ตอนที่ 12 : Chapter 11 : Time flies

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93929
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12814 ครั้ง
    10 ก.พ. 62


Chapter 11

 

 

 

            

ผมกวาดสายตามองไปรอบๆสนามบินที่ผู้คนค่อนข้างพลุกพล่าน วันนี้เป็นวันประชุมผู้ปกครองของคณะผม ซึ่งป้านวลก็เป็นคนอาสามาแทนคุณพ่อ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางมาหรอก ความจริงรุ่นพี่บอกว่าถ้าผู้ปกครองไม่ว่างก็ไม่เป็นไร อาจารย์และคณบดีแค่อยากพูดคุยเกี่ยวกับการเรียนการสอนรวมถึงแนวทางการทำงานเมื่อจบออกไป

            แต่ป้านวลบอกว่าอยากมา...

            เราเจอกันล่าสุดตอนที่ผมกลับบ้านวันนั้น พอผมกลับมาที่นี่ก็ต้องรายงานตัว ผมไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมรับน้องเพราะยังไม่อยากไป เอาไว้เปิดเทอมก่อนแล้วกัน บอกตามตรงว่าค่อนข้างกังวลมากเลย กลัวว่าจะเข้ากับใครไม่ได้ ถ้าเพื่อนในคณะไม่ชอบผมล่ะจะทำยังไง

            ส่วนเรื่องของที่ส่งมาที่บ้านนั่น ผมขนกลับมาที่หอด้วย ลองแกะดูแล้วพบว่ามันเหมือนเป็นของขวัญ กล่องแรกเป็นโมเดลหุ่นยนต์ กล่องที่สองเป็นรถของเล่น กล่องที่สามเป็นสมุดโน้ต กล่องสุดท้ายเป็นตัวต่อเลโก้

            ป้านวลจำไม่ได้แล้วว่ากล่องไหนถูกส่งมาปีไหนบ้าง แต่เท่าที่ผมเดา...ถ้ามันเป็นอย่างที่ผมคิดว่ามันคือของขวัญที่ถูกส่งมาให้ในช่วงวันเกิดของผมจริง

            ตัวต่อเลโก้กับรถของเล่น น่าจะเป็นช่วงที่เรียนประถม เด็กวัยนี้มักจะเล่นของเล่นประมาณนี้ 

            โมเดลหุ่นยนต์ผมไม่มั่นใจ เพราะมันสามารถที่จะเป็นของสะสมได้ แต่มันดูค่อนข้างมีราคา ดังนั้นน่าจะเป็นช่วงมัธยมที่โตขึ้นมาหน่อย สามารถที่จะเก็บรักษาของที่มีราคาแพงได้

            ส่วนสมุดโน้ต...สภาพกล่องมันดูใหม่ที่สุด ผมมั่นใจว่ามันคือกล่องล่าสุด

            ใครก็ตามที่ส่งของขวัญพวกนี้มาในแต่ละปี เขาคิดอย่างดีแล้วว่าเด็กอายุเท่าไหร่และเหมาะกับของขวัญอะไร

            ผมเคยคิดในกรณีที่อาจจะส่งผิดบ้าน แต่ถ้าส่งผิดจริงทำไมแม่ต้องเอาไปทิ้งด้วย ถ้ามาเห็นเข้า พบว่าส่งผิดบ้าน ควรจะเอาไปคืนมากกว่า หรือถ้าคืนไม่ได้ก็ไม่ควรเอาของคนอื่นไปทิ้ง

            ป้านวลบอกว่าไม่เคยเห็นคนเอามาส่งเลย ป้านวลมักจะตื่นเช้ากว่าใครในบ้าน พบว่าจะมีกล่องมาวางอยู่หน้าบ้านแล้ว ตอนแรกๆเอาไปให้พ่อกับแม่ดู พวกท่านก็เอาไปทิ้ง  บางปีที่พอแอบเก็บไว้ได้ก็เก็บไว้เองเพราะมันน่าสงสัย

            ป้านวลเองก็สงสัยเหมือนกันกับผม แต่ที่ไม่บอกผม

            เหตุผลง่ายๆเลยก็คือ...

            ฝันห้ามป้านวลบอกว่าผมไม่ใช่ลูกจริงๆ ผมเพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นลูกนอกสมรสเมื่อไม่นานมานี้เอง ถ้าจู่ๆป้านวลมาบอกผมหรือฝันว่ามีของขวัญส่งมาเดือนเกิดผมทุกปี นั่นคงทำให้ผมสงสัยแน่ แถมคุณพ่อก็สั่งห้ามเด็ดขาดอีกต่างหาก

            ที่บอกได้เพราะว่าตอนนี้ผมรู้ทุกอย่างแล้ว...

            ตอนนี้ในหัวผมเต็มไปด้วยความหวัง แม้ว่าชื่อผู้รับจะไม่ใช่ชื่อของผม แต่มันถูกส่งมาช่วงเดือนมีนาตลอดเลยนะ มีนาคือเดือนเกิดของผม ของพวกนี้ก็คล้ายกับของขวัญวันเกิดด้วย

            ส่วนเรื่องชื่อผู้รับ...

            เร็น...’

            มันเดาได้หลายอย่าง แต่ที่เดาได้ง่ายที่สุด...มันคือชื่อของผมที่แม่ตั้งให้ ก่อนที่พ่อจะเปลี่ยนเป็นไต้ฝุ่น

            ผมเคยคิดว่าแม่ผมเป็นใคร อยู่ที่ไหน สบายดีรึเปล่า ทำไมถึงทิ้งผมไป ทำไมถึงไม่รักผม ทำไมไม่แม้แต่จะตั้งชื่อให้กับผมบ้าง

            ผมอยากให้เรื่องทั้งหมดมันมีเหตุผลมากกว่าไม่ได้รัก...แม่เป็นอีกคนหนึ่งที่ผมคอยภาวนาให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงในทุกๆวัน ไม่ว่าตอนนี้จะไปอยู่ส่วนไหนของโลกก็ตาม

            มันก็ไม่มีหลักฐานอะไรว่าสิ่งที่ผมคาดเดาไว้นั้นถูกต้อง

            อีกอย่าง...

            ป้านวลบอกว่าสองปีแล้วที่ไม่มีของขวัญ นั่นมีความเป็นไปได้ว่าจะไม่มีของขวัญส่งมาอีกแล้ว มันเหมือนเป็นของที่ไร้ที่มา มันไม่มีชื่อผู้ส่ง ที่อยู่ให้ส่งกลับ ไม่มีอะไรเลย

            ผมคิดว่าไม่ได้ส่งมากับไปรษณีย์เพราะหนึ่งคือมันถูกนำมาวางไว้ตั้งแต่เช้ามืด เวลาทำการของไปรษณีย์คือประมาณแปดโมงถึงสี่โมง สองคือไปรษณีย์คงไม่ใช้วิธีเอามาวางไว้หน้าบ้าน สามคือถ้าไม่มีชื่อผู้ส่งหรือที่อยู่มันก็ไม่ผ่านระบบขนส่งของไปรษณีย์ด้วย

            นั่นหมายความว่ามีใครบางคนเอามันมาวางไว้...

แล้วผมจะตามหาได้ยังไง...

แถวนั้นไม่มีกล้องวงจรปิดด้วย

            แต่ถ้าสิ่งที่ผมเดาไว้มันเป็นเรื่องจริงคงดีไม่น้อยเลย ผมเป็นเด็กที่พ่อกับแม่ไม่ได้ซื้อของเล่นให้สักเท่าไหร่ ต่างกับฝันที่มีแต่ของเล่นเต็มห้อง ผมเคยน้อยใจว่าทำไมผมไม่มีของเล่นไปอวดเพื่อนที่โรงเรียน แต่ความจริงแล้ว...ผมก็อาจจะพอมีอยู่นะ

            “ฝุ่น”

            “ครับ” ผมรีบเงยหน้าขึ้นมองคนที่เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า ป้านวลในชุดที่ค่อนข้างแปลกตา ไม่ค่อยเห็นใส่ชุดแบบนี้เท่าไหร่ ชุดที่ดูเป็นทางการหน่อย

            “ป้าดูโอเคไหม”

            “ครับ สวยมากเลย”

            “ไปกันเลยไหม งานประชุมมีกี่โมง”

            “คณะของฝุ่นมีประมาณบ่ายโมงครับ” ผมว่าพร้อมลุกขึ้นยืน “ไปกันเลยเถอะครับ”

            “โอเค พาป้าเที่ยวเชียงใหม่หน่อยสิ”

            “ฝุ่นก็ไม่ค่อยมั่นใจเรื่องเส้นทางหรอกครับ”

            “หลงบ่อยอีกรึเปล่าเนี่ย”

            “ไม่ครับ ดีขึ้นแล้ว พี่ฟ้า...” ผมเงียบไปเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดชื่อของพี่ฟ้าออกมา “พี่ฟ้าเขา...พาฝุ่นเที่ยวรอบเมืองตั้งบ่อย พอจำทางได้บ้างแล้ว”

            “อ่อ...คุณหนูต้นฟ้า” ป้านวลว่าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ในขณะที่พวกเราเดินออกมาจะโบกรถกัน “คุณเขาสบายดีนะ”

            “ครับ...เท่าที่ฝุ่นเห็นเขาก็สบายดีนะ”

            “หล่อขึ้นมากแน่เลย ตอนเด็กๆก็มีแต่คนรุมชอบ”

            “ตอนนี้ก็ดูจะเป็นอย่างนั้นอยู่นะครับ” ผมว่าเสียงแผ่ว “ป้านวลครับ” ผมเรียก ตอนนี้พวกเราอยู่บนรถสองแถวแล้วเพื่อที่จะกลับไปยังที่มหาวิทยาลัย

            “คะ?”

            “ฝุ่น...จะไม่ได้อยู่กับพี่ฟ้าอีกแล้ว”

            ...

            ผมตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้ป้านวลฟัง อีกฝ่ายที่ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมดทำหน้าเศร้าหมองลง ทว่าไม่ได้ดูแปลกใจเท่าไหร่

            “ป้า...ไม่แปลกใจเท่าไหร่เลย”

            “...

            “คุณท่าน...ไม่สิ ตอนนี้คงไม่ใช่คุณท่านเพราะเขาเลิกจ้างป้าแล้ว คุณริทน่ะ...ถ้าจะให้ป้าบอกตามตรงก็...ค่อนข้างเห็นแก่ตัว”

            “...ครับ” ผมพยักหน้าลงอย่างช้าๆ มันอาจจะดูแย่ไปหน่อยที่คิดถึงพ่อตัวเองแบบนั้น แต่บางครั้งมันก็อดคิดไม่ได้เลยจริงๆ

            “มันคงเป็นจุดที่ตัดสินใจลำบากใช่ไหมคะว่าจะเลือกยังไง”

            “ครับ ลำบากที่สุดในชีวิตเลย”

            “แต่ยังไงหนูฝุ่นก็ไม่เคยหันหลังให้ครอบครัว ป้าเข้าใจ” ป้านวลเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยื่นมือมาลูบหัวผมเบาๆ “หนูต้นฟ้าก็ต้องเข้าใจ”

            “เขาจะเข้าใจหรอครับ ทั้งที่ฝุ่นใจร้ายขนาดนั้น”

            “เข้าใจ แม้กระทั่งตอนนี้ก็เข้าใจ”

            “...

            “ป้าเองก็อยู่กับพวกหนูตั้งแต่เด็ก ช่วยดูแลหนูฟ้าบ่อยๆเวลามาเล่นที่บ้าน ป้าคิดว่า...คนอย่างหนูฟ้าไม่ใช่คนที่จะสืบข้อมูลของใครไปทั่ว ต่อให้เขาสงสัยแค่ไหนก็ตาม เขาจะให้เกียรติและเคารพทุกการตัดสินใจของคนอื่นเสมอ”

            “ดังนั้น...ป้าว่าหนูฟ้าอาจจะไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นก็ได้ เรื่องที่หนูฝันเสียมันไม่ใช่เรื่องที่จะปิดกันได้นาน ถึงหนูต้นฟ้าจะรู้เรื่องของหนูฝัน แต่เขาคงไม่รู้อยู่ดีว่าทำไมหนูฝุ่นต้องห่างเขาไป”

            “...นั่นสินะครับ”

            ...

            เราเดินลงมาจากรถสองแถว เดินเข้าไปแถวคณะของผม ผมมาที่นี่เมื่อวันก่อน วันที่ต้องขึ้นรายงานตัว ตอนนั้นพอเสร็จธุระก็กลับเลย ไม่ได้ไปทักทายเพื่อนในคณะคนอื่น ทั้งที่รุ่นพี่บอกให้ทำความรู้จักกันไว้แท้ๆ

            “ฝุ่นเข้าไปด้วยไม่ได้น่ะครับ” ผมว่าพร้อมขมวดคิ้วอย่างเป็นกังวล รุ่นพี่ที่เฝ้าอยู่ข้างนอกห้องประชุมบอกว่านักศึกษาไม่ควรเข้าไป เฉพาะผู้ปกครองเท่านั้น

            “ไม่เปนไรหรอกค่ะ ป้าเตรียมกระดาษมาจดไว้อย่างดีเลย” ป้านวลว่าพร้อมชูกระเป๋าขึ้น “จะได้รู้ว่าคณะนี้เรียนยังไงบ้าง มันจะเหมาะกับหนูฝุ่นรึเปล่า”

            “ขอบคุณนะครับ” ผมว่าพร้อมยิ้มกว้าง มองอีกฝ่ายเดินเข้าห้องประชุมไป ส่วนผมก็ออกมานั่งรอที่ม้านั่งด้านนอก

            อาจจะเป็นอย่างที่ป้านวลบอกไว้...พี่ฟ้าเป็นประเภทที่ว่าเคารพทุกการตัดสินใจของคนอื่น ไม่ก้าวก่าย ไม่เข้าไปยุ่งจนเกินไป และให้เกียรติคนอื่นเสมอ

            พี่ฟ้าเคยบอกกับผมว่า

 “พี่ฟ้าเชื่อว่าทุกการตัดสินใจของฝุ่นน่ะ ฝุ่นคิดมาดีแล้วและพี่ฟ้าจะเคารพการตัดสินใจนั้น มันคงดีที่สุดแล้วในตอนนั้นจริงๆ”

แต่ผมจำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นเราคุยเรื่องอะไรกัน มันถึงทำให้พี่ฟ้าพูดออกมาแบบนี้

มันคงจะดีถ้าพี่ฟ้าไม่รู้อะไรมากไปกว่าที่ผมอยากให้รู้ เพราะถ้าพี่ฟ้ารู้ แน่นอนว่าคนผิดในสายตาของพ่อคือผมแน่ๆ

            ผมไม่ได้หวังให้พี่ฟ้าเข้าใจหรอก...แต่ผมหวังว่าสักวันผมจะมีโอกาสได้กลับไปและได้เอ่ยคำขอโทษ  ได้อธิบายทุกอย่าง และถึงวันนั้น...ผมก็หวังว่าพี่ฟ้าจะให้อภัย

            ให้อภัยคนใจร้ายอย่างผม...

            “หวัดดี”

            “...

            หันไปเห็นเด็กผู้ชายคนนึงเดินเข้ามาทักทาย เดาว่าคงอยู่ปีหนึ่งเหมือนกันกับผม เขานั่งลงที่ม้านั่งตัวข้างๆ  ด้วยท่าทางดูเป็นมิตรและใบหน้าที่ฉาบไปด้วยรอยยิ้มกว้าง

            “มารอผู้ปกครองหรอ”

            “อ่อใช่...มารอเหมือนกันหรอ” ผมถามกลับด้วยความรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

            “ใช่...ไม่ค่อยมีปีหนึ่งคนอื่นเลยอะ”

            “เขาคงไปรอที่อื่นกันมั้ง”

            “งั้นเราไปนั่งเล่นที่ร้านกาแฟรอกันไหม”

            “อ่อ...อื้อ ได้สิ”

            ผมลุกขึ้นแล้วเดินตามอีกคนไปอย่างงุนงง 

            “ชื่ออะไรหรอ ลืมถามเลย” เขาหันมาถามผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

            “ไต้ฝุ่นน่ะ”

            “อ่อ...เราชื่ออีสเตอร์นะ เรียกเตอร์เฉยๆก็ได้”

            ...

            “อื้ม ยินดีทีได้รู้จักนะ”

            “อ่อ...อื้อ”

            “อะไรหรอ” ผมถามอย่างแปลกใจเมื่อจู่ๆเตอร์ก็ท่าทางดูชะงักไป

            “เปล่า...แค่แบบนึกว่าฝุ่นจะเล่นมุกว่า อื้ม ยินดีที่ได้รู้จักนะเตอร์เฉยๆ”

            “...เราต้องเล่นหรอ”

            “ไม่ๆ เราแค่เพิ่งเจอคนเล่นมา โดนเรียกว่าเตอร์เฉยๆมาหลายวันแล้ว” เตอร์พร้อมหลุดขำออกมาเล็กน้อย นั่นทำให้ผมอดที่จะเลิกคิ้วแปลกใจไม่ได้ ในขณะที่เราสองคนเดินเข้ามานั่งในร้านกาแฟของคณะ

            เป็นคนที่ดูสดใสจัง...

            “จริงดิ ยังมีใครเล่นมุกแบบนี้อยู่หรอ แถมเล่นตั้งหลายวันด้วย”

            “ใช่ รูมเมทเราเอง”

            “อยู่หอในหรอ”

            “เปล่าอะ หอนอกแต่ว่าที่หอเขาสุ่มหารูมเมทให้”

            “อ่อ”

            เรานั่งคุยกันทำความรู้จักกันไปเรื่อยๆ ผมไม่ได้นั่งเล่นคุยกับใครอย่างนี้มานานแล้วเหมือนกัน อย่างที่เคยบอกว่าอยู่โรงเรียนเก่าพอตีตัวห่างจากเพื่อนที่ค่อนข้างเกเรออกมาก็ถูกพวกนั้นแกล้งตลอด

            อีสเตอร์จะเป็น...คนที่พี่ฟ้าเคยบอกไว้รึเปล่านะ

            ที่เคยบอกว่า...ผมต้องได้เจอเพื่อนดีดีแน่ๆ

            “จริงป่ะ เราก็ชอบถ่ายรูปเหมือนกัน” เตอร์ว่าพร้อมทำตาลุกวาวเมื่อเราคุยกันไปถึงเรื่องงานอดิเรก “แต่อาจจะยังไม่เก่งเท่าไหร่ ฝึกถ่ายไม่นานเอง ฝุ่นถ่ายรูปนานยัง”

            “หลายปีแล้วอะ”

            “ก็เลยพกกล้องตลอดหรอ”

            “ใช่ มันติดเป็นนิสัยอะ” ผมว่าหยิบกล้องที่สะพายอยู่ขึ้นมา

            “โห เจ๋งว่ะ เรายังไม่ถึงขั้นจะพกกล้องไปไหนมาไหนเลย”

            “เวลาเจออะไรอยากถ่ายก็จะถ่ายได้ทันไง”

            “ขอดูรูปหน่อยได้มั้ย”

            “เอาดิ” ผมยื่นกล้องของตัวเองให้อีกฝ่าย เตอร์รับไปแล้วเปิดดู เราเพิ่งมานั่งกันไม่กี่นาทีเอง แต่เตอร์กินโกโก้ไปสองแก้วแล้ว “ชอบโกโก้หรอ”

            “ชอบดิ ฝุ่นอะ ชอบชาหรอ”

            “ก็ชอบนะ” พลางหยิบแก้วชาพีชของตัวเองขึ้นมาดื่ม

            “เราเฉยๆกับชาอะ”

            “ทำไมอะ”

            “มันไม่หวาน”

            “ไม่หวานก็ผิดหรอ”

            “ผิดดิ น้ำหวานมันก็ต้องหวานดิ ใครกินหวานน้อยคือต้องถูกประหาร”

            “แต่นี้มันชานะ”

            “ชาก็ต้องหวานด้วย”

            สรุปก็แค่ชอบของหวานไม่ใช่หรอ...

            “ฝุ่นถ่ายรูปสวยอะ โห...” อีกฝ่ายว่าพร้อมทำกับตาโต นั่นทำให้ผมเผลอยิ้มออกมา ทำไมเตอร์เป็นคนที่ทำให้รู้สึกว่ายิ้มตามได้ง่ายๆเลยนะ “อันนี้ใช้เลนส์อะไรหรอ”

            “ไหนดูหน่อย”

            แล้วเราก็คุยกันเรื่องกล้องอย่างสนุกสนาน ผมไม่เคยมีใครที่พูดคุยเรื่องกล้องกันแบบนี้เลย ไม่ค่อยได้คุยสนุกแบบนี้ด้วย

            “แล้วทำไมมาเข้าสัตวะอะ” ผมเอ่ยถาม

            “ก็ชอบสัตว์อะ”

            “อ่อ เราว่าเตอร์ก็เหมือนสัตว์นะ”

            “หลอกด่าหรอ”

            “เปล่า เตอร์เหมือนแฮมสเตอร์อะ”

            “ตลก”

            “ไม่ พูดจริง”

            “งั้นฝุ่นเหมือนแมว”

            “แมว?”

            “ใช่ แมว”

            “ไม่เหมือน” ผมเถียง

            “งั้นเราก็ไม่เหมือนแฮมสเตอร์”

            “เค”

            “แล้วทำไมฝุ่นเข้าคณะนี้อะ”

            “อืมก็...ไม่รู้ดิ สอบติดมั้ง” ผมว่า ที่เข้าเพราะว่าสอบติดจริงๆนั่นแหละ จู่ๆก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เตอร์หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมากดรับ

            “ว่าไง”

            (...)

            “กูอยู่ร้านกาแฟแถวคณะกูเนี่ยแหละ”

            (...)

            “อยู่กับเพื่อนอะ มึงมาดิ”

            (...)

            “กูสั่งไรไว้รอไหม”

            (...)

            “เค รีบมา”

            ...

 

            “เพื่อนจะมานะ” อีกฝ่ายพูดขึ้นหลังจากที่กดวางสาย

            “อ่อ งั้นเราไปก่อนไหม”

            “เห้ย ไปทำไม อยู่ด้วยกันนี่แหละ”

            “แต่เพื่อนเตอร์จะมาไม่ใช่หรอ”

            “ไม่เป็นไร ฝุ่นอึดอัดหรอ”

            “เปล่า แต่เพื่อนเตอร์จะอึดอัดไหมอะ”

            “ไม่มีทางอะ”

            “โอเค”

            

            นั่งรอกันประมาณสิบนาทีก็มีใครคนนึงเดินถือกุญแจรถเข้ามาในร้าน สภาพผมที่ฟูขึ้นเล็กน้อยคงเพราะขี่มอเตอร์ไซค์มา กวาดสายตามองรอบร้านก่อนจะเห็นเตอร์ที่โบกมือให้อยู่ และเดินเข้ามานั่งข้างๆเตอร์

            “ฝุ่น นี่นอร์ธ รูมเมทเรา”

            “ไอ้นอร์ธ นี่ไต้ฝุ่น เพื่อนกู”

            “ทำไมสรรพนามที่ใช้มันเป็นแบบนี้วะ” คนที่ชื่อนอร์ธหันมาถาม ก่อนจะหันไปเห็นแก้วชาเขียวที่เตอร์สั่งมาให้ “มึงสั่งหวานน้อยให้กูมั้ย”

            “ไม่อะ หวานปกติ”

            “เตอร์ กูไม่ชอบหวานเกิน”

            “เรื่องของมึงสิ”

            “อ้าว แต่นี้แก้วกูไง”

            “แต่กูสั่งไง”

            “มึงแดกเลยงั้นอะ”

            “นอร์ธ อย่าเรื่องมาก”

            “กูไม่อยากเป็นเบาหวานแบบมึง”

            “ทำไม สักวันมึงก็ต้องเป็นเก๊าท์อยู่ดี”

            “กูไม่มีทางเป็นเก๊าท์หรอก” นอร์ธว่าอย่างเซ็งๆก่อนจะยื่นมือไปหยิบแก้วชาเขียวไปกิน “เออ ลืม โทษที เราชื่อนอร์ธนะ”

            “ถุย”

            “อะไรมึงเตอร์”

            “มารงมาเรา”

            “เอ้า ให้กูพูดไอ้เหี้ยใส่เพื่อนมึงมั้ยล่ะ”

            “มึงกล้าไหมล่ะ”

            “กูจะไปกล้าได้ไงวะ เพิ่งรู้จักกันเนี่ย แล้วเขาจะมองกูเป็นคนยังไง”

            ผมหลุดขำออกมาให้กับคำพูดที่ทั้งสองคนตรงหน้าผมเขาเถียงกัน มันดูเป็นการเถียงที่ไร้สาระและสิ้นเปลืองพลังงานมากเลย แต่ทำไมผมกลับชอบอะไรแบบนี้ก็ไม่รู้

            “อะเอาใหม่ เราชื่อนอร์ธนะ เรียกนอร์ธเฉยๆก็ได้”

            “นอร์ธไอ้กวนตีน”

            “เอ้าทำไมอะ นอร์ธเฉยๆ เตอร์เฉยๆ ฝุ่นเฉยๆ”

            ผมหัวเราะหนักกว่าเดิมด้วยคำพูดของนอร์ธ หัวเราะจนไหล่สั่นแล้วอะ ไม่ได้หัวเราะขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ

            “โอเค เราชื่อไต้ฝุ่น เรียกว่าฝุ่นเฉยๆก็ได้”

            “เค ฝุ่นเฉยๆ” นอร์ธว่า

            “เฮ้อ” เตอร์ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

            “มีปัญหาไรวะไอ้เตอร์เฉยๆ”

            “ฝุ่นอย่าไปฟังมันเลย ไร้สาระไอ้นอร์ธอะ” เตอร์ถอนหายใจออกมาหนักกว่าเดิม “อ้อ มันเรียนวิศวะไฟฟ้านะ”

            “วิศวะหรอ?” ผมหันไปถาม ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่หรอกมั้ง ดูเหมาะดี

            “ใช่ แล้วนี่สัตวะเหมือนกันหรอ”

            “อื้ม” ผมพยักหน้า

            “เป็นคนที่ไหนอะ”

            “ภูเก็ตอะ”

            “โห พูดใต้ให้ฟังหน่อยดิ”

            “จู่ๆก็ให้พูด ไม่ได้หรอก” ผมว่าพร้อมอดที่จะขำออกมาไม่ได้

            “เตอร์เป็นคนระยองอะ” นอร์ธว่า “ระยองฮิ”

            “อย่ามาแซวกู”

            “แล้วนอร์ธเป็นคนที่ไหนอะ” ผมถาม

            “ลำปางอะ”

            “ไม่เคยไปเที่ยวลำปางเลยอะ เคยแค่ผ่าน”

            “กูไม่เคยไปเที่ยวภูเก็ตเหมือนกัน เคยแค่ผ่าน”

            “ผ่านไปไหนวะ”

            “เออ นั่นสิ ผ่านไปไหนอะ” ผมถามคำถามเดียวเตอร์ นั่นทำให้นอร์ธชะงักไป

            “อ่าว ภูเก็ตมันผ่านไปไหนไม่ได้เลยหรอ”

            “ไม่ได้” ผมว่า “มันอยู่สุดแล้ว”

            “ทำไมจะไม่ได้วะ เดี๋ยวกูไปผ่านให้ดู” นอร์ธว่าอย่างเซ็งๆ “ผ่านแล้วว่ายน้ำข้ามทะเลาะไปเลยไอ้สัส”

            “นอร์ธมึงยอมเถอะ”

            “มันต้องได้สิวะ”

            “มึงอย่ามาดื้อกับเรื่องอะไรแบบนี้ได้ไหมเนี่ย” เตอร์ว่าพร้อมส่ายหน้าเบาๆ “ไร้สาระเนาะ”

            “หาพวกหรอ”

            “ไม่หา ฝุ่นก็เห็นด้วยใช่ป่ะ นอร์ธ อย่าแย่งโกโก้กู”

            “เอามานี่เลย” นอร์ธแย่งโกโก้จากมือของเตอร์มา พร้อมกับดูดหลอดดูดทีเดียวจนมันหมดแก้ว “เป็นไงล่ะ ร้องไห้ซ่ะไอ้เตอร์”

            “นอร์ธ ไอ้เหี้ย กูเพิ่งสั่งมา” เตอร์ว่าพร้อมเหมือนจะเริ่มงอแง “มึงแม่งเหี้ยว่ะ กูไม่อยากเป็นเพื่อนกับมึงแล้วอะ”

            “ทำไมมันบอบบางจังวะคำว่าเพื่อนระหว่างเรา”

            “ยัง ยังไม่สั่งให้กูใหม่อีก”

            “มึงพอแล้วมั้งเตอร์”

            “ไม่ สั่งให้กูอีก เลี้ยงด้วย”

            ผมมองทั้งสองคนเถียงกันไปมาอย่างสนุกสนาน เตอร์ก็ดูเป็นคนสดใสน่ารัก ส่วนนอร์ธเป็นคนตลกอะ แถมดูกวนตีนมากด้วย ไร้สาระอีกต่างหาก

            ผมได้รู้ว่าสองคนเป็นรูมเมทที่เช่าห้องด้วยกัน นอร์ธเรียนวิศวะไฟฟ้า ผมว่าคนอย่างนอร์ธน่ะเป็นคนที่ใครก็คงอยากอยู่ด้วยแหละ แค่ได้อยู่ด้วยแป๊บเดียวก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะแล้ว

            แตกต่างจากผมลิบลับเลย

            เราแลกไลน์กับเบอร์ติดต่อกัน จากนั้นก็แยกกันเมื่อประชุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมไปส่งป้านวลกลับที่สนามบิน แล้วก็กลับมาที่หอของตัวเอง

            วันนี้เป็นวันที่ดีมากๆเลยแหละสำหรับผม

 

 

            ถึง...ทอฝัน

            วันนี้เป็นวันประชุมผู้ปกครองล่ะ ป้านวลมาประชุมแทนพ่อ ซึ่งเป็นอะไรที่ฝุ่นดีใจมากๆ ถึงจะเกรงใจอยู่บ้างแต่ก็ขอบคุณจริงๆที่ป้านวลมา ป้านวลก็ใจดีแบบนี้มาตั้งนานแล้วนี่เนาะ ตั้งแต่พวกเราเด็กๆแล้ว แกดูแลพวกเราดีมากเลย จนถึงตอนนี้ที่พ่อไม่ได้จ้างแล้วก็ยังคงเป็นห่วงฝุ่นอยู่

            รู้สึกขอบคุณจริงๆจากใจเลยล่ะ...

            อีกฝ่ายฝุ่นได้เจอเพื่อนแล้วนะ คนแรกชื่ออีสเตอร์ บอกว่าเรียกเตอร์เฉยๆก็ได้ เป็นคนน่ารักมาก สดใสไปหมดเลย แก้มป่องๆตาโตๆ ท่าทางเป็นมิตร คุยง่าย ใจดี เรียนคณะเดียวกันด้วย ถ้าได้อยู่ด้วยกันก็คงดีหรอก

            อีกคนชื่อว่านอร์ธ บอกว่าเรียกนอร์ธเฉยๆก็ได้เหมือนกัน เป็นคนตลกอะ ท่าทางชิวๆดี เหมือนเป็นคนยังไงก็ได้สบายๆ แค่อยู่นิ่งๆก็รู้สึกได้ถึงความกวนตีนแล้วอะ แต่ตอนยิ้มน่ารักดีนะ

            ฝุ่นชอบสองคนนี้มากๆเลย แต่ไม่รู้ว่าเขาจะชอบฝุ่นรึเปล่า เขาอาจจะไม่ชอบที่ฝุ่นดูเงียบๆก็ได้ ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรดี แต่อย่างน้อยๆฝุ่นกับเตอร์ก็คุยเรื่องกล้องกันเพลินมากเลยนะ เพราะเตอร์ก็ชอบถ่ายรูปเหมือนกัน ถ้าได้ไปถ่ายรูปด้วยกันก็คงดี

            ใกล้เปิดเทอมแล้ว อีกแค่ไม่กี่วันเอง หวังว่ามันจะมีเรื่องดีดีเพิ่มขึ้นอีกนะ เพราะช่วงนี้มันมีเรื่องดีเยอะมากๆ แต่เรื่องพี่ฟ้าก็ยังทำให้ฝุ่นรู้สึกแย่อยู่เหมือนเดิม ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งแย่ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะแก้ไขยังไงดี แล้วมันจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน

            ยิ่งถ้าเปิดเทอมแล้วบังเอิญเจอกันคงแย่เลย ฝุ่นไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไง หวังว่าจะไม่ได้เจอบ่อยนะ ไม่อยากทำเป็นเมินพี่ฟ้าบ่อยด้วย มันรู้สึกแย่อะ

            ยังไงคืนนี้ก็ฝันดีนะ

            ปล.คิดว่าชาแบบหวานจะอร่อยไหม สงสัยต้องลองดูแล้วล่ะ เพราะว่ากินไม่หวานจะต้องถูกประหารนะ!

ด้วยรักและหวังดีเสมอ

จาก...ไต้ฝุ่น

 

            ผมพับเก็บจดหมายและสอดไว้ในลิ้นชักเหมือนทุกวัน จู่ๆที่คิดถึงฝันก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่า...ฝันเองก็เสียไปประมาณสองปีแล้ว และกล่องของขวัญที่ถูกส่งมาทุกปีนั่นก็หยุดส่งเมื่อสองปีก่อน

            ระยะเวลาสองปีเท่ากัน...

            มันจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันรึเปล่า หรือว่าแค่บังเอิญ

            

            ...

            หลังจากที่ผมได้รู้จักกับเตอร์แล้ว ผมก็ได้รู้จักกับโฟม เป็นเพื่อนในคณะเหมือนกัน พวกเราสนิทกันเร็วกว่าที่คิด รวมถึงนอร์ธด้วย ได้ไปเที่ยวเล่นห้องของนอร์ธกับเตอร์อยู่ประมาณสองสามครั้ง ทุกอย่างมันเหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่ผมมีเพื่อน อย่างน้อยๆก็มีคนคอยคุยเล่นด้วย ได้หัวเราะมากขึ้น ไปไหนมาไหนด้วยกัน

            แต่หลายครั้งที่กลับห้องมาแล้วก็ล้มตัวลงบนเตียงอย่างเหน็ดเหนื่อย จากนั้นก็จะคิดถึงพี่ฟ้า เอาแต่คิดว่าพี่เขาจะเป็นยังไงบ้าง ทำอะไรอยู่ กินอะไรรึยัง คำถามเดิมๆมันวนเวียนอยู่อย่างนั้น

            ผมคุยกับป้านวลบ่อยมากขึ้นด้วย อย่างน้อยๆก็มักจะเป็นก่อนนอนที่ป้านวลจะถามว่าวันนี้เป็นยังไงบ้าง เราไม่ได้คุยกันเยอะนักหรอกเพราะว่าป้านวลเองก็ยุ่งๆ แกก็มีลูกมีหลานต้องดูแลเหมือนกัน แค่แวะมาคุยกับผมได้บ้างวันละไม่กี่นาทีก็พอ

            แค่นี้ก็พอ...

            ผมน่ะ...ไม่เคยขออะไรมากอยู่แล้ว

            ถ้าสมมติ...ถ้าสมมติว่ายังมีพี่ฟ้าอยู่ด้วย 

            ผมคงไม่ขออะไรแล้วจริงๆ

            ...

            ช่วงก่อนเปิดเทอมเป็นช่วงที่ผมทำใจยากที่สุด และเรื่องที่ทำให้ผมประหลาดใจ

            เตอร์...กับพี่ฮิลล์

            พี่ฮิลล์คนที่เคยโทรมาหาพี่ฟ้านั่นแหละ

            สองคนนั้นเป็นแฟนกัน...

            ผมรู้สึกแปลกใจตั้งแต่เขารู้จักกันแล้วล่ะ พอมารู้ว่าพี่ฮิลล์กำลังจีบเตอร์อยู่ นั่นยิ่งทำให้ผมแปลกใจกว่าเดิม ไม่ได้แปลกใจที่จีบนะ...แต่แปลกใจที่มันจะบังเอิญเกินไปรึเปล่า

            ครั้งแรกที่เจอพี่ฟ้าคือตอนที่โฟมพาผมไปหาเตอร์ที่กองประกวดดาวเดือน ตอนนั้นได้เจอเพื่อนของพี่ฟ้าครบเลย ไม่ว่าจะเป็นพี่โจฮัน พี่ฮิลล์และพี่อาทิตย์

            ตอนนั้นผมไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าพี่ฟ้าเลยด้วยซ้ำ ผมไม่สามารถห้ามสายตาของตัวเองไม่ให้มันฉายแววความเศร้าออกไปได้เลย ไม่รู้ว่าพี่ฟ้าคิดอะไรอยู่ พี่ฟ้าจะยังโกรธอยู่ไหม ผมบอกตามตรงว่าตอนนั้นที่ผมหลงทางกับโฟมและพี่ฟ้าเป็นคนอาสาไปรับ ผมรู้สึกดีใจ 

แต่พอคิดได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป...ผมก็ไม่สามารถจะมองพี่เขาได้อีกเลย

            มันเหมือนว่าเรา...ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

            ก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรอ...นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่หรอ

            ถึงเพื่อนของผมกับเพื่อนพี่ฟ้าจะคบกัน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เราเจอกันบ่อยเท่าไหร่นัก เตอร์เองก็ดูมีความสุขมากกว่าที่เคยเป็น ผมดีใจจริงๆที่พี่ฮิลล์ดูแลเพื่อนผมดีขนาดนั้น เตอร์เป็นคนที่สมควรได้รับความรักแล้วล่ะ

            หนึ่งเทอมผ่านไป...โดยที่ผมก็ยังเป็นเหมือนเดิม บางวันที่เจอพี่ฟ้า หัวใจมันก็เจ็บอย่างบอกไม่ถูก ยังคงกลับมาร้องไห้และเขียนจดหมายเหมือนเดิม

            ผมได้รู้จักเพื่อนอีกคนนึงชื่อว่าดาวตก นอร์ธชอบล้อว่าทำไมชื่อถึงเหมือนผู้หญิง และก็โดนดาวตกถอนหายใจใส่ไปทุกครั้ง ดาวตกเป็นเพื่อนในชมรมวาดรูป เห็นว่าตอนแรกพี่ฮิลล์จะพาเพื่อนทุกคนมาเข้าชมรมด้วย

            ...โชคดีที่อาจารย์ไม่ให้คณะแพทย์เข้าชมรมวาดภาพ


            มันค่อนข้างน่าอึดอัดเวลาที่เราเจอกัน แต่ถึงอย่างนั้น...บางครั้งผมก็ยังอยากเจอนะ

            ใช่...ไม่ว่ายังไงก็ยังอยากอยู่ด้วย


            ผมได้ข่าวพี่ฟ้าบ้างจากที่คนอื่นเขาพูดกัน ถ้าถามเตอร์น่าจะได้ข้อมูลมากกว่า แต่ผมกลับไม่กล้าถาม ผมกลัวว่าเตอร์จะรู้สึกไม่ดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น เลยตัดสินใจที่จะไม่เล่าดีกว่า 

            มันไม่ใช่เรื่องที่น่าเล่าเท่าไหร่...

            เรื่องประหลาดใจมากกว่าเดิมเกิดขึ้น...เมื่อเตอร์มาบอกผมว่าพี่โจฮันกำลังจีบนอร์ธ

            ...มัน...เรียกว่าเรื่องบังเอิญอย่างนั้นสินะ...


            ผมรู้ตั้งแต่ช่วงแรกๆที่พี่โจฮันเริ่มคุยกับนอร์ธแล้ว เพราะว่าเตอร์มาเล่าให้ฟัง แต่ผมแทบไม่ได้เจอนอร์ธเลย กว่าจะเจอกันเขาก็คบกันแล้ว

            ตอนแรกผมเป็นห่วง ห่วงมากด้วยเพราะพี่โจฮันเป็นคนนึงที่มีแต่ข่าวลือว่าเจ้าชู้ แต่พอคิดว่านั่นคือนอร์ธเลยนะ นอร์ธเก่งอยู่แล้ว ถ้าพี่โจฮันเป็นคนไม่ดีจริงๆนอร์ธคงไม่ยุ่งด้วยตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นคู่ของพี่ฮิลล์หรือว่าพี่โจ ต่างก็เป็นข่าวใหญ่สำหรับมหาวิทยาลัยนี้ เพราะพวกพี่เขาดังมากๆ แต่เตอร์กับนอร์ธคงไม่รู้ตัวเท่าไหร่ล่ะมั้ง

            ก็...ขอบคุณพี่โจด้วยที่ดูแลนอร์ธเป็นอย่างดี 

            ส่วนพี่ฟ้าก็...มีคนมาชอบเยอะขึ้นมากเลยหลังจากที่เพื่อนอีกสองคนประกาศตัวมีแฟนไปแล้ว ได้ข่าวว่าถึงขั้นต้องย้ายชมรมเพราะพวกผู้หญิงเขามีปัญหากัน ผมก็ได้แค่แอบตามข่าวพี่ฟ้าอยู่เงียบๆเท่านั้นแหละ

            การหลบหน้าพี่ฟ้ายากขึ้น ผมคิดว่าหลายครั้งมันดูออกเลยว่าผมกำลังหลบหน้า

            และพี่ฟ้าเองก็ดูเหมือนไม่ได้อยากเข้ามายุ่ง

กับผมเลย คงจะเกลียดผมจริงๆแล้ว

            ก็ยังเจ็บ...เจ็บมากกว่าที่คิดด้วย

 

            เจ็บขนาดนี้เลยหรอ...ถูกคนที่รักเกลียดน่ะ

            เรื่องที่ทำให้ผมเครียดอีกเรื่องหนึ่งก็คือ...การสอบหมอ ผมพยายามที่จะอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้าคณะแพทย์อีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าไม่สำเร็จ มันไม่ง่ายเลยกับสอบหมอ ในเมื่อผลออกมาว่าไม่ติด แน่นอนว่าคนแรกที่โทรมาด่าผมก็คือพ่อ เขาโกรธมากเลยที่ผมทำให้เขาผิดหวัง

            ฝันจะผิดหวังในตัวผมเหมือนกันไหมนะ...ผมทำให้ความฝันของฝันเป็นจริงไม่ได้

            ผมเป็นหมอให้ไม่ได้...

            ถ้าสอบไม่ติดผมก็มีทางเลือกคือสอบหมอปีหน้า แต่ถ้าจะสอบปีหน้าผมจำเป็นต้องลาออก เพราะว่าสอบแพทย์ห้ามศึกษาเกินชั้นปีหนึ่ง หรือเรียนสัตวแพทย์ต่อไป หรืออีกทางคือสอบคณะอื่น ถ้าสอบคณะอื่นก็ไม่จำเป็นต้องลาออกก็ได้

            ผมยังไม่ตัดสินใจไม่ได้ในตอนนี้ พวกเพื่อนคนอื่นที่รู้ว่าผมสอบหมอก็ยังไม่รู้เลยว่าผมสอบไม่ติด

            และหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ผมก็ยังฝันถึงฝันบ้าง แต่ไม่บ่อยเท่าไหร่ ถือว่าเป็นคืนที่ฝันดีมากเลยล่ะ

            หนึ่งปีแล้ว...

            เป็นระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านไปเร็วกว่าที่คิด เรียนหนัก สอบยาก เจอเพื่อน ไปเที่ยวกับเพื่อน เล่นสนุกด้วยกัน ทำกิจกรรมในมหาลัย ทุกอย่างก็ดูยุ่งๆดี ตอนแรกผมคิดว่ามันจะเงียบเหงามากกว่านี้ซ่ะอีก 

            วุ่นวายแบบนี้แหละดีแล้ว

            เตอร์กับนอร์ธพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพี่ฟ้าใจดีมาก ผมก็เห็นด้วยนะ และคิดว่าใครหลายคนก็คงเห็นด้วย ใจดีมากจริงๆนั่นแหละ 

 

            พี่ฟ้าน่ะ

            เป็นผู้ชายประเภทที่ว่า...ไม่ว่าใครก็ตกหลุมรักได้ง่ายๆเลยล่ะ

 

            ....

            เผลอแค่แป๊บเดียวก็ใกล้เปิดเทอมสองแล้ว ช่วงเวลาปิดเทอมที่ผ่านมาของผม ผมเพิ่งไปหาป้านวลมา ไปรบกวนขอพักด้วยเกือบสองอาทิตย์ ป้านวลเองก็บอกว่ายินดี จะได้มีคนช่วยดูแลหลานๆด้วย ผมเพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นคนรักเด็กก็ตอนนั้นนั่นแหละ

            ส่วนเรื่องกล่องของขวัญนั่น...ผมก็ยังเก็บไว้อยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับมันต่อดี จะสืบหาอะไรก็ไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้มันอยู่อย่างนั้นไปก่อน

            จู่ๆก็มีเสียงโทรศัพท์แจ้งเตือนขึ้น พบว่าเป็นเตอร์โทรมา

            “ฮัลโหล”

            (ฝุ่น มึงว่างป่าว)

            “ว่างดิ เพิ่งกลับมานี่เอง มีไรอะ”

            (กินเลี้ยงกัน)

            “กินเลี้ยง? เนื่องในโอกาสอะไร?”

            (ฉลองเปิดเทอมปีสองไง)

            “ฉลองเปิดเทอมเนี่ยนะ ได้หรอวะ”

            (ได้ดิ กูอยากกินซ่ะอย่าง)

            “มึงแค่อยากกินเท่านั้นแหละ โอเคๆ ที่ไหนอะ กี่โมง มีใครบ้าง”

            (เดี๋ยวกูกับพี่ฮิลล์ไปรับ ประมาณห้าโมงนะ)

            “พี่ฮิลล์ด้วยหรอ”

            (อื้ม ทำไมอะ)

            “เปล่า...งั้นก็...

            (นอร์ธกับพี่โจก็ไป)

            “อ่อ...

            (ไปเปล่า)

            “คือ...

            (ไปเหอะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน)

            “กูว่าคราวหน้าดีกว่า”

            (ฝุ่นนนน นะนะนะ ไปเหอะ โฟมก็ไปนะ เพื่อนไอ้นอร์ธก็ไป คนเยอะๆสนุกจะตาย)

            “มึงอะ”

            (เนี่ยกูขอร้องแล้ว)

            “...

            (ฝุ่นนนน)

            “เฮ้อ คนเยอะแน่นะ”

            (เยอะดิ โคตรเยอะ)

            “งั้นก็โต๊ะใหญ่ดิ”

            (เออ ใหญ่โคตร)

            “เคๆ กูไปก็ได้”

            (ดีมากเจ้าฝุ่น เจอกันนะ)

            “เค”

            ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อยหลังจากที่กดวางสายไปแล้ว

            ไม่เป็นไร...

            มันอาจจะน่าอึดอัดไปบ้างถ้าเราต้องเจอกัน

            แต่...ผมก็ยังอยากเจออยู่ดี

         



            

 

            

 

         

         

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12.814K ครั้ง

48,559 ความคิดเห็น

  1. #48506 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 16:13
    ดีใจกับน้องที่ได้เจอเพื่อนดีๆแล้ว
    #48506
    0
  2. #48442 skyprsa (@skyprsa) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 08:42
    จะได้เจอพี่ฟ้าแล้ววว
    #48442
    0
  3. #48146 bride_marktuan (@bride_marktuan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 18:33
    ตอนแรกเดาว่าฟ้าเป็นคนวางของขวัญ แต่พอมาอ่านคอมเม้นคงเป็นฝันจริงๆ
    #48146
    0
  4. #46938 Ruruka Buta (@mheeboo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 23:49
    แปบๆ ผ่านไปหนึ่งปี ฝุ่นเก่งมากเลย ที่ยังเข้มแข็งแล้วยังก้าวต่อไปได้ อยากจะกอดแล้วหอมหัวให้กำลังใจ
    #46938
    0
  5. #46111 I'm SonE ... B2utY ...!!! (@0869784579) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 22:53
    จมอยู่กับความเศร้าเพิ่มมาอีกปีแล้วฝุ่น หวังว่าจะหาทางออกจากเรื่องนี้ได้นะ
    #46111
    0
  6. #45057 นํ้า (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 17:04

    ฝุ่นมีเพื่อนๆแล้วนะ????????????



    #45057
    0
  7. #44977 gamnunnapat (@gamnunnapat) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 16:36
    ฝุ่นเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นเเล้ว
    #44977
    0
  8. #44863 ksbad_ (@srithong01) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 23:07
    น้องต้องสู้นะลูกกกกก
    #44863
    0
  9. #44524 mimiminxxy (@maeruko) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 12:18
    ผ่านไปปีนึงแล้วหรอฮื่อ
    #44524
    0
  10. #44482 Jen1998 (@Jen1998) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 09:48
    สู้นะฝุ่น มันจะผ่านไปได้ ตอนนี้มันทำให้เรายิ้มได้นะ ฝุ่นเจอเพื่อนที่ดีแล้วนะ
    #44482
    0
  11. #44476 jasmine_zamms (@jasmine_zamms) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 06:57
    เครียดเรื่องการเมืองมาแล้วยังต้องกุมขมับกับนิยายอีก โถ่.. 55555
    #44476
    0
  12. #43209 Snowe (@Snowe) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 14:55
    มีเพื่อนดีก็ดีแล้วน้องง
    #43209
    0
  13. #42396 Slyvester (@areeya-aoy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 01:33
    ฮือออออ ดีที่น้องมีเพื่อนแล้ว
    #42396
    0
  14. #42364 asrxxy (@ay-siriluk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 00:18
    สงสารน้องอ่ะ แต่เพื่อนน้องน่ารักมากเลย งุ้ยๆ
    #42364
    0
  15. #42272 _Maizey_ (@_Maizey_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 21:44

    ตอนนี้ทำให้เรายิ้มเตอร์กับนอร์ธน่ารักอ่ะขำที่เถียงกันเรื่องชาน่าร้ากกกกกก

    #42272
    0
  16. #41903 Danwtlese (@sutida72) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 15:17
    เก่งมากเลยเจ้าฝุ่น
    #41903
    0
  17. #41170 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 17:51

    เก่งมากๆเลยครับไต้ฝุ่น ทุกๆอย่างกำลังจะเข้าที่เข้าทาง หวังว่ามันจะรวมความรู้สึกของเราด้วยนะ

    #41170
    0
  18. วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 15:47
    เก่งมากเลยฝุ่น
    #41086
    0
  19. #41002 Memiechan27 (@pim-rebellion) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 23:18
    ขอบคุณนะคะที่รวบรัดตอนนี้ให้น้องผ่านช่วงที่ต้องยากลำบากมาได้ ไม่งั้นเราคงรับไม่ไหวอีกต่อไปแน่ๆเลยค่ะ T_T ถ้าต้องมาเจอน้องร้องไห้หรือต้องอดทนกับการออกห่างพี่ฟ้าของน้องแบบนี้ไปอีก เราขาดใจตายแน่เลย ขอให้ตอนต่อไปนี้ เป็นฟ้าหลังฝนของน้องทีนะคะ
    #41002
    0
  20. #40958 WhoopiePie (@WhoopiePie) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 16:32
    แอบดีใจที่น้องดำเนินชีวิตมาได้ ต้องขอบคุณเตอร์มากๆเลย ที่เป็นเพื่อนที่น่ารักให้น้องฝุ่น แต่เรื่องของขวัญก็ยังคง งง ถ้าเป็นฝัน ทำไมถึงเขียนชื่อว่าเร็น อืมมม คิดไม่ออกเลยอ่า
    #40958
    0
  21. #40441 Jhoooope (@Jhoooope) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 20:43
    หนูเก่งมากๆเลยนะฝุ่น
    #40441
    0
  22. #39396 fodgoodkids (@fodgoodkids) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 04:29
    ฝันเอาของขวัญมาให้น้องหรอ โอ้ยยร้องไห้จนปวดตาหมดแล้วนะㅠㅠㅠㅠ
    #39396
    0
  23. วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 11:23
    น้องเก่งแล้ว แต่อยากให้ไปบอกความจริงกับพี่ฟ้าอยู่ดี ส่วนของขวัญนี่ได้มาจากฝันป่าว???
    #39311
    0
  24. #39238 น่องขาหมู (@bellzatail) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 23:12
    ฝุ่นสู้ๆนะ เก่งมากแล้วพยายามดีมาก แต่ไรท์! นี่มันฟิลกู๊ดจริงๆเหรอ แอบดราม่าน้ำตาแตกหลายตอนอยู่นะคะ555 แต่สนุกให้อภัย อารมณ์เหมือน ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่า
    #39238
    0
  25. #38248 mesp´∀`~ (@mespoppaps) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 19:14
    ผ่านมาได้ เก่งมากๆเลยเจ้าฝุ่น
    #38248
    0