เนตรมังกร(จบแล้ว)

ตอนที่ 16 : (เล่ม 1) ศึกในสวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    31 มี.ค. 61

หลังได้ยินเรื่องดังกล่าวหญิงสาวรีบหาทางจัดการปัญหาเรื่องแพ้แสงแดดของนางทั้งคืน เฟิงหลินคิดแก้ปัญหาเพียงลำพังเพราะเป็นคำสั่งกลางดึกนางจึงไม่อยากรบกวนผู้ใด ด้วยเพราะเสื้อสีดำนั้นเป็นจุดเด่นในความคิดของนาง หญิงสาวจึงไม่เคยมีเสื้อผ้าสีดังกล่าว ตอนนี้นางเหลือเพียงเสื้อสีเทาเพียงตัวเดียวให้เลือกใช้ เฟิงหลินจึงต้องย้อมผ้าที่หาได้ด้วยน้ำหมึกดำที่ขโมยจากห้องประมุขมารเพื่อใช้ผ้าดังกล่าวมาพันตัว

สิ่งที่นางกังวลคือดวงตาที่เหลือให้ใช้การเพียงข้างเดียว หากปิดบังด้วยผ้าสีดำแล้วนางยังจะสามารถหลบหนีฝ่ามือของชายผู้นั้นได้อย่างไร 

เฟิงหลินรอให้ผ้าที่ถูกย้อมด้วยหมึกดำแห้งสนิทก่อนใช้มือฉีกผ้าดังกล่าวให้เป็นริ้วแล้วพันให้รอบกายจนถึงปลายนิ้วและลำคอ ส่วนด้านบนตามใบหน้านางใช้วิธีสวมหมวกคลุมปีกกว้างที่มีผ้าสีดำปิดบังอีกชั้นหนึ่ง เป็นหมวกของบัณฑิตสักคนภายในเมืองที่นางขโมยมาได้ระหว่างรอผ้าที่ถูกย้อมด้วยหมึกแห้ง

ผ้าสีดำที่เคยใช้เป็นเชือกรัดผมถูกนำมาใช้เป็นผ้าปิดตาเพื่อเป็นการป้องกันดวงตาด่านสุดท้าย จากนั้นจึงนั่งลงที่มุมห้องเพื่อรอเวลาถูกเรียกใช้งาน

สถานการณ์ในครั้งนี้สอนให้นางรู้ว่าที่ผ่านมาวิชาตัวเบาของนางพึ่งพาดวงตาทั้งสองข้างมากเกินไป เฟิงหลินคิดปรับปรุงตัวในครั้งหน้า หากมีโอกาสนางคิดพัฒนาการได้ยินมาแทนที่ดวงตาที่มีข้อจำกัดในเวลานี้ และจะดียิ่งกว่าหากใช้การรับรู้จิตแทนที่การรับรู้ทั้งสองอย่าง

เสียงอึกทึกครึกโครมที่ได้ยินเป็นสัญญาณการมาของชายผู้นั้น เฟิงหลินสวมหมวกคลุม และเลิกผ้าที่ปิดตาเล็กน้อยเพื่อเดินไปยังที่เกิดเหตุ เพราะความกว้างของหมวกที่เลือกมานั้นเพียงพอจะปิดบังแสงที่มีจากภายนอกในตอนนี้

เฟิงหลินปรากฏกายอย่างเป็นที่ตกตะลึงของคนที่ได้เห็น ร่างคนชุดเทาผสมดำลึกลับสวมหมวกปิดบังอำพรางมิดชิดจนน่าสงสัยว่าหายใจได้จริงหรือไม่  หน้าอกที่แบนราบทำให้พวกเขาต่างคิดว่าคนผู้นี้เป็นบุรุษ ตอนนี้สิ่งที่คนเหล่านี้รวมถึงคนในพรรคมารคิดคือชายผู้นี้เป็นใครกัน


"ทางนี้" เสียงต้าเพ่ยจวินเรียกบุรุษปริศนา

เฟิงหลินที่เลิกผ้าปิดตาเล็กน้อยพอให้เห็นภาพเล็กรอดผ่านดวงตาเคลื่อนย้ายกายอย่างรวดเร็วจนคนทั่วไปไม่อาจมองเห็น คนทั้งหมดที่ยืนอยู่ภายในสวนของพรรคเห็นเพียงบุรุษลึกลับหายตัวอย่างรวดเร็วก่อนไปปรากฏข้างกายประมุขพรรคมาร หรือนี่คือผู้อารักขาคนใหม่ประจำตัวของเขา

นางเคลื่อนกายมาอยู่ด้านหลังต้าเพ่ยจวินพร้อมกล่าว "ท่านประมุข บอกตามตรง ข้ามองผ่านรูเล็กๆใต้ผ้าปิดตาเช่นนี้ทำให้ข้าลำบากมาก"
ประมุขมารไม่สนใจคำพูดของหญิงสาว ชายหนุ่มเพียงบ่น"ทำไมเจ้าไปหลบข้างหลังข้าล่ะ ข้าให้เจ้ามาคุ้มครองข้ามิใช่หรอกหรือ"
"ท่านประมุข อย่างที่ข้าบอก ข้าไม่สามารถมองเห็นได้หมด ทำให้การเคลื่อนไหวของข้ามีข้อจำกัด และที่สำคัญข้าไม่รู้วิชาต่อสู้เลยสักอย่าง"
"เจ้าต่อสู้ไม่เป็นเลยจริงๆรึ" ต้าเพ่ยจวินตกใจ ทำไมเรื่องสำคัญขนาดนี้เจ้าไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้
"เป็นเรื่องจริง ข้ามั่นใจเรื่องการหลบหนี จึงไม่ได้เรียนรู้วิชาต่อสู้แต่อย่างไร รู้เพียงป้องกันตัวเล็กๆน้อยๆเท่านั้น"

ประมุขมารรู้สึกคิดผิดเรื่องที่เลือกนางมาคุ้มครองตัวเขา แถมเมื่อคืนนี้เขายังสั่งให้นางทำการหยามเกียรติชายผู้นั้นด้วยคำพูดประกาศตนเหล่านั้น

เฟิงหลินพูดต่อ "ข้าคุ้มครองท่านได้ด้วยการหลบหนี  แม้ข้ามั่นใจเพียงใดแต่เพราะท่านนั้นร่างใหญ่กว่าข้าอีกทั้งดวงตาของข้ามีข้อจำกัด หากท่านต้องการให้ตัวของท่านปลอดภัยจริงๆ ก็ต้องช่วยเป็นดวงตาของข้าด้วย"
"หมายความว่าเช่นไร"
"หากฝ่ามือของแม่ทัพผู้นั้นพุ่งตรง ขอให้ท่านเอ่ยปากสั่งให้ข้าเคลื่อนไหวไปทางซ้ายหรือขวาทางใดทางหนึ่ง ท่านจะรอดแน่นอนหากเอ่ยปากบอกข้าได้ทัน"
"แล้วถ้าข้าต้องการกับลงมือกับอีกฝ่ายล่ะ"
"ข้าขอเตือนให้ท่านเลี่ยงการปะทะกับคนผู้นั้น หากต้องการให้อีกฝ่ายถูกจู่โจมขอแนะนำว่าให้คนของท่านผู้อื่นเป็นฝ่ายลอบโจมตีจะเป็นการฉลาดกว่า"
"นี่นางผีดิบ เจ้ากำลังบอกว่าข้าไม่สามารถสู้ชายผู้นี้ได้ตรงๆได้เลยรึ"
"ท่านประมุข ท่านต้องยอมรับความจริงในตอนนี้ ท่านเองก็เคยบาดเจ็บจากการต่อสู้ในครั้งก่อน เหตุใดไม่ยอมจำ" เฟิงหลินเตือนเขาด้วยความหวังดี นางรู้เรื่องนี้จากซิวอี้

โจหยางผิงที่ให้เกียรติรอคนทั้งคู่เอียงคอพูดคุยซุบซิบอยู่นานแต่ก็ดูท่าจะไม่ยอมจบ เริ่มหมดความอดทน เขาจึงกล่าวออกไป
"ต้าเพ่ยจวิน ข้าหมดความอดทนกับเจ้าแล้ว เรื่องดูหมิ่นที่จวนข้าเมื่อคืน ข้าซึ่งเป็นลูกผู้ชายไม่อาจรับได้ หากไม่ได้ลงโทษเจ้าให้สาสม ข้าไม่ใช่โจหยางผิง"

แม้ผู้คุ้มครองมือใหม่จะมีข้อจำกัดมากมาย แต่ประมุขมารกลับไม่หวั่น ตัวเขานั้นหยิ่งในเกียรติของเขาเช่นกัน จึงตอบกลับคู่แข่งความรักออกไป " นึกว่าข้ากลัวเจ้างั้นรึ แล้วเรื่องอะไรข้าต้องรับโทษจากเจ้าด้วย"
"ท่านประมุข ขอท่านลดการยั่วยุให้ชายผู้นั้นโมโหกว่านี้ มิเช่นนั้นแล้ว ท่านจะทำให้ข้ากับตัวท่านยิ่งลำบากกว่าเก่า"
"นางผีดิบ ข้าก็เป็นลูกผู้ชาย ขืนไปยอมอีกฝ่ายง่ายๆ เกียรติของข้าย่อมไม่เหลือเป็นชิ้นดี"

ช่างเป็นชายที่โง่งมในความรักแถมยังโง่เง่าสิ้นดี 

ตอนนี้คงไร้ประโยชน์ที่จะเตือนชายผู้นี้ได้เพราะฐานะของนาง หญิงสาวจึงหยุดพูดใดๆ นางคิดเก็บแรงเพื่อพาชายหนุ่มหลบหนีภายในที่แห่งนี้ แม้รู้ดีว่าสามารถพาคนผู้นี้หลบหนีไปได้ไกล แต่เพราะเกียรติที่ค้ำคอของเขาทำให้นางต้องหลบหนีภายในสวนแห่งนี้

ฝ่ามือแรกของแม่ทัพใหญ่ถูกปล่อยออกมา ด้วยระยะห่างช่วงแรกกว่าสามจ้างทำให้ต้าเพ่ยจวินสั่งหญิงสาวให้หลบไปทางซ้ายได้ทันอย่างง่ายดาย เฟิงหลินโอบรัดชายหนุ่มจากด้านหลังของเขาแล้วใช้แรงของแขนทั้งสองข้างที่มีเคลื่อนย้ายด้วยวิชาตัวเบาขั้นที่แปด

โจหยางผิงเห็นอีกฝ่ายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพราะชายชุดเทาผสมดำผู้นั้น หรือจะเป็นคนที่บุกรุกจวนของเขาเมื่อคืน เพราะยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้รู้สึกโมโห ชายหนุ่มจึงปล่อยพลังฝ่ามือใส่ประมุขมารด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น ฝ่ามือนับสิบครั้งถูกปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว ความรุนแรงของมันทำให้สิ่งที่โดนเข้าแตกกระจาย ภายในสวนของพรรคมารกลายเป็นซากกองหินกับดินฝุ่น

ในขณะที่โจหยางผิงและเฟิงหลินต่างรู้สึกตึงเครียด ประมุขมารกลับรู้สึกสนุก ต้าเพ่ยจวินยิ้มร่าซ้ำยังเปล่งเสียงหัวเราะในบางครั้งอยู่เพียงผู้เดียวในสถานการณ์ตอนนี้ เขาไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของการเคลื่อนไหวรวดเร็วเช่นนี้มาก่อน ยิ่งหลบฝ่ามือคนผู้นั้นได้ยิ่งรู้สึกเหมือนตนชนะ อีกทั้งความรู้สึกอ่อนนุ่มจากคนที่รัดกายตนจากด้านหลัง เป็นความรู้สึกดียิ่งที่ไม่เคยพบเจอในชีวิต

เฟิงหลินต้องใช้แรงอย่างมากในการพาร่างของต้าเพ่ยจวินเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นางไม่รู้สึกเหนื่อยเพราะยาของชายหนุ่ม ร่วมกับไม่รู้ตัวว่าไหล่ขวาของนางนั้นหลุดแล้ว ยามที่ได้ยินเสียงกร๊อบจากด้านขวาจึงรู้ตัว นางฝืนร่างกายนี้มากเกินไปแล้ว

ดูท่าสถานการณ์จะไม่จบง่ายๆ เพราะชายคนที่นางต้องคุ้มครองหัวเราะเช่นนี้ยิ่งทำให้แม่ทัพผู้นั้นยิ่งคลุ้มคลั่ง การจะหยุดชายผู้นั้นได้คงมีเพียงอย่างเดียวคือชายผู้นี้นั้นบาดเจ็บหนักอีกครั้ง แต่ประมุขมารคงไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น ดังนั้นคนที่ต้องเป็นเหยื่อในครั้งนี้คงไม่พ้นตัวนางอย่างแน่นอน

ต้าเพ่ยจวินมัวแต่เบิกบานกับประสบการณ์แปลกใหม่จนไม่ได้ยินเสียงไหล่ของหญิงสาวที่หลุด เมื่อรู้สึกตัวว่านางใช้แขนเพียงข้างเดียวเคลื่อนย้ายตัวเขาจึงสงสัย ชายหนุ่มถามนางออกไปว่าเหตุใดจึงใช้แขนเพียงข้างเดียว เฟิงหลินที่พยายามหลบไม่ยอมตอบชายหนุ่ม ตอนนี้ไม่ใช่เวลาในการตอบคำถาม นางกำลังพยายามจับเสียงจากฝ่ามือที่พุ่งเข้ามา ด้วยเพราะรู้สึกไม่อาจพึ่งพาคำสั่งเคลื่อนย้ายของชายหนุ่มได้

"ข้าถามทำไมไม่ตอบ" ประมุขมารรู้สึกหงุดหงิดปนแปลกใจที่นางเงียบตลอด จนลืมออกคำสั่งสำคัญให้เคลื่อนย้าย ตัวเฟิงหลินเองได้ยินคำถามดังกล่าวให้รบกวนสมาธิ จึงเคลื่อนไหวช้ากว่าที่คิดจนหมวกที่คลุมกระเด็นออกเพราะฝ่ามือที่ปล่อยออกมาเฉียดเข้าให้

แย่แล้ว....

แสงแดดแผดเผาผิวหน้าใต้ดวงตา แม้ไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่หญิงสาวรู้ตัวว่าต้องหลบ หลังภาพเล็กจากรูใต้ผ้าเผยให้เห็นว่าหมวกที่ใช้ปิดมาตลอดนั้นหลุดไปแล้ว ด้วยเพราะยังต้องคุ้มครองชายผู้นี้นางจึงกดใบหน้าของตนกับหลังของชายหนุ่ม

กู่เล่อมองบุรุษปริศนาที่หมวกหลุดจนผมสีดำปลิวกระจายยุ่งเหยิง ชายหนุ่มเห็นไอร้อนที่แผดเผาบนใบหน้าก่อนคนดังกล่าวกดหน้าที่หลังประมุขของตนให้คิดได้ 

เฟิงหลิน!

กู่เล่อแม้รู้ว่าคนผู้นี้เป็นใครแต่ไม่อาจเข้าช่วย การที่นางยอมทำถึงเพียงนี้คำตอบมีหนึ่งเดียวเป็นคำสั่งประมุขของตน การที่เขาเข้าไปขวางย่อมถือว่าผิดกฎของพรรคจนอาจถูกขับไล่ ตอนนี้เขาจึงทำได้เพียงหันไปป้องกันประมุขของเขากับนางให้ได้มากที่สุด 

ชายหนุ่มปล่อยฝ่ามืออสรพิษของตนหวังตัดกำลังอีกฝ่ายแต่ก็ต้องผิดหวัง ฝ่ามือของกู่เล่อไม่อาจต้านทานแรงมหาศาลของฝ่ามืออสูรดำของแม่ทัพใหญ่ได้ แรงกระเด็นของฝ่ามือบางอย่างกลับมาโดนพวกของเขาเอง เขาจึงบอกให้ปู้ตงใช้ใยแมงมุมหวังสกัดแรงฝ่ามือของแม่ทัพหนุ่ม

ต้าเพ่ยจวินเมื่อรู้ว่าความรู้สึกของหมวกที่เคยชนคอของเขานั้นหายไปร่วมกับนางผีดิบกดใบหน้าลงกับหลังของตนจึงรู้แล้วว่านางกำลังลำบาก ชายหนุ่มเริ่มเป็นห่วงคนด้านหลังจนลืมมองด้านหน้า เฟิงหลินรู้เพียงคำสั่งการเคลื่อนไหวของต้าเพ่ยจวินนั้นหมดไปแล้ว ตอนนี้นางใช้เพียงหูเพื่อรับรู้การเคลื่อนไหว เมื่อรับรู้นานไปเริ่มรับรู้ถึงจิต แต่เสียงกร้อบที่เคยได้ยินด้านขวาเริ่มได้ยินอีกครั้งจากฝั่งซ้าย หญิงสาวรู้ได้ทันที การต่อสู้ในครั้งนี้กำลังจะจบลงแล้ว

แม้ไหล่หลุดไปสองข้างนางยังสามารถขว้างชายที่โอบมานานไปด้านหนึ่ง หญิงสาวเตรียมรับแรงกระแทกจากฝ่ามือของบุรุษเบื้องหน้า เพราะไม่รู้สึกเจ็บปวดจึงไม่มีความเกรงกลัวที่ต้องเผชิญเช่นนี้ เพียงนางรับแรงด้วยตัวของนางเองเพียงครั้งเดียว แม่ทัพรูปงามย่อมยอมจบศึกไร้สาระในครั้งนี้เสียที

โจหยางผิงเห็นแล้วว่าร่างที่หลบซ่อนหลังศัตรูของเขาอยู่นานนั้นไม่ต่างจากหญิง แต่เขาไม่อาจหยุดฝ่ามืออสูรดำลูกใหญ่ที่ปล่อยออกไปได้ทัน แม่ทัพหนุ่มจึงทำได้เพียงยืนตะลึง

ใบหน้าของเฟิงหลินที่ไม่อาจยกแขนมาปิดบังเต็มไปด้วยไอร้อนของผิวหนังที่ถูกแผดเผา ตามด้วยร่างของหญิงสาวที่กระเด็นทะลุห้องหลายห้องภายในพรรคโดยไร้เสียงจากปากของนาง เพดานหลังคาของสำนักเริ่มถล่มเพราะร่างของเฟิงหลินกระแทกกับเสาหลัก ยิ่งซ้ำเติมจนหญิงสาวกระดูกหักภายใต้ซากไม้และกระเบื้องรวมถึงหิน

ศึกสองบุรุษจึงยุติลงได้เพียงเพราะหญิงที่ไม่เกี่ยวข้องผู้หนึ่ง และนางได้ทำให้เขาทั้งคู่เลิกล้มความคิดที่จะทะเลาะกันเพราะหญิงที่เป็นต้นเหตุไปตลอดกาล

---------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

44 ความคิดเห็น