คิด | เล่น | เกิน | เพื่อน [Yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 16,740 Views

  • 469 Comments

  • 2,887 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    954

    Overall
    16,740

ตอนที่ 2 : เกินเพื่อน 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 927 ครั้ง
    8 มี.ค. 62

บทที่ 1

 

บันทึกสมัย ม.4 


                “ส่งการบ้านเว้ย ส่งการบ๊านนนน!

                เสียงโหวกเหวกโวยวายแต่เช้าก่อนเคารพธงชาติสิบนาทีมีขึ้นเป็นประจำเช่นทุกวัน หัวหน้าห้องตะโกนขึ้นแล้วแบบมือรับสมุดไปรวบรวม ผมยกมือปิดปากหาวไปทีแล้วโยนสมุดให้เพื่อนสักคนฝากไปส่งให้คุณหัวหน้าห้อง

                “เฮ้ยๆๆ เอามาเล่มนึง เอาลอกก่อน” บางคนที่เพิ่งจะมาถึงก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาฉกสมุดไปจากกองส่งงาน แล้วทรุดตัวนั่งลงบนโต๊ะรีบลอกงานทันที

                “เอาของกูไปลอกแล้วก็ส่งให้ด้วยนะ!” เจ้าของสมุดเล่มนั้นรีบพูดเพราะกังวลว่าเดี๋ยวไอ้เพื่อนมาสายจะลอกไม่เสร็จทันก่อนส่งแล้วอุบอิบไม่ส่งให้มัน

ทุกเช้าพวกเราจะมานั่งกันบริเวณหน้าตึกสี่ซึ่งเป็นตึกวิทย์เนื่องจากมันมีโต๊ะให้นั่งเยอะแถมร่มรื่นด้วย เปิดเทอมแรกๆ ก็มานั่งกันแค่สามสี่คนเพราะยังไม่สนิทกันอย่างทั่วถึงนัก แต่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เริ่มสนิทกันทั้งห้อง ที่นี่ก็กลายเป็นที่ประจำของห้องเราไปซะแล้ว เกินสามในสี่จะมานั่งกันตรงนี้เพราะส่งงานและลอกงานได้ง่ายที่สุด

ผมเองก็ลอกเสร็จไปตั้งแต่สิบนาทีที่มาถึงแล้ว จากนั้นก็นั่งคุยกับเพื่อนเรื่องเกมบ้างเรื่องกิจกรรมบ้าง

“พาย เชี่ยดีนมายังวะ”

ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วหันไปมองคนถามพบว่าเป็นไอ้ปิงเพื่อนในกลุ่มของดีนกำลังแดกหมูปิ้งสะพายกระเป๋านักเรียนบ่งบอกว่าเพิ่งมาถึงโรงเรียน

“กูจะไปรู้เหรอ ไม่ได้มากับมัน” ผมว่าไปพลางสไลด์มือถือเล่นไปด้วย “อยากรู้ก็โทรถามสิ”

“หรือจะโดดคาบเช้าวะ”  ปิงทรุดตัวนั่งตรงข้ามผมแล้วยื่นหมูปิ้งแบ่งให้ “สามคาบเช้าน่าเบื่อจะตาย กูยังไม่อยากเข้าเลย”

หยิบหมูปิ้งมากินอย่างไม่เกรงใจ อ้าว ก็มันให้แล้วนี่จะไปเกรงใจทำไม “เข้าๆ ไปเถอะ”

“โอ๊ะ เชี่ยดีนมาแล้ว” ไม่ได้ฟังกูเลยมึง

ผมแทะหมูปิ้งไปแล้วก็มองตามสายตาไอ้ปิงก็เห็นไอ้ดีนใส่แมสปิดปากเดินหน้าง่วงเข้ามา ในมือก็ถือกีต้าร์ตัวเดิมมาด้วย กะพริบตาเล็กน้อยแล้วกลับมาสนใจโทรศัพท์ต่อ

ดีนเดินไปหาหัวหน้าห้องแล้วหยิบสมุดมาเล่มหนึ่งแล้วก็หาที่นั่งว่างๆ รีบลอกการบ้าน กะอยู่แล้วว่ามันไม่มีทางทำมาก่อนหรอก

กำลังเล่นโทรศัพท์เพลินๆ ก็มีคนมาเกาะหลังแล้วเขย่าตัวผมอย่างบ้าคลั่ง

“พายยยย มึงเห็นยังๆๆๆ” เสียงแหลมหวีดร้องเหมือนผีถูกสาดน้ำมนต์ทำให้ผมปวดแก้วหูสุด แล้วหันไปมองหน้าคนเขย่าตัวผมจนหัวสั่นหัวคลอนอย่างหงุดหงิด

“หยุด หยุด ไอ้เชี่ยกิ๊ก!” ถึงจะเป็นผู้หญิงแต่ผมก็หยาบคายใส่ได้ เนื่องจากสนิทกันไง

                “มึงเห็นยัง ลู่หานของกู! น่ารักมากกกก” ผู้หญิงตัวเล็กที่จัดว่าเตี้ยกำลังยืนดี๊ด๊าทำหน้าเพ้ออยู่ชื่อกิ๊ก เป็นสาวกเกาหลีและติ่งผู้ชายขนาดหนัก

                อย่าถามว่าทำไมมันถึงมาคุยเรื่องติ่งผู้ชายกับผมเพราะ...

                “กูเห็นแล้ว!” คราวนี้เป็นผมที่หันไปเขย่าตัวไอ้กิ๊กแทน “คนอะไรน่ารักฉิบหาย”

                เพราะ...ผมเองก็เป็นติ่งน่ะสิ

                แถมหนักด้วย

                “เออๆ แล้วมึงดูรันนิ่งแมนเมื่อวานยัง เออๆ ใช่มั้ยๆ แม่งโคตร...” และแล้วผมกับไอ้กิ๊กก็น้ำลายแตกฟองสิ ไอ้ปิงได้แต่นั่งมองตาปริบๆ อย่างมึนงงไม่เข้าใจ

                จากที่คุยแค่สองคนก็กลายเป็นผู้หญิงทั้งห้อง อะแฮ่ม ยกเว้นผมหน่อยแล้วกัน ผมเป็นผู้ชายแต่ชื่นชอบดาราบ้างไม่ได้เหรอ แฟนบอยน่ะแฟนบอย!

ยกเรื่องดาราไอดอลขึ้นมาคุยอย่างเพ้อๆ โดยมีสายตาผู้ชายในห้องมากันไปกันมาแล้วส่ายหัวปลงๆ

“มึงนี่ก็บ้าผู้ชายนะ” เสียงแหบๆ เหมือนคนเป็นหวัดดังเหนือหัวผม

“แล้วมึงจะทำไม ความสุขกู” เงยหน้าหันไปก็เห็นว่าเป็นไอ้ดีน “กูก็บ้าของกูมานานแล้วปะ”

“บ้าดาราผู้ชายแบบนี้แล้วมึงจะหาเมียได้มั้ย” ทอดถอนหายใจอย่างหนักอกหนักใจแต่ผมรู้ว่ามันกำลังกวนตีนผมอยู่ ยังไม่ทันอ้าปากด่าก็มีเพื่อนผู้หญิงแว้ดขึ้น

“อย่างไอ้พายอะนะจะหาเมีย มึงฝันรึเปล่าดีน” ผู้หญิงอะไรทำไมหยาบคาย! “เบ้าหน้าสวยกว่าเมีย เตี้ยกว่าเมียงี้ คงหาเมียได้เนอะ”

ทำไมต้องเอาความสูงมาเล่น!

อีกคนรีบเสริม “เมื่อวานก็มีผู้ชายมาจีบมึงไม่เหรอพาย”

หน้าตาผมบึ้งตึงขึ้นมาเล็กน้อยแต่ไม่ตอบอะไรเพียงไหวไหล่จากนั้นก็ไม่สนใจ แต่ดีนแม่งเสือกใส่ใจ(สาระแน่นั่นเอง) “ใครหลงผิดมาจีบมันวะ”

ไอ้สัส!

“ก็พี่อาร์มไง รองประธานนักเรียน” ผู้ชายคนหนึ่งในห้องพูดขึ้นแล้วแฉแหลก “เมื่อวานกูเห็นเว้ย! น้องพายครับ น้องพายมีแฟนยัง พี่จีบได้มั้ย โอ๊ยยย กูนี่เขินแทนจริงจัง”

ทำน้ำเสียงเก๊กหล่อได้น่ากระทืบมากมึง

หน้าผมแดงวาบแล้วหยิบขวดน้ำปาใส่ไอ้เพื่อนบ้าที่ปากมาก ขนาดปิดปากเงียบแล้วนะยังไม่วายมีคนไปเห็นอีกเหรอ กำลังจะพุ่งไปเอาเรื่องเพื่อนผู้ชายแต่ก็ถูกหลายมือจับคว้าไว้

หันกลับมาเท่านั้นแหละเหมือนเจอฝูงไฮยีน่าไม่ปาน และแล้วผมก็ถูกสาวๆ ในห้องจับมาสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องพี่อาร์มจนกระทั่งสัญญาณเรียกเข้าแถวดังขึ้นถึงได้มีโอกาสหนีรอดออกมาได้

“แล้วตกลงมึงตอบพี่อาร์มไปยังไงวะ” นึกว่าเรื่องจะจบแล้วแต่ไอ้ดีนไม่จบ เดินมาถามต่อ

ผมหน้าบึ้งแล้วเบะปาก “กูไม่ชอบเขา”

“กูว่าเขาก็หน้าตาดีนะ” ดีนพูดตามความจริงเพราะพี่อาร์มแกหล่อจริงหล่อจัง ตี๋ขาวเรียนเก่ง เพอร์เฟ็กไปหมด มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่ชอบ

เฮ้ยๆ ยกเว้นผมไว้เถอะ

“ก็ดีไง” ตอบรับไปแล้วเดินเอื่อยๆ ไปที่แถวจากนั้นก็พูดต่อ “แต่กูได้ยินมาว่ากะเทยห้องเจ็ดชอบพี่เขาอยู่และกูก็ยังไม่อยากโดยราวี โอเคมั้ยมึง กูอยากมีชีวิตที่สงบสุข เชื่อเลยว่าถ้ามันรู้ กูโดนดักตบแน่”

ดีนพยักหน้าเข้าใจทันทีแล้วก็ส่งสายตาสงสารมาให้ผม เหอๆ ใครจะไม่รู้กิตติศัพท์กะเทยห้องเจ็ดบ้าง แรงตัวแม่ของสายชั้นเราเลยนะครับ คราวก่อนมีพี่ผู้หญิงสนิทสนมกับพี่อาร์มมากก็ยังถูกกะเทยคนนี้ตามไปด่าสาดเสียไม่มีชิ้นดี

ขืนผมไปคบกับพี่อาร์มคงได้เละแน่ๆ

“กูถามนิดเดียว มึงก็พูดซะยาว” มันส่งสายตาเอือมๆ กกับความพูดมากของผม

“หุบปากไป” ถลึงตาใส่มันไปทีนึงแล้วหันไปสนใจเคารพธงชาติร้องเพลงชาติ สวดมนต์ นั่งฟังครูให้โอวาทจากนั้นก็แยกย้ายกันเข้าเรียน

ผมไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกับดีนในตอนเลิกแถวก็มองหาเพื่อนตัวเองพบว่านั่งกันอยู่หน้าๆ คนมาสายๆ เดินช้าๆ แบบผมเลยนั่งหลังๆ “ไทย มึงทำเสร็จไอ้พาย”

เจอหน้าปุ๊บถามหางานทันที ผมเองก็เพิ่งนึกได้ว่าชีทไทยมันยังอยู่ที่ไอ้ดีน “เสร็จแล้ว แต่อยู่ที่ไอ้ดีน มึงเดินไปเอาที่มันแล้วกัน”

ปาล์มพยักหน้าทำมือโอเคแล้วตรงปรี่ไปหาดีน ในกลุ่มผมมีกันหกคนเป็นผู้หญิงสาม ทอมหนึ่ง แล้วก็ผู้ชายสองคือผมกับไอ้ปาล์ม

“อายกับนิวยังไม่มาเหรอ” ผมหันไปถามใยไหมผู้เป็นเพื่อนสนิทสุดซี้มาตั้งแต่สมัยมอต้น และเธอก็เป็นผู้หญิง

 “ก็คงมาสายตามเคย” ทำหน้าเบื่อๆ ยามพูดถึงเพื่อนคนนี้ มีกันหกคนตั้งใจเรียนไปสี่ โดดเรียนไปสองคืออายกับนิว ใยไหมคว้าแขนผมขึ้นตึกเรียน “ไปเรียนเถอะมึง”

ปล่อยให้มันลากๆ ไปข้างหลังก็มีฟางเพื่อนผู้หญิงอีกคนเดินคุยโทรศัพท์อยู่ เมื่อมาถึงห้องเรียนแล้วก็เห็นอาจารย์กำลังเตรียมสไลด์สอนพอดี

“มาช้า นั่งหน้าเลยมึง” ใยไหมจิ๊ปากหงุดหงิดแล้วจิกตาใส่ผม

“เกี่ยวอะไรกับกูวะ” เออ กูเปล่าช้าสักหน่อย เพื่อนคนอื่นในห้องมันรีบเองต่างหาก “เรียนๆ เลิกบ่น”

และแล้วคาบเช้าสองชั่วโมงก็ผ่านไปอย่างง่วงๆ มือก็แทบเคล็ดเพราะจดเนื้อหาเยอะ วิชาชีวะนี่มันต้องใช้ความจำล้วนๆ เลยให้ตายสิ

วิชาที่สามเป็นภาษาไทย วิชาโปรดของผมเลยครับ ทำไมถึงเป็นวิชาโปรดก็เพราะมันเป็นวิชาที่ผมได้คะแนนมากที่สุดไง

“มึงไม่น่าจะมาเรียนห้องนี้จริงๆ นะพาย” ฟางว่าขึ้นระหว่างเดินเปลี่ยนตึกเปลี่ยนห้องเรียน “มึงน่าจะไปอยู่ห้องธรรมดาหรือห้องศิลป์คำนวณมากกว่า”

ไม่เก่งวิทย์ไม่เก่งคณิต

เสือกอยู่ห้องเรียนวิทย์คณิต...จะบ้าตาย

แล้วเกรดก็เหี้ยมากๆ ไง

“เอาน่า วิทย์คณิตมันไปได้หลายทาง” ผมยิ้มอ่อนขณะพลิกดูชีทภาษาไทยที่เพิ่งได้คืนมา มันออกจะดูยับสักเล็กน้อยเหมือนผ่านมือลอกมานับไม่ถ้วน

วิชาที่ทุกคนในห้องจะลอกผมก็มีแค่ภาษาไทยแล้วก็ภาษาจีนเท่านั้นแหละ วิทย์คณิตเหรอ ฮึ อย่าหวัง

“มึงจะลงแข่งภาษาอังกฤษกับกูมั้ย” ใยไหมถามผมเกี่ยวกับการแข่งขันทักษะภาษาอังกฤษที่กำลังจะมีจัดขึ้นในอาทิตย์หน้าแต่มึงช่วยดูสกิลภาษาอังกฤษกูหน่อยเถอะเพื่อน

“กูไม่เก่งอังกฤษจะเอากูไปทำไม” ให้ไปแข่งภาษาไทยยังง่ายกว่า ภาษาจีนเหรอจะไม่บ่นสักคำ

“งั้นกูไปชวนคนอื่นก็ได้” เบะปากใส่ผมทีแล้ววิ่งไปหาเพื่อนคนอื่นในห้องที่เดินกันอยู่ด้านหน้า

ผมเดินล้วงกระเป๋าแล้วชวนไอ้ปาล์มคุยเรื่องหนังสือ งานอดิเรกของผมคือการอ่านนิยายซึ่งไอ้ปาล์มเองก็อ่าน คุยจนไปถึงห้องเรียนแล้วก็ดีใจเมื่อพบว่าอาจารย์ภาษาไทยไม่อยู่จึงกลายเป็นคาบว่าง

ว่างแล้วทีนี้ก็ตัวใครตัวมันสิ เด็กดีหน่อยขยันหน่อยก็ไปห้องสมุด เด็กขี้เกียจก็ไปโรงอาหารกินข้าว สรุปว่าเราว่างสองชั่วโมงเพราะหลังคาบไทยเป็นคาบพักของพวกผมนั่นเอง

ผมกับเพื่อนในไปนั่งกินข้าวที่โรงอาหารก่อนแล้วค่อยไปห้องสมุดแต่หางตาไอ้ปาล์มก็เหลือบไปเห็นอะไรเข้า...

“หือ ดีนกับน้ำหนึ่งอะมึงๆ” ปาล์มอุทานแล้วชี้ไปที่เพื่อนในห้องสองคนกำลังเดินคุยกันซึ่งก็เป็นเชี่ยดีนกับเพื่อนผู้หญิงในห้องผม

ผมเลิกคิ้วแปลกใจ “หรือพวกมันจะชอบกันวะ”

“เป็นไปได้นะมึง” ฟางดูดน้ำเก๊กฮวยไปอึกใหญ่ “แซวกันทั้งห้องก็ต้องมีสปาร์กกันบ้างแหละวะ”

“พวกเราแซวกันมากี่เดือนแล้ววะ” ผมเองก็เคยแซวดีนมันนะแต่เพิ่งจะเคยเห็นมันเดินกับน้ำหนึ่งจังๆ ก็วันนี้แหละ

“ตั้งแต่เปิดเทอม” ใยไหมตอบแล้วมองไปที่สองคนนั้น “กูว่ามันก็เหมาะกันดี เงียบกับเงียบ”

ปาล์มแย้ง “เงียบกับเงียบแล้วพวกมันคุยอะไรกัน กูว่าน่าเบื่อออก”

“แล้วมึงจะเสือกอะไรกับเขา” ผมโบกหัวมันไปทีแล้วก็ครุ่นคิด “บางทีคนที่เหมือนๆ กันน่าจะเข้ากันได้ดีกว่าที่เราคิดก็ได้นะ”

คำพูดแม่งอย่างสวย

ลอกมาจากนิยายครับ

 “แล้วมึงไม่รู้สึกอะไรหน่อยเหรอ” ฟางเลิกคิ้วแล้วมองสำรวจผม

“ต้องรู้สึกอะไรวะ” ขมวดคิ้วไม่เข้าใจแล้วทำหน้างงๆ ใส่ ทุกคนในโต๊ะส่ายหน้าส่ายหัวเล็กน้อยแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ

ผมเป็นคนกินข้าวน้อยจึงอิ่มไวเลยนั่งเล่นโทรศัพท์รอพวกมัน เปิดเน็ตได้ก็มีแจ้งเตือนแอดเฟรนด์ในเฟซบุ๊กค่อนข้างเยอะแต่ก็ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นแหละ นั่งเล่นเพลินๆ พี่อาร์มก็ทักมา

เขาเป็นคนสุภาพและไม่ได้ชวนคุยแบบเจ้าชู้หยอดคำหวาน  ไปๆมาๆ เหมือนรุ่นพี่รุ่นน้องคุยกันมากกว่า ผมอยากให้พี่อาร์มเอ็นดูผมในฐานะน้องคนหนึ่งมากกว่า

“เก็บจานๆ ไปตากแอร์ห้องสมุดกัน”

ปาล์มสะกิดผมแต่ผมโบกมือปฏิเสธ “กูไปนอนห้องพยาบาลดีกว่า ง่วง” เออ แอร์ห้องพยาบาลเย็นกว่าแถมมีเตียงมีผ้าห่มมีหมอนพร้อมด้วย

ตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็แยกกันไป ผมหิ้วกระเป๋าเดินไปห้องพยาบาลบอกอาจารย์ว่าปวดหัวขอนอนพักสักสองชั่วโมง คาบที่ห้าค่อยไปเรียน

อาจารย์ห้องพยาบาลคุ้นหน้าคุ้นตากับผมดีเพราะผมป่วยบ่อยมาก เห็นแบบนี้ร่างกายผมอ่อนแอจะตาย เมื่อกี้ขอให้อาจารย์วัดความดันให้ก็พบว่าความดันต่ำซะแล้วเลยโดนเทศน์เล็กน้อยก่อนจะถูกปล่อยให้มานอน

ในห้องนอนฝั่งผู้ชายนั้นถูกจับจองไปกว่าสามเตียง สภาพแต่ละคนไม่เหมือนคนป่วยเลยสักนิด

ผมหัวเราะเบาๆ แล้วเลือกตรงที่แอร์ตกจะได้เย็นๆ ปีนขึ้นเตียงและหลับไปอย่างรวดเร็ว เมื่อคืนทำงานดึกไปหน่อยเลยง่วงสุดๆ

ก่อนเข้าคาบเรียนที่ห้าประมาณสิบนาทีโทรศัพท์ผมก็สั่นเพราะตั้งนาฬิกาปลุกไว้... ผมสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาพร้อมอาการหนาวสั่นและปวดหัวรุนแรงจนแทบหน้ามืด

กวาดมองดูสภาพตัวเองที่ห่อตัวอยู่ในผ้าห่มเป็นก้อนขนาดนี้ก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าตัวเองนั้นไข้ขึ้นซะแล้ว ผมบอกแล้วว่าตัวเองนั้นร่างกายอ่อนแอย่ำแย่สุดๆ แล้วก็ไม่ดูสังขารมานอนตากแอร์

เป็นไง...ไข้แดก

ผมจับหน้าผากตัวเองแล้วพบว่ามันอุ่นแต่ก็ไม่ถึงกับร้อนมากนัก เป็นผู้ชายแต่ร่างกายอ่อนแอนี่มันน่าหงุดหงิดนะแต่มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่ผมดันป่วยตั้งแต่หลังคลอดเลยมีสุขภาพลุ่มๆดอนๆ แบบนี้

ก่อนออกจากห้องพยาบาลก็ขอยาแก้ไข้มาสองเม็ดแล้วเดินเอื่อยๆ ไปตึกเรียน หยิบโทรศัพท์จะโทรหาใยไหมสักหน่อยและระหว่างทางเจอกับเพื่อนผู้ชายในห้องสองคน

“เฮ้ยๆ ไอ้พาย ระวังชนเสา!” คนหนึ่งร้องทัก

“โอ๊ะ ขอบใจๆ” ผมเงยหน้าจากโทรศัพท์แล้วต้องผงะเพราะต้นเสาอยู่ห่างออกไปแค่เมตรกว่าๆ

อีกคนเดินเข้ามาถาม “เดินมองทางดิมึง”

“เออๆ” ผมมุ่ยหน้าแล้วเก็บโทรศัพท์ ก็มีเพื่อนเดินขึ้นห้องแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าขึ้นห้องเรียนจะนั่งโดดเดี่ยวเปลี่ยวใจ และมันก็เป็นอย่างที่ผมคิดเลย ในห้องเรียนคาบที่ห้านั้นว่างเปล่าโคตรโล่ง ไร้สิ่งมีชีวิต

ผมนั่งประจำที่ตัวเองแล้วเหลือบมองเพื่อนอีกสองคน ยังดีนะมีเพื่อนอยู่ ขืนมานั่งคนเดียวก็คงน่าเบื่อตาย ฟุบหน้านอนไปกับโต๊ะสักพักก็ได้ยินเสียงออดเข้าเรียนเปลี่ยนคาบ ไม่นานนักเพื่อนคนอื่นในห้องก็ทยอยกันเข้ามา กลุ่มสุดท้ายที่มาคงไม่พ้นกลุ่มไอ้ดีนที่ตัวเปียกชุ่มเหงื่อกันมาเลย

เล่นบาสกันมาสินะ...ผมสรุปในใจ

                โอ๊ะ นั่นๆ

                “ดีน น้ำ” น้ำเย็นขวดหนึ่งถูกส่งให้ไอ้ดีน

                “อื้อ ขอบใจนะ” เสือยิ้มยากแม่งก็ยิ้มเป็นเว้ยยยย ผมหลุดยิ้มแล้วผิวปากแซว

                คนอื่นในห้องหันมามองแล้วก็โห่ร้องแซวตาม “ว้าวๆๆๆ คู่นี้มันยังไงครับบบบ”

                ดีนตีหน้าตาย “เงียบไปเลยพวกมึง”

                “อิอิอะริอิอิคิกคิก” เสียงกวนส้นตีนกันทั้งนั้น

                “เสียงเหี้ยอะไรของพวกมึงเนี่ย!” ดีนขมวดคิ้ว

ผมตบเข่าแล้วขำเห็นหน้าน้ำหนึ่งที่ดูแดงๆ แล้วก็สรุปในใจว่าพวกมันต้องมีซัมติงกันแน่ๆ หลังจากแซวกันมาครึ่งเทอม ผมเท้าคางมองคู่นั้นนิ่งๆ แล้วก็คิดเหมือนๆ กันเพื่อนคนอื่นว่ามันไปคุยกันตอนไหนวะ

                ไม่ทันได้คิดอะไรต่อ อาจารย์ก็เข้ามาแล้ว

วิชานี้ก็...เลขที่ผมเกลียด ฮือออ

ไอ้พายอยากตายยยย

กว่าชั่วโมงนรกของผมจะหายไปแทบหลั่งเลือด โดนออกไปแก้โจทย์หน้าห้องด้วยแต่ดีที่โจทย์ง่ายกว่าข้ออื่นบวกกับไอ้คิรินเพื่อนสุดที่รักที่นั่งอยู่โต๊ะหน้าสุดคอยบอกคำตอบเลยรอดมาได้

 สุ่มไปเรื่อยจนมาถึงไอ้ดีน มันไปทำหน้างงๆ อยู่ที่หน้ากระดานนานมากผลก็คือทำไม่ได้ ถูกอาจารย์บ่นมานิดหน่อย แหงสิ ชั่วโมงเลขทีไรมันก็ไม่เคยจดการบ้านก็ไม่เคยส่ง

ทำไม่ได้ก็ปกติ

คาบบ่ายต้องเรียนสี่วิชากว่าจะได้กลับบ้าน ก็มีเลขสองคาบ ศิลปะคาบ อังกฤษคาบแล้วก็สุขศึกษา เป็นวันที่เรียนสบายในระดับหนึ่ง

ออดดดด

และในที่สุดเสียงออดเลิกเรียนในคาบสุดท้ายก็ดังขึ้น!

ประกายแวววาวมีขึ้นในดวงตาของผมและต้องพยายามอย่างมากไม่ให้รีบคว้ากวาดเก็บของลงกระเป๋า อาจารย์เห็นว่าเลิกเรียนแล้วจึงหยุดสอนตบท้ายสั่งงานอีกชิ้นแล้วก็ปล่อย

“มึงไหวปะไอ้พาย มึงดูมึนมากเลยว่ะ” ใยไหมถามผมที่ดูจะมีไข้เล็กน้อยอย่างกังวล

“ก็โอเคอยู่นะ” ไม่รู้สึกปวดหัวเท่าไหร่แล้วแต่ตัวยังรุ่มๆ ครั่นเนื้อครั่นตัวนิดหน่อย “มึงกลับไง”

“อ้นมารอข้างนอกแล้ว” ชี้นิ้วไปที่แฟนหนุ่มซึ่งมันก็คือเพื่อนห้องเดียวกันในมอต้น แต่มอปลายอยู่คนละห้อง ผมอยู่ห้องสอง มันอยู่ห้องห้า

“วันนี้กูจะไปแดกบิงซู” ฟางควงแขนไอ้ปาล์ม “มึงต้องไปกับกู!

“กูจะกลับไปเล่นเกม!

“ไปกับกู!” แล้วมันสองคนก็โบกมือบ๊ายบายผม ผมเก็บของเสร็จแล้วก็เดินออกมานอกห้องเห็นไอ้ดีนยืนคุยกับน้ำหนึ่งอยู่ ผมเดินเข้าไปแล้วส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้น้ำหนึ่ง

“พายมาแล้ว งั้นเรากลับก่อนนะ” เธอยิ้มบางๆ ให้ดีนแล้วก็ฉีกยิ้มให้ผมแล้วหมุนตัวเดินลงบันไดไป

ผมมองตามไปอย่างฉงนใจ “ไม่ตามไปส่งหน่อยเหรอ”

มึงจีบสาวเป็นปะเนี่ย

“พ่อเขามารับ มึงจะให้กูเดินไปส่งมั้ยอะ” อุ้ย งั้นอย่าเดินไปเลยจะดีกว่า

ผมเดินลั้นล้าลงตึกเรียนกระดี๊กระด๊าไปโรงอาหารก่อนเป็นอย่างแรก เลือกหาโต๊ะนั่งก่อนเพราะยังต้องรอรถเมล์มาซึ่งรอบต่อไปก็อีกตั้งยี่สิบนาที ขอหาอะไรกินก่อน

“กูจะไปซื้อเครป” เปิดกระเป๋าตังค์แล้วหยิบเหรียญสิบให้ดีน ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าให้ทำไม

ดีนถอนหายใจเฮือกแล้วลุกไปซื้อเป๊ปซี่ให้ ผมมองมันเดินไปซื้อน้ำเล็กน้อยแล้วก็เดินไปทางร้านเครป รอห้านาทีก็ได้เครปน่าทานมากิน

กลับมาที่โต๊ะก็เห็นไอ้ดีนนั่งเล่นกีต้าร์อีกตามเคย

“อารมณ์ดีจังนะ” ผมแซวพลางยิ้มเล็กยิ้มน้อยคว้าแก้วเป๊ปซี่มากินอึกใหญ่ ความซ่าของน้ำอัดลมช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี

เป็นไข้แต่แดกน้ำแข็ง

คงหายล่ะกู

กินน้ำไปกินเครปไปแล้วจู่ๆ ก็ไอแสบคอ... ดีนหยุดเล่นแล้วหันมามองหรี่ตาจับผิดผมจนตอนที่ผมจะจับแก้วน้ำอีกครั้งก็พบว่ามันว่างเปล่าซะแล้ว

“เอามา” ผมว่าเสียงขุ่น

“มึงไม่สบาย?” มันมองอย่างไม่แน่ใจนักแต่สุดท้ายก็สรุป “แล้วยังจะแดกน้ำแข็งเนี่ยนะ”

“นิดนึงเอง” ผมแบมือขอน้ำคืนแต่มันไม่ให้ “ไอ้ดีน!

มึงจะกบฏเหรอ!

“ป่วยตอนไหน ทำไมกูไม่รู้วะ” มันสงสัยแล้วเอาแก้วไปวางห่างมือผม “เมื่อเช้ายังดีๆ”

มุมปากผมกระตุกนิดๆ ...ปกติการเปลี่ยนแปลงของผมเล็กน้อยมันก็จับสังเกตได้แล้วแท้ๆ ไหงวันนี้ถึงไม่รู้แล้วทำไมผมต้องโมโหมันด้วย

“ช่างเถอะ เอาน้ำกูคืนมา!” จะกินเป๊ปซี่อะ จะกินนน

“น้ำเปล่าไป” มันโยนน้ำเปล่าไม่เย็นมาให้แทน ผมมองอย่างหงุดหงิดและไม่พอใจที่ถูกขัดใจจึงเงียบใส่แล้วก้มหน้าก้มตากินเครปต่อ

ดีนเล่นกีต้าร์ต่อแล้วก็พูดขึ้น...

 

“กูคบกับน้ำหนึ่งแล้วนะ”

 

กึก...

ผมเผลอกัดลิ้นตัวเองเข้าเต็มๆ แล้วมองมันอย่างตกใจ “จริงอะ”

“อืม” มันพยักหน้า

“เมื่อไหร่วะ” ผมค่อยๆ เคี้ยวเครปไส้ฝอยทองอย่างช้าๆ

“เมื่อวาน” มันตอบเสียงเบาเหมือนเขินๆ ผมเห็นแล้วก็หัวเราะ

โคลงหัวไปมา “เออๆ น้ำหนึ่งก็ดูเข้ากับมึงดี” เป็นคู่ที่ทั้งห้องแม่งเชียร์กันตั้งแต่เปิดเทอมจนจะครึ่งเทอมแล้ว นับว่าความพยายามของพวกเราไม่สูญเปล่า!

ซึ้งจัดที่มีคนมาถล่มหัวใจเพื่อนหน้าตายคนนี้ได้

“อื้อ เข้ากันได้ดีกว่าที่คิด” ยิ้มมุมปากแล้วก็ดีดกีต้าร์ต่อ อูย คราวนี้เป็นเพลงรักซะด้วย

ผมเห็นมันอารมณ์ดีมากกว่าปกติก็ไม่อยากขัดกลับมาสนใจเครปในมือตัวเองต่อ ผมเคี้ยวไปเรื่อยๆ แล้วก็ขมวดคิ้วย่นคิ้วขึ้นเรื่อยๆ...

 

ตอนแรกเครปมันก็หวานอร่อยดีนะ

แต่ทำไมจู่ๆ...มันถึงไร้รสชาติและจืดชืดขึ้นมาก็ไม่รู้






---------------




ผมเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเเล้วกอดเข่าตัวเองเเน่น ภายในห้องนั้นมือสลัวเเม้จะเป็นเวลากลางวัน...

ความทรงจำขาดๆ เกินๆ ทำให้ผมรู้สึกปวดหัว

เมื่อกี้ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้... ผมลูบนิ้วเท้าไปมาเเล้วครุ่นคิดเกี่ยวกับภาพความทรงจำเมื่อครู่ที่ไหลเข้ามาในหัว

...แฟนคนแรกของดีน

ชื่อน้ำหนึ่งงั้นเหรอ

กะพริบตาปริบๆ เเล้วหยิบสมุดโน้ตสีฟ้าพาสเทลออกมากางจากนั้นก็หยิบดินสอขึ้นมาเเล้วจรดบรรจงเขียนชื่อเธอลงไป...

เพื่อน ม.ปลาย ห้องสอง

- กรีน

- ก้อย

- น้ำหนึ่ง

เขียนชื่อของเธอต่อจากเพื่อนที่ชื่อก้อยกับกรีน...

เปิดกระดาษไปอีกหน้าก็เป็นรายชื่อญาติชื่อลุงป้าน้าอา กวาดมองผ่านอย่างไม่ใส่ใจเเล้ววางสมุดลง

กลับมานั่งกอดเข่ามองท้องฟ้าตามเดิมอยู่หลายสิบนาทีเเล้วก็ลุกเดินไปหยิบหนังสือสักเล่มมาอ่านเพื่อสงบจิตสงบใจ

จนกระทั่งผล็อยหลับคาหนังสือ...




------------



บันทึกสมัย ม.4




"พาย เร็วดิ"

"รู้แล้วๆ ขอทำข้อสุดท้ายก่อน"

ผมกำลังเเปลประโยคภาษาจีนสุดท้ายอยู่เลยบอกให้เพื่อนรอกันอีกแป๊บนึง วันนี้ว่าจะไปกินหมูกะทะกันสักหน่อย

"ไม่ต้องรีบมึงๆ เพื่อนทั้งห้องรอมึงอยู่"ใครสักคนพูดขึ้น

ไอ้สัส มึงเร่งกู!

"ใครเร่งกูไม่ต้องลอก!" ผมตะโกนขึ้นโดยที่ยังเปิดพจนานุกรมเเปลไทยจีนอยู่

"มึงกล้าเร่งพายของกูเหรอ!"

"ใครรีบก็ไปก่อนเลย เดี๋ยวกูไปกับพายเองงงง"

"ชาบูเหรอ ร้านเปิดตั้งห้าโมงมึง นี่เพิ่งกี่โมงเอง เวลาเยอะเเยะ!"

ดีมากเพื่อน

ผมหัวเราะเเล้วก็ปิดพจนานุกรมเขียนคำตอบลงไปจากนั้นก็เก็บกระเป๋า วันนี้เกิดเฮี้ยนอะไรกันก็ไม่รู้อยากแดกหมูกระทะกันเเล้วยังจะยกโขยงไปถล่มร้านเขาเกือบสี่สิบคนอีก

"ไปๆ เสร็จเเล้วๆ" ผมเดินดี๊ด๊ามาหาเพื่อนๆ ที่รอกันหน้าห้อง "เดี๋ยวส่งเข้าไลน์กลุ่มนะ"

บางคนพยักหน้าบางคนทำมือโอเคก่อนจะเริ่มเคลื่อนตัวเดินไปหาโรงเรียนเพื่อเหมารถสองเเถวไปร้านหมูกะทะ

"ไปกินหมูกระทะนี่มึงบอกแม่ยัง" กำลังคุยกับเชี่ยปิงเรื่องเกมก็มีคนถามขึ้น 

"เออ ลืมอะ" ถ้าไอ้ดีนไม่ทักนี่ผมลืมไปแล้วนะ

ดีนส่ายหน้ากับผมเล็กน้อยเเล้วหันไปคุยกับน้ำหนึ่ง ผมเเอบมองสำรวจคู่รักคู่ฮอตประจำห้องเเล้วก็ยิ้มๆ 

ผมคุยโทรศัพท์นัดเเนะกับเเม่เรื่องเวลากลับให้เขามารับ เพราะบ้านผมอยู่ไกลจากโรงเรียนสุดๆ

 อารมณ์โรงเรียนในเมือง

เเต่บ้านอยู่ชายเเดนจังหวัด

"มึงกลับกับกูปะ" ผมกระทุ้งศอกเรียกไอ้ดีน "อ้อ คุยกับดีนครับเเม่"

"กลับกับมึง" ดีนตอบโดยไม่ต้องคิดเเล้วรีบคว้าไหล่ "จะข้ามถนน ระวังหน่อย"

เพิ่งรู้ตัวว่ามาถึงถนนหน้าโรงเรียนเเล้วเเละจะต้องข้ามไปขึ้นรถอีกฝั่ง ผมรีบวางสายจากเเม่เพื่อสนใจการข้ามถนน

มองไปมองมาไหงผมยืนอยู่หน้าสุดริมสุดเหมือนต้องเป็นผู้นำข้ามถนน รถหน้าโรงเรียนผมค่อนข้างเร็วเเต่ว่าเพื่อนครับ

กูข้ามถนนไม่เป็น!

ให้กูนำไปตายเหรอ!

"เฮ้อ มึงนี่นะ" ถอนหายใจไรนักหนาเชี่ยดีน "เมื่อไหร่จะข้ามถนนเป็นสักที"

เรื่องของกู!

ไอ้เพื่อนยากตอนเเรกยืนอยู่ฝั่งซ้ายก็เดินอ้อมหลังมายืนทางขวาเเทนเเล้ววางมือบนกระเป๋าสะพายหลังของผม

มันมองดูรถวิ่งผ่านไปมาด้วยสายตาเรียบเฉยพอถนนโล่งเเล้วดีนก็ดันหลังผมให้เดินตามมัน

ผมย่นคิ้วเเล้วเงยหน้ามองมันอย่างงุนงงก่อนจะมองไปทางน้ำหนึ่งที่ไม่ได้สนใจมองผมกับดีนเเต่เธอกำลังมองดูรถเเล้วรีบข้ามถนนมากกว่า

...จะว่าไปไอ้ดีนมันก็พาผมข้ามถนนเเบบนี้มาตั้งเเต่ก่อนคบกับน้ำหนึ่งเเล้วเเถมทั้งห้องก็รู้ว่าไอ้พายนั่นคือคุณชายที่ทำอะไรไม่เป็นอย่างเเท้จริง

คิดแบบนั้นเเล้วก็ไม่ได้ติดใจ ข้ามถนนเสร็จก็ขึ้นรถไปร้านหมูกระทะเจ๊เขียว ร้านนี้หัวละร้อยเก้าสอบเก้ารวมเครื่องดื่มด้วยเเถมของกินเล่นก็เยอะเเยะ โคตรคุ้ม

"แบ่งโต๊ะละแปดคนเเล้วกัน" กรีนเสนอความเห็นเเล้วก็เริ่มจับกลุ่ม

โต๊ะหินอ่อนใหญ่มีเก้าอี้สี่ตัว ตัวหนึ่งก็นั่งได้สองคน ผมนั่งข้างไอ้ตะวันเพื่อนเเว่นหน้าตี๋ อีกข้างผมก็ไอ้ดีนถัดจากมันก็เเฟนมันไง

"พาย มึงตักหมูๆ" ตะวันชี้หมูสามชั้นดับหมูหมักส่วนตัวมันก็คีบเครื่องในใส่จาน

ผมคีบตามที่ชอบ "เอาผักปะมึง"

"เอาๆ" ตะวันพยักหน้าหงึกๆ รับจานเนื้อหมูจากผมแล้วกลับไปที่โต๊ะ ผมเดินไปหยิบจานอีกใบเพื่อเอาผักสักเล็กน้อย

ตอนที่เดินกลับมาก็เห็นคนในโต๊ะเริ่มย่างหมูกันเเล้ว

ผมส่งจานผักให้เพื่อนผู้หญิงเพื่อหาที่วาง ตรงหน้าผมมันมีเเต่จานเนื้อวางเต็มไม่เหบือให้วางจานผัก

และเเล้วสงครามก็เริ่มขึ้น!

"หมูกู!"

"ไอ้สัส ให้ผู้หญิงก่อนได้ปะ!"

"เชี่ย กูวางหมูไว้ตรงนี้ ใครเาไป!"

"ห่ากรีน มึงเอาปลาหมึกคืนมา!"

ผมนั่งย่างหมูเเบบกลับทุกสองวิกางตะเกียบปกป้องเลยไม่มีใครสามารถเเย่งชิงหมูได้ วะฮะฮ่าาา

"พาย ชิ้นนั้นยังไม่สุก" ดีนร้องทัก

"อ้าวเหรอ" ผมตาโตเเล้วก็วางลงหันมากินในจานด่อน "น้ำจิ้มร้านนี้ไม่เผ็ดคือดีมากมึง"

ผมกินเผ็ดไม่ได้ ไอ้ดีนก็เหมือนกัน ทั้งโต๊ะเลยมีเเค่ผมกับมันที่กินน้ำจิ้มเด็กน้อยหวานๆ

ดีนพยักหน้าเเล้วหันไปบริการเเฟนตัวเอง ผมนี่โคตรหมั่นไส้จริงๆ

ผมเคี้ยวตุ้ยๆ ตั้งใจย่างหมูพร้อมกับรายงานหญิงเเม่ทุกสิบนาทีว่าทำอะไรอยู่ 

"ดีนเวลายิ้มดูหล่อดีนะมึง" ตะวันชวนผมคุย

ผมหันไปมองหน้าดีนซึ่งกำลังยิ้มน้อยๆ กับน้ำหนึ่งอยู่ "ไม่อะ หน้าตาธรรมดาจะตาย กูหล่อกว่าเยอะ"

ตะวันทำหน้าเอือมเเล้วตักน้ำซุปมากินเเต่เหลือบเห็นดีนกับน้ำหนึ่งลุกขึ้น "มึงลุกเเล้วก็ไปเอากุ้งเผามาเพิ่มด้วยนะ!"

"กูจะไปห้องน้ำ" มันว่าหน้าตาย

"กลับมาจากห้องน้ำก็ตักมาหน่อย" ผมเองก็อยากกินกุ้งเลยรีบพูด ดีนมันฟังผมเเละตามใจผมจะตาย

"ก็ได้" มันพยักหน้าเเล้วจับมือน้ำหนึ่งพาไปห้องน้ำ ผมมองตามสองคนนั้นไปแล้วยิ้มหันไปคุยกับคนอื่นๆ ในโต๊ะ

"หวานกันไม่เกรงใจคนโสดเลยยยย" ผมเปิดประเด็นเเซว 

"หมูย่างกูนี่หวานขึ้นทันตาเลยค่าาา" จีจี้หรือไอ้จี กะเทยหัวเกรียนว่าสะดีดสะดิ้ง "เฮ้อ เห็นเพื่อนมีความสุขเเล้วก็ดีใจ~ แต่เมื่อไรกูจะมีผัวบ้าง~"

น่าสงสารนะครับ

"ไม่อยากจะบ่น" งั้นไม่ต้องบ่น "กูนี่เพื่อนสนิทมันตั้งเเต่ ม.ต้น ยิ้มเเทบนับนิ้วได้ ตอนนี้เหรอ เหอะๆ"

ยิ้มเปลืองฉิบหาย

"เอาน่า เราก็เเค่เพื่อนจะไปสู้เเฟนได้ยังไง"

ผมพูดยิ้มๆ เเล้วคีบหมูเข้าปาก เรานินทาไอ้ดีนจนกระทั่งมันเดินกลับมาถึงได้เปลี่ยนเรื่องใหม่...จะว่าไปนะ

ตอนอยู่กับผม

มันก็ยังยิ้มไม่เยอะเท่านี้เลย

อย่างว่าแหละ...เรามันเเค่ 'เพื่อน'




--------



"ปวดหัวชะมัด" 

ผมกุมหัวอย่างเจ็บไ เเล้วพยายามทบทวนภาพในฝันอย่างช้าๆ ก่อนจะถอนหายใจเเล้วลุกจากเตียง

เหมือนจะเข้าใจเเต่ไม่เข้าใจ

ผมตื่นขึ้นมาในเวลาห้าโมงเหมือนทุกวันเเล้วก็ลุกไปล้างหน้าล้างตา ไปทำงานบ้านเก็บผ้า ล้างจานสักพักเเม่กับน้องก็กลับมา

เเม่เดินยิ้มเข้ามายื่นถุงขนมให้ผม "โรตีกรอบร้านโปรด ไม่ใส่น้ำตาล"

ผมยิ้มกว้างเเล้วเอามากินทันที เเม่เอาของไปเก็บในครัวเเล้วเดินมาหาผม "วันนี้กินอะไรบ้าง"

"ก็ต้มจืด" เคี้ยวโรตีกรุบๆ กรอบชะมัด! ชอบบบบ

"กินตอนไหน"

ผมใข้เวลานึกเล็กน้อย " บ่ายโมงมั้ง"

"มื้อเดียว?" เเม่ถอนหายใจอย่างกังวลเเล้วนวดขมับ "ดูตัวเองบ้างมั้ยว่าผอมขนาดไหน"

ผมหลุบตาต่ำมองข้อมือที่บางอยู่เเล้วเเต่ตอนนี้มันเเทบจะหนังหุ้มกระดูก ใบหน้าเป็นคมเป็นเหลี่ยมชัดเจนเพราะผอมไปเยอะ

น้ำหนักลดไปสิบกว่ากิโลเท่านั้นเอง

"ผมไม่หิวเท่าไหร่" ตอบเหมือนเดิมอันเป็นเวลามากกว่าห้าเดือนเเล้ว

"ไม่หิวก็ต้องกิน" เเม่ดุเเล้วลุกขึ้น "เเล้วเย็นนี้อยากกินอะไร"

"แล้วเเต่เเม่ครับ" ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะกินอะไร

แม่เลือกเมนูง่ายๆ ให้เเล้วก็บอกให้ผมไปอาบน้ำจะได้สดชื่น ผมพยักหน้าเเล้วกลับห้องไปอาบน้ำ

ซ่า...

ผมยืนอยู่ใต้ฝักบัวเเละค่อยๆ สระผมขณะที่ความคิดเริ่มจมลงไปกับฝันเลือนรางในตอนกลางวัน

เห็นภาพตัวเองท่ามกลางเพื่อนมากมาย ทุกคนกำลังกินหมูกะทะอย่างสนุกในฝันเเล้วก็ครุ่นคิดเงียบๆ 

ตอนที่เดินออกมาก็เห็นโทรศัพท์สั่นเล็กน้อยจึงเดินมาดู...


ตะวัน ส่งข้อความหาคุณ


ผมขมวดคิ้วเเล้วเปิดข้อความดู


ตะวัน : เป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย


นิ้วมือของผมขยับออกไปพิมพ์ช้าๆ ด้วยใบหน้าเรียบเฉย


พายอาร์ : คุณเป็นใคร




------------------------

#คิดเล่นเกินเพื่อน

 

   

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 927 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #459 gloomydandelion (@HubbleSH) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 22:11

    เหมือนพายความจำเสื่อมงี้หรอ หรือน้องเป็นอัลไซเมอร์

    #459
    0
  2. #429 MyView24 (@MyView24) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 19:02
    พายอาร์สมองไหลเหรอคะคู๊นนนนนนน ความจำเสื่อมไปแล้วว
    #429
    0
  3. #409 mwct (@koishi0714) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 15:03
    พายอาร์ความจำเสื่อม​
    #409
    0
  4. #351 Noong7 (@Noong7) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 21:11
    พานความจำเสื่อมเหลอออออ
    #351
    0
  5. #350 sharkwowll (@phuensongkram) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 20:31
    ตอนแรงก็อ่านงงงๆ อ่อออ ความทรงจำนี้เอง ไรท์วางพอตเรื่องได้ดีมากอะรอน๊าไรท์~~~
    #350
    0
  6. #348 ฺBenja (@benjamad90) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 14:19
    ้เพราะอาไรพายถึงความจำเสื่อมมมมมม!!!!มาม่าอีกแล้วววว
    #348
    0
  7. #346 hantida5555 (@hantida5555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 09:24
    เข้ามาก้เปิดเรื่องซะแล้ววววว
    #346
    0
  8. #345 นาย ขนมหวาน (@Candy-No1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 08:35
    เอาแล้วไงคร๊าป ความจำเสื่อมมาแล้ววางเนื้อเรื่องได้ดีมากอ่ะ
    #345
    0
  9. #344 piran1111 (@piran1111) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 02:21
    อะไรยังไงเนี่ยยยยย
    #344
    0
  10. #343 tonkaew_ (@tonkaew_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 00:23
    เอาแล่ววววววว ต้องเกียมทิชชู่มั้ย
    #343
    0
  11. #342 Midnight2602 (@enjoy262) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 23:07
    เอาแล้วไง
    #342
    0
  12. #340 janjoa (@janjoa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 22:55
    ทำไมพายจำอะไรไม่ได้อ่าาา

    ต้องเตรียมทิชชู่ไหม
    #340
    0
  13. #339 MarateeChesan (@MarateeChesan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 20:43
    หื้ออออ เอาเเล้ววว
    #339
    0
  14. #338 sri_2452 (@sri_2452) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 19:12
    อ่าวววววว
    #338
    0
  15. #337 SPDDP Dayn (@pernar) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 17:50
    หือออออ
    #337
    0
  16. #335 KhunAanaung (@Aanaung26) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 15:47

    อ้าววววววววว

    #335
    0
  17. #334 Babyonly (@Babyonly) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 15:36
    อมกกกกกกกกกกกกก๊
    #334
    0
  18. #333 whyis (@whyis) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 14:20
    เอ๊ะ....
    #333
    0
  19. #332 mindrest (@mindrest) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 13:33
    กลิ่นดราม่าโชย ไปซักผ้าเช็ดหน้าเตรียมดีกว่า
    #332
    0
  20. #331 QRChNChW17 (@rosechanichawri) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 12:39
    ฮือออ น้อนนความจำเสื่อมมมม คือลืมดีนนนใช่มั้ยยยยย
    #331
    0
  21. #330 White_hood (@White_hood) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 12:34
    ฮือ (._.) น้องหมือนคนทั่วไปตรงที่เวลาชอบใครแล้วพอเห็นเขาอยู่กับแฟนจะไม่แสดงออกว่าเสียใจได้แต่แซวเขาเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ เท่านั้น //แต่น้องเป็นโรคอะไรรึเปล่าอ่า?
    #330
    0
  22. #329 R-Po2017 (@R-Po2017) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 09:44
    เฟรนโซนเวอร์ชั่นเวลตัน
    #329
    0
  23. #328 AMONE (@iampereza) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 06:44
    เหมือนพายจะจำอะไเกี่ยวกับเพื่อนๆไม่ค่อยได้เลย ต้องมีสมุดบันทึกตลอดเป้นอุบัติเหตุหรือเป็นจากโรคอะไรซักอย่างนึเปล่าน้า อ่านตอนนี้แล้วบรรยากาศหม่นๆยังไงก็ไม่รู้
    #328
    0
  24. #327 Pchya (@ChefPitchayada) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 06:26
    เดี๋ยวนะะะ ฮือออ มีม่าเหรอออ คุณหลอกดาวววววว
    #327
    0
  25. #326 sasonsasai (@sasonsasai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 02:30
    พายความจำเสื่อมหรอ
    #326
    0