[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 970,081 Views

  • 10,188 Comments

  • 30,012 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,522

    Overall
    970,081

ตอนที่ 5 : บทที่ 5 : เริ่มไม่สตรอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32679
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 754 ครั้ง
    18 เม.ย. 59

© themy butter



นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตัวพ่อ 5 

 

ตอน เริ่มไม่สตรอง

 

 

 

 

 

ธาราขอพื้นที่คืนเนื่องด้วยกินข้าวมันไก่เสร็จแล้ว

 

 

 

 

                ตึก ตึก ตึก

 

                ตึก...ตึก...ตึก...

               

 

                ผมว่า... ผมกำลังมีคนตาม...

 

                ตึกๆๆๆๆ

 

                ตึกๆๆๆๆๆ

 

                “ จะตามมาทำห่าไรวะ!!

 

                หันไปตวาดคนด้านหลังอย่างเหลืออด แววตาเริ่มฉายแววโมโหมากขึ้นมองดูคนตัวสูงกว่าไม่เท่าไหร่กำลังทำหน้าแป้นยิ้มแหยๆกลับมา ผมถอนหายใจเฮือกแล้วพยายามปรับอารมณ์ใหม่

 

                “ มึงจะตามกูทำไม ถึงคณะกูแล้ว กูจะทำงาน ”

 

                “ ก็เรียนบ่ายไม่ใช่รึไง อยู่ด้วยกันก่อนดิ ” ไอ้วินว่าฉีกยิ้มตาเป็นประกาย

 

                “ กูต้องการความเงียบ มึงไปถ่ายรูปที่ไหนก็ไปเถอะไป!

 

                โบกมือไล่มันพลางดูกล้องราคาแพงระยับที่ห้อยคอมันแล้วนึกอิจฉานิดๆ กล้องตัวนี้อยากได้นะ แต่ไม่มีตังค์ซื้อ ตังค์หายไปไหนหมดน่ะเหรอ ค่ากระดาษ ค่าสี ค่าไม้บัลซ่าล้วนๆ ถึงบ้านผมจะมีอันจะกิน แต่เสด็จพระบิดาของบ้านนั่นให้เงินลูกได้ยาจกมากจริงๆ ท่านให้เหตุผลสั้นๆง่ายๆ เพื่อให้ลูกที่น่ารักทั้งสี่ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง

                แต่เสด็จพระบิดาหรือรู้ไม่ พวกเขามีเสด็จพระมารดาแสนใหญ่คับบ้านคอยส่งเงินไม่ขาด แต่หลังๆมาเงินจากพระมารดาเริ่มหืดหายเพราะคุณหญิงไปฝรั่งเศสมาสี่เดือนแล้วยังไม่เสด็จกลับเลย ตอนนี้ยาจกสุดๆ

                จบชีวิตที่จะดราม่าก็ไม่ดราม่าของนายธารา...

 

                “ ถ่ายรูปเราสักรูปดีมั้ย ” ไอ้วินมันนึกได้มีกล้องติดอยู่กับตัวก็ยกขึ้นตั้งท่าจะถ่ายรูปผมทันที ถ้า...

 

                “ เฮ้ย! ธารา ทำไรวะ!

 

                เสียงห้าวหาญแสนเข้มและมาดแมนพร้อมกับการปรากฏตัวของ...เอิ่ม... ตัวอะไรวะเนี่ย

 

                “ พี่ปาย หวัดดี ” ผมยกมือไว้รุ่นพี่ที่แสนจะปกติ...มั้ง เขาเป็น...เอ่อ นั่นแหละ คนรู้จัก ห่างๆ... จริงๆนะ

 

                เฮียแกพยักหน้ารับก่อนจะหันไปทางไอ้วินที่ทำหน้ามึนๆเอ๋อๆ มองพี่ปายตั้งแต่หัวจรดเท้าและเท้าจรดหัว...

 

                “ มองทำไม กูแต่งตัวผิดระเบียบรึไง  ” เฮียแกเอียงคอถามกลับ อารมณ์ประมาณจิ๊กโก๋ท้ายตลาดมาก “ เนี่ย ถูกระเบียบที่สุดแล้วเว้ย หรือมึงคิดว่ามันไม่ปกติ!

 

                จ้องตาเขม็งเตรียมถลกแขนเสื้อหากไอ้วินมันพูดไม่เข้าหู

 

                “ ...ปกติครับ ”วินมันหัวเราะขืนๆแห้งๆกลับมา แล้วมองดูพี่ปายใหม่... พี่เขาก็แต่งตัวปกตินะ มีเสื้อ มีกางเกง มีรองเท้า แต่ที่จะแปลกมันก็....

 

                ผมสีแดงเพลิงยาวเลยไหล่ถูมัดขึ้นและติดกิ๊บ...คิตตี้

 

                เสื้อลายดอกสีสดใสสมทับด้วยเสื้อสูทนอกสีดำเนื้อดี

 

                กางเกงยีนส์สามส่วนสีซีด

 

                และ...แตะช้างดาว

 

                แถวบ้านไม่เรียกปกติแล้ว เขาเรียกว่าบ้า!!

 

                ถ้ามีดอกไม้มาทัดหูนะ ใช่เลย คนบ้า!

 

                “ ใช่มั้ย ไอ้น้อง กูแม่งปกติ ” ไอ้เหี้ยพี่ปายยิ้มกริ่มทำหน้าทำตาภูมิใจมากมายเดินไปกอดคอไอ้วินเป็นการขอบใจ “ มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่ว่ากูไม่ปกติ ”

 

                อ้าว... นี่กูบ้าเหรอ

 

                “ แล้วนี่มึงชื่อไร ”

 

                “ วินครับ พี่ ”

 

                “ เออ กูชื่อปาย เกิดแม่ฮ่องสอน เกิดที่ปาย และก็เป็นลุงรหัสมัน ” ชี้มาที่ผมที่เม้มปากแน่น ใครใช้ให้บอกห่ะ ว่าแม่งเป็นสายรหัสกัน

 

                ส่งสายตาทิ่มแทงให้ไอ้เฮียปากมาก อาร์ตตัวทวดเลย คิดจะแต่งอะไรก็แต่ง คิดจะทำอะไรก็ทำ

 

                “ โด่ววว ไอ้อุ่น มึงทำหน้าทำตา เดี๋ยวกูโบก ” หันมาด่าผมที่กำลังยืนทำสายตาเอือมๆใส่แก “ ดูเสื้อกูแล้วประทับใจช่ะ? ”

 

                “ ... ” ไร้คำจะพูดกับแฟชั่นของมัน

 

                “ นั่นไง! มึงพยักหน้า ” ตอนไหนวะ!!

 

พี่ปายยิ้มกริ่มผละตัวออกจากไอ้วินแล้วพรีเซ้นตัวเอง “ มึงดูนี่นะ ไอ้อุ่นไอ้วิน ”

              

                มือขาวของมันแหวกเสื้อสูทให้ดูเสื้อลายดอก “ นี่! มึงรู้มั้ย ตัวนี้เท่าไร ของแบรนด์อะไร!

 

                “ แบรนด์อะไร ” ผมกอดอก

 

                “ ก็อปแบรนด์เว้ย ส่งตรงจากจีน ตัวละร้อยเก้าเก้า แต่ด้วยหน้าหล่อๆของกู ได้มาตัวละร้อยเก้าสิบแปด ”

 

                ...ลดตั้งหนึ่งบาทถ้วน

 

                ไอ้วินดูจะกลั้นขำอย่างหนัก....

 

                “ แล้วก็นี่ สูทจากนอก ได้มาจากเด็จพ่อของกูที่จับกูไปดูงานที่บริษัท ด้วยการบังคับขืนใจกูให้ใส่มัน ตอนแรกก็ไม่ชอบนะ แต่ตอนนี้แม่งชอบล่ะ ”

 

                “ ... ” พวกผมสองคนได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้มันพูดป่าวๆไป จนจบแล้วมันถึงหันมามองผมด้วยสายตาเหมือนผมเป็นตัวประหลาด

 

“ แล้วทำไมวันนี้มึงแต่งตัวแปลกนะ ปกติรสนิยมมึงดีกว่านี้เยอะ ”

 

                “ วันนี้พรีเซ้นต์งาน ขอเป็นคนนิดนึง ” ผมตอบ “ แล้วทำไมวันนี้พี่จัดเต็มซะขนาด... ”

 

                “ วันนี้ต้องลงไปรับน้องเว้ย ปีสามแม่งไม่ได้เรื่อง ” ส่ายหน้าเซ็งๆ “ กูเป็นถึงประธานสโมสรน่ะเว้ย จะให้แต่งตัวบ้านๆไปหาน้องมันไม่ใช่ เดี๋ยวไม่ประทับใจ ”

 

                ยกมือขึ้นทาบอกอย่างสง่า...เชิดหน้าสี่สิบหน้าองศา เอากับเฮียแกเถอะ

 

                “ ผมไปก่อนนะ ต้องเตรียมบท ” หาจังหวะปลีกตัวได้ก็รีบออกมา ไอ้เฮียก็ไม่ได้ว่าอะไรพยักหน้าหงึกๆหงึกๆรับแล้วลากแตะช้างดาวของแกออกไปทางโรงอาหารของคณะวิดวะ

 

                ดังคณะตัวเองไม่พอ ไปดังนอกคณะอีก เชื่อเลยจริงๆว่า ชีวิตผม หาคนปกติไม่ได้หรอก... แต่คนปกติย่อมคบกับคนไม่ปกติอยู่แล้วล่ะ หึ

 

                ส่วนผมก็เดินเอื่อยๆถือกระดาษม้วนใหญ่ตรงไปยังห้องชมรมที่นัดกับเพื่อนไว้เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว แถมตลอดทางที่เดินมามีทั้งหนุ่มน้อยสาวสวยหนุ่มล่ำมองตามเขาให้ควั่ก ทำไงได้... คนมันหล่อ...

 

                ใช่... ไม่ได้มองกูไง ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยยยย

 

                ผมหันไปมองไอ้วินที่เดินตามหลังผมแล้วถอนหายใจเฮือก เออไง มันหล่อ และหล่อมาก ใสสไตล์เกาหลีมาก หญิงนี่มองตรึม มึงแย่งซีนกู!

 

                “ จะตามไปถึงเมื่อไหร่วะ ” หยุดเดินแล้วมองหน้ามัน

 

                “ อ้อใช่ พี่ปายเขาตลกดีนะ ” คำตอบมันคนละเรื่องเลย

 

“ มันบ้า ไม่ได้ตลกสักนิด ” ผมถามย้ำ “ จะตามทำไม ”

 

 “ ก็บอกแล้วไง จะอยู่ด้วย ”

 

“ ว่างนักรึไงวะ ”พาลครับพาล มันว่าง แล้วกูเรียนนี่กูพาลครับ

              

               ยักคิ้วให้อีกสองจึก “ ก็ว่างไง มีเวลาไง ”

 

                “ ว่างแล้วทำไมไม่ไปหาอะไรทำ ดูหนัง ถ่ายรูป กินข้าว เดินห้าง ” ผมหรี่ตาจับผิด มันก็ยิ่งยิ้มกว้าง “ ตามกูแล้วจะได้อะไร ”

 

                “ ได้ดิ ”

 

                “ ได้อะไร ”

 

                “ ได้ดูแลอุ่นไง ”

 

 

                ตึง!!!

 

 

                อุ่น...งั้นเหรอ เหมือนหัวใจถูกแกว่งอย่างแรง ปกติมันมักจะเรียกผมว่าธาราซะมากกว่า.... คนส่วนใหญ่ที่ไม่สนิทก็มักจะเรียกผมว่าธารา แน่นอนมันดูแมนกว่าชื่อเล่นผมมาก อย่างที่รู้พี่น้องผมมันชื่ออะไรล่ะ ดิน ลม ไฟ ผมก็คงไม่พ้นชื่อ น้ำ แต่น้ำคำเดียวไม่พอ เสด็จแม่ยังเติม อุ่น เข้ามาให้ดูน่าเอ็นดู จนมันกลายเป็น น้ำอุ่น ชื่อสาวแตกชิบ

 

                “ ถ้าเดาไม่ผิด... ชื่อเล่นเราคงเป็น น้ำอุ่น ใช่มั้ย ” ไอ้เหี้ยวินทำหน้าแน่ใจสักเท่าไหร่ ผมสูดลมหายใจปรับสติให้เข้าที่เข้าทาง ไม่รู้สิ มันรู้สึกแปลกๆ

 

                “ เออ แต่ไม่ต้องเสือกเรียกนะ ไม่ได้สนิท ”

 

                “ ไม่ได้สนิทเหรอ ” มันเงียบแล้วกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ แต่เรานอนเตียงเดียวกันมาแล้วนะ ”

 

                “ ผู้ชายผู้ชายนอนเตียงเดียวกัน มันแปลกตรงไหน ” ผมสวนกลับสายตาเริ่มกังวลกับสถานการณ์ที่กำลังรู้สึกว่ามีสายตาหลายคู่จับจ้องมาทำให้ผมต้องเบาเสียงพูดลงไปอีก

 

                “ ก็ไม่แปลกไง ”จู่ๆมันก็ยกกล้องขึ้นมาเปิดแล้วถ่ายรูปผมอย่างหน้าด้านๆ “ หน้าแม่งอย่างมันเลยว่ะ ฮ่าๆๆๆ ”

 

                “ ...มึงแม่งกวนตีน ” อยากกระทืบมันเว้ย!

 

                “ มันน่ารัก ฟังให้จบดิ ” ไอ้วินมองผมนิ่งๆแล้วอมยิ้มท่าเดียว หยุดเรื่องคุยแล้วก็ยิ้ม ต้องการกวนประสาทกันใช่ปะ

 

                “ น่ารักพ่อง! ไปไกลๆตีนไป!

 

                ผมสะบัดหน้าด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดแล้วต้องชะงักเมื่อผู้หญิงในคณะพากันชี้ๆเหลือบๆมองหน้าผมแล้วหัวเราะคิกคักกัน อะไรวะ

                ช่างแม่ง! ผมหันหลังจ้ำอ้าวไปทางด้านหลังแต่ก็ยังคงมีผีตามติดชีวิตอยู่ ผมควรเลิกสนใจมันและเดินๆไป แต่เดินไปแล้วเสือกผ่านกระจกเห็นหน้าตัวเองชัดๆแล้ว...

 

                ถึงว่าทำไมผู้หญิงถึงชี้หน้ากูแล้วหัวเราะ...

 

                ไอ้เหี้ยหน้าแดงเป็นสตอเบอรี่นี่มันครายยยยยยยยยยยยยยยย!!!

 

 

 

 

 

 

---------------------------------

  

 

 

 


 


              หลังจากไล่เตะใครบางคนได้สำเร็จ ผมก็เร่งเท้าให้เร็วขึ้นจนแทบวิ่ง วิ่งหนีจากไอ้เวรวินที่แม่งกัดไม่ปล่อย ตามมันอยู่นั่นแหละ ไม่รู้ว่าจะตามไปถึงไหน ดีหน่อยที่เพื่อนมันโทรพอดี มันเลยต้องหยุดคุย ส่วนผมนี่แทบจะกระโดดตบด้วยความดีใจสุดซึ้งโกยเท้าหนีเลย


เดินไปทางด้านหลังตึกคณะที่มีห้องว่างนับสิบที่ไม่ได้ใช้งาน มันเลยเป็นสวรรค์ของเหล่านิสิตนักศึกษคณะสถาปัตย์ให้มานอนกลิ้งเล่นเวลางานโปรเจคเร่งส่งก็ทำกันห่ามรุ่งห่ามค่ำข้าวไม่ต้องแดกอาบไม่ต้องน้ำกันเลยทีเดียว



                ปัง!



               ผมผลักประตูบานที่สามซึ่งเป็นห้องประจำของกลุ่มผมตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง ปกติห้องว่างพวกนี้จะถูกจับจองด้วยพี่ปีสามและสี่ แต่นี่ใครครับ ธารา เดือนสถาปัตย์นะครับ มีพี่รหัสเป็นประธานรุ่นปีสาม อย่าไปรู้จักมันเลยครับ ถ้ารู้จักแล้วจะตะลึงตึ๊งตึ่ง แถมผมยังมีลุงรหัสเป็นถึงประธานสโมสรสถาปัตย์ ที่แม่งพนันได้เลยว่ามันต้องซื้อเสียง ซื้อคะแนนชัวร์ถึงได้ตำแหน่งมาครองง่ายๆ ประธานสโมสรจะใครถ้าไม่ใช่ไอ้พี่ปาย คนไม่สมประกอบทางแฟชั่นนั่นเอง แค่ห้องห้องเดียวไอ้พวกพี่ๆลุงๆป้าๆไม่ให้ผมก็เกินไป


                “ มาช้าชิบหาย มาพรุ่งนี้เลยมั้ยมึง ” แค่ย่างกายเข้าห้องก็เจอกับตัวอะไรก็ไม่รู้อีกแล้วกำลังนั่งหน้าบูดต่อโมเดล


                ไหวไหล่แล้ววางเป้ลงบนโต๊ะ เดินไปเปิดตู้เย็นในห้องเอาน้ำมาดื่ม “ ได้นะ เดี๋ยวกูกลับ แล้วพรุ่งนี้ค่อยมา ”


                 “ กวนประสาท ”


               ไอ้ไผ่ทำหน้าหงุดหงิดก่อนจะวางโมเดลลงแล้วควานมือไปตามกางเกงม่อฮ่อมสีหม่นล้วงหยิบจูปาจุ๊บสีส้มขึ้นมาแกะแกะแล้วยัดเข้าปาก...


                 “ แล้วมึงจะพรีเซ้นด้วยชุดนี้? ” มองไล่ไปตามตัวมันแล้วส่ายหน้า... มหาลัยของผมเป็นมหาลัยรัฐบาลแต่ทุกอย่างกลับเป็นแบบอินเตอร์ ยูนิฟอร์มแทบจะไม่ได้ใส่ ใส่เฉพาะพรีเซ้นงาน งานใหญ่ๆด้วยซ้ำ บางวันอาจารย์ยังใส่ชุดนอนมาสอนก็มี


                ไอ้ไผ่พยักหน้าแล้วมองลงมาที่ชุดตัวเอง...


               “ ทำไม กูแต่งตัวไม่เรียบร้อยเหรอ ” มองดูชุดม่อฮ่อมที่ผมจำได้ว่ามันใส่ตัวนี้ซ้ำกันมาสองอาทิตย์แล้ว ซักยังวะนั่น


                ไอ้ไผ่เป็นคนภาคเหนือครับ มันเลยชอบแต่งตัวพื้นบ้านพื้นเพตามบ้านเกิดมัน วันไหนอินดี้จัดก็ใส่ชุดแม้วกะเหรี่ยงบวกพร้อมด้วยเครื่องเงินห้อยมาเต็มคอ...


                “ กูไม่อยากโดนตัดคะแนน เพราะฉะนั้นมึงกลับไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้ ”


                “ ไอ้คิมยังไม่มา เดี๋ยวยืมมันก่อนก็ได้เว้ย ” มันโคลงหัวอย่างอารมณ์ดีดึงอมยิ้มออกจากปากแล้วสไลด์ตัวไปหาไอโฟนในเคสมินเนี่ยนสีเหลืองจี๊ดปวดตับโทรคุยกับไอ้คิม เพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกันที่อยู่กลุ่มเดียวกันซึ่งมันก็บ้าบอไม่ต่างกัน


                ผมเหล่มองมันนิดหน่อยแล้วทรุดตัวนั่งลงที่พื้นแล้วหยิบคัตเตอร์มาตัดกระดาษต่อ... อืม ผมว่า บ้านสีครีมมันธรรมดาไป สีเทาอ่อนๆน่าจะสวย เดี๋ยวค่อยไปซื้อเย็นนี้แล้วกัน


                “ เออ มึงว่าต้องแก้สีมั้ย ” ไอ้ไผ่คุยเสร็จก็มานั่งจ่อมคุยงานกับผม “ กูว่ามันเบๆ ไม่ประทับใจกูสักเท่าไรวะ ”


                “ กูก็ว่างั้น ” ผมถอนหายใจแล้วหยิบกระดาษเฉดสีขึ้นมาเลือก “ กูว่าจะเอาสีนี้ ”


                มือสวยขาวกระจ่างของไอ้ห่าไผ่รับไปแล้วเทียบๆดูกับบ้านก็พยักหน้าเป็นการโอเค “ เดี๋ยวให้ไอ้เหี้ยคิมดูอีกที ”


                “ เออ แล้วสคริปต์ล่ะ ” นึกขึ้นได้ ยังไม่ได้ท่องบทพรีเซ้นต์


                 ไอ้ไผ่ทำหน้างงๆ “ มึงทำไม่ใช่เหรอ ห่าธารา ”


                ผมส่ายหน้าช้าๆ... “ มึงกับไอ้คิมทำไม่ใช่เหรอ ”


             ไอ้ไผ่ส่ายหน้าพรืด “ กูทำโมเดลไอ้สัด แล้วไอ้เหี้ยคิมมันเขียนเกร็งคำถามของอาจารย์ต่างหาก ”


“ กูทำพาวเวอร์พ้อยท์กับแบบสามมิติ ไอ้คิมเกร็งคำถาม มึงทำโมเดล ”


ผมมองหน้าไอ้ไผ่ และไอ้ไผ่มองหน้าผม ก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบ...


                 “ ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยยยยย!!!


                ห้องแทบแตกเมื่อรู้ความจริงที่ว่า...


 

                ไอ้ไผ่...ไม่ได้ทำ


                ไอ้คิม... ไม่ได้ทำ


                และ...ผมไม่ได้ทำ


 


                สรุปคือ ไม่มีใครทำสคริปต์พูด ไอ้เหี้ยยยยยย


 


                “ แล้วเอาไงดีวะ!! ”ไอ้ไผ่สบถอีกหลายคำยกมือขยี้หัวตัวเองอย่างร้อนใจ “ เหลืออีก 5 ชั่วโมงเอง เวรเอ๊ย! ความจำกูยิ่งยอดแย่อยู่ ท่องไม่ทันแน่ ” 


               “ รู้แล้วเว้ย! มึงจะย้ำเวลาทำเตี่ยไร! ” ผมหันไปหยิบเป้ตัวเองแล้วหยิบโน๊ตบุ๊คออกมาเปิดเตรียมดูเนื้อหา แล้วจะรีบเขียนสคริปต์แล้วรีบท่อง ขืนให้พูดสดยังผ่านยากชัวร์ ใครมันจะไปจำได้หมดวะ ว่าหน้าต่างย่อส่วนเท่าไร ประตูกี่บาน แล้วสูงเท่าไร ใครมันจะไปทำได้วะ


                ไอ้ไผ่ก็กุลีกุจอหยิบข้อมูลอื่นๆ หยิบกระดาษเปล่ามาเตรียมเขียน แต่...


                “ โย่วววววววว ”


                เสียงอารมณ์ดีผิดกับจังหวะอารมณ์ของผมกับไผ่สุดๆโผล่มาหน้าระรื่นพร้อมกระดาษแปลนเต้มมือ “ ทำไรกันอยู่วะ หน้าเคร่งเครียดเชียว ”


                “ ไอ้เชี่ยอุ่นมันลืมเขียนสคริปต์อ่ะดิ! ” อ้าว เพื่อนชั่ว มึงโบยมาแบบนี้เลยเหรอวะ!


               “ มึงต่างหากที่ต้องเขียน!


                “ มึง!


                 “ มึง!


               “ น่าๆ อย่าเพิ่งตีกัน ”


                ไอ้คิมมันอารมณ์ดีอยู่แล้วเลยทำทีสบายๆห้ามทัพอย่างไม่ร้อนใจนัก


               “ เนี่ย...พอดีเลยๆ ให้คนนี้เขียนให้ดิ จากนิเทศเลยนะ กูเจอเมื่อกี้อ่ะ เพื่อนมึงไม่ใช่เหรออุ่น ตามหามึงทั่วคณะเลย ”


 

                ห่ะ?


               อะไรนะ


                 นิเทศ...


 

                หันคอเอี้ยวตัวไปด้านหลัง “ ไอ้วิน!!!


                “ คิดถึงเค้าเปล่า ” หน้าตอแหลทะเล้นมีคนเดียวเท่านั้น “ หนีเค้ามา เค้าเสียใจนะตัว ”


                 “ คิดถึงพ่อมึงสิ ไปไกลๆ! จะทำงาน! ” อะไรใกล้มือเตรียมขวางเลย แต่ดันมีไอ้คิมห้ามเอาตัวหมีควายของมันบังไอ้วินซะเกือบมิด


                “ หยุดๆๆ ไอ้อุ่น มึงหยู้ดดดดด เดี๋ยวไม่มีคนเขียนสคริปต์ให้เว้ย!


                มือชะงัก... จริงสิ... ไอ้วินมันเรียนนิเทศอย่างน้อยมันก็ต้องเขียนบทเขียนเรื่องได้บ้างล่ะว่ะ!


               “ เออ งั้นกูหยุด ” ผมวางปากกาสีในมือลงแล้วยักคิ้วให้ไอ้วิน “ มึงมาเขียนสคริปต์ให้กูดิ๊ ”


               เครื่องหมายคำถามปรากฏบนหน้าของไอ้วินทันที ไอ้คิมก็ได้แต่กลั้วหัวเราะอย่างขำๆ ชินกับท่าทางของคนอื่นที่เจอผมอารมณ์ขึ้นๆลงๆแล้ว


                “ มีรางวัลปะ! ” หูหางตั้งมาเลยมึง ถลาตัวมาตรงหน้าผมท่ามกลางความสงสัยและเสือกของเพื่อนทั้งสอง


                ผมพยักหน้าและ... 


ผัวะ!



“นี่ไง รางวัล ”


“ ตบหัว เดี๋ยวก็จูบเลยนี่! ” ไอ้วินเบ้ปากแล้วคลำหัวตัวเองด้วยหน้าเซ็งๆก่อนจะหันไปมองหน้าไอ้ไผ่ที่จ้องหน้าไม่หยุด จ้องจนจะทะลุแล้วนั่น “ น้องมีปัญหากับหน้าพี่ปะครับ ”


“ ก็...กำลังสงสัย ” ไผ่ครางงึมงำแล้วเหลือบซ้ายมองบนเหล่ขวาอย่างใช้ความคิด “ นี่ใช่พี่วิน รองเดือนมหาลัยปีสามป่ะ!!


“ อ่า... ครับ ” มันยิ้มตอบนิดๆ


รองเดือนมหาลัย... ถึงว่าทำไมเบ้าหน้ามันถึงหล่อลากกระชากไตขนาดนี้ ส่วนไอ้เดือนมหาลัยปีสามเหรอ... ได้ข่าวว่าเป็นคนคณะอักษร เป็นคณะที่คาดไม่ถึงจริงๆ...


“ พี่แม่งอย่างหล่ออ่ะ หล่อกว่าปีที่แล้วอีก ผมจำแทบไม่ได้เลย ” ไอ้ไผ่ทำหน้าระริกระรี้ “ ผมชื่อไผ่นะพี่ พี่แม่งโคตรเจ๋ง เต้นบีบอยโชว์อ่ะ ถามจริง พี่เรียนจากไหนวะ!


“ เฮียพี่เป็นคนสอนน่ะ ตอนนี้ก็เป็นครูออกแบบท่าเต้นให้กับพวกศิลปิน อยู่ต่างประเทศน่ะ ”


“ เจ๋งโคตร!


ไอ้คิมเดินมาผลักหันคนพูดมากทีหนึ่ง “ มึงอย่าเพิ่งชวนพี่เขาคุยดิ ให้เขาเขียนสคริปต์ให้พวกเราก่อน ” หันไปหาวิน “ พี่คร้าบ รบกวนหน่อยนะคร้าบ ”


“ ตามที่ตกลง โอเคมั้ย ” ไอ้พี่วินหันไปยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ไอ้คิมก่อนมันจะพยักหน้าตกลง... ตกลงอะไรกันวะ


“ ได้ตามที่ขอคร้าบ ”


ไอ้วินยิ้มพอใจยิ่งก่อนจะหันมาคุยกับผม “ ไหนๆ ให้เค้าช่วยตรงไหนครัชฮันนี่ ”


“ ฮันนี่พ่อง เลิกเล่นได้แล้ว กูจริงจัง ” ไม่อยากจะไว้ใจไอ้ท่าทางเล่นๆของมันเลยจริงๆ


ไอ้วินเอียงคอมายิ้มหล่อกระแทกเรตินาก่อนจะพูดอะไรให้ชวนอ้วก...“ พี่ก็จริงจังน่ะครับ ไม่ได้เล่นๆกับเราสักหน่อย ”



กูหมายถึงงาน มึงมองงานดี๊!


มองหน้ากูทำไม!


 

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบทันที... ผมมองหน้ามันเอือมๆแล้วถอนหายใจเบือนหน้าไปอีกทาง บ้าบอชะมัด


“ มึงคิดเหมือนกูมั้ย ไอ้คิม ” เสียงไอ้ไผ่กระซิบที่โคตรจะดังลั่นห้อง


“ เออ กูก็คิดแบบมึงนั่นแหละ ” ไอ้คิมยิ้มล้อๆมองผมกับไอ้วินสลับกัน พอผมจ้องหน้าเหี้ยมกลับมันก็ทำเป็นมองนกมองไม้ไม่รู้ไม่ชี้...“ วันนี้อากาศดีจังเนอะ ไอ้ไผ่ ” 


“ อืม วันนี้กูกินข้าวผัดกะเพรามา โคตรอร่อยเลย ”


จะเนียนก็ขอให้ตกลงกันก่อนนะ...


              ปากอ้าจะด่าใส่แต่ความอุ่นร้อนกลับวางลงบนฝ่ามือผมให้หันไปสนใจ...


“ ทำงานเถอะ เดี๋ยวจะช้าไปใหญ่ ” เสียงทุ้มของไอ้วินว่าก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากดึงมือตัวเองที่วางบนมือผมไปหยิบปากกาสีกับกระดาษมาเตรียมเขียน


ผมเลยเบนความสนใจมาที่คอมแล้วเปิดแผ่นสไลด์ให้มันดู อธิบายคร่าวๆแล้วหยิบข้อมูลในมือของไอ้ไผ่มาให้มันดู จากตอนแรกที่มันทำหน้าทะเล้นก็ค่อยๆหุบยิ้มแล้วแววตาก็จริงจังขึ้น... ผมอธิบายไปพลางแอบมองตามันไปด้วยโดยที่ไม่รู้ตัวสักนิด...


“ อ่าฮะ พี่จะเขียนให้ดูกระชับแล้วกัน เพราะข้อมูลเราค่อนข้างเยอะ ” วินว่าแต่ยังคงก้มหน้าก้มตาเขียนไม่หยุด เงยหน้าขึ้นโยกหัวเหมือนให้ผมหลบทางเพราะมันจะใช้คอม ผมทำตามมันอย่างว่าง่าย ลุกจากพื้นไปนั่งที่โซฟาที่มีไอ้เพื่อนสองตัวนั่งอยู่มองดูไอ้วินไม่กะพริบ...


“ มึง พี่เขาจีบมึงเหรอวะ ” ไอ้ไผ่ทำหน้าเสือก พูดเสียงเบา “ กูเห็นซัมติงในเฟส หวานเว่อร์ ”


ผมพยักหน้า “ เออ ”


ไอ้เพื่อนสองคนมันจิ๊ปากทำเสียงฮึดฮัดขัดใจ “ มึงนี่มัน! ปฏิเสธให้พวกกูตามเสือกหน่อยเถอะ เล่นบอกงี้ อารมณ์เสือกกูก็หมดพอดี ”


“ แล้วมึงคิดไงยอมให้เขาจีบ ” ไอ้คิมถามต่อ


ผมนิ่งคิดก่อนจะแสยะยิ้ม “ ก็ไม่ไง มีคนคอยมาให้จิกใช้ กูก็สบาย ”


“ ตามใจมึงเลยครับ ” ไผ่ล้วงหยิบจูปาจุ๊บอีกอันขึ้นมาแกะกิน “ เออ พ่อคนอาร์ตแล้วตกลงว่าไง ทริปเพชรบูรณ์ เอาไง ”



“ ปั่นจักรยาน ”




“ ปั่นจักรยาน!!! สองเพื่อนเบิกตาโพล่งอย่างตกใจ 


                “ เออ ทำไม ” ผมเลิกคิ้วอย่างงงๆ มันแปลกตรงไหนวะ ปั่นจักรยานจากกรุงเทพไปเพชรบูรณ์ ชิวๆ ลดโลกร้อนประหยัดน้ำมันครับ


                “ มึงบ้าเปล่า ใครจะไปปั่นกับมึง!


                 “ มีเว้ย ” แย้งครับ ทริปปั่นจักรยานครั้งใหญ่ใครว่าผมเป็นคนคิด “ พี่ไทม์เป็นคนคิด แล้วเฮียปายก็เห็นด้วย ”


               “ สายรหัสมึงมีใครปกติบ้าง ไอ้เหี้ย! ” ไอ้ไผ่ปาก้านจูปาจุ๊บใส่ผมอย่างหงุดหงิด ดีนะ หลบทัน “ กูไม่ไปแล้วเว้ย!


                “ ไม่ได้! มึงต้องไป ” ไอ้คิมที่แบกรับชะตาเดียวกันก็ไม่ยอม “ ชวนพี่เขาไปมั้ย ” พยักเพยิดไปทางไปไอ้วินที่ยังคงนั่งคร่ำเคร่งเขียนสคริปต์อยู่


                “ ไม่รู้จะชวนทำไม ไม่ได้สนิท ” หน้าตายครับ


                 “ ว่าที่ผัวมึงเลยนะ คนใจกล้าบ้าบิ่นมาจีบมึงนี่กูสนับสนุน เพราะงั้นกูชวนเอง! ” ไอ้ไผ่แลจะปลื้มไอ้วินซะเหลือเกินนะ ถลาร่างไปหาทันทีแล้วก็พูดๆๆ


                ไอ้วินเงยหน้ามามองผมหน่อยแล้วพยักหน้าตอบไป แล้วก้มขีดๆเขียนๆลงบนกระดาษอีกหน่อยเป็นอันเสร็จ


               “ เสร็จแล้ว ” พี่มันเดินมายื่นกระดาษมาให้พวกผมคนละใบ ซึ่งแน่นเอี๊ยดไปด้วยเนื้อหา


                “ ขอบใจ ”


                 ผมตอบรับห้วนๆรีบรับมาอ่านทันทีมือกร้านนิดๆเสยผมที่บังหน้าบังตาขึ้นและมันก็ตกลงมาอีก ปกติผมจะใช้ยางรัดแต่วันนี้รีบเลยไม่มีติดตัวมาสักเส้น


                “ เดี๋ยวพวกกูไปซื้อน้ำก่อนนะ มึงนมเย็นปั่นเหมือนเดิมใช่ปะ โอเค ” ไอ้คิมรวบรัดเสร็จก็คว้าต้นแขนไอ้ไผ่ลากออกจากห้องให้เหลือเพียงแค่ผมกับไอ้วินคนประสาทที่แปลงร่างมาเป็นคนทะเล้นตามเดิมแล้ว 


                 รางวัลอ่ะ ” ไอ้วินยกขึ้นมานั่งเบียดผมในโซฟาตัวเดียวกัน ซึ่งแม่งในห้องก็มีตั้งสามตัวมานั่งเบียดอะไรกับผม ห่ะ! “ จุ๊บข้างหนึ่งดิ เขียนสคริปต์ยากนะเฮ้ย ขอรางวัลชื่นใจหน่อยดิ ”


                ยื่นแก้มมาให้...



                เพี๊ยะ!


 

               “ ปัญญาอ่อน ” ผมว่าเบาๆน้ำเสียงระอาสุดๆตีแก้มข้างที่มันยื่นมาแรงๆไปทีนึง “ เยอะไปแหละเมีย ”


                 “ บอกว่าผัวไงครับ ” ไอ้วินว่าเสียงขุ่นมัวแล้วยื่นหน้ามาแทบชิด “ เมียนี่ความจำไม่ดีเลยจริงๆ เดี๋ยวผัวทบทวนให้มั้ย ”


                แล้วนิ้วยาวๆของมันก็มาทำปูไต่กับแขนผมที่ทำเอาขนลุกขนพองสยอง มือหยาบนิดๆของผมโบกหัวมันไปทีก่อนจะลุกขึ้นหนีไอ้ฉวยโอกาสมานั่งอีกโซฟา มันทำท่าจะตามมาแต่ผมยกเท้าเตรียมถีบมันเลยทรุดลงนั่งโซฟาตามเดิม...


                “ จะไปเพชรบูรณ์เหรอมึง ” ไอ้วินดูจะไม่อยากตายดี มารบกวนไม่เลิก


                “ เออ ” ผมก้มหน้าอ่านและท่องสคริปต์ในมือ “ ไปมั้ยมึง ”


                ไม่ได้ชวน แค่ถามเฉยๆ อย่าเข้าใจผิด


                “ เมียไป ผัวก็ต้องไปสิครับ ” มันยิ้มทะเล้นแล้วทำหน้าเพ้อ “ เหมือนเราไปซ้อมฮันนีมูนกันเลยที่รัก เค้าล่ะดีใจจนน้ำตาแทบไหล ” ทำหน้าทำตาซึ้งปาดน้ำตาหลอกๆแล้วอยากจะหัวเราะอยากจะยิ้มนิดๆ แต่ทำไงได้ ฟอร์มผมเยอะ หน้าตายตามเดิม


“ ฮันนีมูนบ้านป้าสิ ” หยิบหมอนอิงขว้างใส่มันแล้วขู่เสียงเข้ม “ อยู่เงียบๆไป กูจะอ่านสคริปต์ ”


และก็เงียบจริงๆ ไอ้วินทำตามที่ผมขอแต่โดยดีจนผมรู้สึกสบายใจขึ้นมานิดๆ ก้มหน้าอ่านไปเรื่อยๆพลางเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นตลอดๆจนรำคาญ พอจะเสยครั้งที่ยี่สิบแปดก็มีมืออุ่นคู่เดิมวางลงบนหัวของผมเงียบๆแล้วรวบผมยาวๆขึ้นมัดเป็นจุกให้อย่างเบามือ... 


สายตาเหม่อมองมันนิดๆก็เห็นมันยืนค้ำหัวยิ้มให้แล้วรู้สึกคันยิบๆในอก เลยเลือกที่จะเงียบแล้วก้มหน้าก้มตาอ่านสคริปต์ต่อโดยที่ไม่พูดอะไร... แต่อ่านไปได้สองนาทีอะไรดลใจให้เงยหน้ามองไอ้วินที่นั่งข้างๆก็ไม่รู้


ไอ้วินกำลังนั่งนวดข้อมือขวาอยู่โดยที่สายตายังคงมองไปรอบๆห้องที่เต็มไปด้วยภาพวาดของพวกผมสามคน... 


...มันไม่ใช่ตัวผมเลยสักนิด


“ หือ ” เสียงทุ้มครางตกใจนิดๆเพราะจู่ๆผมก็เอื้อมือไปดึงข้อมือมันมาเงียบๆ “ ทำอะไร ”


“ เงียบ ” ผมกดเสียงต่ำแล้วหยิบกระดาษเอสี่สคริปต์ให้มือซ้ายมันถือ “ ถือ จะอ่าน ”


ส่วนมือขวามันผมก็วางบนตักผมและเริ่มนวดให้มันเงียบๆ สายตาพยายามเพ่งเล็งที่ตัวอักษรยุกยิกแต่อ่านง่ายเพื่อหลบรอยยิ้มกริ่มที่ส่งมา...



คิดอะไรมาก 


มันเคยนวดข้อเท้าให้ผม


ผมก็นวดข้อมือให้มัน


ถือว่า เจ๊ากัน ก็แค่นั้น!



แอบเหลือบเห็นมันยังคงยิ้มตาหยีจ้องผมไม่เลิก... ช่างแม่ง! จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ กูแม่ง...สตรอง กูสตรอง สตรองจนเพชรยังอาย ใช่ มันต้องเป็นแบบนั้น



...แต่ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้ว



ปากกูบอกสตรอง แต่ใจกูนี่เริ่มสั่นสตรองแล้ว


 

อย่าไปบอกมันนะ เดี๋ยวมันได้ใจ :(



 


ธาราขอตัวไปท่องสคริปต์เตรียมพรีเซ้นต์งานสักสามสี่ชั่วโมง


 


 


 


 


ช่วง Facebook อัพเดท โดย กรกวินต์...




                Kornkavin : 


                เขากำลังท่องสคริปต์ที่ผมเขียนให้ด้วยล่ะ :P

                และเป็น...ภาพของธาราผมมัดจุกกำลังนั่งอ่านสคริปเงียบๆ



                564 likes 134 comments...

                วินธารา Fc : ชูป้ายค่า!! สมัครเฟสใหม่เพื่อการนี้เลยค่ะ!

                Milky ways : รุ้สึกอกหัก T^T

                แตงโม ลีดนิเทศ : พี่วินนอกใจเค้าได้งายยยยยยยย

                นิก้า ดาวบริหาร : อ้าววิน แล้วเพื่อนเราล่ะ!

Wayu Sirikunchai : มึงจะอวดพวกกูไปถึงไหน!! กูอิจฉา ฮือออออออ

                Fran Fran : หมั่นไส้ว่ะ


 


 

 


จบการอัพเดทสเตตัสอวดเมีย โดย กรกวินต์ เพียงเท่านี้


 


 


 


 


ธาราขอเวนพื้นที่คืนหลังจากจบคลาสนำเสนอผลงาน...


 

 


                เด็กสถาปัตย์ในคลาสเดียวกับผมพาร่างแทบจะไร้วิญญาณออกมาจากห้องเรียนอย่างเหน็ดเหนื่อยกับคำติที่จี้แทบจะตายกันไปข้าง มีหลายกลุ่มที่ต้องปรับแก้หลายอย่าง แต่โชคดีที่กลุ่มของผม...ผ่าน ผ่านอย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ แถมยังได้รับคำชมอีกว่ารอบนี้พรีเซ้นต์ดี พูดครบทุกอย่างที่ต้องพูด ไม่ยืดยาวเป็นน้ำเหมือนรอบก่อนๆ... ถือเป็นความดีความชอบของใครบางคนแถวนี้...



“ กรี๊ด! นั่นพี่วินรองเดือนมหาลัยนี่! มารอใครวะ!



            “ มาหาพี่วาฬชัวร์ ”



            “ เออ ก็เขาเพื่อนกันนี่ มาหาก็ไม่แปลก ”



            “ แต่นี่มันหน้าห้องปีสองนะ ไม่ใช่ปีสาม ”



            “ แล้วเขามารอใคร ”


 



                เสียงมากมายล้วนแต่มีความเจือกเรื่องไอ้พี่วิน นี่ไม่ได้หึงนะ ไม่ได้รู้สึกอะไรแค่รำคาญ อยากรู้ว่ามันรอใครก็... พอเท้าผมออกจากประตูห้องแสงด้านนอกกระทบหัวให้มองเห็นว่าเป็นใคร ไอ้พี่วินก็เดินแหวกฝูงมวลชนตรงมาหาผมทันที



                “ น้ำมั้ย ” ผมมองน้ำอัดลมในมือมันแล้วรับมา เปิดกระดกดับความกระหายทันที ก็หิวไง สามชั่วโมงนั่งเหน็บแดก น้ำไม่ได้แตะเลย “ พี่ซื้อมาเผื่อเราสองคนด้วย ” มันส่งให้กับไอ้ไผ่ไอ้คิมด้วย


                “ ขอบคุณครับ ” ไอ้ไผ่รับไป “ ไปหาไรกินมั้ยพวกมึง กูแม่งโคตรหิวเลย ”


                “ ไปๆ ” ไอ้คิมออกตัวคนแรก “ พี่วินก็ไปด้วยกันสิครับ ”


                “ แต่กูไม่ไปนะ จะนอน ” ผมแทรกขึ้นมาเฉยๆ เผลอยกมือขยี้ตาด้วยความเคยชินเวลาง่วงๆ “ พวกมึงไปกันเถอะ ” 


                ไอ้สองตัวนั่นพยักหน้าแล้วหันไปทางคนหล่อที่ยืนอยู่ “ แล้วพี่เอาไงครับ ”


                “ จะเอาไงล่ะน้อง คงต้องไปส่งคนนี้ ” ว่าไม่พร้อมยกแขนเกี่ยวคอผมไปอีก เป็นผู้ชายขอหวงตัวได้มั้ย รู้สึกอยู่กับมันจะเปลืองตัวเสียเหลือเกิน “ เดี๋ยวพาไปหาอะไรกินง่ายๆแถวมอก่อนแล้วกลับห้อง โอเคมั้ย ”


                “ เออ ตามใจมึง ”



                ผมว่าไปอย่างไม่สนใจสายตาของไอ้เพื่อนร่วมคณะนับร้อยที่จ้องมาไม่หยุด....


                 “ เดี๋ยวค่อยคุยเรื่องทริปแล้วกัน ” ไอ้คิมว่าก่อนจะคล้องแขนไอ้ไผ่อย่างเนียนๆ “ ปะ ที่รัก เราไปหาข้าวกินกันเต๊อะ ปล่อยคู่นี้ไปสวีทกันได้แหละ ”


                “ ได้สิค่ะ ป๋าคิม เลี้ยงน้องไผ่ด้วยนะคะมื้อนี้ ”


                “ ได้ครับ อีหนูของป๋า แต่ป๋าต้องไปรับเมียหลวงก่อนด้วยนะครับ ”


                 “ เชิญค่ะป๋า อย่าให้เมียป๋ามาตบหนูก็พอค่ะ ”


               “ ป๋าไม่ยอมให้ใครมาทำอีหนูแสนจะน่ารักคนนี้ได้หรอกครับ ” จุ๊บเหม่งไปทีหนึ่ง จากนั้นพวกมันก็หัวเราะกันเอง  


                 หวานกันจริงๆ...


รับมุขกันดีซะเหลือเกิน ถ้าได้กันขึ้นมาจริงๆ จะไม่สงสัยเลย... และคู่เพื่อนรักพิสดารสองตัวก็ควงแขนสวีทกันออกไปเหลือแต่ผมกับไอ้วินหน้าตี๋...


                ไอ้วินมองตามคู่นั่นไปแล้วหันมามองผม...


                “ งั้นที่รัก เราไปหาข้าวกินกันเถอะครับ ” ควงแขนตามเอาหัวมาคลอเคลียกับไหล่ผม... “ หรือที่รักไม่อยากกินข้าว กินเค้าก็ได้นะ ”


                 มองมันเล็กน้อย... คลี่ยิ้มให้...


                ผัวะ!


                 “ ที่รักพ่อง เก็บไว้เรียกเมียมึงนู้น! ไป หิวข้าว!


 


               

                เนี่ย...หวานเหมือนกัน... แต่หวานแบบสไตล์ธารานะครับ


 


 


 


 


                กว่าซื้อข้าวเสร็จก็ล่อซะเย็น คนแม่งอย่างเยอะ สรุปต้องใส่ห่อมากินที่หอ ยังไม่พอ... ไอ้วินพาผมไปซื้อขนมหวานต่ออีก แถมยังแวะเซเว่นซื้อขนมมาอีกเป็นลัง


                ตอนนี้ผมมาถึงหอแล้ว กำลังเดินขึ้น... แล้วผมจำเป็นต้องบอกทุกฝีก้าวชีวิตมั้ยเนี่ย 


                “ เออ อุ่น ” เรียกขึ้นทำลายความเงียบ


 

               “ กูบอกให้เรียกธารา ”


                 “ เออๆ ธาราก็ธารา ” ไอ้วินทำหน้าเซ็งหงิกนิดๆ “ ไปทริปนี่จะไปวันไหน ”


                 “ อีกสองวัน ” ผมตอบ “ อาทิตย์หน้ามหาลัยหยุดไง ก็เลยหาอะไรแก้เบื่อหน่อย ”


                “ จะปั่นจักรยานไป นี่มันจริงดิ ”


                “ ไปถามพี่ปายนู้นไป คนคิดคือมันไม่ใช่กู ”ตอบปัดๆไปอย่างรำคาญ “ มึงจะไป เอาจริง? ไหวเหรอ ”


                “ ก็กูว่าง แถมยังหนุ่มยัง...อึดนะ ” ยักคิ้วให้สามจึก กวนส้นตีนตลอดไอ้นี่ คำพูดคำจอนี่ส่อตลอด แล้วเหมือนมันจะนึกอะไรได้ “ วันนี้ทำงานปะ ”


                “ ทำ ” ผมถอนหายใจขณะก้าวขึ้นไปยังชั้นของห้องผม “ กูไม่ได้ว่างลอยไปลอยมาแบบใครบางคนแถวนี้ ”


               ไอ้วินส่ายหน้ามองสอดส่องไปทั่วบริเวณ “ ใครวะ ชีวิตแม่งไร้แก่นสารและว่างจัดจริงๆ ”


                 “ มึงนั่นแหละ ไม่ต้องมองใครเลยมึง ” เหนื่อยใจกับมันจริงๆ


                “ ชะอุ๊ย ไม่เห็นจะรู้ตัวเลยยย ” หน้าตอแหลจนน่าถีบให้หน้าช้ำอีกสักแผลสองแผล “ ทำงานถึงดึกใช่มั้ย ”


                “ เออ ทำไม ” ผมถามก่อนจะหยิบกุญแจมาไขประตูห้อง


               มันยิ้มเจ้าเล่ห์ตาเป็นประกาย “ จะได้มานอนห้องเราไง เดี๋ยวอยู่เป็นเพื่อน ”


 


                   พลั่ก ตุ้บ!!


 


            ผมเบิกตาโตอย่างตกใจเมื่อจู่ๆร่างของไอ้วินที่กำลังยืนทำหน้าทะเล้นลงไปนอนวัดพื้นอย่างรวดเร็วจนผมตั้งตัวไม่ทันข้าวของกระจัดกระจายหมด... ผมตวัดตาขุ่นมองดูไอ้คนทำ... ก็เจอเข้ากับหน้ายักษ์ๆของไอ้ห่าลมดินไฟ...


                “ จะนอนกับน้องกูเหรอ... ” ว่าที่หมอกดเสียงเข้มและมันยังคงอยู่ในชุดกาวน์ ดูจากลักษณะมันคงเพิ่งออกจากห้องเรียนแล้วตรงดิ่งมานี่


                 “ รออีกสิบชาติเถอะมึง ” เสียงหอบแฮ่กเป็นหมาหอบแดดของไอ้น้องไฟว่าที่ผู้พิพากษาแต่ก็ยังพยายามข่มให้มันเหี้ยมใบหน้าโครงหล่อยังคงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ


                “ ฝันอยู่เหรอ กูช่วยกระทืบมั้ย จะได้ตื่น ”


               ไอ้ลมนี่มาพร้อมไม้สามหน้าที่ดูแล้วมันคงคว้ามาจากห้องช้อปของมัน... ทั้งสามมองหน้าไอ้วินที่ซีดเผือกไปแล้วด้วยแววตาจะกินเลือดกินเนื้อก่อนจะพร้อมอย่างพร้อมเพรียง


                “ น้องข้า/พี่ข้า ใครอย่าแตะ!!!



                “ เฮ้ย!!


                ไอ้วินร้องเสียงหลงยกมือขึ้นหวังจะกันหน้าหล่อๆจากฝ่าพระบาทของหมาบ้าสามตัว ที่ทำท่าจะเข้ามารุมตีน... ผมถอนหายใจนิดๆก่อนจะรีบเข้าไปแทรกคั่นกลาง สามศรีหมาบ้าที่ไม่ได้ฉีดยาชะงัก...


                 “ หลบไปอุ่น มันรังแกเรานะ ” ดิน


                “ พี่อุ่น มันแอบถ่ายคลิปแบล็คเมล์พี่ใช่มั้ย พี่ถึงไม่ยอมพูดอะไร ” ไฟ ...ไอ้นี่ก็มโนไปซะไกล


                “ มันบังคับขืนใจเรา พี่จะยอมได้ไง ” ลม


 


                มโนซะขนาดนี้ ไปเขียนนิยายกันมั้ย


 


                “ หยุดได้ยัง ” กอดอกมองหน้าเรียงตัว


                “ ห่ะ ”


               “ หยุดบ้าได้ยัง จะไสหัวไปไหนก็ไปก่อนที่กูจะโกรธไปมากกว่านี้ ” ผมพยายามคุมเสียงไม่ใส่สั่นไปมากกว่านี้ ตอนนี้ผมกำลังโกรธและโมโหสุดๆ


                 “ นี่...นี่.. อุ่นโกรธพี่เพราะมันเหรอ! ” ดินชี้หน้าไอ้วินด้วยสีหน้าเจ็บปวดปานจะตายวันนี้พรุ่งนี้


                 “ กูรำคาญมึง หุบปากไป ไสหัวมึงไปนั่งท่องโรคตรวจโรคคนไข้ไป!


                T^T


                 “ พี่อุ่นไม่รักผมแล้วเหรอ พี่..ฮึก ” ไฟนี่ทรุดลงไปกองกับพื้นเลยทีเดียว ส่งแววตาตัดพ้อให้อีก “ พี่เห็นคนอื่นดีกว่าผม ฮือ ”


                  “ หยุดตอแหล ส่วนมึงไสหัวไปท่องรัฐธรรมนูธไป ”


                TOT


                 “ ที่อุ่นโกรธก็เพราะไอ้ผู้ชายคนนี้เหรอ เพราะ... ” ไอ้ลมก็ดราม่าชวนปวดตับอีกคน...


                ผมถอนหายใจเพื่อจะระบายความหงุดหงิดแต่มันกลับปรี๊ดขึ้นหัวกว่าเดิมจน...


                “ อุ่น... ” สามศรีหมาบ้าเรียกอย่างพร้อมเพรียง


                “ เว้ย!!! จะเรียกหาอาม่ากันรึไงวะ!! ” เสียงตะคอกของผมทำเอาทุกชีวิตเงียบกริบทันที “ อยากรู้นักใช่มั้ย กูโกรธเหี้ยอะไร!


                มัน T_T ” ชี้ไปที่ไอ้วิน


                 “ เหรอ!” ผมชี้ไปทางกล่องข้าวที่หกกระจัดกระจาย “ มึงดูดิ!!

 

                “ เอ่อ... ”


                “ พวกมึงทำข้าวกูหก! และกูก็หิวมาก! แล้วตอนนี้กูจะแดกเหี้ยอะไร! ” ผมย่างสามขุมไปแทบจะแดกหัวพี่น้องๆตัวเองอยู่รอมร่อซึ่งตัวพวกมันก็เริ่มสั่นๆทำหน้าจวนจะร้องไห้แล้ว


                “ คะ คือขอโทษ ” ลมว่าตะกุกตะกัก


                “ ขอโทษแล้วมันหายหิวมั้ย!! ” ผมตวาดใส่เสียงดังจนมันต้องหลับตาแน่นกันทุกคน “ พวกมึงไปซื้อข้าวมาให้กูใหม่เลย เอาที่กูชอบ ถ้าซื้อมาไม่ใช่ที่กูชอบ จะเอาราดหัวพวกมึง!!


                “ ระ รับทราบ ” สามหน่อว่าเสียงสั่น


                “ รอกูหายหิวก่อนรึไง ไปสิวะ!!


                ไม่ต้องรอให้ผมตวาดอีก สามหมาก็รีบวิ่งหางจุกตูดออกไป ผมถอนหายใจระบายความโมโหออกไป... แล้วหันมามองตัวประกอบผู้น่าสงสาร เจ็บแม่งทั้งวัน


                “ เจ็บมั้ยมึง ” ปากผมถาม แต่ตากับมือและตัวผมกลับไปยุ่งวุ่นวายเก็บขนมจากเซเว่นใส่ถุงตามเดิม...



อย่าคิดว่าจะห่วงมัน


 

                กูห่วงขนมครับ



                “ มึงทำซะกูซึ้งใจจริงๆ ไอ้ธารา ” เสียงทุ้มว่าขำๆพยุงตัวเองลุกขึ้น และจับๆแถวบั้นเอวที่โดนถีบ “ เมื่อเช้าก็โดนต่อย เย็นก็โดนถีบ คืนนี้กูจะโดนฆ่ามั้ย ”


                “ นอนห้องกูไม่ใช่รึไง ใครมันจะกล้าฆ่ามึง ” ผมว่าไปตามจริงแต่กลับมาคิดอีกที เหมือนกูเชิญชวนมันซะมากกว่า


                “ อุ๊ย อุ่นชวนพี่นอนห้อง เขินจัง ”


                “ ประสาท เจ็บแล้วยังไม่เจียม ”


                “ เจ็บแล้วก็มีคนห่วง แบบนี้ยอมมม ” ลากเสียงยาวจนน่ากระโดดถีบ


มองดูไอ้ตี๋หน้าหล่อยืนสะดีดสะดิ้งแล้วเผลอหลุดยิ้มส่ายหน้าแล้วหันมาเก็บขนมใส่ถุง ส่วนข้าวก็ไม่ได้แดกแล้วก็เก็บใส่ถุงดีๆเดินเอาไปทิ้งตรงถังขยะที่อยู่ไม่ไกล...


                “ แล้วหิวมากเปล่า ห้องมีของกินหนักๆอยู่ กินก่อนมั้ย ” ไอ้พี่วินถามก่อนที่ผมจะเดินเข้าห้อง


                ผมมองหน้ามันแล้วครุ่นคิด อืม...ถ้ารอไอ้สามคนนั้นก็คงสามชั่วโมงได้กว่าจะได้กิน มองบนนิดนึงมองล่างต่ออย่างคิดหนัก


                “ น้องครับพี่ไม่ได้จะพาไปปล้ำนะครับ ไม่ต้องคิดนานครับ ”


                “ กับมึงคิดสั้นๆไม่ได้หรอก ”


                “ งั้นก็คิดยาวๆ เผื่ออนาคตของเราด้วยเลยนะ ”


             !!!


                “ ไม่ต้องคิดแล้ว ไปห้องพี่กัน ”


                พูดอย่างเดียวไม่พอ ถือวิสาสะจับมือผมไปด้วยอีก แถมยังปิดประตูห้องให้ด้วย อือหือ ...เนียนเนอะมึง ผมปล่อยให้มันลากไปแล้วรู้สึกกังวลนิดๆ... รู้สึกเหมือนในอกมันค่อนข้างจะขยับแรงขึ้น เหลือบมองดูมือที่จับแล้วก็คิด...


ไอ้วินมันจะรู้สึกมั้ย...


แต่ผมรู้สึกนะ


               


               


               

 


            ร้อน!!


 


                


 


ธาราคืนพื้นที่ไปหาอะไรกินก่อน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

******************************

 

เย้ เย้ ครบเเล้วววววววว

 

ขออนุญาตเปลี่ยนชื่อตอนน่าาา


ใครรออยู่บ้างคะ ชูมือหน่อยยย ><

 

ข่าวดี คือ พิมสอบเสร็จเเล้วววววววว

 

ปิดเทอมเเล้ว จะอัพอย่างต่อเนื่องนะคะ

 

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์น่า ดีใจที่ชอบกันน่า

 

1 คอมเม้น =  1 กำลังใจ

ถ้าชอบเรื่องนี้ อย่าลืมเม้นติชม + โหวตกันนะคะ

 

แวะไปทักทายกันที่เพจได้นะคะ <3

 


 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 754 ครั้ง

71 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 เมษายน 2562 / 23:26
    อุ่นยังก็ว่าพี่ปายบ้าหรอ55555
    #10145
    0
  2. #10098 KronkanokKeanak (@KronkanokKeanak) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 17:22
    ทำไมหักมุมเราตลอดดเลย น้ำอุ่น
    #10098
    0
  3. วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:40
    ^......^
    #10087
    0
  4. #9979 diizzpop2107 (@diizzpop2107) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 11:56

    ชชอบพี่ปายยจังนับถือการแต่งตัว

    #9979
    0
  5. #9973 686814123new (@686814123new) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 13:41
    วงวาร นี่จะปั่นจิงดิกทม-เพชรบูรณ์. พี่ปายยยยคิดได้ไงง. อิน้องก็ซึนมากอ่ะแถมน่ารักด้วย.
    #9973
    0
  6. #9959 Xakas (@nattarikaair9) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 20:49
    อุ่นนนนนนนนน น่ารักๆๆๆๆๆๆๆๆๆงๆๆ
    #9959
    0
  7. #9947 MaiNatkamon (@MaiNatkamon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 22:04
    น้องคือแบบ ซึนอ่ะะะ
    #9947
    0
  8. #9937 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 18:05
    อุ่นจะเริ่มใจอ่อนแล้วววว.. มั้ง5555
    #9937
    0
  9. #9915 Rew_David (@Dahae_Rew) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 08:44
    เมื่อไหร่จะเป็นแฟนกันรอรอจะตะมุตะมิไหมม^
    #9915
    0
  10. #9889 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 21:53
    สงสารพี่น้องที่โดนถีบดีม๊ยเนี่ย
    #9889
    0
  11. #9768 PPloyPalit (@PPloyPalit) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 09:26
    วงวารพี่วินจังค่ะ55555
    #9768
    0
  12. #9758 SAVITRI_Tu (@SAVITRI_Tu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 11:32
    น่ารัก ชอบค่ะ
    #9758
    0
  13. #9699 Loukwha (@lugva_vava) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 13:38
    รัฐธรรมนูญ

    เย่ ไม้เอกค่ะ ถ้าไม้โทมันจะเป็นโย้เย้
    #9699
    0
  14. #9591 lills (@joeyxsy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 08:33
    น่ารักกกกกก
    #9591
    0
  15. #9540 Srnoey (@Srnoey) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 08:08
    นิยายบ้าๆกับคนบ้าๆ โอ้ยยยยยยยย5555555
    #9540
    0
  16. #9513 Sadoria Dorn (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 21:56
    มีคำผิดหลายที่อยู่บ้าง (ทุกตอน) แต่สำนวนภาษาตรงๆ อ่านง่าย สนุกดี
    #9513
    0
  17. #9476 koy_incle (@orasa1732) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 12:50
    พี่วินเจ็บตัวเช้าเย็นเลย
    #9476
    0
  18. #9399 patta93 (@patta93) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 21:58
    น้ำอุ่นนี่เอง
    #9399
    0
  19. #9386 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 14:03
    อุ่นชอบพี่วินอะดิ แหมมมมมม
    #9386
    0
  20. #9382 potae100 (@potae100) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 00:11
    การพิมผิดลดลงนะครับ ตอนแรกๆยังงงอยู่ว่า เป็นผลงานครั้งแรกรึป่าว การนำเสนอ เริ่มที่จะไหลลื่นขึ่นแล้ว สู้ๆเป็นกำลังใจให้นะครับ
    #9382
    0
  21. #8961 TUANG_PUT (@TUANG_PUT) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 21:40
    สงสารสามพี่น้องที่เหลือ หมาหง่อยมากก
    #8961
    0
  22. #8914 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 21:37
    หวงมากเวอร์จริงๆ5555555
    #8914
    0
  23. #8606 Orangenaa (@Orangenaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 11:27
    ชอบสายรหัสของอุ่นอ่ะ มีความพีค เพิ่มสะพายเป๋ ปิ๊กกาจู ด้วย แหล่มเลย
    #8606
    0
  24. วันที่ 30 กันยายน 2560 / 23:12
    ชอบความหวงก้างของพี่น้อง3คน55
    #8334
    0
  25. #8042 moonui-ii (@moonui-ii) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 22:25
    ไอ่พี่นี้ ก็เนียน ตลอด เลย 5555 เนียนแต่อีนี้ฟิน เนียนต่อไปค่ะ
    #8042
    0