หมิงเหม่ย { 明美 }

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 ประกาศิตสีเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,851
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,020 ครั้ง
    14 ก.พ. 61


บทที่ 7

 

ประกาศิตสีเลือด

 

ป่าเจ็ดดารา ตามเรื่องราวที่ได้ทราบมาจากภาพจำของเยว่หมิงเหม่ยนั้น คือป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแคว้นเซี่ยเลยก็ว่าได้ ด้านเหนือสุดนั้นติดกับน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแปดแคว้นนามว่า น้ำตกสวรรค์หม่าซือ ส่วนทางด้านทิศตะวันออกนั้นกลับกว้างไกลอย่างที่สุดจนไปสุดเขตแดนของแคว้นเซี่ยที่ติดกับแคว้นฮั่น


โดยป่าเจ็ดดารานั้นถือเป็นผืนป่าที่ผู้คนโดยส่วนใหญ่มักหลีกเลี่ยงอยู่เสมอ เพราะมันเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยมวลหมู่อสูรมากมายหลากหลายสายพันธุ์ อ่อนแอบ้างแข็งแกร่งบ้างปะปนกันไป ขณะเดียวกันภายในผืนป่าก็ยังเต็มไปด้วยสมุนไพรมากมายนับร้อยนับพัน เป็นสวรรค์ของนักปรุงโอสถอย่างแท้จริง และด้วยสมุนไพรเหล่านี้นี่เองที่ดึงดูดความสนใจให้แก่ผู้คน ที่มิได้กลัวเกรงต่ออสูรเหล่านั้น


ดูแล้วคล้ายการเสี่ยงโชค หากโชคดีพวกเขาอาจพบสมุนไพรหายากที่ขายได้ราคาดี เพียงพอให้มีชีวิตอย่างสุขสบายไปอีกหลายปี ขณะเดียวกันหากโชคร้าย พวกเขาก็อาจจะกลายเป็นอาหารอันโอชะของอสูรที่แข็งแกร่งภายในป่าเจ็ดดารานั่น


นอกจากนั้นป่าเจ็ดดารายังมีบางสิ่งที่น่าประหลาดกว่าป่าโดยทั่วไปอยู่ถึงสองประการ ประการที่หนึ่งยามรุ่งราวสองชั่วยาม ต้นไม้ใบหญ้าของป่าเจ็ดดาราจะผันเปลี่ยนกลายเป็นสีเหลืองอ่อนคล้ายการฉายแสงของอรุณรุ่ง ประการที่สองยามพลบค่ำราวสองชั่วยามเช่นกัน ต้นไม้ใบหญ้าทั้งหมดจะผันแปรตัวเองอีกครั้งให้กลายเป็นสีดำสนิทคล้ายเถ้าถ่าน ส่วนยามปกตินั้นพวกมันจะมีสีเขียวขจีเฉกเช่นต้นไม้ใบหญ้าโดยทั่วไป


 

.


.


.


เปลือกตาที่แสนหนักอึ้งของหมิงเหม่ยพลันขยับเคลื่อนไหวอีกครั้ง ใบหน้าดูคล้ายจะเจ็บปวดอยู่หลายส่วน ทั้งร่างกายที่บอบช้ำ กล้ามเนื้อเหมือนจะชำรุดอยู่มากจากการฝืนออกแรงเพื่อเอาชีวิตรอด ขณะเดียวกันความทรงจำที่ไหลบ่าเข้ามาราวเข็มนับพันที่กำลังทิ่มแทงเข้ามาอย่างพร้อมเพียงนั้น ยังคงสร้างอาการปวดศีรษะของนางอยู่มากเลยทีเดียว


แต่กระนั้นด้วยความทรงจำของเยว่หมิงเหม่ย หมิงเหม่ยในครานี้นับว่ารู้ความเป็นไปของโลกแห่งนี้มากขึ้นแล้ว โลกที่ยึดถือความแข็งแกร่งเป็นที่ตั้ง โดยมิได้เหลือบแลต่อสิ่งใด ดูแล้วช่างเข้ากับเครื่องจักรสังหารที่ไร้ความรู้สึกเช่นนางอยู่มาก และสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนก็คือ โลกนี้เป็นคนละโลกจากที่นางจากมาอย่างแน่นอน


ไม่ต้องกล่าวอะไรให้มากความ เพียงรับรู้ว่าโลกใบนี้มีเพียงทวีปสองทวีป เท่านั้นก็ชัดเจนมากพอแล้ว เพราะในโลกเดิมที่นางจากมานั้น มีทวีปมากถึงเจ็ดทวีปด้วยกัน


แต่กระนั้นสิ่งหนึ่งที่หมิงเหม่ยหนักใจอย่างยิ่งนั้น ล้วนเป็นเพราะร่าง ๆ นี้ ที่นับว่าอ่อนแอยิ่งนัก อ่อนแอกว่าน้องสาวที่เป็นเพียงผู้พิการของนางในโลกเดิมเสียอีก ดูเอาเถิด. .. เพียงฝืนใช้กำลังกายเพื่อเอาชีวิตรอด ร่างกายบาง ๆ นี่ก็แทบจะแตกละเอียดคล้ายกับผงเกลือแล้ว มิต้องกล่าวถึงทักษะการต่อสู้ของนางในโลกเดิมเลย เพียงใช้ดาบสีเงินนั้นให้คล่องแคล่วราวหนึ่งในสิบส่วนจากที่นางเคยทำได้ เท่านั้น. ..ก็นับว่ายากเกินพอ !!


แต่กระนั้นข้อความที่ได้รับจาก เสียงลึกลับคล้ายอิสตรีผู้นั้น ยังคงดังก้องอยู่ในความรู้สึกของนางอยู่เสมอ ชะตาชีวิตของเจ้าหมดลงเพียงครึ่ง หาได้จบสิ้นลงเพียงเท่านี้ไม่นั่นล้วนหมายความว่าทั้งนางและร่าง ๆ นี้อาจมีจุดเชื่อมโยงบางอย่างต่อกัน ทั้งเมื่อเยว่หมิงเหม่ยผู้นั้นตกตายไป กลับเป็นนางที่ได้รับสิทธิในการครอบครองร่างนี้แทน และประการสำคัญคือทั้งสองมีนามเดียวกันว่า. .. หมิงเหม่ย


            ในเมื่อได้รับโอกาสนี้มาแล้ว ข้าเองจะกระทำทุกสิ่งอย่างมีคุณค่าข้าจะไม่ให้เจ้าต้องตายเปล่าอย่างแน่นอน เยว่หมิงเหม่ย


นางคิด แต่กระนั้นเครื่องจักรสังหารที่ไร้ความรู้สึกเช่นนางก็หาได้โง่เง่า รอยแค้นนี้ของหมิงเหม่ยคนก่อนล้างแค้นสิบปีก็ยังไม่สาย สถานะของตระกูลเยว่ในตอนนี้แข็งแกร่งและน่ายำเกรงมากเพียงใด หมิงเหม่ยล้วนทราบดี มิเช่นนั้นบิดาของนางคงมิได้รับการแต่งตั้งให้เป็นถึงแม่ทัพสูงสุดของแว่นแคว้นได้หรอก


นอกจากนี้หมิงเหม่ยในตอนนี้นับว่ามีร่างกายที่อ่อนแออย่างมาก แม้นางจะมีทักษะและวรยุทธที่สูงค่ามากเพียงใด นั่นย่อมไร้ประโยชน์ในครานี้ ทักษะที่นางมีในกาลก่อนล้วนสร้างภาระให้ร่างกายเป็นอันมาก เคราะห์ดีที่ร่างกายเดิมของนางผ่านการตัดต่อพันธุกรรม ทั้งยังได้รับการบำรุงและเพิ่มความแข็งแกร่งเป็นอย่างดี ซึ่งนั่นมิใช่วิธีที่จะสามารถใช้ กับร่างอันแสนบอบบางนี้ได้


แต่กระนั้นก็ใช่ว่าเครื่องจักรสังหารเฉกเช่นนางจะสิ้นไร้วิธีการ หากมิอาจใช้วิธีเร่งรัดได้อย่างเช่นกาลก่อน นางก็จะขอเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะเดียวกันนางก็จะพยายามรื้อฟื้นความแข็งแกร่งและประสาทสัมผัสของนางให้ได้โดยเร็ว เพราะในโลกที่แสนอันตรายนี้ หากอ่อนแอนั่นก็ล้วนมิต่างอันใดกับการตายไปแล้วครึ่งตัว


ณ ตอนนั้นหมิงเหม่ยหวนคิดถึงเรื่องราวในภาพจำของเยว่หมิงเหม่ย อันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าเวทย์ศาสตรา ดูคล้ายเป็นสิ่งที่เรียกว่ากำลังภายในผสานกับสิ่งที่เรียกว่าเวทมนตร์ ซึ่งร่าง ๆ นี้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงเศษขยะไร้ค่าของตระกูลที่มิอาจใช้งานสิ่งนั้นได้


อืมมม. .. แต่ในครานี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะตามภาพจำที่ได้พบเห็นมา เมื่อครั้งยังอยู่ในครรย์เยว่หมิงเหม่ยและมารดา ได้ถูกวางยาจากหญิงสารเลวเหล่านั้น อันเป็นผลให้เมื่อแรกคลอดนางจึงมิอาจสำแดงความสามารถทางเวทย์ศาสตราออกมาได้ ทั้งนั่นยังเป็นผลให้มารดาของนางต้องตกตายลงไป


หมิงเหม่ยในกาลนี้มิได้โกรธแค้นหรือมีความรู้สึกอันใดกับหญิงสารเลวที่จองเวรจองกรรม เยว่หมิงเหม่ยคนเก่ามากนัก แต่มันกลับเป็นความรู้สึกอยากตอบแทนหรือช่วยเหลือเจ้าของร่างเดิมเสียมากกว่า นางที่ได้ถือวิสาสะเข้าครอบครองร่างที่มิใช่ของตน เห็นทีแล้วคงต้องกระทำสิ่งใดเสียบ้างเพื่อเจ้าของร่างเดิมนางนั้น


และสิ่งที่นางวางแผนจะทำนั้น ย่อมเป็นการเรียกคืนเกียรติและศักดิ์ศรีของคุณหนูสี่ผู้แสนอาภัพนามเยว่หมิงเหม่ย เปิดโปงความเลวทรามของหญิงสารเลวพวกนั้น พร้อมตอบแทนเหล่าพี่น้องที่ชิงชังนางราวสัตว์เดรัจฉาน และประการสำคัญคือการเรียกร้องความเป็นธรรมให้มารดาที่ตายจากไป


            “แล้วเจ้าเล่า เหตุใดจึงติดตามข้ามาถึงที่นี่ได้. .. ประกาศิตสีเลือด ?”


หลังชันกายลุกนั่งด้วยความยากลำบากจนเป็นผลสำเร็จนั้น หมิงเหม่ยได้มองไปยังบริเวณหลังฝ่ามือขวาของนาง อันปรากฎสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่ดูคุ้นตาอย่างที่สุด มันคือสิ่งที่ไม่สมควร. ..ไม่สมควรมาปรากฏยังร่าง ๆ นี้ได้เลยเพราะมันคือสิ่งที่ติดกายหมิงเหม่ยในโลกเดิมมาตั้งแต่เกิด ทั้งยังเป็นอาวุธสังหารที่ร้ายกาจที่สุดในโลกใบนั้น


สัญลักษณ์บริเวณหลังฝ่ามือขวานั้น คือรูปคล้ายดาบยาวเรียวงาม ที่เต็มไปด้วยโซ่เส้นเล็ก ๆ คร่ากุมเอาไว้อย่างมั่นคงและแนบแน่น ทั้งสัญลักษณ์นั่นยังมีสีแดงฉาน มิต่างอันใดกับสีของเลือดเลยแม้แต่น้อย


ประกาศิตสีเลือดนั้น นับว่าเป็นอาวุธสังหารที่น่ากลัวที่สุดในโลกเดิมที่หมิงเหม่ยจากมาอย่างแท้จริง อาวุธสังหารที่ตัดผ่านทั้งยังทะลวงสิ้นทุกสิ่ง คือคำกล่าวที่ตรงกับมันมากที่สุดแล้ว


นอกจากนี้ความสามารถของมันอีกประการก็คือ มันสามารถยืดหรือหดได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน หรือกระทั่งการแบ่งแยกจำนวนของมันก็ตาม แต่ทั้งนี้. ..นั่นย่อมขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสำคัญอยู่หนึ่งประการ


นั่นคือทุกครั้งที่ใช้งาน ผู้ใช้จักต้องสูญเสียโลหิตในระดับหนึ่ง ในทุก ๆ ครั้งที่เรียกมันออกมา กล่าวคือ มันเป็นอาวุธสังหารที่เป็นได้ดั่งดาบสองคม ด้านหนึ่งคืออาวุธที่น่าหวาดกลัวเต็มไปด้วยพลังทำลายอย่างมหาศาล ขณะที่อีกด้านหนึ่งนั้น ก็เป็นเครื่องมือที่จะย้อนกลับมาทำลายผู้ใช้งานมันเช่นกัน


แต่ด้วยการที่หมิงเหม่ยในโลกเดิม เป็นดั่งเครื่องมือสังหารที่ไร้ซึ่งความรู้สึก นั่นจึงทำให้นางมิเคยเหนื่อยอ่อนหรืออ่อนเพลียใด ๆ จากการใช้งานประกาศิตสีเลือดเลยแม้เพียงสักครั้ง ขณะเดียวกันเลือดจำนวนนั้นที่สูญเสียไป ก็จะได้รับการเพิ่มพูนและรักษาบาดแผลจากความสามารถพิเศษในการฟื้นฟูของนางเอง


เช่นนั้นแล้วหมิงเหม่ยจึงมีความเหมาะสมอย่างที่สุด ในการใช้งานประกาศิตสีเลือด พลังทำลายราวกองทัพทหารทั้งกอง ผสานด้วยการฟื้นฟูที่เหนือล้ำกว่ามนุษย์ไปมากโข ทั้งสองสิ่งเมื่อรวมกับความเร็วที่นางมี นางจึงกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่เมื่อใครได้ยินชื่อ ต่างก็พากันครั่นคร้ามในประสิทธิภาพที่นางมีแทบทั้งสิ้น


 

            แผลหายไป ?” หญิงสาวยกฝ่ามือของตนขึ้นมองพิศ ณ จุดที่สมควรจะมีบาดแผลขนาดใหญ่จากคมเขี้ยวที่นางกัดลงไปอย่างสุดแรงในคราเอาชีวิตรอดจากน้ำตกนั่น ณ ตอนนี้กลับมิพบบาดแผลใด ๆ เลยแม้เพียงนิด ฝ่ามือขาวละมุนน่าถนุถนอมช่างบริสุทธิ์และดูสะอาดตาราวกับมิเคยหยิบจับหรือสัมผัสสิ่งใดเลยเสียด้วยซ้ำ


            ซึ่งนั่นสมควรเป็นความสามารถในการรักษาตนของนางที่เหนือล้ำกว่ามนุษย์

            แต่มิใช่มันเป็นความสามารถในโลกเดิมเช่นนั้นหรือ ? เป็นไปได้อย่างไรที่ร่างนี้จะมีมันได้ ?

            ทั้งความสามารถในการใช้ประกาศิตสีเลือด หรือจะเป็นความสามารถในการฟื้นตัว

            นี่ไม่เท่ากับร่างนี้ได้รับการสืบทอดทักษะในโลกเดิมของนางมาแทบทั้งหมดเลยงั้นหรือ ?


ณ ตอนนั้นนางพยายามใช้ประกาศิตสีเลือดอีกครา ซึ่งผลก็ออกมาว่านางสามารถเรียกใช้งานมันได้อย่างคล่องแคล่วยิ่งนัก แต่ผลเสียของการเรียกใช้งานก็มีอยู่เช่นกัน นั่นเพราะนางจะรู้สึกอ่อนเพลียเร็วกว่าเดิมนับเท่าตัว เมื่อกระทำการเรียกใช้งานมัน แน่ล่ะ !! มันคือทักษะที่แปรเปลี่ยนโลหิตให้กลายเป็นดาบสีเงินเรียวงาม ที่สะบั้นได้แม้แต่หินผาหรือแร่ที่แกร่งที่สุด เมื่อร่างกายส่วนเสียเลือดจำนวนหนึ่งไปอย่างฉับพลัน นั่นจึงช่วยไม่ได้เลยที่ร่างกายจะรู้สึกอ่อนเพลีย


หมิงเหม่ยในร่างเดิมนั้นแทบไม่รู้สึกใด ๆ เมื่อใช้งานมันหรือจะเรียกออกมาบ่อยเพียงใด แต่นั่นย่อมมิใช่กับร่างใหม่นี้ นี่คือสิ่งที่หมิงเหม่ยในกาลปัจจุบันสามารถรับรู้ได้อย่างแท้จริง ก่อนที่หลังจากนั้นพลังการฟื้นตัวของนางจำสำแดงพลังเฉกเช่นในโลกเดิม เพียงแต่ในครานี้มันดูเชื่องช้าราวกับหอยทากกำลังก้าวเดินเลยทีเดียว


ดวงตาคู่งามราวแสงทอประกายจากดวงจันทรา พลันเหม่อมองไปยังผิวน้ำเรียบสงบที่อยู่ห่างไกลออกไปราวหนึ่งลี้ ( ประมาณ 500 เมตร ) สมองพลันครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้และความเกี่ยวข้องที่นางกำลังมองข้ามไป


            เช่นนั้น ข้าควรฝึกทักษะต่าง ๆ ของข้าให้กลับคืนมาดีหรือไม่ ?” หมิงเหม่ยพลันบังเกิดความคิด ในเมื่อความสามารถหลัก ๆ ของนางยังคงอยู่ถึงสองประการ เช่นนั้นแล้วนางยังต้องสนใจในเวทย์ศาสตราที่นางมิรู้ว่าเป็นอย่างไร ทั้งยังทำอันใดได้บ้างอีกหรือ ?


การกระทำสิ่งใด. .. หากลงมือในสิ่งที่ตนเองเชี่ยวชาญและชำนาญ ย่อมให้ผลดีกว่าการลองผิดลองถูกในสิ่งที่ตนมิได้รู้จัก เช่นนั้นแล้วหากนางลืมเลือนเรื่องเวทย์ศาสตรา และพุ่งความสนใจในทักษะต่าง ๆ ที่นางเคยมี นั่นย่อมเป็นความคิดที่เหมาะสมที่สุดแล้วในครานี้ ความสามารถนี่อย่างน้อย ๆ ในเวลาอันใกล้ หญิงสาวนางนี้จักต้องไม่เป็นตัวตนที่ไร้ค่าอีกต่อไป. ..

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.02K ครั้ง

7,217 ความคิดเห็น

  1. #7089 siney (@asakurayo2004) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 18:28
    แอบคิดถึงเสาค้ำสมุทรของหงอคง
    #7089
    0
  2. #5965 April MB (@9852147) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 19:58
    ใช้คำฟุ่มเฟือยและติดพรรณนาเยอะไป หลายประโยคเลยที่สามารถทำให้สั้น กระชับ และน่าอ่านได้ แต่นี่อ่านแล้วรู้สึกเหนื่อยเลยค่ะ แต่เนื้อเรื่องน่าติดตามมาก อยากให้ปรับปรุงแก้ไขตรงนี้
    #5965
    0
  3. วันที่ 10 เมษายน 2561 / 15:44
    อ่าน่าติดตามแต่จะทันไหมเห็นบอกจะปิดตอน
    #5627
    0
  4. #1948 9970 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:35
    พอตเรื่องคล้ายๆกับเหม่ยหลิงเลยอ่ะ
    #1948
    4
    • #1948-2 กาฬวาด (@Parichat1122) (จากตอนที่ 8)
      13 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:22
      เรื่อง เฟยหลิง หรือป่าวค่ะ
      #1948-2
    • #1948-4 LadyPringles (@tuuworawan) (จากตอนที่ 8)
      11 มีนาคม 2561 / 19:08
      คล้ายมากกๆ
      #1948-4
  5. #1903 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:14
    ขอบคุณค่ะ
    #1903
    0
  6. #1851 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:21
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #1851
    0
  7. #1779 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:33
    อยากให้หมิงเหม่ยกลับมาเก่งไวๆและแก้แค้น
    #1779
    0
  8. #887 Adelline (@Adelline) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:01
    แล้วนางจะแก้พิษแล้วกลับมาใช้มนตราได้ไหม
    #887
    0
  9. #716 Vanesai (@Bee-Phinixo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:17
    เป็นความคิดที่ฉลาด
    #716
    0
  10. #591 jejy66 (@jejy66) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:41
    เนื้อเรื่องให้เยอะหน่อยสิคะ อย่าเอาแต่น้ำมากอ่านแล้วมันไม่สนุก
    #591
    0
  11. #575 MoonlightMeow (@MoonlightMeow) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:30
    ขอบคุณฮับ
    #575
    0
  12. #542 Zebastian Michaelis (@beerorbie) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:20
    น้ำเย้อเยอะ เนื้อเรื่องแทบจะไม่ไปไหน
    #542
    0
  13. #518 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:08
    สู้ๆๆๆ เอาให้เก่งๆๆ เลยย
    #518
    0
  14. #279 Pheonixy (@pattss) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 08:29
    ฝึกฝนให้เก่งๆไปเลยจ้า แล้วกลับไปเอาคืน
    #279
    0
  15. #130 dewwiizodiac (@dewwiizodiac) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 14:19
    ฝึกตัวเองให้แข็งแกร่ง สู้ๆนะนางเอก
    #130
    0
  16. #54 amporn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 12:04
    ขอบคุณค่ะ
    #54
    0
  17. #53 sangin2 (@Sangin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 06:37
    มาต่อไวไวนะคะ
    #53
    0
  18. #52 phasi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 05:26
    รอรอมาต่อเร็วๆน้า
    #52
    0
  19. #51 หนูนานะคะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 04:18
    รอติดตามต่อนะคะ
    #51
    0
  20. #50 sotaiyin (@sotaiyin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 02:06
    สนุกมากๆ เลยค่ะ   รอตอนต่อไปค่าาา  
    #50
    0