Villain Queen บัลลังก์นางพญา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 140,511 Views

  • 976 Comments

  • 5,850 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10,965

    Overall
    140,511

ตอนที่ 11 : บทที่ 9 :: ความในใจและการอัญเชิญอาวุธ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14597
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1259 ครั้ง
    22 ต.ค. 61



บทที่ 9 :: ความในใจและการอัญเชิญอาวุธ


-------------------------


            เมื่อวานหลังจากที่เธอกลับมาจากโรงเรียน ท่านพ่อก็เรียกหมอประจำตระกูลมาเพื่อตรวจร่างกายของเธอ เพราะอาจจะมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ เข้ามาโดยที่เธอไม่รู้ และผลก็ออกมาว่าเธอปกติดี ไม่มีบาดแผลหรืออาการเจ็บป่วยให้ต้องรักษา


            และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เอลิซาเบธต้องหอบสังขารอันหนักอึ้งของตัวเองมาโรงเรียนด้วยสภาพที่เรียกได้ว่า..ทั้งโทรมและหมดสภาพสุดๆ


            เอลิซาเบธนอนฟุบลงกับโต๊ะแขนทั้งสองข้างยืดไปข้างหน้าด้วยท่าทางบิดขี้เกียจเหมือนลูกแมว ดวงตาเรียวสวยคล้ายจะปิดลงอย่างง่วงงุน แต่สภาพของแคทเธอรีนผู้เป็นเพื่อนสนิทก็ไม่ได้แตกต่างจากเธอนัก ต่างกันตรงที่ว่าแคทเธอรีนแค่นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้ลงไปนอนฟุบกับโต๊ะเหมือนเธอ


            เคธี่..เธอว่าวันนี้พวกเราจะได้เรียนเรื่องอะไรเอลิซาเบธหันไปถามเพื่อนสนิทคนใหม่


            เคธี่เป็นชื่อเล่นที่เธอใช้เรียกแคทเธอรีน และเธอเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์เรียกชื่อนี้ เพราะนอกจากเธอแล้วแคทเธอรีนไม่ยอมให้ใครเรียกเลย


            ไม่รู้สิ..อาจจะเป็นการร่ายเวทมนตร์พื้นฐานก็ได้แคทเธอรีนตอบไปตามความคิด


            นั่นสินะเอลิซาเบธตอบรับด้วยท่าทางเฉื่อยชา


            แล้วสักพักพวกเธอสองคนก็เห็นพี่น้องเทรเวอร์และดีแลนเดินเข้ามาหาเธอที่โต๊ะดูเหมือนว่าตั้งแต่วันที่แปรสภาพอาวุธวันนั้นก็ไม่ได้คุยกันเลยสินะ


            อรุณสวัสดิ์ทั้งสองคนดีแลนเป็นฝ่ายเอ่ยทักก่อน


            สวัสดีครับเอลิซาเบธ แคทเธอรีนตามด้วยพี่น้องเทรเวอร์


            อรุณสวัสดิ์ค่ะเอลิซาเบธตอบแต่ไม่ได้มองหน้าทั้งสามคน


            อืมแคทเธอรีนตอบอย่างขอไปที


            แล้วก็กลับมาเงียบอีกครั้งแต่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือบรรยากาศอันน่าอึดอัดระหว่างพวกเขา เพราะไม่มีใครพูดหรือเอ่ยอะไรอีกเลย


            อะเอ่อเรนเดลกำลังจะเอ่ยปากพูด แต่


            นี่ฉันถามพวกนายจริงๆ เถอะนะ ว่าพวกนายจะกลับเข้ามาในชีวิตฉันอีกทำไมเอลิซาเบธถามคำถามที่แม้แต่พวกเขาเองก็ไม่สามารถให้คำตอบเธอได้ในตอนนี้


            เพราะพวกเขาไม่พร้อมที่จะเล่าเรื่องราวทุกอย่าง


            ที่พวกเขาทั้งสองคนพบเจอมา


            จะกลับมาให้ชีวิตฉันปั่นป่วนอีกทำไม..ในเมื่อพวกนายเป็นฝ่ายเลือกเดินจากไปเองเธอตอกย้ำถึงความผิดพลาดของพวกเขา


            เป็นฝ่ายทรยศฉัน..แล้วเลือกช่วยผู้หญิงที่มีดีแค่รูปร่างหน้าตา..แต่จิตใจสกปรกอย่างอเดเลียพวกเขาทั้งสองคนเถียงไม่ออกเลยแม้แต่นิด


            ช่วยเธอคนนั้นทำร้ายจิตใจฉันสารพัดทำให้ฉันอับอายขายขี้หน้าทำให้ฉันต้องกลายเป็นฝ่ายผิดในสายตาคนอื่น ทั้งๆ ที่คนที่ผิดคือคนที่แย้งคู่หมั้นชาวบ้านเขาแล้วนำไปจูงมือถือแขนกันสบายใจอย่างยายนั้นต่างหาก!”


            เอลิซาเบธพูดอย่างใส่อารมณ์จนแคทเธอรีนต้องใช้มือเรียวลูบลงที่หัวเพื่อนเพื่อบอกให้ใจเย็น เอลิซาเบธจึงพยายามรวบรวมสติแล้วถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะเริ่มพูดต่อ


            ส่วนพวกนายก็ไม่เคยใยดีฉัน ไม่ว่าฉันจะโดนรังแกยังไงหรือโดนเหยียดหยามแค่ไหนก็ไม่เคยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกลับเอาแต่อยู่เคียงข้างอเดเลีย คอยช่วยเหลือเธอ ทำตามคำสั่งเธอเหมือนคนโง่!!”


            อัลเบิร์ตกับเรนเดลเม้มปากแน่นไม่ตอบโต้อะไร เพราะรู้ดีว่าที่เอลิซาเบธกล่าวมาเป็นความจริงทั้งหมดเพราะพวกเขามันโง่เอง โง่จนโดนอเดเลียหลอกใช้ให้ทำลายเพื่อนที่ดีกับพวกเขามากที่สุด สมควรแล้วที่เอลิซาเบธจะเกลียดพวกเขา


            ในตอนที่ฉันต้องการพวกนายกลับไม่เคยโผล่หัวมา


            “……..”


            แล้วตอนนี้พวกนายจะกลับมาให้ได้อะไร กลับมาให้ฉันจงเกลียดจงชังพวกนายงั้นเหรอ หรือเพราะแค่ต้องการชดเชยความผิดที่เคยทำร้ายฉันไว้


            “……..”


            และถ้าเป็นแบบนั้นก็เสียใจด้วยนะเพราะฉันคงไม่สามารถกลับไปเป็นเพื่อนของพวกนายได้อีกแล้วสิ่งที่ฉันให้พวกนายได้ในตอนนี้คือสถานะที่เป็นได้แค่คนรู้จักและไม่มีวันเป็นมากกว่านั้น


            ถ้อยคำไร้เยื่อใยที่กรีดลงกลางใจพวกเขา และสายตาเย็นชาที่จ้องมองราวกับเป็นบัญชาจากสวรรค์ที่สั่งให้พวกเขาไปตาย


            งั้นเหรอเรนเดลตอบรับเสียงแผ่ว


            ขอโทษสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมาพวกเรารู้ดีว่าเธอคงไม่มีวันอภัยให้แต่พวกเราก็อยากจะบอกว่าพวกเราเสียใจจริงๆอัลเบิร์ตรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอจนเขาพูดไม่ออก


            เป็นเพราะเราโง่เองที่ทำร้ายเธอขอโทษขอโทษจริงๆเรนเดลเองก็เสียงสั่นไม่แพ้กัน เขารู้สึกว่ากระบอกตาร้อนผ่าวจึงได้แต่ก้มหน้าลงเพื่อซ่อนนัยน์ตาแดงก่ำของเขาเอง


            พวกเขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักพักไม่พูดไม่จาอะไร ส่วนเอลิซาเบธก็ยังคงจ้องมองพวกเขาด้วยความเย็นชาอยู่แบบนั้น ราวกับจะบอกให้พวกเขาไปให้พ้นเสียที


            และเมื่อรู้ตัวว่าหากยังยืนอยู่ตรงนี้ต่อไปก็มีแต่จะทำให้เธอรำคาญพวกเขาจึงเดินออกห่างจากโต๊ะเธอแล้วเดินออกไปด้านนอกห้องแทน


            เอลิซาเบธไม่รู้ว่าพวกเขาไปที่ไหนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้คนในห้องจ้องมองมาที่เธอยังไงเธอรู้แค่ว่าความเข้มแข็งของเธอที่พยายามเสแสร้งแสดงต่อหน้าพวกเขามันสิ้นสุดลงแล้ว


            ร่างของเอลิซาเบธลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตัวเองแล้วก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจซึ่งเสียงตะโกนตามหลังของดีแลนที่เอ่ยเรียก ไม่สนใจสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนในห้อง ไม่สนใจสายตาเย้ยหยันของอเดเลีย


            สิ่งที่เธอต้องการคือออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด


            เพราะเธอไม่อยากให้ใครเห็นถึงน้ำตาที่กำลังไหลอาบแก้มของเธอ



……….



            แคทเธอรีนมองตามร่างของเพื่อนสนิทไปจนสุดสายตา เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างของเอลิซาเบธทันทีโดยไม่รอให้ใครเอ่ย


            ทำไมเธอจะไม่เห็นว่านับตั้งแต่ที่พี่น้องเทรเวอร์เดินจากไป ท่าทีแข็งกระด้างเย็นชาของเอลิซาเบธก็พังทลายลงไม่มีชิ้นดี


            ไหล่บางเริ่มสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ ก้อนสะอ้นเริ่มมาจุกอยู่ที่ลำคอจนสุดท้ายเพื่อนสนิทของเธอก็ทนไม่ไหวต้องหนีไปให้พ้นจากสายตาของคนอื่น


            เพื่อที่เธอจะสามารถร้องไห้ได้อย่างไม่อายใคร



……….



            ร่างของเอลิซาเบธเดินมาหยุดอยู่ที่ทุ่งดอกกุหลาบหลังโรงเรียนที่ซึ่งเงียบสงบและไร้ผู้คน เธอเดินไปนั่งบริเวณเนินเขาเล็กๆ แล้วปล่อยให้น้ำตามันไหลลงมาโดยไม่กลัวว่าจะมีใครมาเห็น


            ใบหน้างามซบลงที่เข่าทั้งสอง ไหล่บางสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้ เสียงหวานสะอึกสะอื้นดังขึ้นคลอเคล้าไปกับเสียงลม กลีบดอกไม้ลอยไปมาไร้ทิศทาง ช่างเป็นภาพที่ดูงดงามแต่ก็ดูเศร้าโศกในเวลาเดียวกัน


            แคทเธอรีนยืนมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง..ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าหาร่างของเพื่อนสนิทที่ในตอนนี้ช่างดูเปราะบางเหลือเกิน


            แคทเธอรีนนั่งลงที่ข้างๆ เพื่อนสนิทแล้วเงียบไม่พูดอะไร เพราะเธอรู้ว่าเพื่อนต้องการเวลาเวลาที่จะได้ระบายทุกอย่างที่อยู่ในใจ


            ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดกับพวกเขาแบบนั้นนะคะฮึกเอลิซาเบธพูดพลางสะอื้น


            ฉันแค่อยากให้พวกเขารู้สึกเจ็บเหมือนกับฉันที่เคยจมอยู่กับความรู้สึกเหล่านั้นเอลิซาเบธพูดออกมาอย่างยากลำบาก


            อยากให้พวกเขารู้ถึงความรู้สึกที่ต้องทุรนทุรายเมื่อเห็นเพื่อนคนสำคัญไร้ท่าทีเยื่อไยเอลิซาเบธยังคงพูดต่อไปโดยมีแคทเธอรีนรับฟังอย่างเงียบๆ


            แต่เธอรู้ไหมว่าในวินาทีที่เห็นพวกเขาร้องไห้ตัวตนแสนเย็นชาที่ถูกสร้างขึ้นมาก็พังลงไปอย่างไม่มีชิ้นดีเลย…” ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งสะอื้น


            และนั่นทำให้ฉันรู้ว่าต่อให้ฉันถูกพวกเขาทำร้ายมากแค่ไหนฉันก็ไม่สามารถทำลายพวกเขาลงได้จริงๆฮือยิ่งนึกถึงเธอก็ยิ่งเสียใจ


            สิ่งที่ฉันทำได้คือการผลักไสพวกเขาออกไปเท่านั้น...ฮึก


            แล้วเธอมีความสุขเหรอที่ทำแบบนั้นน่ะแคทเธอรีนที่เงียบอยู่นานถามขึ้น


            ไม่..ไม่มีเลย..” เอลิซาเบธบอกตามความรู้สึกภายในใจของเธอ


            แล้วทำไมถึงยังเลือกที่จะทำแบบนั้นล่ะ


            เพราะว่าต่อให้พวกเรากลับมาเป็นเพื่อนกันฉันก็คงไม่สามารถไว้ใจพวกเขาได้เหมือนเดิม..อย่าว่าแต่ไว้ใจเลย แค่ยิ้มให้พวกเขา..ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่าเอลิซาเบธก้มหน้าลงปล่อยให้หยดน้ำตาตกกระทบลงสู่เบื้องล่าง


            นั่นเป็นเหตุผลเดียวหรือเปล่าที่เธอผลักไสพวกเขาออกไป


            ไม่..นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียว เอลิซาเบธบอกเสียงแผ่ว


            แล้วเพราะอะไร


            เพราะว่าฉันต้องการเก็บช่วงเวลาดีๆ ที่ฉันกับพวกเขาเคยเป็นเพื่อนกัน เที่ยวเล่นด้วยกัน ยิ้มและหัวเราะไปด้วยกันฉันต้องการที่จะเก็บภาพนั้นไว้ให้เป็นหนึ่งในความทรงจำล้ำค่าที่ฉันไม่มีวันลืม…”


            เอลิซาเบธเงยหน้ามองท้องฟ้ากว้าง เธอยิ้มทั้งน้ำตาพลางนึกถึกความทรงจำวัยเด็กที่เธอกับพวกเขามีร่วมกัน


            และเพราะฉันกลัวกลัวว่าสักวันหนึ่งถ้าฉันอภัยให้พวกเขาฉันอาจจะต้องกลับมาเจ็บเหมือนเดิมกลับมาอยู่ท่ามกลางความเสียใจเดิมๆ ไม่จบไม่สิ้นเสียงของเธอขาดห้วง แต่ก็พยายามพูดออกมาจนจบ


            เธอรู้ไหมว่าความรู้สึกที่ต้องจมอยู่กับความสิ้นหวังและการทรยศจากคนที่รักน่ะมันทรมานทรมานมากจนฉันไม่อยากสัมผัสกับความรู้สึกนั้นอีก


            หลังจบประโยคสุดท้ายทุกความในใจที่เคยเก็บไว้ก็พรั่งพรูออกมาจนสิ้น ความทุกข์ที่เคยได้รับในอดีตถูกเปิดเผยต่อหน้าเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจ ท่าทางอ่อนแออันน่าสมเพช ตัวตนเปราะบางที่เธอเกลียด ทุกอย่าง เธอได้แสดงมันออกมาต่อหน้าแคทเธอรีนแล้ว


            แคทเธอรีนไม่พูดอะไรเธอนั่งเงียบอยู่แบบนั้นแล้วใช้ฝ่ามือเรียวลูบลงที่กลุ่มผมงามของเอลิซาเบธ


            ไร้ซึ่งคำปลอบโยนใดๆ


            ท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวเข้ามามีเพียงบรรยากาศของความทุกข์ใจที่โอบล้อมพวกเธอไว้ สายลมเย็นที่พัดมาราวกับกำลังต้องการพัดพาความเศร้าให้หายไป


            ร้องออกมาเท่าที่ใจต้องการ


            แล้วกลับมาเป็นคนที่เข้มแข็งดังเดิม


            ร้องออกมาโดยไม่ต้องกลัวว่าเธอจะโดดเดี่ยว


            เพราะฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอ ไม่ว่าเธอจะต้องการหรือไม่ก็ตาม



……….



            แต่พวกเธอจะรู้หรือไม่ว่ามีใครบางคนที่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก


            พี่น้องเทรเวอร์ได้ยินทุกการสนทนาได้ยินทุกเสียงร้องและเสียงสะอื้นของคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพื่อนสนิทที่พวกเขาแคร์มากที่สุด


            เพื่อนที่พวกเขาเป็นผู้ทำลายเธอด้วยตัวเอง


            แต่ถึงแม้ว่าเธอจะถูกพวกเขากระทำไว้มากแค่ไหนเธอกลับทำร้ายพวกเขาไม่ลง


            ซ้ำยังเก็บความทรงจำที่มีร่วมกันของพวกเราไว้ให้เป็นความทรงจำล้ำค่าที่เธอไม่มีวันลืม


            พวกเขาไม่คู่ควรที่จะเป็นเพื่อนเธอเลยสักนิด


            ตั้งแต่นี้ไปพวกเขาจะไม่ทำให้ลำบากใจอีก พวกเขาจะออกมาจากชีวิตเธอ ให้เธอเจอเพื่อนที่พร้อมจะปลอบโยนและเข้าใจเธอ


            และพวกเขาจะคอยเป็นห่วงอยู่ห่างๆ ไม่เข้าไปทำให้เธอรำคาญใจ


            แต่เมื่อใดก็ตามที่เธอต้องการความช่วยเหลือพวกเขาจะช่วยเหลือเธอเองแม้เธอจะไม่ได้ร้องขอก็ตาม


            ขอโทษนะครับเอลิซาเบธ เพื่อนที่ดีที่สุดของเรา


            อัลเบิร์ตและเทรเวอร์ก้าวออกจากตรงนั้นด้วยหัวใจที่เจ็บปวด


            พวกเขารู้แล้วว่าความผิดพลาดแค่ครั้งเดียวก็สร้างบาดแผลที่ต้องจดจำไปชั่วชีวิต


            ถึงแม้ว่าจะได้รับการอภัยแต่ก็ไม่อาจลบเลือนบาดแผลนั้นได้ มันจะกลายเป็นสิ่งย้ำเตือนถึงความโง่เขลาของตัวพวกเขาเอง



……….



            ถึงเวลาเริ่มเรียนในคาบแรกแล้ว เอลิซาเบธและแคทเธอรีนจึงออกจากทุ่งดอกกุหลาบแล้วมุ่งหน้ากลับห้องเรียน โดยที่ระหว่างทางเอลิซาเบธก็แวะเข้าห้องน้ำเพื่อล้างคราบน้ำตาบนใบหน้าออกไป


            ท่าทางอ่อนแอราวกับแก้วที่แตกสลายก่อนหน้าหายไปแล้ว เหลือแค่ท่าทางเย็นชาที่ผลักไสผู้คนให้ออกห่าง


            เมื่อมาถึงหน้าห้องเรียนพวกเธอก็เห็นอาจารย์กำลังจะเดินเข้ามาสอนพอดี จึงรีบเดินเข้าไปภายในห้องแล้วนั่งลงกับที่ทันที


            อาจารย์ที่เดินเข้ามาเป็นอาจารย์ผู้ชายที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ได้หล่อเหลาเท่าอาจารย์อเล็กซ์ แต่ก็เรียกเสียงกรี๊ดและใบหน้าเคลิบเคลิ้มจากบรรดานักเรียนหญิงได้ไม่ยากถ้าจะให้เทียบอาจารย์อเล็กซ์จะหล่อเหลาแบบสุขุมใจดี แต่อาจารย์ท่านนี้กลับดูสดใสมีชีวิตชีวา มองยังไงก็ไม่เบื่อ เอาง่ายๆ ก็คืออาจารย์คนนี้น่ารักมากกว่าหล่อ


            บางทีเธอก็คิดแล้วนะว่าโรงเรียนนี้คัดอาจารย์ที่หน้าตาหรือเปล่า


            ทำไมอาจารย์ทุกคนถึงได้หน้าตาดีนัก


            สวัสดีนักเรียนทุกคน ฉันชื่อมิคาเอล เลนเนอร์ เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาธาตุไฟที่เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเปลวเพลิง ฉันรู้ว่าพวกเธอทุกคนไม่ได้มีธาตุไฟมาแต่กำเนิด แต่เราสามารถเรียนรู้จุดเด่นและจุดด้อยของมันได้


            อาจารย์มิคาเอลบอกแบบนั้นทำให้เอลิซาเบธที่ฟังอย่างผ่านๆ ถึงกับหันมาฟังอย่างตั้งใจ จุดเด่นและจุดด้อยเป็นข้อสำคัญที่เราต้องรู้ เมื่อใช้ในการต่อสู้จริงจะสามารถเดาทางและเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ง่าย ซ้ำยังสามารถคิดวิธีรับมือกับมันได้อีกด้วย


            แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้คนที่มีธาตุไฟจะเสียเปรียบเต็มๆ เพราะคนอื่นจะรู้จุดด้อยของธาตุไฟ และพยายามหาวิธีรับมือกับคนที่มีพลังธาตุนี้ได้ก่อนธาตุอื่นๆ


            เสียเปรียบสุดๆ เลยแฮะ


            แต่ก่อนที่เราจะเริ่มเรียนกัน ฉันอยากรู้ว่าใครที่นี้มีพลังธาตุไฟแต่กำเนิดบ้าง พวกเธอลองยกมือขึ้นให้ฉันดูหน่อย


            จากนักเรียนห้าสิบคนมีคนยกมือขึ้นประมาณหกคน และสิ่งที่น่าตกใจไปมากกว่านั้น


            คือเคธี่เป็นคนที่มีพลังธาตุไฟ!


            เพื่อนเธอมีธาตุไฟ ซึ่งเป็นธาตุที่แพ้ทางธาตุน้ำ ธาตุน้ำในที่นี้ที่เธอรู้จักก็มีแค่คนเดียว


            อเดเลีย


            ยายผู้หญิงโรคจิตนั้นคงต้องหาทางมากลั่นแกล้งเคธี่ของเธอแน่นอน


            และคนที่มีธาตุไฟอีกคนซึ่งก็เป็นคนที่เธอรู้จักเช่นกัน


            เรนเดล


            แต่เขาจะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเธอ แล้วอีกอย่างพวกผู้หญิงคงไม่มีใครรังแกเขาหรอก พวกนั้นคงไม่อยากทำร้ายผู้ชายหล่อๆ ส่วนพวกผู้ชายก็คงไม่มีใครกล้าทำอะไรเพราะเขาเป็นลูกขุนนางชั้นสูง ซ้ำตระกูลเทรเวอร์ยังเป็นหนึ่งในสี่ตระกูลอันทรงอำนาจของจักรวรรดิ ใครจะกล้าทำอันตรายเขาได้


            ส่วนคนที่มีธาตุไฟคนอื่นๆ ก็เป็นแค่ลูกขุนนางชั้นล่างที่ไม่ได้มีอำนาจอะไรมากมายในเรื่องการเมือง


            มีหกคนสินะที่มีธาตุไฟ แล้วใครมีพลังธาตุน้ำบ้าง


            อาจารย์กวาดสายตามองนักเรียนที่ยกมือขึ้น คนที่มีพลังธาตุน้ำในห้องนี้มีมากกว่าครึ่งห้อง ซึ่งมากกว่าธาตุไฟชนิดที่เทียบไม่ติด


            ดูท่าว่าธาตุไฟในห้องนี้จะเสียเปรียบห้องอื่นๆ อยู่มากเลยสินะ เพราะทุกห้องชั้นปีที่เขาสอนมา ส่วนใหญ่ธาตุไฟจะมากกว่าธาตุน้ำทั้งนั้น


            คงต้องสอนกันละเอียดหน่อยแล้วคนธาตุไฟจะได้หาวิธีป้องกันดีๆ ไม่อย่างนั้นคงโดนรังแกแน่ถ้าพวกนี้ใช้เวทมนตร์กันเป็น


            งั้นเราจะมาเรียนรู้จุดเด่นและจุดด้อยของธาตุไฟกัน จุดเด่นของธาตุไฟคือเป็นธาตุที่มีพลังในการโจมตีสูงมาก เรียกได้ว่าหากใช้ไฟโจมตีครั้งหนึ่งจะสร้างความเสียหายให้คู่ต่อสู้ได้มหาศาลและถ้าหากเรียนรู้การรับมือทุกรูปแบบจะสามารถชนะผู้มีธาตุน้ำได้เช่นกัน


            อาจารย์คงคิดว่าธาตุไฟเสียเปรียบธาตุน้ำมากสินะคะ ถึงได้บอกแนะนำแนวทางการใช้พลังธาตไฟ เอลิซาเบธยิ้มมุมปากอย่างถูกใจ


            แต่จุดด้อยคือพลังในการป้องกันนั้นจะอ่อนแอกว่าธาตุอื่นๆ เพราะฉะนั้นหากจะทำการป้องกันควรเลือกที่จะใช้พลังให้น้อยที่สุดเพราะถ้าหากใช้มาก พลังของเราก็จะยิ่งลดลงไปเรื่อยๆ ทางเดียวที่จะป้องกันโดยใช้พลังให้น้อยที่สุดคือการหลบหลีก


            ทุกคนในห้องยกเว้นพวกเอลิซาเบธถึงกับขมวดคิ้วกับคำแนะนำของผู้เป็นอาจารย์ทำไมถึงต้องหลบหลีกด้วยล่ะ ถ้าทำแบบนั้นก็เป็นการหนีคู่ต่อสู้น่ะสิ


            มิคาเอลกวาดสายตามองสีหน้าและแววตาของนักเรียนก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อยเด็กพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกที่ยึดติดกับชัยชนะจนคิดว่าการหลบหลีกคือการหนี หยิ่งในศักดิ์ศรีเกินไปก็ใช่ว่าจะดี


            พวกเธออาจจะคิดว่ามันคือการหนีแล้วทำให้เสียศักดิ์ศรีเสียหน้า แต่การหลบหลีกก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ใช้พลังได้น้อยที่สุด หากพวกเธอยึดมั่นกับศักดิ์ศรีจนเกินไปพวกเธอจะพ่ายแพ้ในที่สุด


             เกือบทุกคนในห้องที่ถูกกระทบกระเทือนจิตใจก็ได้แต่เม้มปากแน่นไม่ยอมรับมิคาเอลเองก็คิดไว้แล้วว่าคงไม่สามารถเปลี่ยนทัศนคติของเด็กพวกนี้ได้ในทันที คงต้องค่อยๆ สอนให้เด็กพวกนี้เข้าใจ ว่าในการต่อสู้จริงการเอาอารมณ์และความรู้สึกเป็นที่ตั้ง ก็มีแต่จะทำให้พ่ายแพ้อย่างหมดรูป


            ต่อไปฉันจะสอนพวกเธอเกี่ยวกับการเรียกใช้อาวุธประจำธาตุของตัวเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าหากพวกเธอเรียกใช้อาวุธไม่ได้ก็จะทำการต่อสู้ไม่ได้เช่นกัน


            เอลิซาเบธมองและฟังที่อาจารย์สอนอย่างตั้งใจ เธอเองก็อยากจะรู้ว่าอาวุธจะประจำธาตุที่ถูกสร้างขึ้นของเธอจะมีพลังธาตุแบบไหน และเธอก็อยากจะเห็นรูปร่างของมันด้วยเช่นกัน เพราะนับตั้งแต่ที่เธอสร้างอาวุธคราวนั้นเธอก็ไม่สามารถเรียกมันออกมาดูได้เลย


            อาจารย์ก้าวออกมายืนที่หน้าห้องแล้วทำการเรียกอาวุธ โดยการยื่นมือด้านขวาไปเบื้องหน้าแล้วร่ายเวทมนตร์การเรียกอาวุธ


            จงปรากฏตัวต่อหน้าข้าแล้วเผาทำลายทุกอย่างให้สิ้น Fire Destroy” สิ้นเสียงเรียกของอาจารย์มิคาเอล เปลวเพลิงสีส้มสว่างก็ลุกโชนขึ้นเบื้องหน้าปรากฏให้เห็นเป็นรูปร่างของอาวุธ


            อาวุธที่ถูกเรียกออกมาไม่ได้มีเพียงชิ้นเดียว แต่มันมีสามชิ้นด้วยกัน ทั้งดาบที่ใบมีดมีความหน้าและคม ทั้งมีดสั้นแลธนู อาวุธทุกชิ้นถูกห้อหุ่มด้วยไฟสีส้ม มันดูสวยงามแต่ก็อันตราย


            นี่คือ Fire Destroy อาวุธประจำธาตุของฉันที่ถูกสร้างขึ้น และมันจะทำตามคำสั่งของฉันแต่เพียงผู้เดียว หากใครที่ไม่ใช่เจ้ามาของมาใช้อาวุธชนิดนี้ จะถูกพลังของอาวุธสะท้อนกลับจนบาดเจ็บสาหัส


            นักเรียนที่ได้ฟังต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก อาวุธประจำธาตุมันน่ากลัวขนาดนี้เลยเหรอแต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็ดีมากเช่นกัน เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาทำร้ายเจ้าของและไม่มีใครสามารถใช้มันได้นอกจากผู้ครอบครอง


            ฉันอยากให้เธอฝึกเรียกอาวุธของตัวเอง เพราะฉะนั้นเราจะไปที่ห้วงมิติสำหรับการฝึกเวทมนตร์ที่ฉันสร้างขึ้น


            ว่าจบเขาก็ใช้พลังเวทของตัวเองสร้างประตูมิติเพื่อเปิดทางเข้าสู่สถานที่ฝึกภายใน นักเรียนต่างก็ค่อยๆ เดินเข้าไปทีละคนจนมาถึงคิวของเอลิซาเบธตามด้วยแคทเธอรีนและพวกดีแลน


            ภายในไม่ใช่พื้นที่สีขาวโล่งๆ อย่างที่เธอคิดแต่เป็นสนามฝึกของจริง เอลิซาเบธและทุกคนต่างก็งงงวยกับสิ่งที่เห็น


            ตามที่พวกเขารู้มาห้วงมิติจะต้องเป็นพื้นสีขาวไม่ใช่เหรอแล้วทำไมถึงกลายเป็นสนามฝึกไปได้ล่ะ


            มิคาเอลเห็นแบบนั้นจึงเอ่ยปากอธิบายคลายความสงสัย


            เวทห้วงมิติที่พวกเธอเคยอ่านกันมาจะเป็นพื้นที่สีขาว แต่เราสามารถปรับแต่งหรือสร้างสถานที่ที่หนึ่งไว้ใช้งานได้ตามที่ใจอยากจะทำ เหมือนกับที่ฉันสร้างสนามฝึกพลังเวทแห่งนี้เพื่อใช้ในการสอน และทุกคนก็เข้าใจในทันที


            เอาล่ะ ฉันจะให้พวกเธอลองฝึกเรียกอาวุธ แต่ก่อนที่จะเริ่มฝึกกัน ฉันอยากจะถามว่าในห้องนี้มีใครที่มีพลังธาตุแต่กำเนิดมากกว่าหนึ่งบ้าง


            เอลิซาเบธ อเดเลีย และดีแลนก้าวออกมาจากกลุ่มนักเรียนห้าสิบคนทันทีที่อาจารย์เรียก พวกเขาจึงตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนที่จ้องมอง


            สามคนสินะ งั้นบอกฉันมาว่าพวกเธอมีธาตุอะไรกันบ้างอาจารย์ถามถึงธาตุของพวกเขา


            ของฉันธาตุน้ำกับแสงสว่างค่ะอเดเลียเป็นผู้ตอบคนแรก


            ของผมธาตุลมกับน้ำครับดีแลนเป็นผู้ตอบคนที่สอง


            ของฉันธาตุสายฟ้า น้ำแข็ง กับความมืดค่ะและเอลิซาเบธเป็นผู้ตอบคนสุดท้าย


            นัยน์ตาของมิคาเอลมีประกายพาดผ่านยามจ้องมองสามคนนี้โดยเฉพาะเอลิซาเบธกับอเดเลียที่ทั้งสองคนมีธาตุหายาก ซึ่งธาตุความมืดกับแสงสว่างเป็นธาตุที่จะหักล้างซึ่งกันและกัน หากเราใช้แสงสว่างโจมตีความมืดด้วยพลังที่สูง ความมืดก็จะโต้กลับมาด้วยพลังที่เท่ากัน


            และเท่าที่เขาได้ยินมา เด็กสองคนนี้เป็นผู้ที่ได้รับการจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิว่าเป็นผู้ที่สร้างและครอบครองอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของยุคนี้ รวมถึงเด็กสาวที่ชื่อแคทเธอรีนคนนั้นด้วย


            น่าสนใจ:)


            ถ้ามีพลังธาตุมากกว่าหนึ่ง ก็จงเลือกธาตุใดธาตุหนึ่งของตัวเองแล้วเรียกอาวุธประจำธาตุนั้นออกมาทั้งสามคนพยักหน้ารับ


            เอาล่ะทุกคน พวกเธอไปยืนล้อมวงกันเป็นวงกลม ไม่ต้องอยู่ใกล้กันมาก ส่วนฉันจะไปยืนที่ข้างๆ สนามฝึกเพื่อรอดูผลมิคาเอลเดินออกมาที่ข้างสนามฝึก เขาเดินขึ้นไปบนแท่นสูงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฝ้ามองนักเรียน


            ทุกคนในห้องต่างก็กระจายออกจากกันแล้วหาที่ยืนของตัวเอง โดยที่เอลิซาเบธยืนข้างๆ แคทเธอรีน ดีแลนก็ยืนอยู่ถัดจากแคทเธอรีน ส่วนพี่น้องเทรเวอร์ก็ยืนอยู่ห่างจากเธอมาก แต่ก็ไม่ได้ใกล้อเดเลีย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยพวกเธอทุกคนจึงหยุดนิ่งรอฟังคำสั่งจากอาจารย์


            ให้ทุกคนหลับตาลงแล้วนึกถึงพลังธาตุของตัวเอง จินตนาการว่าพลังนั้นโอบล้อมรอบตัว


            ทุกคนหลับตาลงอย่างนิ่งสงบแล้วทำตาม บรรยากาศรอบข้างเงียบลง แม้แต่เสียงสายลมหวีดหวิวพัดผ่านก็ยังได้ยิน


            พวกเขาจินตนาการถึงพลังที่โอบล้อม จินตนาการว่ามันไหลเวียนไปทั่วร่างกาย แล้วฉับพลันนั้นพวกเขาก็ไม่รับรู้อะไรรอบข้างอีก ราวกับกำลังจมดิ่งลงสู่ความคิด


            แล้วทันใดนั้นร่างของเอลิซาเบธก็ค่อยๆ มีออร่าสีดำมืดโผล่ออกมา มันไหลเวียนไปทั่วร่างกายของผู้เป็นนาย ช่างเป็นภาพที่งดงามและดึงดูดสายตาเป็นอย่างยิ่ง


            คนต่อมาที่พลังสำแดงผลคืออเดเลีย ออร่าสีขาวก็โอบล้อมเธอไว้เช่นกัน ภาพตรงหน้าเองก็ดึงดูดสายตาของผู้เฝ้ามองไว้


            และคนสุดท้ายที่ทำสำเร็จคือแคทเธอรีน ออร่าสีส้มสว่างสดใสไหลเวียนทั่วร่างของเธอราวกับกำลังเต้นระบำ


            มิคาเอลจ้องมองอย่างตกตะลึงทั้งๆ ที่ใช้เวลาไม่นาน แต่พวกเธอกลับสามารถเรียกพลังธาตุออกมาได้ขนาดนี้ ช่างเป็นเด็กสาวที่น่ากลัวจริงๆ สมแล้วที่ได้รับการคัดเลือก


            เมื่อรู้สึกถึงพลัง ก็ให้ยื่นมือข้างหนึ่งออกมาด้านหน้า จากนั้นก็ใช้คำอัญเชิญที่คิดว่าตรงกับลักษณะของมันมากที่สุด แล้วเรียกขานชื่อของอาวุธ อาวุธทุกชิ้นมีชื่อของมัน มันจะเป็นผู้บอกกับจิตใจของคนครอบครองเอง


            เอลิซาเบธยื่นมือขวาออกไปด้านหน้า เธอพยายามสัมผัสถึงพลังของอาวุธเพื่อเชื่อมต่อถึงกัน แล้วทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงที่ตะโกนขึ้นมาจากจิตใจ


            เสียงเรียกชื่อของอาวุธ!!


            จนปรากฏตัวต่อหน้าข้าแล้วกลืนกินทุกอย่างด้วยความมมืดมิดนิรันดร์ Illusion of Darkness”


            แสงสีดำมืดพวยพุ่งขึ้นมาทันทีหลังจากสิ้นเสียงเรียกของเอลิซาเบธ แต่ในขณะเดียวกันนั้น


            จงปรากฏตัวต่อหน้าข้าแล้วกลายเป็นแสงสว่างนำทางให้โลก Heaven Shining”


            เสียงของอเดเลียที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ดังขึ้นพร้อมกับเธอ


            กลายเป็นว่าศึกนี้คือการปะทะกันของสองธาตุที่แข็งแกร่งและหายากที่สุด


            หนึ่งดำหนึ่งขาวต่างแผ่รัศมีใส่กันอย่างน่าเกรงขาม จนผู้คนถอยออกห่างเพราะกลัวว่าจะโดนลูกหลงจากพลังทั้งสอง


            และหลังจากที่แสงทั้งสองหายไป สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาของพวกเขาคืออาวุธธาตุความมืดและธาตุแสงสว่างหลายชนิดที่กำลังหมุนอยู่รอบตัวผู้เป็นเจ้าของ


            ส่วนแคทเธอรีนนั้นกลับหยุดการเรียกใช้อาวุธ เธอลดมือลงทำให้แสงสีส้มหายไปทันที ดวงตาเรียวสวยหันมามองร่างของเอลิซาเบธที่ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของอาวุธหลากชนิด แล้วเบนสายตาไปมองอเดเลียที่ยืนอยู่ตรงข้าม


            พวกเธอสองคนจ้องตากันนิ่งราวกับเป็นการประกาศสงครามแต่สายตาของเอลิซาเบธกลับฉายชัดถึงความสนุก เพราะฉะนั้นแคทเธอรีนจะไม่เข้าไปยุ่งกับการเล่นสนุกของเพื่อนอย่างแน่นอน


            ร่างของแคทเธอรีนเองก็ถอยห่างออกมารวมกลุ่มอยู่กับคนอื่นๆ ริมฝีปากเรียวยกยิ้มที่มุมปาก


            เธออยากจะรู้นักเชียวว่าอเดเลียคนนั้นจะสามารถทำอะไรเพื่อนเธอได้


            เอลิซาเบธใช้มือเอื้อมไปจับอาวุธ แม้จะมีอาวุธหลากหลายให้เธอเลือก แต่เธอกลับอยากลองใช้อันนี้เป็นแรก


            ปืนคู่


            ปืนคู่สีเงินแวววาวที่ตรงกระบอกมีดอกกุหลาบสีแดงติดไว้อย่างสวยงาม ตรงด้ามปืนห้อยรูปหัวกะโหลกอันเล็กไว้กับโซ่ ตัวไกปืนเป็นสีทองสว่าง


            อาวุธที่เห็นเพียงแค่ครั้งแรกเธอก็อยากจะจับมาลั่นไกใส่สมองโง่ๆ ของใครบางคน


            เธอใช้สองมือจับที่ปืนคู่นั้น ส่วนอาวุธชิ้นอื่นก็เคลื่อนย้ายไปเรียงตัวอยู่ที่ด้านหลัง เมื่อเห็นผู้เป็นนายเลือกอาวุธที่จะใช้แล้ว


            ส่วนอเดเลียก็เลือกอาวุธที่ดูจะเสียเปรียบเธอ คือดาบเล่มบางที่ตัวดาบเป็นสีน้ำเงิน ด้ามดาบเป็นสีน้ำตาลทอง ตรงด้ามดาบมีดอกกุหลาบขาวอยู่ตรงกลาง


            การปะทะกันของปืนและดาบ แค่ดูด้วยตาก็รู้ว่าใครจะชนะ ปืนเป็นอาวุธที่โจมตีระยะไกล ส่วนดาบใช้การโจมตีระใกล้ ต่อให้จะใช้ดาบควบคู่กับพลังแต่การโจมตีก็ยังไม่ได้ไกลไปมากกว่านั้น


            แต่ก่อนที่พวกเธอจะไดใช้มันเข้าต่อสู้นั้น


            เอ๊ะ..เหมือนพวกเธอลืมอะไรบางอย่างนะ


            หันมองอาวุธก็ยังอยู่


            หันมองสนามประลองก็มีให้


            พวกเธอสองคนลืมอะไรไปหรือเปล่าอาจารย์มิคาเอลถามพลางกลั้นขำจนตัวโก่ง


            แล้วเราลืมอะไรไปหว่า


            เวทมนตร์ไงอาจารย์ยังคงพูดต่อแม้จะอยากหัวเราะเสียงดังๆ แค่ไหน


            หือ


            พวกเธอยังใช้เวทมนตร์ไม่ได้เลยนะ ฮ่าๆๆอาจารย์กุมท้องหัวเราะอย่างทนไม่ไหว


            อ๋อลืมไปว่าเรายังใช้เวทมนตร์ไม่เป็นนั่นเอง


            เพล้งง!!


            เสียงหน้าของใครบางคนที่แตกละเอียดจนหมอไม่รับเย็บ



……….



            โอ๊ยยยย โคตรขายหน้าเลย


            ถึงว่าล่ะทำไมอาจารย์ถึงไม่ห้ามสักนิดตอนที่จะสู้กัน


            จำไว้นะคะอาจารย์!


            คาบเรียนจบลงด้วยเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมห้อง ส่วนเอลิซาเบธก็จดหนี้แค้นไว้กับอาจารย์หนุ่มเป็นที่เรียบร้อย


            หมดกัน


            ภาพลักษณ์ของนางร้ายที่เธอพยายามสร้าง



            สลายหายไปในพริบตา


            ฮือท่านพ่อ..ท่านพี่


            ลิซอาย



-------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.259K ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #846 Sakura1806 (@Pitchanant2547) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 03:34
    น้ำตาไหลเลยอ่ะ ไรท์ยรรยายดีมากๆ เลย ตอนที่ลิซระบายความรู้สึกกับเคธี่อ่ะ แบบ...อ่านไปน้ำตาไหลไป แถมยังมีเซอร์ไพร์สให้พี่น้องคู่นั้นมาได้ยินอีก โอยยยย เขื่อนน้ำตาแตกเลยทีเดียว //อินมาก
    #846
    1
  2. #527 Ak31 (@Ak31) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 23:25
    โธ่ หนูลิซ55555
    #527
    0
  3. #522 pkk-kan (@pkk-kan) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 18:25
    ตลกอ่ะ หมั่นไส้อาจารย์แกล้งลิซได้้ไงอ่ะ55
    #522
    0
  4. #437 Spiderseiya (@Spiderseiya) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 16:32
    ตลกก555555555555555
    #437
    0
  5. #311 Praew2147 (@Praew2147) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 23:20
    55555 รอบนี้ทำไม QQ ล่ะเนี่ยยยย
    #311
    0
  6. #244 ku_ro (@ku_ro) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 23:34
    มั่นไส้อเดเลียจริงๆ//นว้องงงลิสน่ารักก
    #244
    0
  7. วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 17:50

    สู้ๆจร้า อาจารย์บ้าเเกล้งลิซได้ไงอะ รออยู่นะคะ

    #240
    0
  8. #239 Skyroom001128 (@Skyroom001128) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 17:42

    เป็นนิยายที่เราทั้งร้องไห้และขำไปในตอนเดียวกัน(?) //สนุกมากเลยยย
    #239
    2
    • #239-1 ritakawaiichan (@ritakawaiichan) (จากตอนที่ 11)
      23 ตุลาคม 2561 / 22:31
      ตอนนี้เราเป็นใบโพล่าเรียบร้อย
      #239-1
    • #239-2 Jeeranuu (@Jeeranuu) (จากตอนที่ 11)
      24 ตุลาคม 2561 / 00:54
      เหมือนกัน555
      #239-2
  9. #238 enthalia (@enthalia) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 16:09
    สู้ๆน้าจ้า
    #238
    0
  10. #237 bat224 (@bat224) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 16:02
    ชอบมากค่ะ สนุกมาก555
    เดียวร้องไห้เดียวหัวเราะเรานี้เปลียนอารมณ์ไม่ทันเลย555สนุกดีค่ะชอบๆ มาต่อเร็วๆน้าาา
    #237
    1
    • #237-1 ritakawaiichan (@ritakawaiichan) (จากตอนที่ 11)
      23 ตุลาคม 2561 / 22:31
      เหมือนเรื่องนี่จะทำให้เราเป็นใบโพล่า พาไปรักษาด่วน 55+
      #237-1
  11. #236 ktlywpt (@ktlywpt) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 11:47
    อยากให้ของเคที่ เป็นอาวุธเคียวจังค่ะไรต์
    #236
    0
  12. #235 saiPhatcharaphon (@saiPhatcharaphon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 11:42

    555น่ารักดีค่ะ ชอบรอตอนต่อไปนะคะ
    #235
    0
  13. #234 Aileen025 (@Aileen025) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 11:15
    เศร้าอ่ะ ความรู้สึกที่เก็บมานาน ร้องไห้สิครับท่าน // หลังๆเอ็ดดูๆ 555 จดบัญชีแค้นเลยลิซ
    #234
    0
  14. #232 Zixga (@A-star) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 07:43
    เศร้าตอนแรก ตอนหลังน่ารักอ่ะ
    #232
    0
  15. #231 MoSasikan_00 (@MoSasikan_00) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 07:16
    โอ้ยยยน่าร้ากกก
    #231
    0
  16. วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 06:17

    มาๆต่ออีกฮามาก
    #230
    0
  17. #228 mieno (@mieno) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:41
    อ่านแล้วนึกถึงฉาก FFXV ที่น็อคเรียกอาวุธราชา
    #228
    0
  18. #226 aum sk (@aum-2009) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:18
    อลิซ จากนางพญา กลายเป็น น้องงงงง 5555
    #226
    0
  19. #225 ท่านวาเรนเซีย (@0899888959) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 01:16

    วงวารรร อาจารย์ท่านถามไม่ไว้หน้าเลย
    #225
    0
  20. #224 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:35
    เปิดฉากมาใหญ่เว่อร์ แต่ดูตอนจบเด่ะ ถ้านี่เป็นลิซจะจกบัญชีแค้นไว้ 55555555555
    #224
    0
  21. #223 satrinamneung (@satrinamneung) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:28
    ลิลลี่บานแล้ว
    จับจิ้นได้ม่ะ555+
    เคที่xน่องลิซ
    #223
    0
  22. #222 Kookie_1997 (@Kookie_1997) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:26
    พีคไปอี๊กกก ≧∇≦
    #222
    0
  23. #221 jjpp5678 (@Pear5678) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:10
    ตื่นเต้นมากกด ตอนที่เรียกอาวุธนี่คือ โครตเท่เลยยยย
    #221
    0
  24. #220 PNYeiei (@PNYeiei) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 23:55
    โอ้ยลั่น
    #220
    1
    • #220-1 ritakawaiichan (@ritakawaiichan) (จากตอนที่ 11)
      23 ตุลาคม 2561 / 00:01
      ลั่นอะไรหรอ ขอไปอ่านแปป
      #220-1