เนตรมังกร(จบแล้ว)

ตอนที่ 12 : (เล่ม 1) เฟิงหลินคนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    31 มี.ค. 61


เพราะครบกำหนดสองวันแล้ว จอมโจรพายุยังไม่กลับมารายงานตามที่รับปากเอาไว้ ประมุขมารจึงสั่งให้ลูกน้องกลุ่มหนึ่งออกตามล่าคนทั้งคู่ก่อนที่กลิ่นดอกเบญจมาศจะจางหายไป

กู่เล่อใช้ผงพิเศษที่ประมุขของเขาใช้ในการติดตามจอมโจรพายุ เพราะต้าเพ่ยจวินเองไม่ไว้ใจชายดังกล่าว ตอนที่มอบยาถอนพิษให้กับอีกฝ่ายจึงได้ผสมยาที่ใช้ในการติดตามร่องรอยของเขาได้เช่นเดิม

ชายหนุ่มพร้อมพวกไล่ตามจอมโจรพายุจากรอยเท้าที่ปรากฏชัดหลังโรยผงดังกล่าวลงไปบนพื้น  แต่เพราะจอมโจรดังกล่าวใช้การกระโดดร่วมด้วยในบางครั้ง พวกเขาจึงใช้เวลาเกือบสี่วันกว่าจะพบว่ารอยเท้าดังกล่าวไปหยุดอยู่ที่แห่งหนึ่ง เป็นบ้านหลังเล็กที่สร้างขึ้นจากไม้ไผ่บนเนินที่อยู่ชานเมือง  บนพื้นทางเข้าบ้านเต็มไปด้วยพรมที่สร้างจากลูกธนูพิษ เมื่อเดินเข้าใกล้กลับได้กลิ่นคาวเลือดตั้งแต่ประตูทางเข้าบ้าน บนพื้นมีคราบเลือดที่แข็งตัวและมีแนวทางการไหลมาจากร่างที่อยู่บนเตียง กู่เล่อคิด หญิงที่อยู่ใต้ผ้าห่มที่เขาเห็นคงเป็นโจรวายุที่ถูกฆ่าตายไปแล้วจากจอมโจรพายุ

ว่าแต่เหตุใดชายผู้นั้นถึงอุตส่าห์อุ้มศพนางไปวางบนเตียงเสียเรียบร้อยด้วยเล่า?

กู่เล่อกวาดมองสภาพรอบด้าน ดูเหมือนไม่มีการต่อสู้ใดๆเกิดขึ้น แม้บ้านหลังนี้จะมีข้าวของไม่มาก แต่สภาพภายในบ้านตอนนี้ก็ดูเรียบร้อยจนเกินไป

หรือว่าชายคนนั้นจะใช้ยาสลบกับอีกฝ่าย?
เช่นนั้นแล้ว รอยเลือดมากมายขนาดนี้มาจากสาเหตุใด?

ด้วยความสงสัย กู่เล่อจึงค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ศพของหญิงสาว จอมโจรวายุมีใบหน้าเช่นนี้เอง เขาเห็นอยู่แล้วว่ามีหน้ากากของหญิงอีกคนตกอยู่ที่พื้น ใบหน้าของหญิงผู้นี้ดูธรรมดาไม่มีความน่าพิศมัยแต่อย่างใด ริมฝีปากนางนั้นม่วงคล้ำ ใบหน้าขาวซีดคงเพราะเสียเลือดจำนวนมากร่วมกับได้รับพิษ

กู่เล่อมองผ้าห่มขาวที่ถูกย้อมสีใหม่ด้วยเลือดจากกายหญิงสาว ชายหนุ่มสงสัยว่าโจรพายุทำให้อีกฝ่ายเลือดออกมากมายขนาดนี้ด้วยบาดแผลชนิดใด ไม่คาดคิดเมื่อเลิกผ้าห่มขึ้น กลับมีมีรอยเลือดมาจากรูพรุนแทบทุกรูที่อยู่บนเสื้อของนาง

ยิ่งเพ่งมองตามรูแต่ละรูให้รู้สึกตัวสั่น เลือดยังคงซึมไหลเบาๆออกจากรูอยู่ไม่หยุด เมื่อมองดูอยู่นานเสียงตึกๆในอกยิ่งเร็วขึ้น หน้าอกของคนผู้นี้ยังคงขยับขึ้นลง กู่เล่อเอามือไปอังจมูกของคนเบื้องหน้า หญิงผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่!

"ออกไปหาอะไรมาหามนางเร็ว" เสียงกู่เล่อร้อนรน
"ลูกพี่จะให้ขนศพนางไปด้วยรึ"
"คนผู้นี้ยังไม่ตาย เร็ว รีบเอาตัวนางไปเร็ว"

ลูกน้องที่ตามมาด้วยจึงรีบตามหาสิ่งที่พอจะขนหญิงคนดังกล่าวได้อยู่นาน แต่ก็หาอะไรมาอุ้มนางไม่ได้ สุดท้ายจึงคิดออกความเห็น
"ใช้เก้าอี้ขนนางไปดีไหม"
"เจ้าบ้า ใช้สมองโง่ๆคิดภาพตอนที่ขนร่างหญิงคนนี้สิ เจ้าคิดจะทำให้นางกลายเป็นที่สนใจของคนทั้งเมืองอย่างนั้นรึ"

ลูกน้องคนดังกล่าวจึงคิดภาพตาม จริงด้วย หากขนนางขึ้นเก้าอี้  คงมีสภาพไม่ต่างจากการเอาศพขึ้นแห่เกี้ยวไปรอบเมือง

"แต่บ้านหลังนี้ไม่มีอะไรให้ใช้หามคนได้เลย" ลูกน้องที่เหลือยังคงยืนยัน

ด้วยเหตุนี้ร่างของหญิงสาวจึงถูกพันด้วยผ้าก่อนแบกขึ้นหลังของกู่เล่อไปจนถึงพรรคมาร แม้ลูกน้องที่ตามมาด้วยจะบอกให้เขาสลับกันขน ชายหนุ่มกลับปฏิเสธและบอกกับพวกเขาว่าจะทำให้เสียเวลา 

-------------------

"ขนศพนางกลับมาด้วยทำไม" ต้าเพ่ยจวินถามลูกน้องของตนที่กำลังหอบด้วยความสงสัย พร้อมเหลือบมองร่างในห่อผ้าขาวที่ชุ่มไปด้วยเลือด ใบหน้าของจอมโจรวายุถูกมองเพียงสั้นๆก็ถูกตัดสินว่าตายไปแล้ว
"ท่านประมุข นางยังไม่ตาย" กู่เล่อหายใจแรง เขายังคงเหนื่อยกับการแบกร่างของคนผู้นี้มาแต่ไกล
"สภาพแบบนี้ยังไม่ตายหรอกรึ" ต้าเพ่ยจวินสงสัย เหตุการณ์ผ่านมาสี่วันแล้วและจอมโจรพายุที่ได้รับพิษนั้นไม่ยอมกลับมา แปลว่าหญิงผู้นี้ถูกจัดการตั้งแต่หนึ่งถึงสองวันแรกหลังชายผู้นั้นออกตามล่า แต่สภาพเลือดออกมาขนาดนี้กลับยังไม่ตาย

"บ้านที่ข้าไปพบนางเต็มไปด้วยลูกธนูพิษ"
"เจ้าจะบอกว่า นางเสียเลือดจำนวนมาก เพราะธนูเหล่านั้นอย่างนั้นรึ"
"ท่านประมุข ตอนนี้เราคงทำได้เพียงคาดการณ์ อย่างไร ตอนนี้น่าจะหาทางทำให้คนผู้นี้นั้นฟื้นขึ้นก่อน"
"เจ้าจะบอกว่า ให้ข้าช่วยชีวิตนางอย่างนั้นรึ"
"ท่านประมุข ข้าหมายถึง สภาพของนางนั้นควรจะเสียชีวิตได้แล้ว แต่นางกลับยังคงมีชีวิต หากช่วยนางผู้นี้ได้ ท่านคงได้ข้อมูลอะไรบางอย่างจากนาง"
"ข้อมูลอะไร"
"นางผู้นี้ถึงกับถูกชายคนหนึ่งตามล่า และนางเองก็ถูกทางการตามล่า สภาพที่เกิดเหตุที่ข้าไปเห็นนั้นเต็มไปด้วยลูกธนู บ้านของนางก็เต็มไปด้วยลูกธนู ตามหลักหากโดนธนูพิษมากถึงเพียงนี้ต้องเสียชีวิตแล้ว  ครั้งก่อนที่ตามล่าคนผู้นั้นก็เช่นกัน คนผู้นั้นโดนยาพิษและควันพิษของท่านไปแล้วกลับไม่เป็นอะไร แต่เพียงโจรพายุหายไป สภาพของนางกลับปางตายได้ถึงเพียงนี้ ข้าว่าต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ"

ต้าเพ่ยจวินมองท่าทีที่ดูกระวนกระวายเกินเหตุของกู่เล่อให้สงสัย
คงไม่ใช่ว่าเจ้าแอบมีใจให้นางอัปลักษณ์ผู้นี้เข้าหรอกนะ ?


แต่เหตุผลที่ลูกน้องของเขานั้นพูดมาก็มีส่วนถูก มีหลายเรื่องที่น่าสงสัยเกี่ยวกับหญิงผู้นี้ หากทำให้นางฟื้นขึ้นมาเล่าเรื่องได้ก็คงดี ว่าแต่สภาพผีดิบแบบนี้ยังจะรอดได้อีกสักกี่วัน

ผีดิบ?

ต้าเพ่ยจวินคิดอะไรบางอย่างออก ชายหนุ่มยิ้มเหี้ยม ใช่แล้ว เขารู้ว่าจะจัดการกับนางอย่างไรแล้ว

-------------------

เฟิงหลินลืมตาขึ้นมาแล้ว นางมองเพดานเบื้องหน้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หญิงสาวมองสำรวจรอบตัว ตอนนี้นางนอนอยู่บนเตียง แสงจันทร์จากบานหน้าต่างบอกว่าตอนนี้เป็นเวลากลางคืน ใกล้ๆกับเตียงมีหญิงคนหนึ่งนอนฟุบอยู่กับโต๊ะตัวหนึ่ง

"เจ้า..." เฟิงหลินพยายามเรียกหญิงคนดังกล่าว ตอนนี้นางกระหายน้ำเหลือเกิน

หญิงคนดังกล่าวยังไม่ยอมตื่น 

เฟิงหลินค่อยๆยันตัวขึ้นอยู่นาน แม้ไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด แต่นางยังคงรู้สึกเหมือนร่างกายไม่มีกำลังเหมือนเช่นแต่ก่อน หญิงสาวแปลกใจที่ตนยังคงลุกขึ้นไม่ได้ นางจึงพลิกตัวแล้วค่อยๆคลานลงจากเตียง มือของหญิงสาวพยายามเหยียดไปยังร่างหญิงเบื้องหน้าแต่ยังคงไม่ถึง สุดท้ายหญิงคนดังกล่าวก็ตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงดังตึงจากร่างของเฟิงหลินที่ตกลงจากเตียง

น่าแปลกที่นางไม่รู้สึกเจ็บปวด?

หญิงคนดังกล่าวเห็นเฟิงหลินลงมานอนกองอยู่ที่พื้นจึงค่อยๆพยุงร่างของนางขึ้น แต่ด้วยขนาดตัวที่ไม่ต่างกันแถมร่างที่ตกลงมายังพื้นยังไม่มีแรงที่จะยันตัวของนางขึ้น สุดท้ายหญิงคนดังกล่าวจึงรีบไปเรียกผู้ชายให้เข้ามาช่วย

"ฟื้นแล้วรึ" เสียงชายแปลกหน้าดังขึ้นที่ทางเข้า

เฟิงหลินหันไปมองตามเสียงดังกล่าว ชายคนที่เอ่ยประโยคเมื่อสักครู่คงเป็นหัวหน้าของคนเหล่านี้ พวกเขาถึงได้หลบไปอยู่ด้านข้าง พร้อมโค้งให้กับชายคนดังกล่าว

หญิงสาวมองดวงตาสีแดงพร้อมกับเขี้ยวของชายเบื้องหน้า รูปลักษณ์ที่ราวกับปีศาจของคนผู้นี้ เหตุใดนางจึงไม่รู้สึกหวั่นเกรง

"ท่านคือใคร" หญิงสาวสอบถามชายเบื้องหน้า นางให้เกียรติชายผู้นี้โดยเรียกว่า 'ท่าน' เพราะเห็นจากท่าทางของคนรอบกายในตอนนี้ที่แสดงต่อเขา
"ข้าคือประมุขพรรคมาร"
"ท่านช่วยชีวิตข้าด้วยเหตุใด"
"ช่วยงั้นรึ?" ต้าเพ่ยจวินฟังที่นางกล่าวให้รู้สึกขัน เขาคิดว่าสิ่งที่เขาทำไม่ใช่การช่วยอีกฝ่าย
"ก็ท่านพาข้ามารักษาตัวที่นี่"
"รักษา?"  ชายหนุ่มคิด จะว่าไปสิ่งที่เขาทำลงไปก็อาจจะพอเรียกว่ารักษาได้บ้าง...อยู่หรอกนะ
"หรือไม่ใช่" 

เพ่ยจวินเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายที่ยังไม่มีแรงจะลุกนั่ง จึงถูกนำไปพิงกับผนังที่อยู่ข้างเตียง ชายหนุ่มค่อยๆยื่นใบหน้าของเขาเข้าไปใกล้ๆนาง

"ข้าจะบอกเรื่องสำคัญที่เจ้าต้องรู้เรื่องหนึ่ง"
"อะไร" เฟิงหลินเบี่ยงหน้า 
"เจ้าตายไปแล้ว"

เฟิงหลินให้รู้สึกขันกับคำพูดจากชายเบื้องหน้า นางพูดด้วยน้ำเสียงหวังจะหัวเราะ แต่หญิงสาวไม่รู้สึกตัวว่าเสียงที่นางเอ่ยออกไปกลับไม่ใช่เสียงของคนที่กำลังหัวเราะ "ข้าตายไปแล้วเช่นนั้นรึ น่าขันสิ้นดี"

"เห็นไหม ขนาดคำพูดของเจ้ายังไม่ขำ" ต้าเพ่ยจวินยิ้มมุมปาก

หญิงสาวจึงรู้สึกถึงความแปลกประหลาดภายในตัว นางพยายามใช้มือที่แทบจะไม่มีแรง ฟาดไปยังผนังกำแพงที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อยืนยันสิ่งที่สงสัย

ข้าไม่มีความรู้สึก!

"ยินดีต้อนรับเจ้าเข้าสู่พรรคมารของข้า ต่อไปนี้เจ้าเป็นคนของข้าแล้ว หากเจ้าต้องการมีชีวิตต่อ ต้องทำตามที่ข้าสั่งทุกอย่าง"

"ท่านทำอะไรกับตัวข้า"
"ตอนนี้เจ้าคือหนูลองยาชั้นดีของข้า ยาผีดิบที่อยู่ในตัวเจ้าจะทำให้เจ้าไม่มีความรู้สึกใดๆ เจ้ามีชีวิตอยู่ได้เพียงเวลากลางคืน จงจำไว้"
"หากข้าไม่ทำตามที่ท่านบอกล่ะ"
"เจ้าก็ต้องตายอย่างสมบูรณ์"

ก็แปลว่า จริงๆตอนนี้ข้ายังไม่ตายน่ะสิ!

เพราะเห็นท่าทางของนางในเบื้องหน้านั้นดูเหมือนมีความหวังอะไรบางอย่าง ประมุขมารจึงกล่าวตอกย้ำเพื่อให้นางกลัวเขามากขึ้น

"เจ้าอย่าคิดแข็งข้อใดๆกับข้าเป็นอันขาด สภาพผีดิบของเจ้าในตอนนี้ยังเป็นเพียงการเริ่มต้น ต่อไปเจ้าจะกลายเป็นผีในร่างคนอย่างแท้จริง"
"ท่านคิดจะทำให้ข้ากลัวท่านอย่างนั้นรึ"
"แล้วตอนนี้เจ้าไม่รู้สึกกลัวข้าหรอกรึ"
"ก็ยาของท่านทำให้ข้าไม่มีความรู้สึก แล้วข้าจะกลัวท่านได้อย่างไร"

คำพูดของนางโจรอัปลักษณ์ทำให้ต้าเพ่ยจวินถึงกับอึ้งไป จริงด้วย เขาลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปได้อย่างไร หากนางไม่กลัวเขา แล้วจะยอมทำตามที่เขาสั่งได้อย่างไร ไม่ได้การ เขาต้องปรับปรุงยาสูตรใหม่ เพ่ยจวินพยายามควบคุมความนิ่ง ก่อนเชิดหน้าของตนตอบกลับอีกฝ่าย

"อย่างไรเสียหากเจ้ายังอยากอยู่ต่อก็ต้องทำตามคำสั่งข้า"
"ท่านจะให้ข้าทำอะไร สภาพข้าตอนนี้ยังเอาตัวเองแทบไม่รอด"

ประมุขฟังคำพูดของนางให้คิดได้ 
จริงด้วย  หญิงผู้นี้ลุกนั่งเองก็ยังทำไม่ได้ สรุปข้าให้ยานางไปเพื่ออะไรกันเล่า อ้อ ใช่แล้ว นางต้องเปิดเผยความลับที่นางถูกคนไล่ล่าแต่ยังมีชีวิตอยู่รอดมาได้หลายวันนี่นา
"ชายคนที่ตามล่าเจ้ากลางเมืองเป็นผู้ใด" เพ่ยจวินยังพยายามรักษาท่าทีของตน ชายหนุ่มควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
"ทำไมข้าต้องบอกท่าน"
"ไม่เช่นนั้น เจ้าจะไม่ได้ยาจากข้าอีก "
"ข้าก็แค่ตาย"
"เจ้าไม่กลัวความตาย"
"ท่านนี่มันความจำปลาทองหรืออย่างไร  ข้าเองก็บอกท่านไปแล้ว ข้าไม่มีความรู้สึกกลัว ก็ยาของท่านเองนั่นแหล่ะที่ทำให้ข้าเป็นแบบนี้"

ต้าเพ่ยจวินถึงกับหมดความอดทน เขาควบคุมกายไม่ให้สั่น ก่อนตอบกลับอีกฝ่าย
"ได้ แล้วข้าจะคอยดู ว่าเจ้าจะปากดีอย่างนี้ได้นานเพียงใด"

--------------------

"ท่านประมุข หญิงผู้นั้นต้องการพบท่าน" เสียงลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล
แม้จะถูกปลุกกลางดึกแต่ต้าเพ่ยจวินกลับไม่รู้สึกหงุดหงิด ชายหนุ่มรู้สึกยินดีออกด้วยซ้ำไป เพราะรู้สึกเหมือนว่าตนนั้นเอาชนะหญิงคนนั้นได้ 

สุดท้ายนางก็ต้องร้องขอข้า!

ชายหนุ่มเดินมายังห้องของหญิงสาว เขาค่อยย่างก้าวช้าๆ หวังถ่วงเวลาอีกฝ่าย เมื่อมองใบหน้าของหญิงสาวเบื้องหน้าที่พยายามโยกไหล่ไปมาด้วยความร้อนรนอยู่บนเตียง ดูท่า นางคงต้องการยาจากข้าเข้าแล้วล่ะสิ!
"ท่านประมุข ท่านช่วยข้าด้วย"
"รู้ซึ้งแล้วล่ะสิ เป็นอย่างไรเล่า กล้าลองดีกับข้า"
"ข้ารู้แล้ว ท่านประมุข ข้ายอมท่านทุกอย่างแล้ว". หญิงสาวพยายามทำเสียงอ้อนวอนตามความคิด แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับฟังดูหลอนมากกว่า
"ได้ แต่เจ้าต้องทำตามคำสั่งข้า"
"ข้าจะทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง ข้าให้สัญญา" เฟิงหลินพยายามจะยกมือเพื่อทำท่าสาบาน แต่มือของนางยังคงไม่มีเรี่ยวแรง
"ดี งั้นข้าจะให้ยาข้ากับเจ้า"
"ท่านจะยาข้าก็ได้ แต่ตอนนี้ข้าไม่ต้องการ"
"แล้วเจ้าต้องการอะไร"
"ข้าต้องการกินข้าว"

----------------------





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

44 ความคิดเห็น