เนตรมังกร(จบแล้ว)

ตอนที่ 88 : (เล่ม 3) ผู้หวังดี?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    31 มี.ค. 61


เฟิงหลินที่ไม่อาจเข้าไปกรวดน้ำในวัดได้ เพราะหลังจากปรากฏกายของนางภายในที่ดังกล่าว พระทั้งหมดที่อยู่ในวัดต่างคิดว่าร่างลึกลับที่สวมหน้ากากขาวและคลุมผ้าทั้งตัวในยามดึกคือการออกอาละวาดของปีศาจร้ายตนหนึ่งจนต่างพากันหมดสติ หากไม่เป็นเช่นนั้นก็วิ่งหนีออกจากวัด จนไม่เหลือผู้ใดที่พอจะบอกวิธีกรวดน้ำให้นางแม้เพียงคนเดียว

หญิงสาวจึงมายืนอยู่ที่ทะเลสาปแห่งหนึ่งก่อนขว้างหินกรวดจำนวนมากลงไปในน้ำ หวังปลดปล่อยความอึดอัดภายในใจที่มีอยู่ในตอนนี้ เฟิงหลินที่ยังคงมีกำลังแม้ไม่ได้กินอาหารและน้ำจากอิทธิฤทธิ์ของเนตรมังกรขว้างหินอย่างแรงอยู่นานเกือบชั่วยามก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นแต่อย่างใด

เฟิงหลินจึงลองกระโดดจากก้อนเมฆลงมากระแทกกับพื้นดินด้านล่าง ร่างหินที่แตกกระจายเป็นชิ้นละเอียดถูกรวมขึ้นใหม่ก่อนกระโดดซ้ำและทำเช่นนี้วนไปวนมานับร้อยครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้นางดีขึ้นเช่นเดิม สิ่งที่ได้มีเพียงรอยแตกร้าวตามร่างหินของนางทั้งตัวเพียงเท่านั้นยิ่งเป็นสิ่งย้ำเตือนให้นางรำลึกถึงความผิดที่ทำขึ้น

หญิงสาวเปลี่ยนมาวิ่งในป่าลึกสะเปะสะปะเพราะขาที่มีอยู่ข้างเดียวและกรีดร้องออกมาอยู่หลายชั่วยาม ร่างของนางที่กระแทกกับต้นไม้และหินใหญ่เริ่มทำให้เฟิงหลินบรรเทาความรู้สึกอึดอัดลงได้บ้าง แต่เสียงของนางที่หายไปหมดสิ้นทำให้วิธีดังกล่าวต้องถูกหยุดไป

เฟิงหลินจึงนอนร้องไห้โดยไร้เสียงอยู่บนก้อนเมฆแต่เพียงลำพัง หญิงสาวที่มีความขุ่นมัวทางจิตบังเกิดขึ้นจนถึงระดับหนึ่งทำให้ร่างของนางตกลงมายังทะเลสาปที่อยู่ด้านล่างในทันที

ร่างหญิงสาวจึงดำดิ่งอยู่ใต้น้ำเพราะเฟิงหลินหวังความเย็นที่มีอยู่รอบกายช่วยชะล้างความอึดอัดภายในใจ หญิงสาวที่อดนอนมาหลายวันร่วมกับรู้สึกเหนื่อยล้ากับการมีชีวิตจึงหมดสติและดำดิ่งไปถึงก้นทะเลสาป หลังจากนอนหลับไปหนึ่งอาทิตย์จึงตื่นขึ้นและได้สติ

การได้พักผ่อนเช่นนี้ช่วยลดความคลุ้มคลั่งภายในใจของนาง เฟิงหลินจึงรู้แล้วว่าการตัดสินใจครั้งล่าสุดนั้นเป็นสิ่งที่ผิด ทางเดินของชีวิตที่เลือกวิชาตัวเบาเป็นอันดับหนึ่งแทนการเลือกมีชีวิตเช่นมนุษย์ทำให้นางอึดอัดใจถึงเพียงนี้

หากนางกลับคืนเป็นมนุษย์และรับความเจ็บปวดได้อีกครั้ง บาดแผลภายในใจครั้งนี้คงดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่เพราะมีร่างเป็นเนตรมังกรจึงไม่อาจมีความเจ็บปวดเกิดขึ้นกับตัวนางได้ อีกทั้งเพราะการกลายเป็นของวิเศษจึงทำให้นางต้องฆ่าคนเช่นนี้ 

วิธีการป้องกันการฆ่าคนที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้ต้องรู้สึกแย่เช่นครั้งนี้คือการรีบกลับคืนเป็นมนุษย์ด้วยการฝึกฝนจิตอย่างเข้มงวดเพื่อให้เกิดการแยกตัวจากของวิเศษให้ได้ และการรวบรวมชิ้นส่วนของร่างกายที่ถูกแบ่งไปให้ผู้อื่นต้องสำเร็จก่อนถึงขั้นนั้น

เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ต้องทำต่อไปในชีวิตมีสิ่งใด หญิงสาวที่จัดลำดับความคิดในสมองได้จึงมุ่งไปสู่การตามหาตัวขอต้าเพ่ยจวินเป็นลำดับหนึ่งในตอนนี้

เฟิงหลินที่คิดได้พุ่งตัวออกจากทะเลสาปก่อนสลายร่างของนางกลับมายังวังอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเปิดประตูห้องและคิดสอบถามเจิ้งฮุ่ยเสียนถึงครั้งสุดท้ายที่พบตัวชายดังกล่าว กลับไม่พบหมอเทวดาในห้องพักของนาง

หญิงสาวจึงคิดได้ว่านางหายตัวไปเป็นอาทิตย์ขนาดนี้ เช่นนั้นแล้ว ยามนี้เจิ้งอุ่ยเสียนจะไปอยู่ในที่แห่งใดกัน เฟิงหลินจัดหน้ากากของนางเพื่อปิดบังใบหน้าให้ดีกว่านี้ ก่อนออกตามหาหญิงสาวภายในวังด้วยการสอบถามผู้คนที่พบเห็นผ่านการเขียนผ่านกระดาษแผ่นหนึ่งหลังรู้ตัวว่ายามนี้เสียงของนางนั้นแหบสนิท 

ร่างที่เหาะลอยไปทั่วพร้อมกับเสื้อผ้าที่ยังคงเปียกชื้นอยู่นานจึงทำให้เกิดหยดน้ำจำนวนมากเลอะไปทั่วพื้นทางเดินภายในวัง เพราะคนที่เฟิงหลินพบล้วนเป็นบ่าวไพร่ที่ไม่รู้จักชื่อของเจิ้งอุ่ยเสียนแต่อย่างใด อีกทั้งการสื่อสารผ่านกระดาษนั้นยากลำบากกว่าที่คิดเพราะร่างที่เปียกชื้นทำให้น้ำหมึกที่ขีดเขียนเลอะเทอะจนยากจะอ่านออก

เฟิงหลินพบขุนนางผู้หนึ่งจึงใช้กระดาษที่เริ่มแห้งและแข็งย่นถามชายดังกล่าว โชคดีที่ชายผู้นี้เข้าใจว่านางต้องการตามหาเจิ้งฮุ่ยเสียน อีกทั้งยังรู้ว่าหญิงผู้นั้นอยู่ในห้องอีกที่หนึ่ง 

เมื่อได้คำตอบหญิงสาวขอบคุณคนผู้นั้นก่อนรีบย้ายร่างไปยังห้องดังกล่าวหวังพบหญิงงามภายในห้อง แต่ไม่เปิดเข้าไปกลับไม่พบเจิ้งฮุ่ยเสียนอยู่ดี

ด้วยความสงสัยที่นางค้นหาหมอเทวดามานานพอควรกลับไม่พบหญิงผู้นี้ภายในวัง จึงคิดถามราชเลขาที่อาจจะรู้เรื่องนี้ เฟิงหลินรีบสลายร่างของนางไปพบชายดังกล่าวที่จวนของเขา ราชเลขาพบหญิงสาวด้วยความแปลกใจที่กษัตริย์ของตนมาพบเขาที่จวนเช่นนี้ เมื่อถามร่างหน้ากากขาวที่ยังคงเปียกชื้นและได้คำตอบจากการอ่านคำอธิบายของกษัตริย์ด้วยกระดาษไปหลายแผ่นจึงรู้สาเหตุที่พระนางบุกมาหาตนในครั้งนี้ 

ราชเลขาจึงบอกที่อยู่ของเจิ้งฮุ่ยเสียนให้หญิงสาวรู้ตามความคิดของตน

"แม่นางผู้นั้น ยามนี้อาจจะอยู่กับท่านแม่ทัพ"

'เกิดเรื่องอันใดระหว่างที่ข้าไม่อยู่ เหตุใดสหายของข้าจึงไปอยู่กับโจหยางผิงขึ้นมาได้'

ราชเลขาอ่านคำถามของหญิงสาวที่เขียนขึ้น จึงรายงานผลการประชุมการเลือกคู่ครองให้ฝูจิ้นเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน เพราะโจหยางผิงอ้างว่าเจิ้งฮุ่ยเสียนเป็นผู้หญิงของตน จึงต้องพิสูจน์ให้เหล่าขุนนางและคนทั่วไปได้เห็นว่าเรื่องที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง เพราะหากมิใช่เช่นนั้น เจิ้งฮุ่ยเสียนจะถูกเลือกให้เป็นมเหสีของฝูจิ้นในทันที

เฟิงหลินดีใจที่เรื่องราวออกมาเป็นเช่นนั้น หากโจหยางผิงไม่อาจเอาชนะใจเจิ้งฮุ่ยเสียนได้ อย่างน้อยก็ได้เป็นถึงมเหสีแห่งแคว้น เพราะเท่าที่นางรู้จักฝูจิ้นชายผู้นี้ก็ถือว่าพอจะเป็นคนดีอยู่คนหนึ่ง สังเกตจากการที่เขายังพอเป็นห่วงเป็นไยนางที่มีร่างประหลาดเช่นนี้

ในเมื่อเจิ้งฮุ่ยเสียนกำลังอยู่ในช่วงศึกษาใจกับชายผู้นั้น เฟิงหลินจึงคิดสอบถามเรื่องดังกล่าวในยามเย็น หญิงสาวคิดกลับไปยังห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าที่คลุมร่างอยู่ในตอนนี้ เพราะพึ่งคิดได้ว่าทำให้พื้นจวนของราชเลขาต้องเปียกลื่นเพราะตัวของนาง

"ช่วงที่ฝ่าบาทไม่อยู่ มีคนผู้หนึ่งต้องการพบพระองค์ร่วมด้วย" ราชเลขารายงานเรื่องอีกอย่างที่ยังไม่ได้บอกหญิงสาว หลังเห็นท่าทางของพระนางที่กำลังคล้ายจะขอตัวเพื่อร่ำลาตน

 ท่าทางยืนนิ่งคล้ายกับมีความคิดเพราะเอานิ้วข้างหนึ่งแตะที่ขมับของนาง บอกว่ากษัตริย์ของตนต้องการรู้ว่าคนผู้นั้นคือผู้ใด ชายวัยสามสิบจึงบอกสิ่งที่เขารู้ให้หญิงสาว

"ชายผู้นั้นบอกเพียงว่าพระองค์ต้องการพบตัวของเขาในยามนี้" 

หรือจะเป็น ต้าเพ่ยจวิน?

หากเป็นเรื่องจริง เหตุใดชายผู้นี้จึงคิดอยากพบนางขึ้นมาได้ ทั้งๆที่ถูกพรรคมารไล่ล่าอยู่ในยามนี้ แม้แคว้นหนานจะมีพรรคมารขนาดเล็กลงกว่าสมัยก่อน แต่จำนวนคนที่ทำงานยังคงไม่ต่างจากเดิมแต่อย่างใด การที่ปรากฏกายต่อหน้าผู้คนแม้จะเป็นภายในวังก็ไม่อาจหลุดพ้นสายลับของพรรคดังกล่าวได้

เฟิงหลินคิดตรวจสอบว่าชายผู้นั้นใช่ต้าเพ่ยจวินจริงหรือไม่ หากเป็นเรื่องจริง ก็ถือว่านางโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่จู่ๆชายที่ออกตามหาตัวก็เดินทางมาถึงที่ด้วยตัวของเขาเอง

หญิงสาวพยายามทำท่าทางเพื่อจะบอกให้ราชเลขาลองนัดให้ชายผู้นั้นมาพบนางในวันนี้ได้หรือไม่ ราชเลขาที่เข้าใจท่าทางการสื่อสารหญิงสาวจึงบอกกับกษัตริย์หญิงว่าจะพยายามทำให้ได้เพื่อพระนาง

หญิงสาวโค้งคำนับให้ราชเลขาเพื่อเป็นการขอบคุณชายผู้นี้ที่เข้าใจนางและพยายามช่วยในครั้งนี้ ธนูที่มีชื่อของเฟิงหลินซึ่งถูกดึงออกไปจนหมดจากหินที่มีชื่อของชายดังกล่าว จึงปรากฏลูกธนูดอกใหม่ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

เฟิงหลินกลับไปเปลี่ยนเสื้อของนางรวมถึงผ้าคลุมที่ห้องพัก ก่อนคิดหากระดาษจำนวนมากเพื่อใช้ในการถามคำถามกับเจิ้งฮุ่ยเสียน รวมถึงเผื่อสำหรับวันนี้หากนางพบชายผู้ต้องการพบตัวของนางที่ราชเลขากล่าวถึง ภายนอกของห้องกลับมีเสียงของฝูจิ้นดังขึ้นเพราะรู้เรื่องที่มี่หลินกลับมาจากที่เห็นคนในวังกำลังถํพื้นพร้อมกันหลายคน

"ข้าเอง" 

รัชทายาทหนุ่มบอกคนภายในห้อง และยืนรอหญิงสาวอยู่ข้างนอกเพราะเห็นหยดน้ำจำนวนหนึ่งอยู่หน้าห้องของนาง จึงคิดว่ามี่หลินน่าจะยังอยู่ในห้องเวลานี้ 

ฝูจิ้นที่ถูกดึงธนูที่มีชื่อของนางออกไปแล้วร่วมกับถูกน้ำยาลบความทรงจำเรื่องความรู้สึกที่เคยมีและถูกราดซ้ำด้วยน้ำยาสะกดความรู้สึกหลังหินที่มีชื่อของเขาไม่อาจใช้พลังสมานหินของเง็กเซียนฮ่องเต้ได้สำเร็จ เทพผู้รับใช้จึงรายงานเรื่องดังกล่าวเพราะเกรงว่าหากปล่อยให้รับธนูเพิ่มอีกมากกว่านี้ หินของชายดังกล่าวคงต้องพังทลายอย่างแน่นอน 

ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อเฟิงหลินในยามนี้เหลือเพียงหญิงที่มีคุณความดีจากที่ช่วยให้ตนกลับคืนอำนาจและช่วยคุ้มครองแคว้นของตนเพียงเท่านั้น ฝูจิ้นคิดสอบถามหญิงสาวหลังจากรู้ว่านางหายตัวไปหนึ่งอาทิตย์และกลับมาด้วยสภาพที่เปียกชื้น แต่เพราะรออยู่นานพอควรกลับไม่มีเสียงตอบ จึงคิดเปิดประตูเข้าไปดูว่านางอยู่ในห้องจริงหรือไม่

เฟิงหลินนั่งอยู่ภายในห้องและกำลังเขียนกระดาษอยู่สามสี่แผ่น ฝูจิ้นเห็นนางใส่หน้ากากขาวและผ้าคลุมทั้งตัวเช่นเดิมอีกทั้งยังไม่เอ่ยใดๆทั้งๆที่ตนบุกเข้ามาเช่นนี้ ให้แปลกใจท่าทีของนางเป็นอย่างยิ่ง

"เจ้าอยู่ในห้อง เหตุใดจึงไม่บอกกับข้า"

เฟิงหลินจึงยื่นกระดาษให้ชายเบื้องหน้าเพื่ออธิบายเหตุผลที่นางเป็นเช่นนี้ ฝูจิ้นที่รู้ว่านางไม่มีเสียงจึงคิดว่านางถูกสาปเพิ่ม หญิงสาวเห็นท่าทางของเขาคล้ายเป็นกังวล จึงยื่นกระดาษอีกแผ่นให้ชายเบื้องหน้า

'ข้าหายตัวไปเจรจากับสวรรค์ ต้องใช้เสียงอย่างมาก จึงทำให้เสียงหายไปชั่วคราว เรื่องรายละเอียดรอให้ข้ากลับมามีเสียงค่อยสอบถามข้าอีกครั้งหนึ่ง'

ฝูจิ้นพยักหน้าและดีใจที่สาเหตุเป็นเช่นนั้น ก่อนบอกให้มี่หลินถอดหน้ากากและผ้าคลุมอออกเพราะยามนี้อยู่ภายในห้องอีกทั้งตนยังคุ้นชินกับสภาพของนางแล้ว

เฟิงหลินจึงยื่นกระดาษอีกแผ่นหนึ่ง ใจความเขียนว่าช่วงนี้นางต้องสวมหน้ากากและผ้าคลุมตลอดเวลาแม้ยามอยู่ในห้อง เพราะเป็นส่วนหนึ่งในผลการเจรจากับสวรรค์ ฝูจิ้นได้รู้เช่นนั้นจึงไม่ซักไซ้ใดๆเพิ่ม รัชทายาทหนุ่มที่ไม่อาจพูดคุยใดๆกับนางได้ด้วยข้อจำกัดของนางในตอนนี้ จึงขอตัวหญิงสาวและลุกขึ้นก่อนเดินออกไป

ฝูจิ้นปิดประตูห้องของมี่หลินด้วยความรู้สึกแปลกๆอีกครั้ง ความเบาโหวงที่ราวกับมีรูรั่วที่หน้าอกของตนเกิดขึ้นเพราะเหตุใด รัชทายาทหนุ่มค่อยๆเดินจากไปพร้อมข้อสงสัยที่ตนเป็นเช่นนี้

หลังฝูจิ้นออกไปจากห้องได้หนึ่งชั่วยาม เฟิงหลินถูกขันทีผู้หนึ่งให้มาเชิญตัวนางไปยังท้องพระโรง จากการเทียบเชิญโดยราชเลขา หญิงสาวต้องปรากฏกายของนางเพื่อบอกชายดังกล่าวด้วยการยื่นกระดาษให้

'ข้าจะออกไปในอีกหนึ่งเค่อ เตรียมกระดาษให้ข้าจำนวนมาก และให้เหล่าขุนนางผู้อื่นที่ไม่ใช่ราชเลขาออกไปจากท้องพระโรงให้หมด'

เฟิงหลินปรากฏกายของนางเมื่อถึงเวลาที่นัดไว้ เมื่อเห็นว่ามีเพียงราชเลขาและเหล่าทหารที่ต้องยืนคุมสถานการณ์เพียงเท่านั้น จึงพยักหน้าเพื่อบอกให้ราชเลขาเชิญชายดังกล่าวเข้ามา

ใบหน้างดงามของชายดังกล่าวที่ไม่เคยพบเห็น ร่วมกับความสูงที่มากกว่าชายที่เคยคิดไว้ทำให้ความคิดเรื่องต้าเพ่ยจวินป็นคนขอพบในครั้งนี้ต้องถูกตัดออกไป

เฟิงหลินยื่นกระดาษที่นางเขียนอย่างรวดเร็ว ก่อนส่งมอบผ่านราชเลขาเพื่อยื่นให้ชายดังกล่าว หวังให้ชายผู้นี้ตอบคำถามของนาง

"กระหม่อมมีนามว่าฟงอวิ๋น เป็นผู้เชี่ยวชาญในการตามหาตัวคน มีคนผู้หนึ่งสั่งให้กระหม่อมมาช่วยพระองค์ในครั้งนี้ แต่คนผู้นั้นไม่ต้องการให้กระหม่อมเปิดเผยว่าเขาเป็นผู้ใด"เสียงของชายแปลกหน้าตอบคำถามของนาง

หญิงสาวได้ยินเช่นนั้น จึงยื่นกระดาษให้ราชเลขา ใจความบอกให้ตัวเขาและเหล่าทหารออกไปจากที่แห่งนี้ทั้งหมด เฟิงหลินรอให้คนในท้องพระโรงเหลือเพียงนางกับชายแปลกหน้า จากนั้นจึงเริ่มเขียนกระดาษก่อนลอยตัวไปยืนอยู่หน้าชายดังกล่าว ชื่อของต้าเพ่ยจวินถูกเขียนเอาไว้ พร้อมระบุว่าชื่อของคนที่ต้องการให้ตามหาว่าเป็นอดีตประมุขพรรคมาร

"ฝ่าบาท หากอึดอัดใจที่ต้องพูดคุยกับกระหม่อมในที่แห่งนี้ กระหม่อมขอนำเสนอที่แห่งหนึ่งในการพูดคุย"

เฟิงหลินได้ยินเช่นนั้นจึงคิดกลับไปหยิบกระดาษเพิ่ม มือของชายแปลกหน้าจับที่ข้อมือของนางในทันที หญิงสาวให้ตกตะลึงยิ่งนักที่ชายเบื้องหน้าทำเช่นนี้ อีกทั้งแปลกใจที่ดวงจิตของนางจับการเคลื่อนไหวของดวงจิตชายผู้นี้ได้อย่างฉิวเฉียด ยังดีที่นางสลายร่างได้ทันร่วมกับช่วงหลังหญิงสาวใช้ปากช่วยพันผ้าได้ถึงปลายนิ้วทำให้ชายผู้นี้ยังไม่สัมผัสผิวกายของนางเมื่อครู่นี้

ชายแปลกหน้ายิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนปรากฎกายหน้าหญิงสาวเพียงกระพริบตา บุรุษลึกลับเปลี่ยนมาใช้มือทั้งสองข้างตะครุบร่างของนางอย่างรวดเร็ว เฟิงหลินที่รับรู้การเคลื่อนที่ของดวงจิตเบื้องหน้าจึงต้องสลายร่างอีกครั้งโดยแทบไม่ทันได้หายใจ

แม้ไม่อาจสัมผัสร่างของนางได้แต่ชายแปลกหน้ายังคงตามติดเฟิงหลินได้ตลอด คนทั้งสองหลบหนีและไล่ล่ากันอยู่นานกว่าสองชั่วยาม สุดท้ายจึงเป็นเฟิงหลินที่เป็นฝ่ายหยุดนิ่งเพราะคิดว่าชายผู้นี้อาจไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา ขนาดนางที่มีเนตรมังกรช่วยสร้างพลังการเคลื่อนไหวแม้ไม่ได้กินอาหารยังรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยเพลียจนเริ่มมีเหงื่อ แต่ร่างเบื้องหน้ากลับไม่มีท่าทีของความอ่อนล้าแต่อย่างใด

ร่างคนทั้งสองลอยอยู่กลางท้องฟ้าเหนือป่าแห่งหนึ่ง ชายแปลกหน้าโอบรัดหญิงสาวที่ยังคลุมกายด้วยผ้าผืนใหญ่อยู่ในตอนนี้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างก็ดึงหน้ากากสีขาวออกมาและขว้างทิ้ง เพราะคิดสื่อสารผ่านการอ่านปากของนาง

รอยแตกร้าวบนใบหน้าครึ่งซีกนับพันจุดทำให้ชายแปลกหน้าตกจะลึงยิ่งนัก ความอัปลักษณ์ขนาดนี้ปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อใด

"ใครทำให้เจ้ากลายเป็นแบบนี้ได้"น้ำเสียงของบุรุษลึกลับไม่พอใจที่นางถูกทำให้กลายเป็นเช่นนี้

คำพูดของร่างเบื้องหน้าหมายถึงชายผู้นี้เคยเห็นใบหน้าของนางในยามปกติด้วยหรือ เฟิงหลินขยับปากของนางถามชายต้องสงสัย

'ท่านเคยเห็นข้ามาก่อนด้วยหรือ'

"ใช่ ข้าเคยเห็นใบหน้าของเจ้ามาก่อน ยามนั้นมีเพียงรอยร้าวเล็กน้อยและไม่ถึงขนาดนี้" ชายที่ชื่อฟงอวิ๋นพูดพลางใช้มือที่ดึงหน้ากากเมื่อครู่นี้ปัดผมของนางที่ปิดใบหน้าอีกครึ่งเพื่อสำรวจความเสียหายของใบหน้าที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง

เฟิงหลินรับรู้เช่นนั้นจึงรีบใช้มือของนางยับยั้งมือที่คิดกระทำเรื่องอันตรายอย่างรวดเร็ว ร่างเบื้องหน้าถูกนางคว้าข้อมือเอาไว้จึงยิ้มเล็กน้อยก่อนเฉลยความจริงบางอย่าง

"ข้าแตะตัวของเจ้าได้โดยที่ข้าไม่เสียชีวิต"

คำตอบของชายลึกลับทำให้เฟิงหลินแปลกใจ หญิงสาวรีบถามสิ่งที่สงสัยไปยังร่างเบื้องหน้าในทันที

'ท่านมีเนตรมังกรอยู่ในตัวเช่นนั้นหรือ'

"ไม่ใช่ แต่ข้ามีความเป็นอมตะด้วยตัวของข้า"

'ตกลงท่านเป็นใครกันแน่'

"เจ้ารู้เพียงข้าคือคู่แข่งคนใหม่ของเจ้าในยามนี้ก็เพียงพอ"

------------------





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

44 ความคิดเห็น