เนตรมังกร(จบแล้ว)

ตอนที่ 51 : (เล่ม 2) พันธมิตร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    31 มี.ค. 61


หญิงสาวกระแทกร่างใส่ประตูห้องก่อนรีบพุ่งตัวไปอย่างรวดเร็ว กู่เล่อเห็นเช่นนั้นจึงรีบไล่ตามทันที ตวี้จวินที่เห็นเช่นนั้นก็ไล่ตามคนทั้งสองไปด้วยเช่นกัน เด็กน้อยใช้วิชาตัวเบาขั้นสี่แปลกใจยิ่งนักที่ไล่ตามอาจารย์ของตนได้ง่ายเช่นนี้ เพราะออกจากห้องนอนไม่กี่นาทีตวี้จวินก็วิ่งขนานกับหญิงสาวได้แล้ว

"ท่านอาจารย์ นี่ท่านบาดเจ็บหนักเช่นนั้นหรือ" 
ร่างเล็กถามอาจารย์ของตนจากด้านขวา เพื่อให้พูดคุยกับอาจารย์ของตนได้ในยามนี้เด็กน้อยจึงต้องลดมาใช้วิชาตัวเบาขั้นที่สอง

"มิใช่เช่นนั้น อาจารย์จงใจให้ชายผู้นี้มีโอกาสไล่ตามได้ทัน" เฟิงหลินบอกออกไป ทั้งที่จริงๆนางก็ยังไม่หายจากบาดแผลหนักครั้งใหม่

เด็กน้อยสงสัยจุดประสงค์ของอาจารย์ยิ่งนัก ตวี้จวินทำได้เพียงวิ่งขนานกับหญิงสาว เฟิงหลินวิ่งนำทางให้คนทั้งสองกลับมายังบ้านของนาง ต้าเพ่ยจวินนั่งเพียงลำพังในที่แห่งนี้ ชายหนุ่มไม่พอใจอย่างยิ่งที่ถูกทิ้งให้รอภายในบ้าน

กู่เล่อวิ่งตามคนทั้งสองมายังบ้านหลังเดิมที่อยู่อาศัย เมื่อเข้าไปใกล้ก็เห็นว่ามีใครคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะภายในบ้าน ชายหนุ่มหยุดนิ่งมองภาพชายอีกคนที่ปรากฏตัวในตอนนี้ คนที่เขาจนปัญญาในการตามหากลับโผล่ขึ้นมาอย่างง่ายดาย

"ท่านประมุข"

เสียงกู่เล่อตะโกนออกไป ก่อนหันมามองหญิงสาวและเด็กน้อย ชายหนุ่มรู้แล้วว่าคนทั้งคู่คือพวกเดียวกันกับตน

"ใช่ ข้าเอง กู่เล่อ" ต้าเพ่ยจวินตอบลูกน้องของตน ก่อนหันไปมองเด็กคนหนึ่งที่ไม่สมควรอยู่ในที่แห่งนี้ ประมุขมารจึงถามหญิงสาว " นั่นใคร ลูกของเจ้าหรือ"

"เด็กคนนี้คือศิษย์ของข้า" เฟิงหลินไม่อาจปิดบังชายผู้นี้ เพราะกู่เล่อนั้นรู้ความจริงไปก่อนแล้ว
"ท่านอาจารย์ ชายปีศาจผู้นี้เป็นใคร" ตวี้จวินหลบอยู่หลังขาของหญิงสาว ดวงตาสีแดงพร้อมเขี้ยวยาวทำเอาเด็กน้อยรู้สึกหวั่นกลัว

"เด็กบ้า เรียกข้าว่าปีศาจได้อย่างไร อาจารย์ของเจ้าต่างหากที่เป็นปีศาจ"ชายหนุ่มไม่พอใจที่ถูกเด็กคนนี้ว่ากล่าวตน
"ตวี้จวิน ชายผู้นี้คือผู้มีพระคุณอีกคนของอาจารย์" หญิงสาวเลือกอธิบายกับศิษย์ของนางเช่นนั้น เพราะหากตวี้จวินรู้ว่านางทำงานให้ชายผู้นี้ เด็กน้อยคงไม่พอใจที่อาจารย์ของเขาต้องลดตัวไปช่วยพรรคมาร

กู่เล่อได้ยินเช่นนั้นให้สงสัย สรุปนางไม่ใช่คนในพรรคของเขาเช่นนั้นหรือ แล้วเหตุใดจึงมาช่วยประมุขของตนในครั้งนี้

ต้าเพ่ยจวินได้ยินเช่นนั้นให้พอใจ หญิงสาวยังรู้จักรำลึกบุญคุณที่ตนเคยช่วยชีวิตของนางเมื่อสองปีก่อน ชายหนุ่มกล่าวออกไป "ศิษย์ของเจ้าไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไล่เขาให้ไปนอนได้แล้ว"

เพราะเด็กน้อยรู้เรื่องที่นางเป็นจอมโจรวายุ และยังรู้ว่านางปลอมตัวเป็นจอมโจรพายุ เด็กขี้สงสัยเช่นนี้หญิงสาวคิดว่าคงไม่อาจปิดบังศิษย์ของนางได้ เฟิงหลินจึงคิดอธิบายเด็กน้อยให้รับรู้และเตรียมรับมือกับเรื่องในครั้งนี้

"ตวี้จวินฟังอาจารย์นะ เดิมทีอาจารย์ได้รับภารกิจจากอาจารย์ใหญ่ให้เป็นจอมโจรวายุ ส่วนจอมโจรพายุมีเรื่องเข้าใจผิดกับอาจารย์ ชายผู้นั้นเข้าใจผิดคิดว่าอาจารย์ทำลายชื่อเสียงของเขา ส่วนประมุขผู้นี้และกู่เล่อเคยช่วยชีวิตอาจารย์ในสมัยก่อน ยามนี้อาจารย์ต้องตอบแทนบุญคุณของคนทั้งคู่ กษัตริย์แคว้นฉีมีของสิ่งหนึ่งที่ประมุขผู้นี้จำเป็นต้องใช้ ส่วนอาจารย์ถูกทางการตามล่าเพราะเข้าใจผิดกับกษัตริย์ผู้นั้น"

ต้าเพ่ยจวินมองเฟิงหลินด้วยความทึ่ง นางรู้จักใช้คำพูดเพื่อหลบเลี่ยงเรื่องที่ไม่ควรเปิดเผยกับเด็กผู้นี้ได้ดียิ่งนัก ในขณะที่กู่เล่อแปลกใจว่าตนเคยไปช่วยหญิงผู้นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

"ท่านอาจารย์ เช่นนั้น เรื่องที่ท่านถูกตามล่าก็แก้ปัญหาได้ง่ายสิขอรับ ท่านแค่ไปอธิบายกับกษัตริย์ผู้นั้น" ร่างเล็กถามหญิงสาว
"ตวี้จวิน มนุษย์เรานั้น เมื่อเกิดความระแวงขึ้นมาแล้วไม่อาจลบให้หายกันได้ง่ายๆ"
"กษัตริย์ผู้นั้นระแวงท่านอาจารย์เรื่องอะไรหรือ"
"เรื่องนั้นมันยาว คืนนี้อาจารย์คงบอกเจ้าเท่านี้ก่อน ที่อาจารย์พาเจ้ามาถึงที่แห่งนี้เพราะรู้ว่าเจ้าคงไม่ยอมให้อาจารย์ถูกกู่เล่อวิ่งไล่ อาจารย์กลัวเจ้าไม่ยอมนอน"

เด็กน้อยเข้าใจเหตุผลของหญิงสาวแล้ว นางทำทุกอย่างเพื่อตัวของเขา ตวี้จวินรู้สึกพอใจที่เฟิงหลินคิดถึงเรื่องของเขาถึงเพียงนี้ ร่างเล็กบอกอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม "ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์ คืนนี้ข้าคงนอนได้แล้ว ว่าแต่คืนนี้ท่านจะนอนกับข้าเช่นเดิมหรือไม่"

"อาจารย์ไปส่งเจ้าแล้วจะกลับมาคุยธุระที่นี้อีกครั้ง จากนั้นจะกลับไปนอนกับเจ้า" หญิงสาวบอกเด็กน้อย ก่อนหันไปทางประมุขมาร "ขอเวลาข้าจัดการแก้ปัญหาของศิษย์ข้าในคืนนี้ คงไม่เกินครึ่งชั่วยาม ท่านทั้งคู่โปรดรอข้าอยู่ที่นี่"

ต้าเพ่ยจวินพยักหน้าเป็นการอนุญาต เฟิงหลินพร้อมเด็กน้อยจึงหายตัวไปอย่างรวดเร็ว กู่เล่อที่ได้เห็นภาพหญิงสาวหายตัวไปให้ประหลาดใจยิ่งนัก จอมโจรวายุมีความเร็วขนาดนี้ หมายถึงเมื่อครู่นี้นางตั้งใจออมมือกับเขา

"ท่านประมุข เหตุใดหญิงผู้นั้นจึงยอมร่วมมือให้กับท่านได้ นางไม่ใช่คนภายในพรรค หรือเพราะเรื่องที่ท่านมีบุญคุณกับนาง " กู่เล่อถามประมุขของตน
"ใช่ ที่นางยอมร่วมมือกับข้าเป็นเพราะข้ามีบุญคุณกับนาง"

ต้าเพ่ยจวินโกหกลูกน้องของเขา แท้จริงคนทั้งสองตกลงกันมาระหว่างทางที่มายังแคว้นฉี เฟิงหลินตกลงร่วมมือกับต้าเพ่ยจวินเพื่อช่วงชิงเนตรมังกรให้ชายผู้นี้ และแลกเปลี่ยนกับข้อตกลงกับการที่เขาจะเลิกตามตัวของนางหลังได้ของวิเศษดังกล่าว 

ด้วยเพราะหญิงสาวคิดทบทวนแล้ว หลินลั่วหยางคงคิดว่านางคิดช่วงชิงของดังกล่าวไปจากเขา เมื่อไม่อาจอธิบายให้ชายผู้นั้นเชื่อใจตัวของนาง เห็นได้จากที่อีกฝ่ายตามล่าตัวของหญิงสาวทั้งๆที่นางไม่ได้ลงมือกับคนผู้นั้นเลยสักครั้ง เฟิงหลินจึงคิดทำให้สิ่งที่ชายผู้นั้นกังวลนั้นเป็นเรื่องจริง

แม้ไม่อาจเชื่อใจประมุขมารได้ทั้งหมด แต่ก็ดีกว่าการที่นางปล่อยให้ชายผู้นั้นตามล่านางอยู่เพียงฝ่ายเดียว

หญิงสาวปลอมเป็นจอมโจรพายุอีกครั้งก่อนไปส่งเด็กน้อย เฟิงหลินอ้างว่าพบคนคนหนึ่งมายังที่แห่งนี้ ด้วยเพราะกังวลความปลอดภัยของบุตรจึงกลับมาอีกครั้งและเกิดการปะทะกับอีกฝ่ายจนเกิดการพังประตู ส่วนซื่อเฉียนก็ออกไล่ล่าคนผู้นั้นพร้อมกันกับตน

"หลิวซื่อ เช่นนี้แล้วเจ้าควรจะอยู่กับซื่อเฉียนไปเลยไม่ดีกว่าหรือ" หลัวเค่อรู้สึกกังวลที่หลานของตนถูกใครบางคนปองร้าย
"คืนนี้ข้าจะนอนกับซื่อเฉียน แต่ขอข้าตรวจสอบที่ๆชายคนนั้นมุ่งไปสักหน่อย ส่วนวันพรุ่งนี้ก่อนเช้ามืด ข้ามีธุระที่ต้องไปจัดการอีกเรื่อง"
"ภารกิจของเจ้าต้องออกก่อนเช้าเสมอเลยหรือ เช่นนี้แล้ว เจ้าคงพักผ่อนน้อย"
"ช่วงหนึ่งอาทิตย์นี้คงต้องเป็นเช่นนั้น ช่วงนี้ข้าต้องสะสางงานหลายอย่าง ช่วงกลางวันคงไม่ได้กลับมาพรรค แต่ยามเย็นข้าจะพยายามกลับมาร่วมทานอาหารกับท่านพ่อและท่านพี่ให้ได้" เฟิงหลินกล่าวออกไป

หญิงสาวต้องการให้เป็นเช่นนั้น ยามนี้คงยากที่จะนอนช่วงกลางคืนในบ้านของนางได้เพราะชายทั้งคู่คงต้องใช้บ้านของนางยามนี้ หญิงสาวจึงคิดใช้ร่างของจอมโจรพายุในที่แห่งนี้ในช่วงกลางคืน ส่วนกลางวันหากจะหลบแสงแดดภายในพรรคตลอดคงน่าสงสัย ยาผีดิบภายในตัวของนางคงยังมีฤทธิ์ตกค้างได้ถึงหนึ่งอาทิตย์ หญิงสาวจึงคิดหาที่แห่งอื่นเพื่อหลบแสงในช่วงนี้ เว้นหากต้องประชุมงานภายในบ้านคงต้องปกคลุมร่างกายให้มิดชิดยิ่งขึ้น

เฟิงหลินขอตัวประมุขพรรคพยัคฆ์บูรพาหลังส่งเด็กน้อยเข้านอน หญิงสาวรีบไปพบคนทั้งคู่ตามที่นัดไว้ ชายทั้งสองนั่งคุยกันอยู่ระหว่างที่นางไปถึง เพียงกระพริบตาก็มีร่างหญิงสาวปรากฎตัวอยู่บนเก้าอี้ คนทั้งคู่ให้ผวายามที่นางโผล่ขึ้นมาเช่นนี้

"เจ้าไม่ต้องปรากฏตัวเช่นนี้ มันทำให้พวกข้าตกใจ" ต้าเพ่ยจวินบ่นใส่หญิงสาว

"เวลาของข้าเป็นเงินเป็นทอง ข้าพักผ่อนน้อยมาหลายวัน คืนนี้ข้าอยากเข้านอนไวๆ" เฟิงหลินบอกชายดังกล่าว หลังเสร็จจากหารือกับพวกเขาในคืนนี้ นางยังต้องหาเสื้อ หาผ้าพันแผล อีกทั้งยังต้องแช่น้ำเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

ประมุขมารได้ยินเช่นนั้นจึงกล่าวออกไป"ถ้าเช่นนั้นจะเข้าเรื่องเลยก็ได้ เจ้าจะลงมือกับชายผู้นั้นเมื่อไหร่"

"ตอนนี้ข้าคิดฟื้นฟูร่างกายของข้าก่อน เพราะยามนี้ชายผู้นั้นน่าจะยังคงอยู่ต่างแคว้น"
"เหตุใดเจ้าจึงไม่ใช้วิชาของเจ้าไปจัดการชายผู้นั้นเสียเลยล่ะ" ต้าเพ่ยจวินเสนอความคิด
"ยามนี้ข้าไม่รู้ว่าชายผู้นั้นอยู่แคว้นใด ตามหลักแล้วหลินลั่วหยางควรจะกลับมาแคว้นนี้หลังเกิดเรื่องลักพาตัวองค์หญิงผู้นั้น แต่กู่เล่อไม่ได้ยินเรื่องที่ทัพของชายผู้นั้นกลับมา "
"เจ้ามั่นใจเรื่องขโมยของจากชายผู้นั้นหรือไม่"
"ก่อนจะเข้าเรื่องนั้น ท่านประมุข มีเรื่องบางอย่างที่ข้ายังไม่ได้บอกท่าน"
"เรื่องอะไร" ต้าเพ่ยจวินสงสัยที่นางกล่าวเรื่องนี้ หรือจะเป็นเรื่องสำคัญ
"ข้าพบจอมโจรพายุถูกจับอยู่ในกองทัพ"
"ชายผู้นั้นถูกจับตัวได้แล้วมันแปลกตรงไหน"
"หงหลิวซื่อ เอ่อ จอมโจรพายุนั้นสามารถปลอมกายได้แนบเนียนกว่าข้า อีกทั้งชายผู้นั้นยังไม่มีกลิ่นกาย "
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องขโมยของจากชายผู้นี้"
"คนสุดท้ายที่ข้าคิดว่าขโมยเนตรมังกรไปจากข้าคือจอมโจรพายุ แต่ด้วยเหตุอันใดไม่รู้ กลับกลายเป็นว่าหลินลั่วหยางได้ครอบครองของชิ้นนั้น จอมโจรพายุที่ล่วงรู้เรื่องเนตรมังกรย่อมคิดช่วงชิงของดังกล่าวไม่ต่างจากท่าน แล้วเหตุใดกันผ่านมาสองปีแล้ว ชายผู้นั้นยังไม่อาจขโมยของจากชายผู้นั้นได้"

"ใช่ ท่านประมุข ข้านึกออกแล้ว การสะกดจิตไม่อาจทำอะไรชายผู้นั้นได้ด้วย" กู่เล่อกล่าวเสริม

เฟิงหลินพยักหน้ารับรู้ ก่อนเอ่ยต่อไป
"หงหลิวซื่อเองก็เคยใช้การสะกดจิตเพื่อล่วงรู้ความลับของเนตรมังกรพร้อมกันกับข้า แปลว่าสองปีที่ผ่านมาเขาจำต้องใช้ยาสลบกับชายผู้นั้นเพื่อการขโมยมาตลอด แต่ก็ไม่อาจขโมยได้ แถมยังถูกอีกฝ่ายจับกุมภายในกองทัพ ทั้งๆที่ควรจับกุมได้ในวัง หมายความว่าชายผู้นั้นลอบปลอมตัวเป็นคนข้างกายมาแล้วหลายครั้งและไม่สำเร็จ"

"เนตรมังกรที่ข้าตามหาชิ้นเล็กก็จริงแต่ก็ไม่ได้เล็กขนาดมองไม่เห็นด้วยตาแล้วชายผู้นั้นหลบซ่อนข้างกายได้อย่างไร โดยที่จอมโจรพายุค้นหาไม่เจอ" ต้าเพ่ยจวินกล่าวออกไปหลังได้ยินความคิดของหญิงสาว
"นั่นเป็นปัญหาใหญ่ในการช่วงชิงของชิ้นนี้ บอกตามตรง ตัวข้านั้นเข้าถึงร่างของชายผู้นั้นได้ตลอดอยู่แล้ว ติดอยู่เพียงอย่างเดียวคือข้าไม่รู้ว่าคนผู้นั้นซ่อนเนตรมังกรไว้ที่แห่งใด"
"ว่าแต่เจ้าจะไม่คิดเปลี่ยนใจมาเอาของชิ้นนั้นไปจากข้าแน่นะ"
"ท่านประมุข หากข้าต้องการของชิ้นนั้นจริง คงไม่ปล่อยไว้นานถึงสองปีหรอก"

ต้าเพ่ยจวินได้ยินเช่นนั้นจึงรู้สึกเชื่อตัวหญิงสาว ฝีมือของนางร้ายกาจถึงเพียงนี้ หากต้องการของชิ้นนั้นจริง คงไม่จำเป็นต้องรอจนถึงสองปี

เฟิงหลินบอกต้าเพ่ยจวิน "ตัวท่านเอง ระหว่างรอข้าจัดการชายผู้นั้นก็ควรจะจัดการเรื่องของพรรคท่านเช่นกัน ท่านไม่ควรอยู่ที่บ้านของข้าหลังนี้ ท่านทำให้ข้าต้องกระเด็นไปอยู่ที่อื่น ข้าเป็นผู้หญิง การให้ข้าต้องหลบแสงแดดในยามกลางวันจะทำให้ข้าลำบาก การที่ข้าแต่งตัวชุดดำในยามนี้ตัวข้าย่อมถูกสงสัย"
"เจ้าบ่นอะไรเสียยืดยาว ตัวข้าก็ไม่คิดจะอยู่ที่บ้านแคบๆและไม่มีอะไรเลยอย่างนี้นักหรอก"
"ท่านต้องสัญญากับข้า ว่าท่านจะรีบย้ายออกไปจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด"
"ได้ข้าสัญญา"
"ของทุกอย่างภายในบ้านของข้าต้องอยู่ครบถ้วนและปลอดภัย รวมถึงสมุนไพรของข้า"
"ได้ ข้าจะทำตามที่บอก"
"ท่านต้องจ่ายค่าเช่าบ้านหลังนี้ รวมถึงค่าอาหารภายในบ้านที่หายไปให้กับข้า"
"ได้ กู่เล่อ เจ้าจัดการเรื่องนี้ให้ข้าด้วย" ประมุขมารรีบโยนเรื่องนี้ให้ลูกน้องของตน
"ท่านประมุข เรื่องเงินติดตัว ตอนนี้ข้าเหลืออยู่ไม่มาก" กู่เล่อรีบรายงานชายหนุ่ม

ต้าเพ่ยจวินจึงต้องร่างสัญญาเงินกู้กับหญิงสาว ด้วยเพราะตัวเขาไม่เคยต้องพกเงินเลยมาตลอดชีวิต เมื่อเกิดเหตุคับขันเช่นนี้ฐานะของพวกเขาจึงไม่ต่างจากชาวบ้านจนๆคนหนึ่ง 

"เจ้าไม่คิดครอบครองของวิเศษ แต่กลับสนใจเรื่องเงินเนี่ยนะ การกระทำของเจ้าช่างขัดแย้งกันสิ้นดี" ประมุขมารเอ่ยขึ้นขณะประทับนิ้วมือลงบนสัญญา
"ข้าเพียงสะสมเงินไว้เผื่อจำเป็นต้องใช้ในอนาคต" หญิงสาวตอบออกไป พร้อมเก็บกระดาษสัญญาที่ได้มาไว้ในตัวของนาง
"ท่านประมุข ข้านึกออกแล้ว ข้าได้ยินวันก่อน ศิษย์ของนางพูดเรื่องเจิ้งฮุ่ยเสียนอยู่ในแคว้นนี้" กู่เล่อรีบบอกประมุขของตน
"กู่เล่อ ทำไมเจ้าไม่คิดออกให้ไวกว่านี้ ข้าประทับนิ้วมือลงในสัญญาของนางไปแล้ว" ต้าเพ่ยจวินรู้สึกพลาดยิ่งนัก เพราะหญิงสาวคิดดอกเบี้ยกับเขาเป็นรายวัน


"ท่านจะให้เจิ้งฮุ่ยเสียนมาร่วมงานกับท่านในครั้งนี้หรือไม่" เฟิงหลินถามประมุขมารเพราะคนทั้งสองเอ่ยถึงชื่อหญิงผู้นั้น
"ข้าคิดว่าข้าไม่จำเป็นต้องให้นางมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยกเว้นเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว"
"ท่านนี่คิดผิดจริงๆที่เลือกหญิงผู้นั้น แทนที่จะเลือกเจิ้งฮุ่ยเสียน นางออกจะดีกับท่านขนาดนั้น"
"เจิ้งฮุ่ยเสียนดีกับข้าก็จริง แต่ข้ารักฮูหยินของข้า ความรักของข้าไม่มีเหตุผล ข้ารักผู้หญิงของข้าไปแล้ว"
"ข้าไม่ชอบฮูหยินของท่าน" หญิงสาวบอกอีกฝ่าย
"ฮะฮ้า เจ้าคิดชอบข้าขึ้นมาล่ะสิ น่าเสียดายหน่อยนะ ผู้หญิงที่ข้าจะเหลียวมองอย่างน้อยต้องมีใบหน้าที่ดีกว่าเจ้าในตอนนี้"
"ข้าเองก็ไม่ได้ชอบท่านเช่นกัน ท่านนี่มันขี้ตู่เสียจริง ข้าบอกเพียงข้าไม่ชอบฮูหยินของท่าน"
"ทำไม ฮูหยินข้าไม่ดีตรงไหน"
"นางเคยคิดฆ่าข้า"

ต้าเพ่ยจวินได้ยินเช่นนั้นให้ประหลาดใจ"กวี้จือนี่นะ"

เฟิงหลินพยักหน้าก่อนเล่าที่มา "เมื่อสองปีก่อน ตอนที่ข้าถูกลักพาตัวมาจากคุก คนที่ก่อเรื่องในครั้งนั้นคือภรรยาของท่าน และนางยังใช้มีดของนางแทงข้า"
"ไม่จริง อวี้กุ้ยจือไม่ใช่คนเช่นนั้น นางไม่ใช่ผู้หญิงโหดร้าย"
"ถือว่าข้าเตือนเรื่องนี้กับท่านก็แล้วกัน ไม่ใช่ว่าวันที่ท่านได้ครอบครองของวิเศษชิ้นนั้นจะกลายเป็นว่าภรรยาของท่านเป็นคนคว้าของชิ้นนั้นไปเสียล่ะ"

กู่เล่อมองหญิงสาวที่คุยกับประมุขของตนไม่ต่างกับเพื่อนสนิทที่คุยกันให้ประหลาดใจยิ่งนัก ชายหนุ่มเผลอบอกความคิดในใจตอนนี้ออกไป "ตกลงพวกท่านเป็นเพื่อนกันหรือ"

คนทั้งสองได้ยินเช่นนั้นให้หันขวับ 

หญิงสาวเป็นฝ่ายตอบออกไปก่อน "ไม่ใช่"

ต้าเพ่ยจวินกล่าวออกไป "กู่เล่อ ข้ากับนางเราลงเรือลำเดียวกันเท่านั้น รวมถึงเจ้าด้วย"

พวกเราคือพันธมิตรชั่วคราว!

-----------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

44 ความคิดเห็น