[ Ngern x August ] Warehouse of Love

ตอนที่ 12 : [SF] Earn x Pete : เก็บ - Chapter 6 [End]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    6 ต.ค. 58



Title: เก็บ
Couple: Earn x Pete
Genre: Drama
Author: Hinata_Qoo








         เวลาหนึ่งอาทิตย์แต่ยาวนานเหลือเกินในความรู้สึกของผมหมดไปกับการทำงานอย่างหนัก งานของชมรมอะไรที่เคยมอบหมายกระจายงานให้คนอื่นๆช่วยก็เอามาสุมไว้กับตัวเองซะส่วนใหญ่ เพื่อให้สมองไม่ว่างจนเกินไป เพื่อที่จะได้ไม่มีเวลามานั่งคิด นั่งเสียใจ




        เรากลับจากค่ายเภสัชตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วพร้อมกับเรื่องราวของผมกับพีทที่ดูเหมือนจะจบลงตามไปด้วย ไม่ใช่ว่ามันหลบหน้าหนีหายไปไหน แต่กลับกัน พีทยังคงยิ้ม หัวเราะ ไปกินข้าว นั่งเรียนข้างกันเหมือนอย่างเคย เป็นเพื่อนกันธรรมดา เป็นปกติซะจนบางทีผมรู้สึกว่ามีแต่ผมเท่านั้นที่แปลกแยกไป มีแต่ผมเท่านั้นที่ไม่เหมือนเดิม บางครั้งที่ผมหลุดส่งสายตาที่เผยความรู้สึกจนมากเกินไปไปหามัน มันก็เมินหน้าหนีทำเหมือนไม่เห็น ไม่รับรู้ในสิ่งที่ผมส่งไปให้
ผมไม่ได้รู้สึกฟูมฟายเหมือนตอนที่อกหักจากโน่ แต่มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บลึกลงไปกว่านั้น เหมือนหัวใจมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดเอาไว้ตลอดเวลา อัดแน่นอยู่ในอก อยากจะร้องไห้ แต่กลับร้องไม่ออก ยิ่งเวลาเห็นมันทำตัวเป็นปกติมากเท่าไหร่ ในหัวก็จะเกิดแต่คำถามซ้ำไปซ้ำมา
ทำได้ยังไงเหร



        
มึงทำตัวเป็นปกติขนาดนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่มึงเคยรักกูขนาดนั้น



         สอนกูหน่อยสิ ว่าเวลาคนเขาเลิกรักกัน ต้องทำยังไง....



         “มึงสองตัวเป็นเชี่ยอะไรกันวะ” เสียงไอ้เชาถามขึ้นมาลอยๆขณะที่เรากำลังนั่งซ่อมเพลทกันอยู่ มันถามโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยซ้ำ



         “มึงรู้ไหมพวกกูใกล้จะบ้าแล้ว อึดอัดฉิบหาย ถึงไอ้พีทมันจะพยายามทำตัวเป็นปกติก็เหอะ แต่พวกกูเป็นเพื่อนมึงสองคนมากี่ปีแล้ววะ ดูก็รู้ละแม่งมีเรื่องชัวร์ มีอะไรก็รีบๆเคลียร์ดิ่วะ” ผมนั่งซึมปล่อยให้ไอ้เชาเทศนายาวเหยียดเนื่องจากบรรยากาศแปลกๆของผมกับไอ้พีททำพวกมันเดือดร้อน



         พีทกำลังเข้าใจผิด และผมควรจะอธิบาย แต่จะอธิบายได้ยังไง ถ้าอีกคนไม่ยอมรับฟัง ทุกครั้งที่จะพูด ทุกครั้งที่อยากจะอธิบาย ก็ถูกเดินหนีทุกครั้งไป เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่า บทมันจะใจร้าย ก็ใจร้ายได้อย่างที่ผมคาดไม่ถึง



        
“มันไม่ยอมฟัง แล้วจะให้กูทำยังไง” ไอ้เชาทำสีหน้าแปลกใจก่อนจะเอื้อมมือมาจับหน้าผมไว้แน่น จับหันซ้ายทีขวาทีจนหัวแทบจะหลุดจากคอ



         “กูเจ็บบบบ มึงทำไรเนี่ย”



         “ก็กูจะดูให้แน่ใจไงว่าใช่ไอ้เอิ้นเพื่อนกูจริงๆรึเปล่า” พูดจบมันก็ผลักหัวผมจนแทบหงายหลัง ทำหน้างงกับประโยคเมื่อกี้ของมันได้ไม่นาน ไอ้เชาก็ชิงพูดต่อขึ้นมาก่อนที่ผมจะอ้าปากถาม



         “เอิ้นคนเดิมที่กูรู้จัก ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆแบบนี้เลยนะเว้ย ความรักทำให้มึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ” ผมหยุดคิดเมื่อได้ยินคำถามของมัน



         “กูกลัวว่ะเชา ยิ่งไอ้พีททำตัวเป็นปกติมากเท่าไหร่ กูก็ยิ่งรู้สึกกลัว” ความรักทำให้ผมเปลี่ยนไปไหม ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่บางทีจากที่เคยกล้าก็กลับรู้สึกกลัว



         กลัวว่ามันจะยอมแพ้ให้กับความรักของเราแล้วจริงๆ



         กลัวว่าที่ผ่านมามันจะทนเจ็บจนไม่อยากจะทนอีกต่อไป



         กลัวว่ามันจะหมดรักผมแล้วจริงๆ



         ....และถ้ามันจะพูดคำนั้นออกมา แค่คิด ผมก็ไม่กล้าที่จะไปเซ้าซี้มัน เพราะถ้าต้องได้ยิน ได้ฟังคำที่มันบอกว่าไม่รักกันแล้ว ผมก็คิดภาพไม่ออกว่าตัวเองจะฝืนก้าวเดินต่อไปได้ยังไง



         “กูจะบอกอะไรให้นะเอิ้น ไอ้พีทรักมึงมานาน ยังแอบมาร้องไห้กับกูบ่อยๆตอนที่มึงสนใจแต่โน่ คนที่ร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะเรื่องของมึงแต่ก็ไม่ยอมตัดใจสักที ไม่ทางที่จะหมดรักมึงภายในเวลาไม่กี่วันหรอก สู้หน่อยสิวะ พยายามเพื่อมัน ให้สมกับที่มันพยายามอดทนเพื่อมึงมาตลอด” ผมนิ่งไปเมื่อได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ สายตาเหลือบมองไอ้พีทที่นั่งทำงานเงียบๆอยู่อีกฝั่งของห้องกับไอ้คิม



         ....อยากกอด



         อยากเดินเข้าไปกอดมันไว้แล้วถามว่า มึงเหนื่อยมากไหม ที่ผ่านมา มึงต้องอดทนมาตลอดเลยใช่รึเปล่า



         แล้วกู ก็ยังขอให้มึงรอ ....รอโดยไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางมันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่



         “ได้เวลากลับบ้านแล้วพวกมึง ไปๆ กลับๆ พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ” เสียงไอ้ปอดังขึ้นขัดความคิดผมเมื่อมันแหงนหน้าดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ตรงผนัง เข็มสั้นและเข็มยาวชี้บอกเวลาว่าเย็นมากแล้ว บ่งบอกว่าสมควรแก่เวลาที่พวกเราจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ทุกคนช่วยกันเก็บรวบรวมอุปกรณ์ให้เข้าที่เข้าทางเพื่อที่จะมาทำต่อในวันพรุ่งนี้



         “พวกมึงกลับกันไปก่อนเลย เดี๋ยวกูอยู่ต่ออีกแป๊บ” ผมเงยหน้าบอกไอ้เชาที่หยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นมาถือไว้เตรียมพร้อมจะกลับบ้านและส่งสายตาสงสัยมาทางผมเมื่อมันยังเห็นผมนั่งซ่อมเพลทต่อไม่มีทีท่าว่าจะลุกไปไหน



         “ให้กูอยู่เป็นเพื่อนไหม” ผมส่ายหัวปฏิเสธข้อเสนอมันทันที และเหมือนมันจะเข้าใจว่าผมต้องการอยู่คนเดียวเพื่อทบทวนบางสิ่งบางอย่าง ฝ่ามืออุ่นร้อนของเชาตบลงบนบ่าผมเบาๆอย่างให้กำลังใจ



         ทุกคนโบกมือลากันก่อนจะทยอยเดินออกจากห้อง ผมเงยหน้าขึ้นมาจากเพลทในมือ เห็นไอ้พีทกำลังมองตรงมาอย่างชั่งใจอะไรบางอย่าง แต่พอสายตาเราสบกันมันก็สะดุ้งหันไปคว้ากระเป๋าขึ้นมากอดไว้แนบอก



         “กะ..กูกลับก่อนนะ” คำบอกลาสั้นๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไป ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆก่อนจะปล่อยออกมาเพื่อลดทอนความเจ็บที่บีบรัดอยู่กลางอก ก้มหน้าก้มตาทำงานอีกรอบเพื่อที่จะไม่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยให้ตัวเองรู้สึกท้อแท้ไปมากกว่านี้



         มึงเป็นคนที่ป๊อดได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะไอ้เอิ้น



         ก่นด่าตัวเองในใจ ประธานชมรมเชียร์ที่ใครๆก็เกรงกลัว พร้อมลุยเสมอถ้าตัวเองคิดว่านั่นคือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แสตนด์เชียร์กับคนเป็นร้อยๆก็คุมมาแล้ว แต่ทำไมกับเรื่องหัวใจ ถึงไม่เคยจัดการได้เลยสักที



         ด่าตัวเองไปทำงานไป รู้ตัวอีกที เข็มสั้นก็ชี้ที่เลขแปด และเข็มยาวเลยเลขสิบสองมาประมาณสิบห้านาทีแล้ว เลยตัดสินใจเก็บของเพื่อเตรียมตัวจะกลับบ้าน แต่แล้วผมก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงเรียกเข้าของสมาร์ทโฟนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ แต่เดี๋ยวนะ ผมเหลือบไปมองโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่วางแน่นิ่งอยู่ที่พื้นที่ผมเพิ่งลุกขึ้นมาเมื่อกี้



         ไม่ใช่ของผม.....



         แล้วของใครวะ......



         เร็วเท่าใจคิด ผมรีบวิ่งไปที่ประตูเพื่อเปิดมันออก ทันได้เห็นหลังไวๆที่ผมจำได้ขึ้นใจว่าเป็นของใครวิ่งเลี้ยวหลบออกไปตรงมุมตึก ผมหันกลับมามองแก้วน้ำที่เหลือแต่น้ำแข็งละลายไปแล้วเกือบครึ่งแก้วถูกทิ้งไว้ที่พื้นหน้าประตูด้วยความรีบร้อนของเจ้าของ



         เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกอยากจะตบหัวตัวเองแรงๆ



         มันนั่งอยู่ตรงนี้มาตลอด.... นั่งรอผม อยู่ตรงนี้ตลอดเลย



         หัวใจเต้นเป็นจังหวะเร็วขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกหน่วงๆเมื่อคิดว่าผมปล่อยให้มันเป็นฝ่ายรออีกแล้ว



         ถ้ามึงทำแบบนี้ กูขอคิดเข้าข้างตัวเองได้ไหมวะพีท ว่ามึงยังรักกูอยู่ ถ้าไม่ห่วง ก็คงไม่มานั่งเฝ้าหรอกใช่ไหม แต่ช่างเถอะ ถึงมึงจะหมดรักกูก็ช่าง กูจะทำให้มึงรักกูอีกครั้งให้ได้



         ถ้ามึงเหนื่อยที่จะรอ กูจะเป็นฝ่ายรอบ้าง รอให้มึงกลับมารักกูอีกครั้ง แต่กูจะไม่รอเฉยๆหรอกนะ กูจะทำทุกวิถีทางให้มึงกลับมารักกูให้ได้  และครั้งนี้กูจะไม่ลังเลที่จะพูดความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองอีกแล้ว เพราะกูรู้แล้วว่ากูรักมึงขนาดไหน



         ผมยิ้มออกเป็นครั้งแรกในหลายวันที่ผ่านมา



         ถ้าภายในพรุ่งนี้ กูทำให้เราสองคนเข้าใจกันไม่ได้ อย่ามาเรียกกูว่า ไอ้เอิ้น!



         กูเอาตำแหน่งประธานชมรมเชียร์เป็นประกันเลย!

 



 

.


 

.


 

.


 

 


         ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่มันง่ายซะที่ไหน!!



         ผมโวยวายอยู่ในใจเมื่อครึ่งเช้านี้ผมยังไม่มีโอกาสได้เข้าประชิดตัวไอ้พีทเลยสักครั้ง เมื่อเช้าก็อุตส่าห์ไปดักรอหน้าโรงเรียน คิดว่ายังไงๆก็ต้องได้เจอแน่ๆ แม่งไม่รู้ว่ามันรู้ได้ไง เสือกหนีไปเช้าประตูหลังโรงเรียนเฉย เท่านั้นไม่พอยังสร้างความหงุดหงิดให้ผมเพิ่มโดยการที่หลบหน้ากันทั้งวัน หนีไปนั่งเรียนข้างไอ้ปอ โดยการเปลี่ยนให้ไอ้คิมมานั่งข้างผมแทน ตอนกลางวันก็หนีหายไปไหนไม่รู้ ไม่มานั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนเคย เหมือนมันจะรู้ว่าผมเห็นมันวิ่งหนีไปเมื่อคืน คงยังไม่อยากจะเจอหน้าผมตอนนี้เพราะไม่รู้จะสู้หน้ายังไง



         เชี่ยเอ้ย นี่กูต้องเสียตำแหน่งประธานชมรมเชียร์จริงๆเหรอวะ!



         ผมนั่งฟึดฟัดเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ เสียงตามสายของชมรมวิทยุก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปเรื่อยๆ เสียงเพลงเพราะๆหรือปัญหารักๆใคร่ๆของชาวบ้านไม่ได้อยู่ในความสนใจของผมเท่าไหร่ ก็ปัญหาของตัวเองยังเอาไม่รอดเลย จะมานั่งฟังปัญหาขาวบ้านไปอีกทำไมกัน



         แต่แล้วเหมือนผมจะได้ยินเสียงปิ๊งงงง ดังขึ้นในหัวเหมือนเวลาที่อิ๊กคิวซังคิดอะไรสักอย่างออก ไม่รอช้า ผมรีบลุกขึ้นจากโต๊ะกินข้าวทันทีจนเพื่อนๆถามว่าจะรีบไปไหน แต่ผมไม่มีเวลาจะมาตอบคำถามพวกมันตอนนี้ ผมวิ่งตรงขึ้นไปที่ห้องโสตฯ ต่อให้สองขาจะก้าวเร็วเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนจะไม่ทันใจตัวเองเอาซะเลย



         ใช้เวลาไม่นานผมก็มายืนหอบอยู่หน้าห้องโสตฯก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องที่ไอ้เป้อกำลังนั่งเม้ามอยปัญหาชีวิตรักชาวบ้านออกอากาศจนน้ำลายแตกฟอง มันทำหน้าตกใจเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆผมก็เปิดประตูพรวดพราดเข้าไป และโดยที่มันไม่ทันได้ตั้งตัว ผมก็คว้าเอาไมค์มาจ่อปากตัวเองเรียบร้อย



         “ไอ้พีท!!! เรามีเรื่องต้องคุยกัน ถ้ามึงไม่มาหากูที่ห้องโสตฯเดี๋ยวนี้ กูจะพูดทุกอย่างออกวิทยุให้หมด ให้เขารู้กันไปทั้งโรงเรียนเลย กูให้เวลามึง 20 วินาที ..... 20! 19! 18! 17!



         “พี่พีท! ไม่ต้องรีบมาก็ได้นะพี่ ผมอยากเผือกอ่ะ” เสียงไอ้เป้อตะโกนใส่ไมค์ ซึ่งผมพนันได้เลยว่ายิ่งไอ้พีทได้ยินเสียงไอ้เป้อพูดประโยคเมื่อกี้ออกไปมันต้องรีบวิ่งมาที่ห้องโสตฯแบบไม่คิดชีวิตแน่ๆ



         โทรศัพท์ในกางเกงผมสั่นครืดพร้อมกับเสียงเรียกเข้าที่ผมตั้งไว้เพื่อมันคนเดียวดังขึ้น ผมยิ้มมุมปากก่อนจะกดรับสาย



         “ไอ้สัด!!! มึงคิดจะทำเชี่ยอะไร” เสียงอวยพรหวานหูดังขึ้นทันทีโดยที่ผมไม่มีแม้แต่โอกาสจะพูดคำว่า ฮัลโหล เสียงลมหายใจหนักๆเหมือนคนกำลังหอบดังผ่านสายโทรศัพท์มาบ่งบอกให้ผมรู้ว่ามันคงกำลังวิ่งแบบไม่คิดชีวิตอยู่แน่ๆ



         “ก็กูจะคุยกับมึงดีๆแล้วมึงดันหลบหน้ากูเอง กูเลยต้องใช้วิธีนี้ วิ่งมาเร็วๆนะครับที่รัก เอิ้นรออยู่นะ” กวนตีนมันไปหนึ่งทีก่อนจะกดตัดสาย




         “10!



         “9!



         “อ้าวเฮ้ย! พี่เอิ้น สิบหกถึงสิบเอ็ดหายไปไหนวะพี่” ไอ้เป้อถามขึ้นมาอีก



         “กูทดเวลาที่เสียไปเมื่อกี้ ไม่ดีรึไงมึงก็อยากเสือกเรื่องชาวบ้านอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” ผมหันไปอธิบายซึ่งไอ้เป้อก็ยิ้มแหยๆยอมรับว่าตัวเองอยากเสือกเรื่องชาวบ้านหน้าตาเฉย



         “6!



         “5!



         “4!” มาช้าจังวะ จริงๆผมก็เริ่มเหงื่อตกที่ต้องโพนทะนาเรื่องของตัวเองให้ชาวบ้านรับรู้อยู่เหมือนกันนะเนี่ย



         “3!



         “2!



         “1!



         “พีท! กูขอโทษที่...”



         ปัง!!!



         เสียงประตูกระแทกผนังอย่างรุนแรงพร้อมกับร่างของไอ้พีทที่ยืนเอามือยันเข่าเร่งสูดอากาศเข้าปอดอย่างหมดสภาพ



         “โหยยยย จะมาช้ากว่านี้อีกนิดก็ไม่ได้ จะได้รู้อยู่ละเชียว” พีทเดินตรงรี่เข้ามาลากผมออกไปจากห้องโดยไม่สนใจเสียงบ่นพึมพำๆด้วยความเสียดายของไอ้เป้อ ซึ่งผมก็ยอมเดินตามมันไปแต่โดยดี





 

.


 

.


 

.

 





         “พีท เคลียร์กันให้รู้เรื่อง” ผมพูดขึ้นในขณะที่ค่อยๆรั้งฝีเท้าให้ช้าลงเมื่อเราเดินลงมาถึงสวนหลังโรงเรียนที่ไร้ผู้คนเพราะเสียงออดเข้าเรียนดังไปได้พักนึงแล้ว เท่ากับว่าผมกับมันโดดเรียนคาบบ่ายไปโดยปริยาย ผมพลิกมือเป็นฝ่ายจับข้อมือมันไว้บ้าง เผื่อมันคิดจะหนีผมไปไหนอีก



         ช่วยรับฟังหน่อยเถอะ ความรู้สึกของกู



         “เรื่องที่ค่าย มันไม่ใช่อย่างที่มึงคิดนะเว้ย กูแค่อยากเคลียร์สิ่งที่มันค้างคาอยู่ในใจกูมาตลอด เพื่อที่กูจะได้ก้าวผ่านมันไปได้โดยที่ไม่รู้สึกค้างคาอะไร กูชอบโน่ก็จริง แต่ก็แค่ เคย และมันจะเป็นแค่อดีต แต่ตอนนี้ เวลานี้กูรู้ตัวแล้ว”



         ผมสูดหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อที่จะเอ่ยคำๆนี้  คำที่ผมเอาแต่เก็บไว้ จนเกือบจะสายเกินไป



         “พีท....กูรักมึงนะ”



         ความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างเราสองคน เสียงใบไม้ไหวที่ต้องกับแรงลมคล้ายจะดังมาจากที่ไกลๆ ดวงตาคมสวยที่ผมจ้องมองพราวระยับ ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น และโดยไม่ทันได้รู้ตัว ผมก็ดึงมันเข้ามากอดเอาไว้พร้อมๆกับน้ำตาของมันที่รินรดลงบนเสื้อตรงลาดไหล่ของผม พีทกอดตอบผมแน่น ชายเสื้อนักเรียนถูกมันกำเอาไว้จนยับ เสียงอู้อี้ดังแผ่วๆอยู่ที่ข้างหู



         “กู....รอคำนี้มาตลอดเลย”



         ผมหลับตาลง ซึบซับเอาประโยคเมื่อสักครู่นี้ของมันใส่ลงในหัวใจ



         เหนื่อยมากเลยใช่ไหม



         คงจะอดทนกับคนอย่างกูมาตลอดเลยใช่รึเปล่า



         ขอบคุณนะ ที่สุดท้ายแล้ว มึงก็ยังรอกูเสมอ



         “ขอโทษครับ จะไม่ปล่อยให้รออีกแล้ว ขอโทษที่รู้ตัวช้า”



         เรากอดกันแบบนั้นสักพักเพื่อซึมซับเอาความรู้สึกที่หัวใจพองฟูนี้เอาไว้ จนกระทั่งพีทขยับตัวยุกยิกในอ้อมกอด ผมจึงยอมปล่อยมันแต่โดยดี



         “เอิ้น กูมีอะไรจะสารภาพ” ดวงตากลมล่อกแล่กราวกับเด็กที่แอบไปทำความผิดมา จนผมอดที่จะนึกสงสัยไม่ได้



         “อะไรวะ”



         “จริงๆแล้ว.... กู....ได้ยินที่มึงพูดกับโน่หมดเลย”



         “นี่มึง...หมายความว่า....” ผมค่อยๆคิดตามทวนประโยคที่มันพูดเมื่อสักครู่ สมองค่อยๆย่อยข้อมูลที่ได้รับรู้มาช้าๆ



         “อื้อ....ได้ยินหมด ครบทุกประโยค ไม่ขาดไปแม้แต่คำเดียว” มันพูดเสียงอ่อยๆอย่างคนสำนึกผิด สรุปว่าที่ผ่านมา ผมถูกมันต้มให้สารภาพความในใจซะจนหมดเปลือกเลยสิน



        
ร้ายกาจมาก ไอ้พีท!!



         “ไม่โกรธได้ไหม นะ นะ” ดูอ้อนเข้า คิดว่าทำตาแป๋วๆ เสียงแง้วๆใส่ แล้วจะยอมใจอ่อนง่ายๆเหรอวะ



         เออ! คิดถูก! แต่ขอวางฟอร์มก่อน เดี๋ยวมันจะได้ใจ บังอาจมาหลอกกันได้



         “คิดว่ากูเสียใจแค่ไหนตอนมึงทำเมินใส่ ขอโทษแค่นี้แล้วมันหายเหรอวะ” ผมกอดอก ตีหน้านิ่งใส่มัน ไอ้พีททำหน้าเหมือนจะร้องไห้ซะให้ได้ แอบใจอ่อนเหมือนกัน  แต่เดี๋ยวจะเสียแผน



         “แล้วต้องทำยังไงถึงจะหายโกรธอ่ะ” น้ำเสียงหงอยๆ หูลู่ หางตก เหมือนลูกหมาโดนเจ้านายทิ้ง น่ารักเหี้ยๆ ไอ้ที่เคืองๆอยู่เมื่อกี้ปลิวหายไปกับสายลมซะแล้ว แต่ผมก็ยังตีขรึมต่อไป



         “ให้กูชกสักทีดิ่ จะได้หายกัน”



         ไอ้พีทถลึงตาใส่ผมก่อนจะโวยวาย  “ชกเลยเหรอ ไหนมึงบอกว่ารักกูไงอ่ะ”



         “แล้วทีมึงอ่ะ ยังหลอกให้กูเสียใจอยู่ตั้งนานสองนานเลย” ผมแทบจะหลุดขำกับอาการโวยวายของมัน เชื่อผมเถอะ แกล้งใครก็ไม่สนุกเท่ากับแกล้งไอ้พีทแล้วจริงๆ มันทำปากยื่นปากยาวอมลมแก้มตุ่ยอย่างไม่ค่อยพอใจ แต่ก็เถียงอะไรไม่ได้เพราะตัวมันเองเป็นฝ่ายหลอกผมไว้ก่อน



         “เออๆ ก็ได้ แต่อย่าแรงนักนะเว้ย หน้าตากูนี่เป็นจุดขายเลยนะ” มันบ่นอุบอิบ เข้าข้างตัวเองเล็กน้อยก่อนจะหลับตาปี๋เมื่อเห็นผมเตรียมง้างหมัด ผมมองภาพตรงหน้าแล้วก็ได้แต่อมยิ้มจนปวดแก้ม ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปฝังจมูกลงกับผิวแก้มเนียนนั่นแรงๆหนึ่งทีเป็นการเอาคืน



         “กูลืมบอกว่าชกด้วยจมูกนะ” พีทเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ก่อนจะชกผมแรงๆเข้าที่ไหล่



         “ไอ้เจ้าเล่ห์!



         “พอกันนั่นแหละ” ผมตอบกลับไป



         ผมยิ้ม...



        
มันยิ้ม...



         ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน

 

 


.




.




.







         ผมอ้อนไอ้พีทให้มาค้างที่บ้านจนสำเร็จ หลังจากทานข้าวเย็นกันเสร็จก็ตัดสินใจปูเสื่อที่สวนหลังบ้านเพื่อนอนดูพระจันทร์กันตามความต้องการของมัน  ค่ำคืนนี้อากาศค่อนข้างเย็นสบายและท้องฟ้าโปร่ง เป็นค่ำคืนที่ไร้แสงดาว แต่มีแสงจันทร์ฉายแสงนวลผ่องโดดเด่นท่ามกลางผืนผ้ากำมะหยี่สีดำสนิทเบื้องบน



         “ก็ยังไม่เต็มดวงอยู่ดี” ไอ้พีทบ่นขึ้นมาเมื่อเสี้ยวนึงของพระจันทร์ดวงโตยังหลบเร้นอยู่ในเงามืด ผมรู้ว่าทำไมมันถึงชอบนั่งดูพระจันทร์ มันคงเฝ้าคอยให้พระจันทร์เต็มดวง เหมือนกับที่มันเฝ้าคอยหัวใจของผมที่จะมีแค่มันเต็มหัวใจเช่นกัน



         “มึงจะมานอนมองพระจันทร์อีกทำไมวะ กูก็อยู่ข้างๆมึงเนี่ย อยากถามอะไรก็ถามดิ่” พีทละสายตาจากท้องฟ้าแล้วหันมามองหน้าผมก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง



         “ราหูแม่งอมจันทร์แน่ๆเลยว่ะ มืดเชียว” ครับ ผมจะปล่อยความกวนตีนนี้ผ่านไปก่อน แล้วค่อยไปคิดบัญชีกับมันทีหลัง เห็นแก่บรรยากาศดีๆตรงหน้านี่หรอกนะ เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นแผ่วๆเมื่อมันเห็นผมทำสีหน้าบอกบุญไม่รับ



         “มึงไม่โกรธกูเรื่องที่หลอกมึงจริงๆเหรอ” อยู่ๆน้ำเสียงซีเรียสขัดกับอารมณ์ก่อนหน้านี้ของมันก็ดังขึ้น ผมหันกลับมามองหน้ามันก่อนจะค่อยๆยกหัวมันให้มานอนหนุนแขนข้างขวาที่ยืดออกเพื่อให้มันหนุนซึ่งมันก็ยอมแต่โดยดีถึงแม้จะมีท่าทีเขินๆอยู่บ้าง



         “กว่ากูจะรู้ใจตัวเอง กว่าเราจะเข้าใจกัน  กูปล่อยให้เวลามันผ่านไปเยอะแล้วนะเว้ย แล้วกูจะโกรธมึงให้เราเสียเวลารักกันอีกทำไมวะ จริงๆมึงทำแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน กูจะได้รู้ตัวว่ารักมึงมากแค่ไหน แม่ง...ตอนอกหักจากโน่ กูยังไม่เสียศูนย์เท่าตอนจะเสียมึงเลย” ไอ้พีทนอนฟังผมพูดไปอมยิ้มไปจนแก้มตุ่ย แล้วมันก็ถามผมด้วยน้ำเสียงขี้เล่น



         “มึงรักกูมากกว่าที่เคยรักโน่แล้วรึไง”



         “.....ถ้ากูบอกว่าใช่ล่ะ” พีทนิ่งชะงักไปเมื่อได้ยินคำตอบของผม เหมือนมันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำตอบแบบนี้



         บางทีผมก็ไม่เข้าใจมัน ทำไมมันถึงทุ่มเทความรักให้คนคนนึงได้อย่างมากมาย แต่ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่มันเฝ้าทำให้เขาจะสามารถทำให้คนคนนั้นรักมันอย่างสุดหัวใจได้เช่นกัน



         ผมเอื้อมมือไปปัดผมหน้าม้าที่ตกลงมาระใบหน้าจนผมไม่สามารถจ้องมองดวงตาคู่สวยของมันที่ผมชอบได้ถนัด แล้วค่อยๆพูดกับมันช้าๆ อยากให้มันซึบซับคำพูดทั้งหมดนี้ของผมลงไปในหัวใจ



         “หวังสูงๆหน่อยสิวะ เอาแต่ใจกับกูบ้าง เรียกร้องความรักจากกูเยอะๆหน่อย เพราะกูรักมึงมากเกินกว่าที่มึงคิดไว้เยอะเลย”



         ถ้าที่ผ่านมา มันคือคนที่เฝ้าทุ่มเทให้ผม



         ต่อจากนี้ไป ผมจะตอบแทนความรักของมันให้สมกับที่มันให้มา



         มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี



         เอาแค่พอดีๆ เท่าที่เราสองคนจะสามารถประคับประคองกันและกันไปได้



         ดวงตาคู่คมพราวระยับที่ผมว่ามันสวยกว่าแสงดาวซะอีก และผมขอคิดเอาเองว่ามันคือประกายแห่งความสุข รอยยิ้มกว้างๆที่ผมปรารถนาให้อยู่กับมันตลอดไปถูกส่งมาที่ผม



         “แน่ใจนะ ว่าจะให้กูเอาแต่ใจได้” ผมหัวเราะในลำคอก่อนจะตอบ



         “แน่ดิ่”



         “งั้นบอกรักกู 5 ครั้ง ปฏิบัติ!!!” น้ำเสียงเข้มงวดราวกับสั่งทหารทำลายบรรยากาศหวานซึ้งจนหมดสิ้น ทำเอาผมหลุดหัวเราะก๊ากออกมา



         “คำว่ารัก ใครเขาพูดกันพร่ำเพรื่อ” ผมถามยิ้มๆ



         “ไหนมึงบอกให้กูเอาแต่ใจได้ไง คำขอแรกก็โดนปฏิเสธละ ขี้โม้ว่ะ” มันงอแงพลิกตัวก้มลงกัดเข้าที่ท้องแขนผมเหมือนเป็นการลงโทษ โทษฐานที่ผมขี้โม้



         “โอ้ย! ไอ้พีท มึงเป็นหมารึไงเนี่ยฮะ” กัดแรงซะด้วยจนผมต้องรวบตัวมันเข้ามากอดไว้ถึงจะยอมปล่อย คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเข้าหากันบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์ไม่ดี



         อย่างที่ผมบอก คำว่ารัก เขาไม่พูดพร่ำเพรื่อกันหรอก เพราะฉะนั้นคำว่ารักทั้ง 5 คำนี้ ผมจะพูดจากความรู้สึก



         “ถ้ามึงอยากจะฟัง ก็ฟังดีๆนะ” ผมรวบมือมันข้างนึงขึ้นมาจรดริมฝีปากกับหลังมือ ก่อนจะพูดเบาๆให้ได้ยินกันแค่สองคน



         “รักนะ” ผมรักมือคู่นี้ที่ทำอะไรๆเพื่อผมตั้งมากมาย



         ริมฝีปากเลื่อนขึ้นไปจูบที่หน้าผาก



         “รักนะครับ” อยากจะดูแลและปกป้องมันให้ดีที่สุด



         ก่อนจะเลื่อนลงมาจูบเบาๆที่เปลือกตา



         “รัก....” รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกลงไปในหลุมของความรักลึกขึ้นทุกทีๆ



         แตะริมฝีปากลงที่สันจมูกโด่ง



         “กูรักมึงนะ” ใบหน้าของพีทแดงกล่ำจนผมอยากจะบอกให้มันรู้ว่าตอนนี้มันดูน่ารักขนาดไหน



         และที่สุดท้าย.....



         ผมเงียบไปนาน จนเปลือกตาบางที่หลับตาพริ้มอยู่กระพริบถี่เพื่อจ้องมองมาที่ผมอย่างงงๆ แต่เมื่อสายตาเราประสานกัน เหมือนพีทจะรับรู้ว่าผมกำลังขออนุญาต



         จรดริมฝีปากลงบนริมฝีปากอิ่มสีแดงเรื่ออย่างช้าๆ ให้แสงจันทร์ในค่ำคืนนี้เป็นพยาน



         ....จูบแรกของเรา



         กับคำสามคำที่ผมใช้ทั้งหัวใจเพื่อพูดมัน



         “รักนะพีท”



         วันข้างหน้าอาจจะมีปัญหาอีกมากมายให้เราฝ่าฝันมัน เราอาจจะทะเลาะกัน หรือกูอาจจะทำมึงร้องไห้อีกหลายครั้ง แต่นั่นแหละคือส่วนหนึ่งของความรัก ขอเพียงแค่เมื่อเราพบเจอปัญหา เราจะจับมือกันให้แน่นพอที่ฝ่าฟันมันไปด้วยกันจนตลอดรอดฝั่ง ขอเพียงแค่เมื่อเราทะเลาะกันเราจะหันหน้ามาคุยและปรับความเข้าใจกัน และเวลาที่มึงร้องไห้ กูจะไม่ปล่อยให้คนอื่นเป็นคนเช็ดน้ำตามึงอีก



         ทั้งหมดนี้กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้ชายที่โง่เรื่องความรักอย่างกูจะทำมันได้ดีสักแค่ไหน แต่เพื่อที่จะรักษามึงไว้ในอ้อมแขนนี้ กูจะพยายามเพื่อความรักของเรา



         กูพยายาม...



         มึงพยายาม....



         กลายเป็นเราพยายาม....



         ....ทีละเล็ก




         ....ทีละน้อย



         ....ค่อยๆเดินไปด้วยกันก็พอ

 

 


 

 

+++++++++++++ The end ++++++++++++++

 



 

Talk: ไหน ใครถูกพีทหลอกเหมือนกับเอิ้นบ้าง ถถถถ อย่าโกรธพีทเลยนะคะ เพราะเอิ้นความรู้สึกช้าเกินไป ถ้าไม่มีอะไรไปกระตุ้นเค้าบ้าง ป่านนี้ก็ยังคงอมพะนำเก็บความรู้สึกอยู่นั่นเอง
        และแล้วฟิคเรื่องนี้ก็เดินทางมาถึงตอนจบจนได้ค่ะ เป็นฟิคสั้น 6 ตอนที่ใช้เลานานจริงๆ ถถถถถถถ รู้สึกใจหายเหมือนกันนะคะ เพราะฟิคเรื่องนี้ทำให้เราได้พบเจอใครอีกหลายๆคน ทำให้เกิดมิตรภาพดีๆขึ้นมา
          สำหรับคนอ่าน ขอบคุณนะคะที่อยู่กับฟิคเก็บจนมาถึงตอนนี้ ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์ ขอบคุณที่คอยตามจิกตามทวงกันจนเราเข็นมันจนจบได้
ฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่ฟิคที่ดีอะไรมากมาย แต่เราก็รักมันและรู้สึกสนุกเวลาที่ได้เขียน เรารักความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองของตัวละครในเรื่องนี้ ขอบคุณพี่เห็ดที่สร้างตัวละครใน Love sick ขึ้นมา ทำให้เราได้อินกับเอิ้นพีทในซีรี่ส์อย่างทุกวันนี้  สำหรับเราแล้วเอิ้นไม่ใช่คนเลวร้าย เขาแค่รู้ตัวช้าไป(ไม่)นิดหน่อย แฮะๆ ส่วนพีท ใครรู้สึกบ้างว่าพีทร้องไห้บ่อยจัง ถถถถถ จริงๆไม่คิดว่าตัวเองจะแต่งพีทออกมาได้ขี้แยขนาดนี้เลย ฮือออออ แต่เราแค่คิดว่า ผู้ชายที่ร้องไห้ให้กับเรื่องความรัก ไม่ใช่คนอ่อนแอ สุขก็ยิ้ม เจ็บปวดก็ร้องไห้ เป็นธรรมดาของมนุษย์ ไม่เห็นจะต้องแบ่งแยกเลยว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงจะร้องไห้ได้หรือไม่ได้ มันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ เอิ้นพีทในแบบฉบับของเรา ขอบคุณที่ชอบฟิคเรื่องนี้กันนะคะ เวลาที่มีคนบอกว่าชอบฟิคที่เราแต่ง เราดีใจมากเลย

ปล. หลายๆคนคงสงสัยว่า เนื้อเรื่องมันเกี่ยวกับชื่อเรื่องยังไงฟะ ไม่เกี่ยวค่ะ เพียงแต่ตอนที่คิดพล็อตเรื่องนี้ได้ เป็นตอนที่เรากำลังนั่งฟังเพลงเก็บอยู่พอดี ก็เลยเอาชื่อเพลงมาเป็นชื่อเรื่อง ถถถถถถถถถ พบกันใหม่เมื่อแต่งเรื่องใหม่เสร็จค่ะ 55555




 

               

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

444 ความคิดเห็น

  1. #437 3Nyay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 00:14
    เพิ่งมีโอกาสได้อ่าน ..บอกเลยว่าชอบ ชอบ ชอบบบบบบบบบบ



    ฮืออออออออออออออออออออ ชอบมากเลย ขอบคุณนะคะที่เขียนเรื่องนี้ให้ได้อ่าน ตอนนี้รู้สึกตัวลอยๆหวิวๆมาก เหมือนโดนบอกรักซะเอง อะเฮื่อออ



    นุ้งพีทร้องไห้ง่าย แต่น่ารักจริงๆ เอิ้นก็น่ารัก บอสก็ยังน่ารักเลย TTwTT





    เป็นเม้นที่มีแต่ความครวญคราง แต่แค่อยากบอกว่าชอบจริงๆน้า โอ้ยยยย เลิฟ
    #437
    0
  2. #419 พิษณุ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2558 / 17:45
    สุดก้กลับมารักกันจนได้โดนพีทหลอกยุได้อ่นะสู้ๆนะเอิ้นพีท
    #419
    0
  3. #418 ฟินนี่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 01:20
    อ่านกี่ทีก็ปริ่มมมมมมม ไรท์แต่งเรื่องใหม่น้าาาาา จะเอิ้นพีท จะ เงินออกัส เอาหมด จัดมาๆๆๆๆ
    #418
    0
  4. #413 baby_xingxing (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 02:33
    งื้ออ~ คือบับ ปริ่มเเรงอ่ะ><

    #ดีใจกับเอิ้นพีท/^\
    #413
    0
  5. #411 ChaosLord (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 02:10
    จบเเล้วววว เเอบใจหายเล็กน้อยถึงปานกลาง ถึงมาก ถึงม่กที่สุด ชอบเเละรอคอยมาโดยตลอดนะคับ ขอบคุณสำหรับผู้เขียนที่เขียนให้ผู้อ่านคนนี้ได้อ่านเเละมีความสุขกับมันนะคับ ขอบคุณที่ให้รอยยิ้มกับผู้อ่านคนนี้ ชอบอีกคำด้วยนะคับ"สุขก็ยิ้ม เจ็บปวดก็ร้องไห้ ไม่เห็นต้องเเบ่งเเยกชายหญิง" เพราะนเำตาไม่ได้เเสดงถึงความอ่อนเเอ ......สุดท้ายนี่ก็ขอขอบคุณอีกครั้ง เเละหวังว่าจะได้พบกันอีกนะคับ
    #411
    0
  6. #410 เอิ้นพีท รีดเดอร์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 12:47
    ขอบคุณน๊ะ # ดีใจที่เอิ้นพีทมีความสุขกัน
    #410
    0
  7. #408 pudsalin (@pudsalin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 16:28
    ฮื่อโดนพีทหลอกเหมือนเอิ้นเลย แต่ก็สมควรละเอิ้นควรเจอแบบนี้บ้างจะได้รู้ใจตัวเองไวๆ พีทเจ้าเล่ห์เอิ้นก็เจ้าเล่ห์เหมือนกัน แต่เอิ้นพีทน่ารักมากกกกกกกก เป็นฟิคสั้นที่ยากจะอธิบายได้มีหลากหลายอารมณ์มาก ชอบภาษาที่ไรท์เตอร์แต่ง ชอบตัวละครด้วยมันดูลงตัว คือมันสนุกมากอ่านละยิ้มตามฟินตายเลย รู้สึกใจหายนะค่ะฟิคสั้นเรื่องนี้จบแล้ว รอฟิคสั้นตอนต่อไปนะค่ะ ไรท์เตอร์สู้ๆ
    #408
    0
  8. #406 Cat'eye (@kuropin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 09:49
    พีทททททท ร้ายกาจมาก 555

    โอ้ยยยยย ในที่สุดก็ได้แฮปปี้กันทั้งคู่สักที
    หลังจากหน่วงมานานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กอไก่เยอะมาก 5555
    ชอบเรื่องนี้มากเลยอ่ะ ทั้งสำนวน ทั้งภาษา
    ใจหายเหมือนกันนะ จบแล้ว  แล้วต่อไปเค้าจะไปหน่วงได้ที่ไหนอีก ถถถถถ
    เป็นกำลังใจให้เรื่องใหม่นะคะ
    แล้วเจอกันอีก >3<
    #406
    0
  9. #405 หมิน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 09:32
    อ่านจบแล้วกริ๊ดดดเลย เลิศเลอมากก พีทน่ารัก เอิ้นรักพีมมากๆนะ

    ไรต์อยากเห็นเอิ้นหึงพีท ขอตอนสเปหน่อยได้ม่ายยยยย 5555+
    #405
    0
  10. #404 ไดโนเสาร์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 23:20
    อิจฉาพีททท งื้ออ เขินหนักมากค่ะ ติดตามผลงานไรท์เตอร์นะคะมาแบ่งปันความสุขให้กันอีกนะคะ ^^
    #404
    0
  11. #403 imagine_me (@chutikarn-ploy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 23:19
    แฮปปี้เอนดิ้ง หัวใจพองโต ไม่รู้จะพูดยังไงต่อเลย แต่อยากบอกว่าชอบมากกกกก. ขอบคุณที่เขียนเรื่องราวดีๆให้อ่านนะคะ ขอบคุณที่เขียนตอนจบให้ยิ้มได้ ขอบคุณนะคะ
    #403
    0
  12. #402 pandory (@pandory) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 22:38
    จบแล้วแฮปปี้ซะทีเย่ะรู้ใจตัวเองซะทีเอิ้นเราอ่านตอนนี้ร้องไห้เลยมีความสุขมากจริงๆขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะคะ
    #402
    0
  13. #401 **nest** (@nest8841) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 22:25
    พี่น่าร๊ากกก เอิ้นนี่กว่าจะทำอะไรได้แต่ละอย่าง ช้าจังนะคะ นี่ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดจะให้ไปกินผักบุ้งแทนข้าวแระจ้า 5555 สุดท้ายเค้าก็รักกัน จบหวานมากกก ณ จุดๆนั้นอยากเป็นพีทขึ้นมาทันที อิอิ
    #401
    0
  14. #400 Tontan_tan (@Tontan_tan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 22:14
    เขิลเลยยย บอกรัก 5 ครั้งงง 

    สู้ ๆ เป็นกำลังใจให้แต่งเรื่องใหม่เสร็จไวไว5555

    ฟิคเรื่องนี้สนุกมากกก รอติดตามลึ้นระทึกสุด
    #400
    0
  15. #399 Sun98 (@Sun98) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 21:15
    จบแบบแฮปปี้ด้วย ฮือออ โดนพีทหลอก555555 ชอบตอนบอกรัก5ครั้งเป็นไรที่น่ารักมากกกกกกกกกกกก  
    #399
    0
  16. #398 Hathaikan Hongkrajok (@katekay) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 21:06
    ขอบคุณเหมือนกันนะไรท์ ขอบคุณมาก หวานเฟร่อออออ ชอบบบบบบบบ

    ชื่อเก็บนะถูกแล้วค่ะ เก็บ ค่ะ เก็บ เก็บความประทับใจจากฟิคนี้ไว้ ให้นานๆเนอะ ^^ 
    #398
    0
  17. #397 Noona Finjung (@noonafinjung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 19:10
    เขินนนนนนนนน มันฟินตรงบอกรัก5ครั้งนี่แหละ 55555 พีทน่ารักเน๊าะ อยากเอามาเก็บไว้ที่บ้านจัง
    #397
    0
  18. #396 rossa7 (@rossa7) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 17:27
    หวานจริงๆ  0////0
    #396
    0
  19. #394 Noy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 16:58
    ชอบคะอ่านแล้วหน่วงแต่ชอบพีทน่ารัก
    #394
    0