Villain Queen บัลลังก์นางพญา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 140,615 Views

  • 976 Comments

  • 5,851 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,069

    Overall
    140,615

ตอนที่ 9 : บทที่ 7 :: อาวุธศักดิ์สิทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1556 ครั้ง
    18 ต.ค. 61



บทที่ 7 :: อาวุธศักดิ์สิทธิ์


------------------------------


            วันนี้คือวันแรกของการเดินทางไปที่สถาบันในฐานะนักเรียนใหม่ ซึ่งการเรียนของนักเรียนใหม่อย่างพวกเธอจะเริ่มก่อนนักเรียนในชั้นปีอื่นๆ หนึ่งก็เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเริ่มต้นใหม่ในรั้วโรงเรียน และอีกหนึ่ง


            ก็เพื่อการแปรสภาพพลังของตัวเองให้กลายเป็นอาวุธแสนอันตราย ซึ่งใช้ในการต่อสู้และการประลองเวทมนตร์ภายในโรงเรียนที่จะจัดขึ้นทุกๆ หนึ่งเดือน เรียกว่า เทศกาลประลองเวท


            เทศกาลนี้จะคัดเลือกนักเรียนจากชั้นปีต่างๆ ให้เข้าร่วมเพื่อเป็นตัวแทนของระดับชั้น ชั้นปีละ 5 คน และหากชั้นปีไหนชนะก็จะได้รับรางวัลเป็นเหรียญเกียรติยศและถูกจารึกชื่อในประวัติของโรงเรียน เพื่อเป็นเกียรติและชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูลของตนเอง


            ร่างบางของเอลิซาเบธก้าวเดินไปตามทางระเบียงที่ทอดยาว ใบหน้างามมองตรงไปข้างหน้าอย่างมั่นคง จุดหมายปลายทางคือห้องทำงานของท่านพ่อ เสียงพูดคุยกันภายในห้องเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน เสียงนั้นเป็นเสียงของท่านพ่อและท่านพี่ที่กำลังปรึกษาอะไรบางอย่างที่เธอเองก็ไม่รู้


            ก๊อกๆ


            “ขออนุญาตค่ะท่านพ่อ


            เธอเคาะประตูเบาๆ พลางส่งเสียงขออนุญาตแล้วเปิดเข้าไป เธอเห็นท่านพ่อกับท่านพี่กำลังทำหน้าเครียดกันอยู่จึงนึกสงสัยว่าทั้งสองคนกังวลเรื่องอะไร


            “มีเรื่องให้คิดมากงั้นเหรอคะเธอถามอย่างเป็นห่วง แต่ทั้งสองคนกลับส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ


            “พ่อกำลังคิดเรื่องงานอยู่น่ะเด็กดีจะให้พ่อบอกได้ยังไงว่าพ่อกำลังวางแผนฆาตกรรมเจ้าเด็กสามคนนั้นอยู่


            “พี่แค่กังวลเรื่องน้องเพราะวันนี้พี่ไปโรงเรียนเป็นเพื่อนเราไม่ได้น่ะครับจะหาทางยังไงให้เจ้าสามคนนั้นไปให้พ้นหน้าน้องสาวคนงามดีล่ะเนี่ย


            “อย่าห่วงไปเลยนะคะทั้งสองคน ลิซไปคนเดียวได้ค่ะ ดีแลนก็อยู่ด้วยเอลิซาเบธบอกด้วยน้ำเสียงร่าเริงเพื่อไม่ให้ทั้งสองกังวล


            ‘นั่นแหละที่น่าเป็นห่วงสองพ่อลูกคิดอย่างพร้อมเพรียง


            จะให้พวกเขาไว้ใจเจ้าหมอนั่นได้ยังไง ถึงแม้จะเป็นญาติกันก็เถอะ แต่พวกเขาก็แทบไม่เคยทำความรู้จักกันอย่างจริงจังเลยสักครั้งแล้วจะให้ไว้ใจได้ยังไงวะครับ!


            ทำไมต้องมาคุยงานกันตอนนี้ด้วย เวลาอื่นมีเยอะแยะทำไมไม่มาคุยดยุกโดโนแวนคิดอย่างไม่ค่อยชอบใจ


            จะมามีประชุมสภานักเรียนอะไรตอนนี้ เข้าใจไหมว่าจะไปเฝ้าน้อง! เซลดริสผู้เป็นพี่ชายก็คิดอย่างหงุดหงิดใจเช่นกัน


            เอลิซาเบธที่เห็นท่าทางเหมือนหงุดหงิดอะไรบางอย่างของท่านพ่อกับท่านพี่ก็ได้แต่เอียวคอมองอย่างงุนงง


            ไม่พอใจอะไรกันนะทั้งสองคน


             หลังจากพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว เอลิซาเบธจึงขอตัวไปที่รถเพื่อเดินทางไปที่โรงเรียนโดยมีท่านพ่อและท่านพี่ที่เดินตามติดราวกับเป็นเงาตามตัว ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากจะห่างจากเธอไปไกล


            เอ่อท่านพ่อท่านพี่คะ หนูแค่ไปโรงเรียนค่ะ ไม่ได้ไปออกรบ=_=


            แล้วถ้าจะเดินติดขนาดนี้สิงหนูเลยก็ได้


            เมื่อมาถึงรถเธอก็บอกลาทั้งสองคนแล้วก้าวขึ้นรถไปโดยมีสายตาเป็นห่วงเป็นใยของทั้งสองคนมองตามจนลับสายตา ระหว่างที่เธอนั่งอยู่บนรถและมองทิวทัศน์รอบกาย เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกแล้วจมลงสู่ห้วงความคิดของตัวเอง นึกถึงเรื่องราวมากมายที่ผ่านมาตั้งแต่เธอฟื้น


            แล้วสักพักรถก็เคลื่อนที่เข้าสู่รั้วโรงเรียน ตามทางเดินมีเหล่านักเรียนกำลังเดินเข้าสู่ตัวอาคารขนาดใหญ่ รถของเธอมาจอดที่หน้าอาคารพอดี เธอกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจและก้าวลงมาจากรถ


            และในวินาทีนั้นเธอก็ตกเป็นเป้าสายตาของบรรดานักเรียนที่เดินผ่านไปมา คงเพราะเรื่องที่เธอเป็นนักเรียนที่สอบเข้าได้เป็นอันดับที่หนึ่งและยังเป็นผู้ครอบครองสัตว์วิเศษระดับราชันย์ด้วยล่ะมั้ง คนถึงได้ให้ความสนใจกันขนาดนี้ บางคนก็ชื่นชม บางคนก็อิจฉา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นข้อหลังมากกว่าล่ะนะ


            เธอทำเป็นไม่สนใจสายตาเหล่านั้นแล้วเดินเข้าสู่ตัวอาคารทันที แต่ก็ต้องหยุดชะงักไปเพราะมีร่างอันคุ้นเคยของคนสามคนยืนรออยู่ที่หน้าประตูสามคนนั้นกำลังยืนมองหน้าเธอแล้วยิ้มให้จากนั้นก็เดินเข้ามาหา สามคนที่เดินเข้ามานั้นคือพี่น้องเทรเวอร์และดีแลนผู้เป็นญาติของเธอ


            ตายยากกันจริงๆจะมายืนรอกันอีกทำไมเนี่ย โดยเฉพาะพี่น้องเทรเวอร์


            “อรุณสวัสดิ์ครับเอลิซาเบธอัลเบิร์ตเป็นฝ่ายทักเธอก่อน


            “อรุณสวัสดิ์ตามด้วยเรนเดล


            “อรุณสวัสดิ์ครับและดีแลนเป็นคนสุดท้ายที่เอ่ยทักทายเธอ


            “อรุณสวัสดิ์ค่ะทั้งสามคนเอลิซาเบธตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา


            เธอเดินหนีทั้งสามคนเข้ามาภายในแล้วไม่หันกลับไปมองสักนิด แต่พอเห็นสีหน้าหงอยของดีแลนเธอก็แทบจะใจอ่อน ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากคุยกับดีแลนนะ แต่เธอแค่อยากจะไปให้พ้นๆ จากสองพี่น้องที่ทำตัวแปลกไปกับเธอตั้งแต่การประกาศผลรอบแรกต่างหาก ทำไมสองคนนั้นถึงเข้ามาคุยกับเธอโดยไม่มีท่าทีโกรธเคืองเหมือนเมื่อก่อน ถ้าหากอยากจะหลอกให้เธอตายใจ แล้วทำไมถึงไม่มีร่องรอยของการเสแสร้งอยู่เลย มันเหมือนกับพวกเขารู้อะไรบางอย่างมาทำให้เปลี่ยนไปทำให้พวกเขากลับไปเป็นเพื่อนแสนดีคนเดิมของเธอ


             พวกนายไปเจออะไรมากันแน่นะ


             ระหว่างที่เธอเดินอยู่นั้น ชายหนุ่มทั้งสามคนก็กำลังสู้รบและข่มขู่กันทางสายตาราวกับส่งกระแสจิตคุยกัน โดยเนื้อหามันก็ประมาณว่า


            ‘ทำไมนายสองคนต้องมายุ่งวุ่นวายกับเอลิซาเบธอีก


            ‘ฉันกับอัลเบิร์ตแค่อยากคุยกับเธอ มันเกี่ยวอะไรกับนาย


            ‘แต่เธอไม่อยากจะคุยกับพวกนายไง


            ‘เธอก็ไม่อยากคุยกับนายเหมือนกันนั่นแหละ


            แล้วก็เกิดการฟาดฟันกันทางสายตาต่อไป โดยที่ตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนั้นเดินอย่างสบายใจและไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรทั้งสิ้น ว่ามีคนจะฆ่ากันตายลับหลังเธอ


            ร่างของเอลิซาเบธก้าวเดินจนมาถึงที่ห้องเรียนของเหล่านักเรียนใหม่ ภายในห้องนั้นเรียกได้ว่ากว้างขวางมาก แถมยังแบ่งแยกที่นั่งของชายหญิงอย่างชัดเจน เมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็ค่อยโล่งใจหน่อย อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องนั่งกับสามคนนี้ให้ปวดหัวล่ะนะ เธอรีบเดินหนีออกมาจากสามคนนั้นแล้วหาที่นั่ง ทิ้งให้พวกเขายืนมองอย่างตกตะลึงอ้าปากค้าง


            ทำไมมันต้องแยกฝั่งชายหญิงด้วยวะครับ!


            พวกเขาคิดอย่างไม่พอใจก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินไปกันคนละทาง แต่ก็ยังเลือกที่นั่งที่ใกล้กับเอลิซาเบธที่สุดอยู่ดี ซึ่งพวกเขาก็ตกลงกันว่าจะนั่งด้วยกันสามคน


            เอลิซาเบธเดินไปหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอเคยพบและรู้สึกถูกชะตาด้วย


            แคทเธอรีน แอกเนส


            ผู้ที่สอบได้ลำดับที่ 4 ของการทดสอบแรก


            “ขอนั่งด้วยได้หรือเปล่าคะเอลิซาเบธส่งเสียงถาม


            แคทเธอรีนผินดวงหน้างามกลับมามองตามเสียงหวานที่ดูเยือกเย็นนั้น แล้วเธอก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอจำได้ดี


            เอลิซาเบธ แอล. ฟรานซิส


            บุตรสาวของดยุกโดโนแวนผู้น่าทึ่งคนนั้น


            “เชิญเลยแคทเธอรีนตอบอย่างรักษามารยาท


            เอลิซาเบธที่ได้ยินดังนั้นก็นั่งลงทันทีและยังคงรักษากิริยามารยาทของชนชั้นสูงไว้ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้แคทเธอรีนลอบชื่นชมอยู่ในใจ


            จากนั้นทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก แคทเธอรีนมองไปที่เอลิซาเบธเล็กน้อยอย่างไม่ให้เสียมารยาทแล้วลอบสำรวจทั้งกิริยาท่าทางและการกระทำของเอลิซาเบธ มันไม่เหมือนกับที่แคทเธอรีนเคยได้ยินมาเลยแม้แต่นิด


            ข่าวลือเสียหายมากมายของเอลิซาเบธที่แคทเธอรีนได้ยินมานั้น มักจะเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ทั้งการกระทำที่ไม่เหมาะสมโดยการไล่ตามตบตีหญิงสาวคนอื่น ทั้งการลักลอบสานสัมพันธ์กับชายอื่นจนโดนถอนหมั้น และยังมีมารยาทที่ต่ำราวกับไม่ได้รับการสั่งสอน ข่าวลือเหล่านี้ล้วนสร้างความเสียหายให้กับเอลิซาเบธโดยตรง แต่เจ้าตัวดูจะไม่มีรู้สึกอะไรกับข่าวฉาวพวกนั้นเลยนะ


            น่าสนใจ :)


            เวลาผ่านไปไม่นานเอลิซาเบธก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่หน้าประตู ท่าทางรักใคร่กันปานจะกลืนกินแบบนั้นมีอยู่คู่เดียวนั่นแหละ


            เจ้าชายลูเซียโน่กับอเดเลีย


            อดีตคู่หมั้นกับหญิงสาวแสนดี


            ให้ตายสิเรียกผู้หญิงตอแหลคนนั้นว่าหญิงสาวแสนดีแล้วกระดากปากชะมัด


            ยืนพลอดรักกันหน้าห้องขนาดนี้จะให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ หน้าด้านดีไหมนะ หรือว่าหน้าไม่อายดี แต่จะแบบไหนก็ช่างเถอะ


            แล้วสักพักอเดเลียก็เดินเข้ามาหาที่นั่งภายในห้อง แต่ก็ยังไม่วายส่งสายตาน่าสงสารให้กับบรรดาผู้ชายที่อยากจะสละที่นั่งของตัวเองให้อเดเลียเต็มแก่


            ใช้มารยาล่อลวงตัวผู้หลังจากที่เจ้าของเพิ่งเดินจากไปแบบนี้ไม่ดีเลยนะอเดเลีย:)


            และเมื่ออเดเลียหันมาเห็นร่างของเอลิซาเบธก็เดินเข้ามาหาทันทีด้วยใบหน้ายิ้มแย้มใสซื่อจนผู้ชายหลงรัก ร่างนั้นเคลื่อนกายเข้ามาใกล้โต๊ะที่เอลิซาเบธนั่งอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ พอมาถึงก็ส่งยิ้มหวาน แต่คำพูดกลับฟังไม่เข้าหูเอลิซาเบธและแคทเธอรีนที่นั่งอยู่ด้วยเลยสักนิด


            “ฉันขอนั่งตรงนี้แทนได้ไหมคะคุณเอลิซาเบธ คือว่าฉันมองไม่ค่อยเห็นกระดานน่ะค่ะถ้าจะไปนั่งข้างหลัง


            ขอกันหน้าด้านๆ แบบนี้เลยงั้นเหรอ


            แล้วไอ้ท่าทางตัวสั่นเป็นลูกหมาตกน้ำนั่นมันอะไร เธอไม่ได้ไปรังแกหรือหาเรื่องหล่อนเลยนะ แล้วหล่อนจะเดินเอาเรื่องโง่ๆ มาโยนให้เธอทำซากอะไร!


            แคทเธอรีนก็รู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของผู้หญิงตรงหน้าเหมือนกัน เธอจ้องมองใบหน้าหวาดกลัวนั้นอยู่สักพักก่อนจะนึกออกว่าเป็นใคร


            ที่แท้ก็อเดเลีย เรน. ฟานารอส คนรักของเจ้าชายลูเซียโน่ที่เอลิซาเบธเคยตามทำร้ายนั่นเอง


            ดูเหมือนว่าที่มาของข่าวฉาวต่างๆ นานาจะมาจากอเดเลียคนนี้เองสินะ ถ้าเธอไม่ได้เห็นเองกับตาคงไม่รู้ว่าหญิงสาวที่ภายนอกดูใสซื่อคนนี้ แท้จริงแล้วจะเป็นพวกเสแสร้งตาใสได้น่าตบขนาดนี้


            คงได้เวลาที่เธอต้องช่วยซะหน่อยแล้วมั้ง


            ไหนๆเธอก็รู้สึกถูกชะตากับเอลิซาเบธอยู่แล้ว


            เธอจะช่วยตอกหน้าคนตอแหลหน่อยก็คงไม่เป็นไร:)


            “ที่นั่งอื่นมีตั้งเยอะแยะ ไม่คิดเหรอว่ามาขอที่นั่งคนอื่นแบบนี้มันจะดูหน้าด้านไปหน่อยน่ะ


            หือ


            เอลิซาเบธหันไปมองหน้าสวยของเพื่อนใหม่ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธออย่างงุนงง


            ส่วนอเดเลียนั้นก็หน้าชาไปตามระเบียบ


            “แต่ว่าที่นั่งอื่นมันมองไม่ค่อยเห็น


            “เธอก็เลยทำหน้าด้านเข้ามาขอที่นั่งคนอื่นเขาน่ะเหรอ


            “……..”


            “ไม่คิดเลยนะว่าคุณหนูอเดเลียที่แสนอ่อนโยนจะมีนิสัยชอบแย่งของคนอื่นตบท้ายด้วยรอยยิ้มดูถูก


            “……..”


            อเดเลียเม้มปากและกำมือแน่น ดวงตาเริ่มมีน้ำสีใสคลอหน่วง


            “เอหรือว่าสิ่งที่เธอชอบแย่งไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็น ผู้ชาย ทั้งนัยน์ตาและน้ำเสียงดูถูกเต็มที่มาก


            อื้อหือ


            เพื่อนใหม่เธอแซ่บขนาดนี้เลย


            เก๋กู้ดมากค่ะเพื่อน!!


            อยากจะลุกขึ้นตบมือดังๆก็คราวนี้


            อเดเลียเบิกตาอ้าปากกว้างกับสิ่งที่ได้ยิน ถ้อยคำดูถูกเหล่านั้นทำให้เธอนึกอยากจะกระชากผู้หญิงตรงหน้าขึ้นมาตบสักที แต่ถ้าทำแบบนั้นคงทำให้เธอกลายเป็นนางมารร้ายในสายตาคนอื่นๆ


            สิ่งที่เธอต้องทำคือ


            แกล้งบีบน้ำตา!


            “ฮึกทำไมต้องพูดจาดูถูกฉันด้วยล่ะคะ ฉันแค่อยากจะขอนั่งตรงนี้เท่านั้นเองฮือว่าตบก็สะอึกสะอื้นร้องไห้อย่างน่าสงสาร


            แคทเธอรีนหรี่ตามองอย่างจับผิด ดูท่าว่ายายนี่คงจะเป็นคนสตรอเบอร์รี่ตีสองหน้าได้เก่งกว่าที่เธอคิดเสียอีก


            น่าสนุกนี่นา


            ขอลองฉีกกระชากหน้ากากเจ้าน้ำตานั่นดูหน่อยก็แล้วกัน


            “ฉันไม่ได้พูดจาดูถูกเธอเลยนะ ฉันแค่ลองพูดหยอกเล่นก็เท่านั้นเองตอบกลับด้วยความใสซื่อจนอเดเลียได้แต่อ้าปากค้างกับการปฏิเสธหน้าด้านๆ ของแคทเธอรีน


            กลายเป็นว่าศึกในครั้งนี้ดันตกเป็นของอเดเลียกับแคทเธอรีนโดยมีเอลิซาเบธนั่งเหวออยู่ท่ามกลางสายตาเชือดเฉือนของหญิงสาวทั้งสองคนซะงั้น


            คือคนที่ต้องปะทะด้วยคือเธอไม่ใช่เหรอ


            แล้วทำไมเพื่อนใหม่ป้ายแดงของเธอถึงได้มาแย่งซีนแบบนี้เล่า


            ส่วนเพื่อนร่วมห้องนั้นได้แต่นั่งมองการถกเถียงด้วยความเสือก แค่กๆ ความอยากรู้เต็มที่


            “ฉันพูดอยู่กับคุณเอลิซาเบธนะคะ ไม่ได้พูดกับคุณ ทำไมคุณต้องมาต่อว่าฉันด้วยทั้งๆที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลย


            อุ๊ยหน้ากากนางฟ้าจะหลุดแล้วนะ สวมไว้ให้แน่นๆหน่อยสิจ๊ะ


            “ถึงฉันไม่ด่าเธอ เอลิซาเบธก็ด่าเธออยู่ดีนั่นแหละ มีใครที่ไหนเขาจะมาขอคนอื่นหน้าด้านๆ แบบเธอบ้าง


            “นี่คุณ!...”


            “พอได้แล้ว!!”


            เอลิซาเบธพูดตะคอกเสียงดัง เธอหันไปมองหน้าอเดเลียอีกรอบก่อนจะเอ่ยปากไล่


            “เธอไปหาที่นั่งใหม่ซะ เพราะที่นั่งนี่เป็นของฉัน แล้วถ้าหากไม่พอใจก็เชิญร้องห่มร้องไห้ได้ตามสบาย แต่ต้องไปให้ไกลๆจากตรงนี้ มันน่ารำคาญ!”


            ประโยคเดียวก็ทำให้อเดเลียเดินออกไปทันที แต่ก็ยังคงความน่าสงสารไว้ ผู้คนในห้องจึงได้แต่มองข้ามการกระทำของเธอแล้วมาโทษว่าเป็นความผิดของเอลิซาเบธที่ไม่ยอมลุกให้


            น่ารำคาญซะจริง!


            หลังจากการถกเถียงจบลงห้องก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ถึงแม้จะมีสายตาจากเหล่าคนสอดรู้สอดเห็นที่มองมาที่เธอและเพื่อนใหม่ด้วยความไม่พอใจก็ตาม แต่ถ้านิ่งเฉยกับมันซะใครจะทำอะไรได้ พวกมันก็คงทำได้แค่มองเท่านั้นแหละ ไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องตระกูลแอล. ฟรานซิสหรอก


            เสียงพูดคุยยังคงถูกเอื้อนเอ่ยต่อไปเพื่อรอเวลาของอาจารย์ที่จะเข้ามาสอน เอลิซาเบธจึงใช้โอกาสนี้สำรวจเพื่อนใหม่ของเธออีกครั้งอย่างตั้งใจ


            แคทเธอรีน แอกเนสคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านเอิร์ลราวิส แอกเนส ท่านเอิร์ลอีกคนของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ตระกูลแอกเนสไม่ค่อยมีบทบาทสำคัญของทางด้านการเมืองนัก แต่ในเรื่องอำนาจของการค้าขายหรือการติดต่อกับอาณาจักรอื่นดูถูกไม่ได้เลย แม้จะเป็นเพียงขุนนางชั้นสาม แต่ขุนนางคนอื่นๆ ที่ยศสูงกว่ากลับต้องไว้หน้าและเกรงใจตระกูลแอกเนสอยู่หลายส่วน


            และในวันนี้แคทเธอรีนแสดงให้เห็นแล้วว่าเธอไม่ได้เกรงกลัวอำนาจของผู้มีอิทธิพลเลย เพราะเธอกล้าที่จะเปิดศึกกับอเดเลียที่เป็นบุตรสาวของตระกูลเรน. ฟานารอส ตระกูลขุนนางชั้นหนึ่ง


            “มีอะไรจะพูดกับฉันหรือเปล่า


            คงเพราะเห็นว่าเอลิซาเบธจ้องเธออยู่นานแล้วจึงเอ่ยถามขึ้น


            “ทำไมคุณต้องยื่นมือเข้ามาช่วยฉันด้วยล่ะคะ คุณไม่เกรงกลัวอำนาจของตระกูลเรน. ฟานารอสเลยเหรอเอลิซาเบธถาม


            “ทำไมฉันต้องกลัวด้วยล่ะแคทเธอรีนถากลับพร้อมรอยยิ้ม


            “คุณอาจจะเดือดร้อนได้นะคะ ดยุกเอสทารัสไม่ยอมอยู่เฉยแน่เอลิซาเบธเอ่ยเตือนเสียงเครียด


            แคทเธอรีนเงียบไปเมื่อได้ยินแบบนั้น เธอจ้องตากับเอลิซาเบธอยู่สักพักแล้วค้นพบเพียงความเป็นห่วงและกังวล แคทเธอรีนจึงยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู


            ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายถูกหาเรื่องแท้ๆ ยังจะมีกะจิตกะใจไปห่วงคนอื่นเขาอีก


            “ที่ฉันช่วยเธอเพราะว่าฉันแค่ไม่ชอบที่อเดเลียอะไรนั่นมาหาเรื่องเธอด้วยใบหน้าเสแสร้งแบบนั้น การกระทำที่ยัดเยียดให้คนอื่นดูเลวร้ายน่ะมันน่ารังเกียจ


            คำตอบที่แฝงมาด้วยความรังเกียจเสียเต็มประดานั่นทำให้เอลิซาเบธนิ่งไปทันที


            นอกจากเพื่อนเธอจะปากร้ายแล้วยังเป็นคนที่มองคนอื่นได้อย่างฉลาดหลักแหลม มองออกถึงความเสแสร้งแกล้งทำของอเดเลียและยังช่วยเธอให้พ้นจากบทบาทของนางร้ายในครั้งนี้ด้วย คิดไม่ผิดจริงๆ ที่เธอรู้สึกถูกชะตาจนอยากเป็นเพื่อน


            “ขอบคุณที่ช่วยฉันนะคะเสียงเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ


            ภาพของรอยยิ้มอันงดงามและนัยน์ตาที่ดูอ่อนโยนทำให้ผู้คนที่แอบจ้องมองถึงกับใจกระตุกสั่นไหวไปกับมัน นัยน์ตาสีม่วงดูลึกลับน่าค้นหาแต่ก็อ่อนหวานในเวลาเดียว ซ้ำยังมีรอยยิ้มที่สวยงามจนสามารถสลักลงกลางใจพวกเขา


            ทำไมถึงยิ้มได้อย่างงดงามขนาดนี้กัน


            และเมื่อการสนทนาของแคทเธอรีนกับเอลิซาเบธสิ้นสุดลงทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก ผู้คนจึงหันไปคุยหยอกล้อเล่นกันจวบจนอาจารย์ที่พวกเขาเฝ้ารอเดินเข้ามาภายในห้อง ทุกคนจึงเงียบลงและนั่งที่ให้เรียบร้อย


            อาจารย์ที่เดินเข้ามาเป็นอาจารย์ผู้ชายที่หล่อเหลามากจนนักเรียนหญิงในห้องต่างก็พากันหน้าแดงด้วยความเขินอาย บางคนถึงกับกรี๊ดกร๊าดอย่างน่าแสบแก้วหู จนเอลิซาเบธกรอกตามองบนอย่างเอือมระปนรำคาญ ก่อนจะเบนสายตากลับไปมองใบหน้าของอาจารย์


            รูปร่างสูงหนาดูแข็งแกร่ง รอยยิ้มอ่อนโยนกระชากใจหญิงสาว เส้นผมสีเงินเทา ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล


            “สวัสดีครับทุกคน


            และเสียงนุ่มทุ้มที่ดีต่อใจคนฟัง


            คือว่าเป็นอาจารย์จำเป็นไหมคะที่ต้องหล่อขนาดนี้=_=


            แค่ประโยคเดียวก็เล่นเอาผู้หญิงเกือบทั้งห้องใจละลายขนาดนี้ พลังในการทำลายล้างสูงไปไหมคะ


            “ผมชื่ออเล็กซ์ คอร์เนลล์ จะเป็นผู้นำทางพวกคุณไปสู่ห้องแห่งการรังสรรค์อาวุธครับ


            เมื่อได้ยินแบบนั้นเอลิซาเบธก็หันมาฟังอย่างตั้งใจแทบจะทันที ส่วนคนอื่นๆ ก็เอาแต่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของอาจารย์ด้วยความเคลิ้มและเพลิดเพลินใจ


            “ผมจะอธิบายถึงขั้นตอนการดำเนินการนะครับ โดยขั้นแรกผมจะเป็นผู้ที่นำพวกคุณทีละคนไปที่ห้องแห่งนั้น ขั้นตอนที่สองจะเป็นขั้นตอนการสร้างอาวุธจากพลังของพวกคุณเองโดยที่เมื่อไปถึงจะให้พวกคุณยืนอยู่ท่ามกลางลูกแก้วพลัง แล้วยืนนิ่งเพื่อรับรู้ถึงอาวุธจากภายใน แต่ขั้นตอนนี้อันตรายมากผมและผู้คุมอีกสองท่านจะเป็นคนคอยช่วยเหลือยามที่เกิดวิกฤต เพราะฉะนั้นขอให้ทุกท่านช่วยปฏิบัติตามทำสั่งของผมด้วยนะครับ


            ทุกคนที่ได้ฟังก็ตอบรับคำพูดนั้นอย่างแข็งขัน อาจารย์หนุ่มจึงยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเริ่มพูดต่อ


            “มีอีกเรื่องที่ผมต้องแจ้งให้คุณทราบไว้ คือเรื่องจำนวนและระดับพลังของอาวุธ อาวุธนั้นจะถูกสร้างขึ้นจากพลังของพวกคุณเอง มันจะสร้างขึ้นมาตามระดับพลังและจะได้จำนวนอาวุธตามระดับนั้น ซึ่งอาวุธที่ถูกสร้างขึ้นจะมีชื่อเรียกภายในตัวของมันเอง และที่สำคัญ อาวุธจะสร้างจากพลังธาตุนั้นๆ ไม่สามารถใช้ร่วมกับธาตุอื่นได้


            เขาเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะเริ่มพูดต่อ


            “และเรื่องสุดท้ายที่ผมจะพูดคือเรื่องอาวุธศักดิ์สิทธิ์


            ฉับพลันนั้นเสียงแห่งความตื่นตระหนกจากผู้คนภายในห้องก็ดังขึ้น พวกเขาเริ่มหันไปพูดคุยซุบซิบกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจารย์หนุ่มจึงสั่งให้ทุกคนเงียบแล้วพูดต่ออีกครั้ง


            “อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ผมจะพูดนั้น เป็นอาวุธที่ถูกสร้างจากพลังธาตุสิบอย่างคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ สายฟ้า ไม้ น้ำแข็ง แสงสว่าง ความมืด โลหะ ซึ่งอาวุธจากธาตุสิบอย่างนี้จะถูกสร้างจากพลังที่แข็งแกร่งและมหาศาลเท่านั้น โดยแต่ละยุคสมัยจะมีผู้ครอบครองแตกต่างกันไป ซึ่งคนเหล่านั้นจะมีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ในครอบครองกี่ชิ้นก็ได้ เพราะมันสร้างจากพลังของพวกเขาเอง แต่อาวุธเหล่านั้นจะถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิไบแซนไทน์ และในยุคนี้คือยุคสมัยของพวกคุณที่จะสร้างพวกมันขึ้นมา


            ทุกคนเงียบสนิทไม่มีใครปริปากพูดอะไรเพราะยังคงตะลึงไม่หาย อาจารย์หนุ่มสุดหล่อจึงทำการเรียกชื่อนักเรียนรายแรกให้เดินตามไปที่ห้องแห่งการรังสรรค์อาวุธ โดยนักเรียนคนแรกนั้นคือรายชื่อของคนที่สอบเข้าได้เป็นอันดับสุดท้าย แสดงว่าเขาเริ่มเรียกจากล่างสุดขึ้นมาบนสุด ซึ่งก็คือเอลิซาเบธจะเป็นคนสุดท้ายอีกแล้วที่ได้รับการทดสอบนั้น


            เอลิซาเบธมองคนที่ได้อันดับสุดท้ายเดินออกจากห้องไปด้วยความเหม่อลอย เธอนึกถึงเรื่องที่อาจารย์พูดก่อนหน้าอีกครั้ง อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ทั้งน่ากลัวแต่ก็แข็งแกร่ง มักจะถูกสร้างจากผู้คนที่มีพลังมากมายมหาศาลแต่กำเนิด โดยจะสร้างจากพลังธาตุสิบอย่าง และเมื่อได้อาวุธศักดิ์สิทธิ์ครบแล้ว ผู้คนที่ถูกครอบครองจะได้รับการบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็นบุคคลที่แข็งแกร่ง


            เอลิซาเบธรู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะมีเรื่องอะไรตามมาอีกหากเธอเข้ารับการทดสอบนี้


            หวังว่าจะไม่มีเรื่องอะไรหรอกนะ


            การทดสอบดำเนินไปอย่างยาวนานจนล่วงเวลามาถึงช่วงบ่าย เอลิซาเบธเฝ้ามองผู้คนที่เดินออกไปคนแล้วคนเล่าด้วยสายตาเรียบเฉย ส่วนคนอื่นๆ ที่ได้รับการทดสอบแล้วก็กลับมานั่งที่ห้องด้วยใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าอย่างที่สุด จนมาถึงรายชื่อของแคทเธอรีนเธอจึงหันไปส่งยิ้มให้อย่างให้กำลังใจแล้วมองร่างนั้นจนลับตาไป โดยไม่สนใจสายตาของญาติผู้พี่และอดีตเพื่อนสนิทที่มองเธอด้วยสายตาละห้อยเลยแม้แต่น้อย


            ใช้เวลาสักพักแคทเธอรีนก็กลับมาด้วยสภาพที่เรียกได้ว่าโทรมยิ่งกว่าคนอื่นๆ จนน่าใจหาย เธอเดินกลับมานั่งอย่างยากลำบากคล้ายคนที่จะล้มไปได้ทุกเมื่อ เอลิซาเบธเห็นแบบนั้นก็เข้าไปพยุงร่างของเพื่อนใหม่ให้นั่งลงอย่างแผ่วเบา


            และเมื่อกลับมานั่งได้แล้วแคทเธอรีนจึงเอ่ยเสียงแผ่วว่าต้องการพักจากนั้นจึงฟุบหน้าลงกับโต๊ะไปเลย เอลิซาเบธจึงไม่ได้กวนอะไรต่อ เธอแค่นั่งอยู่เงียบๆ ต่อไปก็เท่านั้น


            เธอนั่งมองอัลเบิร์ตถูกพาตัวออกไปด้วยสายตาว่างเปล่า จากนั้นเขาก็กลับมาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าไม่ต่างจากคนอื่น ดีแลนจึงลุกขึ้นเป็นคนถัดมาแล้วตามอาจารย์หนุ่มไปที่ห้องแห่งนั้น ใช้เวลาสักพักเขาก็กลับมา และสภาพเขานั้นก็ไม่ได้ต่างจากอัลเบิร์ตหรือแคทเธอรีนเลย เรียกได้ว่าหนักกว่าเสียด้วยซ้ำ


            “เอลิซาเบธ แอล. ฟรานซิสครับ


            เอลิซาเบธลุกขึ้นยืนด้วยความนิ่งที่สุดเพราะไม่ต้องการรบกวนเพื่อนใหม่ที่นั่งฟุบโต๊ะอยู่ข้างๆ เธอก้าวเดินไปหาอาจารย์หนุ่มที่ยืนยิ้มให้ จากนั้นทั้งเธอและเขาก็ก้าวเดินออกไปทันที ระหว่างทางเดินพวกเขาไม่ได้พูดอะไรกันเลยมีเพียงความเงียบเท่านั้นที่อยู่ท่ามกลางพวกเขา


            แล้วฉับพลันนั้นเอลิซาเบธก็มองเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับสายลมอบอุ่นที่พัดผ่านร่างของเธอ เอลิซาเบธเงยหน้าสบตากับพวกเขาก่อนจะนิ่งไปอีกครั้ง


            ราวกับตกอยู่ในห้วงฝัน เอลิซาเบธสบเขากับนัยน์ตาคู่สวยที่ทรงพลังและอำนาจจนไม่อาจละสายตาไปได้ ดวงตาของพวกเขาที่จ้องมองมาราวกับสัตว์ร้ายที่กักขังเธอไว้ไม่ให้ไปไหน มันทั้งดูน่ากลัวแต่ก็อบอุ่นและลึกซึ้งในเวลาเดียวกัน


            เธอหยุดนิ่งจ้องมองพวกเขา พวกเขาก็หยุดนิ่งจ้องมองเธอ เวลาที่ผ่านไปช่างดูเนิ่นนานแต่พวกเขาก็ไม่สามารถหยุดมองกันและกันได้ จนอาจารย์หนุ่มที่เห็นแบบนั้นต้องเป็นฝ่ายเอ่ยเรียกหญิงสาว


            “คุณเอลิซาเบธครับ ไปกันได้แล้วครับ


            เอลิซาเบธรู้สึกตัวทันที เธอหลบออกจากสายตาเหล่านั้นแล้วก้าวเดินตามอาจารย์หนุ่มไปด้วยความรู้สึกสับสนและวุ่นวายในหัวใจ

.

.

.

.

.

            ร่างสูงระหงของหญิงสาวแปลกหน้าเดินผ่านไป พวกเขาหันมองแผ่นหลังบางนั่นจนเธอหายไปจากสายตา แต่ก็ยังคงทิ้งความว้าวุ่นไว้ในใจของพวกเขา จนชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้น


            “ไปกันเถอะ


            พวกเขาทั้งหมดจึงเดินต่อไป แม้ในใจจะยังคิดถึงเรื่องของหญิงสาวคนนั้นก็ตามที


            หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ สาวน้อย:)






            เอลิซาเบธเดินมาถึงที่ห้องแห่งการรังสรรค์อาวุธแล้ว อาจารย์หนุ่มจึงพาเธอไปยืนยังบริเวณกลางห้องที่มีวงแหวนเวทขนาดใหญ่ถูกขีดขียนไว้ เธอยืนอย่างนิ่งสงบเพื่อทำจิตใจให้ว่างแล้วหลับตาลง


            “เอาล่ะคุณเอลิซาเบธ จากนี้คุณต้องปล่อยจิตใจให้ว่างแล้วนึกถึงรูปร่างของอาวุธที่ต้องการรังสรรค์ จากนั้นคุณก็ต้องรอให้ลูกแก้วแห่งพลังช่วยดึงอาวุธเหล่านั้นออกมา


            เอลิซาเบธทำตามอย่างว่าง่ายเธอนึกถูกอาวุธหลายอย่างที่ต้องการ แล้วฉับพลันลมกรรโชกก็พัดโหมกระหน่ำ ลูกแก้วทั้งสิบลอยขึ้นแล้วหมุนไปทั่วร่างของเอลิซาเบธ พวกมันส่องแสงเรืองรองอย่างน่าอัศจรรย์ แสงมากมายจากลูกแก้วหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวและส่องสว่างยิ่งกว่าสิ่งใด ทำให้พวกผู้คุมถึงกับตกตะลึงและเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น


            ทำไมลูกแก้วถึงแสดงพลังได้มากขนาดนี้กัน


            เธอมีพลังมากมายขนาดไหน!


            เอลิซาเบธรู้สึกราวกับตัวเองถูกกระชากพลังออกจากร่าง ทั้งความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวดมากมายพุ่งขึ้นมาจนเธอตั้งรับไม่ไหว สิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นคือเงาเลือนรางของเหล่าอาวุธและใบหน้าตื่นตกใจของผู้คุม ก่อนที่สติของเธอจะหลุดลอยไปในความมืด เธอก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย


            “คุณเอลิซาเบธ!!”


            ร่างสูงของอเล็กซ์วิ่งเข้ามาดูอาการของหญิงสาวที่ล้มพับไปต่อหน้าก่อนจะช้อนร่างของเธอขึ้นมาอย่างเบามือ เพื่อที่จะพาไปห้องพยาบาล แต่ก็หันกลับมามองเหล่าอาวุธที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า


            อาวุธที่ทั้งทรงพลังและน่ากลัว


            หลังจากนั้นไม่นานอาวุธเหล่านั้นก็หายไป เขาจึงก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขนแล้วถอนหายใจออกมาเล็กน้อย


             ตัวก็เล็กแค่นี้ ไปเอาพลังมากมายมาจากไหนกันนะ


            “ผมจะพาเธอไปที่ห้องพยาบาล ส่วนเรื่องอาวุธพวกคุณสองคนจะตัดสินใจยังไงก็ตามที่พวกคุณเห็นสมควรเถอะครับ ว่าอาวุธสามธาตุนั้นเหมาะจะเป็น อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของยุคนี้ไหม


            ว่าจบอเล็กซ์ก็เดินจากไปพร้อมกับเอลิซาเบธที่หมดสติอยู่ทันที โดยมีผู้คุมอีกสองคนยืนมองตามไปจนลับตา

.

.

.

.

            เอลิซาเบธรู้สึกตัวอีกครั้งก็เมื่อยามที่ถูกใครคนหนึ่งอุ้มเอาไว้อยู่ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา จึงเห็นว่าเป็นท่านพี่ของเธอที่ทำหน้าเคร่งเครียด


            “ท่านพี่เธอเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว


            “พักผ่อนเถอะครับคนดี พี่รู้ว่าน้องเหนื่อย หลับตาลงเถอะนะเขาพูดกับเธออย่างอ่อนโยน เธอจึงปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนล้าแล้วหลับไปทั้งอย่างนั้น

            เซลดริสที่เห็นว่าน้องสาวหลับไปแล้วก็ถอนหายใจพลางนึกไปถึงเรื่องเมื่อก่อนหน้านี้ ผู้คุมที่ชื่ออเล็กซ์ คอร์เนลล์อุ้มน้องสาวของเขาที่หมดสติไปหลังจากการทดสอบมาที่ห้องพยาบาลซึ่งตอนนั้นเขาก็อยู่พอดีจึงได้แต่ถามอย่างร้อนลน


            ผู้คุมคนนั้นบอกว่าน้องสาวของเขาดึงพลังมาใช้ในการสร้างอาวุธมากเกินไปจึงได้หมดสติแบบนี้ เขาจึงเอ่ยขอพาน้องสาวกลับก่อนโดยโทรไปแจ้งแก่ท่านพ่อเรียบร้อยแล้ว


            เขาก้มลงมองใบหน้าซีดเซียวและเหนื่อยล้าของน้องด้วยความกังวล หวังว่าจะไม่เป็นอะไรครับคนดีของพี่


            เขาอุ้มน้องก้าวเดินไปยังรถที่ท่านพ่อส่งมาแล้วค่อยๆ อุ้มเธอขึ้นไปนั่งบนรถอย่างเบามือ จากนั้นจึงสั่งให้คนขับรถพากลับคฤหาสน์ทันที


            เมื่อมาถึงเขาก็รีบพาน้องไปพักที่ห้องเพื่อพักผ่อน เขาวางร่างบอบบางของน้องสาวลงบนเตียงนุ่มแล้วห่มผ้าให้เธอ เขานั่งลงที่ข้างเตียงแล้วเอื้อมมือไปลูบหัวของน้องสาวอยู่สักพักก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินจากไป ทิ้งให้เธอนอนอยู่เพียงลำพังภายในห้องที่มืดมิด

------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.556K ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #443 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 21:24

    ขอบคุณค่ะ
    #443
    0
  2. #435 Spiderseiya (@Spiderseiya) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 15:36
    ยัยน้อง ตัวก็เท่านี้พลังเยอะจังเลยนะ สนุกมากค่ะ ติดตามอยู่นะคะ
    #435
    0
  3. #184 Arella (@enna1104) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 14:10
    สนุกคะ
    #184
    0
  4. #183 jaapraewa (@jaapraewa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 12:56
    เเงเราอ่านรวดเดียวเลย ถ้าเธอจะเขียนเเนวต่อสู้ด้วยเราจะรออ่านนะ ปกติเราอ่านเเนวบู้ๆไม่ค่อยรู้เรื่องเเต่เธอบรรยายสวยเเล้วก็เข้าใจง่ายดี
    #183
    0
  5. #179 oohsenut (@oohsenut) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 00:37
    อยากให้มาอัพบ่อยๆค่ะ สนุกมากเลย
    #179
    0
  6. วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 21:49

    สนุกดีคะ รออยู่นะคะ

    #178
    0
  7. #172 NoTTo5549porgtbs (@NoTTo5549porgtbs) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 19:37
    สนุกมากไรต์ รอตอนต่อไปจ้า
    #172
    0
  8. วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 16:59

    สนุกมากhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-05.png

    #171
    0
  9. #169 Edo e_e (@peepeepee88) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 12:19
    เพื่อนใหม่แซ่บมากกกก คนที่เดินสบตากับอลิซเราคือใครกันน้าาาา

    สนุกค่ะ!ริตอนต่อไปนะะ
    #169
    0
  10. #163 -GigGiw- (@-GigGiw-) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 13:33
    ลุกขึ้นปรบมือให้แคทเธอรีน!! เธอตอบได้เจ็บแสบมาก ^^
    #163
    0
  11. #162 sirinapa2148 (@sirinapa2148) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 13:22
    รออออออออ
    #162
    0
  12. #161 Hippo1133 (@Hippo1133) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 09:34

    รออออออออ
    #161
    0
  13. #160 saiPhatcharaphon (@saiPhatcharaphon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 09:14

    นอตอนต่อไปค่าาาา
    #160
    0
  14. #159 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 06:26
    เพื่อนสาว แซ่บมากค่ะ หุหุ
    #159
    0
  15. #158 สุดย0ด (@patinya1223) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 01:14
    เอลิซ่าได้เจอเพื่อนดีๆด้วย ฮือ ปลื้มปริ่ม ขอให้น้องมีแต่คนดีๆเข้ามาในชีวิตน้า
    #158
    0
  16. #157 dictate (@Kistun) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 00:33

    รอติดตามด้วยคนค่ะนิยายสนุกมากเลย

    #157
    0
  17. #156 sevenroses (@sevenroses) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 23:57

    รอค่าา

    #156
    0
  18. #155 satrinamneung (@satrinamneung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 23:10
    ใครอ่ะที่สบตากัน!?
    ไรท์อัพตัวละครเพิ่มหน่อยยนะ อยากเห็นหน้าเห็นตา ผู้สังกัดน้องงง55555
    #155
    0
  19. #154 mookmuthita1146 (@mookmuthita1146) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:23

    รออ่านเรื่องราวสนุกๆต่อไปไม่หวายล้าววววว
    #154
    0
  20. #153 Aileen025 (@Aileen025) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:46

    ใครคือเหล่าชายพวกนั้น และอาธุสามธาตุ นั้น !! // โอ้ยความอยากรู้เต็มไปหมด สู้ๆนะ อัปเยอะๆเลย (ถ้าเป็นไปได้) แฮ่น
    #153
    2
    • #153-1 satrinamneung (@satrinamneung) (จากตอนที่ 9)
      18 ตุลาคม 2561 / 23:07
      เราก้ออยากกกกรู้เหมือนนนกัน ฮืออๆๆ คางคาเหลิอเกิน
      #153-1
  21. วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:00

    ใครอะตาสีม่วง ใครอะที่สบตากัน
    #152
    0
  22. #151 Rak_ps (@Rak_ps) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:58

    เพื่อนแซ่บมากง่า
    #151
    0
  23. #150 thunjiramee (@thunjiramee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:39
    รอนะค่ะ#so good
    #150
    0
  24. #149 โซตารุ (@0925048121) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:34

    ค้างมั้ยค้าง ด้วยความอยากรู้อยากเหนเลยค้าง
    //ขอบคุณค่าไรท์สนุกมากๆๆเลยคะ :)
    #149
    0
  25. #148 Som_smile36 (@Som_smile36) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:12

    เพื่อนใหม่ ไฉไลกว่าเดิม แซ่บด้วย 5555
    #148
    0