ตอนที่ 5 : Chapter 4 : How have you been?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9269 ครั้ง
    15 ม.ค. 62

Chapter 4

 

            

            

            ผมใช้เวลาของวันนี้ทั้งวันในการจัดห้อง หลังจากที่ผมทำสิ่งที่ไม่น่าให้อภัยที่สุดลงไป ผมเลือกที่จะลืมมันไปซักพักเพื่อถอยกลับมาตั้งสติ ช่วงเวลาที่ยุ่งเหยิงทำให้ผมเลิกคิดถึงมันไปได้บ้าง ผมที่อยากได้พื้นที่ตรงระเบียงเอาไว้สำหรับปลูกต้นไม้มากกว่า จึงเลือกที่จะทิ้งของบางอย่างไป ที่ของใช้ของผมมันเยอะกว่าคนปกติที่อยู่หอกันเพราะว่าของของผมถูกส่งมาไว้ที่นี่ทั้งหมด


            เพราะบ้านหลังนั้นจะไม่อยู่อีกแล้ว


            ผมได้ยินพ่อพูดประมาณว่าจะจัดการอะไรอีกหลายอย่าง เมื่อพร้อมแล้วเขาจะขายมันทันที มันไม่จำเป็นอีกแล้วสำหรับสถานที่ที่เคยเรียกว่าบ้าน


            มันอาจไม่ใช่บ้านที่อบอุ่นนัก แต่มันเต็มไปด้วยความทรงจำและความรัก เป็นรักแท้และเป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ทั้งชีวิตจะได้รับ


            อีกประมาณไม่กี่เดือนนับจากนี้ บ้านหลังนั้นอาจจะถูกทุบทิ้งหรือว่าปรับปรุงใหม่ สถานที่ที่เป็นหลักฐานของความสุขของผมจะหายไปอีกที่นึง เหมือนกับฐานทัพลับของผมกับพี่ฟ้า ผมคิดไว้ว่าในช่วงสุดท้ายก่อนพ่อจะประกาศขายที่ดินตรงนั้น ผมจะกลับไปทบทวนความทรงจำอีกครั้งนึง ล่ำลาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะไม่ได้หวนกลับไปอีก


            ผมนั่งลงบนเตียงและมองโทรศัพท์ของฝันที่อยู่ในมือ ผมไม่ได้ตอบไลน์พี่ฟ้าตั้งแต่ช่วงเช้า ไม่ได้บอกด้วยว่าจะหายไปไหน ผมไม่คิดหรอกว่าสิ่งที่ผมทำมันถูก


            มันผิด...และเห็นแก่ตัวอย่างที่สุด


            แต่อย่างน้อยๆในตอนนี้...ผมขอเห็นแก่ตัวบ้างได้ไหม ผมขอแค่ยื้อความสุขเล็กๆที่เหลืออยู่ได้ไหม การโกหกมันแย่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการบอกความจริงไปมันจะดีกว่าสักหน่อย ถ้าในตอนสุดท้ายแล้วผลลัพธ์มันคือผมสูญเสียเขาไปอยู่ดี


แค่ในตอนนี้ แค่ในเวลาอันน้อยนิด


            แค่ยังไม่อยากให้หายไป...ได้ไหม


            พี่ฟ้าอาจจะไม่รู้ ผมรู้ว่าเขาอาจจะไม่เข้าใจ ผมเลิกหวังให้คนอื่นเข้าใจตั้งนานแล้ว แต่ผมเข้าใจที่ทุกคนจะเกลียดหรือว่าโกรธผม


            เพราะผมยังเกลียดตัวเองเลย


            และถ้าผมเป็นคนอื่น ก็คงจะมองมาทางไต้ฝุ่นอย่างผิดหวังไม่ต่างกัน


            ผมจะบอกความจริง ผมสัญญา ผมรู้ว่าคำโกหกมันไม่มีทางอยู่ตลอดไป เรื่องแบบนี้จะปิดบังพี่ฟ้าไปได้ถึงนานแค่ไหนกัน 


            ผมแค่อยากจะขอเวลาอีกสักหน่อย ขอเวลาอีกสักหน่อยเพื่อให้ผม...


            พร้อมที่จะแตกสลาย...


            ผมคิดว่ามันยังดีที่รู้สึกหวาดกลัว และยังพยายามรักษาประคองมันไว้ แต่ถ้าไปถึงในจุดที่ผมพร้อมแล้วที่จะให้ทุกอย่างมันพังลง ในเมื่อตัวผมนั้นไม่เหลืออะไรให้สูญเสียอีกต่อไป

            แบบนั้นมันน่ากลัวยิ่งกว่า...


            .....

            ผมตัดสินใจเปิดไลน์ในเครื่องของฝันขึ้นมา มีข้อความที่ไม่ได้อ่านอยู่ นั่นคือแชทของพี่ฟ้า


            [Tf.] : 

   สบายดี

            อยากจะถามอะไรหน่อยได้ไหม

            ...

            เมื่อเห็นข้อความจากแชทนั่น เล่นเอาผมรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมา 

 

            [Torfun] : 

ได้สิ มีอะไรหรอ     

            [Tf.]

   เราแค่แปลกใจที่ฝันให้ฝุ่นมาเรียนที่นี่คนเดียวน่ะ

 

[Torfun] : 

อ่อ ก็ไม่น่าจะเป็นอะไรนี่นา

            [Tf.]

            เป็นสิ 

            ฝุ่นดูไม่โอเคมากเลย มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า

[Torfun] : 

ไม่มีอะไรหรอก ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ

   [Tf.]:

            เปล่าๆ งั้นก็คงไม่มีอะไร

            เราคงคิดมากไปเอง

            [Torfun] : 

คิดมากอะไรหรอ

 

[Tf.]:

แค่เป็นห่วงน่ะ ยังไงฝุ่นก็น้องเรา

เห็นว่าเรียนสัตวแพทย์ด้วยใช่ไหม

[Torfun] :

ใช่ๆ

[Tf.]:

ฝุ่นเลือกด้วยตัวเองหรอ

[Torfun] :

อื้อ ทำไมอะ

[Tf.]:

เปล่า ไม่มีไร


 

แล้วผมก็ไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปอีก คิดว่าการที่เป็นฝัน น่าจะทำให้ผมกล้าถามอะไรพี่ฟ้ามากกว่าที่เป็นฝุ่นแท้ๆ แต่ในขณะเดียวกันความรู้สึกผิดมันก็อยู่เต็มอก


 

[Torfun] :

คิดว่าฝุ่นไม่เหมาะเรียนสัตวแพทย์หรอ555

   [Tf.]:

            เปล่า แต่เราคิดว่าเรียนไปคงไม่มีความสุขเท่าไหร่

            เพราะฝุ่นไม่ได้ชอบ

            ฝุ่นเหมาะที่จะมีความสุขมากกว่า

            

            [Torfun] :

ฟ้าคิดแบบนั้นหรอ

 [Tf.]:

 อืม ทุกคนก็เหมาะที่จะมีความสุขอยู่แล้ว

            [Torfun] :

5555นั่นสิ แต่ฝุ่นก็เลือกแล้ว 

ปล่อยให้ฝุ่นเลือกเองเถอะ

 [Tf.]:

โอเค

 

[Torfun] :

ฟ้า

 [Tf.]:

 ว่าไง

[Torfun] :

อยากจะขออะไรหน่อย

ได้ไหม

[Tf.]:

         อะไรหรอ

[Torfun] :

ช่วยมองท้องฟ้าเป็นเพื่อนฝุ่นหน่อยสิ

[Tf.]:

         หืม มองท้องฟ้า?

         ยังไงนะ

[Torfun] :

แค่ช่วยบอกว่าวันนี้ท้องฟ้าที่ฟ้ามองเห็น 

เป็นยังไงก็พอ

[Tf.]:

         ให้บอกฝุ่นว่าวันนี้ท้องฟ้าเป็นยังไงหรอ?

[Torfun] :

ใช่ 

[Tf.]:

         ทำไมล่ะ

[Torfun] :

ฝุ่นอยากรู้ว่าท้องฟ้าของพี่ฟ้าในแต่ละวันเป็นยังไงบ้าง

*ฟ้า

[Tf.]:

         ก็ได้อยู่หรอก 

แล้วทำไมฝุ่นไม่เห็นบอกเราเองเลยล่ะ

[Torfun] :

ฝุ่นอาจจะไม่ค่อยกล้าเท่าไหร่มั้ง

[Tf.]:

         อ่อ นึกว่าฝุ่นไม่ค่อยอยากคุยกับเราซ่ะอีก

[Torfun] :

เปล่า อยากคุยสิ

อยากคุยมากๆ

[Tf.]:

         จริงหรอ

          งั้นก็คงดี

[Torfun] :

คุยกับฝุ่นเยอะๆเลยได้ไหม

[Tf.]:

         ก็ได้

         เราอยากจะพาฝุ่นไปเที่ยวด้วย ถ้าเราว่าง

         ฝันจะให้ไปมั้ย

            [Torfun] :

ไปสิ พาฝุ่นเที่ยวเยอะๆเลยนะ

[Tf.]:

ไว้ใจเราพาฝุ่นเที่ยวหรอ

เห็นเมื่อก่อนหวงตลอด

[Torfun] :

ไม่เป็นไรหรอก

ถ้าเป็นฟ้า ฝุ่นอยากไปด้วยทุกที่นั่นแหละ

ดาวอังคารก็ไปนะ ถ้าฟ้าพาไป

[Tf.]:

ดาวอังคารน่าจะไกลไปหน่อยนะ555

         โอเค งั้นเราไปก่อนนะ

          ไว้คุยกัน

[Torfun] :

โอเค ไว้คุยกัน

 

 

            ผมแอบยิ้มให้กับข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอของโทรศัพท์ แค่นี้เอง ผมต้องการแค่นี้จริงๆ พอคิดว่าเป็นฝันแล้วมันก็ดีกว่าเป็นฝุ่นจริงด้วย ถ้าเป็นตัวผมคงไม่กล้าบอกให้พี่ฟ้าพาไปเที่ยว หรือบอกว่าอยากคุยเยอะๆแน่นอน

            ขอโทษนะฝัน มันคงไม่ดีกับฝันแน่ๆ แต่ว่าฝุ่น...ขอร้องเถอะนะ

            ขออยู่แบบนี้อีกสักหน่อย

            สักพักโทรศัพท์ของผมก็มีแจ้งเตือนขึ้น พี่ฟ้าส่งไลน์มาหา ทันทีที่เห็นชื่อของเจ้าของแชท ผมก็ยิ้มกว้างออกมามากกว่าเดิม 


 

 [Tf.]:

*ส่งรูปภาพ

 วันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งครับ 

 แล้วท้องฟ้าทางนั้นเป็นยังไงบ้าง

[-dust-]

*ส่งรูปภาพ

วันนี้ท้องฟ้าสดใสกว่าทุกวันเลยครับ

 

            











 

 

 

 

            ผมถือวิสาสะกดเซฟรูปที่อีกฝ่ายส่งมาให้และนำมันมาลงในไอจีส่วนตัวของตัวเอง ปกติแล้วผมมักจะถ่ายรูปท้องฟ้าทุกวันและเอาลงไปในอินสตราแกรมเหมือนเป็นการบันทึกท้องฟ้าในแต่ละวันของผม แต่ทว่าวันนี้มันจะแปลกออกไปสักหน่อย เพราะว่ารูปท้องฟ้าที่ผมลงจะเป็นท้องฟ้าจากมุมมองของพี่ฟ้า

            และใส่คำบรรยายใต้ภาพว่า

            Under the same sky :)

            ถึงจะต่างมุมมอง แต่ก็ยังอยู่ใต้ท้องฟ้าผืนเดียวกัน

            ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ผมอยากจะคุยกับพี่ฟ้าอีกแต่ดันไม่รู้ว่าจะชวนคุยอะไรดี หันไปมองเห็นดอกไฮยาซินธ์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำให้นึกขึ้นได้

 

            [-dust-] :

ไฮยาซินธ์เป็นยังไงบ้างครับ

            

[Tf.] :

ก็ดีครับ

หอมดี 

[-dust-] :

อ่อ ครับ

แล้วทำอะไรอยู่หรอครับ

[Tf.] :

มีธุระน่ะครับ ขอตัวก่อนนะ

[-dust-] :

ครับ

 

 

ผมตอบกลับไปแค่นั้น ก่อนอีกฝ่ายจะหายไปจากแชตจริงๆ ผมวางมือถือลงและหันไปทำอย่างอื่นแทน ผมคงต้องอ่านหนังสือ ถ้าอยากเป็นหมอต้องตั้งใจและพยายามมากกว่านี้ จึงลงไปหาอะไรทานข้างล่างก่อน ผมไม่อยากเดินไปไหนไกลจึงแวะแค่เซเว่นใต้หอ พอเดินออกมาพบว่ามีเครื่องชั่งน้ำหนักอยู่ ไม่ได้ชั่งนานแล้วแฮะ ลองชั่งสักหน่อยดีกว่า

น้ำหนักลด...น้ำหนักลดอีกแล้ว ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย เพราะว่าผมไม่ค่อยกินข้าว ไม่ค่อยเจริญอาหารเท่าไหร่ น้ำหนักเลยต่ำกว่าเกณฑ์มาก เคยเป็นลมครั้งนึง คุณหมอแนะนำว่าให้ทานข้าวและของที่ประมาณโยชน์เยอะหน่อย ไม่งั้นจะขาดสารอาหารเอาได้ ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะขาดไปเยอะแล้วมั้ง

ผมมองซาลาเปากับนมกล่องนึงในถุงที่ถืออยู่ นี่ทั้งวันจะกินแค่ข้าวเช้าที่ไปกินกับพี่ฟ้า แล้วก็กินแค่นี้น่ะหรอ ทำไงได้ล่ะ มันไม่หิวนี่นา ข้าวก็กินน้อย นอนก็น้อย นี่แหละการทำลายสุขภาพอย่างแท้จริง 

ผมกลับขึ้นมากินซาลาเปากับนม จากนั้นก็อ่านหนังสืออยู่หลายชั่วโมง เมื่อคิดว่าอ่านจนพอแล้วจึงเริ่มเขียนจดหมายถึงฝัน เขียนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเหมือนเดิม กิจวัตรประจำวันของผมก็มีอยู่แค่นี้แหละ

ความจริงแล้วผมเคยนั่งคิดหลายรอบเลยล่ะ ว่าถ้าฝันยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้มันจะเป็นยังไงบ้าง แล้วถ้าฝันรู้ว่าที่จริงแล้วผมไม่ได้เป็นน้องชายจริงๆ ฝันจะยังรักผมเหมือนเดิมรึเปล่า

เรื่องนั้นผมเองก็ให้คำตอบไม่ได้ ที่ฝันรักผมก็เพราะว่าผมเป็นน้องชายใช่ไหมล่ะ ถ้ามารู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วผมมันก็แค่ลูกชู้ ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าฝันจะทำยังไง แต่ผมก็ยังอยากคิดเข้าข้างตัวเองไปว่า...ฝันจะยังอยู่ข้างผม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม อย่างที่ฝันเคยบอกเอาไว้ว่า...สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าผมจะตัดสินใจเลือกเดินทางไหน ฝันก็จะคอยอยู่เคียงข้างผมเสมอ

            จนใกล้ได้เวลาเข้านอน ผมหยิบมือถือออกมาดูอีกครั้ง ถ้าพี่ฟ้าไปธุระเสร็จแล้วจะมาบอกผมรึเปล่า คงไม่ล่ะมั้ง นี่จะห้าทุ่มอยู่แล้วยังไม่มีวี่แววเลย

            ก็ไม่ใช่คนคุย...

            ผมตัดสินใจออกแชตไปหาพี่ฟ้าอีกครั้ง อย่างน้อยๆก็อยากบอกฝันดีในคืนนี้

 

[-dust-] :

ว่างรึเปล่าครับ

อยากถามเรื่องที่บอกว่าไปเที่ยวน่ะครับ

 

            ผมลองเริ่มต้นด้วยประโยคคำถามก่อน ที่พี่ฟ้าบอกไว้ในแชตของฝันว่าจะพาผมไปเที่ยว อย่างน้อยๆผมก็น่าจะรู้ไว้บ้างว่าจะไปไหนหรือว่าเมื่อไหร่ ผมส่งข้อความไปประมาณสิบนาทีถึงจะขึ้นอ่าน

            

            [Tf.] : 

            อ่อ อยากไปไหนเป็นพิเศษหรอครับ

[-dust-] :

ไม่มีที่อยากไปพิเศษหรอกครับ

            [Tf.] :

            งั้นชอบที่แบบไหนล่ะครับ

            เผื่อจะลองหาดูก่อน

[-dust-] :

ไปดูหนัง

ได้ไหมครับ

 

            ผมลังเลอยู่นานกว่าจะพิมพ์คำนั้นส่งไป ที่จริงแล้วอยากเที่ยวแบบที่ธรรมชาติด้วย แต่คิดว่าไปดูหนังด้วยกันก่อนน่าจะดีกว่า ผมเองก็ไม่ได้ไปโรงหนังนานแล้วด้วย

 

            [Tf.] :

            ได้ครับ

            พรุ่งนี้เลยไหมครับ

[-dust-] :

ครับ

            [Tf.] :

            งั้นก็ดูรอบหนังไว้เลยนะครับ

            พรุ่งนี้จะไปรับ

            ฝันดีนะครับ

[-dust-] :

ฝันดีครับ

 

            ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่พี่ฟ้าดูรีบๆยังไงพิกล รีบบอกฝันดีทั้งที่ยังคุยเรื่องดูหนังอยู่เลย ความจริงน่าจะคุยว่าอยากดูเรื่องอะไรด้วย เอาเถอะ คงไม่ว่างจริงๆล่ะมั้งหรือไม่ก็แค่...ไม่ได้อยากคุยกับผมขนาดนั้น

            ผมเดินไปเปิดไฟในห้อง เหลือแต่ไฟที่หัวเตียง คืนนี้จะนอนหลับสบายเหมือนคืนก่อนไหมนะ คงไม่หรอกมั้ง ก็มันไม่เหมือนเมื่อคืนสักหน่อย ถ้าได้จับมือ...ไม่สิ จับมืออาจจะขอมากเกินไป ถ้าได้ยินเสียงบอกฝันดีสักนิด...ก็น่าจะดี

            ใช้เวลาพลิกตัวไปมาบนเตียงเกือบชั่วโมงก็ยังนอนไม่หลับ ครั้นจะบอกพี่ฟ้าก็กลัวจะรบกวน อีกฝ่ายเขาแสดงออกว่าไม่ว่างคุยซะขนาดนั้น

            โอเค...ไม่เป็นไร วันนี้ได้รูปท้องฟ้าจากพี่เขามาเลยนะ ยังจะไปวุ่นวายอะไรอีกล่ะฝุ่น นอนได้แล้ว

            ยังไงก็...ขอให้นอนหลับฝันดีอีกคืนนะครับ

            พรุ่งนี้ขอให้สดใสเหมือนเดิมนะ

 

            ...

            “ดูเพลียๆอีกแล้วนะครับ” นั่นเป็นคำพูดแรกที่พี่ฟ้าเอ่ยทักผมทันทีที่ผมก้าวขาขึ้นรถมา ผมเผยยิ้มแห้งๆให้อีกฝ่าย

            “หรอครับ”

            “นอนไม่หลับอีกแล้วหรอ”

            “ก็...นิดหน่อยครับ”

            “แล้วคืนที่มานอนห้องพี่ฟ้าหลับสบายดีไหมครับ”

            “หลับสบายดีครับ”

            “งั้นถ้านอนไม่หลับก็มานอนที่ห้องพี่ฟ้าอีกก็ได้นะครับ”

            “...” ผมหันไปมองคนที่นั่งอยู่เบาะคนขับอย่างงุนงง อันนั้นคือพูดจริงรึเปล่าหรือว่าแค่พูดเล่น ถ้าแค่นอนไม่หลับก็ไปนอนด้วยก็ได้หรอ นั่นมันจะไม่ใจดีเกินไปหน่อยรึไง แต่พี่ฟ้าก็ไม่ได้หันกลับมามองผม เอาแต่มองไปทางถนนตรงหน้า

            “ถ้านอนไม่หลับแบบนี้ไปเรื่อยๆจะแย่เอานะ”

            “อ่อ...ครับ”

            “เป็นมานานรึยังครับ”

            “นานครับ”

            “ลองไปหาหมอดูบ้างรึยังครับ”

            “ก็...เคยครับ”

            “แล้วไม่ดีขึ้นหรอครับ”

            “เอ่อ...”​ ผมเงียบไปเพราะไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดี อย่างที่บอกว่าเคยไปหาหมอแล้ว ไอ้หลับน่ะมันก็หลับอยู่หรอก แต่พอหลับแล้วฝันร้าย ทำให้ไม่ค่อยอยากหลับเท่าไหร่จึงเลิกกินยานั่น “ก็ดีขึ้นครับ”

            “แต่ก็ยังไม่ค่อยหลับหรอครับ”

            “ก็...ประมาณนั้นครับ”

            “เคยปรึกษาหมอเรื่องอาการกลัวที่มืดกับที่แคบรึยังครับ พี่ฟ้าว่ามันค่อนข้างมีผลกระทบนะ ถ้าเปิดไฟจะทำให้นอนหลับไม่สนิท พี่ฟ้าเคยบอกแล้วใช่ไหมครับ” พี่ฟ้าพูดในขณะที่ยังมองตรงไปบนทางถนนอยู่ น้ำเสียงนุ่มเอ่ยเรียบๆเหมือนกำลังอธิบายบทเรียนยังไงอย่างงั้น

            “ถ้าเรื่องนั้นยังไม่เคยครับ” ผมว่าไปตามตรง ผมไม่เคยปรึกษาหมอเรื่องกลัวที่มืดเลย เคยไปปรึกษาแค่อาการนอนไม่หลับเฉยๆ

            “ลองไปดูดีไหมครับ พี่ฟ้าจะไปส่ง”

            “เอ่อ...ยัง...ไม่ไปดีกว่าครับ” ผมว่าเสียงเบา ถ้าไปอาจจะดีขึ้นก็ได้ แต่คิดว่าคงไม่ใช่ตอนนี้หรอก 

            “อ่อครับ” พี่ฟ้าว่า “แล้วนี่กินข้าวรึยังครับ”

            “กินแล้วครับ”

            “หืม?”

            “...” ผมหันไปมองคนข้างๆอีกครั้งเมื่อพี่เขาทำน้ำเสียงเหมือนไม่เชื่อ พี่ฟ้าเองก็หันมามองผมเช่นกัน “ทะ...ทำไมหรอครับ”

            “ไม่โกหกพี่ฟ้าสิครับ”

            “...
            “ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม”

            “เอ่อ...ความจริงก็...ยังครับ” ผมว่า 

            “ตอนไปกินข้าวด้วยกันก็กินน้อย ไม่สบายรึเปล่าครับ”

            “เปล่าครับ”

            “กินน้อยแบบนี้เป็นปกติหรอ”

            “ประมาณนั้นครับ” ผมเอ่ยตอบพลางหันมองออกไปข้างนอกหน้าต่างเพื่อกลบความประหม่า ที่พี่ฟ้าดูผมออกง่ายขนาดนั้น...มันทำให้ผมแอบรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูกเลย เผลอแค่ครู่เดียวรถก็มาจอดตรงหน้าร้านอาหาร

            ผมเดินตามพี่ฟ้าเข้าไปในร้านอย่างเกร็งๆ ไม่ค่อยชินกับร้านหรูขนาดนี้สักเท่าไหร่ จะว่าไปพี่ฟ้าก็เพิ่งเคยพาผมมาร้านหรูแบบนี้นี่แหละ ที่ผ่านมาก็เป็นร้านที่ค่อนข้างดีแต่ไม่ได้หรูหราแบบนี้

            “พี่ฟ้าว่าเรามาตกลงกันดีกว่า”

            “ครับ?” ผมทำหน้ามึนงงใส่คนที่นั่งเก้าอี้ตรงข้าม พี่ฟ้ายกมือขึ้นเท้าคางก่อนจะส่งรอยยิ้มบางมาให้ “ตกลงอะไรหรอครับ”

            “ฝุ่นต้องกินของกินทุกอย่างที่พี่ฟ้าซื้อให้ แลกกับการที่พี่ฟ้าจะพาเที่ยว ตกลงไหมครับ”

            “กิน?”

            “ครับ”

            “ทำไมต้องกินล่ะครับ”

            “ดัดนิสัยเด็กไม่ชอบกินอะไรเลยยังไงล่ะครับ”
            “ตะ
...แต่ว่า”

            “พี่ฟ้าไม่พาเที่ยวฟรีนะครับ แลกเปลี่ยนไง”

            “...” ผมเงียบไปเพราะยังไม่รู้จะตอบว่าไงดี ถึงจะตกลงกันไปแบบนี้ ก็ไม่เห็นว่าพี่ฟ้าจะได้อะไรเลยนี่นา แต่ผมก็คงตอบตกลงไปเพราะหาข้อปฏิเสธไม่ได้ “ก็ได้ครับ”

            “ดีครับ” พี่ฟ้าว่าพร้อมเผยยิ้มออกมา “งั้นเริ่มจากกินนี้ให้หมดนะครับ”

            ผมปรายสายตามองจานอาหารที่วางเรียงอยู่ตรงหน้า เพราะเป็นร้านอาหารหรู เมนูก็เลยราคาแพงตามไปหมด ซึ่งพี่ฟ้าเป็นคนสั่งเองทุกอย่างเลย มันก็ไม่ได้เยอะอะไรหรอกสำหรับคนปกติ แต่มันเยอะเกินไปสำหรับผม

            “ไม่ไหวหรอกครับ”

            “กินให้หมดครับ”

            ผมจำต้องกินอาหารให้หมดตามคำสั่งของอีกฝ่าย ท่าทางพี่ฟ้าจะเอาจริงด้วย พอกินได้ประมาณครึ่งจานผมก็เริ่มอิ่ม นี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยมั้งที่จะกินข้าวหมดจาน

            “ไม่เขี่ยผักแล้วหรอครับ” พี่ฟ้าเอ่ยถาม

            “อ่อ...ไม่ครับ”

            “ดีแล้วล่ะครับ”

            ผมพยักหน้า พี่ฟ้าจำได้ด้วยว่าผมไม่ชอบกินพัก ผมก็ยังไม่ชอบเหมือนเดิมนั่นล่ะ แต่แค่พอกินได้เฉยๆ พอกินจนหมดแล้วผมรู้สึกแน่นท้องนิดหน่อย ไม่ได้กินจนอิ่มขนาดนี้มานานแล้ว 

            “ดูรอบหนังมากี่โมงครับ”

            “คือ...ยังไม่ได้ดูรอบหนังมาเลยครับ” ผมว่า ที่จริงผมดูมาแล้วแหละ แต่เพราะไม่มั่นใจว่าพี่ฟ้าจะมารับกี่โมงหรือว่าจะดูเรื่องไหนดี ก็เลยกะว่าจะมาถามพี่ฟ้าดีกว่า “ไม่รู้จะดูอะไรดีน่ะครับ”

            “หืม ชวนพี่ฟ้ามาดู แต่ก็ไม่รู้จะดูเรื่องไหนหรอครับ” 

            “ก็...” ผมพูดเสียงเบาและเงียบไป แอบรู้สึกเหมือนถูกดุเลยที่บอกว่าชวนมาดูแต่ก็ดันไม่วางแผนไว้ว่าจะดูเรื่องไหนยังไงดี “พี่ฟ้าอยากดูอะไรเป็นพิเศษไหมครับ”

            “ไม่ครับ ตามใจฝุ่นเลย”

            “เอ่อ...งั้นค่อยไปดูหน้าโรงก็ได้ครับ”

            “ครับ”

            จนกระทั่งพวกเรามาอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่เคยมา ถ้ามาคนเดียวคงไม่รอดแน่ห้างใหญ่ขนาดนี้ เดินตามพี่ฟ้ามาเรื่อยจนมาหยุดที่ร้านบิงซูร้านนึง พี่ฟ้าถามว่าอยากลองแวะไหม ผมบอกว่าไม่เป็นไร แต่พี่ฟ้าก็พาเข้ามาจนได้

            ผมจัดการสั่งเมนูที่คิดว่าอยากกินที่สุดมา สักพักพนักงานก็นำมาเสิร์ฟ

            “กินให้หมดด้วยนะครับ”

            บังคับกินของหวานด้วยหรอ...

            “พี่ฟ้าไม่กินหรอครับ”

            พี่ฟ้าส่ายหน้าเล็กน้อย

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ กินเลย”

            “ไม่ชอบของหวานหรอครับ”

            “ไม่เชิงหรอกครับ แต่ให้ฝุ่นกินดีกว่า”

            “กินด้วยกันเถอะครับ ฝุ่นกินไม่หมดหรอก” ผมว่าพร้อมยื่นช้อนอีกอันให้คนที่นั่งตรงข้าม ตั้งแต่ตอนเดินเข้ามาแล้ว มีแต่คนหันมามองทางนี้แฮะ พี่ฟ้าคงจะชินแล้วล่ะมั้ง ไปไหนมาไหนมีแต่คนมองเนี่ย

            พี่ฟ้ารับช้อนไป แล้วเราก็นั่งกินของหวานด้วยกัน

            แบบนี้...ดีจังเลย

            ผมไม่ได้ชอบของหวานอะไรขนาดนั้น แต่แบบนี้...ก็ไม่เลวนักหรอก

            ...

            พอตกลงกันได้แล้วว่าจะดูหนังเรื่องอะไร เราก็เข้าไปดูหนังกัน ผมตื่นเต้นมากเลยที่จะได้ดูหนังกับพี่ฟ้า ในระหว่างที่หนังฉายทำให้ผมไม่ได้จดจ่ออยู่กับหนังเท่าไหร่ และเมื่อรู้สึกหนาวขึ้นมาจึงยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองเบาๆ

            “หนาวหรอครับ” พี่ฟ้ากระซิบถาม ผมพยักหน้าให้เป็นคำตอบ ก่อนเสื้อแขนยาวของอีกฝ่ายจะถูกถอดออกแล้วส่งมาให้ผม

            “ขอบคุณครับ” ผมว่าพร้อมรับมันไว้

            ก็ยังเป็นคนที่ถอดเสื้อกันหนาวให้ผมเหมือนเดิม...

            “ขี้หนาวเหมือนเดิมเลยนะครับ” พี่ฟ้าเอ่ยว่าเสียงเบา หันมามองผมที่กำลังเอาเสื้อของพี่เขาคลุมตัวอยู่ “พกเสื้อกันหนาวไว้ด้วยก็ดีนะครับ”

            “ครับ”

             แต่ถ้าผมพกเสื้อเอง...น่าจะดีกว่า เพราะถ้าเป็นไปได้ เขาคงไม่ได้อยากถอดเสื้อกันหนาวให้ผมตลอดหรอก

            จนกระทั่งหนังฉายจนจบ เมื่อเดินออกมาจากโรงหนังผมจึงถอดเสื้อกันหนาวคืน พี่ฟ้ารับมันไว้และนำกลับไปสวม 

            “หิวรึยังครับ” พี่ฟ้าหันมาถามผม

            “ยังครับ” ผมส่ายหน้า ที่กินเมื่อตอนกลางวันยังแน่นท้องอยู่เลย

            “จะกลับเลยไหมครับหรือว่าอยากไปไหนต่อ”

            “เอ่อ...” ผมเงียบไปพลางใช้ความคิด ยังไม่อยากกลับเลย ยังอยากอยู่ด้วยอีกสักหน่อย “ไป...เที่ยวอีกสักหน่อยได้ไหมครับ”

            “ก็ได้ครับ” พี่ฟ้าตอบ “แล้วอยากไปไหนล่ะครับ”

            “ถ่ายรูป”

            “หืม?”

            “ที่ไหนก็ได้ครับ แต่อยากถ่ายรูป” ผมว่า วันนี้ผมยังไม่ได้รูปท้องฟ้าเลย กลับห้องไปคงได้ถ่ายมุมเดิม ถ้าเป็นไปได้ก็อยากถ่ายหลายมุมบ้าง

            “วัดดีไหมครับ มีจุดชมวิวดีดีอยู่นะ”

            “ครับ”

            แล้วผมก็นั่งรถพี่ฟ้ามาเรื่อยๆ เหม่อมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง เราไม่ได้คุยอะไรกันมากมายนักหรอก แต่ผมรู้สึกว่าความอึดอัดมันได้หายไปบ้างแล้ว ผมอาจจะชินกับการอยู่กับพี่ฟ้าขึ้นมาบ้างแล้วล่ะมั้ง

            สถานที่ที่จะไปค่อนข้างไกล กว่าจะมาถึงก็ใช้เวลานานอยู่บวกกับรถติดช่วงเย็น พอมาถึงผมก็รู้สึกแปลกตากับสถานที่ที่ไม่เคยมา รีบยกกล้องขึ้นมาถ่ายมุมต่างๆไว้ ผมซื้อดอกไม้ไปไหว้พระ ผมอธิษฐานเพื่อไม่กี่อย่างหรอก ไม่ว่าจะไปที่ไหนผมก็มักจะอธิษฐานในสิ่งเดิมๆ คือขอให้ฝันมีความสุข ขอให้ผมมีความสุข และขอให้คนที่ผมรักมีความสุข

            ผมแอบปรายตามองคนข้างๆที่กำลังไหว้พระอยู่เช่นกัน

            สงสัยจัง...ว่าพี่ฟ้าจะขอพรอะไรกันนะ

            มาถึงจุดชมวิวที่พี่ฟ้าบอกไว้ เป็นลานกว้างๆที่ด้านข้างมีพระพุทธรูปนอนอยู่ ตอนนี้เย็นมากแล้ว จึงมีคนบ้างประปราย ที่สำคัญคือมีลมพัดเย็นจนรู้สึกหนาวขึ้นมา

            ผมยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปท้องฟ้าที่มองเห็นอยู่ตอนนี้ มันสวยมากเลย จากมุมตรงนี้มองเห็นเมืองด้านล่าง มีแสงไฟสว่างไสวไปทั่วตัวเมือง พระอาทิตย์เองก็ใกล้จะตกดินแล้วด้วย แต่คงต้องรออีกหน่อยกว่าท้องฟ้าจะเปลี่ยนสี

            “ทำไมถึงได้ชอบมองท้องฟ้าหรอครับ”

            พี่ฟ้าเอ่ยถาม พร้อมเดินมายืนพิงกำแพงอยู่ข้างๆ

            “ก็...ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ”

            “ฝันบอกว่าฝุ่นอยากให้พี่ฟ้ามองฟ้าเป็นเพื่อน ทำไมล่ะครับ” พี่ฟ้าเอ่ยถามอีกครั้ง และมันเป็นคำถามที่ผมไม่ได้เตรียมคำตอบมาด้วย

            “เอ่อ...แค่อยากให้ลองมองดูน่ะครับ”

            “หืม” พี่ฟ้าท่าทางสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ามุมเดียวกันกับที่ผมมอง ภาพของคนข้างๆที่ผมเห็นอยู่ตอนนี้มันน่าหลงใหลซ่ะยิ่งกว่าท้องฟ้าเสียอีก สายลมพัดให้เส้นผมสีดำขลับปลิวไปตามแรงลมนั้น

            ไม่สิ...จะน่าหลงใหลกว่าได้ยังไงกัน

            ในเมื่อคุณคือท้องฟ้าเพียงหนึ่งเดียวของผมตั้งแต่แรก

            “ขอถ่ายรูปได้ไหมครับ”

            “ถ่ายพี่ฟ้าน่ะหรอครับ”

            “ครับ”

            “ได้สิครับ”

            ผมก้าวถอยหลังออกไป พี่ฟ้ายืนพิงกำแพงและหันหลังให้วิวตัวเมืองเชียงใหม่ ยกยิ้มเล็กน้อยใส่กล้อง แม้ว่าลมจะพัดแรงมาจากทิศตรงกันข้าม แต่ว่ามุมนี้พี่ฟ้าดูดีมากเลย ใช้เวลามุมถ่ายแค่ไม่นานผมก็รัวชัตเตอร์ถ่าย

            จากภาพที่มองเห็นผ่านเลนส์ตอนนี้...ทำให้หยุดหายใจได้เลยนะ

            เมื่อถ่ายเสร็จผมจึงลดกล้องลง

            ผมได้รูปท้องฟ้าที่สวยที่สุดมาแล้ว...

            “ขอบคุณนะครับ” ผมเอ่ยคำขอบคุณ ก่อนจะเดินกลับมายืนข้างๆพี่ฟ้าเหมือนเดิม “ขอบคุณที่พามาเที่ยวด้วยครับ”

            “ขอบคุณที่กินข้าวจนหมดนะครับ”

            “ฮะ?” ผมหันขวับไปหาอีกฝ่าย เห็นพี่ฟ้าอมยิ้มขำอยู่ ผมจึงอดที่จะขำออกมาไม่ได้ “ได้ด้วยหรอครับ”

            “ได้สิ ทำไมล่ะ”

            “มันน่าแปลกออกนี่ครับ ขอบคุณที่กินข้าวจนหมด” ผมว่า

            “ไม่แปลกหรอกครับ กินเยอะๆน่ะดีแล้ว ไม่งั้นคงเสียสุขภาพแย่” พี่ฟ้าว่า “เมื่อก่อนฝุ่นเป็นเด็กอ้วนนี่ครับ มาผอมแบบนี้ก็แย่สิ”

            “เด็กอ้วนอะไรล่ะครับ”

            “เด็กอ้วนชอบขโมยขนม”

            “อย่าแซวสิครับ” ผมว่าพร้อมทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย เมื่อก่อนผมก็เป็นอย่างนั้นจริงๆนั่นแหละ ไม่เคยคิดเลยว่าโตมาแล้วจะไม่ค่อยอยากอาหารแบบนี้ “ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับ”

            “หืม...นั่นสิครับ”

            ก่อนระหว่างเราจะมีแต่ความเงียบ

            “พี่ฟ้า” ผมเอ่ยเรียก

            “ครับ”

            “คือ...เรามาเล่นเกมกันดีไหมครับ”

            “เกมอะไรครับ”
            “ผลัดกันถามคนละหนึ่งคำถาม”

            “แล้วถ้าเป็นคำถามที่ไม่อยากตอบล่ะ” พี่ฟ้าถามกลับ นั่นทำให้ผมชะงักไปเล็กน้อย

            “ก็ไม่เป็นไรครับ ตอบเท่าที่อยากตอบก็พอ” ผมว่า

            “ได้ครับ ใครเริ่มก่อนดี”

            “ฝุ่นครับ อยากถาม...” ผมตัดสินใจเอ่ยขึ้นก่อน ความจริงแล้วผมมีคำถามที่อยากรู้เกี่ยวกับพี่ฟ้าในช่วงที่ไม่ได้เจอกันเยอะแยะเลย และที่อยากเล่นเกมนี้เพราะว่าอยากให้พี่ฟ้าถามเรื่องของผมบ้าง เพราะผมก็อยากให้มีใครที่สนใจรับฟังเรื่องของผมสักนิด ไม่ใช่แค่เขียนใส่จดหมายที่ไม่ได้ส่ง “พี่ฟ้า...เป็นยังไงบ้างครับช่วงมัธยม”

            “คำถามทั่วไปกว่าที่คิดนะครับ” พี่ฟ้าเอ่ยน้ำเสียงนุ่ม “พี่ฟ้ามาเรียนโรงเรียนแถวนี้ครับ ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ เป็นนักเรียนทั่วไป”

            “ทั่วไปจริงหรอครับ”

            “ตาพี่ฟ้าถามแล้วครับ...ฝุ่นล่ะครับ เป็นยังไงบ้างช่วงมัธยม”

            “ก็...ดื้อบ้างแหละครับ แต่ก็พยายามแล้วนะ” ผมตอบไป “เพื่อนที่คบช่วงมัธยมล่ะครับ”

            “ก็สนิทกันปกตินะครับ เที่ยวด้วยกันบ้าง เรียนรู้อะไรจากกันหลายๆอย่าง ฝุ่นล่ะครับ เพื่อนมัธยมเป็นยังไงบ้าง”

            “เรียนรู้อะไรจากกันหลายอย่างเหมือนกันครับ” ผมว่า อย่างที่เคยบอกว่าผมเคยคบเพื่อนที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พอผมตีตัวออกห่างมาก็โดนพวกนั้นแกล้งบ้าง มันก็ถือว่าเป็นบทเรียนเหมือนกัน “เพื่อนตอนนี้ล่ะครับ”

            คำถามของผมทำให้พี่ฟ้าหลุดขำออกมาเล็กน้อย

            “บ้าครับ บ้ามากเลย เป็นคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกันมารวมด้วยกัน น่าปวดหัวใช่เล่นเลย” พี่ฟ้าว่า ผมเลิกคิ้วแปลกใจเล็กน้อย “ฝุ่นยังไม่มีเพื่อนที่นี่ใช่ไหมครับ”

            “ครับ” ผมพยักหน้า “แต่หวังว่าจะเจอเพื่อนที่ดีนะ” ผมว่าไปตามที่คิด เพราะเคยโดนแกล้งมา ก็เลยหวังไว้ว่าอยากเจอเพื่อนดีดีบ้าง ไม่ต้องใจดีกับผมมากหรอก แค่ไม่ทิ้งผมไปไหนก็พอแล้ว

            “เจอแน่นอนอยู่แล้วล่ะครับ” คนข้างๆผมว่าด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

            “เรื่องเรียนล่ะครับ”

            “เรียนตอนไหนล่ะครับ”

            “ทุกตอนเลย ตั้งแต่มัธยมจนตอนนี้ เป็นยังไงบ้างครับ”

            “ก็ดีครับ เรื่อยๆ แล้วฝุ่นล่ะครับ เรื่องเรียนเป็นยังไงบ้าง”

            “ก็...กลางๆล่ะมั้งครับ ผ่านบ้างตกบ้าง แต่ฝุ่นก็เคยได้ท็อปบ่อยนะ” ผมว่าอย่างภาคภูมิใจ มันเป็นเรื่องที่ผมอยากจะอวดให้ใครสักคนฟัง แต่ฝันก็ไม่อยู่รับฟังแล้วเลยไม่ให้ใครให้อวด

            “เก่งมากเลยครับ”

            “หมอเรียนยากไหมครับ”

            “หืม ก็ยากครับ พี่ฟ้าก็พยายามปรับตัวอยู่”

            “พี่ฟ้าต้องทำได้แน่ครับ” ผมว่าเสียงเบา อย่างพี่ฟ้าน่ะทำได้อยู่แล้ว แต่ถ้าขนาดพี่ฟ้ายังคงปรับตัว แล้วผมล่ะจะไหวมั้ยนะ

            “เจ้าสีทองเป็นไงบ้างครับ”

            “อ่า...มันตายไปแล้วครับ” ผมก้มหน้างุดพูดขึ้น เจ้าสีทองคือแมวที่เก็บมาเลี้ยงไว้ด้วยกัน ผมขมวดคิ้วทำหน้ากังวล พี่ฟ้าจะโกรธมั้ยนะ ผมเป็นคนขอเอามันมาเลี้ยงเองแท้ๆ “ขอโทษนะครับ”

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ มันก็แก่แล้ว”

            “...

            “บางอย่างไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกครับ ฝุ่นไม่ได้ผิดสักหน่อย”

            “ครับ...

            ผมเงียบไปสักพักเพื่อดึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองกลับคืนมา ในหัวก็รีบคิดหาคำถามจะมาถามพี่ฟ้าอีก

            “แล้วพี่ฟ้า...ชอบท้องฟ้าไหมครับ”

            “อืม...ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่นะครับ ฝุ่นชอบใช่ไหมครับ”

            “ครับ”

            “แต่บางวันท้องฟ้าก็ไม่ได้สวยนะครับ”

            “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ” ผมถาม

            “บางวันฟ้าก็มืด แล้วมีฝนตก” พี่ฟ้าว่า

            “แค่ร้องไห้...เป็นบางวัน แต่ฟ้าหลังฝนจะสดใสนะครับ” ผมว่า ผมชอบนะที่ฝนตก มันทำให้ผมรู้สึกว่าบางครั้งขนาดท้องฟ้าก็ยังร้องไห้เป็นเหมือนกัน

            “มองท้องฟ้าในแง่ดีจังนะครับ”

            “...

            “ตอนฝนตกก็จะมีฟ้าผ่า ฝุ่นกลัวเสียงฟ้าร้องไม่ใช่หรอครับ”

            “อ่า...ครับ”

            คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ผมพูดอะไรไม่ออกอีกครั้ง ใช่...ผมกลัวฟ้าผ่าตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้ว เพราะมันเสียงดัง ผมไม่ชอบเสียงดัง แถมมันยังอันตรายด้วย

            “ตาพี่ฟ้าถามใช่ไหมครับ”

            “ครับ”

            “อืม...พี่ฟ้าไม่รู้จะถามอะไรแล้วล่ะครับ ฝุ่นถามมาเลยก็ได้ครับ”

            “เอ่อ...” ผมแอบมุ่ยหน้าเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าไม่อยากถามอะไรแล้ว นั่นหมายความว่าพี่เขาไม่ได้อยากจะรู้เรื่องอะไรของผมแล้ว “ขอถามอะไรที่มัน..เอ่อ ส่วนตัวนิดนึงได้มั้ยครับ”

            “หืม” พี่ฟ้าเลิกคิ้วแปลกใจให้กับคำพูดของผม “ได้ครับ”

            “ตอนนี้...พี่ฟ้าคบกับใครอยู่รึเปล่าครับ”

            “อ่า มันก็ไม่ได้เป็นคำถามส่วนตัวอะไรขนาดนั้นนะครับ”

            “...ครับ”

            “ไม่ได้คบกับใครครับ”

            ...ตอนนี้พี่ฟ้ายังไม่ได้คบกับใคร

            “แปลกจังนะครับ” ผมเผลอพูดออกมาเสียงเบา เพราะเคยคิดไว้ว่าคนที่มีแต่คนมารุมชอบอย่างพี่ฟ้าน่ะ อย่างน้อยๆก็ต้องมีใครบ้างแหละ “คนคุยล่ะครับ”

            “ก็...ไม่ครับ”

            “อ่อ...

            “คิดว่าแปลกหรอครับ” พี่ฟ้าถามผมกลับบ้าง ผมพยักหน้ารับเชิงเป็นคำตอบ “ไม่แปลกเท่าไหร่ครับ แค่คิดว่าเรื่องความรักมันค่อนข้างไกลน่ะ”

            “ยังไงหรอครับ”

            “เรื่องมันอาจจะน่าเบื่อนะครับ ฝุ่นอยากรู้หรอ”

            “ครับ”

            “พี่ฟ้าเคยคบกับคนๆนึงตอนมัธยมครับ”

            “...

            “ตอนแรกก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แต่พอลองคบกันสักพักแล้วรู้สึกว่าความรักมันซับซ้อนน่ะ สุดท้ายก็มีปัญหากันจนต้องเลิกไป จากนั้นมาความรักก็เลยไม่ใช่สิ่งที่พี่ฟ้ามองหาสักเท่าไหร่”

            “อ่า...อย่างนี้นี่เอง”

            ผมเม้มปากเพื่อเก็บความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในอก พี่ฟ้าเคยมีแฟนแล้วนี่เอง จากนั้นมาก็ไม่ได้มองหาความรัก ไม่ได้สนใจเรื่องความรักอย่างนั้นสินะ...

            “ทำไมถึงเลิกกันหรอครับ ถามได้ไหม”

            “อืม...อาจจะแค่ไม่เข้าใจกันน่ะครับ”

            “ยังรักเขาอยู่ไหมครับ”

            “ไม่รู้สิครับ อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน”

            “...

            “พอมามองท้องฟ้าอยู่แบบนี้ก็ทำให้คิดขึ้นได้” พี่ฟ้าพูดเปรยขึ้นในขณะที่ยังเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีแดงอิฐอยู่ “เขาเคยบอกว่าพี่ฟ้าเป็นเหมือนท้องฟ้าของเขา”

            “...

            “เวลาได้มองก็คิดถึงเสมอ”

            “....

            “แต่พี่ฟ้าน่ะ...คิดว่าตัวเองเป็นท้องฟ้าไม่ได้หรอก เป็นท้องฟ้าให้ใครไม่ได้ทั้งนั้น”

            ...

            “อ่า...

            

            เป็นท้องฟ้าให้ฝุ่น...ก็ไม่ได้อย่างนั้นสินะ


















          - ฝุ่นเริ่มกล้าจะพูดกับพี่ฟ้ามากขึ้นแล้ว แต่ฝุ่นก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นแค่น้องชายอยู่ ในระหว่างบทสนทนาเล็กๆก็มีความคืบหน้าระหว่างคนสองคนขึ้นมาบ้างแล้ว มันจะค่อยเป็นค่อยไปนะ ให้เวลาฝุ่นหน่อย

          - ใครก็บอกว่าพี่ฟ้าใจดีเกินไป อย่างที่บอกว่าเขาเป็นอย่างนี้อยู่แล้วและฝุ่นก็รู้ดี พี่ฟ้าเคยมีแฟนช่วงมัธยมด้วย และตอนนี้ก็ไม่ได้มองหาความรัก  - และที่สำคัญ พี่ฟ้า...ความจริงแล้ว ก็ไม่ได้ผิดอะไร พี่ฟ้าไม่ได้ผิดอะไรเลยนะ วอนทุกคนอย่าด่าพี่เขาเลย TT 

          - เรื่องนี้เราขอสัญญากับทุกคนว่ามันฟิลกู๊ด ฟิลกู๊ดจริงๆ จัดอยู่ในหมวดนิยายฟิลกู๊ดเลยยย มันจะดีขึ้นนะ ขอแค่ยังไม่ทิ้งฝุ่นไปไหน อยู่ข้างๆฝุ่นจนกว่าฟ้าหลังฝนจะมาถึงเถอะนะ 

        

         

               ขอโทษที่ห่างหายไปนาน ปีใหม่นี้พักผ่อนไปซ่ะนานเลย ><

               TBC

               #ต้นฟ้าไต้ฝุ่น ในทวิตเตอร์ และขอบคุณทุกคนที่ถ่ายรูปท้องฟ้ามาฝากเจ้าแมวฝุ่นกันนะคะ : )


          

            

            

Twitter : @Howl_sairy

Facebook fanpage : Howlsairy
twiiter : @howl_sairy






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.269K ครั้ง

48,632 ความคิดเห็น

  1. #48574 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 09:47

    น้องเหมือนคนขาดกำลังใจในตัวเองเลยอ่ะ

    #48574
    0
  2. #48498 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 12:53
    อยากให้น้องได้เจอฟ้าหลังฝนที่สวยงามและสดใสจริงๆ
    #48498
    0
  3. #48478 milk_nutrawee (@milk_nutrawee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 07:31

    ทำไมถึงเพิ่งมาเจอไรต์เนี่ย งงใจ สนุกมากค่ะ แต่ก็หน่วงมากเช่นกันค่ะ ฮือ

    #48478
    0
  4. #48435 skyprsa (@skyprsa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 08:19
    สู้ๆเจ้าฝุ่น
    #48435
    0
  5. #48428 Maysa15 (@Maysa15) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 22:45
    เป็นความฟิลกู๊ดที่เสียน้ำตาก่อนสินะ แงงงงงงง:'(
    #48428
    0
  6. #48378 Lowland (@Lowland) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 00:45
    รอวันที่ฝุ่นกล้าพูดความจริงอยู่นะ สู้ๆ
    #48378
    0
  7. #46915 Ruruka Buta (@mheeboo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 19:22
    อบากกอดน้อง ไม่อยากยกน้องให้ใครแล้ว เราจะปลอบเองงงง // พี่ฟ้าจำทุกอย่างของน้องได้ เอ๊ะ นี่พี่ไม่คิดไรจิงปะ
    #46915
    0
  8. #46035 I'm SonE ... B2utY ...!!! (@0869784579) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 18:54
    เราชอบการบรรยายของไรท์มากเลย มันทำให้เราเข้าใจถึงตัวละครมากขึ้น พี่ฟ้าสุภาพ อ่อนโยนไม่แปลกที่ใครๆจะชอบเขา แอบสะอึกนิดนึงตรงที่ฝุ่นคิดเกมนี้ขึ้นมาเพราะอยากให้มีใครสักคนถามและรับฟังเรื่องราวของฝุ่นบาง น้องต้องเหงาแค่ไหนถึงขอแค่ใครสักคนที่ช่วนฟังเรื่องราวของเราอ่ะ ไม่เป็นไรนะมันอาจจะยากอาจจะเหงาๆแต่ทุกอย่างจะต้องโอเค ฝุ่นผ่านมาได้ขนาดนี้แล้ว เรื่องต่อมาต้องผ่านได้แน่ๆ
    #46035
    0
  9. #45064 คัชช๊ะ (@mintyo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 23:20
    จะร้องไห้อ่ะ การที่ฝุ่นเป็นอย่างงี้มันยากมากเลยใช่มั้ย อยากกอดน้อง
    #45064
    0
  10. #44519 mimiminxxy (@maeruko) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 08:21
    พี่ฟ้าต้องรู้อะไรแน่ๆเลยแง้
    #44519
    0
  11. #44438 jasmine_zamms (@jasmine_zamms) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 14:44
    อุแงงงง
    #44438
    0
  12. #44260 yodahtr_ (@yodahtr_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 02:00
    ;-;ซึมไปหมดเลย
    #44260
    0
  13. #43170 Snowe (@Snowe) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 22:33
    เทอดูเหงาซึมมากน้องฝุ่น พี่จาร้องแล้วนะ
    #43170
    0
  14. #43086 cbbrix (@nantiya16018) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 21:20
    หน่วงจัง แต่เราว่าพี่ฟ้าต้องรู้ใช่มั้ย ว่าฝุ่นเอาโทรสับฝันไปคุย
    #43086
    0
  15. #43011 ช้างน้อยบยอน (@mamomiza-64) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 07:38
    ชั้นจะรอออ พี่ฟ้าต้องมีอะไรเเน่ๆอ่ะ
    #43011
    0
  16. #42982 lluv KAITO vull (@kakdtskaito) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 04:22

    ได้ เราจะยอมทนหน่วงไปจนถึงฟีลกู้ด~
    #42982
    0
  17. #42300 asrxxy (@ay-siriluk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 22:21
    พี่ฟ้า อย่าบอกนะว่าฝันอ่ะ....
    #42300
    0
  18. #41855 _Maizey_ (@_Maizey_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 23:08

    พี่ฟ้าต้องมีอะไรแน่ๆเลย

    #41855
    0
  19. #41162 mitake (@voldermore) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 16:06

    ขอให้ฟ้าหลังไต้ฝุ่นมาถึงเร็วๆนะ คนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับ หรือว่ามีความสุขนะฝุ่น :)

    #41162
    0
  20. วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:48
    หน่วงดีจัง
    #41060
    0
  21. #41035 Danwtlese (@sutida72) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 12:48
    งืออออ เหมือนเราโดนถีบลงไปอ่านเนื่องนี้ใต้น้ำเลย แต่ก็เข้าใจฝุ่นนะ เพราะเราเคยมีช่วงที่เป็นแแบฝุ่นเลย
    #41035
    0
  22. #40946 Memiechan27 (@pim-rebellion) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 14:30

    จะรอฟ้าหลังฝนนะคะะะ T^T

    #40946
    0
  23. #40447 p_jane (@p_jane) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 21:41
    ปวดจิตมากค่ะ
    #40447
    0
  24. #39371 Viva (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 21:11

    ตอนเขาผลัดกัน ถาม-ตอบ เราเป็นคนเดียวหรือเปล่าที่อ่านไปแล้วร้องไห้....ฝุ่นคงรู้สึกเจ็บซ้ำไปซ้ำมา

    #39371
    0
  25. วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 08:49
    พี่ฟ้าอ่านฝุ่นออกหมดเลยป่าว พี่ฟ้าดูเข้าถึงง่าย แต่มีอะไรมากั้น
    #39291
    0