ตอนที่ 5 : - SECTION O4 : รักคือสงคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 ต.ค. 59

 

 

 

 

           

         Love is like war: Easy to begin but hard to end. - Anonymous

 

 

 

 

 

SECTION O4

 

 

 

เพราะความรักคือสงครามที่ยากจะทำให้มันจบ ...

 

 

หลังจากที่เมื่อคืนได้เปิดสงครามความรักขนาดย่อมขึ้นมาเพียงเพราะใครฝ่ายหนึ่งเกิดเล่นตุกติกก่อน แน่นอนว่าความรู้สึกที่สนิทกันมานานมันเริ่มไม่เหมือนเดิมไปแล้ว พวกเขาทำพลาดในเรื่องเป้าหมายของตัวเองที่ตั้งเอาไว้ ทั้งควอนซูนยองและจอนวอนอูต่างมีเป้าหมายหัวใจเดียวกันคือ อีจีฮุน คนสองคนกับหนึ่งเป้าหมายเดียวกัน มันไม่มีทางคิดออกเลยว่าศัตรูจะกลายเป็นเพื่อนกันได้ การแข่งกันมันไม่มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันแต่แรกอยู่แล้ว ไม่มีน้ำใจนักกีฬาเหมือนการแข่งขันกีฬา เพราะหากคู่แข่งลงมือช่วยเหลือกันและกัน เมื่อถึงจุดจบของผลลัพธ์ที่ได้ตรงตามเป้าหมาย

 

 

แล้วใครกันล่ะที่จะเป็นผู้ชนะในสงคราม ?

 

 

นัยน์ตาเรียวคมเหลือบมองเพื่อนสนิทหน้ามึนที่ยังคงนั่งตักซีเรียลรสน้ำผึ้งในชามสีเทาเข้าปากอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องเมื่อคืน ครั้นเพื่อนสนิทเงยหน้ามองเจ้าตัวกลับ คนโดนมองก็ถึงกับก้มหน้าก้มตาตักซีเรียลเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตาย อันที่จริงจะบอกว่าควอนซูนยองกลัวคู่แข่งอย่างจอนวอนอูก็คงไม่ถูกเสียทีเดียว ซูนยองไม่มีทางกลัวการแข่งขันอยู่แล้ว ซ้ำร้ายเขายิ่งชอบการแข่งขันยิ่งกว่าสิ่งใด ซูนยองชอบการเอาชนะและชอบการเป็นที่หนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ภายในใจรู้สึกกระวนกระวายเกินเหตุคงเป็นเพราะ

 

 

ควอนซูนยองกลัวการเสียเพื่อนรักอย่างจอนวอนอูไปต่างหาก ...

 

 

ไม่ใช่เรื่องดีที่สิ่งเดิมพันสงครามรักในครั้งนี้คือ ความรักของเพื่อนสนิทตัวเล็กที่ไม่ได้รู้เรื่องราวความลับนี้ ถ้าหากจีฮุนรู้ขึ้นมา พวกเขาสามคนอาจมองหน้ากันไม่ติดกันไปอีกนาน ความรักไม่ใช่สิ่งที่จะมาเดิมพันกันเล่นๆข้อนี้พวกเขารู้ดี แต่ในเมื่อสงครามความรักกลายๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นเริ่มต้นแล้ว ความลับนี้ก็ต้องดำเนินต่อไป

 

 

แต่ไม่มีใครไม่รู้หรอกว่าความลับมันไม่มีในโลกใบนี้

 

 

 

กลัวแพ้รึไง ? ”

 

ห้ะ ? อะไรใครกลัว ”  ซูนยองสะดุ้งเฮือกเมื่อเพื่อนสนิทที่นั่งตรงข้ามเอ่ยขึ้นมาทั้งๆที่สายตายังคงจ้องชามซีเรียลอยู่

 

เก็บอาการสีหน้าไม่เก่งเลยนะมึง

 

อะไรของมึง กูเปล่า

 

สีหน้ากระวนกระวายนั่นไง

 

กูเปล่ากระวนกระวาย มั่วแล้วไหมล่ะมึง ว่าจบก็รีบตักซีเรียลในชามเข้าปากคำใหญ่พร้อมเคี้ยวกร้วมๆราวกับกำลังจำแลงตัวเป็นแฮมสเตอร์อยู่

 

มึงคิดว่ากูคบกับมึงมาปีนึงแล้วกูจะโง่ไม่รู้เหรอวะว่ามึงกำลังรู้สึกยังไงอยู่ วอนอูเงยหน้าจากชามซีเรียลขึ้นมามองใบหน้าหล่อของเพื่อนสนิท

 

“ ... มึงสู่รู้มากไปเองต่างหาก

 

ที่จริงกูก็กลัวแบบมึงเหมือนกัน

 

“ ... ”

 

ความจริงเราไม่ควรชอบคนเดียวกันเลยว่ะซูนยอง ฉันไม่อยากให้เป็นแบบนั้น

 

ถ้าไม่อยากชอบคนเดียวกันมึงก็ให้กูชนะดิ่ คิ้วสวยยักขึ้นลงอย่างท้าทาย มาดคนกวนประสาทของควอนซูนยองกลับมาแล้ว เพียงเท่านี้จอนวอนอูก็โล่งใจบ้างแล้ว การแข่งที่เหมาะสมมันต้องมีแรงกายแรงใจที่แน่วแน่ไม่ใช่ว่าใครฝ่ายหนึ่งกำลังรู้สึกกระวนกระวายแบบนั้น มันไม่สมศักดิ์ศรีหรอกนะ

 

 

แต่อันที่จริงแล้ว ถึงจะเป็นคู่แข่งกัน แต่ลึกๆแล้วเพื่อนก็คือเพื่อน ...

 

 

ไม่มีทาง

 

กูไม่ออมมือให้หรอกนะ มึงก็รู้ว่ากูชอบจีฮุนมานานแค่ไหน

 

หึ ... วอนอูได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาในตัวเพื่อนสนิทเท่านั้น หมอนั่นมันรู้ดีว่าเขาแอบชอบจีฮุนมานานแค่ไหนรึไงถึงได้พูดเอาแต่ใจอย่างนั้น

 

หรือต่อให้มึงชอบจีฮุนก่อนกู กูก็ไม่ออมมือให้ เพราะนี่เป็นสงคราม ไม่มีมิตรในสงครามหรอก

 

งั้นเหรอ ? สรุปคือนี่จะวอร์กันแล้วใช่ไหม จะได้ตั้งตัวถูก เพื่อนหน้ามึนเงยหน้ามองด้วยแววตาทีเล่นทีจริงไร้แววตาเฉยเมยอย่างที่เป็นอยู่ประจำ เพราะสายตาคมที่ดูร้ายกาจนั่น เรียกรอยยิ้มร้ายกาจของควอนซูนยองผู้ยัวะอารมณ์ขึ้นง่ายให้ขึ้นมาประดับบนใบหน้าหล่อได้ไม่ยาก

 

เริ่มตั้งการ์ดตั้งแต่ตอนนี้เลยก็ยังทันนะ

 

กูตั้งการ์ดตั้งนานแล้ว มีแต่มึงที่ตั้งๆปล่อยๆ โลเลเป็นนิสัย

 

ไหนๆมึงบอกว่ามึงตั้งการ์ดตั้งนานแล้ว ...

 

“ ... ”

 

งั้นลองมางัดหมัดต่อยกันสักตั้งดูก็น่าจะเข้าท่าว่ะ

 

“ ... ”

 

ไม่ยากเว่ย เรามานัดจีฮุนพร้อมกัน ถ้าจีฮุนไปหาใครก่อน คนนั้นชนะในนัดนี้ แถมยังได้จีฮุนไปเดทหนึ่งวันเต็มๆ เป็นไง ข้อเสนอน่าสนใจพอที่มึงจะขยับตัวสู้กับกูไหมล่ะ ? ” ซูนยองหยิบยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจให้เพื่อนสนิทที่ทำหน้านิ่งแม้ภายในสมองจะกำลังครุ่นคิดบางอย่างอยู่ แต่จู่ๆวอนอูก็เผลอแค่นหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อนึกได้ว่าท่าทางของเพื่อนสนิทของเขาดูมั่นใจจนกลัวเจ้าตัวจะหน้าแตกไปเสียก่อน

 

มึงกล้าพอไหมล่ะ ?

 

กล้าดิ่ กูกล้าแน่ๆ

 

มึงมั่นใจมากรึไงว่าจีฮุนจะไปหามึง ไม่ใช่ว่าอยู่ๆจีฮุนเดินมาหากูแล้วมึงจะนกฟรีๆหรอกนะ วอนอูยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะหยิบชามสีเทาที่ไร้ร่องรอยของซีเรียลมาไว้ในมือเตรียมลุกจากเก้าอี้ไปเก็บชามของตัวเอง

 

เพราะกูมั่นใจไงว่าจีฮุนจะมาหากู หยิบมือถือมึงออกมาได้แล้ว

 

ซูนยองเอ่ยเร่งให้เพื่อนสนิทหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา วอนอูที่หันมามองเพื่อนตัวแลบคะยั้นคะยอเร่งให้ทำตามก็ได้แต่ถอนหายใจกับความเอาแต่ใจของเพื่อนรัก สุดท้ายเขาก็ต้องจำใจวางชามซีเรียลที่กำลังจะเตรียมไปเก็บที่ซิงค์น้ำลงแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมา เปิดหน้าแอพลิเคชั่นแชทข้อความที่เหมือนกันกับที่ซูนยองมักจะใช้บ่อยๆ ก่อนจะแตะปลายนิ้วลงบนจอพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็วพอๆกับที่อีกฝ่ายกำลังพิมพ์ข้อความอยู่ นัยน์ตาเรียวคมสบเข้ากับดวงตาเรียวที่มองมาในจังหวะเดียวกันราวกับอ่านใจออกว่ากำลังคิดอะไรกันอยู่ ในห้วงความคิดของควอนซูนยองและจอนวอนอูมีเพียงแค่คำว่าชัยชนะในนัดนี้จะมีชัยไปกว่าครึ่ง การเดทหนึ่งวันมันไม่ได้มาง่ายๆเลยด้วยซ้ำไป

 

ฉะนั้นพวกเขาจะไม่ยอมแพ้ในเดิมพันนัดนี้เด็ดขาด และกว่าจะรู้ตัวกันอีกที

 

 

 

และปลายนิ้วของทั้งคู่แตะเข้าที่แป้นส่งข้อความเป็นที่เรียบร้อย

 

 

 

รอดูผลลัพธ์การเดิมพันครั้งนี้ได้เลยว่าใครจะชนะหรือใครจะนกกลับมานอนเจ็บในห้อง !

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

เสียงดังโหวกเหวกโวยวายท่ามกลางห้องดรออิ้งยังคงมีให้ได้ยินอยู่เสมอเมื่อนักศึกษาชั้นปีที่สองสาขาออกแบบทัศนศิลป์เข้าใช้ห้องเรียนห้องไหนๆ โดยเฉพาะคาบเรียนดรออิ้งพื้นฐานที่ดูเหมือนว่าอาจารย์คงชื่นชอบการไม่เข้าคลาสตรวจดูงานเสียเหลือเกิน แน่นอนว่ารอบนี้พวกเขาสามารถครองห้องดรออิ้งหมายเลขหนึ่งและหมายเลขสองได้ทันจึงทำให้ทุกคนสามารถใช้ขาหยั่งตั้งรูปสำหรับวางเฟรม แต่ต่อให้ได้ใช้อุปกรณ์ทำงานกันครบทุกคนใช่ว่าเสียงจะเบาลง เสียงพูดคุยยังคงดังอย่างต่อเนื่องไม่ต่างอะไรจากวันก่อนๆ แทบจะเรียกได้ว่าเสียงดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่มักจะร้องดังออกมาเป็นระยะเมื่อตัวเครื่องมอเตอร์มันร้อนต้องการการระบายความร้อนออก

 

ร่างโปร่งบางเจ้าของเสื้อยืดนีขาวและกางเกงยีนส์ฟอกสีอ่อนเลือกที่จะนั่งมุมห้องดรออิ้ง มือหนาจับดินสอไม้เอชบีพร้อมจรดปลายดินสอร่างรูปวาดบนแผ่นเฟรมอย่างเบามือ แม้ว่าบนเฟรมผ้าใบสีขาวนั้นจะมีรอยเส้นที่ร่างรูปเอาไว้คร่าวๆแล้วก็จริง แต่รายละเอียดภายในรูปยังไม่เพียงพอและต้องเพิ่มรายละเอียดรวมถึงแสงและเงาของภาพให้มากกว่านี้ เพราะหลังจากวันนั้นที่เขานัดนายแบบของเขาไปเป็นแบบวาดรูป จนถึงวันนี้งานก็ยังไม่คืบหน้าเลยสักนิด แต่จอนวอนอูก็ไม่ได้มีท่าทีเร่งรีบปั่นงานแต่อย่างใด ซ้ำยังค่อยๆบรรจงทำอย่างใจเย็นกว่าทุกๆงาน

 

 

.. อาจเป็นเพราะงานนี้เป็นงานชิ้นสำคัญที่เหมือนเป็นหัวใจของจอนวอนอูก็เป็นได้

 

 

 

เห้ยวอนอู รูปของมึงนี่จะลงสีหรือสเก็ตช์แค่นี้ ? ปลายดินสอแทบจะจิ้มจมลงไปในเฟรมถ้าไม่ติดว่าเขายั้งมือได้ทัน คนที่เข้ามาขัดจังหวะอารมณ์การวาดรูปก็มีไม่กี่คนเท่านั้น และหนึ่งในไม่กี่คนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนเดิมๆนั่นล่ะ

 

กวนประสาทกูทุกคาบเลยนะมึง ไอ่มินกยู

 

เอ้า ก็กูเหงาปากอ่ะ กูหาเพื่อนคุยอยู่ไง

 

งานมึงเสร็จเรียบร้อยแล้วรึไง ?

 

เออสิ่ ก็งานกูวาดไม่ได้มากมายอะไรอีกอย่างกูปั่นเสร็จไวกว่ามึงอีกเถอะเพื่อน

 

งั้นถ้าไม่อยากเหงาปาก มึงก็ไปคาบพู่กันระบายสีโน่น ไม่ต้องมาชวนกูคุย กูใช้สมาธิ

 

วอนอูปรายตามองเพื่อนสนิทร่วมสาขาที่เริ่มปั้นหน้างอเหมือนลูกหมา ก่อนจะลากเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดมานั่งใกล้ๆเขาพร้อมกับชะเง้อหน้ามองเฟรมผ้าใบที่ตอนนี้ปรากฏรูปเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งยิ้มให้กับดอกไม้ในสวนที่เริ่มชัดเจนในลายเส้นมากขึ้น ทุกเส้นที่อยู่บนเฟรมช่างแผ่วเบาระความอ่อนโยนแต่เนื้อเส้นกลับมั่นคงมาก แสดงให้รู้ว่าคนวาดนั้นใช้ทักษะการวาดรูปได้ดีแค่ไหน

 

ร้ายไม่หยอกว่ะ

 

ร้ายห่าอะไรมึง

 

ฝีมือมึงไง ไอ่ห่ากะจะเอาเอใช่ไหมล่ะ

 

สู่รู้

 

เออจะว่าไป หน้าคนๆนี้กูคุ้นๆแฮะ เหมือนเคยเจอที่ไหนสักที่นี่แหละ มินกยูหรี่ตามองรูปวาดในเฟรมของวอนอูก่อนจะยกมือขึ้นแตะปลายคางเพื่อพินิจพิจารณาในสิ่งที่เห็น วอนอูละสายตาจากเฟรมผ้าใบสีขาวสะอาดแล้วกวาดสายตามองใบหน้าเพื่อนสนิทที่นั่งทำตัวสูงโด่ครุ่นคิดอยู่ข้างๆ เขาแอบลอบกลืนน้ำลายลงไปหนึ่งอึกด้วยความกลัวว่าเพื่อนสนิทจะเดาได้

 

...

 

เจอที่ไหนว้า

 

“ … ”

 

อ๋อ รู้แล้วๆ ! ” นัยน์ตาเรียวเบิกออกเล็กน้อยเมื่อได้ยินมินกยูเอ่ยเสียงดัง ดันมาเสียงดังตอนที่ทุกคนพร้อมใจกันเงียบเพื่อคิดประเด็นคุยกับต่ออีก วอนอูสะดุ้โหยงก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากเพื่อนสนิทตัวสูงทันที

 

ไอ่สัดปากมึงนี่พูดเบาๆเป็นบ้างไหมวะ ! ตะโกนงี้เรียกแม่งทั้งเซคมาดูก็ได้ ไอ่ห่านี่ วอนอูเอ็ดเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ยกมือขอโทษขอโพยยกใหญ่ ก่อนจะยกยิ้มแหยให้เพื่อมือหนาหลุดออกไปจากกรอบปาก

 

ขอโทษมึงๆ กูเคยเห็นคนในรูปตอนรับน้อง

 

เออแล้วไงต่อ

 

ก็ไม่แล้วไง มึงอ่ะแหละ ชอบเขารึไง ?

 

เจอคำถามน็อคเอ้าท์จากคิมมินกยูขึ้นมา จอนวอนอูก็ทำอะไรไม่เป็นอีกเลย มือข้างที่ถือดินสอเอาไว้ถึงกับชะงักและปล่อยมือข้างนั้นวางตัวลงบนหน้าตักของตัวเอง นัยน์ตาเรียวแสดงแววตาตกใจอย่างเห็นได้ชัด ต่อให้จอนวอนอูจะเก่งเรื่องเก็บสีหน้าและความรู้สึก แต่กับคิมมินกยูที่มักจะดูท่าทางของคนเย็นชาออกบ่อยๆแล้ว จุดสังเกตไม่น่าพลาดไปจากสายตาของเขาได้

 

เออ

 

แหน่ะ เออนี่คืออะไร เออชอบหรือว่าเอออะไร

 

มึงนี่มันจะพูดมากอะไรนักหนาวะถามจริง ?! ”

 

วอนอูส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่ายกับการต้อนจนมุมของมินกยูที่ยังคงสะกิดไหล่ยิกๆแล้วเรียกสติทำงานที่ตั้งอยู่ตรงหน้าของตัวเองต่อ ทิ้งให้เพื่อนรักตัวสูงนั่งดิ้นอย่างคับอกคับใจที่มีเรื่องค้างคาไว้เป็นประเด็นคำถามอยู่แบบนั้น

 

ในใจตอนนี้สารภาพว่ากำลังกระวนกระวายกับเรื่องเมื่อเช้าอยู่เพียงแต่เขาไม่แสดงความรู้สึกออกมา จอนวอนอูเลือกจะใช้หน้ากากที่ชื่อว่าความนิ่งสงบสวมลงบนใบหน้า ทั้งๆที่ในใจแทบชะเง้อมองออกไปที่หน้าประตูห้องดรออิ้งทุกนาที แต่จัดการเรื่องเส้นกรอบของรูปวาดได้ไม่นานก็มีเสียงเรียกชื่อเขาดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับไม่ใช่เสียงของเพื่อนสนิทตัวสูงข้างกาย กลับเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมสาขาที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องดรออิ้งหมายเลขหนึ่ง เพียงเท่านั้นใบหน้าเรียบนิ่งที่ไม่แสดงความรู้สึกอะไรมาทั้งวันกลับยกยิ้มขึ้นกว้างด้วยความดีใจทันที

 

 

 

เห้ยวอนอู ! มีคนมาหามึงที่หน้าห้องอ่ะ ออกมาเร็วๆนะเว่ย ! ”

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

ซูนยอง

 

“ … ”

 

ไอ่ซูน

 

“ … ”

 

มึงนี่เป็นห่าอะไรเนี่ยไอ่เหี้ยซูน ปกติมึงไม่ยุกยิกตอนปั้นดินแบบนี้ !! ”

 

ไม่ได้มีแค่ฝ่ายวอนอูที่กระวนกระวายกับอะไรบางอย่างในวันนี้ แต่ควอนซูนยองที่เป็นคนเริ่มท้าเดิมพันเองก็เกิดอาการกระวนกระวายไม่ต่างกัน นัยน์ตาเรียวคมตวัดหันหลังมองบานประตูห้องปฏิบัติการเซรามิกส์ที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของชั้นซึ่งเป็นห้องทำงานของเขา ในเวลานี้คงต้องบอกว่าซูนยองใช้สายตามองไปที่บานประตูสีเทาที่เปิดแง้มเล็กน้อยบ่อยกว่ามองดินเหนียวผสมที่อยู่ในมือเสียอีก จนเพื่อนร่วมสาขาอย่าง อีซอกมิน ต้องหันไปมองตามสายตาของเพื่อนสนิทก่อนจะสลับมามองใบหน้าของเพื่อนรัก

 

ห้ะ ? มึงว่าไงวะ

 

มึงเป็นเหี้ยอะไร ยุกยิกเหมือนผีเข้าน่ารำคาญ

 

เออหน่า ตอนนี้สติกูไม่อยู่กับงานแล้วเนี่ยย

 

งั้นมึงลุกออกจากแป้นเลยไอ่สัด ไปสงบสติอารมณ์ไป

 

แต่งานกู ...

 

มึงคิดว่างานมึงจะเดินไหม นั่งหน้าแป้นหมุนแต่เสือกไม่ปั้นสักที มึงเคยมีสมาธิมากกว่านี้เว่ยไอ่ซูน ไปนั่งที่นั่งกูเลยไป

 

พอโดนซอกมินต่อว่า ควอนซูนยองคนใจร้อนก็ยอมสละที่นั่งหน้าแป้นหมุนที่ยังคงมีดินเหนียวผสมสีน้ำตาลอ่อนกองอยู่บนแป้นแล้วสลับที่นั่งกับเพื่อนสนิทที่บนโต๊ะมีดินสีดำที่ถูกรีดเป็นแผ่นวางไว้อยู่

 

ซูนยองยื่นมือที่เปรอะเปื้อนไปด้วยดินเหนียวผสมสีอ่อนไปหยิบผ้าเช็ดทำความสะอาดมือที่วางใกล้ๆตัวซอกมินเพื่อเช็ดทำความสะอาดเนื้อดินให้สะอาด ก่อนจะใช้ปลายผ้าเช็ดเนื้อดินที่เลอะไปตามแขนเสื้อสีชมพูพาสเทลอย่างเบามือ เสื้อเชิ้ตสีชมพูพาสเทลและกางเกงยีนส์สีเข้มจากที่สวยสะอาดตอนออกจากหอพัก บัดนี้กลับมีแต่จุดสีน้ำตาลอ่อนของดินเหนียวผสมเลอะตามแขนเสื้อและกางเกง ครั้นจะขยี้ก็อาจจะกลายเป็นวงใหญ่ได้ สุดท้ายเลยได้แค่จำใจปล่อยให้มันแห้งไป มือเรียวทั้งสองข้างถกแขนเสื้อเชิ้ตที่พับแขนเอาไว้ขึ้นจนเหนือข้อศอกมน เพื่อเตรียมตัวรีดดินให้เป็นแผ่นเพื่อใช้ในการประกอบผลงานที่เขาทำค้างไว้

 

โปรเจ็กต์ที่ควอนซูนยองทำเพื่อนำไปจัดในงานจัดนิทรรศการนั้น เขาร่วมมือกับอีซอกมินที่เป็นเพื่อนสนิทฝีมือการปั้นดีไม่ต่างกันเท่าไหร่ในการสรรค์สร้างผลงานขึ้นมา หากจะบอกว่าซูนยองเก่งการขึ้นรูปดินด้วยแป้นหมุน ซอกมินเองก็ขึ้นรูปดินด้วยมือเก่งเช่นกัน ไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เพื่อนสนิทใบหน้าเจ้าของรอยยิ้มที่ฉีกกว้างตลอดเวลาจะมีกล้ามแขนที่ใหญ่กว่าเขาไปหนึ่งเท่าตัว

 

 

เพราะการขึ้นรูปด้วยมือต้องใช้พลังกล้ามเนื้อมือตลอดจนไปถึงท่อนแขนค่อนข้างมาก

 

 

 

ถามจริงดิ่

 

อะไรวะ ?

 

มึงชอบที่จะอยู่กับดินไปแบบนี้เลยเหรอวะ ซอกมิน ซูนยองถามเพื่อนสนิทที่ดูท่าทางมีความสุขกับการใช้เวลานั่งปั้นดินให้เป็นรูปร่าง ซึ่งคำตอบที่ได้กลับมาจากซอกมินทำให้เขารู้ว่าบางทีห้วงชีวิตหนึ่งของควอนซูนยองอาจจะยังเข้าไม่ถึงงานศิลปะเซรามิกส์มากพอก็เป็นได้

 

ไม่รู้ว่ะ สำหรับกู แค่ได้ใช้เวลาไปกับการจินตนาการปั้นดินให้เป็นรูปร่างกูก็มีความสุขมากพอแล้ว กูไม่ได้โฟกัสเรื่องอื่นเท่าไหร่หรอก

 

โห คารวะเลยว่ะศิษย์พี่ !

 

ศิษย์พี่ห่าอะไร รุ่นเดียวกันไอ่นี่ กูรู้ว่ามึงเองก็โฟกัสงานได้ แต่แค่ช่วงนี้เด็กดุริยางค์ฯมาปั่นใจมึงเล่นหรอก ไม่ว่าเปล่า ซอกมินยักคิ้วเอาอกเอาใจเพื่อนรักที่แทบจะหยิบดินก้อนมาปาใส่ตัวเองก่อนจะหัวเราะร่าออกมาแล้วหันไปสนใจงานตรงหน้าต่อโดยที่ปลายนิ้วเรียวยังคงกดและดันเนื้อผนังของดินอย่างเป็นจังหวะ

 

ปั่นงานไปเลยมึง ไม่ต้องมาสู่รู้

 

จะว่าไปแล้วเขาเองก็รู้สึกได้ว่าตั้งแต่ที่ประกาศตัวออกไปว่าจะเดินหน้าจีบจีฮุน หัวใจของซูนยองกลับกระวนกระวายแปลกๆราวกับว่ากำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร อาการของคนแอบชอบมันเกิดขึ้นกับเขาแล้ว มันค่อนข้างกระทบกับงานก็จริง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่พยายามแก้ไขมัน เพียงแต่ว่าเวลานี้เขายังไม่พร้อมจะแก้ไขตราบใดที่ยังไม่ใกล้ชนะในสงครามนี้

 

 

แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ควอนซูนยองควรโฟกัสเรื่องงาน ปั่นงานให้คืบหน้าก่อนตอนเย็นนี้ที่อาจารย์จะมาตรวจงานได้แล้ว

 

 

มือเรียวกำลังหยิบไม้บรรทัดฟุตเหล็กขนาดความยาวสิบสองฟุตเพื่อวัดขนาดและตัดดินตามขนาดที่วัดเอาไว้ แต่ทว่ากลับมีเพื่อนในสาขาคนหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องทำโปรเจ็กต์ ทำเอาเด็กหนุ่มสองคนที่ปั่นโปรเจ็กต์เงียบๆต้องหันไปมองร่างของเพื่อนที่กำลังยืนหอบอยู่หน้าห้อง ร้อนให้ซอกมินต้องลุกขึ้นเดินไปประคองเพื่อนให้นั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ๆก่อน และพอได้ยินเพื่อนร่วมสาขาเอ่ยบอกอะไรบางอย่าง ควอนซูนยองยกยิ้มกว้างจนตาหยีก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องปฏิบัติการโดยที่ไม่สนใจที่จะถอดผ้ากันเปื้อนสภาพซอมซ่อออกจากตัวเลย

 

 

 

เห้ยไอ่ซูน ! .. มีคนมาหามึงที่หน้าประตูสาขาอ่ะ แฮ่ก เขาบอกว่ามึงนัดเขาไว้ .. เอ้าไอ่นี่ก็รีบจังวะ โห้วววว

 

 

 

 

x.

 

 

 

 

 

 

 

มึง

 

( ... อะไร )

 

จีฮุนมาหากูว่ะ

 

( .. งั้นเหรอ ? )

 

รอบนี้กูชนะ

 

( แล้วมึงรู้ได้ไงว่าจีฮุนไปหามึงคนแรก ... )

 

หมายความว่าไงวะ ?

 

 

 

( จีฮุนมาหากูก่อนแล้ว )

 

 

 

แล้วเดิมพันนัดนี้ใครกันที่เป็นผู้ชนะ และใครกันที่เป็นผู้แพ้ ก็ไม่มีใครรู้คำตอบได้นอกจากตัวเอง ....

 

 

 

 

To Be Cont.





- 161008 -

สวัสดีนักอ่านทุกๆคนนะคะ

เหมือนจะมาเดือนละตอนยังไงไม่รู้ ฮึกกกก แต่เราจะไม่ดองแน่นอนเชื่อเรานะ T_T

ช่วงใกลสอบการแต่งฟิคมาราธอนเป็นอะไรที่ปังมากจริงๆ

ปังพอๆกับเดิมพันของควอนซูนยองและจอนวอนอูรอบนี้เลย

ลุ้นไปด้วยกันนะคะว่าใครจะเป็นฝ่ายได้เจอจีฮุนก่อน อะฮิอะฮิ

ขอขอบคุณที่เสียเวลาเข้ามาอ่านด้วยน้า อย่าลืมคอมเม้นต์ให้กำลังใจกันหน่อยนะฮึก

ติดตามและให้กำลังใจกันได้เสมอ ทั้งทางคอมเม้นต์ ทางทวิตเตอร์ของเรา 

หรือทางแฮชแท็กเน่าๆร้างๆ #ฟิคเพื่อนเลว  (มาเล่นแฮชแท็กกันได้นะคะมีทีมแล้วนะเออ)


เจอกันตอนถัดไป สวัสดีค่ะ !


(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #20 pearpairmai_ (@doojoonpear) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 22:01
    อ่าวเฮ้ยยยยยยจบงี้ได้ไงงงงงงง จีฮุนไปหาใครอ่ะไปหาใครโอยยยยยยยยยยย แงงงงง้ สปอยล์ให้น้องฟังที ควอนซูนยองมั่นหน้าดีมาก แน่ใจสุดกว่าจีฮุนจะมาหา หวังว่าซูนยองจะไม่นกนะเจ้ ฮึก จากหัวหน้า #ทีมเซรามิก !!!!!!
    #20
    0
  2. #19 ลานัม (@gingerpiea) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 19:58
    พี่โรรรร โอเคเราจะมาเม้นตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้ ใช้เวลาอ่านจบอย่างรวดเร็ววว เราชอบคาแรกเตอร์พี่นะข้อมูลเนื้อหาแน่นดีมากกก แล้วที่บรรยายเยอะๆมันทำให้ภาพแต่ละฉากของเรื่องได้ชัดเจนมากก ปรบมือให้เลยย คราวนี้เราจะหวีดตัวละคร เราจะเชียร์ให้คนที่แย่งกันได้กันเอง #ผิด 555555 คือแบบเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดมากคือถึงจะแย่งกันแต่ยังรักกันแต่ตอนสุดท้ายนี่ดิเราว่าคำว่าเพื่อนกันของเขาคงจะไปไม่รอดแล้วล่ะ แถมยังตัดสินกันไม่ถูกด้วยเพราะไม่มีใครรู้ว่าใครไปหาใครก่อน หาข้อสรุปยากแถมจีฮุนยังดูฉลาดอีกที่ทำแบบนี้ เอาเป็นว่าเราจะไม่เดาปมเพราะเราชอบมึนเอง  5555555 จะกดเฟบไว้ละตามอ่านเรื่อยๆนะพี่แต่งตอนนึงยาวมากจริงๆแต่สนุกกก ชอบเฟรนด์โซนไรแบบนี้ หักมุมดีละเจ็บไปถึงไต ไฟท์ติ้งงงงพี่!!! 
    #19
    0
  3. #18 ลานัม (@gingerpiea) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 19:58
    พี่โรรรร โอเคเราจะมาเม้นตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้ ใช้เวลาอ่านจบอย่างรวดเร็ววว เราชอบคาแรกเตอร์พี่นะข้อมูลเนื้อหาแน่นดีมากกก แล้วที่บรรยายเยอะๆมันทำให้ภาพแต่ละฉากของเรื่องได้ชัดเจนมากก ปรบมือให้เลยย คราวนี้เราจะหวีดตัวละคร เราจะเชียร์ให้คนที่แย่งกันได้กันเอง #ผิด 555555 คือแบบเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดมากคือถึงจะแย่งกันแต่ยังรักกันแต่ตอนสุดท้ายนี่ดิเราว่าคำว่าเพื่อนกันของเขาคงจะไปไม่รอดแล้วล่ะ แถมยังตัดสินกันไม่ถูกด้วยเพราะไม่มีใครรู้ว่าใครไปหาใครก่อน หาข้อสรุปยากแถมจีฮุนยังดูฉลาดอีกที่ทำแบบนี้ เอาเป็นว่าเราจะไม่เดาปมเพราะเราชอบมึนเอง  5555555 จะกดเฟบไว้ละตามอ่านเรื่อยๆนะพี่แต่งตอนนึงยาวมากจริงๆแต่สนุกกก ชอบเฟรนด์โซนไรแบบนี้ หักมุมดีละเจ็บไปถึงไต ไฟท์ติ้งงงงพี่!!! 
    #18
    0