[YAOI] นิเทศตัวร้าย กับ สถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ

  • 100% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 969,247 Views

  • 10,184 Comments

  • 29,994 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10,688

    Overall
    969,247

ตอนที่ 9 : บทที่ 9 : ทริปรวมพลคนประสาท 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 573 ครั้ง
    18 เม.ย. 59


 

นิเทศตัวร้ายกับสถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ 9

ตอน ทริปรวมพลคนประสาท 1

 



                “ เอาไปคืน!

                “ ไม่ให้คืนเว้ย!

                “ เอามา!

                “ เข้ามาใกล้ กูต่อย!!

                “ อุ่น!!

                “ ไม่เคยเรียกชื่อกูรึไงวะ!

                ผมตวาดใส่คนตรงหน้าที่ยังไม่เลิกบ้าเรื่องชื่อหมา บ้าขั้นที่จะเอาหมาไปคืนร้านเพราะผมตั้งชื่อหมาที่มีความหมายอะไรก็ไม่รู้(สำหรับมัน) แล้วถามหน่อยหมาตัวเมียบ้านไหนมันชื่อธาวินห่ะ!

                ตอนนี้ผมกับไอ้วินอยู่ที่สวนสาธารณะ A ข้างๆหอ ถามว่าทำไมมาอยู่นี่ ไอ้พี่ปายมันทักเฟสไอ้คนโง่ๆนี่ไง จะคุยเรื่องทริปอีกไม่กี่วันหรือก็คือมะรืนนี้ เห็นไอ้วินมันคุยกับเจ้าของทริปด้วยมั้งว่าจะให้เพื่อนไปด้วยอีกสองสามคน ผมที่ไม่มีมือถือติดตัวมาก็ต้องยืมไอ้วินโทรตามเพื่อนสองหน่อ พอจัดการเรื่องนี้เสร็จ มันก็หาเรื่องต่อ

                เหนื่อยใจกับคนโง่ในเรื่องที่ไม่ควรโง่จริงๆ...

                “ ไม่รู้ กูจะเอาไปคืน!

                ผมส่ายหน้า “ มึงโง่ให้มีขอบเขตหน่อยได้มั้ยสัด! ชื่อที่กูคิดนี่มันคิดหาความหมายยากรึไงวะ!

                “ ยาก!! ” ตอบพร้อมสีหน้าหงุดหงิดแล้วก็กระแทกตัวลงนั่งข้างๆผม สงบจิตคุมสติได้ห้านาทีก็เปิดปากขึ้นใหม่  “ แต่ช่างเถอะ ชื่อใครก็ช่างแม่ง มึงลืมมันไม่ได้ เออ เดี๋ยวกูทำให้ลืมเอง แล้วมึงจะต้องเปลี่ยนชื่อหมาใหม่เป็นธาวิน หึหึ ”

                กูล่ะอยากโดดสระเอาหัวมึงโขดกับหินจริงๆ

“ เอาที่มึงสบายใจนะ ”

                เลิกสนใจมัน... ผมเอาโทรศัพท์ไอ้วินขึ้นมาเปิดเล่นเกมส์รอ ซึ่งมันก็ไม่ได้ห้ามอะไร ออกจะระริกระรี้ที่ผมเล่นโทรศัพท์มันด้วยซ้ำ มีการชี้ๆให้ดูแชทของมันอีก แบบหึงสิหึงสิอยู่นาน พอผมไม่สนใจมันก็ยู่หน้าถอยทัพไปเล่นกับหมาแทน

ผมทำเมินไปงั้น เห็นว่ามันเลิกสนใจแล้วเลย...เหลือบสายตามองแอพพลิเคชั่นตัวเอฟสีฟ้า... Facebook

อ๊ะๆ ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ... อันนี้ต่างหาก

Messenger

                มองบนแล้วจิ้มลงไป... โอ๊ะ มือลั่น

                ผมเลื่อนลูกตาดำลงมาจับจ้องที่ช่องแชทที่มีแชทของใครคนหนึ่งเด่นหราบนสุด เห็นรูปโปรแล้วคันไม้คันมืออยากจะกดเข้าไปดู...   

                ZEEzee V

                แต่ตาก็ต้องเหลือบมองไอ้คนข้างๆเป็นระยะๆ เหมือนผมกำลังจะจับกิ๊กมันไม่ปาน

                แชทของซีอยู่บนสุดแถมยังไม่ได้เปิดอ่านข้อความอีกด้วย ผมกดเข้าไปดูเลย ไม่คิดจะสนใจเท่าไหร่เรื่องอ่านไม่ตอบ ข้อความล่าสุดเป็นเวลาเดียวกับที่ไอ้เจ้าของมือถือลากผมออกจากห้อง... อืม ถ้าให้คิดเล่นๆ พอคนข้างๆผมไม่ตอบ มันเลยต้องโทรหาแทนสินะ...

                รู้สึกคันยิบๆในอกชะมัด

                เลื่อนอ่านข้อความดูแล้วก็...ปกติ เหมือนคนจีบกัน แต่ซีดูจะตื๊อมากกว่า เอาแบบกลางไม่ผสมความรู้สึกใดๆ อ่านดูแล้วแม่งเด็ก งี่เง่าว่ะ คุยไปได้ไงวะ อ้อ ลืมไปน้องนางเขาน่ารัก ผิดกับกูที่... สารร่างพอๆกับมัน

                ไหนๆก็ไหนแล้ว ขออ่านหน่อยดิ๊

                กินข้าวยังพี่วิน?

                วันนี้น่ะ ผม...$#%#^$%^$

                พรุ่งนี้เราไปกินเค้กกันนะ

                พี่ไต้ฝุ่นบอกว่าให้พี่วินมาหาที่คณะด้วย พี่เขาจะชวนไปกินข้าว

                ฝันดีนะครับ

                วันนี้เจอพี่วินที่โรงอาหารด้วย ไม่เห็นทักผมเลย งอน L

                หน้าพี่ไปโดนอะไรมา ใครต่อยพี่ มีไปมีเรื่องมาเหรอ ผมเป็นห่วงนะ...

                ...

                แค่อ่านแบบผ่านลวกๆ ยังรู้สึกจุกอก ถ้าอ่านละเอียดทุกตัวอักษรคงรู้สึกระเบิดไปเลย... ผมหลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆเผื่อเก็บความรู้สึกปั่นป่วนกลางอก...พยายามคิดหาคำตอบให้สภาพอารมณ์แล้วก็ได้ในที่สุด...

                กูจะอ้วก... ถังขยะอยู่ไหนวะ

                ส่ายหน้าอย่างสุดจะทนแล้วเลิกสนใจแชทชวนอ้วกนี่ กดออกเพื่อเล่นเกมส์ต่อ แต่แชทใครบางคนกลับเด้งกระแทกตาเข้า...

                ZEEzee V : อ่านแล้วทำไมตอบล่ะพี่วิน

                เอ้า ก็กูไม่ใช่พี่วินจะตอบทำไม

                ผมยังคงมองข้อความนั่นนิ่งไม่ตอบเหมือนเดิม ไหวไหล่แล้วทำท่าจะกดเข้าเกมส์ แต่ข้อความต่อมาก็เด้งมาอีก

                ZEEzee V : พี่วิน ผมอยู่สวนสาธารณะ A อ่ะ รถผมเสีย ใกล้หอพี่ พี่มารับผมหน่อยได้มั้ย

                คิ้วเข้มเลิกขึ้นในทันที... แววตานิ่งๆของผมเริ่มสั่นขึ้นมาบ้าง... อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นวะ

                แชทเงียบไปอีกครั้งก่อนเสียงโทรศัพท์จะแผดร้องแทน... เจ้าของโทรศัพท์หันควับมามองด้วยความมึนๆ ผมส่งโทรศัพท์คืนมันไปแล้วก็เอาอินอินมาอุ้มเล่นแทน

                “ ฮัลโหล ว่าไงซี ” เสียงทุ้มกรอกลงไป

                ผมแอบเบ้ปากใส่แล้วพยายามเทความสนใจทั้งหมดไปให้ไอ้หมาน้อยของผม

                “ พี่อยู่สวนสาธารณะ A เหมือนกัน บังเอิญชะมัด ” นี่โง่เหรือควาย ความบังเอิญมันมีในโลกด้วยรึไง ผมย่นจมูกใส่อินอินอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ “ พี่นั่งอยู่ตรง... ”

                อธิบายแทบจะบอกก้าวไปขวากี่ก้าวตรงไปกี่ก้าว ห่วงขนาดนี้ลุกไปรับเองเลยมั้ย!!

                ไม่รู้ว่าสติหลุดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็เสียงร้องครางจับของอินอิน ผมหน้าตื่นรีบผ่อนแรงที่เผลอบีบขามาลงทันที ต้องโอ๋กันอยู่นานกว่าอินอินจะหายตื่นกลัวผม

                เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เจอเข้ากับร่างของคนมาใหม่ทันที...

                “ เฮ้อ! เจอพี่สักที สวนสาธารณะกว้างสุดๆ นึกว่าจะหาพี่ไม่เจอซะแล้ว ” ใบหน้ายิ้มแย้มว่าไปอย่างเป็นธรรมชาติแล้วก็ชวนมอง

                สวนสาธารณะนี้มันกว้างตรงไหนฟะ พูดซะเว่อร์ แล้วทำไมผมต้องหงุดหงิดด้วยล่ะว่ะ!!

                “ เราก็หลงทางง่ายจริงๆ เมื่อกี้พี่บอกให้มาทางขวา ยังจะไปซ้ายอีก รู้จักซ้ายขวามั้ย หือ? ” ไอ้วินส่ายหน้าพลางกลั้วหัวเราะไปด้วย ไอ้คนฟังก็ยกมือขึ้นเกาแก้มหน้าแดงระเรื่อ

                ไม่รู้จักซ้ายขวานี่ ปัญญาอ่อนปะวะ.. แล้วเมื่อไหร่กูจะเลิกพาลวะ!

                คนตัวเล็กเกาแก้มไป “ พี่ก็รู้ ผมไม่ค่อยรู้ทิศรู้ทาง หลงทางง่ายจะตาย ”

                “ แล้วมาทำอะไรแถวนี้ล่ะ ” คนโง่ถามด้วยความซื่อ แอบเห็นซีมันชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มใสๆ ผมแสยะยิ้มเล็กน้อยเป็นไปอย่างที่ไอ้ไผ่บอก...

                แอ๊บใส...

                “ พอดีผมมาหาเพื่อนนะครับ อยู่แถวๆนี้ แต่อยู่ๆรถเป็นอะไรไม่รู้ ดับเฉยเลย ” ไอ้วินพยักหน้าหงึกหงักเชื่อสนิทใจ จนผมอยากจะถีบ...

                ซีหันตาใสๆมาจ้องลูกหมาในมือผม ตรงดิ่งมานั่งย่อลูบหัวมัน ผมก็นิ่งค้างมองการกระทำอุกอาจแล้วอยากจะ...ฮึ่ย! “ หมาใคร น่ารักจัง ”

                “ หมากู / หมาพี่เอง ” ตอบพร้อมกันทำเอาคนฟังงงไปเลย

                ผมเปิดปากด่าก่อนเลย “ หมากู ไอ้สัด อย่ามามั่ว ”

                “ ของกูปะ ตังค์กูมั้ย ”

                “ ตังค์มึง แต่ของกู ” ผมไม่ยอมจริงๆ แอบเนียนยกอินอินหนีฝ่ามือเล็กขาวชมพูของซี หมาข้า ใครอย่าแตะ!

                “ ของเราสองคน คนละครึ่ง จบนะมึง ” ไอ้วินส่ายหน้าปลงๆกับความเอาแต่ใจและไม่ยอมลงของผม เลยต้องคนละครึ่งทาง...

                ไอ้ตัวประกอบนี้ก็ไม่เลิก “ น้องหมาชื่ออะไรอะไรเหรอครับ ”

                พร้อมกันอีกครา “ อินอิน / ธาวิน ”

                ผมผุดลุกยืนขึ้นอย่างมีอารมณ์... อารมณ์โมโห

“ มึงจะเอาใช่ปะ!

“ เออ ถ้ามึงให้ กูก็เอา ” ตบท้ายด้วยยิ้มหื่นแล้วแกล้งใช้สายตาแปลกๆมองผมตั้งแต่หัวจรดตีน ผมถลึงตาใส่อยากจะกระโจนไปขย้ำคอแต่ก็ไม่ทำได้แต่ส่งนิ้วกลางให้มันไป...

“ กวนตีน ไปตายไหนก็ไปเลยสัด ”

“ ตายแล้วเดี๋ยวมีคนเป็นม่าย ” มันหยอกแค่นั้นเมื่อเจอสายตาดุดันของผม ไอ้วินเลยจำยอมถอยทัพ           “ ซี กลับเลยเนอะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง ”

หยันตัวลุกขึ้นพร้อมกับใบหน้าเหวอๆของผม...

                นี่มึงลากกูออกมาไม่พอ ยังจะมีหน้ามาถึงกูไว้นี่อีกเหรอ! พลันความเดือดดาลปะทุวาบขึ้นมาในใจ

                ความหงุดหงิดของผมมันแผ่ซ่านมากขนาดไหนไม่รู้ แต่ไอ้วินก็รีบหันมามองผมด้วยความเป็นห่วง เออ ให้มันรู้บ้างว่ากูนั่งอยู่... สนใจกูสิว่ะ พากูมาทิ้งเหรอสัด

                “ เป็นไรเมีย ” โง่ให้มีลิมิตดิไอ้สัด เป็นเมียมึงไงห่า! เอ๊ย ไม่ใช่! มึงเป็นขี้ข้ากู!

                ผมหันหน้าหนี “ ... ”

                “ เดี๋ยวมานะเมีย ไปส่งน้องก่อน ” มันพูดซ้ำอีกรอบพลางวางมีลงบนหัวผมแล้วโยกไปมา “ อย่าเพิ่งร้องไห้ดิว่ะ ผู้ชายของมึงไม่ได้จะไปรบนะสัด ”

                “ ร้องไห้พ่อง ของกูพ่อง สมองกลับเหรอห่า ” ผมหันไปมองตาขวางถลึงตาใส่ แต่อีกฝ่ายกลับส่งยิ้มกลับมาแทน “ ทิ้งกู ไอ้เชี่ย ”

                “ กูแค่จะเดินไปเรียกแท็กซี่ตรงถนนเนี่ยเมีย  มึงจะไปด้วยมั้ยครับ ” มีชี้ไปที่ถนนอันมีรถผ่านไปมาให้ควั่ก “ แล้วกูก็จะเดินไปซื้ออะไรมาให้มึงกินด้วย จะได้เลิกโมโหหิวสักที ” เสียงลมหายใจระบายพรืดออกมา

                รู้สึกถึงความร้อนบนใบหน้ากะทันหัน... ไอ้วินมันพูดมาแบบนั้นแล้วก็ชะงัก พึมพำกับตัวเองสองสามคำแล้วคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์... ดวงตาวิบวับเป็นประกายจ้า

                “ เอ๊ะ... หรือว่า...หึง? ” น้ำเสียงดี๊ด๊าเป็นพิเศษจนผมแทบประทับรอยเท้าบนหน้ามัน ไอ้วินหัวเราะชอบใจจากนั้นก็หันไปหาซีที่ยืนค้างนิ่งงันไป... “ เป็นอะไรซี ”

                ซีกะพริบตาตั้งสติใหม่ก่อนจะยิ้มให้ผมแล้วกลับไปมองหน้าไอ้วิน “ ลืมถามเลย นี่ใครเหรอพี่วิน ”

                มึงไม่ถามตอนกลับไปแล้วเลยล่ะ แหม

                “ อ้อ ” มันครางรับ

                “ เพื่อนพี่เหรอ ” ดวงตากลมทอประกายความคาดหวังอยู่ในนั้น... คนโดนถามหันมามองผมแล้วผมให้น้อยๆด้วยความรู้สึกอะไรของมันก็ไม่รู้ รู้แต่เป็นรอยยิ้มที่แตกต่างกว่าทุกที

                “ ใช่... ลืมแนะนำเลย นี่...อุ่น เป็นเพื่อนพี่ ”

                นัยน์ตาใสสว่างวาบเหมือนแสงสว่างก่อนจะดับลงเหวลึก...

                “ เป็นเพื่อนแล้วก็เป็นแฟนพี่ด้วย ” เอียงคอมาทางผม “ บางครั้งทั้งแฟนทั้งเพื่อนไปด้วยมันก็รู้สึกดีกว่าเป็นแฟนอย่างเดียว...มีเพื่อนคอยปรึกษาปัญหาชีวิต มีแฟนไว้คอยรักษาปัญหาหัวใจ ”  

                !!

                “ สำหรับอุ่นแล้ว...นอกจากฐานะแฟน พี่ก็อยากให้เขาไว้ใจวางใจกับพี่ในทุกๆเรื่อง ” แล้วก็หันมาทางซี “ สรุปง่ายๆตอนนี้ก็คือ... พี่กำลังจีบมันอยู่  และจะเอาเป็นแฟนให้ได้ ”

                ซียิ้มขื่นๆ “ อ้อ... คนนี้เหรอที่พี่วินชอบพูดถึงกับพี่ไต้ฝุ่น ” และก็เงียบไปพร้อมสีหน้าไม่ดีเท่าไหร่... ไอ้วินก็หันกลับมาสนใจผมต่อ

                ผมเลี่ยงสายตาเลี่ยงหน้าหลบมัน...

                รอยยิ้มพิมพ์ใจส่งมาให้ ยกนิ้วโป้งอีก “ ซึ้งล่ะสิ มุกนี้ผ่าน ” มันดูอารมณ์ดีสุดๆ “ เดี๋ยวมานะ แล้วจะซื้อขนมมาฝากนะเด็กปากแข็ง ”

                “ จะไปไหนก็ไป เรื่องของมึง ” ผมพูดระรัวทอดสายตาไปมองบึงน้ำสระน้ำใหญ่แทน

                ตัวป่วนนี่ก็ไม่เลิก... “ อย่าเพิ่งร้องไห้คิดถึงกันล่ะที่รัก ”

                “ รักพ่อง!!!

                และก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความสนุกที่แกล้งผมได้ก่อนจะไปยังโน้มหน้ามากระซิบอีก

                “ หน้าแดงนะเมียเผื่อไม่รู้ตัว หึหึ ”

                ผมเบิกตาโพล่งอ้าปากพะงาบๆ จะด่า มันก็เดินลิ่วหนีไปแล้ว...

 

                หน้าแดงก็ดีกว่ากิ๊กมึงหน้าซีดยิ่งกว่าศพแล้วกันไอ้สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

                ผมนั่งอยู่แล้วนั่นเดี๋ยวหน้าบึ้งเดี๋ยวหลุดยิ้ม พอยิ้มก็กลับไปหน้าบึ้ง... กูเป็นเชี่ยอะไรวะ

แทนที่จะรู้สึกโกรธเหมือนทุกครั้ง...

                อารมณ์ดีจัดเลยต้อง...ก้มมองหน้าอินอินที่จ้องตากลับมาจากนั้นก็ค่อยๆคลี่ยิ้มร้ายให้สิ่งมีชีวิตตัวเล็กตรงหน้า...

                “ แม่ของมึง มีได้แค่คนเดียว ”

                “ โฮ่ง!

                “ ก็คือ กู ไม่ใช่ มัน ”

                “ โฮ่ง!

                “ แล้วก็อย่าทำตัวโง่แบบพ่อมึงล่ะ ” ถอนหายใจอย่างปลงตก “ ไอ้เชี่ยวินแม่ง โง่ โง่ โง่! ชื่อมึงก็ยังไม่รู้เลย ไอ้เด็กแอ๊บใส เเม่งก็ดูไม่ออก ถามจริงเเม่งเรียนนิเทศปะ! โคตรโง่!! 

               แล้วกูเกิดเฮี้ยนอะไรมาบ่นกับหมาวะ!

                เลิกคุยกับหมาได้ครู่...แววตาผมเริ่มอ่อนแสงลงแล้วเผลอหัวเราะขมๆเบาๆ... หลังจากนั้นค่อยสายตาเลื่อนลอยไปจ้องสระน้ำกว้างด้วยความรู้สึกว่างเปล่า...

 

                ฉลาดทุกเรื่อง แต่บางเรื่องมันกลับโง่...


               โง่จนไม่น่าให้อภัยจริงๆ 


                และผมก็โง่... โง่ที่แม่งยอม.....


               ยอมอะไรก็ไม่รู้... ความลับครับ :) 








 -----------30%------------

.

                .





               


                “ สรุป... เราจะไปไหนกันนะ ”


                เสียงจากเจ้าของความคิดเอ่ยขึ้นหลังจากที่ทุกคนมาครบแล้ว... ไอ้พี่ปายเกาหัวแล้วสางผมยาวๆของตัวเองด้วยความมึนสับสน นั่งพิงอกดินที่ทำหน้าจะร้องไห้ไม่ห่าง...


                “ กูไม่น่ามีพี่รหัสแบบมึงเลยจริงๆ ” เสียงทุ้มเข้มบ่นอย่างระอาสุดหัวใจ ใบหน้าคมเข้มผิวสีน้ำผึ้งไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายดูแย่ กลับเซ็กซี่บาดใจสาวๆค่อนมหาลัย บุรุษผู้มาใหม่ชื่อ ไทม์...หรือก็คือ พี่รหัสที่ปกติที่สุดของผมแล้ว


                เฮียแกหยิบแผนที่...เอิ่ม แผนที่ประเทศไทยขนาดเท่าบ้านออกมากางบนพื้นอิฐของสวนสาธารณะ... เอาจริงๆ ผมไม่ควรบอกว่าใครปกติ...


                “ นี่... เราจะปั่นกันตั้งแต่หอ S ไป ” ก้านนิ้วยาวชี้ลงที่กรุงเทพ... ประทานโทษ ไหนหอครับ... พวกผมที่เหลือพากันถอนหายใจเฮือกก่อนที่เพื่อนผมจะเริ่มต้นบ่น


                “ กูไม่ไปตอนนี้ทันมั้ย ” เสียงของไผ่ว่าขึ้น แค่นั้นแหละไอ้ตัวต้นคิดหันขวับไปจ้องเขม็งแทบฆ่า


                “ มึงว่าไงนะไอ้ไผ่ ” เสียงคุกคาม ลุกจากตักของพี่ผมตั้งท่าจะเขย่าคอเด็ก ไอ้ดินก็รีบฉวยโอกาสทองลุกพรวดมาผลักไอ้วินแล้วเอาตัวมันมาเบียดผมอย่างแนบแน่น


                “ โฮ อุ่น ฮือ เฮียกลัว ช่วยเฮียด้วย ” ว่าที่หมอเถื่อนของกู...หมดสภาพ ดูจากลักษณะแล้วคงโดนลากออกมาจากคลาสวิชาเรียนพอดี... มาทั้งเสื้อกาวน์เลยมึง แว่นก็ยังไม่ได้ถอด ไอ้พี่ปายนี่เจ๋งจริงๆ


                ผมเมินมัน “ ไอ้วิน เอาขนมมากินหน่อยดิ ”


                “ อุ่นนนน ” เสียงอะไรข้างหู รำคาญจริงๆ


                “ อ๊ะ ” ซองเลย์ถุงใหญ่รสโปรดถูกยื่นมา ผมเอื้อมมือจะไปรับแต่มีมือมารเอาไปซะก่อน...


                คนแย่งขนมไปไม่ใช่คนอื่นคนไกล...


                “ มึงกล้าดียังไง เอาขนมขยะมาให้น้องกู ” ดินว่าสีหน้าเหี้ยม


                “ มึงคิดจะทำร้ายน้องกูทางอ้อมใช่มั้ยสัด! ” เมื่อหาทางกัดได้ พวกมันก็ไม่รี่รอจะผนึกกำลังฆ่าไอ้วินเลยครับ...


                ไฟที่กำลังอ่านหนังสือกฎหมายอยู่ก็หันมาฉีกยิ้มกว้าง “มาตรา 291 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุ ให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิ... ”


                “ หุบปากไปดิไอ้ทนายกาก รำคาญ ” ไอ้ลมชักสีหน้าสุดจะทนใส่ “ วิชาการทำเหวไร อวดเหรอ ”


                “ เออ มีความรู้ไง ไอ้วิดวะเหี้ย ” น้องรักของบ้านแสยะยิ้มปิดหนังสือเล่มหนาลง “ ไม่เหมือนใครแถวนี้ สร้างห่าอะไรก็พัง ปราสาททรายง่ายๆ มึงยังทำพังเลย จะสร้างอะไรได้ ”


                คนโดนกล่าวหาหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห “ กูจะฟ้องมึง! ข้อหาหมิ่นประสาทกูต่อหน้าบุคคลที่สาม!


                คนโดนตอกกลับถึงกับเหวอ “ มึงเล่นกฎหมายกลับใส่กูเหรอ!!


                “ เออไง! เจอกันที่ศาลเลย พรุ่งนี้! ” ไอ้ลมชี้หน้าน้องชายตัวเองอย่างไม่ยอม


                หันไปมองทางไอ้ดิน รายนี้ก็กัดพ่อนิเทศตัวร้ายไม่หยุด...


                “ ไอ้เหี้ย มึงจ้องจะฆ่าน้องกูใช่มั้ย ”


                วินถอนหายใจเฮือก “ พี่อย่าประสาทได้มั้ยครับ ”


                “ กูมีน้องสองคน!!


                มุมปากคนโดนตวาดยกยิ้ม “ ครับ เราอยู่ปีเดียวกัน งั้นไม่ต้องเกรงใจ โอเคนะ ไอ้เหี้ยดิน ”


                “ มึง... ” ว่าที่หมออ้าปากพะงาบๆด้วยความอึ้ง ส่วนผมก็เพิ่งนึกได้ว่าไอ้วินมันแก่กว่าผมแล้วก็อยู่ปีสามเท่ากับไอ้ดินด้วย  “ กูพี่อุ่นนะเว้ย!


                “ รู้ครับ ” ไอ้นี่บทจะกวนประสาทก็กวนจริงๆ สงสัยเก็บกดมานาน “ ผมก็ผัวอุ่นครับ ”


                ลมกับไฟหันขวับหยุดตีกันเองทันที พาสายตามุ่งร้ายมาทันที...


                “ มึงอยากตายใช่มั้ย!! ” เริ่มคลั่งแล้วสิให้ตาย


                “ ไอ้เฮียลม ต่อยมันสิว่ะ! ” ไฟ... เมื่อกี้มึงยังตีกับมันอยู่เลยนะ


                “ มึงอย่าอยู่เลย!


                คนอื่นก็ได้แต่มองสามเหล่าหมาคลั่งกันอย่างอึนๆ... ผมมองพวกมันแล้วรู้สึกสงสารพ่อแม่จับใจ คลอดพวกมันมาได้ยังไงเนี่ย


                ตัดสินใจลุกขึ้นและ...


                ผัวะ ผัวะ ผัวะ!


                ตบกะโหลกเรียงตัวเผื่อจะมีสติขึ้นบ้าง...  ก่อนที่มันจะกระโจนกัดไอ้วิน ที่กำลังยืนกวนอารมณ์ไม่เลิก แหม่ตั้งแต่กูโอ๋มึงนี่ แลจะไม่กลัวพี่น้องกูเลยนะสัด


                “ เงียบ ถ้าไม่เงียบ ไม่ต้องไป ” ผมว่าเสียงเอื่อยๆแค่นั้น ก่อนที่สามหมาจะเลิกบ้าทันที ยอมไปนั่งสงบเสงี่ยม ผมคว้าตัวไอ้หมอเถื่อนไว้ก่อนแล้วแบมือกลางอากาศ


                “ อะไรเหรออุ่น ” ถามงงๆ


                “ ขนม ” เหล่ไปที่ซองเลย์ “ เอามา ”


                “ แต่มันจะทำให้... ”


                “ หุบปาก! ” ผมขึ้นเสียงหนักก่อนจะกระชากถุงขนมมาแกะๆแล้วยัดเข้าปากทันที โดยมีสายตาคลอน้ำตาของไอ้ดินส่งมา


                “ ใช่สิ ความห่วงใยของเฮียมันไร้ค่าแล้วนี่ ” ดราม่าเพื่อ


                หันไปหาลม “ เฮีย... เอามันไปเก็บได้ ผมจะซื้อเสื้อให้เฮียตัว ”


                คนโดนใช้ตาวาววับแสยะยิ้มชัยชนะทันที รีบมากระชากตัวไอ้ดินออกไป และไอ้ไฟก็มีเสนอหน้ามาช่วยลากแถมยังเอามือปิดปากหยุดเสียงดราม่าน่ารำคาญให้ด้วย


                ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันมามองหน้าคนอื่นๆ “ เฮียไทม์ ว่าต่อ เรื่องเส้นทาง ”


                “ กูกำหนดได้แหละ เดี๋ยวกูปั่นนำเอง ” ไอ้พี่มันว่างั้นผมก็เบาใจ ยังไงไอ้เฮียไทม์มันก็ดูมีสติกว่าไอ้พี่ปาย “ อุ่น แฝดฟ้าไปด้วยใช่มั้ย ”


                “ อืม ผมไลน์ไปคุยแล้ว พวกมันบอกปั่นไม่ไหว คงจะขับรถไปแล้วสัมภาระกับเต็นท์ก็ยัดรถพวกมันไปแล้วกัน ” ผมครางรับไปก่อนจะนึกถึงฝาแฝดลูกพี่ลูกน้องของผม จะอ้าปากคุยต่อก็รู้ถึงแรงสะกิดจากด้านซ้าย


                เจอไอ้คุณผัวทำหน้าไม่พอใจ “ อะไรของมึง ”


                “ ทำไมเค้าไม่มีไลน์ตัวเองอ่ะ ” เสียงเล็กเสียงน้อยด้วยความน้อยใจ


                “ คนนอก ” ลม


                “ ไม่สำคัญ ” ไฟ


                “ คนเขาไม่อยากคุยไง ถึงไม่ให้ หึ! ” ดิน ...ได้ฟังแบบนั้นไอ้วินยิ่งหน้าเสีย ผมส่ายหน้ากับไอ้พวกบ้านี่ที่เกินจะเยียวยาจริงๆ


                “ ได้ข่าว... กูบล็อกไลน์พวกมึงนี่ ” ว่าขัด


                “ อุ่นจะบอกมันทำมายยยยยย ” เสียงร้องประสานขึ้นอย่างโหยหวน เหลือบเห็นพ่อนักแสดงยิ้มขำ มันน่าเสยให้ร่วงจริงๆ


                เมินหมา “ เฮีย ตกลงเราจะไปไหนบ้าง ”


                “ สรุปคือจุดหลักที่เราจะไปกันก็คือ ไปวาดรูปที่เขาค้อ เพชรบูรณ์ แต่เราก็ผ่านหลายจังหวัด เรามีเวลาตั้ง 1 อาทิตย์ที่มหาลัยหยุดให้ เพราะงั้นก็หยุดตั้งแคมป์วันแรกที่สระบุรี ”


                “ อ่าฮะ ” ผมครางรับ “ เรื่องอาหาร จะซื้อกินหรือทำเอง ”


                สีหน้าพี่รหัสผมคล้ายจะโมโห “ มึงนี่... บ้านกูทำร้านอาหาร กูได้รับการถ่ายทอดจากคุณนายของร้านมาแล้วนะเว้ย! มึงไม่เชื่อใจฝีมือกูรึไง!


                “ กูไม่เชื่อ ” พี่ปายแทรกขึ้นแล้วทำหน้าหน่ายใส่ “ ไอ้ไทม์ คราวก่อนมึงทำสุกี้ เป็นไง ท้องเสียทั้งสายรหัส ”


                “ วิน ” ผมหันไปเรียกอีกคน “ มึงทำอาหารได้ใช่มั้ย ”


                “ ได้ ” ผัวผมมีประโยชน์จริงๆ ซึ้งใจ “ กูจะพาไอ้ฟรานไอ้ไต้ฝุ่นและไอ้เหี้ยเวียร์ไปด้วย มึงโอเคมั้ย สามคนนี้ทำอาหารได้ ”


                “ ดีๆๆๆๆ ” ไอ้คนไร้มารยาทผมสีเพลิงว่าระริกระรี้ขึ้นมา “ ดีใจชะมัด มีแต่คนอยากได้ทริปฮันนีมูนของเราอ่ะดิน ”


                “ ฮันนีมูนบ้านพี่สิว่ะ! ไปไกลๆ!


                ไอ้พี่ปายก็แลจะสนุกสนานกับการกลั่นแกล้งพี่ชายผมให้สติแตกจริงๆ หันเหเทความสนใจกลับมาที่พี่รหัสอีกรอบ


                “ ขากลับกูไม่ปั่นแล้วนะ นั่งรถกลับ ” ว่าเสียงหน่าย “ เรื่องเต็นท์ที่นอนก็ของใครของมันแล้วกัน ”


                พอพูดถึงเรื่องเต็นท์ปุ๊บ ไอ้สามบ้านี่หูผึ่งหางกระดิกเลยครับ... ถลามาจับตัวผมให้จ้าละหวั่น แอบเห็นไอ้ลมแกล้งเนียนผลักไอ้วินเหมือนกัน


                ...แล้วทำไมผมต้องสังเกตมันตลอดด้วยวะ!


                “ นอนกับลมนะ! / นอนกับดินนะ! / นอนกับไฟนะ!


                “ กูจะนอนกับผัวกู ” ผลักหัวพวกมันออกไปอย่างหงุดหงิดใจแล้วหันไปส่งซิกให้ไอ้วินที่มันพอจะรู้อยู่แล้วว่าผมใช้มันเป็นตัวกันความวุ่นวาย เลยไม่ได้ว่าอะไร ออกจะพอใจด้วยซ้ำ


                ไอ้สามศรีหมาบ้าก็ทำหน้าทำตาน่าสงสาร... “ เมื่อก่อนนะ อะไรๆ อุ่นก็พี่ลม จะนอนกับพี่ จะอาบน้ำกับพี่ ”


                “ ลม อย่ามโน ”


                !


                “ เมื่อก่อน ก็ดินอย่างนั่นอย่างนี้ อยู่กับอุ่นนะ ไม่ไปเรียนได้มั้ย เล่นกับอุ่น ”


                “ ตื่นนะดิน ”


                !!


                “ เมื่อก่อนก็น้องไฟ เล่นกับพี่อุ่นนะ ไปกินขนมกับพี่นะ ไปดูหนังกับพี่ ”


                “ นอนฝันอยู่เหรอ ไอ้ไฟ ”


                !!!


                1 2 3


                “ ฮือออออออ อุ่นใจร้าย!!! ” แล้วพากันวิ่งไปคนละทิศละทาง ราวกับตัวเองเป็นสาวน้อยถูกปฏิเสธรักในการ์ตูนญี่ปุ่นไปได้


                ผมว่าตามหลังไป “ เออ เพิ่งรู้เหรอ ” และกลับมาคุยเรื่องทริปที่วันนี้จะสรุปจบมั้ย จะอ้าปากพูดต่อก็มีคนขัด


                “ เอาง่ายๆคือ ทุกคนต้องมีจักรยาน เตรียมร่างกายให้พร้อม แล้วก็เต็นท์ เพราะทริปเรามันอินดี้ รากหญ้า ไม่นอนโรงแรม เจอกันมะรืนหน้าหอ S ตี 3 จบแยกย้าย!


                ไอ้เฮียไทม์รีบสรุปเออเองจบก็เก็บแผนที่เท่าบ้านของแกไป ลุกพรวดไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเอ๋อของทุกคน เมื่อกี้มันสั่งว่าอะไรบ้างวะ...


                “ งั้นกูกับไอ้ไผ่ไปซื้อของเตรียมตัวก่อนนะ ” ไอ้คิมได้สติก่อนใครเพื่อนก็ลากไอ้ไผ่ออกไป ไม่ลืมจะบอกลาคนอื่นๆด้วย


                “ งั้นกูไปตามหาสามีของกูก่อนนะ ” ไอ้พี่ปายฉีกยิ้มให้แล้วพุ่งตัวออกไปทันที...


                สุดท้ายก็เหลือผมกับไอ้วินแค่สองคนเหมือนเดิม... ไม่ มีอินอินด้วยอีกตัว... มือแกร่งลูบหัวเจ้าตัวน้อยไว้แล้วมีสีหน้าเคร่งเครียด... ส่วนผมก็นั่งถือห่อเลย์กินเงียบๆ...


                “ อุ่น ” ผมหันไปจิกตาใส่ “ เออ ธารา ” มันกระแทกเสียงใส่ชื่อผมอีก


                กูยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ... มึงจะหงุดหงิดห่าไร


                “ แฝดฟ้านี่ใคร ”


                “ อ้อ ” ผมพยักหน้าแล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ ยิ่งทำให้อีกฝ่ายมีสีหน้าเดือดดาล


                “ ทำไม สำคัญรึไง ”


                พยักหน้าตอบไปอีกที “ สำคัญดิ ” เป็นญาติกูไม่สำคัญสิแปลก


                “ อย่าบอกนะว่า... ” มือหนึ่งประคองอุ้มอินอินไว้ แล้วอีกมือก็ชี้หน้าผม...


                “ อะไร ” ผมขมวดคิ้วใส่มัน เกิดเพี้ยนไรขึ้นมาอีก แต่เลย์รสนี้มันอร่อยจริงๆว่ะ


                “ แฝดฟ้าอะไรนั่น ”


                กูรอฟังอยู่ “ ... ”


                “ เป็นแฟนเก่ามึงใช่มั้ย!!


                หา?


                “ มึงเอาชื่อฟ้าอะไรนั่นกับชื่อมึงมารวมเป็นอินใช่มั้ย!!


ฟ้า กับ อุ่นนี่ รวมกันได้ อิน... ขอบคุณมากที่สมองมึงคิดได้แค่นี้...


               


                นี่ผมมีผัวเป็นคน หรือควายผสมลาวะ


 


                อย่าไปสนใจมัน กลับหอนอนดีกว่า


 


                “ เฮ้ย มึงกลับมาอธิบายนะเว้ย!! มึงปล่อยให้ผู้ชายของมึงสติแตกไม่ได้น่ะเว้ย!!


               


                เสียงแมงเม่าที่ไหนวะ รำคาญจริงๆ ไปดีกว่า


 


                อะไรเอ่ย ไร้เยื่อใย


 


 


 


และแล้วก็มาถึงวันที่ทุกคนรอคอย...


 


                ความมืดมิดรอบด้านบ่งบอกว่ายังไม่เช้า มันควรเป็นเวลาที่ทุกคนกำลังนอนหลับสบายใจแต่กลับมีชายหนุ่มกลุ่มใหญ่กำลังยืนรวมตัวกันอย่างคึกคักตาสว่างหน้าหอพักชาย S


                ใช่... ตาสว่าง


                “ หาวววว ใครมันนัดตีสามแล้วยังไม่เสนอหน้ามาวะ ” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากตรงบันไดหน้าหอกำลังนอนซบกระเป๋าจากสำเพ็งใบใหญ่ “ ไอ้อุ่นนน แล้วดินของกูอยู่ไหนนนน ”


                “ กำลังออกจากบ้านใหญ่ ” ผมพูดไปพลางหาววอดๆ ปาดน้ำตาที่คลออยู่ออก หัวผมโงนเงนไปมาเพราะความง่วง ไม่มีแรงจะทรงหัวแล้ว คิดว่าคงเอาหัวไปกระแทกกับพื้นปูนแข็งๆ แต่ที่ไหนได้... อะไรบางอย่างที่แข็งเหมือนกัน แต่ก็นิ่มกว่าพื้น แล้วก็อุ่นกว่า


                เป็นแค่พื้นทำไมมีปาก “ บอกให้นอน แล้วพี่จะจัดกระเป๋าให้ก็ไม่เอา ”


                “ ยุ่งน่า ” ผมบ่นแล้วทิ้งน้ำหนักหัวซบมันไปเลย “ มึงนี่ก็บ้า เคืองกูเรื่องหมา แต่ก็ยังไม่เลิกยุ่งกับกู ”


                “ เรื่องแค่นั้น กูคิดมากไป กูก็เสียมึงไง กูพยายามจีบมึงให้ลืมไม่ดีกว่ารึไง ” ไอ้นี่แลจะเครียดจริงจังเรื่องชื่อหมา แต่ผมไม่มีทางพูดเรื่องน่าอายพรรค์นั้นออกมาหรอกน่า


                “ พูดหล่อดี ไม่เหมือนหน้ามึงเลย ” ส่งเสียงหัวเราะหึไปที


                ไอ้วินโอบไหล่ผมไว้หลวมๆ “ เงียบแล้วหลับไปเลยเมีย ปากดีเดี๋ยวจับจูบเลย ”


                “ ก็ไม่ได้ห้าม ” ผมเงยหน้าขึ้นไปแล้วประกบปากมันทันทีไม่ทันให้มันได้ตั้งตัว... บดจูบเบาๆละเลียดละไมไปตามปากสวยก่อนจะผละออก “ เลิกคิดเรื่องชื่อหมาได้แหละ ไม่ใช่ชื่อใครทั้งนั้น จบ ”


                “ อ่อยพี่ขนาดนี้ เดี๋ยวปล้ำตรงนี้ซะเลย ” วินร้องโอดโอยก่อนจะทำท่าจะจูบผมอีกรอบ ดีที่เอามือยันไว้ทัน “ ไรวะ นี่เสียเปรียบนะ มึงจูบกูอยู่ฝ่ายเดียว ”


                “ แต่ก็ได้จูบมั้ย ”


                “ เออว่ะ ” มันว่าเอ๋อๆ ผมส่ายหน้าแล้วถอนหายใจพรืด ทิ้งหนักตัวซบมันต่อแล้วปิดตาลง แต่หูยังคงได้ยินมันพึมพำ “ จูบแบบไม่รู้สึกอะไร ไม่ต้องจูบก็ได้นะมึง ให้ความหวังคน รู้มั้ย ” มันบีบจมูกผมเบาๆ


                โง่ๆอย่างมึง เดาไม่ออกหรอก กูคิดหรือไม่คิด ต่อให้กูคิด มึงก็เสือกโง่ไม่รู้...


                ยังไม่เลิก “ จับปล้ำจริงๆเลยดีมั้ยวะ อ่อยเค้าขนาดนี้ ”


                “ ตีนสิ หุบปาก จะนอน ”


                แล้วก็เงียบอีกครั้ง... ผมเริ่มทิ้งตัวลงเข้าสู่นิทรา แต่สักพักก็รู้สึกถึงแรงขยับเขยื้อนตัว ลำตัวผมสัมผัสพื้นเย้นๆก่อนหัวจะถูกวางลงบนตัก... ไม่นานผ้าหรือเสื้อใครสักคนถูกเอามาคลุมให้ผม...


                ...ใครสักคนที่ทำแบบนี้นอกจากไอ้หมาบ้าสามตัว


                ในเวลานี้ก็คงเป็นมัน... ไอ้เชี่ยวิน


                ไหนๆก็มืด มองไม่เห็น กูขอหน้าแดงหน่อยแล้วกัน


                “ อุ่น ขอถ่ายรูปหน่อยนะ ”


                กูหลับ กูไม่รู้


                “ ไอ้ฟราน มาถ่ายกูกับเมียให้หน่อยดิ!


                ผมพยายามมุดหน้าลงเสื้อแล้วหลับพยายามบังคับให้จิตใจสงบ แต่ที่ไม่สงบเลบยก็คงเป็นก้อนเนื้อในตัว... ที่เต้นร้องส่งเสียงไม่หยุด...


                เฮ้อ... กระเพาะนี่แหละ ร้องโหยหวนด้วยความหิว...


                .


                .


                เวลาผ่านไปเรื่อยๆไม่รู้นานเท่าไหร่ที่ผมหลับ ก่อนจะตื่นขึ้นเพราะเสียงโหวกเหวกโวยวายตัวถูกกระชากออกจากที่นอนแล้วถูกกอดรัดแน่น


                “ หือ.. อะไรวะ ” ผมถามอย่างงัวเงีย ปรือตาลืมขึ้นอย่างมึนๆ ปรับสายตาให้ชินกับความมืดสักหน่อยก่อนจะประเมินสถานการณ์ได้ว่าตอนนี้มากันครบแล้ว


                “ อุ่น อุ่นเป็นอะไรมั้ย มันวางยาอุ่นใช่มั้ย ” เสียงคุ้นๆเหมือนจะเป็นไอ้ลม ผมไม่ตอบเพราะง่วงและมึนอยู่ “ ไอ้เชี่ยดิน มึงมาดูน้องดิ! โดนไอ้เชี่ยนี่วางยาแน่ๆ ถึงมึนขนาดนี้ ”


                “ ไอ้เหี้ย มึงทำพี่กูเหรอ!


                “ ไอ้พี่ปาย มึงปล่อยกูดิว่ะ! กูจะดูน้อง!


                “ ดินนน สนใจชุดเค้าก่อนนน น่ารักเปล่า!


                “ ไม่น่ารักเว้ยยยยยยย ปล่อยยยยยย ” แม้สภาพตัวเองยังเอาไม่รอดแต่ก็ยังห่วงผม “ ไอ้เชี่ยวิน มึงออกห่างจากน้องกูเดี๋ยวนี้นะเว้ยยยย ”


                มีรางวัลพี่ดีเด่นแห่งชาติมั้ย


                ผมสะบัดหัวไล่ความง่วงก่อนจะเห็นเหตุการณ์ชัดๆ ผมลุกพรวดสลัดตัวออกจากมือไอ้ลม ตรงไปหาไอ้ไฟกับไอ้คุณผัวก่อนที่เริ่มจะฟัดกันแล้ว


                “ แยกๆ ” เดินเข้าไปคั่นกลางดันให้ห่างกัน “ ไม่แยกกูกระทืบ!


                รีบหลบกันไปคนละทิศเลยทีนี้ ไอ้ไฟเดินไปรวมกับลมที่ยังทำหน้าฟึดฟัดไม่เลิก เอาจริงๆพวกมันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่แค่พยายามหาความผิดมายัดเยียดให้เพื่อจะได้กระทืบอย่างมีเหตุผล คิดว่าจะมีใครบ้าแบบนี้มั้ยล่ะ ส่วนวินก็เดินไปหาน้องตัวเองที่มองอย่างเป็นห่วง แล้วก็มีผู้ชายอีกสองคนที่ผมยังไม่เคยเห็นหน้า


                “ ไอ้คิม ไอ้เหี้ย มึงแย่งข้าวกูไม่พอ ยังเอาขวดน้ำกูไปอีกเหรอ!


                “ ไรวะ กูกินหน่อยเดียวเอง ”


                “ หน่อยพ่อง!


หันไปอีกทางก็เห็นไอ้คิมไอ้ไผ่กำลังแย่งข้าวกล่องกันแดก เอิ่ม เพิ่งตีสามจะตีสี่ มึงหิวกันแล้วเหรอ


 พอมองไปอีกด้านก็เห็นพี่ปายกำลังตบตีกับดิน มองเลยไปอีกหน่อยก็เห็นแฝดญาติของผมกำลังนั่งแกว่งขาอยู่บนรถกระบะให้ฟีลลิ่งกุมารทองมากมาย


                “ เฮียไทม์อยู่ไหน ” ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด นี่ก็ส่ายแล้วนะ “ พี่ปาย โทรตามเฮียให้หน่อยดิ ”


                คนโดนใช้ชะงักการกลั่นแกล้งเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับแล้วควานหน้าโทรศัพท์ที่สวมด้วยเคส...เคสเหี้ยอะไรของมันก็ไม่รู้ต่อสายหาคนนำทันที


                ส่วนผมก็บอกให้คนอื่นๆขนของขึ้นรถ เราทั้งหมดจะนั่งรถไปก่อนแล้วเดี๋ยวเช้าค่อยเริ่มปั่น ปั่นตั้งแต่ตีสาม มีตายสิครับ มองไม่เห็นทาง


                พอขนของขึ้นรถหมดเราก็มายืนรอไอ้เฮียไทม์ผู้นัดเวลา ระหว่างรอก็ชวนกันคุยเล่นไปพลางๆ...


                “ วิน ไม่แนะนำน้องกับเพื่อนมึงหน่อยเหรอ ” ไอ้พี่ปายผู้เป็นมิตรกับทุกคนว่า ก่อนจะเพ่งสายตาไปที่น้องเวียร์ “ เฮ้ย ทำไมมองชุดกูงั้นวะน้อง มึงจะแย่งเหรอวะ! ดินดิน มาปกป้องชุดเขาหน่อย ”


                ได้ทีก็หาทางเอาตัวไปกระแซะกับพี่หมอเถื่อนไม่ให้เสียโอกาส ไหนๆก็ไหนๆล่ะ ขอพูดถึงชุดมันหน่อยแล้วกัน... จะเรียกว่าชุดอะไรดีล่ะ ผมก็อธิบายไม่ถูก เอาง่ายๆ เคยเห็นชุดประดาน้ำป่ะที่แนบเนื้อแขนขาขายาวมิดชิด ถูกสวมทับด้วยกางเกงลายดอกสีพื้นเป็นสีแดงกับลายดอกสีพาสเทลที่ดูแล้วมันน่าจะทำเองเลย  ส่วนเสื้อก็ใส่ทับด้วยเสื้อยืดสกรีนตัวโดเรมอนนั่งแดกโดรายากิ หัวก็มีงอบใส่ ไม่รู้มันไปขโมยชาวบ้านที่ไหนมา


                จบเพียงเท่านี้กับชุดของมัน


                น้องเวียร์ทำหน้าเหวอ “ เอ่อ... ”


                “ ใครมันจะไปสนใจชุดประหลาดของมึงวะพี่! ”ดิน สะบัดตัวสลัดผลักออกจากอย่างแรง


ผมว่าเสียงเรียบก่อนจะยกน้ำเปล่าขึ้นกระดก


                “ ทำใจน้อง มันบ้า ” ชี้ไปสองคนข้างหลัง “ แล้วนั่นใคร ”


                “ คนนี้ไอ้ฟราน มึงน่าจะเคยเห็นหน้านะ อยู่หอเดียวกัน ” วินชี้ไปคนที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ดูก็รู้ว่าโดนหลอกมา “ ส่วนคนนี้เพื่อนสนิทพี่เอง ชื่อ ไต้ฝุ่น อยู่อักษร ”


                อ้อ... คณะเดียวกับไอ้น้องซีแอ๊บใสน่ะเหรอ


                “ เฮ้ยยย งั้นพี่ก็คือเดือนมหาลัยปี 3 อ่ะดิ!! ”ไอ้ไผ่ร้องขึ้นรีบถลาไปประชิดตัวแล้วเขย่าๆ “ วันนั้นพี่หล่อโคตร ร้องเพลงเพราะชิบหาย ”


                “ ขอบคุณครับ ” รอยยิ้มใจดีถูกส่งมาให้จนไอ้ไผ่หน้าร้อนแดงวูบวาบ


                ไอ้คิมหน้างออย่างเห็นได้ชัด “ มึงมานี้เลยไอ้ไผ่ ”


                “ อะไรของมึงวะ!


                “ เรื่องของกู!


                ไต้ฝุ่นมองเพื่อนคู่นี้ด้วยสายตาไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากยิ้มเรี่ยราดกระจายความหล่อไปเรื่อย จะว่าไปเรื่องคืนวันเฟรชชี่ไนท์ของที่นี่ เขาค่อนข้างฟรี เด็กนอกก็เข้ามาได้ แต่ก็ต้องแบบมีรุ่นพี่เป็นคนพาเข้ามา ไอ้ผมก็โดนไอ้เหี้ยดินลากมาดูมันประกวด แต่แน่นอน แพ้... สมน้ำหน้า


                “ คนนี้ชื่อ ปาย ปีสี่ ” ผมไล่แนะนำบ้าง “ แต่ไม่ต้องเคารพมันหรอก มันบ้า ”


                “ อ้าว ไอ้หลานรหัสเชี่ย ”


                “ สองคนนั่น คนผมยาวชื่อ ไผ่ ผมสั้นชื่อ คิม ” ชี้ไปที่ไอ้เพื่อนสองคนกำลังกัดกันได้ที่ “ อย่าไปสนใจ มันไม่ปกติ ”


                “ อ้าว ไอ้เพื่อนเหี้ย ” นิ่งค้างหยุดการหยอกกันทันที


                “ สามตัวนั่น เป็นพี่น้องกูเอง ” ผมกวาดตามองไปแล้วถอนหายใจ “ อย่าไปสน ไม่สำคัญ ”


                “ อุ่นอ่า (T^T) (TOT) (Y_Y)


                “ ส่วนสองคนนั้น ” ชี้ไปที่ฝาแฝดโคตรจะหล่อบรรลัย “ เป็นญาติกู ชื่อท้องฟ้า กับฟ้าคราม หน้ามันคล้ายกัน เรียกๆไปเถอะ ”


                “ แนะนำเฮียได้แย่จริงๆนะ ” ท้องฟ้าว่าเสียงเอ็นดูก่อนจะก้มลงมาคล้องคอผมแล้วกวาดตามองคนอื่นๆ “ คนไหนชื่อวินวะ ”


                “ ผมครับ ” ไอ้วินมันทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเข้าใจบางอย่าง คงตรัสรู้แล้วมั้งว่าไอ้แฝดฟ้านี่พี่กู


                ฟ้าครามพยักหน้ารับแล้วมุ่ยปากไปทางสามหมา “ เออ ดูแลน้องกูด้วยล่ะ กูไม่กัดเหมือนไอ้สามหน่อนั่น ”


                “ ครับ ” อมยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมเลยนะมึง แล้วมันก็หันมามองผม


                เสียงขุ่นมัว “ มองห่าไร ”


                “ มองเมีย ”


                “ ไม่อยากแดกข้าวแบบอร่อยๆแล้วใช่มั้ย ” ท่าทางผมคือจะเข้าไปตะครุบแล้วขย้ำหัวมันแล้ว แต่ติดที่ไอ้ไฟมาดึงตัวไว้ก่อน 


               “ พี่อุ่น พี่มากับไฟดีกว่า อย่าไปสนใจมัน มาทาครีมกันแดดก่อน ถึงตอนนี้จะตีสี่ แต่แสงไฟก็มีผลต่อผิวสวยๆ เฮ้ย! ไอ้เชี่ยวิดวะ มึงนี่ไม่เลิกนะ มึงตัดหน้ากู! เอาครีมมา!


                “ ตังค์กู ไอ้น้องเหี้ย ครีมก็ของกู มึงขโมยจากห้องกูมา อย่าคิดว่าไม่รู้ ”


                “ มึงได้แปะชื่อไว้มั้ยล่ะ ห่า!


                “ นี่กูพี่มึงนะ ”


                “ กูน้องมึงนะ เคารพกูดิ!


                ผมคิดว่าบ้านผมกำลังมีสมองที่ไม่ค่อยจะปกติกันสักเท่าไหร่ ผมเลยคว้าแขนทุกคนลากตัวแยกออกมาจากสามหน่อสี่หน่อบ้าบอ


                หยุดเมื่อไกลพอจากคนบ้า ผมเลยจับหัวเวียร์แล้วโยกเล่นด้วยความเอ็นดู ไอ้เวียร์มันน่ารักนะ ตัวเล็กๆ แต่ไม่ได้เตี้ยก็แคระ คือผมสูงไง “ คนพวกนี้ประสาทหน่อยนะ ทางที่ดีอย่าไปใกล้ เดี๋ยวติดเชื้อ ” ว่าไปพลางเหลือบไปทางไต้ฝุ่นกับฟรานด้วยเหมือนจะเตือนกลายๆ


                เวียร์ส่ายหน้าแล้วคลี่ยิ้ม “ ไม่ประสาทนะครับ ทุกคนดูรักใคร่สนิทกันดีนะครับ น่ารักจะตาย ”


                ...ผมว่าเวียร์มีความผิดปกติทางสายตาอยู่มากนะ...


                “ แล้วพวกมึงโอเคมั้ย ” เงยหน้าไปถามสองคนที่ดูเงียบๆ


                ไต้ฝุ่นพยักหน้า“ เป็นทริปที่น่าสนุกดีนะ ” เหลือบไปทางหมาบ้าสามตัวที่มีไอ้พี่ปายผนวกผนึกความบ้าเข้าไปอีกแล้วค่อยๆขยับมุมปากยิ้ม คนบ้าอะไร ทำห่าอะไรก็ดูดีไปหมด ไอ้วินนี่แทบไม่ได้ครึ่ง


                ไอ้ฟรานทำหน้าทำตาเหมือนจะกัดลิ้นตาย ชกไปที่ไหล่ไอ้วินดังปั้ก “ มึงมันเชี่ย หลอกกู มึงจะพากูมาทำเหี้ยอะไร กูไม่อยากปั่นนนนนนนนนน ไอ้เชี่ยยยย ”


                เสียงร้องโหยหวนดังเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นอย่างดีก่อนจะชะงักเมื่อมีอีกเสียงแทรกมา... และคนที่เรารอคอยก็มาถึงสักที


                “ เฮ้ยยยยยยยย ขอโทดดดดดเว้ยยยย รถติด!!


                ผมสวนกลับทันที “ รถติดบ้านป้าสิไอ้เฮีย!


                “ ชะอุ๊ย แก้ตัวไม่ผ่าน แย่จัง ” หน้าตาหงอยซึมลงทันควัน ใบหน้าเข้มคมเต็มไปด้วยเหงื่อ คงรีบปั่นจักรยานมาสุดฤทธิ์ มันลงจากจักรยานแล้วทิ้งตัวโยนกระเป๋าใบเท่าช้างออก “ เหนื่อยชิบหาย ”


                “ ทำไมสาย ”


                ทำหน้าอึกอัก “ เอ่อ คือ แบบว่า ” เหลือกตาไปมา “ กูหลงทางว่ะมึง แหะๆ ”


                ...กูจะไปถึงเพชรบูรณ์มั้ย ไหนตอบ


                “ เดี๋ยวเอาของเก็บให้น่ะครับ ” ไอ้วินว่าขึ้นแผ่ซ่านความใจดีไปทั่ว


                “ ทำดีมาก ว่าที่น้องเขยของน้องรหัสกู ”ไอ้เฮียไทม์ยกนิ้วให้ แสร้งทำอารมณ์ดีหลบสายตาจ้องจะต่อยของผม  


                ช่างแม่ง หลงไหนก็พักนั่นแหละ


                ส่วนไอ้คนถูกชมเช่นไอ้วินก็หัวเราะอย่างชอบใจ ยกกระเป๋าไปเก็บท้ายรถ ส่วนจักรยาน ไต้ฝุ่นเป็นคนยกไปขึ้นรถให้... สรุปรวมทริปหรรษาของเรามีกัน... สิบสี่คนถ้วน  


                คนปั่นนำทริปพักหายใจก่อนจะมองกวาดสายตาสาดส่องดูทุกคนแล้วเห็นสี่คนที่ยังกัดตีกันไม่เลิกก็ขยับคิ้วมองดูด้วยความสนใจ


                “ เฮ้ย พี่น้องมึงปะอุ่น น่ารักดีว่ะ ”


                ควรพาพวกมันไปตัดแว่นเช็คประสาทใหม่เนอะ...


                สามหน่อหมาเถื่อนหยุดง้องแง้งใส่ไอ้พี่ปายหันควับมามองทางต้นเสียงแล้วถลามาจะต่อย


                “ มึงว่าใครน่ารัก พูดอีกทีดิ!!


                “ พวกมึงไง ” ตีหน้าอึนกลับ กระตุกต่อมบ้าไอ้ลมให้หนัก


                “ อย่างกูเขาเรียกหล่อเว้ย ไอ้หน้าแป๊ะ!!


                “ อ้าวพี่ ไหงว่ากันงี้วะ ”


                ผมถอนหายใจครั้งที่เจ็ดร้อยแปดสิบเอ็ดแล้วยกมือไล่ๆต้อนๆทุกคนที่ยังมีสติครบให้ขึ้นรถ บ้างก็นั่งท้ายรถ บ้างก็นั่งในรถ... ผมเลือกขึ้นรถของไอ้เฮียฟ้าคราม นั่งหลังกับไอ้วินสองคน มองลงไปก็ยังเห็นไอ้พี่รหัสกับพี่คนโตของบ้านกำลังวางมวยไม่เลิก


                “ จะไม่ไปใช่มั้ย!!


 ตะโกนลงไปให้สองคนนั้นหยุดใช้สายตาฟาดฟันกัน


                พี่รหัสผมก็เปรี้ยว “ ระวังตัวไว้เถอะมึง ” ก่อนจะสะบัดก้นขึ้นไปนั่งในรถของไอ้พี่ท้องฟ้า


                “ มึงนั่นแหละระวังไว้ เดี๋ยวตายไม่รู้ตัว ” ไม่วายชูของดีให้อีก ก่อนที่ไอ้ลมจะผละไปนั่งบนหลังกระบะอีกคนสุมหัวกับสองหมาที่เหลือ มันซุบซิบกันแล้วหันมามองหน้าไอ้วินจากนั้นก็ขยับยิ้มชั่ว พอผมมองจ้องกลับ รีบหันไปมองนกมองไม้ทันที... ไอ้พวกเสแร้ง


                “ กูว่าทริปนี้กูคงต้องระวังตัวสุดๆ ” เสียงข้างๆเรียกสติผมให้หันไปมอง “ เผลอที กูคงไปนอนอยู่วัด ”


                “ เออ...แต่แม่ง...”


แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว...


“ มันคงเป็นทริปที่วุ่นวายสัดๆแน่ๆ ”


                กลิ้งตาไปมาแล้วเงยหน้ามองพระจันทร์และส่ายหัว...


 


                เช้าเมื่อไหร่... ความชุลมุนบังเกิดชัวร์


 


พาราสามโหลที่เอามา... จะพอมั้ยวะ เฮ้อ




                .





**************************************

ไหนนนนน ใครรออยู่บ้างเอ่ยยยยย

มาครบเเล้ววววววววว พาความหรรษาชุลมุนมาฝากกกกกก

นอนกันยังเอ่ย 5555555555

นอกจากพาความวุ่นวายมาเเล้ว เราพากิจกรรมโปสการ์ดวินอุ่นมาด้วยยยย


ใครอยากร่วมสนุกลุ้นรับโปสการ์ด ตามไปที่ลิ้งค์นี้ค่ะ >>>>  กติกาโปสการ์ด

 


ขอบคุณทุกคอมเม้นต์เช่นเคยน่ะค่ะ >//////<

ขอบคุณจริงๆค่ะ


ชอบวินอุ่น อย่าลืมคอมเม้นท์ + โหวตกันน่า

ชอบเรื่องนี้ อย่าลืมเฟบไว้กันน่า

ใครเล่นทวิตเตอร์ อย่าลืมติดเเท็กพูดคุยกันน่า #นิเทศตัวร้ายกับสถาปัตย์อาร์ตตัวพ่อ


ติดตามการอัพเดท และความเคลื่อนไหวกิจกรรมได้ที่เพจของเรา

               







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 573 ครั้ง

123 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 เมษายน 2562 / 12:29
    ทำไมหัก มุมเก่งงงง

    สงสารอุ่นอะ สามหน่อกับวิน พี่ปาย เฮียไทม์
    #10148
    0
  2. #10137 Kangaboo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 01:19

    พูดว่าไปส่งใครจะไปคิดว่าแค่เรียกแท็กซี่? อุ่นอย่าเพิ่งยอมนะ ปล่อยให้มันอกแตกตายไปเลย

    ป.ล. ชอบที่มีการหักมุมอะะ ทำไมถึงรู้สึกอึดอัดนะ? อ๋อ ไม่ได้เปิดแอร์! ชอบบบบ 5555555

    #10137
    0
  3. #10120 malin964 (@malin964) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 01:27
    ทำไมมันหักมุมตลอดเล๊ยยย
    #10120
    0
  4. วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 23:30
    ^......^
    #10091
    0
  5. #10070 CarrotSirirvarin (@CarrotSirirvarin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 11:58
    555เป็นทริปที่น่าสนุก
    #10070
    0
  6. #10001 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 02:21
    เอ้าโดนว่าโง่เลยครับ=="#คือถึงกุจะฉลาดแค่ก็มีบางเรืาองที่โง่เป็นนะเว้ยยตอนนี้ไม่โง่ละรู้ความหมาย55
    #10001
    0
  7. #9982 diizzpop2107 (@diizzpop2107) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 16:30

    ปวดหัวแทนนน แต่ละคนปกติทั้งน๊านนนนน

    #9982
    0
  8. #9866 ployly16 (@ployly16) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 09:52
    อบอุ่นมากกกกก
    #9866
    0
  9. #9857 893901PK (@893901PK) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 01:53
    ดีจัง...บ้านสี่ธาตุมีความรักพร้อมกันน่ารักไปอิก....ส่วนพี่ปายคนสวยอุ่นบรรยายชุดซะเห็นภาพเลยจริงๆๆๆ
    #9857
    0
  10. #9789 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 21:51

    นิยายเรื่องนี้ไงกัน ทำมัยวุ่นวายจัง แต่หนุกดีจ้า
    #9789
    0
  11. #9770 motanoy-naruk (@motanoy-naruk) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 11:48
    น่ารัก ชอบๆ
    #9770
    0
  12. #9646 sainam_ww (@Sainamkaido) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 19:22
    นี่อ่านนับสองมาก่อน พอมาเจอตอนนี้ถึงขั้นเรียงลำดับนับญาติใหม่
    ถ้าในนับเก้ารัก คือ
    นับสองเรียนปี 1 เป็นเดือนวิศวะ
    ไต้ฝุ่นเรียนปี 1 เดือนนิเทศ ตามจีบพี่ลม
    (ตอนนี้เรียนปี 3 ใช่มั้ย)
    ลมเรียนปี 2 เป็นอดีตเดือน(ใช่ป่ะ )
    ( ตอนนี้เรียนปี 4 เป็นพี่บ้าๆ )
    = เรื่องนี้ห่างจากนับเก้ารัก 2 ปี และในนับเก้ารักยังไม่เลือกดาวเดือนคณะ/คำถามคือ ไต้ฝุ่นกับพี่ลมรู้จักกันมั้ย หรือเป็นไต่ฝุ่นคนละคนกัน
    #9646
    3
    • #9646-3 Chutirat28 (@Chutirat28) (จากตอนที่ 9)
      26 สิงหาคม 2561 / 04:18
      อยากรู้เหมือนกันค่ะ
      #9646-3
  13. #9515 Sadoria Dorn (@TaiNawansa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 09:36
    ไต้ฝุ่นได้เดือน วินได้รอง นับสองตกรอบเหรอ (เรื่องเดียวกันมั้ย) // ว่าจะถามไต้ฝุ่นคู่กับลมป่ะ
    #9515
    0
  14. #9491 YourSUN🌄 (@FilmNoir) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 19:35
    พี่ลมกับไต้ฝุ่นปะคะะะะ
    #9491
    0
  15. #9480 koy_incle (@orasa1732) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 21:16
    ปวดกบาลแทนอุ่นทั้งพี่ทั้งน้อง
    #9480
    0
  16. #9436 Wifi Luxing (@luxing77) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 00:02
    555555 ขำ ปวดหัวแทนอุ่น แค่พี่น้องน่ารัก
    #9436
    0
  17. #9343 $>.หมีลิง!. (@0490) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 17:45
    ปวดหัวแทน55555555
    #9343
    0
  18. #9333 Solien (@Solien) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 12:30
    ลมนี่คู่กับไต้ฝุ่นป่าวค้าบ //อ่านมาหลายคู่เริ่มจะมึนๆอึนๆและสบสน
    #9333
    0
  19. #8959 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 16:21
    สงสารอ่ะขำ555555544
    #8959
    0
  20. วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 21:08
    โปสการ์ดน่าร้ากกก
    #8339
    0
  21. #8048 moonui-ii (@moonui-ii) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 12:16
    ไทม์ ลม ทะเลาะกันดีนัก ได้กันไปซ่ะ 55555
    #8048
    0
  22. #7717 PPP.. (@PangPoong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 23:24
    อ่านไปขำไปเหมือนคนบ้า เอ๊ะหรือว่าปกติ แต่ปกติแบบพี่ปายนะ 5555555555555
    #7717
    0
  23. #7623 fah_ikon14 (@fah_ikon14) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 18:40
    อ่านเรื่องนี่จบผมจะเป็นบ้าไหมครับ5555555555555 คือไม่มีใครปกติสักคนนี่คนอ่านก็เริ่มจะไม่ปกติแล้วครัช5555
    #7623
    0
  24. #7100 viewweeyong (@viewweeyong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 19:00
    พาราสามโหลที่เตรียมอะ แบ่งๆ มาบ้างนะ
    #7100
    0
  25. #7053 YB229 (@YB229) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 18:41
    5555555 ความวุ่นวายบังเกิดแน่นอนนนนนน
    #7053
    0