เนตรมังกร(จบแล้ว)

ตอนที่ 87 : (เล่ม 3) สลับคู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    31 มี.ค. 61


เฟิงหลินพาเจิ้งฮุ่ยเสียนมาพักในห้องของนางภายในวัง หญิงทั้งสองเดินทางมาถึงแคว้นหนานในยามเย็นของวันถัดไป เฟิงหลินบอกหมอเทวดาให้รออยู่ในห้อง ส่วนนางจะออกไปหาอาหารและน้ำจากครัวหลวงมาให้ก่อนจะออกเดินทางไปจัดการธุระส่วนตัวบางอย่างของนาง

"เจ้าไม่อยู่ทานอะไรกับข้าก่อนออกไปสักหน่อยหรือ" เจิ้งฮุ่ยเสียนรั้งตัวหญิงสาวที่ช่วยชีวิตของนาง เฟิงหลินไม่กินอะไรเลยนอกจากน้ำ ทั้งๆที่เป็นฝ่ายแบกร่างของนางตั้งแต่แคว้นเฉินมายังแคว้นหนาน

"ยามนี้ร่างของข้ากลายเป็นหิน แต่ละวันจึงไม่มีความรู้สึกหิวแต่อย่างใด" 

เฟิงหลินเลือกบอกเหตุผลดังกล่าวทั้งๆที่แท้จริงนั้นกินอาหารไม่ลง หากฮุ่ยเสียนรู้ว่านางเป็นเช่นนี้เพราะฆ่าคนเพื่อช่วยชีวิตของนางคงทำให้หมอเทวดารู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น

"จะไม่มีใครเข้ามายังห้องของเจ้าใช่หรือไม่" ฮุ่ยเสียนถามหญิงสาวที่ยังคงสวมหน้ากากขาวตลอดเวลา
"หากจะมีคนที่ทำเช่นนั้นได้ คงมีชายเพียงผู้เดียว เขาคือฝูจิ้น เป็นว่าที่กษัตริย์คนถัดไปของแคว้นหนาน แต่ข้าคิดว่าเขาคงไม่กระทำการเช่นนั้นในช่วงนี้"เฟิงหลินคิดว่าหลังจากถูกนางปฎิเสธเรื่องการจับคู่ ฝูจิ้นคงไม่มายุ่งเกี่ยวกับห้องของนางอีกต่อไป

"ว่าแต่เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ในวังได้ "
"เอ่อ ยามนี้ข้ามีฐานะเป็นกษัตริย์ แต่เป็นเพียงชั่วคราวนะ เพื่อจัดการปัญหาร่างของข้าที่ถูกช่วงชิงอย่างที่บอกท่านมาระหว่างทาง"

ฮุ่ยเสียนตกตะลึงที่เฟิงหลินกลายเป็นถึงกษัตริย์แห่งแคว้นหนาน การที่ได้รู้ว่านางกลายเป็นของวิเศษและถูกชิงร่างก็ว่าแปลกแล้ว ไม่คาดคิดว่าเรื่องราวของเฟิงหลินจะลามมาไกลถึงเพียงนี้

"นี่ยังมีเรื่องที่ข้าต้องตกใจจากเจ้าเหลืออีกกี่เรื่อง"หมอเทวดาเอ่ยออกไปกับหญิงเบื้องหน้า

เฟิงหลินยิ้มเล็กน้อยให้หญิงงาม นางเองก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องใดบ้างที่จะทำให้เจิ้งฮุ่ยเสียนต้องตกใจนับจากนี้ แต่เรื่องความลับที่ฆ่าคนในคืนก่อนจะไม่มีวันหลุดจากปากของนางอย่างแน่นอน หญิงสาวคิดเช่นนั้นก่อนให้คำตอบกับหญิงงาม

"ข้าเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน แต่วันนี้เราคงต้องพูดคุยกันเท่านี้ก่อน แม้ร่างของข้าจะทำให้ท่านดีขึ้น แต่ท่านเองก็ต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายด้วยอาหารและน้ำก่อนในยามนี้ ประเดี๋ยวข้ายกอาหารเข้ามาแล้วจะออกไปทำธุระของข้าตอนทันที ไม่เช่นนั้นคืนนี้ข้าคงต้องเข้านอนดึก"

เฟิงหลินกล่าวจบก็สลายร่างของนางไปยังครัวหลวง เหล่าข้าราชบริพารที่เป็นพ่อครัวและแม่ครัวต่างตกใจเป็นอย่างยิ่งกับการได้พบกษัตริย์ที่เหล่าขุนนางร่ำลือภายในที่แห่งนี้

"ข้ามี่หลิน กษัตริย์ของพวกท่าน มีอาหารอะไรที่พอย่อยง่ายๆได้บ้าง ข้าต้องการข้าวพร้อมกับข้าวสักสองสามอย่าง แล้วก็น้ำเปล่าสะอาดเพียงเหยือกเดียว"

เฟิงหลินประกาศตัวของนางทุกๆครั้งด้วยเพราะตัวของนางคงไม่เป็นที่รู้จักของคนเหล่านี้ หญิงสาวที่ยังติดนิสัยเรียกคนทุกคนที่อยู่ในวังว่าท่าน รวมถึงคนที่นางรู้จักซึ่งคิดว่าไม่ใช่ชาวบ้านทั่วไป

"เอ่อ...."เสียงของเหล่าบ่าวไพร่ข้าราชบริพารที่ยังปรับตัวไม่ทันกับการโผล่มากระทัน อีกทั้งเสียงทุ้มทื่อของหน้ากากสีขาวที่คลุมด้วยผ้าที่เคยได้ยินว่าเป็นการแต่งกายของกษัตริย์นั้นพูดอย่างเร็วไวจนไม่อาจฟังทันได้ทั้งหมด

หญิงสาวจึงเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วเพื่อสำรวจอาหารที่มีในตอนนี้ เฟิงหลินเปิดหม้อที่กำลังปรุงอาหารนับร้อยใบด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ของนาง ก่อนตัดสินใจเลือกอาหารให้เจิ้งฮุ่ยเสียนได้สองอย่าง เฟิงหลินตักน้ำแกงตุ๋นไก่ ผัดเต้าหู้พร้อมข้าวเปล่าและรินน้ำใส่เหยือกอย่างรวดเร็ว

"ข้าขออนุญาตนำอาหารเหล่านี้ไปเลยก็แล้วกัน ขอโทษที่แย่งหน้าที่ของพวกท่านเช่นนี้"เฟิงหลินบอกกับคนนับสิบที่ยังยืนนิ่งอยู่เช่นเดิม

หญิงสาวเคลื่อนกายด้วยการเหาะเหินไปยังห้อง หลังส่งมอบอาหารให้กับหญิงงามก็ร่ำลาเจิ้งฮุ่ยเสียนก่อนเดินทางไปยังวัดแห่งหนึ่งที่จำได้ในสมัยที่เคยเป็นจิตรกรในแคว้นนี้

การปรากฎตัวของร่างต้องสงสัยว่าเป็นกษัตริย์ที่มาขออาหารในครัวหลวงเกิดเป็นเสียงซุบซิบอย่างรวดเร็วภายในเย็นวันนั้น คนในครัวที่ได้พบหญิงสาวต่างโอ้อวดตนที่ได้พบกษัตริย์ลึกลับซึ่งร่ำลือว่ามีโอกาสพบตัวได้ยากยิ่งกว่าการขุดทอง แม้แต่เหล่าขุนนางบางคนยังไม่ได้พบนางระยะใกล้เช่นนี้ บ่าวไพร่ข้าราชบริพารต่างซาบซึ้งใจที่ในช่วงชีวิตครั้งหนึ่งได้มีโอกาสพบกษัตริย์ของตนเช่นนั้น อีกทั้งร่างได้กล่าวยังให้เกียรติพวกตนและไม่ถือตัวแต่อย่างใด

ฝูจิ้นที่ไม่พบหญิงสาวได้เกือบสองวันได้ยินข่าวลือเช่นนั้นจึงรู้ว่ามี่หลินกลับมาในวังแล้ว รัชทายาทหนุ่มแปลกใจกับรายการอาหารที่ได้ยินมา อีกทั้งได้ยินจากบ่าวไพร่ภายในครัวที่ได้ยินว่าร่างต้องสงสัยว่าเป็นกษัตริย์ต้องการอาหารย่อยง่าย จึงสงสัยว่านางจะเจ็บป่วยเพราะมีร่างกลับเป็นมนุษย์ขึ้นมา ว่าที่กษัตริย์คนถัดไปจึงรีบไปดูสภาพกษัตริย์ที่ดำรงตำแหน่งยามนี้ในทันที

" ข้าเอง"ฝูจิ้นบอกเจ้าของห้องตามมารยาท แต่ยังคิดบุกรุกเช่นเดิม

หมอเทวดาได้ยินเสียงชายคนหนึ่งอยู่ด้านนอก จึงคิดว่านี่คงเป็นว่าที่กษัตริย์คนถัดไปที่ชื่อฝูจิ้น เจิ้งฮุ่ยเสียนที่ทำตัวไม่ถูก จึงวางถ้วยข้าวและรีบมุดตัวลงใต้โต๊ะที่นั่งอยู่ในทันที

ฝูจิ้นเปิดประตูห้องเข้ามาและพบถ้วยอาหารที่อยู่บนโต๊ะโดยไม่พบตัวหญิงสาว แต่กลับพบหญิงผู้หนึ่งที่คิดหลบซ่อนตัวและเห็นร่างได้ง่ายอยู่ภายในห้อง รัชทายาทหนุ่มจึงถามหญิงงามที่มุดตัวอยู่ใต้โต๊ะในตอนนี้

"เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงมาอยู่ในห้องของมี่หลิน"

หมอเทวดาคิดว่าชื่อดังกล่าวอาจจะเป็นชื่อใหม่ของเฟิงหลิน เจิ้งฮุ่ยเสียนค่อยๆลุกขึ้นเพื่ออธิบายชายเบื้องหน้า

"ข้าเป็นเพื่อนกับมี่หลิน" หมอเทวดาคิดว่าความสัมพันธ์ของนางกับเฟิงหลินควรจะเป็นเช่นนี้
"แล้วมี่หลินในยามนี้อยู่ที่แห่งใด"
"นางบอกว่าจะไปจัดการธุระส่วนตัว ข้าไม่รู้ว่านางจะไปนานสักเพียงใด แต่นางบอกกับข้าว่าจะกลับมานอนในคืนนี้"
"แปลว่าเจ้าจะนอนด้วยกันภายในห้องเช่นนั้นหรือ"
"ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น พวกข้าเป็นหญิงด้วยกันทั้งคู่ คงไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใดมิใช่หรือ"
"แต่มี่หลินมีตำแหน่งเป็นกษัตริย์แล้ว การจะมานอนร่วมกับคนอื่น ถึงแม้จะเป็นเพื่อนเช่นเจ้า ก็ดูไม่เหมาะสมอยู่ดี"

คำพูดของชายผู้นี้ก็ดูมีเหตุผล เจิ้งฮุ่ยเสียนลืมคิดถึงฐานะของนางในยามนี้ การที่เฟิงหลินเป็นกษัตริย์แต่ยังคงทำตัวเรียบง่ายรวมถึงยังให้เกียรตินางเช่นเดิม ทำให้หมอเทวดามักเข้าใจผิดว่ายามนี้เฟิงหลินยังคงรับใช้งานต้าเพ่ยจวินเช่นในอดีต

"ถ้าเช่นนั้นเป็นไปได้หรือไม่ ที่ท่านจะหาห้องห้องหนึ่งให้ข้าในยามนี้"
"ย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน ข้าเป็นว่าที่กษัตริย์คนถัดไป เจ้าเองก็ควรเรียกข้าว่าฝ่าบาทร่วมด้วย"
"ถ้าเช่นนั้นขอฝ่าบาททรงพระราชทานห้องให้กระหม่อมด้วย"

ฝูจิ้นพยักหน้าพอใจที่หญิงผู้นี้รู้จักการวางตัวเหมาะสมกับความงามของนางดี จึงถามชื่อของนาง

"เจ้ามีชื่อว่าเช่นไร"
"กระหม่อมชื่อเจิ้งฮุ่ยเสียนเพคะ"
"อืม ฮุ่ยเสียน ว่าแต่เหตุใดมี่หลินจึงพาเจ้ามาอยู่ในห้องของนางเช่นนี้"
"กระหม่อมก็ไม่แน่ใจความคิดของนางเช่นกัน แต่คิดว่าเฟิง เอ่อ พระนางมี่หลินคงคิดหาที่พักแห่งใหม่ให้กระหม่อมในวันพรุ่งนี้"
"หรือว่า การที่นางหายตัวไปสองวันอาจจะเป็นเพราะเจ้า"
"เป็นเช่นนั้นเพคะ กระหม่อมถูกคนทำร้าย และพระนางเป็นฝ่ายไปช่วยกระหม่อมในครั้งนี้"
"เจ้าฝากใครมาบอกนางให้ไปช่วยเจ้าหรือ"
"กระหม่อมมิได้บอกใครเพคะ พระนางไปช่วยกระหม่อมได้โดยตัวของพระนาง"
"เป็นไปได้เช่นไร จะบอกว่าพวกเจ้าสื่อสารระหว่างจิตกันได้เช่นนั้นหรือ"

ฮุ่ยเสียนได้ยินเช่นนั้นจึงคิดได้ เฟิงหลินตามหาตัวของนางพบได้อย่างไร อีกทั้งยังอยู่ไกลต่างแคว้นและยังรวดเร็วเช่นนี้

"กระหม่อมไม่ได้มีความสามารถเช่นนั้นเพคะ เรื่องนี้ฝ่าบาทคงต้องถามพระนางเอาเอง" หมอเทวดาตอบกลับไป
"ว่าแต่ใครในคิดทำร้ายเจ้าเช่นนี้  บอกข้ามา มันผู้นั้นเป็นใครจึงกล้าทำร้ายพระสหายของกษัตริย์ได้"

ฮุ่ยเสียนที่เดิมทีไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นแต่อย่างใด แต่เพราะครั้งนี้นางเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากการกระทำอันร้ายกาจของอวี้กุ้ยจือ หญิงดังกล่าวทุบตีนางด้วยไม้จนขาทั้งสองข้างไม่อาจขยับได้ จากนั้นจึงนำนางไปฝังลงดินด้วยฝีมือของลูกน้องภายในพรรคมาร 

กุ้ยจือให้น้ำทางปากเจิ้งฮุ่ยเสียนวันละเพียงไม่กี่หยด ก่อนเปลี่ยนเป็นงดน้ำให้นางนับตั้งแต่สองวันก่อน หากไม่มีเนตรมังกรที่เป็นร่างของเฟิงหลินนอกจากขาที่พิการแล้วตามหลักนางไม่อาจมีชีวิตรอดมาได้จนถึงขนาดนี้  

ความโหดร้ายของอวี้กุ้ยจือทำให้นางไม่อาจทนเก็บเรื่องนี้ไว้ภายในใจได้ หมอเทวดาจึงบอกออกไป

"เป็นคนของพรรคมารเพคะ"
"ที่แท้ก็เป็นพรรคมารนี่เอง สมแล้วที่มีชื่อเสียงชั่วร้ายจึงได้บังอาจทำเช่นนี้ ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะส่งทหารไปจัดการพรรคมารในแคว้นของข้าตั้งแต่เช้า"
"เอ่อ ฝ่าบาทเพคะ กระหม่อมคิดว่าพระนางคงไม่อยากให้ฝ่าบาททรงทำเรื่องเช่นนั้น ฝ่าบาทน่าจะพูดคุยกับพระนางก่อน เพราะพระนางก็จัดการคนเหล่านั้นไปแล้วจึงช่วยกระหม่อมออกมาได้เช่นนี้"

ฮุ่ยเสียนที่ไม่แน่ใจว่าชายผู้นี้รู้ความร้ายกาจเรื่องความเร็วของเฟิงหลินหรือไม่ หากคนผู้นี้รู้ว่านางถูกช่วยชีวิตในต่างแคว้นและกลับมาภายในหนึ่งวันเช่นนี้ อาจจะก่อให้เกิดปัญหากับเฟิงหลินขึ้นมา

ฝูจิ้นได้ยินเช่นนั้นจึงคิดรอพบนางอยู่ภายในห้อง หมอเทวดาเห็นว่าที่กษัตริย์คนถัดไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆกับนาง จึงสงสัยว่าเหตุใดฝูจิ้นจึงทำเช่นนี้

"ข้ามีเรื่องต้องพูดคุยกับมี่หลิน"รัชทายาทหนุ่มให้เหตุผลออกไป
"ปกติฝ่าบาทพบกับพระนางเช่นนี้หรือเพคะ"
"ไม่ใช่ เดิมทีนางไม่ค่อยยอมให้ข้าพบ แต่เพราะว่าครั้งนี้มีเจ้าอยู่ในห้อง ข้าจึงคิดว่ารอพบนางอยู่ในห้องพร้อมกับเจ้าคงไม่ใช่เรื่องน่าเกลียด"
"เอ่อ ฝ่าบาทเพคะ กระหม่อมเองก็เป็นหญิง จึงคิดว่าการที่พระองค์ทรงทำเช่นนี้อาจจะเกิดข่าวลือที่ไม่ดีระหว่างพระองค์กับกระหม่อมขึ้นมา"

รัชทายาทหนุ่มได้ยินเช่นนั้นจึงคิดได้ ฝูจิ้นเสียดายโอกาสในการรอพบนาง ว่าที่กษัตริย์คนถัดไปจึงคิดหาหญิงอีกคนเข้ามานั่งอยู่ภายในห้องเพื่อมิให้เป็นการดูน่าเกลียด

ฮุ่ยเสียนรู้สึกขันความคิดว่าที่กษัตริย์คนถัดไป แน่ชัดแล้วว่าชายผู้นี้มีใจให้เฟิงหลินนี่เอง แต่เพราะหญิงผู้นั้นแต่งงานกับกู่เล่อไปแล้ว อีกทั้งยังเคยมีบุตรกับรั่วไป่หลง หมอเทวดาไม่อาจสนับสนุนความรักของชายผู้นี้ได้ เจิ้งฮุ่ยเสียนจึงเอ่ยปากบอกรัชทายาทหนุ่ม

"กระหม่อมคิดว่าฝ่าบาทน่าจะขอพบนางในวันพรุ่งนี้จะดีกว่า"
"เจ้าคิดว่าข้าควรทำเช่นนั้นหรือ"
"บอกตามตรง กระหม่อมคิดว่าฝ่าบาทไม่ควรพบพระนางเพียงลำพังอีกต่อไป"
"เพราะเหตุใด"
"พระนางมี่หลินมีสามีและบุตรแล้ว การที่พระองค์ทรงทำเช่นนี้จะทำให้พระนางเสื่อมเสียพระเกียรติ"
"นี่นางมีสามีกับบุตรแล้วจริงๆหรือ"
"เป็นความจริงเพคะ กระหม่อมยืนยันได้ในเรื่องนี้"

ฝูจิ้นรับไม่ได้กับความจริงเรื่องนี้ รัชทายาทหนุ่มนิ่งไปนานกว่าจะได้สติ เมื่อจำต้องรับความจริงดังกล่าว จึงหาทางรับมือกับเรื่องนี้ 

หากตนเป็นกษัตริย์แล้วการจะครอบครองนางแม้มี่หลินจะเป็นเช่นนั้นก็ยังเป็นเรื่องรับได้ในสังคมปัจจุบัน ว่าที่กษัตริย์คนถัดไปไม่อาจยอมแพ้แม้รู้เรื่องดังกล่าว ฝูจิ้นจึงอ้างเหตุผลในการพบนาง

"แต่ข้าจำเป็นต้องหารืองานกับนางและเป็นความลับ แล้วจะให้ข้าพูดคุยเรื่องดังกล่าวในที่แห่งใด"
"ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมขอเสนอวิธี หากฝ่าบาทต้องการพูดคุยกับพระนางก็ทรงมีรับสั่งให้นางไปพบพระองค์ในที่แห่งหนึ่ง จากนั้นก็ให้พระนางสลายร่างยามที่พูดคุยกับพระองค์ เช่นนี้แล้วย่อมไม่มีข้อครหากับทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน"

ข้อเสนอของหญิงผู้นี้นั้นยอดเยี่ยม แต่เพราะทำให้ตนไม่ได้มีโอกาสพบตัวของมี่หลิน จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่อาจรับได้ รัชทายาทหนุ่มจำต้องสร้างเหตุผลขึ้นมา

"เช่นนี้แล้วจะมิกลายเป็นมีข่าวลือว่าข้าพูดจาอยู่คนเดียวและการเป็นโรคจิตขึ้นมาหรอกหรือ"
"ฝ่าบาทก็นัดพระนางออกไปพบในป่าก็ได้ พระนางออกจะเคลื่อนกายได้รวดเร็วเช่นนั้น"
"ข้าไม่ชอบเข้าป่า ที่แห่งนั้นไม่ปลอดภัย"
"ดูเหมือนพระองค์ยังมีความคิดที่จะพบพระนางเพียงลำพังเช่นเดิม"
"ข้าบอกแล้ว ว่าข้ามีความจำเป็นต้องพูดคุยเรื่องงาน"
"แต่กระหม่อมฟังแล้ว ยังอดคิดไม่ได้ว่าพระองค์ทรงมีใจให้พระนาง"
"จะเป็นไปได้อย่างไร มี่หลินไม่ได้มีความเหมาะสมกับตัวข้าแม้แต่น้อย เจ้าเข้าใจผิดอย่างแน่นอน"

เจิ้งฮุ่ยเสียนได้ยินชายหนุ่มกล่าวเช่นนั้นจึงไม่ถามฝูจิ้นอีกต่อไป การที่รัชทายาทหนุ่มปฏิเสธเฟิงหลินเช่นนี้คงเป็นเรื่องดีกับหญิงผู้มีพระคุณของนาง เฟิงหลินคงไม่มีเรื่องต้องอึดอัดใจเพราะชายผู้นี้อีกต่อไป

"กระหม่อมเข้าใจแล้ว ถ้าเช่นนั้นคืนนี้ขอฝ่าบาททรงกลับที่พักของฝ่าบาทเถิด ส่วนตัวกระหม่อมจะกลับไปอยู่ที่ห้องที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ให้ กระหม่อมจะเขียนจดหมายให้มี่หลินได้ทราบว่ากระหม่อมได้ย้ายออกไปยังห้องอื่นก่อนออกไปจากห้องของนาง"

คนทั้งสองจึงออกไปจากห้องของเฟิงหลินในยามกลางคืน และก็มีผู้พบเห็นคนทั้งคู่ในช่วงนั้นอยู่คนหนึ่งซึ่งก็เป็นราชเลขาที่คิดมาตรวจสอบกษัตริย์ของตนว่ากลับมาแล้วจริงหรือไม่หลังมีข่าวลือจากโรงครัว

เช้าวันรุ่งขึ้นราชเลขาจึงขอพบว่าที่กษัตริย์คนถัดไป การที่ฝูจิ้นแอบพบหญิงผู้หนึ่งในห้องบรรทมของกษัตริย์หญิง ชายวัยสามสิบคิดว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือว่าเป็นการมิให้เกียรติกษัตริย์หญิงผู้ยิ่งใหญ่ รัชทายาทหนุ่มรีบชี้แจงว่าเป็นเพียงความเข้าใจผิด อีกทั้งเป็นเรื่องไม่สำคัญแต่อย่างใด

"หญิงผู้นั้นเป็นสหายของกษัตริย์มี่หลิน ส่วนข้าก็พบนางโดยบังเอิญเพียงเท่านั้น มี่หลินยืนยันเรื่องนี้ได้"
"แต่ฝ่าบาทไม่อยู่ในห้องของพระนางในยามนี้ กระหม่อมลองเรียกพระนางแล้วเมื่อยามเช้า"ราชเลขาบอกชายเบื้องหน้าออกไป
"นางคงหายตัวออกไปทำธุระของนางในช่วงกลางวันอีกเช่นเคย ช่วงเย็นนางคงกลับมากระมัง เพราะวันที่ข้าพบสหายของนางในวันก่อน เจิ้งฮุ่ยเสียนบอกว่ามี่หลินออกไปทำธุระส่วนตัวและจะกลับมานอนในห้องของนางในช่วงกลางคืน"
"หญิงผู้นั้นมีนามว่าเจิ้งฮุ่ยเสียนเช่นนั้นหรือพะย่ะค่ะ"
"ใช่ นางบอกข้าเช่นนั้น มีเรื่องอันใดหรือ"
"ชื่อของนาง คล้ายกับชื่อของหมอเทวดาที่กระหม่อมได้ยินมา"
"ข้าก็ไม่ได้ถามนางเสียด้วย หากท่านต้องการรู้ว่านางใช่หรือหมอเทวดาจริงหรือไม่ ข้าจะบอกท่านก็ได้ว่าห้องของนางอยู่ที่แห่งใด แล้วท่านก็ถามเรื่องของข้ากับนางได้เลย" 

ฝูจิ้นที่ไม่เคยพบเห็นหมอเทวดามาก่อน เพราะมีช่วงหนึ่งที่เขาต้องพรากกับโจหยางผิงเพื่อไปอยู่กับอดีตฮองเฮาในที่แห่งหนึ่ง รัชทายาทหนุ่มสงสัยว่ามี่หลินไปเป็นสหายกับหมอเทวดาได้อย่างไร หรือนางจะเคยเจ็บป่วยในอดีต

ช่วงระหว่างรอมี่หลินกลับมาในช่วงเย็น ฝูจิ้นจึงไปพบเจิ้งฮุ่ยเสียนที่ห้องของหญิงดังกล่าว หญิงงามจึงตักเตือนว่าที่กษัตริย์หนุ่มในการมาหานางเช่นนี้

"ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็ออกมาคุยกับข้าในสวนก็แล้วกัน"ฝูจิ้นบอกออกไป

รัชทายาทหนุ่มสอบถามเรื่องมี่หลินในอดีต หมอเทวดาจำต้องสร้างเรื่องการพบกันระหว่างนางกับเฟิงหลินว่าเป็นเพราะบุตรของหญิงสาวนั้นเจ็บป่วย และนางก็เป็นผู้รักษาในยามนั้น

"ข้าก็นึกว่านางเจ็บป่วยและถูกเจ้ารักษาเสียอีก" ฝูจิ้นโล่งใจที่มี่หลินไม่ได้เจ็บป่วยแต่อย่างใด

คนในวังจึงเห็นคนทั้งสองนั่งคุยกันอยู่ในสวนอย่างชัดเจน ภาพของว่าที่กษัตริย์หนุ่มกับหญิงงามผู้หนึ่ง ถูกเหล่าขุนนางหลายคนมองว่าทั้งคู่นั้นดูเหมาะสมกันอยู่ไม่น้อย แต่เพราะหญิงผู้นี้ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ชายหลายคนจึงเริ่มสงสัยว่าหญิงดังกล่าวคือใคร

"นางชื่อเจิ้งฮุ่ยเสียน เป็นพระสหายของกษัตริย์มี่หลิน" ราชเลขาอธิบายให้เหล่าขุนนาง หลังตรวจพบจดหมายฉบับหนึ่งที่ยังวางอยู่ในห้อง ร่วมกับไปพบหญิงผู้นั้นมาแล้วก่อนหน้านี้

ขุนนางผู้หนึ่งได้ยินเช่นนั้นจึงออกความเห็น "จะว่าไปฝ่าบาทเองก็ยังมิได้เลือกคู่ครองแต่อย่างใด หากเป็นพระสหายของพระนางมี่หลินเช่นนี้ จะเป็นไปได้หรือไม่ ว่าพระนางมี่หลินจะยังอยู่ในแคว้นหนานต่อไปเช่นเดิม"

ขุนนางหลายตนพยักหน้ากับความคิดดังกล่าว หากกษัตริย์ของตนไม่อยู่ในแคว้นเช่นเคย อย่างน้อยพระนางมี่หลินก็น่าจะมาเยี่ยมพระสหายของพระนางอยู่บ้าง

เรื่องดังกล่าวจึงถูกหารือในวันรุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในท้องพระโรงขุนนางทั้งหมดรวมถึงโจหยางผิงก็เข้าประชุมด้วยเช่นกัน ราชเลขาผู้รับหน้าที่นำเสนอหัวข้อในการประชุมจึงเอ่ยปากขึ้น

"เรื่องในวันนี้ที่พวกเราต้องหารือกันคือเรื่องการเลือกคู่ครองให้ว่าที่กษัตริย์คนถัดไป เพื่อให้การสืบทอดอำนาจไม่มีการสะดุด อีกทั้งฝ่าบาทก็มีพระชนมายุที่เหมาะสมในการมีรัชทายาทแล้วในยามนี้"

ฝูจิ้นได้ยินหัวข้อดังกล่าวจึงไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง การที่ตนจะถูกยัดเยียดให้มีคู่ด้วยเหล่าขุนนางนั้นชายหนุ่มไม่อาจรับได้ รัชทายาทหนุ่มจึงรีบโต้แย้งกลับไป " ไม่ได้ เรื่องนี้ข้าไม่ยอม"
"ฝ่าบาท ตามลำดับแล้วผู้ที่มีอำนาจในการเลือกคู่ให้ฝ่าบาทคือ พระบิดาของพระองค์ ลำดับถัดไปคือพระนางมี่หลิน จากนั้นจึงเป็นเหล่ากระหม่อม"
"ถ้าเช่นนั้นก็น่าจะรองให้มี่หลินกลับมาก่อนมิใช่หรือ"
"หากรอพระนางกลับมาอาจจะะไม่ทันการ พวกกระหม่อมจึงคิดหารือเลือกหญิงที่เหมาะสมกับพระองค์ก่อน และหากพระนางมี่หลินกลับมาเหล่ากระหม่อมจะถวายรายงานให้พระนางทรงตัดสินพระทัยอีกครั้งหนึ่ง"

รัชทายาทหนุ่มหวั่นใจยิ่งนัก ฝูจิ้นคิดว่ามี่หลินคงยินยอมกับคำตัดสินของเหล่าขุนนางอย่างแน่นอน และหากสิ่งที่ตนคิดไว้เกิดขึ้นจริง เช่นนี้แล้วยังจะหาทางออกเรื่องนี้ได้อย่างไร

ราชเลขาเห็นว่าที่กษัตริย์เงียบไปจึงเข้าสู่เนื้อหาในทันที ปากของชายวัยสามสิบจึงเอ่ยรายชื่อของหญิงที่ถูกพิจารณาในครั้งนี้

"หญิงที่เหมาะสมในการเป็นว่าที่มเหสีของกษัตริย์คนถัดไปมีเพียงผู้เดียวที่ถูกเสนอชื่อในวันนี้ ซึ่งก็คือ หมอเทวดาที่มีชื่อว่าเจิ้งฮุ่ยเสียน มีใครคัดค้านหรือไม่"

"ข้าคัดค้าน"

ฝูจิ้นได้ยินเสียงดังกล่าวจึงหันไปมองชายผู้ช่วยชีวิตตนในทันที ซึ่งก็พบว่าเป็นโจหยางผิงที่ยืนขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ

"บอกเหตุผลมาด้วย ท่านแม่ทัพใหญ่" ราชเลขาถามชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่เพียงผู้เดียวในยามนี้
"นางเป็นผู้หญิงของข้า"

---------------


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

44 ความคิดเห็น