nct​ -​ b​ad​ fiance​ |​ noren,markmin​ #คู่หมั้น​nr

ตอนที่ 23 : 22 ; without you it's hard to survive - 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,566
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 681 ครั้ง
    29 มี.ค. 62


22
without you it's hard to survive




"เจโน่!" เสียงหวานดังขึ้นอย่างตกใจท่ามกลางคนทั้งโต๊ะที่หยุดนิ่งรวมไปถึงเจ้าของชื่อที่กำลังอ้าปากเพื่อส่งอาหารเข้าไปด้วย เจโน่วางช้อนลง หันมองใบหน้าหวานของคนข้างกายที่ทำหน้าตกใจแล้วก็ขมวดคิ้วเป็นปม

"เมื่อกี้ตักจานไหนไปนะ" 

"จานนี้ไง" คนตัวสูงเอ่ยตอบพลางชี้ไปที่อาหารจานหนึ่งบนโต๊ะก่อนจะเห็นว่าใบหน้าของคนตัวเล็กบูดบึ้งลงอย่างเห็นได้ชัดโดยที่เจโน่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองทำอะไรผิด

"ไม่เห็นหรือไงว่ามันมีกระเทียมอะ" เจโน่ว่าเขาพอรู้แล้วแหละว่าโดนโกรธเรื่องอะไร "ถ้าเกิดโน่กินเข้าไปจะทำยังไง ดูแลตัวเองบ้างสิ" 

"ครับผม" ตอบรับพลางยิ้มกว้างใส่คนที่บ่นเเง้วๆจนอีกคนต้องเผลอยิ้มออกมา เหรินจวิ้นน่ะน่ารักเสมอเลย ที่เจ้าตัวดุก็เพราะว่ากลัวเขาจะเผลอกินกระเทียมอาหารที่แพ้แสนแพ้เข้าไปแล้วจะเกิดอันตราย -​- ใส่ใจกันยิ่งกว่าตัวเขาเองเสียอีก น่ารัก

"เดี๋ยวก็เป็นภาระคนอื่นอีก-- โอ๊ย แจม​ตีมาร์คทำไม" เสียงพูดเสียดสีและเสียงอะไรบางอย่างกระทบเนื้อที่ดังอยู่ทางฝั่งตรงข้ามทำให้เหรินจวิ้นและเจโน่ต้องหันไปมอง ภาพมินฮยองที่ลูบแขนตัวเองป้อยๆโดยมีแจมินนั่งถลึงตาใส่อยู่ทำให้เหรินจวิ้นหลุดหัวเราะออกมาเบาๆโดยที่เจโน่ทำเพียงแค่เเสดงสีหน้าเอือมระอาใส่ไอ้คู่อริตลอดกาลของเขาไปเท่านั้น 

ขนาดเขาดีกับเหรินจวิ้นและเพื่อนคนอื่นของคนตัวเล็กมาเป็นเดือนแล้วไอ้ลูกครึ่งนี่ยังหาเรื่องกัดกันทุกวัน -​- สงสัยชาตินี้จะญาติดีกันไม่ได้จริงๆแล้วมั้ง 

"กัดเก่งเนอะ เดี๋ยวจะให้ไปนั่งกัดกับไอ้ด่างที่บ้านทั้งคืนเลยเอามั้ย" 

"โธ่แจมอะ" มินฮยองเอ่ยเสียงแผ่ว หันไปคาดโทษใส่ตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาโดนเเจมินดุอย่างไอ้มารหัวใจตลอดกาลที่นั่งอยู่ข้างเหรินจวิ้นด้วยดวงตาที่ราวกับมีไฟลุกโชน เจโน่ยกยิ้มก่อนจะยักคิ้วคู่สวยใส่ประธานนักเรียนอย่างเหนือกว่า ราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านดวงตาของทั้งคู่ที่ฟาดฟันกันอย่างไม่หยุดหย่อนโดยมีคนตัวเล็กทั้งสองและดงฮยอกกับเฉินเล่อที่นั่งเงียบไม่มีบทสนทนามาตั้งแต่เเรกเพราะสร้างโลกกันอยู่สองคนนั่งมองอย่างเคยชิน

เหรินจวิ้นกับแจมินหันมาสบตาอย่างรู้กันก่อนจะยิ้มออกมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย -​- ตีกันทุกวันแบบนี้แต่พอเอาเข้าจริงๆก็ไม่มีหรอกเรื่อง เหมือนเด็กอนุบาลตีกันมากกว่า

แต่ก็น่ารักดี



--



"ทำอะไรอยู่" เสียงทุ้มเอ่ยถามก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบริเวณพื้นที่ว่างปลายเตียงกว้างข้างๆกับคนหน้าหวานที่นั่งยิ้มอยู่คนเดียว เหรินจวิ้นหันมองก่อนจะยื่นสมาร์ทโฟนเครื่องบางในมือมาให้ดูซึ่งสิ่งที่อยู่ในนั้นก็ทำเอาเจโน่ยิ้มตามได้ไม่ยาก -​- รูปคู่ของเราสองคนที่ถ่ายด้วยกันตอนไปเที่ยว
"น่ารักมั้ยๆ" 

"น่ารักมาก" เอ่ยตอบออกไปตามความจริงจนเจ้าตัวยิ้มแก้มปริ เหรินจวิ้นรับโทรศัพท์คืนไปก่อนจะก้มหน้าก้มตากดอะไรยุกยิกในนั้นอยู่พักใหญ่โดยที่เจโน่ทำเพียงนั่งมองลูกกวางน้อยเงียบๆพร้อมรอยยิ้ม -​- ปฏิเสธไม่ได้ว่าการนั่งมองหรินจวิ้นมันเพลินยิ่งกว่าตอนเล่นเกมส์กับเพื่อนเสียอีก

"นี่ โน่จะมาจ้องเราทำไม" คนรู้ตัวว่าโดนจ้องเอ่ยถามออกมาก่อนจะกดปิดหน้าจอมือถือลงแล้ววางมันไว้ที่โต๊ะไม้ปลายเตียง เหรินจวิ้นหน้ามุ่ยเมื่อหันมาก็เห็นเจโน่ยังคงนั่งส่งยิ้มมาให้โดยไม่พูดอะไรสักคำ สุดท้ายจึงเลือกที่จะลุกจากปลายเตียงแล้วเดินอ้อมไปนอนเล่นบนเตียงทางฝั่งของตัวเองแทนเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มแดงลามไปถึงหู เจโน่หัวเราะก่อนจะตามขึ้นเตียงไปนอนลงข้างๆกัน

"ทำไมชอบหนี" 

"เราไม่ได้หนีสักหน่อย" ขัดออกมาทันทีอย่างไม่ยอมจนเจโน่หมั่นเขี้ยว แขนหนาจัดการรวบร่างบางข้างกายเข้ามาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะกดจมูกโด่งคมสันลงบนแก้มนุ่มทั้งสองข้างที่ขึ้นสีแดงระเรื่อสลับกันไปมาราวกับกลัวว่ามันจะน้อยใจกัน สูดดมความหอมของกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆเขาไปเสียฟอดใหญ่โดยที่เจ้าเหยื่อตัวน้อยได้แต่ดิ้นขลุกขลักอย่างสู้ไม่ได้

"เจโน่พอแล้ว ฮ่าๆ เราจักจี้" ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เจ้าเสือในคราบลูกแมวยิ่งแกล้งคนตัวเล็กให้ดิ้นพล่านมากขึ้นไปอีก จากที่อยู่แค่แก้มก็เริ่มลามไปส่วนอื่นๆที่มีกลิ้นเเป้งเด็กเจืออยู่ไม่ต่างกัน ตั้งแต่ต้นแขน ไหปลาร้า ซอกคอ หรือแม้แต่หน้าท้องแบนราบที่ถูกคนมือไวเลิกเสื้อยืดสีขาวขึ้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เหรินจวิ้นดิ้นขลุกขลักก่อนมือเรียวจะฟาดไปที่ไหล่หนาอย่างแรงจนเจโน่ต้องหยุด

"ขี้แกล้ง" ว่าออกมาแบบนั้นพลางดึงเสื้อที่ร่นขึ้นไปถึงหน้าอกลงมาปกปิดหน้าท้องขาวเนียนไว้ด้วยความอาย ก่อนจะผลักคนตัวโตกว่าให้ออกไปห่างๆกันแต่แรงเพียงแค่นั้นก็ไม่สามารถทำให้อีกคนขยับเขยื้อนได้ เหรินจวิ้นหน้ายู่อีกครั้งจนเจโน่หัวเราะออกมาอย่างสนุก สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้สายตาพิฆาตนั่นและยอมถอยออกไปเองจนได้

"นิสัยไม่ดีเลย" 

"แล้วรักมั้ยล่ะ" 

"อื้อ รัก" คราวนี้คนถามถึงกับนิ่งไป แม้จะได้ยินคำว่ารักจากอีกคนมานับครั้งไม่ถ้วนแต่มันก็ไม่ชิน เจโน่ยิ้มเก้อก่อนจะยกมือขึ้นเกาท้ายทอยอย่างขัดเขิน เป็นเหรินจวิ้นที่หัวเราะออกมาบ้างจนเจโน่ชี้หน้าคาดโทษ

"ตัวแสบ" 

"แสบเเล้วรักมั้ยล่ะ" 

"รักสิ" พอโดนเอาคืนบ้างคนตัวเล็กก็เริ่มเฉไฉ ทำท่าปิดปากหาววอดอย่างง่วงงุนก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มแล้วหลับตาลงหนีสถานการณ์ตรงหน้า เจโน่มองตามแล้วก็ส่ายหน้าออกมากับความไม่เนียนนั้น เท้าเปลือยทั้งสองข้างถูกวางลงบนพื้นห้องพลางเคลื่อนกายเดินไปตบสวิตซ์ไฟที่ผนังเพื่อปิดมันลงก่อนที่แสงสว่างจากหลอดไฟอิเล็กรทอนิกส์จะเลือนหายไปทิ้งไว้เพียงเเสงสลัวจากดวงจันทร์และเเสงไฟยามค่ำคืนของเมืองหลวงที่ลอดผ่านกระจกใสบานใหญ่ของห้องนอนเข้ามาเท่านั้น

เจโน่หมุนตัวกลับ ทอดมองร่างน้อยของคู่หมั้นที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงด้วยรอยยิ้มแล้วเดินกลับไปทรุดตัวลงนอนข้างกัน รู้ดีว่าอีกคนยังไม่หลับแต่ก็ไม่อยากจะกวนอะไร มือหนาถูกยื่นไปจับมือเล็กของคนที่นอนอยู่ขึ้นมากุมไว้แล้ววางมันลงกลางเตียง สัมผัสอบอุ่นที่ฝ่ามือทำให้เหรินจวิ้นลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความมืด ออกแรงกระตุกน้อยๆแต่เจโน่ก็ออกเเรงดึงรั้งมันเอาไว้

"แค่นอนจับมือกันก็ได้" 

"อื้อ" เสียงหวานครางอื้ออึงเป็นการตอบรับ เจโน่ระบายยิ้มอ่อนก่อนจะหลับตาลงเพื่อรอเข้าสู่ห้วงนิทรา เหรินจวิ้นเหลือบมองมือที่ประสานกันแน่นแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เลื่อนสายตาไปมองกรอบหน้าคมที่พอเห็นสลัวๆจากแสงภายนอกแล้วก็หลับตาลงอีกครั้ง

ฝันดีนะเจโน่ -​- ขอให้ทุกวันต่อจากนี้เป็นวันที่ดีสำหรับเราสองคนนะ

--

renjun_huang

ถูกใจโดย jjaemin และคนอื่นๆอีก 214 คน
renjun_huang one step closer
ดูความคิดเห็นทั้ง 14 รายการ
jjaemin จ้าาาา
marklee เหรินจวิ้นลงรูปเดี่ยวเถอะนะ
d_onghyuk แวะมาแซวจ้าาาา
zz.chenle พี่เหรินจวิ้นกับพี่เจโน่น่ารักมากฮือ


--

25%



     เรื่องราวในทุกๆวันดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น ความสุขที่โหยหามานานถูกเติมเต็มซึ่งกันและกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทุกอย่างกำลังจะไปด้วยดี -​- เจโน่คิดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

     

     "ยิ้มอะไรไอ้ตัวดี" เสียงหวานที่ขับกล่อมเขามาตั้งแต่เด็กดังขึ้นฝ่าความเงียบที่โรยตัวอยู่โดยรอบ เจโน่หันมองก่อนจะส่งยิ้มให้กับมารดาที่เดินมานั่งลงบนโซฟาที่อยู่​ข้างกันจนซอนมีแปลกใจ "แกแปลกไปแล้วเจโน่"


     ถึงมารดาจะเอ่ยออกมาแบบนั้นแต่เจโน่ก็ยังคงยิ้ม ยิ้มกว้างที่ไม่ปรุงแต่งของลูกชายแบบที่ซอนมีไม่ได้เห็นมานานแสนนานตั้งแต่ที่สามีตายไปทำให้หัวใจรู้สึกเหมือนมีน้ำมาหล่อเลี้ยง ดวงตาเรียวรีจับจ้องมองดูปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มที่ลุกจากโซฟาตัวเดิมแล้วก้าวเดินเข้ามาหาเธออย่างอยากรู้ และสุดท้ายลูกชายที่ยังเด็กเสมอในสายตาของคนเป็นแม่ก็ทรุดตัวลงนั่งข้างเธอบนโซฟาตัวเดียวกัน -​- ก่อนที่สองแขนนั้นจะโอบกอดเธอเอาไว้เหมือนกับที่เธอเคยตระกรองกอดเจ้าตัวตอนเด็กๆ


     "ผมรักแม่นะครับ" น้ำตาเม็ดเล็กไหลริน นานเท่าไหร่แล้วที่เจโน่ไม่ได้บอกรักเธอแบบนี้ ไม่สิ ที่เราสองแม่ลูกไม่ได้นั่งกอดกันแบบนี้ อาจจะห้าปีหรือสิบปี -​- แต่มันคิดถึงเหลือเกิน


     "อย่าขี้แยสิครับคุณนาย" เสียงทะเล้นของลูกชายไม่ได้ทำให้เธอหยุดร้อง กลับกันมันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆจนคนเป็นลูกได้แต่กอดเอาไว้แบบนั้น เจโน่คนเดิมที่แสนสดใส ลูกชายของเธอที่หายไปตั้งแต่พ่อของเจ้าตัวเสียไป -​- แต่จะโทษใครได้ มันเป็นเพราะเธอเองที่ไม่ให้ความอบอุ่นกับลูกมากพอทุกอย่างเลยลงเอยแบบนั้น


     "แม่ก็รักลูก ขอโทษสำหรับทุกอย่างนะเจโน่ แต่ที่แม่ทำไปเพราะรักลูกจริงๆ"


     "ผมเข้าใจ ผมรู้ว่าแม่รักผม ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะครับ ขอโทษที่ดื้อ ขอโทษที่ไม่ฟัง แล้วก็ขอบคุณแม่มากๆสำหรับทุกสิ่งที่แม่ทำให้ผม ต่อจากนี้เรามาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมายาวเหยียดจนคนเป็นแม่น้ำตานอง ซอนมีมองหน้าลูกชายสุดที่รักอีกครั้งก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา ส่วนเจโน่ก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้ามารดาเบาๆ



     "คุณน้าซอนมีรักโน่มากเลยนะ เราอยากให้โน่ลองคุยกับท่านดีๆ"

     ....

     "ลองบอกรักท่านดูสิ บอกไปเลยว่าโน่รักท่านมากแค่ไหน เชื่อเราสิว่าทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้น"

     ....

     "ไม่มีใครรู้หรอกนะโน่ว่าท่านจะอยู่กับเราได้อีกนานแค่ไหน ลดทิฐิลงบ้าง เปิดหัวใจ แล้วโน่จะมีความสุขแบบที่หาจากที่ไหนไม่ได้เลยล่ะ"



     ขอบคุณเหรินจวิ้นที่ทำให้เขากล้าทำทุกอย่างแบบนี้ -​- ขอบคุณจริงๆ



--



     "นี่ลีเจโน่ ห้องตัวเองไม่มีอยู่หรือไง" แจมินเอ่ยถาม เหลือบมองคนตัวสูงที่นั่งเอามือเท้าคางพลางจ้องหน้าเพื่อนเขาตอนทำการบ้านไม่ห่างแล้วก็นึกหมั่นไส้ เหรินจวิ้นก็หูแดงซะขนาดนั้นยังไม่หยุดอีก อีกนิดเพื่อนเขาคงระเบิดตัวไปแล้ว


     "ห้องมี แต่ที่ห้องไม่มีเหรินจวิ้น"


     "จะอ้วกโว้ย" และเพียงแค่ประโยคนั้นก็ทำเอามาร์คที่เพิ่งเดินเข้ามาหลังจากไปซื้อน้ำที่โรงอาหารถึงกับส่งเสียงเหมือนจะอาเจียนจริงๆออกมา เจโน่หันมองคู่อริแล้วก็กลอกตาขึ้นด้านบนพลางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย -- ไอ้นี่มันจะอะไรกับเขานักหนา


     "บอกไอ้คนนั้นด้วยสิ ที่เป็นประธานนักเรียนอะ ห้องเอก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้นะ" เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับเพื่อนสนิทของคู่หมั้นตัวเล็ก ก่อนที่นาแจมินจะพยักหน้าเห็นด้วยแล้วหันขวับไปหาไอ้ลูกครึ่งแคนาดาที่ตอนนี้ทำสีหน้าตลกสุดขีด


     "กลับห้องไปได้แล้ว"


     "แจมมมมม"


     เห็นแบบนั้นเจโน่ก็หัวเราะออกมาอย่างไม่ปิดบัง และก็หนีไม่พ้นสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของลีมินฮยองที่ส่งมาให้เช่นเคย -- แต่ใครแคร์กันล่ะ


     "เจโน่ก็กลับไปได้แล้ว"


     "อ้าว" ทีนี้เป็นตาของเขาบ้างที่ต้องส่งสายตาเชือดเฉือนไปให้กับประธานนักเรียนที่นั่งหัวเราะกุมท้องอยู่ตรงนั้น เจโน่หันมองหน้าคนตัวเล็กพลางส่งสายตาอ้อนๆที่อีกคนมักจะแพ้ทางแต่เหรินจวิ้นก็ไม่หลงกล คนตัวเล็กส่ายหน้าปฏิเสธกันอย่างทันท่วงที


     "จะเข้าเรียนแล้วโน่กลับห้องได้แล้ว"


     "แต่ว่า.."


     "ไม่มีแต่อย่าทำตัวเป็นเด็กเกเรสิ ไม่น่ารักนะ"


     และเพียงแค่นั้นเขาก็ต้องยอมแพ้ สุดท้ายจึงจำใจเอ่ยลาอีกคนเพื่อกลับห้องเรียนของตัวเองที่อยู่ข้างกัน -- ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขากลัวกับคำว่าไม่น่ารักของเหรินจวิ้น อาจเป็นเพราะว่าลีเจโน่ทำผิดไว้มากมายเหลือเกินเลยกลัวว่าอีกคนจะหมดรักกันในวันที่เขารักคนตัวเล็กมากมายขนาดนี้ ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงทนไม่ได้แน่ๆ



--



    ซ่า


     ชุดนักเรียนเปียกชุ่มจากของเหลวสีใสที่ถูกเทลงมา นายอนเงยหน้าขึ้นหาต้นเหตุของความหนาวเหน็บนี้แล้วก็ได้พบกับผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ยืนหัวเราะเยาะเธออยู่อย่างสะใจบนชั้นสองของตึกเรียน และหนึ่งในนั้นก็คือลามิ หญิงสาวหลับตาลง ข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ในใจ พอเธอหมดประโยชน์ยัยนั่นก็ถีบหัวส่งราวกับเป็นเศษขยะ -- น่าตลกสิ้นดี


     "ขอโทษนะจ๊ะนายอน พอดีว่าจะเทน้ำทิ้งแล้วไม่เห็นน่ะ เธอนี่เดินไม่ดูเลยนะ เดินเข้ามาตอนเรากำลังเทน้ำซะได้" ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาช่างเสเเสร้งสิ้นดี ริมฝีปากสีสดที่คลี่ยิ้มเหยียดนั่นเป็นตัวยืนยันได้ดี นายอนกำมือแน่น หากเป็นเวลาปกติเธอคงเดินขึ้นไปตบคนพวกนั้นเพื่อเอาคืนอย่างไม่รีรอ แต่ตอนนี้เธอไม่มีอะไรเลย -- เธอจะวู่วามไม่ได้


     "นายอน.." เสียงเล็กที่ดังมาจากด้านหลังทำให้หญิงสาวต้องหันไปมอง ก่อนที่ใบหน้าของคนที่เธอเกลียดเข้ากระดูกดำจะปรากฏเเก่สายตา แววตามุ่งร้ายถูกส่งไปให้เหรินจวิ้นทันทีที่เห็นแต่คนตัวเล็กก็พยายามทำเป็นไม่สนใจมันไปก่อน "ไปเปลี่ยนชุดก่อนมั้ย"


     "ยุ่ง" เหรินจวิ้นยิ้มแหย รู้ว่านายอนเกลียดตัวเองมากแค่ไหนแต่ตอนนี้ผู้หญิงคนนี้กำลังลำบาก เขาก็ไม่ได้ชอบเธอสักเท่าไหร่เพราะสิ่งที่ผ่านมานายอนก็ทำไว้เจ็บแสบพอสมควร แต่จะให้เขาทนนิ่งดูดายตอนเห็นคนอื่นกำลังเป็นทุกข์เหรินจวิ้นก็ทำไม่ได้


     "ไปเปลี่ยนเสื้อก่อนเถอะเดี๋ยวเธอจะไม่สบายเอา" ความหวังดีถูกส่งออกไปอีกครั้งแต่คนฟังกลับไม่แยแส หญิงสาวแสยะยิ้มก่อนจะออกแรงผลักร่างเล็กของคนที่ทำเป็นหวังดีด้วยแรงทั้งหมดจนเหรินจวิ้นล้มลงไปกองกับพื้นคอนกรีต


     "โอ๊ย" เสียงหวานร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ยกฝ่ามือที่ใช้ยันพื้นเอาไว้เมื่อครู่ขึ้นมาดูก่อนจะพบกับเลือดสีแดงที่ไหลออกมาจากบาดแผลถลอกที่ขูดไปกับพื้น แม้ว่ามันจะไม่มากแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเจ็บ


     "สำออย"


     "เหรินจวิ้น" และเสียงทุ้มต่ำแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้น ร่างของอดีตแฟนหนุ่มที่รีบถลาตัวเข้าไปพยุงคนล้มขึ้นมาทำให้นายอนแอบกัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดซิบด้วยความริษยา แววตาของเจโน่จ้องมองมาที่เธอด้วยความว่างเปล่า แสดงให้เห็นชัดเจนว่าหมดสิ้นแล้วซึ่งเยื่อใยที่มีต่อกัน -- และภาพของเจโน่ที่พยุงเหรินจวิ้นห่างออกไปโดยไม่สนใจเธออีกก็ทำให้ไฟเเค้นยิ่งสุมอก


     "ว้าย นางร้ายโดนทิ้งอะแก" ถ้อยคำเยาะเย้ยถากถางจากคนกลุ่มเดิมดังขึ้นด้านหลัง นายอนไม่ได้หันไปมองแต่กลับจดจำทุกความเจ็บแสบเอาไว้ มองตามแผ่นหลังของคนทั้งสองที่เดินห่างออกไปด้วยแววตาน่ากลัว


     "ฉันจะทำให้พวกแกเจ็บกว่าฉันเป็นร้อยๆเท่า"


     เธอจะไม่มีวันยอมเป็นคนแพ้ -- ไม่มีวัน



50%



     คนตัวเล็กหลุบตาลงต่ำ ก้มลงมองปลายเท้าที่สวมถุงเท้าสีขาวเอาไว้เพื่อหลบสายตาคู่คมที่กำลังจ้องมองมา รู้สึกเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวทั้งๆที่อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศในห้องพยาบาลก็เป็นอุณหภูมิที่ปกติดี ฟันซี่เล็กงับลงบนริมฝีปากสีเชอร์รี่เบาๆอย่างประหม่าก่อนที่จะสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเสียงทุ้มต่ำของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามดังขึ้นมาทำลายความเงียบ


     "เงยหน้า" เเถมยังเสียงดุซะด้วย -- ทำไมตอนนี้เจโน่ถึงได้น่ากลัวขนาดนี้นะ


     "เจโน่.."


     "ไม่ต้องมาทำเสียงอ่อยเลย รู้ใช่มั้ยว่าตัวเองทำผิด" เจโน่เอ่ยเสียงเข้ม จ้องมองคนที่พยักหงึกหงักอย่างรับรู้ความผิดของตัวเองด้วยสายตาดุๆ ก่อนที่จะเสียอาการไปเล็กน้อยเมื่อดวงหน้าหวานช้อนขึ้นมองกันพลางกระพริบตาปริบๆอย่างออดอ้อน -- แต่คราวนี้เขาไม่ยอมง่ายๆหรอกนะ


     "ก็เราเห็นนายอนโดนแกล้งนี่"


     "แล้วมันคุ้มมั้ยที่ได้แผลกลับมา"


     "ก็--"


     "หยุดเลย" เพียงประโยคเดียวที่เอื้อนเอ่ยก็ทำให้คนที่กำลังจะอ้าปากเถียงกลืนคำพูดลงคออย่างง่ายดาย ใบหน้าหวานยู่ออกมาอย่างขัดใจในขณะที่ริมฝีปากบางก็เบะออกน้อยๆยามโดนดุ แต่ก็ใช้ไม่ได้ผลกับคนตัวสูงอยู่ดี "ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นด้วย"


     "เจโน่ก็เลิกดุเราสิ"


     "ก็เลิกดื้อสิเหรินจวิ้น รู้มั้ยว่าเป็นห่วง" อุณหภูมิรอบกายถูกปรับเปลี่ยนอีกครั้ง กลับกลายเป็นว่ามันร้อนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด -- และไม่ต้องเดาเหรินจวิ้นก็รู้ว่าตอนนี้ใบหน้าของตัวเองต้องแดงแข่งกับยาเบตาดีนที่เจโน่เพิ่งใช้ทาแผลให้เขาไปเมื่อครู่แน่ๆ "นายอนน่ะอันตรายจะตาย เคยเจอมากับตัวแล้วไม่ใช่หรือไง แล้วยังจะไปยุ่งกับเขาอีก"


     "แต่ตอนนี้นายอนน่าสงสารมากเลยนะเจโน่ ทุกคนรอบตัวใจร้ายกับนายอนหมดเลย จะให้เรานิ่งเฉยมองดูนายอนโดนแกล้งทั้งๆที่เราก็มีส่วนทำให้เธอเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้หรอ" เหรินจวิ้นเอ่ยออกมายาวเหยียดตามความคิดของตัวเองซึ่งประโยคเหล่านั้นก็ทำให้เจโน่ดึงเอาตัวคนที่รู้สึกผิดในสิ่งที่ไม่ใช่ความผิดของตัวเองเข้ามากอดไว้แนบอก -- เห็นแววตาแบบนั้นของอีกคนแล้วเขารู้สึกไม่ดีเอาซะเลย


     "เลิกคิดแบบนี้ได้แล้ว มันไม่ใช่ความผิดของจวิ้นสักหน่อย ถ้าจะผิดก็ผิดที่นายอนเองที่เลือกจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้น" เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยในขณะที่มือหนาก็จัดการลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของคนที่ซุกตัวเข้ามาความอบอุ่นจากอ้อมอกของเขาไปด้วย "และผิดที่โน่เองที่ทำให้เรื่องทุกอย่างมันเลวร้ายแบบนี้"


     "เจโน่ก็อย่าโทษตัวเองสิ" เสียงหวานอู้อี้ เอ่ยขัดขึ้นมาจนคนฟังยกยิ้ม ก้มลงสูดดมความหอมกลิ่นแชมพูจากกลุ่มผมสีดำสนิทจนเต็มปอดก่อนจะโอบกอดอีกคนเอาไว้แน่นกว่าเดิม -- มีความสุขเหลือเกิน


     "อยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้จัง" และปากเขามันก็พูดออกมาตามที่คิด -- เพราะไม่รู้ว่าเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ที้จะมีโอกาสได้พูดมัน


     "อะแฮ่ม" เสียงกระแอมไอที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนผละกอดออกจากกัน เป็นจองอูที่ยืนพิงประตูกระจกของห้องพยาบาลอยู่ด้วยรอยยิ้มที่ดูยังไงก็คือการแซวแน่ๆมาให้ -- และนั่นมันทำให้เจโน่นึกหงุดหงิดไอ้เพื่อนคนนี้ขึ้นมา


     "โทษทีที่ขัดจังหวะ จะมาเอายาให้ครู" อะไรมันจะขัดได้ทุกรอบขนาดนี้วะแม่ง -- เจโน่อยากจะบ้า



--



     "สรุปคือยัยนั่นอีกแล้วหรอ"


     "แจมใจเย็นๆ" คนตัวเล็กเอ่ยเสียงแผ่ว ลูบแขนให้เพื่อนสนิทที่กำลังหัวร้อนยิ่งกว่ากาน้ำร้อนตอนเดือดให้ใจเย็นลง -- แจมินดูโกรธมากจริงๆและดงฮยอกกับมินฮยองก็นิ่งไปเลยหลังจากที่เล่าเหตุการณ์จนจบ จะมีก็เพียงน้องเฉินเล่อที่นั่งส่งยิ้มมาให้นั่นเเหละ


     ส่วนเจโน่น่ะหรอ -- รายนั้นนั่งกอดอกมองนิ่งแบบไม่คิดจะช่วยอะไรกันเลย ให้ตายเถอะ


     "บอกกี่รอบแล้วว่าอย่าใจอ่อน" 


     "แจมอ่า ก็เราสงสาร"


     "เพราะสงสารนี่แหละเลยโดนทำร้ายตลอด ถึงพวกเราจะคอยดูแลขนาดไหนแต่ก็ไม่มีใครอยู่ปกป้องจวิ้นได้ตลอดหรอกนะ ครั้งนี้ผิดรู้ใช่มั้ย" เป็นมินฮยองที่นั่งฟังเงียบๆมานานพูดขึ้นมาบ้าง เหรินจวิ้นพยักหน้ายอมรับทุกความผิดอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง -- เพื่อนๆเตือนแล้วจริงๆนี่แต่เขาไม่ฟังเอง


     "คราวหลังอย่าทำอีกรู้มั้ย ถ้าจวิ้นเป็นอะไรอีกแฮชไม่เอายัยนั่นไว้แล้วนะ"


     "ครับผม จะไม่ทำแล้ว หายโกรธกันนะ" และสุดท้ายทุกคนก็ต้องพ่ายเเพ้ให้กับลูกอ้อนของเพื่อนตัวน้อยจนได้ -- ใครทนความน่ารักของเหรินจวิ้นได้ก็เกินคนแล้ว


     "เปลี่ยนเรื่องกันเถอะครับเนาะ" น้องเล็กสุดของวงสนทนาเอ่ยขึ้นมาบ้างเพื่อหวังจะดึงทุกคนออกจากประเด็นตรึงเครียดและถือว่าเฉินเล่อทำสำเร็จเพราะทุกคนดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด -- โดยเฉพาะจำเลยอย่างเหรินจวิ้น


     "สรุปวันนี้ใครไปดูหนังบ้างเนี่ย" ดงฮยอกเอ่ยถามถึงเรื่องที่เคยพูดๆไว้แล้วเมื่อวาน หนังใหม่ที่แฟนตัวเล็กอยากดูเพิ่งเข้าโรงและเขาก็คิดว่าจะพาไปดูกันสองต่อสองแต่เจ้าตัวดันงอแงอยากชวนพวกพี่ๆไปด้วย -- สุดท้ายเขาก็ต้องตามใจ


     "ไปด้วย อยากดูๆ"


     "แจมไปมาร์คไป" คนผิวแทนพยักหน้ารับก่อนจะเบนสายตาไปหาอีกสองคนที่เหลือเพื่อเฝ้ารอคำตอบ เหรินจวิ้นพยักหน้าตอบรับทันทีก่อนจะนึกได้ว่ายังไม่ได้ถามเจโน่เลยหันไปมองคนตัวสูงที่นั่งอยู่ใกล้ๆกัน -- ก่อนจะพบกับรอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาให้


     "ไปสิ" และก็ต้องยิ้มตามออกมาอย่างห้ามไม่ได้เมื่ออีกคนไม่เอ่ยปฏิเสธ



--



     เท้าสองคู่ต่างขนาดเดินเคียงข้างกันไปบนถนนคอนกรีตของโรงเรียนตลอดระยะทางที่ใช้ จากที่ตอนแรกแค่เดินคู่กันกลับกลายเป็นว่ามือหนาเอื้อมมากอบกุมข้อมือเล็กของคนที่เดินข้างๆไปจับเอาไว้ ใจจริงอยากจะกุมมือกันไปแต่ติดที่ว่าแผลบนฝ่ามือของเหรินจวิ้นยังคงสร้างความเจ็บปวดให้กับอีกคนได้อยู่ -- และเจโน่ก็เดินต่อไปแบบไม่รู้ไม่ชี้ทิ้งให้คนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวหน้าแดงซ่านอยู่คนเดียว


     ความอบอุ่นของคู่หมั้นตัวสูงที่ถ่ายทอดออกมาทำให้เหรินจวิ้นรู้สึกดีอย่างห้ามไม่ได้ ท่ามกลางความอิจฉาของใครหลายๆคนที่มองเห็น -- แต่ลีเจโน่ก็ไม่ได้สนใจมัน


     ภาพโรงจอดรถของโรงเรียนที่มีทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลายคันจอดอยู่ทำให้ขายาวไม่รอช้าที่จะก้าวเดินเข้าไปเพื่อหารถของตัวเองเรื่อยๆจนรถคันสีแดงเพลิงปรากฎแก่สายตา แต่ที่น่าแปลกก็คือผู้ชายคนหนึ่งที่ทำท่าทางลับๆล่อๆอยู่ใกล้ๆกับรถของเขา -- แถมยังเป็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาดีเสียด้วย


     "ไอ้เซจุน" คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือก ถอยห่างออกมาจากรถยนต์ตรงหน้าอย่างอัตโนมัติจนเจโน่คิ้วกระตุก คนตัวสูงส่งสายตาเอาเรื่องไปให้แต่อิมเซจุนก็ทำเพียงส่งยิ้มที่ดูยังไงก็รู้ว่าตั้งใจกวนประสาทกันกลับมา "มึงทำอะไร"


     "ทำอะไรล่ะ ก็แค่เดินผ่าน โรงจอดรถเป็นของพ่อมึงหรือไงถึงเดินไม่ได้"


     "มึง.." กายหนาหวังพุ่งไปปล่อยหมัดใส่คนพูดจาไม่เข้าท่าด้วยอารมณ์ที่เดือดดาลแต่ก็ติดมือเล็กที่ดึงเเขนเอาไว้ เจโน่หันมองคนข้างกายก่อนจะพบกับคู่หมั้นตัวเล็กที่ส่งสายตาห้ามปรามมาให้พร้อมด้วยสีหน้าหวาดกลัว


     "ไงเหรินจวิ้นไม่ได้เจอกันนานเลยนะ" กายบางสะดุ้งเฮือกยามเสียงทุ้มต่ำของคนที่เคยพยายามจะทำเรื่องน่ารังเกียจกับเขาดังขึ้น เจโน่ตาขวางมองหน้าคนพูดด้วยแววตาเอาเรื่องก่อนที่จะดันคนตัวเล็กให้ไปหลบอยู่ด้านหลังของตนเอง -- ดวงตาเรียวทอดมองแผ่นหลังกว้างที่เป็นที่คุ้มกันให้แล้วก็รู้สึกปลอดภัย


     "อย่าเสือกกับเมียกู" และเพียงประโยคนั้นก็ทำเอาเขาอุ่นวาบขึ้นมาทั้งหัวใจ


     "ทำไมยังไม่ไปกันอีกอะ" เสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้คนที่ได้ยินต้องหันไปมอง เป็นแจมินกับมินฮยองที่เดินตามมาและทันทีที่ได้เห็นว่าใครยืนอยู่ด้วยอารมณ์หัวร้อนของคนตัวบางก็วิ่งพล่านอีกทันที "นายมาทำไม จะมายุ่งอะไรกับเพื่อนฉันอีก"


     "ใจเย็นๆสิ ฉันแค่เดินผ่านมาไม่ได้มาหาเรื่องสักหน่อย" อิมเซจุนเอ่ยติดตลกพลางขำออกมาเล็กน้อยแต่ดูเหมือนจะไม่มีใครยอมเล่นด้วยเพราะทุกสายตายังคงมองมาที่ตนเองด้วยความไม่เป็นมิตร -- สุดท้ายจึงตัดสินใจยอมแพ้ "โอเคๆ งั้นฉันไปและ ขอให้อยู่รอดปลอดภัยนะ" โดยที่ไม่ลืมจะหันมาพูดจาแปลกๆใส่เจโน่ที่ยืนมองตาขวางอยู่ด้วยรอยยิ้ม


     ร่างสูงของอิมเซจุนเดินผ่านออกไปท่ามกลางความโล่งใจของใครหลายคน แต่ก็ไม่มีใครสักคนที่สังเกตเห็นรอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้าเจ้าเล่ห์ -- รอยยิ้มถูกใจที่แสนจะน่ากลัว



75%




     "ยังกลัวอยู่หรือไง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามคนที่เข้ามานั่งด้านข้าง เหรินจวิ้นคาดเบลท์เสร็จเรียบร้อยแล้วก็เงยขึ้นมาพยักหน้ารับ ความทรงจำและความรู้สึกขยะแขยงในวันที่เกือบโดนข่มขืนวิ่งวุ่นตีกันไปหมด -- ราวกับฝันร้ายที่ยังคงตามหลอกหลอนกันไม่หายไปไหน ถ้าหากวันนั้นเจโน่ไปช่วยไม่ทัน เหรินจวิ้นเองก็ไม่รู้ว่าต่อจากนี้ชีวิตของเขาจะเป็นยังไง


     สีหน้าไม่สู้ดีของอีกคนทำให้เจโน่ตัดสินใจเอื้อมมือไปจับมือเล็กที่กำเข้าหากันแน่นไว้ ส่งเเรงบีบเบาๆให้คนคิดมากได้ผ่อนคลาย ก่อนที่ใบหน้าหวานของคนที่นั่งก้มหน้ามองตักจะเงยขึ้นมาสบตากัน ดวงตาแน่วแน่ที่แสนเข้มแข็งจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่เล็กของคนขี้กลัว ส่งผ่านความรู้สึกไปให้อีกคนจนเหรินจวิ้นเริ่มอุ่นใจ


     "ไม่ต้องกลัวนะ โน่อยู่นี่แล้ว จะไม่มีใครทำอะไรจวิ้นได้อีก" เเละเพียงแค่นั้นความหวาดกลัวทุกอย่างก็เลือนลางหายไป คนตัวเล็กคลี่ยิ้มในขณะเดียวกับที่ริมฝีปากหนาก็ส่งยิ้มตอบกลับมา -- เรายิ้มให้กันเพื่อเติมเต็มกำลังใจ ก่อนที่รถยนต์คันหรูจะพุ่งทะยานสู่ท้องถนนเพื่อเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าทันทีโดยมีรถยนต์อีกสองคันของเพื่อนในกลุ่มขับตามมาไม่ห่าง 



--



     เสียงเพลงรักดังกังวานภายในรถยนต์คันสีขาวโดยมีร่างสูงของคนขับที่นั่งฮัมเพลงพลางเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยรถตามจังหวะไปตลอดทาง แจมินระบายยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมากับท่าทางแสนตลกนั่น -- แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันน่ารักจนถึงขั้นน่าเอ็นดู


     "ขำไรไอ้ตัวแสบ" มินฮยองเอ่ยถาม หันไปมองหน้าคนขำเป็นพักๆอย่างหมั่นเขี้ยว แจมินยักคิ้วอย่างกวนประสาทก่อนที่จะถูกมือหนาของประธานนักเรียนยื่นมาบีบแก้มนิ่ม


     เพี๊ยะ -- เสียงฟาดลงบนหลังมือดังลั่นไปทั่วรถจนคนโดนกระทำต้องปล่อยมือออกจากแก้มของคนแรงเยอะอย่างทันท่วงที สะบัดมือน้อยๆพลางทำสีหน้าเเสดงความเจ็บปวดจนดูเกินจริงยิ่งสร้างความหมั่นไส้ให้แจมินมากไปอีก "สมน้ำหน้า"


     "หัวรุนแรงจังเลยนะเราอะ"


     "อยากโดนฟาดปากด้วยมั้ยล่ะ"


     "ยอมแล้วครับ" เพียงเท่านั้นคนที่ทำตัวขู่ฟ่อๆก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างผู้ชนะ มินฮยองส่ายหน้าออกมาน้อยๆกับความเล่นเป็นเด็กของอีกคนก่อนจะหันกลับไปมองถนนด้านหน้าต่ออย่างตั้งใจหลังจากที่รถเคลื่อนตัวเข้าสู่ถนนใหญ่ -- และความผิดปกติของรถคันข้างหน้าก็เกิดขึ้น


     "มาร์ค ทำไมรถเจโน่เป็นเเบบนั้น" แจมินเอ่ยถามแต่มินฮยองก็ไม่มีคำตอบให้ ได้แต่ทอดมองรถยนต์สีแดงคันข้างหน้าที่ขับส่ายไปส่ายมาอย่างน่าหวาดกลัวแล้วก็ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ตอนนี้เริ่มมีรถยนต์คันอื่นบีบแตรอย่างไม่พอใจแต่ก็เหมือนว่าเจโน่จะไม่สามารถควบคุมรถของตัวเองได้อีกต่อไป -- และนั่นหมายถึงอันตรายที่อาจถึงชีวิต


     "มาร์ค มันไม่ปกติแล้ว ทำไม.. แล้วจวิ้นล่ะ จวิ้นกับเจโน่จะเป็นอะไรมั้ย ทำไมรถเป็นแบบนั้นอะมาร์ค" เสียงเล็กของคนที่นั่งด้านข้างเริ่มเอ่ยออกมาอย่างร้อนรน ความเป็นห่วงเพื่อนตีตื้นขึ้นมาจนนิ่งเฉยไม่ได้ สีหน้าที่ดูเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อของแจมินทำให้มินฮยองคิดไม่ตก


     "ไฟเเดง.." และความหายนะของจริงก็มาเยือนเมื่อไฟเขียวที่ติดอยู่เมื่อครูเปลี่ยนเป็นไฟแดงซึ่งหมายถึงการหยุดรถในเวลาที่พวกเราใกล้เข้าไป และดูเหมือนกับว่ารถเจโน่จะมีปัญหากับการเบรคถึงได้เป็นแบบนั้น ความรู้สึกเป็นห่วงทั้งสองคนในรถเริ่มทวีคูณ เป็นห่วงเหรินจวิ้นมันแน่อยู่แล้ว ส่วนเจโน่ -- ถึงเขาจะไม่ชอบขี้หน้ามันแต่ก็ไม่อยากให้มันเป็นอะไรไป


     "ไม่นะมาร์ค รถเจโน่จะฝ่าไฟแดงแล้ว.." 


     "มันต้องไม่เป็นเบบนี้สิ" มินฮยองเอ่ยพึมพำในขณะที่แจมินแทบนั่งไม่ติด น้ำตาเม็ดเล็กไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวย -- ได้โปรดพระเจ้า คุ้มครองเพื่อนของลูกด้วย


     เอี๊ยด


     ปัง!


     และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เจโน่หักพวงมาลัยรถเข้าข้างทางได้ทันก่อนที่รถจะฝ่าไฟแดงที่ตอนนี้กำลังมีรถบรรทุกคันใหญ่วิ่งผ่าน ซึ่งรถสีแดงก็ตัดหน้าเขาที่ขับตามมาติดๆไปจนมินฮยองต้องเหยียบเบรคเกิดเป็นเสียงล้อรถที่ลากยาวไปตามท้องถนน และเสียงกัมปนาทที่ดังขึ้นมาหลังจากนั้นก็ทำให้คนที่เห็นเหตุการณ์ร้องเสียงหลง


     "จวิ้น!!!" แจมินเอ่ยเสียงดัง ปลดเบลท์ออกก่อนจะรีบลงไปจากรถเพื่อไปดูรถคันที่ชนเข้ากันต้นไม้ต้นใหญ่จนพลิกคว่ำทันทีโดยมีมินฮยองวิ่งตามลงมา คนตัวเล็กปิดปากกลั้นสะอื้น พยายามจะวิ่งเข้าไปช่วยเพื่อนที่ติดอยู่ในนั้นแต่ก็โดนดึงตัวเองไว้


     "มีสติหน่อยแจมิน" มินฮยองยังคงควบคุมสติได้ดีสมกับเป็นประธานนักเรียน ดงฮยอกและเฉินเล่อจอดรถและวิ่งตามลงมาด้วยความร้อนรน ก่อนที่มินฮยองจะหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมาต่อสายหารถพยาบาลทันทีอย่างรีบร้อนโดยมีเฉินเล่อที่คอยห้ามไม่ให้ดงฮยอกวิ่งเข้าไปช่วยเพื่อนอย่างผลีผลามยืนอยู่ข้างๆ -- ภาวนาให้รถพยาบาลมาถึงไวๆเพื่อช่วยชีวิตคนสองคนที่ติดอยู่ในรถคันนั้นด้วยความรู้สึกที่ร้อนรนไม่ต่างไปจากคนที่เหลือเลยสักนิด



--



     ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างกายราวกลับเรือนร่างกำลังจะแตกสลาย ของเหลวสีแดงสดจากหน้าผากกว้างไหลเข้าตาจนรู้สึกแสบไปหมด เจโน่พยายามขยับกาย แต่ทว่าความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นก็เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เขาไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้มากนัก ดวงตาคมทอดมองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยความรู้สึกเป็นห่วงจับใจ ของเหลวหนืดสีแดงชาดที่ไหลออกมาจากส่วนต่างๆของร่างกายเหรินจวิ้นทำให้หัวใจของลีเจโน่แทบแตกสลาย อยากเอื้อมมือออกไปกอบกุมมือของคนที่สลบไสลเอาไว้เพื่อส่งกำลังใจให้ แต่ทว่าแม้แต่แรงขยับร่างกายของตนเองยังไม่มี ก่อนที่หยาดน้ำสีใสจะถูกปล่อยออกมาอย่างเจ็บปวด -- เจ็บปวดที่แม้แต่ช่วยคนที่รักยังทำไม่ได้ อ่อนแอเกินกว่าใคร


     "ร..เหรินจวิ้น" เจโน่อยู่ตรงนี้นะ อย่าเป็นอะไรไปนะอยู่กับโน่ก่อน -- นั่นเป็นเสียงที่หัวใจของเขาพร่ำบอกอยู่แบบนั้นโดยไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะพูดออกไป ทอดมองภาพคนตัวเล็กที่กอบกุมหัวใจของเขาเอาไว้ทั้งดวงด้วยความรู้สึกเจ็บปวดอีกครั้งก่อนที่สติที่มีจะเริ่มพร่าเลือนและทุกอย่างก็ดับสนิทไปในที่สุด  



--



     รถเข็นเตียงพยาบาลฉุกเฉินสองคันถูกเข็นตามกันไปติดๆด้วยความรีบร้อนโดยมีร่างโชกเลือดของคนสองคนนอนสลบอยู่บนนั้น เพื่อนทั้งสี่คนวิ่งตามบุรุษพยาบาลไปติดๆด้วยความเป็นห่วงคนเจ็บอย่างสุดหัวใจก่อนที่จะถูกกันไว้ด้วยนางพยาบาลในชุดสีขาวทันทีที่เตียงถูกเข็นผ่านเข้าห้องฉุกเฉินไป


     "ญาติคนไข้กรุณารอข้างนอกนะคะ" น้ำเสียงใจดีเอ่ยบอกก่อนที่ประตูห้องฉุกเฉินจะปิดลงทันทีที่บุรุษและสตรีในชุดกาวน์สองคนเดินเข้าไปด้านในเพื่อช่วยยื้อชีวิตคนไข้ -- คนไข้ที่พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง


     ดงฮยอกยืนพิงกำแพงก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนพื้นเซรามิคเย็นเฉียบของโรงพยาบาลอย่างไร้เรี่ยวแรงโดยมีเฉินเล่อที่นั่งตามลงมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี -- เหรินจวิ้นที่เขาเฝ้าดูแลมาตั้งแต่เด็กต้องตกอยู่ในวินาทีเฉียดตายเป็นเหตุการณ์ที่ดงฮยอกไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิต


     "พี่เหรินจวิ้นกับพี่เจโน่จะต้องไม่เป็นอะไรนะ เชื่อผมนะ" คนผิวแทนพยักหน้ารับทั้งน้ำตาเม็ดโตที่ไหลอาบแก้ม เฉินเล่อลูบแขนปลอบประโลมคนที่กำลังเสียความมั่นใจอยู่แบบนั้นเพื่อปลอบประโลมแสดงตัวว่าอยู่เคียงข้างโดยที่อีกคู่นั้นก็ไม่ต่างกัน


     "มาร์ค ฮึก.. จวิ้น"


     "จวิ้นกับเจโน่จะต้องปลอดภัย แจมไม่ร้องนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอกก่อนจะรวบตัวคนที่สะอึกสะอื้นเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ลูบหัวคนขี้แยให้รู้สึกดีขึ้นทั้งๆที่ตัวเองก็แทบจะยืนไม่ไหว -- แต่เขาต้องเข้มแข็ง ถ้าเขาอ่อนแอไปอีกคนแล้วใครจะเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้กับแจมิน


     "ทั้งสองคนเป็นคนดี ยังไงก็ต้องปลอดภัย" พูดออกมาอีกครั้งเพื่อหวังปลอบประโลมทั้งแจมินและตนเองโดยที่ภายในใจของร่างสูงตอนนี้กำลังลุกเป็นไฟ ความทรงจำก่อนออกจากโรงเรียนตีตื้นขึ้นมาในสมอง เขาพอจะลำดับเหตุการณ์ได้ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นมาจากอะไร ลีเจโน่เป็นคนรอบคอบที่คอยเช็ครถตลอดเพราะฉะนั้นไม่มีทางที่เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเพราะดูจากสภาพแล้วเหมือนเบรคของรถเจโน่จะใช้การไม่ได้ และมินฮยองก็คิดว่าเขาคิดถูก -- ก่อนที่ใบหน้าเจ้าเล่ห์ของใครบางคนจะลอยเข้ามาเป็นเหตุให้มือหนากำเข้าหากันแน่นอย่างโกรธแค้น ทำไมเขาถึงไม่เอะใจตั้งแต่ตอนแรก


     อิมเซจุน -- กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่ ใครที่มันทำอะไรไว้จะต้องได้รับผลกรรมอย่างสาสม



100%


#คู่หมั้นnr


tbc. 


อยากขอความคิดเห็นจากทุกๆคนค่ะ ถ้าน้องอินจุนมีแฝดจะมีชื่อเกาหลีว่าอะไรคะ ที่เล็งๆไว้ก็มี อินจอง จินซู ซอนอิน ช่วยโหวตหน่อยนะคะหรือถ้าใครมีชื่ออื่นมาเสนอก็ได้ค่ะ เลือกไม่ได้จริงๆตอนนี้ฮือ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 681 ครั้ง

1,287 ความคิดเห็น

  1. #1229 sabaass (@sabaass) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 20:52
    โหวตอินจองค้าบ
    #1229
    0
  2. #1114 YlkimSMl (@ng_dragon) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 10:14
    อินจองค่าาาา
    #1114
    0
  3. #1113 rjsweet (@03230813) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 20:25
    เอาเลยมาร์ค เชียร์ให้เอาเรื่องเต็มที่เลย ทำแบบนี้มันเกินไปอแล้วอ่ะ นี่กะจะเอากันถึงชีวิตเลยนะ เฮ้อ ขอให้น้องทั้งสองปลอดภัยนะจริงๆ ไม่อยากให้เจอเรื่องร้ายๆกันอีกแล้วอ่ะ ส่วนเซจุนกับนายอนนี่ขอให้โดนอะไรกันบ้างเหอะ ทำแบบนี้คือเลวมากๆๆๆๆเกินไปแล้ว
    #1113
    0
  4. #1109 IbombZDY (@BoMB_AM) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 13:33
    อินอินน่ารักนะ อินจองก็น่ารักค่ะไรท์
    #1109
    0
  5. #1108 Booomyme (@watermelonsonee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 13:26
    โถ่ ต้องมาเจอเรื่องร้ายๆอีก ต้องปลอดภัยนะทั้งคู่เลย
    #1108
    0
  6. #1100 fuchinan (@paijackson224) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 03:28
    ปลอดภัยนะ สิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครองนะหนูลูกกกก ใจพี่จะวาย

    เราว่าชื่ออินจอง อินจิน แนะนำให้มีคำว่า อิน นำหน้าค่ะ เพราะส่วนมากตระกูลในเกาหลีเค้าจะเรียงชื่อกันด้วยค้าบ
    #1100
    0
  7. #1099 CATHY_SEO (@peterpanz) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 01:37
    ยัยน้องกับพี่โน่สู้ๆนะอย่าเป็นอะไร
    #1099
    0
  8. #1098 SANP_ (@0805887842) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 00:26
    อินจองน่ารักกกกกกก เราชอบชื่อนี้ๆๆ พี่ม้าคนายอย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล ถึงนายจะเป็นคู่กัดกับพี่โน่ก็เถอะ น้องจวิ้นกับพี่โน่ต้องปลอดภัยยยยยยย!!!
    #1098
    0
  9. #1097 ディオ (@do-do-do-do) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 23:07
    โอ๊ยยยยยยลูกชั้นนนนน มาเจออะไรอีกเนี่ยยยย มาร์คจัดการมันเลยยย
    #1097
    0
  10. #1096 Atom Nutkamon (@atomfly09) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 23:05
    ห้ามเป็นอะไรไปนะทั้งคู่เลย;—-;
    #1096
    0
  11. #1095 Penguinnie (@-White_Sensou-) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 22:22
    จุนซองดีมั้ยคะ-- //จวิ้นกับโน่ต้องไม่เป็นไรสิ แงงงงง
    #1095
    0
  12. #1094 gustmorning (@milewvsa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 22:21
    มาร์คคคคค!!! บี้มันมาร์คเอาให้เละอย่าปล่อยไว้ มาร์คจัดการเอาให้สาสมเอาให้หายไปเลย!!! แงงงงงงง
    #1094
    0
  13. #1093 got71835 (@got71835) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 21:41

    มาร์คชั้นฝากนายเป็นตัวแทนล้างแค้นอิเซจุนส้ะ!!! อย่าปล่อยมันไปมันต้องไม่ตายดีทำกับทั้งสองคนแบบนี้ได้ยังไง!!// เราคิดเล่นๆนะ หวง อินเจ มันดูแปลกๆมะ งั้นอินจองแหละ 555+

    #1093
    0
  14. #1092 SriradaThamthan (@SriradaThamthan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 21:34
    ชอบชื่ออินจองงงง
    #1092
    0
  15. #1091 ยัยปีโป้ (@kokkies) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 20:46
    อินซูมั้ย ดูกลางๆดี เป็นได้ทั้งเคะและเมะ 55555
    ถ้าคาแร็คเตอร์แบ๊วๆ แนะนำอินฮยอง ที่แปลว่าตุ๊กตาค่ะ
    #1091
    0
  16. #1090 plynvk (@PLOYPLOYYYYY) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 20:05
    แงง โน่กะจวิ้นอย่าเป็นไรไปน่ะ ฮือออ ขอให้รอดน่ะค้าบบ

    ชอบชื่ออินจองเหมือนกันควัฟฟ
    #1090
    0
  17. #1089 NR_4EVER (@yepi) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 20:04
    ไม่นะ!!!!!! ㅠ ㅠ
    #1089
    0
  18. #1088 mexhrenjun (@waaniisza) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:57
    OMG อ่านแล้วต้องเอามือกุมใจ อะไรมันจะขนาดนี้นะ ทำไมคนๆนึงถึงได้ร้ายขนาดนี้ อันนี้ไม่ใช่แค่อคติธรรมดาแล้วแต่มันคือการฆาตกรรมแล้วนะ ต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสมจริงๆเลยนะ สงสารที่งคู่ กำลังจะไปได้ดีอยู่แล้วแท้ๆ ขอให้รอดผลอดภัยนะทั้งคู่ แง /ชอบอินจองค่ะ แง น่ารัก
    #1088
    0
  19. #1087 NRGSP (@wizardspellhp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:54
    แม่จะไปบนให้เด็กๆปลอดภัย

    ทางเราชอบอินจองค่ะ อิงจุงงง อิงจองงงง~
    #1087
    0
  20. #1086 jam_30563 (@jam_30563) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:53
    ว่าแล้วเชียวว อย่าเป็นอะไรนะลูกนะ T_T
    #1086
    0
  21. #1085 dreamtime24647 (@dreamtime24647) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:49
    ใครทามอารายลูกช้านนนนนน
    #1085
    0
  22. #1084 nphermsub (@nphermsub) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:44
    น้องงงงงงงง

    ต้องไม่เป็นไรนะ

    เซจุ๊นนนนน แกไม่รอดแน่!!!!!!! มาร์คต้องจัดการละนะะะะะะ

    ส่วนชื่อ เราชอบจินซูอะครับ :D
    #1084
    0
  23. #1083 PureChtk (@PureChtk) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:40
    เราว่าอินจองก็โอเคนะคะ คล้องจองกับอินจุน
    #1083
    0
  24. #1082 jikadigigi (@jikadigigi) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:39
    อินจองงงงง ชอบอันนี้ จะได้คู่กับอินจุน// ขอไม่ม่า ก็โอเค
    #1082
    0
  25. #1078 gustmorning (@milewvsa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 14:44
    เซจุนจะต้องตัดสายเบรกรถแน่เลย แงงๆ อย่าเป็นอะไรกันเลยนะ ขอให้ปลอดภัยยยยย
    #1078
    0