[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 969,406 Views

  • 10,184 Comments

  • 29,998 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10,847

    Overall
    969,406

ตอนที่ 38 : บทที่ 36 : กำจัดสตอเบอรี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47034
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 481 ครั้ง
    11 ก.ย. 60

****คิดถึงอ่าดี้ 
เม้นให้หายคิดถึงหน่อยยยย กราบขออภัยที่หายไปนาน
ไปอ่านบท 35 ใหม่ มีเปลี่ยนเเปลงนิดๆ คือตอนนี้พิมเอาฉบับรีไรท์ตัวเล่มมาลงจะเเปลกๆไปจากเดิมนิดๆ 


 บทที่ 36 : กำจัดสตอเบอรี่




                “วินดี้ หยุด!!

                “เงียบๆสิค่ะ” เสียงหวานว่าเบาๆไม่ชอบใจเท่าไหร่“เก็บเสียงไว้ตอนถูกสอดใส่ดีกว่านะคะ”

                เฮ้ยๆๆ ไอ้ไต้ฝุ่นคนนี้จะโดนเสียบเหรอ

                ไม่เอาเว้ย!!

                “พี่มีคนรักอยู่แล้วนะ!” จริงๆอยากบอกว่ากูมีเมียแล้ว แต่ผมว่ามันไม่สุภาพไม่ให้เกียรติพี่ลมเลยใช้คำนี้ดีกว่า

                วินดี้ยกยิ้มเย็น “แล้วยังไงคะ” มือเรียวกรีดไปตามแผงอกของผมแล้วว่าขึ้น “พี่ลมน่ะเหรอ... หึ ช่างสิ มารขวางคอมาตั้งหลายปี”

                “เธอเป็นใครกันแน่” ผมถามเสียงสั่น อยากให้เข้มกว่านี้แต่หยุดสั่นสยองจากสัมผัสนี้ไม่ได้สักที

                “จำเด็กตัวดำอ้วนน่าเกลียดไม่เจียมตัวแอบชอบรุ่นพี่ได้รึเปล่าคะ” มารื้อฟื้นความหลัง น้องก็มานั่งคุยกันดีๆก็ได้นะครับ ไม่เอาแบบนี้

                แต่เดี๋ยวนะ...

                “รุ่นพี่?”ฉงนใจแล้วทำตาโต”ชอบไอ้วินไม่ใช่รึไง!!

                กูบรรลุแล้วววว กูจำได้แล้ว มัน มันไอ้เด็กรุ่นน้องที่ทำสายตาสยองๆใส่ไอ้วินตลอด ผมอึ้งกับการที่มันไปทำศัลยกรรมมาใหม่ทั้งตัว ถึงจะได้อ่านข้อมูลที่ดินหามาแบบผ่านๆก็ไม่นึกไม่ฝันว่าเป็นอริเก่า

                แต่มันอริไอ้วิน เกี่ยวอะไรกับกู!!!

                “ชอบสองคนก็ได้นี่ พี่นี่พูดมากจริง” ...บ่น มันบ่น “จริงๆก็ไม่อะไรหรอกแต่อยากเห็นพี่ลมมันดิ้นตายสักที”

                ไม่น่าจะดิ้นตาย น่าจะกระทืบมึงตาย

                “อ้อ แล้วข้อสำคัญ...” ทำเสียงเจ้าเล่ห์พิกลแล้วชูมือถือขึ้นมา “ถ้ามีของไว้ต่อรองธุรกิจกับบ้านพี่ฝุ่นมันก็จะดีมากนะคะ แบบนี้วินดี้กับคุณแม่จะได้มีหุ้นส่วนในบริษัทใหญ่ดีๆแล้ว”

                มึงไปจับไอ้วินเถอะ รวยกว่ากูเยอะ

                อุ่น...พี่ขอโทษ พี่ยังอยากมีเอกราช งานนี้ขายเพื่อนเพื่อรักษาตัวเองก่อน

                “วินดี้ หยุด พี่ขอร้อง ส่วนธุรกิจก็ค่อยไปคุยที่บริษัทสิครับ มาอะไรกับพี่” บ้าเอ๊ย! มัดผ้าปมห่าอะไรวะแกะไม่ออก!

                ส่ายหน้าแล้วปลดกระดุมนักศึกษาของผมออกทีละเม็ดอย่างอ้อยอิ่งแต่เหงื่อผมนี่แตกพร่าเลย

                “ความสนุกมั้งคะ” จับตรงไหนนนนน “ที่จะได้กินสายรุกหล่อๆ”

                “โรคจิต!!

                “ไม่สุภาพเลยนะคะพี่ฝุ่น” เธอหน้ายุ่งแล้วตำหนิผมเพราะปกติคำพวกนี้ไม่เคยหลุดออกจากปากผมแน่ๆ“ช่วยด้วย!! ใครอยู่ข้างนอกบ้างวะ!!

                “ตะโกนไปใครจะได้ยิน....”

 

                ปัง!!

 

                “ฝุ่น ฝุ่นมึงอยู่ในนั้นใช่ไหม!!

                เสียงคุ้นเคยหากแฝงไปด้วยความห่วงใยและกังวลดังกังวานพร้อมประตูที่ถูกทุบอย่างแรง

                “พี่ลม!! ผมอยู่ในนี้!!

                “บ้าฉิบ ขัดความสุขของเราสองคนแบบนี้ได้ยังไง”

                ความสุขของมึง แต่นรกของกูครับ

                “ไอ้ห่าวิน ไอ้ตุ๊ด มึงอย่าทำอะไรผัวกูนะเว้ย!!

                “เรียกให้มันเต็มๆ ผมสะดุ้งนะเห้ย”

                คนข้างนอกโวยวายไม่หยุดแล้วเสียงดังกระแทกประตูหลายครั้งบ่งบอกว่าพี่ลมพยายามจะพังประตูเข้ามา ซึ่งมันทำให้ผมกังวลว่าแผลเขาจะฉีก อยากจะลุกไปจากที่นี้แต่กูถูกขึงพืดกระดิกไม่ได้เลยครับ วินดี้มันข่มขืนเหยื่อบ่อยชัวร์มัดซะหนีไม่ได้แค่กระดิกนิ้วยังปวด

                “เป็นหมารึไงวะ อย่างกับมาตามกลิ่น” คนสวยที่ไม่ได้สวยจริงจากข้างในสบถ

                ไม่รู้รึไงว่าน้ำอุ่นเรียกพวกพี่น้องตัวเองว่ายังไง...หมาบ้า หมามันก็ต้องตามดมกลิ่นเจอเจ้าของเป็นธรรมดา เอ่อ ผมแค่เปรียบเทียบนะ ไม่ได้บอกว่าพี่ลมเป็นหมา

                “วิน! พังประตูสิ!

                “ไม่ใช่ในหนังนะเว้ยที่จะกระแทกประตูแล้วเปิดออก” วินโวยกลับกับความเป็นไปไม่ได้ของพี่ลม “นี่ประตูไม้นะพี่ ใครพังได้ก็ไม่ใช่คนแล้ว”

                “งั้นมึงดู”

                “เฮ้ยยย ทำไรวะ!

                “พังประตูไง”

                ผมทำหน้าตกใจแล้วตะโกนห้าม “อย่านะพี่!!

                เคร้ง! ปัง! ตุ้บ!!

                สิ้นเสียงผมร้องห้ามก็เกิดเสียงฟาดกระแทกของแข็งเข้ากับประตูอย่างรวดเร็วแล้วไหนจะกลอนประตูที่หลุดออกมา ทำให้ประตูถูกเปิดออกมีใบหน้ามืดครึ้มในมือถือท่อนเหล็กสนิมเต็มยิ่งเพิ่มความน่ากลัว

                “ปล่อย ผัว กู เดี๋ยว นี้!!

                เน้นทีละคำแล้วปล่อยของในมือทิ้งพุ่งตัวมากระชากวินดี้เหวี่ยงไปกระแทกกำแพงอีกด้านเสียงดังอั้ก

                “ตายๆ พ่อมึงมาเห็นสภาพนี้จะเอาหน้าไปไว้ไหน” เพื่อนสนิทปากหาเบื้องล่างว่าหยอกๆแล้วก้มมาแกะปมผ้า “เหี้ย ปมห่าอะไรวะ แน่นจริง น่าขอวิธีไปมัดเชี่ยอุ่นบ้าง”

                มึงจะโดนอุ่นมัดมากกว่า ...มัดคออะนะ

                ระหว่างที่วินช่วยแกะปมผ้าไปเสียงทะเลาะของสองคนจากมุมห้องก็ยังไม่เลิก

                “มึงทำแบบนี้ทำไม!!

                “กูอยากทำ!

                “กวนตีนเหรอสัด” แล้วก็ซัดหมัดเข้าหน้าสวยของหญิงสาวประเภทสองอย่างไม่เกรงใจใคร

                คนสวยหน้าหันแล้วสะบัดหน้ากลับมาจ้องตาไม่ยอมแล้ว...ผัวะ!!

                ต่อยพี่ลมกลับ!

                “มึงแกะเร็วๆสิว่ะ แม่งจะซัดกันตายแล้ว”ผมเร่งเพื่อนที่ก้มๆแกะผ้าไม่ออกสักที

                วินชักสีหน้า “มึงแกะเองไหม จะได้รู้ว่าแม่งแน่นชิบเป๋ง”

                “ปากกัดเลยมึง”

                “กูไม่ใช่หมา” มันสวนแล้วใช้แรงเยอะขึ้น “เจ็บหน่อยนะมึง”

                “เออ โอ๊ย!!” เจ็บหน่อยบ้านมึงสิ น้ำตาเล็ดเลยกระชากซะผิวหนังกำพร้าแทบหลุดติดผ้าไป

                จะด่าไอ้วินเพื่อนรักก็ต้องสนใจบทสนทนาหรือด่าก็ไม่แน่ใจของสองคนที่ซัดกันปากแตกไปแล้ว

                “มึงพูดมาสิ มึงจ้องผัวกูทำไม!

                “จริงๆก็เล็งไว้เยอะนะ”

                “ไอ้วินเนี้ย ทำไมมึงไม่เอาไป!!

                วินชะงัก“พี่ๆ ผมน้องเขยพี่นะเว้ย”

                “กูไม่รับ!!

                “งั้นวินดี้รับก็ได้ค่ะ” แล้วสายตาเยิ้มก็มองมาที่วินแทนแล้ว

                วินสะบัดมือที่จะช่วยแกะผ้าออกแล้วไปหลบหลังผม “วินดี้โดนพี่ลมซัดก็น่าจะรู้นะว่าถ้าอุ่นซัดจะโหดสลัดกว่านี้กี่เท่า”

                “ก็น่าจะรู้ความน่ากลัวของอุ่นดีนะ” พี่ลมลองเชิงกระตุกยิ้มแล้วกระชากคอเสื้อคนสวยหน้าช้ำมาเขย่า “ไหนบอกมาสิว่ามีความแค้นส่วนตัวอะไรกับน้องกูรึเปล่าถึงมาวุ่นวายปั่นป่วนน้องกูไม่เลิก”

                “เฮอะ ไอ้ธาราน่ะเหรอ”วินดี้ทำเสียงแค้นเคือง“มันด่าใครไว้เคยจำที่ไหน เคยทำร้ายใครไว้มันเคยดูดำดูดีมั้ยล่ะ!

                “มึงก็ทำน้องกูไว้แสบเหมือนกันนี่”

                “แผนกูเกือบสำเร็จแล้ว กูเกือบทำร้ายสุดที่รักพวกมึงได้แล้ว แต่ดันมีคนมาช่วยไว้ทัน” วินดี้เชิดหน้าแล้วแสยะยิ้มมุมปากซึ่งลมทำหน้างงไม่เข้าใจอย่างนัก “แต่ก็ได้ข่าวว่าสติแตกไม่มาโรงเรียนเป็นอาทิตย์ สะใจ!!

                “มึงทำอะไร...” สมองตีรวนทันที

                “ทำร้ายให้ยับให้พังมันก็มีไม่กี่วิธี...ทำร้ายร่างกายหักแข้งหักขา ข่มขืน...”

                “อย่าบอกนะว่ามึงเป็นคนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นั้น...”

เสียงสั่นคล้ายคนกำลังจะเป็นบ้า ผมที่เพิ่งแกะงัดตัวเองออกมาได้ก็ลุกขึ้นเตรียมเดินไปห้ามแต่ประโยคต่อมาทำเอาทั้งห้องเงียบสนิท วินเองงก็ทำหน้าสงสัยแล้วเดินตามหลังมาไม่นานประโยคหนึ่งถูกพูดออกมามันเหมือนคำสาปที่สาปให้หัวใจทุกคนในห้องหยุดเต้น...


                “เออ กูเอง!! กูสั่งให้คนไปรุมโทรมน้องมึงเอง กูเอง! ฮ่าๆๆ” 



 ----ต่อ



                “มึงเป็นคนทำงั้นเหรอ!!


                ร่างของวินดี้ถูกชกเข้าเต็มๆแถมยังถูกรัวหมัดใส่ไม่หยุด  ซึ่งคนที่เงื้อหมัดซัดไปทุกกำปั้นมีแต่โทสะเกินควบคุม แม้ใบหน้าสวยจะเริ่มบิดเบี้ยวเลือดกบปากแต่อีกฝ่ายกลับคิดว่ามันน้อยไป


                มันยังน้อยไป!!!


                “วิน พอแล้ว พอแล้ว!

                “เชี่ยวิน เดี๋ยวมันก็ตายพอดี!

                เหมือนว่าเพื่อนผมมันจะสติหลุดไปแล้วรัวหมัดไม่หยุดแถมสีหน้าก็ตึงจัดนัยน์อ่อนโยนกวนตีนชาวบ้านไปทั่วไม่มีหลงเหลือความขี้เล่นมีเพียงความโมโห เกลียดชัง อยากฆ่าให้ตาย

                “อึก!

                “มึงทำแบบนี้ทำไม ทำไม!!!” วินไม่สนใจสารรูปที่เป็นร่างผู้หญิงภายนอกแม้แต่น้อย มันเหวี่ยงกระแทกกำแพงซ้ำๆแล้วถามหาความจริง “ถ้ากูไปช่วยอุ่นไม่ทัน มันจะเกิดอะไรขึ้น มันจะเกิดอะไรขึ้น!!

                “อึก มันก็พังยับ โดนรุมโทรมไง โอ๊ย!!” 

               วินดี้ยังคงปากดีแม้เส้นชะตาชีวิตก็แทบไม่เหลือแล้ว วินกระแทกเข่าเข้าท้องอีกฝ่ายไม่ยั้งแรง

                แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายนอนจุกเจ็บเลื่อนสายตาเย็นเยียบดั่งมีดคมนับพันที่พร้อมจะฆ่าอีกฝ่ายได้ เสียงหอบหายใจดังขึ้นหอบตามแรงคุกรุ่น

                เมื่อผมเห็นว่าไอ้วินจะเข้าไปกระทืบวินดี้ซ้ำอีก ผมกับพี่ลมที่ใครก็ว่าโหดเถื่อนนักหนายังซีดเลยเมื่อเจอไอ้วินโหมดนี้ รีบล็อคตัวก่อนมันจะฆ่าวินดี้จริงๆ

                “ปล่อยกู!! กูบอกให้ปล่อย!!

                “ใจเย็นมึง ใจเย็นเว้ย” พี่ลมยื้อสุดกำลังดึงให้ออกห่างที่สุด “วินมึงตั้งสติเว้ย อุ่นรอดมาได้เพราะมึงไง เพราะมึง มึงช่วยน้องกูทัน”

                พี่ลมยอมจำนนกับความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยน พวกเขาปิดบังน้ำอุ่นมาตลอดว่าคนที่ช่วยเหลือตัวเองในสภาพถูกลักพาตัวไปบ้านร้างเพื่อรุมข่มขืนตามคำสั่งวินดี้ที่เพิ่งจะรู้ตัวคนก็วันนี้

                “แล้วถ้ากูไปไม่ทันเล่า ถ้ากูไปไม่ทัน!!” วินไม่ได้ฟังเลย แถมยังผลักพวกผมสองคนไปอีกทาง

                “โอ๊ย” เสียงครางเจ็บร้องออกมาเมื่อวินกระทืบซ้ำจริงๆ

                ใบหน้าหล่อขี้เล่นตอนนี้เป็นดั่งมารร้ายยมทูตที่จะพรากชีวิตใครก็ได้ทุกเมื่อ

                “มึงทำแบบนี้ทำไม อุ่นทำอะไรให้มึงนักหนา!!

                “พี่...ชอบมันไง แค่ก!

                “แค่นั้น? แค่นั้นมึงถึงกับจะทำลายอุ่นเลยเหรอวะ!!” กระทืบลงท้องหนักๆ “ มึงแค้นเหี้ยอะไรนักหนาถึงจะทำลายชีวิตคนคนนึงให้ยับ!

                น้ำเสียงเจ็บแค้นเค้นออกมา... “อย่าเอาข้ออ้างชอบกูแล้วมาทำร้ายคนอื่นได้ตามใจชอบ”

                “มันน่ารังเกียจ”

                “พี่วิน...” ใบหน้านองเลือดเริ่มร้องไห้

                “ถ้ามึงจะทำร้ายอุ่น มึงมาทำร้ายกูดีกว่า”

                “ทำไมพี่ต้องปกป้องมันขนาดนั้น มันมีดีอะไร ฮึก” วินดี้แผดเสียงออกมาอย่างเสียสติเสียใจ


                “เพราะรัก... รักจนทนไม่ได้ถ้าเห็นใครมาทำร้ายเขา”


น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงพื้นพร้อมยกมือขึ้นกุมอกแน่น


“และตรงนี้มันเจ็บเจียนตายทุกครั้งที่อุ่นต้องเจ็บตัว”


น้ำตาของวินไหลออกมาเงียบๆ ผมมองอย่างตกตะลึงเพราะไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนปืนจ่อหัวมันยังไม่เคยจะร้องไห้ขอร้องขอเมตตา

“มึงร้องไห้ทำไม” ลมถามอย่างไม่เข้าใจ “เป็นผู้ชายจะร้องทำเหี้ยอะไร”

“ผู้ชายแล้วมันไม่มีหัวใจรึไง!!” วินหันมาตวาดกลับ ผมดึงพี่ลมเข้ามากอดเพราะกลัวว่าไอ้วินมันจะมาคิดบัญชีแค้นพี่ลมตอนนี้ “กูต้องเจ็บ ต้องอยู่กับความผิดหวังนับร้อยครั้งที่พวกมึงสามคนสร้าง!” ชี้หน้าพี่ลมอย่างเอาเรื่อง

“กี่ปีที่กูอดทน!

“กูขอโทษ...” ลมว่าเสียงค่อยหน้าซีดเผือก

“แล้วเป็นไง ตอนนี้กูพบความจริงหลายอย่าง...” วินกุมหน้าแล้วหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “คนที่ทำร้ายอุ่นมาตลอดคือกูไง กูต่างหาก”

“...”

“เพราะกูรักอุ่น เลยทำร้ายอุ่น ถ้ากูไม่รักอุ่น อุ่นก็จะไม่ถูกทำร้ายแบบนี้ มันเป็นเพราะกู...พี่ขอโทษ...อุ่น ”

จบประโยคแสนเจ็บปวดนั้นน้ำตาก็ไหลออกมาอีกครั้ง วินเม้มปากแล้วหันไปชกกำแพงด่าทอตัวเองไม่หยุด

“วิน มึงใจเย็นๆ ต่อไปนี้พวกกูจะไม่ห้ามไม่ยุ่งเรื่องมึงเลยเว้ย กูจะบอกความจริงกับอุ่นเอง เรื่องเหี้ยสมัยมัธยมพวกกูจัดฉากเอง” เห็นพี่ลมโหดสลัดแต่ก็มีมุมใจอ่อนนะ

                “มันสายไปแล้ว!

“เลิกทำร้ายตัวเองเถอะ กูขอ!

ผมเดินไปหยุดมันแล้วถีบคว่ำเรียกสติให้กลับมา จะดราม่าเหี้ยอะไรขนาดนั้น


เปรี้ยง!!


“ฝุ่น ทำอะไรวะ!

 ผมทำหน้าเอือมระอาใส่เพื่อนตัวดี “เล่นละครพอใจยัง”

คนล้มคว่ำไปยันตัวขึ้นแล้วจับสะโพกแล้วโวยวาย “ ไอ้ส้นตีน ถีบมาได้ เจ็บเว้ย!” วินสลัดคราบซานทิ้งแล้วกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่พี่ลม “หึหึ พี่บอกเองนะ”

คนที่เพิ่งรู้ว่าถูกเล่นละครฉากใหญ่ดราม่าหลอกเอาได้แต่อ้าปากพะงาบๆ “ มึง มึง...”

“อย่าลืมไปบอกอุ่นนะครับ บอกให้หมดเปลือกด้วย”

“แม่งเอ๊ย ไอ้จิ้งจอกเจ้าเล่ห์!”พี่ลมแทบประเคนตีนใส่วินที่หัวเราะร่าอย่างพอใจ ก่อนจะกลับมาสนใจสภาพวินดี้ที่เละถึงเละมาก

“โทษที พอดีโมโหไปหน่อย” วินขอโทษแบบไม่ค่อยจะแยแสเท่าไหร่

ลมเดินเข้ามาหาวินดี้แล้วยิ้มเหี้ยม

 “งั้นก็ได้เวลาไปเปิดโปงไอ้เหี้ยนี่สักที”

หิ้วร่างอ้อนแอ้นที่สะบักสะบอมสุดๆขึ้นมาแล้วเดินฉุดลากกระชากวินดี้ไปราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิต ผมกับวินเดินตามหลังไปเงียบๆ

กลายเป็นเรื่องใหญ่แไปแล้ว เฮ้อ ผมเกลียดความวุ่นวายชะมัดเลย

 

                 

                ในขณะที่ในห้องกำลังดุเดือดเลือดสาด ข้างนอกก็รอกันอย่าง...

                น้ำอุ่น ดิน ไฟ : อยากเสือก อยากเสือก ออกมาสักทีสิ อยากเสือกเว้ย!



 ----ต่อ----


กลับมายังเหตุการณ์ปัจจุบัน

 

                อยากเสือก...จะลงแดงตายเล้วเว้ย!!

                ความรู้สึกของนายธารากำลังมีคำนี้เต็มหัว

                แต่สีหน้าก็ยังนิ่งมองละครฉากใหญ่ที่พี่ชายผมกำลังจะกินหัววินดี้ที่ยืนซวนเซอ่อนแรงกุมหน้าไปด้วย ใบหน้าสวยถูกตบ เอ่อ... ผมว่าไอ้ลมมันน่าจะต่อยเลยมากกว่านะ เลือดเต็มปากเลย ฟันยังอยู่ครบไหมวะ ต่อยไม่ธรรมดาด้วยเละหน้าเบี้ยวจมูกหักเลยด้วย

                นี่เข้าข่ายรุมกระทืบมาชัดๆ

                ตอนนี้ทั้งโรงละครเงียบสงัดเช่นป่าช้าหลังจากพี่ลมพ่นความจริงเกี่ยวกับวินดี้ออกมา

                “ใจเย็นๆก่อนนะคะ พี่ลม... นี่มันหมายความว่ายังไงกันคะ” พี่จีนหญิงหน้านิ่งใจกล้าบ้าบิ่นเริ่มตั้งสติได้ก็ถามขึ้นอย่างสับสน “ผู้ชายเหรอคะ”

                “ไม่จริง!” ธาวินยังตวาดกลับแม้จะซวนเซแทบล้ม

                “ไม่จริงหาป้ามึงสิ เอาใบเกิดมาดูเลยมั้ย” ดินตะโกนข้ามไปร่วมวงด้วยความคันปากสุนัขในปากมันคงทนไม่ไหวแล้ว ถามว่าทำไมไม่เอาบัตรประชาชนมาดู ก็บัตรมันเปลี่ยนเป็นนางสาวแล้วไง

                “แค่บัตรประชาชนก็พอนะคะ” พี่จีนเลยเหงื่อตกแต่ก็ยังคงเจรจากับพี่ลมซึ่งๆหน้า

                “บัตรมันก็เปลี่ยนคำนำหน้าไปแล้วจะดูเพื่อ?” ดินว่าลอยๆแล้วแสยะยิ้ม “สภาพน่าสงสารจังนะ กลับไปทำหน้าใหม่ที่เกาหลีจะสวยเหมือนเดิมรึเปล่าก็ไม่รู้”

                สังขารมึงนั่งรถเข็นเข้าเฝือกยอดแย่กว่ามันอีกมึงยังปากดีไปว่าเขานะ

                วินดี้เหลือบมองมาทางดินแล้วยิ้มบิดเบี้ยวส่งเสียงโต้กลับ “เหอะ สภาพน่าจะชนเสาไฟฟ้าตายไปเลยนะ เบรกแตกแล้วยังรอดได้อีก...”

                เหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่าตัวเองพลาดก็สายไปแล้ว

                “มึงว่ายังไงนะ!!!!”พวกผมแผดเสียงออกมาอย่างตกใจคาดไม่ถึง

                คนตั้งสติได้ไวสุดก็ไอ้ลม มึนงงไปครู่ก่อนจะซัดลงอีกหมัดอย่างไว นัยน์ตาดุดันแดงก่ำเต็มไปด้วยเพลิงมรณะ

                “มึง...มึงตัดสายเบรกรถน้องกูเหรอ”

                วินดี้ยังคงยิ้มเยาะ“จะกล่าวหากันก็มีหลักฐานด้วย”

                มือไอ้ลมสั่นระริกอย่างห้ามไม่อยู่ “ทั้งหมด มันเป็นแผนมึงใช่มั้ย!!” ตวาดลั่นไม่ไว้หน้าแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างที่พวกเราสามพี่น้องไม่คาดคิด “มึงจงใจขับรถชนอุ่น มึงจงใจตัดสายเบรกรถไอ้ดิน และมึงจงใจส่งคนมาดักแทงกกูใช่มั้ย กูถามว่าใช่มั้ย!!!

                บรรยากาศตึงเครียดที่ทุกคนไม่คาดฝัน การคาดเดาของลมมันอยู่เหนือจินตนาการของหลายๆคน สายตาของพี่ๆในกองละครมองวินดี้เปลี่ยนไป

                “เงียบทำเหี้ยอะไร มึงตอบมาสิ ตอบ!!”บ้าคลั่ง...ลมพายุที่บ้าคลั่งไม่มีผิด ผมมองสภาพไอ้ลมที่สติแตกเขย่าร่างวินดี้ไปมาอย่างโมโหจนน้ำตาไหลออกมาอย่างคับแค้น “มึงทำร้ายน้องกูทำไม ทำไม!!

                “โอ๊ยยย พี่ลม พี่อย่ามามั่ว!” วินดี้พยายามยื้อหยุดมือใหญ่ที่กำลังจะเลื่อนมาบีบคอเธอ “ช่วยด้วย พี่ลมเป็นบ้าไปแล้ว!!

                “กูบ้าก็เพราะมึงนี่แหละ ตายๆไปซะ!!

                ลมดูท่าจะไม่ฟังเสียงจากรอบข้างอีกแล้ว แม้แต่ไต้ฝุ่นก็ถูกผลักกระเด็น ผมพยายามตะโกนให้ไอ้ลมมันหยุดสั่งให้อาหลงเข้าไปห้ามแต่อีกฝ่ายก็ลังเล

                “ช่วยกันจับแยกสิ!! จะปล่อยให้ซัดกันตายรึไงวะ!!

                ผมร้องออกมาอย่างร้อนใจ ไอ้ลมมีสติหน่อยได้มั้ย จะชกก็ไปชกนอกมหาลัย ฆ่าตายในนี้เดี๋ยวก็โดนรีไทร์ ไอ้ไร้สมอง

                ผัวะ!! ตุ้บ! ผัวะ ปั้ก!

                มันคงเป็นภาพที่ประหลาดน่าดูการซัดกันระหว่างผู้ชายตัวโตกับกะเทยสาวหุ่นบาง

                ระหว่างที่ทุกคนกำลังจะแยกทั้งคู่ให้ออกจากกันได้เสียงเล็กๆก็ดังขัดขึ้นไม่ดูตาม้าตาเรือตาห่านอะไรเลย!

                “ไอ้ปายยยยย!!!”ทุกการกระทำหยุดชะงักแล้วหันไปทางต้นเสียง “ปายโว้ยยย อยู่ไหนวะ!

                ชายหนุ่มร่างเล็กตัวน่าจะพอๆกับเวียร์เดินเข้ามาด้วยใบหน้าแจ่มใสเดินกึ่งวิ่งมาหาเพื่อนตัวเองที่ยิ้มตอบโบกมือทักทายด้วย

                “เฮ้ย! ทางนี้ๆ ไอ้ชาม!” พี่แกเดินไปหาเพื่อนอย่างตื่นเต้น “มึงมาหากูจะบอกอะไร มึงถูกหวยใช่ปะ ไอ้เพื่อนเนรคุณมีเลขเด็ดดวงไม่เคยจะบอกกัน”

                ผลักหัวเพื่อนไปทีแล้วบ่น “ถูกหวยพ่อมึงสิ โดนแดกไม่เหลือ แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น!”ชี้ปากได้รูปย้ำช้าๆ “กูชื่อ ชาร์มมิ่ง ชาร์มมิ่ง!! กรุณาเรียกและออกสำเนียงให้อินเตอร์ด้วยครับเพื่อน ”

                “เออๆแล้วที่มาหาเนี้ยคือ มาชื่นชมให้กำลังใจกูใช่มั้ยที่จะได้เป็นนางเอกละครเวทีมหาลัยกับคนอื่นเขาแล้ว” ระริกระรี้โชว์เพื่อนใหญ่

                แต่มึงดูสถานการณ์กันสักนิดเถอะนะ

                “เรื่องของมึง”พี่ชาร์มมิ่งที่ผมมักเจอบ่อยๆเพราะเป็นเพื่อนสนิทของพี่ปายส่ายหน้าไม่ได้สนใจกลับหยิบเอกสารมาแปะหน้าผากไอ้พี่ปาย “เรื่องของกูต่างหาก! สอบชิงทุนไปเรียนที่เกาหลีได้แล้วเว้ย!! หกเดือนเชียวนะมึง กูตื่นเต้นนนน”

                “แค่เกาหลี มึงไปแทบทุกอาทิตย์ที่เขาจัดคอนเสิร์ต มันน่าดีใจตรงไหน” พี่ปายทำหน้างงใส่ไม่เข้าใจ

                “ไอ้โง่!” นั่น...โดนด่า “ไปดูคอนอปป้าแม่งก็สามวันเต็มที่ แต่นี้ไปอยู่ยาวหกเดือน มันน่าดีใจแค่ไหนมึงนี่แม่งเข้าไม่ถึงจิตใจกู แต่...ช่างเถอะ! มันเป็นข่าวดีวันดีของกูก็ต้องอารมณ์ดี มองโลกอย่างสวยงาม เห็นมั้ย มองไปทางไหนก็เหมือนอยู่ในทุ่งดอกไม้....”

                ดอกไม้อาบเลือดน่ะ....ใช่

                “ไอ้พี่ปาย!”ดินตะโกนมา “มึงกับเพื่อนมึงไสหัวไปไหนไกลๆก่อนได้มั้ย ดูเหตุการณ์บ้านเมืองหน่อย จะกระทืบกันตายแล้ว ”

                ชาร์มมิ่งเริ่มกวาดตามองรอบๆแล้วอุทานเบาๆ “โห ผัวมึงหล่อจริงๆไอ้ปาย  แต่อปป้าของกูหล่อกว่า”

                “แน่นอน กูสวย ผัวกูก็ต้องหล่อเรื่องธรรมดา” ชักสีหน้างอ “แต่เรื่องความหล่อ ผัวกูไม่ได้ศัลยกรรมมาเหมือนอปป้ามึง ผัวกูหล่อโดยกำเนิดเว้ย!

                “เฮ้ย มึงจะหาเรื่องใช่ปะ อปป้ากูไม่เคยทำหน้าเว้ย!!” ชาร์มมิ่งตอนแรกก็อารมณ์ดีๆมาแต่พออปป้าที่รักใคร่ถูกว่าก็ถกแขนเสื้อ “ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้!

                “ไม่” พี่ปายทำเมิน

                “ไอ้เหี้ยปาย ไอ้เพื่อนเวร! กูโกรธ ไม่ต้องมาง้อ!!

                โครม!!

                และแล้วพี่ปายคนงามก็ถูกถีบอย่างแรกเสียหลักล้มกลิ้งตกจากขั้นบันไดนับยี่สิบขั้นไปนอนกองจูบพื้นอยู่ตรงหน้าไอ้วินพอดี โชคดีที่ขั้นบันไดมันชันเตี้ยแล้วปูด้วยพรมหนาไม่ถึงขั้นหัวแตกแขนหักแต่ฟกช้ำตัวเคล็ดกระดูกเคลื่อนก็เป็นได้ไม่น่ารอด

                คู่แรกยังไม่แยก คู่สองก็แทรก

                “ไอ้ชาม ไอ้เลว!!!” พี่ปายลุกขึ้นนั่งอย่างเจ็บปวดชี้หน้าเพื่อนที่...

                พี่วิเวียนเข้ามาประคองเพื่อนรัก “มันวิ่งไปตั้งแต่มึงตกบันไดขั้นแรกแล้ว” เป็นคำปลอบที่ดีเหลือเกิน “หยุด ถ้าจะด่ามันก็ไปด่ามันไม่ต้องมาด่าให้กูฟัง” ลากเพื่อนให้ลุกขึ้นมาได้แล้วก็โยนไปอีกทางและดัน

                “โอ๊ยยยย”

                เหตุการณ์มันเกิดขึ้นไวมากเมื่อพี่ปายมันดันไปชนเข้ากับไอ้ลมที่ยื้อหยุดฉุดกระชากกับไอ้ธาวินอยู่ ด้วยความที่ลมมันไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างว่ามีอะไรกำลังพุ่งมา

                ทำให้ล้มคว่ำไปทั้งคู่

                “ไอ้พี่ปาย!” ดินตะโกนตกใจ จริงๆมึงน่าจะตกใจตั้งแต่มันล้มกลิ้งตกบันไดนะ “ทำไมไม่ล้มใส่ไอ้ห่าวินดี้วะ!

                อย่าหาความห่วงใยจากมัน... กูคิดผิดเอง

                “พี่ลมเป็นอะไรมากมั้ย”ต่างจากอีกคนที่ถลาไปหาคนรักที่ล้มไปอย่างมึนๆ

                “อยู่ๆก็วูบ อะไรวะ”

ระหว่างที่สถานการณ์ชุลมุนที่พี่ปายสร้างขึ้น เป็นการเปิดช่องว่างให้ใครบางคนได้หนี วินดี้อาศัยจังหวะที่พี่ลมออกห่างจากตัวได้ก็วิ่งหนีราวติดปีกบิน

“อาหลง จับมันไว้!!

ผมรีบเตือนบอร์ดี้การ์ด แต่ก็ช้าไปเพราะดันวิ่งนำไปหลายก้าวแล้ว อาหลงรีบติดต่อคนข้างนอกพร้อมกับวิ่งตามออกไป

“โอ๊ยยยย ดิน เค้าเจ็บ!” พี่ปายล้มโครมไปก็ร้องหาไอ้ดินทันที

“เรื่องของมึงสิ!! ยังมีหน้ามาพูดอีก ดูดิ ไอ้ธาวินมันหนีไปแล้ว!

“แทนที่จะห่วงเมีย ไม่ต้องมาคุยกันสามวัน กูโกรธ!

“คิดว่าคนอย่างกูจะง้อรึไง”

                พี่ปายเมินด้วยความโกรธจริงจังเป็นครั้งแรก หน้าบึ้งแล้วหันไปคุยกับเพื่อนแทน ส่วนดินก็โดนไอ้ไฟบอกให้ไปง้อก่อนที่เมียจะหนีมันก็ร้องเหอะไม่เอา

กลัวเสียฟอร์มชัวร์ กูล่ะเพลียกับพวกมึงจริงๆ

ผมถอนหายใจแล้วมองดูหน้าทีมงานละครทีมงานสตาฟที่ทำหน้าไม่พูดไม่รู้จะทำยังไงต่อไป แล้วเสียงสวรรค์(หรือนรก)ได้เรียกชีวิตสติทุกคนกลับคืนสู่ร่าง

“เอ้าๆ เหม่ออะไรกัน” วินผู้กำกับเรื่องนี้นั้นเองยิ้มระบายละมุนราวกับไม่มีเรื่องฟาดฟันกันมาก่อน “ทำงานๆต่อ ซ้อมละครต่อเว้ย!

ใครสักคนโวย “เฮ้ย วิน เรื่องเยอะขนาดนี้มึงพักกองวันเถอะ”

“ไอ้สี่ มึงอย่ามาหาเรื่องโดดกอง!” นีออนที่อยู่ใกล้ๆโบกหัวไปแรงๆ แล้วหันมาถามต่อ “จะให้เริ่มต่อบทตั้งแต่แรก ไม่ผ่านไปถึงครึ่งเรื่องก็นอนมันที่นี่แหละ”

“ก็ตามนั้น ไปๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ลืมๆไป” วินตบมือแล้วไล่เด็กๆนักแสดงให้ไปเตรียมตัวทำสมาธิ

พี่จีนปรับสีหน้าตื่นๆกลับมาเย็นชาตามเดิมแล้วถาม “ใครจะมาแทนวินดี้”

“นี่ไง พี่วิเวียนไง” วินชี้ไปที่ผู้หญิงที่นั่งเงียบมาตลอด คนถูกเรียกก็ร้องเบาๆ “นะ พี่วิเวียน ช่วยละครผมหน่อย นะครับ นะคร้าบบบบ”

กลัวพี่วิเวียนจะปฏิเสธมันก็รีบถลาไปคุกเข่าจับมืออ้อนวอนทันที

“กะ ก็ได้จ๊ะ” ตอบรับอย่างช่วยไม่ได้แล้วยิ้มแห้งให้ “ปล่อยมือพี่เถอะ ก่อนที่น้องธาราจะมากินหัวพี่นะ”

ผมรีบสะบัดสายตาหึงหวงหลบอย่างไวแต่คงไม่รอดพ้นสายตาเจ้าเล่ห์ของไอ้วินได้ มันรีบวิ่งกลับมาหาผมแล้วจุดยิ้ม

“แหนะ หึงเค้าเหรอ”

“ประสาท ไปทำงานไป” ผมโบกมือไล่ไม่มองหน้ามัน “แล้วเรื่องหลังเวทีมันเกิดอะไรขึ้น ไอ้ธาวินมันถึงได้เละขนาดนั้น”

วินชะงักรอยยิ้มแล้วทำหน้าเฉไฉ “ไปทำงานแล้วนะ เอ้าเฮ้ย ไปๆ จัดฉากต่อ แล้วต่อบทเลย นีออนมึงก็อย่าอู้มาช่วยกูเลย ทุกคนกระดิกตัวได้แล้ว”

นี่มันหนีคดีกันชัดๆ!

“เออครับ/เออค่ะ ไอ้ผู้กำกับ!!!

เมื่อถามจากไอ้วินไม่ได้...

ไฟหันไปถามลมที่เดินกลับมานั่งรวมกลุ่มแล้ว “เล่ามาดิพี่ชาย”

“ไม่มีอะไร”ลมปิดปากเงียบ

“บอกจากใจนะ กูโคตรอยากเสือก มึงเล่าเร็วๆ” ดินก็เริ่มงอแงเหมือนกัน

ผมมองสีหน้าพี่ชายคนโตแล้วตัดบท

“เรื่องนี้... ไว้ไปคุยที่บ้านแล้วกัน”

ลมนิ่งไปนิดก่อนจะพยักหน้าตกลง

 

บ่งบอกได้เลยว่า...ไอ้ธาวินมันต้องสร้างเรื่องไม่ธรรมดา

ไม่งั้นไอ้ลมไม่เงียบแบบนี้หรอก

ผมควรให้เวลามันหน่อยแล้วกัน

 

แต่ความจริงในใจของลมกำลังเครียดเรื่อง...


กูต้องสารภาพผิดกับน้องอุ่นกี่เรื่องวะเนี่ย ไอ้วิน ไอ้น้องเขยเวรตะไล 

มึงจะไม่ไว้ชีวิตพวกกูเลยใช่มั้ย ฮืออออออ

 

 

 ----ต่อ



                 “มึงว่ายังไงนะวิน”

                “เอ่อ... คือ ช่วยกลับไปก่อนได้มั้ย”

                “กูไม่ได้ยิน!

                “คือๆ อาจจะซ้อมละครนาน พี่ไม่อยากให้เรารอจนเบื่อจนรากงอก กลับบ้านไปพักผ่อนดีกว่ามั้ย”

                “ไล่?”

                “ไม่ช่ายยยยย”

                “งั้นกูอยู่”

                “คือพี่ทำงานไม่สะดวก...”

                “กูไปขวางเวทีมึงรึไง”

                “ก็เปล่า...”

                เปล่าแล้วไอ้สีหน้าลำบากใจคืออะไร!

 

                “เดล...กลับบ้าน!!

 

                ผมพ่นลมหายใจหนักๆออกมาอย่างกรุ่นโกรธกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อชั่วโมงก่อน เหมือนจะทะเลาะกับไอ้วินก็ไม่เชิง แต่แค่หงุดหงิดที่มันมาไล่ผมกลับบ้าน ไล่แบบไม่มีเหตุผลด้วย ผมแค่นั่งเฉยๆ ทำไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย


                จะนั่งเฝ้ามันบ้างไม่ได้รึไง... 

                 ทีมันดื้อตื๊อจะเฝ้าผมทำงาน ผมก็ไม่เคยเกี่ยง


                “อุ่น หมอนจะขาดแล้วมึง” เสียงเตือนดังมาจากข้างๆให้ผมหยุดการกระทำที่ไม่รู้ตัว

                ปล่อยหมอนในมือแล้วทำหน้าเซ็ง “ไอ้เดล กูถามหน่อย”

                “ว่า?”

                “เหี้ยวินไล่กูกลับทำไมวะ” สงสัย คาใจ และไม่เข้าใจ

                เดลหันมาแล้วส่ายหน้า “จะไปรู้ได้ไง อยากให้มึงกลับบ้านมาพักมั้ง”

                “หรือว่ามันเบื่อกูวะ”

                “คิดเหี้ยอะไรของมึงเนี้ยยยย” เดลแทบจะกระโดดบีบคอผม ดีที่ยังนึกได้ว่านี่เจ้านาย “แค่ห่างกันแค่นี้ นอยด์จะเป็นตุ๊ดแล้วมึง”

                ผมชักสีหน้าหงุดหงิดแล้วกอดหมอนอิงแน่น

   “ปกติมันไม่ยอมห่างกูเองนี่หว่า”

 

แล้วมันจะผิดหรือไง

ถ้ากูไม่อยากห่างมันบ้าง...

 

ระหว่างจมอยู่ในภวังค์ร่างสูงของคนคุ้นเคยเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก...

“สีหน้าแย่แบบนี้” เดลวิจารณ์แล้วยิ้ม “พลาดสิมึง”

ไม่ฟังไอ้เดลสักนิดหันมาโค้งเป็นการขอโทษผม “...ผมตามวินดี้ไม่ทันครับ”

                “ตามไม่ทัน?”

                ผมทวนถามซ้ำให้แน่ใจว่าได้ยินไม่ผิดขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้รับฟังรายงานที่คาดไม่ถึงจากมือดีอย่างอาหลง ร่างสูงก้มหน้าแทบชิดอกยอมรับความผิดในครั้งนี้

                “ขอโทษด้วยครับ” อาหลงดูจะซีเรียสมากเพราะเขาทำงานพลาดถึงสองครั้งแล้ว “แต่ลูกน้องที่เข้าไปใกล้รถมากที่สุดได้โยนเครื่องติดต่อใส่ไปในรถของเธอแล้ว แต่ทว่า...”

                “แต่อะไร” ผมถามต่อ

                “ลูกน้องคนนั้นเสียชีวิตแล้วครับ” อาหลงก้มหน้ามากกว่าเดิม

                เดลก็นิ่งขึ้นมาแล้วไต่ถาม “เกิดอะไรขึ้น”

                “จังหวะที่รถเข้าไปใกล้ วินดี้ได้เปิดกระจกรถแล้วยิงใส่ลูกน้องเราทั้งสองคน แม้กระสุนจะไม่โดนจุดสำคัญแต่การตั้งรับที่ไม่ทันทำให้เกิดรถคว่ำและไฟไหม้ขึ้น... แม้ตายพวกเขาก็ยังทำงานจนถึงที่สุดครับ”

                “แล้วศพสองคนนั้นอยู่ที่ไหน” ไม่คาดคิดเลยว่าธาวินมันจะก้าวข้ามความโหดร้ายยังไปเลวทรามอำมหิตฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น

                “เราได้ส่งคนไปเก็บกวาดนำศพทั้งสองคืนสู่ญาติพร้อมเงินจำนวนหนึ่งให้กับทางญาติแล้วครับ”

                ผมก้มหน้าแล้วบีบขมับที่เต้นตุบๆคล้ายเส้นเลือดจะแตกให้ได้ ถ้ากูลุกขึ้นได้กระสุนในมือกูนี่แหละจะเจาะหัวมึงไอ้ธาวิน!!


                …ขับรถชนกู

                ...สั่งคนตัดสายเบรกรถไอ้ดินและไฟที่นั่งมาด้วย

                ...จ้างคนดักทำร้ายไอ้ลม

                ...จะข่มขืนไต้ฝุ่น

                และ...ฆ่าลูกน้องของผมไปสองคน!!

 

                “คุณหนูใจเย็นๆนะครับ” เดลที่ไม่เคยใช้สรรพนามนี้กลับเลือกใช้เพราะสีหน้าของผมมันคงยังไม่อยากเป็นศพรายต่อไปแน่ แล้วมันก็รีบเดินออกไป

                ผมออกคำสั่ง “สั่งให้คนไปรับไอ้สามเหี้ยกลับมาอยู่บ้านเดี๋ยวนี้” เพราะอะไรไม่รู้ไอ้ลมมันเกิดเฮี้ยนขอขับรถกลับไปอยู่คอนโดแถมหิ้วไอ้เดี้ยงอีกสองคนไปด้วยอีก

                “ครับ” อาหลงพยักหน้าแล้วพยักหน้าให้ลูกน้องที่ยืนเงียบๆอยู่ข้างหลัง

                “กูอยากฆ่ามันสักร้อยรอบ”

                “มือของคุณหนูสะอาดเกินไปครับ”อาหลงยิ้มให้ผม “มันคงไม่ดีแน่ถ้าคุณผู้หญิงรู้ว่าลูกชายที่รักมือต้องเปื้อนเลือดสกปรก”

                “มันน่าเจ็บใจ...” ผมว่าเสียงสั่นด้วยความโกรธ

                “ความเจ็บของคุณหนู เราจะรับไว้เอง” เดลเดินกลับมาพร้อมวางถ้วยน้ำชาร้อนๆลงบนโต๊ะกระจก “และจะลบล้างให้สิ้นซาก”

                “หึ ไม่ว่ายังไงเรื่องนี้ฉันก็คงโดนห้ามไม่ให้ยุ่งสินะ” ผมว่าแล้วยกชาร้อนขึ้นจิบเพื่อคลายความตึงเครียด

                เดลว่าอย่างมาดมั่น“ไม่ใช่แค่คุณหนู แต่เป็นคุณหนูทุกคน... ทุกคนจะมือเปื้อนเลือดไม่ได้” ทั้งสองคนคุกเข่าลงตรงหน้าผม

                “พวกเราคือสีดำ... และคุณคือสีขาว... อย่าให้สีขาวย้อมเป็นสีดำเลยครับ”

                ผมฟังแล้วยิ้มอ่อน... ปล่อยวางงั้นเหรอ แล้วให้พวกนี้จัดการ... อืม ถ้าผมยังรักแม่รักชีวิตก็ควรที่จะหยุดอาฆาตแค้นสักที

                เพราะจองเวรเอาคืนกันไม่หยุดแบบนี้เดี๋ยวมันก็ต้องหาทางมาจัดการผมอีก ในส่วนสมัยมัธยมผมที่เคยมีเรื่องกับมันมาก็เยอะ จะไม่ให้ผมหาเรื่องได้ไง แม่งเสือกชอบพี่วินของกู!!

                พอถึงขีดความอดทนที่ขาดลงสติหายไปลงตีนมันซะเละ แถมผมยังเอามือจ่อคอสั่งมันให้เสนอหน้าไปเรียนที่อื่น ตอนแรกมันก็ไม่ยอม สักพักที่ผมกระทืบมันจนไม่เหลือซากแล้วฝากรอยมีดไว้ตรงคอให้มันผวาเล่นอีกวันก็วิ่งแจ้นทำเรื่องย้ายโรงเรียนทันที

                มานั่งระลึกถึงอดีตแล้วรู้สึกขำกับความเป็นเด็กอันธพาลจริงๆ ดูตลกกะโหลกกะลา โตมาก็ไม่คิดว่าจะโดนเล่นกลับเอาคืนซะเจ็บแสบปางตายกันยกแก๊ง ผมเหนื่อยที่จะเดินตามเกมที่ต้องรบรากับมันแล้ว ส่งให้ทางกฎหมายจบ ในเมื่อเจตนามันก็ชัดเจนคือการฆ่าผม

                “ถ้าเจอแล้วจะทำไงต่อ” ผมถามเมื่อรู้สึกว่าใจเย็นลงแล้ว

                เดลยิ้มร้าย “โยนให้ฉลามกินก็สิ้นเรื่อง หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”

                นี่คือคนที่จะบอกให้กูปล่อยวางเหรอ...ผมส่ายหน้า

                “พอ หยุดแค่นี้แหละ” ผมเคาะนิ้วบนโต๊ะใช้ความคิด “แค่จับยัดตะรางไปก็โดนขังตลอดชีวิตแล้ว ข้อหาเจตนาฆ่ามีหลายคดีอยู่”

                “มึงยอมหยุดแก้แค้นเอาคืนกับชาวบ้านเป็นด้วยเหรอวะ”

                คนที่เดินเข้ามาทำเสียงประหลาดใจคือเปลวเทียน ใบหน้าดูดีขึ้นจมเนื้อตัวดูไม่บอบช้ำแล้ว มึงใช้คาถาอะไร เอามาต่อกระดูกให้กูทีดิ

                “กูหูฝาดไปรึเปล่าวะ”

                “เรื่องของกู” ผมไม่ชอบใจมันเลยที่แลจะชอบอกชอบใจกับความปล่อยวางของผม

                ไอ้เทียนถลามานั่งข้างผมแล้วพูดขึ้น “ถ้ามึงยังแก้แค้นกันไปมาเรื่องก็ไม่จบหรอก มึงเลือกปล่อย ไม่ได้แปลว่ามึงแพ้นะ มึงต่างหากคือผู้ชนะในเกมส์แก้แค้นนี้”

                “ผู้ชนะที่เดี้ยงมาก” ประชดเข้าให้ “แล้วมาทำไม”

                “กูมาหาไม่ได้รึไง กูมาหามาเยี่ยมเพื่อน มึงควรจะดีใจนะ”

                “เอาความจริง”

                ถอนหายใจ “พี่ชินเป็นห่วง เขาจะไปต่างประเทศสามสี่วัน กลัวกูโดนทำร้ายเลย...”

                “มาอยู่บ้านกู” สรุปให้ “นี่บ้านคนหรือสถานสงเคราะห์คนไร้บ้านไม่ทราบ!

                “อะไรๆ ยังไงอีกหน่อยเราก็ญาติกัน มึงจะคิดไรมาก”

                “เหอะ หลงคารมไอ้แก่ไปหมดแล้ว สมงสมองเพื่อนกู”

                เดลว่าขึ้นแทรก “จะให้ทนายเตรียมเอกสารเตรียมขึ้นศาล”

                “อืม”รับรู้แล้วเบือนหน้าไปทางอาหลงที่ทำหน้าตาขรึม “เรื่องที่ให้ติดต่อบ้านไอ้ซีถึงไหนแล้ว”

                ผมกับมันยังเคลียร์ไม่จบดีก็หายตัวไปเลย

                “ได้ข่าวว่าคุณโซ่พาตัวคุณซีไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ แต่ไม่แน่ชัดว่าไปรักษาที่ไหน”

                ย่นคิ้ว “ฉันยังไม่ได้เก็บบัญชีแค้นมัน จะมาหนีแบบนี้ไม่ได้” ส่ายหน้า “อย่างน้อยต้องสืบให้รู้ว่ามันถูก วินดี้หลอกใช้อะไรไปบ้าง จะได้ลงบัญชีขึ้นศาลทีเดียว”

                ระหว่างกลับบ้านมาก็นั่งคิดมาเงียบๆนานแล้วว่าอย่างซีไม่น่าจะคิดอะไรได้ดีๆวางแผนเนียนๆกับคนอื่นเขาได้หรอกมันต้องมีวินดี้มาเกี่ยวข้อง

                “ผมจะรีบตรวจสอบครับ” อาหลงรับคำสั่งแล้วเอ่ยถาม “วันนี้คุณหนูอยากทานอะไรเป็นพิเศษมั้ยครับ ผมจะได้ไปบอกแม่บ้าน”

                “ของโปรดฉัน” แล้วมองไอ้เทียน “มึงกินไร”

                “ผมขอเป็นต้มยำหนังควาย ผัดเผ็ดเนื้องู ตับตุ๊กแกย่าง แล้วก็...”

                ผมจะอ้วก “ขออาหารที่คนกินได้!

                “ก็บ้านกูกินได้นี่”

                “นี่ไม่ใช่บ้านมึง บ้านกูไม่มีไอ้สารพัดเปิบพิสดารของมึงหรอกครับ” กลุ้มใจมั้ย ตอบเลยว่ามาก... “วันนี้ตั้งโต๊ะสองที่พอ ไอ้สามตัวนั้นกลับมาค่อยให้พวกมันไปหาแดกเอง”

                “พวกคุณลมน่าจะกลับมาช้ามาก เพราะรถกำลังติดแถมฝนตกแล้วด้วย ผมว่าจะให้คนของเราพาไปร้านอาหารก่อนเข้าบ้านครับ”

                “ตามสบาย” พวกมันจะหิวไส้ขาดก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องสนใจ

                หลังจากสั่งแม่ครัวแล้วไม่นานก็ตั้งโต๊ะเสร็จ ผมกับไอ้เทียนเป็นประภทไม่พูดมากอยู่แล้ว บนโต๊ะอาหารจึงเต็มไปด้วยความเงียบหลังจากกินเสร็จ จริงๆผมทานไปแค่ไม่กี่คำก็ไม่อยากกินแล้ว ส่วนไอ้เทียนไม่ต้องแดกก็อิ่มแล้วมั้งผัวโทรมาพอดีคุยงุ้งงิ้งน่าหมั่นไส้

                ขอกลับไปนอนที่ห้องตัวเองชั้นบน ลำบากคนแบกอยู่พอสมควรเพราะผมตัวหนักไงเล้วบันไดบ้านเสือกเยอะอีกกว่าจะมาถึงห้องไอ้เดลบ่นไม่เหลือ

                “ไม่เลิกบ่น กูตัดเงินมึงไม่เหลือแน่”

                “มึงตัวโคตรเบาเลยเว้ยยยย”

                “เสร็จแล้วก็ออกไปกูจะนอน” พาผมลงเตียงได้ก็จะนอนเลยแต่เดลเบรกไว้ก่อน

                ส่ายหน้า “นอนสภาพนี้ก็เน่าสิ เช็ดตัวเปลี่ยนชุด กินยาก่อน”

                “ก็ไปเรียกแม่บ้านมา ส่วนมึงจะไปไหนก็ไป”

                “เออครับ”

                เดลออกไปตามแม่บ้านมาให้ผม เธอยิ้มอบอุ่นมาให้แล้วช่วยผมเช็ดตัวเปลี่ยนชุดสบายๆ แล้วส่งยาให้

                “ทำไมยาเพิ่มมาหนึ่งเม็ด”จ้องมองเม็ดยาสีขาวที่เพิ่มมา

                เสียงเธอเหมือนหายไปชั่วขณะ “พอดีเป็นยาบำรุงแคลเซียมตัวใหม่ค่ะ คุณหมอเพิ่งนำมาให้เมื่อกลางวัน”

                “เหรอ” ผมไม่ได้ติดใจอะไรกินมันเข้าไปแล้วส่งแก้วน้ำไปให้

                “ฝันดีนะคะคุณหนู ต้องการอะไรสั่นกระดิ่งเรียกได้เลยนะคะ” เธอว่าแบบนั้นแล้วห่มผ้าให้ผมอย่างอ่อนโยนก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมแสงไฟก็ไล่ดับไปทีละดวงจนมืดสนิท  

                ผมถอนหายใจเบาๆแล้วมองไปรอบๆห้องของตัวเองมันก็กว้างขวางเหมือนทุกทียิ่งมองในความมืดแล้วยิ่งแล้วไปใหญ่มันให้ความรุ้สึกเคว้งคว้างเกินไผจนต้องเปิดโคมไฟหัวเตียง พยายามจะไม่คิดอะไรแล้วนะเกี่ยวกับเรื่องที่ทะเลาะกับไอ้วินเล็กน้อยวันนี้ แต่มันก็ยังติดในหัวจนหลับไม่ลง

ไม่ชินกับความรู้สึกนี้เลย...เหงา มันเป็นครั้งแรกที่รู้สึกแบบนี้ บ้านที่ไม่เคยรู้สึกว่าใหญ่โตวันนี้กลับคิดว่ามันใหญ่เกินไปแม้จะมีแม่บ้านบอดี้การ์ดเดินจนจะชนกันตายก็ตาม ห้องที่บ่นว่าเล็กจนไม่มีพื้นที่ให้ทำรกทำโมเดลไม่ได้แม่งก็กว้างเกินไป

มันทำให้ผมรู้สึกคิดถึงหอพักแคบๆ กับเวลาที่มีใครอีกคนอยู่อยู่ คนที่คอยปั่นป่วนกวนประสาท

“พอมันไม่อยู่ก็เพ้อเนี่ยนะ” ผมยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก “เป็นเอามาก”

นอนกลิ้งแล้วกลิ้งอีก

ก็มีแต่หน้าไอ้วินยิ้มระรื่นลอยวนอยู่ในหัว

“ออกไปจากหัวได้แล้ว!”ผมบ่นเสียงดังแล้วเอาหมอนมาปิดหน้าเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเริ่มห่างจากมันไม่ได้แล้ว  พึมพำกับตัวเองเบาที่สุด “ตอนนี้มันทำอะไรอยู่กันนะ”

เด้งตัวลุกขึ้นมา

“ไลน์ดีมั้ย”

 

ไม่ดี

 

“เฟสไปดีปะ หรือโทรเลย” นั่งครุ่นคิดอยู่พักแล้วคิดต่อ


แล้วจะทักมันว่าอะไร...วิน หลังเลิกกองมาหากูมั้ย

โอ๊ยยย แบบนี้ก็เข้าทางมันสิ หาว่ากูอ่อยอีก


“แล้วจะให้ทำยังไง”


คิดสิ มึงฉลาดจะตาย


“แต่มันต้องทำงาน กูไม่ควรรบกวน ถูกมั้ยวะ” ผมยีหัวตัวเองอย่างโมโห โมโหตัวเองน่ะสิที่ไม่มีความแยกแยะ “เวลากูขอไม่ให้มันกวนเรื่องงาน มันก็นั่งเฝ้าเงียบๆ”

นึกถึงเหตุการณ์ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่มันเริ่มเข้ามาใช้ชีวิตร่วมกับผมโดยไม่รู้ตัว

“แล้วทำไม...”


แววตาพลันหมองลง...


“วันนี้กูถึงไม่อยู่รอมันบ้างวะ...”


ยังไม่ทันจะจบประโยคดี สมองก็เริ่มมึนงงขึ้นมาไล่เท่าไรก็ไม่หายมึนไม่ถึงสามวิ ร่างของผมล้มตัวนอนลงไปอย่างไร้เรี่ยวแรงเปลือกตาปิดสนิทลมหายใจดังสม่ำเสมอเป็นสัญญาณว่าหลับเรียบร้อย

เดลที่แอบนั่งเฝ้าอยู่ด้านนอกก็ลุ้นว่าเมื่อไหร่ยานอนหลับที่เพิ่มไปจะออกฤทธิ์สักทีจนกระทั่งเสียงในห้องเงียบไปแปลว่าแผนสำเร็จ

“คุณหนูหลับแล้วเหรอ”

ยังไม่ทันยกหูออกจากประตูที่แนบฟังก็สะดุ้งโหยงเมื่อเสียงข้างหูทั้งแหบทั้งทุ้มจนเขาขนลุกเกรียว ตั้งสติได้ก็สะบัดหน้าไปจ้องอีกคนอย่างเบื่อหน่าย

“หลับแล้ว”ตีหน้าเคร่งเครียด “มึงไปเตรียมรถไป”

“ก็รอคุณมึงอยู่นี่ไง” อาหลงสวนมาแล้วเดินลวงกระเป๋านำลงบันไดไปยังรถที่จอดรออยู่หน้าบ้าน “โทรบอกคุณวินด้วย”

ก้นยังไม่ทันแตะเบาะมันก็ออกคำสั่งมาแหละ“เออ กูรู้แล้วครับ”

หลังจากขึ้นมานั่งเต็มก้นก็ควักล้วงหยิบมือถือขึ้นมาต่อสายหาคุณวิน

(หือ... อุ่นหลับแล้วใช่มั้ย)

“ครับ เพิ่งหลับไปเมื่อครู่” เขาตอบไปพลางเงี่ยหูฟังสถานการณ์ของปลายสายไปด้วย เสียงตีเข่าชกหมัดดังเข้าสายมาเรื่อยๆ

(ได้ให้กินยานอนหลับรึเปล่า)

นี่ไงตัวต้นเรื่องของการใส่ยาเพิ่ม

“ให้ครับ” แล้วถามกลับด้วยความไม่เข้าใจ”แล้วทำไมคุณวินต้องให้อุ่นกินด้วยครับ”

(ไม่มีอะไรมากหรอก... แค่อยากให้พักผ่อน หลับไปแบบไม่ต้องคิดหรือกังวลอะไร) น้ำเสียงห่วงใยจากใจว่า (วันนี้รื่องเยอะแล้ว ผมอยากให้เขานอนพักแบบไม่มีอะไรต้องกังวล)

“คุณหนูวันนี้มีท่าทางล้าและคิดจะวางมือจากการล่าวินดี้มาฆ่าแล้ว”

(นั่นมันส่วนของอุ่น ไม่ใช่ผม... ทำอะไรไว้ก็ต้องรับศาลเตี้ยไปก่อนสักนิดสักหน่อย)

เวรกรรม...หน้าเล่นๆเสือกจะฆ่ากัน ไอ้โหดไม่พอใจเป็นเตะเเม่งยอมรามือ... น่ากลัวไปเเล้วผู้ชายคนนี้

เดลเริ่มเหงื่อตกแล้วเปลี่ยนเรื่อง...

“อ้อๆๆ วันนี้คุณหนูกินข้าวเย็นน้อยมากครับ” เดลว่าแล้วมองดูจีพีเอสเส้นทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปคือนอกเขตกรุงเทพ พวกเขากำลังไล่ตามตัววินดี้ “สงสัยเพราะคุณวินไล่กลับบ้าน แล้วยังไม่มากินข้าวด้วยคงงอนพาลไม่ยอมกินข้าวเลย พรุ่งนี้คุณวินต้องมาหาคุณหนูเช้าๆนะครับ เดี๋ยวจะงอนยาว”

(กะจะรีบจัดการตรงนี้ให้เสร็จเเล้วไปหาอุ่นดึกๆ ...มันช่วยไม่ได้ผมดันมีงานที่ต้องจัดการนี่ครับ ถ้าไม่มีงานน่ารำคาญ ผมไม่พลาดดินเนอร์กับอุ่นหรอก) ปลายสายก็ไม่ได้ยินดียินร้ายเเต่หงุดหงิดมากกว่า(พอดีเจอหนูแล้ว ก็ต้องรีบจับก่อนที่มันจะวิ่งหายไปอีก เฮ้ย! ฝุ่นมันสลบไปแล้วเดี๋ยวตาย หยุด!)

“ท่าทางกำลังสนุกนะครับ” กูเริ่มไม่ไหวเเล้วนะ

(ก็ไม่นะ ยังหาตัววินดี้ไม่เจอก็ไม่สนุกเท่าไหร่)

วินกัดฟันกรอด ลับหลังอุ่นวินได้เล่าวีรกรรมของวินดี้ คร่าวๆให้เขาฟังซึ่งเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเกิดขึ้นกับเจ้านาย เหมือนโดนไม้หน้าสามตีเข้ากลางหัวไม่มีผิด

“พวกผมกำลังจะออกล่าตัวอยู่ครับ พรุ่งนี้น่าจะจับตัวได้ แล้วจะพาไปสถานี้ตำรวจ...”

(เจอตัวแล้วรายงานผม)

“...เอ่อ”

(อย่าเพิ่งส่งตำรวจ... หาที่ขังไว้ก่อน)

“คือ...เเล้วคุณหนู” ส่งสายตาหาตัวช่วยแม่งก็เอาหูไปนาตาไปถนนจริงๆ ไอ้หลงไอ้เวร!

(อย่าเพิ่งบอกอุ่น)

“...” กูจะไปแก้ตัวกับอุ่นยังไงวะ

(เข้าใจรึเปล่า)

“ขะ เข้าใจแล้วครับคุณวิน”

(ดี)

และสายก็ถูกตัดไปพร้อมกับบรรยากาศเย็นเป็นน้ำแข็งก็เกาะติดโทรศัพท์ไม่ห่าง... ผมกลืนน้ำลายแทบไม่หลงคอ

คนที่น่ากลัวที่สุดดูจะไม่ใช่คุณหนูของเขาแล้ว


แต่เป็นคุณวินต่างหาก!


แล้วทำไมไอ้เดลต้องมารับรู้ด้วยเนี่ยยย ฮืออออ

คนข้างๆก็ให้กำลังใจ

"หึ... แค่นี้ก็กลัว อ่อนหัดสิ้นดีกลับไปกินนมเเม่ที่บ้านมั้ย"


เป็นคำปลอบใจที่ดีเหลือเกิน

กูประชดครับ!! 

 

 






************
เครียดเเค่ไหนเราก็คือนิยายตลก
โอ้เย้ 
พี่วินคือ สายโหดที่เเท้ทรู มุมน้ำอุ่นมีความอ่อนเเอนั้นน่ารักตะมุตะมิมากกกกก

ตอนนี้นักอ่านที่สั่งเซตนิยายวินอุ่นกำลังเปิดศึกชิงการเลือกสีถุงผ้าพาสเทลที่มีอยู่เเปดสี
จะมีสิทธิ์เลือกได้ตามสีที่ชอบก็ต่อเมื่อนักอ่านเขียนวิจารณ์หรือคำนิยม รีวิวนิยายเรื่องนี้ลงตรงคำวิจารณ์คำนิยมไม่ใช่ส่วนคอมเม้นนะคะ หรือจะไปวิจารณ์หน้าเพจก็ได้ค่ะ

ศึกนี้มีเเต่คนจะเอาสีฟ้า ตายๆ จะฆ่ากันก่อนมั้ย55555555555

อย่าลืมเม้นน่า พี่วินคนเเบดคือหล่อ!!





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 481 ครั้ง

356 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 เมษายน 2562 / 13:52
    วินน่ากลัวอะ
    #10177
    0
  2. #9839 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 17:16

    พี่วินคนแบด น้องอุ่นต้องระวังแล้ว อย่าจืกพี่เค้ามากน่ะบรื้อ.
    #9839
    0
  3. #9785 mauydrr44 (@mauydrr44) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 21:10
    สนุกมักก????🏼
    #9785
    0
  4. #9662 passapron1312 (@passapron1312) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 22:24
    ฟินนนนอาาา~~ อยากมีโมเม้นแบบนี้บางจุง. แบบสายโหดในโหมคิดตี้* ชอบๆติดตามไรท์เสมอและเป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #9662
    0
  5. #9621 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 00:34
    โหดดดดจิง
    #9621
    0
  6. #9572 Srnoey (@Srnoey) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 08:36
    ยิ่งกว่ามาเฟียอี๊กกกก
    #9572
    0
  7. #9553 Mysterygrey (@Mysterygrey) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 17:02
    น่าจะเป็นเดลกันฟันรึเปล่าคะ ตรงที่บอกว่าหลับหลังวินเล่าอะไรให้ฟัง..
    #9553
    0
  8. #9305 MapleMable (@MapleMable) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 23:39
    วินคนโหดดด
    #9305
    0
  9. #9198 Naraprinnnt (@Naraprinnnt) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:22
    ดองไว้นานมากกกกกกกก
    จะอ่านมห้หนำใจเลยคอยดูวว
    #9198
    0
  10. #9142 JeabSupattra (@JeabSupattra) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:47
    สนุกโครตตตตต~~
    #9142
    0
  11. #8690 MOS123777 (@MOS123777) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 22:49
    พี่วินเป็นคนอย่างนี้หรอเนี้ย
    #สายโหดที่เเท้ทู
    #8690
    0
  12. #8641 ningthanaporn (@ningthanaporn) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 15:39
    ไม่คิดว่าพี่วินแกจะโหด
    #8641
    0
  13. #8402 -{JJ.YOY}- (@1OmiJung8) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 23:52
    ชอบอ่าาา พี่วินสายโหดดดด><น้องอุ่นสายตะมุตะมิตั้ลล้าคคคค>||<
    #8402
    0
  14. วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 21:27
    วินโหดมากกก
    #8374
    0
  15. #8315 9798shada (@9798shada) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 23:11
    ขอบคุณที่มาต่อน้า
    #8315
    0
  16. วันที่ 16 กันยายน 2560 / 13:37
    ยอมค่ะ//กราบ
    #8309
    0
  17. #8234 kunkd (@kunkd) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 19:43
    พี่วินสายโหดดดดกกกก 

    รอน้ำอุ่นตื่น อิอิ
    #8234
    0
  18. #8220 elleonoell (@Minrt) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 21:42
    อาหลงอายุเท่าไรค่ะไรท์
    #8220
    0
  19. วันที่ 12 กันยายน 2560 / 10:36
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #8193
    0
  20. #8153 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 01:53
    น้องอุ่น โอ๋เอ๋ ๆ นะคนดี ไม่ต้องงอน เดี๋ยวสัมมีย์ก็มาลูกกกกกกก
    #8153
    0
  21. #8152 0912632378ais (@0912632378ais) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 22:40
    งื้อรักพี่วินอะ หล่อโหดแต่อยู่ในโหมดอบอุ่น
    #8152
    0
  22. #8151 Por'z Chanprateep (@chuagporz) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 22:37
    อุ่นน่ะแค่สายเหวี่ยง แต่วินกับฝุ่นต่างหากคือสายโหดที่แท้ทรู!!!!!!!!
    #8151
    0
  23. #8150 Carnelian (@Chanisa_Aom) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 22:32
    พี่วินโหมดดาร์ก โหดกว่าอุ่นอีก555 อุ่นน่ารักกกก
    #8150
    0
  24. #8148 bestapinya (@bestapinya) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 22:16
    พี่วินอย่างโหด!!
    #8148
    0
  25. วันที่ 11 กันยายน 2560 / 20:56
    พี่วินนน ฮืออออ ชอบบ
    #8143
    0