คัดลอกลิงก์เเล้ว

~PrinCess LuLu~ วุ่นนักหลงรักเจ้าหญิงแวมไพร์

เจ้าชายแดริล เอเธียเชส... ชายหนุ่มผู้สง่างามควรค่าแก่การเป็นราชนิกูลสูงศักดิ์ แต่ณ. ที่นั้น... ราวกับมีอะไรบางอย่างดึงดูดเขาให้เข้าไปใกล้ และชะตา... ก็ลิขิตให้เขาและเธอต้องมาพบกัน!

ยอดวิวรวม

3,491

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


3,491

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


21
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 พ.ค. 52 / 19:46 น.
นิยาย ~PrinCess LuLu~ 蹹ѡŧѡ˭ԧ ~PrinCess LuLu~ วุ่นนักหลงรักเจ้าหญิงแวมไพร์ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

อ๊ะๆ ก่อนอ่านต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะ

ว่ามันเป็นนิยายอิงการเรียนนะจ๊ะ ^O^

แต่เดี๋ยว! อย่าเพิ่งคิดว่ามันน่าเบื่อนา อย่างยัย H.G. เป็นคนแต่งแล้ว

การันตีว่าไม่แพ้นิยายแฟนตาซีเรื่องไหนๆ เลยจ๊ะ ^^

เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 พ.ค. 52 / 19:46


ราตรี... ในค่ำคืนนี้ไร้แสงจันทราที่เคยลอยเด่นบนนภาสีเข้มถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด ดวงดาราปราศจากแสงที่ส่องประกายดังเช่นเคย

สายลม... ไม่มีแม้เศษเสี้ยวให้ได้สัมผัส ธาราเชี่ยวในร่องลึกกลับสงบได้อย่างน่าประหลาด ดอกไม้ที่เคยเบิกบานในยามรัตติกาลแห้งเหี่ยวกลายเป็นผง ต้นไม้... แปร เปลี่ยนสีความชุ่มชื้นถูกดูดกลืนไปไม่มีเหลือ

                ราวกลับเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอะไรบางอย่าง

                บางอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น...

                "นี่มันวันอะไรกันนะเร็กซ์" เสียงทุ้มเอ่ยถาม เมื่อนัยน์ตาสีอะมีธีสต์จับจ้องไปยังเบื้องล่างแล้วพบกับความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด

                "ฉันจะไปรู้เรอะ อุตส่าห์ดอดงานเลี้ยงมาเป็นเพื่อนนายแล้วนิ จะมีเวลาไปเสนอหน้าดูอะไรได้อีก" ชายหนุ่มว่ากลับใบหน้าคมยังคงแววกรุ่นอยู่ให้เห็น

                "ใจเย็นน่า มันน่าเบื่อออกไม่ใช่เหรอ" อีกฝ่ายพูดอย่างไม่เดือดร้อน เส้นผมสี น้ำตาลยาวที่ถูกรวบไว้ด้วยเชือกไหวตามแรงที่เขากระทำ ใบหน้าหมดจรดนั้นราวกับประติมากรรมชั้นเยี่ยม เรือนร่างสูงเพรียวที่ชวนให้ใครหลายคนต้องหันมองอย่างอิจฉากำลังสาวเท้าเคลื่อนตัวไปยังหน้าต่างอีกบานที่ถูกเปิดทิ้งไว้

                "นายเป็นรัชทายาทไม่สมควรทำแบบนี้" คน 'ดอดงานเลี้ยง' เป็นเพื่อนบ่น ถึง แม้เขาจะเห็นว่ามันไม่เหมาะสม แต่ก็ไม่อยากปล่อยให้มันไปไหนมาไหนคนเดียว

                "นายก็รัชทายาทเหมือนกันไม่เห็นเป็นไรเลย" รอยยิ้มกวนปรากฎบนใบหน้าของชายหนุ่ม ก่อนจะโยกตัวหลบเมื่อเร็กซ์ขว้างมีดสั้นเฉียดปลายจมูกไปเพียงไม่กี่เซน

                "กะฆ่ากันเลยรึไง"

                "ฉันจริงจังนะแดริล บ้านเมืองนายกำลังจะเข้าสู่ความวิกฤต ถ้าถึงเวลานั้นไลฟาของฉันที่อยู่ห่างจากที่นี่คงช่วยอะไรนายไม่ได้มากนัก" คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด ใบหน้าไม่มีแววขี้เล่นอย่างที่เคยอีกต่อไป นัยน์ตาสีทองคู่ดุจ้องมองเพื่อนสนิทอย่างกังวล

                ความเงียบเข้าครอบคลุมชั่วขณะ ปราศจากเสียงใดๆ นอกจากลมหายใจที่เข้าออกของทั้งคู่ แดริลถอนหายใจเขามองหน้าอีกฝ่ายก่อนเอ่ยขึ้น

                "เฮ้... อย่าทำหน้าแบบนั้นน่า มันไม่ดีกับนายเลยสักนิด"

                "ถ้าอยากให้ฉันเลิกทำหน้าเครียด ก่อนอื่นนายเองก็น่าจะหยุดเรื่องที่ทำให้ฉันลำบากใจได้แล้ว" น้ำเสียงจริงจัง ทำเอาคนถูกว่าถึงกับชะงักหันมายิ้มแห้งๆ

                "อย่างเช่นอะไรหละ" แดริลทำหน้าใสซื่อ เร็กซ์ที่นั่งอยู่ถึงกับออกอาการอยากอัดคนตรงหน้าซักเปรี้ยง

                "อยากจะฟังสักกี่วีรกรรมที่นายสร้างไว้หละ" เจ้าชายแห่งไลฟากัดฟันกรอด

                "เอา... ที่นายคิดว่ามันเจ๋ง" คนพูดยักคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนๆ

                "เจ๋งบ้าเจ๋งบออะไร บ้านเมืองจะเจ๊งหนะสิไม่ว่า ย้อนไปเมื่อหกเดือนที่แล้วทีนายหนี ออกจากเอเรส จัดการทหารไปหลายสิบแล้วไปโผล่ที่ปราสาทฉัน เท่านั้นยังไม่พอ ยังเอาดาบไปผ่าสวนหลังปราสาทอีก ท่านแม่ฉันเกือบจะเป็นลมหัวใจวายก็เพราะนาย เรื่องนั้นยังไม่จบนายก็ดันไปแกล้งคนครัว ลอกคราบเค้าซะจนไม่เหลือ ฝึกยิงธนูไฟก็มัวแต่เหล่สาวแล้วเป็นไงหละ ยิงไปโน่น... ยอดปราสาท เล่นเอาคนแตกตื่นกันทั้งวัง นี่แค่วันกว่าๆ นายก็ก่อเรื่องขนาดนี้แล้ว อยากจะให้ฉันสาธยานอะไรให้ฟังอีก!" คนเจ้าอารมณ์ถึงกับฉุนกึก  เอามือตบโต๊ะแล้วยืนขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างเหลือดอด

                "ก็... นะ เร็กซ์ใจเย็นน่า ไม่เคยได้ยินหรือไงที่เค้าบอกว่าเด็กซนเป็นเด็กฉลาด"

                "ขออภัยนะพะย่ะค่ะ เด็กบ้าอะไรตัวเท่าควาย" เร็กซ์พ่นลมหายใจออกจากจมูก มือหนาเอื้อมไปหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบพอเป็นพิธี

                "เปรียบอย่างอื่นก็ไม่ได้เอาไปเปรียบกับสัตว์บ้านสัตว์เมือง" แดริลส่ายหน้า นัยน์ตาของเขาทอดมองไปยังท้องฟ้าเบื้องหน้าอีกครั้ง

                "เจ้าชาย เจ้าชายแดริลทรงอยู่ที่ใดพะย่ะค่ะ องค์ราชาทรงตรัสให้ตามหาท่าน" เสียงของทหารนายหนึ่งดังมาจากเบื้องล่าง เบนความสนใจของเจ้าชายให้จ้องมอง

                'คนถูกตาม' ม่นหัวคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะเอามือเท้ากับขอบระเบียงแล้วยิ้ม นัยน์ตาสีอะมีธีสต์กวาดมองผู้คนที่กำลังวิ่งโร่ตามหาตัวเขาให้วุ่นไปทั้งวัง

                "แดริลถ้านายยังไม่ยอมลงไปฉันจะเตะส่งนาย" เจ้าชายแห่งไลฟาหันมาพูดกับเขา น้ำเสียงดุที่ประกอบกับนัยน์ตาคมซึ่งทำเอาคนอื่นพากันกลัวกันนักต่อนัก แต่คนอย่าง 'เจ้าชายแดริล เอเธียเชส' มีหรือจะหวั่นกับเรื่องแค่นี้

ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าเส้อคลุมกำมะหยี่สีแดงตัวหนา ซึ่งถูกปักลงลวดลายด้วยดิ้นสีทองและสีเงิน ตรงหน้าอกด้านซ้ายมีตราราชนิกูลสูงส่ง บ่งบอกถึงบรรดาศักดิ์คนใส่ได้เป็นอย่างดี

"นายล่วงหน้าไปก่อนสิเร็กซ์ ฉันจะไปธุระนิดหน่อยเสร็จแล้วคงตามไป ไม่นาน" ว่าจบ คนพูดก็ดีดนิ้วดังเป๊าะแล้วตัวก็หายไปราวกับสายลม

เจ้าชายอีกคนที่ถูกทิ้งถึงกับหลุดปากสบถออกมาอย่างไม่สมฐานะ ร่างสูงลุกจากเก้าอี้ตัวหนา ก่อนจะยื่นมืออกไปข้างหน้าปรากฎแสงสีฟ้าวาบขึ้นมาแล้วเจ้าตัวก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

เงียบเหลือเกิน... ทำไมถึงปราศจากซึ่งเสียงใดๆ แม้นบทเพลงรื่นเริงในพระราช วังยังไม่มีให้ได้ยิน ลมเอื่อยๆ พัดโชยมาให้ได้รู้สึกถึงบรรยากาศโดยรอบอย่างแผ่วเบา

ผู้มีศักดิ์เป็นถึงเจ้าชายแห่งฮาเคอร์ สาวเท้ามายังเบื้อหน้า เขามายังที่ที่ใครหลายคนยากจะเข้าถึง น้ำตกในป่าอำพันต้องห้าม!

แดริลพบที่แห่งนี้เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน ตอนแอบหนีออกมาจากห้องเรียนในวิชาศาสตร์แห่งการแพทย์ เขารู้สึกว่าตัวเองผูกพันกับที่นี่อย่างบอกไม่ถูก เพียงได้มองครั้งแรก ความงามของธรรมชาติทำให้เขาเกิดติดใจจึงต้องหาทางมาที่นี่อีก

วันนี้ไม่มีดอกไม้บาน...

เขาคิด นัยน์ตาสีอะมีธีสต์ทอดทองไปยังน้ำตกสูงเบื้องหน้า นึกแปลกใว่าทำไม ถึงไม่มีเสียงน้ำกระเซ็นอย่างเคย เขาโน้มตัวลงช้าๆ ข้างลำธาร ก่อนจะยื่นมือลงไปสัมผัสกับผิวน้ำอย่างแผ่วเบา

"ท่านทำอะไรหนะ" เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำเอาคนบุกรุกเข้ามายามวิกาลถึงกับสะดุ้ง ชักมือออกแทบไม่ทัน

แดริลหันไปยังต้นเสียง เห็นเพียงเงาดำลางๆ เท่านั้น ความมืดมิดทำให้เขาไม่สามารถองเห็นสิ่งใดได้ชัดเจนไปมองกว่านี้

ชายหนุ่มขยับปากร่ายเวทย์ ก่อนที่คบเพลิงเล็กๆ จะลอยปรากฎอยู่ข้างกาย เขาสาวเท้าเข้าไปใกล้ผู้มาเยือนนั้น

เห็นเรือนรางอรชรในชุดสีดำสนิท มือบางยกขึ้นปกปิดใบหน้า เรือนผมสีน้ำตาลเข้มแซมทองนั้นยาวสยายถึงกลางหลัง

"เอ่อ... ช่วยเอาคบเพลิงนั่นออกไปให้ไกลกว่านี้หน่อยจะได้ไหม แล้วก็รี่แสงด้วย" หญิงสาวเอ่ยบอก ซึ่งอีกฝ่ายพยักหน้าเออออตามก่อนจะโบกมือไล่ของที่ว่านั้นให้ขยับไปทางด้านหลัง ไฟที่ลุกโชติช่วงก็ถูกทำให้อ่อนแสงลง

แดริลถึงกับชะงักค้างกับภาพที่เห็น เมื่อหญิงสาวลดมือที่ปิดบังใบหน้าลง เผยให้เห็น ดวงหน้าขาวนวลที่ดูอ่อนหวานและมีสีชมพูเรื่อถึงแม้จะไม่ได้แต่งแต้มสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากแดงสดนั้นอิ่มเอิบจนน่าสัมผัส นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่โตมีแววเศร้าลึกอยู่ภายใน

"ท่านเป็นใคร" เสียงหวานเปรยถาม ทำเอาคนเป็นเจ้าชายต้องรีบส่ายหัว ดึงตัวเองให้ออกมาจากภวังค์

"ฉะ... ฉันชื่อแดริล แดริล เอเธียเชส ยินดีที่ได้รู้จัก"

"เจ้าชายแดริล?" หญิงสาวเอ่ยถามเป็นเชิง ชายหนุ่มพยักหน้า

"ขออภัยข้าชื่อลูเคเซีย แอเรล" ร่างบางย่อกายลงทำความเคารพแก่คนตรง หน้าตามประเพณี

"ชื่อดี ความหมายดี เจ้ามาทำอะไรที่นี่หละ" แดริลถามเธอ เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาว

"ข้าอาศัยอยู่ที่นี่" คำตอบสั้นๆ ที่ทำเอาชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงุนงง

"ที่นี่ เอ่อ... ขออภัยข้ายังไม่เคยได้ยินว่าที่นี่มีคนอาศัยอยู่ด้วย"

"แน่หละเจ้าชายแดริล ก็ป่าอำพันแห่งนี้ อันตรายมากนักไม่ใช่ที่ที่บุคคลสำคัญอย่างท่านต้องเข้ามาประพาส" เสียงหวานเอ่ยเป็นเชิงติเตียน นัยนาสีน้ำตาลคู่โตทอดมองออกไปยังผืนน้ำสงบ

"ถ้ามันอันตรายมากนักแล้วเจ้ามาอยู่ทำไมที่นี่ลูเคเซีย" แดริลถามกลับ

หญิงสาวชายตาขึ้นมองร่างสูง ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ

"เพราะพวกข้าเป็นบุคคลต้องสาป"

ใบหน้าคมคายฉายแววงุนงงอย่างเห็นได้ชัด แดริลยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ คิดในใจว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังเล่นตลกอะไรกับเขาอยู่รึเปล่า

แดริลมองเห็นเธอทอดตัวลงบนหินก้อนใหญ่ ท่ามกลางความเงียบ จู่ๆ ลูเคเซียก็ถามขึ้น

"ท่านคิดว่าหัวใจของคนเราเป็นแบบใดหรือ"

"หา ขออีกทีได้ไหมเจ้าพูดว่าอะไรนะ" ชายหนุ่มเอ่ยซ้ำ เขายอมรับว่ามัวแต่มองนางเพลินไปหน่อยถึงได้ไม่สนใจกับสิ่งที่ลูเคเซียกล่าว

"ข้าถามว่า ท่านคิดว่าหัวใจของคนเราเป็นแบบใดหรือ" หญิงสาวพูด นัยน์ของเธอมองแดริลอย่างแปลกใจ

"นี่เจ้าถามข้าแบบทางด้านวิชาศาสตร์หรือทางคู่หนุ่มสาวทั่วไปหละ" เขาถามด้วยความสงสัย

"ทางด้านวิชาศาสตร์หนะ ข้าคิดอยากจะเป็นผู้เยียวยา แต่หาก ท่านพ่อข้าไม่ต้องการให้ข้าได้เรียนหนังสือหรือศึกษาตำราทางด้านการแพทย์อย่างคนทั่วไป" น้ำเสียง ฟังดูหดหู่ ทำเอาคนใจอ่อนประจำต้องรุดตัวเข้ามานั่งข้างๆ แล้วเปรยขึ้น

"ข้าเรียนมาเยอะ อยากรู้เรื่องไหนหละ จะสาธยานให้หมด"

"หืม... อย่างท่านเนี่ยนะเจ้าชายแดริล" ลูเคเซียยิ้มหยอก เล่นเอาชายหนุ่มยกมือขึ้นกอดอก ก่อนพูดอย่างโอ่ๆ

"เฮ้ นี่คิดจะดูถูกกันหรืองจะสาวน้อย"

"เอ้า งั้นก็เล่ามาสิ" หญิงสาวว่า

"หัวใจ มีขนาดเท่ากำปั้นตั้งอยู่ระหว่างปอด 2 ข้าง หรือเรียกว่า mediastinum เอียงไปทางด้านซ้าย ฐานหัวใจอยู่ประมาณซี่โครงที่ 2 ปลายล่างหัวใจ (Apex) อยู่ระหว่างซี่โครง 5 - 6 "

"โครงสร้างหัวใจ หัวใจมีเยื้อหุ้มเป็นถุง หุ้มหลวม เรียกว่า   fibrous pericardium หัวใจ มีผนัง 3 ชั้น 1 Pericardium (เยื่อหุ้มหัวใจ) มี 2 ชั้น1. Parietal pericardium 2. Visceral pericardium มีช่องว่างระหว่าง parietal และ visceral pericardiumเรียกว่า pericardial sac หรือ pericardial cavity และมี pericardial fluid หล่อเพื่อลดการเสียดสี  2 Myocardium เป็น cardiac muscle บีบตัวเป็นจังหวะ อยู่นอกอำนาจจิตใจ 3. Endocardium บุหัวใจ ลิ้นหัวใจ tendon และ ต่อกับ เยื่อบุเส้นเลือด"

"เดี๋ยวจะร่างห้องของหัวใจ (Heart chamber) ให้ดูเอาไหม" แดริลยิ้ม เมื่อเห็นหญิงสาวพยักหน้า เขาจึงวาดมือไปบนอากาศ แล้วภาพๆ หนึ่งก็ปรากฎขึ้น

"รู้ไหมลูเคเซียว่าอย่างคนเราเนี่ย จัดเป็นสัตว์ชั้นสูง มีระบบหมุนเวียนเลือดช่วยในการลำเลียงสารไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายอีกด้วยนะ" ชายหนุ่มว่าเสียงนุ่ม

"จริงเหรอคะ" ร่างบางมีท่าทางสนใจเป็นอย่างมาก แดริลแย้มรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนเล่าต่อ

"ระบบหมุนเวียนเลือดในสัตว์ชั้นสูงแบ่งออกเป็นสองแบบ 1) ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด (Opencirculatorysystem) เป็นระบบที่เลือดไหลออกจากหัวใจแล้วมีทั้งอยู่ในเส้นเลือด ช่องว่างในลำตัวและที่ว่างระหว่างอวัยวะต่างๆ พบในสัตว์พวกหอยและพวกอาร์โทโพดา (Arthropoda) และ 2) ระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด (Closed circulatory system) เป็นระบบที่เลือดไหลอยู่ในเส้นเลือดโดยตลอด พบในสัตว์พวกแอนเนลิด หมึก และสัตว์มีกระดูกสันหลังทั้งหมด การลำเลียงสารในสัตว์มีกระดูกสันหลังสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มีหัวใจ 3 ห้อง ( atrium 2 และ ventricle 1 ) มีหน้าที่ต่างกันดังนี้ห้องบนขวารับเลือดที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ มาจากส่วนต่างๆของร่างกายห้องบนซ้าย รับเลือดที่มีออกซิเจนมาจากปอดห้องล่าง ส่งเลือดที่มีออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์จากห้องบนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย"

"สัตว์เลื้อยคลาน มีหัวใจ 3 ห้อง (atrium 2 และ ventricle 1) ห้องล่างมีผนังกั้นแต่ไม่ตลอดยกเว้นจระเข้มีผนังกั้นโดยสมบูรณ์จึงถือว่าหัวใจมี 4 ห้อง ส่วนสัตว์ปีก หัวใจมี 4 ห้อง (atrium 2 และ ventricle 1) และมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัว เลือดที่มีออกซิเจนมากและมีออกซิเจนน้อยแยกจากกันโดยสมบูรณ์"

"พวกไส้เดือนก็มีนะพวกการลำเลียงสารแบบสัตว์ชั้นสูง แต่แปลกก็ตรงที่มันมีหัวใจเทียม ( Pseudoheart ) บริเวณปล้องที่7-11 บีบตัวส่งเลือดไปยังส่วนต่างๆของร่าง กายเซลล์เม็ดเลือดแดงมีนิวเคลียสแต่ไม่มีสี น้ำเลือดมีสีแดง เพราะมีฮีโมโกลบินละลายอยู่ ส่วนการลำเลียงสารในพวกมอลลัสค์หอย มีระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด โดยหัว ใจส่งเลือดไปตามหลอดเลือดและแทรกซึมไปตามช่องรับเลือดสังผัสกับเนื้อเยื่อ โดยตรง หมึก มีระบบหมุนเลียนเลือดแบบปิด เลือดมีฮีโมไซยานิน หัวใจมี 2 แบบคือ systemic heart รับเลือดจากเหงือกส่งไปส่วนต่างๆของร่างกายและ branchial heart ส่งเลือดไปแลกเปลี่ยนแก๊สที่เหงือก"

"แล้วพวกแมลงหละ มีบ้างไหม" เสียงหวานเอ่ยถาม ลูเคเซียเงยหน้าขึ้นมองคนเล่าแอบคิดในใจว่า ชายหนุ่มก็เอาเรื่องเอาราวได้ดีอยู่เหมือนกัน

"มีสิพวกแมงหนะนะ มีระบบหมุนเวียนเลือดแบบวงจรเปิด โดยเลือดจะไหลเวียนจากหลอดเลือดเข้าสู่ช่องว่างของเนื้อเยื่อ (Haemocoel) หัวใจของแมลงเกิดจากการพองตัวของหลอดเลือดในแต่ละปล้องเกิดเป็นห้อง ประมาณ 9 ห้อง มีอัตราการเต้นประมาณ 14 - 160 ครั้ง/นาที เลือดแมลงประกอบด้วย น้ำเลือด (plasma) และเม็ดเลือด (Hemocyte) ไม่มีรงตวัตถุในเลือดสำหรับลำเลียงก๊าซเพราะมีระบบท่อลมลำเลียงก๊าซได้ อย่างมีประสิทธิภาพ"

"แล้วการลำเลียงสารอย่างพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหละคะ มันเป็นยังไง" ลูเคเซียถามต่อ แดริลขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยท่าทีที่กำลังนึก แต่ยังไม่ทันไรเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับผู้มาเยือนใหม่ที่เข้ามา

"องค์หญิงลูลู ราชาทรงโปรดให้หม่อมฉัน..." หญิงมีอายุถึงกับชะงักค้างเมื่อ ก้าวเข้ามาหาลูเคเซียแล้วพบว่ามีชายหนุ่มแปลกหน้านั่งทอดกายอยู่ข้างนายเหนือหัว

"มนุษย์?/องค์หญิง?" ทั้งหญิงคนนั้นและแดริลกล่าวขึ้นพร้อมกันอย่างสงสัย

"ไปซะแดริลรีบไป" ลูเคเซียคว้าข้อมืออีกฝ่ายแล้วผลักเขาให้ก้าวออกไป

"เธอเป็นเจ้าหญิงเหรอ" เขาถามเธอ แต่อีกฝ่ายไม่ตอบกลับรีบผลักไสชายหนุ่มให้ออกวิ่ง

"ขอร้องลียาห์ อย่าบอกท่านพ่อ อย่าบอกใคร"

"ฝ่าบาทพระองค์ทรงฝ่าฝืนกฎของชาวศาสนจักรแห่งความืด โทษคือจองจำนะเพคะ ถึงหม่อมฉันไม่ทูลแต่ท่านฮาร์ตจะต้องรู้แล้วก็เอาเรื่องแน่ๆ" คราวนี้เธอถลาเข้ามาทางแดริลและลูเคเซีย

"เฮ้ย!" แดริลร้องเสียงหลง เมื่อนัยน์ตาของเขามองเห็นสิ่งที่ไม่ควรจะเป็น หญิงคนนั้นมีเขี้ยวโผล่ออกมาจากมุมปาก พร้อมกับปีกสีดำสนิทที่สยายออก ก่อนจะโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าสีกำมะหยี่

สิ่งมีชีวิตที่เคยเป็นเพียงแค่ตำนานเล่าขานนั้นมีอยู่จริง

แวมไพร์!

"ระวัง" ลูเคเซียร้อง พร้อมๆ กับที่ลียาห์บินโฉบลงมาพร้อมกงเล็บคมกริบที่จงใจจะมุ่งทำร้ายแดริล

"รีบไปซะ ถ้าท่านพ้นเขตป่าต้องห้าม ท่านจะปลอดภัย" เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงร้อนรน หากแต่... เจ้าชายแห่งฮาเคอร์กลับหยุดนิ่งอยู่กับที่เขาจ้องมองร่างบางด้วยใบหน้าตึงเครียด

"เจ้าเป็นใครกันแน่"

ลูเคเซียเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม

"สัญญาไหม ว่าถ้าข้าบอกท่านไป ท่านจะไม่กลับมาที่นี่อีก" ใบหน้างามฉายแววจริงจัง

"ขะ... ข้า" แดริลอ้ำอึ้ง นัยน์ตาสีอะมีธีสต์ที่มีความลังเลฉายอยู่เพียงชั่วครู่แปร เปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นก่อนตกปากรับคำ

"เราสัญญา"

ลูเคเซียถอนหายใจเฮือก นางหลับตาลงก่อนที่ร่างบางจะค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้นที่เหยียบอยู่ เขี้ยวคมสวยเผยออกมาจากมุมปาก

"รู้แล้วทีนี้ก็รีบไปซะสิ ถ้าอยู่นานมากฉันอาจจะฝืนตัวเองไว้ไม่ไหวก็ได้"

แดริลยิ้มให้กับเธอ ก่อยเอ่ยปากถาม

"เธอ... เป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ หรือเลือดผสม"

คนถูกถามรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยก่อนตอบ

"เลือดบริสุทธิ์"

"ตามตำนานเล่าว่าหากแวมไพร์ผู้ใดได้พบปะกับมนุษย์และพูดคุยกัน จะต้องถูกลงโทษตามกฎเกณฑ์ที่ปราสาทแห่งราตรี"

"แดริล ท่าน... ไปรู้มาจากไหน"

ชายหนุ่มไม่ตอบ นัยน์ตาของเขาฉายแววอ่อนโยน

"บอกฉันสิลูเคเซีย ปราสาทนั่นอยู่ที่ไหน"

"ดะ... แดริล"

++PRINCESS LULU++

"ไอ้บ้าเอ๊ย เมื่อคืนนี้นายหายไปไหนมาแดริล!" เสียงคุ้นเคยดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดแต่เข้าตรู่ ใบหน้าคมคายของคนพูดฉายแววโมโหถึงขีดสุด นัยน์ตาสีทองฉายประกายกร้าว

"อือ..." คนถูกด่าเอื้อมมือไปหยิบหมอนข้างขึ้นมาปิดหน้าแล้วหลับต่ออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

"ลุกขึ้นมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้" เร็กซ์กระชากผ้าห่มผืนใหญ่ที่คลุมตัวเจ้าชายแห่งฮาเคอร์ออกอย่างเหลืออด

"อย่าน่าเร็กซ์... ฉัน...กำลังง่วง" แดริลบอกเสียงงัวเงีย

"ได้แดริลได้ ถ้านายไม่ลุกขึ้นมาคุยกับฉัน ฉันจะบอกคู่หมั้นของนายที่องค์ราชินีทรงเลือกให้มาปลุกเอง" ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ยังไม่ทันที่จะสาวเท้าออกไปไหน คนที่บอกบอกว่าง่วงอยู่หยกๆ ก็ลุกพรวดจากเตียงโดยอัตโนมัติ

"ห๊ะ! คู่หมั้น นายกำลังโกหกฉันใช่ไหมเร็กซ์" สีหน้าตื่นๆ ของเจ้าชายแดริลบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาตกใจขนาดไหน

"โกหกบ้าอะไร จะลงไปดูที่ห้องโถงก็ได้ อนาคตชายานายกำลังนั่งเย็บปักถักร้อยเป็นกุลสตรีอย่างสุดซึ้ง" เขาว่าด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

"ไม่นะ เร็กซ์ช่วยฉันที ฉันเพิ่งจะเจอคนที่ชอบเมื่อวาน เมื่อวานนี้เองนะ" คนถูกขอร้องอ้าปากค้าง เหมือนไม่เชื่อหูตัวเองที่กำลังได้ยินอยู่ขณะนี้ ชายหนุ่มทำหน้าแหยงๆ ก่อนเอ่ยถามให้แน่ใจ

"นายเจอเทสต์งั้นเรอะ!"

"ก็เออสิว่ะ"

"เวนแล้วไง แล้วทีนี้จะทำไงหละ คู่หมั้นนายคนนี้เป็นท่านหญิงจากเดวาลูเชียวนะ ลองไปบอกถอนหมั้นเค้าสิ จะได้โดนดาบผ่าหัวเอา"

"แต่ฉันเป็นเจ้าชายนะโว้ย มันจะกล้าเรอะ" แดริลโวยวาย

"อย่างนี้ทุกทีใช้ตำแหน่งในทางที่ผิด" เร็กซ์พ่นลมหายใจออกจากจมูก

"ถามหน่อยเหอะ สาวที่นายว่าหนะเป็นใครมาจากไหน เหมาะสมพอที่จะเป็นชายาของรัชทายาทรึเปล่า"

แดริลยิ้ม เขาลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะคว้าเสื้อคลุมมาใส่

"เหมาะสิ หล่อนมีบรรดาศักดิ์เป็นถึงเจ้าหญิง"

"มางานเมื่อวานรึเปล่า"

"เปล่า"

"เป็นเจ้าหญิง? เมื่อวานในงานเลี้ยงก็มีเจ้าหญิงมาจากทุกแว่นแคว้น แล้วนี่นางเป็นเจ้าหญิงตกสำรวจรึไง" ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างสงสัย

"ไม่ใช่หรอก อืม... หรืออาจจะอย่างนั้น"

"แดริลอย่าเล่นลิ้นกับฉันบอกมานางชื่ออะไร และเป็นเจ้าหญิงของราชวงศ์ใด" คนถามชักสหน้าหงุดหงิด

"อา... นางชื่อลูเคเซีย แห่งราชวงศ์แอเรล"

"แอเรล คุ้นๆ อยู่นะเหมือนจะได้ยินที่ไหน"

"ใช่ๆ นางเป็นเจ้าหญิงของศาสนจักรแห่งความมืด" แดริลยิ้ม ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอก

"ศาสนจักรแห่งความมืด... หมาป่า แวร์วูฟ ผีดูดเลือด..."

"แวมไพร์!" เร็กซ์ร้องเสียงหลง นัยน์ตาสีทองมองเพื่อนซี้อย่างไม่เชื่อสายตา

"นายชอบล้อเล่นอีกแล้วนะแดริล"

"เปล๊า ใครว่าฉันล้อเล่น" ตอบแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว พลางสาวเท้าไปยังเก้าอี้ตัวหนาแล้วทอดกายลงนั่ง

"แวมไพร์มีจริงที่ไหนขอร้องอย่ามั่ว"

"ไม่เชื่อใช่มั้ยเร็กซ์" คนถูกถามพยักหน้าหงึกๆ เรียกรอยยิ้มจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างมาก

"คืนนี้ตอนตะวันพลบค่ำเจอกันที่ลานตะวัน ฉันจะพานายไปที่แห่งนึง"

"เฮ้ยวันนี้ฉันมีประชุม" เร็กซ์เอ่ยบอก แดริลหันมองทางเพื่อนซี้

"ก็โดดสิเพื่อน" ว่าจบ มือหนาก็ตบไหล่ชายหนุ่มดังป้าบ ก่อนจะเดินเข้าห้องอาบน้ำไปอย่างไม่สนใจคนข้างหลัง

นี่เขารอมันมามากว่าครึ่งชั่วยามแล้ว ชายหนุ่มเริ่มหัวเสียพลางก่นด่าคนนัดในใจอย่างไม่หยุดหย่อน

"อ่าโทษทีๆ เร็กซ์ พอดีฉันมัวไปหาของอย่างนึงอยู่" เจ้าชายแห่งฮาเคอร์เดินออกมาจากตัวปราสาทพร้อมกับสีหน้ายิ้มแย้ม นัยน์ตาสีทองตวัดมอง 'ของที่ว่า' แล้วขมวดคิ้วสงสัย

"ตำราศาสตร์แห่งการเยียวยา เอาไปทำไม"

"เอาน่าเผื่อมันจะมีประโยชน์ รีบไปกันเถอะ"

"ไปไหนหละ" แดริลโยนลูกแก้วเวทย์สีใสให้เร็กซ์ ก่อนเอ่ยบอกเสียงเรียบ

"ป่าอำพันต้องห้าม"

"เฮ้ย มันอันตรายนายก็รู้จะไปทำไม"

แดริลไม่ฟังเร็กซ์พล่ามต่อ ชายหนุ่มดีดนิ้ว และเพียงครู่เดียวทั้งคู่ก็มาถึงยังสถานที่แปลกตา

"นายเอาจริงเหรอเนี่ย" ชายหนุ่มโวยวาย

"เงียบหน่อยน่าเร็กซ์ ฉันมาเพื่อช่วยลูเคเซีย" ว่าจบเขาก็สาวเท้าออกเดินโดยมีเจ้าชายแห่งไลฟาตามหลัง

เมื่อแหวกพงหญ้าไปได้ ภาพที่เห็น... ทำเอาทั้งเร็กซ์และแดริลถึงกับตะลึงจนพูดไม่ออก

"นี่มันอะไรกันเนี่ย" เจ้าชายแห่งไลฟากลืนน้ำลายลงคอ

เบื้องหน้า... คือแวมไพร์นับร้อยตัวที่กำลังชำแหละร่างของมนุษย์และสัตว์ออกเป็นชิ้นๆ เลือดสีแดงฉานไหลนองไปทั่วบริเวณ ส่งกลิ่นคาวคุ้งจนแทบอาเจียน ด้านหลังของทั้งหมดมีเงาของปราสาทสีดำสนิท

"นายมีเทสต์ซาดิสแบบนี้เลยเหรอ แดริล"

คนถูกถามถึงกับน้ำลายฝืดคอ จะกลืนเท่าไหร่ก็กลืนไม่ลง

"จะบ้าเหรอ ลูเคเซียหนะเป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์เพราะฉะนั้น เธอไม่ดื่มเลือด"

แซ่ก แซ่ก...

เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นจากด้านหลังของทั้งคู่ เร็กซ์เรียกดาบของตัวเองออกมาไว้แนบกาย และแดริลที่เตรียมพร้อมจะร่ายเวทย์ทุกเวลา

เจ้าของนัยน์ตาสีทองเป็นผู้ขยับเข้าไปใกล้ก่อน แต่ยังไม่ทันได้รู้ว่าในพุ่มไม้นั้นมีอะไร เงาสีดำขนาดมหึมาก็ทาบทับร่างของทั้งสองหนุ่ม

"เวนแล้วเร็กซ์" แดริลกระชากคอเสื้อเพื่อนและออกวิ่งในทันที

แวมไพร์ตัวนั้นส่งเสียงกรีดร้องดังทั่วบริเวณ เรียกให้ตัวอื่นที่อยู่ในละแวกนั้นต้องมุ่งความสนใจมายังเร็กซ์และแดริล

"โว้ย จะมีสักวันมั้ยแดริลที่นายจะทำตัวธรรมดาอย่างคนอื่นเขาบ้าง" ชายหนุ่มเอ่ยอย่างหัวเสีย

"ชอบผู้หญิงทั้งทียังเ สื อ กเป็นแวมไพร์"

"อย่าพูดมากน่า"

"เฮ้ย!!!" เร็กซ์ร้องเสียงหลงเมื่อตัวเองชนเข้ากับอะไรบางอย่างจนล้มกลิ้งไปกองกับพื้น เสื้อผ้าสกปรกมอมแมม

"หึ หึ ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรแห่งรัตติกาล เจ้าชายแดริล เอเธียเชส และ เจ้าชายเร็กซ์ ครีเอฟาร์"

ความมึนงงยังเข้าครอบคลุมทั้งคู่ แต่สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงก็คือความมืดที่ยังอยู่ทั่วบริเณ

"แดริล" เสียงหวานอันคุ้นเคยนั้นดังขึ้น เรียกให้เจ้าชายหนุ่มต้องกระพริบตาถี่เพื่อปรับภาพให้ชิน

"ลูเคเซีย เธอเหรอ" แสงไฟจากคบเพลิงส่องให้เขาได้เห็นใบหน้าอันงดงาม หากบัดนี้ นางอยู่ในสภาพถูกจองจำ มือและเท้าถูกตรึงด้วยโซ่แห่งพันธนาการ

"ราตรีสวัสดิ์องค์ชายรัชทายาททั้งสอง" นัยน์ตาสีอะมีธีสต์ตวัดไปมองยังผู้พูด เขาม่นหัวคิ้วเข้าหากันอย่างแปลกใจ ภาพที่เห็นคือหัวใจมองยังไงก็เป็นหัวใจคนขนาดใหญ่ ของเหลวสีแดงไหลฉาบทั่วร่าง อีกทั้งยังมีเส้นเลือดปูนโปนให้เห็น กลิ่นคาวที่ส่งกลิ่นคละคลุ้งนั้นยิ่งทำให้ชายหนุ่มแน่ใจว่าของเหลวนั้นคืออะไร

"ข้าคือฮาร์ต ฮาเซ ลูปี เอทีส เจ้าของปราสาทราตรีแห่งนี้"

"ปล่อยลูเคเซียเดี๋ยวนี้" แดริลตวาดเสียงดังลั่น เร็กซ์ที่เพิ่งหายจากอาการมึนงงเต็มที่มองภาพตรงหน้าด้วยความสับสน

"อืม... ท่าจะเป็นจริงอย่างที่ลียาห์พูด เจ้าชาย... ท่านคิดถูกแล้วหรือที่มีความพึงพอใจกับพวกเราชาวแวมไพร์"

"องค์หญิงลูลูเป็นพระราชธิดาองค์เดียวในศาสนจักรแห่งความมืดนี้ คงไม่ดีนักหากชายที่นางรักจะเป็นมนุษย์"

"ท่านต้องการอะไร ต้อการอะไรถึงจะปล่อยตัวนาง" แดริลแทบจะเข้าไปตั้นหน้าเจ้าหัวใจบ้านั่น หากว่าเร็กซ์ไม่คว้าตัวไว้เสียก่อน

"หึ หึ เอาชนะข้าให้ได้สิ ฆ่าข้าให้ตาย แล้วท่านจะรับนางไปได้" อีกฝ่ายว่าด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

"อย่านะแดริล อย่าสู้เลยข้าขอร้อง" ลูเคเซียร้องบอก

"ไหนท่านสัญญาว่าจะไม่มาที่นี่อีก กลับไปสิ กลับไป" แดริลหันมองหญิงสาว ก่อนยิ้มบางๆ

"ฉันหนะนะไม่ค่อยรักษาสัญญาด้วยสิ ไม่เชื่อจะลองถามเร็กซ์มันดูก็ได้ สัญญากับมันทีไรเบี้ยวทุกที"

ทำไงดีหละทำยังไงฉันถึงจะเอาชนะเจ้านั่นได้ พลันเสียงที่ท่านครูเฝ้าสั่งสอนก็ลอยเข้ามาในหัว

หัวใจมีโครงสร้างพิเศษ  4 ชนิด เกี่ยวกับการบีบตัวของหัวใจ1. Sinoatrial node (S-A node) เป็นก้อนเล็กขนาด 2x2 cm บนผนัง Rt atrium เป็น pace maker2. Atrioventricular node (A-V node) ใกล้ coronary sinus3.Atrioventicular bundle (bundle of his) เริ่มจาก  A-V  node และ ยื่นแขนง ซ้าย ขวา ตาม interventricular septum เป็นสื่อเชื่อมระหว่าง atrium และ ventricle4. Perkinje fiber เป็นเส้นใยประสาท ตามผนัง ventricle

เส้นประสาทเลี้ยงหัวใจ 1. เส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของหัวใจ (Efferent fiber)1. Parasympathetic nerve ทำให้หัวใจเต้นช้า เป็นแขนงของ vagus nerve จากสมอง2. Sympathetic nerve จาก ไขสันหลัง ในแขนงของ cervical cardiac nerve ทำให้บีบตัวเร็วขึ้น 3. เส้นประสาทนำความรู้สึก จากหัวใจสู่ประสาทส่วนกลาง (Afferent fiber) จะรู้สึกปวดเมื่อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง

"จำที่ท่านครูสอนได้มั้ยเร็กซ์" แดริลหันไปถามร่างสูง ชายหนุ่มทำหน้างุนงงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะร้องอ๋อ แล้วสาวเท้าเข้ามาร่วมผสมโรงเส้น

เลือดเลี้ยงหัวใจกล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดมาเลี้ยงจากเส้นเลือด 2 แขนง คือ1.Right coronary artery 2. Left coronary arteryเป็นเส้นเลือดที่ออกจาก aorta โดยตรงบริเวณเหนือ Aortic valve (Ascending Aorta) เลือดที่เลี้ยงหัวใจแล้วกลับ มาสู่ Rt. Atrium ทาง coronary sinus และทาง vein เล็ก ๆ 3-4 แขนง

"เราก็ตัดเส้นเลือดที่เลี้ยงหัวใจซะก็หมดเรื่องใช่มั้ยแดริล"

ลิ้นหัวใจ (Heart valve) 1. Tricuspid valve อยู่ที่ right atrioventricular orifice ประกอบด้วย 3 แฉก เป็น fibrous tissue โคนแฉกยื่นออกไปใน ventricle ไปยึดเกาะกับ Chordae Tendinae ของ papillary muscle 2. Mitral or Bicuspid valve อยู่ที่ left atrioventricular orifice เป็น 2 แฉก3. Semilunar valve มี 2 แห่ง คือ Aortic valve กั้น Aorta กับ left ventricle pulmonary valve กั้น pulmonary artery กับ right ventricle

"อย่าลืมตัดลิ้นหัวนะโว้ยท่าทางจะอร่อย" แดริลว่าก่อนจะพุ่งตัเข้าไปคว้าของมีคมแถวนั้นแล้วเตรียมปักลงไปที่หัวใจ

แวมไพร์นับสิบตัวพร้อมใจกันบินโฉบเข้าหาทั้งคู่ แต่เจ้าชายแห่งฮาเคอร์ขยับปาก่ายเวทย์เร็วปรื้อ ลำแสงสีฟ้าวาบขึ้นซัดเจ้าพวกนั้นกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง ฮาร์ตถึงกับเลือดหยดจนซีด

"เป็นไปไม่ได้ ทำไมถึงจัดการกับพวกแวมไพร์นั้นได้ง่ายดายนัก ไม่ว่ากี่คนๆ ก็ต้องตายหมดนี่นา"

                "ทัศนคติแบบนั้นจัดการเปลี่ยนใหม่ได้แล้วไอ้อ้วน" เร็กซ์ฟาดดาบในมือตัดขั้วหัวใจ พร้อมๆ กับแดริลที่เสีบยดาบเข้าที่ใจกลางก่อนจะลากลงมาเป็นทางยาว

                เรื่องราวที่เริ่มต้นและจบลงอย่างรวดเร็วทำเอาทั้งคู่ใจหาย เร็กซ์ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเศษแก้วที่แตก

                "ลูเคเซีย เธอไม่เป็นไรใช่ไหม" แดริลรีบสาวเท้าเข้ามาหาร่างบาง ก่อนจะใช้เวย์ปลดโซ่ที่ตรึงหล่อนไว้

                "ไม่เป็นไร ฉันยังสบายดี"

                "ก็ดีแล้ว กลับกันเถอะ" มือหนาลูบไล้เส้นผมเธออย่างแผ่วเบา

                "ทำไม... ทำไมหละแดริล ฉัน... ฉันไม่ใช่มนุษย์นะ ยังไงเราก็มีส่วนที่เข้ากันไม่ได้" ลูเคเซียเอ่ยเสียงสั่น

                "ฉันไม่สน" แดริลบอกเสียงเรียบ

                "แล้ว... ถ้าวันหนึ่งฉันเกิดกระหายเลือดขึ้นมาหละ"

                "ฉันยอม"

                คำตอบ... ที่เรียกเอาความเงียบปกคลุมชั่วขณะ นัยน์ตาสีอะมีธีสต์สบกับนัยนาคู่โต

                "เธอรู้อะไรไหมลูเคเซีย คนเรามีเลือดอยู่ในร่างกานประมาณร้อยละ 7-8 ของน้ำหนักตัว  ส่วนประกอบของเลือดจะประกอบด้วนส่วนที่เป็นของเหลวที่เรียกว่าน้ำเลือด หรือพลาสมา (Plasma)  ซึ่งมีประมาณร้อยละ 55 ของปริมาณเลือดทั้งหมด  ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 45 เป็นเม็ดเลือด (Blood Corpuscle)   ซึ่งประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดง (Erythocyte)  เซลล์เม็ดเลือดขาว (Leucotyte)  และเพลตเลต (platelet)  ถ้าร่างกายเสียเลือดไปประมาณ 1 ใน 3 ของเลือดทั้งหมดอาจทำให้ตายได้ ดังนั้นถ้าร่าง กายสูญเสียเลือดมากเกินไปต้องได้รับการให้เลือดทดแทนโดยทันที และในการให้เลือดแก่ผู้อื่น ผู้ที่จะให้เลือดจะให้ได้ครั้งละไม่เกิน 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร"

                "เพียงพอไหม" แดริลยิ้มให้หญิงสาว ก่อนที่เธอจะโผตัวเข้ากอดเขา



"พอได้เมียก็ทิ้งเพื่อน แถมได้แวมไพร์มาเป็นเมีย" เร็กซ์บ่นอย่างหงุดหงิดตอนนี้เขากำลังร่างเรื่องขึ้นตรงต่อศาลของฮาเคอร์เพื่อยืนยันว่าลูเคเซีย แอเรล เป็นแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ที่ไม่ดื่มเลือดคนและปลอดภัยต่อผู้คนในวัง

คราวแรกที่พระราชินีทรงทอดพระเนตรเห็นเจ้าหญิงแวมไพร์ ก็หลงดีพระทัยเพราะนอกจากลูเคเซียจะเลิศเลอเรื่องความงามแล้ว นางยังแสนจะปราดเปรื่อง แต่สืบไปสืบมาถึงได้รู้ว่านางเป็นแวมไพร์ ต้องแสงตะวันไม่ได้ พระนางเจ้าถึงกับลมจับ นางกำนัลหมอหลวงวิ่งวุ่นกันทั้งวัง

กษัตริย์แดซีเรียถึงกับยกพระหัตถ์กุมพระพักตร์กับความก่อเรื่องก่อราวไม่หยุดของรัชทายาทเพียงองค์เดียวที่พระองค์ทรงมี

สุดท้ายก็ร้อนถึงเจ้าชายเร็กซ์ ครีเอฟาร์ ที่ต้องมานั่งร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ว่ากษัตริย์หรือองค์รัชทายาททุกพระองค์จะมีชายาเป็นหญิงสาวผู้ใดก็ได้แต่ต้องไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น

ส่วนเจ้าชายแดริลผู้วุ่นวายที่สุดของเรื่อง...

"จำที่เราค้างกันไว้ได้ไหมลูเคเซีย"

"อะไรเหรอคะ"

"การลำเลียงสารในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม มีหัวใจ 4 ห้อง การหมุนเวียนเลือดไหลผ่านหัวใจ 2 ครั้ง/รอบ โดยเลือดที่มีออกซิเจนมาก ไหลผ่านหัวใจซีกซ้ายและเลือดที่มีคาร์บอนไดออกไซด์มากไหลผ่านหัวใจซีกขวา โดยไม่ปะปนกันหัวใจของมนุษย์มีลักษณะดังนี้มีเยื่อหุ้ม (Pericardium) ระหว่างเยื่อหุ้มชั้นนอกกับชั้นในมีของเหลวใส ( Pericardial fluuid ) ช่วยหล่อลื่นและลดแรงเสียดทาน มีเส้นเลือดโคโรนารีอาร์เตอรี ( Coronary artery ) นำอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ
มี4 ห้อง ห้องบน (
atrium ) 2 ห้อง ห้องล่าง ( ventricle ) 2 ห้อง ภายในมีลิ้นหัวใจ ( valve ) ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ ดังนี้ 1) ลิ้นไบคัสพิด ( Bicuspid valve ) กั้นห้องบนซ้ายกับห้องล่างซ้าย 2) ลิ้นไตรคัสพิด ( Tricuspid valve ) กั้นห้องบนขวากับล่างขวา 3) ลิ้นเอออร์ติกเซมิลูนาร์ ( Aortic semilunar valve ) อยู่ตรงบริเวณโคนเส้นเลือดแดงใหญ่ 4) ลิ้นพัลโมนารี ( Pulmonary semilunar valve ) อยู่ตรงบริเวณโคนเส้นเลือดพัลโมนารี อาร์เทอรี ซึ่งนำเลือดไปแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอด"

"ทรงจำได้หรือ เจ้าชายแดริล"

"แน่สิ ก็ฉันออกจะเก่งนาดนี้" น้ำเสียงบ่งบอกถึงความโอ่นิดๆ ร่าบางถึงกับเบ้ปากอย่างหมั่นไส้

"หลงองค์เองนะเพคะ ระวังไว้ให้ดีเถอะ"

"ถึงจะหลงตัวเอ แต่ก็มีคนหลงมาเหมือนกันไม่ใช่หรือ"

"ไม่คุยด้วยแล้ว" ลูเคเซียหันหน้าไปอีกทาง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองออกไปยังนอกหน้าต่าง ที่มีดวงดาวทอประกายล้อกับแสงจันทร์

"สวยใช่ไหมหละ"

"เพคะ" หญิงสาวรับคำ

"จะเสกให้เอามั้ย" ว่าจบแดริลก็วาดมือในอากาศ ปรากฎดวงดาวมากมายนับร้อยนับพันดวงลอยละล่องเต็มห้องบรรทม

== PRINCESS LULU [THE END] ==

==========================================================

จบแล้วหละสิ เป็นไงกันมั่ง เรื่องนี้แต่งส่งอาจารย์ใช้เวลานการแต่งห้าชั่วโมง คิดสด

มั่วสด ข้อมูลก็หากันสดๆ -..-" ใครทนไม่ได้ยังไงบอกไว้น้า 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ La tierra Elamo จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 กันยายน 2558 / 20:20
    มิน่า ข้อมูลเหลือล้น จีบสาวโดยการบรรยายอนาโตมี่ ช่างสุดยอดจริงๆ สนุกดีค่ะ
    #6
    0
  2. #5 Rin
    วันที่ 3 มิถุนายน 2555 / 21:37
    สนุกมากๆค่ะ
    #5
    0
  3. วันที่ 24 มกราคม 2551 / 16:35

    นี่ๆเราตามมาอ่าน่ะ อื่ม...นะ เป็นเพื่อนกับเรานะ

    #4
    0
  4. วันที่ 6 เมษายน 2550 / 16:45
    เอ่อ...ตามมาอ่านครับ (จำผมได้เป่านี่)
    #3
    0
  5. วันที่ 20 มีนาคม 2550 / 17:33
    กริ๊ดดดดดดดด อ่านแล้วเจ้าค่ะ หวานซะนํ้าตาลเรียกพี่เลยนะเนี้ย น่ารักทั้งคู่เลย อุอุ
    #2
    0
  6. วันที่ 20 มีนาคม 2550 / 17:13
    แปะไว้ก่อน ค่อยมาอ่านล่ะกัน (ข้าน้อยเห็นว่ามันยาวอ่ะนะ วันหลังค่อยมาอ่าน) อ่านเสร็จแล้วจะมาเม้นท์ให้นะจ๊ะ
    #1
    0