[NCT] JAMREN : COMING SOON

ตอนที่ 4 : UNIT 4 : [Ficlet] Lo(o)se Control

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    24 เม.ย. 60


 








Title :  Lo(o)se Control (Light Version)

 

Author : Au Revoir

 

Paring : JaeMin x RenJun

 

Genre : AU, Drama, Unclean

 

           'Based on a true story'

            Please remind yourself
"Keep calm b'cuz It's just a fan-fiction"

 

Rate : โฉด (PG-17)







 

Note : เกิดจากความวิปริตของคนขอและคนแต่ง #เวรแล้ว

















 

............. Lo(o)se Control .............

 












ว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ


....หากได้มองแล้วย่อมรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร










"ฮวังเหรินจวิ้น นาแจมิน"






ชื่อเรียกที่ถูกขานจากปากทีมสต๊าฟรุ่นพี่ เรียกให้เด็กชายที่ยืนโดดเดี่ยวยกมือขึ้นตามเสียงเรียก ร่างบอบบางยกดันแว่นทรงกลมสีดำขึ้นเพียงนิดแล้วเดินหลังค่อมแบกกระเป๋าเป้ไปรับกุญแจจากพี่สาวคนนึง







"ประกาศจากทีมสต๊าฟนะครับ หลังจากที่น้อง ๆ เอากระเป๋าไปเก็บแล้วสามารถพักผ่อนตามอัธยาศัย แล้วตอนทุ่มตรง เรามาเจอกันที่ห้องนี้อีกทีเพื่อรับประทานอาหารเย็น แล้วพวกพี่จะไกด์ไลน์กิจกรรมของวันพรุ่งนี้ให้ด้วย ขอให้ทุกคนตรงเวลาด้วยนะ ย้ำอีกครั้ง เรามีนัดกันทุ่มตรง ใครมาช้า พี่จะทำโทษและให้อดข้าวเย็นน๊า สำหรับตอนนี้..แยกย้ายได้ครับผมมมม"

 



สิ้นเสียงประกาศ เสียงเซ็งแซ่ของคนอื่นในห้องประชุมที่บางคนก็ได้เพื่อนใหม่จากการจัดทีมสันทนาการช่วงกลางวันที่ผ่านมาเริ่มกระจายตัวกันไปเป็นกลุ่ม ๆ พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ช่วยให้คนที่ยืนเคว้งอยู่กลางห้องไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอะไรมากมาย






เด็กหนุ่มพาตัวเองเดินตามป้ายที่ชี้ไปยังอาคารเรือนนอน ตึกนี้มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นนึงน่าจะมีสัก 15 ห้อง และห้องของเหรินจวิ้นก็อยู่ชั้น 2 ห้องสุดท้ายของระเบียง





ก้มมองหมายเลขที่ปรากฏบนคีย์การ์ดในมือ


มีแท็กกระดาษใบเล็กที่เขียนชื่อผู้พักด้วยลายมือหวัด ๆ










B237 - ฮวังเหรินจวิ้น / นาแจมิน

 
 
 
 

 

หากแต่ชื่อของรูมเมทชั่วคราวที่ยังก้องอยู่ในหูและอ่านเองด้วยตา ทำเอาเขาใจหวิวขึ้นมากะทันหัน








นาแจมิน



แจมิน...คนที่ได้อยู่กลุ่มกิจกรรมและสันทนาการกลุ่มเดียวกัน

แจมิน...คนที่เป็นที่ตัวแทนขึ้นไปตอบคำถามจากวิทยากร

แจมิน...คนที่ยืนบ่นว่าโดนสต๊าฟจับแยกห้องนอนกับเพื่อน ๆ

แจมิน...คนที่โดดเด่นแม้นั่งท่ามกลางผู้คนมากมาย



และแจมิน...เป็นคน ๆ เดียวกับที่ฮวังเหรินจวิ้นแอบมองตั้งแต่เข้ากลุ่มเมื่อเช้านี้




 

 

 

 

 

 

 

 



"จะเข้าห้องเลยหรือเปล่า?" เสียงทุ้มที่ดังขึ้นจากด้านหลังปลุกให้เหรินจวิ้นหลุดจากภวังค์ กลิ่นโคโลญจน์หอมอ่อน ๆ โชยมาปะทะจมูกจนประสาทสัมผัสตื่นตัว

 
 



"ขะ...ขอโทษ" เรียวขาเล็กพาตัวเองหลีกจากประตูเพื่อให้ร่างสูงที่เจ้าของเสียงทุ้มซึ่งพาดกระเป๋าไว้กับบ่า เป็นคนไขกุญแจก่อนจะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงก้าวเข้าห้องนอนไป







ฮวังเหรินจวิ้นพาตัวเองตามอีกคนเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยม ภายในมีเตียงเดี่ยวสองเตียง ซึ่งมีโต๊ะเล็กวางโคมไฟกั้นกลาง ปลายเท้ามีทีวีหนึ่งเครื่องตั้งบนโต๊ะบิวท์อินที่มีช่องด้านล่างใส่ตู้เย็นเล็ก ๆ ไว้สำหรับแช่เครื่องดื่ม และด้านซ้ายมือของประตูมีห้องน้ำหนึ่งห้อง ภายในมีฉากกระจกบานมัวไว้กั้นโซนเปียกกับชักโครกและอ่างล้างมือ


 


เด็กหนุ่มยังยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรู้สึกตัวว่ากำลังถูกเพื่อนร่วมห้องอีกคนจ้องมองอยู่ เหรินวจวิ้นจึงแสร้งทำเป็นวางกระเป๋าลงบนโต๊ะทีวีแล้วหันไปสบตาคู่คมที่ยืนกอดอกพิงกำแพงฝั่งตู้เสื้อผ้า



ใบหน้านิ่งเฉยเมื่อครู่เกิดแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง เหรินจวิ้นใจชื้นขึ้นมาหน่อยนึงจึงได้ยิ้มตอบกลับไป







"ฉันชื่อนาแจมิน แล้วนายชื่ออะไร?"







"เราชื่อฮวังเหรินจวิ้น"







"ฮวางเหริน..จุน อะไรนะ ออกเสียงยากจัง"







"ฮวัง เหริน จวิ้น" เจ้าของชื่อพูดเป็นคำอย่างช้า ๆ พลางดันแว่นทรงกลมขึ้นตามนิสัยปกติ "แจมินจะเรียกอินจุนก็ได้ ง่ายกว่า"







"อ๋า...อินจุน นายไม่ใช่คนเกาหลีหรอกเหรอ" อีกคนแสร้งถาม







"เปล่าหรอก..เราเป็นคนจีน"







"นายก็พูดเกาหลีรู้เรื่องดีนี่"







"ไม่หรอก..เรายังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่เลย" เหรินจวิ้นยิ้มอ่อนผ่อนลมหายใจคลายความอึดอัดและอาการเกร็งก็ลดน้อยลงเพราะความช่างเจรจาของเพื่อนร่วมห้องชั่วคราว จนบทสนทนามีมากขึ้น







"ทำไมอินจุนได้มาค่ายนี้ล่ะ ฉันมาตั้งหลายครั้ง ไม่เคยหน้าเห็นเลย" เพราะรู้สึกแปลกใจและแปลกหน้า แจมินจึงได้เจื้อยแจ้วไม่หยุด







"เราเพิ่งย้ายอยู่เกาหลีไม่นานน่ะ แม่กลัวเรียนไม่ทันเพื่อน ไหน ๆ ก็ปิดเทอมเลยส่งมาเข้าค่าย เผื่อจะเข้าใจภาษาเกาหลีขึ้นอีก" เหรินจวิ้นบอกเหตุผลให้อีกคนรู้







"โห้ ขยันจัง" เด็กหนุ่มพูดพร้อมยิ้มให้กำลังใจ "แม่ฉันสิส่งมาที่นี่ทุกปีตั้งแต่ ม.ต้นแล้ว น่าเบื่อจะตาย แต่ปีนี้ได้นายเป็นเพื่อนนอน ฉันคงสนุกขึ้น"

 
 




คำพูดไร้มลพิษแต่สายตาที่วาววับของคนพูดนั้นยากจะเข้าใจ และเหรินจวิ้นไม่ทันได้สังเกต เพราะกำลังคิดว่าจะนอนเตียงไหนระหว่างฝั่งที่ติดกำแพงกับฝั่งที่ติดหน้าต่าง








“เออ...แล้วนายจะนอนเตียงซ้ายหรือขวา” เป็นฝ่ายแจมินที่ชิงถามก่อนเหมือนรู้ใจ เพราะเห็นเหรินจวิ้นลังเลไม่กล้าพอที่จะถาม







“เรายังไม่เลือกเลย แจมินเลือกก่อนก็ได้” เหรินจวิ้นเปิดโอกาสให้คนตัวสูงเป็นฝ่ายเลือกเตียงก่อน

นัยน์ตาสีอ่อนเลื่อนไปมามองเตียงเดี่ยวทั้งสองข้างที่เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนด้วยความชั่งใจไปมา มีแค่กำแพงหรือหน้าต่างเท่านั้นที่แตกต่าง







"อินจุนเลือกเลย ฉันนอนไหนก็ได้"







“งั้นเราขอเตียงซ้ายแล้วกัน” มือเล็กหยิบเอากระเป๋าเป้ของตนย้ายไปวางเตียงที่อยู่ใกล้ประตูทางออกซึ่งติดกำแพง..











"เอ่อ...แจมิน ถ้าจะอาบน้ำ ก็อาบก่อนเลยนะ เราอาบช้าน่ะ" นาแจมินมองอีกคนนิ่งก่อนจะคลี่ยิ้มบางพยักหน้ารับแล้วเปิดกระเป๋าเอาของตนเองมาจัดเข้าตู้เสื้อผ้า









หลังแจ้งวัตถุประสงค์ฮวังเหรินจวิ้นเองก็เงียบไป

เพราะตัวเขาเองก็ไม่ใช่คนประเภทช่างจ้อได้เป็นวัน

 

 

หากแต่ไม่อยากให้บรรยากาศมันเงียบเหงาจนเกินไป









“เราเปิดทีวีได้ไหม” เสียงเล็กถามเป็นเชิงขออนุญาต







“ตามสบายเลย” อีกฝ่ายตอบกลับมาสั้น ๆ  








มือขาวกดรีโมททีวีเปิดไล่ช่องไปเรื่อย ๆ ก่อนที่จะหยุดตรงรายการตลกช่องหนึ่ง ซึ่งเป็นช่องทางที่ช่วยลดความกดดันในบรรยากาศเหล่านั้นลงไปในตัว พร้อมกับมือเล็กที่เริ่มรูดซิบกระเป๋าเป้ นำของส่วนตัวออกมาจัดเรียงบ้าง


















เวลาผ่านไปไม่นานหลังจากที่ร่างสูงหยิบอุปกรณ์สำหรับเข้าไปอาบน้ำ

 
 



...เสียงเปิดประตูก็ดึงสติของเหรินจวิ้นที่กำลังจดจ่ออยู่กับภาพในโทรศัพท์เครื่องบาง และทันทีที่ประตูห้องน้ำที่เปิดอ้าออก ร่างสูงก็เดินออกมาพอดี






“อ๊ะ..ร..เรา..!! ขอโทษ!!” เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยบางเบารีบขยับตัวหันหลังให้อีกฝ่าย ก้มหน้ามองฝ่ามือตัวเอง ใจกระตุกวาบไม่คาดคิดว่าจะหันไปเจอแจมินในสภาพเปลือยท่อนบนโดยที่ข้างล่างปกปิดไว้ด้วยผ้าเช็ดตัวที่พันอย่างหมิ่นเหม่




เหวินจวิ้นยังคงนั่งหลับตาแน่นไม่รู้ว่าแจมินจะคิดอย่างไร.. ในหัวได้ยินแค่เสียงตู้เสื้อผ้าเปิด..เสียงไม้แขวนเสื้อกระทบกันไปมา แต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะทำทีไม่ใส่ใจเพื่อนร่วมห้องที่นั่งอยู่ เพราะเสียงจากการเคลื่อนไหวดูปกติ จนคนตัวเล็กคาดว่าอีกฝ่ายคงกำลังเลือกเสื้อของตัวเองอยู่



เพียงอึดใจ..จากนั้นบานประตูตู้เสื้อผ้านั้นก็พับปิดลง






ถึงจะน่าอาย..แต่เหวินจวิ้นก็หยุดความสงสัยไม่ได้ แถมเป็นเด็กผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ ถ้าทำตัวหยุมหยิมหรือทำท่ารังเกียจ อาจจะโดนมองว่าเป็นคนไม่มีมารยาทเอาก็เป็นได้




พอคิดอย่างนั้น..ปากเล็กก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะผินใบหน้ามาเล็กน้อยทำใจดีสู้เสือเหลือบมองอีกฝ่ายที่ยืนสวมเสื้อผ้าด้านหลัง


 

 



ชายหนุ่มที่ภายนอกดูผอมบางแท้จริงแล้วซ่อนรูปเอาไว้ กล้ามท้องมีพองามไม่มากไม่น้อยดูสมส่วนกับมัดกล้ามบนแขน..ใบหน้าหล่อเหลามีหยดน้ำเกาะพราวตามเส้นผมที่เปียกลู่ลงมาปรกดวงตาข้างซ้าย



เสื้อยืดสีดำถูกหยิบมาสวมใส่เสร็จสิ้น มือแกร่งคว้าเอากางเกงขายาวสีเทาที่วางอยู่บนเตียง เหวินจวิ้นจึงรีบหันหน้ากลับมาทางเดิม





ดวงหน้าขาวเห่อร้อนราวกับเป็นพิษไข้ ใจไม่กล้าพอที่มองภาพหลังจากนี้













“อินจุน...อินจุนอา” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยเรียกเบา ๆ แต่เจ้าของชื่อกลับสะดุ้งจนไหล่ไหว ค่อย ๆ หันหน้ากลับมามองซึ่งพบว่าแจมินอยู่ในสภาพที่แต่งตัวเรียบร้อยหมดแล้ว ผ้าขนหนูอีกผืนที่ยังไม่ผ่านการใช้งานถูกยื่นมาให้ "ไปอาบน้ำสิ เดี๋ยวไปช้าไม่ได้กินข้าวเย็นนะ"







“ข..ขอบคุณ ร...เราจะอาบน้ำเดี๋ยวนี้แหละ” เด็กน้อยต่างชาติทำตีหน้านิ่งทั้งที่ใจเต้นรัว







เจ้าตัวรู้ดีว่าไม่อาจซ่อนสีแดงบนแก้มทั้งสองได้ จึงก้มหน้าก้มตาเดินไปยังตู้เสื้อผ้าคว้าหยิบเสื้อในกระเป๋าเดินทางตัวเอง อย่างน้อย..มุมอับของบานประตูตู้ก็ช่วยกันสายตาอีกฝ่ายไม่ให้เห็นใบหน้าแดงเห่อนั้น ก่อนจะรีบมุดตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ


















น้ำฝักบัวไหลก้องไปทั่วห้องสีขาว ไอร้อนพุ่งพวยจับเป็นฝ้าที่กระจก ร่างเล็กของฮวังเหรินจวิ้นยืนชำระคราบไคลออกจากตัว ผิวขาวผุดผ่องอยู่ใต้แสงสีส้มนวล หยดน้ำเกาะพราวไปทั่วตัว ก่อนจะซับให้แห้งแล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดสีเทากับกางเกงขาสามส่วนสีดำ



 

ผ้าขนหนูผืนเล็กที่ถูกหยิบมาซับหยดน้ำบนปลายผมสีอ่อน

 

 



ซึ่งหลังจากที่อาบน้ำพร้อมแต่งตัวให้เสร็จสรรพจากในห้องน้ำเรียบร้อยแล้วอย่างระแวงเพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น แต่พอออกมาแล้วพบว่านาแจมินได้เอนกายกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียง..คล้ายจะหลับไปแล้ว ฮวังเหรินจวิ้นแอบชะโงกไปส่องหน้าอีกฝ่ายบนเตียง พอเห็นว่าคงจะหลับไปแล้วจริง ๆ หนุ่มน้อยจึงค่อย ๆ ย่องหลบเข้ามุมตรงหน้าเคาน์เตอร์ที่มีกระจกติดผนังบานใหญ่




ในจังหวะที่เหรินจวิ้นก้มลงใช้ผ้าเช็ดเลนส์แว่นที่ขึ้นไอชื้น เสียงฝีเท้าเบา ๆ ที่พอหูจะแว่วได้ยินก็มาพร้อมกับร่างของคนที่คิดว่าหลับอยู่...ดังขึ้นที่ข้างหู






 

"ตัวหอมดีนี่"






ปลายจมูกโด่งเฉียดผ่านแก้มนิ่ม เหรินจวิ้นชะงักไปพร้อมกับมือที่ยังเช็ดเลนส์แว่น ใบหน้าก้มต่ำมุดคางลงจนชิดอก หากแต่แจมินก็ทำแค่ยืนจัดผมเผ้าซ้อนด้านหลังที่หน้ากระจกเท่านั้นเอง







"ใช้ครีมอาบน้ำยี่ห้ออะไร..บอกฉันหน่อยสิ"

 

 
 


 

"ใช้..ของ..ที่..โรงแรมเตรียม..ไว้ให้" เสียงเล็กเอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกัก พยายามเอียงตัวเพื่อให้ตัวเองไกลจากตัวของคนด้านหลัง

 





 

"งั้นเหรอ..ไม่คิดว่าจะหอมขนาดนี้..."  เสียงทุ้มเอ่ยถามซ้ำ "ถ้าขอใช้บ้าง..นายจะว่าอะไรหรือเปล่า?"






หัวกลมที่มีผมสีอ่อนผงกรัว ๆ ให้กับคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง







"ขอบใจนะ..นายนี่ใจดีจังเลย" ร่างสูงก็ส่งยิ้มหวานให้ด้วยท่าทางดีใจ ก่อนจะล้วงกระเป๋าฮัมเพลงปิดประตูออกจากห้อง








"นายก็..รีบ ๆ หน่อยแล้วกัน เดี๋ยวคนอื่นจะรอนาน"














ทิ้งให้เหรินจวิ้นยืนถอนหายใจโล่งอกอยู่คนเดียว














............. Lo(o)se Control .............













ในความเงียบของรัตติกาลมีเพียงลมเย็น ๆ ที่ออกจากเครื่องปรับอากาศกล่อมให้ร่างนิ่มบนเตียงซ่อนกายไว้ใต้ผ้าห่มหนาและฝังตัวเองลงกับนิทราอย่างสุขสม




แต่ไม่นานนิทรารมย์ก็ถูกก่อกวนด้วยความเย็นจากภายนอกที่พัดผ่านผิวกายใต้ชุดนอนบาง และเมื่อสติไม่มี ร่างกายก็เคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณ เหรินจวิ้นป่ายมือไปรอบตัวตามหาแหล่งเติมความอบอุ่น ยังไม่ทันได้สัมผัสกับผืนผ้านวม ร่างเล็กก็ต้องกระตุกกับความอุ่นวาบที่สัมผัสบนหน้าขา  




ฝ่ามือร้อนผ่าว ค่อย ๆ ลูบไล้ผิวนิ่มและสะโพมนเนิบนาบผ่านเนื้อผ้าไปมาเหมือนจะหยอกเย้า ปลุกเร้าให้อีกคนอยากจนทนไม่ไหว








"อือ..." เหรินวิ้นครางเบา หากแต่ความง่วงงุนมันรุกรานสติมากกว่าที่คิด ความรู้สึกแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น แต่จิตใจบ่งบอกถึงความสั่นรัวและหวาดกลัวของสัมผัสคุกคามนั้น







"ไม่...ปล่อย ..กลัว..." พยายามขืนตัวหนีเล็กน้อย แต่มือของอีกคนก็ไม่ได้ปล่อยเขาไป มือใหญ่ตะปบขานิ่มเอาไว้และยังคงลูบ..สัมผัสไปทั่ว "อย่า...ฮึก...อย่า...."






ข้อมือข้างหนึ่งถูกยึดเอาไว้จนใช้ต่อต้านไม่ได้ ส่วนอีกข้างได้แต่ตามมือข้างที่เหลือของอีกฝ่ายที่กำลังวนไล้อยู่กลางหว่างขา มือที่รอจังหวะอยู่แล้วล้วงสัมผัสส่วนอ่อนไหวอย่างไม่ให้ตั้งตัว

 
 




"ไม่...อย่า" ร่างกายสั่นสะท้าน อยากจะลืมตา อยากจะผลัก อยากดิ้นให้หลุด แต่ร่างกายเหมือนขยับไม่ได้ เปลือกตาหนักอึ้ง จนเริ่มจะแยกไม่ออกแล้วเรื่องจริงหรือยังฝันอยู่








ในที่สุดฮวังเหรินจวิ้นก็ยอมจำนน ร่างนิ่มถูกพลิกให้นอนตะแคงโดยมีเจ้าของมือลึกลับนอนซ้อนอยู่ด้านหลัง ปล่อยตัวให้ปีศาจในฝันทำทุกอย่างตามที่มันต้องการ และ..ไม่ช้าคนตัวเล็กก็ถูกลวนลามจนร่างกายปลดเปลื้องอารมณ์ออกมา



เด็กน้อยนอนหอบหายใจจนตัวโยน...ร่างเล็กสะอื้นเบา ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนคิดอะไรไม่ออก ได้แต่ภาวนาให้ตัวเองตื่นจากฝันนี้เร็ว ๆ ก่อนทุกอย่างจะเตลิดไปมากกว่านี้ อยากจะหันไปมองข้างหลังเพื่อดูว่าใครที่กำลังทำมิดีมิร้ายตนเองอยู่ หากแต่ร่างกายไม่ยอมทำตามใจ






จนสุดท้ายก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว ไม่เหลือสติอันใด..

































เสียงจากนาฬิกาปลุกแผดดังขึ้น เหรินจวิ้นปรือตาคว้านมือไปตามข้างหมอนด้วยความเคยชินคว้าเอาแว่นสายตามาสวม ก่อนจะล้วงใต้หมอนหยิบโทรศัพท์ที่เป็นต้นกำเนิดเสียงขึ้นมาดูเวลา นาฬิกาดิจิตอล บอกเขาว่าอีกไม่ถึง 5 นาทีจะเป็นเวลา 7.30 น.



ฮวังเหรินจวิ้นหยัดตัวลุกขึ้นนั่งบนฟูกอย่างหน้าตาตื่น  ก่อนจะยกมือลูบแก้มให้คลายความง่วง เพราะระลึกขึ้นได้ว่าขณะที่นอนหลับไปนั้น...เกิดบางอย่างผิดปกติ ตาเล็กใต้กรอบแว่นทรงกลมมองซ้ายมองขวาเลิกลั่กก่อนจะหันไปยังพื้นที่ข้างตัวอย่างอัตโนมัติ...





โดยไม่ลืมสำรวจเลยไปอีกเตียง


..พอไม่เห็นคนตัวสูงนอนอยู่ก็โล่งใจไปหน่อยนึง









ฝันไปใช่ไหม.. ฝันอะไรน่ากลัวเป็นบ้า...















ทว่า..ยังไม่ทันได้สติดี เสียงเปิดประตูห้องน้ำก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของคนที่อยู่ในความคิดก่อนหน้าเดินออกมาในชุดแต่งกายที่เรียบร้อยแล้ว







"อ้าว..ตื่นแล้วเหรอ กำลังจะปลุกพอดี" แจมินพูดพลางจัดการร้อยหัวเข็มขัดจัดให้เข้ารูเรียบร้อย "ทีแรกจะปลุกตั้งแต่ตอนฉันตื่นแล้ว แต่เห็นหลับสบายอยู่ เลยไม่อยากกวน"







"จ...จ..แจมินตื่นนานแล้วเหรอ"







"อ..อืม" คนที่ยืนยิ้มหวานหน้ากระจกครางรับ "นอนยาวม้วนเดียวจบ ลืมตามาก็เช้าเลย แล้วนายล่ะ คงจะหลับสบายมากเลยสินะ ถึงได้ไม่รู้สึกตัวอะไรเลย"








พอมาถึงคำนี้ คนฟังก็ตาโต "ท..ทำไมเหรอ? ทำไมแจมินพูดแบบนั้นอ่ะ" ร่างเล็กเก็บอาการตกใจไม่อยู่...







"ก็นายตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตั้งแต่ 6 โมง แต่นายไม่ตื่น จนฉันต้องเดินมาปิด แต่หาไม่เจอเลยปล่อยมันดังต่อไป แต่นายก็ไม่ตื่น สุดยอดของความขี้เซาเลย" แจมินพูดพลางหัวเราะ แต่พอเห็นอีกคนนิ่งไป ร่างสูงถึงได้หยุดแซวแล้วขมวดคิ้วมองเขาอย่างข้องใจ "แล้วจะทำหน้าตกใจทำไม มีอะไรหรือเปล่า?"







"เปล่า..ไม่มีอะไรหรอก" แต่เพราะอีกคนยังคงนั่งแช่อยู่บนเตียงเหมือนว่าถ้าทิ้งตัวลงหมอนน่าจะนอนหลับไปอีก แจมินที่ยืนจัดผมอยู่หน้ากระจกจึงหันมาเร่งคนขี้เซาอีกที







"อินจุนรีบไปอาบน้ำสิ เดี๋ยวก็สายไปกว่านี้หรอก"

 
 
 




คนตัวเล็กที่ยังคงคิดถึงแต่เรื่องความฝัน ผงกหัวรับคำก่อนจะเลิกผ้าห่มออก แต่แล้วสัมผัสชื้นเป็นบางจุดของกางเกงตรงหน้าขาก็ทำเอาเหรินจวิ้นหน้าแดง ก่อนจะลี้ตัวเข้าห้องน้ำเพื่อตั้งหลักอย่างว่องไว...


 

 

 

 

 


หัวเล็กพยายามหาข้อโต้แย้งให้ตัวเองว่าร่างกายมันอาจจะตั้งใจขับออกเองตามธรรมชาติ


ก็เลยสรุปไปว่า...ความน่ากลัวเมื่อคืนมันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวจริงจังอะไร







แล้วถ้ามันเป็นเพราะเมื่อวานแอบมองเห็นรูปร่างของเพื่อนร่วมห้องชั่วคราวล่ะ
ถึงได้เก็บเอาไปฝันทะลึ่งแบบนั้นได้...
 

คิดแล้วหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีกที





อะไรของนายกัน...ฮวังเหรินจวิ้น

ทำไมเป็นคนอย่างนี้! ละอายใจบ้างไหม?!



















พอตั้งสติได้เหรินจวิ้นก็ปิดประตูจัดการปลดเปลื้องเครื่องแต่งกายชิ้นล่างที่สวมใส่อยู่ นำไปขยี้น้ำให้มันละลายความน่าอับอายออกไปบ้าง ก่อนจะรีบเปิดน้ำอุ่นรดหน้าชำระล้างจิตใจและร่างกายให้เรียบร้อยทันเวลานัดช่วงเช้า




มือบางเอื้อมไปปิดน้ำและห่อหุ้มร่างด้วยผ้าขนหนูสีขาวออกมาหยิบเสื้อผ้าที่หลังกระจกพ่นเนื้อทรายที่แบ่งไว้เป็นโซนแห้ง แต่ขณะที่ช่วงบนสวมเสื้อยืดสีเทาอ่อนตัวไม่ยาวมาก และชิ้นล่างที่กำลังสะบัดติดมืออยู่นั้น... บานประตูห้องน้ำที่เขาคิดว่ากดล็อกไว้แล้วนั้นถูกเปิดออกอย่างกะทันหัน




ฮวังเหรินจวิ้นกำเนื้อผ้ายีนส์ในมือบังหน้าขาตัวเองแน่น








"โทษทีนะอินจุน ฉันลืมแหวนไว้หน่ะ" แล้วร่างสูงก็เดินเอียงข้างนิ่ง ๆ เข้ามาด้านในห้องน้ำแคบเพื่อเข้าไปหยิบสิ่งที่ตัวเองบอก ซึ่งมันวางอยู่บนถาดเหนืออ่างล่างหน้า ห่างจากตำแหน่งที่เหรินจวิ้นยืนอยู่ไม่ถึง 2 ก้าว



เหรินจวิ้นสังเกตว่าดวงตาของอีกฝ่ายถูกมือหนาบังไว้อยู่  ก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ







เด็กน้อยออกมายืนนิ่งอยู่หลังประตูห้องน้ำ ความคิดทั้งหมดในหัวตีกันมั่วไปหมด บอกไม่ถูก ไม่รู้จะแสดงสีหน้ายังไง

 

 



ถามว่าอายไหม ก็ผู้ชายด้วยกัน แต่ถามว่าตกใจไหม ก็มีช็อกเป็นธรรมดา





จมูกเล็กสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ สองสามที ก่อนจะเดินออกจากหลังบานประตู แต่พอมองไปเห็นแจมินนั่งเล่นไอแพดอยู่ อีกฝ่ายที่รู้ตัวแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้างให้อย่างปกติ พร้อมกับบอกว่าตัวเองต้องไปที่หอประชุมก่อน เพราะสต๊าฟอยากให้ช่วยคิดคำถามคำตอบต่อจากหัวข้อที่ขึ้นไปตอบเมื่อวาน ถ้าเหรินจวิ้นเสร็จแล้วให้รีบตามไป

 



เพราะทั้งเขาและแจมินต่างก็เป็นเด็กผู้ชายทั้งคู่  ตัวเขาเองคงจะประหม่ามากเกินไป เพราะลักษณะนิสัยที่ไม่ค่อยพูดและเพื่อนน้อย การได้มาอยู่ร่วมกับคนอื่น เลยทำให้คนตัวเล็กจิตตกเท่านั้น

 
 
 
 
 
 


คิดมากไปเองแท้ ๆ
 
 
 
 
 
 
 
 






............. Lo(o)se Control .............













กิจกรรมช่วงเช้าของการเข้าค่ายมีหลากหลายและมากมายให้เลือกทำ หลังจากที่แยกกันเวียนไปตามแต่ละฐานแล้วส่งรายงานบันทึกจบ ช่วงบ่ายก็กลับสู่โหมดของการเสวนาและบรรยายหัวข้อโดยเหล่าวิทยากรผู้มีความรู้



เด็กหนุ่มชาวต่างชาติ นั่งหลังตรงพิงพนักในท่าทีสำรวมก็จริง แต่โสตประสาทไม่ได้ซึมซับข้อความทางวิชาการอะไรเข้าหัวเลย ความง่วงงุนเข้าทำร้ายเหรินจวิ้นอย่างรุนแรงจนต้องแอบกระพริบตาถี่ ๆ แสร้งเป็นสนใจฟังอยู่หลายที







"หาวบ่อยจัง นอนไม่พอเหรอ" เพื่อนใหม่ที่นั่งอยู่เก้าอี้ข้าง ๆ ส่องหน้าเข้ามาถาม เหรินจวิ้นที่กำลังปิดปากหาวถึงกับตกใจปนเขินอายที่อีกคนจับได้ เหรินจวิ้นผงกหัวรับพลางยิ้มตาหยีจนอวดเขี้ยวเล็ก







"จริง ๆ เมื่อคืนตอนนอนก็รู้สึกแปลกที่นิดหน่อย แต่เรามึนหัวข้อบรรยายมากกว่า ฟังแล้วไม่เข้าใจเท่าไหร่ ..เลยเบื่อ" มือขาวดันขาแว่นกลับขึ้นดั้งทั้งที่มันไม่ได้หล่นเลยสักนิดตามนิสัย





แจมินยิ้มตอบกลับการกระทำนั้น แต่สายตาบ่งบอกว่ากำลังล้อเลียนคนขี้เซาที่ตื่นเกือบสาย แล้วยังมานั่งหาวกลางห้องประชุมอีก ก่อนจะล้วงเข้ากระเป๋ากางเกงหยิบลูกอมเม็ดเล็กส่งให้อีกคน







"อ๊ะ...เอาไว้แก้ง่วง"

 
 




"ขอบใจ" เหรินจวิ้นรับลูกอมจากมือของคนข้าง ๆ มา ถือไว้









ข้อความยาว ๆ ตามหลักวิชาการ ดังเซอร์ราวอยู่รอบตัว วิทยากรสูงอายุบนเวทีด้านหน้ากำลังบรรยายเนื้อหาที่เหรินจวิ้นไม่ได้ใส่ใจฟัง ใจของคนตัวเล็ก จดจ่ออยู่กับลูกอมเม็ดเล็กในมือ หมุนมันกลับไปกลับมา อ่านชื่อยี่ห้อ รุ่น รส วนซ้ำไปหลายรอบ

 


แต่แล้วบทสนทนาของแจมินก็ดึงความสนใจเหรินจวิ้นกลับมา








"นี่นายรู้ปะ เห็นว่าคืนนี้หลังกินข้าวเย็นเสร็จ สต๊าฟจะพาเราเล่นบ้านผีสิงล่ะ" ตาเล็กเบิกโพลงขึ้นกับข้อมูลที่ได้ยิน และแจมินเหมือนจะพอใจกับปฏิกิริยานั้นเลยยิ่งขยี้ให้อีกคนกลัว







"ฉันได้ยินมาว่าอาคารที่ใช้เก็บของด้านหลังที่อยู่ถัดไปจากที่เรานอนไม่ไกล มันเป็นอาคารเก่าไม่ได้ใช้แล้ว เฮี้ยนมากเลยล่ะ" เสียงที่พูดคุยเริ่มลดระดับลงจนกลายเป็นกระซิบ "นายกลัวผีหรือเปล่า อินจุน..."







มือเล็กที่กำลูกอมอยู่เริ่มกำมันแน่นขึ้น เหรินจวิ้นส่ายหัวตอบกลับไปว่าไม่ได้กลัวผี แต่ท่าทางนั้นบ่งบอกได้ว่าแจมินมาถูกทางแล้ว เด็กหนุ่มตัวสูงจึงแกล้งจี้เอวเล็กไปทีนึงจนเหริ้นจวิ้นสะดุ้ง แล้วก็นั่งหัวเราะคิกคักอย่างสะใจ ปล่อยอีกคนค้อนตาคว่ำปากคว่ำ มือเล็กระบายอารมณ์ด้วยการฉีกซองลูกอมแก้เขิน







"ฮ่า ๆ  ฮ่า ๆ ๆ อินจุนนี่น่ารักดีนะ ฉันชอบ" คำพูดตรง ๆ ของนาแจมินทำเอามือที่แกะลูกอมชะงักจนลูกอมเม็ดใสหล่นจากซองแล้วกลิ้งลงพื้นไปอย่างน่าเสียดาย







"อ้าว..ทำตกซะงั้น นายนี่น่า"

 
 



แล้วแจมินก็หยิบลูกอมเม็ดใหม่จากในกระเป๋าออกมาแกะให้ ก่อนจะยัดใส่มือเล็ก แล้วหันไปสนใจการบรรยายหัวข้อทางวิทยาศาสตร์บนเวทีต่อ โดยไม่ได้สนใจเลยว่า การกระทำเมื่อครู่ ทำเอาเพื่อนตัวเล็กอายจนหน้าแดงก่ำ นั่งใจเต้นรัวไม่เป็นระส่ำ รอยยิ้มสวยใต้กรอบแว่นยังคงปรากฏบนใบหน้านั้นตลอดบ่าย















............. Lo(o)se Control .............













ภาพ คือ ความจริง


รัก คือ หลอกลวง













เหรินจวิ้นเงยหน้ามองอาคารไม้เก่าสี่ชั้นหลังนี้อย่างชั่งใจ  ทางเข้าของอาคารที่กว้างและลึก จนแทบจะเหมือนเป็นห้องจัดประชุมเก่า แต่ขณะที่ชั้นบนมีลักษณะเหมือนหอคอยที่ตั้งอยู่ตรงกลาง โดยมีบันไดไม้และราวเหล็กวนเป็นก้นหอยอยู่ปีกซ้ายของห้องโถงนั้น แต่มันกลับแขวนป้ายห้ามใช้ไว้เสร็จสรรพ เพราะด้านข้างของอาคารฝั่งนั้นเป็นบึงน้ำขนาดกลาง ที่เหมือนว่ามวลน้ำได้กัดเซาะตลิ่งจนเห็นโครงสร้างของอาคาร




และนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องปิดตายตึกสวย ๆ ตึกนี้







ทางเดินภายในอาคารมีเพียงดวงไฟหลอดไส้แบบโบราณสองดวงเท่านั้นที่คอยให้แสงสว่าง เหรินจวิ้นกำแขนเสื้อที่กร่อมข้อมือแน่น ใจจริงอยากจะหันไปเกาะเสื้ออีกคน แต่ถ้าทำแบบนั้น นาแจมินจะต้องล้อจนจบค่ายแน่ ๆ




มวลอากาศร้อนที่พัดวูบลงมาจากทิศไหนไม่รู้ ไม่ได้ทำให้เด็กน้อยรู้สึกเย็นสบายหรือผ่อนคลายแต่กลับสร้างความอึดอัดให้เสียมากกว่า ไหนจะยังกลิ่นเหม็นอับให้ความรู้สึกน่าสะอิดสะเอียนที่ปะปนมากับลมอบอ้าวนี่อีก ที่ทำให้เหรินจวิ้นใจเต้นแรงขนลุกชันด้วยความหวาดระแวง





ถึงแม้เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มแว่วมาจากอาคารประชุม จะช่วยให้บรรยากาศไม่วังเวงเท่าที่คิด แต่ก็ไม่ได้น่ามาเดินเล่นแต่อย่างใด










ขาเล็กค่อย ๆ ก้าวไปตามทางเดินชั้นสองที่ปูด้วยไม้มันส่งเสียงดังออดแอด จนมาถึงมุมหนึ่งของตึกซึ่งเป็นมีบันไดนำขึ้นสู่ชั้นสอง แล้วร่างโปร่งก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นหุ่นคนตัวหนึ่งยืนอยู่ที่เชิงบันได ร่างนั้นถูกจัดท่าให้ผายมือไปด้านข้าง โดยมีป้ายกำกับบอกให้ทั้งคู่เข้าไปรับภารกิจให้ห้องที่อยู่ซ้ายมือ




ตั้งแต่เดินเข้ามาในตึก นาแจมินยังคงเดินตามหลังเหรินจวิ้นมาด้วยก็ไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงเดินช้า ๆ ตามอีกคนที่พยายามจะเขยิบไปข้างหน้าอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ จนลืมไปแล้วว่า กฎของเกมนี้คือให้คู่รูมเมทมาทำมิชชั่นในอาคารนี้และพยายามหาทางออกไปให้เร็วที่สุด โดยไม่จำกัดเวลา ขึ้นอยู่กับความสามารถในการไขปัญหาของแต่ละทีม ซึ่งทีมไหนใช้เวลาน้อยที่สุด จะได้รับรางวัลบนเวทีในกิจกรรมอำลาช่วงเช้าพรุ่งนี้





















แอ้ดดด.......








เหรินจวิ้นสะดุ้งสุดตัวกับเสียงไม้กระดานลั่นตอนที่มือผลักบานประตูเก่าคร่ำครึจนกว้างออก เขาไม่รู้ว่าอะไรดลจิตใจ ให้นาแจมินที่วิ่งหน้าตื่นมาบอกตนเองว่าจับฉลากได้แข่งเป็นทีมแรก



อยากจะโทษความแม่นของอีกคนก็ไม่รู้จะกร่นด่ายังไง   







แถมสต๊าฟก็ยังทำตัวแปลกแยก คิดจะพาเด็กมาเล่นอะไรในที่อันตรายแบบนี้ แต่ไม่เห็นมีใครมากันสักคน







เสียงลมพัดหวีดหวีวดังแว่วในหูจนเหมือนประสาทและสติทำงานช้าลง ในหัวก็กำลังมีภาพปีศาจในจินตนาการที่อาจจะโผล่มาจากมุมนั้น มุมนี้ เดิม ๆ ซ้ำ ๆ วนไปวนมา






กระดาษสีขาวแผ่นเล็กถูกบรรจุอยู่ในซองสีน้ำตาล ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะไม้เก่า ๆ กลางห้อง พร้อมกับเศษผ้ายาวเป็นริ้ว ๆ ที่กองอยู่บนนั้น และเป็นนาแจมินที่เป็นคนเดินไปคลี่กระดาษแผ่นบาง ก่อนจะอ่านมันให้อีกคนได้ยิน







"ให้เอาเศษผ้า 1 ชิ้น มัดเข้าที่ข้อมือทั้ง 2 ของคนที่ไม่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้และใช้ผ้าอีกผืนปิดตาคนเดิม.. ให้ผู้อ่านนำทางอีกคนไปยังชั้น 3 เพื่อรับจดหมายอีกฉบับ ขอให้ท่านโชคดี"




สิ้นเสียงอ่านของแจมิน เหรินจวิ้นก็อ้าปากค้าง พยายามจะถลาไปขอดูข้อความบนกระดาษ แต่แจมินแกล้งชูหนีไม่ให้อีกคนคว้าได้









"เกมอะไร ทำไมต้องมัดมือปิดตาด้วย บ้าแล้ว เราไม่เล่นนะแจมิน"






แค่แสงจากหลอดไฟตามทางที่มีแค่บางจุดมันสลัวและมัวจนน่าขนลุก ไหนจะมาถูกผูกตามัดมือ แล้วถ้าเกิดแจมินทิ้งเขาไว้ข้างบนนี้ เขาจะทำยังไง หนำซ้ำยังไม่ให้พกอุปกรณ์สื่อสารใด ๆ ติดตัวมาด้วย







"สลับกันได้ไหม"







"ไม่ได้หรอก อินจุนนั่นแหละอยู่เฉย ๆ นะ" รอยยิ้มกว้างและน้ำเสียงอ่อนโยนไม่ได้ช่วยประโลมความรู้สึกหวาดกลัวของเพื่อนตัวเล็กให้ดีขึ้นเลย










เงาวูบวาบที่ปรากฎตรงหน้าดูน่ากลัวเกินจะเข้าใจ


น้ำเสียงและสายตาแปลกไป รอยยิ้มบนใบหน้านั้น...ไม่เหมือนเดิม

 




ไม่ทันให้เหรินจวิ้นปฏิเสธ ร่างสูงถลาเข้าไปดึงแขนเล็กทั้งสองข้างของเหรินจวิ้นแล้วใช้เศษผ้าผูกรั้งที่ข้อมือหลวม ๆ










"ไม่นะแจมิน เราไม่เล่นแล้ว เราจะลงไปข้างล่าง ปล่อยเรานะ" เสียงร้องของเหรินจวิ้นไม่นำพาอิสระมาสู่ตน ร่างสูงกระชากที่ไหล่บางให้หันหลังแล้วใช้ผ้าผืนใหญ่ปิดทับแว่นทรงกลมทั้งที่คนตัวเล็กพยายามดิ้นรนแต่ไม่อาจจะต้านทานแรงของเด็กหนุ่มตัวสูงได้  








"เกมบ้าบออะไรกัน มันเกินไปแล้ว เราไม่สนุกด้วยหรอกนะ ปล่อยเราสิแจมิน" เสียงเล็กสั่นเครือแตกพร่าพยายามเว้าวอนอีกคน






"แจมิน! นายจะพาเราไปไหน! แจมิน ตอบเราก่อน!" เหรินจวิ้นตะโกนถามเสียงดังแข่งกับจังหวะดนตรีที่กระหึ่มอยู่ภายนอก แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ









ฮวังเหรินจวิ้นต้องขยับขาตามแรงฉุดไปตามทางเดินที่มีเพียงแสงสีนวลจาง ๆ ส่องทางแค่พอให้มองเห็นลาง ๆ จากนั้นแจมินก็พาคนตัวเล็กขึ้นบันไดวนไปอย่างรวดเร็ว ใต้ผ้าปิดตาผืนใหญ่มีแต่ความมืดมิด หัวใจเต้นรัวด้วยความงุนงงและตื่นกลัว








เหรินจวิ้นถูกลากให้เข้าไปยังห้อง ๆ หนึ่งซึ่งอยู่ในมุมตึกลับตาคน ก่อนที่แผ่นหลังจะถูกกระแทกแล้วตรึงแน่นติดผนังไว้อย่างนั้น






"โอ๊ย!!" เจ็บ...จนต้องร้องออกมา "นายจะพาเราไปที่ไหน! ปล่อยเรานะแจมิน! ปล่อยเราออกไป"








มือหนาเกี่ยวผ้าปิดตาออก แสงของหลอดไฟด้านนอกส่องเข้ามาไม่สว่างมากนัก แต่ก็จ้ามากพอที่จะทำให้คนที่อยู่ในความมืดจนถึงเมื่อครู่ ต้องหรี่ตาเพื่อปรับสภาพแสง

 








"ชู่ว....อย่าส่งเสียงดังนักสิ"














ใครว่าความเงียบเป็นสิ่งที่น่าอภิรมย์นะ





ความเงียบเป็นสิ่งที่น่ากลัวได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง


...ความเงียบที่เกิดขึ้นจากซาตานในรูปลักษณ์เทวดา













เท่าที่เหรินจวิ้นรับรู้..นาแจมินเป็นคนฉลาดมาก

 

 

 

 


ทว่า…นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฮวังเหรินจวิ้นหวาดกลัว


แต่เพราะแจมินเป็นคนที่ไม่สามารถอ่านความคิดผ่านทางสายตาได้ต่างหาก













แล้วที่เขาว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ


....หากได้มองแล้วย่อมรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร

 



ทฤษฏีนี้..ใช้อะไรไม่ได้เลยกับคน ๆ นี้
















ดวงตาเล็กใต้แว่นกรอบบางขึ้นฝ้าเพราะอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นสบกับตาคมไร้แวว ประสานสายตาอยู่เพียงครู่ ..กระแสเลือดในร่างเล็กวิ่งพล่านไปหมดทุกส่วน เหงื่อชื้นเริ่มผุดขึ้นตามไรผม เหรินจวิ้นตื่นตระหนกกับท่าทีคุกคามของอีกฝ่าย หากแต่ไม่อาจก้าวหนีไปได้



ยิ่งเมื่ออีกคนกางแขนสองข้างยันไว้กับกำแพง อิสรภาพของเหรินจวิ้นก็กลายเป็นศูนย์







"กลัวเหรอ" ดวงตาสดใสของคนร่วมห้องแปรเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม








ไม่คุ้นเคย


ไม่คุ้นเลย








เหรินจวิ้นใจแข็งตอบกลับด้วยการส่ายหน้า สองแขนใต้เสื้อสเวตเตอร์ผืนบางกร่อมข้อมือขาวที่มีเศษผ้ามัดไว้คลายออกแล้ว มือบางจึงขยับเหยียดตึง..ผลักแผ่นอกของอีกคน




ยิ่งดัน...ระยะห่างกลับลดลง









"ไม่กลัว..." น้ำเสียงเนิบนาบที่ฟังแล้วไม่ได้รู้สึกดี มันกำลังหลอนอยู่ในหูของคนตัวเล็ก "..ก็ดี"









"เหรินจวิ้น..” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยชื่อของเขาอย่างถูกต้อง แล้วที่ทำเป็นเรียกอินจุนนั้นคืออะไร "นายชอบผู้ชายใช่ไหม?"









"แจมิน!!"









"ฉันเห็นนายแอบมองฉันตอนเปลี่ยนเสื้อ สนใจล่ะสิ"









"ไม่ใช่นะ!!" แทบจะตะโกนตอบกลับไป ใบหน้าแดงเห่อเพราะคำพูดจี้ใจดำ หนำซ้ำมือที่ยันกับกำแพงได้ย้ายมาไล้กับบ่านิ่ม แจมินใช้หลังมือลูบลงตามช่วงแขนก่อนจะกำไว้แน่น







"..ปล่อยเรา" เหรินจวิ้นบิดตัวหนีมือหนาที่ยังกำรอบต้นแขนของตนเอง..

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


แล้วร่างของฮวังเหรินจวิ้นก็โดนเหวี่ยงลงบนฟูกเก่ากรังฝุ่นบนพื้นโดยไม่ทันตั้งตัวจนแว่นกระเด็นหายไปในซอกแคบ แม้ว่านาแจมินจะไม่ได้มีรูปร่างที่ใหญ่โตกว่า แต่เวลานี้..ความรุนแรงของเขากลับมากกว่าอีกคนจนน่ากลัว

 

 
 


“ปล่อย..โอ้ย!” ร่างเล็กถูกผลักให้นอนคว่ำ เจ้าตัวพยายามขยับเพื่อให้หลุดจากการบังคับแต่ก็ไม่เป็นผล ยิ่งเมื่อนาแจมินโถมตัวลงทาบทับแล้วจับแขนฮวังเหรินจวิ้นไพล่ขึ้นมาที่ด้านหลัง  


 

















ขายาวก้าวฉับ ๆ เข้ามาหากลุ่มเพื่อนรักตัวร้ายที่ยืนจับกลุ่มพูดคุยหัวเราะคิกคักผิดปกติ ลดรอยยิ้มเสแสร้งจากจุดลงทะเบียน ทันทีที่รับใบรายงานที่ได้มาจากสต๊าฟ ร่างสูงหงุดหงิดเพราะเขาต้องมาเป็นตัวแทนตอบคำถามโลกแตกไร้สาระที่ทางกลุ่มคะยั้นคะยอให้เขาขึ้นไปพูด โดยไม่ได้ถามความสมัครใจ




หนำซ้ำเพื่อนทั้งกลุ่มก็ถูกจับแยกไปหมด แถมที่พักของแจมินก็ดันอยู่คนละตึก

ซึ่งไกลเกินกว่าจะเดินไปขอเปลี่ยนห้องนอนด้วยได้







“มีอะไรกันวะ?”






'มีคนมองมึง’ เพื่อนคนที่ 1 เดินมากอดคอแจมินแล้วเอ่ยออกมาก่อนจะส่งซิกแนลให้เด็กหนุ่มในวงสนทนาทั้ง 5 คนหันไปยังทิศที่สนใจเอ่ยถามกันเซ็งแซ่




“คนไหนวะ?”









‘นั่นไง คนตัวเล็ก ๆ เสื้อแขนยาวสีฟ้าอ่อนนั่นน่ะ ได้ยินสต๊าฟบอกเป็นคนจีน เฮ้ย! สเป๊กมึงชัด ๆ’ ไหล่หนากระแซะสีข้างหนุ่มตัวสูงที่ยังคงหน้าบึ้งอยู่ พอมองไปยังบุคคลปลายทาง อารมณ์หงุดหงิดก็ลดระดับลงไปบ้าง






“อ๋อ..เหรินจวิ้น" แจมินเอ่ยพร้อมยิ้มหวาน "กูเห็นในกลุ่มเมื่อเช้า ก็น่ารักดี”

 
 



‘แล้วพวกมึงจะเอาไง’ เด็กหนุ่มคนที่ 2 ชะเง้อมองอย่างสนใจ






'Blind เหรินจวิ้น 10,000 วอน'






อีกคนนึงไม่ยอมแพ้ 'Call'

 

 




พอเห็นเพื่อนทุกคนลงเดิมพัน แจมินทำเพียงไหวไหล่ "Call"

 
 
 
 



'เห้ย..หันมามองด้วยว่ะ เชี่ย! เนิร์ดด้วย น่ารักจริง ๆ' ทั้งกลุ่มส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวเกรียวกราว มองร่างบอบบางที่หันมาก่อนจะเดินออกไปทางอาคารที่พัก









เด็กหนุ่มคนที่เปิดเดิมพัน ชะเง้อมองอย่างสนใจ ก่อนจะเสนอ 'กู Raise 20,000 เลย'

 
 



'Check' เพื่อนคนแรกที่ชี้ชวนให้เล่น ก้าวถอยไปข้างหลัง เขารู้ดีว่าเกมนี้คนชนะเป็นใคร เขาจึงยอมถอยตั้งแต่ตอนนี้ มีเพียงเสียงกร่นด่าแบบหยอกเย้าลอยตามลม

 
 



'ถ้าพวกมึงจะ fold ก็ถอยไปเลย ป๊อดว่ะไอ้สัด!'

 

 




“ว่าไงครับ Mr.JAM LAG..”

 
 



เด็กหนุ่มคนเดิมยังคงออกอาการเร่งเร้าเพื่อน แจมินพ่นเสียงหัวเราะในลำคอ ขำที่โดนไอ้วายร้ายมอบตำแหน่งให้ ก่อนจะหยิบเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ชูแบงก์ 50,000 วอน ขึ้นมา 5 ใบ


นอกจากนั้นยังอวดชื่อบนแท็กกุญแจห้องให้เห็น

 

 

 




"Bet!"






‘ไอ้เชี่ยแจมิน...มึงแม่งเล็งไว้แล้วนี่น่า ไอ้ห่าเจ๋งว่ะ! ฮ่า ๆ ๆ’







"มึงคิดว่าคนระดับกู จำเป็นต้องไปร่วมห้องกับคนอื่นในค่ายเหรอวะ" เด็กหนุ่มยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะใช้ลิ้นหนาดุนดันกระพุ้งแก้มเล่น






"แถมไพ่สำรับนี้น่าลองเล่นจะตาย ถ้ากูพลาดไป ...คงเสียดายแย่"











เสียงหัวเราะพร้อมรอยยิ้มสนุกสนานที่เหรินจวิ้นเห็น..เป็นเพียงมโนภาพที่สร้างขึ้นมาเอง


..โดยไม่รู้ว่า ทางเดินข้างหน้าไม่ได้สวยงาม แต่มันมีซาตานกำลังกวักมือเรียกให้ก้าวไปหาต่างหาก





















 



ร่างเล็กถูกพลิกกลับมา ...ริมฝีปากร้อนประทับจูบลงที่ใบหูเล็กและเม้มเบา ๆ เพื่อปลุกอารมณ์ ฮวังเหรินจวิ้นพยายามเบี่ยงหน้าหลบปากของนาแจมินไปอีกทาง แต่ยิ่งหลบก็เหมือนยิ่งเปิดทางให้จมูกโด่งซุกไซร้ที่ซอกคอขาว ปากเรียวเริ่มขบเม้มมันทีละน้อย แล้วใช้อีกมือเท้าคร่อมร่าง..จับคางของอีกคนให้เชิดขึ้นแล้วบีบลงอย่างแรงเพื่อให้เปิดปากออก

 






“อื้อ!” เหรินจวิ้นครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เจ้าตัวรู้สึกหมดหนทาง ได้แต่แสดงท่าทีผลักไส หากแต่มือขาวของอีกคนคลายจากข้อมือเล็กเลื่อนลงมาปลดกระดุมเสื้อสเว็ตเตอร์สีอ่อน







เม็ดแรก..







เม็ดที่สอง..







ก่อนเปลี่ยนมากระชากมันออกเพราะอดใจไม่ไหว ลิ้นเรียวร้อนลากไปทั่วแผ่นอกขาว นิ้วยาวฟ้อนเฟ้นร่างกายของอีกคน ไปทั่วสรรพางค์อย่างตื่นเต้น เร้าให้อีกคนทรมาน เรี่ยวแรงและท่าทีต่อต้านเริ่มจะหายไปเพราะสัมผัสไม่คุ้นเคยทำให้เหรินจวิ้นเผลอไผลไปกับอารมณ์หวามนี้

















"อือ..." ทั้งที่ปกติจะพูดด้วยเสียงค่อนข้างต่ำ แต่ในเวลาแบบนี้ร่างเล็กกลับร้องได้หวานหูจนอยากจะได้ยินอีกหลาย ๆ ครั้ง





"ไม่...ปล่อยนะ ..กลัว..."  ข้อมือข้างหนึ่งถูกยึดเอาไว้จนใช้ต่อต้านไม่ได้ ส่วนอีกข้างได้แต่ตามมือข้างที่เหลือของอีกฝ่ายที่กำลังวนไล้อยู่กลางหว่างขา มือที่รอจังหวะอยู่แล้วล้วงสัมผัสส่วนอ่อนไหวอย่างไม่ให้ตั้งตัว







"อย่า...ฮึก...อย่า...."






ร่างบอบบางเกร็งจนตัวสั่นสะท้านหลังจากปลดปล่อยออกมาเต็มฝ่ามือของเขา ลมหายใจหอบและผิวนวลที่อุ่นจนร้อนเรียกร้องให้แจมินอยากจะทำมากกว่านี้

 

 

ผิวนุ่ม ๆ หอม ๆ สะโพกกลมกลึง ร่างบอบบางไร้เดียงสาบิดเร้าอยู่ใต้ร่าง เสียงครางหวานหู แค่หลับตาก็ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจนเพราะเพิ่งรีดเฟ้นจากเจ้าตัวมาหมาด ๆ






ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้นะ...ฮวังเหรินจวิ้น






















“อย่า ..!!”

 



เหรินจวิ้นสะดุ้งเฮือกเมื่อมือของอีกฝ่ายเลื่อนต่ำลงจนสัมผัสเข้าที่หน้าท้อง  คนใจร้ายกระตุกยิ้มหยันแล้วดึงกางเกงอีกฝ่ายลง ใบหน้าหวานของเหรินจวิ้นแดงก่ำ นาแจมินกดจูบซ้ำลงบนพวงแก้มละไล้มาจนถึงเรียวปาก

 

 
 






"เมื่อคืนก็ทำให้แล้ว ยังออกมาเยอะอีก ไม่ค่อยได้ทำหรือไง"









ดวงตาเล็กเบิกโพลง ความทรงจำที่เว้าแหว่งก่อตัวเป็นรูปร่างชัดเจน


ที่เขาคิดไว้ว่ามันเป็นแค่ความฝัน ที่แท้ก็ถูกใครบางคนสร้างมันขึ้นมา









"ไอ้ทุเรศ! !!" เค้นเสียงใส่ทั้งที่ยังหอบหายใจ ไม่มีเรี่ยวแรงใดจะต่อต้าน








"จุ๊ ๆ พูดอะไร...ไม่น่ารักเลย"






แขนยาวละออกจากหน้าขาสอดเข้ามาที่เอวกิ่ว ซบหน้าลงที่ซอกคอขาว กดจูบเบา ๆ แกล้งเร้าให้อีกคนหายหงุดหงิด เจ้าของซอกคอขาวได้เพียงแค่เบี่ยงตัวหลบ แต่สุดท้าย ก็ถูกแขนยาวรัดไว้เหมือนเดิม







“นี่...นายก็ช่วยฉันน่อยสิ”





 













"ตัวหอมดีนี่"



ปลายจมูกโด่งตั้งใจเฉียดผ่านแก้มนิ่มอย่างอุกอาจ เหรินจวิ้นชะงักไปพร้อมกับมือที่ยังเช็ดเลนส์แว่น ใบหน้าที่ก้มต่ำอยู่แล้ว..ยิ่งมุดคางลงจนชิดอก เพราะปฏิกิริยาของร่างเล็กที่สั่นรัวเหมือนลูกนก ยิ่งทำให้นาแจมินหยามใจ กระเถิบเข้าใกล้จนเหมือนได้กักคนตัวหอมไว้หมดทั้งตัว






"ใช้ครีมอาบน้ำยี่ห้ออะไร..บอกฉันหน่อยสิ"



 

 

 

"ใช้..ของ..ที่..โรงแรมเตรียม..ไว้ให้"





 

"งั้นเหรอ..ไม่คิดว่าจะหอมขนาดนี้..." ปากหนายังคงกระซิบอยู่ที่ข้างหู "ถ้าขอใช้บ้าง..นายจะว่าอะไรหรือเปล่า?"







แล้วอีกคนก็ตอบรับด้วยท่าทีน่าสงสาร



"ขอบใจนะ..นายนี่ใจดีจังเลย"








สายตาของวายร้ายถอยตัวทิ้งระยะออกจากร่างนุ่มนิ่มที่หอมกรุ่น


ตาคมพิจารณาตั้งแต่น่องเล็กขึ้นมาถึงสะโพกนิ่มใต้กางเกงเนื้อดี

ไล่มาถึงเอวคอดและไหล่มนใต้เสื้อยืดตัวบางของรูมเมทชั่วคราว

 



..ทำเอานาแจมินแทบจะผิวปากอย่างอารมณ์ดี

 
 
 



ไม่ได้ ๆ ยังจัดการตอนนี้ไม่ได้ ของดี..ก็ต้องบ่มไว้หน่อย..จะได้หอมกว่านี้






















หากแต่ความหฤหรรษ์ในกามอารมณ์ยังไม่ถูกปลดปล่อย เสียงครืดคราดที่ดังมาจากกระเป๋ากางเกงเรียกให้นาแจมินละจังหวะ หยิบเอาโทรศัพท์สีดำของตัวเองที่ปรากฏเบอร์โทรของเพื่อนในกลุ่มวายร้าย รอยยิ้มกระตุกขึ้นที่ใบหน้าขาว เขาไม่ปล่อยให้ระบบสั่นในมือทำงานนานเกินไป

 

 

 



‘มึงเสร็จหรือยังแจมิน นานเกินไปแล้วนะเว้ย‘

 






“กูทำอยู่”

 

 
 



‘ไอ้เชี่ย ..มึงจะจองตัวไว้คนเดียวทั้งคืนหรือไงวะ’

 






“เออ อยากกันมากก็ไปว่าวรอกันก่อน  อ๊ะ..อ๊า..”



 

 

 


‘เล่นหนังสดให้กูฟังเหรอ สัดเอ๊ย’

 

 

 




“แค่นี้นะมึง ขัดจังหวะจริง ๆ” แจมินพยายามกลั้นเสียง ผ่อนลมหายใจหากแต่ยังคงเคลื่อนไหวส่วนล่างของตัวเองไม่หยุด

 

 
 



‘พวกกูให้เวลาอีก 10 นาที...’

 






“เออ ๆ ตามนั้น”











 

แล้วปลายสายก็ทิ้งเพียงความเงียบและสัญญาณแทรกเป็นคำตอบ

 

 
 
 
 
 




ร่างที่ทาบทับอยู่ทำเพียงโยนเจ้าวัตถุสีดำทิ้งไปที่ว่างอีกฝั่งของฟูก หนำซ้ำยังเลื่อนมืออีกข้างสอดเข้าใต้กลุ่มผมสีอ่อนของคนที่ดิ้นขลุกขลัก

 

 


















"โทษทีนะอินจุน ฉันลืมแหวนไว้หน่ะ" แล้วร่างสูงก็เดินเอียงข้างนิ่ง ๆ เข้ามาด้านในห้องน้ำแคบเพื่อเข้าไปหยิบสิ่งที่ตัวเองบอก ซึ่งมันวางอยู่บนถาดเหนืออ่างล่างหน้า ห่างจากตำแหน่งที่เหรินจวิ้นยืนอยู่ไม่ถึง 2 ก้าว แม้ว่าเหรินจวิ้นจะสังเกตว่าดวงตาของอีกฝ่ายถูกมือหนาบังไว้อยู่




แต่เจตนาและภาพลักษณ์ที่ดูงดงามไม่ได้หมายความตามที่ตาเนื้อเห็น


รอยยิ้มร้ายที่ยกขึ้นเพียงเสี้ยววิ ไม่ได้บอกว่าฮวังเหรินจวิ้นตาฟาด..แต่มันไม่ชัดเจน







คล้อยหลังเหรินจวิ้นที่กระวีกระวาดพาตัวเองวิ่งเข้าห้องน้ำไป แจมินที่ยืนจัดผมอยู่หน้ากระจกหันไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเอา Action Camera ตัวเล็กพร้อมใส่ขาตั้งเรียบร้อย มือหนาค่อย ๆ บิดลูกบิดให้คลายออกก่อนจะผลักประตูไม้พอให้สอดกล้องเข้าไปได้

 


เพราะความไม่เฉลียวใจของเหรินจวิ้นว่าตัวเองไม่ได้กดล็อกกลอนประตูห้องน้ำ แต่เพราะลูกบิดห้องน้ำ เป็นแบบกดล็อกไม่ได้แต่แรก







ภาพขมุกขมัวในจอเล็กเห็นร่างขาวลางเลือนใต้ฝักบัว สายน้ำอุ่นและควันอ่อนลอยบังร่างบอบบางช่างเย้ายวน วินาทีต่อวินาทีถูกบันทึกวนไปจนกลายเป็นนาที จวบจนอีกคนใกล้อาบน้ำเสร็จ แจมินจึงได้เก็บทุกอย่างให้อยู่ในสภาพเดิม เพิ่มเติมคือการเข้าไปหยิบแหวนที่ 'ตั้งใจ' วางไว้ในห้องน้ำ






"โทษทีนะอินจุน ฉันลืมแหวนไว้หน่ะ"

 
 


ใบหน้าหล่อคมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฝ่ามือมีรอยยิ้มร้ายที่เขาไม่อาจจะหยุดยั้งรอยยิ้มของชัยชนะนั้นได้

























ร่างกายรู้สึกเบาหวิวเมื่อความหนักหน่วงทั้งหมดวิ่งมารวมกันที่ส่วนปลายก่อนที่ทั้งหมดจะถูกฉีดเข้าโพรงปากร้อนของคนใต้ร่าง เหรินจวิ้นสำลักแค่กจนหน้าแดงก่อนจะปาดส่วนที่เปรอะไปทั้งแก้มและคางออก แจมินยังไม่ยอมเคลื่อนตัวออกจากคนที่หอบหายใจ

 

 


ร่างโปร่งที่ทาบทับยิ้มยั่วแถมยังไม่ยอมลุกออกจากคนที่หมดแรงอยู่บนฟูกเหม็นอับ

 

 
 


จมูกโด่งซุกไซร้สูดความหอมจากคอขาวไม่เลิก ก่อนจะวกกลับมาฉกฉวยความหวานที่ริมฝีปากอิ่มที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นคาวบางส่วนที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกของร่างสูงเป็นอย่างดี







อีกครั้งนะอีกครั้ง ฮวังเหรินจวิ้นบอกตัวเองให้ฮึดสู้อีกครั้ง ร่างเล็กปล่อยให้แจมินก้มลงไปและเล็มผิวกายของตน ลมหายใจที่สูดเข้าเต็มปอดเรียกกำลังและสติกลับมา พยายามสะบัดตัวให้หลุด แล้วผลักคนด้านบนเต็มแรง หมุนตัวเบี่ยงไปที่ว่างเพื่อให้ตนเองเป็นอิสระ มือบางคว้ากางเกงของตัวเองที่กองอยู่ปลายเท้าก่อนจะสาวเท้าเพื่อหนีออกไปให้พ้นจากพันธนาการ      


 

 


นาแจมินที่ไม่ทันได้ระวังตัวถึงกับสบถออกมา รีบลุกขึ้นสวมกางเกงของตัวเองบ้างก่อนจะตามอีกคนออกไป






























เหรินจวิ้นวิ่งออกจากห้องเก็บของมาด้วยหัวใจที่หวาดผวา โชคดีแค่ไหนที่เขายังไม่โดนอีกคนทำอะไรมากไปกว่านี้ ร่างบางขาวซีดจนแทบจะปลิวลมวิ่งเข้าไปในห้องน้ำเก่าคร่ำครึที่ไร้ผู้คน ซ่อนตัวอยู่ข้างในแล้วนั่งอย่างเงียบกริบ มือสองข้างยกขึ้นถูริมฝีปากและแก้มที่ถูกจูบเต็มแรง ราวกับจะช่วยลบเลือนร่องรอยที่น่ารังเกียจนั้นได้ ลมหายใจยังคงหอบสะท้าน หยาดน้ำตาไหลลงเป็นทาง แต่ไร้กำลังจะปาดมันให้เหือดแห้ง






ความเครียดก่อตัวขึ้น.. บางอย่างจุกอยู่ที่คอ ก่อนจะคุกเข่าลงที่อ่างแล้วอาเจียน มีเพียงน้ำย่อยสีเหลืองขุ่นส่งกลิ่นน่ารังเกียจพุ่งพรวดออกจากกระเพาะว่างเปล่า




 

เขาพยายามสำรอกทุกสิ่งออกมา แต่กลับยังไม่หายอึดอัดทรมาน






เมื่อพอจะตั้งสติและสงบอารมณ์ได้ ก็ใจหายวาบ เพราะได้ยินเสียงฝีเท้าของอีกคนที่เข้ามาใกล้








เหรินจวิ้นหลับตาแน่นเพราะความสิ้นหวัง ไม่อยากนึกเลยว่าจะต้องถูกทำอะไรอีกบ้าง และไม่รู้ด้วยว่า จะตอบสนองคืนอย่างไรดี คนตัวเล็กอยากจะกลับบ้าน เขาอยากจะทำให้ตัวเองลืมเรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านมา อยากกลับไปหาแม่เต็มทน







"มาหลบอยู่นี่เอง...เหรินจวิ้น วิ่งมาคนเดียวไม่กลัวผีหรือไง"






ร่างเล็กถอยกรูดกลับเข้าไปในห้องน้ำจนแผ่นหลังชนเข้ากับอ่างล้างหน้า เรี่ยวแรงทั้งหมดของร่างบอบบางตอนนี้คงรวมอยู่ที่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเท่านั้น ทั้งที่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายอ่อนเปลี้ยไร้กำลัง แต่เช่นนั้นแล้วเขาก็ยังไม่หมดหวังในการรอด







"นายทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ถ้านายเข้ามาฉันจะร้องให้คนช่วย" เหรินจวิ้นขู่







"ร้องไปเหอะ ร้องให้ตายก็ไม่มีใครมาช่วยหรอก" แจมินกลั้วหัวเราะกับความไร้ดียงสาของอีกคนจนอยากจะสมเพชออกมา "เขาจัดงานเลี้ยงกันที่หอประชุม ไม่มีใครหน้าไหนขึ้นมาที่ตึกร้าง ๆ นี้หรอก นอกจากนายกับฉัน"







ยิ่งกว่าโดนตบหน้าฉาดใหญ่ เขาโดนนาแจมินหลอกให้มาที่นี่โดยไม่รู้ตัว เหรินจวิ้นตะลึง เงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาที่ขัดกับคำพูดอันแสนร้ายกาจนิ่ง น้ำตารื้นขึ้นมาคลอหน่วยด้วยความเจ็บใจ







"มีแค่เราที่ขึ้นมาเล่นเกมด้วยกัน สนุกไหมเหรินจวิ้น เห็นครางเสียงหลงเชียว" รอยยิ้มหวานน่าขยะแขยงจุดขึ้นที่มุมปาก








"จริง ๆ คนที่รู้เรื่องนี้..ไม่ได้มีแค่เราสองคนหรอกนะ.." เด็กหนุ่มเว้นจังหวะ "พวกเพื่อน ๆ ของฉัน ก็อยากขึ้นมา เล่นกับนาย’ ที่นี่เหมือนกัน"







“ว่าไงนะ!”

 
 




“เอาล่ะ ฉันจะไม่อ้อมค้อม ฉันว่านายหน้าตาก็น่ารักดี นายไม่คิดว่าเราจะสานสัมพันธ์กันง่าย ๆ จะดีกว่าไหม นายก็จะได้ไม่ต้องดิ้นให้มันเหนื่อย” เสียงทุ้มพูดออกไปตรง ๆ








“ก็อย่างที่ได้ยินนั่นแหละ.. แค่ยอมมีอะไรกับฉัน มันจะยากตรงไหน ยังไงนายก็ชอบฉันอยู่ไม่ใช่หรือไง” หากแต่ประโยคต่อมาของเหรินจวิ้นทำให้รอยยิ้มของแจมินหุบลงทันใด








“สารเลว!” เอ่ยจบพร้อมกับนิ่วหน้าด้วยความเจ็บที่แล่นขึ้นมาบนต้นแขน เมื่ออีกฝ่ายพุ่งเข้ามาล็อกตัวของเหรินจวิ้นไว้แน่น







“งั้นเหรอ!!” แจมินบีบลงที่ต้นแขน กระชากตัวเหรินจวิ้นให้เข้ามาใกล้ “ปากเก่งจริง ๆ อุตส่าห์ใจดีด้วยแล้.....”










แจมินพูดไม่ทันจบ คนที่ยังอยู่ในกำมือของคนตัวสูงก็รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอีกคนออก แล้วโถมตัวเข้าใส่พร้อมกับสะบัดแขนและกำปั้นขวาออกไป หมัดเล็ก ๆ ถูกยกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว




ในใจอยากจะซัดแจมินให้ลงไปกองกับพื้น ไม่สนอีกแล้วว่าจะเกิดอะไรต่อไปเขาก็ยอม




เกลียดคำพูดเห็นแก่ได้ที่อีกคนพูดอย่างไม่อาย


ล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่น แสแสร้งทำตัวเป็นคนดีให้ไว้ใจ









"ฮึ่ย!!"







เขาเบี่ยงหลบหมัดที่ลอยมาได้ฉิวเฉียด มือที่ใหญ่กว่ากลับคว้าแขนข้างนั้นไว้ได้อย่างทันท่วงที ก่อนจะกระชากตัวเหรินจวิ้นให้เสียหลักหันหลังมาตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกหน เสียงทุ้มขู่รอดไรฟัน เหรินจวิ้นย่นคอหลับตาปี๋ เพราะลมหายใจที่อุ่นจนร้อนของคนที่คุกคามเป่ารดซอกคอ "อย่ามาท่ามากได้ไหม"







“โอ๊ย..ปล่อยนะ ...” ดิ้นเท่าไหร่แรงที่บีบข้อมือของเขาก็มากขึ้นเท่านั้น ทั้งที่เป็นผู้ชายด้วยกันแท้ ๆ แต่ทำไมเรี่ยวแรงถึงได้ต่างกันอย่างนี้ น่าเจ็บใจจริง ๆ





สองมือยังคงจับข้อมือของคนฤทธิ์เยอะไขว้กันไว้มั่น สกัดกั้นการหลบหนีของร่างบางไว้ทุกทาง








“อะไรกัน มีฤทธิ์ได้แค่นี้เหรอ ไอ้เราก็นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็ให้ท่า” แจมินจงใจพูดแหย่ให้เจ็บใจเล่น และก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เสียด้วยเมื่อคนถูกกล่าวหากำลังโกรธระคนตื่นกลัว







“ใครให้ท่านาย! ” ดิ้นไปมาแต่ไม่มีผลอะไรเลย แจมินรู้สึกชอบใจกว่าเดิม







"ฮ่า ๆ คนน่ารัก ๆ เขาไม่พูดคำหยาบหรอกรู้ไหม"







“นี่..เมื่อกี้นี้ฉันยังไม่ได้พิสูจน์เลย ขอลองใหม่แล้วกันนะ” เขาก้มลงหมายจะสานต่อจากเมื่อครู่ และก่อนที่จมูกของเขาจะจรดลงที่แก้มนั้น




























ป๊อก!! ป๊อก!!

































เสียงเคาะที่ข้างนอกกรอบประตูเป็นจังหวะร้องเรียกให้เขาทั้ง 2 หันไปมอง

 

กลุ่มเพื่อนของแจมินยืนออกันอยู่ด้านหน้านั้นครบทีม...





"ทำอะไรไม่รอพวกกูเลยนะมึง"
































เหรินจวิ้นไม่เคยหวาดกลัวอะไรให้ชีวิตเท่านี้มาก่อน ใบหน้าเผือดซีด ปากสั่นราวกับอากาศหนาวทว่ากลับมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดพราย ปลายประสาทเย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนถูกน้ำเย็นเฉียบสาดโครมเข้าทั้งตัว



เบิกตาขึ้นมองคนแปลกหน้าที่หยุดยืนอยู่ตรงข้าม ดวงหน้าหวานเปรอะคราบน้ำตาหวาดผวา







พยายามกลั้นเสียงร้องเอาไว้ทั้งที่ตัวสั่นเทา






























แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นสีดำ...มืดสนิท
























































เสียงระฆังดังแผ่วมาจากที่ไกลโพ้น...



































ความบริสุทธิ์ไม่ว่าใครก็อยากครอบครองทั้งนั้น










บาดแผลแห่งการสูญเสียทำให้รู้ตัว

ร่างกายนี้ได้มาจากการยึดครอง


บาดแผลแห่งการสูญเสียทำให้รู้ตัว

ไม่สามารปิดบังมันได้



แม้ว่าจะอยู่ในอ้อมแขนนี้







แม้จะไม่ได้สังเกตเลย ว่ามันคือการทำลายล้าง


และเมื่อได้รับรู้ถึงสิ่งนั้น...ใจก็แตกสลายไปแล้ว

 

 

 

 

 

 


ความเงียบถูกล่อลวงโดยสายลม















น่าเยาะเย้ยจัง..
















END




























เกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ (ที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้)





1. ชื่อเรื่อง มาจากการผสม คำว่า Lose กับคำว่า Loose



1.1 浸食  -Lose Control- เป็นชื่อเพลงของ L'arc en ciel วงร็อกญี่ปุ่น

(ซึ่งก็คือเพลงที่อยู่ในหน้าบทความนี้เลย สำหรับคนที่เปิดคอมอ่านได้ยินแน่นวล

ตอนเขียนนี่ดิ่งไปกับเพลง..ดาร์กมาก อ่านแล้วฟังไปด้วยนะ..ดนตรีมันบีบจิตสุด ๆ




1.2 ส่วน Loose มาจาก Loose-Aggressive  (LAG) เป็นคำเรียกผู้เล่น Poker ที่เน้นการเล่นเชิงรุก

ชอบเสี่ยงที่จะพนันด้วยการวางเงินที่สูงกว่าค่า Blind มักจะ bet หรือ raise หนัก ๆ ชอบ Bluff คู่แข่ง เป็นต้น


ฉากที่เพื่อนและแจมินเดิมพันกันและแจมินถึงโดนเรียก ว่า Mr.JAM LAG นั่นเอง



แปลชื่อเรื่องได้ว่า แจมินเป็นคนควบคุมเหตุการณ์ทุกอย่างเอง

และเหรินจวิ้นก็ถูกจมินจับกินในที่สุด แฮ่!!





2. ศัพท์ของการเล่นไพ่ Poker



(หลังจากได้ไพ่ไปแล้ว ส่วนนี้เรียกว่าก่อน Flop)

 

Blind คือการกำหนดค่าเริ่มต้นในการเดิมพัน

 

Call คือวางจำนวนเดิมพันเท่ากับราคา blind หากต้องการเล่นต่อ

 

Raise คือการเพิ่มจำนวนเดิมพัน (ซึ่งสามารถเพิ่มได้ถึงยอดลิมิตที่ตั้งกันไว้)

 
 
 

(ส่วนนี้เรียกว่าหลัง Flop)

 

หลังจากที่เหรินหันมามอง เหมือนว่ามีความสนใจ ค่าของการเดิมพันก็สูงขึ้น

(ประหนึ่งไพ่ในมือผู้เล่นสวยมาก ต้องการเดิมพันต่อก็จั่วไพ่ ทำนองนั้น)

 

Check คือการข้าม ไม่ต้องการเพิ่มเงินเดิมพัน ปล่อยให้คนอื่นสู้กันต่อ

 

Fold คือการหมอบไพ่ ไพ่ไม่สวยไม่เล่นต่อแล้วก็จะหมอบ ปล่อยให้คนอื่นสู้กันต่อไป

 

Bet คือการเพิ่มเงินเดิมพัน

 
 

ถ้าแจกไพ่ครบ 5 ใบแล้วผู้เล่นต้อง Showdown คือการวัดว่าไพ่ในมือใครใหญ่กว่ากัน

ซึ่งใครใหญ่สุดก็จะได้รับเงินเดิมพันไปทั้งหมด



มันเชื่อมกับตอนสุดท้ายที่แจมินชูแบงก์ 50000 วอน 5 ใบออกมาข่มเพื่อน

นั่นคือการ Bet แล้วโชว์เหนือนำเงินมาออกอวดแทนจำนวนไพ่ใหญ่ครบ 5 ใบ ซึ่งตามกติกาถือว่าเป็นผู้ชนะ

และได้รับเหรินจวิ้นซึ่งเป็นของเดิมพันครั้งนี้นั่นเอง (ซีนนี้แจมินกวนตีนเนอะ.. รู้สึกเลยว่ากวนตีนมาก 555555)

 


ว่าแต่..งงกันไหม ไม่งงเนอะ 55555555555

 




สรุป...ธีมของเรื่อง คือ เหตุการณ์ทั้งหมดถูกควบคุมด้วยแจมิน

..ซ้ำเหรินจวิ้นยังพ่ายแพ้ให้กับแจมินด้วย

และในเกมยังใช้ศัพท์ที่ว่า Poker Face ก็คือแจมินตี 2 หน้านี่แหละค่ะ ^ ^
 

 

 

 

เอาแค่คร่าว ๆ พอเนอะ พอแค่อ่านฟิคแล้วเข้าใจการเดิมพันของพวกตัวแสบว่าพูดอะไรกันนะ

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

....................................................



Author Scream : จริง ๆ คือเคยคุยกับน้องว่า

เวลาไปเข้าค่าย..ตุ๊ดชอบโดนผู้ชายแท้ ๆ ล่าเนอะ แล้วมันก็เคยเกิดกับคนใกล้ตัวด้วย
 


แล้วความคิดด้านมืดของอีคนเขียนก็เกิดขึ้น ถ้าเป็นน้องเหรินโดนล่าบ้างจะเป็นไงน๊า...

ด้วยความที่จู่ ๆ ก็โฉดโดยไม่ห้ามตัวเองและโดนลูกยุ ทำให้เขียนออกมาทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรนี่แหละ

 

มันจึงกลายเป็นฟิคที่ไม่มีขึ้นต้นและลงท้าย...

แถมยังทำร้ายจิตใจตัวเองขั้นสุด ตอนที่คิดฉากจบถึงกับน้ำตาเล็ดเลยทีเดียว orz….


ฮือออออออ เค้าขอโทษ!! เค้าไม่ได้ตั้งใจนะ

 


ปล.หากท่านยังไม่สาแก่ใจ ขออันเชิญเข้าสู่ Dark Version ได้ที่นี่  >> https://goo.gl/vaUFDJ
 


และถ้ามันไม่หนักในความรู้สึกมาก ยังไงขอกำลังใจหน่อยแล้วกันนะคะ  

ขอบคุณค่ะ ^ ^

 
 


- Au Revoir -


....................................................


 
 
 





 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

234 ความคิดเห็น

  1. #234 taehwan (@tangwanjisung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 09:13

    อ่าวทำไมแบบดาร์กเวอชั่นถึงลบไปแล้วอ่ะค่ะอยากอ่านนน อยากให้ทำภาคต่อด้วย

    #234
    1
    • #234-1 11Centimetres (@GodDEatH11) (จากตอนที่ 4)
      27 มีนาคม 2562 / 13:15
      ยังเข้า link ได้อยู่นะคะ ลองกดดูใหม่นะ ^^
      #234-1
  2. #226 phimolratt (@phimolratt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 13:35
    สงสารน้องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แจมิ๊นนนนน ทำไมทำกับน้องแบบนี้!!!!!!!!! น้ำตาคนเป็นจะไหล แต่ทำไมรู้สึกชอบที่เห็นน้องโดนกระทำ 5555555555
    #226
    0
  3. #223 kaokubrew (@xofor12) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 22:25
    อมก น้องงงงงง ㅠㅠ
    #223
    0
  4. #221 ตาข้าว (@NamtanNamman) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 10:37
    ข้างแบบแปลกๆอ่ะงงแต่อีกใจคือไม่อยากรู้แงงแบบอีกใจคิดว่าถ้ามีต่อลูกอาจจะรอดแต่อีกใก็กลัวความโชคร้ายที่คิดไว้
    #221
    0
  5. #209 HBK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 02:21

    OMG!! จริงๆพอจะเดาทางเนื้อเรื่องได้นิดหน่อยค่ะ แต่มันก็ไปไกลกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก ตอนจบถึงจะค้างคานิดหน่อยแต่อ่านทอล์คแล้วก็พอเข้าใจได้ว่า เหรินจวิ้นคือผู้แพ้ของเกมนี้อย่างสมบูรณ์ มันค่อนข้างที่จะรุนแรงในความรู้สึกเราอยู่นะคะเรื่องแบบนี้ 5555555 ไม่อยากให้น้องโดนแบบนี้อ่ะต่อให้แจมินคือผู้ชนะก็เถอะ TT

    #209
    0
  6. #204 ChanyeolWife (@nongyok-5575) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 01:46
    กลัวแจมิน TT
    #204
    0
  7. #195 TLKK (@real_pttr) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 13:25
    อยากตีแจมิน!!!
    #195
    0
  8. #153 BezT25 (@BezT25) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 15:41
    พล็อตดุมากเลยค่ะ พี่แจมินไม่อ่อนโยนเลย เปิดมาแรกๆนึกว่าจะแค่หวังกินน้อง นี่มีการพนันในหมู่เพื่อน วางแผนไว้เสร็จสรรพ แจมินคือโครตแบด เจ้าเล่ห์ โรคจิตด้วยฮื่อ สงสารน้องเหรินจวิ้น ฉากตอนจบที่มีเพื่อนมาร่วมคือบีบหัวใจแม่สุดๆ
    #153
    0
  9. #80 sstonkaoww (@sstonkaoww) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 19:49
    ไม่รู้ตะรู้สึกยังไงดีฮื่อออ แจมินดาร์กมากกกสงสารจวิ้นอ่ะแจมินร้ายกาจมาก ทำไมต้องลากเพื่อนมาด้วย
    #80
    0
  10. #77 GKYON (@mooguz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 20:27
    เนื้อเรื่องดีมากๆ ภาษาสวย ชอบแจมินในเวอร์นี้ แต่ไม่โอที่ลากเพื่อนมาทำด้วย จะดาร์กก็ดาร์กคนเดียวมั้ย บอกว่าน่ารักแต่ให้เพื่อนมาทำด้วย มันไม่โอ แจมินควรได้ทำได้รังแกคนเดียวสิ ม่ายยยย สงสารน้อง แต่ชอบจวิ้นแบบนีมาก ชอบที่น้องนุ่มนิ่มขี้กลัว จริงๆชอบตั้งเรื่อง Trick or Treat อันนั้นชอบมาก อ่านซ้ำวนไปหลายรอบ อยากให้มีต่อยาวๆ แบบชอบอะ แจมินขี้แกล้งจวิ้นมาก เอาความกลัวของน้องมาเอาเปรียบน้องงง ชอบจังอะ แต่งอีกน้า ชอบทุกเรื่องเลย แต่ไม่อยากให้จวิ้นโดนคนอื่นรังแกง่ะ ฮืออออ
    #77
    0
  11. #62 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 07:04
    นี่ชอบพี่แจมเวอร์ชั่นดาร์คๆนะแต่เอาคนอื่นมาด้วย นี่ ;-----; จวิ้นลูก
    #62
    0
  12. #60 Munkiiez Frunkiiez (@munkiiezlitz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 22:02
    โหหหหหหหหหห พิ๊แจม อ่านจบนี่ ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงเลย
    ข่มขืนคนเดียวยังพอทำใจรักได้นะ แต่นี่รวมพลคนเลวเรียกเพื่อนมาด้วย ไม่ไหวจริงๆ อ่ะ นึกว่าคนชนะจะได้คนเดียวซะอีก ต้องขอบคุณไรท์เตอร์นะคะ ที่ไม่มีคัทตอนน้องโดนขืนใจยกกลุ่มอ่ะ ไม่งั้นใจสลายแน่ๆ เว้นแต่เป็นการสมยอม แล้วจวิ้นรู้สึกดี อันนี้แม่จะฟิน ฮ่าๆๆ
    อ่านแล้วพิ๊แจมนี่โคตรหื่นและโรคจิต หวังว่าคงไม่เอาคลิปน้องไปปล่อยนะ ยันลูกก้ช่างหลับลึกอะไรขนาดนั้น นึกว่าโดนวางยาแล้วเนี่ย 
    พิ๊แจมนี่โคตรทำดีหวังผลจริงๆ อ่ะ มาขืนใจลูกเค้า อย่ามาติดใจละกัน เช๊อะ
    ไรท์ก้จะแต่งดี เขียนดี บรรยายดี ใช้ภาษาดีไปไหน นี่อินเลยเนี่ย
    เด๋วกลับไปอ่านตอนที่พิ๊แจมทำตัวดี บิ๊วอารมณ์ตัวเองกลับมาแป๊บ 😂😂😂
    สู้ๆ ค่ะไรท์ ตามอ่านอยู่เรื่อยๆ น๊า
    #60
    1
    • #60-1 11Centimetres (@GodDEatH11) (จากตอนที่ 4)
      7 มิถุนายน 2560 / 22:38
      ตอนเขียนก็สะเทือนใจเหมือนกัน
      ทุกวันนี้ยังโดนน้องกัดเรื่องทำร้ายของจวิ้นอยู่เลยค่ะ ตราบาปสุด ๆ

      เราจะพยายามเขียนฟิคให้อ่านนะคะ
      แม้จะช้าหน่อย แต่รับรองว่าไม่ทิ้งแน่นอน

      ขอบคุณค่ะ ^ ^
      #60-1
  13. #59 kimarticles023 (@KIM_ARTICLES) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 14:37
    รู้สึกใจบาปและหยาบช้ามาก5555555
    ไม่อยากจะพูดว่าว้อนคัทอีกระดับคือบับ ชั้นจะบาปไปไหน555555 ส่วนตัวชอบธีมนี้นะคะ ถึงจะวนๆงงๆไปบ้าง แต่บรรยายชัดเจนมาก ยังไงก็สู้ๆกับเรื่องต่อไปนะคะ
    #59
    0
  14. #57 REWIND (@badgirlfernny) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 16:27
    ทุกอย่างดีมากค่ะไรต์ โดยเฉพาะความรู้เรื่องไพ่ อะหุอะหิ ปล.สงสารน้องเหรินจุง
    #57
    0
  15. #54 F411F4P (@febtakung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 01:11
    ก่อนอื่นคือภาษาดีมากค่ะ ฮื้อชอบบบบ สมูท อ่านแล้วไม่ติดขัดเลย บรรยายได้ชัดเจน
    เราชอบธีม พล็อตของเรื่องนะคะ มีความละเอียดอ่อน รีเสิชมาดีด้วย (แม้เราจะงงๆเรื่องpokerอยู่นิดๆ แง5555)
    น้องจวิ้นคือแบบบริสุทธิ์มากอ่ะ แต่พลาดตรงที่ไปมองแจมินบ่อย จนเพื่อนจับสังเกตได้
    ไม่ก็ไปเตะตาแจมินเข้าจนทำให้กลายเป็นเหยื่อแบบนี้ ฮื้อ สงสารน้องมาก
    แจมินก็เอาความดีเข้าแลก ชอบมาทำให้หวั่นไหวอะ แล้วยังๆๆๆๆๆๆทำอะไรน้องไปอีกในคืนนั้น
    โอ๊ยฮื้อ เหรินจวิ้นก็ไม่ทันคนอยู่แล้วด้วย ยิ่งมาเจอคนเล่ห์เหลี่ยมจัดแบบแจมินอีก ฮื้อเชื่อแล้วว่าน้องรอดยาก
    ร้ายมากอะ หลอกน้องไปตึกร้าง แล้วยังโอ๊ยยยพวกเพื่อนๆอีกอะ แจมิ๊นนนน ใจร้ายเกินไปแล้ว
    เหรินจวิ้นไม่ผิดอะไรเลยอะแต่ต้องมาเจอเรื่องร้ายๆกับความคึกคะนองของกลุ่มแจมิน 
    ก่อนหน้านี้ยังอัดคลิปน้องไว้อีก โอ๊ยยยไม่รู้จะพูดคำไหนแล้วค่ะ แง้ๆๆ ; - ; 
    ดาร์กมากเลย ฮื้อ แต่ยังไงก็ขอบคุณนะคะ นานๆทีจะเจอฟิคแนวนี้ แถมยังแต่งได้ดี ภาษาสวยด้วย ฮรุก ขอบคุณค่ะ
    #54
    0
  16. #53 cohata (@cohata) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 01:10
    ชอบภาษาของไรต์มากเลย อ่านลื่นนน แจมินเรื่องนี้ดาร์กกว่าทุกเรื่องที่เคยอ่านมาเลย ฮื้อออ เอานางมาปั้นแล้วกลืนเลยได้มั้ย ทำงี้กับเหรินได้ไงงงงงง
    #53
    0
  17. #49 babieenior (@babieenior) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 23:38
    ฮืออออออรู้สึกใจบาปมาก น้องเหรินน่ารักมากไม่ควรมาเจออะไรแบบนี้เลยฮือT-T แจมินนี่ซาตานภายใต้หน้ากากเทวดาชัดๆ! สงสารน้องเหริน แค่แจมินคนเดียวก็แย่แล้วดันมีเพื่อนมาอีก ฮืออออออ เปราะบาง
    #49
    0
  18. #47 FAIICHACHa (@faiichacha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 01:42
    เนื้อเรื่องสะท้อนอะไรได้หลายๆอย่างเลยค่ะ
    คนเขียนเขียนดีมากกก ภาษาลื่นไหล อ่านแล้วอารมณ์ไม่สะดุดซักนิด ยิ่งอ่านยิ่งหดหู่ สงสารลูก แง๊ โป้งพิแจมวันนึงนะคะ นิสัยไม่ดี นี่ยังไม่กล้าอ่าน dark version เลยค่ะ กลัววว ตอนนี้ใจบางยิ่งกว่ากระดาษแล้ว ;___;
    #47
    0
  19. #46 SSeoljiN_ (@bluebell1875) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 00:11
    อ่านแล้วหดหู่ ; - ; จวิ้นน่าสงสารอ่าา
    #46
    0
  20. #45 chryre (@chryre) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 22:12
    ฮื่อแจมินโคตรเฬววววววววววววววว
    #45
    0
  21. #44 mttrow. (@minmin1632) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 13:42
    กิ้ดด ว่าแล้วตั้งแต่น้องแจมมา555555555555 ตอนน้องเหรินเข้าห้องน้ำก็คิดอยู่ว่าเอ้ะ ไม่ใช่ว่ามีกล้องนะ5555555555555 ดาร์กมากเบย/////
    #44
    0
  22. วันที่ 7 เมษายน 2560 / 13:15
    ตายแล้ววววว เรารู้สึดใจบาปมากแต่เรื่องนี้ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าหดหู่มากหน่อย สงสารจวิ้นมาก เนื้อเรื่องดีมากเลย ;_;
    #43
    0