[FIC WINNER] SF/OS NAMSONG (MINO X NAMTAEHYUN)

ตอนที่ 15 : [OS] -- Love rain -- 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 488
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 พ.ค. 58

O W E N TM.


Love rain

 

 

 

 

 


 

เรา...พบกันในวันที่ฝนตก

และเรา...ก็บอกรักกัน....ในวันที่ฝนตกอีกครั้ง

 

 

 

เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้หวานหยดจนน้ำตาลขึ้นและไม่ได้ดราม่าจนน้ำตาไหล

ก็แค่...เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันที่สายฝนโปรยลงมาเท่านั้นเอง

 

.

.

.

 

“นัมแทฮยอนสมุดของนายน่ะ” เด็กนักเรียนหญิงตัวเล็กเดินถือสมุดการบ้านที่ครูตรวจเสร็จแล้วมายื่นให้เด็กชายที่นั่งเขียนงานที่โต๊ะ แทฮยอนเงยหน้ายกยิ้มให้เล็กน้อยแล้วยื่นมือไปรับสมุด ก้มเขียนอะไรยุกยิกก่อนจะยื่นให้เด็กหญิงดู

ขอบใจนะ นั่นคือข้อความที่อยู่บนแผ่นกระดาษ

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไปก่อนนะ” เธอโบกมือแล้วยิ้มให้แทฮยอนก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำของเธอ คนตัวเล็กมองตามหลังไปแล้วก้มเขียนงานต่อ

เสียงคุยกันเจื้อยแจ้วดังขึ้นเป็นระยะก่อนจะเงียบไปเมื่ออาจารย์ประจำวิชาเดินเข้าห้อง วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันที่สองแล้วเพื่อนในห้องที่มีเรื่องที่คั่งค้างจึงพูดคุยกันหลังจากไม่ได้เจอกันนาน และไม่ว่าจะเปิดเทอมวันไหนๆโต๊ะเรียนข้างๆแทฮยอนยังคงว่างไว้เหมือนเดิมซึ่งคนตัวเล็กนั้นเข้าใจดีว่ามันเป็นเพราะอะไร คงไม่มีใครจะอยากจะสนิทสนมกับเขานักหรอกและเพราะเหตุผลที่ใครต่างรู้ดีทำให้แทฮยอนเลือกที่จะอยู่คนเดียวเงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับใคร จะมีบ้างที่คุยกับคนอื่นแต่มันก็แค่เพียงครั้งคราวเท่านั้นเอง

เวลาเลิกเรียนมาถึง ร่างเล็กของแทฮยอนกำลังเก็บโต๊ะเก้าอี้และทำความสะอาดห้องเพราะเย็นนี้เป็นเวรของเขาพอดี ข้างนอกห้องดูครึ้มๆคล้ายกับว่าฝนกำลังจะตกลงมา คนตัวเล็กรีบนำขยะไปทิ้งแล้วหอบกระเป๋าเพื่อจะกลับบ้านให้ทันก่อนที่ฝนจะตก

ซ่า

เม็ดฝนถ่ายเทลงมาราวกับฟ้ารั่วโดยที่แทฮยอนยังไม่ทันตั้งตัวโชคดีที่วันนี้เขาเตรียมร่มมาจากบ้านด้วย คนตัวเล็กปิดกระเป๋านักเรียนออกแล้วหยิบร่มขึ้นมากางแต่ร่มคันเล็กกลับทรยศกางไม่ออกไปเสียอย่างนั้น ขาเล็กรีบวิ่งไปที่ซุ้มหน้าโรงเรียนที่อยู่ไม่ไกลทันที เสื้อเปียกไม่เท่าไหร่หรอกแต่กลัวว่าตัวเองจะไม่สบายไปก่อนมากกว่า เพราะแค่สัมผัสกับอากาศเย็นเขาก็ชอบเป็นหวัดและมาสบายไปเสียทุกที

ตึก ตึก ตึก

เสียงฝีเท้าวิ่งมาทางที่แทฮยอนหลบฝนอยู่ ร่างสูงของใครอีกคนเข้ามาบดเบียดในสถานที่หลบฝนแสนคับแคบ แทฮยอนละสายตาจากร่มที่ถืออยู่ไปมองคนข้างๆ ร่างกายที่เปียกปอนไปด้วยน้ำฝนอยู่ใกล้ชิดกับร่างกายบอบบางใบหน้าคมที่หันมายิ้มให้อย่างคนไม่มีพิษมีภัย

“เราขอหลบฝนด้วยนะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอก แทฮยอนพยักหน้าตอบกลับไปก่อนจะสนใจร่มในมือต่อ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วด้วยหากเขากลับบ้านช้าที่บ้านต้องเป็นห่วงมากแน่ๆ

“อยู่ๆฝนก็ตกลงมาไม่มีสัญญาณเลยเนอะ” คนข้างๆเป็นฝ่ายชวนคุยแต่มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่ตอบกลับไป เพราะคนตัวเล็กที่ยืนข้างๆนั้นเอาแต่สนใจร่มในมือ

กึก กึก

ไม่ว่าจะเขย่ายังไงร่มก็ยังกางไม่ออกอยู่ดีจนคนตัวเล็กเริ่มโมโห หางคิ้วที่ลู่ตกอยู่แล้วยิ่งลู่ตกลงไปอีก คนตัวเล็กพ่นลมหายใจออกมาแรงๆทำให้คนข้างๆหันมามอง ฝ่ามือหนารวบมือเล็กไปกุมไว้แทฮยอนรีบดึงมือออกอย่างตกใจจนร่มคันเล็กตกลงพื้น

“เอ่อ.. เราแค่จะดูร่มให้น่ะขอโทษที่ทำให้ตกใจนะ” คนที่ตัวสูงกว่ารีบเอ่ยบอก เขาทำอะไรกับร่มของแทฮยอนสักพักก่อนที่จะกางร่มออกได้สำเร็จแล้วยื่นมันให้คนตัวเล็ก

“ได้แล้ว” ร่างสูงเอ่ยยิ้มๆ แทฮยอนยื่นมือไปรับไว้แต่ยังไม่ทันได้ขอบคุณก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน

Rrrrrrr

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในกระเป๋าของร่างสูง เขาเปิดกระเปานักเรียนแล้วหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมารับสาย

“ครับแม่”

(ลูกกลับเองได้มั้ยพอดีรถแม่เสียน่ะ)

“อ่า ได้ครับ อาจจะช้าหน่อยนะครับฝนตกไม่หยุดเลย”

(จ้ะ ขอโทษนะลูกนะ)

“ไม่เป็นไรครับ สวัสดีครับ” ตอบกลับคนปลายสายแล้วเก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิม แทฮยอนสะกิดคนข้างๆแล้วยื่นกระดาษที่ร่างสูงไม่รู้ว่าคนตัวเล็กหยิบขึ้นมาเขียนตอนไหนให้ดู

ยืมร่มเราไปก่อนก็ได้

“หือ” ร่างสูงชะงักไปสักพักก่อนจะตอบ “เดี๋ยวเรารอฝนหยุดก่อนก็ได้ไม่เป็นไรหรอก” คนตัวเล็กก้มเขียนอะไรยุกยิกสักพักแล้วยื่นให้คนข้างๆดูอีกครั้ง

บ้านเราอยู่ใกล้ๆนี่เองนายเอาไปเถอะถือว่าเป็นการขอบคุณจากเรา

“แต่ว่า...” ยังไม่ทันพูดจบแทฮยอนก็ยัดร่มใส่มือหนาซะก่อนแล้วพยักหน้าให้น้อยๆ

“ขอบใจนะ” แทฮยอนส่ายหน้าให้เบาๆเป็นการบอกว่าไม่เป็นไร ยกข้อมือที่สวมนาฬิกาขึ้นมาดูแล้วขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะวิ่งฝ่าฝนออกไปและไม่ลืมที่จะหันหลังมาโบกมือให้คนที่เพิ่งเจอกันด้วย ร่างสูงมองตามหลังแทฮยอนไปจนลับสายตาพร้อมกับรอยยิ้ม

ทำไมคนตัวเล็กคนนั้นถึงได้น่ารักขนาดนี้กันนะ

หลังจากที่ฝนตกเมื่อวานวันนี้มันก็ยังตกลงมาไม่หยุดเป็นการบอกว่าฤดูฝนได้มาเยือนแล้ว ร่างเล็กนอนซมอยู่ในห้องเพราะพิษไข้เนื่องจากการวิ่งตากฝนมาเมื่อวาน แม่ของคนตัวเล็กอดที่จะบ่นไม่ได้ในเมื่อลูกชายเอาร่มไปโรงเรียนด้วยแต่กลับตากฝนกลับบ้านมาเสียอย่างนั้น

“พี่แทฮยอนลุกขึ้นมากินข้าวก่อน” เด็กชายตัวเล็กเดินถือชามข้าวต้มมาวางไว้ข้างๆพี่ชายที่นอนซม แทฮยอนเหลือบตามองน้อยๆแล้วส่ายหัวเพราะไม่รู้สึกหิว

“กินข้าวแล้วจะได้กินยา ถ้าพี่ไม่กินดงฮยอนจะฟ้องแม่” น้องชายตัวแสบเล่นขู่เอาแบบนี้แทฮยอนก็คงจะเลี่ยงไม่ได้เพราะแม่จะบ่นทั้งวันจนหูชาแน่ๆ นัมดงฮยอนประคองพี่ชายตัวเล็กให้ลุกขึ้นนั่งก่อนจะถือชามข้าวต้มเอาไว้ มือเล็กจับช้อนตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าก่อนจะยื่นไปตรงหน้าแทฮยอน

“ดงฮยอนป้อน” เด็กชายพูดแล้วยิ้มตาหยี

แทฮยอนกินข้าวที่ดงฮยอนป้อนจนหมดไปครึ่งชามก่อนจะบอกน้องชายให้พอ ดงฮยอนเดินออกไปสักพักก่อนจะกลับเข้ามาด้วยถาดยา เด็กน้อยยื่นมันไปตรงหน้าพี่ชายพร้อมกับพยักหน้าน้อยๆ

“กินยาแล้วจะได้หายไวๆ” แทฮยอนลูบหัวน้องชายเบาๆแล้วหยิบยาเข้าปาก พอกินยาเสร็จก็ล้มตัวลงนอนทันทีเพราะความอ่อนเพลีย

หลายวันที่แทฮยอนพักอยู่ที่บ้านเพราะไม่สบาย คนตัวเล็กไม่สบายง่ายแล้วก็ชอบหายป่วยยากจึงทำให้พักเป็นเวลานาน ห้องเรียนดูคึกคักอย่างที่เคยเป็นที่มีอย่างเดียวที่แปลกไปคือที่นั่งข้างๆแทฮยอนที่ตอนนี้มีใครอีกคนกำลังนั่งฟุบหลับอยู่

ครืด

เสียงเลื่อนเก้าอี้ของแทฮยอนทำให้คนที่หลับขยับตัวช้าๆก่อนจะหันหน้ามา แทฮยอนเลิกคิ้วขึ้นเพราะคนที่นั่งอยู่ข้างๆเขาคือคนเดียวกับที่เจอกันในวันที่ฝนตกวันนั้น

“อ้าว ที่เราเจอกันวันนั้นหรือเปล่า” คนตัวสูงเป็นฝ่ายทักขึ้นก่อนแทฮยอนพยักหน้าให้แทนคำตอบ

“แทฮยอนนี่ซงมินโฮนะเพิ่งย้ายมาใหม่แต่ย้ายมาได้หลายวันแล้วนะก็วันที่นายไม่มาโรงเรียนนั่นแหละ มินโฮส่วนนี่นัมแทฮยอน รู้จักกันไว้จะได้สนิทกัน” เพื่อนนักเรียนที่นั่งอยู่ใกล้เอ่ยบอก แทฮยอนกับมินโฮพยักหน้าเป็นการรับรู้

“ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะนัมแทฮยอน” มินโฮเอ่ยยิ้มๆแต่แทฮยอนทำแค่พยักหน้าแล้วยิ้มตอบไปแค่นั้น

“บังเอิญจังเลยเนอะที่เราได้มาเจอกันอีกครั้งแบบนี้” มินโฮยังคงพูดอยู่ใกล้ๆ แทฮยอนก็ยังคงทำแบบเดิมคือการพยักหน้าไปตามที่เขาพูดเท่านั้น ซึ่งมินโฮเองก็ไม่เข้าใจที่แทฮยอนทำสักเท่าไหร่นักจนเผลอคิดไปเองว่าแทฮยอนอาจจะรำคาญเขาไปแล้วก็ได้มันทำให้เขากังวลไปไม่น้อย

ถ้าแทฮยอนรำคาญและไม่ยอมพูดกับเขาจะทำยังไง

อาทิตย์หนึ่งผ่านไป มินโฮและแทฮยอนเริ่มสนิทกันมากขึ้น มินโฮพอจะเข้าใจว่าแทฮยอนเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูดคุยกับใครสักเท่าไหร่ แม้แทฮยอนจะชอบเงียบแต่มินโฮก็ยังชวนแทฮยอนคุยได้แต่วิธีการตอบของแทฮยอนจะแปลกและแตกต่างไปจากคนอื่นคือ การเขียนคำพูดลงบนแผ่นกระดาษ รวมถึงการพยักหน้ากับส่ายหัวแทนคำตอบด้วย มินโฮคิดว่าแทฮยอนคงจะขี้เกียจพูดมากกว่าและคิดว่านี่คงจะเป็นวิธีการสื่อสารของแทฮยอน

จากหนึ่งอาทิตย์เปลี่ยนไปเป็นหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ของมินโฮและแทฮยอนก็พัฒนาไปมากเช่นกันจากสนิทกันก็ยิ่งสนิทกันมากขึ้น ไปไหนก็ไปด้วยกันตัวติดกันตลอดจนเพื่อนหลายคนเริ่มจะหยอกว่าทั้งคู่เป็นมากกว่าเพื่อนกันหรือเปล่าซึ่งมินโฮเอาแต่ยิ้มเท่านั้นมีแต่แทฮยอนเองที่ส่ายหัวปฏิเสธ แทฮยอนไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด เพราะเขากับมินโฮเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้นและมินโฮเองก็คงจะหยอกเพื่อนไปให้คิดไปเองมากกว่าคงไม่ได้คิดเกินไปอย่างที่ใครล้อแบบนั้นหรอก เขาเองก็ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองไปเรื่อยเปื่อยเพราะมันอันตรายเกินไป

มันอันตรายต่อหัวใจของตัวเขาเอง

“แทฮยอนเลิกเรียนแล้วไปกินไอติมกัน” มินโฮเก็บหนังสือลงกระเป๋าแล้วพูดกับคนข้างๆ แทฮยอนพยักหน้าหงึกหงักเป็นการตอบตกลง

ร้านไอศกรีมร้านใหญ่ที่ข้างโรงเรียนเป็นร้านที่ได้รับความนิยมจากเด็กนักเรียนมากที่สุด เพราะนอกจากจะมากินไอศกรีมแล้วก็ยังมีห้องสมุดไว้ให้อ่านหนังสืออีกด้วย มินโฮจูงมือแทฮยอนเข้ามาในร้านก่อนจะดันเพื่อนตัวเล็กลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“เราเลี้ยงเอง” คนตัวสูงยื่นเมนูให้แทฮยอนรับไปดูแล้วก้มเขียนรสที่ชอบ ร่างสูงมองแทฮยอนแล้วยิ้มน้อยๆไม่ว่าจะทำอะไรแทฮยอนก็ดูน่ารักไปหมดทุกอย่างอดที่จะมองไม่ได้จริงๆ แทฮยอนเงยหน้าขึ้นเพื่อนจะยื่นกระดาษให้มินโฮดวงตากลมสบกับคนตรงหน้าที่มองอยู่ก่อนแล้ว มินโฮเป็นฝ่ายหลบสายตาแทฮยอนไปก่อน

“รสวานิลลาสองครับ” คนตัวสูงบอกพนักงานของร้านที่ยืนรออยู่

ชอบวานิลลาเหมือนกันเหรอ กระดาษแผ่นเล็กถูกยื่นมาตรงหน้า

“อืม ชอบ” มินโฮมองสบเข้าไปในดวงตากลมที่สะท้อนภาพของเขาอยู่ และเป็นอีกครั้งที่มินโฮเป็นฝ่ายผละสายตาออกไปก่อน

เขาชอบเผลอไปทุกทีสิน่า

รอสักพักไอศกรีมก็มาเสิร์ฟ มินโฮและแทฮยอนนั่งกินกันเงียบ ร่างสูงแอบมองไปที่คนตรงข้ามบ่อยครั้ง จนกระทั่งแทฮยอนเงยหน้าขึ้นมามินโฮสะดุ้งตัวทำไอศกรีมเลอะแก้มของตัวเอง เขายิ้มเจื่อนๆไปให้คนตรงหน้า แทฮยอนยิ้มแล้วส่ายหัวมินโฮกินเหมือนเด็กเลยจริงๆ ร่างเล็กใช้นิ้วเรียวปาดเนื้อไอศกรีมที่เลอะแก้มออกให้มินโฮแผ่วเบา หัวใจของมินโฮเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ

เพราะแทฮยอนชอบทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง

“เอ่อ ข..ขอบใจนะ แต่ว่ามือแทฮยอนเปื้อนเลย” มินโฮเอ่ยตะกุกตะกักคนตัวเล็กมองมือตัวเองก่อนจะหยิบทิชชู่ขึ้นมาจะเช็ดมือ แต่มินโฮกลับคว้าไว้ก่อนแทฮยอนเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย และแล้วก็ได้คำตอบ...

คำตอบที่ทำให้หัวใจทำงานหนัก

ริมฝีปากหยักจูบซับที่นิ้วเรียวให้ไอศกรีมที่เลอะมือหายไป แทฮยอนได้แต่นิ่งค้างกับสิ่งที่มินโฮทำให้ หัวใจดวงน้อยก็เต้นไม่ต่างจากมินโฮเมื่อครู่เลยสักนิดมันแทบจะหลุดออกจากอกอยู่แล้ว ทำไมมินโฮถึงชอบทำให้แทฮยอนหวั่นไหวนัก หลายครั้งแล้วที่เป็นแบบนี้แทฮยอนก็ห้ามใจตัวเองแล้ว กำแพงที่ก่อขึ้นในหลายๆครั้งแต่มินโฮเองที่เป็นฝ่ยทำมันพังลงไปเสียทุกที

“....”

“....”

ความเงียบค่อยๆก่อตัวขึ้น มินโฮและแทฮยอนเองก็เงียบกันทั้งคู่ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจเท่านั้น ราวกับว่าร้านทั้งร้านมีแค่แทฮยอนและมินโฮอยู่กันสองคน แทฮยอนชักมือกลับจากที่มินโฮกุมมือเขาเอาไว้ มินโฮเองก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน

“เรา...” คนตัวสูงเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบแต่เมื่อจ้องมองดวงตากลมก็เงียบไปอีกครั้ง หัวใจของมินโฮเต้นตึกตัก

เขาเผลอไปกับแทฮยอนอีกแล้ว

“เอ่อ...อื้ม!” มินโฮกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่แทฮยอนกลับตักไอศกรีมยัดเข้าปากเขาไปเสียก่อน คนตัวเล็กก้มหน้าเขียนบนกระดาษแผ่นเล็กแล้วยื่นให้คนตรงหน้าดู

รีบกินแล้วจะได้รีบกลับบ้าน แทฮยอนทำตัวไม่ถูกถึงได้ทำแบบนั้นกับมินโฮแล้วไอ้อาการที่เกิดขึ้นกับตัวเองในตอนนี้มันเรียกว่า เขินหรือเปล่านะ

“น...นั่นสิเนอะ” ร่างสูงส่งยิ้มเจื่อนๆไปให้แล้วก้มกินไอศกรีมต่อ แทฮยอนกำมือข้างที่มินโฮจูบไปเมื่อกี้แน่นแล้วค่อยๆแบออก เจ้าของดวงตากลมแอบมองมือข้างนั้นแล้วยิ้มน้อยๆปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆว่ารู้สึกดีที่มินโฮทำแบบนี้ให้ เท่าที่รู้จักกันมามินโฮไม่เคยทำแบบนี้กับใครอดไม่ได้เลยจริงๆที่จะคิดเข้าข้างตัวเองว่า

เขา...เป็นคนพิเศษของมินโฮ

 
 







 

วันพฤหัส 4.30 PM

วันนี้มินโฮไม่เข้าเรียนทั้งวันเพราะต้องเตรียมตัวซ้อมแข่งฟุตบอลประจำโรงเรียน แทฮยอนจดเลกเชอร์ทุกอย่างที่อาจารย์สอนไว้สองชุดคือของเขาและของมินโฮ คนตัวเล็กเก็บหนังสือและอุปกรณ์การเรียนลงกระเป๋า เขาต้องไปหามินโฮที่ห้องชมรมพื่อจะเอาเลกเชอร์ไปให้แล้วอธิบายเรื่องการบ้านด้วย

“แทฮยอนมินโฮไปไหนเหรอ” เพื่อนนักเรียนต่างห้องของมินโฮถามหลังจากที่เจอแทฮยอนเดินออกจากห้องเรียนมา

ห้องชมรมฟุตบอล คนตัวเล็กหยิบสมุดเล็กๆประจำตัวออกมาเขียนแล้วยื่นให้ดู

“ขอบใจนะแทฮยอน” เด็กผู้ชายร่างสูงบอกแล้วเดินออกไป

“แทฮยอนไปห้องชมรมกีฬาใช่มั้ย” นักเรียนหญิงเดินเข้ามาถาม แทฮยอนพยักหน้าให้เป็นคำตอบ

“เราวานเอาน้ำแร่ไปให้เพื่อนหน่อยสิอยู่ชมรมเดียวกับมินโฮน่ะ” เธอยื่นยื่นกระปุกน้ำให้แทฮยอน

ฝนตกลงมาอีกแล้วคนตัวเล็กรีบเร่งฝีเท้าให้ไปถึงห้องชมรมก่อนจะเปียก เสียงฝีเท้ากระทบกับพื้นกระเบื้องดังตึก ตึก แต่นั่นไม่ได้ทำให้คนที่อยู่ในห้องได้ยินเลยเพราะว่าเสียงฝนที่หล่นกระทบหลังคานั้นดังกว่า มินโฮกำลังคุยกับเพื่อนที่แข่งฟุตบอลด้วยกันหลังจากเพิ่งแข่งเสร็จ

“เออนี่มินโฮฉันถามอะไรหน่อยสิ นายคุยกับแทฮยอนรู้เรื่องได้ยังไงเหรอ” ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปในห้องแต่เพราะได้ยินเสียงของคนสนทนากันแถมยังมีชื่อของตัวเองอยู่ในบทสนทนานั้นด้วยทำให้ขาเล็กหยุดชะงักไป

“ทำไมจะคุยกับแทฮยอนไม่รู้เรื่องล่ะ” เสียงมินโฮที่ตอบกลับไป

“อย่าบอกนะว่าอยู่ด้วยกันเป็นเดือนแล้วไม่รู้น่ะ”

“แล้วฉันต้องรู้อะไร” คนที่แอบฟังอยู่ข้างนอกใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ มินโฮยังไม่รู้จริงๆเหรอกับสิ่งที่เขาเป็น แล้วถ้ามินโฮรู้จะรังเกียจเขาหรือเปล่า แทฮยอนเป็นกังวลไปหมดกลัวว่ามินโฮจะเป็นเหมือนอย่างใครหลายๆคน

แทฮยอนเป็นใบ้

คำพูดที่ไม่อยากได้ยินดังลอดออกมาให้หัวใจดวงน้อยรู้สึกจุกเจ็บ มินโฮรู้แล้ว มินโฮรู้แล้วว่าเขาพูดไม่ได้ กลัวเหลือเกินว่าคนตัวสูงจะรังเกียจที่เขาเป็นแบบนี้ ใครหลายคนที่เข้ามาพอรู้ว่าเขาเป็นใบ้พูดไม่ได้ก็มีอันต้องถอยห่างไปทุกที

แทฮยอนคนใบ้ ถูกล้อมาแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆแล้วไม่มีใครอยากคบหรืออยากเป็นเพื่อนกับเขา ถ้าเลือกได้แทฮยอนไม่ได้อยากเป็นแบบนี้หรอก ไม่มีใครอยากจะเกิดมาเป็นคนพิการแบบนี้กันหรอก

“....” มินโฮชะงักแล้วเงียบไป

“นายไม่สังเกตเหรอว่าทำไมแทฮยอนไม่พูดไม่จา ตอบใครๆก็เอาแต่เขียนลงบนกระดาษ ไหนจะส่ายหน้าแทนคำตอบนั่นอีก” น้ำตาหยดใสไหลอาบแก้มขาว มือบางกำเข้าหากันแน่นจนขวดน้ำในมือแทบปริแตก

“แทฮยอน...พูดไม่ได้จริงๆเหรอ” มินโฮพูดทวนกับตัวเองอย่างไม่เชื่อหู

“ฟังไม่ผิดหรอกแทฮยอนเป็นใบ้จริงๆ นั่นแหละเป็นสาเหตุว่าทำไมแทฮยอนถึงชอบอยู่คนเดียว ไม่มีเพื่อนสนิทเลยสักคนเพราะคงไม่มีใครอยากจะคบกับคนที่คุยไม่รู้เรื่องหรอกใช่มั้ยล่ะ ก็มีแต่นายนั่นแหละที่สามารถคุยกับแทฮยอนได้เหมือนคนปกติ แต่ฉันเห็นแล้วรำคาญชะมัดเลย”

พลั่ก!

ปึก!

เสียงเนื้อกระทบกันพร้อมกับที่ขวดน้ำและกระเป๋านักเรียนที่ถูกเขวี้ยงลงกับพื้น ทนไม่ไหวอีกแล้ว ผิดมากเหรอที่เขาเป็นแบบนี้ ผิดมากใช่มั้ยที่เขาพูดไม่ได้เหมือนคนอื่นๆ มินโฮที่กำหมัดแน่นหันไปมองที่ประตูชมรม ภาพที่เห็นคือคนตัวเล็กที่ยืนน้ำตาไหลอาบแก้มขาวนั่นทำให้หัวใจเขารู้สึกเจ็บจุก

แทฮยอนมาตั้งแต่เมื่อไหร่

มินโฮแน่ใจแล้วว่าแทฮยอนได้ยินคำพูดทำร้ายจิตใจนั่นทั้งหมดแล้ว คนตัวเล็กมองสบเข้าไปในดวงตาของร่างสูง มินโฮเองก็ไม่ต่างกัน ดวงตากลมที่เอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำสีใสแต่เขากลับมองเห็นอะไรบางอย่างชัดเจน ภาพใบหน้าของเขาที่สะท้อนออกมาพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดของคนตัวเล็ก

“แทฮยอ...” ยังพูดไม่จบแทฮยอนก็พาร่างกายบอบบางของตนวิ่งออกไปเสียก่อน มินโฮมองตามไปด้วยความรู้สึกอึดอัดในอก

“เป็นเพราะนาย!” ร่างสูงหันไปชี้หน้าเพื่อนที่อยู่ชมรมเดียวกัน

“ปมด้อยของคนอื่นไม่ใช่เรื่องที่ควรเอามาล้อเล่น ไม่มีใครสนุกด้วยหรอกนะถ้าหากว่ามีใครมาล้อจุดด้อยของตัวเอง ลองคิดดูว่าถ้านายเป็นแบบนั้นแล้วใครๆก็พากันถอยห่างไม่มีใครอยากยุ่งด้วยนายจะรู้สึกยังไง และนี่กับสิ่งที่นายทำให้แทยอนร้องไห้”

พลั่ก!!

หมัดหนักๆกระทบกับมุมปากของเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกัน มินโฮโกรธจัดจนควบคุมตัวเองไม่ได้เพียงแค่เห็นว่าแทฮยอนร้องไห้ แทฮยอนกำลังเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ยินใช่หรือเปล่า คนตัวเล็กจะเสียใจมากขนาดไหนที่ได้ยินแบบนั้น มินโฮคว้าร่มคันเดิมที่แทฮยอนให้ยืมในวันนั้นแล้ววิ่งตามแทฮยอนไป มินโฮเห็นหลังแทฮยอนวิ่งไปที่ซอยเล็กๆแคบๆของโรงเรียน โต๊ะนักเรียนเก่าๆผุพังถูกกองรวมกันอยู่ในนั้น เขาร้องเรียกแทฮยอนอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีวี่แววของคนตัวเล็กเลย นานเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วแทฮยอนก็ยังไม่ออกมาหาเสียที

สายฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีทีท่าจะหยุด เม็ดฝนหยดแล้วหยดเล่าหล่นกระทบกับพื้นซีเมนต์สีหม่นที่ตอนนี้เริ่มมีน้ำเจิ่งนอง จากเม็ดฝนเม็ดเล็กๆพอตกลงมามากๆก็รวมตัวกันกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดย่อม หยดน้ำกระจายเป็นวงกว้างก่อนจะละลายหายไปกับพื้นน้ำเปียกแฉะ ร่างบอบบางหอบตัวสั่นสะท้านเพราะอากาศเย็นชื้น เสื้อนักเรียนสีขาวเปียกชุ่มเพราะการตากฝนเป็นเวลายาวนาน ริมฝีปากบางสีซีดถูกขบกัดเข้าหากันแน่นไม่รู้เป็นเพราะบรรเทาไม่ให้มันสั่นหรือป้องกันไม่ให้มีเสียงหลุดลอดออกไปกันแน่

“แทฮยอน แทฮยอนอยู่ไหนน่ะ” เสียงทุ้มร้องเรียกหากแต่เจ้าของชื่อกลับไม่ยอมออกไปหา เจ้าตัวยังคงหอบตัวอยู่ในซอกเล็กแคบที่เต็มไปด้วยโต๊ะเรียนเก่าๆอยู่อย่างนั้น แม้ฝนจะตกลงมากระทบผิวขาวเนียนสักเพียงไหน อากาศจะหนาวเย็นสักเพียงใด นัมแทฮยอนก็ไม่อาจออกไปตามเสียงเรียกได้

“เรารู้ว่าแทฮยอนอยู่แถวนี้ออกมาเถอะนะ” มินโฮยังคงร้องเรียกให้แทฮยอนออกไปพบ เสื้อนักกีฬาสีประจำโรงเรียนก็เปียกชุ่มไม่ต่างกันนัก กายสูงสั่นสะท้านแต่นั่นไม่ได้เป็นเพราะอากาศหนาวหากแต่มันเป็นการกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองต่างหาก

“ขอร้องล่ะ แทฮยอนอา” สุดท้ายร่างทั้งร่างก็ทรุดลงคุกเข่าลงกับพื้นหยดน้ำกระเซ็นจนเสื้อผ้าเละสิ่งสกปรก ฝ่ามือหนาเท้าลงกับพื้นซีเมนต์ที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำอย่างไม่นึกรังเกียจ เพราะในเวลานี้ความห่วงใยของตนที่มีให้ใครอีกคนนั้นมีมากกว่าจะสนใจอย่างอื่น คนตัวเล็กที่ชอบไม่สบายบ่อยๆแล้วยิ่งมาตากฝนนานแบบนี้จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่

“เราเป็นห่วงแทฮยอนจริงๆนะ ช่วยเป็นห่วงตัวเองก่อนได้มั้ยเดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ ออกมา... ฮึก ออกมาเถอะนะแทฮยอน” เจ้าของร่างสูงสะอื้นแข่งกับเสียงฝน เพราะเขารู้ว่าแทฮยอนป่วยง่าย ป่วยครั้งหนึ่งก็ต้องหยุดเรียนไปหลายวันนั่นทำให้เขารู้สึกเป็นห่วง เป็นห่วงมากว่าตัวเองเสียอีกและเพราะความเป็นห่วงนี้จึงทำให้เขาร้องไห้ออกมาอย่างไม่กลัวว่าใครจะมาเห็น

อย่าทำแบบนี้เลยนะมินโฮ

เสียงข้างในหัวใจที่ร่างเล็กไม่สามารถเปล่งออกมาให้คนที่อยู่ข้างนอกฟังได้ น้ำตาเม็ดใสไหลลงอาบแก้มขาวไปพร้อมๆกับที่น้ำฝนหยดลงมาช่วยชะล้างให้มันหายไป แต่อาการอึดอัดจนเจ็บจุกในอกที่เกิดขึ้นนั้นมันยังคงอยู่โดยที่สายฝนไม่สามารถจะชะล้างมันออกไปได้

“แทฮยอน ฮึก ขอร้องล่ะ” ซงมินโฮยังคงนั่งคุกเข่าอยู่แบบนั้นไม่ไปไหน นั่นยิ่งทำให้คนที่แอบมองอยู่รู้สึกเจ็บปวดก้อนเนื้อในอกข้างซ้าย

ก้อนเนื้อ...ที่เรียกว่า หัวใจ

“ได้โปรดเถอะ...”

กึก

เสียงรองเท้านักเรียนกระทบกับผิวน้ำเปียกแฉะเรียกความสนใจจากร่างสูงได้เป็นอย่างดี มินโฮเงยใบหน้าคมของตัวเองขึ้นช้าๆน้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้ม คนที่เขาตามหา คนที่เขาร้องเรียกให้ออกมาเจอหน้า ตอนนี้คนๆนั้นยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

“แทฮยอน” วงแขนกว้างโอบกอดเจ้าของร่างเล็กที่ยืนสั่นสะท้าน อ้อมกอดของคนตรงหน้าทำให้แทฮยอนรู้สึกอบอุ่น อบอุ่นมากเหลือเกิน

ไม่ใช่ร่างกาย แต่เป็นที่...หัวใจ

“เราเป็นห่วงแทฮยอนมากรู้มั้ย ฮึก” มินโฮผละอ้อมกอดออกแล้วมองใบหน้าหวานในขณะที่ตัวเองยังร้องไห้ไม่หยุด ตอนแรกเขาร้องไห้เพราะเป็นห่วงคนตัวเล็กกลัวว่าแทฮยอนจะเป็นอะไรไป แต่ตอนนี้เขาร้องไห้เพราะนัมแทฮยอนยอมออกมาหาเขาแล้ว มือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตาให้มินโฮแผ่วเบาพร้อมกับสายหัวเป็นการบอกว่าอย่าร้องไห้ เขายอมออกมาแล้ว ยอมออกมาเพื่อให้มินโฮไม่ต้องตากฝนร้องไห้แบบนี้

ถ้าเราไม่เจอกันในวันนั้น

ถ้าแทฮยอนยอมอยู่คนเดียวเงียบๆเหมือนอย่างที่เคยเป็นเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น และหัวใจดวงน้อยของตัวเองก็คงไม่รู้สึกเจ็บปวดมากมายขนาดนี้

นายนี่มันไม่เจียมตัวเอาเสียเลยนะนัมแทฮยอน

“เราไม่ร้องไห้แล้ว” มินโฮบอกคนตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม คนตัวเล็กยิ้มให้มินโฮพร้อมน้ำตาที่เริ่มไหลออกมาอีกครั้ง มินโฮเช็ดมือที่เปื้อนน้ำสกปรกของตัวเองกับเสื้อก่อนจะบรรจงเช็ดน้ำตาให้แทฮยอน

“ร้องไห้ทำไม แทฮยอนบอกเราว่าอย่าร้องไห้นี่แล้วทำไมตัวเองถึงร้องไห้เองล่ะ”

“....”

ร่างเล็กแกะมือที่จับแขนของตัวเองออกก่อนจะหันหลังให้กับอีกคน นัมแทฮยอนไม่อยากพบหน้าซงมินโฮอีกแล้ว เราสองคนไม่ควรมาเจอกันจริงๆ ซงมินโฮไม่ควรที่จะมายุ่งกับนัมแทฮยอนคนนี้อีกและนัมแทฮยอนก็จะไม่ไปยุ่งกับซงมินโฮอีกแล้วเหมือนกัน เขาควรจะเจียมตัวเองสิเพราะว่าเขาแตกต่างจึงไม่ควรยุ่งกับคนสมบูรณ์แบบอย่างมินโฮ

ขาเล็กก้าวเดินห่างจากมินโฮไปช้าๆพร้อมกับอาการสะอื้นที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลออกไม่ไม่ขาดสายร่างกายบอบบางสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆเหมือนกับว่ามันต้องการที่จะช่วยลบเลือนหยาดน้ำตาให้ละลายหายไปเพื่อไม่ให้ใครมองเห็นว่าร่างเล็กกำลังอ่อนแอ

พรึบ!

เสียงกางร่มดังขึ้นข้างหลังเงามืดทอดผ่านร่างบางไปพร้อมกับที่ความอบอุ่นเกิดขึ้นอีกครั้งที่แผ่นหลังบาง สายฝนไม่สามารถตกกระทบกับผิวขาวเนียนได้อีกเพราะร่มที่ช่วยบดบังมันเอาไว้

“เดินตากฝนมันไม่ดีนะรู้มั้ย” มินโฮเอ่ยบอกเสียงสั่น เขาไม่ควรจะร้องไห้ให้แทฮยอนเห็นอีกจึงพยายามกลั้นมันเอาไว้

ปึก!

คนตัวเล็กหันมากอดคนข้างหลังเอาไว้ แทฮยอนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนี้เขาอยากกอดมินโฮอยู่แบบนี้ อยากให้เวลาหยุดเดินแม้เพียงเสี้ยวนาทีก็ยอมแล้วเขาจะหายไปไม่มาเจอหน้ามินโฮอีก มินโฮปล่อยให้แทฮยอนกอดตัวเองอยู่แบบนั้น เขารู้สึกดีที่ได้อยู่กับแทฮยอนและจะไม่ยอมให้แทฮยอนหนีหายไปเหมือนอย่างวันนี้อีกแล้ว

“อย่าหนีเราไปได้มั้ย” ริมฝีปากหยักขยับพูดข้างๆหูคนตัวเล็ก

“....”

“แทฮยอนยังไม่ได้ฟังสิ่งที่เราจะพูดเลยแล้วจะหนีเราไปแบบนี้น่ะเหรอ เราไม่อยากให้แทฮยอนเข้าใจเราผิดนะ” ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองคนในอ้อมกอดช้าๆ มินโฮเช็ดน้ำตาหยดใสที่ปริ่มออกมาแผ่วเบาพร้อมกับยิ้มให้

“เราไม่อยากให้แทฮยอนคิดว่าเราจะเป็นเหมือนคนอื่นๆ ไม่ว่าแทฮยอนจะเป็นยังไงเราไม่สนหรอก สิ่งที่แทฮยอนเป็นมันไม่ได้ทำร้ายใครและเราก็ รัก ทุกอย่างที่เป็นแทฮยอนด้วยรัก

“....”

“มันอาจจะเร็วไปที่เราพูดแบบนี้แต่เราอยากให้แทฮยอนรู้เอาไว้ว่าเรารู้สึกดีกับแทฮยอน รู้สึกกับแทฮยอนตั้งแต่ครั้งแรกที่เราสองคนเจอกัน ยิ่งเราได้อยู่ใกล้ชิดกับแทฮยอน ได้เห็นหน้าแทฮยอนทุกวัน มันยิ่งทำให้ความรู้สึกในใจของเราชัดเจนขึ้น เราแน่ใจแล้วว่าเรารักแทฮยอนไม่ว่าแทฮยอนจะเป็นยังไงก็ตามเราก็รักแทฮยอน เราไม่รังเกียจเลยที่แทฮยอนเป็นแบบนี้  ความรักน่ะมันเกิดขึ้นได้ในทุกที่ เกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อเรารักใครแล้วเราจะมองข้ามทุกอย่างที่เขาเป็นต่อให้เขาจะเลวร้ายยังไงก็ไม่สนหรอก ขอเพียงได้รักแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว” ยิ่งได้ฟังมินโฮพูดยิ่งทำให้แทฮยอนอยากร้องไห้ มินโฮไม่รักเกียจเขาจริงๆใช่มั้ยทั้งหมดที่มินโฮพูดมันเป็นความจริงใช่หรือเปล่า

“แทฮยอนล่ะรู้สึกกับเรายังไง” คนตัวเล็กหลับตาลงก่อนจะเปิดเปลือกตาออกช้าๆ มือเล็กจับมือข้างที่ว่างของมินโฮให้แผ่ออกนิ้วเรียวบรรจงเขียนคำๆหนึ่งลงบนฝ่ามือนั้น

คำว่า รัก

เพราะนัมแทฮยอนเองก็รู้สึกไม่ต่างจากซงมินโฮ

อาการหัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้มินโฮ ชอบรู้สึกเขินอายทุกครั้งที่มินโฮมองตาและเป็นอันต้องหันสายตาไปทางอื่นทุกที รู้สึกดีทุกครั้งที่มินโฮจับมืออยู่ข้างๆแล้วเดินไปด้วยกัน แค่นั้นก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเขารักคนตัวสูงคนนี้

ไม่ต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว ความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นนัมแทฮยอนไม่ต้องปิดบังซงมินโฮอีกแล้ว กำแพงที่สร้างขึ้นถูกมินโฮทำลายมันให้พังอีกครั้งและแทฮยอนก็คงจะไม่สร้างมันขึ้นมาอีกแล้วเหมือนกัน ร่างเล็กถูกรวบเข้าไปกอดอีกครั้ง ใบหน้าหวานซบลงกับแผ่นอกแข็งแรง รอยยิ้มน้อยๆระบายอยู่บนใบหน้าของคนทั้งคู่ ไม่มีอีกแล้วหยดน้ำตาของความเจ็บปวดจากนี้ไปจะมีแต่รอยยิ้มของความรักและความเข้าใจเข้ามาแทนที่

ในวันนี้แม้จะมีเรื่องราวที่ทำให้เจ็บปวดแต่ก็จบลงด้วยความรู้สึกดีๆและความเข้าใจของคนทั้งคู่ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาคนสองคนก้าวเดินไปพร้อมกันภายใต้ร่มเพียงหนึ่งคันพร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นที่เกิดขึ้นในหัวใจ

 

 
 

No relationship is all sunshine,

but two people can share one umbrella

and survive the storm together

 

เมื่อความรัก...

ไม่ได้มีแค่วันที่ฟ้าสดใสคนสองคนก็สามารถกางร่มคันเดียวกัน

และผ่านพ้นพายุฝนไปด้วยกันได้

 

 

 


 

Happy ending

 

 

 
 

 


 

#sfnamsong 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

114 ความคิดเห็น

  1. #103 แม่ยกมาเอง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 00:20
    น้ำตาซึมเลยค่ะ ชอบมากกกก อบอุ่นหัวใจจริงๆ

    ขอบคุณมากนะคะไรท์><
    #103
    0
  2. #102 maohed (@maohed) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 19:10
    ชอบอ่า ความรักมันไม่มีอะไรที่แปลกหรือผิดสักนิด แค่เรารักกันแค่นั้นก็พอแล้ว อ่านเรื่องแล้วรู้สึกอิ่ม มีความสุขกับทั้งคู่ อยู่ข้างกันแบบนี้ไปเรื่อยๆนะ
    #102
    0
  3. #89 Beeraom (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 00:36
    ขอบคุณมากค่ะขอบคุณจริงๆที่แต่งเรื่องนี้ให้อ่านเราชอบมากกกกกกมันครบหมดเลย
    #89
    0
  4. #88 bam (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 19:56
    ไรท์รีบมาต่อเลยยยยย อยากอ่านแล้วค่าาาาา

    เรามีความรู้สึกเหมือนรัมจะเป็นโรคหัวใจหรอ? หรือคิดไปเองอ่ะ ไม่งั้นถ้าทั้งๆที่รักกันแล้วทำไมตองจากกันด้วยอ่าา

    หรือนัมจะไปไหน คำว่าครั้งาดท้ายมันเจ็บปวดมาก มาต่อไวๆนะคะ
    #88
    0
  5. #87 CK Wincle (@kavaleearworn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 08:54
    อยากอ่าน...........
    รีบมาลงนะไรต์!!! :)))))))))
    #87
    0