What's up
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ My.iD

    Quick Message
รวมข้อความจากเพื่อนๆที่ส่งถึงเราบนหน้าเวบ
ข้อความ
21

 C O M M E N T    B o X

อยากบอกว่า :

ลงชื่อ:
พิมพ์ตัวเลข :

ทางเว็บไซต์ไม่อนุญาตให้ใช้ Qmsg ในการส่งลิงก์หรือฉากที่ไม่เหมาะสม (NC)
(หากตรวจพบนิยายเรื่องนั้นจะถูกแบนถาวร ในกรณีกระทำผิดซ้ำจะถูกแบน ID ทันที)


21 ม.ค. 60 / 21:13   [27.55.77.187]
destiny_Dragon บอกว่า :
รอตอนใหม่อยู่นะครับสู้ๆนะครับถ้ามีเพจรบกวนบอกด้วยนะครับ 

7 ก.ย. 59 / 18:53   [58.97.0.220]
@@ บอกว่า :
Chapter139 - หน่วยกองขยะ
ดากัวซิยิ้มออกมาหลังจากเห็นว่าอวี๋จงไม่ได้โต้แย้งใดๆ เขาออกคำสั่งกับสมาชิกในทีม"พาพวกเธอออกไปได้"
สมาชิกในหน่วยทั้งหมดพาผู้หญิงเหล่านั้นออกไปทันที
ก่อนจะเดินออกไปผู้หญิงย้อมผมสีบลอนด์ทรงพังก์มองมาที่อวี๋จงด้วยสายตายั่วยวน หลังจากนั้นเธอก็เดินตามกลุ่มผู้หญิงทั้งหมดออกไป
หลิวหยันเดินมาที่อวี๋จงก่อนที่จะพูดด้วยใบหน้าเคร่งเครียด"หัวหน้ายู!ตามผมมาดูทางนี้!"
"มันคืออะไร?"อวี๋จงขมวดคิ้วและเดินตามหลิวหยันไป
"สิ่งที่เดรัจฉานพวกนั้นทำ!!พวกเขามีสภาพไม่เหมือนมนุษย์แม้แต่น้อย!ดูสิครับ!"หลิวหยันเปิดประตูโกดังออกพร้อมด้วยแสดงท่าทางโกรธแค้นออกมา
กลินเหม็นคาวน่าสะอิสะเอียนโชยออกมาทันทีที่ประตูโกดังถูกเปิดออก ภายในสินค้าเหม็นเน่าราวกับนรก
มีผู้หญิงคนหนึ่งดูไร้เรี่ยวแรงนอนทรุดตัวอยู่กับพื้น ทั่วร่างกายของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลน้ำเหลืองไหลออกมาจากบาดแผลชะโลมทั่วร่างกาย
หน้าอกทั้งสองของผู้หญิงคนนั้นถูกตัดออก บางคนถูกตัดมือและเอามามัดพ่วงกันแต่ละคนถูกทรมานจนลมหายใจเฮือกสุดท้าย ดวงตาของพวกเขา
เต็มไปด้วยความว่างเปล่าไร้วิญญาณ ภาพที่เห็นนี้โหดร้ายกว่าเล้าไก่มากกว่าสิบเท่าเสียอีก
เมื่ออวี๋จงเห็นภาพที่แสนชั่วร้ายเช่นนี้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายแห่งความโกรธ เสียงของเขากลายเป็นเย็นเฉียบ"มันเป็นใครที่ทำแบบนี้?"
หลิวหยันระงับความโกรธของตัวเองและกล่าวออกมา"ซูไค่ฉานและพวกลูกน้องของมัน!ซูไค่ฉานให้ลูกน้องมันทรมานผู้หญิงเหล่านี้หลังจากที่มันเล่นด้วย
จนเบื่อแล้ว นอกจากนี้มันยังกำหนดไว้ว่าผู้หญิงจะต้องถูกทรมานจนตายภายในสามวัน"
หลิวหยันก็ไม่ใช่คนดีอะไร แต่เดิมตอนเขาเป็นลูกน้องของเสือวังเขาเข้าไปใช้บริการเล้าไก่บ่อยๆแต่การทรมานที่แสนชั่วช้านี้เรียกได้ว่าเกินเส้นของสามัญ
สำนึกของเขาไปแล้ว
อวี๋จงพยายามระงับความโกรธก่อนจะออกคำสั่งกับหลิวยัน"ไอพวกเดนมนุษย์!หลิวหยันไปนำตัวพวกมันมาและสำเร็จโทษพวกมันซะ!"
"รับทราบ!หัวหน้ายู!"หลิวหยันรับคำสั่งและจากไปทันที
ดากัวซิมองไปที่ใบหน้าอันเดือดดาลของอวี๋จงขณะที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาจึงกล่าวขึ้นมาอย่างระมัดระวัง"ใจเย็นลองก่อนหัวหน้ายู!โปรดใจเย็นลงก่อน ผมขอพูดอะไรซักหน่อย
หากคุณคิดว่ามันผิด เช่นนั้นผมจะไม่พูดอะไรอีก"
อวี๋จงมองไปที่ดากัวซิ ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยโกรธของเขาและกล่าวเสียงลึกขึ้น"พูดมา!"
แม้ว่าดากัวซิจะกลัวตายชอบประจบประแจงเหมือนสุนัข แต่ว่าจริงๆแล้วเขาก็จงรักภักดีกับอวี๋จงและไม่เคยคิดไม่ดีกับเขาแม้แต่ครั้งเดียว อวี๋จงให้ความสำคัญกับ
ดากัวซิพอสมควร ดังนั้นถึงแม้เขาจะโกรธเขาก็ยังฟังคำพูดของดากัวซิ
ดากัวซิกล่าวขึ้น"หัวหน้ายูคุณสัญญากับพวกมันไว้แล้วว่าถ้ามันยอมแพ้คุณจะไม่ฆ่ามัน หากคุณทำเช่นนี้ไม่เท่ากับคุณกลับคำหรอ?ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป....หลังจากวันนี้
ศัตรูจะคิดว่าคุณเป็นคนไม่มีสัจจะแล้วมันจะไม่ยอมแพ้คุณง่ายๆแบบนี้อีก มันจะดีกว่าถ้าคุณใช้แรงงานพวกมันราวกับวัวกับควาย ทำให้มันใช้ชีวิตที่เหลือด้วยความเหน็ดเหนื่อย
เพียงแต่คุณให้มันกินจนเต็มอิ่มก็พอ"
ตอนนี้หมู่บ้านม้าหินกำลังสร้างกำแพงเมือง ดากัวซิคิดในอีกแง่นึงเพื่อรักษาชื่อเสียงของอวี๋จงและใช้พวกมันเป็นกำลังในการสร้างกำแพงเมือง
อวี๋จงจมลงไปในห้วงความคิดหลังจากที่ได้ยินคำพูดของดากัวซิ เป็นเหมือนที่ดากัวซิว่ามาการฆ่าพวกมันอาจทำให้อวี๋จงระบายความขุ่นเคืองออกไปได้ แต่หากเรื่องที่อวี๋จงกลับคำ
แพร่งพรายออกไป ศัตรูในวันหน้าจะไม่มีวันยอมแพ้พวกเขา พวกมันจะต่อสู้จนกว่าตัวจะตาย เขามีแต่เสียทั้งยังสร้างปรปักษ์เพิ่มเท่านั้น
อวี๋จงจึงคิดจัดตั้งกลุ่มที่มีชื่อเรียกเฉพาะว่าหน่วยกองขยะขึ้นเพื่อใช้สำหรับเรียกคนพวกนี้"จากนี้ไปจัดตั้งหน่วยกองขยะขึ้น หากเชลยคนใดที่เราจับมามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องในโกดังนี้
จัดให้มันเข้าหน่วยกองขยะทันที นักโทษที่เข้าหน่วยกองขยะแล้วหากจะกลับมาเป็นพลเมืองได้จะต้องฆ่าซอมบี้สี่สิบตัว ดากัวซินับจากนี้นายสามารถใช้หน่วยกองขยะนี้เพื่อทำงานหนัก
และอันตรายเท่าที่นายต้องการได้เลย"
ดากัวซิตบหน้าอกตัวและตอบรับ"รับทราบ!หัวหน้ายู!คุณไม่ต้องกังวลผมจะใช้มันอย่างสาสามแน่นอน!"
ผู้รอดชีวิตในหมู่บ้านต้นป็อปลาร์มีมากถึงห้าร้อยคน ทำให้ประชากรในหมู่บ้านม้าหินทะลุหลักพันคนหลังจากพาพวกเขาทั้งหมดกลับไปยังหมู่บ้าน
ประชากรจำนวนมากที่ย้ายเข้ามาถูกบริหารจัดการโดยกั๋วหยู,หลี่หมันนิและดากัวซิ โรงงานต่างๆได้ทำการคัดเลือกผู้คนที่เหมาะสมและเริ่มทำงาน
หน่วยย่อยแต่ละหน่วยทำการค้นหาและได้รับวัสดุจำนวนมากจากภายนอกอย่างต่อเนื่อง ทำให้สะเบียงและวัสดุต่างๆภายในหมู่บ้านม้าหินค่อนข้างสเถียร การแลกเปลี่ยนเริ่มจะฟื้นตัว
อย่างช้าๆ อัตราการฆ่าตัวตายลดลงและสายตาของผู้รอดชีวิตไม่ได้ไร้ชีวิตชีวาราวกับซากศพอีกต่อไป
นักโทษที่ถูกย้ายเข้าหน่วยกองขยะกลายเป็นสุนัขรับใช้ของดากัวซิ พวกมันถูกใช้งานอย่าหนัก ทำให้ความคืบหน้าของการสร้างกำแพงเมืองรวดเร็วมากขึ้น
-------------------------------
"มีวิธีไหนที่จะสยบฐานผู้รอดชีวิตเมืองหลงไห่ได้บ้าง?"
อวี๋จงนอนแช่อยู่ในห้องอาบน้ำหลังจากผ่านวันยุ่งยากจากการออกกวาดล้างถึงสี่หมู่บ้านมา แม้เขาจะเริ่มแช่น้ำร้อนจนเวียนหัวแต่เขาก็ยังปิดตาและจมอยู่ในห้วงความคิด
ฐานผู้รอดชีวิตเมืองหลงไห่เป็นเหมือนหนามยอกอกสำหรับอวี๋จง ฐานผู้รอดชีวิตเมืองหลงไห่ไม่เพียงแต่เป็นพวกโดยชอบธรรม(ประมาณเป็นพวกของรัฐ)แต่เขายังปิดกั้นอวี๋จงจากทางใต้อีกด้วย
มันไม่ใช่แค่นั้น แต่มันหมายถึงการปิดกั้นระหว่างอวี๋จงกับฐานทหาร อวี๋จงถูกบังคับให้หนีออกมา ภายใต้การดูแลและตรวจตาของทหารในฐานผู้รอดชีวิตเมืองหลงไห่ อวี๋จงไม่มีสามารถขยายกองกำลังได้อย่างอิสระ
ฐานผู้รอดชีวิตเมืองหลงไห่มีประชากรมากกว่าพันคน มีกองกำลังตำรวจและกองกำลังทหารติดอาวุธ,มีรถIFVsเจ็ดคันและอุปกรณ์สวมใส่มาตราฐานกองทัพPLAจากก่อนยุคมืด อวี๋จงไม่มีกำลังพอในการทำลายฐานผู้รอดชีวิตเมืองหลงไห่ได้
เขาทำได้เพียงยึดหมู่บ้านเล็กๆโดยรอบเพื่อรวบรวมคนและทำการฝึกฝนเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม
ในขณะที่อวี๋จงกำลังแช่ในอ่างน้ำร้อน ประตูขนาดใหญ่ก็เปิดออก หญิงสาวที่สวมชุดอาบน้ำดูสง่างามเดินผ่านไอน้ำเข้ามาทางอวี๋จงและก้าวลงมาในอ่างอาบน้ำ
อวี๋จงรู้ว่ามีใครบางคนเข้ามาในบ้าน แต่ว่าเขาไม่สามารถสัมผัสได้ถึงอันตรายหรือเจตนาที่ต้องการฆ่าได้
"กั๋วหยู่หรอ?มาให้ผมจูบหน่อยสิ"อวี๋จงที่หลับตาอยู่ยื่นแขนออกไป และพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในอ้อมกอดของเขา เขาลูบไล้อย่างซุกซนไปที่ผิวเนียนนุ่มและบีบไปที่เนื้อนุ่มๆของเธอ
"คุณเป็นใคร?"ทันทีที่อวี๋จงบีบไปที่เนื้ออันแสนนุ่มของเธอเขาก็รู้ถึงความผิดปกติ ร่างกายของผู้หญิงคนนี้ละเอียดอ่อนและนุ่มนวลแต่เมื่อเทียบขนาดของเธอกับกั๋วหยูแล้ว อวี๋จงรู้ได้ทันทีว่าเธอยังด้อยกว่ามาก เขาลืมตาขึ้นมาพบกับสาวที่ย้อมผมสีบรอนด์และเจาะหู
มันเป็นสาวพังก์คนนั้น จางจิงเฉียว
ผิวของจางจิงเฉียวดูขาวราวหิมะ ภายในอ่างอาบน้ำก้อนเนื้อคู่โตขนาดคัฟ B พร้อมกับคู่เชอรี่สีชมพูดปรากฏต่อสายตาของอวี๋จง ภายใต้แสงไฟในห้องอาบน้ำมันดูน่าหลงไหลเป็นอย่างมาก
"นายท่านบ่าวมาให้บริการ นี่เป็นครั้งแรกของบ่าวขอให้นายท่านอ่อนโยนต่อบ่าวด้วยนะค่ะ"

7 ก.ย. 59 / 18:51   [58.97.0.220]
@@ บอกว่า :
Chapter138 - ตัดหัวซูไค่ฉาน
Chapter138 - ตัดหัวซูไค่ฉาน
ผู้แปล : Chadaporn Chalayonnawin
อวี๋จงพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงด้วยเลเวลของเขา เขาสามารถเข้าถึงตัวของซูไค่ฉานได้อย่างง่ายดาย
ซูไค่ฉานสะดุ้งเฮือก พร้อมกับใช้เล็บของมันฟันไปที่อวี๋จง
ภาพของอวี๋จงกลายเป็นประกายหลบเล็บของซูไค่ฉานที่ฟันเข้ามาได้อย่างง่าย เขาเริ่มใช้ทักษะเพลิงปีศาจออกมา เปลวเพลิงสีแดงฉานปรากฏขึ้นที่มือขวาของเขา
พร้อมกับตบเข้าไปที่เอวของซูไค่ฉาน เปลวเพลิงปีศาจสีแดงฉานระเบิกออกสร้างหลุมขนาดใหญ่ให้กับชั้นยางที่โผล่ออกมาป้องกันพร้อมกับรุกรามเข้าไปที่เอวของซูไค่ฉาน
ซูไค่ฉานร้องออกมาอย่างโหยหวน มือของมันไม่สามารถที่จะสัมผัสโดนอวี๋จงแม้แต่น้อยแม้แต่ปลายเสื้อของอวี๋จงก็ยังไม่สามารถสัมผัสได้
ภาพของอวี๋จงกลายเป็นประกายอีกครั้งไปโผล่ด้านหลังของซูไค่ฉาน พร้อมกับตบลงไปที่กระดูกสันหลังของมันเปลวเพลิงปะทุขึ้นอย่างเดือดพร่านเผายางที่โผล่ออกมาป้องกันซูไค่ฉาน
พร้อมกับสัมผัสเข้าที่หลังของมันจนเกิดรูขนาดใหญ่
กระดูกขาวพุ่งออกมาจากด้านข้างราวกับลูกศร ขวานของมันกรีดผ่านอากาศไปที่คอของซูไค่ฉาน "ตึก!"พร้อมกับเสียงของศรีษะของซูไค่ฉานกระเด็นลงสู่พื้นร่างกายของมันล้มลงไป
กลายเป็นศพทันที
"แข็งแกร่งเกินไป!"เฉินไช่เทาที่เห็นอวี๋จงต่อสู้กับความสามารถลึกลับของซูไค่ฉานและตัดหัวของมันอย่างง่ายดาย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายความหวาดกลัว เขาที่ได้ฝึกทักษะการต่อสู้มา
ทว่าไม่สามารถทำอะไรซูไค่ฉานได้แม้แต่น้อย แต่สำหรับอวี๋จงแล้วซูไค่ฉานเสมือนกับเป็นลูกไก่ในกำมือของเขา
อวี๋จงเดินไปทางศพของซูไค่ฉานพร้อมกับตรวจสอบมันอย่างละเอียด"มันเป็นEvolver!"
มีอุปกรณ์จากระบบของโลกพระเจ้าและซาตานเต็มตัวของซูไค่ฉาน ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่อวี๋จงมีอยู่แล้วเท่านั้น ยกเว้นสร้อยคอตรงหน้าอกของมันที่สร้างความสนใจให้กับอวี๋จงอย่างมาก
เขายื่นมืออกมาและดึงมันออกมาจากศพของซูไค่ฉาน
"สมบัติหากยากระดับ3สร้อยคอเฮอริเคน:เพิ่มความคล่องตัว 5จุดหลังจากสวมใส่ สร้อยคอพายุเฮอริเคนนี้สามารถปลดปล่อยพายุเฮอริเคนขนาดเล็กออกมาได้และส่งศัตรูที่อยู่ใกล้รอยออกไป
ความรุนแรงของพายุเฮอริเคนขึ้นอยู่กับระดับพลังวิญญาณของผู้ที่สวมใส่"
"นี่เป็นของที่ดี!"อวี๋จงมองไปที่สร้อยคอเฮอริเคนสายตาของเขาเป็นประกาย สร้อยคอเส้นนี้เพิ่มความคล่องตัวถึง5จุดและยังมีทักษะที่กล่าวมาอีก ถือเป็นสมบัติที่ประโยชน์เป็นอย่างมาก
ซูไค่ฉานสวมใส่เพียงรองเท้าระดับ1 เสื้อป้องกันระดับ1และของอื่นๆที่เป็นขยะสำหรับอวี๋จง การสวมใส่ของหลายชนิดไม่มีผลทับซ้อนกันแต่อย่างใด
คนที่ถูกจับกุมได้เห็นการต่อสู้ของพระเจ้าซูไค่ฉานและตายลงด้วยตาของเขาเองเมื่อครู่นี้ พวกเขาคุกเข่าลงและสั่นด้วยความกลัวขณะมองมาที่อวี๋จง พวกเขาเต็มไปความหวาดกลัวและสยดสยอง
การต่อต้านของหมู่บ้านต้นป็อปลาร์จบเร็วอย่างสมบูรณ์ด้วยความรวดเร็วด้วยการเสียชีวิตของซูไค่ฉาน อวี๋จงนำกองกำลังติดอาวุธของเขาตรวจสอบหมู่บ้านต้นป็อปลาร์อย่างราบรื่นพวกเขาช่วยผู้รอดชีวิต
และรวบรวมวัสดุต่างๆภายในหมู่บ้าน
คนที่ปล้นฆ่าและข่มขึ้นถูกนำตัวออกมาและยิงทิ้งทันที ภายใต้กฏหมาายทหารที่เข้มงวดชาวบ้านในหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ทุกคนนั่งซ่อนตัวอยู่ภายในตัวอาคารไม่กล้าที่จะออกมา
[TL:ผู้เขียนอาจจะหมายถึงผู้คนเห็นอวี๋จงทำการประหารชีวิตผู้คนขณะกวาดล้างหมู่บ้าน เลยทำให้ชาวบ้านกลัว]
"ซูไค่ฉานมันโง่เง่าจริงๆ"อวี๋จงขมวดคิ้วเข้าหากันและคิดขึ้นภายในใจ หลังจากที่เขาเข้ามาในหมู่บ้านต้นป็อปลาร์และมองสิ่งต่างๆ
อวี๋จงเห็นผู้รอดชีวิตเป็นโรคขาดสารอาหารหลังจากที่เขาเดินเข้ามาในหมู่บ้าน ผู้รอดชีวิตทุกคนกลิ่นตัวเหม็นและสายตาของพวกเขาเลื่อนลอยราวกับไร้วิญญาณ อุจจาระและปัสสาวะสามารถ
มองเห็นได้ทั่วทุกมุมถนน พวกเขาได้กลิ่นสะอิดสะเอียนขณะเดินไปตามท้องถนน
เห็นได้ชัดว่าซูไค่ฉานมันไม่มีความสามารถในการปกครองหมู่บ้านต้นป็อปลาร์นี้แม้แต่น้อย มันจะไม่ได้แม้แต่อึหมาถ้าหากมันไม่มีความสามารถแปลกๆนั่น แม้จะมีความแข็งแกร่งก็ใช่ว่าจะมีความสามารถ
ในการปกครอง
สมาชิกในหน่วยของอวี๋จงกระชับปืนเอาไว้ขณะทำการค้นหาผู้รอดชีวิตจากที่ต่างๆภายในหมู่บ้าน ผู้รอดชีวิตแต่ละคนได้รับขนมปังและพาออกไปจากหมู่บ้าน ที่หมู่บ้านม้าหินมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
ครบครันและเป็นเรื่องง่ายมากที่จัดหาที่พักให้เพียงพอสำหรับคนหลายพันคน แต่พวกเขามีประชากรเพียงนิดเดียวเท่านั้น(800คนมั้งข้อมูลล่าสุด)
สมาชิกในหน่วยของอวี๋จงมองดูผู้รอดชีวิตเหล่านั้นกินขนมปังชิ้นน้อยด้วยความทุรักทุเร สายตาของพวกเขาเกิดประกายความสงสารและเห็นอกเห็นใจออกมา ในแต่ละวันพวกเขาได้กินข้าวจนเต็มอิ่มและบ่อยครั้ง
ที่ได้กินเนื้องูและผัก พวกเขาโชคดีกว่าผู้รอดชีวิตเหล่านี้ไม่รู้กี่เท่า
ดากัวซิยินดีรับใช้และประจบอวี๋จงเป็นอย่างมาก ทันทีที่เขาเข้าไปในตัวอาคารของซูไค่ฉานเขาก็กล่าวขึ้น"หัวหน้ายูทางนี้!
"มีผู้หญิงเป็นจำนวนมาก!เราจะทำยังไงกับพวกเขาที่อยู่ที่นี่ดี?"อวี๋จงมองไปยังทิศทางที่ดากัวซิชี้ เขาเห็นเพียงผู้หญิงเป็นจำนวนมากยืนขดกันอยู่...จำนวนของผู้หญิงที่อยู่ที่นี่มีมากกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบคน และมีผู้หญิงจำนวนมาก
ที่อยู่ในลานขนาดเล็กนั้นดูค่อนข้างงดงาม
ดากัวซิอธิบายให้อวี๋จงฟัง"ผู้หญิงเหล่านี้เป็นผู้หญิงที่ถูกรวบรวมไว้โดยซูไค่ฉาน มันคัดเลือกเฉพาะผู้หญิงที่ดูดีไม่ว่าจะยังเด็กหรือผู้ใหญ่เพื่อมาปรนนิบัติมันหลังจากที่มันฆ่าตำรวจแล้ว นี่เป็นทั้งหมดที่เรารวบรวมมา
จากอาคารทั้งเจ็ดและอาคารขนาดเล็กอีกสองแห่งที่มีไว้สำหรับขังผู้หญิง"
ดากัวซิยิ้มแปลกๆให้อวี๋จงแต่มันก็เป็นความหมายที่ผู้ชายทุกคนสามารถเข้าใจได้ สมาชิกทั้งสองหน่วยจ้องมองไปที่ผู้หญิงสี่คนและกล่าวขึ้น"หัวหน้ายู ผมเลือกผู้รอดชีวิตเอาไว้ให้คุณ พวกเธอทั้งหมดเป็นสาวพรหมจรรย์ที่ซูไค่ฉาน
ยังไม่ได้สัมผัสเลยแม้แต่น้อย พวกเธอดูอ่อนโยนและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา คุณจะชอบพวกเธออย่างแน่นอน"
ในบรรดาสี่คนหนึ่งเป็นผู้หญิงที่ดูอายุราวๆยี่สิบสามยี่สิบสี่สวมใส่ชุดพยาบาล เธอดูละเอียดอ่อนและดูงดงามราวกับถูกแกะสลักอย่างประณีตพร้อมกับมีดวงตาที่สวยงาม คนหนึ่งสวมถุงเท้าสีดำและชุดพนักงานบริษัท
ผมสลวยเงางามยาวถึงบ่า ใส่เสื้อคอปกสีขาวมีผิวพรรณที่ขาวผ่องและใบหน้าที่งดงาม อีกคนเป็นหญิงสาวสวมกางเกงยีนส์และเสื้อยืดเธอดูโตเป็นผู้ใหญ่,ย้อมผมสีบรอนด์,เจาะหูดูออกแนวพังก์และสุดท้ายเป็นสาวงามผมดำ
ร่างกายของเธอเติบโตสมบูรณ์ มีผมสีดำไว้ทรงหางม้า,มีบุคลิกเงียบสงบและอ่อนโยน
ในบรรดาผู้หญิงทั้งสี่คนนี้ผู้หญิงที่สวยที่สุดและทำให้ซูไค่ฉางอารมณ์ดีเมื่อได้เห็นคือผู้หญิงที่ออกแนวพังก์เล็กน้อยและผู้หญิงผมดำที่ดูอ่อนโยนหน้าตาดูคล้ายคลึงกัน
ทุกอย่างเกี่ยวกับโลกเดิมได้เปลี่ยนไปแล้วหลังจากเข้าสู่ยุคมืด คนส่วนใหญ่ที่เป็นสมาชิกในหน่วยอย่างเป็นทางการของบอสเสือที่หมู่บ้านฉางเกิงล้วนแต่ผู้หญิงมากกว่าสองคน อวี๋จงเองก็มีลู่เหวินและกั๋วหยูทั้งสองยังสาวและสวย
ดากัวซิสังเกตุอวี๋จงอย่างรอบคอบ หลังจากเขาสังเกตุว่าอวี๋จงเขาก็รู้ว่าอวี๋จงไม่ได้เป็นพวกนักบุญที่ไม่สนใจผู้หญิง เขาเดินไปข้างหน้าและลากสาวสวยคนหนึ่งออกมาให้เขา
"ไม่เลว!ให้เขาไปเป็นผู้หญิงของฉัน"อวี๋จงมองไปที่หญิงงามทั้งสีและกล่าวออกมา ตราบใดที่เขาพูดออกไปดากัวซิก็จะดูแลทุกอย่างเขาไม่จำเป็นต้องคิดให้เปลืองสมอง

7 ก.ย. 59 / 18:50   [58.97.0.220]
@@ บอกว่า :
Chapter137 - ฝูงชน
ซูไคฉานกล่าวอย่างเดือดาล"หมู่บ้านต้นป็อปลาร์แห่งนี้สามารถรวบรวมพี่น้องได้มากกว่าร้อยคน พวกมันมีไม่ถึงโหล มันไม่สามารถเคี้ยวพวกเราง่ายๆแน่!"
คำพูดเหล่านี้ สำหรับซูไคฉานเหล่าพี่น้องไม่ใช่สิ่งอื่นใด มันเป็นคนที่ทำการยึดหอนาฬิกาและรวมตัวกันเป็นกองกำลัง หลังจากนั้นซูไคฉานก็ปกครองหมู่บ้านต้นป็อปลาร์
เหล่าพี่น้องของพวกมันได้ทำเรื่องช่วยช้าต่างๆ ซูไคฉานใช้วิธีการนี้เพื่อเพิ่มอำนาจของตัวมันเองและปกครองกลุ่ม
"นี่หรือหมู่บ้านต้นป็อปลาร์?"อวี๋จงเดินออกมาจากขบวนและมองไปที่หมู่บ้านต้นป็อปลาร์ที่อยู่ไกลออกไป
เขามองเห็นหอนาฬิกาสูงเด่นสองหอสร้างขึ้นภายในหมู่บ้าน มีปูน,ถุงทราย,ไม้และวัสดุอื่นๆสร้างเป็นเกาะกำบัง พวกของซูไค่ฉานถือปืนและปีนขึ้นไปยืนบนฝาถังน้ำมันดิ
หัวใจของพวกมันสั่นกลัวเพื่อมองเห็นกลิ่นอายที่แข็งแกร่างของผู้ใต้บังคับบัญชาของอวี๋จง
หวังเซิงและดากัวซิเป็นหน่วยย่อยที่ทำหน้าที่ค้นหาเสบียงและอุปกรณ์ต่างๆทุกวัน พวกเขาได้รับการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อทำให้จิตใจของพวกเขาเข็มแข็งและเชื่อมั่นในตนเอง
อีกทั้งยังมีจิตวิญญาณของนักสู้
"ทำให้พวกมันยอมแพ้!"อวี๋จงตะโกนออกมา
ดากัวซิก้าวมาข้างหน้าพร้อมโทรโข่งอันใหญ่ในมือก่อนจะตะโกนออกไปยังหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไป"ทุกคนในหมู่บ้านต้นป็อปลาร์จงฟัง พวกคุณถูกเราล้อมเอาไว้แล้ว
วางอาวุธของพวกคุณและยอมแพ้ซะ นี่เป็นทางเดียวเท่านั้นไม่เช่นนั้นพวกคุณจะต้องเสียใจภายหลัง!ถ้ายอมแพ้ซะตั้งแต่ตอนนี้หัวหน้ายูของพวกเราให้สัญญาว่าจะละเว้นชีวิต
ทุกคนยกเว้นซูไคฉาน!"
คนของซูไค่ฉานเริมมีความคิดที่จะยอมแพ้เมื่อได้ยินเงื่อนไขของอวี๋จง เดิมที่พวกมันก็ไม่ได้อยากต่อสู้อยู่แล้วพวกเขาเป็นเพียงฝูงชนธรรมดาเท่านั้น จริงๆแล้วพวกมันหมดเรี่ยวแรง
ที่จะต่อสู้ตั้งแต่เห็นรถIFVsถึงสองคันแล้ว ฝูงชนธรรมดาที่จะต่อต้านกองกำลังทหารติดอาวุธก็เหมือนวิ่งเข้าไปในเส้นทางแห่งความตาย แต่พวกมันไม่กล้าที่จะยอมแพ้ทันทีเนื่องจาก
ความเผด็จการของซูไคฉาน
อวี๋จงเห็นหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ไม่ตอบสนองเขาจึงออกคำสั่งทันที"หน่วยปืนใหญ่เปิดฉากยิงได้!"
พวกเขาได้เตรียมหน่วยปืนใหญ่ให้พร้อมยิงเอาไว้แล้วตั้งแต่แรก หลังจากนั้นหน่วยปืนใหญ่ทั้งหมดหน้าทางเข้าหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ก็จุดระเบิด
ตามมาด้วยประกายไฟงดงามพร้อมเสียงดังสนั่น ควันคละคลุ้งไปทุกที่ คนทั้งสิบสองคนที่อยู่บนถังน้ำมันดิบจายทันทีและบางคนก็บาดเจ็บสาหัส
สะเก็ดกระสุนบางส่วนกระเด็นฝังเขาไปในร่างข้างคนดวงซวย คนที่ดูสะเก็ดกระสุนลงไปนอนกองกับพื้นพร้อมกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดมันเป็นการจุดระเบิดที่ทำลาย
ขวัญและกำลังใจของกองทัพติดอาวุธในหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ได้เป็นอย่างดี
ลูกน้องของซูไค่ฉานในอดีตเป็นเพียงแค่คนธรรมดา พวกมันเติบโตขึ้นมาในยุคที่เงียบสงบและไร้ซึ่งประสบการณ์ในการต่อสู้ เสียงระเบิดของปืนใหญ่ดังสนั่นจนทำให้พวกมัน
ไม่สามารถที่จะต่อต้านความกลัวได้อีกต่อไป
"ผมยอมแพ้!อย่าฆ่าผมนะ!!"ลูกน้องคนหนึ่งของซูไค่ฉานโยนอาวุธลงและวิ่งไปออกมา
"ผมก็ยอมแพ้!อย่าฆ่าผม!!"
เมื่อมีคนแรกเริ่มที่จะยอมแพ้มันก็เหมือนกับไฟรุกราม คนของซูไค่ฉานที่มันรวบรวมมาเริ่มแยกย้ายออกไป พวกมันทิ้งอาวุธลงและหนีไปทางอวี๋จง
ซูไค่ฉานดูลูกน้องคนแรกของมันที่ยอมแพ้กำลังวิ่งออกไปประกายในดวงตาของมันเต็มไปด้วยความต้องการฆ่า มันยกปืนไรเฟิลเล็งไปที่ชายคนนั้นและเหนี่ยวไกด้วยความไร้ปราณี
มันได้ยิงพี่น้องรวมอุดมการณ์ที่ทรยศมันเป็นคนแรก มันไม่เคยคิดเลยว่าทุกอย่างจะจบลงเพราะการยิงของปืนใหญ่เพียงรอบเดียว
ซูไค่ฉานวางปืนของมันลงและดวงตาของมันเต็มความรู้สึกหลายอารมณ์ มันคว้าดินโคลนเอามาป้ายหน้าและยกมือทั้งสองขึ้นวิ่งไปทางอวี๋จง
เมื่อหัวหน้าทำการยอมแพ้ก็หมายความว่าทุกคนไม่มีความคิดและเหตุผลที่จะต่อสู้อีกต่อไป ทุกคนถอนตัวอย่างรวดเร็วพวกมันโยนปืนทิ้งและแอบหนีออกไปอย่างเงียบๆบางคนก็
เลือกยอมแพ้และมอบตัวกับอวี๋จง
"นี่มันแค่ฝูงชนอย่างแท้จริง"อวี๋จงมองดูหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ที่ยอมแพ้ในทันทีและคิดอย่างเงียบๆในใจ เขาไม่คิดว่าการทำลายจิตวิญญาณในการต่อสู้ของกลุ่มซูไค่ฉานจะง่ายขนาดนี้
(เตรียมทักมาซะอลังการ)
ซูไค่ฉานถูกจับกุมพร้อมกับลูกน้องของเขา เขาให้ทุกคนคุกเข่าลงและเอามือทาบไว้ที่ศรีษะ
ไม่มีลูกน้องของซูไค่ฉานแม้แต่คนเดียวที่เอ่ยปากว่าเขาเป็นซูไค่ฉาน
อวี๋จงเดินออกมาก่อนที่จะสำรวจเชลย สมาชิกในหน่วยของเดินเข้ามาและพูดกับอวี๋จงอย่างสุภาพ"หัวหน้ายู"
"ระวังหัวหน้ายู!เขาคือซูไค่ฉาน!"ในตอนนั้นเองจางหงที่เดินมากับคนของอวี๋จง เห็นซูไค่ฉานหมคุกเข่าอยู่ที่พื้นจึงรีบตะโกนออกมาทันที เธอถูกทรมานจนเกือบตายด้วยน้ำมือของ
ซูไค่ฉาน แม้ว่าซูไค่ฉานจะเอาโคลนป้ายหน้าเอาไว้แน่นอนเธอย่อมจำเขาได้
ซูไค่ฉานลุกจากพื้นและพุ่งมาหาอวี๋จงด้วยความเร็วทันทีที่จางหงจะตะโกนจบ
ซูไค่ฉานไม่ต้องการที่จะถูกช่วงชิงหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ไปดังนั้นเขาจึงเลือกใช้แผนเด็ดหัวผู้นำ
ลูกน้องในหน่วยอวี๋จงที่ถือปืนสังเกตุเห็นด้านหลังของอวี๋จงเขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยและเหนี่ยวไกทันที ซูไค่ฉานไม่ขยับร่างกายแม้แต่น้อยแต่กระสุนที่โดนตัวมันพลันเปลี่ยนทิศทางไป
เชลยที่ถูกจับถัดไปจาก ซูไค่ฉานไปสามคนโดนกระสุนเข้าไปแทน ร่างกายของเขาเกิดหลุมเลือดพร้อมกับล้มกายลงไปนอนกับพื้นกลายเป็นศพ กระสุนทุกนัดที่ยิงโดนซูไค่ฉานถูกส่งกระเด็นกลับไป
ไม่เข้าเนื้อมันแม้แต่นัดเดียว
ซูไค่ฉานไม่เกรงกลัวต่อกระสุนที่มาเป็นห่าฝนมันพุ่งเข้าไปร่างเข้าไปหาอวี๋จงราวกับลูกศร ความเร็วของมันรวดเร็วเป็นอย่างมากเทียบได้กับผีดิบS1เลยทีเดียว พริบตาเดียวร่างของมันก็มาถึงอวี๋จง
ทั้งหมดในหน่วยหยุดยิงเนื่องจากกลัวจะไปโดนอวี๋จง
ทุกอย่าเกิดขึ้นเร็วมากมีเพียงเฉินไช่เทาที่อยู่ข้างอวี๋จงสามารถตอบสนองได้ทัน เขาส่งกำปั้นหนักลาวกับภูผาไปทางซูไค่ฉานด้วยพื้นเพของเขาทำให้เขาได้เรียนทักษะการต่อสู้มาอย่างดี แม้ว่ามันจะไม่ได้หนักหน่วง
อะไรแต่อย่างน้อยเขาก็แข็งแกร่งกว่าทหารหน่วยรบพิเศษ(อวี๋จงตอบสนองไม่ทันหรอ?)
"ถอยไปซะ!"ซูไค่ฉานคำรามรั่น ประกายแสงส่องออกมาจากสร้อยคอสีเงินที่ห้อยอยู่ที่คอของมัน คลื่นพายุขนาดเล็กพุ่งออกมาจากร่างกายของมันพร้อมกับพัดเฉินไช่เท่า,หลิวหยัน,และดากัวซิกระเด็นออกไปกว่า
หกถึงเจ็ดเมตร เหลือเพียงอวี๋จงคนเดียวเท่านั้น
เมื่อเห็นอวี๋จงอยู่ภายในกำมือของมันสายตาของซูไค่ฉานเต็มไปด้วยความดีใจ มันเหยียดมือพุ่งตรงไปที่คอของอวี๋จง
"สวะ!อาศัยด้วยความสามารถแค่นะหรือที่คุณจะเอามาใช้ทำอันตรายฉัน?!"อวี๋จงมองไปที่ซูไค่ฉานด้วยสายตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ความเร็วของซูไค่ฉานอาจจะเทียบกับกองกำลังพิเศษระดับมือพระกาฬแต่ก็ไม่ได้อยู่
ในสายตาของอวี๋จงแม้แต่น้อย ก่อนที่มือของซูไค่ฉานจะถึงคอของอวี๋จงเขาก็ขยับตัวหลบการโจมตีของซูไค่ฉานได้อย่างง่ายดาย เขาดึงดาบถังเทียนออกมาฟันเข้าที่เอวของซูไค่ฉาน
ทันทีที่ดาบถังเทียนสับเข้าไปที่เอวของซูไค่ฉานอวี๋จงสัมผัสได้ถึงความเหนียวที่ผิดปกติเป็นอย่างมากมันมีบางอย่างโผล่ออกมาจากบริเวณที่เขาฟันดูเหมือนกับเป็นเยื่อที่ยืดหยุ่นได้
หลังจากโดนการโจบตีจากดาบของอวี๋จง ร่างของซูไค่ฉานถูกส่งบินออกไปดวงตาของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว มันไม่เคยถูกโจมตีอย่างง่ายดายมาก่อนหลังจากที่ได้รับความสามารถนี้มา

7 ก.ย. 59 / 18:48   [58.97.0.220]
@@ บอกว่า :
ที่ผมเซฟไว้
Chapter136 - ซูไค่ฉาน
จางหงเป็นนักธุรกิจสาวสวยคนหนึ่งก่อนยุคมืด แต่หลังจากเข้าสู่ยุคมืดเธอโชคดีที่สามาถขับรถหนีออกมาจากซอมบี้ได้ทันและขับเข้าไปในหมู่บ้านต้นป็อปลาร์
[TL:ป็อปลาร์เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งนะจ้ะ ชื่อหมู่บ้านอารมณ์ไทยๆก็หมู่บ้านพฤกษามั้ง]
หมู่บ้านต้นป็อปลาร์ถูกปกครองโดยตำรวจและผู้รอดชีวิตคนอื่นๆที่หนีมา ตำรวจเหล่านี้ให้การปกป้องกับผู้รอดชีวิตทุกคนที่หนีเข้ามาและให้อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านป็อปลาร์
พวกเขาให้การปกป้องผู้หญิงและโดยไม่มีใครล่วงละเมิดทางเพศได้ แต่จู่ๆวันหนึ่งมีชายคนหนึ่งประกาศตัวว่าเขาคือกษัตริย์เหล็กนามว่าซูไค่ฉาน เขาทำการฆ่าตำรวจทั้งหมด
และทำให้ทุกคนอยู่ใต้การปกครองของเขาภายในหมู่บ้านต้นป็อปลาร์
ซูไค่ฉานใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนหมกมุ่นอยู่กับการคิดวิธีเล่นกับหญิงสาวที่เขาจับไว้ภายในหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ เขาสรรหาวิธีต่างๆนาๆเพื่อที่จะทรมานผู้หญิงที่เขาจับเอาไว้
จางหงเป็นหนึ่งในนั้นที่ถูกซูไค่ฉานทรมาน และเธอหนีมาพร้อมกับสาวสวยอีกคืนนึงในเวลาตกดึก
อวี๋จงถามอย่างต่อเนื่อง"ซูไค่ฉานที่เธอพูดถึงเขามีความสามารถอะไร?"
เป็นไปตามที่อวี๋จงคาดไว้ ซู่ไค่ฉานไม่ใช่พวกEvolverที่มีการเป็นพวกวิวัฒนาการ แต่ว่าเขาต้องมีความสามารถบางอย่างไม่เช่นนั้นเขาคงไม่สามารถฆ่าตำรวจที่มีอาวุธได้
จางหงคิดซักพักหนึ่งก่อนจะกล่าวตอบ"เขาคงกระพันฟันแทงไม่เข้า กระสุนก็ไม่สามารถยิงเขาเข้าได้"
"เขามีความสามารถอะไรอีกไหม?"
"ฉันไม่ทราบ!"
"เขามีคนจำนวนเท่าไหร่?มีปืนจำนวนเท่าไหร่!"
"มันไม่ชัเจน....แต่พวกเขามีคนมากถึงร้อยคน"
จางหงไม่ได้รู้อะไรมากมาย อวี๋จงจึงเลิกซักถามพวกเธอ
พวกเขาทำการขนย้ายวัสดุที่พบพร้อมกับพาผู้รอดชีวิตที่เจอในหมู่บ้านตะวันออกเฉียงใต้นี้จำนวนยี่สิบคนกลับไปที่หมู่บ้านม้าหิน
ทันทีที่อวี๋จงมาถึงหมู่บ้านบุคลากรที่ทำหน้าที่ขนย้ายก็มาที่ยานพาหนะและเริ่มขนของที่ได้มาลง จากนั้นพวกเขาทำการขนย้ายทุกอย่างจัดเรียงเข้าคลังสินค้า
ผู้เข้าร่วมการต่อกวาดล้างในครั้งนี้ได้รับรางวัลต่างๆ และยังมีอีกหลายคนภายในหมู่บ้านตระกูลเฉินได้เลื่อนตำแหน่งเป็นบุคลากรเบื้องต้น ทำให้พวกเขามีความสุขเป็นอย่างมาก
พร้อมกับยืดอกเดินออกไป
นอกเหนือจากสมาชิกหน่วยที่ได้บรรจุเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีบุคลากรเบื้องต้นที่ทำให้หลายคนให้ความเคารพและอิจฉา ทั้งบุคลากรเบื้องต้นและสมาชิกอย่างเป็นทางการ
ยังเป็นที่หมายปองของหญิงสาว เพราะพวกเขาทุกคนจะได้รับค่าตอบแทนอย่างมั่นคงและกินใช้อย่างฟุ่มเฟือยได้ หากพวกเขาออกไปต่อสู้ก็ยังได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มเติม
"ไปเรียกดากัวซิและหวังเซิ่งมา และบอกให้เขาพาหน่วยของเขามาด้วย!"อวี๋จงสั่งสมาชิกในหน่วยของเขาทันทีที่กลับมาถึงหมู่บ้าน
"ครับ!หัวหน้ายู"สมาชิกสองคนในหน่วยรับคำสั่งและวิ่งออกไป
เฉินไช่เทาเดินมาหาอวี๋จงและถามขึ้น"หัวหน้ายูคุณจะไปหมู่บ้านต้นป็อปลาร์หรือ?"
"ถูกต้อง!"
"ผมขอไปกับคุณด้วย!"
อวี๋จงมองไปที่เฉินไช่เทาก่อนเอ่ยขึ้น"คุณจะไม่ไปพักงั้นหรือ?"
วันนี้อวี๋จงพานำคนเหล่านี้ไปกวาดล้างหมู่บ้านทางตะวันออกเฉียงใต้ เฉินไช่เท่าฆ่าซอมบี้ไปถึงแปดตัว คนธรรมดาที่ไม่ได้มีเลเวลสูงการฆ่าซอมบี้แปดตัวถือว่ากินแรงเป็นอย่างมาก
เฉินไช่เท่าพูดด้วยเสียงหนักแน่น"ใช่แล้ว!"
"ดี!"อวี๋จงตอบตกลงคำขอของเฉินไช่เทา
ดากัวซิและหวังเซิ่งมาพร้อมกับหน่วยย่อยของเขาอย่างรวดเร็ว พวกเขาเตรียมรถHumveesสามคัน,รถ IFVsสองคัน,รถบรรทุกสองคัน,รถHummersสองคันและรถจี๊ปสามคนเร่งไปทางหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ทันที
ที่บ้านสไตล์ตะวันตกขนาดเล็กภายในหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ มีชายรูปร่างปานกลาง,หัวล้านและส้วมเสื้อคลุมเผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่น่ากลัวบริเวณหน้าอกนั่งพิงโซฟาอยู่ ด้านหน้าของพวกเขามีผู้หญิงสองคนเปลือยกาย
ทั้งร่างและหัวของพวกเธอเคลื่อนไหวอยู่บริเวณเป้ากางเกงของเขาตลอดเวลา ชายที่มีแผลเป็นยาวบริเวณหน้าอกนี้คือผู้ปกครองหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ ซูไค่ฉาน
จู่ๆซูไค่ฉานก็จิกหัวผู้หญิงที่ดูสละสวยคนนั้นขึ้นมาและเตะเธอลงไปนอนกองกับพื้นอย่างโหดม"ชิบหาย!อีโสเภณีร้องไห้ทำไม!ไม่ชอบเจ้านายของรึไง!เอ้ย อีผู้หญิงไร้ค่า!พวกแกมานี่สิ!"
ซูไค่ฉานตะโกนเรียกชายรูปร่างกำยำสี่คนที่ยืนอยู่ด้านหลัง สายตาของพวกมันเต็มไปด้วยความกระหายไคร่อยากจ้องมองผู้หญิงที่พึ่งถูกเตะลงไปกองที่พื้น
ซูไค่ฉานชี้ไปที่ผู้หญิงที่กำลังนอนขดและพูดออกมาด้วยเสียงดุดันพร้อมกับหัวเราะ"เอาอีผู้หญิงไร้ค่านี้ไปให้ทุกคนเล่น และฉันไม่ต้องการให้มันมีโอกาสเห็นสองตะวันในวันพรุ่งนี้อีก"
ใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้นกลายเป็นซีดขาวเธอกรีดร้องออกมาอย่างอาวรณ์"ไม่!นายท่าน!ฉันขอร้อง!ฉันจะบริการคุณอย่างดี ฉันจะทำให้ดีที่สุด!!คุณอย่าทิ้งฉันเลย!!"
ผู้หญิงจะถูกส่งไปให้ลูกน้องของซูไค่ฉานหลังจากที่เขาเล่นกับเธอจนเบื่อแล้ว สุดท้ายผู้หญิงคนนั้นก็จะตายข้างถนน และเธอยังไม่อยากตาย
สายตาของผู้หญิงคนอื่นๆเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นก็กลัวจนตัวสั่นด้วยความหนาวเหน็บ แต่พวกเธอไม่พูดอะไรออกมาซักคำนอกจากนี้เธอไม่อยากหาเรื่องตาย
"ขอบคุณสำหรับรางวัลเจ้านาย"ทั้งสี่คนปลื้มปิติอย่างมากมันลากผู้หญิงคนนั้นออกไป แม้ว่ามันจะเป็นผู้หญิงที่ซูไค่ฉานใช้แล้วแต่ว่าเธอก็ไม่ได้ดูแย่จนเกินไป พวกเขาอยากมีความสุขเล็กๆน้อยๆกับเธอ
"นางไพร่หยุนมานี่!"ซูไค่ฉานมองไปที่ผู้หญิงอีกคนหนึ่งหลังจากนั้นมันก็ยื่นเท้าเหม็นอับออกไป
ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่า'ไพร่หยุน'คลานเข้ามาหาซูไค่ฉานเหมือนกับสุนัข แม้ว่าเท้าของซูไค่ฉานจะเหม็นอับและน่าเกลียดแต่เธอยังเลียมัน
ซูไค่ฉานมองไปที่ไพร่หยุน สายตาของมันมีประกายความสนุกและความตื่นเต้นเล็กน้อย ก่อนยุคมืด ผู้หญิงทุกคนมองลงมาที่มันอย่างเหยียดหยาม เพราะว่ามันเป็นคนน่าเกลียดพอเข้าสู่ยุคมืด
มันได้รับพลังบางอย่างมา หลังจากนั้นมันก็บ้าอำนาจและฆ่าตำรวจที่ทำการดูแลหมู่บ้านต้นป็อปลาร์นี้ และมันก็เริ่มที่จะเล่นกับผู้หญิงภายในหมู่บ้านต้นป็อปลาร์
"เจ้านาย!ไม่ดีแล้ว!เจ้านาย!"ชายหนุ่มคนหนึ่งสวมเสื้อยืดและกางเกงขายาววิ่งเข้ามาและตะโกนขึ้น ในขณะที่ซูไค่ฉานกำลังทรมานผู้หญิง
ซูไค่ฉานเกิดอารมณ์หงุดหงิดก่อนจะถามกลับ"มีอะไร?ถานเซิน!"
ใบหน้าของชายที่ชื่อถานเซินเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขณะกล่าว"มีกองกำลังทหารติดอาวุธที่ไหนไม่รู้กำลังมาทางพวกเรา!มันมีปืน,ปืนใหญ่และรถถัง พวกมันยังมีรถหุ้มเกราะด้วย!!ดูเหมือนว่าจะเป็นกองทัพ!!"
"อะไรนะ กองกำลังติดอาวุธ!พาข้าไปที่นั่นเร็ว"หน้าของซูไค่ฉานเปลี่ยนแปลงทันที มันผลักผู้หญิงคนนั้นออกและตามถานเซินออกไป
มีหอนาฬิกาสองหอที่สร้างขึ้นสูงประมาณสี่เมตรภายในหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ ด้านบนหอนาฬิกานี้สามารถเห็นสถานการณ์ภายนอกได้หลายกิโลเมตรเสมือนเป็นหอสังเกตุการณ์
ซูไค่ฉานปีนขึ้นไปบนหอนาฬิกาอย่างรวดเร็ว มันหยิบเอากล้องส่องทางไกลจากลูกน้องที่หน้าขาวซีดของมันส่องออกไป เมื่อมันเห็นกองทัพทั้งยังมีรถIFVs ทำให้ใบหน้าของมันกลายเป็นน่าเกลียดทันที
สายตาของซูไค่ฉานกลายเป็นแดงก่ำ มันตะโกนบอกลูกน้องด้วยความเดือดดาล"ไปรวมคนของเรามา!ฉันจะสู้กับพวกมันและส่งพวกมันไปนรกเอง!ไม่มีใครฉกฉวยหรือไล่ข้าออกจากหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ได้!!"
บนหอนาฬิกาลูกน้องของซูไค่ฉานลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะกล่าวกลับมา"แต่หัวหน้า!!มันมีรถหุ้มเกราะนะ เรายอมแพ้เถอะ!"
เจตนาฆ่าเล็ดลอดออกมาจากดวงตาของซูไค่ฉาน มันกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก"เราทำอะไรไว้ก็รู้ๆกันอยู่ คิดว่ามันจะปล่อยพวกเรารอดรึไง!"

7 ก.ย. 59 / 18:45   [58.97.0.220]
@@ บอกว่า :
Chapter135 - หมู่บ้านต้นป็อปลาร์
กระดูกขาวสับขวานอย่างรุนแรงเข้าผีดิบไปที่ดิบS1 ภายในขวานเดียวผีดิบS1sหลายตัวกระเด็นออกไป
อวี๋จงเก็บของที่ตกออกมาจากซากผีดิบS1อย่างรวดเร็วพร้อมกับถอยกลับ หลังจากช่วยกันกับกระดูกขาวกำจัดผีดิบประเภท S(ความเร็ว)เสร็จสิ้น
ซอมบี้จำนวนมากเริ่มเบนความสนใจและเดินไปหาอวี๋จง
หลังจากอวี๋จงถอยออกมาได้ตำแหน่งที่เหมาเขาคว้าปืนไรเฟิลออกมา และยิงเข้าหัวเหล่าซอมบี้อย่างใจเย็นและส่งพวกมันลงไปนอนทีละตัว
"นี่มันแข็งแกร่ง!แข็งแกร่งจนน่ากลัวจริงๆ!"
นี่เป็นครั้งแรกของชาวบ้านตระกูลเฉินที่ได้เห็นอวี๋จงต่อสู้จริงๆ ดวงตาของพวกเขาแต่คนเต็มไปด้วยความเกรงกลัวพวกเขาเคยได้ยินมาแล้วว่าอวี๋จงแข็งแกร่ง
แต่ว่านี้นับว่าเป็นครั้งแรกอย่างแท้จริงที่ได้เห็นความสามารถของอวี๋จง
เฉินไช่เทามองไปที่อวี๋จงพร้อมกับดวงตาที่มีอารมณ์ผสมปนเปกันมากมายเขาคิดใจขึ้น"นี่มันแข็งแกร่งมาก!แม้เขาไม่มีปืนเราก็คงเทียบเขาไม่ติด"
เฉินไช่เทาเป็นนักล่าที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้านตระกูลเฉินและเขาเป็นคนชายที่แข็งแกร่ง เขาไม่เคยยอมใครมาตลอดชีวิต แต่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นความสามารถ
ของอวี๋จงมันทำให้เขารู้สึกทึ่งอย่างแท้จริง
อวี๋จงลดปืนไรเฟิลลงหลังจากยิงซอมบี้ตายไปหกตัวและออกคำสั่งต่อ"ใช้ปืนกลยิง!"
กลุ่มเล็กๆที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของอวี๋จงโดยตรง ที่ใช้ปืนกลหนักสองคนยิงเข้าใส่ฝูงซอมบี้
ภายใต้การกราดยิงของปืนกลหนักสองกระบอกซอมบี้จำนวนลมลงราวกับรวงข้าวที่โดนลมพัดรุนแรง
"หยุดยิง!หน่วยรบระยะประชิด หน่วยย่อยที่เจ็ดและหน่วยย่อยที่แปดตามผมมา!"อวี๋จงเห็นซอมบี้จำนวนมากล้มลงด้วยปืนกลในที่สุดจึงออกคำสั่งหน่วยรบระยะประชิด
กระดูกขาวและเจ้าน้ำมูกก็รีบวิ่งเข้าไปฆ่าซอมบี้้ที่เหลือเช่นกัน
"ทุกคนสู้ไปกับฉันนนน!!"เฉินไช่เทาพวกหัวรุนแรงและบ้าพลัง ครั้งหนึ่งเขาสามารถฆ่าซอมบี้สี่ตัวภายในหมู่บ้านตระกูลเฉินด้วยตัวคนเดียว เขาไม่มีความกลัวแม้แต่น้อย
กับพวกซอมบี้ที่ทำได้แค่เดินช้าๆ
สมาชิกทีมภายใต้การนำของเฉินไช่เทาเต็มไปด้วยความกล้าหาญ พวกเขาไร้ซึ่งความกลัวในการต่อสู้ ด้วยดาบและโล่พวกเขาพุ่งใส่ฝูงซอมบี้อย่างไม่ยำเกรง พวกเขาเชือดซอมบี้(พิชิตฮาเร็มไม่เกี่ยว)
ที่ไม่ได้วิวัฒนาการราวกับเชือดไก่หรือสุนัข
"ทุกคนไปฆ่ามันกับฉันนน!!"เซ่าซิงก็ไม่แสดงความอ่อนแอออกมาเช่นกัน เขาตะโกนลั่นนำสมาชิกในทีมเข้าต่อสู้ด้วยดาบและโล่
ชาวบ้านหมู่บ้านตระกูลเฉินมีประสบการณ์ในการล่าสัตว์และต่อสู่กับซอมบี้ พวกเขามีความสามารถในต่อต้านความกดดันภายในจิตใจดีกว่าคนอื่นๆ ซอมบี้ล้มลงไปแล้วด้วยอาวุธหนัก
ตราบใดที่พวกเขายังระมัดระวังซอมบี้ที่ยังไม่ตาย และไม่เกรงกลัวพวกเขาก็จะสามารถฆ่าซอมบี้ได้อย่างง่ายดาย
ทั้งสองหน่วยย่อยเข้าต่อสู้ร่วมกับซอมบี้พร้อมหน่วยรบระยะประชิดของอวี๋จง พวกเขาสามาถตัดหัวของพวกซอมบี้ที่เหลือได้อย่างง่ายดาย
หลังจากกำจัดซอมบี้ภายนอกหมู่บ้านแล้วกำลังใจในการต่อสู้ของหน่วยรบระยะประชิดและหน่วยย่อยทั้งสองก็เพิ่มขึ้น ภายใต้การนำของเฉินไช่เทาและเซ่าซินหน่วยย่อยทั้งสองก็เดินเข้าไป
ภายในหมู่บ้านเล็กๆ
อวี๋จงรู้ดีว่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกฝนอย่างแท้จริงสำหรับหน่วยรบย่อยทั้งสอง แม้ว่าซอมบี้ส่วนใหญ่จะถูกดึงออกมาด้วยเสียงปืนและกลิ่นเลือดที่ลาดใส่ตัวกระดูกขาว แต่ภายในหมู่บ้าน
ยังคงมีซอมบี้อีกจำนวนหนึ่ง และหน่วยย่อยของเฉินไช่เท่าและเซ่าซินอาจจะกลายเป็นขุมกำลังที่ยอดเยี่ยมอย่างรวดเร็วถ้าหากพวกเขาสามารถเข้าเคลียหมู่บ้านนี้ได้อย่างสมบูรณ์
"ตั้งขบวน!"เฉินไช่เทาตะโกนสั่งโดยเร็วที่สุดหลังจากพวกเขาก้าวเข้าไปในหมู่บ้าน
สามคนภายในหน่วยย่อยของพวกเขาประจำตำแหน่งทำให้รูปขบวนหน่วยของพวกเขากลายเป็นสามเหลี่ยมขนาดเล็กและเดินเข้าไปในหมู่บ้านด้วยความระมัดระวัง พวกเขาไม่ได้มีความสามารถ
เหมือนกับอวี๋จงที่สามารถฆ่าซอมบี้ได้อย่างง่ายดายเป็นธรรมดาที่พวกเขาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
หน่วยของเฉินไช่พบซอมบี้สามตัวยืนกระจัดกระจายอยู่หลังจากเข้าไปในหมู่บ้านไม่นาน
หลังจากสมาชิกในหน่วยที่ถือโล่กำจัดซอมบี้ลงเขาก็เคลื่อนตัวกับมาจำตำแหน่งและเดินไปอย่างระมัดวังเช่นเดิม หน่วยของพวกเขามีประสิทธิภาพในการกวาดล้องซอมบี้ภายในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก
"ทำได้ไม่เลว!"อวี๋จงที่ตามอยู่ด้านหลังกลุ่มของเฉินไช่เทา มองดูเหตุการณ์พร้อมเกิดประกายความชื่นชมขึ้นในตา
ก่อนหน้านี้การเข้ายึดหมู่บ้านม้าหินพวกเขาต้องเสียกระสุนเป็นจำนวนมากเพื่อทำการกวาดล้างซอมบี้และพวกเขาต้องใช้ทหารที่สวมชุดเกราะหนังงูเพื่อทำการกวาดล้างซอมบี้ที่กระจัดกระจาย
กลยุทธ์ที่ว่าไปนี้ไม่สามารถเทียบได้กับของไช่เท่าแม้แต่น้อย
กลุ่มของเซ่าซินในอีกด้านหนึ่งก็ได้เรียนรู้กลยุทธ์สามเหลี่ยมมาจากเฉินไช่เทาเช่นกัน พวกเขาก้าวเข้าไปในหมู่บ้านและตัดหัวซอมบี้อย่างเป็นระบบ
ด้วยการกำจัดซอมบี้อย่างต่อเนื่องทำให้พวกเขาเริ่มมั่นใจในการต่อสู้กับพวกซอมบี้
หมู่บ้านทางตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้การต่อสู้อย่างรุนแรงกว่าสามชั่วโมง ฝูงซอมบี้ทั้งหมดก็ถูกกวาดล้างอย่างสมบูรณ์
ในระหว่างการกวาดล้างฝูงซอมบี้นั้นสมาชิกในหน่วยของเฉินไช่เท่าและเซ่าซินก็มีคนประมาทถูกข่วนจนได้รับการติดเชื้ออยู่สองคน
อวี๋จงเดินไปหาทั้งสองคนนั้นและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"คุณมีอะไรจะสั่งเสียไหม?"
อวี๋จงนั้นไม่มีวิธีการที่จะช่วยพวกเขาที่ได้รับการติดเชื้อ
สมาชิกในหน่วยคนหนึ่งกล่าวออกมาพร้อมน้ำตา"ผมหวังว่าหัวหน้ายูจะให้การดูแลกับครอบครัวของผม"
อวี๋จงกล่าวตอบอย่างจริงจัง"ไม่ต้องห่วง!ผมให้สัตว์สัญญากับพวกคุณทั้งสอง ครอบครัวของพวกคุณจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด"
สมาชิกอีกคนหนึ่งหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น"เช่นนั้นผมก็ไม่เสียใจ!มอบสันติให้กับผม ผมไม่ต้องการที่จะกลายเป็นแบบพวกมัน"
อวี๋จงโบกมือสั่งลูกน้องในหน่วยของเขาสองคน ลูกน้องในหน่วยของเขายกปืนขึ้นจ่อหัวและเหนี่ยวไกปืน
"หัวหน้ายู!พวกเราพบบางสิ่งในหมู่บ้าน"ผู้ใต้บังคับบัญชาสองคนในหน่วยของอวี๋จงพบบางอย่างในขณะที่พวกกำลังมองหาสิ่งของในหมู่บ้านตะวันออกเฉียงใต้ พวกเขาพาผู้หญิงสองคน
ที่เหมือนเป็นโรคขาดสารอาหารแต่ก็ยังพอดูงดงาม พร้อมกับรอยทรมานหลายรอบบนร่างกาย
"พวกเขาเป็นใคร?"อวี๋จงมองไปที่ผู้หญิงทั้งสองคนและถามสมาชิกในหน่วยของเขา
สมาชิกในหน่วยมองไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งและกล่าวออกมาอย่างดุดัน"หัวหน้ายูพวกมันเป็นผู้รอดชีวิตจากหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ทางทิศตะวันตก หมู่บ้านต้นป็อปลาร์ถูกครอบครองโดยคนๆหนึ่ง
ที่เรียกตนเองว่ากษัตริย์เหล็ก มีชายหลายร้อยคนที่รอดชีวิตอยู่ภายใต้การปกครองของมัน จางหง นี่คือหัวหน้าของพวกเราหัวหน้ายูแกสามารถบอกลายละเอียดเกี่ยวกับหมู่บ้านป็อปลาร์ได้ไหม?"
"ฉันจะบอก!ฉันจะบอก!ฉันจะบอกทุกอย่างกับคุณนายใหญ่ได้โปรดอย่าเคี่ยนฉัน!!ฉันจะบอกทุกอย่าง ฉันยอมทุกอย่าง ฉันข้อร้องอย่าทรมานฉันเลย!"ฉากหงคุกเข่าลงที่พื้น เธอร้องไห้ออกมา
และอ้อนวอนอวี๋จง เธอเล่าทุกอย่างที่เธอรู้เกี่ยวกับหมู่บ้านต้นป็อปลาร์ออกมา

6 ก.ย. 59 / 02:31   [122.155.45.40]
หยาดน้ำบนยอดหญ้า บอกว่า :
 ขอบคุณครับ...

ที่กลับมาแปล ให้อ่านอีกครั้ง

เป็นกำลังใจให้... สู้ๆ ครับ

5 ก.ย. 59 / 21:39   [103.26.23.221]
obojama! บอกว่า :
คือเราคิดว่ามันน่าจะเพี้ยนตั้งแต่เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ
เดาเอานะ
ผู้แปล คงจะเหมือนเรา ใช้ แอพพลิเคชั่นช่วยแปลภาษาจากจีนเป็นอังกฤษ
มันก็เลยออกมาแบบนี้

5 ก.ย. 59 / 21:34   [103.26.23.221]
obojama! บอกว่า :
เสนอความคิดนะ 

ชื่อของตัวเอก Yue Zhong >> อวี้จง
ชื่อเล่นของตัวเอง Captain Yue >> ที่ทางทีมงานแปลว่า "กัปตันยู" >> มันควรเป็น "กัปตันอวี้" มัยค่ะ

Liu Yan, who was in charge of acquisitions, rushed out of a storehouse. He excitedly yelled to Yue Zhong: “Captain Yue!! Captain Yue!! This time we scored!! We scored! Come quick!”
 
เราคิดว่ามันไม่น่าใช่ชื่อเล่น โดยปกติแล้วมันควรจะเป็นนามสกุล มากกว่า
 
แค่ออกความคิดเห็น นะคะ ถูกผิดประการใดแล้วแต่จะพิจารณา


4 ก.ย. 59 / 22:04   [49.49.244.172]
นายรังสิทธิ์ เกียงมี บอกว่า :
หัวล้านรึปล่าวครับ ใจน้อยจัง



    Writer
งานเขียนที่อยากแนะนำ

ยังไม่มีผลงานแนะนำ

งานเขียนล่าสุดของฉัน

เชือดซอมบี้พิชิตฮาเร็ม นิยายแปล god and devil world
ในวันสุดท้ายของวันสิ้นโลก อยู่ๆทุกๆอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทั่วทั้งโลกเกิดการกลายพันธุ์โดยไม่ทราบสาเหตุ จึงเป็นเหตุให้ชีวิตเด็กมหาลัยธรรมดาๆคนนึงต้องดิ้นรนสู้กับโลกใบใหม่นี้
Upd : 31 มี.ค. 60 / 19:37
Rating
100%
View : 724536
Post : 4646
Fanclub : 8452



    Board


    Voice - ป่าวประกาศสถานะ
 กำลังดี
       เมื่อ 840 วัน ที่แล้ว

อยากบอกว่า :





   Friends
มาทำความรู้จักเพื่อนๆของเรากันเถอะ
เพื่อนทั้งหมด
5

tritacha
weedpop
Funggier
okami46615
Guonib



    Gift Box
ส่งของขวัญหากันบ้างนะ
ของขวัญที่ได้
5 ชิ้น

ของขวัญชิ้นล่าสุดจากเพื่อนคุณ!!
#5 ปากกาฟ้าประทาน

มอบให้โดย หยาดน้ำบนยอดหญ้า


ของขวัญที่ผ่านมา
#4 รถสปอร์ตวิ่งฉิว
""
มอบให้โดย Joodvongboon
#3 รถสปอร์ตวิ่งฉิว
""
มอบให้โดย Joodvongboon

ให้ของขวัญบ้าง | ของขวัญที่เคยได้รับทั้งหมด   


    Link

เว็บนี้ที่อยากแนะนำให้ลอง!

Link ที่แนะนำ
0


ดู Link ทั้งหมด



    Pet
 Typeแพนด้า
 Levelวัยชรา
 Sexเพศผู้
 Age802 วัน