอบพ่อเรา ”

ผมถึงกับเอาหัวทิ้งลงโต๊ะด้วยความหมดอาลัย เตรียมหาบ้านใหม่อยู่ดีกว่าเพราะมันน่าจะพินาศไปกว่าครึ่งแน่ๆ...

วินถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “ ทำไม? พ่อมึงกับพ่อพี่ปายไม่ชอบหน้ากัน? ”

“ ไม่ใช่แค่ไม่ชอบหน้า ” ลมตอบเสียงละเหี่ยใจ “ เกลียดกันชนิดไม่เผาผีกันเลยมากกว่า! ” มันคิดแล้วก็กุมขมับเครียดตามผม

“ อุ่น พี่ว่าเรารีบไปขนเงินแล้วไปซื้อบ้านใหม่เตรียมไว้ก่อนดีมั้ย ”

ผมพยักหน้า “ ดีเลย กูรู้รหัสเซฟทุกตู้ในบ้าน บ้านแถวๆชานเมืองก็น่าสน ไปอยู่นู้นดีกว่า ”

" งั้นรีบกิน รีบไปขนของหนีเถอะ " ลมพูดจบก็รีบสวาปามก๋วยเตี๋ยวตรงหน้าอย่างไว

ไต้ฝุ่นอดไม่ได้ที่จะแทรก “ คือ ขอทราบสาเหตุที่พ่อพี่ปายกับพ่อพี่ไม่ถูกกันหน่อยได้มั้ยครับ ”

ผมกับลมถอนหายใจเฮือกแล้วเริ่มต้นพูด...เรื่องค่อนข้างจะ...เฮ้อ


“ สมัยเรียน พ่อไอ้ปายแอบรักแม่กู”

“ แต่แม่กูเสือกไปรักไอ้พ่อประสาทกลับแทน ”

“ สองคนนั้นเลยเกิดคดีเพื่อนรักหักเหลี่ยมขึ้น ”


ไต้ฝุ่นกับวินนั่งฟังแล้วก็ลูบคางคิด...


“ งั้นเรื่องระหว่างพี่ปายกับไอ้เชี่ยดินคงจะ... ”


ผมกับลมส่ายหน้า


“ เลิกหวังเถอะ! ไม่ยอมให้คบกันแน่!

งานนี้นรกแตกจริงๆแน่เเท้ เอาหัวไอ้วินเป็นประกันครับ



******************ต่อเด้อ



               หลังจากกินก๋วยเตี๋ยวจนหมดก็มานั่งเครียดต่อ...

                ลมเขี่ยผักในชามด้วยสีหน้าเซ็งๆ “ บ้านแตกแน่ บ้านแตกแน่ ” มันพูดวนแบบนี้มาสิบรอบได้แล้ว

                “ กูรู้แล้ว มึงไม่ต้องย้ำ!

 ผมปาตะเกียบใส่หัวพี่ชายแล้วบอกให้เช็กบิลเตรียมไปห้างซื้อโทรศัพท์ใหม่ทั้งผม ไอ้ลมแล้วก็ล่าสุดของไอ้วินที่จมอยู่ในชามก๋วยเตี๋ยว

                แต่ก็เป็นอันยกเลิกไปเพราะไต้ฝุ่นได้รับโทรศัพท์จากที่บ้านให้รีบกลับ(ทั้งรถมีอยู่เครื่องเดียวที่รอด) วางสายไป เวียร์ก็โทรเข้าเครื่องไต้ฝุ่นต่อทันทีบอกให้วินรีบกลับบ้าน

                วินเลยต้องวนรถกลับไปส่งผมกับไอ้ลมที่บ้านก่อน... โดยมียักษ์หน้าเหี้ยมในชุดสูทยุ่งๆยืนตีหน้าบึ้งหน้ารออยู่ประตูบ้านกระดิกเท้าสามทีด้วย...

                “ สวัสดีครับคุณพ่อ ” เปิดประตูรถออกมาก็กวนตีนทันที วินยิ้มให้พ่อผม แล้วเดินไปเอารถเข็นมา

                พ่อยิ่งแยกเขี้ยวไปอีก “ ฉันมีลูกสี่คน อย่าสะเออะ ” แย่งรถเข็นจากวินแล้วมาเปิดประตูประคอองผมลงอย่างเบามือ

                “ เป็นไงบ้างครับน้องอุ่น วันนี้เหนื่อยมากใช่มั้ย มันดูแลไม่ดีใช่มั้ย เพราะงั้นพรุ่งนี้อยู่บ้านกับพ่อดีกว่านะ ไม่ต้องไปไหนแล้ว ” สีหน้ายิ้มแย้มเบิกบานพลางเข็นรถพาผมเข้าบ้านไม่สนใจไอ้วินหรือไต้ฝุ่นเลย

                “ พ่อ สนใจหน่อย มันไหว้พ่อนะ ” ลมเอ่ยเสียงเข้มเรียกพ่อให้หันไปสนใจไต้ฝุ่นที่ยืนไหว้สวยแต่พ่อเมิน

                สะบัดหน้าไปแล้วหันกลับในเสี้ยววิ ถามจริง คอเคล็ดมั้ยครับ “ พอใจยัง หันไปแล้ว แกก็เข้าบ้านไปพักซะเจ้าลม ”

                “ งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เจอกันนะครับ ” วินทิ้งท้ายยิ้มๆ พาให้พ่อชะงักเท้าแล้วหันกลับไปมองหน้า

                “ ใครเชิญแก ไม่ต้องมาเว้ย ”

                “ ฉันเชิญเอง มีปัญหารึไงคุณ ”

                เสียงคนกุมอำนาจตัวจริงเดินออกมาพร้อมเดินไปรับอินอินจากอ้อมแขนวิน “ เอาอินอินไว้ที่บ้านแม่นี่แหละ เดี๋ยวแม่ดูเอง ตอนนี้แม่ออกมาพักดูแลเจ้าสี่คนนี้แล้ว พักงานบริษัทเเล้วลูก ”

                “ สวัสดีครับคุณแม่ ” ไอ้สองคนนี้ก็ทำคะแนนเหลือเกิน

                ไต้ฝุ่นเอ่ยถาม “ เรื่องเย็นนี้... ”

                “ อ้อ ปาร์ตี้เหรอจ๊ะ ประมาณหกโมงครับลูก ” แม่ผมตอบไปอย่างเบิกบานใจลูบหัวอินอินไปด้วย “ ลูกสองคนกลับไปอาบน้ำอาบท่าที่บ้านก่อน จะได้สดชื่น อย่าลืมพาคุณพ่อคุณแม่มาด้วยนะ ปาร์ตี้จะได้สนุก ”

                “ เหอๆ สนุกแน่ ”

                ผมพูดเบาๆกับตัวเองนั่งเท้าคางสายตาเบื่อๆมองไปก็เห็นไอ้วินมองนิ่งก็ยกมือโบกไล่ไม่พูดอะไร มันคลี่ยิ้มแล้วยักไหล่เป็นการตอบกลับ

                ผมกับมันไม่จำเป็นที่ต้องมาบอกลาหวานเลี่ยน... แบบ 

                “ พี่ ผมกลับก่อนนะ ”

                “ เออ ”

                “ อย่าเพิ่งซ่าส์นะ แผลเพิ่งทำมาใหม่ ”

                “ รู้แล้วๆ กลับไปได้แล้ว ”

                “ ห่วงนะครับ ”

                “ กลับบ้านไป๊!

                ดูมันยืนส่งตาละห้อยอีก ตามไปบ้านเขาเลยมั้ยมึง ย้ายบ้านเลยมั้ย... แม่ที่อยู่ใกล้ๆก็เข้าไปกระแซะตัวเล่นล้อเลียน

                “ เด็กสมัยนี้ ห่างกันนิดเดียวจะเป็นจะตาย  ”

                ลมหูแดงขึ้นมา “ อะไรของแม่ ไม่จริงสักหน่อย ”  แล้วมันก็เดินสะบัดตูดหนีขึ้นบ้านไป

                แม่หัวเราะคิกคักกระชับอินอินที่เคลิ้มหลับไปแล้วก่อนจะหันมาคุยกับผม...

                “ แม่เตรียมพุดดิ้งของโปรดน้องอุ่นไว้ด้วย อยากกินมั้ยครับ ”

                ผมพยักหน้าเป็นคำตอบ แล้วเเม่ก็หันไปตีเเขนพ่อรัวๆๆ

“ คุณๆๆ เมื่อกี้เห็นหน้าน้องลมมั้ยคะ ดูจะรักน้องไต้ฝุ่นม๊ากมากเลย ตาหวานซึ้งมาก ”

“ คุณตาฝาดแล้ว ไปเช็คสายตาใหม่เถอะ เจ้าลมไม่มีทางทำตาอ่อนตาหวาน!

“ ก็เมื่อกี้ลูกทำ คุณนั่นแหละตาบอด ไปรักษาตาไป๊!

“ อ้าว คุณหญิง มาแช่งสามีตัวเองแบบนี้จะดีเหรอครับ ”

“ เบื่อจะคุยกับคุณเป็นบ้า ” แม่ส่ายหน้าเหมือนเหนื่อยใจ “ เดี๋ยวแม่ไปเอาของหวานให้นะครับ พาลูกไปเรือนกระจกไป น้องไฟน้องดินแล้วก็หนูเทียนก็อยู่นู้น ”

คล้อยหลังแม่ไปพ่อก็มุบมิบบ่นด่าลับหลังอย่างมาดแมน หลังจากนั้นค่อยพาผมไปทางเรือนกระจกหลังบ้านสวนพรรณไม้ขนาดใหญ่จัดสวนข้างในอย่างสวยงามเป็นที่จิบชาทานของหวานยามบ่ายของแม่และเป็นที่ปาร์ตี้น้ำชาของคุณหญิงคุณนายเวลามาบ้าน  เมื่อไปถึงกลางเรือนก็เจอพี่น้องผมสองหน่อกับเพื่อนอีกหนึ่งกำลังนั่งกินขนมกันอยู่

                “ โอ๊ะ พี่อุ่นกลับมาแล้ว! ” ไฟสังเกตเห็นเป็นคนแรก ก่อนดินจะหันมามองตามด้วยสีหน้าดีใจ

                “ อุ่นจ๋า ทำไมมาช้าจัง เฮียรอจนเหงือกแห้งแล้วแห้งอีก ”

                ผมตอบไป “ ใครใช้ให้รอ ” สเตปเย็นชากับพี่น้องยังคงเส้นคงวา

                “ ถ้าไม่อิ่มก็เรียกแม่บ้านนะเด็กๆ ” พ่อพาผมมาส่งเสร็จก็หนีขึ้นบ้านไปทำงานต่อ

ผมถอนหายใจทิ้งไปเล็กน้อยแล้วหันไปหาไอ้เทียน “ แล้วมึงมาได้ไง ”

                “ พี่ชินมาส่ง ” มันตอบพลางตักขนมหวานเข้าปาก

                ดินหันไปส่ายหน้าเบะปาก “ เลิกเรียกว่าพี่ชินเถอะ อายุจะสามสิบแล้ว เรียกลุง! ขอเถอะ เรียกพี่เเล้วมันจั๊กจี้ 

                 " มึงนี่ก็เสือกเรื่องเขาจริง " ไฟว่าพลางกินขนมไป 

                “ แต่พี่ชินให้เรียกพี่นี่น่า ” เปลวเทียนเถียงทั้งที่ขนมเต็มปาก “ ถ้าไม่เรียกพี่ เดี๋ยวเขาไม่ซื้อพระรุ่นใหม่รุ่นล่าสุดของผมกันพอดี ”

                ไฟทำหน้าเอือม “ เมื่อไหร่พี่จะเลิกขายสักที ผมฟังมาตอนนี้จะสิบปีแล้ว ”

                “ เอ้า มันเป็นกิจการบ้านผมนี่ครับคุณน้องไฟ ” เทียนมุ่ยหน้าไม่คุยด้วย “ แล้วอุ่นเป็นไงบ้าง ”

                “ ยังไม่ตาย ครบสามสิบสอง ” พูดได้ไม่ดูสภาพ ผมใช้มือข้างขวาตักพุดดิ้งของไอ้ไฟมากินระหว่างรอจานของผม

                เปลวเทียนส่ายหน้า “ มึงน่าจะเช่าพระจากกู บางทีมึงอาจจะสภาพดีกว่านี้นะ ”

                “ แค่ไหล่หลุด ไม่กี่อาทิตย์ก็หาย ทำกายภาพบำบัด ” กลืนพุดดิ้งลงคอ “ ส่วนขาก็สามเดือนก็น่าจะเดินได้ปกติ ”

                “ แต่ยังต้องทำกายภาพบำบัดเป็นปีๆนะอุ่น  ” ไอ้ดินผู้เรียนหมอมาก็รีบลากเข้าวิชาการ “ ไหล่หลุด ใช้เวลารักษา... ”

                ไฟยืดตัวไปตักเค้กคำโตยัดปากคุณหมอ “ กูรำคาญ ขี้เกียจฟัง ”

                “ ไอ้อ้องเอี้ย! ” เค้กเต็มปากก็ยังด่าได้

                ไฟทำหน้ากวนตีนเอียงหู “ อะไรนะ อะไรวะ ไอ้ดินเหี้ยเหรอ ” ผมหัวเราะเล็กน้อยกับความกวนติงของน้องชาย และสงครามก็ต้องหยุดลงเมื่อ...


                “ มาแล้วๆ ขนมมาเพิ่มแล้วเด็กๆ ”


                “ อ้อ พี่ดิน ครีมติดแก้มครับ ไฟเช็ดให้ ” พลิกจากหน้าตีนเป็นหลังตีนทันที เอ๊ะ หรือหลังตีนเป็นหน้ามือ นั้นแหละคล้ายๆกัน

                ไฟหยิบทิชชูบนโต๊ะเช็ดหน้าให้ไอ้ดินทะนุถนอม

                “ น้องไฟกินเค้กมั้ย อร่อยมาก มาๆ เฮียป้อนครับ ” ดินเองก็ไม่แพ้กันตักเค้กคำโตยัดปากน้องคืน

                “ พี่น้องบ้านนี้น่ารักกันจริงๆ เฮ้อ แม่ปลื้มจัง ”

                แม่ผู้ไม่รู้อะไรก็ทำหน้าดีใจยกจานพุดดิ้งสูตรพิเศษของแม่วางตรงหน้าผมแล้วก็ยกถาดพายสับปะรดนับสิบชิ้นวางกลางโต๊ะ แม่ผมเก่งเรื่องทำขนมหวานสุดๆทำให้พวกผมสี่คนค่อนข้างชอบกินขนมหวาน แต่ส่วนใหญ่ก็พากันกลับมากินที่บ้านเพราะไม่มีร้านไหนสู้ฝีมือแม่ได้แล้ว

                ข้าวที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่บ้าน เพราะงั้นขนมที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าที่บ้าน

                พอวางขนมเพิ่มเสร็จก็เดินไปนั่งที่ว่างระหว่างเปลวเทียนกับไอ้ไฟ คุณหญิงรินน้ำชาหอมๆขึ้นจิบแล้วชวนคุยเรื่องไร้สาระ

                “ แล้วนี่พวกลูกเคยเจอบ้านพ่อแม่แฟนของลูกยัง ”

                “ แค่กๆๆ ” พร้อมใจกันไอเป็นวัณโรคทันที

                ผมตั้งสติได้ก่อนเลยทำไม่รู้ไม่ชี้ “ เจอทำไม ผมกับไอ้วิน...ไม่ได้เป็นอะไรกันครับ ”

                รอยยิ้มไม่น่ามองเสียเลย “ พอดีแม่เจอของดีใต้เตียงลูกหนึ่งชิ้นด้วยครับน้องอุ่น ”

                “ ก็ไม่มีอะไร...ครับ ” ยัดพุดดิ้งเข้าปากไม่สาวความต่อ แม่ก็หัวเราะรู้ทันเมื่อสีหน้าผมมันแดงเถือกเป็นมะเขือเทศ แม่แกล้งผมเสร็จก็ไปหาไอ้ดินต่อ

                “ แล้วน้องดินเจอบ้านน้องปายยังคะ ” เปลี่ยนเป้าหมาย

                “ แม่ก็น่าจะรู้ว่าพี่ปายเป็นลูกใคร เจอหน้าเขาก็เอาปืนยิงหัวผมสิ ” ดินเหลือบตามองแม่ที่ดูผิวเผินคือนางฟ้างดงามใจดีแต่จริงแล้วนางมารตัวฉกาจเลยต่างหาก “ ผมก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเจอบ้านนั้นด้วย ไม่ได้เป็นอะไรกัน ”

                “ แต่ปกติน้องดินเวลาไม่ชอบใครก็เงียบถอยห่างไม่ใช่เหรอคะ แต่แม่ได้ข่าวมาว่าอยู่คอนโดด้วยกัน ” แม่ทำตาใสซื่อยกแก้วชาจิบสบายอารมณ์

                ดินเสียงดังขึ้นเล็กน้อย “ มันบอกโดนพ่อไล่ออกจากบ้าน น้องอุ่นให้มาอยู่คอนโดผม พี่ปายเป็นสายรหัสของน้องอุ่นครับแม่ ”

                “ โอ๊ะ บังเอิญดีจังเลย ”

                “ เพราะงั้นผมไม่มีอะไรกับไอ้พี่ปายทั้งนั้นครับแม่ ” กัดฟันตอบสุดๆ ดูจากอารมณ์แล้วคงสุดจะทน แม่ก็เล่นหูเล่นตาพยักหน้าเชื่อไปงั้นแล้วไปหาตัวดีของบ้าน

                ไฟโพล่งขึ้นก่อน “ ผมกับไอ้เตี้ยไม่ได้เป็นอะไรกันครับแม่!

                “ แม่ยังไม่ได้ถามเลย ” ทำหน้างงได้เนียนมากแต่ก็เห็นแอบเหยียดยิ้ม “ แม่จะถามว่าไม่ลองชิมพายสูตรใหม่ของแม่เหรอ ”

                “ งะ งั้นเหรอครับ ” ปล่อยไก่ตัวใหญ่เลยสิ มันรีบคว้าชิ้นพายยัดปากยังไม่ทันเคี้ยวเลยแต่มันเสือกบอก “ โห อร่อยมากเลยแม่ อร่อยโคตร ไฟไม่เคยกินอะไรอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย ”

                “ งั้นก็กินเยอะๆนะ ” ยิ้มหวานเชื่อมก่อนจะหันไปหาเปลวเทียน “ แล้วหนูเทียนเป็นไง ขนมอร่อยมั้ย ”

                “ อร่อยมากครับ ”

                “ แล้วนี่ชินไปไหน ”

                “ บอกว่าจะไปรับพ่อแม่กับพี่ชายผมครับ ”

                “ อ้อ ” แม่พยักหน้ารับรู้เพราะพ่อแม่เปลวเทียนอยู่อีกจังหวัด ง่ายๆคือตอนนี้ไอ้อาชินกินเด็กกำลังขับรถข้ามจังหวัดไปรับพ่อตาแม่ยายพี่เมียกันเลยทีเดียว ...ความลงทุนนี่มัน...

                “ นี่ก็ใกล้จะหกโมงแล้วเด็กๆกินเสร็จก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวกันนะ ” แม่วางแก้วชาลง “ สภาพนี้กว่าจะแต่งตัวกันเสร็จ นานแน่ๆ ”

                “ แล้วแม่จะไปไหนครับ ” ไฟเงยหน้าจากพายสับปะรด

                “ ไปเตรียมอาหารสำหรับปาร์ตี้คืนนี้ไงครับ จัดตรงสวนหน้าบ้านเลย ” แม่ดูจะตั้งตารอสุดๆ “ แม่ไปดูก่อนแล้วกันว่าจัดโต๊ะกันไปถึงไหนแล้ว ”

                “ เดี๋ยวแม่... ” ผมจะเรียกรั้งแต่ก็ไม่ทัน คุณนายช่างไวเหลือเกิน

                พ้นหลังแม่ก็เปิดฉากสงครามต่อ...

                “ ถุย ไม่ได้เป็นอะไรกัน กูเห็นมึงไปวนเวียนแถวตึกบริหารบ่อยๆ ” ดินแขวะน้องไม่พอปาทิชชูใส่หน้า

                “ มึงกินอยู่นอนกับเขาเลย ไม่เป็นอะไรกันเลยเนอะ!! ” กัดได้เจ็บ

                “ เออ หน้าแบบนั้นใครเอาเมียลง ”

                “ เออ เตี้ยแบบนั้นหน้าอกก็แบน ใครจะเอา ”

                ผมกับเปลวเทียนยกน้ำเปล่าขึ้นดื่มแล้วพูด “ จะรอดูนะ ”

                หลังจากนั้นก็ปล่อยสองคนให้เถียงกันไป แม่บ้านที่รออยู่ห่างๆก็เดินเข้ามาพาผมกับเพื่อนออกจากเรือนกระจกเพื่อกลับขึ้นห้องบนบ้าน

                ตอนนี้ห้องรับแขกชั้นล่างทั้งหมดถูกใช้เป็นห้องพวกผมทั้งหมดเพราะสภาพขาหักกันทุกคน จะขึ้นบันไดไปห้องตัวเองก็ลำบากเกิน ผมเข้าห้องไปก็มีพ่อบ้านเตรียมน้ำอุ่นในอ่างรออยู่แล้ว...

                เป็นอย่างที่แม่คาดไว้ว่าผมจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเล่นก็ปาไปชั่วโมงกว่า ออกมาฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว

                “ กี่โมงแล้ว ” ถามไอ้เดลที่ตอนนี้กลายมาเป็นคนเข็นรถพาผมไปทั่วบ้าน

                เสียงบึ้งตึง “ จะหกโมงแล้ว ”

                “ มึงยังงอนพวกกูไม่เลิกอีกเหรอวะ แค่ทิ้งไว้ที่มหาลัย ” ถามขณะที่เดลพาผมลงมาทางเดินหน้าบ้าน มองดูบรรดาคนใช้แม่บ้านเอาโต๊ะเอาไฟมาวางทั่วสวน พ่อครัวแม่ครัวก็เดินสวนจนจะเหยียบหัวกันแล้ว

                “ ไม่ใช่เว้ย ไม่ใช่ตุ๊ดที่จะมางอนเรื่องขี้เล็บ ”

                “ แล้วมึงหงุดหงิดอะไร ตั้งแต่กลับมาก็เห็นหัวเสีย ” ผมชอบสังเกตคนนะ แบบเงียบๆ ใส่ใจแต่ไม่แสดงออก

                มันเงียบไปอย่างน่าสงสัย  “ ไม่มีอะไร มีแมวมาเหยียบเท้า ”

                “ แมวที่ไหน ” ขมวดคิ้วงงๆ

                “ มหาลัยพวกมึงนั่นแหละ ”  เดลตอบเสียงขุ่นยิ่งกว่าน้ำในโคลน “ เด็กบ้า เด็กเหี้ยแม่ง รำคาญ ”

                หูตึงขึ้นมา “ มึงว่าไงนะ ”

                “ คุณหนูอุ่นครับ มีรถมาบ้านแล้วครับ ” แหลทั้งบ้านยันบอดี้การ์ดครับ

                “ ก็ไปเปิดประตูสิ ”

                “ หน้าที่กู? ”

                “ ไม่ใช่ หน้าที่ยามหน้าบ้าน ”

                “ แล้วใช้กูเพื่อ? ”

                “ สนุก ”

                เดลทำหน้าอยากจะขย้ำคอผมก่อนจะพาผมไปแถวสวนที่มีแม่อุ้มอินอินชี้นิ้วสั่งงานอยู่ แล้วตัวมันก็วิ่งไปเปิดประตูรั้วให้รถหรูสองคันเข้ามา

                “ ไงน้องอุ่น ชอบมั้ย ” แม่ถามผมแล้วมองไปยังสวนเรียบๆถูกเนรมิตให้สวยหรูเหมือนงานโรงแรมมาเอง

                พยักหน้าไม่ใส่ใจ “ ก็สวยครับ ”

                “ แล้วตอนนี้แม่ดูดียังคะลูก ” หันตัวหมุนตัวให้ผมดู แม่อยู่ในชุดเดรสคลุมเข่าสบายๆสีน้ำเงินเข้มติดเข็มกลัดเพชรรูปหงส์บนอกซ้ายผมยาวถูกม้วนเก็บโชว์ลำคอขาวผ่องมีสร้อยเพชรประดับอีก...

                “ จัดเต็มไปมั้ย ” เพชรดูแล้วนั่นมันชุดใหญ่โคตรเพชรเลย งัดมาใช้แบบนี้เลยเหรอ

                “ เบาๆค่ะลูก ” ยิ้มให้ผมแล้วหันไปทางโรงจอดรถที่ตอนนี้เดลกำลังเดินนำคนกลุ่มหนึ่งมา... “ อุ๊ยๆ มากันแล้ว ”

                แม่รีบเข้าไปรับหน้าเลย...

                ผมมองดูอยู่ข้างหลังเป็นบ้านไต้ฝุ่นกับไอ้วิน...

                “ สวัสดีค่ะ คุณไกรสร คุณหญิงวาเลนเซีย ” หันไปไหว้สวัสดีบ้านไอ้วินก่อนแล้วไปทักทายกับบ้านไต้ฝุ่นต่อ “ ยินดีมากเลยนะคะที่คุณเมฆา กับคุณหญิงศิรินาศมาตามคำเชิญของดิฉันนะคะ ”

                “ พวกเราเคยพบกันบ่อยๆ แต่ยังไม่ได้มีโอกาสคุยกันสักที วันนี้เห็นเป็นโอกาสเลยมาค่ะ ต้องขอบคุณที่คุณหญิงหยาดฟ้าเชิญเรามานะคะ ” คนที่ชื่อศิรินาศแม่ของพี่ไต้ฝุ่นยิ้มตอบ แล้วก็ทักทายกับบ้านวินอย่างสนิทสนม

                “ พอดีพวกเราสองบ้านสนิทสนมกันมานาน เจ้าฝุ่นกับเจ้าวินเป็นเพื่อนรักกันเลยทำให้ครอบครัวเราสนิทกันมากค่ะ ” คุณหญิงวาเลนเซียตอบให้

                แม่ผมยิ้มร่า “ อีกไม่นานก็คงสนิทกันมากกว่านี้แล้วค่ะ ”

                และสามคุณนายก็หัวเราะอย่างรู้ๆกัน

                “ ไหนตาวิน น้องอุ่นที่หนูพูดถึง อยู่ไหน ” แม่วินเริ่มแหละ วินที่วันนี้มาในมาดหนุ่มเจ้าสำราญดูหล่อขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย (ถ้าหน้าผมไม่ยับ ผมหล่อกว่าชัวร์)

                วินยิ้มกริ่มแล้วจูงมือแม่ตัวเองมาทางผม “ นี่ไงครับ น้องอุ่นของผมเอง ”

                “ ตายแล้ว สภาพหนูหนักกว่าที่แม่คิดอีกนะคะ ตอนที่แม่ได้ข่าวว่าหนูถูกรถชน แม่ตกใจแทบแย่ ตาวินกลับบ้านมาหน้าซึมจะเป็นจะตาย ” แม่ของไอ้วินดูอ่อนโยนสวยสง่าเธอลูบมือผมเบาๆสีหน้าเป็นห่วงจับใจ

                วินสะกิดไหล่แม่ “ แม่ๆ ไม่ต้องพูดเยอะ ผมอาย ”

                “ อายทำไมเล่า ”

                “ นู้นๆ แม่ไปสนใจไอ้เด็กเปรตนู้นดีกว่า มันกำลังจีบน้องเวียร์นะ! ” วินชี้ข้ามหัวผมไป ผมมองตามก็เห็นไอ้ไฟกำลังปิ้งบาร์บีคิวเล่น... เขายังไม่เริ่มปาร์ตี้กัน แต่มึงกินก่อนแล้ว เจ้าบ้านที่ดีมากมึง

                “ จริงเหรอ แม่ขอไปดูหน้าสักหน่อยนะคะ ” แล้วเธอก็ผละจากผมไปทักทายไอ้ไฟที่ตกใจเกือบทำบาร์บีคิวหลุดมือ ดูจากสีหน้าไอ้ไฟที่เหมือนอมขี้อยู่คงได้ฟังอะไรที่ลื่นหูสุดๆ (ประชด)

                “ แล้วคุณสิงหราชไม่อยู่เหรอครับ ” เสียงพ่อของไต้ฝุ่นดังขึ้น ดูแล้วมันเย็นๆเรียบๆสยองแปลกๆ ง่ายๆ กูขนลุก แต่หน้าตาต้องยอมรับ ไต้ฝุ่นได้พ่อมาเต็มๆเลย

                แม่ผมพยักหน้า “ กำลังเคลียร์เอกสารสำคัญอยู่เล็กน้อย อีกครู่ก็คงลงมา เชิญนั่งกันก่อนดีกว่านะคะ ยืนคุยแล้วมันเมื่อย ”

                “ เอกสารคงสำคัญมากเลยนะครับ ” พ่อไอ้วินยิ้มๆเหมือนรู้อีก แล้วพากันไปนั่งที่โต๊ะจิบไวน์คุยกันตามประสาผู้ใหญ่ ฝั่งพ่อก็ดูจะปรึกษาธุรกิจ ฝั่งแม่ก็ดูจะออกรสออกชาติกับการแต่งตัวการท่องเที่ยวช้อปปิ้ง

                ไม่นานนักพ่อผมในชุดหล่อดูดีออร่ากระจายก็เดินลงมาที่สวน “ สวัสดีครับคุณไกรสร คุณเมฆา ไม่เจอกันนานเลยนะครับ ”

                “ ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนก่อนที่งานเลี้ยงวันเกิดคุณหญิงประไพสินะที่เจอกัน ” พ่อไต้ฝุ่นเหมือนจะยั้งเชิง

                พ่อวินเสริม “ คงจะใช่แหละ เราต่างไม่ค่อยมีเวลามาคุยกันเลย วันนี้เป็นวันที่ดีจริงๆเลยนะ  ”

                “ ผมก็คิดแบบนั้นครับ ” พ่อผมนั่งลงข้างแม่แล้วเริ่มแนะนำลูกๆ “ บ้านเรามีลูกชายสี่คน พวกคุณอาจจะไม่ค่อยเจอ ผมไม่ได้พาเข้างานสังคมสักเท่าไหร่ ...คนโตเจ้าลม คุณเมฆาคงจะเจอกันแล้ว ”

                “ เป็นเด็กที่เหมาะกับลูกของผมมากเลยครับ ” ยิ้มเย็นเหลือเกิน นี่กูอยู่ท่ามกลางสงครามประสาทจิตวิทยารึไงวะ

                “ คนที่สองเป็นน้องดินผมสีดำสนิท คนที่กำลังแย่งไม้บาร์บีคิวอยู่นั้น...น้องไฟ ลูกชายคนเล็ก ”

แม่วินแทรกขึ้นมา “ น้องไฟก็น่ารักมากนะคะ แต่...ยกให้ง่ายๆคงไม่ได้นะคะ  ”

“ เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกันดีกว่านะคะ เด็กๆอยู่เต็มเลย ไม่พูดค่ะๆ ” แม่ผมว่างั้นแล้วหัวเราะคิกคักกันอีกเเล้ว

รู้สึกอึดอัดเหลือเกิน...

“ ส่วนคนนี้ครับคุณไกรสร น้องน้ำอุ่น ลูกรักสุดหวงของบ้านเรา ” พ่อดูจะเน้นกับคำว่าสุดรักสุดหวงเหลือเกิน

พ่อวินจิบไวน์แล้วยิ้ม “ ก็น่าหวงอยู่นะครับ หน้าตาสวยถอดแบบมาจากคุณหญิงเลย ” หันไปทางแม่ผมที่กำลังตั้งวงเม้าท์ชมรมแม่บ้านไม่ได้สนใจอะไร " ลูกชายผมก็อย่างที่คุณเห็น สามคน คงรู้จักแล้วสอง เจ้าวาฬคนโตไปอยู่ทำงานเมืองนอก " 

" โห ผมเป็นเพื่อนสนิทไม่เห้นรู้เลยว่าคุณมีลูกชายสามคน ผมนึกว่าสองซะอีก " คุณเมฆาก็มิใช่ย่อย

และผมผู้ซึ่งอยู่ตรงกลาง ...ซีกขวาเป็นพ่อซีกซ้ายเป็นแม่...


ใครก็ได้เอากูออกไปจากตรงนี้ที!

         

             ได้ดั่งใจคิดรถเข็นถูกเข็นออกจากวงสนทนาที่จะกินเลือดกินเนื้อกันโดยคนพาออกมาใช่ใครที่ไหนถ้าไม่ใช่ไอ้วิน มันพาผมมาร่วมๆกลุ่มกับทุกคน ที่เมามัวกับการปิ้งบาร์บีคิว

                “จริงสิ ตาวาฬๆ ไปหยิบกระเช้าผลไม้ในรถมาให้แม่ทีสิ ”

                “ อะไรครับ ผมกำลังกินอยู่นะ ” พี่วาฬกำลังจะงับบาร์บีคิวว่าเสียงฉุนวางจานตัวเองลงแล้วเดินไปที่รถก่อนไปยังมีหน้ามาสะบัดโค๊ตขนสัตว์หมีขาวแท้ใส่หน้าพวกผมอีก

                “ เวียร์ ถามจริง เฮียมึงไม่ร้อนบ้างเหรอ ” ดินกระซิบถามจริงๆมันก็ดังทั้งวงแหละ

                เวียร์พลิกไม้บาร์บีคิวบนเตาแล้วตอบนิ่งๆ “ มันยังไม่มีสติแยกแยะว่านี่ประเทศไทยไม่ใช่เกาหลี ”

                “ ทำงานอะไรเหรอ ” ลมถามบ้างเคี้ยวพริกหยวกที่ไต้ฝุ่นไม่กินก็หยิบมากินเเทนอย่างเอร็ดอร่อย

                “ หลักๆครูสอนเต้น มันสนใจด้านแฟชั่นด้วยบางทีก็ดูแลคอสตูมเรื่องชุดเสื้อผ้าดารานักแสดง ตอนนี้มันกลับมาทำที่ไทยแล้ว ผมก็หวังว่าละครบ้านเราคงไม่พินาศ ” เสียงน้องเวียร์ช่างราบเรียบเหลือเกินเเละน้องก็ปิ้งบาร์บีคิวต่อไม่สนใจใคร

                ให้กำลังใจพี่ตัวเองดิบดี

                “ จะพินาศได้ไง มีผู้กำกับมือทองอยู่ตรงนี้! ” วินตบอกตัวเอง ยืดครับยืด

                ลมแย้ง “ แต่วันนี้พอมึงหงุดหงิดสั่งเลิกกองไม่มีสาเหตุ แบบนี้เหรอผู้กำกับมือทอง ” เสียงหัวเราะเยาะเย้ยมาก “ มือเน่าๆห่วยๆสิไม่ว่า ”

                “ เดี๋ยวลองผมทำละครเวทีเรื่องนี้เสร็จ พี่จะอึ้ง ”

                “ เออ ถ้ามีฉากจูบ กูเก็บมาต่อยมึงแล้วกัน ” ลมคาดโทษไว้

                วินว่าด้วยความสบายใจ “ พอดีมันไม่มีจูบจริง เราใช้แค่มุม แต่ถ้าไอ้ไต้ฝุ่นเกิดอยากจูบเอง ผมไม่รู้เรื่องครับ ”

                “ ไอ้เวรนี่ กูอยู่เงียบๆ ยังหาเรื่องให้กูอีก ” ไต้ฝุ่นหน้าบูดโยนไม้บาร์บีคิวใส่เพื่อน

                “ จริงสิ แล้วพี่ปายล่ะ ” วินถามเมื่อมองไปรอบๆสวน

                “ ไม่ต้องมาก็ดี  ”ดินส่ายหน้า “ ...มันบอกว่าจะมาช้า ไปรับพี่ที่สนามบินก่อน ”

                “ ฮั่นน่อวววว ” ทุกคนพร้อมใจมาก 

                 ดินเหวี่ยงกลบเขิน “ น่อวหาส้นตีนกันเหรอครับ!

                ไฟรีบแขวะเมื่อโอกาสทองมา “ ไหนบอกไม่สนใจเขาไงงง แล้วนี่มันอาร้ายยย ”

                “ หุบปากแล้วย่างบาร์บีคิวไป!

                “ โอ๊ะ พูดถึงก็มาพอดีเลยครับ ” ไต้ฝุ่นชี้ไปยังรถสองคันใหม่ที่เข้ามาจอด

                คันแรกที่เข้ามาเป็นรถของอาชินคนที่ลงมาเป็นพี่เปลวเพลิงหัวสีเพลิงสุด เจาะหูสักขึ้นมาถึงคอเลยหน้าตาผิดกับไอ้เปลวเทียนสุดๆ แล้วยังมีแม่คนสวยกับพ่อคมเข้มชายไทยแท้หน้าดุมาแต่ไกลแต่ด้วยความสูงทำให้มองยังไงก็ยังดูหนุมดูแข็งแรง อยากถามจัง ใช้คาถาหน้าเด็กกันเหรอบ้านนี้

                อีกคันคงเป็นของพี่ปาย... พวกผมคนที่รู้เรื่องอยู่แล้วเรื่องระหว่างพ่อผมกับพ่อพี่ปายพากันผวาไป...


                “ น้องปายคนงามมาแล้ววววว คนงามขอยกมือไหว้บ่าวเหนือบ่าวใต้ สวัสดีครับบบบบ” 


               พี่ปายวิ่งนำมาแต่ไกลหยุดลงที่หัวโต๊ะในชุด...สุภาพ ด้วยชุดนอนแฟนตาซีสิงโตแถมสวมฮู้ดฟูๆขนรอบคอ แต่อยากถามพี่ว่า...สิงโตบ้านพี่มันผสมพันธุ์กับม้าลายรึไงครับ แล้วลายสลับยังเป็นสีเขียวแดงสะท้อนแสงเรืองแสงอีก...

                บรรดาแม่ๆก็ตกใจกัน ไม่ตกใจสิแปลก...

                “ สวัสดีครับคุณลุงคุณป้าคุณแม่คุณอาคุณน้าคุณพ่อ ผมชื่อปาย เป็นแฟนของดินดินนะครับ ฝากตัวด้วยครับ! ” ไหว้อย่างงดงาม

                เปิดตัวกินขาดเสมอ...

                แม่ผมได้สติก่อนก็ลุกไปกอดพี่ปาย “ นี่ๆคุณหญิงๆ ลูกสะใภ้อีกคนค่ะ น่ารักใช่มั้ยคะ ดูสิค่ะ ”

                “ น้องปาย แม่บอกแล้วไงค่ะให้รอก่อน ” เสียงใสดังตามมาจากข้างหน้าเป็นผู้หญิงรุ่นๆแม่นี่แหละหน้าตาออกไปทางน่ารักจิ้มลิ้มเด็กๆกว่าหน่อย “ ต้องขอโทษด้วยนะคะ น้องเขาค่อนข้างลั้ลล้าเกินเหตุค่ะ ” ยิ้มอ่อนใจแล้วยกมือที่เต็มไปด้วยเพชรสวัสดีไหว้งามดั่งนางสาวไทยมาเอง “ สวัสดีคุณพี่ทุกคนด้วยนะคะ ได้เจอกันสักทีนะคะ ดีใจที่คุณพี่หยาดฟ้าเชิญน้องมาร่วมงาน ”

                “ ก็เรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะนี่จ้ะ ใช่มั้ยคะทุกคน ”  พยักหน้าแล้วยิ้มหัวเราะมีเลศนัย... ผมกลัวนะเฮ้ย

                แม่ผละจากพี่ปายแล้วพาแม่พี่ปายไปนั่งข้างแม่พี่ไต้ฝุ่น “ นั่งเลยค่ะคุณน้องเอริน ”

                “ เรียกรินเฉยๆก็ได้ค่ะ เดี๋ยวอีกหน่อยคงสนิทกันแล้ว เนอะพี่ๆ ”

                “ ฮ่าๆๆ นั้นสินะ ”

                เสียงใสของสาวๆรุ่นใหญ่ดูอารมณ์ดีเหลือเกิน จนกระทั่งพ่อของพี่ปายเดินเข้ามาเท่านั้นแหละ...


                “ ไอ้ปิยะ!!!

                “ ไอ้สิง!!


                “ มึงมาอยู่นี่ได้ไง! / มึงมาอยู่นี่ได้ไง! ” สองคนส่งสายตาดุดเดือด

                พ่อผมพ่นลมหายใจแล้วพูดช้าๆ “ นี่บ้านกู มึงไสหัวกลับไปเลย ”

                “ เออ ถ้ารู้ว่าเป็นบ้านมึง กูไม่เสียเวลามาหรอก!

                “ เดี๋ยวก่อนสิค่ะ ทั้งคุณสิงและก็นาย...ปิยะ เป็นเพื่อนกันพูดกันให้ดีๆ ” แม่ผมพยายามทำให้สถานการณ์มันดีขึ้น

                แม่พี่ปายทำหน้างงๆ “ คุณพี่รู้จักสามีน้องด้วยเหรอคะ ”

                “ เป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยเรียนนะ คุณพี่เรียนมากับคุณสิงแล้วก็คุณปิยะ พวกเขาเป็นเพื่อนรัก... ”

                “ ไม่ใช่!! ” ประสานเสียงตอบเลยเว้ย

                “ อีตาบ้าพวกนี้ อยากมีเรื่องกับฉันรึไงวะ!! ” แม่ผมตบโต๊ะเท้าเอวเอาเรื่องจ้องสลับกัน “ รู้ใช่มั้ย ฟ้าโมโหเป็นยังไง ”

                พ่อพี่ปายดูจะหัวเสียไม่น้อยเเต่ก็ยอมเดินไปนั่งข้างๆพ่อผมที่เป็นเก้าอี้ว่าง แต...

                “ เอ่อ คุณไกรสรครับ ผมขอแลกที่นั่งได้มั้ยครับ พอดีเกลียดหน้าคนแถวนี้!

                “ กูไม่เกลียดหน้ามึงเลยเนาะ!

                “ ผมว่าทั้งคู่ใจเย็นๆดีกว่านะครับ เสียบรรยากาศหมด ” เมฆาว่ายิ้มเหี้ยมก่อนที่พ่อวินจะแลกเก้าอี้นั่งให้กับพ่อพี่ปาย ดูเป็นปาร์ตี้นองเลือดจริงๆ... 

                “ ดินดินนนน เค้ามาแล้ววว พอดีไปรับพี่มา มาช้าหน่อย คิดถึงเค้าใช่ม้า! ” คนไม่เคยดูสถานการณ์ใดๆแหวกวงเข้ามากอดไอ้ดินทันที

                “ ไม่ต้องมากอด! ” สะบัดอย่างขยะแขยง

                “ แล้วไหนพี่แกอ่ะ ” ลมถามพลางจิบเบียร์ไปด้วย

                พี่ปายทำหน้านึกก่อนจะร้องโอ๊ะ “ เมื่อกี้ไปเข้าห้องน้ำ มีคนหัวเขียวๆพาไป แล้วก็มีเดินตามไปอีกสามสี่คน มืดๆมองไม่เห็นไม่รู้จักอ่ะ ”

                น่าจะเป็นไอ้เดลที่พาพี่ของพี่ปายเเล้วก็พวกครอบครัวไอ้เทียนไปเข้าห้องน้ำเพราะนั่งรถมาหลายชั่วโมง ส่วนอาชินคาดว่าไปดูไอ้เทียนล่ะมั้งมันยังไม่ออกจากห้องมาเลย 

                “ นี่ตาวาฬมันไปหากระเช้าผลไม้ที่เกาหลีรึไงเนี่ย นานชะมัด ” เสียงแม่ไอ้วินดังขึ้น

                “ ผมได้ยินนะ!"  พี่วาฬหอบกระเช้ายักษ์สี่ห้าใบมาวางแล้วปาดเหงื่อซกหน้า"มันมีตั้งสามสี่ตะกร้า จะยกมาไหวได้ไงครับคุณหญิงแม่

                “ ของแค่นี้ไม่ตายค่ะลูก โค๊ตเสื้อก็ถอดเถอะลูกเห็นใจแม่นะ ” เกรงใจอากาศก็ดีนะครับ

                ส่ายหน้า “ มันเป็นแฟชั่น แม่ต้องเข้าใจ ” สำเนียงน่ากระโดดถีบปากมาก

                “ ขอโทษที่มาช้านะครับ ” อาชินมาพร้อมกับเทียนที่นั่งอยู่บนรถเข็น “ พอดีว่ารถมันติด...”


                “ ไอ้หมอผี!!

                “ อ้าว... ไอ้เมฆ นี่หว่า ยังไม่ตายอีกเหรอ อุตส่าห์เสกตะปูเข้าท้องขนาดนั้น

                “ กูดวงดีคนดี ไม่ตายง่ายๆเว้ย!

                “ อ่ะๆ อย่าอย่าชักปืนมาเลยครับ หนังเหนียวกันกระสุนได้ครับ ”

                “ แก๊!!

             

                  เอ๊ะ เดี๋ยว เฮ้ย...


                “ ไต้ฝุ่น พ่อมึงรู้จักกับพ่อเปลวเทียนเหรอ ” ลมถามขึ้นอย่างตกใจ

                “ ไม่ทราบครับ รู้แค่ว่าพ่อเคยโดนทำร้ายจากจอมขมังเวทย์ ” ไต้ฝุ่นเงียบ “ ไม่คิดว่าจะเป็นพ่อของน้องเปลวเทียนเลยครับ ”

                มันยังไม่ใช่แค่นั้นไง...


                “ ไอ้นักเต้นลามกบ้าแฟชั่น!!

                “ ไอ้สไตลิสต์วาดคิ้วไม่เท่ากัน!!!

                “ มึงมาทำอะไรที่ประเทศไทยห่ะ อ้อ เพราะเต้นซั่วๆเลยโดนไล่ออกสินะ!

                “ มึงก็คงวาดหน้าคนจนเละเลยโดนเด้งกลับมาไทยใช่มั้ย ไอ้ช่างแต่งหน้าวาดคิ้วไม่เท่ากัน!


                แล้วอันนี้คือ...


                พี่ปายทำหน้างงๆมองสลับกันแล้วพูดขึ้น

                “ พี่ปารีส รู้จักกับพี่วาฬด้วยเหรอ ”


                “ ไม่รู้จัก!!/ไม่รู้จัก!!

 


ผมกับลมมองหน้ากันแล้วพูดขึ้น...

“ ย้ายบ้านเถอะ ”

 

ปาร์ตี้นรกแตกของจริงสิครับท่าน... เพราะงั้น เอาหัวไอ้วินไปได้เลยครับ






***********************ต่ออ


                    สถานการณ์นี้เรียกว่า...ตัวใครตัวมันแล้วกันนะ

                แม่ผมมองตาปริบเห็นท่าไม่ดีก็เข้ามาเบรกศึกทุกอย่างด้วยน้ำเสียงร่าเริง...


                “ ฟ้าว่านะคะ... ”


                นั่นแหละแม่ ห้ามเลย ทำถูกเเล้วเรามันเจ้าบ้านต้องห้าม...


                “ เชิญคุณพี่ทั้งสาว กับคุณน้องไปนั่งคุยกันตามประสาสาวๆกันที่เรือนกระจก จิบไวน์กันดีกว่านะคะ ”

            

                   อ้าวเฮ้ย!!

                ผมถลึงตาใส่คุณนายของบ้านที่ลุกขึ้นชิ่งหนีก่อนเลย... ไม่ใช่แค่นั้นไง


                “ โอ๊ะ ได้ข่าวว่าบ้านคุณฟ้าต้นไม้หายากเยอะใช่มั้ยคะ อยากเห็นมากเลยค่ะ ” แม่วินก็เอากับเขาสิ

                แม่พี่ไต้ฝุ่นก็ไม่เว้น “ จิบไวน์ที่เรือนกระจกยามค่ำคืนคงดูดีนะคะ ”

                แม่ไอ้เทียนก็เข้าร่วม “ จำได้ว่ามาคราวก่อนดอกกล้วยไม้ยังไม่ออกดอกเลย ตอนนี้น่าจะออกแล้ว น้องว่าไปดูสักหน่อยก็ดีนะคะ ”

                “ น้องว่า ...เราไปกันเลยดีกว่าค่ะ ”

                และตบท้ายที่แม่พี่ปาย... และห้าสาวใหญ่ก็พาเดินจากไป...

                “ คุณน้า คุณน้ามาห้ามก่อน! ” ไต้ฝุ่นทำท่าจะวิ่งตามไปเรียก เอ๊ะ ทำไมเรียกน้า นั่นเเม่ไม่ใช่เหรอ งงเว้ย

                คุณนายศิรินาศหันมายิ้มน้อยๆ “ ไต้ฝุ่น อยู่กับพี่ลมไปก่อนนะคะ ”

                เดินสะบัดผมยาวตามคุณหญิงแม่ไปทางเรือนกระจก...  ทิ้งสงครามไว้ให้กับพวกผม...


                “ มึงอย่าอยู่เลย ” พ่อพี่ปาย

                พ่อบังเกิดเกล้าของผม “ มึงไสหัวออกจากบ้านกูไปเลย!

                “ มึงเป็นพวกเดียวกับมัน กูไม่ลูกกูคบ ไต้ฝุ่นกลับ! พ่อไต้ฝุ่น

                พ่อไอ้เทียน “ คุณสิงเขามีสติพอว่าจะเลือกข้างไหนต่างหากครับ ”

                “ มึงใจเย็นๆดิว่ะ ค่อยๆพูด อายเด็กมั้ย  ” พ่อไอ้วินช่าง...อืม ใจเย็นเกิน

                ทุกคน “ มึงไม่เกี่ยว อย่าเสือก!!

                “ วะ!! เอาปืนเลยมั้ย กูมี!! เอาให้ตายกันไปข้าง!


                ถอนคำพูด...พ่อไอ้วินไม่ได้ใจเย็นเลย


                หันไปอีกทาง...


                “ ประสาทกลับเหรอมึง ร้อนตับแตกมาใส่อะไรก็ไม่รู้ ”

                “ ทำไม เสื้อผ้ากู กูจะใส่ คิ้วมึงเนี่ยเมื่อไหร่จะวาดเท่ากัน ”

                “ คิ้วกู กูจะวาดยังไงก็ได้ปะ มึงเสือกคิ้วกู มึงดูคิ้วตัวเองยัง!


                พี่ไอ้วินกับพี่ไอ้พี่ปายก็ยังฟาดฟันชี้หน้าด่าไม่เลิก...

                พวกผมบรรดาลูกได้แต่มองตาปริบๆกันว่าจะเอาไง เสียงเปลวเทียนดังขึ้น...

                “ พี่เพลิง ไปห้ามพ่อหน่อย ”

                คนเป็นพี่ชายส่ายหน้า “ ไม่เอาด้วยหรอก ” ยักไหล่แล้วหันไปหาอาชิน “ ผมไปพักห้องไอ้เทียนนะ ง่วง ” เฮียแกชื่อเพลิงแต่ไม่ได้มีอารมณ์ร้อนแรงเหมือนเพลิงไฟที่ลุกโชนเลย เดินกลับเข้าบ้านไปทางห้องนอนรับแขกที่เทียนอยู่

                เมื่อใช้พี่ไม่ได้ก็... “ พี่ชิน เข้าไป... ”

                “ จริงสิเทียน พี่ได้พระจากเพื่อนมา ไม่รู้ว่าของปลอมรึเปล่า ไปดูให้ได้รึเปล่า ” ผู้ใหญ่ที่สุด ณ ตรงนี้ก็ยังพาเทียนหลบฉาก...

                “ อ้อ พระเหรอ เอาสิ! ผมจะดูให้!

                “ ดีมากเด็กดี ”

                และก็หายไปอีกสอง...

                “ เวียร์ วันนี้กูจะพูดดีกับมึง พากูไปที่อื่นนะ ” ไอ้ไฟวางบาร์บีคิวลงแล้วไปเขย่าแขนน้องเวียร  เห็นน้องถอนหายใจทีแล้วก็พูด

                คนถูกเรียกใช้วางของกินในมือลงแล้วจับรถเข็น “ บอกทางมา จะไปตรงไหน บ้านมึงไม่ใช่บ้านกู ”

                “ นู้นๆ ทางนู้น สระน้ำๆ ”

                “ วันนี้ยกให้วันแล้วกันไอ้เวร ” เวียร์บ่นแล้วพาไอ้ไฟหลบไปอีกทาง

                คนเป็นพี่ใหญ่ก็... “ ฝุ่น พี่มีของให้ดู ไปนั่งเล่นในบ้านเถอะ ”

                “ ผมก็มีเรื่องอยากปรึกษาพี่กะทันหันด้วย ” และมันก็จูงมือกันเข้าบ้าน

                ผมเงยหน้ามองไอ้วินแล้วยิ้มแหยให้มัน ส่วนมันก็ยิ้มให้ผมทำหน้าแบบไม่รู้ไม่ชี้...

                “ เชี่ยวิน ”

                แคะขี้หูมองไปทางอื่น “ วันนี้ท้องฟ้าดาวเยอะจัง ”

                “ วิน ” เสียงอ่อนลงอีกนิด

                “ นั่นดาวอะไรหว่า สว่างดีวุ้ย ”

                “ พากูเข้าบ้านหน่อย ” กัดฟันมองจิกมัน แต่ยังคงเหม่อมองท้องฟ้า

                “ เฮ้อ อยากฟังเสียงหวานๆ เพราะๆจังเลย ”

                ไอ้ห่า! มันพลิกวิกฤตตรงหน้าให้เป็นโอกาสทองสำหรับมัน คราวนี้มาฉีกยิ้มหน้าระรื่นแล้วถามเสียงใส

                “ ลองพูดเพราะๆสิ พี่วินงี้อ่ะ พาผม ไม่สิ พาอุ่นเข้าบ้านหน่อยนะ ” มันว่าไม่พอรีเควสเพิ่ม “ อย่าลืมน้ำเสียงอ้อนๆนะ ”

                “ อ้อนตีนสิมึง! ” ผมตวาดชี้หน้ามันสั่นๆ “ กูหายเมื่อไหร่ มึงเละแน่ ”

                วินเลิกคิ้ว “ แล้วตอนนี้? ”

                เบือนหน้าหนีเอาซะคอแทบหมุนสามร้อยหกสิบองศา...

                “ พี่วินครับ ” กัดฟันสุดเอาให้กรามร้าว “ พาอุ่นเข้าบ้านทีนะครับ...ขอร้อง ” แล้วค่อยๆหันหน้าไปหามันช้อนสายตาขึ้นสบตาคมที่นิ่งไป

                จ้องตาอยู่ครู่มันก็ยกมือขึ้นมาบีบจมูกผม “ ร้ายนะ ”

                “ หึ ”

                ใช่... มันก็แค่การแสดง ผมโคลงหัวอย่างพอใจเมื่อวินพาผมออกจากสมรภูมิรบได้สักที ปัญหาก็เหลืออยู่ที่อีกคู่...

                “ ดินดิน ว่าไง เขาไปกันหมดแล้ว ”

                “ ให้ตายผมก็ไม่ขอร้องพี่เว้ย ”

                “ งั้นอยู่ตรงนี้ไปเลย แบร่!

                “ เฮ้ยยย แล้วเอามาไว้กลางวงพ่อทำไมวะ!! ไอ้พี่ปายยย มึงกลับมา!

                “ เอ๋... มีอะไรกินบ้างน่า ”

                “ พี่ปายเว้ยยยยยยย ”

                สวนที่อุตส่าห์จัดมาอย่างดีตอนนี้ก็เอาเวทีมวยดีๆ ดีที่บ้านผมมีการจ้างบอดี้การ์ดไว้รอบเพื่อกันนักข่าวปาปารัสซี่ ถ้ามาเห็นสภาพผู้ใหญ่ผู้บริหารกำลังแลกหมัดซักเหวี่ยงกลิ้งกับพื้นคงไม่น่านับถือ ส่วนเดทก็มีหน้าที่ดีเหลือเกินช่วยเจ้านาย...เหรอ

                “ ฮัลโหล เออ มึงว่าใครจะชนะ พนันสามพัน กูเชียร์คุณเมฆา ”

                มันโทรไปพนันกับพวกเพื่อนบอดี้การ์ดมุมอื่นๆของบ้าน...

                บ้านผมมันก็อย่างที่เห็น...โรงพยาบาลบ้าดีๆนี่แหละ วินพาผมไปตามทางของบ้านไปยังห้องนอนรับแขก... ผมเห็นไอ้ไฟอยู่ที่สระน้ำ ส่วนไอ้ลมก็นั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เทียนก็ไปอยู่ห้องอาชิน พี่เพลิงยึดห้องเทียนไปแล้วนี่

                ปึง...

                เสียงปิดประตูดังเบาๆ แล้วมันค่อยพาผมขึ้นพยุงมานั่งบนเตียง...

                “ หิวมั้ย ”

                “ หิว ”

                “ งั้นรอแปบ ”

                แล้วมันเดินออกไปน่าจะผ่าวงสนามรบเพราะสารพัดอาหารก็อยู่ตรงสวนหมด รออยู่สิบนาทีประตูก็เปิดออกอีกครั้งวินมาพร้อมจานสองใบในมือกับไอ้เดลที่ถือแก้วน้ำกับยาเข้ามาให้ด้วย

                 “ สถานการณ์เป็นไง ” ผมถามพลางอ้าปากรับไส้กรอกร้อนๆจากส้อมที่ไอ้วินป้อน รู้สึกจะเป็นคนพิการขึ้นมาแล้ว เอะอะต้องป้อน แล้วผมก็เผลออ้าปากรับตลอดด้วยไง

                “ ก็ยังไม่จบ ดินมันก็อยู่กลางวง เอาออกมาไม่ได้ น่าสงสาร ”

                นั่นเสียงสงสารมึงเหรอครับ

                “ ไม่มีอะไรแล้วกูขอไปดูมวยก่อนเว้ย ”

                มาไวไปไวยิ่งกว่าทอร์นาโดพัดผ่าน...

                “ มึงไม่ห้ามหน่อยเหรอ ” ผมถามพลางเคี้ยวเส้นสปาเก็ตตี้เต็มปาก

                ยกไวน์องุ่นจิบนิดๆ “ เรื่องของผู้ใหญ่ ปล่อยไปเถอะ ต่อยก่อนสักยกเดียวคงมานั่งเจรจาเป็นพันธมิตรกันเองแหละ ” ว่าไปพลางดึงทิชชูมาเช็ดครีมซอสที่มุมปากผมเบาๆ

                “ เออ จะว่าไปทำไมไต้ฝุ่นเรียกแม่ว่าน้า ” ผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจและเพิ่งนึกได้ จริงๆก็ไม่ได้อยากเสือก แต่นั่นอนาคตว่าที่พี่เขยก็ต้องรับรู้เรื่องไว้บ้าง

                วินจิ้มม้วนสปาเก็ตตี้เข้าปากเคี้ยวก่อนจะพูด “ นั่นน้องสาวแม่มัน ”

                “ หมายความว่าไง ” งงกว่าเดิม

                “ แม่ไต้ฝุ่นตายตั้งแต่มันอายุสิบขวบได้ เหตุก็เพราะเรื่องธุรกิจ ” ลดเสียงลงนิด “ ธุรกิจด้านหลัง ”

                ผมพยักหน้าร้องอ้อเข้าใจ “ งั้นน้าคนนั้นแม่เลี้ยงเหรอ น้องสาวเมียตัวเองเนี่ยนะ ”

                “ ไม่ได้แต่งงานใหม่ แค่คำร้องขอสุดท้ายของแม่มันบอกให้ดูแลน้องสาวของเธอด้วย ได้ยินมาว่าแม่ของไต้ฝุ่นมีแค่น้องสาว ไม่มีญาติที่ไหน ”

                “ งี้เอง ” พยักหน้าเข้าใจและสงสารเบาๆ เฮ้อ พี่กูไปอยู่กับคนอันตรายแบบนี้จะตายก่อนวัยมั้ย ไม่สิ... มันจะไปฆ่าใครตายบ้าง

                “ กินยาได้แล้ว ถ้าอิ่ม ” วินที่ยังกินไม่อิ่มก็จ้องผมที่นั่งพิงเตียงคิดอะไรเงียบๆ

                “ เออๆ ” เพราะมันไม่มีมือว่างหยิบ ผมเลยต้องขยับตัวไปเพื่อหยิบยาตรงหัวเตียงแต่เพราะร่างกายไม่เป็นอย่างที่ต้องการเกิดพลาดหน้าทิ่มหลับตาแน่นเพราะคงต้องกระแทกพื้นแข็งชัวร์...

                เสียงเหนือหัวบ่น “ จะกินยาก็บอกสิครับ ”

                “ บอกทำไม ”

                “ ก็จะป้อนให้ไง ...ไม่ได้ดูสังขารเลยว่าหยิบได้ไม่ได้ ” วินบ่นด้วยความเป็นห่วงปนดุแล้วใช้แรงพยุงตัวผมกลับขึ้นมานั่งดีๆ

                เบ้ปาก “ บ่นมาก เอายามา ”

                มันร้องหึในลำคอแล้วหยิบถุงยามาดูแกะซองยาหลังอาการพร้อมรินน้ำเปล่าให้... ผมหันไปแบมือรอรับยา

                มันนิ่ง

                “ จะให้กินยา ก็เอามาสิ!

                “ ป้อนยาต่างหาก ” ยักคิ้วให้ ผมก็ยังไม่ทันได้ตีความอะไร

                วินมันกรอกยาเกือบห้าเม็ดเข้าปากตัวเองพร้อมดื่มน้ำตามและ... ประกบปากผมอย่างรวดเร็วไม่ให้ตั้งตัวก็มีเหวอ้าปากพอดีมันเลยใช้จังหวะนั้นส่งยาส่งน้ำดันเข้ามาในปากผม กลืนยารสขมลงคอไปแล้วจะละปากออกแต่ไอ้วินมันก็ยังไม่เลิกจูบสักที ผมอยากจะกินน้ำล้างคอสักหน่อยเพราะยังขมตรงปลายลิ้น เหมือนไอ้วินจะรู้นะ มันละปากออกแล้วเอี้ยวตัวไปดื่มไวน์รสเยี่ยมกลับมาจูบผมต่อ... จูบรสไวน์องุ่นมันหวาบวาบและอ่อนโยนรสขมหายไปหมดเหลือเพียงความหวานนุ่มไปทั้งปาก...  ผมหลับตาพริ้มปล่อยให้อีกฝ่ายดูดกลืนกัดกินปากผมจนบวมเจ่อแต่ดูเหมือนจะไม่พอ... ใบหน้าคมลดต่ำซุกอยู่ลำคอผมก็เอียงคอเงยหน้าให้สัมผัสได้มากขึ้น.... ปากนุ่มพรมจูบไปทั่วขบกัดหยอกเย้า ก่อนจะรู้สึกเจ็บจี๊ดเมื่อมันดูดคอจนเป็นรอย...

                มือก็เริ่มไม่อยู่สุข... ป้วนเปี้ยนมาแกะกระดุมเสื้อผมทีละเม็ด... เหลือแค่สามเม็ดล่างที่ไม่ได้ปลดออก มืออุ่นจนร้อนค่อยๆแหวกเสื้อออกลูบไล้ผิวเนื้อเปลือยให้ผมรู้สึกสะท้านมึนเมา พอจะมีสติก็โดนจูบอีกครั้ง...

                ผมกำลังเมาจูบมันใช่มั้ย...

                ผมตวัดแขนขวาที่ใช้งานได้โอบคอมันดึงให้แนบชิดกว่าเดิมบดปากให้แนบชิดเกี่ยวพันลิ้นอย่างลึกซึ้งอยู่นานจนลืมหายใจ... ก่อนที่มันจะไปมากกว่านี้ก็...


                ปัง!!


                “ อุ๊ย ขอโทษทีจ้ะ พอดี๊พอดีมีเรื่องด่วนจ้ะ ”


                บัดซบ!!


                ผมกับไอ้วินนิ่งค้างมองตากันที่วาวแววด้วยไฟที่ลุกขึ้นมาแต่ถูกน้ำสาดกะทันหัน วินถอนหายใจหน่อยนิด ก้มลงติดกระดุมเสื้อให้ผมเหมือนเดิม ตัวเองหันไปหยิบแก้วน้ำเปล่าของผมมาดื่มเพื่อสงบสยบอารมณ์

                “ คุณน้ามีอะไรเหรอครับ ” ผมกลั้นใจถามออกไปเพราะแม่พี่ปายยังยืนยิ้มล้อเล่นอยู่

                “ นี่ถ้ามาไม่ทันจะเป็นไงเนี่ย ” ไม่ตอบคำถามผมซะงั้น “ คุณพี่ฟ้าเอาตายแน่ ชิงสุกก่อนห่ามไม่ดีนะคะน้องวิน ถึงจะเป็นผู้ชายด้วยกันก็เถอะ ”

                “ งั้นก็ระวังพี่ปายด้วยนะครับ ” ผมยิ้ม “ เพราะไอ้พี่ดินมันก็ไม่ได้ดีชนิดเนื้อกองอยู่ตรงหน้าแล้วจะไม่กิน ”

                ผู้ใหญ่แอบหน้าเสียแต่ก็ยิ้มให้ผม “ ไม่หรอกค่ะ แม่สอนน้องปายมาดี กุลสตรียังอายเลย ไม่ทำอะไรผิดๆหรอกจ๊ะ ”

                นี่สอนมาดีแล้ว สอนมันบ้าสิไม่ว่า!

                “ ว่าแต่...คุณน้ามาหาพวกผมทำไมครับ ” วินที่เพิ่งสงบสติตัวเองและ(น้องชายได้)ก็หันมาถาม

                คุณน้าสาวก็ทำหน้าตกใจ “ ใช่ๆ! เกือบลืมไปเลย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!

                “ เกิดอะไรขึ้นครับ ”

                “ ก็พวกคุณชาย... ”

                “ พ่อเหรอ ” ผมถามเลิกคิ้ว

                เธอพยักหน้า “ ตอนนี้ทุกคนกำลังทำแผลที่ห้องโถงกลางบ้าน รีบไปดูกันเถอะ ” กวักมาเรียกเมื่อสภาพผมวิ่งร้อยเมตรได้

                วินตั้งคำถามอีกรอบขณะช่วยผมขึ้นนั่งบนรถเข็น

                “ ก็ไม่มีอะไรมากนะคะ ” ไม่ติดว่าเป็นแม่พี่ปายจะถีบ น้ำเสียงแบบ...จีบปากจีบคอ ยกนิ้วขึ้นมานับ “ คุณเพลิงกัมปนาทหัวแตกเลือดอาบ คุณสิงก็คางแตกเลือดยังไม่หยุด คุณเมฆาโดนมีดหั่นเนื้อปักเข้าแขน ส่วนคุณไกรสรโหนกแก้มแตกยับ และก็หนักหน่อยสามีน้า...กระสุนถากแขนไป ส่วนน้องปารีสก็ต้องไปอาบน้ำใหม่พร้อมกับน้องวาฬ เล่นปาอาหารใส่กันเลอะไปหมด วุ่นวายมากเลยเนอะ ”

                น้าว่าเสียงเศร้าแต่หน้ายิ้มสนุก...คืออะไรครับ


                ...เรียกรถโรงพยาบาลที ไม่ไหวแล้ว

                ศรีธัญญานะ ตามมาด่วน คนไข้เยอะมาก!!

               

 

*************************


ต่อเด้อ


              “ แก่แล้วยังไม่ดูสังขาร ” ลมว่า

            “ สมน้ำหน้า ” ดินพึมพำ

            “ รู้ว่านักเลงเก่า แต่มันผ่านมาเป็นยี่สิบปีแล้ว ” ไฟกลอกตาเซ็งๆ

            “ สนิมเกาะหมดแล้วยังจะทำเก่ง ” ทิ้งท้ายด้วยผม

            พ่อตอนแรกก็นั่งเงียบปล่อยให้ลูกด่าแต่พอถึงตาผมแล้วทำหน้าจะเป็นจะตายร้องคร่ำครวญจะวิ่งลุกมาหาผมแต่โดนแม่จิ้มแผลไปแรงๆจึงต้องอยู่เฉยๆ

            “ เหอะ! ผ่านมากี่ปี มึงก็ปัญญาอ่อนไม่เลิก!

            “ มึงจะไม่จบใช่มั้ยวะ!

            “ พ่อ นิ่งเถอะๆ  เดี๋ยวกระสุนจะไม่ใช่แค่ถาก ” พี่ชายของไอ้พี่ปายที่ตอนนี้อาบน้ำใหม่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีดำของบ้านผมกำลังนั่งเช็ดผมเปียกๆของตัวเอง พอไปล้างหน้าล้างเครื่องสำอางค์ออกไป หน้าเฮียแกก็ดูยังเด็กและใสปิ๊งสุดๆ

            ไอ้พี่วาฬอยู่ในสภาพเดียวกับพี่ปารีสก็นั่งเหยียดยิ้ม “ จริงๆกระสุนน่าจะถากคนลูกมากกว่านะพ่อ ”

            “ ตาวาฬ หุบปากไปเลย! ” นั่นโดนแม่ด่า “ คุณก็เหมือนกัน ปืนเนี่ยจะพกไปทุกที่เลยรึไง เกิดหงุดหงิดแล้วยิงฉันตายขึ้นมาทำไง!

            พ่อไอ้วินถึงกับหน้าซีดเมื่อเจอเมียโกรธ มือที่ทำแผลให้ก็ปาสำลีทิ้งแล้วลุกจากโซฟาไปนั่งแถวเคาน์เตอร์บาร์ที่มีพี่เปลวเพลิงนั่งจิบวิสกี้สายชิวอยู่คนเดียวท่ามกลางความวุ่นวาย

            “ เมียงอน สมน้ำหน้า ” พ่อไต้ฝุ่นแสยะยิ้มหยันให้เพื่อนแล้วหยิบสำลีแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อในกล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลเอง

            พ่อไอ้เทียนนั่งถัดไปก็ไม่วายกัด “ คนไม่มีเมีย ก็ทำแผลเองไป น่าสงสาร โอ๊ย!

            “ อยากไม่มีเมียบ้างมั้ยคะคุณ ถ้ายังไม่เลิกด่าคุณเมฆา พรุ่งนี้เราหย่ากัน! ” คุณแม่หน้าเด็กก็ยังคงโหดเช่นกัน

            พี่เปลวเพลิงเงยหน้าจากวิสกี้ตะโกนข้ามหัวมา “ หย่าแล้ว ผมเลือกอยู่กับแม่นะ ขี้เกียจอยู่กับตาแก่บ้าวิชา ”

            “ ไอ้ลูกเวร!

            “ ผมว่าทุกคนใจเย็นๆแล้วทำแผลให้เสร็จก่อนดีกว่านะครับ ” ไต้ฝุ่นยืนทำหน้าลำบากใจมองรุ่นพ่อนั่งโต้วาทีไม่เลิกไม่ราแถมยังจะลุกมาซัดกันต่ออีก

            คนแรกที่ทำแผลเสร็จก็เป็นพ่อไต้ฝุ่น เขาเหลือบมองดูที่เหลือยังพะว้าพะวังทำแผลร้องโอดโอยอ้อนภรรยาไม่เลิก

            “ คุณพี่ เจ็บแผลมากรึเปล่า กินยาแก้ปวดกันไว้แล้วกัน ” คุณน้าของไต้ฝุ่นเดินเข้ามาส่งยาและแก้วน้ำเปล่าให้แล้วยิ้มอ่อน “ พี่เมฆเพลาๆเรื่องต่อยตีบ้างเถอะค่ะ พวกเรายังต้องการพี่นะคะ ”

            ทั้งบ้านเงียบไปเหมือนจะรู้แกวรู้เบื้องหลังกันอยู่ พ่อไต้ฝุ่นก็นั่งนิ่งไม่แสดงสีหน้าอารมณ์ใดๆรับยาไปกินเงียบๆ แม้แต่เสียงกลืนน้ำลงคอยังได้ยิน คิดดูว่าบ้านเงียบแค่ไหน

            คนแรกที่ปัดบรรยากาศทิ้งเป็นคนที่น่าจะเป็นคนสุดท้ายในโลก...

            “ ดราม่าอะไรวะ เออๆ ไม่ล้อมึงแล้วไอ้เมฆ ข้าขอโทษเว้ย ”  พ่อไอ้เทียนพ่นลมหายใจออกมาแล้วตบบ่าให้กำลังใจเหมือนสนิทสนมกันมานาน “ โอ๊ย คุณหญิง ผมยอมขอโทษมันแล้ว ยังจะหยิกอะไรอีก!

            คนสีหน้าเคร่งขรึมปัดมืออีกฝ่ายทิ้ง “ ขอโทษกูเรื่องไหน เอาชัดๆ ”

คนถูกถามเงียบไปก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง “ ทุกเรื่อง ให้จบๆไป ”

“ เสกตะปู เสกหนังควายเข้าท้องกูขนาดนั้นมึงยังจะมาจบง่ายๆ? ” ถามเสียงสูง

ตบเข่าฉาดใหญ่แล้วลุกขึ้นข่มด้วยร่างกำยำ “ แล้วคนถอนให้เอ็งมันก็ข้าไม่ใช่รึไง ตอนนั้นเอ็งลองดีไม่เชื่อเอง ”

คนโดนตอกกลับไหวไหล่ “ เออ ข้าผิด จบยัง ”

“ แต่...ยังไงเรื่องเมียเอ็ง ข้าเสียใจด้วยจริงๆ ” คนอารมณ์ร้อนพูดเรื่องแผ่วนั่งลงทำแผลต่อ

คนเป็นน้องสาวของผู้จากลาไปก่อนวัยยิ้มสวยแล้วส่ายหน้า “ คุณเพลิงกัมปนาทไม่ต้องโทษตัวเองหรอกค่ะ คุณโทรมาเตือนแล้ว แต่พี่เมฆยังแค้นเคืองคุณจนไม่ฟังเอง ”

“ จะตอกย้ำให้ฉันรู้สึกผิดไปยันตายเลยมั้ย ”

“ ค่ะ จนกว่าพี่จะไปหาพี่สาวฉัน ฉันก็จะตอกย้ำเรื่อยๆ ” ร้ายนะเนี่ย คุณเธอยิ้มแล้วซบไหล่หลานตัวเอง “ ฝุ่น พาน้ำไปหาน้ำกินหน่อย คอแห้ง บ่นพ่อเราเนี่ย ”

“ พ่อเขาก็แบบนี้ บ่นไปก็เปลืองน้ำลายคอแห้งเปล่า เขาไม่ฟังอยู่แล้ว ”

คนพ่อเหวอ “ เฮ้ย กูพ่อมึงนะฝุ่น ”

“ ผมทราบครับ ” ยิ้มละมุนแล้วควงแขนน้าไปทางห้องครัวโดนมีไอ้ลมเดินเอื่อยๆนำไป

บรรยากาศตึงเครียดเริ่มคลายลงบ้าง แต่ก็ยังเหลืออยู่สองคนที่ไม่จบสักที...

“ คุณเพลิงกับคุณเมฆา เขาจบเคลียร์แล้ว แล้วคุณสองคนว่ายังไง ” แม่ผมว่าขึ้นหลังจากดูว่าทุกคนทำแผลเสร็จก็ให้แม่บ้านมาเก็บกวาดเอาน้ำมาเสิร์ฟกันไป

พ่อไอ้พี่ปายทำหน้าขยะแขยง “ ผมญาติดีกับคุณได้นะฟ้า แต่... ” มองไปที่พ่อผม “ ไอ้ห่าเนี่ย... ไม่มีทาง!

“ ถามความเห็นกูมั้ยว่าอยากญาติดีกับมึงรึเปล่า ” เสียงกวนส้นติงกว่านี้มีอีกมั้ย

คนบ้านั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมหน้าโต๊ะกระจกหันซ้ายสลับขวามองพ่อตัวเองแล้วยู่ปาก

“ พ่อ เลิกบ้าได้แล้ว ทำตัวเป็นเด็กไปได้ ”

คนถูกพูดถึงทำหน้าละเหี่ยใจ “ ก่อนด่าพ่อนะลูกปาย ลูกปายส่องกระจกดูตัวเองก่อนครับ!

“ ส่องแล้ว สวยมากด้วย ” พี่ปายเชิดหน้าใส่พ่อแล้วยักคิ้วให้พี่ชายตัวเองที่นั่งขำท้องแข็ง

“ ก็อย่างที่น้องปายว่านะคะ เราควรจะญาติดีกันไว้ ” แม่ผมผู้ปลื้มพี่ปายสุดก็เชียร์ไม่เลิก ทั้งที่รู้ว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้พวกเขาทะเลาะกันมาข้ามปีสิบปี

แม่พี่ปายพยักหน้า “ น้องเห็นด้วยกับพี่ฟ้า ไม่รู้ว่าพวกคุณมีเรื่องอะไรกันมาก่อน แต่มันก็แค่อดีต เรามาดีๆกันไว้ดีกว่านะคะ ”

สองหนุ่มใหญ่จ้องหน้ากันไม่ยอมแพ้แต่สุดท้ายก็...

“ ถ้ามันขอโทษผมก่อน ผมจะยอมทิ้งความแค้นทั้งหมด ”

พ่อผมอ้าปากค้าง “ กูไม่ได้ทำห่าอะไรผิดเลย ทำไมต้องขอโทษวะ!

“ ขอโทษเขาไป ” แม่ผมบิดหูไว้ข้างหนึ่ง “ ไม่อยากหูขาดก็พูด!

“ โอ๊ยยย เบาๆคุณณณ ” ร้องโหยหวนเลยทีเดียว “ เออๆ ขอโทษแล้ว กูขอโทษมึงเว้ยไอ้ปิยะ!

ผมหาวเป็นครั้งที่เจ็ดรู้สึกว่ายาที่กินไปเริ่มทำงานแล้ว อาการง่วงต้องการพักผ่อนก็มาทันที แต่ยังไปไหนไม่ได้ถูกจับให้นั่งมองบรรดาพ่อแม่เถียงกันกว่าจะจบรวมทำแผลอีกตอนนี้ก็ห้าทุ่มแล้ว....

“ ทุกอย่างเคลียร์ เพราะงั้น... เข้าเรื่องสำคัญดีกว่า ” พ่อไอ้วินที่ไม่ได้มีปัญหากับใครเริ่มต้นพูด

“ นึกว่าจะต้องรอพรุ่งนี้ซะแล้วนะครับ ”

เสียงทุ้มนุ่มหูมาพร้อมแฟ้มบางห้าฉบับวางลงบนโต๊ะกระจกแล้วเดินไปอยู่ข้างไอ้เทียน...

“ ไวจริงนะเรื่องงาน ” พ่อไอ้เทียนอดไม่ได้ที่จะแซวมือก็หยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน ก่อนจะเรียกลูกชายคนโตให้เอาของมา

มาไม่ธรรมดา... ลอยข้ามหัวพวกผมไปแล้วจอดลงตรงหน้าของทุกคน... มีบางคนที่ไม่รู้ความสามารถของตระกูลนี้ก็มีอึ้งตาค้าง คนเรียนเมืองนอกอย่างพี่ของไอ้วินไอ้พี่ปายก็อุทานมาเป็นคนละภาษาเลย

ส่วนผมก็เห็นไอ้เทียนเล่นคาถาเสกของลอยของมาบ่อยก็...ชิน

 “ เวียร์ ขอเอกสาร ” ตามต่อด้วยน้องเวียร์ “ เวียร์เป็นคนเล็กของบ้านผม แต่ทำงานได้เรื่องที่สุด ที่เหลือ...กากเดนมาก ”

“ อ้าว ว่าเฮียวาฬทำไมพ่อ / อ้าว ด่าไอ้วินทำไมพ่อ ”

“ กูด่ามึงสองคน!

หมดเรื่องเครียดก็มาขำขัน... ดีจริงๆ ไม่ต้องตามโรงพยาบาลบ้าแล้ว เปลี่ยนป้ายหน้าบ้านเป็น...ระวัง! บ้านคนบ้า ห้ามเข้าใกล้

“ อันนี้ของพวกเรา ” น้าไต้ฝุ่นเป็นคนถือเอกสาร

ได้มาสี่ฉบับแล้วก็เหลือ....

“ ปารีส เอาเอกสารมา ”

“ อยู่ที่ปาย ”

“ ไอ้ปาย เอาเอกสารมา ” เบนมาสนใจคนเล็กของบ้านที่ยังนั่งโยกตัวเล่นเป็นคนสติไม่เต็มอยู่ โดนเรียกก็ทำหน้างง

“ เอกสารอะไร ไม่มี ”

“ น้องปาย อย่ามาล้อเล่นตอนนี้นะคะ เอกสารสำคัญมากๆ ”

พี่ปายเอียงคอแล้วตีมึนกว่าเดิม “ ผมไม่รู้จริงๆนะแม่ ”

“ ปาย ปึกกระดาษที่พี่ให้เราก่อนไปห้องน้ำไง ” ปารีสว่าอย่างใจเย็นพลางสางผมตัวเองไปด้วย จนแม่บ้านผมทนมองไม่ไหวไปหาหวีมาให้เฮียแก “ มันอยู่ที่ไหน ”

คนบ้าทำหน้านึกก่อนจะยิ้มกว้าง “ ทิ้งไปแล้ว!!

“ ห๊า!! ” สิบกว่าเสียงร้องลั่นบ้าน พวกผมต้องอุดหูกันเลย ไม่งั้นมีหวังแก้วหูพัง

“ ก็พี่ไม่บอกอะไร ผมก็นึกว่าฝากทิ้ง เลยโยนไปให้คนหัวสีทองๆให้ชุดสูท ฝากไปทิ้งแล้ว ” คนทำผิดยังยิ้มแป้น “ ผมเก่งมั้ยแม่ ทิ้งขยะให้ถูกที่ ”

“ เก่ง! ” คนเป็นพ่อหน้าเขียวสลับแดง “ เก่งบ้านพ่อมึงสิไอ้เวรปาย!

พี่ปารีสยกมือขึ้นขัด “ พ่อ บ้านพ่อ มันก็บ้านเรา ด่าอะไรคิดก่อนพ่อ ”

“ แกก็ให้ท้ายน้องตลอด แล้วเป็นไง หนังสือสัญญาหาย!!

พี่ปายทำหน้าตกใจ “ หา! มันเป็นเอกสารสัญญาของบริษัทเหรอ!

ตบหน้าผากถอนหายใจกันเป็นแถว ส่วนคนเป็นพ่อก็ท้าเอาเท้าก่ายหน้าผาก พี่ปายหันไปหาไอ้ดินที่ดูมีรอยช้ำบนหน้าเพิ่ม

เบะปาก “ ทำไงดีดินดิน เค้าไม่รู้อ่ะ ปลอบเค้าหน่อย ”

“ ไม่ต้องเข้ามาเลยมึง  ไปห่างๆ! ” ตะคอกกลับ ดูแล้วจะยังไม่หายโกรธที่โดนแกล้งให้ไปอยู่กลางสมรภูมิรบจนได้แผลเพิ่ม

“ ดินดินใจร้าย ” น้ำตาตกของจริง ลุกสะบัดก้นออกไปซึ่งสวนกับอาหลงมือซ้ายของพ่อผมที่เดินเข้ามา...

“ ผมนำของสำคัญมาให้ คิดว่าน่าจะเป็นของคุณ ” ปึกกระดาษถูกยื่นให้ตรงหน้าพ่อพี่ปาย

“ ทำไม... ”

สีหน้ามันยิ่งกว่ารูปปั้น ผมอยู่กับมันมาก็มีอยู่หน้าเดียว “ คุณหนูคนที่เดินออกไปเมื่อครู่เขาหาถังขยะไม่เจอเลยฝากผมที่เดินผ่านพอดี แต่ผมเห็นว่ามันเป็นเอกสารสำคัญ ขออภัยที่อ่านโดยไม่รับอนุญาต ”

โค้งคำนับขอโทษแล้วเดินออกไป... เออใช่ อาหลงทำผมสีทองนี่หว่า การ์ดบ้านผมมันประสาทแดกกันรึไงเห็นไม่เคร่งกฎก็ทำหัวกันไม่เกรงใจ มือขวาอย่างไอ้เดลก็หัวเขียวมิ้นท์ อาหลงมือซ้ายก็หัวทองสว่างจ้า...

“ คุณตามปายไป เดี๋ยวมันบ้าโดดสระน้ำตาย ขี้เกียจทำงานศพ ” ไล่ศรีภรรยาให้ไปดูลูกรักโคตรประสาท โดยมีพี่ปารีสเดินตามไปช่วยหา

ไฟก็สะกิด “ มึงไม่ไปตามเขาด้วยรึไง ”

“ มึงดูขากูมั้ย ไอ้น้องเชี่ย ขาเองได้มั้ย ควาย!

ผมเสนอนิ่งๆ “ จะไปหามั้ย ตามไอ้เดลให้ ”

“ ไม่จ้ะ ขออยู่กับน้องอุ่นดีกว่า ” แล้วทำหน้าเหม็นเบื่อ “ ใครมันจะไปอยากอยู่กับคนบ้ากัน ดีที่กลับมานอนบ้านแล้ว ไม่ต้องเจอหน้ามัน ”

ผมรับแอปเปิ้ลลูกหนึ่งจากไอ้วินมากัดกินเล่นไปพลางๆ “ แม่ไม่ได้บอกเหรอว่าเชิญพี่ปายมาอยู่บ้านเราด้วย เห็นว่าจะคุยกับแม่พี่ปายวันนี้ สงสัยคุยไปแล้วมั้ง ”

คนข้างหลังผมที่กินแอปเปิ้ลอยู่ก็หันควับ “ งั้นกูขอมานอนที่นี่ด้วยก็ได้อ่ะดิ ”

“ บ้านกูไม่ใช่สถานสงเคราะห์คนไร้บ้าน ” ดิน

“ ห้องไม่ว่าง ห้องเต็ม บ้านคนไม่ใช่โรงแรมที่คิดจะมานอนก็นอนเลย  ” ไฟ

“ บ้านช่องไม่มีให้นอนรึไง มาเป็นกาฝากบ้านคนอื่นทำแป๊ะซะทำห่าไร  ” ลม

ไต้ฝุ่นเอาคางเกยไหล่พี่ลม “ แล้วผม... มานอนห้องพี่ได้มั้ย ”

“ เออ มาดิ เตียงกูโคตรกว้าง ”

“ ไม่ค่อยจะสองมาตรฐานเลยนะ ” ผมจิกตาแล้วปาแกนกลางแอปเปิ้ลที่กินหมดใส่หัวไอ้ลม “ ไม่ต้องมีใครอยู่ทั้งนั้น รำคาญ ”

ทำเสียงน้อยใจ “ มึงมาอยู่บ้าน กูไม่คิดถึงตายเหรอวะ ”

“ รถมีมั้ย ตีนมีมั้ย ขับมาสิไอ้ควาย ” ผมด่ามันแล้วถอนหายใจ “ แล้วก็อย่าลืม กูไปเฝ้ามึงซ้อมละครทุกวัน เจอทุกวัน มึงกลัวเหี้ยไร ”

หูกระดิก “ ไปทุกวัน? แต่บางวันมีเรียนก่อนนะ จะรอ... ”

“ เอากูไปทิ้งไว้ที่ตึกสถาปัตย์ดิ อย่าโง่ ”

วินพยักหน้าง่ายๆนอยด์นิดหน่อย  “ จ้า กูควาย กูโง่ แต่... ที่มึงด่ามาทั้งหมดเนี่ย ผัวมึงนะ ให้เกียรติหน่อย เดี๋ยวมีลูกจะโง่ ”

“ กูฉลาด เพราะงั้นมึงโง่ไป ” ผมสวนไปแบบไม่ทันคิด

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นทันที “ เอ๋? ยอมมีลูกงี้ แสดงว่าจะยอมแต่งงานกับกูแล้วงั้นเหรอ ”

“ ไอ้เหี้ย ไม่ใช่เว้ย! ” ผมสะดุ้งโวยวายพยายามจะคว้าตัวมันแต่มันเสือกหลบมือ “ ใครมันจะบ้าไปแต่งกับมึง ไอ้เวร!

ไอ้เชี่ยวิน ไอ้เหี้ย! แต่เหี้ยกว่าก็ใจผมเนี่ยรัวยิ่งกว่ากลองชุดอีก มันบ้ามากแค่ไหน ขอเป็นแฟนก็ไม่มี ยึดเองว่าเป็นผัวไม่พอ แล้วยังหน้าด้านมาพูดเหมือนผมตกลงแต่งงานทั้งที่มันไม่ได้ขอ หน้าด้านที่สุด!!

“ เด็กๆ นี่ก็ดึกแล้ว ไปพักผ่อนดีกว่านะ ดูท่าทางต้องตกลงอีกสักพักใหญ่ๆ ” แม่ผมเงยหน้าจากกองเอกสารอ่านไปขมวดคิ้วไปแต่ไม่ลืมที่จะดูแลลูกๆ “ ถ้าคุณพี่คุณน้องไม่ว่าอะไร ให้ทางเราจัดห้องให้เด็กๆแล้วก็พวกคุณนะคะ ค้างที่นี่สักคืน เพราะดูจะมีเรื่องขัดแย้งหลายข้อ ”

“ ถ้าไม่เป็นการรบกวน ผมก็ขอรบกวนด้วยครับ ” พ่อไอ้วินว่ายิ้มตี่สีหน้าดวงตากลับเครียดจัดมือก็ถือเอกสารแน่น

“ เช่นกันครับ ” พ่อไต้ฝุ่นตอบทันทีโดยไม่มองหน้า ตายังคงอ่านสัญญาอยู่

“ ก็ไม่ได้อยากนอนบ้านมึงหรอก แต่ฟ้าอนุญาตแล้ว เพราะงั้น พักสักคืนก็แล้วกัน ”

“ ไม่อยากอยู่ก็ไสหน้าขับรถกลับไปเลย กูไม่ห้าม ”

พ่อไอ้เทียนเงยหน้าจากกระดาษด้วยสีหน้าคิดหนัก “ คุณไปพักก่อนเถอะ เดินทางมาไกล น่าจะล้า ”

“ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ ” แม่ไอ้เทียนยิ้มแล้วลุกขึ้น

“ ฉันก็ชักง่วงๆแล้ว ขอตัวเช่นกันค่ะ ” ตามด้วยน้าไต้ฝุ่น แม่ไอ้วิน

แม่ผมลุกขึ้นวางงานลง “ เดี๋ยวฉันพาไปห้องรับรองแล้วกันค่ะ งานนี้คงต้องปล่อยให้ผู้ชายเคลียร์กันเอง ”

ทุกคนพยักหน้าเตรียมจะสลายตัวอยู่แล้วถ้าไม่เจอปัญหายามวิกาล...


“ แย่แล้วๆๆ ไอ้อุ่นเว้ยยยย!! มีคนมาเว้ย!!


เสียงพี่ปายแปดหลอดมาแต่ไกลตัวยังไม่มา... ผมถอนหายใจทิ้ง บทมันจะกลับมันก็กลับมา เอาจริงๆแม่กับพี่มันไม่น่าไปตาม ไอ้พี่มันบ้าๆบอๆเดี๋ยวดีเดี๋ยวบ้า

รอได้สามวิคนประหลาดก็ปรากฏพร้อมเสียงหอบ

“ มีอะไรน้องปาย วิ่งหน้าตาตื่นมาเลย ” แม่ผมถามอย่างห่วงใย “ ใครจะมาตอนนี้กัน เที่ยงคืนแล้ว ”

“ มีสิ... ก็ ”

ยังไม่ทันขาดคำดี...


“ เข้าไม่ได้ครับ!!


“ แต่ฉันจะเข้า หลีกทาง ” เสียงเย็นชาของหญิงสูงวัยกลางวัยไม่แน่ใจดังบริเวณหน้าบ้าน “ คุณให้เรารอประตูรั้วมาตั้งห้าหกชั่วโมง ยังไงวันนี้ตอนนี้ฉันต้องได้พบคุณฟ้า!

“ หือ... เสียงไม่คุ้น ” แม่ผมขมวดคิ้วแล้วทิ้งความสงสัยไปเดินออกไปดู แน่นอนว่าคนเสือก เอ๊ย อยากรู้ว่าเป็นใครก็ตามเป็นขบวนออกมาดู

ถึงประตูหน้าบ้านก็งงเป็นแถบว่าเป็นใคร ผู้หญิงในชุดเดรสเรียบหรูยาวหน้าตาสะสวยที่เหมือนจะเคยเห็นตามหน้าไฮโซโชว์ทำบุญ แต่ผมจำชื่อไม่ได้ คนคนนี้ไม่สำคัญเท่าข้างหลังหรอก...


“ วินดี้!!!


มึงตามมายันบ้านกูเลยเหรอ!!


“ ดี้อยากจะมากราบขอโทษคุณพ่อคุณแม่ของธาราอย่างจริงจัง ”

“ หวังว่าจะไม่รบกวนเวลามากนะคะ ”


ถ้าบอกว่ารบกวนมาก มึงจะไสหัวออกไปจากบ้านกูมั้ย!!

วันนี้มันวันสงครามโลกชัดๆ!!

 

 



-***********

ก่อนอื่นขออภัยที่หายไปหลายวัน พอดีไปน่านมาค่ะ กลับบ้านป่าเมืองเหนือ เน็ตบ่มี เเต่เราไปตามล่าหาไอเดียมาเพียบ เเต่พอกลับมาก็วุ่นวายกับการจัดการพวงกุญเเจ เเล้วก็เรื่องน้องเเมวที่บาดเจ็บ ตอนนี้ได้ความช่วยเหลือจากโครงการรักแมว พาไปรักษาต่อที่ กทม.เเล้วค่ะ มาช้าในช่วงนี้เพราะมัวเเต่วุ่นกับเเมวนี่เเหละค่ะ

พวงกุญเเจวินอุ่นดินปาย ทางร้านบอกว่าเสร็จช่วง 6-7 ก.พ. น่าจะจัดส่งกลางๆเดือน ก.พ.นะคะ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือน้องเเมวนะคะ จำนวนพวงกุญเเจที่สั่งไป 240 ค่ะ


สำหรับตอนนี้....คือความวุ่นวายมหาพระกาฬ พ่อวินเป็นเพื่อนกับพ่อฝุ่น พ่อฝุ่นเคยเป็นเพื่อนสมัยเด็กของพ่อเทียนแต่มีเรื่องลองดีลองของทำร้ายกันเลยเเค้นเคืองกันมา ส่วนพ่อพี่ปายกับพ่อน้องอุ่นเขาเคยเเย่งเเม่น้องอุ่นกันมาก่อนเลยตีกันชิบหายวายวอดค่ะ เเถมมีตัวดีมาอีก... วันสงครามโลกจริงๆ555555 สงสารน้องอุ่น 


*****

ปล.พวงกุญเเจ ใครยังอยากได้ ติดต่อหลังไมค์นะคะ ยังสั่งเพิ่มทันค่ะ


ใครที่ยังอยากช่วยเหลือน้องเเมว มาซื้อพวงกุญเเจวินอุ่น ดินปาย กันคนละชิ้นนะคะ เพื่อช่วยต่อชีวิตเเมวตัวน้อยๆ ใครที่สั่งเเล้วเเจ้งโอนได้ตามช่องทางที่สะดวกเเล้วก็ขอให้บุญกุศลช่วยให้ทุกคนเจอเเต่สิ่งดีๆนะคะ




น่ารักมากกกก มาจับจองช่วยเหลือเเมวหมากันนะคะ



ขอกราบสวัสดีเเบบนางสาวไทยงามๆ โปรดอ่านตรงนี้กันด้วยนะคะ อย่าได้มองข้ามการทำบุญครั้งนี้...

เมื่อวันที่ 8/1/60สาเหตุที่ไม่ได้มาอัพคือ ติดพันอยู่กับเเมวจรจัดตัวหนึ่งซึ่งถูกรถชนมา เเถมยังโดนคนใจร้ายฟันเข้าที่กลางหลังเเล้วยังโดนหมากัดซ้ำอีก สภาพน้องอ่อนเเอมากไม่ได้กินข้าวน้ำมาหลายวัน ขาน้องเน่าไปหนึ่งข้างเเล้วจำเป็นต้องผ่าตัดขาทิ้ง 1 ข้างในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ เราเลยอยากขอความกรุณาเมตตา อนุเคราะห์จากนักอ่านทุกๆคน ช่วยเข้าร่วม โปรเจควินอุ่น ดินปาย ช่วยน้องเเมว ด้วยนะคะ 


 พิมได้จัดทำโปรเจคขึ้นเพื่อหาเงินรักษาน้องเเมว เลยได้ทำ โปรเจค วินอุ่นดินปาย ช่วยน้องเเมว พิมได้จัดทำพวงกุญเเจอะคริลิค 2 ลาย คือ วินอุ่นเเละดินปาย ราคาชิ้นละ 79 บาท ถ้าซื้อ 2 ลาย ราคา 150 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายเเล้ว(หักค่าทำพวงกุญเเจอย่างเดียว) เงินทั้งหมดจะเป็นค่ารักษาผ่าตัดน้องเเมวทั้งหมดค่ะ

รายละเอียดร่วมโปรเจค พร้อมทั้งอาการเต็มๆของน้องเเมว : คลิ๊ก




ช่วยกันซื้อคนละ 1 ชิ้นนะคะ ถือว่าช่วยชีวิตสัตว์ไร้ที่พึ่งให้มีชีวิตรอด เป็นบุญที่ยิ่งใหญ่มากนะคะ เงินเพียงเล็กน้อยที่คุณเห็นมันมีค่ามากที่จะช่วยเหลือต่อลมหายใจของน้องเเมว ยังไงก็ช่วยกันนะคะ คนละชิ้น สองชิ้น ตามศรัทธากำลังทรัพย์


สภาพน้องเเมววันเเรกที่พิมเจอค่ะ น่าสงสารมาก



การทำบุญครั้งนี้ ย้ำว่าทุกบาทที่หักจากค่าทำพวงกุญเเจเเล้วจะเป็นค่ารักษาพยาบาลของน้องเเมวทั้งหมด


มาช่วยกันนะคะ ทำบุญกับเเมวกัน ซื้อคนละ 1 ชิ้น 79 บาท ช่วยๆกันนะคะ พิมจะอัพเดทความเป็นไปของน้องเเมวตลอดทั้งในทวิตเเละเฟซบุ๊คค่ะ

*ช่วยเหลือน้องเเมวกันเยอะๆนะคะ* 


เข้ามาเเล้วมาอินไปด้วยกันเเละบ้าไปกับคนเขียนกันเถ๊อะะะะะ  อย่าลืมคอมเม้นนะตัวเองงงงงง

ปล.ส่งท้าย.เรื่องนี้ไม่มีอะไรเเน่นอนหรือคงเส้นคงวา ถ้าจะให้คงที่คงเป็นความกวนบาทาของคนเขียนที่มีเพิ่มขึ้นทุกวัน (อย่าปามีดค่ะ! เเพง! เดี๋ยวไม่มีใช้! ) เราเป็นนิยายหักมุมตลบพลิกหลอกตาได้ตลอด อย่าไปเชื่ออะไรทั้งนั้น คนเขียนมันร้ายมากค่ะ! เเต่ท่องไว้ค่ะ


*** ถ้ารักถ้าชอบกันอย่าลืมกดเฟบคอมเม้นให้กำลังใจกันไว้นะคะ


ขอบคุณทุกคอมเม้นอีกเช่นเคย อ่านของทุกคนเน้อออ รักทุกคนนนน

อย่าลืมคอมเม้นเป็นกำลังใจสักนิดน่าจะได้มีเเรงปั่นต่อ ขอบคุณมากๆค่ะที่ยังรอกัน 

ติดตามพูดคุยกันได้ที่เพจ เดือนพราย

ติดเเท็กนิยายพูดคุยในทวิตเตอร์ #พี่เทศน้องปัตย์ หรือ #นิเทศตัวร้ายกับสถาปัตย์อาร์ตัวพ่อ ได้สองเเท็กเลยยยย


ติดต่อจิกหัวคนเขียนโดยตรง : TW : @Phraipimmy_  ต้องมี _ ต่อท้าย y นะคะ

มาพูดคุยกันได้เน้อออ


                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 421 ครั้ง

277 ความคิดเห็น

  1. #10190 Thitirat_2005 (@Thitirat_2005) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 00:27
    รู้สึกวุ่นวายชิปหาย แค่นิยายประสาทจะแดกละ ถ้าได้ไปอยู่ตรงนั้นจริงๆคงช็อคตายแน่ๆ5555
    #10190
    0
  2. #10105 KronkanokKeanak (@KronkanokKeanak) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 16:03
    ตอนเเรกคิดว่าอีซีซ่ะอีก เเต่เป็นอีวินดี้ก้ไม่ต่างกัน
    #10105
    0
  3. #10076 CarrotSirirvarin (@CarrotSirirvarin) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 16:37
    มารมาผจญแล้ว
    #10076
    0
  4. #10008 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:39
    อิผีวินดี้
    #10008
    0
  5. #9927 Danwtlese (@sutida72) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 04:06
    พาราไรท์ พารา !! ก็มาลุ้นกัน ว่าอุ่นกับเราใครจะบ้าก่อน 55555
    #9927
    0
  6. #9834 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 17:10

    วันมหากาพย์เหรอ คนเยอะมาก วินดี้มาเผือกรัยด้วยนี่
    #9834
    0
  7. #9800 AdiOzTHELF (@AdiOzTHELF) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 20:56
    วินดี้นี่เป็นไรมากปะ
    #9800
    0
  8. #9628 Kamobee (@BeeSangprow) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 20:56
    นางดี้ น่าจะร้ายสุดแล้ววววว
    #9628
    0
  9. #9610 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 00:09
    โอ้ยยยดี้ไม่จบซะมี
    #9610
    1
    • #9610-1 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 31)
      23 กรกฎาคม 2561 / 00:09
      ซะทีๆๆๆๆ
      #9610-1
  10. #9563 Srnoey (@Srnoey) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 21:47
    อารมณ์กำลังบ้าๆ จอดจึ๊ดเพราะอีนางวินดี้เลยย โอ้ยยย
    #9563
    0
  11. #9562 Srnoey (@Srnoey) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 21:47
    อารมณ์กำลังบ้าๆ จอดจึ๊ดเพราะอีนางวินดี้เลยย โอ้ยยย
    #9562
    0
  12. #9504 koy_incle (@orasa1732) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 21:13
    ก่อนหน้านี้รำคาญซีตอนนี้รำคาญวินดี้มากอ่ะ อะไรนักหนาเนี่ย
    #9504
    0
  13. #9390 milking7727 (@milking7727) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 12:23
    เกลียดอีวินดี้มากเลยอ้ะรำคาญมาก
    #9390
    0
  14. #9352 Ainaemoroe (@bodylovenamkaeng) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 21:16
    ทำไมยืดขนาดนี้อ่ะ มาอยู่ได้
    #9352
    0
  15. #9313 AHOUMN (@AHOUMN) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 22:30
    รำคาญกว่าซีด็วินดี้เยี่ยแหล่ะ จองเวรจริงเว้ย รำค๊าญญ
    #9313
    0
  16. #9300 MapleMable (@MapleMable) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 12:28
    โหหห เจ้ากรรมนายเวรมา
    #9300
    0
  17. #9205 25551255 (@25551255) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:27
    จะมีความรุ้สึกเบื่อเรื่องก็ตรง eวินดี้นี่แหละ ถ้าเขียนเอง คงเขียนให้มันตายๆไปนานแล้วค่ะ หมั่นไส้
    #9205
    0
  18. #9100 N เอ็น (@nlm1122) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 18:07
    จองเวรมากเว่อร์
    #9100
    0
  19. #8683 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 13:45
    โคดรำคานอิดี้มากเลยอ่ะ อินี่ด้านสุดๆ
    #8683
    0
  20. #8568 Zen_Darkness (@ghostbsd) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 08:09
    กุชักรำคาญอิดี้ อิซีกุยังไม่รำคาญขนาดนี้ เมื่อไหร่มันจะหายไปจากเรื่องว้ะ
    #8568
    0
  21. #8211 elleonoell (@Minrt) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 18:18
    โอ้ยยยยยยย อีดี้ แกมัน โว้ยยยยย
    #8211
    0
  22. #7630 010630 (@010630) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 10:20
    ชอบคู่ฝุ่นกับลมอะ
    #7630
    0
  23. #7597 paprawarin03 (@paprawarin03) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 19:41
    เบื่อกว่าอิซีก็อีดี้นี้แหละค่ะ????????????
    #7597
    0
  24. #7241 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 15:13
    เบื่ออิดี้
    #7241
    0
  25. #6953 Lirilarisa (@Lirilarisa) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 19:33
    คนอื่นมามันก็สนุกนะเว้ย แต่อีนี่มันมาทำไมอ่ะ
    #6953
    0