ตอนที่ 3 : เฝ้ามองทุกห่วงอารมณ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

ฉีเตี้ยนมองหน้าเด็กสาวร่างผมแม้ว่าใบหน้าจะเปื้อนฝุ่นร่างกายมอมแมมชุดขาดเหมือนผ้าขี้ริ้วอย่างไม่รังเกรียจเช่นเดียวกับเสวี่ยเอ๋อร์

"อื้อ.."เด็กสาวร่างผอมตอบเสียงต่ำถึงเป็นเช่นนั้นฉีเตี้ยนและเสวี่ยเอ๋อร์ก็เข้าใจว่าเด็กสาวร่างผอมนางนี้ตกลงไปกับพวกตน

ฉีเตี้ยนไม่ตอบแค่พยักหน้าเบาแล้วยกมือขวาขึ้นก่อนจะใช้นิ้วชีจิ้มไปตรงหน้าผากเด็กสาวร่างผอม เมื่อจิ้มไปก็เกิดแสงสว่างเจิดจ้าในฉับพลันครอบคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า 

ไม่นานนักแสงสว่างก็ขยายใหญ่ขึ้นก่อนจะหายไปปรากฎร่างเป็นหญิงสาวผู้งดงามร่างกายผอมเพรียวสมบูรณ์พร้อม ก้อนเนื้อทั้งสองมีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินงาม องเอว สะโพก ก้นงอนจนชวนหลงไหล ไม่ต้องพูดถึงใบหน้าที่เหมือนเทพธิดาในภาพวาด ใบหน้าเนียนใสรูปไข่ตามหญิงงาม สองคิ้วคมบาง ดวงตาพราวเสนห์ จมูกงามล้ำ ปากบางเย้ายวน ผิดกับเด็กสาวร่างผอมเมื่อครู่เสียยิ่งกว่านรกสวรรค์เสียอีก

"ดูดีกว่าเมื่อครู่มากโขเห็นที่เจ้าต้องมีนามใหม่เสียแล้ว"พูดจบฉีเตี้ยนก็ส่งสายตาให้เสวี่ยเอ๋อร์ นางพยักหน้าเบาๆดวงตากลมโตสำรวจร่างกายเปลือยเปล่าของเด็กสาว..ไม่..ตอนนี้นางกลายเป็นหญิงสาวไปแล้ว

ผ่านไปไม่นานนักดวงตากลมโตราวกับส่องประกายเพราะเสวี่ยเอ๋อร์ค้นหาชื่ออันเหมาะสมให้หญิงสาว

"ยูอิ"

เมื่อเสวี่ยเอ๋อร์พูดฉีเตี้ยนก็หันไปมองแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่พยักหน้าให้

"ต่อไปนี้เจ้ามีนามว่า 'ยูอิ' "เสวี่ยเอ๋อร์พูดเสียงเบาทว่าทุกคนกับได้ยินชัดเจน

"ชื่อใหม่ของข้า ยูอิ!"หญิงสาวพึมพำเสียงเบาจนกลายเป็นไร้เสียงราวกับต้องการให้ชื่อนี้สลักลึกลงไปในจิตใจ

"อื้มม"ฉีเตี้ยนเค้นเสียงเบาๆเมื่อเห็นหญิงสาวพึมพำชื่อตัวนางนานพอสมควรก่อนพูดออกมา

"ยูอิ นับจากนี้หลายหมื่นหรือหลายแสนปีเราอาจได้พบกันอีกขอแต่เจ้าจงหาเส้นทางตนเองให้เจอและเจ้านั้นไม่มีวันแก่เฒ่าหรือตายจากไป"

ไม่รอให้ยูอิได้ตอบกลับฉีเตี้ยนและเสวี่ยเอ๋อร์หายวับไปอีกครา

ณ ชั้นบรรยากาศโลกฉีเตี้ยนมองลงไปเบื้องล่างโดยมีเสวี่ยเอ๋อร์อยู่ด้านข้าง

"เสวี่ยเอ๋อร์ ข้ามอบหมายให้เจ้าลงไปใช้ชีวิตบนโลกตราบนานเท่านานจนกว่าจะพบ้ขาอีกครั้งและครั้งนี้ข้าจะให้ร่างกายเจ้าเจริญเติบโตขึ้นจนถึงช่วงที่เ้จางดงามมากสุด"ไม่ต้องรอเว้นช่วงเสวี่ยเอ๋อร์ก็ตอบกลับทันที

"ค่ะ! เจ้านาย เสวี่ยเอ๋อร์รับบัญชา"เสวี่ยเอ๋อร์โค้งตัวให้ฉีเตี้ยนก่อนจะมุ่งลงไปด้านล่างโดยมีฉีเตี้ยนจับจ้องจนนางหายไปเบื้องหลังหมู่เมฆ

"ข้ารู้ว่าควรหาเจ้าได้อย่างไรหญิงงามทั้งสองทว่าข้าต้องสำรวจมนุษย์เหล่านี้จนกว่าข้าจะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวล"

สายตาฉีเตี้ยนทอดมองลงไปยังเบื้องล่างอีกครั้งก่อนแผ่สัมผัสแบ่งร่างแยกกว่าหมื่นร่างคล้างวิญญาณออกสำรวจ ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานนับเท่าใดถึงจะเข้าใจสิ่งที่สิ่งมีชีวิตเรียกว่าอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดเหล่านั้น

กาลเวลาเคลื่อนตัวภายในโลกหล้าอย่างรวดเร็วแต่กับฉีเตี้ยนแล้วเหมือนมันยังไม่ได้เคลื่นไหวในช่วงนั้นเองประกายแสงสีรุ้งได้พุ่งเข้าหาร่างของฉีเตี้ยน

ติ๊ง!

เสียงใสบางเบาดังมาจากด้านหลังของฉีเตี้ยนไม่นานก็ปรากฎกระบี่สีทองหม่นไม่นานนักมันก็ร้าวฉานดั่งกระจกแก้ว

กริ๊งงงง!

เพล๊งงงงง!

"แข็งแกร่ง!"เสียงทุ้มลึกลอยเบาเข้าโสตประสาทฉีเตี้ยนทว่าฉีเตี้ยนก็ไม่ได้ขยับเขยื่อนราวกับขุนเขาสูงชันไม่นานนักร่างกำยำสง่าราวกับเทพเซียนได้ปรากฎขึ้นเบื้องหลังของฉีเตี้ยน มันเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำสูงใหญ่สวมชุดเกราะสีทองสลับดำราวกับเทพนักรบ ใบหน้าดูโหดเหี้ยมแต่แฝงไปด้วยความน่ายำเกรง คิ้วหนาคมของมันราวกับหระบี่หนัก แม้จมูกมันดูธรรมดาสามัญทว่าปากมันดูไม่หยาบก้านมากนัก

"เจ้าเป็นใครทำไมถึงบุกมายังโลกที่ข้า 'เล่ยเทียน' ปกปักษ์"ชายวัยกลางคนถามน้ำเสียงข่มขู่ ฉีเตี้ยนไม่ตอบกลับเหมือนกับไม่ได้ยิน..เห้อมิใช่..ฉีเตี้ยนผู้ยิ่งใหญ่กำลังอยู่ในห้วงรับรู้อารมณ์จึงตัดสัมผัสออกไป

"นี่เจ้ากล้าเมินเฉยต่อข้ารึ"เล่ยเทียนขบฟันแน่นเพราะมันคือตัวตนอันน่าเกรงขาม 'ขุนพลสวรรค์' ตัวที่แม้แต่เหล่าเทพยังนอบน้อม

"หุบปาก"ฉีเตี้ยนเค้นเสียงพร้อมกับปล่อยแรงกดดันออกมาเล็กน้อยแต่กับเล่ยเทียนมันราวกับถูกดวงดาราฟาดใส่ ในยามนี้ใบหน้ามันซีดขาวคิดถอยห่างจากฉีเตี้ยนด้วยการฉีกมิต ฉีเตี้ยนไม่สนใจเล่ยเทียนจึงหนีไปพร้อมกับความแค้นเคืองในจิตใจหากฉีเตี้ยนมองอยู่คงรู้ได้ไม่ยากว่ามันจะบอกว่า 'ข้าจะกลับมาแก้แค้น'

เมื่อเล่ยเทียนหายไปฉีเตี้ยนก็จมลึกเข้าสู่ประสาทสัมผัสมองร่างจำแรงที่ส่งไปด้วยความรู้สึกจริง สิ่งแรกที่ฉีเตี้ยนเห็นนั้นคือภาพชายหญิงคู่หนึ่งทะเลาะกันในสถานที่ลับตา ภาพต่อมาคือหญิงสาวถูกชายฉกรรจ์รุมล้อมก่อนมีชายหนุ่มเป็นดั่งความหวังเข้ามาช่วยทว่าเพียงครู่เดียวมันก็ถูกฆ่าตายหญิงสาวถูกย่ำยี 

ภาพต่อมาเป็นภาพเหล่าเด็กน้อยวิ่งเล่นไปทั่วทุ่ง ภาพต่อมาก็ังเป็นเด็กน้อยวิ่งเล่นทว่าเด็กน้อยพวกนั้นวิ่งเล่นอยู่ภายในเมือง

ภาพยังเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับใบหน้าและน้ำเสียง ทุกข์ สุข โกรธ หลง ราคะ แสแสร้ง หลอกลวง โป้ปด ไร้สัจจะ ทรยศ สัญญา ตระบัดสัตย์ บ้าคลั่ง ไร้สติ สูญสิ้นทุกสิ่ง ฯลฯ 

ทุกภาพยังคงหมุนวนแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาจากเช้ากลายเป็นกลางวัน ภาพของคนกลุ่มหนึ่งกำลังไล่ล่าสิ่งมีชีวิตกับภาพสิ่งมีชีวิตกล่มหนึ่งไล่ล่าคน

ภาพนักต้มตุ๋นกำลังหลอกลวงตีสีหน้าแกล้งแสร้งทำเพื่อผลประโยชน์ ไม่ว่าการโก่งราคา จับไปเป็นทาส 

ช่วงเวลาเปลี่ยนไปเป็นช่วงค่ำคืน ภาพใหม่ในแบบที่ฉีเตี้ยนไม่เคยได้พบก็ปรากฎเบื้องหน้า ภาพของคนกลุ่มใหญ่เต้นรอบกองไฟ ภาพวิวายามราตรีจวบจนภาพชายหญิงร่วมรักกัน

วันเวลาผ่านไปเช้า กลาง วันเย็น จากวันเป็นเดือน เดือนเป็นปี จากหนึ่งปีเป็นสิบปี ยี่สิบปี ... ร้อยปี พันปี หมื่นปี แสนปี ล้านปี

ภาพของวันเวลาผันแปรจนมี การนับสัปดาห์ขึ้นมาและสภาพทุกอย่างในโลกเปลี่ยนแปรไปจากยุคผู้คนมีพลังแปลกประหลาดสู่ยุคที่ผู้คนใช้เทคโนโลยี ตึก บ้าน อาคาร ต่างๆมากมายได้ปรากฎขึ้น

ฉีเตี้ยนผู้เฝ้ามองมาอย่างเนิ่นนานบัดนี้ได้ส่งร่างหนึ่งของตนลงไปดูใต้ผืนดินทะลุชั้นดินหนาสำรวยกว่าพันปีจนถึงแก่นโลกในที่สุดฉีเตี้ยนก็ลืมตาขึ้นมา

----โปรดติดตามชมตอนต่อไป----

ไรท์:ใครเดาเนื้อตอนต่อไปได้จะบอกว่านายเทพมาก

ติชมได้นะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

11 ความคิดเห็น