[END] Change Chance : โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ว่างเปล่าของผม

ตอนที่ 10 : บทที่ 10 : การปฏิบัติตามธรรมเนียมของนิยายเกิดใหม่ในต่างโลก – ล่ามอนสเตอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 956
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    6 ธ.ค. 60


                ผม นิโคลัส ไบรท์บริงเจอร์ เดเวอร์ลอป อายุ 15 ปี เป็นมนุษย์เพศชายที่กำลังยืนงงๆในป่าโปร่ง

แห่งหนึ่ง  สำหรับคนที่จู่ๆถูกอัญเชิญมาโลกใหม่ใจกลางป่า โดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ว่าต้องเดินออกทางไหนถึงจะ

ออกจากป่าไปสู่เมืองที่ใกล้ที่สุดได้ คงจะต้องเดินหลงทิศไปมาหลายวันกว่าจะออกจากป่าได้

 

                แต่สำหรับผมผู้ถือครองฉายาSAF จากการครอบครองทักษะตรวจสอบสภาพรอบข้างทำให้ไม่ใช่

เรื่องยากที่จะหาทางออกจากป่า แม้ทักษะตรวจสอบสภาพที่มีจะยังใช้ได้ในระยะ 1 เมตรก็ตาม

 

                “ เปิดใช้งาน Sense of Nature , Aware Area , Feeling Zone , Minimap ” ผมพูดขึ้นอย่างมั่นใจ แต่

ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ดูเหมือนว่าการใช้งานทักษะจะไม่ใช่แค่การพูดชื่อทักษะเท่านั้น จึงเปิดหน้าต่างทักษะ

ขึ้นมาอ่านรายละเอียดการใช้งาน

 

                “ หืม ? ต้องใช้สมาธิในการตรวจจับสภาพรอบข้างงั้นหรอ ทำสมาธิยังไงล่ะเนี่ย ” ผมบ่นออกมา

หลังอ่านสามทักษะ Class 0 ที่มีวิธีใช้งานยากกว่าที่คาด ส่วน Magical Mapping นั้นแค่ร่ายคาถาก็จะเปิดใช้

งานได้แล้ว ผมจึงร่ายคาถาเปิด Magical Mapping ขึ้นมาก่อน

               

“ ข้าแต่เทพแห่งการเดินทาง ได้โปรดแบ่งปันปัญญาท่านเปิดหนทางแห่งการสัญจรอย่างปลอดภัย

ให้แก่ข้าด้วยเถิด Magical Mapping

 

                เมื่อร่ายเสร็จ มุมขวาของระยะการมองเห็นผมก็ปรากฏมินิแมพขนาดวงกลม มีสัญลักษณ์จุดสีเขียว

คือตัวผมยืนอยู่ตรงกลาง และระยะรอบตัว 1 เมตรนั้นไม่มีอะไรแสดงบนพื้นหลังตารางสีน้ำเงิน

 

                “ Chance of Skill Class 0 Level 1 ทำงาน ส่งผลให้ทักษะ Magical Mapping Class 0 Level 1

พัฒนาขึ้นเป็นLevel 2 ค่ะ ” เสียงในหัวรายงานทำเอาผมสะดุ้งตกใจเบาๆขณะมองมิมิแมพทางขวา ก็พบว่า

มันมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย และมีชื่อของผมปรากฏขึ้นเหนือจุดเขียว เขียนด้วยตัวอักษรย่อว่า N.B.Develop

 

                ผมคิดในใจว่าบางทีมันก็ใหญ่เกินไป ถ้าย่อได้ก็ได้ มินิแมพก็ย่อขนาดลงตามที่ผมคิดไว้ ผมจึงลอง

ย่อๆขยายๆ ก็ได้ตามที่ต้องการ  และยังย้ายจุดวางไปที่มุมไหนของระยะการมองเห็นก็ได้

 

                “ นี่มันเหมือน Minimap ในเกมที่เคยเล่นเลยแหะ  ชื่อสกิลคือแผนที่วิเศษ  ก็วิเศษจริงๆตามชื่อนั่น

แหละนะ . . . น่าจะประยุกต์เขียนแผนที่ที่เรามองเห็นคนเดียวได้ด้วยสินะ ” ผมลองเล่นกับแผนที่วิเศษใน

ระยะการมองเห็นของตัวเองสักพัก ก่อนจะเริ่มฝึกสมาธิด้วยการยืนตัวตรงนิ่งๆ หายใจเข้า ออก ตามแนวทาง

การฝึกสมาธิที่เคยเรียนมาบ้าง

 

                ขณะที่หลับตา มินิแมพที่เปิดไว้ก็ยังคงมองเห็นได้ชัดเจนเหมือนตอนลืมตา และนั่นทำให้สมาธิผม

ว่อกแว่กเมื่อเห็นจุดแดงๆปรากฏขึ้นในมินิแมพ โดยมีตัวอักษร ?? ขึ้นอยู่เหนือจุดนั้น  ด้วยฤทธิ์ของสกิลนี้

ทำให้ผมเข้าใจได้โดยไม่ต้องอ่านคำอธิบายใดๆก็รู้ว่าจุดแดงคือศัตรู ผมจึงลืมตาขึ้นมาและพบเข้ากับหมาป่า

ขนเทาตัวหนึ่งจ้องมาทางผมเหมือนเห็นเหยื่อ มันค่อยๆย่อตัวและเตรียมจะกระโจนมาหา ผมจึงชักดาบ

ออกมาถือด้วยมือขวาเพื่อเตรียมต่อสู้กับเจ้าหมาป่าตรงหน้า แต่ก่อนที่จะเริ่มลงมือ ในมินิแมพก็ปรากฏจุด

แดงอีก 2 จุดขึ้นข้างหลังผม  เท่ากับว่าผมโดนล้อมโดยกลุ่มหมาป่าเทาสามตัวแล้ว

 

                “ ฉลาดมาก ล่อหน้าหนึ่ง ล้อมหลังสอง  . . . แผนที่ถ้ารู้ว่าเป็นตัวอะไรก็จะปรากฏชื่อให้อ่านสินะ

ก็ถือว่าสะดวกมาก ” ผมพูดขณะดูมินิแมพแสดงจุดแดงสามจุดรอบตัว โดยมีชื่ออธิบายว่า Gray Wolf

 

                “ คงต้องสู้อย่างเดียวเพื่อเอาชีวิตรอดสินะ ”  ผมพูดก่อนจะยิ้มออกมา กระชับดาบในมือให้มั่นคง

และเตรียมสู้กับเจ้าหมาสามตัวที่พอรู้ว่าเหยื่ออย่างผมรู้แผนการอ้อมหลังโจมตีก็เปลี่ยนมาใช้แผนสามรุม

หนึ่งจากสามทิศทาง พวกมันพุ่งเข้ามากัดพร้อมกันราวกับฝึกซ้อมการประสานงานจู่โจมมาอย่างดี แต่

นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกมันจะได้ออกล่าร่วมกันแล้วล่ะ

 

                “ สามดาบปราบหมาป่า ” ผมพูดชื่อท่าที่คิดสดๆออกมา และลงมือสะบัดดาบฟันหมาป่าข้างหน้า

ด้วยการตวัดดาบจากล่างขึ้นบนตัดหน้าหมาป่าแหกเป็นสองซีก ก่อนสะบัดใส่หมาป่าทางขวาแนวเฉียงทำ

ให้หน้ามันโดนผ่าเฉียง ก่อนจะตวัดดาบไปทางซ้ายแนวนอนผ่าหมาป่าตัวสุดท้ายเป็นสองส่วนบนล่าง

เพราะมันกระโจนใส่ผมเต็มแรงด้วยความแค้นที่เห็นเพื่อนมันสองตัวตายคาดาบของผม

 

                เวลาแค่ไม่ถึง 5 วินาที ชีวิตที่กว่าจะเกิด ดูดนมแม่และเติบโตมาถึงตัวเต็มวัยได้ของหมาป่าทั้งสาม

ที่กินเวลานานหลายปี ก็ได้จบชีวิตลงคาดาบของผมที่เพิ่งใช้เวลาในโลกนี้ได้ไม่ถึงวัน แม้จะรู้สึกช็อค เสียใจ

และรู้สึกผิดกับพวกมันบ้าง แต่ผมก็ต้องทำเพื่อรักษาชีวิตตัวเองไว้

 

                “ ไม่ล่าก็ถูกล่าสินะ ” ผมมองซากของพวกมันที่อยู่รอบตัวด้วยสายตาหดหู่ การลงมือสังหารในระยะ

นี้ย่อมเกิดสะเก็ดเลือดกระเด็นมาโดนตามตัวผมบ้าง แต่ชุดสุดเทพที่พระเจ้ามอบให้นั้นมีความสามารถขจัด

สิ่งสกปรกออกได้ ทำให้ไม่เหลือคราบเหล่านั้นติดตัวแม้แต่น้อย แต่พื้นดินรอบๆตัวเขาเต็มไปด้วยคราบ

เลือดเศษเนื้อ และอวัยวะภายในของหมาตัวสุดท้ายที่พุ่งเข้ารับคมดาบจนโดนผ่าครึ่งบนล่างทั้งตัว

 

                เมื่อการต่อสู้จบลง เสียงระบบก็รายงานว่าผมได้รับค่าประสบการณ์จากเจ้าหมาป่าทั้งสามตัวละ 30

Exp และได้รู้ว่าพวกมันคือหมาป่าเทา Class 1 Level 3 ทั้งสามตัว ทำให้ตอนนี้ผมได้รับค่าประสบการณ์

มา 90 แต้ม ขาดอีกแค่ 10 แต้มก็จะเลเวลอัพแล้ว แม้ Chance of EXP จะไม่ทำงาน แต่ Item และ Gold

ทำงานทำให้ผมได้รับเขี้ยวหมาป่า 7 เขี้ยวโดยไม่ต้องแล่เอง และได้รับเงิน 7 เหรียญทองแดง

 

                “ นี่คือ . . . ได้มากกว่าปกติแล้วใช่ไหม? ” ผมบ่นเบาๆขณะเก็บถุงหนังสีเทาที่บรรจุเขี้ยวหมาป่า

7อัน กับถุงหนังสีน้ำตาลอ่อนที่บรรจุเหรียญกลมๆสีทองแดง 7 เหรียญ “ สงสัยปกติจะได้ตัวละ 2 ชิ้น 2

เหรียญทองแดง 3 ตัวก็ได้เป็นอย่างละ 6  แต่ได้ทักษะChanceเพิ่มมาให้ เลยได้เป็น 7 สินะ?  ไม่โกงเท่าไหร่

ก็ดีแล้วล่ะ จะได้สนุกกับการใช้ชีวิตในโลกนี้บ้าง ไม่ใช่ตีตัวเดียว ดรอปกระจายเป็นสิบๆชิ้นตั้งแต่แรก”

 

                จากนั้นผมก็ทดลองแล่หมาป่าเพื่อจะเอาหนังกับเขี้ยวที่ติดตัวพวกมันไปขาย แต่การแล่หนังนั้นยาก

กว่าที่คิดมาก จึงได้แต่ซากเละๆเน่าๆ ขายไม่ได้ แต่ก็ทำให้ผมไดรับทักษะ “แล่หนัง Class 1 Level 1 ” มา

โดยทักษะนี้มีคำอธิบายว่า “ ทำให้การแล่หนังมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากขึ้น”

 

                “ แล่ไปสามตัวแบบเละๆขายไม่ได้ เพิ่งจะได้ทักษะนี้มา . . . คิดแง่ดี เพราะมี Chance of Skill ช่วย

มั้ง? เลยได้ทักษะนี้มาไว คนทั่วไปอาจแล่หลายสิบตัวกว่าจะได้ทักษะนี้มาก็ได้ ” ผมพูดให้กำลังใจตัวเอง

ก่อนลงมือเฉาะเอาเขี้ยวหมาป่าอีก 6 คู่ออกมาจากหัวของพวกมันได้อย่างทุลักทุเล

 

                แต่เมื่อลองตรวจสอบ พบว่าเขี้ยวที่เลาะมาเองนั้นเป็นไอเทมระดับ F- เพราะเลาะมาได้ไม่ดี บางอัน

ก็มีรอยร้าว บางอันก็หักครึ่ง เพราะใช้วิธีเลาะแบบป่าเถื่อน เอาด้ามดาบทุบบ้าง เอาปลายดาบจิ้มๆ แงะๆบ้าง

แต่เขี้ยวที่ดรอปมาได้นั้นเป็นไอเทมระดับ F เลยทีเดียว

 

                ผมสงสัยเรื่องระดับไอเทม เลยจิ้มไปที่คำว่าระดับดู หน้าต่างก็เด้งคำอธิบายมาว่าไอเทมในโลกนี้

แบ่งเป็น S > A >B > C > D > E > F โดยระดับ F คือไอเทมจากมอนสเตอร์ต่ำกว่าClass 2 หรือมีคุณสมบัติ

,ประสิทธิภาพเทียบเท่า

E คือไอเทมจากมอนสเตอร์ Class 2-3 หรือมีคุณสมบัติ,ประสิทธิภาพเทียบเท่า

D คือไอเทมจากมอนสเตอร์ Class 3-4 หรือมีคุณสมบัติ,ประสิทธิภาพเทียบเท่า

C คือไอเทมจากมอนสเตอร์ Class 4-5 หรือมีคุณสมบัติ,ประสิทธิภาพเทียบเท่า

B คือไอเทมจากมอนสเตอร์ Class 5-6 หรือมีคุณสมบัติ,ประสิทธิภาพเทียบเท่า

A คือไอเทมจากมอนสเตอร์ Class 7-8 หรือมีคุณสมบัติ,ประสิทธิภาพเทียบเท่า

S คือไอเทมจากมอนสเตอร์ Class 9-10 หรือมีคุณสมบัติ,ประสิทธิภาพเทียบเท่า

และมีเครื่องหมาย + , - , ^  ในการบ่งบอกระดับเพิ่มเติม

+      คือมีประสิทธิภาพมากกว่าระดับเดียวกัน แต่ไม่ถึงขั้นที่สูงกว่า

-                   คือมีประสิทภาพน้อยกว่าระดับเดียวกัน แต่ไม่ถึงขั้นที่ต่ำกว่า

^      คือมีประสิทธิภาพมากกว่าระดับเดียวกันเป็น 2 เท่า

โดย  ^ เป็นไอเทมพิเศษ หรือเรียกกันว่า Rare Drop  และในคำอธิบายยังมีต่อหน้าสองที่บอกถึง

ระดับสีของชื่อไอเทม , รัศมีที่เปล่งประกายออกมาจากไอเทมเหล่านั้น โดยไล่จากไร้สี ไร้ระดับ

สีเทา ไอเทมระดับ F- จนถึง F+

สีเขียว ไอเทมระดับF^ จนถึง E+

สีน้ำเงิน ไอเทมระดับ E^ จนถึง D+

สีทองแดง ไอเทมระดับ D^ จนถึง C+

สีเงิน ไอเทมระดับ C^ จนถึง B+

สีทอง ไอเทมระดับ B^ จนถึง A+

สีขาวเหลือบเพชร ไอเทมระดับ A^ จนถึง S+

สีรุ้ง ไอเทมระดับ S^

 

“ ดูเหมือนเขี้ยวที่ดรอปมาจะมีคุณภาพดีกว่าเลาะเองสินะ ” ผมพูดขึ้นก่อนจะเก็บพวกมันลงหน้าต่าง

ไอเทมที่ตอนนี้มีถุงสีเทาใส่เขี้ยวหมาป่าเทาระดับ F- สีเทา  เขี้ยวหมาป่า 6 คู่ 12 ชิ้นไร้ระดับที่วางเรียงซ้อน

กันหนึ่งกอง และถุงหนังสีน้ำตาลอ่อนบรรจุเงิน 7 เหรียญทองแดง และมีไอค่อนรูปเหรียญทองแดง พร้อม

ตัวเลข 7 อยู่ที่มุมขวาล่างของหน้าต่างไอเทม

 

                “ ถ้ายังแล่ได้แย่อยู่แบบนี้ จับเอาซากยัดใส่ช่องไปขายทั้งตัว แล้วจ้างเขาแล่เอาชิ้นส่วนดีๆมาให้

แทนดีไหมนะ? ” ผมปิดหน้าต่างลงก่อนหันไปมองซากหมาป่าที่ดูไม่ได้ “ แต่ก่อนอื่น รีบไปจากตรงนี้

ดีกว่า กลิ่นนี่น่าจะเรียกสัตวอื่นๆมาได้  ถ้ามากันไม่กี่ตัวก็ดี แต่กลัวจะมาเยอะเกินน่ะสิ ”

 

                ในจอมินิแมพแสดงจุดเขียวกำลังเดินออกห่างจากจุดเทาสามจุดที่ขึ้นคำอธิบายว่า Corpse Gray

Wolfไปสักพัก จุดแดงนับสิบก็โผล่พรึ่บมารุมล้อมจุดเทาทั้งสาม

 

                “ โชคดีจริงๆที่เดินออกมาก่อน ” แม้ผมจะมีทักษะ และสเตตัสสุดโกง แต่ก็คิดเสมอว่าต้องไม่

ประมาท เพราะยังไม่มีทักษะป้องกันตัวดีๆเลยสักอย่าง  การเดินหลีกเลี่ยงฝูงมอนสเตอร์ในตอนนี้คือสิ่ง

ที่จำเป็นต้องทำ จะไปบ้าพลังสู้แบบผลีผลามไม่ได้

 

                เมื่อเดินพ้นระยะสายตา จอมินิแมพก็ไม่แสดงอะไรนอกจากจุดเขียวของผมคนเดียว ผมจึงคิดจะ

ทดลองทักษะตรวจสอบสภาพรอบกายอีกครั้ง โดยเลือกที่จะยืนตรงที่ว่างๆโล่งๆนี่แหละแล้วหลับตาทำ

สมาธิอีกรอบ คราวนี้ทำได้อย่างสบายไม่มีอะไรรบกวน และทำให้ผมใช้ทักษะสัมผัสสภาพรอบกายได้

สำเร็จ ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงสายลม แผ่นดินที่อยู่รอบตัว 1 เมตรในรัศมีวงกลม 360 องศารอบตัวได้อย่าง

ละเอียด รู้ว่าใต้ดินที่ผมยืนเป็นดินที่แข็งกระด้าง เพาะปลูกไม่ได้ถ้าไม่ได้รับการปรับปรุงสภาพ และมี

หินเล็กๆในบริเวณนี้ 3 ก้อน มันเล็กขนาดนิ้วก้อยเลยทีเดียว นอกนั้นก็เป็นใบไม้ใบหญ้าตามทาง

 

Chance of Skill Class 0 Level 1 ทำงาน ส่งผลให้ทักษะ Magical Mapping Class 0 Level 2

พัฒนาขึ้นเป็นLevel 3 ค่ะ ”

 

Chance of Skill Class 0 Level 1 ทำงาน ส่งผลให้ทักษะ Sense of Nature Class 0 Level 1

พัฒนาขึ้นเป็นLevel 2 ค่ะ ”

 

                เสียงระบบรายงานการพัฒนาของทักษะสองอย่างที่ผมใช้ ตามมาด้วยการเรียนรู้ทักษะ “ทำสมาธิ”

Class 1 Level 1 มาจากการทดลองทำสมาธิเพื่อใช้สัมผัสแห่งธรรมชาติ ผมลืมตาขึ้นมาก่อนเปิดดูคำอธิบาย

ก็พบว่าเป็นทักษะที่จะช่วยให้ทำสมาธิได้ดียิ่งขึ้น และช่วยเร่งการฟื้นฟูพลังชีวิต พลังเวทมนต์ พลังจิต

พลังปราณ พลังงานกาย และพลังสมาธิอย่างละ 0.01 ต่อ5นาที เวลาทำสมาธิ

 

                หลังดูรายละเอียดทักษะ ผมก็เปิดหน้าต่างสถานะตัวเองขึ้นมาเปิดดู

 

                นิโคลัส ไบรท์บริงเจอร์ เดเวอร์ลอป

                พลังชีวิต : 880/880   พลังเวทมนต์ : 580/580

พลังจิต :  580/580     พลังปราณ : 580/580

พลังงานกาย :  100 %   พลังสมาธิ :  100 %

 

เผ่ามนุษย์    อายุ 15 ปี

                สูง 180 เซนติเมตร หนัก 60 กิโลกรัม

คลาส 1 เลเวล  1

                ค่าประสบการณ์ : 90 / 100

                ฉายา :    ผู้ฝึกฝนพละกำลังมือใหม่ , ผู้ฝึกฝนความว่องไวมือใหม่ ,ผู้ฝึกฝนความว่องไวฝึกหัด ,

ผู้ฝึกฝนความแม่นยำมือใหม่ ,ผู้ฝึกฝนความแม่นยำฝึกหัด ,ผู้ฝึกฝนพลังเวทมนต์มือใหม่, ผู้ฝึกฝนพลังจิต

มือใหม่  ,ผู้ฝึกฝนพลังปราณมือใหม่  ,ผู้ฝึกฝนพลังงานกายภาพมือใหม่ , ผู้ฝึกฝนพลังสมาธิมือใหม่ 

ผู้ฝึกฝนความแข็งแกร่งของร่างกายมือใหม่ , ผู้ฝึกฝนสัตตดารามือใหม่ ,ผู้ฝึกฝนนพดารามือใหม่

ผู้ฝึกฝนปัญจดารามือใหม่ , ผู้ไขปริศนาแห่งเซนเทอเรีย , ผู้ได้รับโอกาสจากพระเจ้า , ผู้ได้รับโอกาสทั้ง 6

จากพระเจ้า , ผู้ถือครองSAF ( Sense Aware Feeling)

                ยศ/ตำแหน่ง : ไม่มี             

 

พลังโจมตีกายภาพ :  55     พลังป้องกันกายภาพ : 28+22

พลังโจมตีเวทมนต์ : 58      พลังป้องกันเวทมนต์ : 29+22

พลังโจมตีจิต : 58 พลังป้องกันจิต : 29+22

พลังโจมตีปราณ : 58           พลังป้องกันปราณ : 29+22

อัตราฟื้นฟูพลังชีวิต : 88 / 1 นาที     อัตราฟื้นฟูพลังเวทมนต์ : 58 / 1 นาที

อัตราฟื้นฟูพลังจิต : 58 / 1 นาที        อัตราฟื้นฟูพลังปราณ : 58 / 1 นาที

อัตราฟื้นฟูพลังกาย : 10.5 % / 1นาที               อัตราฟื้นฟูพลังสมาธิ : 10.5 % /1นาที

 

ค่าสถานะ

                พละกำลัง :  50+5                พลังเวทมนต์ :  50+8          พลังงานกายภาพ : 50+8

                ความว่องไว :  105+12        พลังจิต :  50+8                     พลังสมาธิ : 50+8

                ความแม่นยำ : 105+12        พลังปราณ :  50+8               ความแข็งแกร่งของร่างกาย : 80+8

 

                “ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยแหะ สงสัยการสังหารหมาป่า 3 ตัวไม่มากพอจะให้เพิ่มสเตตัส ”

ผมบ่นก่อนปิดหน้าต่างนี้ลง และคิดหาหนทางออกจากป่าไปยังถนนสายหลักเพื่อเข้าเมืองที่ไหนสักแห่ง

ที่ใกล้ๆ “ ถ้าตามหลักสูตรนิยายแนวเกิดใหม่ในต่างโลกล่ะก็ ต้องเจอพ่อค้า หรือคุณหนูที่ไหนสักแห่ง

โดนรุมโจมตี ตัวเอกเข้าไปช่วย ได้เข้าเมืองแบบชิลๆ อะไรประมาณนั้น? ถ้างั้นอย่าเพิ่งไปถนนเลยดีกว่า

ออกล่ามอนสเตอร์เก็บเงินให้ได้เหรียญเงินสิบเหรียญก่อนค่อยเข้าเมือง เพราะตามที่อ่านๆนิยายมาค่าเข้า

เมืองจะประมาณ 1-2 เหรียญเงิน ค่าสมัครเข้ากิลด์นักผจญภัยก็ประมาณนั้น และไหนจะค่าที่พักอีก

มีแค่ 7 เหรียญทองแดงไม่น่าพอจ่ายอะไรสักอย่าง ”

 

                หลังวางแผนเรียบร้อย ผมก็หันหน้ากลับเข้าป่า พึ่งพามินิแมพในการหลีกเลี่ยงกลุ่มมอนสเตอร์

จำนวนมาก  และตั้งใจเล็งล่าพวกอยู่ตัว โดยระหว่างเดินหานั้นก็ทำสมาธิลองใช้งานทักษะตรวจสอบสภาพ

ไปด้วย แต่มันทำได้ยากมากที่จะสัมผัสสภาพรอบตัวได้ขณะเคลื่อนที่ จึงทำให้ทักษะ Sense of Nature ไม่

เพิ่มระดับ แต่ทักษะทำสมาธิตอนนี้ขึ้นถึงระดับ 10  ช่วยเพิ่มอัตราฟื้นฟูต่างๆ 0.10 แล้ว

 

                ขณะที่กำลังเดินหาเหยื่อตัวที่ 4 อยู่นั้น จู่ๆผมก็สัมผัสได้ว่ามีอันตรายเข้ามาแม้จะไม่เห็นในมินิแมพ

เสียงระบบก็รายงานว่าทักษะ Aware Area Class 0 Level 1 ทำงาน และพัฒนาขึ้นเป็น Level 2 พร้อมกับ

ผมสัมผัสได้ถึงการโจมตีระยะไกลมาจากข้างหลัง จึงรีบก้มหัวลงพร้อมกับวิ่งไปทางขวา ทำให้หลบพ้นการ

พุ่งโจมตีของหนามแหลมได้

 

                เมื่อหันไปดูก็พบเม่นขนดำขนาดเท่าหมาป่า กำลังยืนหันหลังให้อยู่ พร้อมกับพรรคพวกอีก 3 ตัว

ที่กำลังค่อยๆหันหลังให้และพากันระดมยิงหนามแหลมใส่ ผมก็ต้องวิ่งไปหาที่หลบภัย โดยมีหนามบางแท่ง

พุ่งโดนตัวบ้าง แต่ก็ไม่ทะลุเสื้อผ้าสุดเทพที่พระเจ้ามอบให้ แต่แรงกระแทกก็ทำให้พลังชีวิตผมลดลงบ้างเล็ก

น้อย แต่ก็เป็นการลดที่คุ้มเพราะทำให้ทักษะ Chance of Status ทำงาน ได้รับความแข็งแกร่งของร่างกายมา 2

แต้ม และค่าความว่องไวจากการวิ่งหนีหนามพวกมัน 1 แต้ม ทำให้ตอนนี้ค่าความแข็งแกร่งของร่างกาย

เพิ่มขึ้นเป็น 82+8 และความว่องไวเป็น106+12

 

                “ บวกข้างหน้าสินะ ส่วนข้างหลังที่เป็นโบนัสดูเหมือนจะยังไม่คิดให้ คงเพราะยังสู้อยู่? ” ผมพูด

ขึ้นขณะยืนพิงต้นไม้ที่ดูหนาพอจะใช้กันหนามแหลมพวกเม่นนั้นได้ “ แล้วจะโต้กลับยังไงดีล่ะเนี่ย จะ

ใช้ดาบปัดหนามสะท้อนใส่ก็คงทำได้ยากในตอนนี้ แค่ทักษะการใช้ดาบยังไม่มีเลย ”

 

                ระหว่างหลบหลังต้นไม้ เม่นสี่สหายก็ยังคงปล่อยหนามแหลมใส่เรื่อยๆ เศษหนามหลายแท่งปัก

เกลื่อนกลาดรอบตัวไม้ที่ผมหลบ และในมินิแมพก็แสดงสี่จุดสีแดง “ Black Spine Porcupine” กำลังรุกคืบ

เข้าประชิดผมเรื่อยๆ ผมคิดว่าจะลองปีนต้นไม้กระโดดข้ามพวกมันไปฟันข้างหน้า แต่คิดอีกทีถ้าจู่ๆมัน

เปลี่ยนทิศทางปล่อยหนามขึ้นอากาศมาโดนตัวผมที่กระโดดลอยตัวอยู่อย่างไม่อาจเปลี่ยนทิศทางหรือหลบ

พวกมันได้คงเจ็บตัวน่าดู ความคิดนี้จึงตกไป

 

                “ ทำไงดีนะ ” ผมพูดอย่างหงุดหงิดที่ตัวเองไม่มีทักษะโจมตีระยะไกล “ รู้งี้น่าเลือกทักษะเวทมนต์

โจมตีไกลมาสักอย่างสองอย่าง ”

 

                ตอนนี้ระยะห่างระหว่างผมกับเม่นดำนั้นประชิดกันมาก และพวกมันก็ฉลาด เลือกปล่อยหนามดัก

ตัวหนึ่ง อีกสามตัวค่อยๆอ้อมมาล้อมผมเพื่อจะปล่อยหนามใส่ ทำให้ผมต้องตัดสินใจที่จะพุ่งตัวไปฟันตัวที่

กล้าหาญชาญชัย เดินตรงมาทางซ้ายของต้นไม้อย่างไม่หวาดกลัวอะไร

 

                “ โทษทีนะเจ้าเม่น แกเป็นศพแรก ” ผมพึมพำขณะง้างดาบเตรียมฟันมันทันทีที่เดินเข้ามาในระยะ

ฟัน มันยังคงเดินดุ่มๆมาราวกับเป็นผู้ชนะ แต่วินาทีที่หัวมันโผล่มาให้ผมเห็นมันก็กลายเป็นผู้แพ้ไปแล้ว


_________________________


ตอนใหม่มาละจ้าาา


ในที่สุด . . . นิโคลัสก็ได้สู้กับมอนสเตอร์ในต่างโลกสักที เย้ 


ถ้าชอบกันก็อย่าลืมกด Favorite เรื่องนี้

และโหวต + Rating ให้กันด้วยน้าาา

แล้วก็ๆ อย่าลืมกดไลค์เพจ KuroNeko Yuriya กันด้วยย

https://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #23 thenovar13srafzx (@thenovar13srafzx) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:45
    นี่สิแอคชั่นที่ถูกต้อง อ่านสกิลโกงมาตั้งนาน =.=
    #23
    1
    • #23-1 KuroNekoYuriya (@KuroNekoYuriya) (จากตอนที่ 10)
      2 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:15
      นี่เป็นเรื่องแรกที่ผมปูทางให้ตัวเอกของเรามานานมาก ตั้ง 9 ตอนแหนะ
      กว่าจะเริ่มผจญภัย หลายๆคนอาจไม่ชอบการดำเนินเรื่องช้าๆ
      แต่ผมอยากลองเขียนแบบนี้ดูบ้าง เพราะอ่านเรื่องไหนๆ ตัวเอกก็เกิดใหม่ไวเกิ๊น
      1 ตอน แป๊ปๆมาโลกใหม่ ออกผจญภัยละ

      ผมเลยเขียนสวนกระแส คุยกับพระเจ้านานๆ 9 ตอน แล้วค่อยเริ่มผจญภัยตอนที่ 10 ฮ่าา
      #23-1