เนตรมังกร(จบแล้ว)

ตอนที่ 153 : (เล่ม 5) ความท้าทายใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    4 เม.ย. 61


แม้จะล่วงรู้อยู่แล้วว่าเฟิงหลินนั้นไร้ดวงตาข้างหนึ่ง แต่การต้องมาเห็นภาพความจริงต่อหน้าอย่างชัดเจน ความรู้สึกผิดที่เป็นเหตุให้ร่างเบื้องหน้าต้องพิการทำให้เจิ้งฮุ่ยเสียนที่เป็นหมอเทวดาและเคยเห็นภาพสยดสยองยิ่งกว่านี้ไม่กล้ามองภาพดังกล่าว หญิงงามหลับตาลงและเบือนหน้าหนีไม่ต่างจากคนอื่น เหลือเพียงสองบุรุษที่กล้าเผชิญหน้ากับหญิงสาว โดยฝูจิ้นที่หน้ามืดและสลบไปเรียบร้อยทำให้ต้าเพ่ยจวินเข้าควบคุมสถานการณ์แทนเจ้าของร่างอีกครั้ง

"การจัดสรรทุกอย่างลงตัวแล้วมิใช่หรือ ตั้งแต่คนทุกคนออกจากบ้านหลังนั้น"ชายหนุ่มตอบกลับหญิงสาว ต้าเพ่ยจวินเลี่ยงการมองเบ้าตาซ้ายที่กลวงโบ๋ เพราะในอดีตยาผีดิบของเขาเคยทำให้เฟิงหลินต้องตาบอดด้วยเช่นกัน

"ข้าไม่รู้เรื่องที่เจ้ากล่าวถึง เพราะข้าไม่ใช่หญิงที่พวกเจ้ารู้จัก เฟิงหลินคนก่อนได้เสียชีวิตลงแล้ว ส่วนข้าคือร่างใหม่ที่มีใบหน้าเหมือนนางเพียงเท่านั้น"

"เจ้า เจ้าว่าอย่างไรนะ"ฝูจิ้นที่สติเลื่อนลอยตื่นขึ้นอีกครั้งหลังได้ยินเรื่องดังกล่าว กษัตริย์หนุ่มถามหญิงสาวเพื่อยืนยันว่าตนมิได้หูเฝื่อน

"หญิงที่เจ้ารู้จักและมีใบหน้าเหมือนกันกับข้าได้เสียชีวิตลงแล้ว ส่วนนามของข้าแม้จะออกเสียงว่าเฟิงหลินเช่นกัน แต่ก็มิใช่วิธีการเขียนเช่นเดิม จึงสรุปได้ว่าข้าคือหญิงคนละคน ที่บังเอิญมีการออกเสียงของชื่อและมีใบหน้าเหมือนกันกับหญิงที่พวกเจ้ารู้จัก"

"นางเสียชีวิตเพราะแยกห่างจากเนตรมังกรเช่นนั้นหรือ"ต้าเพ่ยจวินต้องมาถามอีกครั้ง หลังเจ้าของร่างหมดสติไปเป็นครั้งที่สอง

"ก็คงจะเป็นเช่นนั้น พวกเจ้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ก็อย่ามาถามข้าให้ยืดยาว"
"นางเจ็บปวดมากหรือไม่ ก่อนนางได้จากไป"คำถามนี้กลับโจหยางผิงที่เอ่ยถามขึ้นมา
"ฟังดูแล้ว เจ้าคงเป็นหนึ่งในชายที่มีความรู้สึกบางอย่างกับนาง"

แม่ทัพรูปงามส่ายหน้าก่อนตอบออกไป
"ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด แต่เพราะข้าเคยได้รู้ ว่าหญิงที่ข้าเคยรู้จักมีชะตาชีวิตที่ยากลำบาก ข้าจึงอยากรู้ว่าช่วงสุดท้ายของนางจากไปอย่างสงบสุขได้หรือไม่"

ตั้งแต่เฟิงหลินจากไปจากแคว้นหนาน โจหยางผิงคิดถึงเรื่องของหญิงดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง แม่ทัพหนุ่มสงสัยว่านางใช่หญิงที่มีสภาพปางตายที่ประตูเมืองของตนหรือไม่ หากเป็นความจริงหมายความว่าสภาพกระดูกแหลกของหญิงผู้นั้นที่ตนเห็นในจวนของเสนาบดีขวาแห่งแคว้นเฉินอาจเกี่ยวข้องกับหญิงที่ตนยังหลงรัก ยิ่งมารู้ว่านางถูกควักดวงตาไปอีกข้าง แม้ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับกษัตริย์ของตนจริงหรือไม่ ให้รู้สึกว่าชีวิตของเฟิงหลินช่างน่าเวทนายิ่งนัก

"เท่าที่ข้ารู้ หญิงที่พวกเจ้ารู้จักมีวิชาตัวเบาที่ร้ายกาจ ดังนั้นดาบที่ปักบนร่างของนางในช่วงสุดท้ายคงมิได้สร้างความเจ็บปวดแต่อย่างใด"ดวงจิตของร่างใหม่เคยเห็นเนื้อหาในไตรคำภีร์อยู่ช่วงหนึ่ง การผ่านด่านวิชาตัวเบาขั้นที่เก้าต้องนิ่งเฉยกับความเจ็บปวดได้ ดังนั้นดวงจิตของหญิงคนก่อนคงเรียบนิ่งในช่วงสุดท้ายของชีวิต

ผู้คนจำนวนมากที่ยืนฟังเรื่องราวทั้งหมดให้ตกใจยิ่งนัก เฟิงหลินหรือพระนางมี่หลินที่พวกเขารู้จักเสียชีวิตเพราะถูกดาบสังหารเช่นนั้นหรือ

"บอกกับพวกข้าได้หรือไม่ พระนางถูกคนผู้ใดสังหารโดยใช้ดาบเล่มดังกล่าว"ราชเลขาที่จงรักภักดีโกรธแค้นยิ่งนัก ใครกันที่กล้าบังอาจสังหารอดีตกษัตริย์ของพวกเขา

"ข้าจะไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร ข้าเข้าครอบครองร่างนี้ได้ก็ต่อเมื่อยามที่นางได้เสียชีวิต ดังนั้นข้าจึงไม่รู้ในสิ่งที่พวกเจ้าอยากรู้"เฟิงหลินที่จุติใหม่เมื่อเห็นว่าร่างของหญิงที่ต้องครอบครองได้เสียชีวิต จึงเตรียมตัวเพื่อการกำเนิดใหม่ ทำให้มีช่วงหนึ่งที่การรับรู้ข้อมูลของร่างก่อนได้ขาดตอน

"แล้วดาบที่ปักอยู่บนร่างของนางเล่า มีลักษณะให้สังเกตหรือไม่"
"นี่ข้าต้องตอบทุกข้อสงสัยของพวกเจ้าอีกนานเพียงใด อย่ามัวยืดเยื้อให้เสียเวลา จงมอบดวงตาข้างนั้นกลับคืนมาให้ข้า"

ถึงประโยคนี้ เจิ้งฮุ่ยเสียนที่ทนนิ่งอยู่นานกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น
"ดวงตาที่เจ้าปรารถนาอยู่กับตัวของข้า แต่ได้โปรดบอกกับพวกข้าด้วยเถิด ว่าดาบที่ใช้สังหารนางมีลักษณะเช่นไร"
"ตกลงว่า แท้จริงแล้ว เจ้าที่เป็นสตรีเป็นกษัตริย์แห่งแคว้นหนานเช่นนั้นหรือ"
"ข้าคือหมอหลวง ส่วนกษัตริย์ที่แท้จริงคือบุรุษที่เจ้าเข้าใจตั้งแต่แรก"

ความจริงที่ได้รู้ทำให้บัญชีของบุรุษที่ชื่อหลินลั่วหยางถูกสร้างขึ้น สมองของร่างใหม่ที่ควบคุมด้วยเนื้อกายที่เป็นปีศาจ บทลงโทษจึงถูกตัดสินอย่างรวดเร็ว ข้อหาหลอกลวงผู้นำของโลกใบใหม่คือการที่คนผู้นั้นต้องถูกนางสังหารด้วยมือเพียงอย่างเดียว

"เหตุใดดวงตาของนางจึงอยู่กับหญิงเช่นเจ้า"เฟิงหลินร่างใหม่ถามหมอเทวดาด้วยความสงสัย หญิงงามผู้นี้แท้จริงมีความร้ายกาจเช่นนั้นหรือ ช่างดูไม่เข้ากันกับใบหน้าใสซื่อที่ได้เห็น

เจิ้งฮุ่ยเสียนที่อัดอั้นมานานจึงหลั่งน้ำตา ก่อนกล่าวความจริงที่ต้องเก็บซ่อนแต่เพียงผู้เดียว
"เพื่อรักษาชีวิตของข้า เฟิงหลินจำต้องสละดวงตาข้างหนึ่ง เพราะยามนั้นชีวิตของข้าใกล้ดับสิ้น ดังนั้นข้าจึงอยากรู้ยิ่งนักว่าดาบที่ใช้สังหารผู้มีพระคุณของข้าเป็นดาบของคนผู้ใด"

ฝูจิ้นและต้าเพ่ยจวินจึงรู้เหตุผลที่ช่วงหลังเหล่าขุนนางภายในวังต่างเทใจไปที่หญิงผู้นี้ เพราะแท้จริงแล้วเจิ้งฮุ่ยเสียนมีเนตรมังกรสองชิ้นเท่ากันกับพวกเขา อีกทั้งเมื่อรวมกันแล้วเนตรมังกรของนางยังมีขนาดที่มากกว่า

โจหยางผิงก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ครานั้นหญิงสาวได้สร้างเรื่องโกหกกับตัวเขา ชิ้นส่วนที่ตนเผลอสัมผัสเข้าในครั้งนั้นแท้จริงคงเป็นดวงตาของนาง และชิ้นส่วนที่แตกออกมาในครานั้นคงเป็นชิ้นส่วนที่ตนได้ครอบครองในยามนี้และเข้าใจมาโดยตลอดว่าเป็นเล็บขบของหญิงผู้นั้น

"แต่ฝ่าบาททรงบอกว่าเรื่องนั้นได้รับการจัดสรรอย่างลงตัวแล้วมิใช่หรือ ตามความเข้าใจของข้า สิ่งที่เจ้ามีควรส่งมอบกลับคืนไปยังตัวของหญิงผู้นั้น"แม่ทัพรูปงามถามหญิงที่ตนมีใจไปหนึ่งในสามส่วน

"ข้าไม่สามารถส่งมอบดวงตาของนางให้กลับคืนได้ ครานั้นเฟิงหลินถูกข่มขู่ หากนางรับดวงตากลับคืน ดวงจิตของหญิงอีกคนจะเข้าสิงร่างของข้า "

"นี่รอบกายของเจ้ามีปีศาจอยู่ด้วยหรือ"แม่ทัพหนุ่มเอ่ยออกไปและเข้าใจเหตุความกล้าแกร่งของหญิงงามเมื่อยามเดินทางไปเผชิญหน้ากับปีศาจพร้อมตนในแคว้นใหม่

"เป็นดวงจิตของธิดาเทพ นางเป็นปีศาจที่ไม่สมบูรณ์ ยามนั้นนางปรารถนาครอบครองร่างของเฟิงหลิน หลังจากต้องผิดหวังจากตัวของท่าน"เจิ้งฮุ่ยเสียนชี้นิ้วไปยังต้าเพ่ยจวิน แต่ทำให้คนที่ไม่ล่วงรู้เรื่องของชายดังกล่าว เข้าใจว่ากษัตริย์หนุ่มของตนเป็นที่หมายปองของปีศาจ

เฟิงหลินร่างใหม่รีบกล่าวขึ้น นางเสียเวลาในวังแห่งนี้นานเกินไปแล้ว ความเป็นเทพธิดาพยายามยับยั้งความเป็นปีศาจภายในกาย ไม่เช่นนั้นแล้ว นางคงไม่อดทนฟังคนเหล่านี้มารำเลิกความหลังได้ยาวนานถึงเพียงนี้
"ข้ารู้เพียงดาบเล่มนั้นคือดาบสุริยันจันทรา เมื่อเจ้าได้รู้แล้ว ก็จงส่งมอบดวงตาของหญิงผู้นั้นมาให้ข้าเสีย"

"เจ้าว่าอย่างไรนะ"ฝูจิ้นตื่นขึ้นมาอีกครั้งและถามประโยคดังกล่าว

"ดาบสุริยันจันทรา"
หญิงสาวเกียจคร้านยิ่งนักที่ต้องมาตอบคำถามอยู่หลายครั้ง นางจึงลดคำพูดให้น้อยลงโดยเอ่ยแต่สิ่งที่คนผู้นั้นอยากรู้

"โจหยางผิง เหตุใดดาบของเจ้าจึงอยู่บนร่างของมี่หลินในช่วงสุดท้ายของนาง"
ฝูจิ้นถามแม่ทัพของตนอย่างรวดเร็ว ทว่าเสียงของเฟิงหลินกลับดังสวนขึ้น ก่อนที่โจหยางผิงจะได้อธิบายความบริสุทธิ์ของตัวเขา

"พวกเจ้าอยากรู้อยากถามสิ่งใดก็ไปคุยกันเอง ข้าหมดความอดทนแล้ว มอบดวงตาของหญิงผู้นั้นมาให้ข้าเสีย ข้ายังมีภารกิจสำคัญหลายอย่างที่ต้องจัดการ ส่วนความกังวลของพวกเจ้าว่าจะได้พบข้าอีกครั้งหรือไม่ เรื่องนั้นไม่ต้องคิดให้มาก นับจากนี้อีกไม่นาน ตัวข้าจะขึ้นเป็นผู้นำของโลกใบใหม่ จากนี้ไปจะไม่มีการแบ่งแยกเขตแดน คำว่าแคว้นจะไม่มีนับจากนี้"

หญิงสาวเร่งรัดพร้อมประกาศศักดา คนภายในท้องพระโรงที่ได้ยินจึงต่างตกตะลึง หญิงที่มีใบหน้าคล้ายอดีตกษัตริย์ช่างโอ้อวดตนยิ่งนัก นางถึงขั้นจะปกครองคนทั้งโลกพร้อมฝูงค้างคาวเหล่านี้เช่นนั้นหรือ

หญิงงามจึงส่งมอบดวงตาที่พกข้างกายมาตลอด แม้หมายได้มอบคืนสู่เจ้าของที่แท้จริงมายาวนาน แต่การมาส่งมอบในยามที่คนซึ่งควรรับได้จากไป ความผิดในใจจึงมากล้นยิ่งกว่าเก่า

'ชักช้าเสียจริง'
เฟิงหลินเห็นหญิงงามเดินนวยนาดกว่าจะมาถึงให้ชวนหงุดหงิด หญิงสาวจึงยื่นใยแมงมุมที่โปร่งใสเข้าไปเกาะสิ่งที่ต้องตกเป็นของนางในไม่ช้า ดวงตาที่เป็นหินถูกดูดติดแนบชิดมือว่าที่ผู้นำของโลกใบใหม่ ก่อนวางในเบ้าตาที่เคยว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว ไร้การเปลี่ยนแปลงใดๆบนดวงตาดังกล่าว ดวงตาของหญิงสาวที่จากไปยังคงเป็นหินเช่นเดิม

กี้ กี้ กี้
ข้ารับใช้ข้างกายแนะนำกับนายหญิงว่า
"ทดลองพลังของท่านในที่แห่งนี้สิขอรับ"

เฟิงหลินทำปากขมุบขมิบเพื่อบอกกับพวกมันว่า
"ข้ารู้สึกชอบวังแห่งนี้ ขืนทดสอบพลังของข้า คงเสียดายวังอันงดงามแห่งนี้อยู่ไม่น้อย ข้าคิดทดสอบพลังของข้าที่ลานกว้างสักที่หนึ่ง ก่อนมุ่งหน้าไปยังแดนสวรรค์"

กี้ กี้ กี้
เสียงข้ารับใช้ชวนนายหญิงให้มุ่งหาที่ดังกล่าว พร้อมคิดหาอาหารสำหรับมื้อถัดไป

เฟิงหลินพยักหน้าก่อนกระโดดขึ้นพรมเนื้อที่เคยนั่งมา ข้ารับใช้นับแสนจึงย้ายกายของมันพร้อมกับนายหญิงที่อยู่ในท่านั่ง ทิศทางการเคลื่อนที่มุ่งไปยังทิศเหนือเพราะมีลานว่างจำนวนมาก สภาพภูมิประเทศที่เริ่มเป็นเขาและไร้ผู้คนเหมาะให้ใช้ทดสอบพลังมหาศาล แม้กายส่วนบนจะเป็นปีศาจที่ชอบการทลายล้าง แต่สมองของนางก็รู้จักแยกแยะ สิ่งไร้ประโยชน์ควรทลายให้หมดสิ้น สิ่งที่ยังมีประโยชน์ให้พินิจถึงความคุ้มค่าในการทลายสิ่งๆนั้น

ฝูงค้างคาวนำหญิงสาวลอยละล่องกลางท้องฟ้า แสงอาทิตย์อัสดงในยามเย็นบอกว่ามื้ออาหารถัดไปควรเริ่มได้แล้ว ข้ารับใช้ร่างเล็กส่งสัญญาณถามนายหญิงว่าประสงค์อาหารใดในมื้อนี้

เฟิงหลินทำปากขมุบขมิบเพื่อบอกพวกมันว่า
"อะไรก็ได้ที่มิใช่หมั่นโถว ข้าเกลียดอาหารจำพวกแป้งมากที่สุด"

กี้ กี้ กี้...กี้
ข้ารับใช้บอกนายหญิงของมันว่า
"นั่นคงเป็นชื่ออาหารของมนุษย์ พวกข้าไม่รู้จักสิ่งนั้น"

เฟิงหลินสะดุ้งเฮือกหลังได้ยินคำทักดังกล่าว ความคิดของมนุษย์ลอยเข้ามายังสมองของนางได้อย่างไร หญิงสาวออกคำสั่งกับข้ารับใช้ให้ชะลอเรื่องอาหารเอาไว้ก่อน ยามนี้มีสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบเป็นการด่วน กายของนางที่เป็นมนุษย์เพียงขาขวาไม่น่าส่งความคิดมายังสมองได้ ยามนี้สิ่งที่น่าสงสัยที่สุดคือดวงตาที่ได้รับมาเมื่อครู่นี้

หญิงสาวทำการควักดวงตามาตรวจอีกครั้ง บนท้องฟ้าในยามเย็นจึงปรากฎแสงสีเขียวแพร่กระจายจากจุดหนึ่ง พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ปลดปล่อยลำแสงจำนวนมากเพื่อทำการตรวจสอบ หากมีจิตแปลกปลอมต้องทำลายเป็นการด่วน

ดวงจิตหญิงเดิมที่หลงเหลือเคลื่อนไหวหลบลำแสงอย่างรวดเร็ว ความไวของดวงจิตดังกล่าวว่องไวยิ่งนักเพราะหลบการตรวจจับได้ทุกจุด  แม้ได้รู้ข่าวร้ายการจากไปของร่างจริง ยามนี้ร่างใหม่หากนางยึดครองได้ หมายถึงโอกาสกลับคืนของชีวิต แม้จะเป็นมนุษย์แปลกประหลาดแต่ก็ยังเป็นมนุษย์

ดวงจิตของหญิงเดิมจึงมีเป้าหมายใหม่นับจากนี้คือการช่วงชิงร่างของหญิงที่มีนามว่าเฟิงหลินเช่นเดียวกันกับนาง นับจากนี้เป็นต้นไปคือการต่อสู้ระหว่างสองหญิง โดยฝ่ายที่เหนือกว่าอีกฝ่ายคือดวงจิตของหญิงเดิมที่ไร้กายเป็นตัวตน เพราะนางไม่มีสิ่งใดให้เสียได้อีกแล้ว นอกจากดวงจิตจะแตกพ่ายหากเจ้าของร่างที่ไหวตัวและรู้ทัน ชีวิตใหม่ที่เริ่มต้นเช่นกาฝากไม่ได้ยากลำบากหรือทุกข์ระทมแต่อย่างใด เฟิงหลินคนเดิมที่มีความคิดเชิงบวกเป็นหลัก 

นับจากนี้ไปนางจะมีแต่ได้ กับ ได้  
---------
เผยแพร่ครั้งแรก 29/03/2561








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

44 ความคิดเห็น