เนตรมังกร(จบแล้ว)

ตอนที่ 22 : (เล่ม 1) การใส่ร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 509
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    31 มี.ค. 61

ฮ่องเต้หนุ่มอ้างกลางท้องพระโรงว่านักโทษคนดังกล่าวอาจจะเป็นหญิงที่ตนหลงรัก และพระองค์ทรงเป็นผู้ออกคำสั่งให้จับหญิงสาวผู้นั้นเพื่อหวังให้นางมาเป็นสนม แต่เพราะอีกฝ่ายนั้นหลบหนีตลอดและไม่ยอมให้ความร่วมมือ เมื่อได้ตัวนางมาทรงคิดมีราชโองการแต่งตั้งให้เป็นสนมแต่นางก็ยังหลบหนี จึงลงโทษให้หลาบจำด้วยการจับไปขังยังคุกหลวง ทว่าเจ้ากรมบังคับคดีคงไม่ต้องการให้เรื่องของพระองค์หลุดไป จึงพยายามหาเรื่องมาปกปิดเรื่องนี้ 

"เมื่อครู่นี้ ข้าไม่รู้ว่าในครั้งแรกว่านักโทษผู้นั้นเป็นใคร แต่พอเจ้ากรมบังคับคดีเสียชีวิตเช่นนี้จึงคิดได้ ว่าคนของข้าคงพยายามปกป้องชื่อเสียงของข้าจากหญิงผู้นั้น ข้าเองก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเสียเจ้ากรมอาญาผู้แสนจงรักภักดีของข้าจากเรื่องในครั้งนี้"

เรื่องที่รั่วไป่หลงกุขึ้นมานั้นยากจะเชื่อ เหล่าขุนนางต่างก็รู้ดีว่ากษัตริย์ผู้นี้นั้นไม่เคยลุ่มหลงนารีมาแต่ไหนแต่ไร แต่ก็ไม่สามารถโต้แย้งพระองค์ได้เช่นกัน เมื่อฮ่องเต้ทรงหาทางลงเช่นนี้แล้วเหตุผลที่พระองค์ทรงอ้างมาก็ยังคงต้องจำยอมไป แต่เสนาบดีซ้ายยังไม่ยอมให้จบเรื่องเพียงเท่านี้ เรื่องลักพาตัวนักโทษในครั้งนี้ต้องถูกขุดคุ้ยให้ได้ว่าเป็นฝีมือของเสนาบดีขวา ตงหย่งเหลียนจึงทูลกษัตริย์ของตน

"อย่างไรเสียคนที่ฆ่าทหารมากมายขนาดนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ อีกทั้งคนผู้นั้นยังลักพาตัวหญิงในดวงใจของพระองค์ไป"

รั่วไป่หลงให้คิดหนัก ปมที่ตนสร้างขึ้นมานั้นยังคลายไม่หมด แถมเสนาบดีซ้ายออกตัวพูดมากถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าตงหย่งเหลียนต้องการให้พระองค์โยนหน้าที่สอบสวนเรื่องทั้งหมดให้กับตัวเขาเอง  พระองค์จึงคิดจำยอมเสนาบดีซ้ายไปก่อนแล้วค่อยหารือเสนาบดีขวาว่าจะรับมือคนผู้นี้อย่างไร

รั่วไปหลงมีรับสั่งให้เสนาบดีขวาเข้าเฝ้า ฮ่องเต้หนุ่มบอกกับอีกฝ่ายว่าพระองค์ทรงรู้เรื่องที่อวี้เชาหยู่ลักพานักโทษในครั้งนี้ เสนาบดีขวาได้ยินเช่นนั้นแสร้งตกใจ อวี้เชาหยู่ร้องขอพระราชทานอภัยกับพระองค์ เสนาบดีวัยกลางคนอ้างเหตุผลที่เขาทำเรื่องในครั้งนี้เพราะเกรงว่าหญิงดังกล่าวจะมาแย่งความรักจากอวี้เหมยเซียน แถมยังท้วงกลับเรื่องที่ฮ่องเต้ยังไม่มีทายาทที่กำเนิดกับบุตรสาวของตน

เพราะรั่วไป่หลงเองก็รู้ดีว่าเรื่องโกหกในท้องพระโรงคงไม่มีขุนนางผู้ใดยอมเชื่อเรื่องดังกล่าว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอ้างตามน้ำมาเช่นนั้นรั่วไป่หลงจึงต้องยอมตามคำอ้างของอีกฝ่ายเช่นกัน

"ทูลฝ่าบาท กระหม่อมขอเรียนถามตามตรง เรื่องในท้องพระโรงนั้นแท้จริงแล้วเป็นเรื่องอย่างไร"เสนาบดีขวาอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วนักโทษผู้นี้มีความสำคัญเพียงใด
"เป็นอย่างที่ท่านได้ยินนั่นแหละ"
"แต่ที่ข้าเห็นหญิงผู้นี้ไม่มีความงามแม้แต่น้อย"
"แม้ใบหน้าของนางจะมีข้อบกพร่องอยู่ก็จริง แต่เรือนร่างของนางที่ข้าเห็นนั้นเป็นที่หนึ่งตั้งแต่ข้าได้พบมา"รั่วไป่หลงพูดพร้อมเลียริมฝีปากเพื่อความสมจริง ทว่ายามเลียริมฝีปากกลับคิดถึงยามได้จุมพิศกับนางในครั้งนั้น ใบหน้ากษัตริย์หนุ่มจึงคล้ายเป็นสีแดง

เสนาบดีอวี้ฯเห็นกษัตริย์ของคนลงทุนแสดงละครตบตาถึงเพียงนี้จึงคิดเลิกถาม รั่วไป่หลงเห็นอีกฝ่ายหยุดซักไซ้ไล่เพิ่มให้รู้สึกโล่งใจ ฮ่องเต้รูปงามจึงถามชายวัยกลางคนต่อทันที

"นางอยู่ในจวนของท่านใช่หรือไม่"
"ใช่แล้วฝ่าบาท"
"เช่นนั้นแล้วขอให้ท่านเสนาบดีมอบตัวนางให้กับข้า"
"พระองค์จะทรงทำอย่างไรต่อก้บนางผู้นั้น"

เพราะรั่วไป่หลงสร้างเรื่องว่าลุ่มหลงนางเพียงนี้ หากตอนนี้กำจัดนางทันทีคงขัดแย้งกับเรื่องที่เขาสร้างขึ้น จึงบอกกับอีกฝ่ายว่าพระองค์จะนำร่างของหญิงดังกล่าวไปไว้ในคุกหลวงอีกครั้ง ในใจกษัตริย์หนุ่มคิดต่อ จากนั้นจึงค่อยหาทางกำจัดหญิงผู้นั้นอีกที

------------------------

อวี้เชาหยู่กลับมาที่จวนของตนและเล่าเรื่องโกหกของรั่วไป่หลงกับบุตรสาว อวี้กุ้ยจือได้ยินเรื่องที่บิดาเล่าให้ตกใจ หญิงงามไม่คาดคิดว่าเรื่องที่หญิงอัปลักษณ์บอกในคืนก่อนจะเป็นเรื่องจริง

"เป็นอะไรไป กุ้ยจือ"เสนาบดีขวาเห็นบุตรสาวของตนหน้าซีดอีกทั้งนิ่งเงียบ
"หญิงคนนั้นบอกว่านางเป็นหญิงที่ฮ่องเต้รัก"
"เป็นไปไม่ได้ รั่วไป่หลงไม่ใช่คนเช่นนี้"
"ท่านพ่อ ข้าก็คิดเช่นนั้น ข้าคิดว่านางโกหกข้า คิดว่านางสร้างเรื่องที่จูบกับฝ่าบาทเป็นเรื่องเท็จ แต่พอท่านพ่อเล่าเรื่องในท้องพระโรงในวันนี้ ข้ากลัวว่า เรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริง" เสียงอวี้กุ้ยจือสั่นเล็กน้อย หญิงงามคิดว่าคนทั้งคู่ไม่น่าจะเตรียมสร้างเรื่องได้ตรงกันถึงเพียงนี้ เห็นได้จากสภาพปางตายของหญิงผู้นั้น

อวี้เชาหยู่นึกถึงท่าทางของกษัตริย์ที่เขาเห็น หรือว่า นั่นไม่ใช่การแสดงละคร แต่เป็นความรู้สึกที่แท้จริง?

เสนาบดีขวาทำเสียงเครียด "ฝ่าบาทให้เรานำตัวนางคืนฝ่าบาท พระองค์ทรงรู้เรื่องที่นางอยู่ในจวนของเราในตอนนี้"

อวี้กุ้ยจือที่รู้สึกชิงชังหญิงดังกล่าว จึงออกความเห็นกับบิดาของนาง
"ท่านพ่อ คืนที่ข้าลักพาตัวคนผู้นี้ มีคนหลายฝ่ายมุ่งหมายตัวหญิงผู้นี้ไม่ต่างจากเรา"
"เจ้ามีความคิดอะไร"
"เช่นนั้นแล้ว ข้าจึงคิดว่าจะนำร่างของนางไปไว้ที่จวนของตงหย่งเหลียน แล้วท่านพ่อก็ทูลฝ่าบาทว่านางถูกแย่งตัวไประหว่างทาง"
"เป็นความคิดที่ดี ว่าแต่เจ้าคงไม่ได้นำร่างของนางไปไว้เฉยๆในจวนของชายผู้นั้นใช่หรือไม่"
"แน่นอนท่านพ่อ หญิงที่ขัดขวางความรักของท่านพี่ ข้าย่อมไม่เก็บนางเอาไว้" อวี้กุ้ยจือยิ้มเหี้ยม 

หากข้าที่เป็นหญิงงามไม่สมหวังความรักกับคนผู้นั้น หญิงอัปลักษณ์เช่นเจ้าย่อมไม่มีวัน!

-----------------------

ตงหย่งเหลียนที่พึ่งเดินกลับจากในวังได้มานาน เมื่อถึงประตูทางเข้าจวนก็ได้ยินเสียงบ่าวไพร่ในบ้านร้องตะโกนด้วยความตกใจ

"มีคนตาย!"

เสนาบดีซ้ายรู้สึกถึงลางร้าย ชายหนุ่มพร้อมผู้ติดตามจึงรีบพุ่งไปยังที่มาของเสียงทันที กลางสวนภายในบ้านมีศพของหญิงคนหนึ่งนอนกางแขนขา กลางอกของร่างดังกล่าวมีมีดสั้นเล่มหนึ่งปักอยู่

คนของตงหย่งเหลียนคนหนึ่งรีบเข้าไปดูศพดังกล่าว เมื่อเห็นใบหน้าหญิงคนนั้น เสียงของเขาจึงดังขึ้นทันที"แย่แล้วท่านเสนาบดี"

"คนผู้นั้นเป็นใคร"ตงหย่งเหลียนถามคนของตน ชายหนุ่มกลัวว่าศพหญิงผู้นี้จะเป็นคนผู้นั้น และสิ่งที่เขาคิดก็เป็นความจริง ยืนยันได้จากเสียงที่ตอบกลับมา
"นางคือนักโทษผู้นั้น"

--------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

44 ความคิดเห็น