Villain Queen บัลลังก์นางพญา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 141,484 Views

  • 986 Comments

  • 5,879 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,938

    Overall
    141,484

ตอนที่ 10 : บทที่ 8 :: สิบองครักษ์และการจารึกชื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1474 ครั้ง
    21 ต.ค. 61



บทที่ 8 :: สิบองครักษ์และการจารึกชื่อ


------------------------------


            ณ หอประชุมสภาเวทมนตร์


            บรรยากาศภายในหอประชุมนั้นเรียกได้ว่าอึมครึมและตึงเครียดเป็นอย่างยิ่ง สาเหตุมาจากเรื่องการแปรสภาพอาวุธที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อวาน เหล่าสมาชิกสภาได้รับการรายงานจากผู้คุมทั้งสองที่ถูกส่งตัวไปค้นหาผู้ที่สามารถสร้างอาวุธที่ทรงพลังจากเหล่านักเรียนใหม่ เพื่อที่จะเลือกอาวุธเหล่านั้นเข้าสู่หนึ่งในอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของยุคสมัยนี้


            และผลปรากฏว่ามีนักเรียนเพียงสามคนเท่านั้นที่สามารถสร้างอาวุธอันสุดแสนอันตรายออกมาได้ แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือทั้งสามคนนี้เป็นผู้หญิงทั้งหมด ซ้ำยังเป็นบุตรสาวของตระกูลขุนนางชั้นสูงที่มากไปด้วยอำนาจบารมี


            “เราคงต้องไตร่ตรองให้ดีก่อนตัดสินใจ


            เสียงทุ้มแหบของสมาชิกอาวุโสเอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งวิเคราะห์เรื่องราวทั้งหมด เหล่าสมาชิกสภาเวทมนตร์คนอื่นๆ ก็เห็นด้วยกับคำพูดนั้น


            “เด็กทั้งสามคนนี้ทั้งแข็งแกร่งและน่าเกรงขาม แต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน


            นัยน์ตาแข็งกร้าวจ้องมองภาพของหญิงสาวสามคนที่ถูกฉายขึ้นเบื้องหน้า แล้วเบนสายตาไปมองภาพของเหล่าอาวุธทั้งเจ็ดธาตุที่ผู้คุมสามารถเก็บภาพไว้ได้ทันก่อนที่มันจะหายไป


            อาวุธที่ทรงพลังขนาดนี้พวกเขาเองก็เพิ่งจะเคยพบเจอ


            โดยเฉพาะอาวุธธาตุความมืดที่ห่อหุ้มด้วยพลังมหาศาล


            “พวกเจ้าจะตัดสินใจอย่างไรกับเรื่องนี้ ควรที่จะให้พวกมันเป็นหนึ่งในอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของยุคนี้ไหม ผู้อาวุโสเริ่มพูดอย่างกดดันพลางส่งสายตาไปยังเหล่าสมาชิกสภาที่นั่งขมวดคิ้วเคร่งเครียด


            แต่ทว่า


            ปัง!


            เสียงประตูที่หน้าห้องสภาถูกเปิดขึ้นโดยฝีมือของชายหนุ่มทั้งสิบคน พวกเขาก้าวเดินเข้ามาภายในแล้วคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น จากนั้นก็ก้มหัวลงเป็นการทำความเคารพ ก่อนจะลุกขึ้นยืนตรงแล้วมองไปที่ผู้อาวุโสเพียงคนเดียวในห้อง


            “ขอโทษที่พวกผมรบกวนการประชุม แต่พวกผมได้รับคำสั่งจากท่านราชาให้มาร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย


            ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาเอ่ยบอกจุดประสงค์ในการมาให้พวกเขาได้ทราบ จากนั้นจึงเดินไปนั่งยังบริเวณที่ถูกจัดไว้เป็นอย่างดีสำหรับ สิบสมาชิกสภาองครักษ์ ที่ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งจากราชาโดยตรง


            อำนาจในการตัดสินใจของคนเหล่านี้จึงมีมากกว่าสมาชิกสภาอยู่หนึ่งส่วน หรือจะพูดให้ถูกก็คือ อำนาจของพวกเขาเป็นรองเพียงแค่ผู้อาวุโสของสภาเวทมนตร์


            คนแรกคือ เลกิออส นอร์ธ. เซนเรีย บุตรชายเพียงคนเดียวของของดยุกอีธาน นอร์ธ. เซนเรีย ดยุกผู้นำด้านการทหารของอาณาจักรอวาลอนที่ถูกส่งตัวมาเข้าเรียนที่สถาบันการสอนเวทมนตร์เซนต์อีเดนแห่งนี้


            คนที่สองคือ ซิกเรน ลีซ. อลาโน่ บุตรชายเพียงคนเดียวของดยุกเดริก ลีซ. อลาโน่ ดยุกผู้มั่งคั่งของสหพันธรัฐกรีนเวลด์ ที่ถูกผู้เป็นพ่อส่งตัวมาเรียนที่นี่เช่นกัน


            คนที่สามคือ ลูคัส วินเซนต์. แองเจโล่ เจ้าชายลำดับที่สองของสหพันธรัฐกรีนเวลด์ เพื่อนสนิทของซิกเรน ลูคัสถูกส่งมาเรียนที่นี่พร้อมกับซิกเรนและถูกผู้อาวุโสอลาสแตร์เสนอชื่อให้เข้าเป็นสมาชิกสิบองครักษ์


            คนที่สี่คือ เชสเตอร์ เดย์ลาโน่ บุตรชายเพียงคนเดียวของมาควิสเอนเวอร์ เดย์ลาโน่ มาควิสของอาณาจักรอวาลอน เชสเตอร์เป็นผู้ที่ขอร้องให้ท่านพ่อเขาส่งตัวเขามาเรียนที่นี่ และเขาก็ได้รับเลือกจากท่านราชา


            คนที่ห้า เอเดน ราส. ธีโอฟิลอส เจ้าชายลำดับที่หนึ่งของอาณาจักรอวาลอนที่ถูกส่งตัวมาจากราชาผู้เป็นพ่อให้มาศึกษาที่สถาบันแห่งนี้


            คนที่หกคือ ออสติน แมทเดอรีน บุตรชายของมาควิสลัซวาร์โดที่กำเนิดจากภรรยาคนที่สอง


            คนที่เจ็ดคือ บาสเตียน คอร์วีนัส บุตรชายของท่านเอิร์ลแห่งราชอาณาจักรฟีเรย์เนีย


            คนที่แปดคือ เดรฟัส วินเซนต์. แองเจโล่ เจ้าชายลำดับที่หนึ่งของสหพันธรัฐกรีนเวลด์


            คนที่เก้าคือ เคลวิน คิงสลีย์ บุตรชายของท่านเอิร์ลแห่งราชอาณาจักรฟีเรย์เนีย


            และคนสุดท้ายก็คือ


            เซลดริส แอล. ฟรานซิส บุตรชายของดยุกโดโนแวน ดยุกแห่งความมืดที่น่าเกรงขาม


            นับตั้งแต่ที่เซลดริสก้าวเข้ามาที่นี่ สิ่งแรกที่เขาเห็นคือภาพของน้องสาวและผู้หญิงอีกสองคน ที่เป็นหัวข้อหลักของการประชุม เขาจึงได้แต่สงบสติอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ไม่ให้วู่วามทำอะไรจนเกินไป


            “ในเมื่อพวกเจ้าถูกส่งมาร่วมการประชุมในครั้งนี้เราก็จะไม่ขัด เริ่มประชุมต่อได้!”


            สิ้นเสียงนั้นการประชุมจึงดำเนินต่อไปโดยมีชายหนุ่มทั้งสิบนั่งฟังอย่างเงียบๆ แต่สายตาของชายหนุ่มห้าคนที่เป็นสมาชิกองครักษ์กลับเอาแต่จ้องมองไปยังภาพหญิงสาวเพียงคนเดียว


            หญิงสาวที่พวกเขาทั้งห้าคนเคยพบเจอ


            “ทั้งสามคนนี้จะเป็นผู้ที่ได้รับการบันทึกชื่อในประวัติศาสตร์ ส่วนอาวุธเจ็ดธาตุจะถูกนับให้มันเป็นหนึ่งในอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของยุค สมาชิกสภาคนหนึ่งเอ่ยขึ้น


            “ไม่ได้! อาวุธเหล่านี้อันตรายเกินไป และหากถูกครอบครองด้วยสตรีอ่อนแอจะยิ่งเป็นภัยกับจักรวรรดิ!” สมาชิกอีกคนเอ่ยค้านเสียงแข็ง


            เซลดริสกำหมัดแน่นแต่ก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉยไว้ แล้วจ้องมองหน้าของผู้ที่พูดจาดูถูกว่าน้องสาวเขาเป็นสตรีอ่อนแอ หากไม่กลัวว่าจะมีผลเสียกับน้องสาวเขา เขาคงลุกขึ้นสั่งสอนเจ้าหมอนั่นแล้ว ที่บังอาจมาดูถูกน้องสาวเขา


            “แต่มันอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของยุคนี้ จนไม่มีอาวุธใดเทียบได้ หากจะให้ทำการคัดเลือกใหม่ เกรงว่าคงไม่มีใครสามารถสร้างมันได้ขนาดนี้อีกแล้ว สมาชิกคนที่สามก็พูดออกมาอย่างมีเหตุผลให้คนคล้อยตาม


            “แต่ถ้าจะนำมันมาเป็นหนึ่งในอาวุธศักดิ์สิทธิ์ เราต้องสามารถควบคุมมันได้คนที่เอ่ยค้านในตอนแรกยังคงไม่ยอมแพ้


            “เราทำแบบนั้นไม่ได้ดักลาสผู้อาวุโสของสภาเอ่ยเตือน


            “ทำไมล่ะครับ ท่านอลาสแตร์ ดักลาส กอร์ดอน เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ


           อลาสแตร์ นอร์แมน คือผู้อาวุโสสูงสุดของสภาเวทมนตร์ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรสมาชิกสภาทุกคนก็ต้องทำตาม


            “อาวุธนั้นถูกสร้างจากพลังของผู้ใช้และไม่มีวันฟังคำสั่งใครนอกจากเจ้าของ แต่ถ้าหากเราคิดจะควบคุมมันสิ่งที่ต้องทำคือควบคุมเจ้าของให้ได้เสียก่อนผู้อาวุโสอลสแตร์เอ่ยอย่างใจเย็น


            “แต่เราจะไม่มีวันควบคุมใครเพียงเพราะเกรงกลัวในพลังของเขาหรอกนะ ดักลาสผู้อาวุโสตวัดสายตาเย็นเยือกกลับไปมองดักลาสที่ยืนทำหน้าไม่พอใจอยู่


            ผู้อาวุโสอลาสแตร์เป็นคนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยเหตุผลไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวหรือความคิดของใครเป็นใหญ่ และเรื่องในตอนนี้เองก็เช่นกัน ถึงแม้พลังของสามคนนี้จะน่ากลัว แต่เขาเองก็มีลางสังหรณ์ว่าพวกเธอจะต้องเป็นผู้ที่นำจักรวรรดิไปสู่ยุคที่รุ่งเรืองที่สุดอย่างแน่นอน


            สิบสมาชิกสภาองครักษ์เองก็นั่งมองการกระทำของผู้อาวุโสด้วยความนิ่งเฉย พวกเขารู้ดีว่าอลาสแตร์คนนี้เป็นคนเช่นไรจึงไม่ได้ห่วงเรื่องการตัดสินใจของผู้อาวุโสเลย ที่พวกเขามาเยือนก็เป็นเพราะท่านราชาส่งมาเป็นพยานของเรื่องทั้งหมดก็เท่านั้น


            “เราจะติดสินเรื่องทั้งหมดเดี๋ยวนี้เอลิซาเบธ แอล. ฟรานซิส

            “แคทเธอรีน แอกเนส


            “และอเดเลีย เรน. ฟานารอส


            “จะถูกบันทึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิไบแซนไทน์ให้เป็นผู้สร้างและครอบครองอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังที่สุดของยุคนี้


            การประชุมสิ้นสุดลงด้วยผลที่ออกมาน่าพอใจสำหรับหลายๆ คน แต่บางคนก็ยังคงไม่เห็นด้วยกับมัน แต่ก็ไม่สามารถคัดค้านอะไรได้อยู่ดีจึงได้แต่จำยอม


..........


            หลังจากการประชุมจบลงเหล่าสมาชิกสภาคนอื่นๆ ก็พากันออกจากหอประชุมไป เหลือแต่สิบองครักษ์และผู้อาวุโสอลาสแตร์เท่านั้น ผู้อาวุโสก้าวเข้ามาหาพวกเขาพร้อมกับมองหน้าแต่ละคนไปด้วย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างใจดีเหมือนกับญาติผู้ใหญ่มองลูกหลาน


            “ข้าไม่ได้เจอพวกเขาตั้งนาน โตขึ้นกันมากเลยนะอลาสแตร์ยิ้มใจดีก่อนจะเดินนำเหล่าชายหนุ่มสิบคนเพื่อเดินเล่น


            “ข้าเห็นว่าเจ้าเอาแต่ทำหน้าตาน่ากลัวใส่ดักลาสตอนที่พูดถึงน้องสาวของเจ้านะ เซลดริสผู้อาวุโสเอ่ยขึ้น


            “ผมแค่ไม่พอใจที่เขาพูดว่าเอลิซ่าเป็นสตรีอ่อนแอน่ะครับ อาจารย์เซลดริสตอบอย่างไม่ชอบใจ


            ผู้อาวุโสอลาสแตร์หัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปตบบ่าของอดีตลูกศิษย์ที่เคยสั่งสอน


            ใช่แล้ว อลาสแตร์ นอร์แมนคืออดีตอาจารย์ของเหล่าสิบองครักษ์ที่เขาเคยสั่งสอน และเขายังเป็นผู้ที่เสนอชื่อทั้งสิบคนให้แก่ท่านราชาด้วยตัวเอง ทั้งสิบคนจึงได้รับการคัดเลือกเพราะอลาสแตร์เป็นผู้รับรองด้วยตัวเอง


            อลาสแตร์ นอร์แมนเป็นอาจารย์ที่ผู้คนเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง ซ้ำยังเคยเป็นที่ปรึกษาของราชามาก่อนจึงไม่แปลกหากจะได้รับความไว้วางใจจากราชา และอลาสแตร์ยังเป็นหนึ่งในผู้ครอบครองอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของยุคสมัยก่อนๆ อีกด้วย


            “เจ้าอย่าไปใส่ใจนักเลย ดักลาสเป็นคนทะเยอทะยานและขี้ขลาด ที่เขาเสนอวิธีการควบคุมน้องสาวเจ้าเพราะต้องการอำนาจเท่านั้นอลาสแตร์เอ่ยขึ้น


            เซลดริสที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งไม่พอใจ เขาอยากจะเดินไปหาเจ้าคนตาขาวนั่นแล้วสั่งสอนเสียให้เข็ด


            “แต่ว่าน้องสาวของเจ้าและสตรีอีกสองคนนั้นมีพลังที่มากมายมหาศาลมาก มากถึงขนาดสร้างอาวุธที่แสนน่ากลัวออกมาได้ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ


            “ระวังพวกสมาชิกสภาไว้หน่อยก็ดี พวกนี้ไว้ใจไม่ได้อลาสแตร์พูดเตือน


            “ทราบแล้วครับอาจารย์สิบองครักษ์รับคำอย่างเชื่อฟัง


            ผู้อาวุโสเห็นว่าล่วงเลยเวลามานานแล้วจึงขอตัว ส่วนเหล่าสิบองครักษ์ก็ยังคงยืนอยู่กับที่จ้องมองจนร่างของชายชราผู้เป็นอดีตอาจารย์เดินลับสายตาไป พวกเขาจึงแยกย้ายกันไปคนละทาง แต่เซลดริสและกลุ่มเพื่อนสนิทคือของเขาทั้งห้าคนต้องกลับไปที่ห้องสภานักเรียน เพราะเขาได้รับแจ้งว่ามีนักเรียนสามคนถูกเรียกมาที่ห้องนั้น อาจารย์จึงเรียกพวกเขาไปด้วย


            พวกเขาใช้เวลาไม่นานก็มาถึงที่ห้องสภาจึงเปิดประตูเข้า และสิ่งที่ปรากฏขึ้นคือร่างของนักเรียนสามคน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ


            น้องสาวของเซลดริสเอง!


            “เอลิซ่า!” เซลดริสเรียกด้วยความตกใจ


            ร่างของเอลิซาเบธหมุนตัวหันมาตามเสียงเรียกแล้วพบกับร่างสูงของผู้เป็นพี่ชายและกลุ่มคนอีกห้าคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง


            “ท่านพี่


            “มาทำอะไรที่นี่ครับคนดีเซลดริสเดินเข้าใกล้น้องสาวก่อนจะลูบลงที่ผมนุ่มแล้วถามอย่างอ่อนโยน


            “ลิซกับแคทเธอรีนถูกเรียกมาพบที่ห้องสภาน่ะค่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรเหมือนกันเธอยิ้มตอบเขา เซลดริสจึงหันไปมองอเดเลียที่มาด้วยพร้อมกับหญิงสาวอีกคนที่น้องบอกว่าชื่อแคทเธอรีน ท่าทางจะเป็นเพื่อนใหม่ของน้องสาวเขาสินะ


             เอลิซาเบธมองที่พี่ชายก่อนจะนึกย้อนไปถึงก่อนหน้านี้ วันนี้เธอมาเรียนในตอนเช้าตามปกติแม้จะรู้สึกเพลียมากแค่ไหนก็ตามแต่เธอก็ยังฝืนมา เมื่อเธอมาถึงเธอก็พบกับแคทเธอรีนผู้เป็นใหม่ พวกเธอจึงเดินมาด้วยกัน และสิ่งที่พวกเธอเห็นเมื่อมาถึงห้องเรียนก็คือสภาพที่เรียกได้ว่าโทรมสุดๆ ของเพื่อนร่วมชั้น บางคนขอบตาคล้ำ บางคนฟุบหลับอยู่กับโต๊ะ และบางคนก็นั่งหลับกลางอากาศไปทั้งอย่างนั้น


            เอลิซาเบธกับแคทเธอรีนจึงพากันประคองเดินไปที่โต๊ะนั่งของตัวเอง โดยที่พวกเธอเดินผ่านพวกของดีแลนที่นอนหลับกันอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยทักอะไร


            เธอกับแคทเธอรีนนั่งพักกันอยู่ครู่เดียวก่อนจะได้ยินเสียงประกาศเรียกชื่อพวกเธอสองคน และยังเรียกอเดเลียไปด้วย พวกเธอจึงพากันไปที่ห้องสภา


            พวกเธอสามคนเดินมาถึงก็เคาะประตูแล้วเดินเข้าไป เธอพบกับอาจารย์หญิงท่าทางใจดีนั่งอยู่เพียงลำพัง จึงเอ่ยถาม


            ‘อาจารย์เรียกพวกหนูสามคนมาทำไมงั้นเหรอคะ เอลิซาเบธเป็นคนถาม


            ‘รอสมาชิกสภาสักครู่นะ แล้วพวกเราไปค่อยเริ่มพูดกันอาจารย์คนนั้นบอกพวกเธอสามคนจึงรออยู่สักพักก่อนที่พี่ชายของเธอมาถึงพร้อมกับคนอีกห้าคนจะมาถึง


            “ถ้ามาพร้อมกันแล้วครูก็จะเริ่มพูดว่าเรียกพวกเธอมาทำไม


            ได้ยินแบบนั้นพวกเขาทุกคนจึงหันกลับไปตั้งใจฟังอย่างดี เซลดริสเดินไปยืนข้างน้องสาวส่วนสมาชิกคนอื่นก็เดินเข้ามาภายในจนครบแล้วหาที่ยืนของตนเอง


            “ที่ครูเรียกเธอมาเพราะครูจะบอกว่าพวกเธอสามคนถูกเลือกให้เป็นผู้ที่ได้รับการบันทึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิ คือเป็นผู้ครอบครองอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของยุคสมัยนี้


            คำพูดของอาจารย์สร้างความตกตะลึงให้แก่พวกเธอเป็นอย่างมาก นัยน์ตาคู่สวยของทั้งสามคนเบิกกว้าง ส่วนเซลดริสและสมาชิกสภาที่รู้เรื่องอยู่ก่อนแล้วก็ไม่ได้ตกใจอะไร


            “และที่เรียกพวกเขามา เพราะต้องการให้พวกเขาเป็นผู้ที่นำพาเธอไปทำพิธีกรรมการจารึกชื่อ แต่สถานที่ที่ต้องไปนั้นมันอยู่คนละที่จึงต้องแบ่งกันไปอาจารย์พูด


            เซลดริสได้ยินแบบนั้นก็แทบจะอาสาไปพร้อมน้องสาวทันที


            แต่ทว่า


            “แต่ครูจะเป็นคนจับคู่ให้พวกเธอทั้งหกคนพาน้องไปเองอาจารย์เผยรอยยิ้มที่มุมปาก


            รอยยิ้มน่ากลัวนั่นมันอะไรกันครับอาจารย์!


            นี่อาจารย์จะหาเรื่องแกล้งผมอีกแล้วเหรอ!


            เซลดริสรู้สึกเสียวสันหลังวาบยามที่สายตาพราวระยับของอาจารย์ขี้แกล้งมองมาที่เขา เหงื่อเย็นไหลอาบทั่วแผ่นหลัง


            “เอเดนกับเลกิออสไปพร้อมเอลิซาเบธ ซิกเรนกับเซลดริสไปพร้อมแคทเธอรีน ส่วนลูคัสกับเชสเตอร์ไปพร้อมอเดเลียนะจ๊ะ


            ม่ายยยยยยย


            เสียงคร่ำครวญกรีดร้องในใจปานโลกจะแตกของเซลดริสที่ไม่มีใครได้ยิน


            ใบหน้าช็อคสุดขีดนั่นทำให้เอลิซาเบธหลุดขำเล็กน้อยอย่างเอ็นดู


            พวกเธอทั้งสามคนเดินออกไปรอที่หน้าห้องก่อนตามด้วยสมาชิกสภาที่ลากร่างอ่อนปวกเปียกของพี่ชายเธอออกมาด้วย


            ท่านพี่คะสู้ๆค่ะ


            เธอชูกำปั้นให้กำลังใจเขาอยู่ภายในใจ


            พวกเธอแยกย้านกันไปคนละทางตามการบอกของสภา แคทเธอรีนจึงหันมาพูดกับเธอเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปกับท่านพี่ที่ทำท่าทางสิ้นหวังและผู้ชายอีกคนที่น่าจะเป็นเพื่อนกับพี่ชาย เอลิซาเบธจึงเดินแยกออกไปเช่นกัน เธอเดินอยู่ตรงกลางระหว่างสมาชิกสภาสองคนที่เธอคุ้นหน้า แต่เพราะไม่ได้สนใจอะไรมากเธอจึงไม่ได้หันไปมองสำรวจพวกเขาแล้วเดินอย่างเงียบๆ จนชายหนุ่มทั้งสองคนต้องเป็นฝ่ายเปิดการสนทนาขึ้นก่อน


            “ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยเหรอ สาวน้อยเอเดนพูดอย่างหยอกล้อ


            เอลิซาเบธหันไปมองหน้าเขาก่อนจะขมวดคิ้วอย่างงุนงง


            “เราเคยเจอกันด้วยเหรอคะเธออย่างกลับ


            “ใจร้ายจังนะ จำพวกเราไม่ได้เหรอเลกิออสพูดอย่างตัดพ้อแต่น้ำเสียงกลับดูสนุกเสียมากกว่า


            เอลิซาเบธจึงใช้จังหวะนั้นมองสำรวจที่ใบหน้าของพวกเขาอย่างถี่ถ้วนพลางเค้นความทรงจำในสมองว่าเธอกับพวกเขาเคยพบกันเมื่อใด ก่อนที่ใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอพบเมื่อวานจะผุดขึ้นมา


            “พวกคุณ…”


            “จำได้แล้วเหรอ งั้นเรามาแนะนำตัวอีกรอบแล้วกันนะ ฉันชื่อเอเดน ราส. ธีโอฟิลอสชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาอย่างร้ายกาจพร้อมกับรอยยิ้มมมุมปากช่วยเพิ่มเสน่ห์ของเขาเอ่ยแนะนำตัว


            “และฉันชื่อเลกิออส นอร์ธ เซนเรีย ยินดีที่ได้รู้จักนะชายหนุ่มอีกคนอีกขึ้นต่อจากนั้น


            “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันเอลิซาเบธ แอล. ฟรานซิสเธอก็เอ่ยแนะนำตัวกลับ แต่ชายหนุ่มทั้งสองก็มองหน้ากันก่อนจะยิ้มราวกับจะบอกว่าพวกเขารู้จักเธอมาก่อนแล้ว เอลิซาเบธจึงถือโอกาสมองสำรวจพวกเขาอีกรอบ


            เอเดน ราส. ธีโอฟิลอส เป็นผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาเหมือนตัวร้ายในนิยายที่เธอเคยอ่าน ทั้งรอยยิ้มร้ายๆ ทั้งนัยน์ตาคมกร้าว ทั้งรูปร่างที่สูงกำยำ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็หล่อมากเสียจนบรรดาผู้หญิงต่างเทใจ และสิ่งที่สะดุดใจเอลิซาเบธมากที่สุดคือดวงตาสีเหลืองทองทรงอำนาจ ดวงตาอันน่ากลัวแต่ก็ดูอบอุ่นของเขา


            และจากการที่เอลิซาเบธระดมอ่านหนังสือเกี่ยวกับราชวงศ์มากมายทั้งในจักรวรรดิและอาณาจักรอื่นๆ ก็ทำให้เธอได้รู้ว่า เอเดน ราส. ธีโอฟิลอสคนนี้คือเจ้าชายลำดับที่หนึ่งของอาณาจักรอวาลอนที่มีข่าวลือเสียหายกับผู้หญิงมากมาย เพราะฉะนั้นเธอจะไม่เอาตัวเองเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้หญิงเหล่านั้นเด็ดขาด


            ส่วนผู้ชายอีกคน..เลกิออส นอร์ธ เซนเรีย เท่าที่เธอรู้มาดูเหมือนว่าเขาจะเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของดยุกอีธานสินะ ดยุกผู้นำด้านการทหารของอาณาจักรอวาลอน ด้วยความที่เป็นถึงบุตรชายของขุนนางชั้นสูงพร้อมด้วยรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาแบบผู้ชายร้ายกาจก็ทำให้เขากลายเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงหลายคนต้องการครอบครอง ทั้งหน้าตาที่หล่อเหลา ทั้งนัยน์ตาทรงเสน่ห์ และแม้ว่าสีผิวจะเป็นสีแทนก็มันกลับเพิ่มเสน่ห์ให้เขาเป็นผู้ชายที่ดูร้อนแรงขึ้นไปอีก


            ให้ตายสิเอลิซาเบธ..นี่เธอมาอยู่ท่ามกลางผู้ชายอันตรายแบบนี้ได้ยังไงกันเนี่ย!


            ร่างบางของเอลิซาเบธค่อยๆ ขยับออกห่างจากพวกเขาทั้งสองคน กลายเป็นว่าเธอดันไปเดินตามหลังพวกเขาแทน


            เอเดนกับเลกิออสที่เห็นท่าทางแบบนั้นของคนตัวเล็กก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กคงจะเคยได้ยินข่าวเสียหายของพวกเขากับบรรดาผู้หญิงมาก่อนสินะ ถึงได้ตีตัวออกห่างเหมือนไม่อยากรู้จักชัดเจนแบบนี้


            บ้าจริงทำไมพอเจอคนที่ถูกใจถึงต้องมีอุปสรรคเยอะแยะแบบนี้ด้วยวะ


            ร่างสูงของเอเดนกับเลกิออสถอยร่นลงมาให้เดินเท่าคนตัวเล็ก แต่ก็ถูกเธอทิ้งห่างออกไปอีก พวกเขาไม่ยอมแพ้ตามเธอมาติดๆ กลายเป็นว่าดันเกิดการเล่นแบบเด็กๆ อย่างอีกคนหนีอีกคนไล่ตามเสียอย่างนั้น


            เออ..ดี! แล้ววันนี้มันจะถึงไหมเนี่ย


            “พวกคุณเลิกตามฉันซะทีจะได้ไหมคะ!” เธอหันไปวีนใส่พวกเขา


            “เธอก็เลิกถอยหนีจากพวกเราก่อนสิเอเดนส่งรอยยิ้มกวนประสาทมาให้เธอ


            “ใช่..ไม่อย่างนั้นก็เล่นกันอยู่แบบนี้แหละเลกิออสก็กล่าวอย่างสนุกสนาน


            ไอ้พวก


            เอลิซาเบธรู้สึกเหมือนว่าการเถียงกันของเธอกับพวกเขาจะทำให้เธอดูแก่ขึ้นอีกหลายปี


            อยากจะบ้าตาย


            เธอกับพวกเขายืนจ้องตากันอย่างดุเดือดอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่ถ้าจะพูดให้ถูกมีแค่เธอฝ่ายเดียวเสียมากกว่าที่จ้องอย่างดุเดือด ส่วนสองคนนั้นยังคงจ้องเธอด้วยสายตาเป็นประกายต่อไป จนในที่สุดเอลิซาเบธก็เป็นฝ่ายขอยอมแพ้เสียเอง เธอถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะพูดขึ้น


            “ก็ได้ค่ะ..ฉันยอมแล้ว


            เธอกัดฟันพูดพร้อมกับแยกเขี้ยว อะแฮ่ม! ยิ้มหวานให้พวกเขาก่อนที่จะเดินไปยืนอยู่ใกล้ๆ พวกเขาอีกครั้ง เอเดนกับเลกิออสก็ยิ้มออกมาอย่างยินดี พวกเขาทำท่าทางดีใจเหมือนกับเวลาที่สุนัขเจอเจ้าของไม่มีผิด


            ทำไมรู้สึกเหมือนเห็นหูกับหางงอกออกมาจากพวกเขา


            เธอกับพวกเขาเริ่มออกเดินอีกครั้ง และระหว่างเธอก็ไม่ได้ชวนคุยอะไรอีก มีเพียงแค่เอเดนกับเลกิออสเท่านั้นที่ชวนเธอคุย เธอก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะตอบมากกว่าไม่ตอบล่ะนะ ก็แหม..เวลาเห็นสายตาหมาหงอยถูกส่งมาทีไรเธอก็ใจอ่อนยอมตอบทุกทีนี่นา


            พวกเธอใช้เวลาไม่นานก็มาถึงสถานที่ทำพิธีจารึก ก็ถ้าไม่เสียเวลากับเรื่องไร้สาระอยู่นานก็คงมาถึงตั้งนานแล้วแหละ แต่จะมาโทษเธอก็ไม่ได้นะ ต้องโทษพวกเขาสองคนต่างหาก


            “เอาล่ะครับตัวเล็ก เดี๋ยวตัวเล็กเดินขึ้นไปบนแท่นนั่นแล้วยืนอยู่ตรงกลางวงแหวนเวทนะครับเอเดนบอกกับเธอเสียงอบอุ่น แต่เดี๋ยวนะ


            ตัวเล็ก?


            คือเราไปสนิทกันตั้งแต่ตอนไหนคะ ถึงได้เรียกฉันว่าตัวเล็ก


            เอลิซาเบธกระพริบตาปริบๆ อย่างสงสัยแต่ก็ยอมเดินขึ้นไปบนแท่นอย่างที่เขาบอก เธอเดินไปยืนที่ตรงกลางทันทีแล้วรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรอีก


            เลกิออสเดินตามร่างของเอลิซาเบธขึ้นมาที่แท่นแล้วยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ส่วนเอเดนที่เป็นผู้ร่ายเวทมนตร์จึงหยิบตำราเวทจารึกออกมาแล้วเปิดขึ้นเพื่อเตรียมกล่าว


            “เด็กดี ยื่นมือของเธอออกมาให้ฉันหน่อยเร็วเลกิออสกล่าวเสียงนุ่ม


            อีกแล้ว


            ทำไมพวกเขาต้องทำเหมือนเธอเป็นเด็กทุกทีเลย


            เอลิซาเบธมุ่ยปากลงอย่างขัดใจก่อนจะยื่นมือข้างขวาออกไปให้เขา เลกิออสส่ายหัวอย่างเอ็นดูก่อนจะคว้ามือเธออย่างอ่อนโยน แล้วใช้พลังของตัวเองเรียกกริชธาตุน้ำออกมา


            เอลิซาเบธที่เห็นเขาเรียกกริชออกมาก็ขมวดคิ้วแล้วจ้องหน้าเขา แต่กลายเป็นว่าเขาดันคิดว่าเธอกลัวซะงั้น ถึงได้ยิ้มอย่างปลอบใจ


            “ฉันจะต้องใช้กริชเพื่อกรีดเลือดของเธอในการใช้ทำพิธีจารึก แต่ไม่ต้องห่วงนะเด็กดี มันจะใช้แค่สามหยดเท่านั้น เจ็บนิดเดียวเดี๋ยวก็หายเขาปลอบประโลมเธอเหมือนปลอบเด็กเวลาที่กลัว


            เธอไม่ได้กลัวนะ..เธอแค่สงสัยว่าหยิบกริชออกมาทำไมเท่านั้น

            แล้วทำไมเขาถึงตีความผิดไปได้เนี่ย!


            เอลิซาเบธอยากจะเอามือกุมขมับ


            “เริ่มพิธีกันเถอะ เราเสียเวลามามากแล้วเอเดนเอ่ยเร่งเพราะใช้เวลามากไป เลกิออสจึงหันไปพยักหน้าให้เป็นอันเริ่มพิธี


            ริมฝีปากหน้าของเอเดนเริ่มการร่ายเวมตามตำรา วงแหวนเวทเริ่มส่องแสงสีขาวไปทั่วห้อง เลกิออสที่เห็นเวลาอันสมควรแล้วจึงใช้กริชตวัดกรีดลงที่กลางฝ่ามือของเธอเพื่อนำเลือดสามหยดใช้ในพิธี เอลิซาเบธหน้าเหยเกทันทีเมื่อฝ่ามือขาวของเธอเกิดบาดแผลเป็นทางยาว และเมื่อได้เลือดตามที่ต้องการแล้วเลกิออสจึงร่ายเวทรักษาบาดแผลเธอทันทีจนเธอไม่รู้สึกถึงความเจ็บอีกเลย


            เอเดนร่ายเวทต่อไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นตอนสุดท้ายคือการจารึกตัวตน แล้วฉับพลันนั้น..เอลิซาเบธก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดปริศนาที่พวยพุ่งขึ้นมาราวกับร่างจะปริแตก เลือดกำเดาไหลออกจากจมูกทั้งสองข้าง เลือดสีข้นกระอักออกมาคำโต เอลิซาเบธล้มตัวลงคุกเข่าและกรีดร้องอย่างเจ็บปวดจนเธอแทบหมดสติ


            เอเดนกับเลกิออสที่เห็นเธอล้มลงไปก็ได้แต่กำหมัดแน่นอย่างอดทนอดกลั้น พวกเขารู้ดีว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน เพราะพวกเขาก็เคยผ่านพิธีพวกนี้มาเช่นกัน แต่ถึงจะรู้แบบนั้นพวกเขาก็แทบจะทนไม่ได้เมื่อเห็นเธอเจ็บปวด


            เสียงกรีดร้องของเธอยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนประทั่งพิธีสิ้นสุดลง..เสียงเหล่านั้นจึงจางหายไป


            เลกิออสรีบพุ่งเข้าไปรวบตัวเธอเข้าสู่อ้อมกอดแล้วใช้พลังเวทรักษาเธอทันที เอลิซาเบธหอบหายใจเพราะความเหนื่อยล้า เปลือกตาบางปิดลงอย่างเหนื่อยอ่อน แล้วสติของเธอก็จางหายไป


            เลกิออสที่เห็นเธอหลับไปแล้วจึงค่อยๆ ช้อนตัวเธอขึ้นอย่างแผ่วเบาแล้วอุ้มเธอก้าวลงจากแท่นพิธี เอเดนนำตำราไปเก็บแล้วเดินไปหาเพื่อนสนิทกับหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขน


            “เธอเป็นยังไงบ้างเอเดนถามแล้วมองหน้าเธอ


            “คงเหนื่อยน่ะก็เลยหลับไปเลกิออสตอบ


            “ไม่แปลกหรอกที่จะเหนื่อยขนาดนี้เอเดนใช้มือหนาลูบที่แก้มขาวอย่างแผ่วเบา


            “นั่นสิ แต่ฉันว่าพวกเซลดริสก็คงเป็นเหมือนกับเราเลกิออสนึกไปถึงเพื่อนสนิทของเขาที่แยกไป แล้วคิดว่าผลต้องออกมาเหมือนกันแน่ๆ


            “อืมเอเดนรับคำในลำคอก่อนจะบอกให้เพื่อนสนิทพาเธอออกไป


            พวกเขาเดินมาถึงที่จุดนัดพบก่อนจะเห็นเพื่อนสนิทอีกสองกลุ่ม..และผลก็ไม่ได้แตกต่างจากที่พวกเขาคาดการณ์ไว้นัก เมื่อเห็นเซลดริสอุ้มร่างของหญิงสาวที่ชื่อแคทเธอรีนไว้ในอ้อมแขน เช่นเดียวกับเชสเตอร์ที่อุ้มร่างไร้สติของผู้หญิงที่ชื่ออเดเลียไว้เช่นกัน


            “เอลิซ่า!”


            เซลดริสส่งเสียงเรียกน้องสาวเมื่อเห็นเธอถูกอุ้มอยู่ และตามเสื้อผ้ายังมีรอยเลือดอีกด้วย เขาอยากจะพุ่งเข้าไปหาน้องสาว แต่ติดที่เขาอุ้มร่างแคทเธอรีนไว้อยู่ จึงทำได้เพียงเรียกชื่อน้องสาวเท่านั้น


            “เธอแค่อ่อนเพลียจึงหลับไปเท่านั้นเอเดนเป็นฝ่ายบอก


            “งั้นเหรอ…” เซลดริสถอนหายใจอย่างโล่งอก


            “พวกเธอไม่ได้สติกันเลยสักคนแบบนี้จะเอายังไงดีเชสเตอร์ที่อุ้มร่างของอเดเลียไว้ถามขึ้น ใจจริงเขาอยากจะปล่อยร่างของเธอไว้แบบนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะเขานึกรังเกียจท่าทางที่เหมือนกับให้ท่าเขาและลูคัสตอนที่เดินไปยังห้องจารึก


            “พวกเธอกลับไปเรียนทั้งอย่างนี้ไม่ได้ คงต้องให้ไปนอนพักที่ห้องพยาบาลกันก่อนซิกเรนเสนอความคิด คนอื่นๆ จึงพยักหน้ารับ


            “แต่ก่อนที่เราจะไปพวกเธอไป ต้องมีคนไปแจ้งที่ห้องเรียนของพวกเธอไว้ก่อนลูคัสบอกอย่างมีเหตุผล


            “งั้นเอาแบบนี้ ฉัน เซลดริสและเชสเตอร์จะเป็นคนพาพวกเธอไปที่ห้องพยาบาลเอง ส่วนเอเดน ซิกเรนกับลูคัสก็เป็นคนไปแจ้ง ตกลงไหมเลกิออสเสนอความคิด ทุกคนจึงพยักหน้าตอบรับแล้วแยกย้ายกันไป


            พวกของเลกิออสอุ้มสามสาวเดินมาที่ห้องพยาบาล แต่ทว่าเมื่อมาถึงครูประจำที่นี่กลับไม่อยู่ พวกเขาจึงทำหน้าที่ดูแลคนป่วยเสียเอง เลกิออสอุ้มร่างของคนตัวเล็กไปนอนที่เตียงแล้วนั่งลงดูอาการของเธอ เซลดริสกับเชสเตอร์เองก็ทำแบบเดียวกัน


            “พิธีดำเนินไปเรียบร้อยหรือเปล่า เลกิออสเซลดริสหันมาถามเพื่อนทันทีหลังจากดูอาการของแคทเธอรีนเสร็จ


            “เรียบร้อยดีเลกิออสบอกเสียงเรียบตามแบบฉบับเขา


            “แล้วทำไมนายถึงทำหน้ากังวลขนาดนั้นล่ะเซลดริสถามกลับอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนยังคงไม่คลายความกังวล


            “ช่างมันเถอะ…” เลกิออสบอกปัด


            เซลดริสไม่ได้ถามอะไรอีกเขารู้นิสัยเพื่อนคนนี้ดีว่าหากไม่ต้องการเล่าหรือบอกอะไรใครต่อให้เค้นยังไงก็ไม่มีวันบอก


            หลังจากนั่งกันอยู่สักพักสมาชิกคนอื่นก็กลับมา เซลดริสจึงบอกว่าจะไปแจ้งต่ออาจารย์ที่ปรึกษาว่าพวกเขามีเรื่องที่สภาให้ต้องสะสางจึงจะไม่กลับไปเข้าเรียนต่อ เมื่อเขาพูดกับเพื่อนเสร็จก็เดินออกไปทันที


            สมาชิกสภาที่เหลือต่างก็นั่งกันอยู่เงียบๆ แต่ทิศทางที่พวกเขามองไปกลับเป็นทิศทางเดียวกัน คือร่างที่หลับไม่ได้สติของเอลิซาเบธ


            “พวกนายสองคนได้คุยกับเธอบ้างหรือเปล่าเชสเตอร์ถามเพื่อนทั้งสองคนที่ยังคงนั่งมองหน้าของหญิงสาวที่พวกเขาเพิ่งพบเจอไม่นานนี้


            “ได้คุยสิเอเดนตอบด้วยรอยยิ้มยามคิดถึงใบหน้าหงิกงอเพราะความโกรธของเธอ


            “เธอ..น่ารักมากเลกิออสเองก็ตอบด้วยรอยยิ้มอบอุ่น


            “แล้วทางพวกนายล่ะ เป็นไงบ้างเอเดนหันไปถามเพื่อน


            “ก็ดีครับ แคทเธอรีนเองก็เป็นผู้หญิงที่มีทัศนคติดีมากซิกเรนเป็นคนตอบพลางนึกถึงตอนที่พูดคุยกับแคทเธอรีน เธอเป็นคนที่ดูตรงไปตรงมาและดูจะรักเพื่อนอย่างเอลิซาเบธมากด้วย


            “ส่วนฉันไม่ขอพูดถึงละกันลูคัสตอบอย่างเบื่อหน่าย


            “ฉันด้วยเชสเตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงแฝงความรำคาญ


            “ทำไมล่ะ หรือว่าผู้หญิงที่ชื่ออเดเลียคนนั้นทำอะไนให้พวกนายเอเดนถามอย่างสงสัย


            ลูคัสกับเชสเตอร์หันมองหน้ากันก่อนจะนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่พวกเขาพาผู้หญิงคนนี้ไปที่ห้องจารึก


            ระหว่างทางที่เดินไปพวกเขาก็เงียบตลอดไม่คุยอะไรกัน มีเพียงแค่อเดเลียเท่านั้นที่พยายามพูดคุยกับพวกเขา ทั้งถามนู่นถามนี่ไม่หยุดจนพวกเขารำคาญ ทั้งทำท่าทางให้ตัวเองดูน่าสงสาร และพูดถึงเอลิซาเบธด้วยในทางที่ไม่ดีเลยสักนิด


            ‘คุณเอลิซาเบธน่ะ ตามรังควานฉันกับเจ้าชายลูเซียโน่ตลอดเลยนะคะ ทั้งๆ ที่พวกเราไม่เคยไปทำอะไรให้เลยแท้ๆ


            ‘เธอพยายามทำให้ฉันอับอายตลอดเลยล่ะค่ะ


            ‘เธอชอบพูดจาดูถูกฉันน่ะค่ะ


            ท่าทางน่าสงสารพร้อมด้วยน้ำตาที่คลอหน่วงและประโยคที่กล่าวให้ร้ายคนอื่นหน้าด้านๆ ทำให้พวกเขาทั้งสองอยากจะเดินหนีไปให้พ้นๆ จากผู้หญิงจอมมารยาคนนั้นเสียจริง


            และเธอยังมาพูดจาให้ร้ายเอลิซาเบธ ผู้หญิงที่พวกเขารู้สึกถูกใจอีก ตอนที่ได้ยินตอนแรกนั้นพวกเขาอยากจะร่ายเวทใส่ผู้หญิงคนนั้นให้เข็ดหลาบ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะหากทำแบบนั้นปัญหามากมายก็จะตามมาอีก พวกเขาจึงต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชา


            และในตอนที่ผู้หญิงคนนั้นล้มลงกรีดร้องอย่างทรมาน แทนที่จะรู้สึกสงสารพวกเขากลับสะใจ จะหาว่าโหดร้ายอำมหิตก็ได้ แต่พวกเขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ


            และในตอนที่ต้องอุ้มเธอกลับ พวกเขาก็ต้องใช้การกระทำที่โคตรเด็กอย่างการ..เป่ายิงฉุบ เพื่อหาคนที่จะได้อุ้มกลับ และผลก็ปรากฏออกมาว่าเป็นเชสเตอร์ ซึ่งเชสเตอร์เองก็หัวเสียพอสมควรแต่ก็ยอมทำ


            ขอสารภาพตามตรงว่าในตอนแรกที่ได้อุ้มเขาแทบจะโยนร่างนั้นทิ้งไปให้ไกลเลยจริงๆ


            “สรุปว่าไงเลกิออสเอ่ยเร่งเมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองเงียบไปนาน


            “ขี้เกียจเล่า เอาเป็นว่าฉันไม่อยากเจอเธออีกเป็นครั้งที่สองก็แล้วกันลูคัสตอบปัดๆ


            “ใช่..ฉันเองก็ด้วยเชสเตอร์เองก็เห็นตาม


           และแล้วพวกเขาก็กลับมาเงียบอีกครั้ง จนในที่สุดเซลดริสก็กลับมาที่ห้องพยาบาล


            “ฉันแจ้งอาจารย์เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องของสามคนนี้อาจารย์ห้องพยาบาลที่ฉันเจอระหว่างบอกว่าสามารถกลับบ้านได้เลย ฉันจะส่งสารเวทมนตร์บอกท่านพ่อให้มารับเอลิซ่ากลับเซลดริสพูดเสร็จก็เดินออกไปด้านนอกเพื่อใช้เวทส่งสารทันที


            แต่ระหว่างนั้นเอลิซาเบธก็ฟื้น เธอค่อยๆ พยุงร่างกายตัวเองให้นั่งขึ้นโดยมีมือใหญ่ของคนที่เธอไม่รู้จักคอยประคอง


            “ขอบคุณนะคะเธอกล่าวขอบคุณเขาเสียงเบา


            “ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจซิกเรนบอกด้วยรอยยิ้ม


            “อาการเป็นยังไงบ้างเชสเตอร์เอ่ยถาม


            “ยังรู้สึกเจ็บอยู่หรือเปล่าลูคัสเองก็เข้ามาถาม


            กลายเป็นว่าในตอนนี้เอลิซาเบธกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางคนที่เธอไม่รู้จัก เธอจึงได้แต่ทำหน้างงๆ ส่งให้พวกเขาแทน


            “เอ่อ..คือว่าพี่ชายฉันไปไหนคะเธอรีบถามหาพี่ชายในทันที


            “เซลดริสออกไปส่งสารหาทางบ้านเธอน่ะเอเดนเป็นผู้ตอบ เอลิซาเบธจึงพยักหน้ารับ


            “แล้ว..พวกเขา..เป็นใครเหรอคะเธอหันไปถามเลกิออส


            “ลืมแนะนำตัวไปเลยแฮะ ผมซิกเรน ลีซ. อลาโน่ครับ”ฃ


            “ฉันเชสเตอร์ เดย์ลาโน่


            “ฉันลูคัส วินเซนต์. แองเจโล่


            และในวินาทีนั้น


            เอลิซาเบธก็แทบลมจับ!


            ที่เธออยู่ท่ามกลางบุคคลอันตรายอีกแล้วเหรอ!!


            ท่านพ่อ..ท่านพี่..ช่วยลิซด้วยค่ะ ฮือT-T


            “อ้าว..ตื่นแล้วเหรอครับคนดีเซลดริสทักน้องสาวทันทีที่เห็นเธอฟื้น


            ราวกับเสียงสวรรค์ช่วยชีวิต..ท่านพี่คือผู้มีพระคุณของน้องจริงๆ ค่ะ


            “ท่านพี่


            เธอเรียกเสียงอ้อนแล้วใช้มือโอบกอดที่รอบเอวของท่านพี่รูปหล่อก่อนจะมุดหน้าหนีสายตาเอ็นดูจากชายหนุ่มห้าคนที่จ้องเธออยู่


            จะมาเอ็นดูอะไรเธอเล่า..ไปเอ็นดูคนอื่นไป!!


            เธอจ้องพวกเขาอย่างไม่ชอบใจนัก..ที่เธอไม่ชอบพวกเขาก็เพราะข่าวลือเรื่องผู้หญิง ถึงแม้เธอจะรู้ว่าบางทีข่าวลือก็ไม่เป็นความจริง แต่เธอก็กลัวอยู่ดี


            ส่วนชายหนุ่มทั้งห้าคนนั้น..ก็รับรู้แล้วว่า คนตัวเล็กคงจะรับรู้ความเสเพลและข่าวลือเกี่ยวกับบรรดาผู้หญิงของพวกเขามาเยอะ ท่าทีถึงได้ดูระแวงพวกเขาขนาดนี้


            ช่างเถอะ..ยังไงมันก็เป็นแค่ความถูกใจไม่ใช่ความรัก


            พวกเขาก็แค่อยากจะลองทำความรู้จักเธอเท่านั้น...มันก็เหมือนกับคนที่เธอของถูกใจนั่นแหละ


            แต่พวกเขาจะรู้ตัวบ้างหรือไม่ว่าความถูกใจนั้นจะแปรเปลี่ยนไปในอนาคต           


            “งั้นพวกเราไปรอรถที่หน้าโรงเรียนดีกว่าไหมครับคนดีเซลดริสถามผู้เป็นน้องสาว


            “แล้ว..แคทเธอรีนล่ะค่ะ น้องไม่อยากทิ้งเธอไว้ที่นี่คนเดียว เอลิซาเบธกลัวว่าแคทเธอรีนจะตื่นมาแล้วไม่เจอใคร


            “เดี๋ยวพี่จะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนเธอเองครับ น้องวางใจได้เซลดริสบอกก่อนจะพยุงร่างของน้องสาวขึ้นแล้วพาเดินไปออกไป แต่


            “แล้วพวกนายจะตามฉันกับน้องมาทำไมเซลดริสถามเพื่อนเสียงห้วน


            “เป็นห่วงน่ะ..กลัวน้องสาวนายล้มเอเดนกล่าวด้วยรอยยิ้ม


            “ฉันกลัวเอลิซาเบธเป็นลมน่ะเลกิออสบอกเสียงเรียบ


            “ผมแค่จะเดินไปเป็นเพื่อนเท่านั้นครับซิกเรนบอกด้วยตาใสซื่อ


            “ฉันแค่มีธุระข้างล่างเชสเตอร์บอกแบบนั้น แต่สายตาก็ยังจ้องมองเอลิซาเบธอยู่


            “ฉันก็มีธุระเหมือนกันลูคัสเองก็อ้างเรื่องธุระเช่นเดียวกัน


            ดูพวกมัน


            แค่พวกเอ็งพูดก็เห็นลิ้นไก่แล้วโว้ย!!


            เซลดริสส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างหงุดหงิดก่อนจะพาร่างของน้องสาวก้าวเดินไปเร็วๆ พ่วงด้วยเพื่อนสนิทอีกห้าคนที่ไม่ได้อยากให้พวกมันตามมาเลย


            เมื่อเดินมาถึงด้านล่างเขาก็เห็นรถที่จอดอยู่ พร้อมด้วยท่านพ่อที่ยืนพิงรถอย่างสง่างาม ด้วยความหล่อเหลาที่ไม่เคยลดทอนตามอายุ มีแต่จะเพิ่มขึ้นเสียมากกว่า เพราะแบบนี้จึงมีทั้งสาวน้อยสาวใหญ่หลงเสน่ห์ท่านพ่อมากมาย และไหนจะรอยยิ้มอ่อนโยนนั่นอีก


            ท่านพ่อหล่อเกินไปแล้ว!


            แต่ชายหนุ่มทั้งห้าที่เดินมาด้วยกลับไม่คิดแบบนั้น


            ทำไมพวกเขาถึงรู้สึกเหมือนเห็นเงามัจจุราชอยู่ลางๆ...


            “เอลิซ่าเด็กดี มาให้พ่อดูหน่อยสิครับดยุกโดโนแวนเดินเข้ามารับร่างของบุตรสาวสุดที่รักจากบุตรชาย


            เขาเริ่มสำรวจทั่วตัวของบุตรสาวทันที แล้วจึงเห็นใบหน้าซีดเซียวของบุตรสาว และรอยเลือดมากมายตามเสื้อผ้าของเธอ ดยุกโดโนแวนขมวดคิ้ว นัยน์ตาเริ่มทอประกายโหดเหี้ยม


            “ทำไม..เสื้อผ้าของลูกถึงมีแต่เลือดดยุกโดโนแวนถามเสียงเย็น

            “คือว่าลูกเข้าพิธีจารึกชื่อมาค่ะท่านพ่อเธอตอบเสียงแผ่ว


            ดยุกโดโนแวนได้ยินแบบนั้นนัยน์ตาก็อ่อนลง เขาเองก็ได้รับแจ้งเรื่องนี้ก่อนหน้าแล้ว เขาจึงถอนหายใจก่อนจะลูบลงที่ศีรษะของบุตรสาว


            “เจ็บปวดมากไหมครับเด็กดีของพ่อเขาถามบุตรสาวเสียงอ่อน


            “ลูกไม่เจ็บแล้วค่ะท่านพ่อเอลิซาเบธส่ายหัว


            “ดีแล้วล่ะครับ งั้นเราไปกันเถอะนะดยุกโดโนแวนโอบประคองบุตรสาวขึ้นรถ พอบุตรสาวขึ้นไปนั่งแล้ว เขาก็หันมามองหน้าบุตรชายเล็กน้อย


            “ผมจะขึ้นไปดูเพื่อนของเอลิซ่าน่ะครับ ผมให้สัญญากับน้องไว้ว่าจะเฝ้าเพื่อนน้องเซลดริสกล่าวก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้เพื่อนเผชิญหน้ากับท่านพ่อตามลำพัง


            ดยุกโดโนแวนตวัดสายตาคมกริบมองชายหนุ่มทั้งห้าคนที่เดินมากับบุตรชายและบุตรสาว


            “พวกเธอมาเป็นเพื่อนเอลิซาเบธงั้นเหรอเขาถามเสียงเรียบ


            “คือ..พวกผมเป็นห่วงน่ะครับ..ก็เลยเดินมาเป็นเพื่อนเอเดนเป็นคนบอก แต่เสียงเขาดูจะสั่นไปหน่อย


            “ชะใช่ครับเลกิออสเองก็เสียงสั่น ส่วนคนอื่นๆ ได้แต่พยักหน้าตาม


            “เหรอดูเหมือนว่าพวกเธอจะห่วงลูกสาวของฉันมากเลยสินะ ถึงได้ตามมาดูแลขนาดนี้ ดยุกโดโนแวนกล่าวพลางยิ้มเย็น


            “คะครับพวกเขาตอบพร้อมกัน แต่ก็ได้รับสายตาอาฆาตจากดยุกโดโนแวนแทน


            ถ้าจะสายตาโหดเหี้ยมปานนี้...เอาปืนมาไล่ยิงพวกผมเลยเถอะครับ


            ทำไมท่านดยุกถึงได้น่ากลัวขนาดนี้!!


            ดยุกโดโนแวนไม่พูดอะไรอีก เขาจ้องมองเด็กหนุ่มทั้งห้าอยู่สักพักก่อนจะก้าวขึ้นรถแล้วสั่งให้คนขับพากลับคฤหาสน์ทันที โดยไม่หันไปมองเด็กหนุ่มอีกเลย ส่วนเหล่าชายหนุ่มก็ได้แต่มองตามรถหรูก่อนจะแยกย้ายกันไปโดยที่พวกเขาเอาแต่คิดถึงคนตัวเล็กอยู่ตลอด...


            ไม่แน่นะ..ในตอนที่เจอกันครั้งแรก..พวกเขาอาจจะหลงรักเธอไปแล้วก็ได้


            แต่ก็คงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์...ว่ามันจะใช่ความรัก...หรือเป็นแค่ความถูกใจ


........


            เมื่อออกจากโรงเรียนมาแล้วดยุกโดโนแวนถึงได้คิดถึงเรื่องก่อนหน้า


            เจ้าพวกนั้น


            คงเป็นผู้ชายคนใหม่ที่เข้ามาตีสนิทกับบุตรสาวเขาสินะ ห่างไม่ได้เลยจริงๆ ต้องให้ตามคุมตลอด แล้วไอ้ความสวยของลูกเนี่ย ช่วยทำให้มันน้อยลงหน่อยเถอะครับเด็กดี แค่นี้พ่อก็ปวดหัวจะแย่แล้ว


            เอลิซาเบธเห็นท่านพ่อทำหน้านิ่วคิ้วขมวดก็สงสัย เธอจึงใช้นิ้วเรียวสะกิดที่แขนของท่านพ่อ


            “ท่านพ่อเป็นอะไรไปเหรอคะ


            “เด็กดีครับดยุกโดโนแวนเรียกบุตรสาว


            “คะท่านพ่อ


            “ลูกไม่คิดจะพกอาวุธอะไรมาโรงเรียนจริงๆ เหรอครับ


            ยังไม่จบเรื่องนี้อีกเหรอคะ!!


            “มะไม่ล่ะค่ะเธอตอบตะกุกตะกัก


            “เหรอครับ


            ไม่เป็นไร! เดี๋ยวเขาแอบเอาใส่ประเป๋าของเธอก็ได้


            นี่คือความคิดภายในใจของท่านดยุกผู้หล่อเหลาและมีความรักหลงลูกสาวเยี่ยงชีพ


            ส่วนเอลิซาเบธนั้น


            ท่านพ่อเลิกคิดที่จะเอาอาวุธอะไรมายัดใส่กระเป๋าของลูกเถอะค่ะ!


            เธอแทบหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือดอยู่ในใจ

.

.

.

.

.

.

            หลังจากที่เซลดริสเดินแยกตัวออกมาแล้ว เขาก็เดินกลับมาที่ห้องพยาบาลเพื่อดูอาการ แต่ระหว่างที่เขากำลังเปิดประตูนั้น กลับมีเสียงดังมาจากภายในห้อง


            เขารีบเปิดประตูเข้าไปทันที แล้วเขาก็พบกับภาพที่คาดไม่ถึง


            ร่างของอเดเลียล้มลงกับพื้นแล้วร้องไห้ ส่วนแคทเธอรีนก็ยืนอยู่ตรงหน้าอเดเลียด้วยใบหน้าเรียบเฉย


            “คุณเซลดริสฮึกช่วยฉันด้วยค่ะอเดเลียหันมาพูดกับเซลดริสด้วยน้ำตานองหน้า


            “นี่มัน..เกิดอะไรขึ้น?” เขาถามอย่างมึนงงก่อนจะก้าวขาเข้าไปพยุงอเดเลียขึ้น


            “คะคุณแคทเธอรีน..เธอพยายามที่จะทำร้ายฉันค่ะฮึกอเดเลียบอก


            “ว่าไงนะเซลดริสถามอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหู


            แคทเธอรีนยืนมองฉากละครใส่ร้ายป้ายสีตรงหน้าด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะหันไปมองใบหน้าของพี่ชายเพื่อน เธอเห็นว่าดวงตาของเขาแสดงว่าไม่เชื่อเรื่องที่อเดเลียบอกเลยสักนิด


            แต่ก็เอาเถอะเธอจะเล่นด้วยสักหน่อยก็ได้


            “ทำไมฉันต้องทำร้ายเธอด้วยล่ะอเดเลีย


            “ก็คุณโกรธฉันแทนคุณเอลิซาเบธไม่ใช่เหรอคะอเดเลียยังคงสะอื้นต่อไป


            น่ารำคาญ!!


            “ถ้าเป็นเรื่องเมื่อวานล่ะก็..ฉันก็ไม่ได้โกรธเธอเลยนะ..ฉันแค่พูดว่าที่เธอมาขอที่นั่งเอลิซาเบธมันไม่ดีก็เท่านั้นเองแคทเธอรีนเห็นมือของอเดเลียกำแน่นก็สะใจ


            “ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นนะคะฉันแค่บอกว่าคุณโกรธแทนเพื่อนถึงได้มาทำร้ายฉันต่างหากฮือ เธอพูดจบก็หันไปซบไหล่ของเซลดริสทันทีทำให้แคทเธอรีนรู้สึกหมั่นไส้


            “ฉันทำร้ายอะไรเธองั้นเหรอแคทเธอรีนถามด้วยใบหน้าใสซื่อ


            “ก็คุณแคทเธอรีนน่ะผลักฉันให้ล้มลงกับพื้นไงล่ะคะ ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งสะอื้นหนัก


            น่ารำคาญจริงๆ!!


            “ไหนล่ะหลักฐาน ถ้าเธอมีหลักฐานว่าฉันทำก็เอาออกมา บางทีเธออาจจะตั้งใจให้ตัวเองบาดเจ็บก็ได้นี่ จริงไหม แคทเธอรีนยิ้มมุมปาก


            “ฉันจำทำร้ายตัวเองไปทำไมล่ะคะ!” อเดเลียถามกลับด้วยความโกรธ


            อุ๊ยตายหยุดร้องไห้แล้วเหรอจ๊ะ


            แคทเธอรีนเดินกรีดกรายเข้าหาอเดเลียด้วยรอยยิ้มร้ายกาจก่อนจะกระชากร่างของอเดเลียออกจากพี่ชายเพื่อนแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ที่ริมหูของอเดเลีย ก่อนจะพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน


            “ก็เพราะเธอน่ะ..ต้องการที่จะจับพี่ชายของเพื่อนฉันไม่ใช่เหรอ..ถึงได้ใช้มารยาเจ้าน้ำตานี่เพื่อใส่ร้ายฉันให้เขาสงสาร..แต่เสียใจด้วยนะ


            “หมายความว่าไงอเดเลียถามกลับทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น


            แคทเธอรีนไม่ตอบอะไร เธอผละออกจากร่างของอเดเลีย ก่อนจะเดินไปหาร่างสูงของพี่ชายเพื่อนแล้วใช้มือเรียวบางกอดแขนข้างหนึ่งของเขา แล้วหันมาทำหน้าเยาะเย้ยใส่อเดเลีย


            “เพราะเธอจะไม่มีวันได้เขาไปเป็นหนึ่งในตัวเลือกให้เธอใช้งานยังไงล่ะ” แคทเธอรีนส่งยิ้มมุมปากให้ พร้อมด้วยสายตาท้าทาย


            “แล้วอีกอย่าง...เขาคงไม่มีทางกลับไปหาผู้หญิงที่ทำร้ายน้องสาวของเขา..พยายามกลั่นแกล้งน้องสาวของเขา..แล้วยังแย่งคู่หมั้นของชาวบ้านหรอก..จริงไหม” ประโยคนี้เธอจงใจพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยามอย่างเต็มที่


            เซลดริสที่ได้ยินคำพูดของแคทเธอรีนก็เบือนหน้าหนีสายตาที่มองอย่างขอความเห็นใจมาของอเดเลีย...ไม่อยากเชื่อว่าในอดีตเขาจะหน้ามืดตามัวไปชอบผู้หญิงมารยาคนนี้ได้


            อเดเลียเห็นคนที่เธอหมายปองเบือนหน้าหนีเธออย่างรังเกียจก็ได้แต่กำหมัดแน่นแล้วหันกลับไปมองสายตาเยาะหยันของแคทเธอรีน


            อ้อ..แล้วฉันขอเตือนเธอด้วยความหวังดีนะ..ถ้าอยากให้ตัวเองมีค่า ก็อย่าลดศักดิ์ศรีของตัวเองลงมาทำเรื่องไร้ยางอายอย่างการแย่งของคนอื่นอีก..มันจะทำให้เธอดูด้อยค่าจนน่าสมเพช


            “หมายความว่ายังไงกันคะ!” อเดเลียตะคอกถาม


            “ก็หมายความตามที่บอกนั่นแหละ..เข้าใจยากตรงไหน..เธอเนี่ย โง่ กว่าที่ฉันคิดอีกนะแคทเธอรีนตอบอย่างกวนประสาท


            “นี่แก!!...” อเดเลียชี้หน้าแคทเธอรีน


            “อย่าอาละวาดเชียวนะจ๊ะอเดเลีย..เดี๋ยวคนเขาจะหาว่าเธอเป็นบ้า หึ


            อเดเลียเห็นทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนซ้ำยังโดนตอกกลับจนหน้าชา แล้วผู้ชายที่เคยหลงเธอแบบโง่งมกลับไม่สนใจไยดีเธออีก เธอก็ได้แต่กระทืบเท้าเดินจากไปด้วยความอารมณ์เสียและขายขี้หน้าเป็นอย่างมาก


            คอยดูเถอะ..ฉันจะทำให้แกกลับมาหลงฉันอีกครั้งให้ได้!


            แล้วคราวนี้..ฉันจะทำให้เอลิซาเบธมันตรอมใจตายไปเลย!!


            เมื่อเห็นอเดเลียเดินออกไปแล้วแคทเธอรีนจึงถอนหายใจหลังจากเรื่องทุกอย่างจบ ก่อนที่เธอจะปล่อยแขนออกจากเขา

 

            “หวังว่าเธอจะเลิกตามวุ่นวายกับพวกเราสักพักนะคะแคทเธอรีนกล่าวอย่างเบื่อหน่าย


            “เรื่องที่นั่งเมื่อวานที่เธอพูดถึงน่ะ..มันหมายความว่ายังไง..อเดเลียทำอะไรน้องสาวฉันอีกเซลดริสกล่าวถาม


            “เธอเดินมาของนั่งแทนที่เอลิซาเบธท่ามกลางสายตาของคนทั้งห้อง..ซ้ำยังบอกอีกว่านั่งที่อื่นมันมองไม่ค่อยเห็นก็เลยอยากจะนั่งตรงนี้..แต่ฉันไม่ยอมให้เธอนั่งน่ะค่ะ ก็เลยเกิดการปะทะฝีปากกันเล็กน้อย และสุดท้ายเธอก็ไม่ได้นั่ง จึงเดินน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างน่าสงสาร เอลิซาเบธกับฉันก็เลยโดนคนทั้งห้องไม่ชอบ


            “แล้วทำไมเอลิซ่าไม่บอกฉัน?”


            “เธอคงไม่อยากให้คุณเป็นห่วง ถึงได้ไม่บอกอะไร


            เซลดริสถอนหายใจหนักๆ บางทีน้องสาวของเขาก็เก็บเรื่องทุกอย่างไว้กับตัวเองเสมอจนเขาเป็นห่วง


            “ขอบใจเธอมากนะที่คอยช่วยเหลือน้องสาวฉันเซลดริสบอก เขารู้สึกขอบคุณเธอจากหัวใจจริงๆ จะมีสักกี่คนที่ไม่หลงเชื่อหน้ากากบอบบางจอมปลอมของอเดเลีย และยังออกหน้าปกป้องน้องสาวของเขาอีก


            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ยังไงเอลิซาเบธก็เป็นเพื่อนของฉันนี่คะแคทเธอรีนพูดด้วยรอยยิ้ม


            ใช่เอลิซาเบธเป็นเพื่อนของเธอ แม้จะรู้จักกันได้ไม่นานแต่เธอก็รู้สึกว่าเอลิซาเบธคือเพื่อนแท้ที่เธอตามหา


            และเธอจะให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์สายสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอสองคนเอง


            “เธอรีบกลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ อาการจะได้ดีขึ้นมากกว่านี้เซลดริสบอก


            “ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะแคทเธอรีนกล่าวลาเขาก่อนจะเดินออกไป


            “หายไวๆ ล่ะ


            เซลดริสพูดตามหลัง เขามองเธอจนลับสายตาไป จึงค่อยๆ เดินออกไปเช่นเดียวกัน


------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.474K ครั้ง

38 ความคิดเห็น

  1. #983 iloveloveyugyeom (@iloveloveyugyeom) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 11:34

    เชียร์​คู่นี้
    #983
    0
  2. #845 Sakura1806 (@Pitchanant2547) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 03:25
    สัมผัสได้ถึงเรือลำใหม่
    #845
    0
  3. #737 Jeenza12345 (@Jeenza12345) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 19:38
    จับจิ้นแปป รู้สึกชอบคู่นี้อย่างบอกไม่ถูก555+
    #737
    0
  4. #651 Amiko233 (@Amiko233) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 11:56
    ม่จิ้นคะจะเอายูริ
    #651
    2
    • #651-1 gifLove6 (@gifLove6) (จากตอนที่ 10)
      25 มีนาคม 2562 / 11:48
      ช่ายยน
      #651-1
    • #651-2 gifLove6 (@gifLove6) (จากตอนที่ 10)
      25 มีนาคม 2562 / 11:49
      ช่ายค่ะต้องยูริ
      #651-2
  5. #436 Spiderseiya (@Spiderseiya) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 16:13
    ปักหมุดค่ะ
    #436
    0
  6. #406 love-trafalgar (@love-trafalgar) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 13:42
    คู่นี้ได้อยู่ค่ะ หนูแคทด่าเจ็บมากสะใจเว่อ อลิซาเบ็ทจ้ะ...เหมาหมดเลยลูกกก!!
    #406
    0
  7. #330 Jkl Kannapat (@rennajkl) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 19:46
    ตอกเรือคุณพี่ชายกับแคทเรียบร้อยแล้วค่ะ!!!
    #330
    1
    • #330-1 Natputtalak (@Natputtalak) (จากตอนที่ 10)
      16 พฤศจิกายน 2561 / 19:49
      ขอลงด้วยค่ะ!!!
      #330-1
  8. #283 Praew2147 (@Praew2147) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 23:14

    จิ้นได้ม่ะคู่นี้
    #283
    0
  9. #266 NightzCatz (@NightzCatz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 17:22
    เพื่อนของคุณพี่ชายถูกใจอลิซาเบทไวจัง...
    #266
    0
  10. #233 จินนี่.เจย์เอ็น (@Siasii) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 09:52
    คู่นี้น่าจะไปรอด
    #233
    0
  11. #218 Kabuki Arina (@wndy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 16:43

    เอาตรงๆนี้เรียกคุณนางเอกแสนบอบบางว่าอีปลาร้าแล้ว555+

    #218
    0
  12. #214 sirinapa2148 (@sirinapa2148) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 11:45

    เชียร์สุดใจค่าา~
    #ท่านพี่กับแคทน่ารักดีค่ะ>////<
    #214
    0
  13. #213 suriwipamusik (@suriwipamusik) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 11:41

    อ......อิอะ...อะเ-้ยไรวะ!!!!!!! ชื่อแม่ง อเดเลีย?อิเปเลีย?อิอิอิ ง่ายๆอิตอแหล-=- OK
    #213
    0
  14. #210 chanchapaiw (@chanchapaiw) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 10:58
    รู้สึกปลื้มปลิ่มที่เหล่าชายทั้ง5รวมท่านพี่ลงไปเป็น6ฉลาดและไม่หลงมารยาของอเดเลีย นี่ในใจอยากกระชากนางมาตบแล้วกระทืบซ้ำเหลือเกินแม่คุณ
    #210
    0
  15. #209 mookmuthita1146 (@mookmuthita1146) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 03:14

    หนูเชียร์อยู่นะ คึคึ
    #ท่านพี่กะแคท
    #209
    1
  16. #208 Akazaki Miyu (@AmarikoShimaru) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 00:03
    เชียร์คู่นี้! ท่านพี่กะแคท! // น้องสาวนายนี่เนื้อหอมไม่เบานะ~ เนื้อหอมจนคุณพ่อลำบากใจมาตั้งแต่พาทก่อน จนจะแอบเอาอาวุธใส่เป๋าให้แล้ว1
    #208
    0
  17. #207 Little_G (@Little_G) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 22:35
    หึ...ทั้งเรื่องเห็นมีผู้ชายโง่อยู่คนเดียว นอกนั้นฉลาดหมด...น่ะจ้ะอเดเลีย
    #207
    0
  18. #206 #;คิมหันต์ (@Tun2002) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 20:47
    คู่นี้ยังไงขอให้ได้กัน!!! เซลแคท กรี่ดดดด
    #206
    1
  19. #205 satrinamneung (@satrinamneung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 20:06
    ยี้ๆๆ!!!! อเดเลีย ทำไมถึงติดกับเขาด้วยยยยย ชิชะ
    #205
    0
  20. #204 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 18:49
    ดีใจที่ท่านพี่โง่ เอ๊ย หน้ามืดแบบมีลิมิต อย่างน้อยอนาคตอยุดก็ยังไม่ถูกหลอกง่ายเกินเนอะ
    #204
    0
  21. #202 MHEEPQ12 (@MHEEPQ12) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 17:07
    ฮาเร็มเถอะ กรุบๆ
    #202
    0
  22. #201 39875 (@sasamisamisan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 16:56
    นางกากเริ่มร้าวแล้ว
    #201
    0
  23. วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 16:54

    คู่นี้มีอะไรรึเปล่าอะ ///////////////////////

    #200
    0
  24. วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 16:46

    มาไวๆเด้อนางฮาเร็มมากมาย
    #199
    0
  25. #198 Zixga (@A-star) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 16:21
    หนุกมากกก
    #198
    0
  26. #197 Yuki Hime. (@Yuki1316) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 16:14
    แอบไม่อยากให้แคทคู่กับขุ่นพรี่ งืมม อยากให้คู่กับคนอื่นมากกว่า
    #197
    2
    • #197-1 Macer (@lmae062) (จากตอนที่ 10)
      21 ตุลาคม 2561 / 21:46
      คิดเหมือน&#8203;กันเลยค่ะ!!!
      #197-1
    • #197-2 Amiko233 (@Amiko233) (จากตอนที่ 10)
      29 ธันวาคม 2561 / 11:56
      +1......
      #197-2