ตอนที่ 6 : Chapter 5 : Rainy day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6933 ครั้ง
    10 ม.ค. 62




Chapter 5

 



            

             

            ...

            ฝนตก...


            ไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งเค้าตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีสายฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาแล้ว ผมเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีแต่หยดน้ำเกาะอยู่ ท้องฟ้าตอนมีเมฆครึ้มเริ่มมันทำให้ผมรู้สึกเหงาในบางครั้ง แต่ผมก็ยังชอบที่มองขึ้นไปอยู่ดี


            ที่บอกว่าผมมองท้องฟ้าในแง่ดี...คงใช่


            ผมจะมองคุณในแง่ร้ายได้ยังไง


            ...

            เป็นท้องฟ้าให้ใครไม่ได้ทั้งนั้น...


            งั้นหรอ...


            แต่ถึงอย่างนั้น...ผมก็ยังมีคุณเป็นเพียงท้องฟ้าเพียงหนึ่งเดียวของผมอยู่ดี


            ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...คุณยังเป็นเพียงคนเดียวที่ผมมองหาเสมอมา


            และมันจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง 


   ไม่ว่าคุณจะคิดยังไง...


            ผมก็จะไม่เปลี่ยน 


            ...

            เราติดอยู่ตรงแยกไฟแดงก่อนจะเลี้ยวเข้าไปหอของผม หลังจากที่เราไปเที่ยวกันมา พอฝนเริ่มตกพี่ฟ้าจึงรีบมาส่งผมกลับ ผมแอบเหลือบมองคนที่อยู่ข้างๆก่อนครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมา


            พี่ต้นฟ้า...

            ผมเคยถามถึงความหมายของชื่อ พี่เขาบอกว่าเพราะว่าพ่ออยากให้เป็นท้องฟ้า ที่อยู่สูงเกินกว่าใคร ท้องฟ้าที่ทุกคนมองเห็นเมื่อเงยหน้ามองขึ้นไป และแม่อยากให้เป็นต้นไม้ ต้นไม้ที่โอนอ่อนตามสายลมแต่ทว่าไม่โค่นล้ม เป็นที่พักพิงให้กับผู้อื่น


            พี่ต้นฟ้าก็เลยเป็นอย่างที่พ่อและแม่คาดหวังเสมอมา เป็นท้องฟ้าที่เหนือกว่าใคร เป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงา ส่วนผมเป็นคนที่บังเอิญผ่านมา ตกหลุมต้นไม้ต้นนี้ เลือกที่พักพิงอยู่ไม่ยอมไปไหน รู้ทั้งรู้ว่าจะพักอยู่แบบนี้ตลอดไปไม่ได้


            “แย่จังนะครับ รถติดขนาดนี้” พี่ฟ้าเอ่ยขึ้น ผมจึงหลุดออกจากอาการเหม่อลอย มองไปด้านหน้าเห็นรถที่แน่นขนัดเต็มท้องถนน พอฝนตกแบบนี้รถมักจะติดตลอดเลย เหมือนว่ารถแทบไม่ได้เคลื่อนมาหลายสักพักแล้ว


            “นั่นสิครับ”


            ผมตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเคาะกระจกรถจากฝั่งคนขับ เห็นบิ๊กไบค์คันนึงมาจอดใกล้ๆคนขี่สวมหมวกกันน็อคสีดำและสวมชุดหนัง ใช้หลังมือเคาะกระจกรถ พี่ฟ้าหันไปมองก่อนจะขมวดคิ้ว


            และลดกระจกลงเล็กน้อยเพื่อให้ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพยายามจะพูด เพราะลดกระจกลงมาแค่นิดเดียวเพื่อไม่ให้ฝนสาดเข้ามา ทำให้คนด้านนอกมองไม่เห็นผม อีกฝ่ายเปิดหมวกกันน็อคขึ้นมานิดหน่อย ผมจึงไม่เห็นหน้าของเขาเช่นกัน


            “ไปไหนมา” พี่ฟ้าเอ่ยถาม


            “ธุระนิดหน่อย มึงล่ะ”


            “เที่ยว ไม่ใส่เสื้อกันฝนวะ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก”


            “ระดับกูแล้วน่า”


            “แล้วมึงจะไปไหน”


            “กลับคอนโด ฝนแม่งก็เสือกตก” เพราะฝนตกหนักทำให้ได้ยินเขาไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่ท่าทางเขาจะหัวเสียน่าดูเลย “แล้วมึงจะไปไหนต่อ”


            “กลับเหมือนกัน” พี่ฟ้าว่า “ขี่รถระวังล่ะ”


            “เออ มึงด้วย ไว้เจอกัน” ก่อนเขาจะปิดหมวกกันน็อคและขี่บิ๊กไบค์ออกไปอย่างเร็วทันทีที่สัญญาณไฟเป็นสีเขียว ในขณะที่รถยนต์ยังคงต้องรออีกสักพักเพื่อให้คันหน้าไปก่อน


            “เอ่อ...เพื่อนหรอครับ” ผมเอ่ยถาม


            “ครับ”


            ผมมองตามบิ๊กไบค์สีดำคันเมื่อกี้ เขาขี่เร็วมากเลยแถมยังน่ากลัวมากด้วย ฝนตกหนักขนาดนี้ทำไมถึงขี่เร็วขนาดนั้นกันนะ อันตรายไม่ใช่รึไงกัน


            “มีอะไรรึเปล่าครับ” พี่ฟ้าถามเมื่อเห็นว่าผมกำลังหน้ากังวล


            “อันตรายนะครับ ขี่รถแบบนั้นน่ะ” คำพูดของผมทำให้พี่ฟ้าหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย


            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ปกติของมันน่ะ”


            “อ่อ” ผมพยักหน้าเชิงว่าเข้าใจแล้ว มันทำให้ผมยิ่งอยากรู้ว่าเพื่อนของพี่ฟ้าเป็นคนยังไงกันบ้างนะ ดูเขาไม่ค่อยเหมือนพี่ฟ้าเลย “เขาชื่ออะไรหรอครับ”


            “โจฮันครับ ทำไมหรอ”


            “เปล่าครับ แค่เขาดู...เอ่อ”


            “สนใจหรอครับ”


            “มะ ไม่ใช่ครับ”


            “ถ้าจะให้แนะนำเพื่อนสักคน พี่ฟ้าคงให้ไอ้โจเป็นคนสุดท้ายที่อยากแนะนำเลยล่ะครับ” พี่ฟ้าว่าด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้ฟังดูทุกข์ร้อนอะไร “อ่า เปลี่ยนเป็นรองสุดท้ายดีกว่า


            แนะนำเพื่อน...ให้ผมหรอ


            “ทำไมหรอครับ”


            “มันเจ้าชู้น่ะ ถึงอย่างอื่นมันจะดีมากก็เถอะ”


            “แล้วถ้า...จะแนะนำล่ะครับ” ผมเอ่ยถามออกไปเสียงเบา ด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นแรงอย่างไม่รู้สาเหตุ และหัวใจมันก็แอบเจ็บแปลบที่พี่เขาพูดแบบนั้นออกมา


            “ไอ้ฮิลล์ล่ะมั้งครับ”


            “ทำไมต้องเป็นเขาล่ะครับ”


            “มันก็ดีที่สุดแล้วล่ะ”


            “ที่แนะนำให้เพราะว่าเขาดีหรอครับ”


            “ใช่ครับ”


            ไม่หรอก พี่ฟ้าต่างหาก...ดีที่สุดสำหรับฝุ่นแล้ว


            “ทำไมถึงคิดว่าจะแนะนำใครให้ผมด้วยล่ะครับ”


            “พูดไปงั้นแหละครับ แค่คิดว่ามีใครคอยดูแลฝุ่นก็น่าจะดีเท่านั้นเอง” พี่ฟ้าว่า “แล้วถ้าเป็นใครสักคนที่จะมาดูแลน้องชายของพี่ฟ้า พี่ฟ้าก็อยากให้เป็นคนที่ดี คนที่ไว้ใจได้”


            “อ่า...ครับ”


            “ถ้าฝุ่นจะคบกับใครก็ต้องผ่านฝันก่อนใช่ไหมล่ะครับ”


            “คงอย่างนั้นแหละครับ”


            “งั้นก็ต้องผ่านพี่ฟ้าด้วยนะครับ”


            “...ครับ”


            น้องชายของพี่ฟ้า...


            ผมเคยพยายามถามหาความชัดเจน ในเมื่อทุกอย่างมันชัดเจนอยู่แล้ว


            ได้แค่นี้...


            ก็ดี...ก็ดีแล้ว ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว


            เมื่อรถคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดยังหน้าหอของผม มันค่อนข้างมืด น่าแปลกใจที่ไม่มีไฟเปิดอยู่เลยสักดวง ทั้งที่หอข้างๆก็เปิดไฟสว่างจ้าซะขนาดนั้น


            อย่าบอกนะว่าไฟดับอีกแล้ว


            “หอไฟดับอีกแล้วหรอครับ”

            “คงงั้นแหละครับ” ผมว่าพร้อมมองเข้าไปข้างในอย่างกังวล ผมเพิ่งย้ายมาอยู่ได้แค่ไม่กี่วันเองนะ ดับตั้งสองรอบแล้ว 


            “อยู่ได้มั้ยครับ”


            “เอ่อ...เอาจริงก็...” ผมเงียบไป ใจก็อยากจะบอกว่าไม่เป็นไรอยู่หรอก แต่พอมองเข้าไปแล้วมันทำให้ตัวผมสั่นขึ้นมา ผมต้องเดินเข้าไปด้านในแล้วขึ้นบันไดไปอีก ไหนจะทางเดินก่อนจะถึงห้องล่ะ ถึงจะเข้าห้องได้แล้ว ก็ต้องทนอยู่ในห้องมืดๆอยู่ดี


            “งั้นไปพักกับพี่ฟ้าก่อนก็ได้ครับ คืนนี้”


            “ขะ...ขอโทษนะครับ รบกวนอีกแล้ว”


            “ไม่เป็นไรครับ” พี่ฟ้ายิ้มว่า ก่อนจะถอยเข้าไปเพื่อวนรถกลับออกมา และขับกลับไปยังคอนโดของพี่ฟ้าแทน “ฝุ่นครับ”


            “ครับ?” ผมขานรับทันทีเมื่ออีกฝ่ายเรียกชื่อของผม


            “ย้ายมาอยู่ที่นี่กี่วันแล้วนะครับ”


            “เอ่อ ยังไม่ถึงอาทิตย์นึงเลยครับ”


            “ที่ห้องโอเคมั้ยครับ”


            “ก็...โอเคครับ”


            “ได้ยินเสียงจากข้างห้องบ่อยมั้ยครับ”


            “บ่อยอยู่นะครับ”


            “น้ำอุ่นกับแอร์ล่ะครับ”


            “น้ำอุ่นเปิดไม่ติดเท่าไหร่ครับ ส่วนแอร์ก็...ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”


            “อ่า...ว่าแล้วเชียว”


            “ทำไมหรอครับ”


            “ไฟดับสองรอบทั้งที่มาอยู่ไม่ถึงอาทิตย์ ทั้งที่หอข้างๆก็ไม่ได้ดับ” พี่ฟ้าว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ “ได้หาข้อมูลหามาก่อนอยู่รึเปล่าครับ”


            “ปะ...เปล่าครับ พ่อเป็นคนหาให้น่ะ”


            “...หรอครับ”


            “มีอะไรหรอครับ”


            “คุณอาน่าจะหาข้อมูลหอมาไม่ดีเท่าไหร่นะครับพี่ฟ้าว่า เท่าที่พี่ฟ้าลองไปหาข้อมูลมา หอนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ทั้งที่ค่าหอก็แพง”


            “อ่อ...” ผมเผลอเม้มปาก รู้สึกจุกอกยังไงบอกไม่ถูกเมื่อพี่ฟ้าบอกว่าพ่อไม่หาข้อมูลให้ดี ตอนแรกผมแอบดีใจนิดหน่อยที่พ่อเป็นคนหาหอให้ผมเอง นั่นหมายความว่าเขายังพอใส่ใจผมอยู่ แต่มาเป็นแบบนี้แล้วมัน....


            “ย้ายหอน่าจะดีกว่านะครับ”


            “ย้ายไม่ได้หรอกครับ เพิ่งมาอยู่เอง”


            “ย้ายเถอะครับ เดี๋ยวพี่ฟ้าช่วยหาหอใหม่ให้”


            “คุณพ่อจะดุเอาน่ะสิครับ จ่ายค่าอะไรไปหมดแล้วด้วย”


            “ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่ฟ้าจะคุยกับคุณอาเอง”


            “เอ่อ...


            ผมเงียบไปเพราะไม่รู้จะพูดอะไรเมื่อพี่ฟ้าทำน้ำเสียงจริงจังขนาดนั้น หลังจากนั้นไม่นานพวกเราก็มาถึงคอนโดของพี่ฟ้า เมื่อขึ้นมาถึงที่ห้องผมก็สังเกตของแปลกตาได้อย่างนึง


            เก้าอี้แขวน...


            เหมือนว่าที่มาวันก่อนจะยังไม่มีนี่นา


            “พี่ฟ้าเพิ่งสั่งมาน่ะครับ” พี่ฟ้าอธิบายเมื่อเห็นว่าผมมองมันอยู่นาน เป็นเก้าอี้แขวนที่วางติดกับหน้าต่าง ด้านหน้ามีโต๊ะวางของตัวเล็กๆอยู่ อีกฝั่งเป็นโซฟา คงเป็นมุมพักผ่อนสินะ 


            “นั่งได้ไหมครับ” 


            “ครับ” เมื่อพี่ฟ้าอนุญาต ผมจึงเข้าไปนั่งที่เก้าอี้แขวนติดหน้าต่าง มีฝนตกอยู่ด้านนอกแบบนี้ยิ่งรู้สึกผ่อนคลาย ผมชอบจัง ชอบที่จะได้นั่งเหม่อลอยมองออกไปข้างนอกแบบนี้ พอเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อยทำให้ผมเห็นท้องฟ้าจากมุมของห้องพี่ฟ้า


            มาคราวก่อนยังไม่ได้ทันได้มอง ท้องฟ้าจากมุมนี้สวยมากเลย


            น่าเสียดายที่พี่ฟ้าบอกว่าไม่ได้ชอบมองท้องฟ้าเท่าไหร่ ทั้งที่มองจากตรงนี้แล้วสวยขนาดนี้แท้ๆ


            “ขอเบอร์คุณอาหน่อยได้ไหมครับ”


            “ครับ?”


            “พี่ฟ้าจะลองคุยเรื่องย้ายหอให้น่ะครับ”


            “คือ...


            “หรือว่าฝุ่นไม่อยากย้ายหอหรอครับ ถ้าไม่อยากย้ายก็ไม่เป็นไรนะ”


            “ครับ...” แล้วผมก็ส่งเบอร์ของคุณพ่อให้กับพี่ฟ้า ถ้าพี่ฟ้าพูดถึงขนาดนี้แสดงว่าหอนั่นคงไม่ค่อยดีจริงๆ ถึงผมจะไม่ค่อยอยากให้พี่ฟ้ากับคุณพ่อคุยกันเท่าไหร่ก็เถอะ


            ขออย่าให้คุณพ่อโกรธเลย...


            ...

            “สวัสดีครับคุณอา ผมต้นฟ้านะครับ”


            (อ่อ...ต้นฟ้าหรอ สบายดีรึเปล่า ไม่ได้คุยกันนานเลยนะ)


            “สบายดีครับ คุณอาล่ะครับ”


            (อาสบายดี พี่วิชญ์กับพี่ภาล่ะ)


            “พ่อกับแม่สบายดีครับ”


            (อ่อ ดีแล้วๆ แล้วมีอะไรรึเปล่าถึงได้โทรมาหาอา)


            “เรื่องฝุ่นน่ะครับ”


            (...ฝุ่น? ทำไมหรอ)


            “หอพักของฝุ่นที่คุณอาเลือกให้น่ะครับ”


            (หอพัก? เดี๋ยวนะ นี่มันไปหาต้นฟ้าหรอ)


            “เปล่าหรอกครับ ผมก็เรียนที่นี่ เลยเจอกัน”


            (อ่า...งั้นหรอ อาไม่รู้เลยว่าต้นฟ้าก็เรียนที่นั่น)


            “อ่อครับ แต่ว่าเรื่องหอพักน่ะครับ”


            (อืมๆ ทำไมหรอ)


            “ผมอยากจะให้ฝุ่นย้ายหอนะครับ เพราะว่าที่จริงแล้วหอนั่นมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่”


            (ไม่ดียังไง)


            “มีข่าวฆาตกรรมเมื่อสองปีก่อนทำให้คนย้ายออกไป พอไม่ค่อยมีคน ผู้ดูแลเขาเลยไม่ค่อยสนใจหอนี้เท่าไหร่ ทั้งระบบไฟฟ้าหรือว่าน้ำประปา รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงไม่ค่อยดีเท่าไหร่น่ะครับ ผมว่าย้ายหอให้ฝุ่นน่าจะดีกว่า”


            (ฆาตกรรม? อ่าว งี้แล้วทำไมถึงได้เรียกค่าหอแพงนักล่ะ)


            “ครับ ค่าหอแพงไม่ค่อยสมกับคุณภาพเท่าไหร่”


            (แบบนี้ไปเรียกค่าหอให้ถูกลงไม่ดีกว่าหรอ จะย้ายหอมันก็ลำบากนะ อาจ่ายค่าประกันไปตั้งหลายพัน)


            “ฝุ่นคงอยู่หอนั่นไม่ไหวหรอกครับคุณอา”


            (น่า ทนๆไปเดี๋ยวก็ชิน เรื่องเขาฆ่ากันก็ตั้งสองปีมาแล้ว มันไม่เป็นอะไรหรอก)


            “ครับ อย่างนั้นก็ได้”


            (อืม แล้วนี่ฝุ่นมันไปบอกอะไรต้นฟ้ารึเปล่า)


            “เปล่านี่ครับ ทำไมหรอครับ”


            (เปล่าหรอก ฝากทักทายพี่วิชญ์กับพี่ภาด้วยนะ ถ้าว่างอาจะไปเยี่ยม)


            “ครับ อ่อ อีกเรื่องนึงครับคุณอา”


            (เรื่องอะไร)


            “ฝุ่นดูท่าทางไม่ค่อยดีเลยครับ ผมกลัวว่าจะไม่สบาย ไม่ยอมกินข้าว ดูเหมือนจะนอนไม่ค่อยหลับด้วย อีกอย่างนึงสภาพจิตใจดูไม่โอเคด้วยครับ”


            (งั้นหรอ)


            “ฝุ่นเป็นอะไรรึเปล่าครับ”


            (ไม่หรอก เด็กนั่นก็เป็นแบบนี้แหละ ปกติ)


            “อย่างนั้นหรอครับ”


            (ใช่ อย่าไปสนใจนักเลย คิดมากก็ปวดหัวเปล่าๆ)


            “ครับ”


            (แล้วมีอะไรอีกรึเปล่า)


            “ไม่มีแล้วครับ งั้นผมขอวางก่อนนะครับ คุณอารักษาสุขภาพด้วยนะครับ”


            (อืม รักษาสุขภาพเหมือนกันนะ)


            “ครับ”


            ...

            “ฝุ่นครับ” พี่ฟ้าเดินเข้ามาหาผมหลังจากที่ไปคุยโทรศัพท์มาสักพัก ผมกังวลว่าพ่อกับพี่ฟ้าจะคุยอะไรกันบ้าง แต่ดูท่าทางของพี่ฟ้าแล้วคงไม่มีปัญหาอะไร


            “ครับ คุณพ่อว่าไงบ้างครับ”


            “คุณอาโอเคครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปทำเรื่องย้ายหอกันเลย”


            “อ่า...งั้นหรอครับ” ผมว่าเสียงแผ่ว แปลกจัง คุณพ่อเนี่ยนะ “ขอบคุณนะครับที่คุยให้”


            “ไม่เป็นไรหรอกครับ” พี่ฟ้าส่งยิ้มบางๆมาให้ผม “ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่ฟ้าเตรียมชุดไว้ให้”


            “ครับ ขอบคุณครับ” ผมบอกขอบคุณอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปทางห้องน้ำ เพราะผมไม่ได้เตรียมชุดมาก็เลยต้องรบกวนยืมชุดพี่ฟ้าใส่ไปก่อน พอเดินเข้าไปในห้องน้ำและกำลังจะอาบน้ำนั่นเอง


            พ่อโทรมา...


            ผมหายใจเข้าลึก แค่เห็นหน้าจอมันขึ้นเป็นเบอร์ของคุณพ่อก็ทำให้ผมมือสั่นอย่างบอกไม่ถูก ไม่บ่อยนักที่พ่อจะโทรมา ไม่สิ พ่อแทบไม่เคยโทรมาหาผมก่อนเลย


            “ครับ” ผมกรอกเสียงใส่ปลายสาย หลังจากลังเลอยู่นานกว่าจะกดรับดีไหม สุดท้ายก็ต้องกดรับจนได้


            (ไปเล่าอะไรให้ต้นฟ้าฟัง)


            “เปล่าครับ”


            (จะไปบอกเรื่องฝันรึไง นอกจากจะทำให้ฉันผิดหวังในตัวแกแล้ว ยังจะทำให้ฉันขายหน้าด้วยงั้นหรอ ถ้าพี่วิชญ์กับพี่ภารู้จะทำยังไง)


            ผมตกใจเมื่อได้ยินเสียงของพ่อตะคอกผ่านมือถือมา น้ำตามันเริ่มเอ่อขึ้นรอบดวงตา ผมพยายามคุมไม่ให้น้ำเสียงของตัวเองสั่น


            “ไม่ได้บอกครับ ฝุ่นไม่ได้บอกเรื่องฝัน”


            (ก็ดี รู้นี่นาว่าถ้าบอกไปจะถูกเกลียดเอา)


            “...ครับ ฮึก”


            (รู้ใช่ไหมว่าฉันห่างจากครอบครัวนั้นเพราะอะไร)


            “ครับ เพราะไม่อยากให้เขารู้เรื่องของฝัน” อย่างที่เคยบอกว่าพ่อน่ะห่วงเรื่องหน้าตาของตัวเองเป็นที่สุด เมื่อฝันเสียไป พ่อจึงพยายามเลิกติดต่อกับครอบครัวของพี่ฟ้าเพื่อไม่ให้คุณลุงกับคุณป้ารู้ข่าว ก็คือตัดขาดไปเลยดีกว่าให้ตัวเองเสียหน้า 


            (เรื่องของแกด้วย แต่แกก็ดันไปหาต้นฟ้าอีก)


            “...ขอโทษครับ”


            (จุดประสงค์ของแกคืออะไร)


            “จุดประสงค์หรอ...ไม่มีหรอกครับ”


            (แล้วแกบอกต้นฟ้าเรื่องฝันไปว่าไง)


            “บอกว่า...ฝันยังอยู่ครับ”


            (ก็ดี แล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปอยู่ใกล้พวกเขาอีก เดี๋ยวก็ได้ความแตกหมดหรอก)


            “ถ้าฝุ่นบอกความจริง”


            (ฮะ?)


            “ถ้าฝุ่นบอกความจริง ฮึก...เรื่องฝัน พ่อว่า...พี่ฟ้าจะโกรธมั้ย”


            (จะบอกหรอว่าแกฆ่าพี่ตัวเอง)


            “ฮึก...ฝุ่น ฝุ่น...ไม่ได้ ไม่ได้ตั้ง...ใจ ครับ”


            (เหอะ เรื่องนั้นพอที)


            “พ่อ...ฝุ่น พี่ฟ้าดีกับฝุ่นมากจริงๆ ฝุ่นอยากอยู่กับพี่ฟ้าอีก...ได้มั้ยครับ”


            (...)


            “ถ้าฝุ่นบอก...ฮึก บอกความจริง ถ้าฝุ่นไม่โกหก...ฝุ่นจะอยู่กับพี่ฟ้าได้อีกไหม”


            (แกอยากอยู่เป็นภาระให้เขาหรอ)


            “...


            (ไปอยู่ไหนก็ได้แต่เป็นภาระ ดูสิว่าฝันที่พยายามดูแลแกมาตลอด แล้วตอนนี้เป็นยังไงฮะสิ่งที่แกตอบแทนฝันมันคือความตายงั้นหรอ!)


            ผมรีบกดวางสายไปทันทีเพราะไม่อยากฟังต่อ ผมได้ยินคำพูดแบบนี้จากพ่อมาหลายครั้งและมันก็ทำร้ายผมอย่างบาดลึกทุกๆครั้ง ผมคุกเข่าลงกับพื้นเพราะว่าฝืนยืนต่อไม่ไหว เอามือปิดปากแน่นเพื่อกลบเสียงสะอื้นของตัวเอง น้ำตาไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย


            “ฮึก...ฮึก ฮือออ อืออ”


            ไม่ไหว มือกับขาชาไปหมด หน้าอกมันปวดหนึบจนอยากจะขอให้ความทรมานนี้มันหยุดสักที ผมทนไม่ได้แล้ว


            ผม...คุณอาจจะไม่ได้รักผม ถึงไม่ได้รักผมก็ตาม แต่...แต่ช่วย ช่วยใจดีกับผมสักนิด สักนิดก็พอ มองเห็นผมบ้าง ยิ้มให้ผมบ้าง แค่นั้น...






            ...

            ผมใช้เวลาสักพักกว่าจะพยุงตัวเองไหว ดูภาพตัวเองที่สภาพไม่น่ามองเท่าไหร่ในกกระจก ตาและจมูกแดงไปหมด ขอบตาก็บวม ไม่ว่ายังไงคงมองออกว่าร้องไห้แน่ๆ ผมจึงแช่น้ำร้อนอยู่นานเพื่อหวังว่ามันจะดีขึ้น


            พอเดินออกมาจากห้องน้ำ มันจะมีที่เล็กๆสำหรับเปลี่ยนผ้าอยู่ ก็คือจากด้านนอกเปิดประตูเข้ามาจะเจอกับที่เปลี่ยนผ้าก่อน ก่อนจะเจอประตูห้องน้ำ ผมเห็นเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขายาวที่เป็นยางรัด น่าจะเป็นเสื้อผ้าที่พี่ฟ้าเตรียมให้ล่ะมั้ง


            ผมจัดการสวมเสื้อตัวหลวมโคร่งกับกางเกงขายาวที่สามารถมัดยางรัดจนพอดีเอวได้ และพับขากางเกงเพราะมันยาวเกินไป ก่อนจะเดินออกไปข้างนอก


            “กินข้าวกันครับ” พี่ฟ้าที่นั่งอยู่บนโซฟาหันมาบอกกับผม มีกับข้าวสองสามอย่างวางอยู่บนโต๊ะ


            “ครับ พี่ฟ้าเป็นคนทำหรอครับ”


            “เปล่าหรอกครับ แค่อาหารแช่แข็งน่ะ” พี่ฟ้าว่า ผมเดินไปนั่งโซฟาตัวเล็กข้างๆ “พี่ฟ้าทำอาหารไม่ค่อยเก่งหรอก ฝุ่นล่ะครับทำเป็นมั้ย”


            “ก็...พอได้บ้างครับ แต่ไม่เก่งนะ”


            “ดีเลยครับ ฝากมื้อเช้าด้วยนะ”


            “...ไม่ดีกว่าครับ” ผมว่าเสียงเบาอย่างไม่มั่นใจ เมื่อก่อนเคยช่วยฝันทำกับข้าวบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เก่งนักหรอก ถ้าไม่อร่อยขึ้นมาหรือว่าทำให้พี่ฟ้าไม่สบายขึ้นมาคงแย่


            “ทำไมล่ะครับ”


            “ไม่มั่นใจเลยครับว่าจะทำออกมาดี”


            “มั่นใจในตัวเองหน่อยสิครับ เดี๋ยวพี่ฟ้าจะช่วยทำนะ” พี่ฟ้าว่าพร้อมส่งรอยยิ้มบางมาให้ ทำให้ถึงได้เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างนี้กันนะ


            “ครับ ขอบคุณนะครับ”


            “ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ กินข้าวกันดีกว่า”


            “ครับ” ผมพยักหน้าก่อนจะลงมือกินข้าวตรงหน้า ข้างนอกยังฝนตกหนักอยู่เลย พี่ฟ้าบอกว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เลี่ยงอาหารแช่แข็ง อยากพาไปกินข้าวข้างนอกมากกว่า แต่เพราะฝนตกหนักเกินไป ถ้าไม่สบายขึ้นมาคงแย่


            มันคือ...ความใจดีที่มากเกินไปจริงๆนั่นแหละนะ


            “อ้อ ฝุ่นครับ”


            “ครับ”


            “ฝันไม่ตอบไลน์พี่ฟ้าเลยน่ะครับ อุตส่าห์ถ่ายรูปส่งไปรายงานแท้ๆเชียว”


            “ถ่ายรูป?”


            “ครับ ที่ไปเที่ยวกันวันนี้ พี่ฟ้าถ่ายรูปส่งให้ฝันดู คิดว่าฝันคงเป็นห่วงฝุ่นนะ”


            “อ่อ...


            “แปลกจังนะครับ ปกติแค่เป็นเรื่องฝุ่น ฝันจะสนใจทันทีเลย”


            “อาจจะไม่ว่างก็ได้ครับ” ผมว่า เม้มปากแน่นเพื่อกลั้นน้ำตาไว้ เพราะว่าเมื่อกี้เพิ่งร้องไห้เรื่องฝันมา พอได้ยินแบบนี้จึงรู้สึกจุกอกอย่างบอกไม่ถูก


            “ฝุ่น”


            “อะ ครับ” ผมรีบเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองก้มหน้าเงียบอย่างผิดสังเกต


            “พรุ่งนี้ไปทำเรื่องย้ายหอแล้วไปซื้อต้นไม้กันมั้ยครับ”


            “ซื้อต้นไม้หรอครับ”


            “ครับ ชอบต้นไม้ไม่ใช่หรอ”


            “ก็ชอบ...ครับ พี่ฟ้าจะพาฝุ่นไปหรอครับ”


            “ใช่ครับ แล้วก็หาข้อมูลเรื่องหอใหม่ด้วย หาที่กว้างๆปลูกต้นไม้ได้เยอะๆ” พี่ฟ้าพูดขึ้นในขณะที่เดินเอาขยะไปทิ้ง ผมเองก็ช่วยเก็บจานเปล่าที่วางบนโต๊ะด้วย


            “ครับ” ผมพยักหน้า


            “ถามได้ไหมครับ ว่าทำไมถึงชอบต้นไม้”


            “อ่า...มันรู้สึกทำให้สบายใจล่ะมั้งครับ” ผมว่า


            “งั้นก็ดีแล้วล่ะครับ พี่ฟ้าซื้อให้ก็ได้นะ”


            “จะซื้อต้นไม้ให้หรอครับ”


            “ใช่ครับ แต่ดูแลมันดีดีนะ ทุกต้นเลย”


            “ครับ จะดูแลให้ดีครับ”


            ผมเอ่ยปากสัญญาอย่างมั่นใจ ผมดูแลทุกต้นไม้ทุกต้นที่ปลุกอย่างดีตลอดนั่นแหละ เพราะผมรักพวกมันมาก ถ้าได้หอใหม่มีที่กว้างๆปลูกต้นไม้ได้เยอะๆก็คงดีสิ


            “ถ้าต้นไม้กับท้องฟ้าชอบอะไรมากกว่ากันครับ”


            “อ่า...” ผมเงียบไปสักพักกับคำถามที่จู่ๆพี่ฟ้าก็ถามขึ้นมา “ถามทำไมหรอครับ”    

      

             “ถามเฉยๆครับ”


            “ท้องฟ้าครับ” ผมตอบ เพราะไม่ว่ายังไงผมก็ยังรักท้องฟ้ามากที่สุดอยู่ดี


            “เพราะว่าท้องฟ้าสวยดีงั้นหรอครับ”


            “ครับ”


            “ต้นไม้มันจับต้องได้นะครับ เป็นที่พักพิง เป็นที่ที่ทำให้สบายใจ”


            “...


            “แต่ว่าท้องฟ้าน่ะ...จับต้องไม่ได้เลยไม่ใช่หรอครับ”


            “ครับ ก็จริงนะ” ผมว่าอย่างเห็นด้วย ก่อนที่พี่ฟ้าจะเข้าไปอาบน้ำ ผมที่ตั้งใจว่าคืนนี้จะนอนโซฟา จึงถือวิสาสะไปหยิบผ้าห่มที่พับวางไว้บนชั้นวางมา


            ผมต้องไม่รบกวนพี่ฟ้า...


            ...

            “จะนอนโซฟาหรอครับ” พี่ฟ้าที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาถามผม ในสภาพที่ผมยังเปียกหมาด ผมมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้งๆยก่อนจะรีบหันกลับมา


            ไม่ดีเลย...แบบนี้ไม่ดีแน่ฝุ่น


            เมื่อกี้เหมือนใจจะวูบไปเลย


            “ครับ ขอนอนเถอะครับ”


            “ไปนอนที่เตียงสบายกว่านะครับ”


            “ไม่ครับ เจ้าของห้องต้องนอนเตียงสิครับ”


            “ไม่เป็นไรหรอกครับ”


            “ให้ผมนอนโซฟาเถอะครับ” ผมทำหน้าสีหน้ากังวลมองไปยังอีกฝ่าย พี่ฟ้าถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะให้ผมนอนโซฟา


            “ถ้ามีอะไรก็เคาะห้องได้นะครับ”


            “ครับ ฝันดีนะครับ” ผมว่า


            “ฝันดีครับ”


            ผมส่งยิ้มบางให้คนที่กำลังจะเปิดประตูห้อง มองประตูห้องนอนที่ตอนนี้ปิดสนิทแล้ว เสียงพี่ฟ้าตอนบอกฝันดีช่วยผมได้เยอะเลยล่ะ อย่างน้อยๆคืนนี้ผมก็จะน่านอนหลับสบายกว่าทุกวัน 


            แต่เพราะเสียงฝนทำให้ผมเกิดไม่อยากนอนขึ้นมา เดินไปนั่งตรงเก้าอี้แขวนตัวเดิมและเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง อ่าใช่...คืนนี้ผมยังไม่ได้เขียนจดหมายถึงฝันเลย ถ้าไม่ได้เขียนคงแย่แน่ รู้สึกไม่ดีเลยแฮะ เหมือนขาดอะไรไปซักอย่าง


            ผมยกขาสองข้างขึ้นนั่งกอดเข่ามองฝนพรำด้านนอก กลิ่นของพี่ฟ้าที่ติดเสื้ออยู่ลอยขึ้นมาจางๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมา


            ถ้าเป็นอย่างที่พ่อว่า...ถ้าผมเป็นภาระจริง ผมไม่ได้อยากเป็นอย่างนั้น  มาคิดดูแล้วผมก็ไม่เคยทำอะไรให้พี่ฟ้าเลย มีแต่พี่ฟ้าที่ทำให้ผม ตัวผมอาจจะดีขึ้นเมื่ออยู่กับพี่ฟ้า แต่พี่ฟ้าล่ะ จะดีขึ้นเมื่ออยู่กับผมรึเปล่า หรือว่าผมทำให้พี่เหนื่อย พี่ลำบากมากกว่าเดิม


            รู้สึกแย่...จัง


            ผมยังคงนั่งเหม่อ เปิดโคมไฟตรงโต๊ะไว้ให้มีแสงไฟในห้องสลัว ผ่านไปเกือบชั่วโมงพี่ฟ้าคงหลับไปแล้วล่ะมั้ง ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองเบาๆ ไม่เคยชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เลย แต่ไม่รู้ว่าวิธีไหนที่จะดึงตัวเองกลับขึ้นไปได้


            ถ้าเป็นไปได้ก็อยากยิ้มเยอะๆ อยากหัวเราะ อยากมีความสุขโดยไม่ต้องอธิษฐานขอพร


            ฝัน...ฝุ่นจะทำยังไงดีล่ะ


            ทำไมถึงไม่เคยหาทางของตัวเองเจอเลยสักครั้งนะ


            สักพักผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องนอน หันไปมองพบว่าเป็นพี่ฟ้าเดินออกมา เมื่ออีกฝ่ายเห็นผมนั่งอยู่ก็ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย


            “ยังไม่นอนอีกหรอครับ”


            “อ่า...ครับ แค่ไม่ใช่เวลาที่นอนปกติน่ะ”


            “หืม ปกตินอนกี่โมงครับเนี่ย” 


            “ปกติก็...นอนตอนง่วงน่ะครับ”


            คำพูดของผมทำให้พี่ฟ้าหลุดขำออกมา


            “ครับ เข้าใจแล้ว”  พี่ฟ้าเอื้อมมือมายีหัวผมเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว และเดินไปนั่งตรงโซฟาฝั่งตรงข้ามเก้าอี้แขวนที่ผมนั่งอยู่ ผมยกมือขึ้นจับหัวตัวเองที่พี่ฟ้าจับเมื่อกี้


            ...ปกติแล้ว พี่น้องไม่ควรทำแบบนี้ไม่ใช่หรอครับ


            “แล้วตอนนี้ง่วงรึยังครับ”


            “ยังครับ พี่ฟ้าล่ะครับ ยังไม่นอนหรอ”


            “แค่จะมากินน้ำน่ะ”


            “อ่อ ฝุ่นไปหยิบให้มั้ยครับ”


            “หืม”


            “มีอะไรหรอครับ” ผมเลิกคิ้วถามอย่างสงสัยเมื่อพี่ฟ้ามีท่าทางแปลกใจ


            “ที่ฝุ่นแทนตัวเองน่ะ”


            “...?”


            “บางครั้งตัวเองก็แทนตัวเองว่าผม บางครั้งก็เป็นชื่อ”


            “เอ่อ...แปลกหรอครับ”


            “เปล่าหรอกครับ แค่คิดว่าถ้าแทนตัวเองว่าฝุ่นก็เหมือนเมื่อก่อนดี”


            “อ่า...” ผมนิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดในสิ่งที่คิดขึ้นมาได้ “แล้วพี่ฟ้า...ก็เหมือนกัน”


            “ครับ?”


            “แทนตัวเองว่าพี่ฟ้า...เหมือนเมื่อก่อน”


            “อ่า...ใช่ครับ”


            “ปกติก็แทนตัวเองแบบนี้หรอครับ” 


            “เปล่าหรอก”


             “...


    “พี่ฟ้าพูดแบบนี้กับฝุ่นแค่คนเดียวนะครับ”



















          เชื่อมั้ยว่าฟิลกู๊ด นี่แหละค่ะที่เราแอบถามทุกคนว่ามีใครสังเกตรึยัง ก็คือพี่ฟ้าจะแทนตัวเองว่า 'พี่ฟ้า' กับฝุ่นแค่คนเดียวค่ะ : )

          TBC

          #ต้นฟ้าไต้ฝุ่น

 

 

            

            

            

 


          

            

            

Twitter : @Howl_sairy

Facebook fanpage : Howlsairy






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.933K ครั้ง

48,655 ความคิดเห็น

  1. #48648 oil_issue (@36268) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 00:22
    เห็นน้องฝุ่นแล้วเหมือนเห็นตัวเองเลยค่ะ ทุกวันนี้เราก็ต้องกินยสกับหาหมออยู่เลย
    #48648
    0
  2. #48639 JadezYok (@JadezYok) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 16:53
    พี่ฟ้าน่ารักจัง
    แต่มันหน่วงๆอยู่ตลอดเวลาเลย สงสารน้องฝุ่น
    #48639
    0
  3. #48638 pnf0923 (@paloysployss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 16:01
    จะร้องทุกครั้งที่น้องพูดถึงฝันอ่ะ เศร้ามาก
    #48638
    0
  4. #48596 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 22:49
    ยังรู้สึกหดหู่อย่างต่อเนื่อง
    #48596
    0
  5. #48575 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 10:55

    การเป็นคนที่ดูเหมือนไม่เป็นที่ต้องการของใคร ๆ นี่ปวดใจจริง ๆ นะ

    #48575
    0
  6. วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 16:04
    คือจะเขินนะแต่แบบมันไม่สุดอ่ะเพราะเรารู้อยู่ในใจว่าพี่น้องไงโอ้ยยยย จะร้องแล้วนะไหนคะฟิวกูดน้องงง
    #48505
    0
  7. #48499 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 13:13
    ปวดใจไปกับคำพูดของพ่อของทั้งที่พูดกับพี่ฟ้าและน้อง T^T
    #48499
    0
  8. #48406 namsudatip (@namsudatip) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 21:10
    หน่องพอแล้ววว ฟิลกุ๊ดซักที 55555
    #48406
    0
  9. #48382 Kemo (@mhokcoffee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 17:21
    ประโยคสุดท้ายเขินแทนน้องง
    #48382
    0
  10. #48379 Lowland (@Lowland) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 01:08
    จะเริ่มกู๊ดแล้วใช่ไหม
    #48379
    0
  11. #48377 nunoilapanikon (@nunoilapanikon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 00:41

    เอาละงะ ๆ พี่ฟ้า แทนตัวเองว่าพี่ฟ้า แบบนี้กับฝุ่นแค่คนเดียว

    สังเกตุใส่ใจถามฝุ่น จำเรื่องอดีตของฝุ่นได้ ใช่ละๆ

    #48377
    0
  12. #48261 mmamaexx (@mmamaexx) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 21:28
    อะไรของพี่ฟ้าเดี๋ยวทำให้คิด เดี๋ยวก็บอกพี่น้อง ใจกุเศร้าชิบหาย
    #48261
    0
  13. #48208 JDm. (@mint027) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 01:49
    หน่วงไพหมด เจ่บปวดเรื่ิองครอบครัว​มากๆ
    #48208
    0
  14. วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 23:16

    ฟิลกู๊ดย้าไรน้ำตาไหลทุกตอน
    #47911
    0
  15. #46918 Ruruka Buta (@mheeboo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 19:49
    ยังไม่รู้สึกถึงความฟีลกู๊ดเลยไรท์ รู้สึกแค่พี่ฟ้านี่น่าโมโหเล็กๆ // อยากกอด อยากหอมหัวน้องงง ทำไมยิ่งอ่านแล้วรู้สึกเหมือนฝุ่นจะเป็นซึมเศร้าอ่าา หรือน้องเป็นซึมเศร้าจริงๆ
    #46918
    0
  16. #46057 I'm SonE ... B2utY ...!!! (@0869784579) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 20:29
    เราจะเชื่อว่ามันเป็นฟีลกู๊ดค่ะ ดูอาการของพี่ฟ้าไม่ออกแต่คงห่งงน้องมากนั่นล่ะ เรื่องย้ายหอสงสัยตัวเองก็คงจะจัดการให้ทุกอย่าง แสนดีปบบนี่ใครจะไม่รักลงล่ะ พ่อไม่รักฝุ่นก็เข้าใจแต่ไม่คิดว่าจะเกลียดจนพูดจาทำร้ายกันแบบนี้ อยากให้ฝุ่ยเข้มแข็งละเดินออกมาแต่ดูแล้วมันไม่ง่ายเลย ฝุ่นต้องอยุ่ในสภาพแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน สงสาร
    #46057
    0
  17. #45292 rtom711 (@rtom711) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 12:49
    สงสารฝุ่น ชีวิตฝุ่นครอบครัวคล้ายๆ เราเลย คำว่า ภาระ สะเทือนใจมาก
    #45292
    0
  18. #45065 คัชช๊ะ (@mintyo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 00:39
    เฮ้ออออสงสารฝุ่นอ่ะ จมปักมากๆ ครอบครัวหันหลังให้หมด อยากกอดน้องเเล้วบอกว่า เราอยู่ตรงนี้นะ อุเเงงง
    #45065
    0
  19. #45008 Namwan6610 (@Namwan6610) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 13:40
    น้ำตาคอลไปเลยจ๊ะแม่ฟิลแบบหน่วงแต่ดีมั้กๆ
    #45008
    0
  20. #44520 mimiminxxy (@maeruko) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 08:57
    พี่ฟ้าาาา เดาไม่ถูกแล้วน้าแง้
    #44520
    0
  21. #44462 Jen1998 (@Jen1998) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 22:33
    ในความฟีลกู๊ดเราก็ยังรู้สึกหน่วงอยู่ดี ฝุ่นต้องแบกรับความรู้สึกหลายๆอย่างมาก อึดอัดแต่ทำอะไรไม่ได้ สงสาร
    #44462
    0
  22. #44439 jasmine_zamms (@jasmine_zamms) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 14:57
    ดีเว่อร์~
    #44439
    0
  23. #43918 prang_yy (@prang_yy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 13:37
    มันหน่วงๆ

    เพราะน้องต้องแบบความทุกข์ตลอดเวลา
    #43918
    0
  24. #43863 narinboonpain (@narinboonpain) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 23:23
    😢😢😢😢😢
    #43863
    0
  25. #43829 nidzy_chan (@nidzy_chan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 17:52
    น้ำตาซิมตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้ T^T
    #43829
    0