A Rai Naa >>>
ดู Blog ทั้งหมด

โรคมะเร็งในเด็กแม้ว่าจะพบได้น้อยแต่ก็เป็นสาเหตุการตายที่สำคัญในเด็ก โดยปกติแล้วร่างกายจะสามารถ

เขียนโดย A Rai Naa >>>

เนื้อเรื่องโดยสรุป

โรคมะเร็งในเด็กแม้ว่าจะพบได้น้อยแต่ก็เป็นสาเหตุการตายที่สำคัญในเด็ก โดยปกติแล้วร่างกายจะสามารถรักษาการทดแทนเซลล์เก่าที่ตายและรักษาสภาพการเจริญเติบโตได้ แต่เซลล์มะเร็งจะเกิดการเจริญเติบโตเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสารพันธุกรรมภายในเซลล์ ทำให้ไม่มีการเจริญเติบโตตามปกติ และมีการเพิ่มจำนวนขึ้นโดยไม่มีขีดจำกัด จึงพบเซลล์ตัวอ่อนจำนวนมากที่สามารถเบียดแทรกไปยังเซลล์ข้างเคียง ท่ให้เกิดการเสียหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ

  1. สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง
  1. ปัจจัยด้านยีน โดยมีการทำหน้าที่ผิดปกติของ Oncogene และ Tumor supressure gene ซึ่งในภาวะปกติ oncogene ทำหน้าที่ในการควบคุมการแบ่งเซลล์ ส่วน tumor supressure gene ทำหน้าที่ในการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์/วงจรเซลล์/การตายของเซลล์
  2. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น รังสี สารเคมี ยา ฮอร์โมน(ที่มนุษย์ผลิตขึ้น) และเชื้อโรค เป็นต้น

 

การประเมินสภาพผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็ง

 

ส่วนมากมะเร็งในเด็กมักแสดงอาการที่ไม่ชัดเจน โดยทั่วไปเด็กมักมีไข้ น้ำหนักลด เวียนศีรษะ ปวดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ ผิวหนังเปลี่ยนแปลง มีก้อนที่ตำแหน่งต่างๆของร่างกาย แต่มะเร็งบางชนิดจะแสดงอาการเมื่อโรคลุกลามไปแล้ว ในเด็กที่สงสัยว่าจะเป็นโรคมะเร็งจึงต้องได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดและทำการแบ่งระยะของโรค เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมซึ่งการแบ่งระยะของโรคมีดังนี้

 

ระยะที่ 1 ก้อนมะเร็งยังอยู่เฉพาะบริเวณที่กำเนิด สามารถผ่าตัดออกได้หมด

ระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งเป็นมากขึ้น อยู่ในส่วนเฉพาะที่สามารถผ่าตัดออกได้หมด

ระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองในบริเวณนั้น

ระยะที่ 4 ก้อนมะเร็งกระจายไปยังบริเวณที่ไกลออกไป หรือไปยังอวัยวะอื่น

 

3.วิธีการรักษาและผลข้างเคียงจากการรักษา

การผ่าตัด : มีวัตถุประสงค์เพื่อการวินิจฉัยที่แน่ชัด/รักษาให้หายขาด/รักษาแบบประคับประคอง

: ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นมักเป็นภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดทั่วไป เช่น เสียเลือด การขาดน้ำและระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ปวดแผล แผลติดเชื้อ เป็นต้น

เคมีบำบัด : มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาโรคให้หายขาด/ควบคุมการแพร่กระจาย/ป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

: เป็นการทำลายเซลล์มะเร็งโดยการขัดขวางการทำงานของ Enzyme /สารที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้าง DNA ของเซลล์มะเร็ง

: มักให้หลายชนิดร่วมกัน โดยที่ยาจะออกฤทธิ์ในระยะที่ต่างกันของเซลล์และเพื่อลดการต้านยาของเซลล์มะเร็ง

: ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นคือ ไขกระดูกถูกกดการทำงานทำให้มี Granulocyte / Neutrophil / Platlet ต่ำ คลื่นไส้ อาเจียน เยื่อบุปากและลำคอเป็นแผล ผมร่วง เกิด Anaphylaxis จากการแพ้ยาเคมีบำบัด

รังสีรักษา : มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาโรคให้หายขาด /บรรเทาอาการชั่วคราว

: รังสีจะเปลี่ยน ส่วนประกอบ DNA ในนิวเคลียสของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งแตกและสลายตัว

: ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น คือ ไขกระดูกถูกกดการทำงาน ผิวหนังบริเวณที่ถูกรังสีมีการะคายเคืองง่าย

การปลูกถ่ายไขกระดูก : มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาโรคให้หายขาด

: มักทำใน มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งระบบประสาท

: ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น คือ ปฏิกิริยาต่อต้านไขกระดูกที่ปลูกถ่าย (Graft refetion) ปฏิกิริยาระหว่างผู้ป่วยและ Lymphocyte ในไขกระดูกที่ปลูกถ่าย (Graft versus host disease)

4.ปัญหาและการพยาบาลที่สำคัญในผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็ง

1. ครอบครัวขาดความรู้เกี่ยวกับขบวนการของโรค การรักษาและวิธีการดูแลเด็ก

- ประเมินความรู้ ระดับความวิตกกังวลและความสามารถในการเรียนรู้ในขณะนั้น

- ปฏิบัติตัวต่อญาติด้วยความนุ่มนวล สงบ สร้างความไว้วางใจ

-จัดหาสถานที่ที่เป็นส่วนตัวเพื่อให้ข้อมูล/คำแนะนำแก่ครอบครัว

-ให้ข้อมูลตามศักยภาพของครอบครัว พร้อมเปิดโอกาสให้ซักถามข้อข้องใจ

2. เสี่ยงต่อภาวะเลือดออกง่ายจาก Platlet ต่ำเป็นผลจากไขกระดูกถูกกดการทำงานจากสภาวะโรค การได้รับรังสีรักษาและเคมีบำบัด

- ป้องกันการเกิดเลือดออกโดยการงดวัดอุณหภูมิทางทวารหนัก,ใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่ม งดใช้ไหมขัดฟัน ระวังภาวะท้องผูก ถ้า Platlet < 20,000 cell/cumm หรือ มี Ratinal hemorrhage ให้ Absolute bed rest และเฝ้าระวัง Spontaneous internal hemorrhage ถ้า Platlet < 5,000 cell/cumm ห้ามฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ

3. เสี่ยงต่อการติดเชื้อเนื่องจากมี Neutrophil ต่ำ เป็นผลจากไขกระดูกถูกกดการทำ

งานจากสภาวะของโรค จากการได้รับรังสีรักษาและเคมีบำบัด

-             ประเมินความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโดยติดตามค่า WBC, Neutrophil, ANC (Absolute neutrophil count) ถ้าค่า ANC < 1,000 cell/cumm ให้แยกผู้ป่วยแบบ Protective isolation

-             ประเมินอาหารและอาการแสดงของการติดเชื้อ

-             แนะนำผู้เข้าเยี่ยมและผู้ป่วยปฏิบัติตัวเพื่อลดภาวการณ์ติดเชื้อ

  1. ได้รับอาหารน้อยกว่าความต้องการของร่างกายเนื่องจาก มีอัตราการเผาผลาญเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของเซลล์มะเร็ง คลื่นไส้ เบื่ออาหาร เยื่อบุช่องปากอักเสบ ความเครียด การดูดซึมไม่ดี การรับรสอาหารเปลี่ยนแปลง เบื่ออาหาร

-             Mouth care ก่อนและหลังรับประทานอาหาร โดยใช้แปรงที่อ่อนนุ่ม ยาสีฟันรสไม่จัด ถ้าแปรงฟันไม่ได้ใช้ผ้าก๊อสชุบ NSS เช็ด หรือบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก

-             จัดอาหารตามความต้องการของผู้ป่วยโดยไม่ขัดแย้งกับการรักษา ควรเป็นอาหารอ่อนและย่อยง่าย และให้อาหารครั้งละน้อยๆแต่บ่อยครั้ง

-             งดอาหารที่กระตุ้นการคลื่นไส้ เช่น อาหารที่มันหรือมีกลิ่นแรง หรืออาหารที่ระคายเคืองปาก เช่น อาหารแข็ง รสจัด ร้อนจัด

-             ติดตามผลอัลบูมินและโปรตีนในเลือด

-             ให้ยาต้านการอาเจียนก่อนให้เคมีบำบัดและให้ต่อเนื่องถ้ายังมีอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือทายาชาเฉพาะที่ในปากก่อนรับประทานอาหาร ตามแผนการรักษา

-             Record I/O และชั่งน้ำหนักอย่างน้อย 2 ครั้ง/สัปดาห์

  1. เกิดภาวะแทรกซ้อนบริเวณผิวหนังที่ถูกรังสี

-             ไม่ให้บริเวณที่ฉายแสงถูกน้ำในขณะทำการรักษาหรือหยุดรักษาแล้ว 1 เดือน โรยแป้งข้าวโพดเพื่อดูดความชื้น

-             ไม่ให้บริเวณที่ฉายแสงสัมผัสกับความเย็นจัด ร้อนจัดและแสงแดดเพราะจะเกิดการระคายเคืองง่าย

-             งดการทาแป้ง/ครีม/น้ำมัน เพราะอาจมีส่วนผสมของโลหะหนัก

  1. เสี่ยงต่อการเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน เนื่องจากเซลล์มะเร็งถูกทำลายอย่างรวดเร็วจึงมีกรดยูริกสูง ทำให้ Uric acid nephropathy มีฟอสเฟสในเลือดสูงจึงจับกับแคลเซียมตกตะกอนในไต

-             ดูแลให้ได้รับสารน้ำตามแผนการรักษา

-             ดูแลให้ได้รับยาตามแผนการรักษา เช่น NaHCO3 Allopulinal Phosphate-binding antacid ตามแผนการรักษา

-             จำกัดอาหารที่มีฟอสเฟสสูงเช่น นม ถั่ว ไข่

-             สังเกตอาการยูริคในเลือดสูง ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง ปวดข้อ ปัสสาวะขุ่น ปัสสาวะออกน้อยลง

-             ติดตามระดับกรดยูริคและฟอสเฟตในเลือด

-             ประเมินการทำงานของไต โดยติดตาม BUN,Creatinin record urine เป็น cc

  1. ภาพลักษณ์เปลี่ยนแปลงเนื่องจากผมร่วง

-             ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของเคมีบำบัด ซึ่งผมที่ร่วงจะขึ้นใหม่ใน 2-3 เดือน

-             แนะนำการใส่วิก /สวมหมวก/โพกผ้าก่อนออกจากบ้าน

-             แนะนำการใช้แชมพูอ่อนๆสระผม และการเช็ดผมอย่างเบามือ

 

 

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
อยากสอบถามว่า Plat <5000 ใช่ไหมคะที่ห้ามฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ ต้องการconfirm คะ ขอบคุณคะ คือคิดว่าทำไมเกณฑ์ต่ำจัง
A Rai Naa >>>
A Rai Naa >>> 9 ก.พ. 55 / 00:54
ให้พิจารณาตามเคสค่ะ ปกติแล้วถ้า < 100,000 ก็จะพิจารณาหลีกเลี่ยงแล้ว แต่บางราย < 50,000 ก็ไม่แสดงอาการอะไร แต่ในกรณีที่ได้รับยาที่กดไขกระดูกซึ่งเป็นตัวสร้างเกล็ดเลือดจะพิจารณาที่เรทต่ำที่สุดเท่าที่จะรับได้ แต่ปกติแล้วก็จะไม่ค่อยได้รับยากลุ่มที่ต้องฉีดเข้า M เท่าไหร่ เท่าที่เคยให้เคมีบำบัดมาก็ไม่พบเคสที่ต้องฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อเท่าไหร่นะคะ เพียงแต่เฝ้าระวังไว้เท่านั้นเองค่ะ