เนตรมังกร(จบแล้ว)

ตอนที่ 93 : (เล่ม 3) พัวพันและยุ่งเหยิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    31 มี.ค. 61


ฟงอวิ๋นที่รับรู้การเคลื่อนไหวของดวงจิตรีบแทรกตัวมาเบียดชายผู้คิดสัมผัสหญิงสาว ส่วนเฟิงหลินที่รับรู้เช่นกันรีบย่อตัวของนางให้หลบพ้นฝูจิ้น แต่เพราะเทพวายุปรากฎตัวโดยไม่ทันคาดคิดทำให้หน้าของนางกระแทกเข้ากับเข่าของเทพบุรุษจนหญิงสาวล้มลงหน้าหงายอยู่บนพื้น

ฝูจิ้นโอบร่างที่คิดว่าเป็นหญิงสาวอย่างเต็มแรง เมื่อเห็นว่าไม่ใช่กษัตริย์หญิงแต่กลายเป็นแผ่นหลังของร่างสูงใหญ่ของชายผู้หนึ่งจึงผลักชายผู้นี้ให้ออกห่างตน ฟงอวิ๋นที่รับรู้เช่นนั้นจึงคิดล้มทับหญิงสาวและหาข้ออ้างว่าเป็นเหตุบังเอิญจากชายดังกล่าว เฟิงหลินที่รับรู้ว่ายังมีการเคลื่อนที่ของดวงจิตพุ่งลงมาซ้ำเติมร่างของนางที่อยู่บนพื้นรีบสลายร่างของนางเพื่อหลบเลี่ยงร่างสูงใหญ่ที่คิดล้มทับร่างของนางอย่างรวดเร็ว

ฟงอวิ๋นที่เห็นหญิงสาวหายตัวไปจากตำแหน่งเป้าหมายรีบพลิกตัวเพื่อป้องกันใบหน้ารูปงามต้องเสียหายจากการกระแทกพื้นทำให้ท้ายทอยศีรษะของเทพบุรุษจึงต้องปูดบวมจากการสัมผัสผิวหินของทางเดินในวังอย่างรุนแรง

หญิงสาวปรากฎกายให้ห่างไกลจากร่างของสองบุรุษ ปฎิกิริยาของฝูจิ้นเมื่อครู่นี้เกิดขึ้นด้วยเหตุอันใด ส่วนฟงอวิ๋นก็เช่นกันเหตุใดจึงคิดล้มทับร่างของนาง

"นี่พวกท่านทำอะไรของพวกท่าน"เฟิงหลินส่งเสียงแหบแห้งที่ไม่พอใจออกไป
"เมื่อครู่นี้คือการทดสอบความสามารถของเจ้าเบื้องต้น" เทพวายุรีบหาคำอธิบายอย่างรวดเร็ว พลางคลำตำแหน่งที่ยังเจ็บปวดอยู่ในตอนนี้
"แล้วท่านเล่า เหตุใดจึงคิดสัมผัสร่างของข้าเช่นนี้"หญิงสาวหันไปทางฝูจิ้น
"ชายที่มาสิงร่างของข้าบอกความลับของเจ้าหมดแล้ว ข้าจึงคิดตะครุบตัวของเจ้าเพื่อนำไปลงโทษ"ฝูจิ้นให้เหตุผลที่คิดขึ้นได้ในตอนนี้

หญิงสาวที่ลืมคิดข้อเสียของการที่ดวงจิตของต้าเพ่ยจวินอยู่ร่วมกับชายผู้นี้ หากฝูจิ้นปรารถนาเนตรมังกรขึ้นมาอีกคน จะกลายเป็นนางต้องทำการแบ่งหินสีขาวออกเป็นชิ้นส่วนถึงเจ็ดชิ้น เฟิงหลินจึงถามว่าที่กษัตริย์หนุ่มว่ารู้เรื่องดังกล่าวถึงเพียงใด

"จะให้ข้าพูดสิ่งที่รู้ในที่แห่งนี้ใช่หรือไม่"รัชทายาทหนุ่มเอ่ยออกไปเพื่อเตือนหญิงสาว

เฟิงหลินจึงจูงมือชายหนุ่มเข้าไปภายในห้องของเขาเอง ฝูจิ้นพึงพอใจที่นางเป็นฝ่ายจับมือตนเช่นนี้ อีกทั้งยังเป็นการเข้าไปในห้องของตนด้วยตัวของนางเอง ฟงอวิ๋นเห็นเช่นนั้นจึงรีบสลายร่างและตามเข้าไปภายในห้องเช่นกัน เทพวายุยืนอยู่ด้านหลังของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ฝูจิ้นจึงถามกษัตริย์หญิงว่าชายแปลกหน้าผู้นี้คือผู้ใด

"ชายผู้นี้ชื่อฟงอวิ๋น เป็นคู่แข่งของข้าในตอนนี้" เฟิงหลินอธิบายชายหนุ่ม
"แล้วเหตุใดจึงต้องตามติดตัวของเจ้าถึงเพียงนี้"
"ชายผู้นี้มาช่วยข้าเพียงชั่วคราว เพื่อให้การประลองระหว่างข้ากับเขาเกิดขึ้นได้ จากนั้นข้ากับชายผู้นี้ก็ต้องแยกจากกัน"

ฟงอวิ๋นได้ยินนางพูดเช่นนั้นจึงเกิดความรู้สึกแปลกๆ ส่วนฝูจิ้นพยักหน้าเข้าใจคำพูดของนาง เฟิงหลินจึงเดาว่าต้าเพ่ยจวินอาจยังไม่เล่าเรื่องทุกอย่างทั้งหมดให้ชายผู้นี้ แต่การสื่อสารระหว่างนางกับอดีตประมุขมารผ่านว่าที่กษัตริย์หนุ่มย่อมทำให้ฝูจิ้นรู้เรื่องของนางมากยิ่งขึ้น จึงปรึกษาฟงอวิ๋นด้วยการกระซิบเบาๆที่ข้างหูเพราะเกรงว่าร่างเบื้องหน้าจะรู้เรื่องที่นางต้องการปกปิด

"ท่านแยกดวงจิตท่านประมุขออกมาก่อนได้หรือไม่ "
"ยามนี้คนที่มีอำนาจตัดสินคือชายผู้นี้ มิใช่ต้าเพ่ยจวินหรือตัวข้า"
"เหตุใดท่านไม่บอกข้าก่อนทำเช่นนี้"
"ก็เจ้าอยากมาเร่งข้าให้ช่วยท่านประมุขของเจ้า ข้าก็รีบช่วยอย่างเต็มที่"

ฝูจิ้นมองหญิงสาวที่กระซิบกระซาบกับชายรูปงามให้ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ต้าเพ่ยจวินก็ไม่พอใจคนทั้งคู่เช่นกัน เพราะระแวงหญิงสาวที่อาจมีแผนการบางอย่างและกำลังปกปิดเรื่องที่กำลังคิดทำอยู่ในตอนนี้

"ชายที่อยู่ร่วมกับข้าบอกให้เจ้าเลิกกระซิบกับชายผู้นี้"รัชทายาทหนุ่มเอ่ยออกไป

"อ้อ ได้ สรุปแล้ว ท่านรู้เรื่องของข้าถึงเพียงใด" หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นจึงตอบกลับไป
"เจ้าเป็นมนุษย์ธรรมดามิใช่เทพสวรรค์ อีกทั้งยังมีชื่อแท้จริงว่าเฟิงหลิน"
"นี่คือเรื่องที่ท่านรู้ทั้งหมดในยามนี้ใช่หรือไม่"
"เจ้ามีร่างเป็นของวิเศษ และเหตุผลที่สามกษัตริย์ที่มีร่างของเจ้าคงเป็นเพราะเรื่องนี้"

หญิงสาวหน้าเครียดเมื่อชายผู้นี้รู้เรื่องดังกล่าว เฟิงหลินเอ่ยปากถามชายเบื้องหน้าว่าคิดเห็นเช่นไรหลังจากรู้เรื่องนี้

"ถามมาได้ ข้าก็ต้องการร่างของเจ้าเช่นกัน ตัวข้าต้องการพลังดังกล่าว"ฝูจิ้นตอบออกไปพลางเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว
"ท่านรู้หรือไม่ว่าหากถูกช่วงชิงของวิเศษจะเกิดภัยร้ายกับตัวท่านจนถึงขั้นเสียชีวิต" เฟิงหลินเตือนชายเบื้องหน้าเพราะหวังดีกับคนผู้นี้
"แปลว่าที่ผ่านมา เจ้าพยายามหลีกเลี่ยงมิให้ข้าสัมผัสร่างของเจ้าคงเป็นเพราะเรื่องนี้"
"ใช่ ท่านอาจจะได้รับอำนาจและความโชคดี แต่ชีวิตของท่านก็ไม่อาจสงบสุขเพราะต้องอยู่กับความหวาดระแวงไปตลอดชีวิต"

ฝูจิ้นจึงเข้าใจเหตุผลที่นางพยายามหลบเลี่ยงคนทั้งหมดในแคว้นแห่งนี้ ทุกอย่างเป็นเพราะความปรารถนาของนางที่ไม่ต้องการให้ผู้คนต้องเดือดร้อนเพราะการเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

"เจ้าไม่ควรต้องการร่างของนางอีก ตอนนี้เฟิงหลินพิกรพิการเพราะคนเหล่านั้นมากพอแล้ว"ฟงอวิ๋นเตือนชายเบื้องหน้าถึงเรื่องสำคัญ

รัชทายาทหนุ่มได้ยินเช่นนั้นจึงคิดได้ หากตนคิดครอบครองร่างของนางในยามนี้หมายถึงหญิงสาวต้องมีสภาพไม่สมบูรณ์เพราะการกระทำของตน จึงคิดรอวันที่ร่างของนางครบถ้วนก่อนช่วงชิงร่างทั้งหมดมาในคราเดียว

"ข้าไม่ต้องการร่างของเจ้าแล้วก็ได้ แต่เจ้าก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกับข้าในเรื่องนี้" ฝูจิ้นพยายามหาข้ออ้างในการเกี่ยวข้องกับนางต่อไป

"เฟิงหลินไม่จำเป็นต้องเจรจาเรื่องนี้กับเจ้า แม้จะเกิดเหตุที่เจ้ามีร่างของนางได้ ว่ากันตามตรงนางสามารถช่วงชิงของทุกอย่างกลับคืนมาอย่างง่ายดาย รวมถึงสามกษัตริย์เช่นกัน"ฟงอวิ๋นคิดข่มขู่ชายผู้นี้รวมถึงปิดบังเรื่องที่หญิงสาวกลัวการฆ่าคน

"ถ้าเช่นนั้นเหตุผลแท้จริงที่นางยังไม่ชิงร่างของนางกลับคืนมาเป็นเพราะเหตุใด"รัชทายาทหนุ่มถามหญิงสาว
"เพราะอีกสองอาทิตย์ข้าจึงจะรวมร่างของข้าได้ แม้ข้าช่วงชิงร่างมาก่อนก็ไม่สามารถรวมร่างได้สำเร็จ" เฟิงหลินที่เข้าใจว่าฟงอวิ๋นกำลังช่วยนางอยู่ในตอนนี้ จึงสร้างเหตุผลมาอธิบายเรื่องดังกล่าว

เทพวายุพอใจหญิงสาวที่เข้าใจในสิ่งที่ตนกำลังช่วยนางในยามนี้ ฟงอวิ๋นจึงกล่าวเสริมออกไป

"กษัตริย์แคว้นฉีผู้ครอบครองของวิเศษคนแรกถูกเฟิงหลินช่วงชิงของชิ้นนั้นอย่างง่าย หากไม่เพราะนางถูกสาปให้กลายเป็นหิน ชายทั้งสามคงไม่มีโอกาสได้ร่างของนาง แต่ขนาดเฟิงหลินถูกสาปกลายเป็นหินแล้วเช่นนี้ นางก็ยังสามารถควบคุมร่างที่กลายเป็นของวิเศษได้ไม่ต่างกับสภาพปกติ เจ้าคิดดูเอาเองแล้วกัน ยังจะคิดเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่อีกหรือไม่"

ฝูจิ้นที่คล้ายจนมุมเริ่มคิดหาหนทางเกี่ยวพันกับหญิงสาว ดวงจิตต้าเพ่ยจวินจึงเตือนร่างที่ตนขออาศัยอยู่ ยามนี้เรื่องดังกล่าวให้รอเอาไว้ก่อน เพราะมีเรื่องสำคัญยิ่งกว่าในยามนี้

"เรื่องอันใดที่ยังสำคัญอีก" เสียงดวงจิตเจ้าของร่างถามดวงจิตที่ขอสิงสถิตย์ภายในตัว
"ตอนนี้เรื่องสำคัญเร่งด่วนคือร่างของข้าที่ถูกขโมยไปโดยหญิงผู้หนึ่ง เฟิงหลินต้องรีบออกเดินทางไปตามหาร่างของข้า"
"หากตามร่างแท้จริงของเจ้ากลับมาไม่สำเร็จจะเกิดสิ่งใด"
"ถามมาได้ ข้าก็ต้องกลายเป็นดวงจิตที่ไม่มีร่างให้อาศัยอยู่ ก็คงต้องขอพึ่งพิงร่างของเจ้าตลอดไปน่ะสิ"

ดวงจิตของฝูจิ้นขบคิดทั้งข้อดีและข้อเสียของการมีดวงจิตชายผู้นี้อยู่ในร่าง ข้อดีที่ตนยอมให้ชายผู้นี้ร่วมอาศัยนั้นคิดออกไปแล้วจึงยอมให้ชายผู้นี้มาอาศัย ส่วนข้อเสียที่ล้มคิดไปเมื่อครู่นี้คือหากตนได้ครอบครองสิ่งใด หมายถึงชายผู้นี้ก็กลายเป็นผู้ครอบครองด้วยเช่นกัน

เจ้าต้องปล่อยเฟิงหลินไปตามร่างของข้ากลับมาก่อน ระหว่างนั้นเจ้าจะคิดทบทวนเรื่องดังกล่าวเช่นไรก็แล้วแต่เจ้า
ดวงจิตต้าเพ่ยจวินเตือนเจ้าของร่าง

ฝูจิ้นจึงรีบบอกหญิงสาว เฟิงหลินได้ยินเช่นนั้นจึงตกลงกับฟงอวิ๋นในการตามหาร่างของต้าเพ่ยจวิน
"ท่านรีบค้นหาตำแหน่งที่อยู่ร่างชายผู้นั้น ส่วนข้าจะออกค้นหาร่างท่านประมุขใกล้ๆแถบนี้"

เทพวายุจึงรีบย้ายกายไปยังห้องข้างหญิงสาว จากนั้นจึงแยกดวงจิตเพื่อกลับไปสวรรค์อย่างรวดเร็ว เทพบุรุษใช้วิชาดวงตาสวรรค์ในการตามหาร่างต้าเพ่ยวจินในครั้งนี้เพราะรู้จักชายผู้นั้นแล้ว ต่างจากครั้งก่อนที่ไม่รู้จักใบหน้าจึงต้องวานให้สหายที่เป็นเทพและมีลูกแก้ววิเศษช่วยค้นหาร่างที่ไม่เคยพบเห็น

วิชาดวงตาสวรรค์ขั้นที่สามที่ถูกดึงมาใช้ในการค้นหาร่างของมนุษย์ใช้ได้เฉพาะอยู่บนสวรรค์เท่านั้น ต่างจากวิชาดวงตาสวรรค์ในการดูภาพในอดีตจากร่างที่จับต้องซึ่งสามารถใช้ได้ในโลกมนุษย์ ฟงอวิ๋นโทษความยุ่งยากในการใช้วิชาดังกล่าวว่าเป็นเพราะผู้คิดค้นเป็นชายหัวโบราณซึ่งก็คือเทียดของตนนั่นเอง

ภาพของต้าเพ่ยจวินปรากฎขึ้นในดวงตาทั้งสองข้างของบุรุษรูปงาม เป็นภาพชายดังกล่าวที่ถูกคนในพรรคมารจับตัวได้แล้วในยามนี้ ร่างชายที่ถูกมัดไว้ถูกดาบนับสิบของคนในพรรคเสียบทะลุร่างและเต็มไปด้วยเลือด โดยมีดาบเล่มหนึ่งเสียบอยู่ที่ตำแหน่งหัวใจของชายผู้นั้น ด้วยเพราะคำสั่งของอวี้กุ้ยจือที่มีคำสั่งให้สังหารต้าเพ่ยจวินได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพบนาง

บุรุษเทพหัวใจเต้นแรงหลังเห็นภาพดังกล่าว ดวงจิตฟงอวิ๋นรีบกลับไปบอกหญิงสาวให้รีบย้ายกายของนางไปช่วยชายผู้นั้นในทันที เฟิงหลินแม้จะตกใจเพียงใดแต่ก็ยังมีสติ ขอเพียงชายผู้นั้นยังมีหัวใจที่ยังพอเต้นอยู่หมายถึงโอกาสจบชีวิตลงนั้นยังไม่สิ้นสุดแน่ชัด

เฟิงหลินปรากฎร่างของนางภายในพรรคมารที่สร้างขึ้นใหม่ในแคว้นหนาน ร่างของหญิงสาวยามนี้เหลือเพียงหน้ากากที่อำพรางใบหน้า ส่วนผ้าคลุมผืนใหญ่ด้วยเพราะเร่งรีบจึงทิ้งเอาไว้ในห้องที่นางใช้อยู่ในตอนนี้

แต่คนในพรรคมารก็ยังแตกตื่นกับการปรากฎร่างกระทันหันของนาง ร่วมกับรูปลักษณ์ที่พบเห็นไม่มีสิ่งใดที่คุ้นชินเช่นในอดีต เฟิงหลินรีบสัมผัสตัวของชายหนุ่มก่อนแบกเก้าอี้ที่มีร่างของชายดังกล่าวขึ้นหลังและหลบหนีอย่างรวดเร็ว หญิงสาวรีบเหาะเหินไปยังที่ซึ่งคิดว่าห่างออกไปพอควรจากที่ดังกล่าว จากนั้นจึงตรวจสอบว่าหัวใจของชายที่ช่วยเหลือยังพอเต้นอยู่บ้างหรือไม่

สัมผัสว่างเปล่าบอกว่าร่างของชายผู้นี้เสียชีวิตแล้ว มือของเฟิงหลินค้างนิ่งอยู่ที่หน้าอกของร่างที่เย็นเฉียบ ความคิดว่าตนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้วิ่งวนมาที่สมองอีกครั้ง

น้ำตาของหญิงสาวไหลรินจากดวงตาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียว ปากของนางกรีดร้องดังก้องไปทั่วพื้นที่เคยนั่ง ก่อนร่างของนางแตกเป็นชิ้นด้วยคำสั่งของดวงจิต 

ฟงอวิ๋นที่รวมร่างกับดวงจิตสำเร็จรีบตามหาเฟิงหลิน เทพวายุกลัวสิ่งที่คิดจะเกิดขึ้นจริง แต่เพราะค้นอยู่นานก็ยังไม่พบเห็นร่างของหญิงสาว จึงกลับไปสวรรค์เพื่อค้นหาร่างของเฟิงหลินในยามนี้

ภาพที่ปรากฎขึ้นในดวงตาทำให้เทพบุรุษสั่นสะท้าน ร่างของหญิงสาวที่แตกเป็นชิ้นก่อนถูกลมพัดปลิวไปไม่เหลือร่องรอยของนาง ทำให้หัวใจเทพบุรุษดำดิ่งจนร้องไห้ออกมา

ร่างของนางไม่อาจพบเห็นได้แล้วในพื้นปฐพีแห่งนี้ สิ่งที่ตนพยายามทำมาทั้งหมดนั้นล้วนไร้ประโยชน์ อีกทั้งยังมีส่วนทำให้นางต้องเสียใจเช่นนี้ เทพบุรุษที่คลุ้มคลั่งก่อเกิดลมพายุลูกใหญ่บนพื้นดิน เง็กเซียนฮ่องเต้จึงต้องส่งทัพสวรรค์เข้าควบคุมสถานการณ์ก่อนเกิดภัยพิบัติที่ร้ายแรงยิ่งกว่านี้

ฟงอวิ๋นที่ยังคร่ำครวญกับการหายไปของหญิงสาวถูกมัดด้วยเชือกและนั่งคุกเข่าอยู่หน้าเทียดของตนที่มองดูเทพบุรุษด้วยความเวทนายิ่งนัก

"ฟงอวิ๋น ตำแหน่งเทพวายุของเจ้าคงต้องปลดเป็นการถาวร" เง็กเซียนฮ่องเต้กล่าวออกไป
"ท่านเง็กเซียน ท่านจะทำอะไรก็แล้วแต่ท่าน แต่ขอได้โปรดช่วยเฟิงหลินได้หรือไม่"
"หญิงผู้นั้นมิได้เสียชีวิตสักหน่อย ร่างของนางเพียงแตกสลายเท่านั้น"
"ข้ารู้เรื่องดังกล่าว แต่ข้าต้องการพบนาง ยามนี้ร่างของนางปลิวกระจายไปทั่วเช่นนั้น หากนางคิดรวมร่างขึ้นมาคงไม่อาจทำได้อีกแล้ว"
"เจ้ากำลังมีใจให้หญิงผู้นั้น เจ้ารู้ตัวหรือไม่"
"ข้ามิได้มีใจให้นาง นางเป็นคู่ต่อสู้ของข้า ข้าต้องการประลองกับนางเพียงเท่านั้น"

เง็กเซียนฮ่องเต้มองเหลนของตนที่ยังปากแข็งทั้งๆที่มีสภาพเช่นนี้ ผู้ปกครองสูงสุดของสวรรค์ที่เป็นห่วงเทพบุรุษจึงเตือนสติของฟงอวิ๋น

"หญิงผู้นั้นเป็นคนที่เจ้าไม่ควรพบอีกต่อไป"
"ข้าขอเพียงได้ประลองกับนาง จากนั้นข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับนางอีก"
"ถือเป็นคำสัญญาที่ให้กับข้าแล้วใช่หรือไม่"
"ข้าให้สัญญา หากข้าผิดคำพูด ข้าขอรับบทลงโทษที่แดนประหารเทพ"

เง็กเซียนฮ่องเต้เมื่อเห็นเหลนของตนกล้าให้คำสัญญาเช่นนั้น จึงบอกวิธีการตามหาร่างของหญิงสาว

"นำชิ้นส่วนดวงจิตของนางแม้เพียงชิ้นเดียวที่เจ้าค้นพบ ถือไว้ในมือของเจ้าจากนั้นตะโกนเรียกชื่อของนางให้ครบพันครั้ง"

ฟงอวิ๋นที่ถูกคลายเชือกรีบกลับไปยังแดนมนุษย์ จากนั้นจึงรีบย้ายร่างไปยังตำแหน่งที่มีร่างของต้าเพ่ยจวินซึ่งเสียชีวิตนอนอยู่ เทพสวรรค์ที่ถูกปลดตำแหน่งรีบค้นหาดวงจิตของหญิงสาวที่อาจอยู่ใกล้ที่แห่งนี้ ฟงอวิ๋นค้นหาดวงจิตของนางอยู่เกือบสามวันจึงพบชิ้นส่วนดังกล่าวลอยติดอยู่บนใบไม้ใบหนึ่ง

มือของบุรุษเทพรีบคว้าดวงจิตที่พบเจออย่างรวดเร็ว ขนาดของดวงจิตชิ้นนี้เทียบเท่ากับเล็บมือข้างหนึ่ง ฟงอวิ๋นวางชิ้นส่วนดังกล่าวลงบนมือของตน ปากร้องตะโกนชื่อของหญิงสาวจนครบพันครั้งซึ่งใช้เวลาข้ามวันจนพบแสงอาทิตย์ในยามเช้า

ร่างของเฟิงหลินเกิดการรวมตัวขึ้นใหม่ภายในอุ้งมือของเทพบุรุษ หลังการรวมร่างที่สำเร็จจึงเกิดกายใหม่ที่แตกร้าวยิ่งกว่าเดิมและไร้อาภรณ์ของหญิงสาว ผมยาวของนางบดบังเนื้อกายไปกว่าครึ่ง ร่างสั่นสะท้านของนางที่นอนหลับตาร้องไห้ถูกอุ้มในสองมือของฟงอวิ๋นในยามนี้

"เฟิงหลิน" เทพบุรุษเรียกชื่อของนางอีกครั้ง

หญิงสาวใช้เวลาอยู่นานกว่าจะยอมเปิดดวงตาขึ้นและเอ่ยปาก"ท่านเรียกข้าให้มาพบกับความทุกข์อีกทำไม"

"นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า เป็นเพราะตัวของข้า ร่างชายผู้นั้นจึงต้องจากโลกใบนี้" ฟงอวิ๋นรีบอธิบายกับเฟิงหลิน
"แต่เป็นเพราะข้า ข้านำพาท่านไปเกี่ยวข้องกับชายผู้นั้น"
"เจ้าจะโทษทุกอย่างว่าเป็นเพราะเจ้าเช่นนี้ไม่ได้ เจ้าต้องรู้จักแบ่งปันความทุกข์ให้ผู้อื่นบ้าง ร่างทุกร่างบนโลกต้องรู้จักสมดุลย์"
"ข้าไม่รักษาสมดุลย์?"
"ใช่ เจ้าเก็บความผิดไว้ที่เจ้าผู้เดียว ส่วนเรื่องดีๆกลับไม่ยอมเก็บไว้"
"ข้าคิดว่าข้ามองโลกในแง่ดีแล้ว"
"ถ้าหากมองโลกในแง่ดีจริง เหตุใดจึงทำร้ายตัวเองเช่นนี้"

เฟิงหลินจึงคิดได้ เพราะนางหวั่นไหวกับเรื่องฆ่าคนมากเกินไป ความหวาดกลัวเรื่องดังกล่าวกลายเป็นฝังความคิดว่าเรื่องทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นเพราะตัวของนาง ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นที่เคยเกิดเรื่องฆ่าคนกลับหลงคิดว่าตนจะไม่เป็นเช่นนี้แต่ก็ยังทำเช่นเดิม

หญิงสาวจึงเปลี่ยนมาโอบกอดร่างชายเบื้องหน้าเพื่อกล่าวขอบคุณอีกทั้งมีอีกเหตุผลที่ทำเช่นนี้

"ขอบคุณท่านมาก และก็ขอรบกวนท่านเรื่องบางอย่างด้วยได้หรือไม่"
"เรื่องอะไร"  ปากของฟงอวิ๋นเอ่ยออกไป ส่วนมือของเทพบุรุษคิดโอบร่างของนางกลับเช่นกัน
"ขอเสื้อของท่านให้ข้าได้หรือไม่"
-------------

เฟิงหลินที่ได้เสื้อมาปิดบังร่างของนางรอเทพบุรุษหาเสื้อชุดใหม่มาให้นางและนั่งขดตัวอยู่บนยอดเขาแห่งหนึ่ง หญิงสาวใช้ผมของนางมาปิดบังเนื้อการที่ไม่ควรเผยให้ชายผู้นี้เห็นยามเมื่อเขากลับมา ฟงอวิ๋นหาเสื้อมาให้หญิงสาวเป็นเสื้อของชายคนหนึ่ง เฟิงหลินพอใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เสื้อสีเทาซึ่งเป็นสีของเสื้อที่นางโปรดปราน

"ท่านหันไปทางนั้นก่อนนะ" หญิงสาวบอกชายหนุ่ม

เทพสวรรค์ไร้ตำแหน่งทำตามที่นางบอกแต่โดยดี ฟงอวิ๋นหลับตาเพื่อให้เกียรติหญิงผู้นี้ เฟิงหลินรีบเปลี่ยนเสื้อของนางอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงคืนเสื้อของนางให้ชายหนุ่ม

ฟงอวิ๋นรับเสื้อมาก่อนสูดกลิ่นของหญิงสาว น่าเสียดายยิ่งนักที่ไม่มีกลิ่นกายของนางติดอยู่บนเสื้อเช่นนี้ อาจเป็นเพราะร่างของนางถูกลมพัดปลิวเอากลิ่นกายไปด้วยกระมัง

"ไม่ต้องกังวล ร่างของข้าไม่เคยมีกลิ่น ท่านสบายใจได้" หญิงสาวอธิบายชายหนุ่มเพราะเห็นท่าทางของเขาเช่นนั้น
"จริงหรือ"

ฟงอวิ๋นได้รู้เช่นนั้นจึงเสียใจเป็นอย่างยิ่ง หมายถึงการสัมผัสหญิงผู้นี้เหลือเพียงการสัมผัสผิวกายของนางเพียงเท่านั้น เทพบุรุษสวมเสื้อของตนที่เคยสัมผัสร่างของหญิงสาวด้วยความรู้สึกแปลกๆ คล้ายมีความลิงโลดสลับห่อเหี่ยวเกิดขึ้นกับตนในยามนี้

คนทั้งคู่ที่แต่งกายเรียบร้อยกลับมายังที่ที่มีศพของอดีตประมุขมาร ร่างของต้าเพ่ยจวินที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นทำให้ฟงอวิ๋นแนะนำหญิงสาวให้พาฝูจิ้นมายังที่แห่งนี้

เฟิงหลินจึงเห็นด้วยกับความคิดดังกล่าว หากนางขนร่างของชายผู้นี้กลับไปยังวังและเจิ้งฮุ่ยเสียนพบเห็น อาจเป็นลมหมดสติขึ้นมาได้และก่อให้เกิดเหตุวุ่นวายอย่างแน่นอน

หญิงสาวที่แต่งกายเป็นปกติเช่นเดิมจึงปรากฏร่างของนางหน้าห้องกษัตริย์หนุ่ม เมื่อเห็นดวงจิตสองดวงอยู่ภายในห้องจึงเรียกชื่อชายผู้เป็นเจ้าของห้องอย่างแท้จริง

"ฝูจิ้น ท่านอยู่หรือไม่"

รัชทายาทหนุ่มยิ้มแป้นหลังนางเรียกชื่อของตน ว่าที่กษัตริย์หนุ่มเดินมาเปิดประตูให้หญิงสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนบอกให้นางเข้ามาพูดคุยภายในห้อง

"เอ่อ ข้าคงต้องขอพาตัวของท่านไปยังที่แห่งหนึ่ง" เฟิงหลินตอบกลับไป

รีบถามนางว่าพบร่างของข้าแล้วหรือยัง 
เสียงดวงจิตของต้าเพ่ยจวินเร่งเร้าเจ้าขอร่าง

"ชายผู้ขออาศัยกับตัวข้า ฝากถามเรื่องร่างของเขา"ฝูจิ้นบอกหญิงสาว
"เรื่องนั้นต้องไปพูดคุยในที่ที่ข้าบอก"

เฟิงหลินจึงแบกร่างของรัชทายาทหนุ่มด้วยความระมัดระวัง ยามนี้ผิวกายที่ปรากฏเหลือเพียงใบหน้าเฉพาะใต้คางเท่านั้น หญิงสาวย้ำเตือนร่างที่แบกบนหลังว่าห้ามซบหน้าของเขาบนไหล่ของนาง ส่วนมือของเขาสามารถกอดได้ปกติเพื่อป้องกันการตกหล่นระหว่างเหาะเหิน

ฝูจิ้นลิงโลดยิ่งนักที่ถูกนางแบกไว้บนหลังเช่นนี้ มือของว่าที่กษัตริย์หนุ่มเลือกโอบรัดที่เอวของนาง แต่ร่างที่ขาดอาหารของหญิงสาวทำให้มือของชายหนุ่มโอบรัดไม่สนิทจึงย้ายฝ่ามือไปยังตำแหน่งใกล้หน้าอก รัชทายาทหนุ่มแปลกใจยิ่งนักทั้งที่นางกลายเป็นหินเช่นนี้ เหตุใดจึงมีสัมผัสนุ่มนิ่มไม่ต่างจากเนื้อมนุษย์เช่นนี้

เฟิงหลินไม่โกรธว่าที่กษัตริย์หนุ่มแต่อย่างใด ด้วยเพราะคิดว่าร่างของนางอาจผอมเกินไปจนชายผู้นี้หวั่นกลัวว่าจะตก ยามเมื่อหญิงสาวพาร่างของฝูจิ้นมายังที่ที่มีศพของต้าเพ่ยจวิน ฟงอวิ๋นเห็นเช่นนั้นจึงรีบแกะมือของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

ฝูจิ้นถูกเทพบุรุษดึงมือมายังจุดที่มีศพของต้าเพ่ยจวิน ดวงจิตของร่างที่ขออาศัยจากผู้อื่นจำร่างของตนไม่ได้ในยามนี้ อดีตประมุขมารสงสัยว่าร่างบวมอืดที่ส่งกลิ่นเหม็นคือร่างของใคร เฟิงหลินเห็นร่างที่พามายืนนิ่งจึงอธิบายเรื่องราวทั้งหมด

"ท่านประมุข ขอแสดงความเสียใจด้วย ข้าช่วยร่างของท่านไว้ไม่ได้"
"ร่างชายที่ขออาศัยข้าเสียชีวิตแล้วเช่นนั้นหรือ"ฝูจิ้นกล่าวออกไป

หญิงสาวพยักหน้า ดวงจิตของต้าเพ่ยจวินปวดร้าวยิ่งนักที่รับรู้เรื่องนี้ หมายถึงต่อจากนี้ไป ตนต้องมีชีวิตอยู่จากการสิงสถิตย์ในร่างผู้อื่น

เป็นเพราะเจ้า 
เสียงดวงจิตต้าเพ่ยจวินตะโกนออกไป

"ชายผู้นี้ไม่พอใจและโทษว่าเป็นความผิดของเจ้า" รัชทายาทหนุ่มเป็นตัวแทนบอกเรื่องราวให้หญิงสาว

มือของฟงอวิ๋นคว้าหมับที่ข้อมือของเฟิงหลิน ก่อนกล่าวออกไป " เรื่องนี้เป็นเพราะตัวข้า ข้าจะรับผิดชอบดวงจิตของเจ้า จากนี้ไปเจ้าสามารถอาศัยร่วมกันกับร่างของข้า"

ฝูจิ้นเห็นเช่นนั้นจึงไม่พอใจยิ่งนัก ว่าที่กษัตริย์หนุ่มกล่าวออกไปเช่นกัน "ไม่ต้อง เรื่องชายผู้นี้ ข้ายินยอมให้เขาอาศัยอยู่กับข้าได้เช่นเดิม"

หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นจึงรีบขอบคุณรัชทายาทหนุ่ม เฟิงหลินคิดว่าการที่ฝูจิ้นยอมรับต้าเพ่ยจวินนอกจากช่วยชีวิตชายผู้นี้ จะทำให้เรื่องบางอย่างลงตัวยิ่งขึ้น

เจิ้งฮุ่ยเสียนต้องเป็นมเหสีให้ชายผู้นี้
--------------







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

44 ความคิดเห็น