The legend of the farmer ข้าคือชาวบ้านอันดับหนึ่ง

ตอนที่ 5 : หว่านเมล็ดครั้งที่ 1 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62

5/6/2019

[สำหรับผู้ที่มีปัญหาในการอ่านผ่านApp คนเขียนลองแล้วแต่จนปัญญามาก มีทางเดียวคือต้องเอาตารางออก ซึ่งมันเอาออกไม่ได้ หากเอาออกนี่มันเหมือนขาดบางอย่างไป วิธีก็คือ อ่านในเว็บค่ะ https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1965089&chapter=5   ]


"คู่มือและระบบ"


               ฤดูใบไม้ผลิเมื่อสองปีก่อน ชุนเหอในวัยเจ็ดขวบปีที่ถึงเวลาที่จะทดสอบวัดพลังของธาตุนั้น ไม่สามารถที่จะไปทดสอบวัดพลังของธาตุได้เนื่องจากเขตที่อยู่อาศัยเป็นเขตชายแดนระหว่างแคว้นฉู่กับแคว้นเว่ย เขตชายแดนอันรกร้างของผู้คนที่มาจากที่อื่นมาตั้งรกรากไม่ใช่คนของทั้งสองแคว้น เป็นพื้นว่างกว้างประมาณห้าสิบลี้และทอดยาวขนาบข้างด้วยแคว้นฉู่และเว่ยประมาณเกือบๆร้อยลี้ พื้นที่ที่ถูกลืมในอดีตนั้นเคยเป็นสมรภูมินองเลือดระหว่างสองแคว้น แต่ด้วยพิษจากสงครามที่กินเวลายาวนานมาหลายสิบปีจนในที่สุดทางแคว้นฉู่ก็เริ่มขาดแคลนเสบียง เพราะด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่ของแคว้นนั้นเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ถึงแม้มันจะเหมาะกับการทำเกษตรขนาดไหน แต่ผลผลิตก็ไม่อาจออกมาได้ทันเท่าที่ต้องการใช้ ฮ่องเต้ไท่จง นั้นเป็นกษัตริย์ที่ยอมหักไม่ยอมงอ แม้ฝ่ายขุนนางจะเสนอเรื่องการสงบศึกมาหลายปี แต่พระองค์ก็ทรงโกรธเกรี้ยวพวกขุนนางเหล่านั้นที่พยายามให้พระองค์ต้องยอมลงให้อีกฝ่าย ด้วยความดื้อดึงและการขูดรีดภาษีประชาชนเพื่อกองทัพทำให้ประชาชนมากมายอยู่อย่างแร้นแค้นและอดอยาก เหล่าชาวไร่ชาวนาก็ทำผลผลิตออกมาได้ไม่ดีเพราะภัยแร้ง แถมยังต้องมาเจอการขูดรีดภาษีจากเบื้องบนยิ่งทำให้ภายในแคว้นบอบช้ำสาหัส และในที่สุดก็เกิดการกบฏขึ้นจากภายในราชสำนัก องค์ชายห้าผู้เป็นพระอนุชาขององค์ฮ่องเต้ไท่จงนั้นได้ลุกขึ้นมาปฏิวัติ การกบฏประสบผลสำเร็จ เพราะองค์ทรงขึ้นครองราชย์หลังจากการกบฏเหล่าขุนนางหลายฝ่ายต่างเห็นดีเห็นงามด้วย เหตุการณ์แรกหลังจากที่พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ก็คือการส่งองค์หญิงใหญ่หญิงสาวที่ผู้คนต่างพูดกันปากต่อปากว่าเป็นหญิงงดงามที่สุดในแคว้นไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีเพื่อขอสงบศึกกับเเคว้นเว่ย ถึงแม้ในคราแรกแคว้นเว่ยเหมือนจะไม่ยอมกับการแต่งงานสงบศึก แต่เมื่อ ฮ่องเต้เหลียงกง ได้ยลโฉมองค์หญิงใหญ่พระองค์ก็ทรงตกหลุมรักองค์หญิงจนยินยอมเซ็นสัญญาสงบศึกร้อยปี 


ข่าวการสงบศึกแพร่สะพัดไปทั่วจนชนเผ่าเร่ร่อน ที่ได้ข่าวจากการสงบศึกจึงเดินทางมาตั้งรกรากอาศัยจวบจนถึงปัจจุบัน และแน่นอนว่าครอบครัวตระกูลหวังก็เป็นหนึ่งในชนเผ่าเร่ร่อนที่มาลงหลักปักฐาน ณ ที่แห่งนี้ และด้วยเป็นชนเผ่าเร่ร่อนเล็กๆถึงแม้ตอนนี้จะขยับขยายจนกลายเป็นหมู่บ้านที่มีบ้านประมาณสามสิบกว่าหลังแล้ว แต่ทว่าความสะดวกสบายหลายๆอย่างก็ยังคงไม่มี ด้วยความที่เป็นชนเผ่าเร่ร่อนจึงเป็นพวกอยู่ที่ไหนก็ได้ แค่มีที่กำบังลมกับผ้าห่มขาดๆและอาหารพวกเขาก็สามารถอยู่ได้แล้ว แค่ยามฤดูหนาวพวกเขาก็เพียงแค่ต้องการผิงไฟอุ่นๆบนกองไฟเท่านั้น เพราะฉะนั้นการมีที่ทดสอบวัดพลังปราณก็ถือเป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว ถ้าจะให้มีที่ทดสอบวัดมานาของผู้ที่มีพลังเวทย์ด้วยนั้นเห็นทีจะกลายเป็นเรื่องขำขันของคนในหมู่บ้านหากเอาเรื่องนี้ไปพูด เพราะที่ตรวจสอบวัดปริมาณมานานั้นมันมีกลไลที่ซับซ้อน จึงมีเพียงแค่ในเมืองเท่านั้นที่จะมีที่ทดสอบวัดมานาของผู้ที่มีพลังเวทย์ ขนาดหมู่บ้านในบริเวณชายแดนแคว้นฉู่ที่เป็นหมู่บ้านค่อนข้างใหญ่ยังไม่มีมันด้วยซ้ำไป นอกจากการที่ทดสอบจะยุ่งยากแล้ว ผู้คนที่มีพลังเวทย์ก็ยุ่งยากไม่แพ้กัน  พลังเวทย์นั้นแตกต่างจากพลังปราณอย่างสิ้นเชิง  ในขณะที่พลังปราณสามารถฝึกปรือหรือแม้กระทั่งสามารถกินบางสิ่งบางอย่างเพื่อเพิ่มพูนปราณพื้นฐานได้นั้น พลังเวทย์กลับทำสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ผู้ที่มีพลังเวทย์จะมีรากฐานพลังเป็น มานา มานานั้นจะมีมาตั้งแต่เกิดไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ ยิ่งพลังมานามากเท่าไหร่พลังเวทย์ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ผู้คนที่เกิดขึ้นพร้อมกับมีมานามาตั้งแต่เกิดมักจะเป็นคนที่โชคร้ายเพราะสังคมมักจะเหยียดถึงแม้ว่าจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากแม้มีมานาเพียงแค่ห้าสิบหน่วย แต่ก็ใช้ได้แค่ในชีวิตประจำวันเท่านั้นซึ่งต่างกับผู้มีปราณที่สามารถฝึกปรือฝีมือและพลังไปได้เรื่อยๆ ร้อยละหนึ่งนั่นคือจำนวนของผู้ที่มีมานา กลับกันถ้าหากคนๆนั้นคนที่มีพลังเวทย์เกิดมาพร้อมกับมานาที่เยอะกว่าคนปกติทั่วไป* คนๆนั้นก็สามารถยืนอยู่เหนือพวกมีปราณระดับกลางไปได้ไม่ยาก ในบันทึกตามประวัติศาสตร์คนที่มีมานามากที่สุดคือ ตาเฒ่าฉิงหวง ชายชรามีมานามากถึงสามพันห้าร้อยหน่วยและเขายังสามารถยืนอยู่ในตำแหน่งเทียบเท่ากับเหล่าผู้อาวุโสผู้มีพลังปราณคนอื่นๆที่ได้การยอมรับจากทั่วแผ่นดินได้ไม่ยาก ถ้าให้เปรียบแล้วล่ะก็ผู้มีพลังปราณก็คือนักรบแนวหน้า ส่วนผู้มีมานาก็เป็นหน่วยสนับสนุนช่วยเหลือด้านหลัง เพราะเป็นแบบนั้นคนที่มีพลังมานามากกว่าหนึ่งร้อยหน่วยหรือเทียบเท่านั้น มักจะเดินทางในเส้นทางของนักปรุงยา และพวกเขาก็ทำได้ดีจนพวกคนที่ดูถูกพวกเขายังต้องมาร้องขอยามเมื่อต้องการเลื่อนระดับ หรือแม้แต่ยาที่จะใช้รักษา


เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องราวพื้นฐานที่ใครๆก็ต่างรู้ แม้จะเป็นคนที่เก็บตัวอยู่ในบ้านหรือคนที่อาศัยอยู่ในป่าอย่าง หวัง ชุนเหอ ที่ไม่เคยก้าวเท้าออกไปเกินบริเวณบ้าน แม่น้ำและชายป่ายังรับรู้เรื่องพวกนี้ เพราะฉะนั้นการที่บิดาของเขาไม่ได้พาไปทดสอบพลังเขาก็เข้าใจได้อยู่ถึงแม้จะมีงอแงอย่างเอาแต่ใจบ้าง แต่ ณ ปัจจุบันมันไม่ใช่อะไรแบบนั้นแล้ว ผู้เป็นบิดามองเห็นบุตรชายที่โตขึ้นทั้งความคิดและอารมณ์ ผู้เป็นน้องมองเห็นคนที่สามารถพึ่งพาได้มากกว่าเมื่อก่อน ในอดีตยามที่ชุนเหออายุเพียงเจ็ดขวบปีนั้นเขาเปรียบเสมือนลูกชายคนเล็กของบ้านมากกว่าจะเป็นพี่คนโต ด้วยที่เป็นลูกคนแรกที่ทั้งบิดามารดาเฝ้ารอมาตลอด แถมยังมีลักษณะภายนอกน่ารักดูนุ่มนิ่มเฉกเช่นเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ มันไม่แปลกเลยที่คนในครอบครัวจะตามใจเขาจนเสียคนไปบ้าง แต่ข้อดีของเขายามเป็นเด็กน้อยวัยเจ็ดขวบก็คือเป็นคนที่รักครอบครัว แม้จะตั้งตัวเป็นหัวโจกของเหล่าน้องๆ ใช้น้องให้ทำงานบ้านแทน หรือแม้แต่แกล้งเล็กๆน้อยๆ แต่ในยามที่น้องชายตกอยู่ในอันตราย คนแรกที่กางปีกปกป้องก็คือเขา 


ชุนเหอยังจำมันได้ดี เขาในวัยเจ็ดขวบปีที่งอแงเพราะบิดาไม่พาตนไปทดสอบวัดพลังจนบิดาต้องหลอกล่อแล้วกล่อมแล้วกล่อมอีกจนในที่สุดก็จำใจพาเขาเข้าไปในป่าด้วย ถึงจะบอกว่าป่าแต่จริงๆที่ๆเขาไปก็แค่เดินข้ามสะพานแล้วอยู่ในบริเวณโล่งๆตรงบริเวณชายป่า ที่มีกองไฟเล็กๆและที่พักแบบชั่วคราวที่ใช้ผ้ามาขึงทำเป็นที่พักยามที่คนในหมู่บ้านชนเผ่าเร่ร่อนมาหาปลา หรือในยามที่บิดาของเขาออกไปล่าสัตว์ บิดาของเขานั้นมีปราณที่แข็งแกร่งแต่ธาตุที่มีนั้นกลับไม่ได้ช่วยอะไรในยามทำไร่เลยซักนิดเดียว หวังหลี่ที่จำใจพาเจ้าก้อนแป้งน้อยของเขามาข้ามมายังบริเวณนี้ด้วยเพราะอยากจะตามใจที่ไม่สามารถพาไปทดสอบพลังได้ ด้วยเหตุผลอะไรหลายๆอย่าง ถึงแม้บริเวณสิบลี้แรกของชายป่าจะเป็นส่วนที่ปลอดภัยไม่มีสัตว์กินเนื้ออยู่อาศัย แต่เขาก็อดจะเป็นห่วงลูกชายตัวน้อยนี้ไม่ได้ ชีวิตของหวังหลี่นั้นมีเพียงลูกๆที่ภรรยาสุดที่รักทิ้งไว้ให้เพียงเท่านั้น




[รูปแผนที่บ้าน  สามารถดูแบบระเอียด ได้ที่ข้อมูลเบื้องต้น // หากอยากดูภาพใหญ่คลิกลิงค์นี้ >> https://uppic.cc/d/KU7B ]


หวังหลี่จึงจำเป็นต้องกระเตงพาเด็กๆมาด้วย เขาย้ำหลายๆรอบว่าให้อยู่แค่บริเวณกองไฟ ถึงแม้มันจะปลอดภัยแต่คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นกับลูกของตัวเอง ถึงแม้มันจะใกล้กับแม่น้ำเพราะเป็นจุดหาปลาที่ดีแต่หวังหลี่ก็ไม่กังวลอะไรมากนักเพราะน้ำไม่ได้เชี่ยวอะไรมากแถมยังอยู่ในฤดูที่น้ำในแม่น้ำนั้นน้อย มันสูงยังไม่ถึงหน้าแข้งเขาด้วยซ้ำไป  แต่ด้วยความชะล่าใจว่ามันคงไม่เกิดอะไรขึ้นในเขตปลอดภัย แต่ใครจะคาดเดาเหตุการณ์ในอนาคตได้ล่ะ? จริงไหม? 

แน่นอนว่ามันเกิดเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของเด็กน้อยไปตลอดกาล ในขณะที่เด็กๆกำลังเล่นอยู่ข้างแม่น้ำตื้นๆในช่วงที่ผู้เป็นบิดาเข้าไปในป่าเพื่อไปล่าสัตว์ ภัยอันตรายก็คืบคลานเข้ามาอย่างเงียบๆ สัตว์อสูรชั้นกลางระดับสามเยื้องย่างเข้ามาอย่างเงียบๆ จ้องมองเหยื่ออันโอชะด้วยแววตามาดร้าย ในขณะที่มันกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หวัง ชิงเถา ก็หันไปเห็นสัตว์ร้ายที่เยื้องย่างออกมาจากป่า เด็กชายขมวดคิ้วเอียงคอสงสัยกับสัตว์ร้ายตัวจิ๋ว ที่ลักษณะภายนอกของมันเหมือนกับกระต่ายป่าตัวน้อยไร้พิษภัย ในขณะที่หวัง ชิงเถากำลังจะเอื้อมมือออกไปสัมผัสกับเจ้าสัตว์ร้ายตัวน้อย ผู้เป็นพี่ก็เหลือบสายตาไปเห็นพอดี ก่อนจะผลักเด็กชายตัวน้อยหลบไป ประจวบเหมาะกับกระต่ายตัวน้อยกลายเป็นหมาจิ้งจอกขนาดยักษ์ มันที่กำลังตะหวัดกรงเล็บอันแหลมคมลงบนร่างเล็กๆของชิงเถาก็กลายเป็นแผ่นหลังเล็กๆของผู้เป็นพี่ชายแทน  

ภาพเบื้องหน้าที่หวังชุนเหอเห็นก็คือภาพของน้องชายที่กำลังร้องไห้จาเสียงดัง ความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วแผ่นหลังเล็กๆทำเอาเด็กน้อยตัวสั่น และเพียงแค่หนึ่งลมหายใจร่างเล็กๆก็ร่วงตุ๊บไปบนพื้นดิน หลังบางที่เคยเนียนไร้รอยตำหนิก็ปรากฏเป็นแผลฉกรรจ์ ในช่วงที่เด็กน้อยตระหนักได้ว่า นี่หรือคือความตาย บางสิ่งบางอย่างก็ปลุกเขาตื่นขึ้นมาพบกับความเป็นจริง ภาพเบื้องหน้าที่เป็นพื้นดินอันแตกระแหงไกลจนสุดสายตา ท้องฟ้าขุ่นมัวเหมือนกับพายุเข้า ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งเมื่ออยู่ในนี้ ไม่มีแม้แต่ลม ก้อนเมฆไม่เคลื่อนไหว เด็กน้อยมองไปรอบๆด้วยความหวาดกลัวสุดหัวใจ มันอ้างว้างโดดเดี่ยวไม่มีอะไรเลย เด็กน้อยเริ่มร้องไห้และคิดถึงผู้เป็นบิดาและเหล่าน้องชาย ไม่รู้ว่าร้องไห้ไปนานเท่าใดหรืออยู่ในนี้มากี่ชั่วยาม แต่สิ่งเดียวที่เด็กน้อยสัมผัสได้คือ ความไร้ซึ่งชีวิต ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเดินไปทางไหนก็มีเพียงพื้นดินแตกระแหงกับท้องฟ้าขุนมัวที่ไม่จบไม่สิ้น เขาเหนื่อยเขาท้อและนั่นเป็นครั้งแรกที่เด็กน้อยรู้สึกหวาดกลัวสิ่งที่เรียกว่าความตาย ท่านแม่ของเขาก็ตายจากไป หรือนี่ก็คือสิ่งที่ท่านแม่ของเขาก็ต้องพบเจอกันนะ? ในขณะที่เด็กน้อยทิ้งตัวลงบนพื้นดินอย่างสิ้นหวังภายในหัวของเขาเหมือนถูกบางสิ่งบีดรัดจากภายในจนเด็กน้อยตาลาย เขากลิ้งเกลือกไปบนพื้นกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนจะหมดสติ และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง* เด็กน้อยระลึกชาติได้ แม้จะจำไม่ได้ว่าชาติที่แล้วของเขาเกิดเป็นใคร ชื่ออะไร หรือแม้แต่หน้าตาเป็นยังไง แต่ความรู้รวมไปถึงอารมร์และอะไรหลายๆอย่างก็ถูกบีบอัดอยู่ในสมองเหมือนชิ้นส่วนที่หายไปนั้นถูกเติมเต็ม ณ ตอนนี้จิตใจของเขาไม่ใช่เด็กเล็กๆอีกต่อไปแล้ว 



เสียงกรีดร้องของเหล่าเด็กๆที่ดังขึ้นทำให้หวังหลี่หัวใจวูบโหวง เขารีบใช้พลังปราณเร่งฝีเท้าไปยังริมแม่น้ำที่เด็กๆอยู่ทันที ภาพเบื้องหน้าที่เขาเห็นเหมือนกับบางสิ่งมันมาควักหัวใจของเขาออกไป ร่างของเด็กน้อยที่ชุ่มไปด้วยเลือด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ชิงเถาและชิงจูกอดกันกลม ร่างน้อยๆนั่นสั่นมือป้อมๆของชิงเถาพยายามจะเอื้อมไปคว้าร่างของพี่ชาย แต่เท้าของสัตว์ร้ายกลับยกขึ้นมาแล้วเหยียบบนแผ่นหลังเล็กๆที่เต็มไปด้วยรอยกรงเล็บจนได้ยินเสียงดังกร๊อบ เขาโกรธ โกรธมากๆ หวังหลี่ไม่เคยรู้สึกโกรธและอยากจะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างมากขนาดนี้ พลังปราณของเขาเอ่อล้นออกมา เปลวไฟลุกท่วมคลุมร่างของชายหนุ่มเอาไว้ คันธนูที่อยู่ในมือมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน 


เจ้าสัตว์ร้ายชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่เเข็งแกร่ง มันยกเท้าออกจากแผ่นหลังเล็กก่อนจะหันไปเผชิญกับสิ่งที่ทำให้มันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเล็กๆ เขี้ยวคมของมันเงาวับยามมันอ้าปากและเตรียมพุ่งกระโจนใส่หวังหลี่ ด้วยความโกรธแค้นที่เห็นลูกชายในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตายหวังหลี่ร่ายรำเพลงมวยซัดฝ่ามือใส่เจ้าสัตว์ร้ายจนกระเด็นข้ามแม่น้ำไป ร่างของสัตว์อสูรชั้นกลางระดับสามอย่างจิ้งจอกมายากลิ้งหลุนๆไปหลายตลบก่อนจะแน่นิ่ง ตัวมันอ่อนยวบยาบเนื่องจากกระดูกของมันบางส่วนที่ถูกฝ่ามือซัดใส่นั่นแหลกละเอียด  หนังของมันบางส่วนถูกเปลวไฟเผาจนเกรียม 


หวัง หลี่ ไม่สนใจเจ้าสัตว์ร้ายอีกต่อไป เขารีบพุ่งเข้าไปยังร่างของชุนเหอแล้วพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองไม่ให้เผาป่านี้ให้เหลือแต่เถ้าถ่าน ร่างของเจ้าก้อนแป้งน้อยของเขานั้นเลยคำว่าสะบักสะบอมไปไกล มันมากเกินกว่าร่างเล็กๆนี้จะรับมันไหว เขาอุ้มร่างน้อยขึ้นมาอย่างเบามือ น้ำตาของผู้เป็นพ่อไหลเอ่อ ทุกอย่างนิ่งไปหมด ลูกชายของเขานิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆเขาสูญเสียสิ่งสำคัญไปอีกแล้วเช่นนั้นหรือ? ในขณะที่ใจของเขาแหลกไม่มีชิ้นดีและพยายามเกลี้ยกล่อมเด็กๆที่ร้องไห้งอแงเรียกหาแต่พี่ชายให้สงบลง ร่างที่แน่นิ่งนั่นก็เคลื่อนไหวน้อยๆพร้อมกับลมหายใจอันแผ่วเบา หัวใจของชายหนุ่มเต้นถี่ระรัว รีบพาเด็กๆและร่างในอ้อมแขนตรงดิ่งกลับบ้าน ระยะทางเพียงห้าลี้แต่มันไกลมากสำหรับหวังหลี่ในตอนนี้ เขาบอกให้ชิงเถาและชิงจูกอดคอเขาเอาไว้ก่อนจะเร่งฝีเท้าใส่พลังปราณแทบทั้งหมดลงไปที่ขาจนถึงบ้านภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป


หวังหลี่วางร่างเล็กๆที่หายใจรวยรินไว้บนกองฟางที่ปูด้วยผ้าอย่างแผ่วเบา ก่อนจะวิ่งไปค้นหาบางอย่างจากในหีบไม้เก่าๆที่เขาเก็บมันไว้อย่างดีไว้บนขื่อภายในบ้านมือของเขาสัมผัสกับวัตถุชิ้นหนึ่งหวังหลี่คว้ามันไว้แล้วรีบกลับมายังร่างเล็กๆที่เหมือนลมหายใจจะถูกช่วงชิงไปได้ทุกเมื่อ เครื่องปั้นดินเผาขนาดเล็กที่ลักษณะมันคล้ายกับขวดใส่ยาเล็กๆ ถูกนำออกมาจากในหีบก่อนที่หวังหลี่จะดึงจุกไม้ที่เปรียบเสมือนที่ปิดขวดออก เขาประคองร่างเล็กๆของเจ้าก้อนแป้งน้อยไว้อย่างแผ่วเบาค่อยๆเทน้ำสีเขียวข้นคลั่กที่อยู่ในขวดใส่ปากเล็กที่ซีดเผือด เพียงแค่น้ำสีเขียวข้นๆนั่นไหลเข้าผ่านลำคอของชุนเหอได้ไม่นาน ลมหายใจที่รวยรินก็เปลี่ยนเป็นสม่ำเสมอ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก โชคยังดีที่ของรางวัลที่เขาเคยได้เมื่อครั้งวัยเยาว์ยามที่เขาไปเป็นทหารรับจ้างมันยังคงอยู่และเป็นของดีที่คนทั่วไปยากที่จะได้ครอบครอง ต้องขอบคุณบุญเก่าของเขาจริงๆที่ทำให้เจ้าก้อนแป้งน้อยนั้นยังคงอยู่กับเขา 


"ท่านพ่อ" หวัง ชิงเถา เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นบิดาวางพี่ชายลงบนที่นอนแล้วเห็นสีหน้าของพี่ชายเริ่มดีขึ้น

"ว่าอย่างไร?" ผู้เป็นบิดาหันมามองบุตรชายคนรองก่อนจะนั่งยองๆเพื่อที่จะได้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน

"ขะ...ท่านช่วยสอนข้าได้หรือไม่?" เด็กน้อยหันมองร่างของผู้เป็นพี่ชายที่มีน้องเล็กอย่างชิงจูเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างเพียงหนึ่งลมหายใจ ก่อนที่จะหันมามองผู้เป็นบิดาแล้วเอ่ยอย่างหนักแน่น

"เฮ้อ เถาเออร์ เจ้าคิดจะฝึกวรยุทธอย่างนั้นหรือ?" หวังหลี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาก็พอรู้ว่าลูกชายคนนี้คงเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยังดีที่เด็กคนนี้ไม่ร้องไห้งอแงสติแตกไปหลังจากเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน ลูกคนนี้ช่างเหมือนเขาในวัยเยาว์เสียจริงๆ สายตาอันแน่วแน่แม้ร่างกายเล็กๆนั่นจะสั่นไปบ้างก็ตามที 

"ก็ได้ ข้าจะสอนเจ้า"


[ปัจจุบัน]

เขาจำได้ดีว่าตั้งแต่ระลึกชาติได้นั้นตัวเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป รู้สึกเหนื่อยช้าลง และเหมือนกับว่าร่างกายของเขาจะแข็งแกร่งขึ้น ทุกอย่างมันแปลกประหลาดไปหมด ทำเอากว่าจะชินก็ใช้เวลาไปหลายเดือน แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรแปลกไปมากกว่าการระลึกชาติได้ และร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นมากที่แม้แต่มีดยังแทงเขาไม่เข้า แต่เขาคงคิดผิด เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้านี้ โครตจะแปลกสุดๆ ในโลกนี้ที่เหมือนนิยายแฟนตาซีในโลกก่อนก็ตื่นตาตื่นใจแล้ว แต่หน้าจอโฮโลแกรม*โปร่งใสที่ขึ้นข้อความอยู่เบื้องหน้าเขานี่ทำเอาเขารู้สึกเหมือนตัวเองฝันไป 

ในอดีตชาติอันเลือนลางของเขา จำได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขานี่มันคือระบบพื้นฐานของเกมอาร์พีจี ที่จะแจ้งเตือนต่างๆ มันไม่มีเสียง มีเพียงกรอบโฮโลแกรมใสๆขึ้นมาเท่านั้น เมื่อเขาพยายามหันไปทางอื่นมันก็ยังคงตามมา จนสุดท้ายก็ลองใช้มือป้อมๆนั่นแตะที่จอโฮโลแกรมเบื้องหน้าเบาๆ และเมื่อเขาแตะมัน ก็มีหน้าต่างใหม่เด้งขึ้นมา ทำเอาเขาอ้าปากค้างอย่างอึ้งๆ



[รูปสถานะ อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆในอนาคตตามความเหมาะสม / ยังไม่ได้แก้คำว่าปลดล็อค ]


มันคือหน้าต่างบอกค่าสถานะของเขาที่ในเกมเรียกกันว่า หน้าต่างสเตตัส ขยี้ตาก็แล้วลองหลับตาแล้วลืมตาขึ้นมาใหม่ก็ยังคงอยู่ นี่มันระบบเกมชัดๆ  ชุนเหอคิดในใจก่อนจะมองรายละเอียดของค่าสถานะของเขาที่มันไม่สมดุลเอาเสียเลย ในหน้าต่างสถานะที่ปกติจะต้องบอกพลังชีวิตและมานาเป็นตัวเลข แต่นี่กลับไม่มีเลขอะไรเลยนอกจากหลอดสีแดงและสีฟ้า ที่มีตัวหนังสือเขียนไว้ว่า พลังชีวิตกับปริมาณมานา มันก็ดูประหลาดดีเมื่อ หลอดค่าความเหนื่อยล้าสีเหลืองที่อยู่ด้านล่างนั้นมีตัวเลขอารบิกบอกอยู่ว่าเขามีค่าความเหนื่อยล้าเท่าไหร่ 

พลังโจมตีของเขามองดูแล้วก็ตลกดี ก็นะเด็กอย่างเขาจะให้มีค่าพลังโจมตีเป็นร้อยเป็นพันก็คงไม่ใช่เรื่อง นอกจากค่าความทนทานที่เยอะจนน่าแปลกใจแล้วก็ไม่มีค่าอะไรมีตัวเลขแปลกๆอีก ส่วนพลังโจมตีเวทย์ที่เขียนกำกับไว้ด้านหลังว่าไม่สามารถระบุได้อาจเป็นเพราะค่ามานาของเขาไม่มีตัวเลขบอกสถานะล่ะมั้งนะ เขาคิดว่าเป็นเช่นนั้น และเดาเอาวา่  ตรงค่าสถานะมานาสำหรับคนที่มีพลังปราณจากมานาคงเปลี่ยนเป็นพลังปราณแทน เขาไม่สนใจพวกค่าสถานะต่างๆอีก แต่ไปสนใจกรอบสีแดงที่อยู่ด้านข้างของเลขที่บอกถึงระดับของเขาเอง ถ้าเป็นอดีตชาติมันก็คงเรียกว่าเลเวลล่ะนะ  

"ปลดล็อคร้านค้างั้นเหรอ?" เขาพึมพำออกมาเมื่ออ่านข้อความในกรอบสีแดง และเพียงแค่เขาเอ่ยขึ้นมาหน้าต่างที่แสดงค่าสถานะก็หายไป กลายเป็นหน้าต่างร้านค้าแทน บางทีเขาควรจะค่อยๆเรียนรู้ระบบนี้ดีรึเปล่านะ มันจะมีคู่มือให้้เขาศึกษามันรึเปล่านะ? เพราะรู้สึกทุกอย่างมันรวดเร็วและกะทันหันไปเสียหมด บางทีคงต้องเริ่มจากการทบทวนความทรงจำในอดีตชาติว่าเกมที่เขาเคยเล่นนั้นมีระบบเป็นอย่างไร เขาคิดว่าบางทีมันอาจคล้ายๆกันก็ได้


 

คู่มือการใช้งานระบบ

 

 

วิธีเปิดใช้งาน [ปลดล็อคเมื่อมีระดับ 5]

เมื่อต้องการเปิดหน้าต่างสถานะ หน้าต่างร้านค้า/ตลาด หน้าต่างกระเป๋าไอเทม หรือ หน้าต่างสกิล  จำเป็นต้องใช้มานาในการเรียกใช้ ครั้งละ 5 หน่วย วิธีใช้ จินตนาการหรือพูดโดยใส่พลังเวทย์ลงไปด้วย หน้าต่างก็จะปรากฏขึ้น

 

หน้าต่างค่าสถานะ [ปลดล็อคเมื่อมีระดับ 5]

หน้าต่างค่าสถานะจะบอกรายละเอียดพื้นฐานต่างๆ และบอกสิ่งของที่ครอบครอง (ไอเทม) ที่ไม่สามารถทิ้งได้ แต้มเพิ่มค่าสถานะ ที่สามารถเพิ่มค่าสถานะ ป้องกัน / พลังโจมตี / ความเร็ว หรือ สกิลได้

- พลังชีวิตในช่องหน้าต่างค่าสถานะ คือพลังชีวิตที่เหลืออยู่ สามารถเพิ่มได้หากลดลงโดยการทานอาหาร ใช้ยารักษา หรือ นอนพักผ่อน

- ปริมาณมานา/ปริมาณปราณ จะแสดงมานา/ปราณพื้นฐานที่มีอยู่ สัมพันธ์กับพลังโจมตีและพลังเวทย์

- ป้องกัน / ความทนทาน แสดงความแข็งแกร่งและแข็งแรงของร่างกาย สัมพันธ์กับค่าความเหนื่อยล้า

- ความเร็ว / ความคล่องตัว

- ฉลาด / ปัญญา แสดงค่าสติปัญญาในปัจจุบัน  [ไม่สามารถใช้แต้มเพิ่มค่าสถานะได้ ]

 

หน้าต่างสกิล [ปลดล็อคเมื่อมีระดับ 5]

จะแสดงรายชื่อสกิลต่างๆที่มี ( ปัจจุบัน) และความสามารถพิเศษต่างๆรายระเอียดต่างๆของสกิล เช่น

สกิลทำฟาร์ม ระดับ  1   ปลดล็อคอุปกรณ์พื้นฐานในการทำฟาร์มในร้านค้า และ คู่มือพืชผล ระดับ 1

สามารถใช้แต้มที่ได้จากทำภารกิจประจำวันหรือตอนที่เลื่อนระดับ เพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์ของสกิลได้

( 1 แต้มจากภารกิจหรือเลเวลอัพ มีค่าเท่ากับ 100 ค่าประสบการณ์)

 

หน้าต่างร้านค้า [ปลดล็อคเมื่อมีระดับ 5]

จะแสดงสิ่งของที่สามารถซื้อได้ โดยเมื่อกดยืนยันการซื้อของจะเข้าไปอยู่ในกระเป๋ามิติอัตโนมัติ โดยเงินจะเชื่อมต่อกันระหว่าง ร้านค้า/ตลาด – ถุงเงิน – กระเป๋ามิติ  ในร้านค้าจะมีสินค้ามามายให้เลือกซื้อ แต่บางอย่างก็ต้องผ่านการปลดล็อค ยิ่งระดับสกิลการค้าขายสูง ร้านค้าก็จะปลดล็อคตัวเลือกใหม่ๆ (ไม่ใช่สิ่งของที่ขายในร้านแต่เป็นระบบต่างๆของร้านค้า) และ ราคาของในร้านจะถูกลง สามารถขายของได้กำไรมากขึ้น  (ของบางอย่างสามารถขายในร้านค้าได้ ) และของที่สามารถซื้อได้ก็จะมีคุณภาพดีขึ้นด้วย

 

หน้าต่างตลาด  [ปลดล็อคเมื่อมีระดับ 7]

ในหน้าต่างตลาดจะมีระบบใกล้เคียงกับหน้าต่างร้านค้ามาก แต่ของในตลาดจะต่างจากร้านค้า ( ของในตลาดจะไม่มีในร้านค้า ) ในตลาดจะขายพวกของสด หรือพวกวัตถุดิบบางอย่างเช่น หนังสัตว์    ยิ่งระดับสกิลการค้าขายสูง ราคาของในตลาดจะถูกลง สามารถขายของได้กำไรมากขึ้น  (ของบางอย่างสามารถขายในตลาด เช่นผลิตทางการเกษตร) และของที่สามารถซื้อได้ก็จะมีคุณภาพดีขึ้นด้วย

 

หน้าต่างกระเป๋ามิติ ( ช่องกระเป๋าเก็บของ )

สามารถเรียกหน้าต่างใช้งานได้โดยการใช้มานา 5 หน่วย ในกรณีที่ไม่เปิดใช้งานหน้าต่าง ก็สามารถใส่ของไปในกระเป๋าได้โดยตรง มันจะจัดช่องให้เองอัตโนมัติ และเมื่อจะหยิบของในกระเป๋าเพียงแค่นึกถึงลักษณะของสิ่งของ

จำนวน ก็สามารถหยิบออกมาได้ ในการหยิบของออกมาแต่ละครั้ง (กรณีที่ไม่เปิดหน้าต่าง) จะเสียมานา 10 หน่วย

สามารถใส่ของชนิดเดียวซ้อนทับกันใน 1 ช่องได้ 100 ชิ้น หากเพิ่มระดับกระเป๋า ความจุของกระเป๋าก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

 

 

เครื่องมือ

เมื่อระดับเพิ่มขึ้นก็จะปลดล็อคเครื่องมือต่างๆ และ มีเครื่องมือพื้นฐานบางอย่างที่ไม่สามารถทิ้งหรือทำลายได้ แต่สามารถเพิ่มระดับของเครื่องมือชิ้นนั้นๆได้(อัพเกรด)

 

เครื่องมือที่ไม่สามารถทำลายได้ ( ไม่มีวันสูญหาย หากวางลืมหรือโดนขโมย มันจะกลับเข้าไปในกระเป๋ามิติภายในครึ่งวัน ( 12 ชั่วโมง )

 

- กระเป๋ามิติ ปลดล็อคเมื่อระดับ 5 เป็นของรางวัลเมื่อถึงระดับ 5 สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกได้ แต่ละครั้งจำเป็นต้องใช้ มานา 100 หน่วย  เงิน 5 เหรียญเงิน ( สำหรับกรณีไม่มีมานาก็จะใช้เงินแทน )   สามารถเพิ่มระดับเพื่อเพิ่มช่องใส่ของได้  ความจุเริ่มต้น 28 ช่อง ใส่ของซ้อนทับกันต่อช่องได้ถึง 100 ชิ้น (จำเป็นต้องเป็นชนิดเดียวกัน ) สามารถดูของที่ต้องใช้ในการเพิ่มระดับของกระเป๋าได้ที่หน้าต่างกระเป๋ามิติ 

วิธีการเพิ่มระดับเครื่องมือกระเป๋ามิติ  เปิดหน้าต่างกระเป๋ามิติแล้วลากของในกระเป๋าที่เป็นวัตถุดิบใส่ในช่องด้านบนสุดที่มีชื่อและรูปวัตถุดิบขึ้น  เมื่อใส่ครบทุกชิ้นกระเป๋าจะใช้เวลาในการอัพเกรด 1 วัน ระหว่างนั้นไม่สามารถเรียกใช้งานได้ แต่ยังคงใช้งานร้านค้าได้ปกติ

หากโดนขโมยหรือสูญหาย จะใช้เวลา 1 วัน ( 24 ชั่วโมง ) ในการกู้คืน จะปรากฏอยู่ในหน้าต่างกระเป๋า ระหว่างที่สูญหายจะไม่สามารถเรียกใช้หน้าต่างกระเป๋าได้ ของข้างในกระเป๋าจะไม่มีวันโดนขโมยหรือสูญหาย

 

- จอบ ปลดล็อคเมื่อระดับ 5  ขายในร้านค้าในหมวดเครื่องมือราคา 5 เหรียญทองแดง ใช้ในการขุดดิน สามารถเพิ่มระดับ ได้ยิ่งระดับสูงยิ่งขุดดินได้มากขึ้นและไวขึ้น

 

- บัวรดน้ำ ปลดล็อคเมื่อระดับ 5  ขายในร้านค้าในหมวดเครื่องมือราคา 3 เหรียญทองแดง ใช้ในการรดน้ำ สามารถเพิ่มระดับได้ ยิ่งระดับสูงยิ่งกักเก็บน้ำและรดน้ำได้มากขึ้นในการใช้แต่ละครั้ง

 

- เคียว ปลดล็อคเมื่อระดับ 5  ขายในร้านค้าในหมวดเครื่องมือราคา 5 เหรียญทองแดง  ใช้ในการเก็บเกี่ยวผลผลิต สามารถเพิ่มระดับได้ ยิ่งระดับสูงยิ่งเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากขึ้น

 

- ถุงเงิน ปลดล็อคเมื่อระดับ 5  เป็นของรางวัลเมื่อถึงระดับ 5 ไม่สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกได้ ยิ่งระดับสูง ค่าของเงินจะสูงขึ้นตามลำดับ ในการซื้อของในตลาดและร้านค้าจะใช้เงินลดลง  ( เริ่มต้น 2 เปอร์เซ็นต์ )

 

** เควส  หน้าต่างเควสจะปลดล็อคเมื่อระดับ 10




อาจเป็นโชคดีของเขา เมื่อลองนึกถึงกระเป๋ามิติ หน้าต่างของร้านค้าก็หายไปเปลี่ยนเป็นหน้าต่างที่มีช่องมากมาย ในส่วนท่ี่เป็นหน้าต่างกระเป๋านั้นมีรูปหนังสือในช่องแรกที่หน้าปกเขียนว่า คู่มือ ชุนเหอไม่รอช้าหยิบมันมาก่อนจะมองหาที่ร่มๆอย่างใต้ต้นไม้เพื่อลองอ่านมัน ใช้เวลาไปเกือบๆ สองก้านธูป  ยอมรับว่าเขาค่อนข้างสับสนเล็กๆที่อะไรหลายๆอย่างมันเหมือนกับระบบเกมในชาติก่อน ในชาตินี้ของชุนเหอเขาไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้มาก่อน ขนาดมารดาที่เป็นนักเล่าเรื่องชั้นยอดยังไม่เคยเอ่ยถึงพลังหรืออะไรแปลกๆพวกนี้ เลยซักครั้ง ในโลกนี้พลังนั้นมีเพียงแค่พลังของธาตุ และรากฐานของพลังก็คือปราณหรือมานา 



(รูปยังไม่เสร็จ)

"เฮ้อ" เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่อยา่ งคิดไม่ตก หรือมันจะเกี่ยวข้องกับการที่เขาตายละสามารถระลึกชาติได้กัน? แต่รู้สึกว่าในความอ้างว้างที่เขาเจอในโลกหลังความตายนั้น เหมือนจะไม่ได้มีแค่เขาหรอกนะ แต่ว่าทำไมถึงนึกไม่ออกกัน เหมือนกับว่าความทรงจำช่วงนั้นมันค่อยๆหายไป  คิดไปคิดมาปล่อยเรืี่องราวในอดีตไปจะดีกว่า ตอนนี้ต้องมาทำความคุ้นเคยกับสิ่งแปลกๆนี่ที่เกิดขึ้นกับเขา แน่นอนว่าเขาคงไม่บอกผู้เป็นบิดาหรือน้องๆหรอก มันประหลาดเกินไปและถ้าหากเขาบอกไป ต้องนำความยุ่งยากเข้ามาแน่ๆ

ตอนนี้ในกระเป๋ามิติเขามีหนังสือคู่มือ ถุงเงินที่ไม่มีเงินซักเหรียญ กับเมล็ดผักกาดห้าเมล็ดและผักกาดแก้วห้าเมล็โ ที่คุณภาพระดับต่ำทั้งคู่ เขาเริ่มเข้าใจเรื่องรูปสัญลักษณ์ต่างๆที่เห็นมากขึ้นแล้ว ถ้าอดีตก็คงเรียกว่าไอคอนล่ะนะ พวกสัญลักษณ์ในร้านค้ากับในกระเป๋านั้นต่างกันแต่เขาก็พอเข้าใจมันได้ไม่ยาก ของที่เป็นเมล็ดก็จะมีรูปเมล็ดข้าวเล็กๆเป็นสัญลักษณ์อยู่ด้านบน ส่วนพวกรูปดาว รูปสี่เหลี่ยมคล้ายเพชร ที่อยู่ด้านซ้ายล่างที่มีหลายสีคงแสดงถึงคุณภาพของวัตถุดิบหรือสิ่งของ ส่วนรูปถุงคงแสดงถึงจำนวนชิ้นล่ะมั้งนะ? ไม่ลองก็ไม่รู้! 

ร่างเล็กๆเดินเตาะแตะไปยังแปลงปลูกผักของเขาที่อยู่หน้าบ้าน ก่อนจะลงมือใช้จอบอันเล็กที่ผู้เป็นบิดาทำให้หลังจากที่เห็นเขาพยายามยกจอบอันใหญ่เพื่อทำแปลงผักหน้าบ้าน ก็มันช่วยไม่ได้นิน่า ลำพังข้าวสาลีกับของป่าพวกนั้นมันไม่หลากหลายพอสำหรับเด็กวัยกำลังโตอย่างเขาหรอกนะ! อีกอย่างเจ้าผักพวกนี้ก็ช่วยให้อิ่มท้องและเอาไปขายได้ด้วย อย่างน้อยๆปีที่แล้วก่อนหน้าหนาวมันก็ทำให้บิดาของเขาซื้อผ้าห่มมาให้ตั้งสองผืน!! ถึงมันจะเป็นผ้าห่มมือสองก็ตามที อาจจะขาดไปบ้างแต่มันก็ช่วยให้ผ่านพ้นฤดูหนาวมาได้โดยไม่แข็งตายในบ้านที่ไม่ช่วยให้อุ่นเลยซักนิดเดียว

เวลานี้ปกติจะเป็นช่วงเวลาที่บิดาพาชิงเถาไปหาปลา ส่วนชิงจูจะนั่งปักผ้าเพื่อให้บิดานำไปขายอยู่ริมแม่น้ำ  พอมาลองคิดๆดูจริงๆแล้วทำเลของบ้านเขานั้นถือเป็นทำเลที่ดีมากๆในการอยู่อาศัย ผืนป่าและน้ำอุดมสมบูรณ์ อาหารมากมายถ้ารู้จักจัดการดีๆ บ้านของเขาก็จะเป็นบ้านไม่ใช่ไม้กับฟางที่เอามาวางๆเพื่อกันลม  บางทีเขาควรริเริ่มการปฏิวัติเสียที!

------------------------------------------------------------------------------

* คนทั่วไป ต่ำสุด 50 มาตราฐานคือ 100 - 300 หน่วย 1000 หน่วยขึ้นไปถือว่าอัจฉริยะ ( สำหรับมานาพื้นฐาน )

** คนทั่วไปจะเรียกคนที่มีมานาว่านักเวทย์   ในขณะที่คนมีปราณนั้นเรียกว่าจอมยุทธ

*** เตือนดักไว้ก่อนสำหรับคนสงสัย อ่าวทำไมหวังหลี่ ถึงมีไฟท่วมตัวล่ะ? ทั้งๆที่สายปราณ ขอยังไม่เฉลยนะคะ เดี๋ยวจะสปอยเนื้อเรื่อง

**** เนื่องจากระลึกชาติได้ น้องจึงรู้จักโฮโลแกรม // โฮโลแกรม คือ ภาพชนิดหนึ่งซึ่งมี ลักษณะ 3 มิติ ... โฮโลแกรมแสงที่ใช้ได้จริงชิ้นแรกนั้นบันทึกอยู่ในรูปของวัตถุ 3D

**** ไอเทม (Item ) ยังหาคำไหนมาแทนคำนี้แบบไหลลื่นไม่ได้ ใช้อันนี้ไปแล้วกัน ยังไงน้องก็จำอดีตชาติได้ ฮ่าๆ

[เรียนผู้อ่านทุกท่าน]  

บางคนที่อ่านนิยายแล้วแบบซีเรียสกับมัน บอกไว้ว่าเรื่องนี้ไม่ต้องคิดมากค่ะ เนื่องจากคนเขียนเป็นมือใหม่ ไม่อยากให้ความเครียดของนักอ่านมากดดัน เพราะกลัวว่าหากโดนกดดันแล้วจะเขียนไม่ออก แค่แนะนำแบบ ควรใช้คำนี้ดีกว่าไหม หรือ คำนี้ดีกว่านะ อะไรประมาณนี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ ( โค้งงามๆ )


เจอกันพรุ่งนี้ จะมาต่อให้ครบ 100 ( ตอนแรกอย่างที่บอกไปว่าไม่ได้ตั้งใจจะกดปุ๊บปั๊บเผยแพร่ เมื่อมันเป็นไปแล้วก็ขอให้อดใจรอ เรื่องนี้รายละเอียดค่อนข้างเยอะ ที่มาช้าส่วนหนึ่งก็ไปศึกษาหาข้อมูลเรื่องการปลูกผักและทำลิสต์พวกสัตว์อสูร และ ทำพวกภาพประกอบ )

            


ถุงเงิน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #25 Hitman007 (@Hitman007) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 22:33
    หายไปแล้ววววว!!
    #25
    0
  2. #24 ploylyzalovemoon (@ploylyzalovemoon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 23:58
    รายละเอียดเยอะจัง.ชอบค่ะ ติดตาม
    #24
    0
  3. #23 pawarisalyly (@pawarisalyly) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 21:05

    สนุกมากค่า รอดูต่อนะคะ////

    #23
    0
  4. #22 violet0 (@violet0) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 17:57

    น่าสนใจ มาต่อไวๆนะ
    #22
    0
  5. วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 17:52
    ติดตาม!!!!
    #21
    0
  6. #20 tongtongaraya (@tongtongaraya) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 20:55
    ชอบบบบ มาต่อไวๆนะคะ
    #20
    0
  7. #17 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 09:38
    ค้างมากค่ะ ชอบๆๆ
    #17
    0
  8. #16 CLOVERSKY (@CLOVERSKY) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 06:47

    สนุกคร้า เนื้อเรื่องน่าติดตามมากกก รอๆๆค่ะ
    #16
    0
  9. #15 cake08234 (@cake08234) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:11
    ตารายยยยยยยไปหมดแล้ว
    #15
    0
  10. #14 rodjananuna (@rodjananuna) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 18:24
    สนุกดีคะจพรอตอนต่อไปนะคะ
    #14
    0
  11. #13 Adara (@Adara) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 00:20

    สนุกค่าา แต่เราว่าปรับเรื่องการจัดบรรทัด เว้นวรรค ขึ้นพารากราฟใหม่ อะไรงี้หน่อยจะดีขึ้นมากเลยค่ะ จะว่าไงดี55 เนื้อหามันติดแน่นกันไปอ่ะค่ะ (แต่ไรท์เขียนเนื้อหาดีแล้วนะคะ)
    #13
    0
  12. #12 SuwimonJihun (@SuwimonJihun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 00:15

    ชช่วยแก้ตรงที่คุ้มือการใชงานระบบกน่อยค่ะ เอาให้เล็กลงหน่หน่อยเวลาอ่านมันจะได้ไม่ต้องสะไลนอะค่ะ ตาตรางมันใหญไป

    #12
    0
  13. #10 Silvercandy (@Silvercandy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 00:10
    ลองเลื่อนๆดูผ่านๆ คือส่วนของ คู่มือ มันอ่านได้ไม่หมดอ่ะ
    #10
    0
  14. #9 lythim (@lythim) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 14:15
    น่าสนุกกก
    #9
    0
  15. #8 Silvercandy (@Silvercandy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 00:10
    แปะไว้ก่อน รอ ครบ 100
    #8
    0