[END] Change Chance : โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ว่างเปล่าของผม

ตอนที่ 25 : บทที่ 24 : ศึกป้องกันเมืองไพออเนียร์ เดือน 7 ปี 27

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    2 พ.ค. 61

บทที่ 24 : ศึกป้องกันเมืองไพออเนียร์ เดือน 7 ปี 27

 


                อีกแล้ว . . . มันมากันอีกแล้ว


 

                มอนสเตอร์บุกเมือง !

 


                เหตุการณ์ที่เป็นเหมือนงานประจำปี ไม่สิ ประจำครึ่งปี ที่จะเกิดขึ้น แต่ปีนี้ออกจะถี่ไปหน่อย แค่เดือน 7 ก็เจอฝูงมอนสเตอร์แตกรัง ตั้งทัพมาบุกเมืองกันเป็นหนที่ แล้ว

 


                ข้า นักผจญภัยที่พบเห็นได้ทั่วๆไป ไวรัล ตั้งรกราก อาศัยอยู่ที่ไพโอเนียร์ตั้งแต่ยุคบุกเบิกตั้งเมืองบนแผ่นดินรกร้าง ชายขอบประเทศ และคอยเป็นกำลังสำคัญของเมืองในเหตุการณ์ต่างๆมา จนถึงปีนี้ ปีที่ 27 ข้าก็อายุเยอะขึ้นมาก แต่ก็ยังแข็งแรง พร้อมสู้รบ สังหารศัตรูร้ายได้อยู่

 


                อาวุธคู่กายของข้าเปลี่ยนมาหลายชิ้นแล้ว อันที่จริงต้องบอกว่า เปลี่ยนทุกๆครั้งที่เกิดศึกยืดเยื้อเพราะข้ามีทักษะของนักรบคลั่ง ที่จะฟาดฟันศัตรูอย่างไม่กลัวตาย จนอาวุธมักจะสูญเสียความทนทาน จนแตกสลายเป็นฝุ่นผงยามจบศึกทุกครั้งไป และครั้งนี้ข้าก็เลือกใช้ดาบใหญ่ คมดาบยาว เมตร กว้าง เมตรดูทู่ๆ ทื่อๆ เน้นฟาด อัดกระแทกด้วยน้ำหนัก มากกว่าฟันให้ขาดด้วยความคม

 


                อ่อ ข้าลืมบอกไป ข้าเป็นหนึ่งใน 13 ผู้บริหารแห่งกิลด์นักผจญภัย เลยถูกห้ามไม่ให้ออกแนวหน้าจนกว่าแนวหน้าใกล้แตก หน้าที่ของข้า และเหล่าผู้บริหารคนอื่นๆก็คือ ออกไปเป็นกันชน ให้แนวหน้าถอยหลังกลับเข้าเมืองได้อย่างปลอดภัย

 


                ปกติหน้าที่ผู้บริหาร ต้องอยู่ในห้อง จัดการเอกสารต่างๆไม่ใช่หรอ? หลายๆคนคงสงสัย แต่ตำแหน่งผู้บริหารของกิลด์นักผจญภัยแห่งไพโอเนียร์นั้น คือบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้รอด ปลอดภัยจากศึกใหญ่ คอยดูแล ฝึกฝนทักษะต่างๆให้เพื่อรับมือศึกต่อไปต่างหาก ดังนั้นแทนที่จะเรียกว่าผู้บริหาร เรียกว่าหัวหน้าครูฝึกทั้ง 13 คนน่าจะถูกต้องกับตำแหน่งมากกว่า แต่เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนเวลาพูดคุย หรือส่งจดหมายกับกิลด์นักผจญภัยกิลด์อื่นๆ เลยต้องใช้ตำแหน่งที่เหมือนๆกัน ได้แก่หัวหน้ากิลด์ รองหัวหน้ากิลด์ทั้ง ฝ่ายธุรการ ฝ่ายประสานงาน และฝ่ายคุ้มกฏ  ที่มีผู้บริหาร 10-20 คนสังกัดกับสามฝ่ายอีกที โดยผู้บริหารทั้ง 13 ของไพโอเนียร์นั้น มีเพียงข้าคนเดียวที่สังกัดฝ่ายคุ้มกฏ เพราะข้าขี้เกียจจัดการอะไรยุ่งยากอย่างการดู ตรวจสอบเอกสารล่ะนะ

 


                “ ข้าไปก่อนล่ะ ” ข้าโบกมือบอกลาสหายผู้บริหารอีก 12 คน ที่นั่งหัวปั่นกันในห้องทำงาน คอยดูเอกสารต่างๆมากมายที่เกี่ยวข้องกับศึกครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสบียง คลัง เงินสำรอง ภารกิจที่ค้างคา ข้อมูลนักผจญภัยที่เข้าร่วม การประสานงานกับกองทัพ และอื่นๆที่แค่คิดก็ปวดหัว

 


                “ เอ้อๆ รีบไปดูว่านักผจญภัยคนไหนเข้าท่า เข้าที อย่าปล่อยให้ตายคาสนามรบอีกล่ะ ” รองหัวหน้ากิลด์ฝ่ายคุ้มกฏ ไมนัสเตือน “ ข้ายังเสียดายไอ้หนุ่มธนูมือฉมัง ที่ดันเหนื่อย ตกม้าตายแล้วถูกก็อบลินรุมเสียบพรุนในศึกที่แล้วอยู่เลย น่าจะฝึกๆให้เป็นทหารประจำกำแพงเมืองได้ ”


 

                “ ใครจะคิดล่ะว่ามันจะตกม้าตายตอนถอนทัพ ข้าก็มัวแต่รับมือกับก็อบลินอีกฝูงไม่ให้มันฆ่าแนวหน้าที่เหนื่อยล้าเหมือนกันแหละ ” ข้าแย้งพร้อมยักไหล่ “ สละ 1 เพื่อรักษาอีกนับ 10 ก็ต้องแลกๆกันไป ”


 

                ข้าออกจากห้องประชุม ก่อนจะหยิบดาบคู่ใจพาดไหล่สองข้าง แม้ข้าจะสูงเกือบ 2   เมตร แต่ตัวดาบไร้ฝัก เมตรก็ใหญ่เทอะทะเกินไปอยู่ดี เลยไม่อาจเหวี่ยงเล่น วอร์มกำลังแขนในเมืองได้ ไม่งั้นข้าอาจได้เสียทรัพย์เป็นค่าปรับโทษฐานทำลายข้าวของ ทรัพย์สินในเมืองได้


 

                ตลอดทางข้าได้รับการทักทาย และขอร้องให้ปกป้องเมืองจากชาวบ้านมากมาย เสียงตะโกนเรียกชื่อข้า ไวรัล ดังไปทั่ว สร้างความฮึกเหิมให้ข้าไม่น้อย และมันยังสร้างขวัญ กำลังใจให้นักผจญภัยที่ลังเลว่าจะไปแนวหน้ารอบนี้ หรือรอไปรอบทหาร ให้กล้าตัดสินใจว่าไปรอบแรกนี่แหละ ด้วยเหตุผลว่า

 


                “ แสดงฝีมือให้ถึงที่สุด ถ้าถูกตา ต้องใจคุณไวรัลล่ะก็ จะได้รับการเรียกตัวไปฝึกพิเศษหลังจบศึกนี้ด้วย ! ”

 


                มันเป็นความจริงที่กิลด์จะเรียกตัวนักผจญภัยเก่งๆ มีแววให้มาฝึกพิเศษ เพื่อเป็นแนวป้องกันเมืองไพโอเนียร์ในศึกต่อๆไป แต่ก็ต้องแลกักบความอิสระที่ไม่อาจไปเมืองอื่นได้เป็นเวลา ปี  แต่คำว่าไปเมืองอื่นนี้ไม่ใช่หมายถึงกักขังไม่ให้ออกเมือง แต่หมายถึงห้ามไปลงทะเบียนเป็นนักผจญภัยที่ใช้เมืองอื่นเป็นพื้นที่ทำภารกิจ พูดง่ายๆ หลังฝึกจบ ต้องอารักขา ป้องกันเมืองไพโอเนียร์ ปี และภารกิจคุ้มกันที่ต้องเดินทางไปเมืองอื่นๆนั้น จะทำได้แค่เมืองใกล้ๆในระยะเดินทางไม่เกิน 10 วันเท่านั้น

               


                แม้จะดูบีบบังคับ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ต้องทำเพื่อความปลอดภัยของเมือง คนส่วนใหญ่ล้วนเข้าใจดีแต่นักผจญภัยจากที่อื่นที่บังเอิญได้ร่วมศึกนี้อาจจะตัดสินใจลำบากหน่อย ทว่าหากพวกเขาไม่ต้องการติดอยู่กับเมืองนี้ ก็สามารถปฏิเสธได้ ไม่มีการบังคับแต่อย่างใด


 

                “ มาดูกันสิว่า ศึกนี้จะมีคนเก่งๆปรากฏตัวไหม หรือจะมีคนที่ผ่านการฝึกของเรา แสดงฝีมือให้ทุกคนเห็นว่าถ้าฝึกแล้วจะเก่งขึ้นยังไงไหมนะ ” ข้ายิ้มน้อยๆ ก่อนก้าวออกจากประตูเมือง เดินไปขึ้นหอคอยสังเกตการณ์ที่ตั้งห่างจากตัวเมืองไม่ไกลนัก โดยปกติมันจะถูกเวทอำพรางตาไว้ แต่เวลามีศึก มันจะปรากฏขึ้น โดยหอคอยชั้นบนสุดเป็นที่สังเกตการณ์ของเหล่าแม่ทัพ ซึ่งข้าที่เป็นผู้บริหารก็ได้สิทธิ์ขึ้นด้วย ส่วนชั้นล่างจนถึงชั้นก่อนชั้นบนสุด จะเป็นที่ประจำการของทหารนักเวท และนักธนู รวมทั้งมีอาวุธพิสัยไกลอันน่าภาคภูมิใจของอาทิลล่า ปืนใหญ่ที่บรรจุกระสุนสลักอาคมเวท ยิงได้ไกล 50 เมตร มันจะเป็นอาวุธที่ใช้สนับสนุนนักผจญภัยแนวหน้าให้ถอนกำลังได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะเริ่มศึกทัพทหารปะทะทัพมอนสเตอร์


 

                เสียงแตรเขาสัตว์ดังขึ้นพร้อมกลองศึกที่ตีระรัว เป็นสัญญาณว่าการปะทะกันใกล้จะเกิดขึ้นแล้วตอนนี้นักผจญภัยในเมืองไพโอเนียร์จับกลุ่มรับมือกับทัพมอนสเตอร์แนวหน้า ก็อบลิน


 

                ตัวของมันเป็นสีเขียวอ่อน สูงตั้งแต่ 100 เซนติเมตร ถึง 150 เซนติเมตร ฟันแหลมคม ตากลมโตสีเขียว หูกางยาว มักเจาะหูห้อยด้วยห่วงทองเหลืองไว้ เป็นเหมือนการแบ่งลำดับขึ้น ยิ่งเยอะยิ่งเก่ง แต่ไม่เคยมีใครเจอมากกว่า ห่วงต่อหูหนึ่งข้าง เพราะถ้าเก่งกว่านั้นจะมีลักษณะภายนอกต่างจากก็อบลินทั่วไป และไม่ห้อยห่วงทองเหลืองที่หูอีกแล้ว


 

                พวกมันมักใส่เสื้อหนัง แต่หากพวกมีห่วงเยอะๆจะใส่เกราะกันบ้าง แต่ก็เป็นเกราะหยาบๆ โดนฟันด้วยอาวุธทื่อๆจากแรงมนุษย์ไม่กี่ทีก็แตก  อาวุธพวกมันก็หยาบเช่นกัน ใช้ไม่นานก็แตก แล้วมันจะใช้กรงเล็บมือห้านิ้วที่แหลมคม และฟันไล่กัดเอา  สรุปง่ายๆ ก็อบลินนั้นเป็นมอนสเตอร์กระจอก พื้นฐานมากๆสำหรับนักผจญภัยแล้ว แต่กับคนธรรมดา อาจจะได้บาดแผลจากฟันและเล็บมันบ้างล่ะนะ


 

                ข้อดีของพวกมันไม่ใช่ความสามารถทางกาย อาวุธ ชุดเกราะ หรือความสามัคคีในหมู่คณะ เพราะพวกมันไม่ฉลาดเอาเสียเลย ในหัวมีแต่โจมตี ฆ่า แย่งชิงอาหาร และเหยื่อ ที่เป็นผู้หญิง เอาไปเป็นแม่พันธ์ให้เผ่าพันธ์มันที่มีข้อดีเพียงหนึ่งเดียวคือ “จำนวนเยอะ” ด้วยการขยายพันธ์ที่รวดเร็ว และยิ่งเป็นก็อบลินในดันเจี้ยนโหดๆ จะยิ่งแพร่พันธ์ไวกว่าก็อบลินนอกดันเจี้ยนอีกต่างหาก

 


                ทัพหน้าของทัพมอนสเตอร์ที่บุกเมืองในคราวนี้ จึงเต็มไปด้วยทะเลเขียวของก็อบลินนับหมื่นจากการกะคร่าวๆผ่านตาข้า หรือตัวเลขที่แน่นอนคือ 9,874 ตัว เท่าที่โผล่หัวออกมาตั้งแถวเตรียมบุก ซึ่งดูๆแล้วมีระเบียบกว่าการบุกครั้งก่อนๆ เดาได้ไม่ยากว่ามีผู้นำทัพที่เก่งพอจะคุมทัพหลักหมื่นได้


 

                “ ศึกนี้ชักจะน่ากลัวซะแล้ว ไม่เคยมีครั้งไหนก็อบลินตั้งแถวเป็นระเบียบได้ขนาดนี้ ” ข้าพูดเบาๆขณะใช้กล้องส่องทางไกลดูสถานการณ์ในสนามรบ “ จำนวนก็มากกว่าปกติ เท่าด้วย ถ้ามีพวกตัวแปลกๆมาเรื่อยๆล่ะก็ . . . อาจจะเป็นทัพใหญ่เท่า ปีก่อนก็ได้นะ ”



                ทหารรอบข้างข้ามีสีหน้าเคร่งเครียดกันมากขึ้น ก่อนจะสั่งให้ไปเร่งการเตรียมกองทัพ และเสริมแนวป้องกันให้มากขึ้นกว่านี้ รวมถึงการขนกระสุนปืนใหญ่มาเตรียมยิงให้มากกว่าเดิม เผื่อจำเป็นต้องยิงสกัดให้แนวหน้าถอยมาไวกว่าปกติ ข้าได้แต่ถอนหายใจก่อนจะขอตัวลงไปประจำการข้างล่าง เพื่อเตรียมกระโจนเข้าสนามรบเช่นกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #41 thenovar13srafzx (@thenovar13srafzx) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 19:54
    รอสาวน้อยๆ
    #41
    0
  2. #40 Tiosphere (@Tiosphere) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 10:00
    อุส่ารออ่าน บทสาวน้อยเวทมนต์
    #40
    0